<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Employee &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/employee/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Jul 2025 12:48:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Employee &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>40 ปี &#8216;แมคโดนัลด์ ประเทศไทย&#8217; เติบโตผ่านกลยุทธ์ DEI ตอกย้ำ ‘Inclusive Workplace’ สร้างคนเก่ง ทีมแกร่ง ด้วยพลังแห่งความหลากหลาย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/mcdonaldsth-drives-dei-to-inclusive-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jul 2025 12:47:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[40th Fanniversary]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Equity]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald's Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[McDonald’s]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติวรรณ อนุเวชสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แมคไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์]]></category>
		<category><![CDATA[แมคโดนัลด์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34855</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์ DEI กุญแจแห่งความสำเร็จตลอด 40 ปี ร่วมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย เปิดรับพลังแห่งความหลากหลาย เสริมคนเก่ง ทีมแกร่ง ให้อยู่คู่องค์กรได้อย่างยั่งยืน พร้อมชู 3 โครงการเด่น ตอบรับทุกความต่าง ได้แก่ โครงการวัยอิสระ, โครงการเปิดรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน และนโยบายสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างสรรค์ คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า ​ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ DEI (Diversity, Equity &#38; Inclusion) เพื่อสร้าง  ‘Inclusive Workplace’ องค์กรที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเคารพความแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมองเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง เพราะเล็งเห็นว่า จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของแมคโดนัลด์ไม่ใช่เพียงแค่เมนูสินค้าที่อร่อย คุ้มค่า หรือบริการที่สะดวกรวดเร็วเท่านั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/mcdonaldsth-drives-dei-to-inclusive-workplace/">40 ปี &#8216;แมคโดนัลด์ ประเทศไทย&#8217; เติบโตผ่านกลยุทธ์ DEI ตอกย้ำ ‘Inclusive Workplace’ สร้างคนเก่ง ทีมแกร่ง ด้วยพลังแห่งความหลากหลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แมคไทย จำกัด </strong>ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ <strong>แมคโดนัลด์ ประเทศไทย</strong> เดินหน้ากลยุทธ์ DEI กุญแจแห่งความสำเร็จตลอด 40 ปี ร่วมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย เปิดรับพลังแห่งความหลากหลาย เสริมคนเก่ง ทีมแกร่ง ให้อยู่คู่องค์กรได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-34855"></span></p>
<p>พร้อมชู 3 โครงการเด่น ตอบรับทุกความต่าง ได้แก่ โครงการวัยอิสระ, โครงการเปิดรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน และนโยบายสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างสรรค์</p>
<p><strong>คุณกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด</strong> กล่าวว่า ​ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี แมคโดนัลด์ ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรด้วย<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>DEI (Diversity, Equity &amp; Inclusion)</strong> เพื่อสร้าง  <strong>‘</strong><strong>Inclusive Workplace’</strong> องค์กรที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเคารพความแตกต่างอย่างแท้จริง พร้อมส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมองเห็นถึงคุณค่าในตัวเอง เพราะเล็งเห็นว่า <em><strong>จุดแข็งที่สำคัญที่สุดของแมคโดนัลด์ไม่ใช่เพียงแค่เมนูสินค้าที่อร่อย คุ้มค่า หรือบริการที่สะดวกรวดเร็วเท่านั้น แต่คือ ‘คนในองค์กร’ ที่เป็นพลังขับเคลื่อนความสำเร็จอย่างแท้จริง</strong></em> และเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพไว้กับเราได้อย่างยั่งยืน<em><strong> กลยุทธ์ DEI จึงเปรียบเสมือน ‘กุญแจสำคัญ’ ที่จะช่วยเสริมสร้างให้พนักงานทุกคน พร้อมเติบโตไปกับแมคโดนัลด์อย่างมั่นคง</strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34856 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182750.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลยุทธ์ </strong><strong>DEI (Diversity, Equity &amp; Inclusion)</strong> นับว่ามีส่วนสำคัญในการผลักดันและส่งเสริมการสร้างสถานที่ทำงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีอายุ อัตลักษณ์ทางเพศ ความสามารถ หรือภูมิหลังแบบใด ก็ต่างได้รับการยอมรับและมีส่วนร่วมกับแมคโดนัลด์ได้อย่างมีคุณค่า โดย<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>DEI </strong><strong>ของแมคโดนัลด์ สามารถแบ่งออกได้ </strong><strong>3 </strong><strong>องค์ประกอบหลัก</strong> ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; Inclusive Leadership </strong><strong>: </strong>ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องความหลากหลายและความครอบคลุมให้แก่บุคลากรทุกระดับ เพื่อสร้างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เปิดกว้าง รับฟัง และให้คุณค่ากับความแตกต่าง พร้อมผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นที่ยอมรับ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34862 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182819.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Safe &amp; Respectful Workplace (SRIW) : </strong>สร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ปราศจากการคุกคาม ความรุนแรง หรือการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบ พร้อมมีแนวทางป้องกันและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเราเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดีส่งเสริมให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>
<p><strong>&#8211; Equal Opportunity : </strong>สนับสนุน &#8216;โอกาสที่เท่าเทียม&#8217; ให้แก่พนักงานทุกคน โดยเปิดโอกาสให้เข้าถึงทรัพยากร การพัฒนา และการเติบโตในสายอาชีพอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความพิการ หรืออัตลักษณ์อื่น ๆ ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน</p>
<p><strong><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-34859 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182759.jpg" alt="" width="800" height="800" /></strong></p>
<p>สำหรับโครงการที่สะท้อน<em><strong>การเป็นองค์กร Inclusive Workplace ตามแนวคิด DEI อย่างเป็นรูปธรรม ของแมคโดนัลด์ ได้มุ่งเน้นถึงการเปิดพื้นที่และสร้างโอกาสให้กับกลุ่มคนหลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ทุกกลุ่มมีส่วนร่วมได้อย่างมีคุณค่า</strong> </em>ผ่านหลากหลายโครงการอันหลากหลาย ดังนี้</p>
<p><strong>โครงการ ‘วัยอิสระ</strong>’ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ แมคโดนัลด์ จึงได้ริเริ่มโครงการวัยอิสระ ขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2566 ด้วยการผนึกกำลังระหว่างแมคโดนัลด์กับกรมการจัดหางาน ผ่านการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการมีงานทำของกลุ่มผู้สูงวัยในอายุระหว่าง 55-65 ปี ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และศักยภาพอันทรงคุณค่า ให้ได้มีโอกาสสามารถแสดงออกถึงศักยภาพและส่งต่อประสบการณ์ต่างๆ ของตนเองเพื่อสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคง พร้อมไปกับการส่งเสริมคุณค่าในตนเองและความภาคภูมิใจให้กับผู้สูงอายุอย่างยั่งยืนปัจจุบัน แมคโดนัลด์มีพนักงานในโครงการกว่า 52 คน และยังคงเปิดรับพนักงานในโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34858 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182745.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>โครงการเปิดรับพนักงานผู้บกพร่องทางการได้ยิน</strong> (ผู้พิการประเภท 2) เปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางการได้ยินเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ที่ทุกคนสามารถมีอาชีพ มีรายได้ และพัฒนาตนเองได้อย่างเท่าเทียม อันสะท้อนได้ถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการขับเคลื่อนการจ้างงานอย่างทั่วถึง ไม่เลือกปฏิบัติ และให้คุณค่ากับศักยภาพของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันแมคโดนัลด์มีพนักงานผู้บกพร่องทางการได้ยินกว่า 120 คน</p>
<p><strong>ผลักดันการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี ผ่านนโยบาย </strong><strong>SRIW &amp; WVP</strong> อันเป็นนโยบายการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย ให้ความเคารพต่อกัน รวมถึงการป้องกันและจัดการความรุนแรงในที่ทำงาน เนื่องจากแมคโดนัลด์ต้องการคุ้มครองพนักงานทุกคน พร้อมมอบสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างสรรค์ สามารถอยู่ร่วมกันได้บนพื้นฐานของความแตกต่าง ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทั้งยังครอบคลุมถึงการป้องกันการคุกคามทางเพศ และการใช้ความรุนแรงในสถานที่ทำงาน โดยมีช่องทางในการร้องเรียน เพื่อให้สามารถดำเนินนโนบายนี้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34861 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182814.jpg" alt="" width="469" height="800" /></strong></p>
<p><em>“เราเชื่อว่าความหลากหลายคือพลังของทีม ความเท่าเทียมคือรากฐานของความยั่งยืน และการเปิดรับคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความสุขและความผูกพันต่อองค์กรให้กับพนักงานในทุกมิติ ซึ่งนับเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จในการสร้าง Feel Good Moment เพื่อให้ทำให้ทุกมื้อที่แมคโดนัลด์ เป็นช่วงเวลาดีๆ และตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าของเรา”</em> <strong>คุณกิตติวรรณ</strong> กล่าวเพิ่มเติม</p>
<p>สามารถติดตามกิจกรรมพิเศษฉลอง 40 ปี กับแมคโดนัลด์ และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/McThai" target="_blank" rel="noopener">Facebook.com/McThai</a> หรือ สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแมคโดนัลด์ รายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/McDonaldsThailandPeople" target="_blank" rel="noopener">Facebook.com/McDonaldsThailandPeople</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34860 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/LINE_20250721_182803.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/mcdonaldsth-drives-dei-to-inclusive-workplace/">40 ปี &#8216;แมคโดนัลด์ ประเทศไทย&#8217; เติบโตผ่านกลยุทธ์ DEI ตอกย้ำ ‘Inclusive Workplace’ สร้างคนเก่ง ทีมแกร่ง ด้วยพลังแห่งความหลากหลาย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Jun 2025 16:06:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Happy Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Lovli Tails]]></category>
		<category><![CDATA[LovliTails]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Well Being]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Pet-Friendly Day]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Attractive Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[คนคือหัวใจขององค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุขของคนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ณิศรา ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34260</guid>

