<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CE &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ce/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 May 2026 07:05:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>CE &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>28 องค์กรภาคี ยื่น &#8216;ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน&#8217; ต่อรัฐสภา หยุดวงจร &#8216;ผลิต-ใช้-ทิ้ง&#8217; ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/seri-chula-submit-ce-draft-to-parliament/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 07:00:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[28 องค์กรภาคี]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[CE ฉบับประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SERI CHULA]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Environment Research Institute]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย EPR]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารทรัพยากร]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี]]></category>
		<category><![CDATA[ผลักดันกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ]]></category>
		<category><![CDATA[ร่าง พ.ร.บ.]]></category>
		<category><![CDATA[ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[โอภาส เพชรมุณี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41915</guid>

					<description><![CDATA[<p>28 องค์กรภาคีเครือข่าย Thailand Circular Economy ร่วมยื่น ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. &#8230;. (ฉบับประชาชน) ต่อรัฐสภา เพื่อผลักดันกฎหมายแม่บท ฉบับแรกของประเทศ เพื่อ​ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรและการจัดการของเสียของไทยทั้งระบบ หลังใช้เวลากว่า 6 ปี ศึกษายกร่างและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี นักวิจัยเชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SERI : Sustainable Environment Research Institute, Chulalongkorn University ) และเครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน (Thailand Circular Economy) ​​ประกอบด้วย 28 องค์กรภาคี จากภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเพื่อสังคม และองค์กรสื่อด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมยื่นร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. &#8230;. (ฉบับประชาชน) ต่อรัฐสภา โดยมี พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/seri-chula-submit-ce-draft-to-parliament/">28 องค์กรภาคี ยื่น &#8216;ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน&#8217; ต่อรัฐสภา หยุดวงจร &#8216;ผลิต-ใช้-ทิ้ง&#8217; ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="2ut9m-0-0">
<div data-offset-key="2ut9m-0-0"><strong>28 องค์กรภาคีเครือข่าย Thailand Circular Economy</strong> <span data-offset-key="2ut9m-4-0"> ร่วมยื่น <strong>ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. &#8230;. (ฉบับประชาชน)</strong> ต่อรัฐสภา เพื่อผลักดันกฎหมายแม่บท ฉบับแรกของประเทศ เพื่อ​ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรและการจัดการของเสียของไทยทั้งระบบ หลังใช้เวลากว่า 6 ปี ศึกษายกร่างและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</span></div>
</div>
<p><span id="more-41915"></span></p>
<p><span data-offset-key="2ut9m-0-0"><strong>ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี</strong> นักวิจัยเชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SERI : </span><span class="_247o" spellcheck="false" data-offset-key="2ut9m-1-0"><span data-offset-key="2ut9m-1-0">Sustainable Environment Research Institute, Chulalongkorn University</span></span><span data-offset-key="2ut9m-2-0"> ) และ<span class="_247o" spellcheck="false" data-offset-key="2ut9m-3-0">เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน</span> (</span><span class="_247o" spellcheck="false" data-offset-key="2ut9m-3-0"><span data-offset-key="2ut9m-3-0">Thailand Circular Economy) ​</span></span><span data-offset-key="2ut9m-4-0">​</span><span data-offset-key="2ut9m-4-0">ประกอบด้วย 28 องค์กรภาคี จากภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเพื่อสังคม และองค์กรสื่อด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมยื่น<strong>ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. &#8230;. (ฉบับประชาชน)</strong> ต่อรัฐสภา โดยมี <strong>พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ</strong> ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา พร้อมด้วย​ <strong>คุณโอภาส เพชรมุณี</strong> เลขานุการประธานรัฐสภา เป็นตัวแทนรับเรื่อง</span></p>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="8ab5o-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="8ab5o-0-0"><span data-offset-key="8ab5o-0-0"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41919 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CE3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="5pm9b-0-0">
<div data-offset-key="5pm9b-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5pm9b-0-0"><span data-offset-key="5pm9b-0-0">การยื่นร่าง พ.ร.บ.