<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>BRANDi &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/brandi/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Jun 2026 06:36:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>BRANDi &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>BiOST- แบรนดิ พัฒนา​ Global Sustainomy Index (GSi) เสนอกรอบ GDP+ วัดคุณภาพการเติบโต พลิกคำถามเศรษฐกิจจาก &#8216;โตเท่าไหร่&#8217; สู่ &#8216;โตดีแค่ไหน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/biost-brandi-launch-global-sustainomy-index/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Jun 2026 06:36:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond GDP]]></category>
		<category><![CDATA[BiOST]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Economic Growth]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE OF GROWTH]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainomy Index]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainomy Outlook]]></category>
		<category><![CDATA[GSi]]></category>
		<category><![CDATA[GSO]]></category>
		<category><![CDATA[Institute of Systematic Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[​​Quality of Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Thought Power]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42758</guid>

					<description><![CDATA[<p>BiOST, Institute of Systematic Transformation ร่วมกับ BRANDi and Companies จัดงาน Global Sustainomy Outlook #1 ภายใต้แนวคิด &#8216;Beyond GDP : ก้าวข้ามขีดจำกัดการเติบโต สู่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพแห่งอนาคต&#8216; เปิดตัว Global Sustainomy Index หรือ GSi ตัวชี้วัดที่มุ่งสะท้อน &#8216;คุณภาพของการเติบโต&#8217; ควบคู่ไปกับขนาดทางเศรษฐกิจ เพื่อชวนภาคส่วนต่างๆ ตั้งคำถามใหม่ต่ออนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจว่า ประเทศไม่ได้เพียงเติบโตขึ้น แต่กำลังเติบโตอย่างมีคุณภาพและพร้อมสำหรับอนาคตหรือไม่ คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี Chief Sustainomist, BiOST และ CEO, BRANDi and Companies กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา GDP เป็นตัวชี้วัดหลักที่ทั่วโลกใช้ประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและขนาดของเศรษฐกิจประเทศ แต่ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยความผันผวน ความเสี่ยงเชิงระบบ ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การพิจารณาเพียงตัวเลขการเติบโตเชิงปริมาณอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หัวใจสำคัญของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/biost-brandi-launch-global-sustainomy-index/">BiOST- แบรนดิ พัฒนา​ Global Sustainomy Index (GSi) เสนอกรอบ GDP+ วัดคุณภาพการเติบโต พลิกคำถามเศรษฐกิจจาก &#8216;โตเท่าไหร่&#8217; สู่ &#8216;โตดีแค่ไหน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>BiOST, Institute of Systematic Transformation ร่วมกับ BRANDi and Companies จัดงาน <strong>Global Sustainomy Outlook #1</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;Beyond GDP : ก้าวข้ามขีดจำกัดการเติบโต สู่ตัวชี้วัดเศรษฐกิจคุณภาพแห่งอนาคต</strong>&#8216; เปิดตัว Global Sustainomy Index หรือ GSi <strong>ตัวชี้วัดที่มุ่งสะท้อน &#8216;คุณภาพของการเติบโต&#8217;</strong> ควบคู่ไปกับขนาดทางเศรษฐกิจ เพื่อชวนภาคส่วนต่างๆ ตั้งคำถามใหม่ต่ออนาคตการพัฒนาเศรษฐกิจว่า ประเทศไม่ได้เพียงเติบโตขึ้น แต่กำลังเติบโตอย่างมีคุณภาพและพร้อมสำหรับอนาคตหรือไม่</p>
<p><span id="more-42758"></span></p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี</strong> Chief Sustainomist, BiOST และ CEO, BRANDi and Companies กล่าวว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา GDP เป็นตัวชี้วัดหลักที่ทั่วโลกใช้ประเมินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและขนาดของเศรษฐกิจประเทศ แต่ปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยความผันผวน ความเสี่ยงเชิงระบบ ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เทคโนโลยี และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การพิจารณาเพียงตัวเลขการเติบโตเชิงปริมาณอาจไม่เพียงพออีกต่อไป</p>
<p>หัวใจสำคัญของ Sustainomy คือ การก้าวข้ามวิธีคิดแบบเดิมที่มองว่าเศรษฐกิจและความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตไม่ควรถูกแยกออกจากคุณภาพของสังคม ความสามารถของสถาบัน ความพร้อมของประเทศต่อการเปลี่ยนผ่าน และความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงระยะยาว หากแต่ต้องถูกออกแบบให้เป็นระบบเดียวกัน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42760 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/GSO-380-of-2341-re.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>GDP </strong><strong>ยังจำเป็น แต่ </strong><strong>GDP </strong><strong>อย่างเดียวไม่พอ</strong></p>
<p>ทั้งนี้ GDP อาจเป็นเครื่องมือในการวัด Size of Economy และยังคงมีความสำคัญ​ในฐานะตัวชี้วัดขนาดของเศรษฐกิจได้ แต่ไม่ได้ตอบโจทย์  Quality of Economy หรือไม่สามารถตอบได้ว่าเศรษฐกิจนั้นมีคุณภาพเพียงใดได้ตรงจุดมากนัก</p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ</strong> ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ​แม้ GDP จะบอกได้ว่าเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า การเติบโตนั้นเกิดจากแหล่งใด ใครได้รับประโยชน์จากการเติบโต สถาบันของประเทศสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือไม่ ​การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่นั้น เป็นธรรมและเข้าถึงได้เพียงใด รวมถึงประเทศมีความสามารถในการรับมือกับวิกฤตและความไม่แน่นอนในอนาคตมากน้อยแค่ไหน</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ GSi จึงถูกพัฒนาขึ้นเป็น <strong>GDP+</strong> ที่ไม่ได้มุ่งแทนที่ GDP แต่ต่อยอดจาก GDP ด้วยการประเมินคุณภาพของระบบเศรษฐกิจอย่างรอบด้านมากขึ้น โดยผสาน <strong>Nominal GDP</strong>​ เข้ากับ ​<strong>5 Pillars Score</strong>​ เพื่อสะท้อนมิติสำคัญของการเติบโตที่มีคุณภาพ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42762 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/GSO-651-of-2341.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>เครื่องมือวัดคุณภาพการเติบโตผ่าน </strong><strong>5</strong><strong> เสาหลักของ </strong><strong>GSi</strong></p>
<p>GSi ประเมินศักยภาพของประเทศผ่าน 5 เสาหลัก ครอบคลุมทั้งมิติโครงสร้างเศรษฐกิจ (<strong>Structural Capacity)</strong> ทั้ง​การกระจายโอกาส และความสามารถของสถาบัน รวมทั้งความพร้อมในการเปลี่ยนผ่าน <strong>(Transition Capacity)</strong> ไปจนถึง​ความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงในระยะยาว (<strong>Adaptability Capacity)</strong> ได้แก่</p>
<p><strong>1. Source of Growth (Diversified Growth) : โตจากอะไร</strong></p>
<p>ประเมินว่าเศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากแหล่งใด และแหล่งเติบโตนั้นมีคุณภาพเพียงใด โดยให้ความสำคัญกับผลิตภาพ นวัตกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่ม ความหลากหลายของโครงสร้างเศรษฐกิจ และความสามารถที่ประเทศเป็นเจ้าของเอง แทนการพึ่งพาเศรษฐกิจมูลค่าต่ำหรือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มข้นเพียงอย่างเดียว</p>
<p><strong>2. Inclusion &amp; Social Mobility (Inclusive Growth) : ใครได้ประโยชน์</strong></p>
<p>ประเมินว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโต ผลประโยชน์จากการเติบโตกระจายไปถึงใครบ้าง ครอบคลุมทั้งการเข้าถึงบริการพื้นฐาน ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และความมั่งคั่ง โอกาสของผู้ประกอบการและแรงงาน ตลอดจนความสามารถของประชาชนในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม</p>
<p><strong>3. Institutional Capacity &amp; Mechanisms (Systematic Growth) : สถาบันขับเคลื่อนได้ดีแค่ไหน </strong></p>
<p>ประเมินขีดความสามารถของสถาบัน กลไกภาครัฐ นโยบาย กฎระเบียบ และระบบการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีเสถียรภาพ และเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของยุคสมัย หรือ Fit-for-purpose Regulation</p>
<p><strong>4. Equitable Transition Readiness (Responsible Growth) : เปลี่ยนผ่านอย่างไร โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง </strong></p>
<p>ประเมินความพร้อมของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นธรรม ทั้งด้านพลังงานสะอาด เศรษฐกิจสีเขียว การพัฒนาทักษะแรงงาน และการออกแบบกลไกที่ทำให้ต้นทุนและผลประโยชน์ของการเปลี่ยนผ่านไม่ตกอยู่กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป</p>
<p><strong>5. Long-term Resilience &amp; Shock Readiness (Resilient Growth) : เราอยู่รอดและกลับมาเติบโตได้ไหม </strong></p>
<p>ประเมินความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างและความพร้อมของระบบในการรองรับวิกฤต ความผันผวน และแรงกระแทกจากภายนอก รวมถึงความสามารถในการปรับตัว ฟื้นตัว และเรียนรู้หลังเผชิญวิกฤต เพื่อให้ประเทศสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว</p>
<p>แม้ GSi ที่เปิดตัวในครั้งนี้ยังอยู่ใน Beta Version แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการวัดคุณภาพการเติบโตให้ถูกทิศมากขึ้น โดยไม่ได้มุ่งการ ​Ranking​ ว่าประเทศใดดีกว่าหรือแย่กว่า แต่เป็นการ Benchmarking​ หรือการใช้ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบ เรียนรู้ และระบุช่องว่างการพัฒนาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละประเทศ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42763 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/GSO-927-of-2341.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ผลประเมิน </strong><strong>GSi </strong><strong>ระดับโลก ภูมิภาค และประเทศไทย</strong></p>
<p><strong>จากการประเมิน GSi ระดับโลก</strong> พบว่า ค่าเฉลี่ยคุณภาพของระบบการเติบโตของโลกอยู่ที่ 53 คะแนนจาก 100 คะแนน ขณะที่ World Nominal GDP ปี 2025 อยู่ที่ประมาณ 118.18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะมีขนาดใหญ่มาก แต่คุณภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวมยังอยู่เพียงประมาณครึ่งทาง</p>
<p>โดยเฉพาะมิติ Equitable Transition Readiness ซึ่งเป็นคะแนนที่ต่ำที่สุดของโลกที่ 47 คะแนน ชี้ให้เห็นว่า<em><strong>โลกยังไม่พร้อมเพียงพอในการทำให้การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม เข้าถึงได้ และไม่ผลักภาระไปยังประชาชนหรือผู้ประกอบการปลายทางมากเกินไป</strong></em></p>
<p>นอกจากนั้น ผลการประเมินระดับโลกยังบ่งบอกว่า <strong>โลกกำลังเผชิญโจทย์การเติบโตที่ให้ความสำคัญกับ ความเร็วของการขยายตัว มากกว่าความแข็งแกร่งของระบบรองรับการเติบโตในระยะยาว</strong></p>
<p><strong>สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong> มีค่าเฉลี่ย GSi อยู่ที่ 52 คะแนน ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยโลก สื่อให้เห็นว่าภูมิภาคนี้มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ยังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ ความพร้อมในการเปลี่ยนผ่าน และความแข็งแกร่งของกลไกเชิงสถาบันในหลายประเทศ</p>
<p><strong>สำหรับประเทศไทย</strong> ผลการประเมิน GSi ปี 2025 อยู่ที่ 58 คะแนน จาก 100 คะแนน และถูกจัดอยู่ในกลุ่ม<strong> Structurally Constrained Developers</strong> หรือประเทศที่มีการเติบโต แต่ยังติดข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ผลลัพธ์นี้สะท้อนว่า ประเทศไทยมีฐานการเติบโตและศักยภาพในหลายมิติ แต่ยังต้องเร่งยกระดับโครงสร้างสำคัญเพื่อให้สามารถขยับสู่การเป็นประเทศที่มีระบบรองรับการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตในอนาคตได้อย่างแท้จริง</p>
<p><strong><em>&#8220;ประเทศไทยต้องเปลี่ยนจาก High Income Country สู่ High Quality Country ทั้งในด้านผลิตภาพ ความเป็นธรรม ความน่าเชื่อถือของสถาบัน ความพร้อมในการเปลี่ยนผ่าน และความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยง&#8221;  </em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42761 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/GSO-1464-of-2341.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>GSi </strong><strong>ในฐานะ </strong><strong>Thought Product </strong><strong>จากไทยสู่เวทีโลก</strong></p>
<p>ขณะที่ประเทศต่างๆ กำลังมองหาจุดยืนใหม่ท่ามกลางความผันผวนและการแข่งขันเชิงระบบ GSi อาจเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้น และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมมองเห็นศักยภาพ ความเสี่ยง และโอกาสในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น</p>
<p><em>“<strong>GDP บอกเราได้ว่าเศรษฐกิจเติบโตมากแค่ไหน แต่ GSi ตั้งคำถามที่สำคัญยิ่งกว่า คือเศรษฐกิจนั้นเติบโตอย่างมีคุณภาพเพียงใด</strong> อนาคตจะไม่ได้เป็นของประเทศที่เติบโตเร็วที่สุด แต่จะเป็นของประเทศที่สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่แข็งแกร่ง ครอบคลุม และยืดหยุ่นต่อความเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด”</em> คุณปิยะชาติ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/biost-brandi-launch-global-sustainomy-index/">BiOST- แบรนดิ พัฒนา​ Global Sustainomy Index (GSi) เสนอกรอบ GDP+ วัดคุณภาพการเติบโต พลิกคำถามเศรษฐกิจจาก &#8216;โตเท่าไหร่&#8217; สู่ &#8216;โตดีแค่ไหน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 10 Jul 2025 10:42:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESGNIVERSE 2025]]></category>