					<description><![CDATA[<p>เบื้องหลังรางวัล “HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024” ปีที่ 5 และรางวัล “The Most Attractive Employer” 2 ปีซ้อน คือแนวคิดที่มอง ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองในระบบงาน ยุคนี้&#8230;เราทุกคนต่างวิ่งอยู่บนโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากงาน ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง จนละเลยการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ ทำให้คนยุคใหม่มองว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-Life Balance เป็นเรื่องสำคัญ เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวต้องถูกแยกกันชัดเจน องค์กรที่ใส่ใจเรื่องนี้จึงกลายเป็นองค์กรในฝันของใครหลายๆ คน สอดคล้องกับงานวิจัยของ Deloitte ที่ชี้ว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้ ที่ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้นำด้าน FMCG ของไทยที่มุ่งมั่นในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าสองสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างลงตัว งานจะเวิร์ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/">ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เบื้องหลัง</em><em>รางวัล </em><em>“<strong>HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2024</strong>”</em><em> ปีที่ </em><em>5</em> <em>และรางวัล “<strong>The Most Attractive Employer</strong>” 2 ปีซ้อน คือแนวคิดที่มอง ‘คน’ เป็นหัวใจของความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองในระบบงาน</em></p>
<p><span id="more-34260"></span></p>
<p>ยุคนี้&#8230;เราทุกคนต่างวิ่งอยู่บนโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากงาน ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ และการเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง จนละเลยการดูแลสุขภาพกายและจิตใจ ทำให้คนยุคใหม่มองว่าความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-Life Balance เป็นเรื่องสำคัญ เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวต้องถูกแยกกันชัดเจน องค์กรที่ใส่ใจเรื่องนี้จึงกลายเป็นองค์กรในฝันของใครหลายๆ คน สอดคล้องกับงานวิจัยของ Deloitte ที่ชี้ว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะของพนักงานอย่างรอบด้าน จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรได้</p>
<p>ที่ <strong>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>NEO </strong>ผู้นำด้าน FMCG ของไทยที่มุ่งมั่นในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค เราเชื่อว่าสองสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้อย่างลงตัว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/11-Happy-Workplace-ของคนทำงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>งานจะเวิร์ก “ชีวิตต้องบาลานซ์” ที่ </strong><strong>NEO </strong><strong>เราให้คุณได้ทั้งสอง</strong></p>
<p><strong>นางสาวณิศรา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> เผยว่า “เรามองว่าความสำเร็จขององค์กร ‘<em>เริ่มต้นจากความสุขของผู้ร่วมงาน</em><em>’</em> เพราะถ้าคนของเราไม่มีสมดุลในชีวิต เราจะสร้างนวัตกรรมที่เปลี่ยนชีวิตผู้บริโภคได้อย่างไร?&#8221; จากความเชื่อนั้น กลายมาเป็น <strong>“</strong><strong>NEO Well-Being Way”</strong> &#8211; วิถีการทำงาน ที่ก้าวข้ามแนวคิดเรื่อง “สวัสดิการ” แต่สร้าง ‘ประสบการณ์ชีวิต’ ให้กับผู้ร่วมงานอย่างแท้จริง”</p>
<p>“เราต้องการให้คนทำงานรู้สึกว่าเขามีคุณค่า ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงาน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีความฝัน มีครอบครัว มีเป้าหมายชีวิต จากความเชื่อนั้น เราลงมือเปลี่ยนพื้นที่ทำงานให้เป็นมากกว่าออฟฟิศ มี <u>Flexi-Hour </u><u>เลือกเวลาเริ่ม-เลิกงานตามจังหวะชีวิต และ </u><u>Hybrid Working </u><u>ทำงานจากที่ไหนก็ได้ 3 วันต่อสัปดาห์ ช่วยให้ทุกคนจัดสมดุลชีวิตได้ดีขึ้นโดยไม่ลดทอน </u><u>Productivity </u><u>ภายใต้คอนเซ็ปต์ของ &#8220;</u><u>Happy Workplace&#8221;</u> – ออฟฟิศแห่งความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานในยุคใหม่ นอกจากนั้น ยังมุ่งสร้างสรรค์สังคมการทำงานภายใต้แนวคิด &#8216;Outward Mindset&#8217; เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ตระหนักถึงการทำงานที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ โดยให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือเพื่อนร่วมงาน และส่งเสริมการทำงานเป็นทีมเพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ร่วมกัน”</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/12-Happy-Workplace-ของคนทำงาน.jpg" alt="" width="1200" height="725" /></strong></p>
<p><strong>Well-Being </strong><strong>มากกว่าแนวคิด แต่เป็น “ประสบการณ์จริง”</strong></p>
<p><em>“เราเชื่อว่า </em><em>‘</em><em>ความมั่นคง</em><em>’</em><em> ของชีวิตไม่จำกัดแค่รายได้จากงานประจำ”</em> NEO จึงจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะและเวิร์กช็อป เช่น D.I.Y. ยาดม เทียนหอม กระเป๋า หรืองานคราฟต์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองเป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ หรือหารายได้เสริมในเวลาว่าง พร้อมสร้างวัฒนธรรมแบบ Inclusive ที่เปิดรับความหลากหลายทั้งเพศ วัย และสไตล์ ผ่านกิจกรรม Casual Friday ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแต่งตัวเป็นตัวเองได้เต็มที่</p>
<p><em>เราไม่มอง </em><em>Well-Being </em><em>เป็นแค่แนวคิดลอยๆ แต่คือประสบการณ์จริง”</em> ที่ NEO ทุกคนได้สัมผัสผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งกายและใจอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Mindfulness อย่าง Sound Bath, Mandala Art และ Sand Tray เวิร์กช็อปค้นหาตัวเองและดูแลเป้าหมายชีวิต เช่น Personal Color และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล โครงการดูแลครอบครัวของผู้ร่วมงาน ไปจนถึงพื้นที่สีเขียวบนดาดฟ้าและโรงงานที่เต็มไปด้วยผัก ผลไม้ และเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งช่วยเติมเต็มความสุขเล็กๆ เหล่านี้หล่อเลี้ยงใจให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/7-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Pet-Friendly Day : Magic Moment </strong><strong>ที่เชื่อมต่อ “ทุกความสุข” </strong></p>
<p>หนึ่งในกิจกรรมที่ได้เสียงตอบรับดีเกินคาด จนกลายเป็น Magic Moment ของ NEO คือ Pet-Friendly Day วันที่ให้ผู้ร่วมงานนำสัตว์เลี้ยงมาทำงานด้วย ไม่ใช่แค่น้องหมาน้องแมว แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงตัวโปรดอื่นๆ ที่สร้างสีสันให้กับวันทำงานได้อย่างพิเศษ ซึ่งทำให้บรรยากาศในออฟฟิศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผ่อนคลาย และบทสนทนาใหม่ๆ ที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างทีมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเหล่านี้เป็นเสียงสะท้อนจากผู้ร่วมงานจริงๆ ซึ่งเรามองว่านี่คือจุดตั้งต้นของผลงานที่ดี และเป็นพลังสำคัญในการจุดประกาย passion เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น กิจกรรมนี้ยังเชื่อมต่อกับแบรนด์น้องใหม่อย่าง <strong>LovliTails </strong>แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในไลฟ์สไตล์ของคนรักสัตว์</p>
<p>สำหรับ LovliTails สัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่เพื่อน แต่คือ “สมาชิกในครอบครัว” ที่เติมเต็มชีวิตในทุกวันไปจนถึงความสุขทางใจ และ Pet-Friendly Day ก็คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า NEO ไม่เพียงสร้างแบรนด์เพื่อคนรักสัตว์เท่านั้น แต่ยัง ใช้หัวใจเข้าไปเชื่อมต่อกับพวกเขาอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/10-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดูแลคนทำงาน </strong><strong>= </strong><strong>การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด</strong></p>
<p><em>“ที่ </em><em>NEO</em><em> เราเชื่อว่าการดูแลคนทำงานอย่างจริงใจคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด” </em>จึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เชื่อมโยงชีวิตและงานเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ตอกย้ำด้วยรางวัล รางวัล <strong>“</strong><strong>HR Asia Best Companies to Work for in Asia </strong><strong>2024” </strong>จากเวที HR Asia เป็นปีที่ 5 และรางวัล <strong>“</strong><strong>The Most Attractive Employer</strong>” จาก Future Trend Award ที่เราได้รับถึง 2 ปีซ้อน และยังเป็น 1 ใน 32 องค์กรนำร่องเพื่อพัฒนามาตรฐาน ‘สถานที่ทำงานเป็นมิตรกับครอบครัว’ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว (สสส.) <u>เพราะที่นี่ไม่ได้มอง “คนทำงาน” เป็นเพียงฟันเฟืองขององค์กร แต่คือ </u><u>‘</u><u>หัวใจ</u><u>’</u><u> ของทุกกลยุทธ์การเติบโต”</u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/15-NEO_Pet-Friendly-Day.jpg" alt="" width="1200" height="757" /></p>
<p><em>“</em><em>NEO Well-Being </em><em>ไม่ใช่แค่แนวทางการบริหารคน แต่คือคำมั่นสัญญาในการดูแลผู้ร่วมงานอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และเป้าหมายชีวิต วิถีในแบบ </em><em>NEO Well-Being </em><em>นี้ไม่เพียงสร้างความสุขให้ผู้ร่วมงาน แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างขีดความสามารถและศักยภาพของบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับสากล”</em> <strong>คุณณิศรา</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมของนีโอ คอร์ปอเรท ได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.neo-corporate.com" target="_blank" rel="noopener">www.neo-corporate.com</a> และเฟซบุ๊กแฟนเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057112885282" target="_blank" rel="noopener">NEO Corporate</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/neo-corporate-well-being/">ถอดรหัส &#8216;NEO Well-Being&#8217; เมื่อองค์กรเลือกลงทุนใน &#8216;ความสุขของคนทำงาน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Apr 2025 11:44:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Career Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Enhancing Capability]]></category>
		<category><![CDATA[Giving Back to Society]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Culture]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[People-First]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory PepsiCo Beverage (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[The Most Beloved Beverage Company in Thailand​ with True Gemba Centricity]]></category>
		<category><![CDATA[Yatte Minahare]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[ยศยุต สหวัชรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33108</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน Milestones ที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จ ในการมุ่งสู่เป้าหมาย​ &#8216;การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย&#8217; (The Most Beloved Beverage Company in Thailand with True Gemba Centricity) สำหรับ  ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย   เมื่อสามารถติดโผ​ &#8216;Top 50 Companies in Thailand 2025&#8217; ​​ในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2568 ​​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2​ พร้อม​อันดับที่ขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงอีกหนึ่งมิติในการเป็นบริษัทที่คนไทยรักและอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จาก​ตัวตนและคุณค่าในความเป็น  ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ ที่ได้ใจทั้งผู้บริโภค คู่ค้า ลูกค้า ​ รวมไปถึงพนักงาน คุณยศยุต สหวัชรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด (Suntory PepsiCo Beverage [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน Milestones ที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จ ในการมุ่งสู่เป้าหมาย​ <strong>&#8216;การเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทย&#8217;</strong> (The Most Beloved Beverage Company in Thailand with True Gemba Centricity) สำหรับ <strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย  </strong></p>
<p><span id="more-33108"></span></p>