ในครั้งนี้ เพื่อผลักดันกฎหมายแม่บท ฉบับแรกของประเทศในการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรและการจัดการของเสียของไทยทั้งระบบ หลังทีมวิชาการและภาคีเครือข่ายได้ใช้เวลากว่า 6 ปี ศึกษายกร่างและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="2dqb8-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2dqb8-0-0"><span data-offset-key="2dqb8-0-0"><strong>ความสำคัญในการผลักดันกฎหมายฉบับนี้</strong> เนื่องจาก</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="2p0oh-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2p0oh-0-0"><span data-offset-key="2p0oh-0-0">&#8211; ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขยะและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก โดยมี<strong>ปริมาณขยะมูลฝอยสูงกว่า 27 ล้านตันต่อปี</strong> (แบ่งเป็นขยะอาหารประมาณ 10 ล้านตัน และขยะพลาสติกเกือบ 3 ล้านตัน)</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="beq7u-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="beq7u-0-0"><span data-offset-key="beq7u-0-0">&#8211; <strong>​สถานที่กำจัดขยะทั่วประเทศ 2,057 แห่ง มีเพียง 6% เท่านั้นที่ได้มาตรฐานตามหลักวิชาการ</strong> ส่วนอีก 94% หรือ 1,937 แห่ง​ ยังคงใช้วิธีที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเทกอง เผากลางแจ้ง และเตาเผาที่ไร้ระบบบำบัดมลพิษ</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="3j9j6-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3j9j6-0-0"><span data-offset-key="3j9j6-0-0"><strong>&#8211; ข้อมูลวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ </strong>ระบุว่า <strong>บ่อขยะที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ รวมกว่า 3.87 แสนล้านบาท</strong> และต้องใช้งบฟื้นฟูสูงถึง 1.14 แสนล้านบาท ขณะที่เงินคงเหลือในกองทุนสิ่งแวดล้อมที่มีเพียง 873 ล้านบาท</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="5568r-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="5568r-0-0"><span data-offset-key="5568r-0-0">&#8211; นอกจากนี้ อ<strong>งค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี</strong> แต่จัดเก็บค่าธรรมเนียมได้เพียง 2.8 พันล้านบาท</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="2aom1-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="2aom1-0-0"><span data-offset-key="2aom1-0-0">&#8211; ขณะเดียวกัน ยังพบการ​ซ้ำเติมปัญหาจาก​ <strong>การลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร และการรั่วไหลของขยะลงสู่ทะเล</strong> จนไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในระดับสากล</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="1s6sc-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="1s6sc-0-0"><span data-offset-key="1s6sc-0-0">&#8211; การจัดการขยะได้เปลี่ยนมุมมองสู่การจัดการ<strong> &#8216;ตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์&#8217;</strong> สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ ได้ออกข้อบังคับว่าด้วยบรรจุภัณฑ์ (PPWR) และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (ESPR) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกติกาการค้าระดับโลก หากประเทศไทยไม่มีกฎหมายแม่บทรองรับ ผู้ประกอบการไทยอาจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว </span></div>
</div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="c7n8t-0-0"><span data-offset-key="c7n8t-0-0"> </span></div>
<div data-offset-key="c7n8t-0-0"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41918 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CE2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="8opd2-0-0">
<div data-offset-key="8opd2-0-0"></div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="8opd2-0-0"><span data-offset-key="8opd2-0-0">&#8211; <strong>ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดการขยะที่ปลายทาง แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยมีหัวใจสำคัญ 5 ประการ</strong> ได้แก่</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="esht3-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="esht3-0-0"><span data-offset-key="esht3-0-0"><strong>1. เปลี่ยนกระบวนทัศน์การแก้ปัญหา</strong> เปลี่ยนจากคำว่า <strong>&#8216;</strong></span><strong><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="esht3-1-0">การจัดการขยะ&#8217;</span></strong><span data-offset-key="esht3-2-0"> เป็น </span><strong><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="esht3-3-0">&#8216;การบริหารทรัพยากร</span></strong><span data-offset-key="esht3-4-0"><strong>ทั้งระบบ</strong>&#8216;  เริ่มตั้งแต่การออกแบบที่ต้นน้ำไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ที่ปลายน้ำ</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="3s07h-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3s07h-0-0"><span data-offset-key="3s07h-0-0"><strong>2. เพิ่มความรับผิดชอบของผู้ผลิต</strong> (</span><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="3s07h-1-0"><span data-offset-key="3s07h-1-0">#EPR</span></span><span data-offset-key="3s07h-2-0">) กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบซากผลิตภัณฑ์ของตน ครอบคลุม 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ EV อุปกรณ์ประมง และแผงโซลาร์เซลล์</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="eg3a1-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="eg3a1-0-0"><span data-offset-key="eg3a1-0-0"><strong>3. รับรอง 3 สิทธิใหม่ของผู้บริโภค</strong> ได้แก่ </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="f7sdd-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="f7sdd-0-0"><span data-offset-key="f7sdd-0-0">&#8211; <strong>สิทธิในการซ่อมแซม</strong> (Right to Repair) ห้ามผู้ผลิตจงใจออกแบบสินค้าให้อายุสั้น </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="47fdq-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="47fdq-0-0"><span data-offset-key="47fdq-0-0">&#8211; <strong>สิทธิในการปฏิเสธบรรจุภัณฑ์</strong> (Right to Refuse Packaging) ต้องมีทางเลือกแบบเติม (Refill) โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม </span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="b5cjj-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="b5cjj-0-0"><span data-offset-key="b5cjj-0-0">&#8211; <strong>สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล</strong> ตรวจสอบที่มาของวัสดุผ่านหนังสือเดินทางผลิตภัณฑ์ดิจิทัล</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="648ig-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="648ig-0-0"><span data-offset-key="648ig-0-0"><strong>4. ใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ โดยนำมาตรการต่าง ๆ มาปรับพฤติกรรมตลาด</strong> เช่น การเก็บเงินสมทบพลาสติกใช้ครั้งเดียว ภาษีเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบมัดจำคืนเงิน หลักผู้ก่อขยะเป็นผู้จ่าย พร้อมตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและซ่อมแซม</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="3ajbe-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="3ajbe-0-0"><span data-offset-key="3ajbe-0-0"><strong>5. ประกาศพื้นที่คุ้มครองพิเศษ </strong>ให้อำนาจประกาศพื้นที่ที่มีปัญหาขยะท่องเที่ยวสูงหรือระบบนิเวศเปราะบาง (เช่น เกาะ อุทยาน) ให้สามารถห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเด็ดขาด พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อนำมาบริหารจัดการขยะในพื้นที่โดยตรง</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="4fhak-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="4fhak-0-0"><span data-offset-key="4fhak-0-0">นอกจากนี้ <strong>งานศึกษาของธนาคารโลก (World Bank)</strong> ประเมินว่า <em><strong>หากไทยก้าวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบ จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเทียบเท่า 1% ของ GDP เกิดการจ้างงานสีเขียวกว่า 160,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5% ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในปี ค.ศ. 2050</strong></em></span></div>
<div data-offset-key="4fhak-0-0"></div>
<div data-offset-key="4fhak-0-0"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/CE1-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="b3g33-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="b3g33-0-0"><span data-offset-key="b3g33-0-0"> </span>หากร่าง พ.ร.บ.ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทางเครือข่าย <strong>Thailand Circular Economy</strong> จะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อประชาชนผู้สนับสนุนให้ครบ 10,000 รายชื่อ เพื่อเสนอเข้าสู่รัฐสภาอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2569</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="85lh4-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="85lh4-0-0"><span data-offset-key="85lh4-0-0">ด้าน <strong>พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ</strong> กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า จะเร่งนำเอกสารและหนังสือที่ได้รับนำเสนอไปยังประธานรัฐสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="60vmv-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="60vmv-0-0">ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อกระจายความรับผิดชอบอย่างเป็นธรรม ภาครัฐกำหนดทิศทาง เอกชนออกแบบให้ใช้ซ้ำและรับคืน ส่วนประชาชนเลือกใช้และคัดแยกให้ถูกต้อง</div>
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="60vmv-0-0">ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและร่วมลงชื่อสนับสนุนได้ที่ เว็บไซต์ https://thailandcenetwork.org/</div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="6pqsf-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="6pqsf-0-0"><span data-offset-key="6pqsf-0-0">เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/Thailandcirculareconomy<br />
</span></div>
</div>
<div class="" data-block="true" data-editor="cflat" data-offset-key="r3r8-0-0">
<div class="_1mf _1mj" data-offset-key="r3r8-0-0"></div>
</div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/seri-chula-submit-ce-draft-to-parliament/">28 องค์กรภาคี ยื่น &#8216;ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน&#8217; ต่อรัฐสภา หยุดวงจร &#8216;ผลิต-ใช้-ทิ้ง&#8217; ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนเต็มรูปแบบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 13:31:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[eCommerce]]></category>
		<category><![CDATA[Fintech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Financing]]></category>
		<category><![CDATA[mattresses]]></category>
		<category><![CDATA[nornnorn]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Subscription]]></category>
		<category><![CDATA[ที่นอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจที่นอน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[นพพล เตชะพันธ์งาม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นอนนอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซอร์คิวลาร์ริตี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35428</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnron) ธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ผู้ก่อตั้งเป็นทายาทรุ่น 4 ของครอบครัว ซึ่งเชี่ยวชาญและอยู่ในธุรกิจการผลิตที่นอนมากว่า 95 ปี รวมทั้งยังเป็นผู้สร้างตำนานให้อุตสาหกรรมที่นอนในฐานะ First Mover ที่สร้างโรงงานผลิตที่นอนสปริงรายแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เส้นทางธุรกิจเริ่มจากการซื้อมาขายไป &#8216;ที่นอนนุ่น&#8217;​ ในรุ่นที่ 1 สู่การพัฒนา​เป็น &#8216;ที่นอนฟองน้ำ&#8217; รายแรกๆ ของไทย ก่อนจะต่อยอด​สู่ &#8216;ที่นอนสปริง&#8217; ภายใต้แบรนด์ &#8216;ดาร์ลิ่ง’ (Darling) ในรุ่นที่ 2 พร้อมทั้งการตั้งโรงงานที่นอนสปริงแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในเจนเนอเรชั่นนี้ จนมาถึงรุ่นที่ 3 ที่รุก​ขยายตลาดที่นอนสปริงสู่กลุ่ม B2B ​​ให้​ธุรกิจที่พัก และโรงแรมต่างๆ รวมทั้งการแยกมาตั้งแบรนด์ใหม่อย่าง &#8216;สปริงเมท&#8217; (Springmate) เป็นของตัวเอง แต่ด้วยการแข่งขันในตลาดที่​​รุนแรงมากขึ้น มีแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้ช่องทางจำหน่ายเริ่มถูก​จำกัดมากขึ้น ​​รวมทั้งกระแส Digital Disruption ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีต่างๆ ไปจนถึง​​​ความผันผวนและ​เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งบริบททางสังคม รวมไปถึง​​พฤติกรรมของผู้บริโภค​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้สานต่อในรุ่นที่ 4 อย่าง คุณต้น -นพพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/">จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnron)</strong> ธุรกิจสตาร์ทอัพ ที่ผู้ก่อตั้งเป็นทายาทรุ่น 4 ของครอบครัว ซึ่งเชี่ยวชาญและอยู่ในธุรกิจการผลิตที่นอนมากว่า 95 ปี รวมทั้งยังเป็นผู้สร้างตำนานให้อุตสาหกรรมที่นอนในฐานะ First Mover ที่สร้างโรงงานผลิตที่นอนสปริงรายแรกของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><span id="more-35428"></span></p>
