<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DCCE &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/dcce/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Jun 2026 16:39:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>DCCE &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 16:38:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CBiS]]></category>
		<category><![CDATA[Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Green Leaders]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Resilient LAB]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[คิดเพื่อบ้านเรา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา]]></category>
		<category><![CDATA[นลิน เศกใจเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐม ชัยพฤกษทล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42797</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;โลกร้อน (Global Warming)&#8216; เข้าสู่ยุค &#8216;โลกเดือด (Global Boiling)&#8217; อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน ข้อมูลจากเวทีเสวนา &#8216;Resilient LAB: บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217; ในงานเปิดโครงการ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3&#8242; ภายใต้แนวคิด Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;<strong>โลกร้อน (</strong><strong>Global Warming)</strong><strong>&#8216;</strong> เข้าสู่ยุค &#8216;<strong>โลกเดือด (</strong><strong>Global Boiling)&#8217;</strong><strong> </strong>อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ <strong>ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Change)</strong> ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-42797"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวทีเสวนา <strong>&#8216;</strong><strong>Resilient LAB: </strong><strong>บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217;</strong> ในงานเปิดโครงการ &#8216;<strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ </strong><strong>3&#8242; </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>DCCE) </strong>​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นางสาวนลิน-เศกใจเสือ-นักวิชาการเผยแพร่ชำน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ที่ผ่านมา จ.ขอนแก่น มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39-42 องศาเซลเซียส แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ ‘ดัชนีความร้อน (Heat Index)’ หรือความรู้สึกร้อนจริงพุ่งสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส เนื่องจากความชื้นในอากาศสูง ซึ่งอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางมาก โดยเฉพาะ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ขณะที่ภาคกลาง มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนภาคใต้ เผชิญกับ ‘เรนบอมบ์ (Rain Bomb)’ คือ ฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างรุนแรง ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุด&#8221;</em></p>
<p>นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์ <strong>‘ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)’</strong> ที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผิดปกติ 1.5-2 องศาเซลเซียส ซึ่งมหาสมุทรเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศของโลก เมื่อเครื่องรวน ระบบนิเวศทั้งหมดจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การเปลี่ยนบทบาทของคนไทยจากผู้รอคอยการชดเชยหลังเกิดภัย ให้กลายเป็นผู้รู้เท่าทันความเสี่ยง และลุกขึ้นมาปรับตัว ซึ่งเชื่อว่าน้อง ๆ เยาวชนไม่ใช่แค่ผู้รับชะตากรรมในอนาคต แต่คือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกตั้งแต่วันนี้<strong> </strong></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ </strong><strong>TGO</strong> กล่าวว่า ​การลดก๊าซเรือนกระจกเริ่มต้นได้จากตัวเรา แต่สิ่งแรก​ต้องรู้ก่อนว่า​แต่ละวันเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไหร่ ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง หรือการใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันมี Zero Carbon ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันช่วยคำนวณและแนะแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนได้</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยเน้นการพัฒนา​เทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซ รวมทั้ง​การใช้พลังงานหมุนเวียน ที่ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องเสถียรภาพ จึงเริ่มมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาช่วย ในระดับท้องถิ่น หลายเทศบาลเริ่มขับเคลื่อนแผนลดก๊าซเรือนกระจกผ่านวิธีพื้นฐานแต่ได้ผลสูง คือ การเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงานและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นี่คือเทคโนโลยีที่ถูกที่สุดในการดูดกลับคาร์บอน และในอนาคต ‘คาร์บอนเครดิต’ จากพื้นที่ป่าไม้จะมีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Negative Emission Technology ที่จะเข้ามาช่วยดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศให้ต่ำกว่าระดับที่ปล่อยไป”</p>
