<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Business Direction &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/business-direction/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Mar 2026 09:56:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Business Direction &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2026 09:56:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Multi-Asset Class Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮั่ว เตียง ลิม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40603</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​​​อสังหาริมทรัพย์แบบ Multi-Asset Class Portfolio  เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลในธุรกิจ ให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทหรือความผันผวนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดแต่ละช่วงเวลา  คุณฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​สินทรัพย์หลากหลายประเภทและใหญ่ที่สุดในไทย จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและครบวงจร ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรม 50% ตามมาด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย 40% และกลุ่มพาณิชยกรรม Mixed-Use ที่ราว 10% &#8220;ปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีรายได้รวมที่ 14,686 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรไว้ได้ที่เกือบ 1,500 ล้านบาท โดยมี​เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 15,045 ล้านบาท  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​​​อสังหาริมทรัพย์แบบ Multi-Asset Class Portfolio  เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลในธุรกิจ ให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทหรือความผันผวนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดแต่ละช่วงเวลา </strong></p>
<p><span id="more-40603"></span></p>
<p><strong>คุณฮั่ว เตียง ลิม </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​สินทรัพย์หลากหลายประเภทและใหญ่ที่สุดในไทย จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและครบวงจร ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรม 50% ตามมาด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย 40% และกลุ่มพาณิชยกรรม Mixed-Use ที่ราว 10%</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40608 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Portfolio.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p><em>&#8220;ปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีรายได้รวมที่ 14,686 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรไว้ได้ที่เกือบ 1,500 ล้านบาท โดยมี​เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 15,045 ล้านบาท  ผ่านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ​ ขณะที่การลงทุน</em><em>จะโฟกัสที่พอร์ตหลักของกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตของดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขการสนับสนุนการลงทุน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีแผนเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากจีน ทั้งธุรกิจของคนจีนเอง รวมทั้งธุรกิจต่างประเทศที่มีฐานผลิตในจีน ​ที่มองหาโอกาสจากการขยายการลงทุนเพิ่มเติมตามนโนบาย China Plus One ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย&#8221;​</em></p>
<p>บริษัทจึงได้เดินหน้าขยายการให้บริการเพื่อรองรับดีมานด์ในภาคอุตสาหกรรมได้ตลอดทั้งห่วงโซ่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเพิ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วในการให้บริการด้านการกระจายสินค้า ผ่านการบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการกว่า 3.8 ล้านตารางเมตร และคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็นมากกว่า 4 ล้านตารางเมตร จากการเติบโตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 แสนตารางเมตรในแต่ละปี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/DSC_6891-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขยายเข้าไปสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate)​ เริ่มนำร่องด้วยโครงการ <strong>อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์</strong> (Araya The Eastern Gateway) ซึ่งถือเป็นโครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร หรือ <strong>&#8216;Smart IE&#8217;</strong> แห่งแรกในไทย รวมทั้งได้รับการรับรองจาก IEAT (Industrial Estate Authority Thailand) เรียบร้อยแล้ว โดยมีพื้นที่รวมกว่า 4,600 ไร่ พร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้สอดคล้องกับ ESG Framework รวมทั้งเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ​ เพื่อให้สามารถรองรับการลงทุนของธุรกิจแห่งอนาคตได้ โดยปัจจุบันมีลูกค้าทำการจองพื้นที่ในนิคมแห่งนี้แล้วรวมกว่า 600 ไร่ และคาดว่าจะเพิ่มการจองพื้นที่ในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนานิคมแห่งใหม่ใน​ชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน  EEC บนพื้นที่ราว 2,200 ไร่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุริจในกลุ่มอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&#8221; </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40614 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ARAYA.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p>สำหรับ <strong>กลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย</strong> แม้ตลาดจะยังคงเผชิญความท้าทายในหลายปัจจัย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แต่บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติมในปีนี้ 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,300 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่เปิดตัว 7 โครงการ โดยเน้นบริหารงานอย่างระวัดระวัง และให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการที่ดูแล​อย่างมีคุณภาพ</p>
<p>ส่วน <strong>ธุรกิจกลุ่มพาณิชยกรรม  Commercial Mixed-Use</strong> เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่สามารถเติบโตได้ ในฐานะเทรนด์สำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการมีโครงการแฟลกชิพระดับพรีเมียมและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ทำให้เพิ่มแม่เหล็กสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ พร้อมการซินเนอจี้ของทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) และเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ทำให้สามารถผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทีมงานในด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่ทำให้เกิดความคล่องตัว และเชื่อมโยงแนวทางในการดูแลผู้เช่าได้มากขึ้น</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันบริษัท​บริหารอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD ​รวมพื้นที่ราว 1.85 ล้านตารางเมตร ในย่าน CBD ซึ่งประกอบด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 แห่ง สามารถรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Talent หรือคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงาน ทั้งเรื่องของภาพลักษณ์ รวมทั้งมาตรฐาน ESG และ​ความยั่งยืนต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถดึงดูดกลุ่ม Talent เข้ามาร่วมงานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พื้นที่สำนักงานใน กทม. ที่มีราว 11 ล้านแห่ง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาคารเก่า ทำให้มาตรฐานในช่วงการก่อสร้าง อาจจะยังไม่รองรับบริบทธุรกิจในปัจจจุบัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของบริษัทในการดึงดูดองค์กรและคนทำงานรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/DSC_7212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแต่ละกลุ่มธุรกิจให้เติบโต ทางบริษัทยังได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนผสานการดำเนินงานของธุรกิจในทุกกลุ่ม ทั้งพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมี <strong>คุณสมบูรณ์ วศินชัชวาล ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย </strong>และ <strong>คุณวรวรรต ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรอง</strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก</strong><strong> </strong>พร้อมด้วย <strong>คุณเกรียงไกร โภคานุกรม ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่</strong><strong>บริหารด้านการเงิน </strong></p>
<p>รวมถึงแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนการเติบโตแต่ละธุรกิจ ประกอบด้วย <strong>1.</strong> คุณ<strong>วรวรรต ศรีสอ้าน – ธุรกิจรีเทล (Retail) 2. คุณ</strong><strong>อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ – ธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรม (Office &amp; Hotel)  3. คุณ</strong><strong>พีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ – ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial </strong><strong>&amp;</strong><strong> Logistic</strong><strong>s</strong><strong>) 4. คุณ</strong><strong>กมลกาญจน์ คงคาทอง – ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) 5. คุณ</strong><strong>ภวรัญชน์ อุดมศิริ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบ (Landed Residential) และ 6. คุณ</strong><strong>วิทวัส คุตตะเทพ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวสูง (High</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Rise Residential)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Excutive-Group-re.jpg" alt="" width="1200" height="821" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Dec 2025 06:22:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[MOSHI]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[สง่า บุญสงเคราะห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38776</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี 2568 เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน Q4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี 2569 โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ Exclusive เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่ 1.) การขยายสาขาใหม่ โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>‘</strong><strong>บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ </strong><strong>MOSHI </strong><strong>ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย อัดแน่นกลยุทธ์โค้งสุดท้ายของปี </strong><strong>2568</strong><strong> เร่งเครื่องขยายสาขา-เพิ่มสินค้าใหม่รับเทศกาล ดันผลงาน </strong><strong>Q</strong><strong>4/68 และเร่งเครื่องพัฒนาสินค้าสำหรับปี</strong><strong> 2569</strong></p>
<p><span id="more-38776"></span></p>
<p><strong>โดยต่อยอดจุดแข็ง ‘ดีไซน์โดดเด่น คุณภาพดี ราคาเข้าถึงได้’ ควบคู่กับกลยุทธ์ที่คำนึงความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ชูการนำเสนอสินค้าแบบ</strong><strong> Exclusive </strong><strong>เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน พร้อมประกาศแผนเชิงรุกปีหน้า เตรียมเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา ในทำเลที่มีศักยภาพสูง พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืน มั่นใจรักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจไลฟ์สไตล์ของประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง </strong></p>
