<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>F&amp;B &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/fb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 11 Nov 2025 14:30:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>F&amp;B &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2025 14:27:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Dining]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[FOA]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Health & Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[KFC]]></category>
		<category><![CDATA[Oishi]]></category>
		<category><![CDATA[QSA]]></category>
		<category><![CDATA[QSR]]></category>
		<category><![CDATA[Restaurant]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Beverage Food]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไพศาล อ่าวสถาพร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37915</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร เริ่มมีสัญญาณของการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า ยังอยู่ในสภาวะที่​ค่อนข้างเหนื่อยและมีความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยภาพรวม คุณไพศาล อ่าวสถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​กลุ่มธุรกิจอาหารในประเทศไทย ยังมีมนต์เสน่ห์ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ทั้งความหลากหลายครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่สตรีทฟู้ด (Street Foods) จนถึงไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) รวมทั้งระดับราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเพื่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจส่งออกได้ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจอาหารจะมีความแข็งแกร่งอยู่ภายในตัวเอง ทำให้ภาพรวมธุรกิจไม่ได้ตกลงมาก แต่ทิศทางการเติบโตในปีหน้าอาจจะยังไม่สดใสมากนัก เพราะสถาการณ์โดยรวมที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำงานหนักมากขึ้น รวมทั้งต้องเร่งสปีดในการทำธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้ &#8220;ปีหน้าผู้ประกอบต้องทำงานหนักขึ้นมากเป็นเท่าตัว เช่น จากที่เคยทำแคมเปญปีละ 3 ครั้ง แต่ก็ต้องทำให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือเคยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุ​ก 3 เดือน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/">มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภาพรวมเศรษฐกิจปีหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ กำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และเสถียรภาพทางการเมืองทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร เริ่มมีสัญญาณของการแข่งขันทางด้านราคา (Price War) ที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจในปีหน้า ยังอยู่ในสภาวะที่​ค่อนข้างเหนื่อยและมีความยากลำบากสำหรับผู้ประกอบการไทยโดยภาพรวม</p>
<p><span id="more-37915"></span></p>
<p><strong>คุณไพศาล อ่าวสถาพร</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​กลุ่มธุรกิจอาหารในประเทศไทย ยังมีมนต์เสน่ห์ และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ทั้งความหลากหลายครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่สตรีทฟู้ด (Street Foods) จนถึงไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) รวมทั้งระดับราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเพื่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ประเทศไทยได้ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจส่งออกได้ในอนาคต</p>
<p>แต่อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจอาหารจะมีความแข็งแกร่งอยู่ภายในตัวเอง ทำให้ภาพรวมธุรกิจไม่ได้ตกลงมาก แต่ทิศทางการเติบโตในปีหน้าอาจจะยังไม่สดใสมากนัก เพราะสถาการณ์โดยรวมที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้าน ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่น้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องทำงานหนักมากขึ้น รวมทั้งต้องเร่งสปีดในการทำธุรกิจเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ให้ได้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37917 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/10_ร้านดีไซน์ใหม่-ชาบูชิ-ซีคอนฯ-ศรีนครินทร์ชั้น-G.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ปีหน้าผู้ประกอบต้องทำงานหนักขึ้นมากเป็นเท่าตัว เช่น จากที่เคยทำแคมเปญปีละ 3 ครั้ง แต่ก็ต้องทำให้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว หรือเคยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุ​ก 3 เดือน ก็อาจจะต้องเร่งสปีดมากขึ้น ออก​มากขึ้น บ่อยขึ้น และทำให้ไวขึ้น ต้องทำทุกอย่าง​มากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้น แต่เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้ไม่ให้สูญเสียตลาด หรือไม่ให้ยอดขายตกลงไป ​เรียกได้ว่า คนทำธุรกิจต้องมีความพยายามมากขึ้น ​ต้องทำให้เพิ่มมากขึ้น​เท่าตัว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม หากต้องการที่จะยังคงเป็นผู้รอดได้ในปีหน้า&#8221; </em></p>
<p>สำหรับธุรกิจร้านอาหาร เทรนด์ใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ พร้อมทั้ง​ช่วยผลักดันการเติบโตและสร้างสีสันในตลาดมาหลายปีและเชื่อว่ายังเป็นเทรนด์ที่จะเติบโตต่อเนื่องต่อไปอีกในอนาคตข้างหน้าระยะยาว ได้แก่<strong> เทรนด์เรื่องของสุขภาพ (Health &amp; Wellness)</strong> เช่น การพัฒนาเมนูอาหาร Plant-based, การเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพอย่างเฉพาะเจาะจง หรือมีสารอาหารสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/6-Trends-Food.jpg" alt="" width="1200" height="963" /></p>
<p>อีกหนึ่งเทรนด์คือ <strong>เรื่อง​ความยั่งยืน (Sustainability)</strong> ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจร้านอาหารจำเป็นต้องศึกษาและปรับตัว ซึ่งไม่ใช่​แค่การเลือกบรรจุภัณฑ์​รักษ์โลก แต่ยังรวม​ถึงการบริหารจัดการขยะอาหารในธุรกิจ ไปจนถึงการเลือกใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในประเทศ รวมทั้งยัง​​ส่งเสริม​และกระตุ้นการหมุนเวียนของระบบนิเวศของเศรษฐกิจภายในประเทศให้มีความแข็งแรงเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดความเสี่ยงของธุรกิจจากภาวะเงินเฟ้อ หรืออัตราแลกเปลี่ยน  รวมทั้งความสามารถในการควบคุมต้นทุนจากการใช้วัตถุดิบนำเข้ามากเกินไปอีกด้วย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37921 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/02_KFC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การนำเทรนด์เรื่องความยั่งยืนมาเป็นหนึ่งแกนหลักขับเคลื่อนธุรกิจไม่เพียงตอบโจทย์เรื่องสภาพอากาศ หรือการลดคาร์บอนเท่านั้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันสามารถช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ และเชื่อว่าจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น แนวทาง Localize Sourcing ​ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนวัตถุดิบในประเทศ 30% และยังนำเข้าอยู่ 70% เนื่องจากวัตถุดิบบางอย่างที่มีเฉพาะในบางพื้นที่ ประกอบกับปริมาณในการสั่งจำนวนมากซึ่งซัพพลายในประเทศยังไม่สามารถรองรับได้ แต่ในอนาคตมีแผนจะเพิ่มการใช้วัตถุดิบในประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งต้นทุนในมิติอื่นๆ โดยเฉพาะการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้า และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้ราว 20-30% รวมทั้งการรวมศูนย์ระบบการจัดซื้อ และระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานโดยภาพรวมลงได้ 1-2% ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษากำไรของธุรกิจเพิ่มขึ้นที่นราว 1-2% ในทิศทางเดียวกัน&#8221;</em> ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37920 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/02_สโมสร.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์อื่นๆ ที่ธุรกิจต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อนำมาใช้เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ไปจนถึงเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การนำดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อ​อำนวยความสะดวกในการให้บริการ ทั้งการจดรับออเดอร์ ระบบชำระเงิน หรือการจองคิวออนไลน์  การให้ความสำคัญกับประสบการณ์เพื่อสร้างความแตกต่าง ให้สอดคล้องพฤติกรรมลูกค้าคนไทยที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และเบื่อง่าย รวมทั้งยังตอบโจทย์เทรนด์เรื่องของความคุ้มค่าและคุณภาพ ที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของราคาเท่านั้น ​นอกจากนี้ ยังมีการ​พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของอาหารและวัตถุดิบไว้ได้ เช่น การพัฒนาเมนูอาหาร และเครื่องเดิมแบบฟิวชั่น เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37919 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/03_เลิศเหลา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจอาหารของไทยเบฟ ยังคงมุ่งแนวทางสร้างการเติบโตผ่าน 2 แกนหลักสำคัญ คือ  ‘<strong>Reach Competitively’</strong> เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ผ่านจุดแข็งในการมีแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมตลาดทุกเซ็กเมนต์ ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจ ที่มีภารกิจและเป้าหมายในการรุกตลาดอย่างชัดเจนทั้ง QSA (เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ) ที่แข็งแรงในกลุ่ม Quick Service Restaurant (QSR) ภายใต้แบรนด์ KFC , กลุ่ม Oishi สำหรับเจาะตลาดธุรกิจอาหารญี่ปุ่น และ FOA (ฟู้ด ออฟ เอเชีย) สำหรับทำตลาดกลุ่มอาหารไทย จีน และนานาชาติ รวมทั้งกลยุทธ์ ‘<strong>Digital for Growth’</strong> ​ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาตอบโจทย์ธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภค ประกอบกับการวาง​กลยุทธ์การทำตลาดที่ชัดเจนในแต่ละเซ็กเมนต์ เพื่อ​ส่งมอบคุณค่า ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพและคุ้มค่า​​ ทำให้สามารถเลี่ยงการแข่งขันด้วยสงครามราคา ที่ในอนาคตจะไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว&#8221; </em>คุณไพศาล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/trends-in-thailand-restaurant-industry/">มองภาพ 2026 ผู้ประกอบการเตรียมเหนื่อย &#8216;ทำเท่าตัว แต่โต​เท่าเดิม&#8217; พร้อม 2 เทรนด์ใหญ่ &#8216;สุขภาพ-ความยั่งยืน&#8217; ขับเคลื่อน &#8216;ธุรกิจร้านอาหาร&#8217;​ ประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 10:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging Trend]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33839</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568 เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&#38;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร สำหรับ THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025 นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม Unlocking Growth ​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Innovate to Elevate (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), Differentiate [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต</strong><span id="more-33839"></span></p>
<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน<strong> THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568</strong> เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&amp;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร</p>
<p>สำหรับ <strong>THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025</strong> นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย</p>
<p>ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม <strong>Unlocking Growth </strong>​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ <strong>Innovate to Elevate</strong> (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), <strong>Differentiate to Stand out</strong> (แตกต่างเพื่อสร้างจุดเด่น) และ <strong>Optimise for Efficiency</strong> (เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุด) ซึ่งถือเป็นสามเสาหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Trend-Packag.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>โดยรายละเอียดแต่ละโซน มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; Innovate to Elevate</strong> ถ่ายทอดแนวทางของเต็ดตรา แพ้คในการร่วมมือกับลูกค้า​​พัฒนาผลิตภัณฑ์ ​ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคจนออกมาเป็นนวัตกรรมที่พร้อมออกสู่ตลาด</p>
<p>ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ถึงบทบาท​เครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญอย่าง <strong>Demand Space</strong> และ <strong>Trendipedia</strong> ที่สามารถช่วยเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นไอเดียของผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พร้อมนำไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโซลูชันด้านวัตถุดิบส่วนผสมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังอยู่ในเทรนด์ และบทบาทของศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ของเต็ดตรา แพ้คในการผลักดันไอเดียต่าง ๆ ให้กลายเป็นความจริง</p>
<p>ภายในโซนยังมี <strong>Tasting Bar </strong>​เปิดโอกาสให้​ได้สัมผัสและชิมสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค โดยเน้นที่ผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารเสริมทางโภชนาการ รวมไปถึงตัวอย่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ​หลากหลายประเภท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33842" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex5.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Differentiate to Stand out</strong> เน้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแบบปลอดเชื้อของเต็ดตรา แพ้ค ไม่ว่าจะเป็น<strong> Tetra Prisma® Aseptic</strong> ที่เหมาะสำหรับเครื่องดื่มแบบพรีเมียมที่เน้นพกพาสะดวก และ<strong> Tetra Recart®</strong> ที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเหมาะกับทุกช่องทางค้าปลีก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการเสนอกล่องบรรจุภัณฑ์และฝาที่ทำจากพืชและวัสดุชีวภาพที่ช่วยให้แบรนด์สามารถยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภค พร้อมตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป</p>
