<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>2 สร้าง 2 เก็บ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/2-%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-2-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 22 Sep 2026 07:59:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>2 สร้าง 2 เก็บ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>SCGC ผนึกภาคีเครือข่ายสร้าง &#8216;ภูมิคุ้มกันน้ำ&#8217; ระดับชุมชน ต่อยอดโมเดล &#8216;2 สร้าง 2 เก็บ&#8217; ขยายผลต้นแบบการจัดการน้ำยั่งยืนทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/09/scgc-build-water-resilience-to-communities/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2026 07:59:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[2 สร้าง 2 เก็บ]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[water management]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Security]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านมาบจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านหัวทุ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[บุญเลิศ อนันตภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ฝายชะลอน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกันน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[วันดี อินทรพรม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สสน.]]></category>
		<category><![CDATA[เขายายดา]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสร้างฝายชะลอน้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43875</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกือบ 2 ทศวรรษ ที่ ‘เอสซีจี เคมิคอลส์’ (SCGC) ผนึกกำลังร่วมกับชุมชนตำบลแกลง จ.ระยอง  รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมขับเคลื่อน ‘โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดาและการบริหารจัดการน้ำชุมชน’ ผ่านการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2550 ความร่วมมือดังกล่าวช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเขายายดาที่เคยอยู่ในภาวะ วิกฤต ทั้งจากปัญหาความแห้งแล้งและไฟป่า ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในด้านการเกษตร รวมทั้งต่อยอดไปสู่การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้นำประสบการณ์และองค์ความรู้จากการบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชนบ้านมาบจันทร์อย่างต่อเนื่อง มาพัฒนาเป็น &#8216;โมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ : เก็บน้ำดี มีน้ำใช้&#8217; ซึ่งได้แก่ สร้างคน สร้างกติกา เก็บน้ำ และเก็บข้อมูล ก่อนต่อยอด ความร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำ และส่งต่อ ความอุดมสมบูรณ์​จากพื้นที่ป่าต้นน้ำ มายังพื้นที่ราบที่อยู่ปลายน้ำอย่างบ้านหัวทุ่ง ขยายผลโมเดลความสำเร็จ ในการสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันน้ำ’ (Water Resilience) ให้ชุมชนใกล้เคียงสามารถวางแผน รับมือ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางสำหรับขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/scgc-build-water-resilience-to-communities/">SCGC ผนึกภาคีเครือข่ายสร้าง &#8216;ภูมิคุ้มกันน้ำ&#8217; ระดับชุมชน ต่อยอดโมเดล &#8216;2 สร้าง 2 เก็บ&#8217; ขยายผลต้นแบบการจัดการน้ำยั่งยืนทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เกือบ 2 ทศวรรษ ที่ ‘<strong>เอสซีจี เคมิคอลส์’ (SCGC)</strong> ผนึกกำลังร่วมกับชุมชนตำบลแกลง จ.ระยอง  รวมทั้งภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมขับเคลื่อน<strong> ‘โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดาและการบริหารจัดการน้ำชุมชน’</strong> ผ่านการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2550</p>
<p><span id="more-43875"></span></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเขายายดาที่เคยอยู่ในภาวะ วิกฤต ทั้งจากปัญหาความแห้งแล้งและไฟป่า ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในด้านการเกษตร รวมทั้งต่อยอดไปสู่การพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้นำประสบการณ์และองค์ความรู้จากการบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชนบ้านมาบจันทร์อย่างต่อเนื่อง มาพัฒนาเป็น <strong>&#8216;โมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ : เก็บน้ำดี มีน้ำใช้&#8217;</strong> ซึ่งได้แก่ สร้างคน สร้างกติกา เก็บน้ำ และเก็บข้อมูล ก่อนต่อยอด ความร่วมมือกับสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) เชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำ และส่งต่อ ความอุดมสมบูรณ์​จากพื้นที่ป่าต้นน้ำ มายังพื้นที่ราบที่อยู่ปลายน้ำอย่างบ้านหัวทุ่ง ขยายผลโมเดลความสำเร็จ ในการสร้าง <strong>‘ภูมิคุ้มกันน้ำ’</strong> <strong>(Water Resilience) </strong>ให้ชุมชนใกล้เคียงสามารถวางแผน รับมือ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน และเป็นแนวทางสำหรับขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น ๆ  ใน จ.