<p><strong>นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) </strong><strong>(</strong><strong>บริษัทฯ) หรือ </strong><strong>MOSHI</strong> ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีและเทศกาลปีใหม่ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/moshi1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.</strong><strong>) การขยายสาขาใหม่</strong> โดยได้เดินหน้าเปิดสาขาใหม่ 15 สาขาในพื้นที่ศักยภาพ อาทิ เซนทรัล กระบี่, โลตัส บ้านบึง รวมถึงสาขา Standalone ในจังหวัดใหม่ อย่าง ตราด และ อุทัยธานี ส่งผลให้ในปี 2568 บริษัทฯ เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 39 สาขา ช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2.</strong><strong>) อัดแน่นสินค้าใหม่รับเทศกาล</strong> กว่า 2,000 รายการ เพื่อรับกระแสเทศกาลแห่งการให้และเทรนด์การแลกเปลี่ยนของขวัญขนาดเล็กที่เน้นความน่ารักราคาไม่แรงมีคุณค่าทางใจ (small gifts exchange trends) รวมถึงบริษัทฯ ได้เปิดตัวสินค้า Collection ลิขสิทธิ์ยอดนิยม อาทิ Care Bears, Zootopia, Stitch, และ Powerpuff Girls เป็นต้น ที่เติมเต็มโมเมนต์แห่งความสุขด้วยดีไซน์สุดคิ้วท์ที่พลาดไม่ได้ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มองหาของขวัญ &#8220;กุ๊กกิ๊กน่ารัก&#8221; สำหรับแลกของขวัญกับแก๊งเพื่อนหรือซื้อเก็บสะสมสำหรับตนเองและคนพิเศษ  ​</p>
<p><strong>3.</strong><strong>) เพิ่มมูลค่าการซื้อต่อบิล (</strong><strong>Basket Size)</strong> นอกเหนือจากสินค้าในกลุ่มของขวัญแล้ว MOSHI ยังได้เพิ่มความหลากหลายของ สินค้ามูลค่าสูง (High Value) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าตุ๊กตาลิขสิทธิ์และนำเสนอสินค้าในรูปแบบ Gift Set/Box ที่ช่วยเปลี่ยนการเลือกของขวัญให้เป็นเรื่องง่ายและน่าสนใจ เพิ่มโอกาสในการจับจ่ายและอัพไซซ์ตะกร้าสินค้าของลูกค้า</p>
<p><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>MOSHI</strong> กล่าวเพิ่มว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในปี 2569 ยังมีทั้งโอกาสและความท้าทาย โดยเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเติบโตอย่างระมัดระวังจากปัจจัยหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวราว 35.5 ล้านคน พร้อมรายได้จากการท่องเที่ยว 1.68 ล้านล้านบาท รวมถึงแรงหนุนจากงานสำคัญระดับโลก เช่น มหกรรมพืชสวนโลกและการประชุม IMF-World Bank ที่จะช่วยเพิ่มการเดินทางและการจับจ่ายภายในประเทศ ด้านการแข่งขันในตลาดค้าปลีก บริษัทฯ มองว่าแม้จะมีผู้เล่นรายใหม่และการขยายตัวของหลายแบรนด์ แต่จะเป็นแรงผลักให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความเข้าใจผู้บริโภค การสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่แตกต่าง และการนำเสนอสินค้าในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ MOSHI พร้อมต่อยอดเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Moshi3.jpg" alt="" width="1200" height="795" /></p>
<p>“ด้วยความเข้าใจตลาดและประสบการณ์ที่ MOSHI สั่งสมมา ผสานกับจุดแข็ง<strong> ด้านดีไซน์ คุณภาพ และราคาที่เข้าถึงได้</strong> ทำให้เราสามารถพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม ส่งผลให้ MOSHI เติบโตขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย” <strong>นายสง่า</strong> กล่าว</p>
<p>สำหรับปี 2569 บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันดังกล่าว ภายใต้วิสัยทัศน์ <strong>“มอบความสุขด้วยการสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เป็นเลิศ” </strong>โดยเดินหน้า<strong>พัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง</strong> พร้อมรักษาคุณภาพและราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับการสร้างสินค้า Exclusive ในกลุ่มของเล่นและคอลเลกชันใหม่ทั้ง IP และ non-IP นอกจากนี้ ยัง<strong>วางแผนขยายสาขา</strong>เพิ่มอีก 35 แห่ง รวมถึงสาขาแบบ Standalone อย่างน้อย 5 แห่งในทำเลศักยภาพ พร้อม<strong>ยกระดับประสบการณ์ในร้าน </strong>ด้วยการปรับดีไซน์ และ<strong>กลยุทธ์โปรโมตสินค้าหลัก </strong>ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่เน้นความแตกต่างและความเข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่น จะช่วยให้ MOSHI ยังคงแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่งแม้ตลาดจะท้าทายมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/moshi-strategy-in-2026/">“MOSHI” ชูกลยุทธ์ปลายปี! มั่นใจรายได้ตามเป้า พร้อมดันพอร์ตสินค้ากว่า 2,000 รายการ รับเทศกาล พร้อมเผยแผนลงทุนปี 69 เสริมศักยภาพแข่งขันในตลาดรีเทล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Mar 2025 09:02:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald's Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald’s]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติวรรณ อนุเวชสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเบอร์เกอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32421</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดเผยความสำเร็จผ่านการเติบโตของยอดขายปีที่ผ่านมา พร้อมสถิติตัวเลขสูงสุดในรอบ 39 ปี ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สำหรับ บริษัท แมคไทย จำกัด  ผู้บริหารแบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เจ้าตลาดเบอร์เกอร์​และ​แบรนด์ผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาด QSR ประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 4 .7 หมื่นล้านบาท พร้อมเป้าหมายต่อไปในปี 2025 ด้วยเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาส​ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ในประเทศไทย จึงวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่าง​ยั่งยืน ​​ผ่านการสร้างความแข็งแรงให้แบรนด์แมคโดนัลด์ทั้งด้านศักยภาพในทางธุรกิจ การมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า รวมทั้งการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ทำยอดขาย 7,957 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10%  ขณะที่กำไรเติบโต 11% และเป็นการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/">แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดเผยความสำเร็จผ่านการเติบโตของยอดขายปีที่ผ่านมา พร้อมสถิติตัวเลขสูงสุดในรอบ 39 ปี ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สำหรับ <strong>บริษัท แมคไทย จำกัด </strong> ผู้บริหารแบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เจ้าตลาดเบอร์เกอร์​และ​แบรนด์ผู้นำที่แข็งแกร่งในตลาด QSR ประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 4 .7 หมื่นล้านบาท</p>
<p><span id="more-32421"></span></p>
<p>พร้อมเป้าหมายต่อไปในปี 2025 ด้วยเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 10% ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นโอกาส​ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ในประเทศไทย จึงวางกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่าง​ยั่งยืน ​​ผ่านการสร้างความแข็งแรงให้แบรนด์แมคโดนัลด์ทั้งด้านศักยภาพในทางธุรกิจ การมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า รวมทั้งการขับเคลื่อนผลกระทบเชิงบวกให้ทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><strong>คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ทำยอดขาย 7,957 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 10%  ขณะที่กำไรเติบโต 11% และเป็นการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี  พร้อมตั้งเป้ายอดขายในปีนี้เพิ่มขึ้นได้อีก 10% จากการต่อยอดกลยุทธ์ที่​ทำให้แมคโดนัลด์ สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคคนไทยได้ครบถ้วน ทั้งความคุ้มค่า รสชาติ ความสะดวกในการเข้าถึงแบรนด์  เพื่อสามารถส่งมอบประสบการณ์​ที่ดีให้ลูกค้าคนไทยได้อย่างมาต่อเนื่องมาตลอด 4 ทศวรรษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/นางสาวกิตติวรรณ-อนุเวชสกุล-ประธานกรรมการบริหาร-บริษัท-แมคไทย-จำกัด_01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในปีนี้แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมจะรักษาศักยภาพทั้งความแข็งแรงในการขับเคลื่อนธุรกิจ ​การตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าคนไทย รวมทั้ง​การดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการรักษาจุดเด่นของแบรนด์ด้านผู้นำการนำเสนอแพลตฟอร์มที่มีความคุ้มค่า  เพื่อส่งมองได้ทั้งคุณภาพ รสชาติ และราคาที่ตอบโจทย์ เช่น การจัดเซ็ตเมนูสุดคุ้มเพื่อให้ลูกค้าสามารถรับประทานได้ทุกวัน หรือ​มอบคูปองสุดคุ้มผ่าน &#8216;แอปคูปอง แมคโดนัลด์&#8217; การขยายความแข็งแรงในตลาดไก่ทอดอย่างต่อเนื่องผ่านพรีเซ็นเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่อย่าง &#8216;ต้าห์อู๋-ออฟโรด&#8217;  ที่ช่วยผลักดันการเติบโตตลาดไก่ทอดในปีที่ผ่านมาได้ถึง 33%  ควบคู่ไปกับการรักษาเจ้าตลาดเบอร์เกอร์ด้วยการนำเสนอทั้งเมนูยอดนิยม และการพัฒนาเมนูใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปี&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ ตั้งเป้าเพิ่มสาขาใหม่ 20 แห่ง จากปัจจุบันมี 240 แห่ง​ พร้อมแผนปรับปรุงสาขาที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์คอนเซ็ปต์ใหม่อีก 25 แห่ง ภายใต้งบลงทุนรวม 700 ล้านบาท ผ่าน 3 คอนเซ็ปต์ที่สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ได้มากขึ้น ทั้ง <strong>Geometry  </strong>สไตล์โมเดิร์น ทันสมัย สีสันสดใส,<strong> Essential Ingredients</strong> 2.0  ถ่ายทอดแบรนด์บนศิลปะป๊อปอาร์ต และ คอนเซ็ปต์<strong> CUBE​</strong> ถ่ายทอดแบรนด์ผ่านชิ้นงานกราฟฟิก ​พร้อมให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าในร้าน ทั้งบรรยากาศ และการบริการ ผ่านการดูแลพนักงาน  ซึ่งเป็นตัวกลางในการดูแลความสุขไปสู่ลูกค้า พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับบริการ เช่น เครื่องบริการสั่งอาหารอัตโนมัติ  หรือ <strong>SOK</strong> (Self Ordering Kiosk) ซึ่งปัจจุบันติดตั้งครบทุกสาขาแล้ว  และมีแผนขยายเพิ่มเติมในสาขาที่มีความต้องการมากขึ้น รวมทั้ง <strong>GEL</strong> (Guest Experience Leadership) เพื่อให้การต้อนรับ และเป็นผู้ช่วยคอยให้บริการลูกค้าภายในร้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/08_ดีไซน์-CUBE.