<p><em>“อยากให้น้อง ๆ มองว่า ปัญหานี้มัน ‘สัมผัสติดเนื้อหนัง’ เราตลอดเวลา อย่ามองว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ วันนี้เราสามารถเริ่มทำสิ่งยิ่งใหญ่ร่วมกันได้ และอย่ามองเพื่อน ๆ เป็นคู่แข่ง แต่พวกเราคือ ‘พันธมิตร (Alliance)’ ที่จะมาร่วมมือกันรักษาโลกไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส เพราะถ้าเกินกว่านั้นโลกจะกลายเป็นผู้ป่วยที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป</em>”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>CBiS)</strong> ได้ให้คำแนะนำแก่นักคิดรุ่นใหม่เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเน้นย้ำเรื่อง <strong>‘การคิดเชิงระบบ (System Thinking)’</strong> เพื่อป้องกันไม่ให้การแก้ปัญหาจุดหนึ่ง กลายเป็นการย้ายปัญหาไปอีกจุดหนึ่ง พร้อมให้แนวทาง 3 ข้อสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ต้องประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>หาให้เจอ</strong> ต้องรู้ว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบ แยกแยะให้ออกระหว่าง <strong>ลูกค้า </strong>และ <strong>ผู้ใช้</strong> และดูว่าพวกเขาต้องการนวัตกรรมนั้นจริงๆ หรือไม่</p>
<p><strong>2. คิดให้ครบ </strong>มองให้ครบลูป (Loop) วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือแบตเตอรี่เมื่อพังแล้วจะไปไหน เหมือนในอดีตที่เราใช้ถุงกระดาษแล้วเปลี่ยนมาใช้พลาสติก เพราะมองว่ากระดาษใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องวนกลับมาแก้ปัญหาพลาสติกด้วยถุงกระดาษ เพราะคิดไม่ครบลูป</p>
<p><strong>3. หาจุดคานงัด (</strong><strong>Leverage Point)</strong> ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคิดเชิงระบบ เมื่อเราลงมือแก้เพียงจุดเดียวแล้วจะสร้างผลกระทบเชิงบวกขนาดใหญ่ และทำให้นวัตกรรมนั้นแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</p>
<p><em><strong>“นวัตกรรมที่ดีและยั่งยืนต้องตอบโจทย์ </strong><strong>3 </strong><strong>ด้าน คือ ต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้ แก้ปัญหาได้จริง และต้องเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะลงมือทำ อย่าคิดอยู่บนกระดาษอย่างเดียว จงกล้าที่จะทดลอง เพราะบางครั้งความผิดพลาดเพียงหนึ่งเรื่อง อาจกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่ เหมือนจุดกำเนิดของ </strong><strong>‘</strong><strong>โพสต์-อิท (</strong><strong>Post-it)’ </strong></em><strong><em>ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการประดิษฐ์กาวที่ไม่ติดแน่น แต่กลายเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อคนทั้งโลก”</em> ดร.ณัฐวิญญ์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_10.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน กับ <strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ปีที่ </strong><strong>3</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของ <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> และ <strong>คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาร่วมกันคิด มาร่วมมองหาปัญหาในชุมชนหรือ &#8216;<strong>บ้านของเราเอง&#8217;</strong> แล้วเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมล้ำๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท</p>
<p>และที่พิเศษไปกว่านั้น ในปีนี้ GULF ยกระดับความเข้มข้นด้วยการสนับสนุนทุนต่อยอด เพื่อเปลี่ยน <strong>ไอเดียบนกระดาษ</strong> ของน้องๆ ให้กลายเป็น <strong>นวัตกรรม </strong>ที่นำไปใช้งานได้จริง เพื่อสร้าง <strong>Green Leaders</strong> รุ่นใหม่ที่มีทักษะการลงมือทำจริง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p>สำหรับน้องๆ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ทีมละ 4 คน ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น! สมัครผ่าน <a href="https://www.eng.chula.ac.th/th/59429" target="_blank" rel="noopener">Google Form</a> โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ <a href="https://www.eng.chula.ac.th" target="_blank" rel="noopener">eng.chula.ac.th</a> หรือสอบถามรายละเอียดโทร: 086-522-3844 พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook: <a href="https://www.facebook.com/GULFSPARK.TH/" target="_blank" rel="noopener">GULF Spark</a> และ TikTok: <a href="https://www.tiktok.com/@GULFspark" target="_blank" rel="noopener">@GULFspark</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42802 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0 เดินหน้ายกระดับเครือข่ายร่วมพาไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/thaicbn-and-dcce-drive-ndc30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Jan 2026 02:39:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Department Of Climate Change and Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Nationally Determined Contribution]]></category>