<p>เส้นทางธุรกิจเริ่มจากการซื้อมาขายไป &#8216;ที่นอนนุ่น&#8217;​ ในรุ่นที่ 1 สู่การพัฒนา​เป็น &#8216;ที่นอนฟองน้ำ&#8217; รายแรกๆ ของไทย ก่อนจะต่อยอด​สู่ &#8216;ที่นอนสปริง&#8217; ภายใต้แบรนด์ <strong>&#8216;ดาร์ลิ่ง’ (Darling)</strong> ในรุ่นที่ 2 พร้อมทั้งการตั้งโรงงานที่นอนสปริงแห่งแรกของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในเจนเนอเรชั่นนี้ จนมาถึงรุ่นที่ 3 ที่รุก​ขยายตลาดที่นอนสปริงสู่กลุ่ม B2B ​​ให้​ธุรกิจที่พัก และโรงแรมต่างๆ รวมทั้งการแยกมาตั้งแบรนด์ใหม่อย่าง <strong>&#8216;สปริงเมท&#8217; (Springmate)</strong> เป็นของตัวเอง</p>
<p>แต่ด้วยการแข่งขันในตลาดที่​​รุนแรงมากขึ้น มีแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์จากต่างประเทศ ทำให้ช่องทางจำหน่ายเริ่มถูก​จำกัดมากขึ้น ​​รวมทั้งกระแส Digital Disruption ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีต่างๆ ไปจนถึง​​​ความผันผวนและ​เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ทั้งบริบททางสังคม รวมไปถึง​​พฤติกรรมของผู้บริโภค​ กลายเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้สานต่อในรุ่นที่ 4 อย่าง <strong>คุณต้น -นพพล เตชะพันธ์งาม </strong>ที่ต้องหาวิธีการปรับตัว เพื่อสร้างโอกาสและตลาดในการเติบโตใหม่ๆ เพื่อป้องกันธุรกิจถูก​ดิสรัปจนไม่สามารถเติบโต​อย่างแข็งแรงได้อีกต่อไปในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35448 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/454781.jpg" alt="" width="1156" height="867" /></p>
<p>ปี 2015  <strong>คุณต้น -นพพล เตชะพันธ์งาม</strong> หรือที่เพื่อนๆ เรียกกันจนติดปากว่า <strong>&#8216;คุณแนป&#8217;</strong> ซึ่งเป็นช่อย่อ​มาจากนพพล และยังมีความหมายที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับการนอน จึงได้ตัดสินใจแยกตัวจากธุรกิจครอบครัวหลังจากเข้าไปช่วยงานได้​​ 10 ปี เพื่อออกมาตั้ง​ <strong>&#8216;บริษัท เซอร์คิวลาร์ริตี จำกัด&#8217; </strong> เพื่อดำเนินธุรกิจ​​​สตาร์ทอัพของตัวเอง ด้วย​การพัฒนาแพลตฟอร์มให้เช่าที่นอน (Subscription) พร้อมรับคืน และนำไปรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ​ ภายใต้ชื่อ <strong>&#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn)  </strong></p>
<p><strong>ตั้งต้นจาก 3 Pain point ของธุรกิจดั้งเดิม</strong></p>
<p><strong>คุณแนป </strong>เล่าถึงที่มาของ nornnorn เกิดจากความเข้าใจในธุรกิจที่นอนอย่างลึกซึ้ง จากเส้นทางเกือบศตวรรษที่ครอบครัวอยู่ในธุรกิจนี้  ทำให้​พบและอยากเข้าไปมีส่วนช่วยแก้ไข  <strong>3 Pain point</strong> สำคัญในธุรกิจ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>การเข้าถึง</strong> : จากการที่ที่นอนสปริงคุณภาพสูง มาพร้อมราคาที่แพง ทำให้จำกัดการเข้าถึงได้เพียงลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น การพัฒนาโมเดลนี้ จึงมีส่วนในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้อีกทางหนึ่ง​</p>
<p><strong>การทิ้ง :</strong> เนื่องจากที่นอนเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ ทำให้เป็นภาระและยากต่อการทิ้ง จุดจบส่วนใหญ่จึงเป็นการถูกนำไปฝังกลบ หรือเผาทำลาย และบ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นที่นอนกลายไปเป็นขยะในที่ที่ไม่ควรอยู่ โดยพบข้อมูลว่า มีปริมาณที่นอนถูกทิ้งทั่วโลกกว่า 150 ล้านชิ้นต่อปี หรือพบภายในภูมิภาคอาเซียนกว่าหลายสิบล้านชิ้นต่อปี</p>
<p><strong>การรีไซเคิล :</strong> ยังไม่มีกระบวนการในการรีไซเคิลที่นอนอย่างเป็นระบบ เนื่องจาก มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ขณะที่ Value ที่ได้จากการรีไซเคิลไม่สูง ทำให้ไม่คุ้มค่าในการลงทุน จึงยังไม่มีใครเข้ามาในส่วนนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/nornnorn1.png" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>3 ข้อจำกัดดังกล่าว จึงเป็นที่มาให้คุณแนป คิดโมเดลธุรกิจในรูปแบบ <strong>PaaS (Product as a Service) </strong>ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์ม &#8216;<strong>นอนนอน&#8217; (nornnorn)</strong> เพื่อให้บริการเช่าที่นอนสปริงใหม่ คุณภาพสูง โดยสามารถชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน และเลือกระยะสัญญาได้ตามความต้องการ ตั้งแต่ 12 -120 เดือน ​โดยราคาที่ชำระได้รวมค่าบริการเก็บกลับผลิตภัณฑ์ และการนำไป​รีไซเคิลตามกระบวนการอย่างถูกต้องและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนทั่วไป รวมทั้งผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีทุนมากนัก สามารถลดต้นทุนจากที่นอนไปพัฒนาส่วนอื่นๆ ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>​nornnorn ได้เริ่มทดลองให้บริการ (Pilot Project) ในปี 2018 พร้อมกัน​ 2 ประเทศ ทั้งในไทย ที่มีที่นอนแบรนด์สปริงเมทเป็นพันธมิตรเบื้องต้น​ และในอินโดนีเซีย มีแบรนด์สปริงแอร์ ซึ่งเป็นแบรนด์ที่นอนรายใหญ่ในอินโดนีเซียร่วมเป็นพันธมิตร โดยนำร่อง​ทำตลาดในกลุ่ม B2B เจาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่พักขนาดเล็ก หรือธุรกิจที่ใส่ใจเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สามารถเข้าถึงที่นอนสปริงคุณภาพสูง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน โดยที่ไม่ต้องลงทุนสูงมากเกินไป</p>
<p><em>&#8220;ช่วงเปิดตัวได้ปีกว่าๆ เป็นช่วงที่สถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ทำให้เริ่มมีการปรับแผนในประเทศไทย ด้วยการขยายบริการสู่กลุ่ม B2C เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ แต่กลับได้รับการตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะสามารถเข้าถึงที่นอนคุณภาพสูงในราคาไม่แพง ทำให้ตอนนี้ฐานลูกค้าในไทย ทั้งกลุ่มธุรกิจ (B2B) และค้าปลีก (B2C) ​มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่ในอนาคต จะรุกตลาดในกลุ่มค้าปลีกมากขึ้น เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงให้ธุรกิจได้ดีกว่า ทั้งอัตราค่าเช่าที่สูงกว่า โดย B2B เริ่มต้นที่ 89 บาท/เดือน ขณะที่ค้าปลีก อยู่ที่ 112 บาท/เดือน รวมทั้งหากเกิดกรณีผิดนัดชำระ กลุ่มค้าปลีกที่เช่าเริ่มต้นเพียง 1 ชิ้น จะกระทบน้อยกว่ากลุ่มผู้ประกอบการที่มักจะเช่าในสเกลที่ใหญ่กว่า ทำให้กระทบต่อสภาพคล่องธุริกจได้มากกว่า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Info-Thai.png" alt="" width="1200" height="768" /></p>