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ตั้งเป้า Sustainable Packaging 100% ภายในปีนี้ </strong></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายในปีนี้ ที่แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อน​​คือ การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ภายในร้านให้เป็นบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้  โดยที่ผ่านมาได้เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้ และลดการใช้พลาสติกลง โดยหันมาเปลี่ยนเป็นบรรจุภัณฑ์จากกระดาษ ซึ่งเป็นกระดาษที่ได้รับรองมาตรฐาน FSC ที่มาจากการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์จากป่าที่ถูกต้อง หรือได้มาจากป่าปลูกที่ไม่กระทบต่อการตัดไม้ทำลายป่าตามธรรมชาติ เช่น กระดาษห่อเบอร์เกอร์, ถุงกระดาษบรรจุเมนูอาหาร, ถ้วยกระดาษใส่ซอส และภายในไตรมาสที่ 2 ​​จะขยายบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มเติม ​ เช่น กล่องบรรจุเมนูข้าว  กล่องกระดาษบรรจุซอสดิปต่างๆ รวมทั้งกล่องบัคเก็ตพร้อมฝา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sustainable-pacakging_02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;สำหรับแนวทางการขยาย Green Store ในประเทศไทย อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อหาทำเลที่เหมาะสม เนื่องจาก จำเป็นต้องเลือกทำเลที่มีความเหมาะสม และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการรองรับโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น มีสถานีชาร์จ  EV ​ โครงสร้างที่รองรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ​การคำนึงถึงพื้นที่สีเขียวภายในร้าน รวมไปถึงรายละเอียดต่างๆ ทั้งการตกแต่ง หรืออุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งการลงทุนแต่ละสาขาคาดใช้งบไม่ต่ำกว่า 50-60 ล้านบาท ขณะที่ผลการตอบรับของ Green Store ที่ให้บริการอยู่รวมทั้งสิ้น 2 แห่ง ในปัจจุบัน ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะประสิทธิภาพด้านพลังงานทดแทน ที่สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าลงได้ถึง 10-15%&#8221;​</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการดำเนินงานของแมคโดนัลด์ ประเทศไทย ในทุกสาขา ก็ให้ความสำคัญต่อเรื่องผลกระทบสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยเฉพาะการ​ลด​ใช้พลาสติกในร้านลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีส่วนที่เป็นพลาสติกไม่ถึง 10% ​​ และพยายามลดการใช้ให้น้อยลง เช่น ช้อนส้อมพลาสติก  หรือถุงบรรจุบางประเภท ที่พยายามปรับเปลี่ยนเป็นไบโอพลาสติก ส่วนหลอดพลาสติก ก็มีนโยบายปรับเปลี่ยนให้มีความรักษ์โลกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องดูนโยบายจากทางโกลบอลรวมทั้งการพิจารณาความพึงพอใจของผู้บริโภคควบคู่ไปด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/11_ไก่ทอดแมค.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญในใการดูแลผลกระทบเชิงสังคมมาอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งการขับเคลื่อนแคมเปญ McHappy Smile และการสนับสนุนมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮ้าส์ ประเทศไทย ที่มุ่งเน้นดูแล และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน ทั้งผ่านกิจกรรมร่วมส่งมอบรอยยิ้มและความสุข เพื่อ​ส่งมอบมื้ออาหารให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศ  รวมถึงการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว ภายใต้โครงการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 24 ปี</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/mcdonalds-thailand-direction-to-sustainable-growth-2025/">แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทั้ง 100% ภายในปีนี้ พร้อมเผย 3 กลยุทธ์ โตต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิโคล่ เร่งแผน Zero Waste &#8211; Low Emission ลดสโคป 3 แล้ว 10% ส่วน RE.UNIQLO Studio ในไทยเติบโต 194%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/uniqlo-thailand-sustainability-goals/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Feb 2025 13:16:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Apareal]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear]]></category>
		<category><![CDATA[LifeWear = a New Industry]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO]]></category>
		<category><![CDATA[RE.UNIQLO STUDIO]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain Management]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาสต์ รีเทลลิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่อแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[เสื้อผ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โยชิทาเกะ วาคากุวะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31846</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่​งยืน​ของยูนิโคล่ (Uniqlo)  คือการผลิตเสื้อผ้าที่สอดคล้องกับแนวคิด LifeWear ผ่านการออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่มีคุณภาพสูง และสามารถนำไปใช้ได้ทุกโอกาส เพื่อให้กระบวนการผลิตตามแนวทาง LifeWwar นี้ มีส่วนในการช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจไปได้พร้อมกัน และไม่ใช่เพียงแค่การบริหารจัดการภายในกระบวนการผลิตของตัวเอง สิ่งที่ยูนิโคล่กำลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนคือ การสร้าง Zero Waste Model ให้เกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนตามแนวทาง Circularity เพื่อให้มีการหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น ทั้งการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) รวมทั้ง​การยกระดับความสามารถในการบริหารซัพพลายเชนทั้งหมด เพื่อสามารถ​ควบคุมขั้นตอนการผลิตทั้งหมดได้โดยตรงตั้งแต่​คุณภาพ การจัดซื้อ การผลิต สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสิทธิพื้นฐานของแรงงาน ตามแนวคิด LifeWear = a New Industry คุณโยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) กล่าวถึง​เป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย โดยมุ่ง​ขับเคลื่อนธุรกิจตาม Business Direction 2030 ที่กำหนดโรดแม็พขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกมิติเพิ่มมากขึ้น ​ภายใต้ 2 แกนหลักสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/uniqlo-thailand-sustainability-goals/">ยูนิโคล่ เร่งแผน Zero Waste &#8211; Low Emission ลดสโคป 3 แล้ว 10% ส่วน RE.UNIQLO Studio ในไทยเติบโต 194%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่​งยืน​ของยูนิโคล่ (Uniqlo)  คือการผลิตเสื้อผ้าที่สอดคล้องกับแนวคิด <strong>LifeWear </strong>ผ่านการออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่มีคุณภาพสูง และสามารถนำไปใช้ได้ทุกโอกาส เพื่อให้กระบวนการผลิตตามแนวทาง LifeWwar นี้ มีส่วนในการช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืน ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจไปได้พร้อมกัน</p>
<p><span id="more-31846"></span></p>
<p>และไม่ใช่เพียงแค่การบริหารจัดการภายในกระบวนการผลิตของตัวเอง สิ่งที่ยูนิโคล่กำลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนคือ การสร้าง <strong>Zero Waste Model</strong> ให้เกิดขึ้นภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนตามแนวทาง Circularity เพื่อให้มีการหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น ทั้งการลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle) รวมทั้ง​การยกระดับความสามารถในการบริหารซัพพลายเชนทั้งหมด เพื่อสามารถ​ควบคุมขั้นตอนการผลิตทั้งหมดได้โดยตรงตั้งแต่​คุณภาพ การจัดซื้อ การผลิต สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงสิทธิพื้นฐานของแรงงาน ตามแนวคิด <strong>LifeWear = a New Industry </strong></p>
<p><strong>คุณโยชิทาเกะ วาคากุวะ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) กล่าวถึง​เป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ ประเทศไทย โดยมุ่ง​ขับเคลื่อนธุรกิจตาม Business Direction 2030 ที่กำหนดโรดแม็พขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกมิติเพิ่มมากขึ้น ​ภายใต้ 2 แกนหลักสำคัญ คือ การผลิตเสื้อผ้าที่ดีกว่าสำหรับสิ่งแวดล้อม และการผลิตเสื้อผ้าที่ดีกว่าสำหรับผู้คนและสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31847 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/มร.โยชิทาเกะ-วาคากุวะ-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ผลิตเสื้อผ้าที่ดีกว่าสำหรับสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>ปีงบประมาณ 2023 ที่ผ่านมา ยูนิโคล่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (สโคป 1,2) ได้แล้ว 69% และเริ่มลดจากห่วงโซ่อุปทาน (สโคป 3) ได้แล้ว 10% รวมทั้งสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลได้อีก 2% ทำให้ปีที่ผ่านมาสามารถใช้วัตถุดิบที่อยู่ใน​กลุ่ม Low Emission อยู่ที่ 18.2% โดยตั้งเป้าเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 50% ภายในปี 2030</p>
<p>ทั้งนี้ ยูนิโคล่ต้ังเป้าหมายขับเคลื่อนสู่ Zero Waste เพื่อ &#8216;ลดขยะเป็นศูนย์&#8217; ภายในธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและขับเคลื่อนไปได้ราว 10-20% ตามแผน เนื่องจาก ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนการผลิต การขนส่ง การควบคุมสต๊อก ทำให้ต้องเพิ่มความร่วมมือในการทำงานกับทางซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายร่วมกัน  <i> </i></p>
<p><strong><em>&#8220;ปัจจุบันยูนิโคล่มีการผลิตเสื้อผ้าทั่วโลกราว 700 ล้านชิ้น การจะขับเคลื่อนไปสู่ Zero Waste Model จะอยู่บนแนวคิด Customer Oriented ทั้งการผลิตและออกแบบเสื้อผ้าให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของลูกค้า ผ่านการเก็บ Customer&#8217;s Voice จากทุกแพลตฟอร์ม ทั้งจากสาขาที่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ รวมทั้งการเสนอแนะผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมทั้งคาดการณ์การเติบโตของยอดขายเพื่อนำไปสู่การวางแผนในส่วนของการผลิต การขนส่ง ตามปริมาณและจำนวนที่เหมาะสม​ รวมทั้งลดการใช้พลาสติกในการขนส่ง โดยรวมบรรจุภัณฑ์เสื้อผ้าไว้ในถุงพลาสติกใบเดียว สำหรับการขนส่งจากโรงงานมายังสาขา โดยในประเทศไทยจะเริ่มใช้แนวทางนี้สำหรับคอลเลคชันฤดูร้อนและฤดูใบไม้ผลิในปี 2568 และเชื่อว่าจะสามารถลดพลาสติกลงได้ถึง 1 ใน 4 ภายในปีนี้ รวมทั้งส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ถุงผ้าเพื่อลดการใช้ถุงกระดาษ เ</em><em>พื่อสามารถลดขยะเป็นศูนย์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมไปถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งในร้านสาขาและที่สำนักงานใหญ่&#8221;​</em></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31848 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/มร.โยชิทาเกะ-วาคากุวะ-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ผลิตเสื้อผ้าที่ดีสำหรับผู้คนและสังคม</strong></p>