ระยอง และพื้นที่อื่น ๆ ​ทั่วประเทศได้ในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43879 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ปัญหาความแห้งแล้ง.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ใช้​ &#8216;ธรรมชาติ&#8217; ฟื้นฟู &#8216;ธรรมชาติ&#8217; </strong></p>
<p>ปัจจุบันพื้นที่ป่าต้นน้ำ​เขายายดา​กลับมามีระบบนิเวศที่สมบูรณ์อีกครั้งเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าโครงการ โดยช่วงปี 2530 พื้นที่แห่งนี้เคยเป็นพื้นที่สัมปทานป่าไม้ จัดได้ว่าเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และการเกิดไฟป่าบ่อยครั้งทำให้พื้นที่ป่าเสียหายและมีสภาพ ไม่แตกต่างจากเขาหัวโล้น สูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำตามธรรมชาติ เวลาฝนตกก็มีเกิดปัญหาน้ำหลาก น้ำท่วม หน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำ กระทบการเพาะปลูกและรายได้ครัวเรือนของเกษตรกร รวมทั้งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวม ของประเทศ​ เนื่องจาก จ.ระยอง ถือเป็น​พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ​ของประเทศ โดยเฉพาะการเป็นแหล่งปลูกทุเรียน ผลไม้ส่งออก​มูลค่าสูงของประเทศอีกแห่งหนึ่งด้วยเช่นกัน</p>
<p>ความสำเร็จในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำเขายายดาเริ่มจากการดำเนิน <strong>โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำและการสร้างฝายชะลอน้ำ</strong> ตั้งแต่ปี 2550 โดย SCGC ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและชุมชนในพื้นที่</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2.4-สร้างฝายชะลอน้ำ-สร้างภูมิ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับกระบวนการฟื้นฟูธรรมชาติด้วยฝายชะลอน้ำนั้นทำ​ผ่านการนำหินที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรืออยู่ในแหล่งน้ำอยู่แล้ว นำมาทำเป็นฝายตามหลักวิชาการทั้งขนาด ความสูง หรือความลาดเอียง ไปจนถึงการไล่ระดับของฝายในแต่ละชั้น<strong> </strong><strong>เพื่อสามารถชะลอความเร็วและความแรงในการไหลของน้ำลงได้</strong><strong>อย่างน้อย 40%</strong> ประกอบกับช่วยสร้างให้เกิดแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ในบริเวณฝายได้เพิ่มเติม ​ทำให้ช่วยเติมน้ำต้นทุนใต้ดิน ควบคู่กับการปลูกพืชคลุมดินเพิ่มเติมเพื่อดูดซับน้ำได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อดินในป่าจากการสะสมกันของตะกอนน้ำในฝาย และเศษใบไม้ที่ทับถมกันจนกลาย เป็นดิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับน้ำไว้ในดินได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ในช่วงหน้าแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ก็จะมีน้ำต้นทุน ใต้ดินมา​ชดเชย จึงทำให้ในพื้นที่มีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี</p>
<p><strong> เปลี่ยนป่าเสื่อมโทรม เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ​​</strong></p>
<p>สำหรับการ​​ฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา SCGC ได้ดำเนินโครงการร่วมกับชุมชน หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่าย และจิตอาสา​ ผ่านการซ่อมและสร้างฝายชะลอน้ำอย่างต่อเนื่องมากว่า 19 ปี <strong>ปัจจุบันสร้างฝายไปแล้วรวมกว่า 7,600 ฝาย</strong> ช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของป่าในพื้นที่ ซึ่งผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนนี้ ทำให้ป่าต้นน้ำเขายายดา เปลี่ยนจากพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและแห้งแล้งกลายเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ลดปัญหาการเกิดไฟป่า <strong>กลายเป็นป่าต้นน้ำสำคัญที่ช่วยสร้าง​ผลผลิตน้ำท่าในลำธารได้กว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี​</strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43878 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2.5-สร้างฝายชะลอน้ำ-ร่วมกับชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งจากการติดตามและเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องพบว่า <strong>​พื้นที่มีพรรณไม้ </strong><strong>120</strong><strong> ชนิด และสัตว์ป่า </strong><strong>123</strong><strong> ชนิด​ นอกจากนี้ยังช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์กว่า </strong><strong>2.5</strong><strong> ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> สะท้อนการฟื้นตัวของระบบนิเวศควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ</p>