<p><strong>จุดนัดพบ  Ecommerce + FinTech + Recycling Technology</strong></p>
<p>การพัฒนา nornnorn ของคุณแนป ยังถือว่าเป็นการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจใหม่ ที่เป็น First Mover ของโลก​ เหมือนกับที่ครอบครัวเคยทำได้มาแล้วในอุตสาหกรรมที่นอนของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการ Subscribe ที่นอนคุณภาพสูง ตามแนวทาง PaaS และให้บริการ​ผ่านแพลตฟอร์ม​ออนไลน์เช่นเดียวกับ​ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ</p>
<p>นอกจากนี้ ยัง​​ประยุกต์เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ในรูปแบบ Green Financing ผสมผสานกับ Tokenization ​มาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตและขยายธุรกิจในอนาคต ทำให้ nornnorn ​​เป็นสตาร์ทอัพด้านความยั่งยืนรายแรกของประเทศที่สามารถออก <strong>&#8216;หุ้นกู้สีเขียว&#8217;</strong> (Mini Green Bond) ในรูปแบบ Digital Investment Token ภายใต้การสนับสนุน​จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อย่างถูกต้อง โดยจะใช้ระบบนำรายได้จากสัญญาระยะยาวของลูกค้าซึ่งเป็นแหล่งในการสร้างรายได้ให้ธุรกิจกลับ​มาจ่ายเป็นเงินปันผลคืนให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยเข้ามารองรับการขยายธุรกิจในอนาคตให้เติบโตได้ต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35444 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Impact-.jpg" alt="" width="1620" height="1392" /></p>
<p><em>&#8220;​ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน จะทำให้ผู้ลงทุน​ทราบเส้นทางการเงินและ Journey ของธุรกิจว่าช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรบ้าง ขณะที่การประเมิน Life Cycle Assessment (LCA) หรือการประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ตามโมเดลของ nornnorn ที่เป็นรูปแบบของการ เช่า-ใช้-คืน-รีไซเคิล เมื่อเทียบกับโมเดลเดิม ที่เป็นการซื้อ -ใช้ -ทิ้ง และเกิดเป็นขยะ พบว่า nornnorn ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 31%  รวมทั้งลดมลภาวะทางอากาศ​ 28% และลด​สารพิษที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์อย่างน้อย 24% ขณะเดียวกันยังสามารถลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบลงได้เกือบ 20 ตัน &#8220;​</em></p>
<p>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ nornnorn ซึ่งถือว่ามีความ​ท้าทายมากที่สุด และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อนำมาใช้ได้จริงและมีความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ คือ <strong>การพัฒนากระบวนการรีไซเคิลที่นอน (Recycling Technology)</strong> โดยเฉพาะในส่วนของฟองน้ำ ที่แม้จะมีเทคโนโลยีในการรีไซเคิลแต่ยังมีต้นทุนที่สูง จึงอยู่ระหว่างการวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพิ่มเติมเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้จริง ​ขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ อย่างผ้าและเส้นใยต่างๆ สามารถนำไปใช้เป็นไส้กรองน้ำมันอุตสาหกรรม หรือนำไปแปรรูปในธุรกิจสิ่งทอ ส่วนลวดเหล็กสปริงก็สามารถนำไปหลอมเพื่อนำกลับมาเป็นเหล็กเพื่อใช้งานใหม่ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Recycle-Mattress.jpg" alt="" width="1200" height="866" /></p>
<p><em>&#8220;มากกว่า 90% ของที่นอนสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ โดยเป้าหมายที่เราต้องการคือการวิจัยพัฒนาเพื่อให้วัสดุทุกชิ้นสามารถนำกลับเข้าสู่ระบบการผลิตเพื่อทดแทนการใช้ทรัพยากรใหม่ได้ท้ังหมด​ เพราะไม่อย่างนั้น สุดท้ายปลายทางจะกลายเป็นขยะไปสู่หลุมฝังกลบเช่นเดิม ซึ่งตามแผนเตรียมปรับโรงงานผลิตที่นอนเก่าในจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางการรีไซเคิล โดยจะใช้เป็นสถานที่ในการรวบรวมที่นอนเก่า เพื่อนำมาแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิล แต่ต้องยอมรับว่าธุรกิจกลุ่มนี้จะมีต้นทุนที่สูงและยากที่จะมีกำไร ทำให้ในเชิงธุรกิจจึงต้องมีฝั่งที่ทำกำไรจากกลุ่ม Subscribe มาช่วยสนับสนุน ประกอบกับการเดินหน้าวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้มีจุดคุ้มทุนที่ดีที่สุดเพื่อสามารถทำกำไรได้บ้าง ก่อนที่จะขยายสเกลธุรกิจในแต่ละส่วนในอนาคตต่อไป&#8221;</em></p>
<p>สำหรับแผนในอนาคต นอกจาก​การพัฒนาแพลตฟอร์ม nornnorn ให้รองรับการขยายการเติบโตของธุรกิจ ทั้งการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ หรือการเปิดรับพันธมิตรแบรนด์ที่นอนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้บริการ  รวมทั้งยังให้ความสำคัญในการเดินหน้าวิจัยและพัฒนา​ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ที่นอน เพื่อทำให้ที่นอนสามารถรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น หรือมีน้ำหนักเบาขึ้น ไปจนถึงการมีเทคโนโลยี Self Cleaning ที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ เพื่อไม่ต้องเปลี่ยนผ้าปู หรือมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อให้สินค้าตอบโจทย์กระแสโลกหรือบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป รวมทั้งส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/nornnorn-model-of-ecommerce-fintech-and-recycling/">จับตา​ &#8216;นอนนอน&#8217; (nornnorn) ภาคต่อธุรกิจครอบครัว Gen 4 และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้โลก ​ที่ผนวกทั้ง Ecommerce , FinTech และ RecyclingTech ไว้ด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค เปิดตัวสัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) เจาะเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/kimberly-clark-professional-green-life-cycle-seminar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Mar 2025 14:52:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[CE CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[G-Green]]></category>
		<category><![CDATA[Green Life Cycle]]></category>