		<category><![CDATA[From Reports to REAL IMPACT]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Real – World of Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SD Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Waht's Next]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;From Reports to REAL IMPACT&#8217; โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ   อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด (BRANDi &#38; Companies)  โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;What is Next for the Sustainable Growth&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย คุณอาร์ม มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเดิมเวทีงานสัมมนา <b>ESGNIVERSE 2025: Real – World of Sustainability</b> ภายใต้คอนเซปต์ &#8216;<b>From Reports to REAL IMPACT&#8217;</b> โดย Brand Buffet ร่วมกับ SD Thailand  ด้วยแนวคิดการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจ จาก <strong>คุณอาร์ม &#8211;  ปิยะชาติ </strong> <b> อิศรภักดี </b>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด <strong>(BRANDi &amp; Companies) </strong></p>
<p><span id="more-34620"></span></p>
<p>โดยได้มาร่วมแชร์มุมมองผ่านหัวข้อ &#8216;<strong>What is Next for the Sustainable Growth</strong>&#8216;  เพื่อสะท้อนแนวคิด​การขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน​​ในระบบ​เศรษฐกิจ ที่ไม่เพียงสร้าง Profit แต่ต้องสามารถผนวก People และ Planet ให้สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ด้วย</p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> มองปัญหาที่ผ่านมา เหมือนการตั้งสมการที่ผิด เพราะการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา ตั้งแต่ช่วงปี 1800 -2000 เป็นต้นมา มุ่งโฟกัสเพียงการสร้าง<strong> กำไร</strong>  (Profit) ให้ได้มากที่สุด โดยไม่ได้คำนึงถึง <strong>คน</strong> (People) และ <strong>สิ่งแวดล้อม</strong> ( Planet)​ ไว้ในสมการเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2784.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ผลที่ตามมา และเห็นได้ชัดเจนหลังจากปี​ 2000  เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ที่สภาพเศรษฐกิจก็ไม่ได้เติบโตตามที่หวัง ​พร้อมทั้งยังสร้างผลกระทบทั้งต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นห่วงโซ่ตามมาอีกด้วย</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่ช่วย​​ให้ GDP หรือเศรษฐกิจเติบโต แถมยังทำให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตสูงขึ้นกว่าเดิม ศักยภาพหรือ Productivity ของคนทำงานก็ลดลงด้วย โดยปัจจุบันพบว่า คนทำงาน 1 คน สร้างการเติบโตให้ GDP ในช่วง 10 ปีนี้ น้อยลงกว่าเดิม 1.5% ขณะที่รายได้หรือเงินเดือนต่อคนลดลง 0.8% ซึ่งส่วนต่าง 0.7% เป็นภาคเอกชนที่ต้องแบกรับไว้ เพราะไม่สามารถปรับลดค่าจ้างตาม Productivity ที่ลดลงได้ รวมทั้งค่าครองชีพ และเงินเฟ้อก็สูงขึ้น ส่งผลให้เงินในกระเป๋าทุกคนน้อยลง กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่หลายธุรกิจไม่สามารถอยู่รอดและไปต่อได้ จึง​อยู่ในสถานการณ์ ตายแล้ว ตายอยู่ ตายต่อ เนื่องจากไม่สามารถ​แบกรับสถานการณ์เช่นนี้ได้ไหว&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2848.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างบาลานซ์ Economy + Sustainability </strong></p>
<p>อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบที่ผ่านมา คือ เกิดภาวะ &#8216;<strong>รวยกระจุก จนกระจาย&#8217;</strong> เพราะเมื่อสโคปภาพการเติบโตของ GDP ในช่วง 4-5 ปีย้อนหลัง จะเห็นว่า เศรษฐกิจที่เติบโตทุกวันนี้มาจากคนเพียง 25% จากเดิมที่มีบทบาทมากเกือบครึ่งที่ 45%</p>
<p>ขณะที่ตอนนี้การเติบโตส่วนใหญ่ถึงกว่า 40% มาจากกลุ่มเทคโนโลยีที่เรียกว่า <strong>Total Factor Productivity</strong> หรือ​เทคโนโลยีที่มีบทบาทในการช่วยผลักดันการเติบโต โดยเฉพาะ AI ที่สามารถสร้างให้ธุรกิจเกิดความแตกต่าง จึงช่วยเพิ่ม Productivity และแนวโน้มจะเกิดช่องว่างระหว่างคนและเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_2864.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><em>เมื่อคนเริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่ของการผลิตน้อยลง ก็จะเป็นเหตุผลให้เกิดการลดการจ้างแรงงานคน​ กระทบต่อ​รายได้ที่ลดลง แต่รายได้ส่วนใหญ่จะไปกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแทน</em></strong></p>
<p>นอกจากมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจ​น้อยลง ในทางกลับกัน ยังเกิดภาวะการบริโภคมากขึ้น หรือ Overconsumption โดยพบว่าการบริโภครวมของประชากรทั้งโลกกว่า 8 พันล้านคนในปัจจุบัน มีการใช้ทรัพยากรต่างๆ ไปมากกว่าที่มีอยู่ถึง 1.75 เท่า ทำให้โลกของคนในรุ่นถัดไปจะสั้นลง โดยคาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ จะทำให้โลกขาดแคลนน้ำสะอาดใช้ ภายในปี 2030 และกระทบต่อ​ระบบความมั่นคงทางอาหาร ในปี 2050 รวมทั้งสภาพอากาศที่จะแปรปรวนและรุนแรง จนกระทบต่อการใช้ชีวิต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0131.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;โลกล้มเหลวต่อความพยายามลดอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ไปแล้ว จากนี้ทำได้ดีที่สุดคือ การรักษาระดับไว้ที่  Best Case ราว 1.8 องศาเซลเซียส และ Worst Case ต้องไม่เกิน  2.6 องศาเซลเซียส สะท้อนได้ว่า <strong>สิ่งที่โลกเดินมาตลอดนั้นไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง และขาดความสามารถในการพัฒนา New Growth หรือนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโต โดยตลอดกว่า 2 ศตวรรษที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 1820 ถึงปัจจุบัน มูลค่าทางเศรษฐกิจเติบโตเป็นร้อยเท่าจาก 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (USD) เป็น 105 ล้านล้าน USD แต่โตมาจากเม็ดเงินลงทุนที่สูงถึง 307 ล้านล้าน USD เท่ากับว่า เราต้องใส่เงินถึง 3 บาท เพื่อให้มีรายได้ 1 บาท</strong> ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้สินที่ทุกคนต้องแบกรับอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้&#8221; </em></p>
<p><strong>คุณอาร์ม</strong> ชี้ให้เห็นปัญหาเพิ่มเติมว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โลกไม่มีเงิน แต่เงินอยู่ที่ภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐหรือผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถหาวิธีนำเงินเหล่านี้ออกมาใช้ได้ โดยทุกประเทศทั่วโลก เงินของภาคเอกชน หรือ Private Wealth จะมีมูลค่ามากกว่างบประมาณจากภาครัฐหลายเท่าตัว แม้แต่ประเทศไทยเองที่มีสัดส่วนต่างกันเกือบ 4 เท่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34621 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0163.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ดังนั้น วิธีแก้จำเป็นต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้คนที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะภาคเอกชน เข้ามาอยู่ในระบบ​ของการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และ​​ผนวกการขับเคลื่อน Economy ​​โดยภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต เข้ากับเรื่องของ Sustainability ที่ขับเคลื่อนโดยภาครัฐ</p>
<p>เพื่อก้าวข้ามโมเดลการเติบโตเก่าๆ ที่เน้นแต่เศรษฐกิจเติบโต แต่คนและสิ่งแวดล้อมแย่ลง แม้ว่าอาจจะต้องทำให้ช้าลงบ้าง อ้อมไปบ้าง แต่จะเป็นการสร้างการเติบโตที่สามารถพาให้ทั้ง Human Capital และ Nature Capital เติบโตไปพร้อมกันด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ โมเดลที่เชื่อว่าจะเป็นโซลูชัน ในการแก้ปัญหา คือ <strong>Sustainomy</strong> เพื่อเปลี่ยนโมเดลการเติบโตจาก Consume The Future มาเป็น Create The Future โดยเปลี่ยนวิธีคิดจาก Norm. เดิมๆ ที่สะท้อนถึงการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้เอกชนต้องแบกรับต่อไป อาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาแทนการเป็นโซลูชัน</p>
<p>จึงจำเป็นต้องหาโมเดลในการผนึกความร่วมมืออย่างถูกต้อง เพื่อให้ Risk ที่ภาคเอกชนจะต้องเข้าไปสนับสนุนประชาชน​ นอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผลักดันบริษัทให้เติบโต หรือกลุ่มเปราะบางต่างๆ กลายเป็น Opportunity หรือโอกาส​ ​ขณะที่ภาครัฐก็จะมีศักยภาพในการดูแลประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ดีมากขึ้น ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0184.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกการเปลี่ยนผ่าน จำเป็นต้องอาศัยทุน หรือ Capital โดยเฉพาะการ​​ช่วยให้ภาคเอกชนแข็งแรงมากขึ้น ผ่านการขับเคลื่อน 3 ระดับ ทั้ง  <strong>Macro</strong> ผ่านการปรับปรุงเงื่อนไข หรือกฏระเบียบต่างๆ ให้สอดคล้องการก้าวสู่ New Economy ​เพื่อนำเงินสำหรับการพัฒนามาใช้ให้เกิดการพัฒนาได้จริง, ระดับ <strong>Market</strong> ด้วยการหาตลาด หรือ Matching ​เพื่อช่วยให้ธุรกิจ​เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย และมีต้นทุนต่ำ พร้อมสร้างกำไรแบบพรีเมียม เพิ่ม​ความแข็งแรงในระบบนิเวศธุรกิจ ​รวมทั้งระดับ <strong>Micro </strong>ต้องมุ่งเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้พร้อมรับต่อทุกความเสี่ยงในอนาคต โดยที่​ยังรักษาความสามารถในการส่งมอบสินค้าและบริการ หรือ Capacity Building โดยเฉพาะปัจจุบันทุกธุรกิจต้องเผชิญกับโจทย์ที่ยากและท้าทายอยู่ตลอดเวลา จึงต้องสามารถหาท่าใหม่ๆ มาใช้ในการทำธุรกิจเพื่อยังคงสามารถรอดและเติบโตต่อไปได้ ซึ่งการจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนที่แท้จริงนั้น ต้องสามารถช่วยแก้ปัญหาของวันนี้ได้ โดยไม่เพิ่มปัญหาให้วันพรุ่งนี้ และสร้างให้เกิดเป็นต้นทุนที่ดีสำหรับวันต่อไป&#8221;</em> คุณอาร์ม กล่าวสรุปส่งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/B_0211.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/brandi-next-sustainable-growth/">แบรนดิ ฉายภาพ &#8216;Next Sustainable Growth&#8217; เมื่อ เศรษฐกิจ​ คน​ และ สิ่งแวดล้อม ต้องอยู่ในสมการเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ ชวนเตรียมพร้อมรับมือทุกอนาคต ผ่าน &#8216;FUTUREADY&#8217; แชร์แนวคิดเวทีโลกสู่บริบทไทย เพิ่มศักยภาพประเทศด้วย 3 ทุนสำคัญ &#8216;เศรษฐกิจ &#8211; ดิน- คน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/brandi-futuready-dinner-thought/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 May 2025 13:34:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[Deep Thought]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREADY]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREADY Dinner Thought]]></category>
		<category><![CDATA[Global Future Councils]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Capital]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[คิดคม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สันติธาร เสถียรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พร้อมสำหรับทุกอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล]]></category>
		<category><![CDATA[รู้กว้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอนาคตโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรฟื้นฟู]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33664</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย ระบบเศรษฐกิจที่เคยเติบโตจากการขยายตัวของภาคการผลิตและตลาดแบบเส้นตรงต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากปัจจัยภายนอกที่ทวีคูณเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความเหลื่อมล้ำทางสังคม ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ การคาดการณ์อนาคตจึงไม่อาจยึดโยงกับเศรษฐกิจแบบเดิมได้อีกต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความไม่แน่นอนและความท้าทายในปัจจุบัน บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด มุ่งเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้  จัดงาน FUTUREADY Dinner Thought  รวมผู้บริหารระดับประเทศจากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศไทย ​ พร้อม​ 3 ตัวแทนของประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกในสภาอนาคตโลก Global Future Councils แห่ง World Economic Forum (WEF) ร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกจากเวทีโลก สู่บทสนทนาเชิงกลยุทธ์เพื่อต่อยอดให้เข้ากับบริบทประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการ​ผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า ภายใต้แนวคิด  Triple Capital สะท้อนความสัมพันธ์ของ 3 ทุนหลัก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน และสามารถรับมือกับทุกความท้าทาย และไม่แน่นอนในอนาคต ผ่านการแชร์แนวคิด ถอดบทเรียน และตีความจากความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน ​​ ประกอบด้วย 1. คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี  กับแนวคิดการพัฒนาในมิติ &#8216;เศรษฐกิจ&#8217; เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เดินหน้าได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/brandi-futuready-dinner-thought/">แบรนดิ ชวนเตรียมพร้อมรับมือทุกอนาคต ผ่าน &#8216;FUTUREADY&#8217; แชร์แนวคิดเวทีโลกสู่บริบทไทย เพิ่มศักยภาพประเทศด้วย 3 ทุนสำคัญ &#8216;เศรษฐกิจ &#8211; ดิน- คน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่เคย ระบบเศรษฐกิจที่เคยเติบโตจากการขยายตัวของภาคการผลิตและตลาดแบบเส้นตรงต้องเผชิญกับข้อจำกัดจากปัจจัยภายนอกที่ทวีคูณเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความเหลื่อมล้ำทางสังคม ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ</p>