<p>เพื่อขยาย Positive Impact จากการดำเนินธุรกิจได้ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม ผู้คนและสังคม ยูนิโคล่จึงให้ความสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ  (Traceability) ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน พร้อมวางนโนบายที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานต่างๆ รวมทั้งการมีธรรมาภิบาล (Goog Governance) อาทิ  จัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ,  เร่งความก้าวหน้าด้านความหลากหลายและการมีส่วนร่วม,  ส่งเสริมโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมทั่วโลก เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมท่ัวโลกของยูนิโคล่ ในปีงบประมาณที่ผ่านมา มีผู้ได้รับประโยชน์ทั่วโลกกว่า 34 ล้านคน มีการบริจาคสิ่งของ 4.77 ล้านชิ้น ​รวมมูลค่ากิจกรรมการบริจาค 8.2 พันล้านเยน หรือ 1.8 พันล้านบาท กิจกรรม <strong>เสื้อยืดการกุศล </strong><strong>Peace for All</strong> มีผู้ร่วมสร้างสรรค์ลวดลายทั้งหมด 42 ท่าน มีการจำหน่ายเสื้อยืดไปทั่วโลกจำนวน 28 ล้านตัว สร้างยอดบริจาคได้ถึง 1,833 พันล้านเยน (ยอดอัปเดตล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2567) รวมทั้งการริเริ่ม <strong>โครงการ “</strong><strong>The Heart of LifeWear”</strong> ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของยูนิโคล่ในปี 2567 โดยตั้งเป้าส่งมอบฮีทเทค (HEATTECH) และ เสื้อผ้า LifeWear อื่นๆ จำนวน 1 ล้านตัว แก่ผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่น เด็กๆ ที่ขาดแคลน และผู้ประสบภัยพิบัติทั่วโลก ซึ่ง ยูนิโคล่จะบริจาคเสื้อผ้าตาม​สภาพอากาศในแต่ละ​พื้นที่เป็นสำคัญ เพื่อให้เสื้อผ้าที่นำไปบริจาคสร้างประโยชน์แก่ผู้ได้รับบริจาคอย่างสูงสุด&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/The-Heart-of-LifeWear_Chiang-Rai-12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ภารกิจสร้างวัฒนธรรม LifeWear ในไทย </strong></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ในประเทศไทย หลังจากเริ่มขยายการให้บริการ <strong>RE.UNIQLO Studio</strong> แห่งแรกของประเทศไทย ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ในเดือนกันยายน 2566 เพื่อขับเคลื่อนปรัชญา LifeWear​ ผ่านการให้บริการซ่อมแซมและแปลงโฉมเสื้อผ้า รวมทั้งการเพิ่มลวดลายพิเศษเฉพาะของประเทศไทย เพื่อเป็น Gimmick มาช่วยกระตุ้นให้คนไทยใช้เสื้อผ้าได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ทำให้ในปีที่ผ่านมา  มีจำนวนลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้ายูนิโคล่กว่า 18% ที่นำมาใช้บริการ RE.UNIQLO Studio ต่อ และมีอัตราการเติบโตที่สูงถึง 194% เมื่อเทียบจากช่วงปลายปี 2566 ที่เพิ่งเริ่มเปิดให้บริการ โดยได้ให้บริการไปแล้วรวมทั้งสิ้นมากกว่า 16,000 ออเดอร์ สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของลูกค้าชาวไทย และเชื่อว่าด้วยแนวคิดในการเพิ่มสีสันเพื่อเข้ามาช่วยกระตุ้นให้คนไทยหันมาซ่อมแซม หรือปรับโฉมเสื้อผ้าจะทำให้การตอบรับต่อ RE.UNIQLO Studio เติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ส่วนการขับเคลื่อน โครงการ RE.UNIQLO ‘Warmth for All’ เพื่อส่งต่อเสื้อผ้ายูนิโคล่ที่ได้รับการบริจาคให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน ​ผ่านการส่งมอบเสื้อผ้าให้ผู้ที่มีความต้องการ ภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตรต่างๆ ​โดยเฉพาะ​ในพื้นที่เขตภัยหนาวทางภาคเหนือ หรือในพื้นที่ประสบภัยธรรมชาติต่างๆ ซึ่งจะมีความต้องการเสื้อผ้า รวมทั้งเสื้อกันหนาวเป็นจำนวนมาก โดยได้ตั้งจุดรับบริจาคภายใน​ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรทั้งภาคธุรกิจ และสถานศึกษาต่างๆ เพื่อขยายจุดรับบริจจาคและเพิ่มการรับรู้โครงการไปในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้บริจาคเสื้อฮู้ดกันยูวี เพื่อสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า ในจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงราย รวมทั้งการสานต่อ ​Global Campaign อย่าง <strong>โครงการ </strong><strong>The Heart of LifeWear</strong> ด้วยการมอบฮีทเทคจำนวน 15,000 ตัว ให้แก่มูลนิธิบ้านร่มไทรและมูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิละ 7,500 ตัว เพื่อส่งต่อความอบอุ่นให้กับผู้ประสบภัยหนาวทางภาคเหนือของไทย โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มีผู้ได้รับผลประโยชน์กว่า 35,000 คน จากการบริจาคเสื้อผ้ารวมท้ังสิ้น  86,802 ตัว หรือนับตั้งแต่​ปี 2558 เป็นต้นมา ยูนิโคล่ ประเทศไทย ได้บริจาคเสื้อผ้าและส่งเสริมการนำกลับมาใช้ไปแล้วรวมกว่า 3 ล้านตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31853 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/มร.โยชิทาเกะ-วาคากุวะ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em> &#8220;ยูนิโคล่ ยังขับเคลื่อนกิจกรรม​สังคมเพื่อสนับสนุนทั้งการดูแลผู้คน สังคม รวมทั้งสิ่งแวดล้อม เช่น ริเริ่มโครงการ <strong>UNIQLO NEXT GENERATION DEVELOPMENT PROGRAM</strong> ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผ่านกิจกรรมฝึกทักษะฟุตบอลเยาวชนไทย อายุ 8-10 ปี , ร่วมบริจาคเงินจากการขายถุงกระดาษในร้านยูนิโคล่ แก่มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ พร้อมจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สวนป่านิเวศอ่อนนุช ภายใต้โครงการ Let’s Grow Together ร่วมกับกรุงเทพมหานคร รวมทั้งการรณรงค์ลดใช้พลังงานภายในร้านและสำนักงานใหญ่ รวมทั้งยังได้รับรองเครดิตการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 100% หรือ I-REC เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนทั้ง 100%&#8221;</em></p>
<p>​ทั้งนี้ ยูนิโคล่ ประเทศไทย ต้ังเป้าขับเคลื่อนแผนงานและเป้าหมายด้านความยั่งยืนในประเทศไทย สำหรับปี 2568 ผ่านแนวทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยภายใน <strong>RE.UNIQLO Studio </strong>จะมุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ไอเทม LifeWear ให้ยาวนานและยั่งยืนขึ้นผ่านบริการที่มีอยู่​ภายในร้าน รวมทั้งการเพิ่มสีสันผ่านลวดลายปักใหม่ๆ หรือลายในช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์, Pride Month หรือคริสต์มาส รวมทั้งลวดลายคลาสิกแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง​ Sashiko (ซาชิโกะ) เป็นต้น ขณะเดียวกันยังเดินหน้ารับบริจาคเสื้อผ้าต่อเนื่องผ่านโครงการ RE.UNIQLO Warmth for All ที่ปีนี้ตั้งเป้ารับบริจาค 160,000 ตัว หรือเพิ่มขึ้น 30% จากยอดบริจาคปีที่ผ่านมา, ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการเพิ่มมากขึ้นจาก 28 คน เป็น 33 คน , สนับสนุนเยาวชนไทยกว่า 150 คน ผ่านการเล่นกีฬาในโครงการ UNIQLO NEXT GENERATION DEVELOPMENT PROGRAM รวมทั้งเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อผลักดันความยั่งยืนต่างๆ ภายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31851 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/UNIQLO-Sustainability-Journey.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/uniqlo-thailand-sustainability-goals/">ยูนิโคล่ เร่งแผน Zero Waste &#8211; Low Emission ลดสโคป 3 แล้ว 10% ส่วน RE.UNIQLO Studio ในไทยเติบโต 194%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย ขับเคลื่อนสู่​ Multi-National Company ​เร่งเครื่องต่างประเทศโต 100% ​วางกลยุทธ์ Supalai Future Proof ลงทุน 46,000 ล้านบาท ท้าชนปัจจัยลบดันยอดขายทะลุ 32,000 ล้านบาท </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/supalai-future-proof-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 03:59:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Multi-National Company]]></category>
		<category><![CDATA[Romantic Charm]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Village]]></category>
		<category><![CDATA[Strategic move]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[Supalai Future Proof]]></category>
		<category><![CDATA[Supalai Future Proof 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทข้ามชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย พรีมา วิลล่า]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31795</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมปี 2024 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญกับหลายปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูง ส่งผลต่อความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มมากขึ้น และกระทบมาถึงกำลังซื้อรวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ศุภาลัยยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้วยยอดขาย​ 9 เดือน เกือบ 30,000  ล้านบาท และยังมีกำไรสุทธิ 4,201 ล้านบาท ​สูงที่สุดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แสดงถึงความมั่นคงและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจระยะยาวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพอร์ตต่างประเทศที่เติบโตขึ้นถึง 49% สามารถขยายโครงการในออสเตรเลียได้แล้ว 24 โครงการ ทำให้มีสัดส่วน 10% จากยอดขายรวม ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2025 นี้ จากบริษัทระดับชาติ สู่ ‘บริษัทข้ามชาติ’ ปัจจุบันศุภาลัย​​มีโครงการในประเทศ ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูงมากกว่า 200 โครงการ ใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีจำนวนโครงการครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมากที่สุด และการขยายโครงการไปในหลากหลายจังหวัดเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ศุภาลัยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศุภาลัยเริ่มขยายโครงการไปในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมากว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/supalai-future-proof-2025/">ศุภาลัย ขับเคลื่อนสู่​ Multi-National Company ​เร่งเครื่องต่างประเทศโต 100% ​วางกลยุทธ์ Supalai Future Proof ลงทุน 46,000 ล้านบาท ท้าชนปัจจัยลบดันยอดขายทะลุ 32,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ภาพรวมปี 2024 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญกับหลายปัจจัยลบ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของสภาพเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูง ส่งผลต่อความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่เพิ่มมากขึ้น และกระทบมาถึงกำลังซื้อรวมทั้งความเชื่อมั่นของผู้บริโภค</p>
<p><span id="more-31795"></span></p>
<p>แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ ศุภาลัยยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ด้วยยอดขาย​ 9 เดือน เกือบ 30,000  ล้านบาท และยังมีกำไรสุทธิ 4,201 ล้านบาท ​สูงที่สุดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ แสดงถึงความมั่นคงและศักยภาพในการดำเนินธุรกิจระยะยาวทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะพอร์ตต่างประเทศที่เติบโตขึ้นถึง 49% สามารถขยายโครงการในออสเตรเลียได้แล้ว 24 โครงการ ทำให้มีสัดส่วน 10% จากยอดขายรวม ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตต่อเนื่องได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวในปี 2025 นี้</p>
<p><strong>จากบริษัทระดับชาติ สู่</strong><strong> ‘</strong><strong>บริษัทข้ามชาติ</strong><strong>’</strong></p>
<p>ปัจจุบันศุภาลัย​​มีโครงการในประเทศ ครอบคลุมทั้งแนวราบและแนวสูงมากกว่า 200 โครงการ ใน 30 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีจำนวนโครงการครอบคลุมทั่วทั้งประเทศมากที่สุด และการขยายโครงการไปในหลากหลายจังหวัดเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ศุภาลัยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><strong>ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศุภาลัยเริ่มขยายโครงการไปในพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วประเทศมากว่า 15 ปีแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ศักยภาพในเมืองท่องเที่ยวและเมืองรอง เพื่อขยายโอกาสเติบโตจากดีมานด์และกำลังซื้อใหม่ รวมทั้งช่วยกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจ ซึ่งปีนี้จะเดินหน้าขยายโครงการเข้าไปในจังหวัดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งสุพรรณบุรี ลพบุรี รวมทั้งเกาะสมุย ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของภาคใต้ รวมทั้ง​ในพื้นที่ศักยภาพที่มีการลงทุนอยู่ก่อนหน้า โดยเตรียมงบสำหรับ​การจัดซื้อที่ดินไว้ราว 8,000 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31799 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/KON08193.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“<strong><em>อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของศุภาลัยในปีนี้ คือ การขยับจากการเป็น </em></strong><strong><em>National Company </em></strong><strong><em>หรือบริษัทระดับชาติ สู่การเป็นบริษัทข้ามชาติ หรือ </em></strong><strong><em>Multi-National Company </em></strong><strong><em>เพื่อขยายศักยภาพการเติบโตทุกมิติ ตอกย้ำ​ความแข็งแรงทั้งภายในประเทศและต่อยอดการเติบโตในต่างประเทศ </em></strong>ซึ่งปัจจุบัน​มีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมกันเกือบ 300 โครงการ โดยเฉพาะต่างประเทศที่เริ่มขยายตัวต่อเนื่องถึง​ปัจจุบันรวม 24 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 185,500 ล้านบาท ภายใต้เงินลงทุนของศุภาลัยที่ราว 22,300 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในปีนี้มากกว่าเท่าตัว ส่งผลให้ยอดขายจากต่างประเทศจะเติบโต​เพิ่มขึ้น​ถึง 100% ซึ่งเหตุผลในการขยายธุรกิจไปในต่างประเทศก็เช่นเดียวกับการขยายธุรกิจไปต่างจังหวัด ทั้งการขยายตลาดและกลุ่มเป้าหมาย​ รวมทั้งการกระจายความเสี่ยงทั้งจากมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง รวมไปถึงกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกันเพื่อสร้างให้มีโอกาสที่หลากหลายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น​”</p>