<p>นอกจากนี้  การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบยังสร้างผลลัพธ์ที่มากกว่าการมีน้ำใช้ ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสวนผลไม้และพื้นที่เกษตรรอบเขายายดา โดยมี <strong>ผลผลิตทางการเกษตรรวมกว่า </strong><strong>79</strong><strong> ล้านกิโลกรัมต่อปี​ พร้อมต่อยอดสู่การแปรรูปสินค้า วิสาหกิจชุมชน และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร</strong> สะท้อนการ​เพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน และผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นในทุกมิติรอบด้าน ที่ต่อยอด​​ความสำเร็จจากการบิหารจัดการน้ำในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43886 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4.06-SCGC-สานพลังชุมชน-และสสน.-เปิดมุมมองการสร้าง-ภูมิคุ้มกันน้ำ-ระดับชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขับเคลื่อนโมเดล &#8216;2 สร้าง 2 เก็บ&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ และคณะกรรมการสังคมและสิทธิมนุษยชน บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) กล่าวว่า น้ำเป็นทรัพยากรที่มีค่าและมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเราทุกคน ที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์น้ำในหลายรูปแบบ ทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม เมื่อเกิดเหตุจึงค่อยหาทางแก้ไขเป็นวาระ ๆ ไป แต่ การจัดการวิกฤตการณ์ด้านน้ำอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างภูมิคุ้มกันน้ำระดับชุมชน โดยหัวใจสำคัญคือ การสร้างให้ชุมชน ในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และคาดการณ์ถึงปัญหาก่อนที่จะเกิดปัญหา</p>
<p>การขับเคลื่อน <strong>‘โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา’</strong> จึงนับเป็นการ<strong>สร้างพื้นที่ต้นแบบที่สามารถต่อยอดและขยายผลองค์ความรู้ ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่น ๆ</strong> <strong>ที่เผชิญวิกฤตด้านน้ำ</strong> เพื่อ<strong>ให้ชุมชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง</strong> พร้อมเสริมสร้าง <strong>‘ภูมิคุ้มกัน’</strong> ให้สามารถวางแผน รับมือ และปรับตัวต่อความเสี่ยง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและสภาพอากาศสุดขั้วทวีความรุนแรงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4.07-นางสาวน้ำทิพย์-สำเภาประเสริฐ-ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์-และคณะกรรมการสังคมและสิ.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดา<strong> </strong><strong>เน้นการ​สร้างภูมิคุ้มกันน้ำในระดับชุมชน โดยหัวใจสำคัญคือ การสร้างให้ชุมชนในพื้นที่สามารถพึ่งพาตนเองได้</strong> และคาดการณ์​​ก่อนที่ปัญหาจะเกิด ซึ่ง SCGC ได้ถอดบทเรียนร่วมกับชุมชน และภาคีเครือข่าย  เกิดเป็นโมเดล <strong>‘2 </strong><strong>สร้าง </strong><strong>2 </strong><strong>เก็บ’</strong> เพื่อใช้เป็นองค์ความรู้และแนวทาง​ขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้ ประกอบด้วย <strong>สร้างคน</strong> เพื่อให้คนในชุมชนมีความรู้และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งสร้างแนวร่วมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นได้แบบรุ่นสู่รุ่น <strong>สร้างกติกา</strong> ผ่านการสร้างข้อตกลงในการใช้น้ำร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างต่อเนื่องทั้งในเวลาปกติ หรือในช่วงเกิดวิกฤต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43876 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2.1-การประชุมของชุมชน-สร้างภูมิคุ้มกัน.jpg" alt="" width="1200" height="692" /></p>
<p>ส่วน 2 เก็บ เริ่มจาก <strong>เก็บน้ำ</strong><strong> </strong>การพัฒนาระบบให้สามารถ​จัดเก็บน้ำต้นทุนได้เพิ่มมากขึ้นเพื่อให้มีทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืน รวมทั้งสามารถกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือ <strong>เก็บข้อมูล</strong> เพื่อให้รู้ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ และปริมาณความต้องการใช้น้ำ เพื่อนำไปประเมินและวางแผนการบริหารจัดการอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันรวมทั้งคาดการณ์ปัญหาในอนาคตได้ โดยข้อมูลที่ได้จากแต่ละพื้นที่ยังสามารถต่อยอดไปสู่ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย</p>