<p><span id="more-33664"></span><br />
การคาดการณ์อนาคตจึงไม่อาจยึดโยงกับเศรษฐกิจแบบเดิมได้อีกต่อไป เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความไม่แน่นอนและความท้าทายในปัจจุบัน</p>
<p><strong> บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</strong> มุ่งเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรับมือกับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้  จัดงาน <strong>FUTUREADY Dinner Thought</strong>  รวมผู้บริหารระดับประเทศจากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทหน้าที่ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศไทย ​ พร้อม​ 3 ตัวแทนของประเทศไทย ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกในสภาอนาคตโลก Global Future Councils แห่ง World Economic Forum (WEF) ร่วมแบ่งปันมุมมองเชิงลึกจากเวทีโลก สู่บทสนทนาเชิงกลยุทธ์เพื่อต่อยอดให้เข้ากับบริบทประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการ​ผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33666 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Triple-Capitals.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ภายใต้แนวคิด  <strong>Triple Capita</strong>l สะท้อนความสัมพันธ์ของ 3 ทุนหลัก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน และสามารถรับมือกับทุกความท้าทาย และไม่แน่นอนในอนาคต ผ่านการแชร์แนวคิด ถอดบทเรียน และตีความจากความเชี่ยวชาญของแต่ละท่าน ​​ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี</strong>  กับแนวคิดการพัฒนาในมิติ &#8216;เศรษฐกิจ&#8217; เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจใหม่ที่เดินหน้าได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง</p>
<p><strong>2. ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> การถ่ายทอดในมิติ &#8216;ทรัพยากรดิน&#8217;  ผ่านบทวิเคราะห์ดินในฐานะทุนสิ่งแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงความมั่นคงระยะยาว</p>
<p><strong>3. ดร.สันติธาร เสถียรไทย</strong> ฉายภาพการพัฒนา &#8216;ทรัพยากรคน&#8217; แนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมรับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุด</p>
<p><strong>Triple Capital : ความสัมพันธ์​ 3 ทุนหลัก &#8216;เศรษฐกิจ  &#8211; ดิน -คน&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี </strong> เล่าถึงวิวัฒนาการของเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการแบ่งช่วงการพัฒนาออกเป็น 4 ยุคสำคัญ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33667 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/K-ARM-Futready1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>1. Industrial Revolution </strong>: จุดเริ่มของการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติเชื่อมโยงคนกับสินค้า และก่อให้เกิดสังคมบริโภคนิยม</p>
<p><strong>2. Information Revolution </strong>: ยุคที่คนเชื่อมต่อกับข้อมูลข่าวสารผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เป็นจุดเร่งของการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยี</p>
<p><strong>3. Interconnected Revolution </strong>: โลกปัจจุบันที่ผู้คนเชื่อมต่อกันผ่านโซเชียลแพลตฟอร์ม เกิดความหลากหลายทางสังคมที่ท้าทายต่อการบริหารจัดการระดับมหภาค</p>
<p><strong>4. Intelligence Revolution </strong>: ยุคที่เรากำลังจะเปลี่ยนผ่านเมื่อ “ความฉลาด” กลายเป็นสิ่งที่ซื้อได้</p>
<p><em>&#8220;เราจำเป็นต้องสร้าง Authentic Intelligence ทำให้คนมีความรู้ในการใช้ AI ให้เป็นไปอย่างมีเป้าหมายและสร้างประโยชน์ในระยะยาว โดยสมการของการเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่จะต้องรวม “People, Planet และ Profit” ไว้อย่างสมดุล&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33669 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/All-Speakers.jpeg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล</strong> กล่าวถึงแนวคิด <strong>เกษตรฟื้นฟู</strong> (Regenerative Agriculture) ซึ่งให้ความสำคัญกับการฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของผืนดิน และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล โดยเน้นว่า<em> <strong>“เราไม่ควรเอาเงินไปสู้ธรรมชาติ แต่ต้องใช้ธรรมชาติไปสู้ธรรมชาติ”</strong></em></p>
<p>พร้อมยกตัวอย่างการบริหารพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ด้วยการขุดดินทำแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยบรรเทาน้ำหลาก แต่ยังสร้างรายได้ควบคู่ ทั้งจากเกษตรกรรมและประมง ทั้งนี้แม้ประเทศไทยมีพื้นที่เกษตรกรรมถึง 47% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่กลับสร้าง GDP เพียง 9% สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการนำ ทุน เข้ามาหนุนเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และยังจำเป็นต้องมี กลไกทางการเงิน (Financial Mechanism) ที่สามารถสร้างแรงจูงใจ (Incentive) ให้กับชุมชนในการร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านนี้อย่างเป็นระบบ</p>
<p><strong>ดร.สันติธาร เสถียรไทย</strong> เน้นย้ำถึงจุดเปลี่ยนของทุนมนุษย์ (Human Capital) ท่ามกลางโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงและแรงงานที่ขาดแคลน โดยระบุว่า จากนี้ไปความได้เปรียบอยู่ที่ใครเข้าถึง AI ได้มากกว่า และมนุษย์ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาท ถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่คนเก่งที่ใช้ AI เป็น ไปจนถึงคนไม่เก่ง และใช้ AI ไม่เป็น ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการ Reskill แรงงานครั้งใหญ่ เพื่อไม่ให้ถูกแทนที่</p>
<p>โดยเน้นทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความชำนาญในการใช้ AI (Proficiency), 2. ความรู้เท่าทันภัย (Immunity), 3. ความคิดเชิงลึก (Depth Knowledge and Thinking) และ 4. ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ทั้งนี้การเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มจาก การออกแบบงานใหม่ และ ปรับวิธีคิด ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันที่กำลังจะเข้าสู่ Intelligence Revolution</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33671 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Event-2-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ทั้งนี้  แบรนดิมุ่งมั่น​เตรียมความพร้อมสำหรับทุกอนาคตให้​ประเทศไทย ​พร้อมพัฒนา​แพลตฟอร์ม​ <strong>FUTUREADY </strong>ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายความคิดและสร้างความพร้อมสู่อนาคตทั้งในด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม</p>
<p>​โดยแพลตฟอร์ม​ <strong>​FUTUREADY </strong>มีให้เข้าถึงข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคต ทั้งเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/FutureadyOfficial/" target="_blank" rel="noopener">Futuready</a> ​ที่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร และประเด็นที่น่าจับตามองในระดับโลกเพื่อให้ผู้อ่านรู้กว้าง (World Wide) ทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลงของโลก และคิดคม (Deep Thought) เข้าใจครบและมองขาด สามารถเปลี่ยนทุกความท้าทายให้เป็นโอกาส</p>
<p>รายการสัมภาษณ์ <a href="https://youtu.be/G21VC-QyVyg?si=lrz-xz2d3kYIbcR1" target="_blank" rel="noopener">FUTUREADY Leader</a> ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด และถอดบทเรียนในการเตรียมความพร้อมในแบบฉบับของตนเอง ซึ่งได้มีการปล่อย EP แนะนำรายการไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา</p>
<p>ท้ายที่สุด เมื่อโลกไม่ได้เป็นเส้นตรง สิ่งที่เราคุ้ยเคยอาจไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์การเติบโตระยะยาว เศรษฐกิจแบบเดิมก็ไม่สามารถโตต่อไปได้ และการจะก้าวข้ามไปสู่เศรษฐกิจใหม่ก็ต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แนวคิด Future-ready จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมและบทสนทนาเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคตได้ที่</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/FutureadyOfficial/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/FutureadyOfficial/</a></p>
<p><a href="https://youtu.be/G21VC-QyVyg?si=q_xflalpLWPvRNPT" target="_blank" rel="noopener">https://youtu.be/G21VC-QyVyg?si=q_xflalpLWPvRNPT</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/brandi-futuready-dinner-thought/">แบรนดิ ชวนเตรียมพร้อมรับมือทุกอนาคต ผ่าน &#8216;FUTUREADY&#8217; แชร์แนวคิดเวทีโลกสู่บริบทไทย เพิ่มศักยภาพประเทศด้วย 3 ทุนสำคัญ &#8216;เศรษฐกิจ &#8211; ดิน- คน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BRANDi แนะ 7 แนวทางเปลี่ยนผ่าน เร่งปรับตัวทั้งระบบ สร้างทางรอด​โลกยุค &#8216;ตื่นตูม แตกแยก ตีบตัน ตกต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/brandi-biost-organized-future-ready-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Feb 2025 12:22:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[4ต]]></category>
		<category><![CDATA[BiOST]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Global]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Institute of Systematic Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Degradation]]></category>
		<category><![CDATA[Fragmentation]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Future-ready Economy]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Global Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[Intelligence Management]]></category>
		<category><![CDATA[New Global Horizon: Thriving in an Unknows Horizon]]></category>
		<category><![CDATA[Panic]]></category>
		<category><![CDATA[Ready for the Unknown Hor]]></category>
		<category><![CDATA[Stagnation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Think With BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[Tri-Globalization]]></category>
		<category><![CDATA[ตกต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ตีบตัน]]></category>
		<category><![CDATA[ตื่นตูม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[แตกแยก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31720</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ร่วมกับ BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) จัดงาน FUTURE-READY 2025 ภายใต้ธีม Ready for the Unknown Horizon รวบรวมผู้นำระดับสูงจากทุกภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน พร้อมบรรยายและเสวนาจากผู้นำองค์กรระดับประเทศ และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management ของแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ สะท้อนให้เห็นความสำคัญในการก้าวเข้าสู่ Unknown Horizon ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างความได้เปรียบในโลกธุรกิจ แนวคิดดังกล่าวถูกออกแบบให้ครอบคลุม 3 มิติหลัก ซึ่งเปรียบเสมือน 3 ระดับของการปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืน ได้แก่ 1. Macro-level : การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแบบไร้พรมแดน ผ่านการบรรยายหัวข้อ FUTURE-READY Economy โดย คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแบรนดิ แอนด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/brandi-biost-organized-future-ready-2025/">BRANDi แนะ 7 แนวทางเปลี่ยนผ่าน เร่งปรับตัวทั้งระบบ สร้างทางรอด​โลกยุค &#8216;ตื่นตูม แตกแยก ตีบตัน ตกต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์</strong> จำกัด ร่วมกับ <strong>BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</strong> จัดงาน <strong>FUTURE-READY 2025</strong> ภายใต้ธีม<strong> Ready for the Unknown Horizon</strong> รวบรวมผู้นำระดับสูงจากทุกภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน </span><span id="more-31720"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">พร้อมบรรยายและเสวนาจากผู้นำองค์กรระดับประเทศ และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management ของแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ สะท้อนให้เห็นความสำคัญใน</span>การก้าวเข้าสู่ <strong>Unknown Horizon</strong> ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างความได้เปรียบในโลกธุรกิจ แนวคิดดังกล่าวถูกออกแบบให้ครอบคลุม 3 มิติหลัก ซึ่งเปรียบเสมือน 3 ระดับของการปรับตัวเพื่อสร้างความยั่งยืน ได้แก่</p>