<p>เมื่อสามารถติดโผ​<strong> &#8216;Top 50 Companies in Thailand 2025&#8217;</strong> ​​ในฐานะองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุด ประจำปี 2568 ​​ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2​ พร้อม​อันดับที่ขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงอีกหนึ่งมิติในการเป็นบริษัทที่คนไทยรักและอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จาก​ตัวตนและคุณค่าในความเป็น  <strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ </strong>ที่ได้ใจทั้งผู้บริโภค คู่ค้า ลูกค้า ​ รวมไปถึงพนักงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33114 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.-Yosayut-Sahawatcharin_1.jpg" alt="" width="1200" height="788" /></p>
<p><strong>คุณยศยุต สหวัชรินทร์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด (Suntory PepsiCo Beverage (Thailand) )  กล่าวว่า  นอกจาก​แบรนด์ที่แข็งแรง และกลยุทธ์ที่ดีแล้ว ​​การมีบุคลากรที่มีศักยภาพพร้อมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ถือเป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ซึ่งทางซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรตามแนวคิด <strong>People-First</strong> เพื่อมุ่งพัฒนาและดูแลบุคลากรในทุกระดับ และทุกสายงานให้มีโอกาสเติบโตไปพร้อม​ความสำเร็จขององค์กรได้อย่างทั่วถึง</p>
<p><em>&#8220;ในด้านหนึ่งเราสร้างแบรนด์ วางกลยุทธ์ พัฒนา​สินค้าเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า แต่ขณะเดียวกันเราต้องให้ความสำคัญในการเข้าใจความต้องการของพนักงาน พร้อมสามารถส่งมอบคุณค่าองค์กรเพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ทั้งการมี ความกล้าในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่และแตกต่าง (<strong>Yatte Minahare</strong>) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืน (<strong>Growing for Good</strong>) รวมทั้งการคำนึงถึงการส่งคืนกลับให้แก่สังคม (<strong>Giving Back to Society</strong>)​ โดยคุณค่าเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่พนักงานในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นส่วนงานผลิตในโรงงาน พนักงานออฟฟิศ หรือในส่วนของฝ่ายขายที่ทำงานประจำในศูนย์กระจายสินค้าทั้ง 25 แห่งทั่วประเทศ ที่มีโอกาสได้รับการดูแลและโอกาสในการเติบโต เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรได้อย่างเท่าเทียมกัน&#8221;​</em></p>
<p>สำหรับ​การพัฒนาบุคลากร​ด้วยแนวคิด<strong> People-First</strong> จะมีการขับเคลื่อนผ่าน 4 แนวทาง ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. Employee Engagement</strong> :  การสร้างความผูกพันระหว่างองค์กรและพนักงาน ผ่านเครื่องมือสำคัญอย่างการทำ<strong> Employee Listening</strong> เพื่อสามารถเข้าใจพนักงานได้ไม่ต่างกับการทำความเข้าใจผู้บริโภค ทั้งรูปแบบการทำงาน สวัสดิการต่างๆ​ หรือการรับฟังความเห็นต่างๆ จากพนักงานไม่ว่าจะเป็นกฏระเบียบ กระบวนการทำงาน เพื่อสามารถตอบโจทย์ในสิ่งที่พนักงานต้องการได้ ​ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลต่อการยกระดับ Performance โดยรวมขององค์กรให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นในที่สุด</p>
<p><strong>2. Enhancing Capability</strong> :  เพิ่มโอกาสในการยกระดับศักยภาพของบุคลากร ทั้งจากการพัฒนาและฝึกอบรมต่างๆ เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานได้หลากหลาย หรือแม้แต่การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มทักษะการเรียนรู้ที่หลากหลายให้พนักงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจุดเด่นสำคัญขององค์กรที่มีเครือข่ายบริษัทแม่ทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา  ทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้ Best Practice จากทั้ง 2 แห่ง  ช่วยเพิ่มโอกาสในการฝึกฝนทักษะ เรียนรู้ประสบการณ์ รวมทั้งวิธีคิดที่แตกต่างกันจากทั้ง 2 ​บริษัท​ เพื่อนำส่วนที่ดีของแต่ละแห่งมาปรับ​ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​</p>
<p><strong>3. Career Growth</strong> : โอกาสในการเติบโตที่เปิดกว้างให้พนักงานในทุกภาคส่วน ทั้งจากการพัฒนาเทคโนโลยี​มาใช้ในส่วนงานต่างๆ  หรือแม้แต่การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานที่ได้จากกระบวนการ Employee Listening  ทำให้ได้งานที่สามารถเพิ่มทักษะใหม่ๆ รวมถึงโอกาสในการขยับไปทำงานในระดับ Regional หรือ Global ร่วมกับทางบริษัทแม่ และพันธมิตรทางธุรกิจที่มีอยู่ในต่างประเทศ ​ โดยเปิดกว้างให้พนักงานสามารถวางแผนการเติบโตในเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมได้ในแต่ละสายงานที่ต้องการ</p>
<p><strong>4. Inclusive Culture</strong> : การสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กรในการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นมิตร ตามแนวทาง DEI  (Diversity , Equality, Inclusion) การเป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับความหลากหลาย เช่น การมีนโยบายดูแลทั้งพนักงานรวมไปถึงครอบครัวพนักงาน  รวมถึงกลุ่ม Same Sex Partner เพื่อตอกย้ำการส่งเสริมเรื่องความหลากหลายและเท่าเทียมแบบจับต้องได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33115 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/Mr.-Yosayut-Sahawatcharin_2.jpg" alt="" width="1200" height="789" /></p>
<p><em>&#8220;​เราให้ความสำคัญในการหาอินไซต์จากพนักงานเพื่อนำมาปรับกระบวนการทำงาน หรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานและสอดคล้องกับทิศทางการทำงานในอนาคต เช่น เรื่องความยืดหยุ่น หรือ Flexibility  ที่เปิดโอกาสให้พนักงานสามารถ Work From Home ได้สัปดาห์ละ 2 วัน การพัฒนา Engagement Activity ต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อสร้าง Loyalty และความรู้สึกรักและผูกพันกับองค์กรได้มากขึ้น  และให้ความสำคัญกับพนักงานในทุกสายงาน ทำให้อัตราการลาออกขององค์กรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม หรือแม้แต่การมีรูปแบบในการสรรหาบุคลากร (Hiring ) ที่แตกต่าง เช่น <strong>Blind Resume</strong> ​เพื่อสามารถคัดเลือกคนร่วมงานจากประสบการณ์และความสามารถได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการมุ่งพัฒนาศักยภาพให้คนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อ<strong>สามารถสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ สามารถทำงานได้ทั้ง​ในประเทศ จนถึง​ระดับภูมิภาคหรือระดับโลก ​​</strong>รวมทั้งมีศักยภาพในการเติบโตสู่ระดับการ​ขับเคลื่อนด้านนโยบายหรือในระดับบริหาร​ ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ให้กับบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ยัง​เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย​ให้เทียบชั้นสากลได้ในภาพรวมอีกด้วย&#8221;​</em></p>
<p><strong>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย​ </strong>วางเป้าหมายสำคัญในมิติ<strong> People-First</strong>  คือ การเป็น <strong>&#8216;The Most Employer of Choice&#8217;</strong>  ซึ่งสอดคล้องไปกับภาพใหญ่ทางธุรกิจในการเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ผู้บริโภครักมากที่สุดในประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งจุดเริ่มต้นต้องมาจากการทำให้พนักงานรักให้ได้ก่อน เพราะเมื่อพนักงานมีความสุขก็จะสามารถส่งต่อความสุขที่ได้รับออกไปสู่ผู้คนรอบข้าง รวมทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างทั้ง<strong> Growing For Good</strong> ควบคู่ไปกับ <strong>Giving Back to Society </strong> เพื่อเติมเต็มทั้งความฝันในการได้ทำงานในแบบที่รัก มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ได้เป็นผู้นำที่ดี และมีส่วนในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตไปในทิศทางที่ดีร่วมกันได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/suntory-pepsico-beverage-thailand-drives-people-first/">ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย โฟกัส &#8216;People-First&#8217;​​ ​​ต้องเข้าใจ​อินไซต์ &#8216;​​พนักงาน&#8217; ไม่แตกต่างจาก &#8216;ลูกค้า&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 14:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Baby Boomer]]></category>
		<category><![CDATA[Best Places To Work]]></category>
		<category><![CDATA[Company]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Employer Value Proposition]]></category>
		<category><![CDATA[Employment]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์คเวนเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์นายจ้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31553</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวิร์คเวนเจอร์” เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ ESG มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา Employer Value Proposition (EVP) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง &#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ &#8220;นับจากปี 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>เวิร์คเวนเจอร์</strong><strong>”</strong><strong> เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ </strong><strong>ESG </strong><strong>มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา </strong><strong>Employer Value Proposition </strong><strong>(</strong><strong>EVP</strong><strong>) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร</strong><span id="more-31553"></span></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด</strong> ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง <em><strong>&#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว</strong></em></p>
<p>ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/XYZ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ</strong></p>
<p><em>&#8220;นับจากปี 2568 เป็นต้นไป<strong> โครงสร้างแรงงานในองค์กรจะเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง ถือเป็นยุคผลัดใบครั้งสำคัญของตลาดแรงงาน โดย​คนในรุ่นเบบี้บูมเมอร์ จะเกษียณจากองค์กรทั้งหมด เนื่องจากเป็นปีที่เบบี้บูมเมอร์จะอายุครบ 60 ปี จะเป็นการผลัดทั้งรุ่น ทำให้ในองค์กรจะเกิดปรากฏการณ์ XYZ  หรือจะมีเพียงเจนเนเรชั่นรุ่นใหม่ที่อยู่ในองค์กร 3 รุ่น ทำให้ปัจจัยที่เคยใช้ดึงดูดทาเลนท์ในยุคที่ผ่านมา เริ่มหมดความเซ็กซี่ ไม่สามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในองค์กรได้อีกต่อไป ทำให้ต้องกลับมาทบทวนวิธีการเพื่อ​ดึงดูดคนทำงาน</strong> ให้มากกว่า​แค่​​การส่งมอบเรื่องของเงินเดือน และสวัสดิการ แต่ต้องทบทวน ตั้งหลัก และคิดใหม่ เพื่อมองหามิติที่ตอบโจทย์สิ่งที่แรงงานยุคใหม่ต้องการได้อย่างตรงจุดมากที่สุด&#8221;​ </em></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ </strong>ฉายภาพรวมโครงสร้างตลาดแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ พร้อมตอกย้ำให้เห็นถึงการมีแบรนด์องค์กรที่แข็งแรง ซึ่ง​ถือเป็นทางรอดในยุค <strong>Talent War</strong> ที่แรงงานขาดแคลน ทั้งจากการเกิดที่น้อยลง หรือทางเลือกในการประกอบอาชีพของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเลือกที่จะทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือการเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้การคัดเลือกรวมทั้งการรักษาคนเก่งที่มีความสามารถหรือ Talent มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจัยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงเงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่ต้องสามารถส่งมอบคุณค่าจาก​ปัจจัยอื่นๆ ​เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต หรือประสบการณ์ที่ดี ​จากองค์กรที่ใช่ เพื่​อส่งมอบคุณค่าที่ตรงกันทั้งของนายจ้างและคนทำงานได้</p>
<p>แนวโน้มที่เกิดขึ้น ทำให้การสร้างแบรนด์นายจ้างกลายเป็นโจทย์ที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นขององค์กร และมีการเพิ่มเม็ดเงินเพื่อใช้ในการ​สื่อสารแบรนดิ้งขององค์กรในเชิง Corporate Image เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่ามีการเติบโตของมีเดียเพื่อสื่อสารแบรนด์นายจ้างเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 50%  และไม่ใช่เพียงแค่มาจาก Own Channel ของแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีการใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยสื่อสาร ในรูปแบบการรีวิวองค์กร ทัวร์โรงงาน สัมภาษณ์ผู้บริหาร หรือมุมมองคนทำงานในองค์กร เพื่อนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีของแต่ละองค์กรเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น​</p>