<p><strong>&#8211; Optimise for Efficiency</strong> จัดแสดงเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและโซลูชันระบบดิจิทัลของเต็ดตรา แพ้ค ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดในการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถติดตามผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างชาญฉลาดและยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานและของเสียจากกระบวนการผลิตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Unlock-Growth-in-FB-industry-with-Tetra-Pak-at-THAIFEX-Anuga-Asia-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 </strong></p>
<p><strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)<strong> </strong>จำกัด กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค มุ่งมั่นสร้างพันธมิตรระยะยาวในภูมิภาค ​จึงได้เดินหน้า​ลงทุนอย่างจริงจังในระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) ในกรุงเทพฯ และแผนในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ในระยอง ที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม ​2569  สะท้อน​เป้าหมายสำคัญของเต็ดตรา แพ้คในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาคเพื่อตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะครัวของโลก ได้อย่างภาคภูมิใจ</p>
<p><strong>พร้อมฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ</strong> ทั้งบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด รวมทั้งเริ่มมีการ Take Action เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เริ่มคาดหวังว่าแบรนด์หรือผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น และเป็นทางเลือก​​เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น ผ่านการสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำไปใช้งาน เพื่อสามารถตอบโจทย์เทรนด์ On The Go และ Hyper Convenience ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน ​และยังเป็นโอกาสในการเติบโตของบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค และประสิทธิภาพทางธุรกิจ  เพราะบรรจุภัณฑ์กระดาษได้ชื่อว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งแหล่งวัตถุดิบที่มาจากป่าปลูกไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ประกอบกับมีน้ำหนักเบา ทำให้ขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขนส่งได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มการเติบโตให้ทั้งเต็ดตรา แพ้ค เอง รวมทั้งการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้พันธมิตร ทั้งการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นรายแรกของตลาด หรือการเลือกดีไซน์กล่องขนาดเล็กสำหรับพกพาแบบมีฝาปิด เพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33845 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex3.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><em>“ภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคของเรากำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้ามาของเทรนด์ผลิตภัณฑ์ในหมวดกาแฟพร้อมดื่ม อาหารเสริมทางโภชนาการ และอาหารพร้อมทาน เรามองว่าการที่จะประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันนั้น ธุรกิจไม่ควรแค่ต้องตามเทรนด์ให้ทัน แต่ต้องคิดล้ำหน้าและพร้อมรับมือแบบเชิงรุก เต็ดตรา แพ้คได้นำความเชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคมาผสานกับโซลูชันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราตั้งแต่กระบวนการพัฒนาไอเดียไปจนถึงการพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด เราอยากเชิญชวนผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมหาคำตอบว่าโซลูชันของแต็ดตรา แพ้ค ที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต จะมาช่วยปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร”</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม นอกจากการทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุณภาพของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการบ่งบอกตัวตนหรือ Identify ให้​กับแบรนด์ต่างๆ แล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าเลือกหรือตัดสินใจซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ตลอดทั้ง Customer Journey ในทุกทัชพ้อยท์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตั้งแต่ <strong>Zero Moment of Truth​</strong> หรือตั้งแต่เริ่มได้เห็นโฆษณา หรือรู้ว่ามีผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในตลาด แม้ว่าจะยังไม่เคยได้สัมผัสสินค้าจริงเลยก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33844 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex2.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>จนกระทั่งการทำหน้าที่ดึงดูดและกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคที่หน้าเชลฟ์ ในระหว่างการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบสินค้าแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ หรือในช่วง First Moment of Truth ที่ความแตกต่างและการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มโอกาสเป็นตัวเลือกได้มากขึ้นเช่นกัน  ตามมาด้วย ในระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การใช้ ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องมีความ User Friendly ​ ทั้งใช้งานง่าย  ขนาดพอเหมาะ คุณภาพบรรจุภัณฑ์ที่ดี​ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่บรรจุภัณฑ์ต้องทำหน้าที่เพื่อให้ผู้บริโภคพึงพอใจใน Second Moment of Truth  ​และหากผู้บริโภคพึงพอใจทั้งต่อบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพ และรสชาติที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกที่จะซื้อซ้ำ และช่วยสร้างการเติบโตให้แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเต็ดตรา แพ้ค ​​สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งยัง​เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เพื่อขยายการใช้งานบรรจุภัณฑ์กระดาษไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย Category มากขึ้น เพื่อสามารถใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้ในวงกว้าง เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ ทั้งในยุโรป หรือในเอเชีย อย่างเกาหลี และญี่ปุ่น ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายประเภท​บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ​ และเชื่อว่า​ทิศทางของตลาดในประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปในลักษณะเดียวกัน โดยมี​เต็ดตรา แพ้ค เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตดังกล่าว&#8221;</em></p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค ยังให้ความสำคัญในการติดตามบรรจุภัณฑ์ที่ได้ทำการผลิต​ ให้สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และลดโอกาสการสร้างปริมาณ​ขยะที่หลุมฝังกลบ หรือ​เกิดตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือไหลสู่มหาสมุทร จนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจากหลากหลายโครงการ เพื่อร่วมส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้าง Positive Impact จากการดำเนินธุรกิจได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 May 2025 10:02:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[CIC  Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trens 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Innovation Centre]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Packa]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Product Development Centre]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลีย ลัสเชอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนศิริ ติลกสกุลชัย]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33771</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก  ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า (Customer Innovation Centre – CIC) ​​แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล คุณจูเลีย ลัสเชอร์ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก </strong></p>
<p><span id="more-33771"></span></p>
<p>ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​<strong>ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า</strong><strong> (Customer Innovation Centre – CIC) ​​</strong>แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจูเลีย ลัสเชอร์</strong> รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค จำกัด กล่าวว่า​ ศูนย์ <strong>CIC Bangkok</strong> เปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2568 ​มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อช่วยลูกค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำตลาดในกลุ่ม F&amp;B ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการหาโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจและอยากเข้ามาในธุรกิจ F&amp;B</p>
<p>โดย​ CIC Bangkok จะเข้ามาทำงานร่วมกับลูกค้า ผ่าน​บริการและโซลูชั่น​ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การร่วมวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา หรือ Painpoint ในธุรกิจ การเข้าใจเทรนด์​การตลาดและเทรนด์ผู้บริโภคเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ ทั้งการเลือกวัตถุดิบ การเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์​ หรือการให้ฟังกชันนัลที่ตอบโจทย์ตลาด ไปจนถึง​การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบหรือ​โปรโตไทป์ เพื่อทดสอบทั้งรสชาติ และเนื้อสัมผัส เพื่อต่อยอดไอเดีย​มาสู่ผลิตภัณฑ์ก่อนจะตัดสินใจทำตลาดในอนาคตต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-02-Category-Immersion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ​ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังมีแผนขยาย <strong>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์  (Product Development Centre &#8211; PDC)</strong> ​ในประเทศไทย ที่จังหวัดระยองเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือเป็น PDC แห่งที่ 13 ​ของโลก เพื่อรองรับการต่อยอดไอเดียจาก CIC ที่ได้ผลิตภัณฑ์โปรโตไทป์ในเบื้องต้นมาแล้ว มาทดลองผลิตในสเกลที่ไม่ใหญ่มาก ให้สามารถจับต้องผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น​ ​ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์​ และเลือกใช้เทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสมกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม​​ เพื่อสร้างความแม่นยำในการพัฒนาสินค้าใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะขยายไอเดียสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไป</p>
<p><em>&#8220;แนวคิดริเริ่มเหล่านี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเต็ดตรา แพ้ค ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการช่วยให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ก้าวข้ามความท้าทายของตลาดที่ซับซ้อนด้วยความมั่นใจและสร้างสรรค์ ​โดยสามารถรองรับการ​ทำงานร่วมกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดและครบวงจร  รวมทั้งให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Global Company หรือลูกค้ารายใหญ่ ที่มีฐานตลาดในหลายประเทศ และต้องการขยายตลาดเข้ามาในไทยหรือในภูมิภาคใกล้เคียง รวมทั้งกลุ่ม Local Company ที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มธุรกิจรายย่อย หรือ Startup ต่างๆ ที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ก็สามารถมาปรึกษากับทางเต็ดตรา แพ้ค และทาง CIC Bangkok ได้เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/5E1C194A-963B-417F-8B91-20B4674482B6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางนวัตกรรม F&amp;B ครบวงจร </strong></p>
<p>ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังฉายเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ผ่าน​รายงาน <a href="https://www.tetrapak.com/insights/trendipedia" target="_blank" rel="noopener">Trendipedia &#8211; Consumer Trends 2025</a> ​ โดยพบว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น เน้นเรื่องสุขภาพ และมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างแท้จริง ให้ความสำคัญกับตัวเลือกใหม่ ๆ ที่สะดวกและยั่งยืน อีกทั้งยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้น โดย 85% ของผู้บริโภคไทย มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และน่าตื่นเต้น เทรนด์นี้ผลักดันให้แบรนด์ต่าง ๆ ผสมผสานประสบการณ์ด้านดิจิทัลเข้ากับองค์ประกอบทางประสาทสัมผัสที่หลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่การมีส่วนร่วมครั้งแรกไปจนถึงหลังการบริโภค</p>
<p><strong>คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ CIC Bangkok ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของตลาดในประเทศไทย ​เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการช่วยให้บริษัทอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยและภูมิภาคสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ พร้อมผลักดันประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารโลก ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-05-Prototyping.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ศูนย์ CIC Bangkok​ จะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและร่นระยะเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด​ เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมอาหารผ่านศูนย์ CIC ด้วย กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่รวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทยสามารถผสานแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกในเข้ากับโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เพื่อเร่งการเติบโตและพัฒนานวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ​​โดยได้ออกแบบกระบวนการให้บริการแบบครบวงจร 5 ขั้นตอน ที่ครอบคลุมการพัฒนา ทดสอบ และปรับแต่งผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ตรงจุด (</strong><strong>Insight Discovery)</strong><strong>: </strong>มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจความซับซ้อนของตลาดและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค</p>