<p><b>1. Macro-level :</b><span> การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแบบไร้พรมแดน ผ่านการบรรยายหัวข้อ<strong> FUTURE-READY Economy</strong> โดย </span><b>คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี</b><span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และ​เสวนาในหัวข้อ <strong>New Global Horizon: Thriving in an Unknows Horizon</strong> โดย </span><b>คุณปรเมธี วิมลศิริ</b><span> ประธาน Macro-Socioeconomic Agenda </span><b>คุณมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) </span><b>คุณสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานมูลินิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารในพระสังฆราชูปถัมภ์ และนายกสภามหาวิทยาลัย CMKL </span><b>คุณจิรวุฒิ กนกอรรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> (Discussion Catalyst) ผู้อำนวยการ Geoeconomics Agenda, BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/FUTUREADY-2025-185-of-326.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><b>2. Market-level :</b><span> การสร้างสมดุลระหว่างผู้คน กำไร และตลาดที่ยั่งยืน ผ่านการบรรยายหัวข้อ <strong>FUtURE-READY Ecosystem</strong> โดย <strong>คุณ</strong></span><b>ศศรินทร์ บวรโชคชัย</b><span> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ปรึกษา บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และเสวนา <strong>Redefining Rule of Competition</strong> โดย </span><b>คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) </span><b>คุณพิสุทธิ์ เพียรมนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการ Climate Economy Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) </span><b>คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) </span><b>คุณมนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล</b><span style="font-weight: 400;"> (Discussion Catalyst) ที่ปรึกษาอาวุโส ส่วนงานบริหารด้านการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31722 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/FUTUREADY-2025-229-of-326.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><b>3. Micro-level :</b><span> การปรับตัวขององค์กรและบุคคลในระดับจุลภาค ที่บรรยายในหัวข้อ <strong>FUTURE-READY Engine</strong> โดย</span><b>คุณสินธ์โต วาณิชย์กิตติ์</b><span> หัวหน้าที่ปรึกษาด้าน New Business Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และผู้อำนวยการ Future-ready SME Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และการเสวนาในหัวข้อ From Conventional to FUTURE-READY</span><span>​</span><span>โดย</span> <b>คุณจรีพร จารุกรสกุล</b><span> ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </span><b>คุณเรืองโรจน์ พูนผล</b><span> ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเบส-เทคโนโลยี กรุ๊ป </span><b>คุณดนันท์ สุภัทรพันธ์ุ </b><span>กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ </span><b>คุณสินธ์โต วาณิชย์กิตติ์ </b><span>(Discussion Catalyst) </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/FUTUREADY-2025-256-of-326.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>โฟกัส Core-level รับมือโลกยุค 4ต</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ​เน้นย้ำเรื่อง Global Headlines หรือปัญหาระดับโลกที่มิอาจแก้ได้ชั่วข้ามคืน ที่ทุกภาคส่วนควรตระหนักและเตรียมพร้อมรับมือ โดยสรุปสถานการณ์ที่โลกต้องเผชิญในยุคปัจจุบันออกมาเป็นประเด็น </span><b>4ต </b><span style="font-weight: 400;">ดังนี้</span></p>
<p><b>1. ตื่นตูม</b><span style="font-weight: 400;"> (Panic) : จากการเปลี่ยนแปลงของการเมืองโลกระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงนโยบาย​ทรัมป์ 2.0 เมื่อคนคนหนึ่งมีอำนาจจนส่งผลกระทบไปสู่คนทั้งโลกได้  </span>และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว เช่น เทคโนโลยีจากจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในภาพใหญ่ของทั้งโลกได้</p>
<p><b>2. แตกแยก</b><span style="font-weight: 400;"> (Fragmentation) : ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มี​ความขัดแย้งระหว่างประเทศ (Interstate Conflict) มากที่สุด ที่นำไปสู่สงครามซึ่งนับว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 79 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489</span></p>
<p><b>3. ตีบตัน</b><span style="font-weight: 400;"> (Stagnation) : ข้อจำกัดและความท้าทายในการสร้างอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในทุกภาคอุตสาหกรรม และถือเป็นเรื่องที่มีการพูดคุยมากที่สุดใน World Economic Forum Annual Meeting 2025 ที่ Davos</span></p>
<p><b>4. ตกต่ำ</b><span style="font-weight: 400;"> (Degradation) : โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมและปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกจากการกระทำของมนุษย์ ที่อาจนำไปสู่การเพิ่มของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอีก 1.8 องศาเซลเซียส ขณะที่</span><span style="font-weight: 400;">การแก้ไขปัญหายังเป็นความท้าทาย เพราะ​ไม่สามารถแก้ไขได้ในคืนเดียว  แต่ </span><strong>คนที่จับจังหวะได้ถูกต้องคือคนที่มองเห็นภัยคุกคามเป็นโอกาส​</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/BMY_0868.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">&#8220;ความเสี่ยงโลกจากทั้ง 4ต ไม่ว่าจะเป็น ตื่นตูม แตกแยก ตีบตัน และตกต่ำ สามารถรับมือได้ด้วยการสร้างอนาคตไปถึงระดับแก่นองค์กร หรือ Core-level ผ่าน </span><b>Discover the Core </b>หรือการ<span style="font-weight: 400;">​ค้นหาจุดแข็ง การช่วยองค์กร หน่วยงานและประเทศหา Core Competency ที่เป็นจุดแข็งของตัวเอง,  </span><b>Empower the Core</b><span style="font-weight: 400;"> การเผชิญหน้ากับความท้าทาย และความเสี่ยง และ </span><b>Grow from the Core​</b><span style="font-weight: 400;"> หรือการใช้สิ่งที่เรามีอยู่ให้เป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน หรือ Competitive Advantage&#8221;</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>คุณปิยะชาติ</strong> กล่าวต่อว่า เมื่อตระหนักถึงปัญหา และมีวิธีการรับมือแล้ว สิ่งที่ขาดไปไม่ได้คือการลงมือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง ผ่านการขับเคลื่อน​การเปลี่ยนผ่านในหลากหลายมิติ  โดยมี 7 การเปลี่ยนผ่าน (7 Transitions) ที่</span>ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องคำนึง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่ให้ไปถึงในระดับ Global ผ่าน BRANDi Global Outward 2025 โดยมีรายละเอียดในแต่ละมิติ ดังต่อไปนี้</p>
<p><b>&#8211; Geopolitics Transition</b></p>
<p>การมีความเข้าใจขั้วอำนาจหลักของโลก และพยายามสร้างพันธมิตรหรือสร้างความเชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนสู่<span style="font-weight: 400;">ยุคไตรโลกาภิวัฒน์  </span><span style="font-weight: 400;"><strong>Tri-Globalization</strong> โดยมี 3 ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา จีน และ สหภาพยุโรป </span>(US/China/EU)  การพาตัวเองและ Position ไปอยู่ใน​จุดที่เหมาะสมกับบริบทของภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อสามารถปกป้องและหาโอกาสในการเติบโตที่ยั่งยืน</p>
<p><b>&#8211; Economic Transition</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบ <strong style="font-weight: 400;">High Value Chain Driven </strong>ซึ่งพัฒนาการมาจากระบบการผลิตสินค้าหรือบริการตามความพึงพอใจของผู้บริโภคในยุคอดีต ​สู่การโฟกัสความสามาถในการทำกำไรและขยายการเติบโต แต่จากนี้ไป​ป</span>ระเทศต่างๆ จำเป็นต้องใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการค้า เพื่อสร้างความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ​ทั้งหมด เพื่อสามารถ​ผลิตได้ในต้นทุนถูกแต่คุณภาพดี ​</p>
<p><b>&#8211; Societal Transition</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>All Gens Earner &#8211;</strong> เมื่อทักษะการทำงานของคนไม่ตรงกับความต้องการของตลาด อาจทำให้ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้น เพราะต้องแบกรับกับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้น ประเทศต้องการ New Economic Model ที่ช่วยให้เด็กและผู้สูงอายุได้เรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อต่อยอดสู่ความสามารถในการสร้างรายได้</span></p>
<p><b>&#8211; Technological Transition</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเปลี่ยนผ่านทางด้านเทคโนโลยี มากกว่าแค่นำมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต (Growth Perspective) หรือการใช้เพื่อเชื่อมโยงและเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่นำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต (Productivity) แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเพิ่มเติมจากนี้และอนาคต ตามการเติบโตของ AI ทที่มาพร้อมกับหลายๆ ความเสี่ยง คือ การเพิ่ม <strong>Opportunity Perspective</strong> เพื่อนำ AI ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการนำไป </span><span>Empower คน เพื่อสามารถนำ AI ไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</span><span>ต่อสังคม (People) และ สิ่งแวดล้อม (Planet)</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31727 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/FUTUREADY-2025-124-of-326.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><b>&#8211; Environmental Transition</b></p>
<p>การเปลี่ยนผ่านในมิติสิ่งแวดล้อมจากที่โฟกัส Decarbonization เพื่อบรรลุ Net Zero โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายเบื้องต้นที่เป็น High Emissions โดยมีการประเมินเม็ดเงินขับเคลื่อนจนถึงปี 2050 กว่า 13.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือดำเนินการก็ยังไปกระทบและก่อกวนธรรมชาติและระบบนิเวศ ทำให้ต้องหันมาให้ความสนใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะการวางกลไกการตลาดบนพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อโลกหรือ <span style="font-weight: 400;"><strong>Planet Positive Action</strong> ที่</span>เน้นการใช้พลังงานสะอาด​ หรือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกๆ กระบวนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง <span style="font-weight: 400;">Green Ocean Strategy  ไม่ว่าจะเป็น Green Production/Logistics/Trading/Organization </span></p>
<p><b>&#8211; Human Capital Transition</b></p>
<p>การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ตอบโจทย์อนาคต ผ่านการมีทักษะ<span style="font-weight: 400;">ความรู้ท้ังแนวกว้างและลึกแบบเดิมๆ ท้ัง I Shape หรือ M Shape อาจไม่พออีกต่อไป ต้องยกระดับมาสู่  </span><span style="font-weight: 400;"><strong>Co-pilot Capacity</strong> หรือการ​​เสริม​สร้างให้เกิดความรวมมือกันระหว่างมนุษย์และ AI (Collaborativeness) เพื่อสร้างเป้าหมายร่วมกัน (Common Goals)</span></p>
<p><b>&#8211; New World Order Transition</b></p>
<p>ความร่วมมือในการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนต้องมีความเข้มข้นและบูรณาการมากยิ่งขึ้น มากกว่าแค่การเข้ามาร่วมลงทุน หรือกำกับดูแล แต่ต้องมีความเป็น <span style="font-weight: 400;">Harmonious <strong>Public-Private Partners</strong> ภายใต้​การทำงานร่วมกันอย่างแท้จริงระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อที่จะนำจุดแข็งของทุกภาคส่วนมาต่อยอดและขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้อย่างแท้จริง</span></p>
<p>&#8220;<span style="font-weight: 400;">ท้ายที่สุด </span><i><span style="font-weight: 400;">“<strong>ต้นไม้ไม่สามารถเติบโตได้ในดินที่ไม่ดี</strong>”</span></i><span style="font-weight: 400;"> องค์กรก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโต โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งมีบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างจากตลาดโลก ดังนั้น องค์กรไทยต้องค้นหา Global Solutions ที่สามารถปรับใช้ให้เข้ากับบริบทท้องถิ่นได้  เราต้องตั้งคำถามสำคัญกับตัวเองก่อนว่า </span><strong><i>&#8220;เราเก่งอะไร และควรเดินไปในทิศทางใดเพื่อสร้างความยั่งยืนบนเวทีโลก&#8221;</i></strong><span style="font-weight: 400;"> โดยต้องคำนึงถึงสมดุลของ คน (People), โลก (Planet) และ ผลกำไร (Profit) เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง&#8221; คุณปิยะชาติ กล่าวทิ้งท้าย </span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/brandi-biost-organized-future-ready-2025/">BRANDi แนะ 7 แนวทางเปลี่ยนผ่าน เร่งปรับตัวทั้งระบบ สร้างทางรอด​โลกยุค &#8216;ตื่นตูม แตกแยก ตีบตัน ตกต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จัด FUTURE-READY 2025 เตรียมทุกภาคส่วนของไทยสู่ความพร้อม ในโลกที่นิยามการเติบโตไม่เหมือนเดิม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/brandi-and-companies-future-ready-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jan 2025 08:39:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BiOST]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Global]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Institute of Systematic Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY 2025]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE-READY Engine]]></category>
		<category><![CDATA[FUTUREADY 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Global Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[Macroeconomics]]></category>
		<category><![CDATA[Market Mechanism]]></category>
		<category><![CDATA[Micro Engine]]></category>