		<category><![CDATA[Kimberly clark Professional]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การบริโภคที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค]]></category>
		<category><![CDATA[คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32561</guid>

					<description><![CDATA[<p>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย เปิดตัวสัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) เจาะเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่โลกที่ยั่งยืน พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์รักษ์โลกใหม่ภายใต้แบรนด์ Scott และ WypAll คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมด้านสุขอนามัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนด้วยการเปิดตัว สัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชู่ในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เป็นเครื่องหมายรับรองความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยการเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบของงานสัมมนา “Green Life Cycle: Insight Better Care for A Better World” ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/kimberly-clark-professional-green-life-cycle-seminar/">คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค เปิดตัวสัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) เจาะเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย </strong><strong>เปิดตัวสัญลักษณ์ </strong><strong>Carbon Footprint of Product </strong><strong>แบบ </strong><strong>Circular Economy (CE CFP) </strong><strong>เจาะเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมก้าวสู่โลกที่ยั่งยืน </strong><strong>พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์รักษ์โลกใหม่ภายใต้แบรนด์ </strong><strong>Scott </strong><strong>และ </strong><strong>WypAll </strong></p>
<p><span id="more-32561"></span></p>
<p><strong>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย ผู้นำนวัตกรรมด้านสุขอนามัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร่วมตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนด้วยการเปิดตัว </strong><strong>สัญลักษณ์ </strong><strong>Carbon Footprint of Product </strong><strong>แบบ </strong><strong>Circular Economy (CE CFP)</strong> <strong>อย่างเป็นทางการ</strong></p>
<p><strong> ซึ่งนับเป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวในกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษทิชชู่ในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (</strong><strong>TGO) </strong><strong>เป็นเครื่องหมายรับรองความรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ช่วยลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32562 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/KK1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โดยการเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้กรอบของงานสัมมนา </strong><strong>“Green Life Cycle: Insight Better Care for A Better World”</strong> <strong>ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าร่วมรับฟังเสวนา แลกเปลี่ยนแนวคิด และนำเสนอแนวทางการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ พ.ร.บ. </strong><strong>Climate Change </strong><strong>และมาตรฐาน </strong><strong>G-Green </strong><strong>ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวโน้มสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรทุกขนาดในปัจจุบัน นอกจากนี้ คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว </strong><strong>ผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ </strong><strong>Scott </strong><strong>และ </strong><strong>WypAll</strong> <strong>ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดของเสีย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>คุณปิยะพร ปฏิมาวิรุจน์</strong><strong> Sales Leader </strong><strong>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> “คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล เชื่อมั่นว่าสุขอนามัยและความยั่งยืนสามารถทำให้เกิดขึ้นไปพร้อมกันได้ เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านสุขอนามัย แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งการได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) เป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมด้านสุขอนามัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมของเรา และเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม”</p>
<p><strong>ในขณะที่ คุณศสิพงศ์ บุญแต้ม </strong><strong>Marketing Manager </strong><strong>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า</strong> “Better Care for A Better World เป็นคำมั่นสัญญาที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด เราไม่ได้แค่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เราเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ใช่แค่เพื่อองค์กรหรือลูกค้าของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกที่ยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32566 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/KK5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยภายในงานได้จัดการเสวนาโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐและภาคเอกชนในหัวข้อสำคัญ อาทิ แนวทางการเตรียมตัวของภาคธุรกิจต่อ พ.ร.บ. Climate Change โดย <strong>ดร.กิตติศักดิ์ พฤกษ์กานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong>  ซึ่งเน้นย้ำว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่เพียงเป็นข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ยังเป็นโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาและแข่งขันได้ในยุคที่ตลาดให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/KK4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกทั้งยังมีการบรรยายเกี่ยวกับการรับรองมาตรฐาน G-Green โดย <strong>ดร.