<p><strong>&#8211; โปรแกรมเฉพาะเจาะลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาแรง (</strong><strong>Category Immersion)</strong><strong>: </strong>วิเคราะห์แนวโน้มระดับโลกและโอกาสทางการตลาดเพื่อพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจที่เหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ห้องแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ (</strong><strong>Innovation Showcase)</strong><strong>: </strong>นำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6A71AD92-22B9-47B2-9751-633AD0633B76.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; พื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย (</strong><strong>Co-creation Space)</strong><strong>: </strong>พื้นที่สำหรับการค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถคิดค้นและปรับปรุงไอเดียให้ตอบโจทย์ตลาด</p>
<p><strong>&#8211; ห้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (</strong><strong>Prototyping): </strong>เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับฟีดแบ็กและพัฒนาต่อก่อนออกสู่ตลาดจริง</p>
<p>เห็นได้ว่า การจัดตั้งศูนย์ CIC แห่งใหม่ในประเทศไทยสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของประเทศในฐานะผู้ส่งออกอาหารชั้นนำของโลก พร้อมศักยภาพที่โดดเด่นในการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก ศูนย์ CIC Bangkok จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถเร่งการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบสนองต่อเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33780 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market" target="_blank" rel="noopener">https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market</a>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jan 2025 09:55:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI – Bytes to Bites]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Global Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Health – Precision Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Innova Market Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Insights]]></category>
		<category><![CDATA[Ms. Lu Ann Williams]]></category>
		<category><![CDATA[raw material quality]]></category>
		<category><![CDATA[Trends]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ 2025]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โภชนาการเฉพาะบุคคล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31151</guid>

					<description><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากหลากหลาย​ปัจจัย ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ผู้บริโภคยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าแค่การอิ่มท้อง ​แต่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ความต้องการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดเทรนด์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามอง Innova Market Insights หนึ่งในผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามองสำหรับปี 2025 ดังนี้ 1.​ คุณภาพของวัตถุดิบ : A new chapter in raw material quality  (Ingredients and Beyond) คุณภาพของวัตถุดิบกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคยุคใหม่ Ms. Lu Ann Williams ผู้อำนวยการ Global Insights ของ Innova Market Insights เผยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสด คุณค่าทางโภชนาการ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และแหล่งที่มาของส่วนผสมเป็นอย่างมาก ในอดีต ตลาดอาหารและเครื่องดื่มมักเน้นที่ปริมาณและราคา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการ​ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคู่แข่ง ​ส่งผลให้แบรนด์ต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับ​ความตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อ​สุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/">10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากหลากหลาย​ปัจจัย ทั้งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก</p>
<p><span id="more-31151"></span></p>
<p>ผู้บริโภคยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มมากกว่าแค่การอิ่มท้อง ​แต่มีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และผลิตขึ้นอย่างยั่งยืน ความต้องการเหล่านี้ส่งผลให้เกิดเทรนด์ใหม่ ๆ ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามอง</p>
<p><strong>Innova Market Insights</strong> หนึ่งในผู้นำด้านการวิจัยตลาดอาหารและเครื่องดื่มระดับโลก ได้ทำการศึกษาและคาดการณ์เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่น่าจับตามองสำหรับปี 2025 ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2439062273.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1.​ คุณภาพของวัตถุดิบ : </strong><strong>A new chapter in raw material quality  (Ingredients and Beyond)</strong></p>
<p>คุณภาพของวัตถุดิบกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออาหารและเครื่องดื่มของผู้บริโภคยุคใหม่ <strong>Ms. Lu Ann Williams</strong> ผู้อำนวยการ Global Insights ของ Innova Market Insights เผยข้อมูลจากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความสด คุณค่าทางโภชนาการ ประโยชน์ต่อสุขภาพ และแหล่งที่มาของส่วนผสมเป็นอย่างมาก</p>
<p>ในอดีต ตลาดอาหารและเครื่องดื่มมักเน้นที่ปริมาณและราคา แต่ปัจจุบันผู้บริโภคต้องการ​ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากคู่แข่ง ​ส่งผลให้แบรนด์ต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องกับ​ความตระหนักของผู้บริโภคที่มีต่อ​สุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น เนื่องจาก​ผู้คนต้องการทราบที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่บริโภคเข้าไปนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การคัดสรรวัตถุดิบ ยังช่วยธุรกิจในการ​​สร้างความแตกต่างและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ผู้บริโภคที่พอใจกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์จะกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ​ ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31155 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_1959865639.jpg" alt="" width="1200" height="776" /></p>
<p><strong>2.​ โภชนาการเฉพาะบุคคล :  </strong><strong>Health – Precision Wellness</strong></p>
<p>เทรนด์ <strong>Precision Health</strong> หรือ <strong>โภชนาการเฉพาะบุคคล</strong> กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ​ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับการปรับอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของตนเองมากขึ้น โดยพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และมากกว่าครึ่งวางแผนการบริโภคอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตนเอง</p>
<p>Innova ระบุว่า โปรแกรมโภชนาการส่วนบุคคล มีประสิทธิภาพอย่างมากในการช่วยให้ผู้บริโภคบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมน้ำหนัก การปรับปรุงสุขภาพ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยการปรับอาหารให้เหมาะสมกับช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการด้านสุขภาพที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล โดยหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การควบคุมน้ำหนัก ผู้บริโภคจึงหันมาใส่ใจในการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร และการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการควบคุมน้ำหนัก</p>
<p><strong>3. เพิ่มความน่าสนใจให้อาหารด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรม : </strong><strong>Wildly Inventive</strong></p>
<p>ยุคที่ผู้บริโภคมีความ​หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารให้โดดเด่นและน่าสนใจ โดย​ผู้บริโภค​​ 43% กำลังมองหา <strong>&#8216;นวัตกรรมสุดล้ำ&#8217;</strong> ที่สร้าง​ประสบการณ์​น่าตื่นเต้น ​​ผู้บริโภคยุคใหม่มีความกระตือรือร้นที่จะลองรสชาติใหม่ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานรสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจ กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม​ และเกิดความร่วมมือกันระหว่างแบรนด์ต่างๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ด ​การสร้างสรรค์เมนูอาหารฟิวชัน  ​ โดยผู้บริโภคกว่าครึ่งหนึ่งทั่วโลกเปิดใจที่จะลองรสชาติใหม่ ๆ และ​​​ 37% ติดตามเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มผ่านโซเชียลมีเดีย รวมทั้งการแข่งขันที่สูงของตลาด​ทำให้แบรนด์​ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค การสร้างองค์ประกอบให้ &#8216;ว้าว&#8217;  ไม่เหมือนใคร จะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานและน่าจดจำให้ ผู้บริโภค และทำให้แบรนด์โดดเด่นเหนือคู่แข่งได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31156 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_offset_2430799339.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. การดูแลสุขภาพของลำไส้ : </strong><strong>Gut Health – Flourish from Within</strong></p>
<p>หลังการระบาดใหญ่ทั่วโลก ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ​​สุขภาพของลำไส้ ​​เป็นหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และ <strong>&#8216;การฟื้นฟูลำไส้&#8217; ​</strong>เป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารที่สำคัญ มีความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการดูแลระบบย่อยอาหารให้แข็งแรง ไฟเบอร์และโปรไบโอติกส์ คือสองส่วนผสมหลักที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้ โดยพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาบริโภคอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและโปรไบโอติกส์ เพื่อปรับปรุงสุขภาพลำไส้และสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ​<strong> ไมโครไบโอม</strong> ​ขณะที่​ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติดูแลสุขภาพของระบบย่อยอาหารมีอัตราการเติบโตสูงถึง 8% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ประเภทนี้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>5. ตลาดผลิตภัณฑ์จากพืช  : </strong><strong>Plant-based – Rethinking Plants</strong></p>
<p><strong>ตลาดผลิตภัณฑ์จากพืช (plant-based)</strong> กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ​มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 23% ​ ​พัฒนาการในตลาดมุ่งเน้นไปที่การพัฒนารสชาติและเนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ​รวมทั้งการ​ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิต​ที่ม่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพของผู้บริโภค​ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_743001070.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​6. การปรับตัวต่อวิกฤตสภาพอากาศ : </strong><strong>Sustainability – Climate Adaption</strong></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ​ราคาอาหารและความไม่แน่นอนของผลผลิต กลายเป็นความกังวลของผู้บริโภคกว่าครึ่งหนึ่งของโลก เกิดเป็นแนวคิด &#8216;<strong>Climate Resilience</strong>&#8216; หรือ <strong>&#8216;ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศ&#8217;</strong> ​​​ โดยเฉพาะ​​​การพัฒนาทางเลือกที่ยืดหยุ่นและทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น เช่น การค้นหาวัตถุดิบทางเลือกสำหรับพืชผลที่ไวต่อสภาพอากาศ เช่น โกโก้ กาแฟ และน้ำมันมะกอก นอกจากนี้ ความท้าทายด้านสภาพอากาศยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้อุตสาหกรรมอาหารได้พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น<strong>​</strong></p>
<p><strong>7. อาหารเพื่อความงาม : </strong><strong>Beauty Food – Taste the Glow</strong></p>
<p>อุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่เติบโต​ต่อเนื่อง ส่งผลมาสู่แนวคิด <strong>&#8216;อาหารเพื่อความงาม</strong>&#8216; เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลความงามจากภายในสู่ภายนอก โดย​​ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสรรพคุณด้านความงาม​เติบโตสูงถึง 11%  ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์และภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก จึงสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเสริมความงาม เช่น คอลลาเจน วิตามิน โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนขึ้นไป ที่ต้องการฟื้นฟูผิวและชะลอวัย  โดยพบว่า 1 ใน 5 ของผู้บริโภคทั่วโลก เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงรูปลักษณ์หรือความงาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของตลาด &#8216;อาหารบำรุงความงาม&#8217; โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผิวหน้า ผม และผิวกาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31158 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2318674959.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>8. การรักษามรดกและวัฒนธรรมทางรสชาติ​ : </strong><strong>Food Culture – Tradition Reinvented</strong></p>