<p>ทั้งนี้​ ​ปี 2024 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดอสังหาฯ และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ศุภาลัยสามารถเติบโตสวนกระแสได้ ด้วยความแข็งแกร่งจากภายใน ทั้งมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมที่มีเกือบ 1 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนหนี้สินต่อทุนและอัตราดอกเบี้ย​อยู่ในระดับต่ำ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.85 เท่า​ ทำให้​ภาระต้นทุนทางการเงินไม่สูง ประกอบการการเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ประโยชน์จาก​ Economy of Scale ที่ช่วยให้ต้นทุนในการก่อสร้างต่ำกว่า จึงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี และพัฒนาโครงการที่สามารถแข่งขันได้ ให้ตอบสนองต่อดีมานด์ของกลุ่มเป้าหมายในตลาด ช่วยรักษาทั้งยอดขายและกำไรให้ยังคง​เติบโตและส่งผลให้พื้นฐานธุรกิจของศุภาลัยมีความแข็งแกร่ง สามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาส เพื่อนำมาซึ่งโอกาสในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/KON08209.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>วางกลยุทธ์ </strong><strong>Supalai Future Proof 2025 </strong></p>
<p>สำหรับการเติบโตของศุภาลัยในปี 2025 มาจากการเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องรวม 36 โครงการ มูลค่าลงทุนรวมกว่า 46,000 ล้านบาท ทั้งแนวราบ​ 28 โครงการ และแนวสูงหรือคอนโด 8 โครงการ โดยจะ​กระจายพื้นที่ลงทุนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในต่างจังหวัด โดยตั้งเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นราว 20% หรือมียอด Presales กว่า 32,000 ล้านบาท โดยสร้างยอดรับรู้รายได้ทั้งปี 30,000 ล้านบาท แม้ว่าสถานการณ์ภาพรวมยังมีหลายปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง แต่​ความพร้อม และวิสัยทัศน์การเติบโตตามแนวทาง <strong>Supalai Future Proof 2025 </strong>จะช่วยขับเคลื่อนให้ศุภาลัยสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง</p>
<p><strong>คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง ผลการ​ดำเนินงานในปีที่ผ่านมา แม้เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่สามารถก้าวผ่านมาได้อย่างมั่นคง จากความพร้อมทางต้นทุนทางการเงิน และความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และจะยังคงเดินหน้าลงทุนต่อ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดฯ ที่มีการลงทุนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 4 โครงการ เป็น 8 โครงการ เนื่องจากอยู่ในช่วงที่มีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่น้อยลง รวมทั้งต้นทุนในการดำเนินโครงการที่เริ่มสมเหตุสมผลมากขึ้น โดยเฉพาะราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้าง ที่เริ่มปรับตัวไปใกล้เคียงกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เทียบจากช่วงหลังโควิดที่ราคาพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้การกลับมารุกตลาดในช่วงนี้ แม้สถานการณ์โดยรวมยังต้องเฝ้าระวังแต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสที่ดีในการขับเคลื่อนเพื่อเดินหน้าสู่การเติบโตของศุภาลัยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/KON08225.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“<strong>ไม่ว่าสภาพตลาดหรือเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่ดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ ขณะที่ศุภาลัยเองก็มีความแข็งแรงที่จะลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการ </strong></em><strong><em>Proof </em></strong><strong><em> หรือสร้างบทพิสูจน์ว่า​ ไม่ว่าตลาดจะดีหรือแย่ เราจะใช้ความแข็งแรงของเรา ส่งมอบสินค้าดีๆ ที่มีคุณภาพในราคาที่คุ้มค่า เพื่อรองรับดีมานด์ในตลาด ท่ามกลางซัพพลายที่มีจำนวนน้อย จะกลายเป็นโอกาสให้เราสามารถเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดและเติบโตเพิ่มขึ้นได้”​</em></strong></p>
<p>ขณะที่กลยุทธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของศุภาลัย วางไว้อย่างสอดคล้องกับปัจจัย โอกาส และความเสี่ยงที่ต้องเผชิญอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นการเติมซัพพลายในทำเลที่ตอบโจทย์ การตอบสนองเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน การพัฒนาเมืองอัจฉริยะหรือ Smart Village รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและ AI มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนธุรกิจ ​โดยปีนี้จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ หลากหลายด้าน เพื่อปรับตัวทำการตลาดให้โดนใจลูกค้า และการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง ​ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ด้านสินค้าและผลิตภัณฑ์</strong>  พัฒนาโครงการแนวราบในราคาที่เข้าถึงได้ เจาะกลุ่มตลาด 3-5 ล้านบาท มีการพัฒนาแบบบ้านใหม่ เพิ่มการลงทุนในที่ดินขนาดใหญ่ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้แห่งการอยู่อาศัยทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รวมถึงเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ และเพิ่มระยะเวลารับประกัน โดยโครงการคอนโดมิเนียม โครงสร้างจากเดิม 5 ปี เพิ่มเป็น 10 ปี และส่วนควบจากเดิม 2 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี รวมทั้งโครงการแนวราบ ส่วนควบจากเดิม 1 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ด้านการตลาด</strong>  มีการนำ AI และเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านการตลาด โดยการนำข้อมูลมาวิคราะห์ เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยที่ง่าย สะดวก และตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม</p>
<p><strong>&#8211; ด้านนวัตกรรมดิจิทัล</strong>  ผสานนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Smart Village เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/KON07984.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ด้านสิ่งแวดล้อม</strong>  มุ่งสู่ความยั่งยืนในการสร้างความร่วมมือกับคู่ค้า ด้วยการจัดเก็บข้อมูลการปล่อยคาร์บอนฯ ของวัสดุที่ใช้ในทุกกระบวนการของธุรกิจ 100% ในปี 2025 มุ่งสู่เป้าหมายการจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)</p>
<p><strong>&#8211; ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม</strong> ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ด้วยความโปร่งใสและจริยธรรม พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายและจรรยาบรรณทางธุรกิจ</p>
<p><strong>ประเดิมซีรีส์ใหม่ </strong><strong>Romantic Charm </strong></p>
<p>ล่าสุด ศุภาลัย ประเดิมต้นปีด้วยการเปิดตัวไฮไลท์บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ ‘<strong>Romantic Charm</strong>’ ด้วยแนวคิดผสมผสานความโรแมนติกและเสน่ห์ที่น่าหลงใหลเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น อ่อนโยน เต็มไปด้วยความรู้สึกที่นุ่มนวล อ่อนหวาน​ ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติ ตกแต่งด้วยน้ำพุสไตล์คลาสสิค และมีความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่มาช่วยส่งเสริมให้โครงการมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมที่ตั้งโครงการบนถนนอุทยาน หรือถนนอักษะที่ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็มีความเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31797 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Supalai-Prima-Villa-ถนนอุทยาน_2_ซุ้มโครงการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่​ภายในบ้านมีฟังก์ชันรองรับการใช้งานที่ครบถ้วน ​พื้นที่เริ่มต้น 344 &#8211; 502 ตารางเมตร ขนาด 4 และ 5 ห้องนอน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์นคลาสสิค เพิ่มความอ่อนหวานและโรแมนติก ผ่านโทนสีอบอุ่นอ่อนหวาน เช่น สีฟ้าอ่อน สีชมพู และสีขาว พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในโครงการ ไม่ว่าจะเป็น อาคารสโมสร, ​Co-living Space, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ ระบบน้ำแร่, สวนสาธารณะ , CCTV และระบบเข้า -ออก เพื่อรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง</p>
<p>บริเวณโดยรอบโครงการยังมีสถานที่อำนวยความสะดวกและรองรับไลฟ์สไตล์ครบถ้วน ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย รวมทั้งเชื่อมกับการเดินทางด้วยถนนสายหลักไม่ว่าจะเป็นถนนพุทธมณฑลสาย 4 ,ถนนทวีวัฒนา, ถนนบรมราชชนนี และ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ​​</p>
<p>โครงการ <strong>‘</strong><strong>ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ถนนอุทยาน</strong><strong>’</strong> จึงมอบทั้งความทันสมัย หรูหรา ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและธรรมชาติ และทำเลใกล้เมือง ในราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท พร้อมเปิดขายวันนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ศุภาลัย_แถลงแผนธุรกิจ_คุณไตรเตชะ-12.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปีนี้ ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ศุภาลัยมองว่าเป็นความท้าทายที่นำมาซึ่งโอกาสในการเติบโต และพร้อมท้าชนด้วยพื้นฐา​นที่​แข็งแรง รวมทั้งการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่มาจากความเข้าใจทั้งตลาดและผู้บริโภค รวมทั้งการพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น จึงเชื่อได้ว่าจะสามารถรักษาการเติบโต​ในอนาคตไว้ได้อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31802 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Info_สรุปแถลงแผนธุรกิจศุภาลัย-2025.jpg" alt="" width="620" height="877" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/supalai-future-proof-2025/">ศุภาลัย ขับเคลื่อนสู่​ Multi-National Company ​เร่งเครื่องต่างประเทศโต 100% ​วางกลยุทธ์ Supalai Future Proof ลงทุน 46,000 ล้านบาท ท้าชนปัจจัยลบดันยอดขายทะลุ 32,000 ล้านบาท </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 02:35:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[CentaraThe1]]></category>
		<category><![CDATA[Global Sustainable Tourism Council]]></category>