		<category><![CDATA[NDC 3.0]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiCBN]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Climate Business Network]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[กรมลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทายด้านภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39627</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย หรือ ThaiCBN (Thailand Climate Business Network) ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยกระดับการดำเนินงานของเครือข่าย ThaiCBN ด้วยการให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมกลุ่มความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบเป้าหมายใหม่ของประเทศ (NDC 3.0) เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero ปี 2593 (ค.ศ.2050) ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ประเทศไทยได้ยกระดับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้กรอบ NDC 3.0 (Nationally Determined Contribution) เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเร่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) เร็วขึ้นจากแผนเดิม 15 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กระทบทั้งเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน NDC 3.0 ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ ทั้งในมิตินโยบาย เทคโนโลยี และเงินลงทุน โดยได้มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนจากภายในประเทศและการสนับสนุนจากต่างประเทศในอัตรา 70:30 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/thaicbn-and-dcce-drive-ndc30/">ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0 เดินหน้ายกระดับเครือข่ายร่วมพาไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย</strong> หรือ <strong>ThaiCBN</strong> (Thailand Climate Business Network) ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยกระดับการดำเนินงานของเครือข่าย ThaiCBN ด้วยการให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมกลุ่มความร่วมมือระหว่างเครือข่ายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจ</p>
<p><span id="more-39627"></span></p>
<p>เพื่อสร้างโอกาสในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบเป้าหมายใหม่ของประเทศ (NDC 3.0) เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero ปี 2593 (ค.ศ.2050)</p>
<p><strong>ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> ระบุว่า ประเทศไทยได้ยกระดับเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้กรอบ NDC 3.0 (Nationally Determined Contribution) เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเร่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) เร็วขึ้นจากแผนเดิม 15 ปี เพื่อลดความเสี่ยงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่กระทบทั้งเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน NDC 3.0 ยังเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ ทั้งในมิตินโยบาย เทคโนโลยี และเงินลงทุน โดยได้มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนจากภายในประเทศและการสนับสนุนจากต่างประเทศในอัตรา 70:30 จึงทำให้การสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เช่น เครือข่ายฯ ThaiCBN กลายเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยน <strong>“ความท้าทายด้านภูมิอากาศ</strong>” ให้เป็น “<strong>โอกาสในการพัฒนา</strong>” และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหารเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (</strong><strong>ThaiCBN)</strong> เปิดเผยว่า เครือข่ายฯ ThaiCBN เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคการเงินและการธนาคาร ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเชื่อมโยงและยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันประกอบด้วยองค์กรชั้นนำจำนวน 37 องค์กร อาทิ ธนาคารกสิกรไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เป็นต้น</p>
<p>โดยมีเป้าหมายในการร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 37 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการดำเนินงาน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาแนวปฏิบัติเพื่อเป็นต้นแบบในด้านการจัดการสภาพภูมิอากาศ การสร้างพลังความร่วมมือระหว่างองค์กรและภาคส่วนต่าง ๆ และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว</p>
<p>สำหรับ <strong>ความร่วมมือระหว่าง </strong><strong>ThaiCBN </strong><strong>กับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันผลักดันเป้าหมาย </strong><strong>NDC </strong><strong>3.0 ขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมสุทธิเป็นศูนย์ ในปี </strong><strong>2593 (</strong><strong>2050)</strong> อย่างยั่งยืน จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ บนแนวทางการทำงานร่วมกัน ดังนี้</p>
<p><strong>1. ประสานงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้</strong> และให้คำปรึกษาเชิงนโยบายแก่โครงการที่อยู่ในเครือข่ายฯ ThaiCBN เพื่อให้โครงการได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญและสามารถนำไปพัฒนาปรับปรุงได้สำเร็จ</p>