<p>เวิร์คเวนเจอร์ ได้สรุปเทรนด์สำคัญเพื่อใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2568 ​จากการศึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศในหลายอุตสาหกรรม พบว่า <em><strong>เทรนด์การสร้างแบรนด์นายจ้างในปี 2568 กำลังมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน การสื่อสารองค์กรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการพัฒนาด้าน Employer Value Proposition (EVP) หรือ การให้คำมั่นสัญญาของนายจ้าง เพื่อสามารถส่งมอบคุณค่าที่คนทำงานรุ่นใหม่มองหาได้อย่างตรงจุดเพิ่มมากขึ้น ​ </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Best-WorkPlace1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>&#8211; ผสาน </strong><strong>ESG </strong><strong>สร้างแบรนด์นายจ้าง : เทรนด์ที่กำลังมาแรงในไทย </strong></p>
<p>คุณจีรวัฒน์ เปิดเผยว่า การผสานแนวคิด<strong> ESG</strong> (Environmental, Social, Governance) ในการสร้างแบรนด์นายจ้างมีความสำคัญมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เช่น Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่องค์กรยึดถือ โดยเฉพาะเรื่องความยั่งยืนและจริยธรรม ซึ่งทำให้องค์กรที่มีการดำเนินงานตามหลัก ESG สามารถดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ได้มากขึ้น</p>
<p><em>“การที่คนรุ่นใหม่มองหางานในองค์กรที่มีจริยธรรมและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น องค์กรนายจ้างที่ผสาน ESG ในการดำเนินธุรกิจจึงมีความโดดเด่นในตลาดแรงงาน และกลายเป็น “<strong>Employer of Choice”</strong> ที่สะท้อนถึงคุณค่าและความเชื่อมั่นของพนักงานยุคใหม่ ขณะเดียวกันการนำ ESG เข้ามาผสานในกลยุทธ์องค์กรยังช่วยลดความเสี่ยง เช่น ความเสียหายจากภาพลักษณ์องค์กร หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วย”</em></p>
<p><strong>&#8211; สื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล : กลยุทธ์สำคัญสำหรับแบรนด์นายจ้าง </strong></p>
<p>ในปี 2568 แพลตฟอร์มอย่าง Meta ( Facebook และ Instagram), YouTube และ TikTok จะกลายเป็นเครื่องมือหลักที่องค์กรไทยใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรและวัฒนธรรมการทำงาน</p>
<p>สำหรับการสร้างแบรนด์นายจ้างในปีนี้ควรมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การเล่าเรื่องราวของพนักงาน (Employee Storytelling) ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงในองค์กร และช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับผู้สมัครงานที่มีศักยภาพ รวมทั้งการเล่าเรื่องราวที่เน้นประสบการณ์ส่วนตัวของพนักงานจะช่วยให้องค์กรได้เปรียบในตลาดแรงงาน เพราะผู้สมัครงานมักต้องการทราบประสบการณ์ของคนในองค์กรผ่านเรื่องราวที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ วิดีโอสั้นที่สนุกและทันสมัย เช่น TikTok หรือ Reels จะมีบทบาทในการนำเสนอวัฒนธรรมองค์กร ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของพนักงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสะท้อนความโปร่งใส</p>
<p><em>“พฤติกรรมการบริโภคสื่อดิจิทัลของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความโปร่งใสจากองค์กร ทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นตัวเร่งการสื่อสารแบบ Real-Time องค์กรสามารถปรับเนื้อหาให้ตรงกับเหตุการณ์หรือกระแสปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนในเนื้อหาที่เน้นการเล่าเรื่องราวผ่านดิจิทัลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์นายจ้างที่โดดเด่น ช่วยดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยได้เป็นอย่างดี”  </em></p>
<p><strong>พัฒนา </strong><strong>EVP </strong><strong>: กุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแรงงาน</strong></p>
<p>Employer Value Proposition หรือ EVP คือ คำมั่นสัญญาขององค์กรที่สะท้อนถึงคุณค่าและประสบการณ์ที่พนักงานจะได้รับ ซึ่ง EVP ที่ชัดเจนและโดดเด่นไม่เพียงแต่จะดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันกับพนักงานในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่องค์กรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างองค์กร และวิสัยทัศน์องค์กร เช่น การเปลี่ยนผู้นำหรือการรีแบรนด์</p>
<p>การแข่งขันในตลาดแรงงานและความต้องการ <strong>“งานที่มีความหมาย</strong>” ของคนรุ่นใหม่ ทำให้ EVP กลายเป็นประเด็นสำคัญ องค์กรชั้นนำเริ่มลงทุนเรื่อง EVP อย่างจริงจัง เช่น การใช้เรื่องเล่าจากพนักงาน (Employee Storytelling) ผ่านดิจิทัล เช่น LinkedIn หรือ TikTok เพื่อดึงดูดบุคลากรที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร</p>
<p><em>“แนวทางด้าน EVP ที่องค์กรควรนำมาปรับใช้ในปีนี้ คือ การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อพัฒนา EVP ให้กลายเป็น Strategic EVP ที่ทั้งตอบโจทย์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และยังสร้างความแข่งแกร่งด้านบุคลากรให้กับองค์กรได้อีกด้วย รวมถึงการสื่อสาร EVP อย่างโปร่งใสและเป็นจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความผูกพันของพนักงาน หากองค์กรสามารถพัฒนา EVP ได้อย่างเหมาะสม จะสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Join-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><strong>เผยปัจจัยดึงดูด &#8211; รักษา Talent ให้องค์กร</strong></p>
<p>จากข้อมูลการสำรวจครั้งใหญ่ประจำปีล่าสุดจาก <strong>WorkVenture</strong> ยังเผยให้เห็นถึงความคาดหวังและความต้องการของทาเลนท์ไทยล่าสุดที่มีต่อองค์กรนายจ้าง ทั้งเรื่องของการตัดสินใจไปร่วมงานกับองค์กรใหม่ (Reasons to Join) และการเลือกที่จะอยู่และเติบโตกับองค์กรเดิม (Reasons to Grow) เสียงที่สะท้อนกลับมาเป็นสิ่งที่องค์กรจะต้องนำมาวางกลยุทธ์และยกระดับพัฒนาประสบการณ์การทำงานให้กลายเป็นจุดขายในการสร้างแบรนด์องค์กรในฐานะนายจ้างให้แข่งขันได้ในตลาดแรงงานในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปี 2025 นี้</p>
<p>ในภาพรวมคนทำงานเห็นความสำคัญของเรื่องอื่นๆและประสบการณ์ที่นอกเหนือจากรายได้และสวัสดิการจากองค์กรมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า <strong><em>เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานคือเรื่องของผลตอบแทนยังคงเป็นอันดับ 1 และ 2 โดยยังคงได้รับคะแนนความสำคัญเท่ากับปีที่แล้ว แต่เรื่องของโอกาสเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Advancement &amp; Mobility) ความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) และเรื่องความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work/Life Balance) ได้รับความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ 5 อันดับแรกที่คนทำงานจะต้องตัดสินใจเลือกนายจ้างใหม่</em></strong></p>
<p><strong>แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในองค์กรแล้ว คนทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ แตกต่างจากตอนเลือกก่อนเข้าหลายเรื่องด้วยกัน</strong> โดยใน <em><strong>อันดับที่ 1 และ 2 ยังเป็นปัจจัยเรื่องของรายได้และสวัสดิการ โดยมีเรื่องของสำนักงานและสถานที่ทำงาน (Office / Workplace) มีอิทธิพลต่อคนทำงานมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่คนทำงานใช้เวลาในการทำงานรวมถึงสถานที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกและบรรยากาศ มีความปลอดภัย สร้างแรงบันดาลใจ ยืดหยุ่นและหลากหลายเหมาะสมกับลักษณะงาน</strong></em></p>
<figure id="attachment_31556" aria-describedby="caption-attachment-31556" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Maintain-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="660" /><figcaption id="caption-attachment-31556" class="wp-caption-text">Screenshot</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้เรื่องของสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และคล่องตัวสูง (Creative / Dynamic Environment) เป็นตัวยืนยันอีกเรื่องหนึ่งที่สอดคล้องและสนับสนุน โดยได้รับความสำคัญมากขึ้นสูงที่สุดในปี 2025 นี้ โดยการมีสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่นสูงช่วยเสริมสร้างความรู้สึกท้าทายและแรงจูงใจในการทำงานได้ รวมถึงปัจจัยด้านการทำงานร่วมกันอย่างการเป็นทีมและความร่วมมือต่อกัน (Teamwork / Collaboration) และ การเคารพให้เกียรติและเข้าอกเข้าใจต่อกัน (Respect &amp; Empathy) ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เข้ามาอยู่ในองค์กรแล้วและเป็นปัจจัยอันดับต้นๆที่ทำให้คนทำงานอยากอยู่และเติบโตกับองค์กรนั้นต่อ</p>
<p>การสำรวจประจำปี ได้มีการเผยผลการให้คะแนนล่าสุดจากคนทำงานที่รีวิวประสบการณ์ชีวิตการทำงานในองค์กร สิ่งที่นายจ้างยังคงทำได้ดีในสายตาของคนทำงานหรือที่เรียกว่า<strong> Best Places To Work</strong> คือ เรื่องของความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) พันธกิจและปณิธานขององค์กร (Mission &amp; Purpose) และ เรื่องความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง (Diversity &amp; Inclusion) โดยมีคะแนนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ทั้งนี้ในเรื่องอื่นๆก็ยังได้รับการยอมรับจากคนทำงานด้วยเช่นกัน ซึ่งทางองค์กรนายจ้างจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงความพึงพอใจที่มีต่อการมอบประสบการณ์การทำงานในแง่มุมต่างๆให้กับคนทำงาน เพื่อทราบก็จะได้ทำการยกระดับพัฒนาประสบการณ์ในองค์กรให้กลายเป็นจุดแข็งและจุดขาย เพื่อที่จะได้ดึงดูด ดูแล และรักษาให้ทาเลนท์คนเก่งและคนดีมาอยู่กับองค์กรพร้อมเติบโตไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้ธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า ทุ่มเทและทุ่มทุนในการยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า แนวคิดนี้ได้กลับมาประยุกต์ใช้กับคนทำงานในองค์กรอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการหาตัวชี้วัดประสบการณ์เชิงบวกในองค์กรและนำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อดึงดูดทาเลนต์และรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น&#8221;​</em> คุณจีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีอาร์จี คว้ารางวัล “Great Place to Work” รับรองการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/crg-certified-great-place-to-work/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Dec 2024 08:37:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[areer Path]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Culture]]></category>
		<category><![CDATA[CRG]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Great Place to Work]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐ วงศ์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล เรสตอรองส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31000</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ “CRG” ผู้นำธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (Food Chain Industry) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการรับรองให้เป็น “สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม” (Great place to work) จากความโดดเด่นในการมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ตอบรับการสร้างประสบการณ์ของพนักงานที่ยอดเยี่ยม (Employee Experience) ทั้งในมิติของการยอมรับความแตกต่าง ความเท่าเทียม การพัฒนาศักยภาพ และการเติบโตของพนักงานไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ Great Place to Work® เป็นสถาบันระดับโลกที่มีบทบาทในการวิจัย และสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพ ระบุว่าจากการสำรวจพนักงาน บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป กว่า 78% เห็นด้วยว่า “CRG คือสถานที่ทำงานยอดเยี่ยม” ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคถึง 29%  จากผลการสำรวจ บริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด มีจุดเด่นที่ชัดเจนใน 5 มิติ ได้แก่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/crg-certified-great-place-to-work/">ซีอาร์จี คว้ารางวัล “Great Place to Work” รับรองการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท </strong><strong>เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ “</strong><strong>CRG”</strong> ผู้นำธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (Food Chain Industry) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ได้รับการรับรองให้เป็น <strong>“สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม” (</strong><strong>Great place to work) </strong>จากความโดดเด่นในการมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ตอบรับการสร้างประสบการณ์ของพนักงานที่ยอดเยี่ยม (Employee Experience) ทั้งในมิติของการยอมรับความแตกต่าง ความเท่าเทียม การพัฒนาศักยภาพ และการเติบโตของพนักงานไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจ</p>