<p>เทรนด์<strong> Food Inherits New Life</strong> สะท้อน​​ความสนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และภาคภูมิใจในมรดกทางอาหารของตนเอง ​​ทั้งสูตรอาหารโบราณ รสชาติท้องถิ่น หรือวัตถุดิบดั้งเดิม โดยพบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 65% ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นมากขึ้น ​และ​ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม​ ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสม เครื่องปรุงรส หรือแม้แต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สะท้อน​ว่า ผู้บริโภคมองหาประสบการณ์ในการบริโภคอาหารที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และในอนาคต​​ อาจได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารที่​นำเสนอสูตรอาหารแบบดั้งเดิมและคลาสสิกผสมผสานกับนวัตกรรมใหม่ๆ ​เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการทั้งรสชาติที่คุ้นเคยและประสบการณ์ใหม่มากขึ้น</p>
<p><strong>​</strong><strong>9. อาหารที่เชื่อมโยงกับสุขภาพจิต : </strong><strong>Mood Food – Mindful Choices</strong></p>
<p>ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตมากขึ้นถึง 36% โดยมองหาอาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยควบคุมอารมณ์และส่งเสริมการนอนหลับ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนี้ โดยพบว่า วิตามิน B6, B9, B12 เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญที่ได้รับความสนใจสูงสุดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต แสดงให้เห็นว่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจิตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างโอกาส​พัฒนา​ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างในตลาดได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31159 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/shutterstock_2445624573.jpg" alt="" width="1200" height="633" /></p>
<p><strong>10.​ การเข้ามามีบทบาทในอาหารของ AI : AI – Bytes to Bites</strong></p>
<p>เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมอาหารอย่างรวดเร็ว  โดยพบการแทรกซึมของ AI ​​ในทุกขั้นตอน​การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบฉลาก ไปจนถึงการเลือกวัตถุดิบและการควบคุมคุณภาพ ซึ่งบริษัทต่างๆ ทั่วโลกต่าง​นำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพ รสชาติ หรือแม้แต่ความยั่งยืน และในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายและตอบโจทย์เฉพาะบุคคลมากขึ้น จากการใช้ AI ​วิเคราะห์​และพัฒนาสูตรอาหารที่ปรับแต่ง​ตามความต้องการของแต่ละคน​ นอกจากนี้ AI ยังมีความสามารถใน​​การค้นพบส่วนผสมใหม่ๆ และวิธีการผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มีความยั่งยืนมากขึ้นได้อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ข้อมูล : สํานักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ </strong><strong>ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต (Fi Europe, Innova Market Insights) </strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Photo Credit : </strong> รูปภาพ/วิดีโอจาก Number 24 x Shutterstock Thailand พาร์ทเนอร์ชัตเตอร์สต็อกอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย <span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="0" role="link" href="http://www.number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">www.number24.co.th</a></span> (<span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="-1" role="link" href="https://number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://number24.co.th/</a></span>)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/innova-market-insights-point-10-trends-food-and-beverage-in-2025/">10 เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มโลกปี 2025 ​ เมื่อโลกแห่ง F&#038;B ต้องขับเคลื่อนตามผู้บริโภค เทคโนโลยี และความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2024 11:50:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Caring]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[FarmZaa]]></category>
		<category><![CDATA[Fulfilling]]></category>
		<category><![CDATA[Growing]]></category>
		<category><![CDATA[House of Great Brands]]></category>
		<category><![CDATA[Low-Carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Milestones]]></category>
		<category><![CDATA[Product Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Red Bull]]></category>
		<category><![CDATA[Red Bull Skate Park]]></category>
		<category><![CDATA[Sponsor]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TCP Sustainability Forum 2024]]></category>
		<category><![CDATA[tcp โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Water Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Water Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังธุรกิจเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลังแบรนด์สินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มซ่า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สปอนเซอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เรดบูล โซดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31013</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง​ สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ภายใต้​​เป้าหมาย “ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า” ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ปลุกพลังแบรนด์สินค้า (Fulfilling) ปลุกพลังธุรกิจเติบโต (Growing) และ ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม (Caring) พร้อม​ร่วมมือพันธมิตร​หลายภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านธุรกิจ​ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้​สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) ของเอเชีย คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลอด​ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถสร้าง​ Milestones ที่สำคัญได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็​นมิติของการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยการเข้าไปมีบทบาทใน​อุตสาหกรรม F&#38;B ในตลาดโลก ​ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  พร้อม​ปั้นแบรนด์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรุกตลาดทั้ง​ในและต่างประเทศ​​ พร้อมทั้งการขับเคลื่อน Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืนทุกมิติรอบด้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/">กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง​ สำหรับกลุ่มธุรกิจ TCP ภายใต้​​เป้าหมาย <strong>“</strong><strong>ปลุกพลัง เพื่อวันที่ดีกว่า</strong><strong>” </strong>ผ่านการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ <strong>ปลุกพลังแบรนด์สินค้า</strong> (Fulfilling) <strong>ปลุกพลังธุรกิจเติบโต</strong> (Growing) และ <strong>ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม</strong> (Caring) พร้อม​ร่วมมือพันธมิตร​หลายภาคส่วน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งด้านธุรกิจ​ ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้​สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ของเอเชีย</p>
<p><span id="more-31013"></span></p>
<p><strong>คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า ตลอด​ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถสร้าง​ Milestones ที่สำคัญได้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็​นมิติของการขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วยการเข้าไปมีบทบาทใน​อุตสาหกรรม F&amp;B ในตลาดโลก ​ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  พร้อม​ปั้นแบรนด์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อรุกตลาดทั้ง​ในและต่างประเทศ​​ พร้อมทั้งการขับเคลื่อน Positive Impact ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม เพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างยั่งยืนทุกมิติรอบด้าน</p>
<p><em>“ปี​​ </em><em>2567</em><em> กลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์คุณภาพ หลากหลายแบรนด์ พร้อม​จัดกิจกรรมร่วมกับผู้บริโภค ​เพื่อสร้างความคึกคักให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง ​สะท้อน​ประสิทธิภาพการวางกลยุทธ์ธุรกิ​จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การขยายตลาดสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ และการสร้างแบรนด์ที่สอดคล้องเทรนด์โลก รวมถึงลงทุนในโครงการที่เน้นความยั่งยืนอย่างรอบด้านทั้ง​เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคมต่อเนื่อง แสดงถึงศักยภาพอันโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>ในฐานะองค์กรไทยที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจ และขยับขึ้นไป​​แข่งขันเวทีระดับนานาชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”​</em></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อน​ ​3 กลยุทธ์หลัก ​​ในปีที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจ TCP สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญได้ในแต่ละกลยุทธ์ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>ปลุกพลังแบรนด์สินค้า (</strong><strong>Fulfilling</strong><strong>) </strong></p>
<p>ตอกย้ำความเป็น <strong>House of Great Brands</strong> ผ่านการสร้างผลิตภัณฑ์นวัตดรรมและปั้นแบรนด์ระดับโลกใหม่ๆ เพื่อตอบ<strong>​</strong>โจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย</p>
<p>&#8211; <strong>เรดบูล โซดา</strong> รสชาติใหม่ ‘<strong>บลูเบอร์รี แบล็กเคอร์แรนต์</strong>’ ร่วมพัฒนากับทีมเบคอนไทม์ Pro Player ROV ​​อีสปอร์ต จนได้รสชาติที่ใช่ของเกมเมอร์ เติมเอเนอร์จี้และตอบสนองไลฟ์สไตล์​คนรุ่นใหม่ ปลุกพลังสร้างการเติบโตของเรดบูลในตลาดพรีเมียม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Product.jpg" alt="" width="1200" height="473" /></p>
<p>&#8211; เปิดตัว ‘<strong>สปอนเซอร์ ไอโซโทนิก</strong><strong>’</strong> ​ครั้งแรกของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม​ประเทศไทย กับเครื่องดื่มเกลือแร่สูตรหวานน้อย คืนความสดชื่นได้ไว ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำ เกลือแร่ และสารอาหารอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์เทรนด์ Health &amp; Wellness เพื่อเจาะตลาดสปอร์ตดริงก์มูลค่า 5,400 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; สปอนเซอร์ สร้างประวัติศาสตร์แบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ ลีก 2024 (VNL) รอบชิงชนะเลิศ ครั้งแรกในประเทศ ถือเป็นการเชื่อมโยงแบรนด์​สปอนเซอร์เข้ากับ​ผู้บริโภค​ในกลุ่มผู้ชมกีฬาทั่วโลกที่ได้เห็นแบรนด์ในช่วงที่มีการแข่งขัน​ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ภายใต้ความร่วมมือกับ Volleyball World</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Sport.png" alt="" width="1200" height="339" /></p>
<p>&#8211; ฟาร์มซ่า (FarmZaa) น้ำมะปี๊ดโซดา จับมือ เซเว่น อีเลฟเว่น ยกระดับ ‘มะปี๊ด’ จากสวนสู่ ‘ฟาร์มซ่า’ พร้อมแคมเปญ <strong>FarmZaa </strong><strong>ปันน้ำใจสู่เกษตรกรไทย</strong>  ซื้อฟาร์มซ่าทุก 1 กระป๋อง ที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ ฟาร์มซ่าร่วมบริจาค 1 บาท สมทบให้มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติเพื่อสนับสนุนเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังจัดเปิดตัวสนามไฮไลต์ของปีอย่าง <strong>Red Bull Skate Park</strong> ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พัฒนาสนามกีฬาในศูนย์กีฬาเบญจกิติให้เป็น <strong>‘</strong><strong>สเกตพาร์กสาธารณะในร่มแนวสตรีทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย</strong><strong>’</strong> ร่วมสร้างแลนด์มาร์กใหม่ มาร่วมปลุกกระแสการเล่นกีฬาสเกตบอร์ด สร้างแรงบันดาลใจให้​คนรุ่นใหม่ไลฟ์สไตล์แอ็กทิฟ พร้อมส่งเสริมสุขภาพที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Extreme-Sport.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p><strong>ปลุกพลังธุรกิจเติบโต</strong> (Growing)</p>
<p>การ​เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านความร่วมมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในหลากหลายภูมิภาค พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์​สู่ผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรม F&amp;B ระดับนานาชาติ</p>
<p>&#8211; การรุกตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง โดยโฟกัส​ตลาดจีน ซึ่งมีมูลค่าตลาดเครื่องดื่มให้พลังงานสูงถึง 3 แสนล้านบาท และเตรียมเดินสาย​​ผลิต​โรงงานแห่งที่ 3 คือ โรงงานกว่างซี ใน​ต้นปี 2568 ผ่านงบลงทุน​ 6,500 ล้านบาท</p>
<p>&#8211; ร่วมโชว์ศักยภาพของแบรนด์หลักอย่าง สปอนเซอร์ เรดดี้ และวอริเออร์ ​ในงาน <strong>THAIFEX – ANUGA ASIA 2024</strong> พร้อมรุกตลาดใหม่ในแอฟริกา อินเดีย และตะวันออกกลาง เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ในตลาดต่างประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Fulfillment.jpg" alt="" width="1200" height="408" /></p>
<p><strong>ปลุกพลังห่วงใยสิ่งแวดล้อม</strong> (Caring)</p>
<p>การขับเคลื่อนแผน​บริหารจัดการน้ำร่วมกับพันธมิตรเพื่อบรรลุเป้าหมาย <strong>Net Water Positive</strong> หรือ การใช้น้ำสุทธิเป็นบวก โดยคืนน้ำกลับสู่ธรรมชาติและชุมชนให้มากกว่าที่ใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้ง​​​ความคืบหน้าจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผ่าน​ 4 ​มิติชี้วัด ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1</strong><strong>. </strong><strong>Product Excellence</strong>: ปี 2567 เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพทั้งการปรับปรุงสูตร และพัฒนาสูตรใหม่ รวม​ 13 SKUs หรือ ​92% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด จาก​เป้าหมาย 80% ในปี 2569</p>
<p><strong>2. Circular Economy</strong>: ในมิติการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อบรรลุเป้าหมาย​พัฒนาให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด​สามารถรีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2567 พร้อม​นำร่องการใช้ขวด rPET ในผลิตภัณฑ์แมนซั่ม คอลลาเจน สูตรน้ำตาลน้อย ครั้งแรกของฟังก์ชันนัลดริงก์ไทย ช่วยลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin Plastic PET)</p>