เพชรดา อ้อชัยภูมิ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการได้รับตราสัญลักษณ์ G-Green (ไม่ว่าจะเป็น Green Hotel, Green Restaurant, Green Office) ในการสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ รวมถึงบทบาทของ Thai Green Label ในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ นักวิจัยอาวุโส ซึ่งระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์ Thai Green Label ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกรณีศึกษาแนวทางธุรกิจที่ยั่งยืนจากลูกค้าเครือเซ็นทรัล เรสเตอรองส์ <strong>คุณวีร์ธิมา พัฒนไพสิฐ</strong><strong> Purchasing Equipment  Manager Central Restaurant Group Co.,Ltd.</strong> อาทิเช่น การลด food waste การจัดซื้อวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อชุมชนบริเวณโดยรอบแต่ละสาขา เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32564 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/KK3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชั่นแนล ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นและเดินหน้าสานต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยมีเป้าหมายที่จะได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์ Carbon Footprint Reduction (CFR) ในลำดับต่อไป ตามคำมั่นสัญญาของเรา “Better Care for A Better World” ในการส่งมอบ<strong>ผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม </strong>เพื่อก้าวไปสู่โลกที่ยั่งยืน<strong>สำหรับทุกคน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/kimberly-clark-professional-green-life-cycle-seminar/">คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค เปิดตัวสัญลักษณ์ Carbon Footprint of Product แบบ Circular Economy (CE CFP) เจาะเทรนด์รักษ์สิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Nov 2023 13:43:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Al Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Closed Loop Packaging System]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[eco-design]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PackBack in action]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Propak Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[Voluntary EPR]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ PackBack]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22289</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง</p>
<p><span id="more-22289"></span></p>
<p>การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว</p>
<p>ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ <strong>Extended Producer Responsibility (EPR)</strong> หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ <strong>กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล </strong></p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี<strong> พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)” </strong>เพื่อให้ผู้ผลิตรับผิดชอบตลอดช่วงชีวิตของบรรจุภัณฑ์ โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนการนำกลับมารีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทเพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี แม้ว่าอียูยังไม่บังคับใช้กฏหมายนี้กับประเทศที่ 3 ที่เป็นคู่ค้าส่งออกไปยังยุโรป แต่อนาคตเชื่อว่าจะมีการใช้อย่างแน่นอน</p>
<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา TIPMSE ได้จัดเวทีสัมมนาทั้งในช่องทางออนไซต์ และออนไลน์ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อผู้ผลิตและเชิญชวนเข้าร่วมขับเคลื่อนและกำหนดรูปแบบ EPR ที่เหมาะสมกับประเทศไทย รวมถึงล่าสุดในงานสัมมนา <strong>&#8220;ผู้ประกอบการแบรนด์สินค้ากับการเตรียมตัวสู่ EPR&#8221;</strong> ในงาน<strong> Propak Asia 2023</strong> เมื่อ 29 ก.ย.2565 มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการในการขับเคลื่อน EPR เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในขั้นของภาคสมัครใจผ่าน &#8216;<strong>โครงการ PackBack</strong> <strong>เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน&#8217;</strong> เพื่อเรียนรู้และเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคบังคับต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22293 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR6.jpg" alt="" width="1200" height="834" /></p>
<p><strong>โครงการ PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน</strong> มีการดำเนินงานใน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p>1) การพัฒนากลไกด้านนโยบายของประเทศ ตลอดจนการจัดทำระบบฐานข้อมูล</p>
<p>2) การทดลองดำเนินการเก็บกลับโดยภาคเอกชนในพื้นที่นำร่อง 3 เทศบาล จ.ชลบุรี (แสนสุข บ้านบึงและสีชัง) ที่เน้นการนำมาตรการสนับสนุนต่างๆ ตามหลัก EPR ไปทดลองดำเนินการในพื้นที่</p>
<p>3) การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นๆ</p>
<p>4) การขยายความร่วมมือกับผู้ผลิต โดยเมื่อวันที่  6 ตุลาคม 2566 ในงาน SX2023 ได้จัดกิจกรรม<strong> PackBack in action</strong> รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR โดยมีองค์กรเข้าร่วมแสดงเจตจำนงเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 98 องค์กร และมีการประกาศความร่วมมือของ 4 องค์กรภาคี ได้แก่ PPP Plastics, PRO Thailand Network , Aluminium Closed Loop Packaging System (Al Loop) และ TIPMSE PackBack ซึ่งต่างมีโครงการที่ช่วยหนุนเสริมกลไก EPR ได้มาจับมือร่วมกันดำเนินโครงการ EPR ภาคสมัครใจอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22291 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้ประกอบการหรือองค์กรที่สนใจเข้ามาร่วมโครงการ EPR ภาคสมัครใจ สามารถเข้าร่วมได้ตามระดับความพร้อมของตนเอง ดังนี้  1) การเรียนรู้และเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์ตามหลัก Eco-design กับ “คลินิก Eco-Design”  2) การร่วมเรียนรู้ หลักการและกลไก EPR ผ่านการร่วมกิจกรรมโครงการนำร่อง PackBack ที่จังหวัดชลบุรี  และ 3) การเริ่มดำเนินการ EPR ภาคสมัครใจแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-3451293</p>