<p>Great Place to Work® เป็นสถาบันระดับโลกที่มีบทบาทในการวิจัย และสนับสนุนการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่น่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพ ระบุว่าจากการสำรวจพนักงาน บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป กว่า 78% เห็นด้วยว่า <strong>“CRG </strong><strong>คือสถานที่ทำงานยอดเยี่ยม</strong><strong>” </strong>ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคถึง 29%  จากผลการสำรวจ บริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด มีจุดเด่นที่ชัดเจนใน 5 มิติ ได้แก่ การทำงานเป็นทีม (Team), ความยุติธรรม (Justice), ความกลมเกลียว (Community), ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ (Competence) และภาวะผู้นำ (Leadership)</p>
<p>ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นผลจากความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของนโยบายของบริษัทฯ ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานของพนักงาน ให้เติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ, การออกแบบกระบวนการทำงานที่สอดรับกับวิถีชีวิตในรูปแบบใหม่ (New-normal) รวมถึงสวัสดิการที่เท่าเทียม และสามารถเข้าถึงได้กับพนักงานที่มีความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualization) ซึ่งช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทฯ เป็นองค์กรที่ยึดเอาพนักงานเป็นศูนย์กลางในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><strong>ณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด</strong> กล่าวถึงการได้รับการรับรอง Great Place to Work® ว่า <em>“</em><em>ที่ </em><em>CRG </em><em>เราให้ความสำคัญกับคุณค่าของทุกคน พร้อมมุ่งมั่นสร้างองค์กรที่เป็นที่ทำงานของทุกคนอย่างแท้จริง การดำเนินนโยบายทางธุรกิจ และการดูแลพนักงาน จึงต้องสอดคล้อง และเติบโตไปพร้อมกัน โดยนโยบายและกระบวนการทำงานทั้งหมด ถูกออกแบบด้วยแนวคิดที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลาง การได้รับการรับรองในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันแนวทางของเรา และเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน</em><em>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31001 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/CRG1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด</strong> เปิดเผยแนวทางสร้างองค์กรให้เป็น <strong>“สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม”</strong> ว่า <em>“การได้รับการรับรอง Great Place to Work® ของ CRG สะท้อนความสำเร็จในการวางกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่มุ่งสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร (Sense of Belonging) ให้กับพนักงาน ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลาย (Diversity) สร้างความเท่าเทียม (Equity) และเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม (Inclusion) ในทุกมิติ ทั้งการออกแบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความหลากหลายทางเพศและวิถีชีวิต การเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็น และการพัฒนาศักยภาพพนักงาน พร้อมทั้งวางเส้นทางอาชีพ (Career Path) เพื่อให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับบริษัท” </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/crg-certified-great-place-to-work/">ซีอาร์จี คว้ารางวัล “Great Place to Work” รับรองการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยมแห่งปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Sep 2024 09:09:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[3C]]></category>
		<category><![CDATA[Banking]]></category>
		<category><![CDATA[Care]]></category>
		<category><![CDATA[Coach]]></category>
		<category><![CDATA[Communication]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employee Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Financing]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri]]></category>
		<category><![CDATA[Leading Sustainable & Regional Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[คนรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28659</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะ &#8216;พนักงาน&#8217; เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร ขณะที่การสร้าง &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217; ที่ดีและแข็งแรงก็จะเป็นปัจจัยสำคัญขององค์กรในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วยเช่นเดียวกัน กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จึงให้ความสำคัญด้านกลยุทธ์ Employee Engagement ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ธนาคาร รวมทั้ง​​วัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใหญ่หรือมีชื่อเสียง แต่มองหา Value ที่ตรงกัน หรือการพิจารณาสิ่งที่แต่ละองค์กรส่งมอบหรือขับเคลื่อนว่าตอบโจทย์มุมมองการใช้ชีวิตหรือเป้าหมายของตัวเองอย่างไร ​ความสำเร็จของกรุงศรีในการเชื่อมโยงทั้งภาพลักษณ์และแบรนดิ้งการเป็นองค์กรสมัยใหม่ ผ่านการติดอยู่ใน Top 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ในปีล่าสุดนี้ ประกอบกับการคว้า 4 รางวัล ด้านการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคลทั้งของกรุงศรี และบริษัทในเครือ ได้แก่ Gold Award for Excellence in Talent Management และ Gold Award for Excellence in Hybrid Work  ของกรุงศรี , รางวัล Silver Award for Excellence [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/">กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เพราะ <strong>&#8216;พนักงาน&#8217;</strong> เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร ขณะที่การสร้าง &#8216;<strong>วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</strong> ที่ดีและแข็งแรงก็จะเป็นปัจจัยสำคัญขององค์กรในการรักษาพนักงานที่มีคุณภาพ รวมทั้งดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถให้อยากมาร่วมงานด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><span id="more-28659"></span></p>
<p><strong>กรุงศรี</strong> (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จึงให้ความสำคัญด้านกลยุทธ์<strong> Employee Engagement</strong> ด้วยการสร้างภาพลักษณ์ธนาคาร รวมทั้ง​​วัฒนธรรมองค์กรให้ตอบโจทย์ความต้องการคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเลือกทำงานในองค์กรใหญ่หรือมีชื่อเสียง แต่มองหา Value ที่ตรงกัน หรือการพิจารณาสิ่งที่แต่ละองค์กรส่งมอบหรือขับเคลื่อนว่าตอบโจทย์มุมมองการใช้ชีวิตหรือเป้าหมายของตัวเองอย่างไร</p>
<p>​ความสำเร็จของกรุงศรีในการเชื่อมโยงทั้งภาพลักษณ์และแบรนดิ้งการเป็นองค์กรสมัยใหม่ ผ่านการติดอยู่ใน<strong> Top 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด </strong>ในปีล่าสุดนี้ ประกอบกับการคว้า 4 รางวัล ด้านการบริหารจัดการองค์กรและทรัพยากรบุคคลทั้งของกรุงศรี และบริษัทในเครือ ได้แก่ <strong>Gold Award for Excellence in Talent Management</strong> และ<strong> Gold Award for Excellence in Hybrid Work</strong>  ของกรุงศรี , รางวัล<strong> Silver Award for Excellence in HR Communication Strategy</strong> ของกรุงศรี ออโต้ และ รางวัล <strong>Silver Award for Excellence in Workforce Flexibility</strong> ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์</strong> ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรุงศรี เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์สำคัญในการมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินชั้นนำในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน (Leading Sustainable &amp; Regional Bank) รวมทั้งการมุ่งสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพพนักงาน ให้มีความพร้อมและทักษะที่จำเป็นสำหรับ​​การเรียนรู้และการ​พัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อบ่มเพาะและสร้าง Telent จากภายในองค์กรเพื่อ​เป็นกำลังร่วมขับเคลื่อนการเติบโต ขณะเดียวกันยังสามารถดึงดูดกลุ่มทาเลนท์จากภายนอกเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;การมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงและชัดเจน เพื่อสื่อสารให้ทั้งคนภายในและภายนอกเข้าใจถึงตัวตนความเป็นกรุงศรีจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ความเป็นธนาคาร ที่คนภายนอกอาจมองว่า​เป็นองค์กร Traditional ที่เก่าแก่ เชื่องช้า ยึดถือระเบียบเดิมๆ ไม่ปรับตัว ​ประกอบกับภาพจำผ่านรายการที่ธนาคารเคยสนับสนุนมานาน ทำให้คาแร็คเตอร์ของแบรนด์ค่อนข้างมีอายุมาก  ขณะที่​การเร่งสื่อสารและปรับตัว ​ทั้งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งการเชื่อมโยงแบรนด์ให้เข้ากับคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้อายุของแบรนด์เริ่มดูเด็กลง และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนทำงานเพิ่มมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p>ขณะที่แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร กรุงศรีวางการขับเคลื่อนผ่านแนวทาง <strong>3C</strong> ประกอบด้วย</p>
<p><strong>Coach</strong> เพื่อมุ่งสู่การเป็น Coaching Organization หรือองค์กรที่เต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้สำหรับทุกคน ​ทั้งการสอนงานและส่งต่อองค์ความรู้ภายในองค์กร ไปจนถึงการถ่ายทอดมุมมอง วิธีคิด และทัศนคติ เพื่อช่วยบ่มเพาะการสร้างศักยภาพให้เกิดขึ้นได้ภายในองค์กร</p>
<p><strong>Communicate</strong> ที่เน้นการสื่อสารเพื่อความเข้าใจและชัดเจนระหว่างกัน รวมทั้งทำให้ทั้งองค์กรมีเป้าหมายที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน</p>
<p><strong>Care</strong> เพื่อสะท้อนการเป็นองค์กรที่ใส่ใจทุกองค์ประกอบโดยรอบ ทั้งการที่บริษัทใส่ใจพนักงาน หัวหน้าใส่ใจลูกน้อง การใส่ใจเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการทำธุรกิจที่ใส่ใจ  Stakeholders โดยรอบทุกมิติ</p>
<p>ซึ่งทั้ง 3C นี้ จะอยู่บนพื้นฐาน <strong>Compliance + Consistency</strong> เนื่องจาก ความเป็นสถาบันการเงิน ที่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานกำกับ เพื่อดำเนินธุรกิจอยู่บนพื้นฐานความโปร่งใส และน่าเชื่อถือ ขณะเดียวกัน ต้องมีการขับเคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นสิ่งที่ปลูกฝังอยู่ภายในองค์กรเพื่อส่งต่อได้แบบรุ่นสู่รุ่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ปัจจุบัน สัดส่วนพนักงานคนรุ่นใหม่ของกรุงศรีมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 55% เป็นกลุ่มเจนเนอเรชั่น Y ขณะที่แนวโน้มเจนเนอเรชั่น Z เริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีฟังก์ชันงานด้านเทคโนโลยีหรือดิจิทัล จะมีพนักงานคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ทำให้ต้องมีการปรับกลยุทธ์ Employee Engagement ให้สอดคล้องกับความต้องการและตอบโจทย์ที่ยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น เช่น การมีนโยบาย<strong> Flexible Benefit</strong> ในการเลือกสวัสดิการตามไลฟ์สไตล์พนักงานแต่ละกลุ่ม หรือการเก็บเงินสะสมสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน ที่สามารถเลือกจ่ายในอัตราที่แตกต่างกันไปตามความต้องการ ​รวมท้ังรูปแบบการทำงาน​ที่ผสานทั้งการเข้าออฟฟิศ และ Work from home</p>