<p><strong>2. สนับสนุนการพัฒนาแนวทางปฏิบัติและกิจกรรมร่วมกันในระดับเครือข่าย</strong> เนื่องจากปัจจุบันเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมมีอยู่อย่างกระจัดกระจาย และอาจมีบทบาทซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นเครือข่ายฯ ThaiCBN จึงร่วมกับกรมลดโลกร้อน รวบรวมและเข้าหารือกับแต่ละเครือข่ายถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อผลักดันให้บรรลุตามเป้าหมายของประเทศ</p>
<p><strong>3. เสริมสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่ภาคธุรกิจ</strong> ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้และเครื่องมือ เพื่อผลักดันให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้จริง</p>
<p>การขับเคลื่อนประเทศสู่การบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความร่วมมือนี้จึงตอกย้ำความสำคัญในการผนึกกำลังทุกภาคส่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการพัฒนา และเสริมสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/thaicbn-and-dcce-drive-ndc30/">ThaiCBN จับมือกรมลดโลกร้อน เร่งเครื่อง NDC 3.0 เดินหน้ายกระดับเครือข่ายร่วมพาไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>51Talk แอปเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็ก ส่งเด็กไทย &#8220;ตัวแทนแห่งความหวัง&#8221; ร่วมเวที COP30 ณ สหประชาชาติ เปล่งเสียงเพื่อโลกสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/51talk-thailand-join-cop30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 08:40:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[51Talk]]></category>
		<category><![CDATA[51Talk Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยพล จันทะวัง]]></category>
		<category><![CDATA[วสุธิดา รินเกลื่อน]]></category>
		<category><![CDATA[เอมิลี่ หลี่]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟฟ์วันทอล์ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38412</guid>

					<description><![CDATA[<p>51Talk (ไฟฟ์วันทอล์ก) แอปเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็กระดับโลก ประสบการณ์มากกว่า 14 ปี มีนักเรียนทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ เดินหน้ายกระดับศักยภาพเด็กไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพาตัวแทนเด็กไทยร่วมภารกิจสำคัญ ณ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (the United Nations Climate Change Conference) หรือ COP30 ระหว่างวันที่ 10-21 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล ซึ่งถือเป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรี นักเจรจา นักเคลื่อนไหว และตัวแทนเด็กจากทั่วโลก เพื่อระดมความคิดและกำหนดแนวทางรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่ยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ 51Talk ในการสร้างโอกาสให้เด็กไทยใช้ &#8220;พลังแห่งภาษาและความหวัง&#8221; เปล่งเสียงเพื่ออนาคตและการเปลี่ยนแปลงที่ดีของโลกใบนี้ ตัวแทนเด็กไทยจาก 51Talk เด็กหญิงวสุธิดา รินเกลื่อน หรือ น้องเอวา ในวัย 12 ปี ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวทีโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก ภายใต้หัวข้อ “Born from [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/51talk-thailand-join-cop30/">51Talk แอปเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็ก ส่งเด็กไทย &#8220;ตัวแทนแห่งความหวัง&#8221; ร่วมเวที COP30 ณ สหประชาชาติ เปล่งเสียงเพื่อโลกสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>51Talk (ไฟฟ์วันทอล์ก)</strong> แอปเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็กระดับโลก ประสบการณ์มากกว่า 14 ปี มีนักเรียนทั่วโลกกว่า 50 ประเทศ เดินหน้ายกระดับศักยภาพเด็กไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการพาตัวแทนเด็กไทยร่วมภารกิจสำคัญ ณ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (the United Nations Climate Change Conference) หรือ COP30 ระหว่างวันที่ 10-21 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองเบเลง ประเทศบราซิล</p>
<p><span id="more-38412"></span></p>
<p>ซึ่งถือเป็นเวทีที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงประมุขของรัฐ นายกรัฐมนตรี นักเจรจา นักเคลื่อนไหว และตัวแทนเด็กจากทั่วโลก เพื่อระดมความคิดและกำหนดแนวทางรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกที่ยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ 51Talk ในการสร้างโอกาสให้เด็กไทยใช้ &#8220;พลังแห่งภาษาและความหวัง&#8221; เปล่งเสียงเพื่ออนาคตและการเปลี่ยนแปลงที่ดีของโลกใบนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38413 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/51talk1.png" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ตัวแทนเด็กไทยจาก <strong>51Talk</strong> <strong>เด็กหญิงวสุธิดา รินเกลื่อน หรือ น้องเอวา</strong> ในวัย 12 ปี ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์บนเวทีโลกว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก ภายใต้หัวข้อ <strong>“</strong><strong>Born from sadness, shaped by hope, and driven by love for the ocean”</strong> โดยถ่ายทอดเรื่องราวที่เริ่มต้นจาก “ความเศร้า” เมื่อเธอเห็นลูกเต่าทะเลตัวน้อยตายอยู่ในอวน แต่เธอเปลี่ยนความเจ็บปวดนั้นเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้น “ปกป้องท้องทะเล” น้องเอวาได้สะท้อนปัญหาขยะพลาสติกในทะเลไทยและทั่วโลก พร้อมเตือนให้ทุกคนตระหนักว่า “สิ่งที่เราทิ้ง…กำลังย้อนกลับมาหาเรา” เพราะแม้แต่ในเลือดของมนุษย์ก็ยังตรวจพบไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ สุนทรพจน์อันทรงพลังของเธอไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจให้ผู้ฟังจากทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของเด็กไทยผู้กล้าเปล่งเสียงเพื่อโลกสีเขียว และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ</p>
<p><em>“</em><em>การได้เข้าร่วมงาน </em><em>COP30</em><em> ครั้งนี้ ทำให้เอวาเข้าใจว่าการเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เอวาได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ ช่วยให้เราแสดงความคิด และถ่ายทอดแนวทางของเราให้โลกได้รับฟังอย่างชัดเจน</em><em>”</em> <strong>น้องเอวา</strong> กล่าว <strong>ด้านคุณแม่ของน้องเอวา</strong> กล่าวเสริมว่า <em>“</em><em>ขอบคุณ </em><em>51Talk </em><em>ที่มอบโอกาสให้น้องเอวาได้เรียนรู้และเติบโตในระดับสากล การได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ต่อสายตาคนทั่วโลก เป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่ไม่เพียงสร้างความมั่นใจให้ลูก แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ คนอื่นได้เห็นว่า พวกเขาเองก็สามารถมีส่วนร่วมและสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ยั่งยืนได้เช่นกัน</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38415 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/51talk3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>51Talk มีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพเด็กไทยให้ก้าวสู่เวทีโลก ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ผ่านการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจและสร้างสรรค์ ด้วยแอปเรียนออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับครูชาวต่างชาติหรือครูเจ้าของภาษาที่ได้รับการรับรอง และหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ กล้าแสดงออกและการคิดเชิงสากล ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้แสดงศักยภาพในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง 51Talk จึงได้จัดโครงการ <strong>“Green Talk </strong><strong>เปล่งเสียงแห่งความหวัง สร้างอนาคตสีเขียวบนเวที </strong><strong>UN” </strong>ซึ่งเป็นเวทีประกวดสุนทรพจน์เพื่อคัดเลือกเด็กไทยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้รับการสนับสนุนจาก<strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>DCCE) </strong>โครงการนี้ไม่เพียงสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอทางออกเชิงสร้างสรรค์เพื่อโลกที่ยั่งยืนอีกด้วย</p>
<p><strong>นายชัยพล จันทะวัง </strong><strong>ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมเด็กและเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>DCCE) </strong>กล่าวว่า “โครงการ GreenTalk เป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพและวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมบนเวทีระดับโลก เรายินดีที่ได้สนับสนุน 51 Talk สร้างโอกาสสำคัญนี้ให้เด็กไทย และเชื่อมั่นว่าเสียงของเยาวชนจะเป็นพลังสำคัญในการผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อมสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38416 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/51talk4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เอมิลี่ หลี่ ผู้จัดการทั่วไป </strong><strong>51Talk Thailand</strong> กล่าวว่า “ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึง <strong>พันธกิจระยะยาวของ </strong><strong>51Talk</strong> ในการสร้างเด็กไทยรุ่นใหม่ ส่งเสริมให้เรียนรู้ เติบโต และเป็นผู้นำแห่งอนาคตบนเวทีโลก ด้วยความเชื่อมั่นว่า “ภาษาอังกฤษ”  คือกุญแจสำคัญในการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ และเป็นพลังขับเคลื่อนเยาวชนให้กลายเป็น “เสียงแห่งความหวัง” ของโลกใบนี้</p>
<p>มอบโอกาสให้บุตรหลานพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ ผ่านการทดลองเรียนตัวต่อตัวออนไลน์กับครูชาวต่างชาติหรือครูเจ้าของภาษาคุณภาพจาก 51Talk ได้ฟรี เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/51talkthailand" target="_blank" rel="noopener">Facebook: 51Talk Thailand</a> หรือ LINE: @51TalkThailand</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/51talk-thailand-join-cop30/">51Talk แอปเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็ก ส่งเด็กไทย &#8220;ตัวแทนแห่งความหวัง&#8221; ร่วมเวที COP30 ณ สหประชาชาติ เปล่งเสียงเพื่อโลกสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Jan 2025 11:25:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Finance]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Department Of Climate Change and Environment]]></category>