<p><em>“</em><em>การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพต้องทำงานกันเป็นทีม ไม่ใช่เรื่องของชุมชนใดชุมชนหนึ่ง การวางระบบการจัดการน้ำให้เกิดการเชื่อมโยงเชื่อมต่อในระดับบ้าน ชุมชน ตำบล และเมือง จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องในการสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญ โดยทาง สสน. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ ได้เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาและวางระบบทางน้ำเพื่อเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำตลอดทั้งสายจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการทำให้ชุมชนมีน้ำใช้ แต่คือการสร้างศักยภาพให้ชุมชนสามารถ รู้สถานการณ์ วางแผน และบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง พร้อมพัฒนาผู้นำชุมชนให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้ไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต”</em><em> </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43889 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/4.02-SCGC-สานพลังชุมชน-และสสน.-เปิดมุมมองการสร้าง-ภูมิคุ้มกันน้ำ-ระดับชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยายผลสร้าง &#8216;​ภูมิคุ้มกันน้ำ&#8217; อย่างบูรณาการ  </strong></p>
<p>เป้าหมายการพัฒนา​​​โครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเขายายดาให้กลายเป็น <strong>‘</strong><strong>พื้นที่ต้นแบบ’</strong> เพื่อสามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ  เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อสามารถ​นำร่องการสร้าง<strong> ‘</strong><strong>ภูมิคุ้มกัน’</strong> ให้กับ​พื้นที่เกษตรชุมชนบ้านหัวทุ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบที่อยู่ปลายน้ำของ จ.ระยอง รวมทั้งการพัฒนาทั้งองค์ความรู้ และเครื่องมือในการช่วยเก็บข้อมูล และวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ต่อยอดการบริหารจัดการได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ</strong> ผู้อำนวยการ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเผชิญสถานการณ์น้ำที่ผันผวนมากขึ้น ทั้งภาวะน้ำมากเกินไปและน้ำน้อยเกินไปจนเกิดภัยแล้ง<strong> </strong><strong>การบริหารจัดการน้ำจึงต้องเปลี่ยนจาก การรอแก้ปัญหาเมื่อเกิดภัย (</strong><strong>Reactive) </strong><strong>ไปสู่การเตรียมพร้อมและวางแผนล่วงหน้า (</strong><strong>Proactive)</strong> โดยมี 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลที่ครบถ้วนและทันสถานการณ์ การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ และการสร้างคนที่สามารถเข้าใจและใช้ข้อมูลได้จริง ซึ่งสิ่งสำคัญคือ การเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นตามบริบทในแต่ละพื้นที่อย่างถ่องแท้ เพื่อสามารถนำองค์ความรู้ และเครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ไปช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43887 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2.8-การบริหารจัดการน้ำที่บ้านหัวทุ่ง.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>“</em><em>สสน. เชื่อมโยงข้อมูลจาก </em><em>56</em><em> หน่วยงาน จาก </em><em>13</em><em> กระทรวง และ </em><em>1</em><em> องค์กรอิสระ ​เพื่อ​พัฒนาระบบคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติและแพลตฟอร์มไทยวอเตอร์ (</em><em>ThaiWater) </em><em>รวมถึงพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลน้ำระดับจังหวัดครบทั้ง </em><em>76</em><em> จังหวัด เพื่อสนับสนุนให้แต่ละจังหวัดนำข้อมูลไปใช้ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ และวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ โดยหัวใจสำคัญคือ การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริง ตั้งแต่การรู้ต้นทุนน้ำและความต้องการใช้น้ำ การจัดทำผังน้ำชุมชน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถวางแผนและบริหารจัดการน้ำของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดวิกฤต ไปสู่การสร้างภูมิคุ้มกันและความพร้อมรับมือในระยะยาว สะท้อนความสำเร็จจากความร่วมมือในการทำด้วยกัน และทำให้ทุกคนสามารถชนะไปด้วยกันได้ในที่สุด”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43884 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/2.10-การทำผังน้ำ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กำนันวันดี อินทรพรม</strong> ตัวแทนชุมชนบริหารจัดการน้ำบ้านมาบจันทร์ จังหวัดระยอง กล่าวว่า​ หลังจากชุมชนร่วมกันฟื้นฟูป่าต้นน้ำ สร้างฝาย ทำผังน้ำ เก็บข้อมูล และกำหนดกติกาการใช้น้ำร่วมกัน ตามโมเดล 2 สร้าง 2 เก็บ ทำให้ปัจจุบันชุมชนมีทั้งความรู้ มีข้อมูล มีกติกา และความร่วมมือในการสร้างภูมิคุ้มกันน้ำภายในชุมชน ซึ่งไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาภายในชุมชนเท่านั้น แต่ยังต่อยอดให้บ้านมาบจันทร์กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อสามารถเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้​ด้านการบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน ให้แก่เยาวชน ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ ​รวมทั้ง​ชุมชนอื่นๆ นำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้ต่อไป​</p>