		<category><![CDATA[Ready for the Unknown Horizon]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Think With BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สินธ์โต วาณิชย์กิตติ์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31415</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันโลกเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้น ขณะที่ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีและแนวทางในการเติบโตกลับน้อยลง ทำให้ผู้บริหารต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการตัดสินใจในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ร่วมกับ BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) จัดงาน FUTURE-READY 2025 ภายใต้ธีม Ready for the Unknown Horizon โดยเวทีนี้จะเป็นหนึ่งใน แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาจากทุกภาคส่วน โดยงานจัดขึ้นในวันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568 เวลา 13:00 &#8211; 17.00 น. ณ BRANDi HopeQuarter ที่อาคาร 111 ประดิษฐ์มนูธรรม (อาคาร A) งาน FUTURE-READY 2025 เป็นงานประชุมของผู้นำระดับสูงทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2  (โดยครั้งแรกจัดขึ้นร่วมกับ Economist Impact) เพื่อนำองค์ความรู้ในระดับโลกซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนดิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/brandi-and-companies-future-ready-2025/">แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จัด FUTURE-READY 2025 เตรียมทุกภาคส่วนของไทยสู่ความพร้อม ในโลกที่นิยามการเติบโตไม่เหมือนเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันโลกเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้น ขณะที่ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีและแนวทางในการเติบโตกลับน้อยลง ทำให้ผู้บริหารต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากในการตัดสินใจในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน </span></p>
<p><span id="more-31415"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</strong> ร่วมกับ <strong>BRANDi Institute of Systematic Transformation</strong> (BiOST) จัดงาน<strong> FUTURE-READY 2025</strong> ภายใต้ธีม </span><b>Ready for the Unknown Horizon</b><span style="font-weight: 400;"> โดยเวทีนี้จะเป็นหนึ่งใน แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละสาขาจากทุกภาคส่วน โดยงานจัดขึ้นในวันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568 เวลา 13:00 &#8211; 17.00 น. ณ BRANDi HopeQuarter </span><span style="font-weight: 400;">ที่อาคาร 111 ประดิษฐ์มนูธรรม (อาคาร A)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งาน<strong> FUTURE-READY 2025 </strong>เป็นงานประชุมของผู้นำระดับสูงทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน</span><span style="font-weight: 400;">และภาคการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2  (โดยครั้งแรกจัดขึ้นร่วมกับ Economist Impact) </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อนำองค์ความรู้ในระดับโลกซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนดิ มาอัปเดตและเผยแพร่เพื่อสร้างการเติบโตให้กับประเทศและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตทั้งระดับมหภาค (Macroeconomics) กลไกตลาด (Market Mechanism) และจุลภาค (Micro Engine) โดยในงานจะมีทั้งรูปแบบของการบรรยายนำเสนอกรอบแนวคิด (Framework Briefing) และการเสวนา (Discussion) ทำให้ผู้ฟังได้รับทั้งกรอบความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง จากผู้บริหารจากองค์กรระดับประเทศ และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management ของแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานเริ่มโดย </span><b>คุณปิยะชาติ อิศรภักดี</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และประธานร่วม BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) กล่าวเปิดงาน และบรรยายในหัวข้อ Macro Framework: FUTURE-READY Economy หลังจากนั้นจะมีการเสวนาในหัวข้อ </span><span style="font-weight: 400;"><strong>New Global Horizon: Thriving in an Unknown Horizon</strong> ที่ร่วมเสวนาโดย</span></p>
<p><b>1. คุณปรเมธี วิมลศิริ</b><span style="font-weight: 400;"> ประธาน Macro-Socioeconomic Agenda, BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาอาวุโสด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</span></p>
<p><b>2. คุณมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)</span></p>
<p><b>3. คุณสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์</b><span style="font-weight: 400;"> อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นายกสภาวิศวกร นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย</span></p>
<p><b>4. คุณจิรวุฒิ กนกอรรจน์</b><span style="font-weight: 400;"> (Discussion Catalyst) ผู้อำนวยการ Geoeconomics Agenda, BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตามด้วยการบรรยายในหัวข้อ <strong>Market-Framework: FUTURE-READY Ecosystem</strong> โดย <strong>คุณ</strong></span><b>ศศรินทร์ บวรโชคชัย</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ปรึกษา บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถัดมา การเสวนาในหัวข้อ New Market Horizon: Redefining Rule of Competition ร่วมเสวนาโดย </span></p>
<p><b>1. คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</span></p>
<p><strong>2. </strong><b>คุณพิสุทธิ์ เพียรมนกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยการ Climate Economy Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) และ ที่ปรึกษาด้าน Intelligence Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด </span></p>
<p><b>3. คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)</span></p>
<p><b>4. คุณมนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล</b><span style="font-weight: 400;"> (Discussion Catalyst) ที่ปรึกษาอาวุโส ส่วนงานบริหารด้านการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31417 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/BRANDi1.jpg" alt="" width="732" height="915" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการบรรยายในหัวข้อ Micro-Framework : FUTURE-READY Engine โดย</span><b>คุณสินธ์โต วาณิชย์กิตติ์</b><span style="font-weight: 400;"> หัวหน้าที่ปรึกษาด้าน New Business Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และผู้อำนวยการ Future-ready SME Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานจะปิดท้ายด้วยการเสวนาในหัวข้อ New Growth Horizon: From Conventional to FUTURE-READY โดยมีผู้ร่วมเสวนา ดังนี้</span></p>
<p><b>1. คุณจรีพร จารุกรสกุล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><b>2. คุณเรืองโรจน์ พูนผล</b><span style="font-weight: 400;"> ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเบส-เทคโนโลยี กรุ๊ป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>3.</strong> </span><b>คุณดนันท์ สุภัทรพันธุ์</b><span style="font-weight: 400;"> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด</span></p>
<p><strong>4. </strong><b>คุณสินธ์โต วาณิชย์กิตติ์</b><span style="font-weight: 400;"> (Discussion Catalyst) หัวหน้าที่ปรึกษาด้าน New Business Management บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานี่ส์ จำกัด และ ผู้อำนวยการ Future-ready SME Agenda BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร่วมกันหาคำตอบเรื่องการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางความไม่แน่นอนและความท้าทายของโลกปัจจุบัน ผ่านการเข้าใจโลก เข้าใจกลไกตลาด และปรับโมเดลการเติบโตไปด้วยกัน ที่งาน FUTURE-READY 2025 สามารถซื้อบัตรเข้างานได้แล้ววันนี้ผ่านลิงก์  </span><a href="https://www.zipeventapp.com/e/FUTURE-READY-2025" target="_blank" rel="noopener"><span style="font-weight: 400;">https://www.zipeventapp.com/e/FUTURE-READY-2025</span></a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/brandi-and-companies-future-ready-2025/">แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จัด FUTURE-READY 2025 เตรียมทุกภาคส่วนของไทยสู่ความพร้อม ในโลกที่นิยามการเติบโตไม่เหมือนเดิม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ แนะเอกชนขับเคลื่อน Future of Growth ย้ำ &#8216;แอคชั่น ต้องสร้าง อิมแพ็ค&#8217; เพื่อบรรลุความยั่งยืนได้ตามเป้าหมาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/brandi-point-forward-for-2025-to-sustainable-goals/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Dec 2024 08:26:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Action]]></category>
		<category><![CDATA[AMFGC24]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Global]]></category>
		<category><![CDATA[COP 29]]></category>
		<category><![CDATA[COP29]]></category>
		<category><![CDATA[Emerging Trends]]></category>
		<category><![CDATA[FUTURE OF GROWTH]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[Global Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[NCQG]]></category>
		<category><![CDATA[New Collective Quantified Goal on Climate Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Peace and Security Issues]]></category>
		<category><![CDATA[Scenarios]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[UNGA79]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาเศรษฐกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30875</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งไม่ใช่เพียง​ในมิติของเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงวิกฤตโรคระบาด และวิกฤตสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ตระหนักว่า อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต (Future-ready) โดยไม่ได้จำกัดแค่เรื่องของคนทำธุรกิจเท่านั้น เพราะเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว ผลกระทบย่อมส่งถึงทุกภาคส่วน ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ที่​ต้องเผชิญในอนาคต คุณปิยะชาติ อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ​​สรุปสาระสำคัญจากการ​แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของภาคธุรกิจในอนาคต ที่ได้เข้าร่วมเสวนาในเวทีสำคัญระดับโลก เช่น สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ซึ่งเป็นพื้นที่รวมผู้นำและนักคิดจากทั่วโลก รวมถึงเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (High-Level Political Forum) รวมถึงการประชุมสุดยอดแห่งอนาคต (Summit of the Future) ขององค์การสหประชาชาติ โดยได้เน้นย้ำว่า การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระดับนโยบาย เพื่อสามารถขับเคลื่อนทั้ง Action และสร้าง Impact ไปได้พร้อมกัน รวมทั้งตระหนักอยู่เสมอว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ควรแยกออกจากการพัฒนาสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้ ​ได้รวบรวมข้อคิดสำคัญจากเวทีสำคัญใหญ่ ๆ ระดับในโลกปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/brandi-point-forward-for-2025-to-sustainable-goals/">แบรนดิ แนะเอกชนขับเคลื่อน Future of Growth ย้ำ &#8216;แอคชั่น ต้องสร้าง อิมแพ็ค&#8217; เพื่อบรรลุความยั่งยืนได้ตามเป้าหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีที่ผ่านมา โลกเผชิญความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งไม่ใช่เพียง​ในมิติของเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงวิกฤตโรคระบาด และวิกฤตสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราทุกคนได้ตระหนักว่า อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้</p>
<p><span id="more-30875"></span></p>
<p>แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้คือ การเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต (Future-ready) โดยไม่ได้จำกัดแค่เรื่องของคนทำธุรกิจเท่านั้น เพราะเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว ผลกระทบย่อมส่งถึงทุกภาคส่วน ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริบทและสถานการณ์ที่​ต้องเผชิญในอนาคต</p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด ​​สรุปสาระสำคัญจากการ​แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของภาคธุรกิจในอนาคต ที่ได้เข้าร่วมเสวนาในเวทีสำคัญระดับโลก เช่น สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ซึ่งเป็นพื้นที่รวมผู้นำและนักคิดจากทั่วโลก รวมถึงเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (High-Level Political Forum) รวมถึงการประชุมสุดยอดแห่งอนาคต (Summit of the Future) ขององค์การสหประชาชาติ โดยได้เน้นย้ำว่า <em><strong>การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ต้องมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระดับนโยบาย เพื่อสามารถขับเคลื่อนทั้ง Action และสร้าง Impact ไปได้พร้อมกัน รวมทั้งตระหนักอยู่เสมอว่า </strong><strong><em>การเติบโตทางเศรษ</em>ฐกิจไม่ควรแยกออกจากการพัฒนาสังคมและการดูแลสิ่งแวดล้อม </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ​ได้รวบรวมข้อคิดสำคัญจากเวทีสำคัญใหญ่ ๆ ระดับในโลกปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ปี 2025 อย่าง Future-ready และร่วมสร้าง <strong>Future of Growth</strong> ผ่าน 3 ประเด็นหลัก ที่จะช่วยก้าวข้ามความท้าทาย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. อนาคตเศรษฐกิจ – AMGFC 24, World Economic Forum</strong></p>