		<category><![CDATA[GSTC]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[The Place to Be]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา กะรน รีสอร์ท ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา พลูมเมอเรีย รีสอร์ท ปากเซ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา วิลลา เกาะพีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ ละไม รีสอร์ท สมุย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทาราเดอะวัน]]></category>
		<category><![CDATA[โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล เฮนสเลอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24591</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เติบโตในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก เผยแผนปรับโฉมโรงแรมแฟลกชิป, กลยุทธ์รีแบรนด์โรงแรม และโปรเจกต์ใหญ่ที่เกาะมัลดีฟส์พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพโรงแรมเต็มกำลัง มอบประสบการณ์การบริการอันอบอุ่นและทันสมัยแก่นักเดินทาง มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 และเป็นแบรนด์ที่คว้าหัวใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกสมดังสโลแกน The Place to Be ปี พ.ศ. 2566 นับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจที่เซ็นทาราเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ในไทย และเป็นปีที่เซ็นทาราประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับหลากหลายโปรเจกต์สำคัญ อาทิ การเปิดให้บริการ “เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในญี่ปุ่น, การได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 จากงาน Kincentric Best Employers Thailand 2023 และความสำเร็จของแบรนด์ “เซ็นทารา แกรนด์” ที่คว้าตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่งสุดในไทย จากรายงาน 50 อันดับบริษัทประจำปี 2023 โดยสถาบัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/">เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย เผยแผนธุรกิจและกลยุทธ์เติบโตในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเดินหน้าขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก</p>
<p><span id="more-24591"></span></p>
<p>เผยแผนปรับโฉมโรงแรมแฟลกชิป, กลยุทธ์รีแบรนด์โรงแรม และโปรเจกต์ใหญ่ที่เกาะมัลดีฟส์พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพโรงแรมเต็มกำลัง มอบประสบการณ์การบริการอันอบอุ่นและทันสมัยแก่นักเดินทาง มุ่งมั่นก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 และเป็นแบรนด์ที่คว้าหัวใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกสมดังสโลแกน<strong> The Place to Be</strong></p>
<p>ปี พ.ศ. 2566 นับเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจที่เซ็นทาราเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ในไทย และเป็นปีที่เซ็นทาราประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับหลากหลายโปรเจกต์สำคัญ อาทิ การเปิดให้บริการ “<a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cgoj" target="_blank" rel="noopener">เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า</a>” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในญี่ปุ่น, การได้รับรางวัลสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย ประจำปี 2023 จากงาน Kincentric Best Employers Thailand 2023 และความสำเร็จของแบรนด์ “เซ็นทารา แกรนด์” ที่คว้าตำแหน่งแบรนด์ที่แข็งแกร่งสุดในไทย จากรายงาน 50 อันดับบริษัทประจำปี 2023 โดยสถาบัน Brand Finance</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24611 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/3-9.jpg" alt="" width="1200" height="793" /></p>
<p>ในปีที่ผ่านมา เซ็นทาราบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยเซ็นทารามีรายได้รวมอยู่ที่ 9,932 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยจ่าย และภาษีเงิน (EBITDA) จำนวน 3,284 ล้านบาท เติบโต 83% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งนี้ มีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ยของทั้งหมด (RevPar) เพิ่มขึ้น 19% อยู่ที่ 4,141 บาท ซึ่งสำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2567 นี้ เซ็นทาราคาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (รวมโรงแรมร่วมทุน) จะอยู่ที่ 70% &#8211; 73% และมีรายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) จะอยู่สูงสุดที่ 4,300 บาท</p>
<p>สำหรับแผนการขยายโรงแรมในปี พ.ศ. 2567 นี้ เซ็นทาราเดินหน้าตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำ ด้วยการเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมทั้งในและต่างประเทศเพิ่มทั้งหมด 6 แห่ง โดยแบ่งเป็น 3 แห่งในไทย, 2 แห่งในสปป.ลาว และ 1 แห่งในมัลดีฟส์ ได้แก่ <strong>เซ็นทารา ไลฟ์ ละไม รีสอร์ท สมุย</strong>, <strong>เซ็นทารา วิลลา</strong><strong> </strong><strong>เกาะพีพี</strong>, <strong>เซ็นทารา ไลฟ์ สุราษฎร์ธานี</strong>, <strong>โคซี่ เวียงจันทน์ น้ำพุ</strong>, <strong>เซ็นทารา พลูมเมอเรีย รีสอร์ท</strong><strong> </strong><strong>ปากเซ </strong>และ<strong>เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/5-5.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>อีกหนึ่งโปรเจ็คสำคัญที่สุดแห่งปี คือ <strong>“โรงแรมเซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์”</strong> ที่มีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2567 นี้ ถือเป็นโครงการส่วนแรกของเซ็นทาราบนเกาะสวรรค์ในมาเล่ อะทอลล์เหนือ หนึ่งในเกาะในกลุ่มมัลดีฟส์ที่มีความสวยงามอย่างเหนือชั้น โดยจะสามารถเดินทางเข้าถึงได้โดยง่ายด้วยสปีดโบ๊ทเพียง 30 นาที จากท่าอากาศยานนานาชาติเวลานา หรือที่มักเรียกว่า ท่าอากาศยานนานาชาติมาเล่</p>
<p>เซ็นทารา มิราจ ลากูน มัลดีฟส์นับเป็นโรงแรมภายใต้ธีมมิราจ แห่งที่ 4 ของโลก ต่อจากที่พัทยา มุยเน่ และดูไบ โดยโรงแรมแห่งนี้ เป็นแบรนด์ธีมรีสอร์ทสำหรับครอบครัว ออกแบบมาให้โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์โลกใต้น้ำ มีสวนน้ำและกิจกรรมทางน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัว และต่อไปในไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ. 2568 เซ็นทารามีแผนจะเปิดให้บริการ <strong>“โรงแรมเซ็นทารา   แกรนด์ ลากูน มัลดีฟส์”</strong> รีสอร์ทหรูขนาด 142 ห้องพักเป็นลำดับถัดไป นั่นจะทำให้นักเดินทางที่มาเยี่ยมเยือนเกาะในฝันแห่งนี้สามารถเพลิดเพลินไปกับตัวเลือกที่พัก 2 แบบ 2 สไตล์ในเครือเซ็นทารา เพื่อการพักผ่อนที่น่าประทับใจได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24616 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/7-2.jpg" alt="" width="1200" height="818" /></p>
<p>นอกจากนั้น ยังมีอีกสองโรงแรมแฟลกชิปที่เซ็นทาราตั้งใจจะปรับโฉมครั้งใหญ่ในปีนี้ คือ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centara/th/ckr" target="_blank" rel="noopener"><strong>เซ็นทารา กะรน </strong><strong>  </strong><strong>รีสอร์ท ภูเก็ต</strong></a> (จำนวน 335 ห้องพัก) และ<strong> <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/centaragrand/th/cmbr" target="_blank" rel="noopener">เซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา</a> </strong>(จำนวน 553 ห้องพัก) และสำหรับการรีแบรนด์ เซ็นทาราได้ประกาศรีแบรนด์ “เซ็นทรา บาย เซ็นทารา” ให้เป็น “เซ็นทารา ไลฟ์” ในช่วงปลายปีที่แล้ว และมีแผนจะรีแบรนด์ “เซ็นทารา บูติก คอลเลกชัน” ต่อเนื่องในปีนี้เช่นกัน โดย  เซ็นทารามีแผนจะขยายแบรนด์ในเครือทั้ง 6 แบรนด์ ออกสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางทั้งในและต่างประเทศ อาทิ แผนขยายแบรนด์เซ็นทารา รีเซิร์ฟ และโรงแรมในธีมมิราจไปในไทย, มัลดีฟส์, ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย รวมถึงแผนการเซ็นสัญญาขยายเครือข่ายพันธมิตรในตลาดสำคัญๆ อย่างจีนด้วยเช่นกัน</p>
<p>เซ็นทารามีระบบโปรแกรมสมาชิก<a href="https://centara1card.com/portal/?lang=th" target="_blank" rel="noopener"><strong>เซ็นทาราเดอะวัน</strong></a> (CentaraThe1) เพื่อยกระดับประสบการณ์การบริการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยสมาชิกเซ็นทาราเดอะวัน สามารถสะสมคะแนน แลกคะแนนเป็นสิทธิต่างๆ และได้รับบริการพิเศษเสริมต่างๆ เมื่อเข้าพักที่เซ็นทารา รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีอย่างระบบแชทบอทและแอปพลิเคชันเข้ามา เพื่อให้การจองห้องพักของลูกค้าเป็นไปอย่างง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24615 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/6-6.jpg" alt="" width="1200" height="899" /></p>
<p>เซ็นทารายังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 ภายใต้แผนการดำเนินงานระยะแรกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 ภายในปี พ.ศ. 2572 เทียบจากฐานปี พ.ศ. 2562 โดยได้มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างจริงจัง ผ่านแผนการดำเนินงานต่างๆ  อีกทั้งการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์</p>
<p>ทั้งนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ผ่านการรับรองการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก <strong>Global Sustainable Tourism Council (GSTC</strong> ) จำนวน 24 แห่ง และผ่านการรับรองจาก Green Key จำนวน 1 แห่ง ซึ่งเป็นมาตรฐานความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวที่ผ่านการรับรองสถานะ GSTC-Recognized เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/10-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ปี พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่น่าตื่นเต้นของเซ็นทารา ทั้งการฉลองครบรอบ 40 ปี ของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราและการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งผมเชื่อว่า ปี พ.ศ. 2567 นี้ จะเป็นอีกปีที่น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทั้งการขยายแบรนด์โรงแรมทั้ง 6 แบรนด์ไปสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย เพื่อตอกย้ำความเป็นเครือโรงแรมชั้นนำ และการขยายเครือข่ายโรงแรมของเซ็นทาราให้ครอบคลุมทั้งหัวเมืองหลักและรองทั่วไทย” <strong><em>ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</em></strong> กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24613 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/2-13.jpg" alt="" width="1200" height="779" /></p>
<p>“เรารู้สึกภาคภูมิใจกับเส้นทางความสำเร็จในการเดินหน้า เพื่อก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลกภายใน พ.ศ. 2570 ตามที่เราเคยได้ตั้งเป้าไว้ ซึ่งในปีที่แล้ว เราได้ก้าวจากอันดับที่ 150 มาอยู่ที่อันดับที่ 111 ซึ่งต้องถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่เราสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้ตามแผนและตรงตามกลยุทธ์ที่เราได้ตั้งไว้เร็วกว่าที่คาดการณ์” <strong><em>ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</em></strong> กล่าว “ในปี พ.ศ. 2567 นี้ เราพร้อมเดินหน้าในอีกหลายโปรเจกต์สำคัญ เพื่อเติบโตธุรกิจเซ็นทาราให้แข็งแกร่งในตลาดโลก”</p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th" target="_blank" rel="noopener">https://www.centarahotelsresorts.com/th</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/centara-strategic-and-direction-2024/">เซ็นทาราเดินหน้าสู่ความสำเร็จ เร่งขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ทั่วโลก มุ่งสู่การเป็น 1 ใน 100 แบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับสากล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Feb 2024 12:43:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[IUCN]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[S Hotels & Resorts]]></category>