<p><em>“</em><em>หลังจากมีน้ำ ทำให้ชุมชนสามารถต่อยอดการพัฒนามาสู่มิติอื่นๆ ได้มากขึ้น ทั้งการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนที่หลากหลาย จากการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สร้างทั้งอัตลักษณ์และรายได้ให้ชุมชนได้มากขึ้น รวมทั้งการมีทักษะในการพัฒนาต่อยอด​​การสร้างตลาดผ่านออนไลน์ โดยเฉพาะการช่วยดึงดูดให้กลุ่มเยาวนและคนรุ่นใหม่ ​สามารถอยู่ในพื้นที่เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพัฒนาท้องถิ่น และสานต่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง”</em><em> </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43891 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/3.2-สวนเกษตร.jpg" alt="" width="466" height="700" /></p>
<p>ด้าน​ <strong>คุณบุญเลิศ อนันตภูมิ</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแกลง จ.ระยอง ตัวแทนชุมชนบ้านหัวทุ่ง กล่าวว่า บ้านหัวทุ่ง ได้ต่อยอดองค์ความรู้การบริหารจัดการน้ำตามโมเดล<strong> ‘2 สร้าง 2 เก็บ’</strong> มาปรับใช้ โดยมี SCGC สสน. และชุมชนบ้านมาบจันทร์ ​ร่วม​เป็นพี่เลี้ยง ​​ ซึ่งจากเดิม​บ้านหัวทุ่งเคยทำนาได้เพียงปีละ 1 ครั้ง เพราะปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากต้องพึ่งพาน้ำฝน จากธรรมชาติเป็นหลัก แต่จากการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ รวมทั้งการที่ SCGC เข้าไปช่วยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ด้านน้ำในพื้นที่ ผ่านการซ่อมบำรุงฝายและทำนบ ขุดลอกแก้มลิง รวมถึงจัดทำผังน้ำและเก็บข้อมูลเพื่อวางแผนการใช้น้ำ ร่วมกัน ทำให้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บและกระจายน้ำได้ดีขึ้น</p>
<p><em>“</em><em>ปัจจุบันเกษตรกรบ้านหัวทุ่งมีปริมาณน้ำ​มากเพียงพอ สำหรับการวางแผนเพาะปลูกในพื้นที่​​​ โดยเป็นการทำนาปรังประมาณ </em><em>60</em><em> ไร่ และ​พื้นที่การเกษตรอื่น ๆ ​อีกราว </em><em>300</em><em> ไร่ ​​มีผู้ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำกว่า </em><em>90</em><em> ครัวเรือน รวมทั้งเกษตรกร​ยังสร้างตลาด​เอง จากการ​เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ได้โดยตรง ​​ไม่ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้​​และคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยขณะนี้กำลังต่อยอดจากการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนไปสู่การสร้างระบบในระดับตำบล ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลน้ำในพื้นที่ พัฒนาแผนน้ำตำบล </em><em>3</em><em> ปี และสร้างเครือข่ายคณะกรรมการน้ำตำบลแกลง เพื่อให้ชุมชนมีทั้งข้อมูล คน และกลไกในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสามารถนำข้อมูลและแผนงานไปต่อยอดในอนาคต” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43885 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/3.4-ทุ่งนา-ชุมชนบ้านหัวทุ่ง.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งหมดนี้ สะท้อนความสำเร็จแนวทางการสร้าง <strong>‘</strong><strong>ภูมิคุ้มกันน้ำ’</strong> ภายใต้ความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่าง SCGC ชุมชน หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อสามารถวางแผน รับมือ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ <strong>โดยไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงการมีน้ำเพียงพอ แต่คือการสร้าง คน ความรู้ ข้อมูล และระบบบริหารจัดการ เพื่อให้ชุมชนสามารถวางแผนและจัดการทรัพยากรน้ำได้ด้วยตนเอง</strong> และพร้อมส่งต่อองค์ความรู้จากชุมชนสู่ชุมชน สร้างเยาวชนรุ่นใหม่ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ ควบคู่กับการฟื้นฟูธรรมชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/09/scgc-build-water-resilience-to-communities/">SCGC ผนึกภาคีเครือข่ายสร้าง &#8216;ภูมิคุ้มกันน้ำ&#8217; ระดับชุมชน ต่อยอดโมเดล &#8216;2 สร้าง 2 เก็บ&#8217; ขยายผลต้นแบบการจัดการน้ำยั่งยืนทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