<p><strong>3. Low Carbon Economy</strong>: การร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยปัจจุบันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% และใช้พลังงานหมุนเวียนกว่า 80% โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593</p>
<p><strong>4. Water Sustainability :</strong> การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยสามารถลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตลงได้ 24% จากฐานปี 2562 และสามารถคืนน้ำ​สู่ธรรมชาติและชุมชนภายใต้โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทยได้มากกว่า 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบัน​สามารถคืนน้ำกลับให้ชุมชนสะสมได้มากกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ​ทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP บรรลุเป้าหมาย Net Water Positive ก่อนเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2573</p>
<p><strong> </strong><strong>ผนึกพันธมิตร ขับเคลื่อนความยั่งยืน</strong></p>
<p>ตลอดทั้งปี 2567 กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้​ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืน​ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ในหลากหลายโครงการ โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; จัดงานประชุมด้านความยั่งยืน <strong>TCP Sustainability Forum 2024</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในธีม “<strong>Water Resilience in a Changing Climate</strong>” ผนึกพันธมิตรกระตุ้นภาคธุรกิจไทยให้ยืดหยุ่นและปรับตัวเร็ว รับความท้าทายด้าน ‘ทรัพยากรน้ำ’ เพื่ออนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TCPBusinessHighlights2024_9.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>&#8211; โครงการ <strong>TCP </strong><strong>โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย</strong> ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มธุรกิจ TCP ภาครัฐ ภาคสังคม และชุมชน พร้อมทั้งได้รับรางวัลระดับภูมิภาคเอเชีย <strong>‘Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) </strong><strong>สาขา </strong><strong>Social Empowerment’ </strong>และ รางวัลระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ‘<strong>Steward Leadership 25</strong><strong> ประจำปี </strong><strong>2567’</strong> โดยกลุ่มธุรกิจ TCP เป็นบริษัทไทยบริษัทเดียวที่ได้รับรางวัลดังกล่าวนี้</p>
<p>&#8211; แคมเปญใหญ่ <strong>WEnergy for the world</strong> ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรม ตั้งแต่ภาพยนตร์โฆษณารักษ์โลกจากรียูสฟุตเทจ ไม่มีการออกกองถ่ายทำ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่อด้วยงานวิ่งรักษ์โลก <strong>TCP WEnergy re.run 2024</strong> ภายใต้คอนเซปต์ 3R ที่ให้ทุกคนมาร่วม reduce – reuse – recycle ในงานมุ่งสู่ zero waste ส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีพร้อมร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ร่วมกับพันธมิตรอย่างเครือแก้วกรุงไทย และ บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด (TBC) และกิจกรรมลุ้น<strong>โชค </strong><strong>‘</strong><strong>ดื่มฟรีตลอดปี รีไซเคิลตลอดไป เพียง ดื่ม-แยก-ลุ้น</strong><strong>’</strong>  ร่วมกับบิ๊กซี ตั้งจุดรับบรรจุภัณฑ์ และเครือแก้วกรุงไทย เพื่อนำไปรีไซเคิลต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/WEnergy07.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>&#8211; รับโล่เกียรติคุณองค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ประจำปี 2567 (Climate Action Leading Organization: CALO) ระดับยอดเยี่ยม จากการประเมินโดยคณะกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN)</p>
<p>&#8211; รับรางวัลชนะเลิศประเภทอาคารสำนักงานโรงงาน องค์กรต้นแบบจัดการขยะครบวงจร ในโครงการคัดแยกขยะครบวงจรระดับ 50 เขต ประจำปี 2567 ของกรุงเทพมหานคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/TCPBusinessHighlights2024_10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด ในเดือนพฤศจิกายน 2567 กลุ่มธุรกิจ TCP ยังได้ร่วมพิธีเปิด <strong>‘</strong><strong>พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ</strong><strong>’</strong> ชุมชนบ้านแม่ขมิง อำเภอวังชิ้น และ ชุมชนบ้านห้วยขึม อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทย เพื่อยกระดับสู่​แหล่งเรียนรู้สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนอย่างยั่งยืนให้ชุมชนที่สนใจ พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการโอบอุ้มลุ่มน้ำไทย กับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ (อพ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) เพื่อสานต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระยะที่ 2</p>
<p><em>“</em><em>การเติบโตอย่างยั่งยืนต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ </em><em>TCP </em><em>ไม่เพียงการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ยังมุ่งสู่การเป็นแรงผลักดันในการสร้างโลกที่ดีขึ้น เราจะเดินหน้า </em><em>‘</em><em>ปลุกพลัง</em><em>’ </em><em>เพื่อวันที่ดีกว่า สำหรับผู้บริโภค สังคม และโลกใบนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป</em><em>”</em>  คุณสราวุฒิ กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/tcp-group-annouce-milestones-2024/">กลุ่มธุรกิจ TCP รวบรวม Milestones สำคัญ ประจำปี 2567​ ขับเคลื่อน​ทั้งธุรกิจ พร้อมดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสู่การเป็น​​ผู้นำ F&#038;B แห่งเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน รับรางวัลอันทรงเกียรติ &#8220;บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2024 ภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&#8221;    </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/quality-persons-of-the-year-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Nov 2024 09:10:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[กำธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ณธร ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ณิสดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลคุณภาพแห่งปี 2024]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ภัทรา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[มสวท.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29971</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) รับรางวัลเชิดชูเกียรติในงานพิธีประกาศเกียรติคุณ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2024 (QUALITY PERSONS OF THE YEAR 2024) โดยได้รับการยกย่อง และเชิดชูเกียรติเป็น &#8220;บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2024 ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&#8221;  รางวัลนี้มอบให้เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ ซึ่งนับเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรค่าต่อการส่งเสริมเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ โดยได้รับเกียรติจาก  ฯพณฯ พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ประธานในพิธีเป็นผู้มอบ จัดโดย มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) โดยมี คุณภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ คุณกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต พร้อมด้วย คุณณิสดา ศิลาอ่อน และคุณณธร ศิลาอ่อน ร่วมแสดงความยินดี ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/quality-persons-of-the-year-2024/">คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน รับรางวัลอันทรงเกียรติ &#8220;บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2024 ภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&#8221;    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณมณีสุดา</strong><strong> </strong><strong>ศิลาอ่อน</strong><strong> </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท</strong><strong> </strong><strong>เอส</strong><strong> </strong><strong>แอนด์</strong><strong> </strong><strong>พี</strong><strong> </strong><strong>ซินดิเคท</strong><strong> </strong><strong>จำกัด</strong><strong> </strong><strong>(มหาชน)</strong> รับรางวัลเชิดชูเกียรติในงานพิธีประกาศเกียรติคุณ <strong>“</strong><strong>บุคคลคุณภาพแห่งปี </strong><strong>2024 </strong><strong>(</strong><strong>QUALITY PERSONS OF THE YEAR 2024</strong><strong>)</strong> โดยได้รับการยกย่อง และเชิดชูเกียรติเป็น <strong>&#8220;บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี</strong><strong> 2024 </strong><strong>ในภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&#8221;</strong><strong> </strong></p>
<p><span id="more-29971"></span></p>
<p>รางวัลนี้มอบให้เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ ซึ่งนับเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรค่าต่อการส่งเสริมเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ โดยได้รับเกียรติจาก<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29974 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SP3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฯพณฯ</strong><strong> </strong><strong>พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง</strong><strong> </strong><strong>องคมนตรี</strong> ประธานในพิธีเป็นผู้มอบ จัดโดย <strong>มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย</strong><strong> </strong><strong>(มสวท.)</strong> โดยมี <strong>คุณภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ</strong> <strong>คุณกำธร ศิลาอ่อน </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการผลิต </strong>พร้อมด้วย<strong> คุณณิสดา ศิลาอ่อน และคุณณธร ศิลาอ่อน</strong> ร่วมแสดงความยินดี ณ ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29973 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/SP2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/quality-persons-of-the-year-2024/">คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน รับรางวัลอันทรงเกียรติ &#8220;บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2024 ภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม&#8221;    </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทยชี้เทคโนโลยี AI ช่วยลด Food Loss ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/krungthai-compass-points-ai-key-enabler-reduce-food-loss/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jun 2024 21:29:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Key enabler]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Nationally Determined Contribution]]></category>
		<category><![CDATA[NDC]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[สุคนธ์ทิพย์ ชัยสายัณห์]]></category>
		<category><![CDATA[อังคณา สิทธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26901</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้เทคโนโลยี AI จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยประเมินว่า หากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ทั้งอุตสาหกรรมจะช่วยลด Food Loss กว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี คาดการลงทุนเทคโนโลยี AI ในแต่ละประเภทจะทำให้มี ROI อยู่ที่ราว 20-30% โดยมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 5 ปี แนะภาครัฐและภาคเอกชนผสานความร่วมมือเร่งสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ดร.พชรพจน์ นันทรามาศผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นภาคธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2566 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 15.3 พันล้านตัน CO2e หรือราว 26% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก โดยหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ คือ การสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) รวมกันมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณอาหารที่ผลิตในโลก ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 4.5 พันล้านตัน CO2e หรือราว 6-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก จึงทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องหาแนวทางลดการสูญเสียอาหาร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติในการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั่วโลกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้เหลือเพียง 50% ภายในปี 2573 “ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารมากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อีกทั้งไทยยังเผชิญปัญหาการสูญเสียอาหารตั้งแต่หลังกระบวนการเก็บเกี่ยวจนก่อนถึงมือผู้บริโภคราว 17% ของปริมาณอาหารที่ผลิต คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่อย่างเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้มีความยั่งยืนมากขึ้น” คุณสุคนธ์ทิพย์ ชัยสายัณห์ นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากจะช่วยลด Food Loss แล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร และลดความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้า รวมถึงแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม Nationally Determined Contribution (NDC) “เทคโนโลยี AI จะเป็น Key enabler ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยสามารถลด Food Loss และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เช่น การใช้เครื่องคัดแยกผักและผลไม้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI การใช้เครื่องตัดแต่งเนื้อสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง และการใช้ระบบการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ โดยหากประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/krungthai-compass-points-ai-key-enabler-reduce-food-loss/">กรุงไทยชี้เทคโนโลยี AI ช่วยลด Food Loss ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้เทคโนโลยี AI จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-26901"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">โดยประเมินว่า หากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ทั้งอุตสาหกรรมจะช่วยลด Food Loss กว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี คาดการลงทุนเทคโนโลยี AI ในแต่ละประเภทจะทำให้มี ROI อยู่ที่ราว 20-30% โดยมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 5 ปี แนะภาครัฐและภาคเอกชนผสานความร่วมมือเร่งสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นภาคธุรกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2566 อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มทั่วโลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 15.3 พันล้านตัน CO<sub>2</sub>e หรือราว 26% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก โดยหนึ่งในปัญหาที่สำคัญ คือ การสูญเสียอาหาร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) รวมกันมากถึง 1 ใน 3 ของปริมาณอาหารที่ผลิตในโลก ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 4.5 พันล้านตัน CO<sub>2</sub>e หรือราว 6-10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของโลก จึงทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มต้องหาแนวทางลดการสูญเสียอาหาร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติในการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารทั่วโลกตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานให้เหลือเพียง 50% ภายในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/FB-EMISSION-1.