		<category><![CDATA[SHR]]></category>
		<category><![CDATA[Singha Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ เอสเตท]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล มาร์แชล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23722</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง Nature-based Solutions ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030 คุณไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประกาศแผนขับเคลื่อนธุรกิจของ <strong>SHR </strong>หรือ <strong>บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติ ในเครือ <strong>บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> นอกจากประกาศ​เป้าหมาย​เชิง Performance ที่ต้องการ​ผลักดันรายได้ให้เติบโตแตะ 12,000 ล้านบาท พร้อมเพิ่มระดับกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต 3-5% ตามปกติแล้ว<span id="more-23722"></span></p>
<p>ยังมีแผนขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ​ภายใต้แนวทาง<strong> Nature-based Solutions</strong> ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 2 มิติ ประกอบด้วย การสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนในธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ​มากขึ้น 30% ครอบคลุมพื้นที่โครงการ โดยตั้งเป้าบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทั้ง 2 มิติ ได้ภายในปี 2030</p>
<p><strong>คุณไมเคิล </strong><strong>มาร์แชล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีเป้าหมายให้การดำเนินธุรกิจของ​เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ท้ังการ<strong>สร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด โดยวาง​เป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutrality </strong>ภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าลดการปลดปล่อยคาร์บอนลงในอัตรา 5% ต่อปี ตามแผน NDC Roadmap ของประเทศ ด้วยการเดินหน้า​ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในกลุ่มโรงแรม ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ รวมถึง โซ/ มัลดีฟส์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23724 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Nature-Based-Solutions-.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p><strong>เสริมแกร่งพอร์ตโฟลิโอผ่าน Biodiversity </strong></p>
<p>ขณะที่อีกด้านหนึ่งจะมุ่งส่งเสริม<strong>การสร้างผลกระทบเชิงบวก ผ่านการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ หรือ Biodiverdity มากขึ้นอีก 30%</strong> ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทได้ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุ์สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ ภายในพืนที่โดยรอบที่โครงการตั้งอยู่ และสามารถพบสิ่งมีชีวิต 21 ชนิด ที่อยู่ในกลุ่ม Red list หรือ​กลุ่มบัญชีแดงเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่โครงการ</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังได้ร่วมลงนาม MoU​ กับกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ของรัฐบาลมัลดีฟส์ เพื่อสนับสนุนพื้นที่อนุรักษ์นอกพื้นที่คุ้มครอง (Other Effective Area-Based Conservation Measures: OECMs) ภายในโครงการครอสโร้ดส์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 3.1 ล้านตารางเมตร หรือกว่า 31% ของพื้นที่โครงการ โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทรอินเดีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23730 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Experience.jpg" alt="" width="1200" height="661" /></p>
<p><em>&#8220;แผน​ขับเคลื่อนความยั่งยืนมีส่วน​ส่งเสริม​การเติบโตได้ตามเป้าหมายของ SHR เนื่องจาก Destination ส่วนใหญ่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวกลุ่ม Blue tourism ที่นอกจากบรรยากาศ และความสวยงามตาม​ธรรมชาติแล้ว การมีความหลากหลายทางชีวภาพยังสามารถเพิ่ม Attraction ที่ช่วยส่งเสริมประสบการณ์ที่แตกต่างให้ผู้เข้าพักได้มากขึ้น เช่น การศึกษาเส้นทางธรรมชาติ​ทาง Biological หรือ Ecological ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และ​ SHR ได้ครีเอทกิจกรรมผ่านศูนย์เรียนรู้ทางทะเลในโครงการทั้งที่เกาะพีพี และมัลดีฟส์ ​​โดยตั้งเป้าต้อนรับผู้เข้าชมตลอดทั้งปีมากกว่า 5 หมื่นคน รวมไปถึง​​​กิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม​ชุมชน ​การใช้ผลผลิตและวัตถุดิบที่ปลูกและจัดหาจากท้องถิ่น เพื่อนำเสนอเมนูจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร (Farm to Table) และอาหารทะเลสดใหม่แก่แขกที่เข้าพักอีกด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วย​เพิ่มรายได้จากฝั่ง Non-room เพิ่มมากขึ้น พร้อม​สร้างเอกลักษณ์จากความแตกต่าง และทำให้มีพอร์ตโฟลิโอที่แข็งแกร่งเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23726 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Mr.-Michael-Marshall_Horizontal.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b></b><strong>ตั้งเป้ารายได้เติบโตต่อเนื่อง 1.2 หมื่นล้านบาท</strong></p>
<p>สำหรับผลประกอบการ SHR ในปี 2566 ที่ผ่านมา สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ 1 หมื่นล้านบาท จาก​การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา รวมถึงข้อได้เปรียบจากสถานที่ตั้งโรงแรมในเครือที่อยู่ในจุดหมายปลายทางสำคัญ ส่วนเป้าหมายในปี 2567 นี้ ตั้งเป้ามีรายได้เพิ่มเป็น  1.2 หมื่นล้านบาท พร้อมเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไร EBITDA Margin ให้เติบโต​ 3 – 5%</p>
<p>ทั้งนี้ได้วาง 4 กลยุทธ์ที่จะใช้ขับเคลื่อนเพื่อเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; ขับเคลื่อน</strong><strong>ประสิทธิภาพ มุ่งสร้างการเติบโต (</strong><strong>Drive efficiency, ignite growth</strong><strong>) </strong>ผ่านปัจจัยการเติบโต 3 ด้าน ได้แก่ อัตราเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) ซึ่งตั้งเป้า​เติบโตขึ้น 25% จากยอดจองห้องพักในมัลดีฟส์ช่วงไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้ดี และค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ซึ่งคาดว่าจะเติบโต​ 20% จากการปรับปรุงห้องพักของโรงแรมในฟิจิและไทย และการเปิดตัวของโซ/ มัลดีฟส์ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าการเติบโตของรายได้อื่นนอกเหนือจากการเข้าพัก (Non-room Revenue) ที่ 15% ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีแผนเปิดตัวบีชคลับทราย (SAii) ในทุกรีสอร์ท และรองรับดีมานด์จากตลาด Mice ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23725 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SAii-Lagoon-Maldives-1024x682.jpg" alt="" width="800" height="533" /></p>
<p><strong>&#8211; ปลดล็อคศักยภาพของพอร์ตโฟลิโอ (</strong><strong>Unleash the power of the portfolio</strong><strong>) </strong> ด้วยเป้าหมาย <strong>ยกระดับพอร์ตโฟลิโอและหมุนเวียนสินทรัพย์ </strong><strong>(Portfolio Enhancement)</strong>  โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Return Rate: IRR) ​12 – 15% พร้อมต่อยอดแผน​ปรับปรุงโรงแรมในประเทศไทยที่ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต และ ทราย พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ สำหรับตลาดสหราชอาณาจักร บริษัทฯ จะดำเนินกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่และรีแบรนด์โรงแรมในพื้นที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว อาทิ แมนเชสเตอร์ เอดินเบอระ เลสเตอร์ และกลาสโกว์</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด (</strong><strong>Scale Without Limits</strong><strong>)</strong><strong>​</strong> เพื่อตอบรับการเติบโต​กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พร้อม ​​<strong>ยกระดับแบรนด์</strong> <strong>(Brand Enhancement)</strong> โดยสร้างการจดจำแบรนด์ ทราย (SAii) ในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวแบบลักชูรีอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์ความต้องการและเทรนด์ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวว่าการเข้าพักจะสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด พร้อมต่อยอดความเชื่อมั่นแบรนด์สู่การเติบโตภายใต้ข้อจำกัดที่ลดลง โดยตั้งเป้า​​เพิ่มจำนวนโรงแรม ในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดจำนวนไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ภายในระยะเวลา 5 ปี ​</p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>ปักหมุดรุกตลาดใหม่ (</strong><strong>Beyond Borders</strong><strong>)</strong><strong>​ </strong>ผ่านการจัดสรรงบ​ลงทุน  15,000 ล้านบาท เพื่อ<strong>ซื้อและควบรวมกิจการ</strong> (Merger and Acquisition) ตลอดระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า โดยยังคงพุ่งเป้าไปที่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในภาคพื้นทวีปยุโรปในแถบเมดิเตอร์เรเนียน สหราชอาณาจักร แถบมหาสมุทรอินเดีย เอเชียแปซิฟิค และฟิจิ เพื่อสร้างความหลากหลายให้แก่พอร์ตโฟลิโอของบริษัทฯ และสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนในด้านรายได้ รวมถึงลดความผันผวนทางฤดูกาล (Seasonal Effect) ของโรงแรมในเครืออีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23723 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/SHR_BusinessDirection.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>​&#8221;​ SHR ยังคง​รักษาตำแหน่งผู้ประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของไทย ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวัน (Average Daily Rate: ADR)  ในไทยและฟิจิให้สูงขึ้น​ 20% นอกจากนี้ การเปิดตัว โซ/ มัลดีฟส์ (SO/ Maldives) รีสอร์ทระดับ 5 ดาว ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงการ ‘ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์’ (CROSSROADS Maldives) ในการตอบรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มนักท่องเที่ยวนานาชาติ และเติมเต็มให้ครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ เป็นผู้นำจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรที่สุดในหมู่เกาะมัลดีฟส์  นอกจากนี้ ยังได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มนักลงทุน จากการออกหุ้นกู้อายุ 3 ปี ที่มียอดจองซื้อสูงเกินกว่าเป้าหมาย ปิดการขายด้วยมูลค่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบริษัทฯ ในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนและรองรับกลยุทธ์การลงทุนในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/shr-driving-nature-based-solutions-for-sustainable-growth/">SHR เครือสิงห์ เอสเตท เดินหน้าเพิ่ม Biodiversity ​30% เติมจุดขายเสริมพอร์ตโฟลิโอ ​หนุนรายได้ฝั่ง Non-room เติบโตรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิชชิ่งอย่างไรให้สำเร็จ! บ้านปู เปิด 3 เคล็ดลับของ SE เหนือ “โมเดลธุรกิจที่ใช่” คือ “การนำเสนอที่ชนะใจนักลงทุน”   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/12th-banpu-champions-for-change/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jul 2023 06:37:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Business Pitching]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[คณิน ทรงอธิกมาศ]]></category>