<p>จากเวที​ <strong>Annual Meeting of the Global Future Councils 2024</strong> (AMGFC 24) ซึ่งรวมตัวผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน จาก 30 สภาเฉพาะทาง (Thematic Councils) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและกำหนดแนวทางการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงระดับโลก ผ่านการแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มใหม่ (<strong>Emerging Trends</strong>) และสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น (Scenarios) ที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยภาพรวมอนาคต (Future Landscape) จากการประชุมแสดงให้เห็นว่า​ โลกกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ยุคที่ความท้าทายทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด และความจำเป็นในการสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคม การเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนจะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของการขับเคลื่อนโลกในอนาคต ระบบเศรษฐกิจจึงต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลที่สมดุลยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการเติบโต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30877 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/re-AMGFC24-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2.อนาคตคุณภาพชีวิต – UNGA 79, United Nations</strong></p>
<p>การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 79 (UNGA 79) ​ถือเป็น Milestone สำคัญที่ตอกย้ำบทบาทของแบรนดิในฐานะผู้ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน เวทีนี้ได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ <strong>Peace and Security Issues</strong> มุ่งเน้นความสำคัญของการควบคุมความขัดแย้งที่เกิดจากภูมิรัฐศาสตร์ ที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของสังคม แต่ยังมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ การปล่อยให้ความขัดแย้งลุกลามโดยไม่สามารถจัดการได้ จะก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจที่สูงมหาศาล ทั้งในแง่ทรัพยากรที่สูญเสียและโอกาสที่พลาดไป  จึงใช้โอกาสจากเวทีนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างกรอบการทำงานเพื่อจัดการปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน เน้นสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เนื่องจากการสร้างอนาคตและคุณภาพชีวิตที่ดีไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากปราศจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เป็นรากฐานของความไม่มั่นคง</p>
<p><strong>3. อนาคตสิ่งแวดล้อม – COP 29, United Nations Framework Convention on Climate Change</strong></p>
<p>อีกหนึ่งเวทีในการประชุม<strong> COP 29</strong> ซึ่งปีนี้มุ่งเน้นไปที่ การสนับสนุนเงินทุนสำหรับการปรับตัวและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา โดยหนึ่งในหัวข้อสำคัญของการประชุมคือการหาข้อสรุปสำหรับกระบวนการ <strong>NCQG</strong> (New Collective Quantified Goal on Climate Finance) เพื่อกระตุ้นให้ประเทศต่างๆ เร่งดำเนินการตามเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) สำหรับประเทศไทย​มีแผนปรับปรุงเป้าหมาย​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC: Nationally Determined Contributions) ซึ่งกำหนดจะประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ​​ แผนดังกล่าวไม่เพียงสะท้อน​ความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศระดับโลก แต่ยังเป็นตัวอย่างของความรับผิดชอบ (Accountability) และความโปร่งใส (Transparency) ซึ่งเป็นรากฐานที่ช่วยให้เป้าหมายเชิงนโยบายสามารถแปลงสู่การปฏิบัติจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><em>&#8220;การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่สามารถแยกออกจากการเติบโตของสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ขณะที่ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 5 ปี ในการขับเคลื่อนเพื่อบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDGs 2030 จึงจำเป็นต้องมีการสร้างแรงจูงใจ (Incentivize) เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น​​ พร้อม​นำศักยภาพหรือทรัพยากรทางการเงินที่มีอยู่มาสนับสนุนการพัฒนา ไม่จะว่าจะเป็น​นโยบายที่เอื้ออำนวย การให้สิทธิประโยชน์ หรือการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และกุญแจสำคัญที่สุดในการบรรลุวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้นั้น คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ที่จะเป็นกลไกในการผลักดันให้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเกิดขึ้นจริง และนำไปสู่ Future of Growth ที่ครอบคลุมและยั่งยืนสำหรับทุกคน&#8221;​ คุณปิยะชาติ กล่าวทิ้งท้าย </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/brandi-point-forward-for-2025-to-sustainable-goals/">แบรนดิ แนะเอกชนขับเคลื่อน Future of Growth ย้ำ &#8216;แอคชั่น ต้องสร้าง อิมแพ็ค&#8217; เพื่อบรรลุความยั่งยืนได้ตามเป้าหมาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BRANDi แชร์​ Key Takeaway จากเวที UN General Assembly ฉายทิศทางโลกยุคใหม่ ขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/brandi-shares-key-takeaway-fromun-general-assembly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Oct 2024 12:25:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BiOST]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Global]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Institute of Systematic Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Week NYC]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[Geopolitics and Economics]]></category>
		<category><![CDATA[Global Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[Nature and Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Society and Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Summit Of The Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[UN General Assembly]]></category>
		<category><![CDATA[UNGA79]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29596</guid>

					<description><![CDATA[<p>สัญญาณจากการประชุม UN General Assembly ​เพื่อขับเคลื่อนโลก​ภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบาง และต้องตัดสินใจว่าจะไปข้างหน้าต่ออย่างไรและในทิศทางใด เพื่อสามารถนำพาทั้งโลกบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ร่วมกัน และ​เป็นประโยชน์ต่อการมองภาพและวางแผนอนาคต ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว ​ถือเป็นการตัดสินใจบนความไม่ชัดเจนที่ต้องใช้ Leadership และ Commitment มหาศาล คุณปิยะชาติ ​​อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และประธาน BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) แชร์เรื่องราวเชิงลึกจากบุคคลที่รู้จริง ทำจริง จากเวที UN General Assembly ทั้งประเด็นของ Geopolitics and Economics รวมถึง Society and Technology และ Nature and Environment ซึ่งการแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ​สอดคล้องกับ Sustainomy หรือระบบเศรษฐกิจใหม่ที่แบรนดิ​มีความเชื่อมั่นและพยายามนำเสนอ พร้อมฝาก Key [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/brandi-shares-key-takeaway-fromun-general-assembly/">BRANDi แชร์​ Key Takeaway จากเวที UN General Assembly ฉายทิศทางโลกยุคใหม่ ขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สัญญาณจากการประชุม <strong>UN General Assembly</strong> ​เพื่อขับเคลื่อนโลก​ภายใต้สถานการณ์ที่เปราะบาง และต้องตัดสินใจว่าจะไปข้างหน้าต่ออย่างไรและในทิศทางใด เพื่อสามารถนำพาทั้งโลกบรรลุเป้าหมาย SDGs 2030 ร่วมกัน และ​เป็นประโยชน์ต่อการมองภาพและวางแผนอนาคต ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าว ​ถือเป็นการตัดสินใจบนความไม่ชัดเจนที่ต้องใช้ Leadership และ Commitment มหาศาล</p>
<p><span id="more-29596"></span></p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ ​​อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด และประธาน BRANDi Institute of Systematic Transformation (BiOST) แชร์เรื่องราวเชิงลึกจากบุคคลที่รู้จริง ทำจริง จากเวที <strong>UN General Assembly</strong> ทั้งประเด็นของ <strong>Geopolitics and Economics</strong> รวมถึง <strong>Society and Technology</strong> และ <strong>Nature and Environment</strong> ซึ่งการแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ​สอดคล้องกับ <strong>Sustainomy</strong> หรือระบบเศรษฐกิจใหม่ที่แบรนดิ​มีความเชื่อมั่นและพยายามนำเสนอ พร้อมฝาก Key Takeaway ผ่าน 3 ​มิติ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Geopolitics and Economics (</strong><strong>ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจ</strong><strong>)</strong></p>
<ul>
<li>โลกในปัจจุบันไม่สามารถแยกอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจได้เด็ดขาดออกจากกันอีกต่อไป ทำให้นักธุรกิจข้ามชาติจำเป็นต้องมีความสามารถควบคู่กันไปทั้งสองด้าน</li>
<li>การคว่ำบาตรและนโยบายกีดกันทางภาษีจะยังคงเป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้ตอบโจทย์นโยบาย Protectionism มากขึ้น</li>
<li>ประเด็นในเรื่อง Green Transition จะเป็นประเด็นที่ยังคงสำคัญอย่างแน่นอน แต่ใครจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานสากลที่ทุกภาคส่วนยอมรับและนำไปใช้</li>
<li>แนวคิดเศรษฐกิจใหม่ในปัจจุบันมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มักขาด Scale-Ability จึงทำให้เกิด<br />
Soft-Landing</li>
<li>ปัญหาใหญ่ของโลก คือ โครงสร้างเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น Outdated ไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง<br />
ทำอะไรแทบไม่ได้</li>
<li>ปัญหาหนี้จัดเป็นปัญหาที่ใหญ่และรุนแรงที่สุดทั้งในส่วนของ Size และ Impact ซึ่งไม่มีทางหนี มีแค่การ Prolong</li>
<li>ทวีปยุโรปยังคงเป็นทวีปที่มีความ Resilience มาก แม้ว่าจะเกิดปัญหาใด ๆ ก็ตาม เช่น<br />
สงครามรัสเซีย-ยูเครน ยุโรปก็สามารถกลับมายืนหยัดได้เสมอ</li>
<li>การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ จะมีความสุดขั้วมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าใครจะได้รับตำแหน่งก็ตาม</li>
<li>สงครามในหลายภูมิภาคจะยังดำเนินต่อไปแบบไม่หยุดและไม่ขยาย ตราบเท่าที่จะสามารถสร้างข้อต่อรองเชิงเศรษฐกิจได้</li>
<li>คนส่วนใหญ่จะพูดถึงจีนและเอเชีย แต่แอฟริกาก็เป็นที่น่าจับตามองเช่นกัน เพราะมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรมนุษย์และทรัพยากรธรรมชาติ</li>
<li>การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและสร้าง Ownership ให้กับกลุ่ม เช่น South-South Cooperation จะมีบทบาทสำคัญสำหรับการแข่งขันในอนาคต</li>
<li>คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) จำเป็นที่จะต้อง ได้การปรับเปลี่ยนแก้ไขโดยด่วน เพื่อให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/BRANDi-UN-Headquarters-1.jpg" alt="" width="1200" height="897" /></p>
<p><strong>2.</strong> <strong>Society and Technology (</strong><strong>ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี</strong><strong>)</strong></p>
<ul>
<li>ประชากรโลกจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ด้วยโครงสร้างที่ต่างไปจากเดิม การทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อ Compensate กันจึงจำเป็น</li>
<li>ปัญหารากเหง้าของการพัฒนาระยะยาว คือ ประเทศจำนวนมากไม่มีระบบการศึกษาที่ Future-Proof</li>
<li>รัฐต้องแบกรับต้นทุนในการดูแลประชาชนที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันมีความสามารถในการหารายได้น้อย (รัฐที่อัตราภาษีสูงอยู่แล้วได้เปรียบ)</li>
<li>การเข้ามาของเทคโนโลยี เช่น AI จะเป็น Next Big Thing แต่ต้องมี Position ที่ชัด เพราะหากไม่ชัด<br />
จะก่อให้เกิดปัญหาใหญ่กว่าเดิม</li>
<li>เทคโนโลยีในการจับ จัดเก็บ นำไปใช้ Carbon ที่มีประสิทธิภาพจะเป็น Next Billion Dollar Business</li>
<li>การพัฒนาในเชิงชุมชนหรือ Ecosystem มีความสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก</li>
<li>ผู้คนร่วมมีอาการป่วยจากความเครียดที่มากขึ้น Mental Health จะส่งผลต่อการดำรงชีวิตเป็นอย่างมาก</li>
<li>Digital Literacy จะกลายเป็นภาษาพื้นฐานที่ปลดล็อคความสามารถในการเรียนรู้</li>
<li>ช่องว่างทางสังคมระหว่างคนแต่ละ Generation จะรุนแรงขึ้น ในระดับที่สามารถขยายผลไปเป็นความขัดแย้งได้</li>
<li>การขับเคลื่อนแบบพหุภาคีนิยมมีความจำเป็นมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกอย่างช้าลง</li>
<li>คนนิยมการทำงานเชิงอิสระมากขึ้น ทำให้ระบบที่เป็น Foundation ของสังคมอ่อนแอลง (เพราะไม่มีใครอยากทำ)</li>
<li>Governing Model ในสังคมจะยากขึ้นจนไม่สามารถทำให้มีประสิทธิภาพได้ Alignment ในเชิงคุณค่าและวัฒนธรรมจะกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก</li>
<li>ความท้าทายขององค์การสหประชาชาติ คือ จะทำอย่างไรให้ Pact for the Future รวมถึง Global Digital Compact และ Declaration of Future Generation เป็นมากกว่าข้อตกลงบนกระดาษ</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/BRANDi-UN-Headquarters.jpg" alt="" width="1200" height="891" /></p>
<p><strong>3. Nature and Environment (</strong><strong>ด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong><strong>)</strong></p>
<ul>
<li>Critical Minerals มีบทบาทสำคัญใน Energy Transition เพื่อการดำเนินการอุตสาหกรรมใหม่</li>
<li>ธุรกิจพลังงานส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะช้าลง ทำให้พลังงานสะอาดไม่ได้<br />
โตเร็วอย่างที่ควร</li>