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p style="font-weight: 400;">“ปัจจุบันไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารมากเป็นอันดับที่ 12 ของโลก อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อีกทั้งไทยยังเผชิญปัญหาการสูญเสียอาหารตั้งแต่หลังกระบวนการเก็บเกี่ยวจนก่อนถึงมือผู้บริโภคราว 17% ของปริมาณอาหารที่ผลิต คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ไทยจำเป็นต้องมีการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่อย่างเทคโนโลยี AI เพื่อยกระดับการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยให้มีความยั่งยืนมากขึ้น”</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณสุคนธ์ทิพย์ ชัยสายัณห์</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวว่า การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากจะช่วยลด Food Loss แล้ว ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร และลดความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ที่เข้มงวดของประเทศคู่ค้า รวมถึงแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิต อีกทั้งยังช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตาม Nationally Determined Contribution (NDC)</p>
<p style="font-weight: 400;"><em>“เทคโนโลยี AI จะเป็น Key enabler ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยสามารถลด Food Loss และยกระดับประสิทธิภาพการผลิต<strong> </strong>เช่น การใช้เครื่องคัดแยกผักและผลไม้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI การใช้เครื่องตัดแต่งเนื้อสัตว์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง และการใช้ระบบการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ โดย<strong>หากประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน พบว่า มี Return on Investment (ROI) อยู่ที่ 25.6% 21.0% และ 29.7% ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 5 ปี</strong> นอกจากนี้ <strong>หากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ทั้งอุตสาหกรรม คาดว่าจะช่วยลด Food Loss ของไทยราว 3 ล้านตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทยราว 3.5 ล้านตัน CO<sub>2</sub>e ต่อปี</strong>”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26902 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/INFO-Graphic.jpg" alt="" width="720" height="1040" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>คุณอังคณา สิทธิการ</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากเงินลงทุนในเทคโนโลยี AI ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังขาดแคลนแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI ดังนั้น การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยด้วยเทคโนโลยี AI จะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem ตั้งแต่ผู้ประกอบการ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัยและพัฒนาไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ</p>
<p style="font-weight: 400;">“ผู้ประกอบการควรตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการลด Food Loss และคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุนเทคโนโลยี AI ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะแรงงานให้มีความเชี่ยวชาญด้าน AI มากขึ้น ขณะที่หน่วยงานภาครัฐต้องมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมองค์ความรู้และสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาด้าน AI รวมทั้งออกนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยี AI ทั้งมาตรการทางภาษีและที่มิใช่ภาษี อาทิเช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านเงินทุน รวมถึงการจัดให้มีสนามทดลอง (Sandbox) ของการทดลองใช้งานเทคโนโลยี AI เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต”</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/krungthai-compass-points-ai-key-enabler-reduce-food-loss/">กรุงไทยชี้เทคโนโลยี AI ช่วยลด Food Loss ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พาทัวร์ &#8216;ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์&#8217; แชร์ประสบการณ์จริงจาก &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217;​ พร้อมผนึก 5 พันธมิตร เพิ่มแรงกระเพื่อมปัญหา Climate Change</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/tanland-green-factory-sustainability-learning-center/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 May 2024 14:07:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[​​ ทิฟฟานี เดดคอร์]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Feltech]]></category>
		<category><![CDATA[Green Factory]]></category>
		<category><![CDATA[Greenovation]]></category>
		<category><![CDATA[ICHITAN]]></category>
		<category><![CDATA[ichitan rPET]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recyclable]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[TANLAND]]></category>
		<category><![CDATA[UALY]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[คุณตัน ภาสกรนที]]></category>
		<category><![CDATA[ชาเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ตันแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[นิว อาไรวา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์ทีดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิตัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟลเทค แมนูแฟคเจอริ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี แพคเกจจิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อนภันธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26149</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217; จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และสูญเงินลงทุนในการก่อสร้าง​โรงงานผลิตแห่งใหม่ไปกว่า 3 พันล้านบาท โดยที่ยังไม่ทันได้เดินเครื่องจักรสำหรับผลิตเครื่องดื่มล็อตแรกเลยด้วยซ้ำ ซึ่งกลายเป็นว่า เครื่องดื่มล็อตแรกที่ออกจากโรงงานแห่งนี้ กลับไม่ใช่ชาเขียว &#8216;อิชิตัน&#8217; หรือเครื่องดื่มในเครืออย่างที่ตั้งใจไว้ แต่กลับต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการผลิตน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านโดยรอบโรงงานใน จ.พระนครศรอยุธยา ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงเวลานั้น &#8216;อิชิตัน&#8217; จึงเป็นหนึ่งตัวอย่างของภาคธุรกิจที่มองเห็นและตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน หรือ Climate Change ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่มนุษย์ไม่ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาธรรมชาติ จนธรรมชาติเริ่มเอาคืนในรูปแบบของภัยธรรมชาติต่างๆ และสุดท้ายก็เป็นมนุษย์เองที่ได้รับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ​หนึ่งในปณิธานของ &#8216;คุณตัน ภาสกรนที&#8217; กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จึงได้นำประสบการณ์ตรงของทางโรงงานมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน &#8216;ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์&#8217; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงงานอิชิตันในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา มาเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤติสภาพอากาศ และสร้างความร่วมมือในการดูแลสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับพฤติกรรมเพื่อเคารพต่อธรรมชาติให้มากขึ้น พื้นที่โดยรอบโรงงานระยะทาง 400 เมตร หรือเทียบเท่า 1 สนามฟุตบอล จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต้องการสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในชื่อ &#8216;ตันแลนด์ ดินแดนแห่งความสมดุล&#8217; โดยได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมมาตั้งแต่ปี 2555 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/tanland-green-factory-sustainability-learning-center/">พาทัวร์ &#8216;ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์&#8217; แชร์ประสบการณ์จริงจาก &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217;​ พร้อมผนึก 5 พันธมิตร เพิ่มแรงกระเพื่อมปัญหา Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็นหนึ่งใน<strong> &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217;</strong> จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 และสูญเงินลงทุนในการก่อสร้าง​โรงงานผลิตแห่งใหม่ไปกว่า 3 พันล้านบาท โดยที่ยังไม่ทันได้เดินเครื่องจักรสำหรับผลิตเครื่องดื่มล็อตแรกเลยด้วยซ้ำ</p>
<p><span id="more-26149"></span></p>
<p>ซึ่งกลายเป็นว่า เครื่องดื่มล็อตแรกที่ออกจากโรงงานแห่งนี้ กลับไม่ใช่ชาเขียว &#8216;อิชิตัน&#8217; หรือเครื่องดื่มในเครืออย่างที่ตั้งใจไว้ แต่กลับต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการผลิตน้ำดื่มเพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านโดยรอบโรงงานใน จ.พระนครศรอยุธยา ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงเวลานั้น</p>
<p><strong>&#8216;อิชิตัน&#8217;</strong> จึงเป็นหนึ่งตัวอย่างของภาคธุรกิจที่มองเห็นและตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน หรือ Climate Change ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่มนุษย์ไม่ให้ความสำคัญในการดูแลรักษาธรรมชาติ จนธรรมชาติเริ่มเอาคืนในรูปแบบของภัยธรรมชาติต่างๆ และสุดท้ายก็เป็นมนุษย์เองที่ได้รับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26151 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/13-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​หนึ่งในปณิธานของ<strong> &#8216;คุณตัน ภาสกรนที&#8217;</strong> กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จึงได้นำประสบการณ์ตรงของทางโรงงานมาถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน &#8216;ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์&#8217; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงงานอิชิตันในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา มาเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงวิกฤติสภาพอากาศ และสร้างความร่วมมือในการดูแลสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับพฤติกรรมเพื่อเคารพต่อธรรมชาติให้มากขึ้น</p>
<p>พื้นที่โดยรอบโรงงานระยะทาง 400 เมตร หรือเทียบเท่า 1 สนามฟุตบอล จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ต้องการสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในชื่อ<strong> &#8216;ตันแลนด์ ดินแดนแห่งความสมดุล&#8217; </strong>โดยได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมมาตั้งแต่ปี 2555 หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย และโรงงานสามารถเปิดดำเนินการผลิตได้ ซึ่งตลอดการเปิดมากว่า 10 ปี รองรับผู้เยี่ยมชมเฉลี่ยปีละกว่า 1 แสนคน โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสนใจเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีสัดส่วนถึง 90%  ก่อนจะปิดให้บริการเป็นระยะเวลา 3 ปี จากสถานกาณ์โควิดแพร่ระบาด และได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อช่วงต้นปี ในวันที่ 15 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26158 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/24.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผนึก 5 พันธมิตร ต่อยอดความร่วมมือ มุ่งลดขยะฝังกลบ </strong></p>