<p>รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการฟังเสียงพนักงานผ่านการสำรวจ <strong>VOK (Voice of Krungsri)</strong> เพื่อนำข้อมูลจริงที่ได้จากการสำรวจพนักงานทั้งหมด มาวิเคราะห์ Painpoint ในการทำงานของพนักงาน และหาแนวทางแก้ไข โดยมีตัวแทน VOK Champion ที่เลือกกลุ่มทาเลนท์จากแต่ละสายงาน มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาต่างๆ ​ให้กับพนักงานในระดับฟังก์ชันตามแต่ละสายงาน รวมทั้งการตั้งทีม <strong>Culture Troop</strong> ซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่ม Talent ในการรับปัญหาที่ต้องเชื่อมโยงไปสู่การขับเคลื่อนด้านนโยบายภาพใหญ่ เพื่อให้ระดับ Top Management ขององค์กรรับรู้และมีส่วนในการเข้ามาช่วยแก้ปัญหา</p>
<p><em>&#8220;การวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องความต้องการพนักงานทำให้อัตราการลาออกของพนักงานโดยรวมของกรุงศรีลดลงมาอยู่ที่ 7% จากก่อนหน้าช่วงปี 2010 มีอัตราที่ 20% และช่วงก่อนโควิดอยู่ที่ราว 10% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างมีความแข็งแรง ทั้งจากการปรับนโยบายด้าน Employee Engagement ให้ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานได้มากขึ้น ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้คนเปลี่ยนงานน้อยลง ขณะที่ทางกรุงศรีจะมุ่งพัฒนาทักษะให้พนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคต ทั้ง Soft Skill และ Hasrd Skill โดยเฉพาะการปลูกฝัง Growth Mindset เพื่อสร้างทัศนคติให้ยอมรับและปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเติมทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล หรือฟินเทค ​ที่มีความจำเป็นในสายงานการเงินเพิ่มมากขึ้น ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งจากประสบการณ์ในการทำงาน (Learning by Doing) การสอนงานกันภายในองค์กรและสายงาน รวมทั้งจากการเทรนนิ่ง รวมทั้งแพลตฟอร์หรือช่องทางที่​ทางองค์กรบรรจุไว้ ผ่านหลากหลายโปรแกรมเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้อย่างสะดวก ​ตอบโจทย์เป้าหมาย หรือการวาง​การเติบโตในสายงานที่​พนักงานแต่ละคนได้วางแผนเอาไว้&#8221;​</em></p>
<p>กรุงศรี ยังให้ความสำคัญในการบ่มเพาะเพื่อสร้าง Future Leader ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าวัฒนธรรมองค์กรที่วางรากฐานไว้ จะสามารถพัฒนาให้คนกรุงศรีเติบโตขึ้นได้อย่างมีศักยภาพ สามารถทดแทนผู้บริหารที่เกษียณหรือลาออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งปัจจุบันเรามีกลุ่ม Talent ในองค์กรไม่ต่ำกว่า 100 คน ในทุกสายงาน รวมท้ังยังมุ่งมั่นที่จะสร้างกลุ่มทาเลนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูจาก Performance หรือความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวม​ทั้งการดูจาก Potential หรือโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ทั้งจากการอัพสกิล การปลูกฝังทัศนคติ หรือการเน้นโปรแกรม Rotation เพื่อเพิ่มทักษะในสายงานที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับโอกาสในการเติบโตได้ในอนาคต ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการรักษาพนักงานที่มีศักยภาพไว้กับองค์กร ด้วยการดูแลไม่ต่างจากคนในครอบครัว โดยเฉพาะการสร้างความสุขภายในองค์กร เพื่อให้พนักงานรู้สึกถึงความรัก ความปลอดภัย รวมทั้งโอกาสในการเติบโตในอนาคต หรือการตอบโจทย์ความต้องการถึงระดับ Self-esteem เพราะความสุขที่พนักงานได้รับ สุดท้ายจะได้รับการส่งต่อไปยังลูกค้า รวมทั้ง Stakeholders ทุกมิติได้ในที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/krungsri-3c-strategy-build-sustainable-workplace/">กรุงศรี เปิดกลยุทธ์ &#8216;3C&#8217; แนวทางสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่ช่วย​ดึงดูด Talent รุ่นใหม่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Aug 2024 15:41:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Global Green Skills Report 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Green Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Green Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Green Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Linkedin]]></category>
		<category><![CDATA[Linkedin Economic Graph]]></category>
		<category><![CDATA[Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[TCC Business Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[งาน]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28073</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Global Green Skills Report 2023 โดย Linkedin Economy Graph เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า ​กลุ่ม &#8216;Green Talent&#8217; หรือผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นอย่างน้อย 1 ทักษะ ในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง โดยพบว่า ช่วงระหว่างปี 2022 &#8211; 2023 ​ปริมาณงานที่​ต้องการผู้ที่มี Green Skills อย่างน้อยหนึ่งทักษะที่มาโพสต์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นกว่า 22.4% จากจำนวนประกาศทั้งหมด โดยมีการเติบโตของดีมานด์เฉลี่ย 15.2% (ข้อมูลจากการประกาศรับสมัครงานใน Linkedin ช่วง ก.พ. ปี 2022 &#8211; ก.พ. 2023) ขณะที่ฝั่ง​ซัพพลายหรือผู้ที่มี Green Talent มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น​ 12.3% จากแรงงานทั่วไป หรือมีการเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/">ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน<strong> Global Green Skills Report 2023</strong> โดย <strong>Linkedin</strong> <strong>Economy Graph</strong> เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาตลาดงานและแรงงานจากผู้ใช้ 48 ประเทศทั่วโลก พบว่า ​กลุ่ม <strong>&#8216;Green Talent&#8217;</strong> หรือผู้ที่มีทักษะที่จำเป็นอย่างน้อย 1 ทักษะ ในงานที่เกี่ยวข้องกับการรับมือต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ยังมีความขาดแคลนในระดับสูง</p>
<p><span id="more-28073"></span></p>
<p>โดยพบว่า ช่วงระหว่างปี 2022 &#8211; 2023 ​ปริมาณงานที่​ต้องการผู้ที่มี Green Skills อย่างน้อยหนึ่งทักษะที่มาโพสต์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นกว่า 22.4% จากจำนวนประกาศทั้งหมด โดยมีการเติบโตของดีมานด์เฉลี่ย 15.2% (ข้อมูลจากการประกาศรับสมัครงานใน Linkedin ช่วง ก.พ. ปี 2022 &#8211; ก.พ. 2023) ขณะที่ฝั่ง​ซัพพลายหรือผู้ที่มี Green Talent มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น​ 12.3% จากแรงงานทั่วไป หรือมีการเติบโตเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2018-2023) ที่ฟากของดีมานด์มีสัดส่วนเติบโตราว 9.2% ขณะที่ซัพพลายเติบโตราว 5.4%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28076 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Linkedin-LOGO.jpg" alt="" width="737" height="430" /></p>
<p>จึงถือว่า​ในตลาดแรงงานยัง​ขาดแคลน Green Skills ​เมื่อเทียบกับความจำเป็นในการขับเคลื่อนเพื่อรับมือปัญหาสภาพอากาศในปัจจุบัน ​​โดยข้อมูลระบุว่า​ ในแรงงานทั่วโลก 8 คน จะมีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่มี Green Skill อย่างน้อย 1 ทักษะ หรือมากกว่า ซึ่งในอีกมุมหนึ่งคือ มีแรงงานทั่วโลกถึง 7 ใน 8 คน ที่ไม่มี​ทักษะด้านงานสีเขียวเลยแม้แต่เพียงทักษะเดียว จึง​เป็นความท้าทายสำคัญของโลกอย่างมากในยุคที่การหยุดยั้งปัญหาสภาพอากาศของโลกต้องอาศัยการพัฒนาด้าน Green Jobs ต่างๆ</p>
<p>ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสของกลุ่มคนที่มีทักษะ หรือกลุ่ม Green Talent ​ที่จะมีโอกาสได้รับการจ้างงานสูงกว่ากลุ่มแรงงานทั่วไปถึง 29%  โดยเฉพาะใน 3 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ได้แก่ ภาคการผลิตพลังงาน และภาคการขนส่ง ซึ่งจัดเป็นกลุ่ม High Emission ที่มีการปลดปล่อยคาร์บอนในระดับสูง และในภาคการเงิน ในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้อย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28077 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/Green-Skills-.jpg" alt="" width="1200" height="756" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/linkedin-global-green-skills-report-2023/">ทาเลนท์กลุ่ม Green Skills มีโอกาสได้งานมากกว่าแรงงานทั่วไป 29% ชี้เป็นทักษะหายาก 8 คน มีแค่ 1 คน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Aug 2024 07:25:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Career]]></category>
		<category><![CDATA[Career Cushioning]]></category>
		<category><![CDATA[Companies]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital]]></category>
		<category><![CDATA[Jobs]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Walters]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากร]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[วรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[โรเบิร์ต วอลเทอร์ส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27871</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลสำรวจล่าสุดของ &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ชี้ พนักงาน​ 3 ใน 4 ​กำลังมองหา “แผนสำรอง” หรือเริ่มวาง Plan B ในอาชีพการงาน โดย 78% ​เริ่มต้นหรือกำลังวางแผนหางานใหม่ในปีนี้ พร้อมเตรียม Career Cushioning (การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง) เพื่อหางานได้เร็วขึ้น ขณะที่วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดีและระดับความพึงพอใจในการทำงานที่ต่ำเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้พนักงานเริ่มมองหางานใหม่ กว่า  70% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน จากผลสำรวจล่าสุดโดย โรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า 62% ของพนักงานเหล่านี้เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองจะช่วยให้ได้งานใหม่เร็วขึ้น แนวโน้มดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง หรือ Career Cushioning ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่พนักงานใช้เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นกับงานในปัจจุบันของตน  โดยถือเป็นการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย  สิ่งเหล่านี้จะเสริมสร้างความสามารถในรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม “การพัฒนาและยกระดับทักษะในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะช่วยด้านการพัฒนาตนเองและการเติบโตทางอาชีพ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้ การเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มันเป็นทั้งการต่อยอดทักษะปัจจุบันและการแสวงหาทักษะใหม่ ซึ่งทำให้การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและตอบโจทย์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&#8221; คุณวรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน กฎหมาย และ เทคโนโลยีและทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่โรเบิร์ต วอลเทอร์ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/">&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span lang="TH">ผลสำรวจล่าสุดของ &#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ชี้ พนักงาน​ 3 ใน 4 ​กำลังมองหา “แผนสำรอง” หรือเริ่มวาง Plan B ในอาชีพการงาน โดย 78% ​เริ่มต้นหรือกำลังวางแผนหางานใหม่ในปีนี้ พร้อมเตรียม Career Cushioning (การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง) เพื่อหางานได้เร็วขึ้น ขณะที่วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ดีและระดับความพึงพอใจในการทำงานที่ต่ำเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้พนักงานเริ่มมองหางานใหม่ </span></strong><span id="more-27871"></span></p>