<li>เงินการกุศล (Philanthropic Capital) จากเอกชนจะมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับสภาวะโลกร้อน เพราะมีความคล่องตัว</li>
<li>การโยกย้ายเงินที่ง่ายและยากที่สุดในเวลาเดียวกัน คือ การโยกเงินที่ Subsidy Fossil Fuel<br />
มาลงใน Low Carbon</li>
<li>ต้นทุนความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมจะสูงมากในระดับที่สามารถทำให้ธุรกิจล้มละลายได้ หากละเลย</li>
<li>ที่ผ่านมา การผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวเป็นเรื่องของการขอความร่วมมือ อีกไม่นานจะกลายเป็นกฎหมายทั้งหมด และกลายเป็นมาตรฐานในการแข่งขัน</li>
<li>ประเทศพัฒนาแล้วต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประเทศเล็ก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการเติบโตของเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน</li>
<li>สิ่งที่เป็นคอขวดใหญ่ของการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ การขาดข้อมูลที่ดีพอและการขาดความสามารถในการร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย</li>
<li>โรคอุบัติใหม่อันเนื่องมาจาก Biodiversity Loss จะเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น</li>
<li>โลกต้องมีโมเดลในการสร้างผลตอบแทนในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ชัด เพื่อทำให้เกิด Business Agenda และผลลัพธ์ก็จะตามมา</li>
<li>โดยพื้นฐานแล้ว การใช้โลกน้อยลงกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเรื่องเดียวกัน</li>
<li>การเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมยังคงเป็นเรื่อง Luxury สำหรับประเทศที่มีความพร้อมเท่านั้น (ซึ่งก็ยังทำได้ยาก)</li>
</ul>
<p>ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของใจความสำคัญสำหรับโลกที่เรากำลังจะต้องเผชิญหน้าในอนาคต ประเด็นหลักที่ต้องยอมรับกันให้ได้เสียก่อน คือ โลกของเราในอนาคตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การทำเหมือนเดิมไม่ใช่ไม่ดี แต่จะไม่ Relevant ไปเลย เราควรเข้าใจโครงสร้าง และมี Leadership เพียงพอที่จะปรับตัวได้ต่อความท้าทายและไม่ชัดเจนในโลกปัจจุบัน เพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทางออก และเป็นส่วนหนึ่งของ Commitment ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของเราทุกคนต่อไป</p>
<p>#BRANDi #BRANDiGlobal #GoodtoGREAT #FutureReady #Sustainomy #GlobalEconomy<br />
#UNGA79 #SummitOfTheFuture #ClimateWeekNYC</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/brandi-shares-key-takeaway-fromun-general-assembly/">BRANDi แชร์​ Key Takeaway จากเวที UN General Assembly ฉายทิศทางโลกยุคใหม่ ขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แบรนดิ ร่วม UN in China พร้อมนำเสนอโมเดล​ People-Public-Private-Partnership เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/brandi-join-un-in-china/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 10:27:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi Global]]></category>
		<category><![CDATA[Future Ready]]></category>
		<category><![CDATA[GDP to NPI]]></category>
		<category><![CDATA[Global Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Good to GREAT]]></category>
		<category><![CDATA[People-Public-Private-Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Development]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Think With BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[UN in China]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27888</guid>

					<description><![CDATA[<p>BRANDi and Companies (แบรนดิ) บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทยที่มุ่งข้บเคลื่อน​องค์กร​ยั่งยืนให้มีความพร้อมสำหรับอนาคต ​ร่วมเวทีระดับโลก ในงานประชุม Dialogue on Innovative Approaches to Accelerating Sustainable Development: Country, Regional and Global Actions for a Better Future ที่จัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแบรนดิ ​ในฐานะผู้แทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคธุรกิจไทย ​กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนรูปแบบใหม่ เพื่อปลดล็อกการเงินเพื่อการพัฒนา” (Innovative Public-Private-Partnerships to Unlock Development Financing) โดยระบุว่า ​การสร้างการเติบโตแบบเดิมๆ ​มักเน้นหนักที่ผลกระทบระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนระยะยาว ขณะที่การเติบโตที่ยั่งยืนจากนี้ไป ควร​เติบโตผ่านแนวคิด  4Ps หรือ People-Public-Private-Partnership (ความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน) ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/brandi-join-un-in-china/">แบรนดิ ร่วม UN in China พร้อมนำเสนอโมเดล​ People-Public-Private-Partnership เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>BRANDi and Companies (แบรนดิ)</strong> บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติไทยที่มุ่งข้บเคลื่อน​องค์กร​ยั่งยืนให้มีความพร้อมสำหรับอนาคต ​ร่วมเวทีระดับโลก ในงานประชุม Dialogue on Innovative Approaches to Accelerating Sustainable Development: Country, Regional and Global Actions for a Better Future ที่จัดขึ้น ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน</p>
<p><span id="more-27888"></span></p>
<p><strong>คุณปิยะชาติ  อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแบรนดิ ​ในฐานะผู้แทนเพียงหนึ่งเดียวจากภาคธุรกิจไทย ​กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “<strong>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนรูปแบบใหม่ เพื่อปลดล็อกการเงินเพื่อการพัฒนา</strong>” (Innovative Public-Private-Partnerships to Unlock Development Financing) โดยระบุว่า ​การสร้างการเติบโตแบบเดิมๆ ​มักเน้นหนักที่ผลกระทบระยะสั้นมากกว่าความยั่งยืนระยะยาว ขณะที่การเติบโตที่ยั่งยืนจากนี้ไป ควร​เติบโตผ่านแนวคิด <strong> 4Ps</strong> หรือ <strong>People-Public-Private-Partnership</strong> (ความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน) ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีผู้คนเป็นศูนย์กลาง การเติบโตที่ยั่งยืนและไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังจะสามารถเกิดขึ้นได้</p>
<p>งานประชุมจบลงโดยผู้เข้าร่วมทุกคนได้ตอกย้ำความมุ่งมั่นใหม่ในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยผลลัพธ์สำคัญของงาน ได้ถูกส่งมอบต่อให้กับสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ประเทศสมาชิก และสมาชิกในเครือข่ายผู้ร่วมพัฒนามากมาย เพื่อนำไปสู่การประชุมติดตามผล และการนำไปต่อยอดต่อไป รวมทั้งยังมีการก่อร่างความร่วมมือใหม่ๆ เพื่อสร้างและนำส่งผลลัพธ์จากการร่วมมือระดับโลกนี้ด้วย</p>
<p>ปาฐกถาของคุณอาร์มได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วม และจุดประกายให้เกิดการเสวนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเอาแนวความคิดมาแปรเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความรู้ความสามารถของภาคธุรกิจ คือหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญ ที่จะทำให้เป้าหมายต่าง ๆ ภายใต้วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030 ของสหประชาชาติ สำเร็จลุล่วงได้</p>
<p>สำหรับงานประชุมระดับสูงดังกล่าวได้รับการจัดขึ้นโดยสหประชาชาติในประเทศจีน (UN in China) ในขอบเขตของงานสัมมนาระดับสูงครั้งที่สองของสภาการดำเนินการระดับโลกเพื่อการพัฒนาร่วมกัน (Forum on Global Action for Shared Development) ภายใต้พื้นหลังแห่งการก้าวมามีบทบาทในระดับโลกมากขึ้นของประเทศจีน</p>
<p>โดยงานอยู่ภายใต้ธีมหลักคือ “<strong>วิธีการใหม่สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน: การดำเนินการระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น”</strong> (Innovative Approaches to Sustainable Development: Country, Regional and Global Actions for a Better Future) ซึ่งเป็นการเน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของการร่วมมือกัน และการแบ่งปันความรู้ในการแก้ไขปัญหาสำคัญในแง่ของความยั่งยืน ในงานมีแขกผู้ทรงเกียรติจากทั้งรัฐบาลจีน และรัฐบาลนานาชาติ รวมทั้งผู้นำทางธุรกิจเข้าร่วมเสวนา โดยผู้เข้าร่วมงานจากทางภาครัฐเช่น ฯพณฯ นาย Zhao Fengtao รองประธานองค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศจีน (China International Development Cooperation Agency หรือ CIDCA) ฯพณฯ นาย Wang Qi ที่ปรึกษากรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศจีน (Department of International Economic Affairs) และ ฯพณฯ นาง Paulette Bethel เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งเครือรัฐบาฮามาสประจำประเทศจีน นอกจากนั้นยังมีผู้นำจากสหประชาชาติเช่น นาง Winnie Byanyima ผู้อำนวยการหน่วยงาน UNAIDS และรองเลขาธิการสหประชาชาติ และ นาย Edward Chaiban รองผู้อำนวยการด้านมนุษยธรรมและเสบียงโลก องค์กร UNICEF และผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/brandi-join-un-in-china/">แบรนดิ ร่วม UN in China พร้อมนำเสนอโมเดล​ People-Public-Private-Partnership เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจ SME จะปรับตัวอย่างไร เมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ?</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/msme-resilience-for-future-ready/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 19 Jul 2024 11:51:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Above the Ocean Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Business Model]]></category>
		<category><![CDATA[FutureReady]]></category>
		<category><![CDATA[MSMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Reconfigure & Redeploy]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Think With BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดสรรทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนดิ]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27534</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม (MSMEs) เปรียบเสมือน​กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจโลก​ เนื่องจากธุรกิจ MSMEs คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของธุรกิจทั่วโลก หรือ 7 ใน 10 ของการจ้างงานทั่วโลก อีกทั้งยังมีส่วนร่วมใน GDP โลกกว่า 50% ดังนั้นสถานการณ์ความเป็นอยู่และการปรับตัว (Resilience) ของ MSMEs จึงอาจสะท้อนถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย อย่างไรก็ตาม การปรับตัวให้ทันท่วงทีท่ามกลางภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ที่เปลี่ยนแปลง​อย่างรวดเร็วยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ MSMEs เช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้รักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ต้องหันกลับมามอง​ว่า โมเดลธุรกิจของเรามีความยืดหยุ่นแล้วหรือยัง ? เพราะ​จะเป็นตัวกำหนดวิธีการที่บริษัทหนึ่งๆ จะสามารถสร้าง ส่งมอบ และเก็บเกี่ยวคุณค่า (Business Value) ให้แก่ตนเอง แล้วเราจะปรับโมเดลธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและรักษาความสามารถในระยะยาวได้อย่างไร ? กำหนดคุณค่าและจัดสรรทรัพยากรใหม่ (Reconfigure &#38; Redeploy) บริษัทที่สามารถจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดสรรทรัพยากรอย่างยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจะมีความพร้อมในการปรับตัวกับปัญหาใหม่ๆ มากกว่า ด้วยเหตุนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/msme-resilience-for-future-ready/">ธุรกิจ SME จะปรับตัวอย่างไร เมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดย่อม (MSMEs)</strong> เปรียบเสมือน​กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจโลก​ เนื่องจากธุรกิจ MSMEs คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของธุรกิจทั่วโลก หรือ 7 ใน 10 ของการจ้างงานทั่วโลก อีกทั้งยังมีส่วนร่วมใน GDP โลกกว่า 50%</p>
<p><span id="more-27534"></span></p>
<p>ดังนั้นสถานการณ์ความเป็นอยู่และการปรับตัว (Resilience) ของ <strong>MSMEs</strong> จึงอาจสะท้อนถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การปรับตัวให้ทันท่วงทีท่ามกลางภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ที่เปลี่ยนแปลง​อย่างรวดเร็วยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ MSMEs เช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่อื่นๆ</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้รักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ต้องหันกลับมามอง​ว่า โมเดลธุรกิจของเรามีความยืดหยุ่นแล้วหรือยัง ? เพราะ​จะเป็นตัวกำหนดวิธีการที่บริษัทหนึ่งๆ จะสามารถสร้าง ส่งมอบ และเก็บเกี่ยวคุณค่า (Business Value) ให้แก่ตนเอง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27536 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/SME-Business-Model-logo.jpg" alt="" width="602" height="602" /></p>
<p><strong>แล้วเราจะปรับโมเดลธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและรักษาความสามารถในระยะยาวได้อย่างไร ?</strong></p>
<p><strong>กำหนดคุณค่าและจัดสรรทรัพยากรใหม่ (</strong><strong>Reconfigure &amp; Redeploy) </strong></p>