<p>ซึ่งการ Re-opening ตันแลนด์ครั้งนี้ ได้มีการรีโนเวท เพื่อปรับปรุงพื้นที่ เทคโนโลยี และเทคนิคการจัดแสดงให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น ภายใต้แนวคิด<strong>​ &#8216;ผลิตอย่างรับผิดชอบ บริโภคอย่างยั่งยืน&#8217; </strong>เพื่อเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่านการจัดแสดงแบบ Immersive Technology และ Interactive AR พร้อมเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจเรื่องการเลือกบริโภคอย่างยั่งยืนให้กับคนรุ่นใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26150 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/11.jpg" alt="" width="1200" height="831" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ผนึกความร่วมมือกับอีก 5 พันธมิตร องค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมด้านความยั่งยืน ได้แก่ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP), นิว อาไรวา (แบรนด์ QUALY), เฟลเทค แมนูแฟคเจอริ่ง (Feltech), อาร์ทีดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ และทิฟฟานี เดคคอร์ ในการสนับสนุนวัสดุที่มีความเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมมาร่วมจัดแสดงและตกแต่งภายในศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์ ด้วย​เจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะสู่หลุมฝังกลบ ด้วยการนำมารีไซเคิล อัพไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรใหม่ และลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุสำคัญของปัญหาวิกฤตสภาพอากาศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26155 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/FACtory3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ได้วางคอนเซ็ปต์โรงงานแห่งนี้เป็น ​Green Factory ต้ังแต่วันแรกที่เริ่มก่อสร้าง ทั้งการนำระบบอัตโนมัติต่างๆ มาใช้ เพื่อสามารถใช้ทรัพยากรและพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือ <strong>Greenovation</strong> ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตบรรจุเย็นแบบปลอดเชื้อที่รักษาคุณค่าสารอาหารได้ดีกว่าเดิม และใช้พลาสติกน้อยลงกว่าในอดีตจากเดิม 26 กรัมต่อขวด เหลือเพียง 17.5 กรัมต่อขวด รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% ทั้งขวด ฝาปิด ฉลาก และลัง เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อน Circular Economy  หรือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 30% ทดแทนพลาสติกใหม่ เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกลง ตามเป้าหมายการเป็นองค์กรกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ที่อิชิตันกำหนดไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26153 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/20.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>สำหรับพันธมิตรอีก​ 5 ราย ได้นำเสนอนวัตกรรมต่างๆ ในตันแลนด์ อาทิ<strong> SCGP</strong> ที่มุ่งมั่นวิจัย และพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มความสะดวกปลอดภัย ช่วยยืดอายุสินค้า สามารถรีไซเคิลหรือ ย่อยสลายได้ และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยนวัตกรรม​การผลิตอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมท้ัง​กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุตกแต่งอาคาร ที่มีการนำวัสดุใช้แล้วนำกลับมาใช้ไหม่ทั้งอัพไซเคิล รีไซเคิล พร้อม​ต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเกิดเป็นมูลค่าใหม่ ช่วยเพิ่ม​การรับรู้และตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมได้จากทุกองค์ประกอบหรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในตันแลนด์แห่งนี้ ​ ไม่ว่าจะเป็น ​<strong>QUALY</strong> , <strong>เฟลเทค แมนูแฟคเจอริ่ง </strong>, <strong>อาร์ทีดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ </strong>รวมทั้ง<strong>​​ ทิฟฟานี เดดคอร์ </strong> ซึ่ง​ทั้ง 3 โซน ภายในศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์​ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/19.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>TAN SFORMER</strong></p>
<p>เรื่องเล่าผ่านใบชาตั้งแต่การเกิดชาบนโลกเมื่อ 5,000 ปีก่อน สู่วิวัฒนาการเทคโนโลยีการผลิตชาพร้อมดื่ม จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ชาใประเทศไทย โดยมีคุณตัน ภาสกรนที เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเติบโตและพัฒนาสู่นวัตกรรมการผลิตมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี  รวมทั้งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดชาเขียวพร้อมดื่มให้เติบโตจนกลายเป็นตลาดหลักในกลุ่มเครื่องดื่มของประเทศไทยที่มีมูลค่าเป็นหลักหมื่นล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26157 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/23.jpg" alt="" width="1200" height="767" /></p>
<p><strong>LEAVES TO LIFE</strong></p>
<p>ทุกการขับเคลื่อนของอิชิตัน ยังมีส่วนช่วยเพิ่มรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรชาวอาข่าอีกด้วย ​​ทุกการเปิดฝาอิชิตันเป็นการสนับสนุนชุมชนอิชิต้น ช่วยให้เกษตรกรชาวอาข่ามีอาชีพอย่างมั่นคง มีมาตรฐานชีวิตที่ดีเปลี่ยนชีวิตจากครั้งหนึ่งเคยปลูกฝืนเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ให้กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26154 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/4-8.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>RECIRCLE</strong></p>
<p>บอกเล่าการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี AR เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้เยี่ยมชมได้เข้าใจความตั้งใจของอิชิตัน กรีนแฟคทอรี่ ในการผลิตอย่างรับผิดชอบ และเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมมือในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน รบกวนธรรมชาติให้น้อยที่สุด อยู่อย่างคนรักกันและจะไม่ทำร้ายกัน ซึ่งอิชิตันให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ​การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ดีต่อโลก ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% รวมทั้งมีการติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาโรงงาน เพื่อนำพลังงานสะอาดมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมทั้งการออกแบบให้มีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในโรงงานเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ตอกย้ำถึงกระบวนการในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในฐานะ Green Factory</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26159 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/25.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>​ผู้สนใจเข้าชมศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์ นิคมโรจนะ G จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถสำรองการเข้าเยี่ยมชมได้ที่ Line Official : TanLand By ICHITAN  หรือกดเพิ่มเพื่อน @tanland  พร้อมติดตามอัพเดตข้อมูลที่ FB : <a href="https://www.facebook.com/tanland.ichitan" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/tanland.ichitan</a> และ Tiktok : @tanlanddom</p>
<p>โดยผู้ที่สำรองเข้าเยี่ยมชมจะได้รับ “อิชิตัน 100% Recyclable Packaging และ rPET รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น” เทคโนโลยี Spark AR เพื่อร่วมกันติด <strong>#Tanland #ichitanrPET </strong>แสดงเจตน์จำนงแทน “คำสัญญา” ที่จะร่วมมือกันในการลดปริมาณขยะและลดอุณหภูมิให้กับโลกของเรา</p>
<p><strong>สามารถรับชม และสำรองการเข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์ได้ที่</strong> : <a href="https://www.facebook.com/reel/1084898006035069" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/reel/1084898006035069</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/tanland-green-factory-sustainability-learning-center/">พาทัวร์ &#8216;ศูนย์การเรียนรู้ตันแลนด์&#8217; แชร์ประสบการณ์จริงจาก &#8216;ผู้ประสบภัย&#8217;​ พร้อมผนึก 5 พันธมิตร เพิ่มแรงกระเพื่อมปัญหา Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สตาร์บัคส์ ต้อนรับ Earth Month ด้วย “Dream Planet Oatmilk Cream Frappuccino®” เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายคลายร้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/starbucks-thailand-launch-earth-month-menu/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Apr 2024 07:02:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Earth Month]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Special Menu]]></category>
		<category><![CDATA[Starbuck Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Starbucks]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บั๊คส์]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์บัคส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25205</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ชวนคุณมาร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งการรักษ์โลก Earth Month ด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ ดรีม แพลเน็ต โอ๊ตมิลค์ ครีม แฟรบปูชิโน่ (Dream Planet Oatmilk Cream Frappuccino®) เมนูพิเศษเฉพาะในประเทศไทย ที่มาในคอนเซ็ปต์ “โลกในฝัน” ด้วยการนำนมทางเลือกจากพืชอย่างนมโอ๊ตผสมกับน้ำอัญชัญ ซึ่งเป็นตัวแทนของ “มหาสมุทร” ราดลงบนเจลลี่ชาเอิร์ลเกรย์ที่เป็นตัวแทน “พื้นดิน” และท็อปด้วยชาเขียวที่เป็นตัวแทนของ “ผืนป่า” โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน – 28 เมษายน 2567 ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเครื่องดื่มหลากเมนูจากสตาร์บัคส์ ประเทศไทยอย่าง มอลต์ตี ดีไลท์ ช็อกโกแลต แฟรบปูชิโน่ (Malty Delight Chocolate Frappuccino®) กาแฟผสมมอลต์และโกโก้ปั่นกับนม ราดลงบนผงนัทมอลต์ ท็อปด้วยวิปครีมที่โรยด้วยผงนัทมอลต์ หอมหวานไปกับกลิ่นนัตตี้จากมอลต์และโกโก้ ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตรูปใบไม้ ลูกค้าสามารถเลือกความอร่อยได้ทั้งรูปแบบร้อน เย็น ปั่น(ทั้งสูตรกาแฟและครีม) รวมถึงโคลด์บรูว์ และไนโตร โคลด์บรูว์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/starbucks-thailand-launch-earth-month-menu/">สตาร์บัคส์ ต้อนรับ Earth Month ด้วย “Dream Planet Oatmilk Cream Frappuccino®” เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายคลายร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สตาร์บัคส์ ประเทศไทย ชวนคุณมาร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งการรักษ์โลก Earth Month ด้วยเครื่องดื่มสุดพิเศษ <strong>ดรีม แพลเน็ต โอ๊ตมิลค์ ครีม แฟรบปูชิโน่ (</strong><strong>Dream Planet Oatmilk Cream Frappuccino®)</strong> เมนูพิเศษเฉพาะในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-25205"></span></p>
<p>ที่มาในคอนเซ็ปต์ “โลกในฝัน” ด้วยการนำนมทางเลือกจากพืชอย่างนมโอ๊ตผสมกับน้ำอัญชัญ ซึ่งเป็นตัวแทนของ “มหาสมุทร” ราดลงบนเจลลี่ชาเอิร์ลเกรย์ที่เป็นตัวแทน “พื้นดิน” และท็อปด้วยชาเขียวที่เป็นตัวแทนของ “ผืนป่า” <strong><u>โดยจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ </u></strong><strong><u>17 </u></strong><strong><u>เมษายน – </u></strong><strong><u>28 </u></strong><strong><u>เมษายน </u></strong><strong><u>2567 </u></strong><strong><u>ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ</u></strong></p>
<p>พร้อมต้อนรับซัมเมอร์ด้วยเครื่องดื่มหลากเมนูจากสตาร์บัคส์ ประเทศไทยอย่าง <strong>มอลต์ตี ดีไลท์ ช็อกโกแลต แฟรบปูชิโน่ (</strong><strong>Malty Delight Chocolate Frappuccino®)</strong> กาแฟผสมมอลต์และโกโก้ปั่นกับนม ราดลงบนผงนัทมอลต์ ท็อปด้วยวิปครีมที่โรยด้วยผงนัทมอลต์ หอมหวานไปกับกลิ่นนัตตี้จากมอลต์และโกโก้ ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตรูปใบไม้ ลูกค้าสามารถเลือกความอร่อยได้ทั้งรูปแบบร้อน เย็น ปั่น(ทั้งสูตรกาแฟและครีม) รวมถึงโคลด์บรูว์ และไนโตร โคลด์บรูว์ อีกด้วย อีกทั้งยังมี<strong> พีช จัสมิน การ์เดน ที (</strong><strong>Peach Jasmine Garden Tea)</strong> ชาผสมผลไม้ ที่ได้ความหอมจากดอกไม้ กับชาอู่หลงคุณภาพเยี่ยม ผ่านการนำไปปั่นจนเกิดโฟมด้านบน ผสมด้วยซอสพีช จัสมิน ท็อปด้วยกลีบกุหลาบแห้ง เพิ่มความหอมให้กับชาในทุกครั้งที่ดื่ม <strong>พีช จัสมิน โคลด์ บรูว์ (</strong><strong>Peach Jasmine Cold Brew)</strong> รสชาติหวานอมเปรี้ยวจากซอสพีชและจัสมินผสมผสานเข้ากันกับสตาร์บัคส์ โคลด์ บรูว์ <strong><u>เครื่องดื่มทั้งหมดนี้ จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่</u></strong><strong><u> 17 </u></strong><strong><u>เมษายน</u></strong><strong><u> – 3 </u></strong><strong><u>มิถุนายน</u></strong><strong><u> 2567</u></strong> <strong>ที่ร้านสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25206 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Starbucks1.jpg" alt="" width="480" height="613" /></p>
<p>สตาร์บัคส์ ยังเตรียมขนมนานาชนิดสำหรับหน้าร้อนนี้ เปิดซีซั่นด้วยไลน์อัปเค้กอย่าง <strong>นิวยอร์กชีสเค้ก (</strong><strong>New York Cheesecake)</strong> เนื้อเค้กแน่นและเนียน รสชาติเข้มข้น หวานมัน เข้มข้นจากครีมชีสที่นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ พร้อมเนื้อสัมผัสอันกรุบกรอบจากฐานคุกกี้ และยังมี <strong>สตาร์บัคส์ เวีย ทิรามิสุ (</strong><strong>Starbucks VIA™ Tiramisu) </strong>เนื้อเค้กสปองจ์สลับชั้นครีมมาสคาโปเน่ ได้รสสัมผัสที่เนียนนุ่ม และหอมกลิ่นกาแฟเวียจากสตาร์บัคส์ <strong>ไรซ์เบอร์รี่คลับแซนด์วิช (</strong><strong>Riceberry Club Sandwich)</strong> คลับแซนด์วิชเติมพลังสำหรับคนรักสุขภาพ ใช้ขนมปังที่มีส่วนผสมของข้าวไรซ์เบอร์รี่ รสชาติอร่อยและคุณประโยชน์จากส่วนผสมต่างๆ อย่างเบคอน แฮม ไข่ไก่ และผักนานาชนิด <strong>เดนิชเห็ดแชมปิญองและทรัฟเฟิล (</strong><strong>Truffle Champignon Cheese Danish) </strong>แป้งครัวซองท์เนยพรีเมียมทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กรอบนอก ตรงกลางสอดไส้เห็ดแชมปิญองผัดกับทรัฟเฟิลครีมซอสและชีส ชุ่มฉ่ำไปด้วยความหอมมันจากชีสและทรัฟเฟิล</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/starbucks-thailand-launch-earth-month-menu/">สตาร์บัคส์ ต้อนรับ Earth Month ด้วย “Dream Planet Oatmilk Cream Frappuccino®” เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น พร้อมเครื่องดื่มหลากหลายคลายร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ผนึกกำลัง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/one-suntory-mizuiku-program-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Mar 2024 03:10:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Giving Back to Society]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[One Suntory Mizuiku Program 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชานัน ติรณะรัต]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระชุณ บุญสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มิซุอิกุ]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒน์ ทาบึงกาฬ]]></category>
		<category><![CDATA[วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ]]></category>