<p>“การนำหลัก EPR หรือการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตสู่การขยายเครือข่ายร่วมรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วหลังการบริโภคกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ จะตอบสนองเป้าหมายในการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”<strong> นายโฆษิต สุขสิงห์</strong> รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธาน TIPMSE ได้กล่าวไว้ในงาน PackBack in action รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR (6 ต.ค.66)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22292 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือที่จะเป็นแกนหลักที่สำคัญต่อขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถให้กับระดับองค์กร หากแต่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เพื่อก้าวผ่านกติกาของโลก อันจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบเศรษฐกิจที่จะเติบโตแบบยั่งยืนที่แท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดตัว Chemical Recycling เดินตามโรดแมปปิโตเคมีเพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/02/scg-chemicals-roadmap-chemical-recycling/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Feb 2021 04:02:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Chemical Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวงษ์ อารีรัชชกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรดแมปธุรกิจเอสซีจีเคมิคอลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=8879</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าธุรกิจตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ล่าสุด เปิดตัว Chemical Recycling เทคโนโลยีเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี พร้อมเดินเครื่อง Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทย ธนวงษ์ อารีรัชชกุล กรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยถึงความคืบหน้าของธุรกิจตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งในปี 2564 ได้วางโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก และโซลูชัน โดยออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย (Design for Recyclability) โดยยังคงคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ไว้อย่างครบถ้วน 2. การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ PCR (Post – Consumer Recycled Resin) 3. การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Chemical Recycling) 4. การพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/02/scg-chemicals-roadmap-chemical-recycling/">เคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดตัว Chemical Recycling เดินตามโรดแมปปิโตเคมีเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เคมิคอลส์ เอสซีจี เดินหน้าธุรกิจตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน มุ่งสู่ “ธุรกิจปิโตรเคมีเพื่อความยั่งยืน” ล่าสุด เปิดตัว Chemical Recycling เทคโนโลยีเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับโรงงานปิโตรเคมี พร้อมเดินเครื่อง Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทย</span></h4>
<p><span id="more-8879"></span></p>
<p><strong>ธนวงษ์ อารีรัชชกุล</strong> กรรมการผู้จัดใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เผยถึงความคืบหน้าของธุรกิจตามแผนโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า “ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ซึ่งในปี 2564 ได้วางโรดแมปด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนไว้ 4 ด้านหลัก ได้แก่</p>
<p>1. การพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก และโซลูชัน โดยออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย<br />
(Design for Recyclability) โดยยังคงคุณสมบัติด้านอื่น ๆ ไว้อย่างครบถ้วน<br />
2. การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ PCR (Post – Consumer Recycled Resin)<br />
3. การนำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำหรับธุรกิจปิโตรเคมี (Chemical Recycling)<br />
4. การพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพ (Bioplastics)<br />
โดยโรดแมปที่วางไว้ครอบคลุมตลอด Supply Chain นั่นคือ ตั้งแต่การออกแบบเม็ดพลาสติกให้ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุดแต่ยังคงมีประสิทธิภาพ จนถึงการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-8880 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/02/SCG-1.jpg" alt="" width="601" height="412" /></p>
<p>สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติกสำหรับกระบวนการ Chemical Recycling โดยเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วเป็นวัตถุดิบตั้งต้น หรือ Renewable Feedstock สำหรับโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งสามารถนำกลับมาผลิตเม็ดพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic Resin) ตอบโจทย์หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ในเบื้องต้น ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลพลาสติก ที่เป็น Advanced Technology ใช้สารเร่งปฏิกิริยาทำให้กระบวนการรีไซเคิลมีอุณหภูมิต่ำ จึงช่วยลดการใช้พลังงาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดปัญหาการสะสมของปริมาณขยะพลาสติกในประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ก่อสร้างโรงงานทดสอบการผลิต หรือ Demonstration Plant แห่งแรกในประเทศไทย ในพื้นที่บริเวณโรงงาน จังหวัดระยอง ด้วยกำลังการผลิต Renewable Feedstock ประมาณ 4,000 ตันต่อปี และพร้อมที่จะขยายกำลังผลิตในอนาคต</p>
<p>ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ได้ร่วมมือกับ Partner ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีที่ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล และจัดตั้งบริษัท Circular Plas Co., Ltd. เพื่อดำเนินธุรกิจรีไซเคิลพลาสติกผ่านกระบวนการรีไซเคิลทางเคมี หรือ Chemical Recycling มีสัดส่วนการถือหุ้นโดยบริษัทย่อยในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร้อยละ 60 และ Partner ร้อยละ 40</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/02/scg-chemicals-roadmap-chemical-recycling/">เคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดตัว Chemical Recycling เดินตามโรดแมปปิโตเคมีเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