<p><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">กว่า </span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;"> </span><span lang="EN-US" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">70%<b> </b></span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน จากผลสำรวจล่าสุดโดย <strong>โรเบิร์ต วอลเทอร์ส</strong> บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดหางานระดับโลก พบว่า </span><span lang="EN-US" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">62% </span><span lang="TH" style="font-family: -apple-system, BlinkMacSystemFont, 'Segoe UI', Roboto, 'Helvetica Neue', Arial, 'Noto Sans', sans-serif, 'Apple Color Emoji', 'Segoe UI Emoji', 'Segoe UI Symbol', 'Noto Color Emoji'; font-size: 1rem;">ของพนักงานเหล่านี้เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองจะช่วยให้ได้งานใหม่เร็วขึ้น แนวโน้มดังกล่าวกำลังเป็นที่นิยมในหมู่พนักงานในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพ</span></p>
<p><span lang="TH">การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเอง หรือ <b>Career Cushioning</b> ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่พนักงานใช้เพื่อรองรับกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นกับงานในปัจจุบันของตน</span>  <span lang="TH">โดยถือเป็นการแสวงหาโอกาสในการพัฒนาทักษะ เพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ และได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย</span>  <span lang="TH">สิ่งเหล่านี้จะเสริมสร้างความสามารถในรับมือกับความไม่แน่นอนในตลาดงานและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม</span></p>
<p><em><b><span lang="EN-US">“</span></b></em><span lang="TH"><em>การพัฒนาและยกระดับทักษะในปัจจุบันไม่เพียงแต่จะช่วยด้านการพัฒนาตนเองและการเติบโตทางอาชีพ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการเรียนรู้ การเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง มันเป็นทั้งการต่อยอดทักษะปัจจุบันและการแสวงหาทักษะใหม่ ซึ่งทำให้การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและตอบโจทย์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง&#8221;</em> <strong>คุณวรัปสร พงษ์ศิริบัญญัติ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน กฎหมาย และ เทคโนโลยีและทรานส์ฟอร์เมชั่น ที่โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย กล่าว</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดยโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย พบข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้​</span></p>
<p><span lang="TH">&#8211; <em><strong>แรงจูงใจที่ทำให้พนักงานเริ่มหางานใหม่ ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ตอบโจทย์</strong></em></span><em><strong>  (55%), <span lang="TH">ความพึงพอใจในการทำงานต่ำ (</span>20%) <span lang="TH">และความไม่มั่นคงในงาน (</span>16%)</strong></em></p>
<p><span lang="TH">&#8211; <em><strong>กลยุทธ์การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองที่เป็นที่นิยม ได้แก่ การพัฒนาทักษะ/การฝึกอบรม (</strong></em></span><em><strong>33%), <span lang="TH">การทำอาชีพเสริมควบคู่กับงานประจำ (</span>17%) <span lang="TH">และการขอคำปรึกษาจากโค้ชด้านอาชีพ (</span>6%)</strong></em></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">คุณวรัปสร ยังเน้นว่า การพัฒนาทักษะและความสามารถไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจให้กับตนเอง แต่ยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้องค์กร ทำให้ตนเองเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับองค์กร ส่งผลให้พนักงานมีความรู้สึกมั่นคงในงานรวมถึงความภาคภูมิใจงาน ซึ่งส่งผลดีต่อขวัญและกำลังใจโดยรวม</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">บริษัทสนับสนุนให้พนักงานพัฒนาตนเองเพื่อรักษาบุคลากร</span></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="EN-US"> </span></b><span lang="TH">บริษัทส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการให้พนักงานเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถ ซึ่งบริษัทมากกว่า </span><b><span lang="EN-US">50%</span></b><span lang="EN-US">  </span><span lang="TH">มองว่า เป็นหนึ่งในแนวทางที่พนักงานจะแสวงหาความก้าวหน้าทางอาชีพ  </span><span lang="TH">ขณะที่ </span><strong><span lang="EN-US">35%</span><span lang="EN-US"> </span></strong><span lang="TH"><strong>เชื่อว่าจะกระตุ้นให้เกิดแนวคิดใหม่ในบริษัท</strong></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH"> อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบริษัทจะให้การสนับสนุนแนวทางนี้ แต่บริษัทยังจำเป็นต้องมุ่งเน้นการรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัท เพื่อลดโอกาสที่พวกเขาจะลาออกไปเริ่มงานใหม่</span>  <span lang="TH">ซึ่งทำได้โดยการสื่อสารแนวทางที่ชัดเจนแก่พนักงาน ประเมินผลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการให้ฟีดแบคเชิงสร้างสรรค์ และลงทุนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พนักงานมีทักษะที่พร้อม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27872 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/RW1.jpg" alt="" width="451" height="677" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">คุณวรัปสร สรุปว่า “ด้วยแรงสนับสนุนและการเตรียมพร้อมจากองค์กร การเตรียมตัวเพื่อยกระดับความสามารถของตัวเองมีผลกระทบสำคัญต่อการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กร โดยการเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่พนักงานต้องการ เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ องค์กรต้องรับรู้แนวโน้มและทิศทางในอุตสาหกรรม และให้การฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องแก่พนักงาน กลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนโอกาสทางอาชีพแก่พนักงาน แต่ยังให้ประโยชน์ทั้งพนักงานและนายจ้างเช่นเดียวกัน”</span><b><span lang="EN-US"> </span></b></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ในประเทศไทย กรุณาเข้าชมที่เว็บไซต์ </span><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: http://www.robertwalters.co.th/ คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=http%3A%2F%2Fwww.robertwalters.co.th%2F&amp;data=05%7C02%7C%7Ca82f49d2ad224e94be0c08dcb2ac92f5%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638581701495662485%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C0%7C%7C%7C&amp;sdata=FtoXB6P3Qt4ty4hIf6XPNwAcqGdUBskb%2BqtkDeq45Xc%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0">www.robertwalters.co.th</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/robert-walters-points-thai-employees-want-to-change-jobs-nearly/">&#8216;โรเบิร์ต วอลเทอร์ส&#8217; ระบุ 78% ของพนักงานในประเทศไทยกำลังวางแผนเปลี่ยนงาน ตัวกระตุ้นสำคัญเกินครึ่งมาจาก &#8216;วัฒนธรรมองค์กร&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jul 2024 13:37:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto]]></category>
		<category><![CDATA[Amino Science]]></category>
		<category><![CDATA[Amino Supplement]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Eat Well Live Well]]></category>
		<category><![CDATA[Emloyer]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Health Care]]></category>
		<category><![CDATA[Health Tech]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[i-LiveWell]]></category>
		<category><![CDATA[Invitrace]]></category>
		<category><![CDATA[Preventive]]></category>
		<category><![CDATA[Supplement]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กรดอะมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[กินดีมีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[มนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[วันนเรศวร์ สุขีลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตร์แห่งกรดอะมิโน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิโระ ซะกะกุระ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27069</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยภารกิจสำคัญในการสร้างสังคม &#8216;กินดีมีสุข&#8216; ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ผ่านการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน (Amino Science) ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ &#8216;อายิโนะโมะโต๊ะ&#8216; เร่ง​ขยายพอร์ตในกลุ่มธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกรดอะมิโน  รวมทั้งการขยับมาสู่ตลาดในกลุ่ม Health Tech เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คนเพิ่มมากขึ้น มร.อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผน​​รุกพอร์ตในกลุ่ม New Business เพิ่มมากขึ้น ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมจากกรดอะมิโน​ (Amino Supplement) เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มส่งเสริมคุณภาพในการนอน และกลุ่มเพื่อความงาม หลังก่อนหน้ามีผลิตภัณฑ์นำร่องแล้วในกลุ่​มโภชนาการสำหรับนักกีฬา (Amino Vital) และกลุ่มบำรุงร่างกาย (Amino MOF) ซึ่ง​ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2 หลัก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม SKU ใหม่ ในกลุ่มกีฬามาทำตลาดเพิ่มเติม ที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ โดยได้วางเป้าหมาย มีผลิตภัณฑ์​กลุ่ม Amino [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/">อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยภารกิจสำคัญในการสร้างสังคม &#8216;<strong>กินดีมีสุข</strong>&#8216; ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ผ่านการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกรดอะมิโน (Amino Science) ให้ขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ &#8216;<strong>อายิโนะโมะโต๊ะ</strong>&#8216; เร่ง​ขยายพอร์ตในกลุ่มธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากกรดอะมิโน  รวมทั้งการขยับมาสู่ตลาดในกลุ่ม Health Tech เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-27069"></span></p>
<p><strong>มร.อิชิโระ ซะกะกุระ</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมีแผน​​รุกพอร์ตในกลุ่ม New Business เพิ่มมากขึ้น ทั้งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนวัตกรรมจากกรดอะมิโน​ (Amino Supplement) เพิ่มเติมอีก 2 กลุ่ม คือ กลุ่มส่งเสริมคุณภาพในการนอน และกลุ่มเพื่อความงาม หลังก่อนหน้ามีผลิตภัณฑ์นำร่องแล้วในกลุ่​มโภชนาการสำหรับนักกีฬา (Amino Vital) และกลุ่มบำรุงร่างกาย (Amino MOF) ซึ่ง​ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 2 หลัก รวมทั้งมีแผนเพิ่ม SKU ใหม่ ในกลุ่มกีฬามาทำตลาดเพิ่มเติม ที่เตรียมเปิดตัวเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ โดยได้วางเป้าหมาย มีผลิตภัณฑ์​กลุ่ม <strong>Amino Supplement</strong> รวม 10 ตัว ภายในปี 2030 นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27070 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/Product4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ได้ขยายธุรกิจมายังกลุ่ม Health Tech เป็นครั้งแรก เพื่อมุ่งให้บริการส่งเสริมสุขภาพในเชิงป้องกัน (Preventive) ผ่านแอปพลิเคชั่น <strong>&#8216;i-LiveWell – แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน</strong>​&#8217; หลังพบ​ปัญหาผู้บริโภคในปัจจุบันเจ็บป่วยจากการกิน​ ไลฟ์สไตล์ และความเครียดเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาสุขภาพในระดับสูง ซึ่งบางคนมีค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับด้วยซ้ำ การดูแลเชิงป้องกันจึงมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพโดยรวมให้ลดน้อยลงได้</p>