		<category><![CDATA[นักลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บุตรพจน์ พลพิพัฒนาพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิชชิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน ChangFusion]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ บุญคำ]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20140</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า “การนำเสนอแผนธุรกิจ” หรือ “Business Pitching” ถือเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญสำหรับสนามธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะการพิชชิ่งนั้นไม่ใช่แค่เพียงการขายไอเดียเพื่อแข่งขันหรือโน้มน้าวให้เกิดการลงทุนในกิจการเท่านั้น แต่ถือเป็นทักษะพื้นฐานของผู้ประกอบการ ที่จะช่วยสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและคล้อยตามความคิด หรือทำให้เกิดการกระทำบางอย่าง เช่น ทำให้รับรู้และเข้าใจในสินค้าและบริการ หรือกระทั่งเกิดการซื้อขายหรือบอกต่อ โครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน ChangFusion มุ่งผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมไทย (Social Enterprise หรือ SE) ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนที่สนใจในผลกระทบทางธุรกิจที่ควบคู่ไปกับสังคม โดยโครงการฯ ได้จัดเวิร์คชอป “พัฒนาทักษะการนำเสนอแผนธุรกิจ” (Business Pitching Workshop) สำหรับผู้ประกอบการ SE ในระยะเริ่มต้น (Incubation Program) ที่ผ่านเข้ารอบโครงการฯ รุ่นที่ 12 โดยมี 3 ศิษย์เก่าหรือ BC4C Alumni ที่มากด้วยประสบการณ์ในวงการกิจการเพื่อสังคม และผ่านสมรภูมิการพิชชิ่งจริงกับเหล่าคณะกรรมการ BC4C มาแล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/12th-banpu-champions-for-change/">พิชชิ่งอย่างไรให้สำเร็จ! บ้านปู เปิด 3 เคล็ดลับของ SE เหนือ “โมเดลธุรกิจที่ใช่” คือ “การนำเสนอที่ชนะใจนักลงทุน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า <strong>“การนำเสนอแผนธุรกิจ” </strong>หรือ <strong>“</strong><strong>Business Pitching</strong><strong>”</strong> ถือเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญสำหรับสนามธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะการพิชชิ่งนั้นไม่ใช่แค่เพียงการขายไอเดียเพื่อแข่งขันหรือโน้มน้าวให้เกิดการลงทุนในกิจการเท่านั้น แต่ถือเป็นทักษะพื้นฐานของผู้ประกอบการ ที่จะช่วยสื่อสารเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจและคล้อยตามความคิด หรือทำให้เกิดการกระทำบางอย่าง เช่น ทำให้รับรู้และเข้าใจในสินค้าและบริการ หรือกระทั่งเกิดการซื้อขายหรือบอกต่อ</p>
<p><span id="more-20140"></span></p>
<p><strong>โครงการ </strong><strong>Banpu Champions for Change (BC</strong><strong>4</strong><strong>C)</strong> ภายใต้การดำเนินงานของ<strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> และ <strong>สถาบัน </strong><strong>ChangFusion</strong> มุ่งผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมไทย (Social Enterprise หรือ SE) ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนที่สนใจในผลกระทบทางธุรกิจที่ควบคู่ไปกับสังคม โดยโครงการฯ ได้จัดเวิร์คชอป “พัฒนาทักษะการนำเสนอแผนธุรกิจ” (Business Pitching Workshop) สำหรับผู้ประกอบการ SE ในระยะเริ่มต้น (Incubation Program) ที่ผ่านเข้ารอบโครงการฯ รุ่นที่ 12 โดยมี 3 ศิษย์เก่าหรือ BC4C Alumni ที่มากด้วยประสบการณ์ในวงการกิจการเพื่อสังคม และผ่านสมรภูมิการพิชชิ่งจริงกับเหล่าคณะกรรมการ BC4C มาแล้ว ร่วมแบ่งปันเทคนิคและประสบการณ์ในการนำเสนอ</p>
<p><strong>สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ด้วย “แบบจำลองโครงการ”</strong><strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20143 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/1.-คุณปาร์ค-บุตรพจน์-พลพิพัฒนาพงศ์-BC4C-รุ่น-9-จาก-ม้งไซเบอร์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b> </b><strong>ปาร์ค-บุตรพจน์ พลพิพัฒนาพงศ์ </strong><strong>BC4C </strong><strong>รุ่น </strong><strong>9 </strong><strong>จาก “ม้งไซเบอร์”</strong> แพลตฟอร์มพัฒนาเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อให้มีทักษะต่างๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ได้เล่าถึงกระบวนการในการพัฒนาเนื้อหาที่ใช้สำหรับการนำเสนอไว้ว่า <u>“สิ่งสำคัญแรกของการนำเสนอคือ การสร้าง ‘แบบจำลองโครงการ’ ซึ่งเป็นเสมือนแนวทางของกระบวนความคิดก่อนที่จะพัฒนาเป็นสื่อสำหรับการนำเสนอ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นการตกผลึกไอเดียร่วมกันในทีมให้ออกมาในรูปแบบของแผนภาพความคิด (</u><u>Mind Map</u><u>) และกระดานเป้าหมาย (</u><u>Vision Board) </u><u>จากนั้นค่อยๆ ประมวลไอเดียที่ได้ลงในสื่อสำหรับการนำเสนอ (</u><u>Pitch Deck</u><u>) และเข้าสู่การวางแผนงบประมาณ (</u><u>Budgeting)</u><u> และแผนการดำเนินงาน (</u><u>Action Plan</u><u>) การสร้างแบบจำลองโครงการจะช่วยให้ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเข้าใจในทิศทางเดียวกันและสามารถมองเห็น </u><u>Roadmap </u><u>ของโครงการในภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น</u> นอกจากนี้ อีกเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้นักลงทุนเห็นภาพตามชัดขึ้น คือ การสร้างเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน อาทิ จำนวนเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ศักยภาพหรือทักษะที่ต้องการพัฒนา หน่วยงานที่พร้อมให้การสนับสนุนกิจการ และการประเมินผลการดำเนินกิจการที่ตอบโจทย์ตัวชี้วัดขององค์กร</p>
<p><strong>ฉายผลลัพธ์การพัฒนาชุมชนยั่งยืน ด้วยกระบวนการทำงานของ </strong><strong>Data Visualization</strong><strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20144 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/3.-คุณไผ-สมศักดิ์-บุญคำ-BC4C-Alumni-รุ่น-2-จาก-Local-Alike.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ </strong><strong>BC4C Alumni </strong><strong>รุ่น </strong><strong>2 </strong><strong>จาก </strong><strong>Local Alike</strong> กิจการเพื่อสังคมผู้คร่ำหวอดด้านการท่องเที่ยวที่เน้นการพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน เผยเทคนิคการออกแบบสื่อด้วยการนำข้อมูลดิบมาวิเคราะห์และแสดงผลผ่าน ‘แผนภาพ’ ‘แผนผัง’ หรือ ‘แผนภูมิ’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการพิชชิ่ง เพราะในบางบริบทของการนำเสนอภาพเพียงหนึ่งภาพก็สามารถขมวดความคิดหรือสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกรูปแบบการนำเสนอภาพให้เหมาะสมกับข้อมูลด้วย เช่น การใช้แผนภาพช่วยอธิบายกระบวนการทำงานของแอปพลิเคชัน หรือการนำเสนอข้อมูลสำคัญเชิงตัวเลขหรือสถิติในรูปแบบกราฟหรือแผนภูมิ ก็จะช่วยให้ผู้ฟัง/ผู้รับสารเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น <u>สำหรับ </u><u>Local Alike </u><u>ได้เลือกใช้ </u><u>‘Data Visualization’ </u><u>(การนำเสนอภาพเชิงข้อมูล) มาแสดงผลข้อมูลทางเศรษฐกิจให้นักลงทุนได้เห็นว่า </u><u>100%</u><u> ของรายได้ จะได้รับการจัดสรรไปยังกิจการและชุมชนในสัดส่วนที่เท่าไหร่</u>”</p>
<p><strong>ดึงความสนใจนักลงทุนด้วยการ “ยึดโยงกิจการกับเรื่องใกล้ตัว”</strong></p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20145 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/7.-คุณบอส-คณิน-ทรงอธิกมาศ-BC4C-รุ่น-11-จาก-Swoop-Buddy.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></strong></p>
<p><strong>บอส-คณิน ทรงอธิกมาศ </strong><strong>BC4C </strong><strong>รุ่น </strong><strong>11 </strong><strong>จาก </strong><strong>Swoop Buddy</strong> แพลตฟอร์มที่ช่วยให้การส่งต่อเสื้อผ้าทำได้ง่ายขึ้น ได้แชร์ประสบการณ์ตรงของตนเองในฐานะรุ่นพี่หมาดๆ จาก BC4C รุ่นที่ 11 กล่าวว่า “โอกาสในการนำเสนอหนึ่งครั้ง ล้วนมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งกลุ่มผู้ฟังที่มีความหลากหลายด้านประสบการณ์ ช่วงอายุ และความสนใจ ช่วงเวลาในการนำเสนอและการตอบคำถามที่จำกัด ดังนั้น การสร้างความสนใจเพื่อให้การตอบสนอง (Reaction) ในเชิงบวกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้นำเสนอจำเป็นต้องอาศัยทักษะการดึงความสนใจตั้งแต่เริ่มต้น รวมถึงการย่อยเนื้อหาให้เข้าใจง่าย และ<u>สิ่งสำคัญคือ การเชื่อมโยงเรื่องราวของกิจการเข้ากับเรื่องใกล้ตัวหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพ คิดตามขณะฟังได้ เข้าใจในสิ่งที่ผู้พูดกำลังนำเสนอ และสามารถติดตามการนำเสนอได้จนจบ” </u></p>
<p>ด้าน <strong>รัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </strong>เผยว่า ตลอดการดำเนินโครงการ BC4C หลายรุ่นทำให้เราเข้าใจและเห็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนมองหาจากกิจการ SE ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการดำเนินธุรกิจ (Business Direction) ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนักลงทุน ซึ่งจาก BC4C Alumni ทั้ง 3 กิจการในข้างต้น จะเห็นได้ว่าเป้าหมายทางธุรกิจค่อนข้างชัด ทั้งในแง่ของการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในชุมชน การพัฒนาทักษะของเยาวชนสู่การต่อยอดอาชีพ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแฟชั่นบนแพลตฟอร์มดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีดัชนีการวัดผลการดำเนินธุรกิจ (Key Performance Indicator: KPI) ที่จับต้องได้ พร้อมทั้งสามารถพิสูจน์ให้เห็นเรื่องการสร้างผลกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมได้จริง ซึ่งที่ผ่านมา BC4C ได้เดินหน้าส่งเสริมการบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพกิจการที่ครอบคลุม Incubator และ Accelerator อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ร่วมลับคมแผนธุรกิจเพื่อให้เท่าทันเทรนด์ธุรกิจและการตลาด สู่กิจการเพื่อสังคมที่พร้อมนำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20142 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/11.-นายรัฐพล-สุคันธี-ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ถือเป็นการแชร์เทคนิค เคล็ดลับ และประสบการณ์ตรง ให้ผู้ประกอบการได้นำไปปรับใช้กันอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการพิชชิ่ง จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่เริ่มต้นด้วยการรู้จักและเข้าใจความต้องการของผู้ฟัง และรู้จักปรับเปลี่ยนเทคนิคต่างๆ ไปตามกลุ่มผู้ฟังที่มีความแตกต่างกัน และอย่าลืมนำไปฝึกซ้อมและทดลองใช้จริง ถ้าทำได้ครบทุกองค์ประกอบและฝึกฝนทักษะจนมีความชำนาญ เชื่อว่าความสำเร็จในการพิชิตใจกรรมการอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน</p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและการพัฒนาแผนธุรกิจสุดเข้มข้นของผู้เข้ารอบโครงการ Banpu Champions For Change รุ่นที่ 12 (BC4C#12) ได้ที่ <a href="http://www.facebook.com/banpuchampions" target="_blank" rel="noopener">www.facebook.com/banpuchampions</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/12th-banpu-champions-for-change/">พิชชิ่งอย่างไรให้สำเร็จ! บ้านปู เปิด 3 เคล็ดลับของ SE เหนือ “โมเดลธุรกิจที่ใช่” คือ “การนำเสนอที่ชนะใจนักลงทุน”   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