		<category><![CDATA[วิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เรารักษ์น้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24623</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จํากัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567 (One Suntory Mizuiku Program 2024) เป็นครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัทฯ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน ผ่านการจัดกิจกรรม “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” และ การประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ประจำปี 2567 ตลอดจนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่คนในพื้นที่     และเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทฯ ได้มีส่วนร่วม &#160; นางสาวณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/one-suntory-mizuiku-program-2024/">ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ผนึกกำลัง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b> บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จํากัด </b><span style="font-weight: 400;">ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ </span><b>บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด </b><span style="font-weight: 400;">ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย </span><b>ประกาศความร่วมมือภายใต้โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567 (One Suntory Mizuiku Program 2024) </b><span style="font-weight: 400;">เป็นครั้งแรก </span></p>
<p><span id="more-24623"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำของทั้งสองบริษัทฯ มุ่งสร้างความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชน ผ่านการจัดกิจกรรม<strong> “ค่ายมิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ”</strong> และ การประกวด <strong>“โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ</strong>” ประจำปี 2567 ตลอดจนกิจกรรมอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อปลูกฝังและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่คนในพื้นที่     และเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทฯ ได้มีส่วนร่วม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นางสาวณัฏฐณิชา วรวรรณเศรษฐ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และอินโดไชน่า </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า “ซันโทรี่ ริเริ่มโครงการ ‘มิซุอิกุ’ ในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ก่อนจะขยายไปในอีกกว่า 8 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งในภาษาญี่ปุ่น ‘มิซุ’ หมายถึง ‘น้ำ’ และ ‘อิกุ’ หมายถึง ‘การให้ความรู้’ โครงการมุ่งส่งเสริมให้คนในประเทศนั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24633 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Photo-นางสาวณัฏฐณิชา-วรวรรณเศรษฐ์-รองประธานอาวุโสฝ่ายสนับสนุนการบริหารงานในองค์กร-บริ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รวมถึงสอนให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของตนเองที่สามารถมีส่วนร่วมอนุรักษ์น้ำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอและส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป โดยในปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ ครบรอบ 20 ปี ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ‘มิซุอุกิ’​ ในประเทศญี่ปุ่น และเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย และ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่จะร่วมกันดำเนินโครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประจำปี 2567 เพื่อร่วมกันเสริมสร้างองค์ความรู้และสานต่อกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในมิติสิ่งแวดล้อมและมิติทางสังคม ตอกย้ำค่านิยมองค์กรของเรา คือ ‘การเติบโตอย่างยั่งยืน’ (Growing for Good) และ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม’ (Giving Back to Society)” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567 ได้รับเกียรติจากภาคีภาครัฐร่วมเป็นพันธมิตร ได้แก่ </span><b>กรมทรัพยากรน้ำ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</b> <b>กรมควบคุมมลพิษ </b><span style="font-weight: 400;">สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผนึกกำลังกับ</span><b>ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (Environmental Education Centre)</b><span style="font-weight: 400;"> องค์กรที่มุ่งหวังในการส่งเสริมให้สังคมมีความรู้ความเข้าใจต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกันขับเคลื่อนพันธกิจในการจุดประกายให้เยาวชนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ซึ่งรูปแบบกิจกรรมหลัก ได้แก่</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/PC21238_D1_C1_9871.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><b>&#8211; กิจกรรม“ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” (Mizuiku Water Hero Camp) </b><span style="font-weight: 400;">คัดเลือกโรงเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ระยองและชลบุรี รวมทั้งสิ้น 30 โรงเรียน โดยมีแกนนำนักเรียน ตัวแทนคุณครู และพนักงานจิตอาสาจากทั้งสองบริษัทเข้าร่วมกิจกรรมเป็นระยะเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 4 -6 มิถุนายน 2567 ณ จังหวัดระยอง เพื่อให้ความรู้แก่เยาวชนเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เข้าใจวัฏจักรของน้ำ และปัญหาของน้ำที่พบในท้องที่ ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจําวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; การประกวด “</span><b>โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ</b><span style="font-weight: 400;">” </span><b>(Mizuiku Water Model School)</b><span style="font-weight: 400;"> โดยหลังจากจบกิจกรรมค่ายฯ     ทางโครงการฯ มีเงินสนับสนุนให้โรงเรียนละ 10,000 บาท เพื่อให้เสนอแผนงานและแข่งขันดำเนินโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในโรงเรียน ให้ครอบคลุม 4 ด้าน คือด้านนโยบาย ด้านบุคลากร ด้านโครงสร้างพื้นฐาน และด้านการขยายผลสู่ชุมชน พร้อมทั้งจัดตั้ง “มิซุอิกุ คลับ” เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลโครงการ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/มิซุอิกุ0666.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8211; คัดเลือก 1 โรงเรียนต่อจังหวัดเป้าหมาย เป็น “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” และได้</span><b>เดินทางไปดูต้นกำเนิดโครงการ “มิซุอิกุ”</b><span style="font-weight: 400;"> ณ ประเทศญี่ปุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>นางสาววิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า “ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ เพราะ ‘น้ำ’ คือทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญยิ่งต่อทุกชีวิต บริษัทฯ จึงขับเคลื่อนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ ‘มิซุอิกุ’ ตั้งแต่ปี 2562  ซึ่งถือเป็นบริษัทลำดับที่สอง ในเครือ ซันโทรี่ กรุ๊ป ที่ดำเนินโครงการ ‘มิซุอิกุ’ นอกประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันเริ่มต้นของโครงการฯ จนถึงปัจุบัน หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ เยาวชน ชุมชน และพนักงานในบริษัทของเรา เพราะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคมหลายหน่วยงานตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาในการส่งมอบองค์ความรู้เรื่องความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โดยมีนักเรียนกว่า 20,250 คน จาก 345 โรงเรียน เข้าร่วมโครงการ ‘มิซุอิกุ’ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมอบเงินทุนให้แก่โรงเรียเพื่อบูรณาการด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในมิติต่าง ๆ ของโรงเรียน รวมถึงสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านทรัพยากรน้ำ ผ่านกิจกรรม ‘อนุรักษ์ป่าต้นน้ำ’ อาทิ การสร้างฝาย ปลูกหญ้าแฝก      และฟื้นฟูระบบนิเวศของป่า พร้อมกันนี้เรายังเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้าร่วมกิจกรรมในทุก ๆ ปี จากการปลูกฝังความรู้สู่การลงมือปฏิบัติ ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Photo-ผู้บริหารร่วมเยี่ยมชมผลงานนิทรรศการจากตัวแทนน้องๆ-ที่ร่วมกิจกรรมค่ายมิซุอิกุ-ผ-1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><b>นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า “ภารกิจของกรมทรัพยากรน้ำ คือการกำกับ ควบคุม อนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศ ทั้งนี้ การส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมให้ความรู้และกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชนในการอนุรักษ์น้ำ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมฯ เนื่องด้วย กรมฯ เล็งเห็นว่าเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะต้องเร่งปลูกฝังและเสริมสร้างองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเยาวชนเป็นอนาคตของชาติและจะมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการดูแลทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ซึ่งการดำเนินงานของโครงการ ‘มิซุอิกุ’ ที่ผ่านมา มีความสอดคล้องกับภารกิจดังกล่าวของกรมทรัพยากรน้ำเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น ในปี 2567 นี้ เราจะยังให้ความร่วมมือและเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการฯ เพื่อร่วมปลูกจิตสำนึกที่ดีในหมู่เยาวชนให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><b>นายวัฒน์ ทาบึงกาฬ เลขานุการกรม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจในการเสนอแนะและจัดทำนโยบาย แผน และมาตรการ เกี่ยวกับการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ซึ่งการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ในการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการ ในการสร้างความตระหนักรู้และเสริมศักยภาพ กรมฯ มีบทบาทในการสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กและเยาวชน โดยในด้านทรัพยากรน้ำ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนและส่งเสริมแนวทางการดูแลรักษาแม่น้ำคูคลอง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสิ่งแวดล้อมศึกษาและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนสร้างเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาด้านการดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำผ่านกิจกรรมมากมาย  ซึ่งเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนโครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ทั้งในส่วนของข้อมูลและองค์ความรู้ที่สำคัญและจำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรม เพื่อร่วมสร้างพลเมืองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24625 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Photo-ผู้บริหารร่วมเยี่ยมชมผลงานนิทรรศการจากตัวแทนน้องๆ-ที่ร่วมกิจกรรมค่ายมิซุอิกุ-ผ.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกหนึ่งพันธมิตรภาครัฐ </span><b>ดร.ชานัน ติรณะรัต ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่จัดการและควบคุมมลพิษทางน้ำโดยตรง กรมควบคุมมลพิษตระหนักดีว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแบบองค์รวมจะต้องดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สิ่งแรกที่ควรเน้นย้ำและปลูกฝังคือทัศนคติและองค์ความรู้ของผู้คน โดยเฉพาะกับเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลเมืองของสังคม โดยผ่านกระบวนการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความสำคัญของน้ำ การอนุรักษ์น้ำในชีวิตประจำวัน โครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ประจำปี 2567 ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะของเยาวชนในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับน้ำในโรงเรียนและชุมชนของตน รวมถึงปลูกจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</span></p>
<p><b>นายอเล็กซานเดอร์ ไซมอน เรนเดลล์ ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา (EEC) </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า</span> <span style="font-weight: 400;">“ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาให้ความสำคัญกับการทำงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติร่วมกับกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะพวกเขาคืออนาคตของชาติ  ‘ค่าย มิซุอิกุ ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ (Mizuiku Water Hero Camp) จะช่วยให้เยาวชนในพื้นที่มีความเข้าใจว่าการดำรงชีวิตของตัวเอง สร้างผลกระทบอะไรให้กับต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการดูแลสิ่งแวดล้อมในสังคมของเยาวชน ซึ่งกิจกรรมค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษาเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ผ่านห้องเรียนธรรมชาติ ด้วยแนวคิดการเรียนรู้แบบการลงมือทําจริงที่สอดแทรกความสนุกสนาน โดยมีผมเป็นผู้นำกิจกรรม พร้อมด้วยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอีกหลายท่าน ภายใต้คอนเซปต์ “ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา” เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ของน้ำในทุกมิติ”</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Photo-งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการการ-วัน-ซันโทรี่-มิซุอิกุ-เรารักษ์น้ำ-ประจำปี-2567_04.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยองค์ความรู้และการสนับสนุนที่ดียิ่งจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ </span><b>โครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2567</b><span style="font-weight: 400;"> ของ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จํากัด และ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่การลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยของเรา”  </span><b>นางสาววิภาวรรณ </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/one-suntory-mizuiku-program-2024/">ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด ประเทศไทย ผนึกกำลัง ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยกระดับการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