<p>บริษัทที่สามารถจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดสรรทรัพยากรอย่างยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นจะมีความพร้อมในการปรับตัวกับปัญหาใหม่ๆ มากกว่า</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ การปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานและการจัดสรรทรัพยากรใหม่สำหรับ MSMEs จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อให้คงความสามารถในการแข่งขันและบรรลุการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับ<strong> MSMEs</strong> มากกว่าธุรกิจขนาดอื่นๆ <em><strong>เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กต้องดำเนินการด้วยทรัพยากรที่จำกัด และต้องการความคล่องตัวจึงจะเติบโตในตลาดได้ ในระหว่างกระบวนการปรับโมเดลธุรกิจ MSMEs จะต้องประเมินการดำเนินการหลักของตนและจัดสรรทรัพยากรอย่างมีกลยุทธ์เพื่อประสิทธิภาพที่สูงที่สุด</strong></em> โดยการกำหนดคุณค่าห่วงโซ่ <strong>การจัดหาใหม่ (Reconfigure)</strong> อย่างการเร่งการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการ ขณะเดียวกันก็จัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ใหม่ให้ <strong>เกิดประโยชน์สูงสุด (Redeploy)</strong> เช่น นำกลับมาใช้ใหม่ หรือปรับเปลี่ยนจุดประสงค์ของทรัพยากรบางอย่างให้นอกเหนือไปจากความตั้งใจเริ่มแรก</p>
<p><strong>กลยุทธ์เหนือน่านน้ำ (</strong><strong>Above the Ocean) </strong></p>
<p><strong>กลยุทธ์เหนือน่านน้ำ (Above the Ocean Strategy)</strong> ของ BRANDi ตอกย้ำว่าภาคธุรกิจควรมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ มีความสามารถในการปรับตัว และ <strong>ไม่จำกัดตัวเองอยู่เพียงอุตสาหกรรมหรือภาคส่วนเดียวที่ตนอยู่ (Diversify)</strong>​ หากธุรกิจให้บริการที่หลากหลายและมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากน่านน้ำ (Ocean) ปกติของตัวเอง ธุรกิจนั้นก็จะสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดมาจากความผันผวนของตลาดและสามารถอยู่รอดได้ในระยะยาว กล่าวคือ<strong> ธุรกิจจะสามารถดำรงอยู่ได้ทั้งในสภาวะ “ปกติ” และ “ไม่ปกติ” อันนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</strong>นอกจากนี้ หากมีการร่วมมือกันกับองค์กรต่างๆ ธุรกิจยังสามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของตนเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และบริการ เข้าถึงตลาด และมีโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ โดยเปลี่ยนการมุ่งเน้นจาก &#8220;ตนเอง&#8221; ไปสู่ &#8220;ระบบนิเวศ” ทั้งหมด</p>
<p>SME จะสามารถรักษาความคล่องตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโดยการนำโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นมาปรับใช้ โมเดลเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขาสามารถจัดการกับความท้าทายใหม่ ๆ และคว้าโอกาสได้อย่างรวดเร็ว การกำหนดคุณค่าห่วงโซ่อุปทานใหม่และการจัดสรรทรัพยากรเชิงกลยุทธ์จึงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่บริษัทต่าง ๆ สามารถใช้ในการจัดการกับความซับซ้อนของตลาด และรับประกันว่าธุรกิจจะยังคงอยู่ในตลาดได้ต่อไป</p>
<p>ข้อมูล :<strong> BRANDi and Companies</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/msme-resilience-for-future-ready/">ธุรกิจ SME จะปรับตัวอย่างไร เมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ?</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มองเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก ผ่าน 10 บทเรียนจาก Summer Davos</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/10-lesson-learn-from-wef-summer-davos/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Jul 2024 10:33:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi]]></category>
		<category><![CDATA[BRANDi and Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Exploitation]]></category>
		<category><![CDATA[Growth Model]]></category>
		<category><![CDATA[Let’s Echo for the Eco]]></category>
		<category><![CDATA[New World Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[quality of living for all]]></category>
		<category><![CDATA[Social Adoption]]></category>
		<category><![CDATA[Summer Davos]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainomy]]></category>
		<category><![CDATA[Tools]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[WEF Summer Davos]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะชาติ อิศรภักดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27330</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ (BRANDi and Companies) แชร์ 10 Lesson Learn จากการไปร่วม WEF Summer Davos ​ที่ Dalian ประเทศจีน เพื่อทำความเข้าใจ New World Landscape  เพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนสู่อนาคต &#8220;โลกกำลังอยู่ในช่วง​เปลี่ยนผ่าน มีเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมจนส่งผลกระทบไปทั่วโลก การทำความเข้าใจ New World Landscape จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถในการ “เดาให้ถูก”  ผมใช้คำว่าเดานะครับ เพราะไม่มีใครรู้อนาคตที่แท้จริงอยู่แล้ว แต่สามารถเข้าใจธรรมชาติของมัน ซึ่งอาจจะช่วยทำให้เรามองเห็นบางอย่างที่ชัดเจนมากพอ จนนำไปสู่การตัดสินใจ (ที่หวังว่าจะถูกต้อง) สำหรับอนาคต&#8221; โดยทั้ง 10 ประเด็นสำคัญ ที่คุณอาร์มตกผลึกได้จากการไปร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้นำระดับโลกในงาน WEF Summer Davos ที่ Dalian ประเทศจีน  ประกอบด้วย #ประเด็นที่1 การเปลี่ยนผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/10-lesson-learn-from-wef-summer-davos/">มองเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก ผ่าน 10 บทเรียนจาก Summer Davos</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณปิยะชาติ (อาร์ม) อิศรภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แบรนดิ แอนด์ คอมพานีส์ (BRANDi and Companies) แชร์ 10 Lesson Learn จากการไปร่วม WEF Summer Davos ​ที่ Dalian ประเทศจีน เพื่อทำความเข้าใจ New World Landscape  เพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนสู่อนาคต</p>
<p><span id="more-27330"></span></p>
<p>&#8220;โลกกำลังอยู่ในช่วง​เปลี่ยนผ่าน มีเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้น และกำลังจะเกิดขึ้น ที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมจนส่งผลกระทบไปทั่วโลก <em><strong>การทำความเข้าใจ New World Landscape จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถในการ “เดาให้ถูก”</strong>  </em>ผมใช้คำว่าเดานะครับ เพราะไม่มีใครรู้อนาคตที่แท้จริงอยู่แล้ว แต่สามารถเข้าใจธรรมชาติของมัน ซึ่งอาจจะช่วยทำให้เรามองเห็นบางอย่างที่ชัดเจนมากพอ จนนำไปสู่การตัดสินใจ (ที่หวังว่าจะถูกต้อง) สำหรับอนาคต&#8221;</p>
<p>โดยทั้ง 10 ประเด็นสำคัญ ที่คุณอาร์มตกผลึกได้จากการไปร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้นำระดับโลกในงาน <strong>WEF Summer Davos</strong> ที่ Dalian ประเทศจีน  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>#ประเด็นที่1</strong> การเปลี่ยนผ่าน (Transition) คือ โอกาสครั้งใหม่ สำหรับโลกใหม่</p>
<p>หลายคนบอกว่า เศรษฐกิจโลกไม่โตขึ้น เพราะตลาดอิ่มตัวไปหมดแล้ว ส่วนที่โตขึ้นก็ดูเหมือนจะ Bubble และสุดท้าย เหลือแต่พื้นที่ที่ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น (ต้องไปพัฒนาก่อน) แต่พอมีการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้น แน่นอนว่า ของเก่าจะค่อยค่อยหายไป ของใหม่จะเข้ามาแทน และการแทนที่หรือการเกิดขึ้นใหม่นั้น คือ โอกาสของเรานั่นเอง</p>
<p><strong>#ประเด็นที่2</strong> เทคโนโลยี(ควร)จะถูกมองเป็น Tools มากกว่าเป็น Trends</p>
<p>ในช่วงที่ผ่านมา เราอาจจะรู้สึกหวือหวาและมีความหวังกับเทคโนโลยีใหม่ใหม่จำนวนมาก จนไม่ทันได้ตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นมัน practical จริงไหม แล้วเราจะเอามันมาใช้เพื่อะไร หลายประเทศและองค์กรเริ่มตื่นตัวและตระหนักรู้ว่า เราต้องให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ให้ชัดก่อน แล้วค่อยไปมองหาเครื่องมือ</p>
<p><strong>#ประเด็นที่3</strong> Social Adoption คือ โมเมนตั้มใหม่ของโลก</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี ไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยเดียวที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจเท่านั้น นับตั้งแต่ช่วงการเกิด Social Media สิ่งที่ชัดที่สุด คือ สังคมเริ่มรวมตัวกันและมีพลังต่อรองมากขึ้น หากแต่มันเป็นการรวมตัวแบบ Multi-fragments กล่าวคือ ไม่ใช่รวมเป็นหนึ่งหากแต่รวมเป็นหลายกลุ่มก้อน จึงเกิดการเสียงแตกขึ้นในสังคม ลองดู AI เป็นต้น</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/002-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></strong></p>
<p><strong>#ประเด็นที่4</strong> หมดยุคเศรษฐกิจแบบ Exploitation สู่ยุคเศรษฐกิจแบบ Development</p>
<p>การพัฒนาของเทคโนโลยีล้ำสมัยจะยังคงดำเนินต่อไป แต่ความคิดในการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อมาใช้ในการแก้ปัญหา การปรับปรุงให้มันนำไปใช้งานได้จริงและตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น การคิดคำนึงว่าเทคโนโลยีเหล่านั้นจะสามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมากได้อย่างไร จะสร้างตลาดได้อย่างไร จะพัฒนาโลกได้อย่างไร จะเป็นประเด็นสำคัญ</p>
<p><strong>#ประเด็นที่5 </strong>เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องมองให้ออกว่า เศรษฐกิจอะไร คือ Bubble อะไร คือ Real</p>
<p>เศรษฐกิจโลกเติบโตโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนมาตลอด และส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน Real Sector อย่างไร   ก็ตาม ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีถูกนำมาใช้เป็นตัวสร้างกระแสเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ ทั้ง ๆ ที่หลายกระแสที่เกิดขึ้นยังอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริง (หรืออาจไม่สามารถเติบโตได้) ทำให้เกิดฟองสบู่และส่งผลกระทบเชิงลบภายหลัง</p>
<p><strong>#ประเด็นที่6 </strong>ดิจิทัลและเทคโนโลยีสุขภาพที่ดีจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความเท่าเทียม</p>
<p>โจทย์สำคัญนับจากนี้ คือ quality of living for all ไม่ใช่แค่ for those with purchasing power หัวข้อสำคัญ คือ การนำเอาดิจิทัลและ Healthtech เข้ามาช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในส่วนของเศรษฐกิจสูงวัยที่กำลังเกิดขึ้น การที่ผู้คนกลับมาสนใจเรื่อง Preventive Healthcare มากขึ้น และ Health Issues<br />
ที่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก</p>
<p><strong>#ประเด็นที่7 </strong>การสร้างการเติบโตกับการบริหารความเสี่ยงจะเป็นสิ่งที่มาคู่กันแบบแยกไม่ได้</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอะไรก็ตาม บริษัท ชุมชน เมือง ประเทศ หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง ความสามารถในการจัดการกับความเสี่ยงจะต้องมาคู่กับความสามารถในการเติบโต เพราะมันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นคู่กัน            ในสถานการณ์ที่สัมพันธ์กัน ถ้าเราสามารถจัดการความเสี่ยงได้ดี ก็มีโอกาสสูงที่เราจะสามารถเติบโตได้ดีเช่นกัน</p>
<p><strong>#ประเด็นที่8</strong> บทบาทของกลุ่มก้อน (Alliances) จะมากขึ้น บทบาทประเทศจะน้อย</p>
<p>ในโลกแห่งความไม่ชัดเจนและไม่แน่นอน ทุกประเทศแสวงหาแนวทางในการเพิ่มอำนาจต่อรอง และแนวทางหนึ่ง คือ การรวมกลุ่มกับประเทศที่มีบางอย่างคล้ายกัน เช่น เป็นประเทศกำลังพัฒนาภายใต้กลุ่ม South-South ประเทศกลุ่มผู้นำการเติบโตใหม่อย่าง BRICS เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้จะมีบทบาทในการจัดการขั้วอำนาจโลกต่อไป</p>
<p><strong>#ประเด็นที่9</strong> ความขัดแย้งที่แท้จริง คือ การสร้างความมั่งคั่ง ไม่ใช่สงคราม</p>
<p>การแข่งขันทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นจนกระทั่งมันไม่สามารถแข่งขันกันได้ภายใต้กติกาที่เรียกว่า เศรษฐกิจ เราอาจจะได้ยินคำว่า Geoeconomics ซึ่งเป็นคำที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Politics และ Economics จะมีอะไรที่คุกคามการเติบโตของเศรษฐกิจได้ดีกว่าความมั่นคง ความมั่นคงจึงเป็นไพ่ใบสำคัญในการเปลี่ยน Momemtum ทางเศรษฐกิจ</p>
<p><strong>#ประเด็นที่10</strong> มีคำตอบที่ถูกมากกว่าหนึ่งข้อ ในโลกยุคใหม่</p>
<p>ข้อนี้เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไม เราจึงมักไม่ค่อยได้ยินข้อสรุปที่เป็นการตัดสินใจจาก Davos เพราะท้ายที่สุดแล้ว การจะบอกว่าอะไรถูก อะไรผิดนั้นจะยากขึ้น แต่มันจะเป็นไปในทิศทางที่ “ถูก” ภายใต้ “เงื่อนไข” อะไรมากกว่า การทำความเข้าใจทั้ง Content และ Context ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้เราเห็นภาพสิ่งที่ถูกต้องสำหรับเรามากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27334 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/003-Re.jpg" alt="" width="426" height="639" /></p>
<p><em>&#8220;เห็นได้ชัดว่าโลกต้องการ Growth Model ใหม่ เราทุกคนก็เช่นกัน และ Growth Model ดังกล่าวต้องเกิดขึ้นในแนวทางที่สอดคล้องกันทั้งในระดับของเศรษฐกิจ ตลาด ไปจนถึงองค์กรและบุคคล ความสอดคล้องกันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตในระดับ System หรือโครงสร้างได้ ในขณะเดียวกัน มันจะช่วยปลดล็อคศักยภาพในการสร้าง Impact ในแบบที่โลกกำลังต้องการอย่างเร่งด่วน BRANDi ภูมิใจที่ได้มีโอกาสแชร์เรื่อง<strong> Sustainomy</strong> ในงาน Summer Davos ในครั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เรานำเสนอจะนำไปสู่ประตูที่เปิดกว้างสำหรับการเติบโตในแบบที่โลกต้องการ&#8221; </em>คุณอาร์ม สรุปส่งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/10-lesson-learn-from-wef-summer-davos/">มองเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก ผ่าน 10 บทเรียนจาก Summer Davos</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