<p>ประกอบกับในตลาด Health Tech ทั่วโลกที่มีมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านเหรียญUSD และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 10% ซึ่งการนำเทคโนโลยีด้านสุขภาพเข้ามาปรับใช้ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายภาพรวม​ลงได้ราว 3-5% จึงมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากการขยายธุรกิจมาสู่กลุ่ม Health Tech และ​เสริมพอร์ตในกลุ่ม New Business ให้แข็งแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27078 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์</strong><strong> </strong>ผู้จัดการแผนกธุรกิจใหม่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า นับ​​เป็นครั้งแรกของบริษัทในการต่อยอดความเชี่ยวชาญจากผู้ผลิตอาหารสู่การให้บริการด้าน Health Tech ภายใต้การ​ร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ<strong> Invitrace</strong> พัฒนาแอปพลิเคชัน​ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน &#8216;<strong>i-LiveWell – </strong><strong>แพลตฟอร์มกินดีมีสุขฉบับมนุษย์เงินเดือน&#8217; </strong>ภายใต้งบ​พัฒนาแอปเบื้องต้น​ 10 ล้านบาท เพื่อนำร่อง​ตลาด B2B ใน​กลุ่มองค์กรที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมสุขภาพพนักงาน โดยเบื้องต้นตั้งเป้าเจาะองค์กรไทยราว 50 แห่ง และมีผู้ใช้งานภายใน Community ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ภายในสิ้นปี 2025</p>
<p>สำหรับ แอปพลิเคชัน<strong> i-LiveWell</strong> จะมีฟีเจอร์​สำคัญ ประกอบด้วย  <strong>1) A.I. Personal Health </strong>คำนวณแคลอรี่ นับก้าวเดิน ทำอาหาร ออกกำลังกาย การประเมินสุขภาพ ที่เชื่อมโยงกับภารกิจของบริษัท  <strong>2) Entertainment Activity</strong> เกมและอวตาร คอมมูนิตี้ และรางวัลพิเศษ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถป้องกันและดูแลสุขภาพที่ดีแก่พนักงานให้กินดีมีสุขอย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;องค์กรที่นำแอปนี้ไปใช้จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของ HR เพื่อช่วยให้สามารถประเมินสุขภาพพนักงานภาพรวมได้ในเบื้องต้น รวมทั้งมองเห็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและเข้าไปดำเนินการเพื่อดูแลด้านสุขภาพก่อนการเจ็บป่วยได้ ซึ่งการที่พนักงานมีสุขภาพที่ดี จะส่งผลต่อศักยภาพและประสิทธิภาพขององค์กรในภาพรวม ขณะเดียวกัน ยังทำให้พนักงานรู้สึกดีต่อองค์กรมากขึ้นจากความห่วงใยและใส่ใจต่อสุขภาพพนักงาน ขณะเดียวกัน <strong>ยังเสริมภาพลักษณ์ให้อายิโนะโมะโต๊ะในการก้าวข้ามจากแค่การเป็นบริษัทอาหารหรือเครื่องปรุงรส มาสู่ Well-being Centrict หรือบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คน</strong> สอดคล้องกับภารกิจขององค์กรในการสร้างสังคมกินดีมีสุขอย่างยั่งยืน&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27073 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/3.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างให้กับอายิโนะโมะโต๊ะได้มากขึ้น จากการมี Community ที่ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามและประเมินข้อมูลสุขภาพได้แบบ Realtime มากกว่าการตรวจสุขภาพปีละครั้ง รวมทั้ง​การแนะนำทั้งกิจกรรม และเมนูอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หรือการครีเอทกิจกรรม หรือโปรแกรมเพื่อสุขภาพต่างๆ เพื่อการวางแผนการพัฒนาสุขภาพที่ดีขึ้นในภาพรวม​​​ และในอนาคตจะสามารถเป็นอีกหนึ่งช่องทาง​จำหน่ายสินค้าในรูปแบบ E-commerce ให้กับ Users ภายในแพลตฟอร์มได้  รวมถึงการปลั๊กอินข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆ ของผู้ใช้กับทางโรงพยาบาล รวมทั้งบริการด้าน Telemedicine หรือ Teleconsultant ต่างๆ ได้ ขณะเดียวกันยังเพิ่มโอกาสในการทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Data Driven Company ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อจำนวนผู้ใช้งานเติบโตได้มากขึ้น ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2030 จะพยายามผลักดันให้มีผู้ใช้งานได้อย่างน้อย 2 แสนคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27074 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/5.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></p>
<p>ทั้งนี้ ทางอายิโน๊ะโม๊ะโต๊ะ เชื่อว่า การเร่งขยายฐานทั้งการเติม​สินค้ารวมท้ังบริการใหม่ๆ ให้พอร์ตกลุ่มธุรกิจใหม่ จะทำให้สัดส่วนในกลุ่มธุรกิจนี้เติบโตได้แบบ Double Growth จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ที่ราว 5% ของรายได้รวมของทั้งบริษัท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 10% ได้ภายในปี 2030</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/ajinomoto-launch-health-tech-expand-new-business-porfolio/">อายิโนะโมะโต๊ะ ​ข้ามห้วยสร้างฐาน Health Tech ต่อยอดผู้เชี่ยวชาญด้านกรดอะมิโนสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน เสริมพอร์ตธุรกิจใหม่ เติบโตได้เท่าตัวในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์” ยืนหนึ่งสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย คว้ารางวัล “Kincentric Best Employer 2024” การันตีผลสำรวจความผูกพันของพนักงานสูงสุด   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/coca-cola-thainamthip-won-kincentric-best-employer-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Jun 2024 12:08:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola]]></category>
		<category><![CDATA[Coca-Cola ThaiNamthip]]></category>
		<category><![CDATA[Company]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Kincentric Best Employer 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Spencer Stuart]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiNamthip]]></category>
		<category><![CDATA[คินเซนทริค (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[จรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[โคคา โคล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยน้ำทิพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27037</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย รับรางวัล “Kincentric Best Employer 2024” สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย จากคินเซนทริค (ประเทศไทย) บริษัทชั้นนำในการให้คำปรึกษาด้านการบริหารงานบุคลากรและการพัฒนาองค์กร ในเครือสเปนเซอร์ สจวร์ต (Spencer Stuart) สะท้อนความสำเร็จในการให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ สนับสนุนความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) มอบความมั่นคงและโอกาสเติบโตในการทำงาน คุณจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ทรัพยากรบุคคล โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศไทย โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 ของการดำเนินงานในปีนี้ ฅนไทยน้ำทิพย์กว่า 8,000 คน มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและเติบโตภายในองค์กร โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์มาตรฐานระดับโลกให้กับลูกค้าและผู้บริโภคในประเทศไทย รวมถึงสร้างความแตกต่างให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ มีการสำรวจความผูกพันและความพึงพอใจของฅนไทยน้ำทิพย์อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยเน้นการลงมือปรับปรุงในเรื่องที่พนักงานต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเห็นความสำคัญของพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของธุรกิจ ในการสำรวจในปีล่าสุดพบว่าคะแนนความผูกพันและพึงพอใจของฅนไทยน้ำทิพย์ยังคงรักษาระดับสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรสามารถตอบสนองความคาดหวังของพนักงานได้ดี โดยเฉพาะในด้านโอกาสในการเติบโต และการยอมรับความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ รู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2567 เราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาองค์กรของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นสำหรับเพื่อนพนักงานของเรา เพราะเราเชื่อมั่นว่าการส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นเลิศ ต้องมาจากคนในองค์กรที่มีความสุขในการปฏิบัติงานและพร้อมจะเติบโตควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต” รางวัล Kincentric Best Employer 2024 ประเมินจากผลสำรวจความพึงพอใจของพนักงานไทยน้ำทิพย์จำนวนกว่า 8,000 คน ที่ครอบคลุมทุกส่วนงาน โดยได้คะแนนด้านความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) สูงในระดับควอไทล์บน (top quartile) เมื่อเทียบกับองค์กรทั้งหมดที่เข้าร่วมการสำรวจ นอกจากนี้ ยังได้คะแนนความพึงพอใจของพนักงานในด้านความคล่องตัว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/coca-cola-thainamthip-won-kincentric-best-employer-2024/">“โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์” ยืนหนึ่งสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย คว้ารางวัล “Kincentric Best Employer 2024” การันตีผลสำรวจความผูกพันของพนักงานสูงสุด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “<strong>โคคา-โคล่า</strong>” ในประเทศไทย <strong>รับรางวัล</strong><strong> </strong><strong>“Kincentric Best Employer 2024”</strong><strong> </strong><strong>สุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย</strong> จากคินเซนทริค (ประเทศไทย) บริษัทชั้นนำในการให้คำปรึกษาด้านการบริหารงานบุคลากรและการพัฒนาองค์กร ในเครือสเปนเซอร์ สจวร์ต (Spencer Stuart) สะท้อนความสำเร็จในการให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่พนักงานอย่างสม่ำเสมอ สนับสนุนความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-being) มอบความมั่นคงและโอกาสเติบโตในการทำงาน<span id="more-27037"></span></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ทรัพยากรบุคคล โคคา</strong><strong>-โคล่า ไทยน้ำทิพย์</strong> กล่าวว่า<strong> </strong>“ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของประเทศไทย โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ ก้าวเข้าสู่ปีที่ 65 ของการดำเนินงานในปีนี้ ฅนไทยน้ำทิพย์กว่า 8,000 คน มีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและเติบโตภายในองค์กร โดยทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์มาตรฐานระดับโลกให้กับลูกค้าและผู้บริโภคในประเทศไทย รวมถึงสร้างความแตกต่างให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ มีการสำรวจความผูกพันและความพึงพอใจของฅนไทยน้ำทิพย์อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยเน้นการลงมือปรับปรุงในเรื่องที่พนักงานต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทเห็นความสำคัญของพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของธุรกิจ ในการสำรวจในปีล่าสุดพบว่าคะแนนความผูกพันและพึงพอใจของฅนไทยน้ำทิพย์ยังคงรักษาระดับสูงที่สุด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าองค์กรสามารถตอบสนองความคาดหวังของพนักงานได้ดี โดยเฉพาะในด้านโอกาสในการเติบโต และการยอมรับความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ รู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กรสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทยประจำปี 2567 เราจะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาองค์กรของเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นสำหรับเพื่อนพนักงานของเรา เพราะเราเชื่อมั่นว่าการส่งมอบสินค้าและบริการที่เป็นเลิศ ต้องมาจากคนในองค์กรที่มีความสุขในการปฏิบัติงานและพร้อมจะเติบโตควบคู่ไปด้วยกัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27039 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Coca-Cola-ThaiNamthip-Kincentric-Best-Employer-02.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">รางวัล Kincentric Best Employer 2024 ประเมินจากผลสำรวจความพึงพอใจของพนักงานไทยน้ำทิพย์จำนวนกว่า 8,000 คน ที่ครอบคลุมทุกส่วนงาน โดยได้คะแนนด้านความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) สูงในระดับควอไทล์บน (top quartile) เมื่อเทียบกับองค์กรทั้งหมดที่เข้าร่วมการสำรวจ นอกจากนี้ ยังได้คะแนนความพึงพอใจของพนักงานในด้านความคล่องตัว (Agility) ความเป็นผู้นำที่เอาใจใส่ (Engaging Leadership) และการให้ความสำคัญกับบุคลากร (Talent Focus) อยู่ในเกณฑ์ที่สูงระดับบนของกลุ่มธุรกิจในภาพรวมของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการประเมินความพร้อมของระบบงานทรัพยากรบุคคลในด้านต่าง ๆ ด้วย โดยโคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์ เป็น 1 ใน 4 บริษัทชั้นนำในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/coca-cola-thainamthip-won-kincentric-best-employer-2024/">“โคคา-โคล่า ไทยน้ำทิพย์” ยืนหนึ่งสุดยอดนายจ้างดีเด่นแห่งประเทศไทย คว้ารางวัล “Kincentric Best Employer 2024” การันตีผลสำรวจความผูกพันของพนักงานสูงสุด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