		<category><![CDATA[Emission Trading Scheme]]></category>
		<category><![CDATA[ETS]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[Green Development Bank]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[การปล่อยก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทจดทะเบียน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ SET Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งทุนสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31313</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จับมือพันธมิตร กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM BANK เปิดตัวระบบ SET Carbon เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> จับมือพันธมิตร <strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม </strong>และ <strong>EXIM BANK </strong>เปิดตัวระบบ <strong>SET Carbon </strong>เครื่องมืออำนวยความสะดวกการบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพรินท์สำหรับธุรกิจ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-31313"></span></p>
<p>ระบบ SET Carbon ตอกย้ำบทบาทสำคัญ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนภาคธุรกิจปรับตัวจาก Climate Change ได้เปิดตัวระบบ SET Carbon ในวันที่​ 16 ม.ค. 2568 ที่ผ่านมา เพื่อ​ช่วยธุรกิจลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว และเตรียมรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภาครัฐ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการรายงาน</p>
<p>ทั้งนี้ แนวโน้มทั่วโลกให้ความสำคัญต่อประเด็น Climate Change เพิ่มมากขึ้น โดยพบข้อมูลความเสียหายจากภัยธรมชาติทั่วโลกในปี 2023 มีมูลค่ามากกว่า 3.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เกี่ยวข้องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีที่ผ่านมา</p>
<p>รวมทั้งให้ความสำคัญต่อปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้น เช่น กฎระเบียบการค้าที่เข้มงวดมากขึ้นในยุโรป ส่งผลให้ราคาคาร์บอนสูงมากกว่า  80 ยูโรต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2) ซึ่งหากอุณหภูมิโลกสูงขึ้นเกิน 2 องศา จะส่งผลกระทบต่อ GDP ทั่วโลกให้ลดลง 4-18% ภายในปี 2050 แตกต่างกันไปตามภูมิภาค และมูลค่า Climate Finance ทั้งจาก Climate Fund และ Green Bond ทั่วโลก  เพิ่มขึ้นเป็น 5.72 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดย 80% เป็นการลงทุนในยุโรป</p>
<p>ขณะที่ Climate Change​ ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านและโอกาสในหลายมิติ อาทิ การบังคับใช้กฏหมายที่ควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าต่างๆ การลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน หรือพฤติกรรมผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และทิศทางการลงทุนในกลุ่มธุรกิจสีเขียว การลงทุนอย่างยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31316 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-SET.jpg" alt="" width="491" height="614" /></p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐและผู้ลงทุนมีความต้องการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย <em><strong>ใน​ปี 2567 มีบริษัทจดทะเบียน​ (บจ.) ไทยประมาณ 30% ที่สามารถเปิดเผยข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์พร้อมทวนสอบได้อย่างครบถ้วน ขณะที่ยังมี บจ. อีกจำนวนมากที่ต้องการเครื่องมือช่วยจัดทำรายงานดังกล่าวให้รองรับกับกฎระเบียบที่เข้มงวดมากขึ้นและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</strong> </em>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงพัฒนาระบบ <strong>SET Carbon</strong> ให้เป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลและคำนวณข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความน่าเชื่อถือ <strong>โดยระบบเปิดให้องค์กรธุรกิจใช้งาน 16 ม.ค. 2568 เป็นต้นไป</strong> นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนการจัดการข้อมูลผ่าน SET Carbon ตั้งแต่ต้นทางของข้อมูล ไปจนถึงปลายทางในการนำข้อมูลมาให้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อสีเขียว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ บจ. เพื่อลดการรายงานซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;บทบาทสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ คือ การเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ และทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้และเครื่องมือต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น ซึ่ง<strong>แพลตฟอร์ม SET Carbon เป็นหนึ่งในเครื่องมือปรับตัวในยุค Climate Change ให้สามารถวัดการปลดปล่อยคาร์บอนในธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งที่สากลทั่วโลกให้ความสำคัญ พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการเข้าถึง Green Finance ได้สะดวกยิ่งขึ้น</strong> โดยที่ผ่านมา มีการสนับสนุนธุรกิจไทยทั้งมิติในการให้ความรู้ ผ่าน ESG ACADEMY , การมีโปรแกรม Climate Action เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ ในการปรับตัว,  การพัฒนาเครื่องมือ ระบบ และการเป็นศูนย์กลางด้าน Climate Data เพื่อมีส่วนช่วยผู้ประกอบการในการลดต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะในอนาคตถ้าเริ่มมีการขับเคลื่อนไปสู่ภาคบังคับในการวัด Emision ซึ่งบุคลากรใน Ecosystem ก็อาจจะยังขาดแคลน​อยู่ ดังนั้น การมีแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือให้สามารถวัด และทวนสอบ พร้อมทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนไปพร้อมกันจึงมีความสำคัญอย่างมาก&#8221;​  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31314 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-Pirun.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</strong> เปิดเผยว่า กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เร่งจัดทำร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ได้เห็นชอบให้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งร่างกฎหมายฯ จะเป็นการสร้างสมดุลในมิติการบังคับและการสนับสนุนให้ประเทศเกิดความพร้อมและมีศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยมีกลไกการเงินจากกองทุนสภาพภูมิอากาศ (Climate Fund) ร่วมกับการจัดหมวดหมู่กิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงการสนับสนุนทางการเงิน (Taxonomy) และกลไกราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เพื่อเร่งการลงทุนและการแข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศภายใต้กฎกติกาและกลไกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก</p>
<p>ทั้งนี้ การจัดทำข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ในวันนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมในการรองรับและลดภาระในการรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากภาคเอกชน ภายใต้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งจะนำไปใช้พิจารณารูปแบบของกระบวนการจัดสรรสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก <strong>(Emission Trading Scheme: ETS)</strong> ที่จะเชื่อมกับการส่งเสริมโครงการคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายใต้ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และการพัฒนาโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระยะยาวต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31315 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Resize-DR-RUK.jpg" alt="" width="594" height="743" /></p>
<p><strong>ดร. รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย</strong> <strong>(</strong><strong>EXIM BANK</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า เครื่องมือทางการเงินเพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศหรือ Climate Finance เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเติบโตได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันโลกยังคงมีความต้องการ Climate Finance อีกมาก EXIM BANK จึงมุ่งดำเนินบทบาท Green Development Bank เร่งเติมเต็ม Climate Finance ในประเทศไทย ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว ให้ความสำคัญกับการรายงานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และมาตรฐานสากล ยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับโครงการหรือกิจการที่มุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการนี้ ทุกภาคส่วนต้องบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ภายในองค์กรและบูรณาการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของคู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว EXIM BANK พร้อมให้การสนับสนุนทางการเงิน เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเงินทุนหมุนเวียน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1.99% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอด 3 ปี 4.99% ต่อปี)</p>
<p>ความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และ EXIM Bank จะสร้างระบบนิเวศข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจไทยเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนากลไกสนับสนุนธุรกิจให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนได้ในตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31322 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/SET-CARBON-Framework.png" alt="" width="1300" height="722" /></p>
<p>บจ. ที่สนใจใช้งานระบบ SET Carbon สามารถศึกษารายละเอียดที่ www.setlink.set.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โทร 0 2009 9897 หรือ 0 2009 9868</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/set-dcce-exim-bank-join-to-launch-set-carbon-system/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือพันธมิตร เปิดตัวระบบ SET Carbon ยกระดับข้อมูลคาร์บอนของธุรกิจไทย ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความน่าเชื่อถือ พร้อมหนุนเข้าถึงแหล่งทุนสีเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
