<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FoodSecurity &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/foodsecurity/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>FoodSecurity &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2025 17:25:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Consumption]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[FoodLoss]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWaste]]></category>
		<category><![CDATA[FoodWasteManagement]]></category>
		<category><![CDATA[info]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible]]></category>
		<category><![CDATA[Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[SurplusFood]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[UN SDG Goals]]></category>
		<category><![CDATA[WorldFoodDay]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูลขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37472</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้ แหล่งกำเนิด สำคัญของ ขยะอาหาร ประกอบด้วย ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​ ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94% สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41% คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98% โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03% วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82% ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29% สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48% นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2567 ประเทศไทยมีขยะอาหารกว่า 10.1 ล้านตัน/ปี หรือ 154 กิโลกรัม/คน/ปี สัดส่วนขยะอาหาร คิดเป็น 36.79% หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณมูลฝอยทั้งประเทศ 40% ยังรับประทานได้ และ 60% ไม่สามารถรับประทานได้</p>
<p><span id="more-37472"></span></p>
<p><strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">แหล่งกำเนิด</span> สำคัญของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขยะอาหาร</span> ประกอบด้วย</strong></p>
<ul>
<li>ตลาดสด มีปริมาณขยะอาหารถึง 77.26% จากปริมาณมูลฝอยโดยรวมที่เกิดขึ้น​</li>
<li>ห้าง/ร้าน มีปริมาณขยะอาหาร 54.94%</li>
<li>สำนักงาน มีปริมาณขยะอาหาร 41.41%</li>
<li>คอนโดมิเนียม มีปริมาณขยะอาหาร 40.98%</li>
<li>โรงแรม มีปริมาณขยะอาหาร 37.03%</li>
<li>วัด มีปริมาณขยะอาหาร 35.82%</li>
<li>ครัวเรือน มีปริมาณขยะอาหาร 35.29%</li>
<li>สถานศึกษา มีปริมาณขยะอาหาร 30.48%</li>
</ul>
<p><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการจัดการ Food Waste ในประเทศไทย มีสาเหตุสำคัญ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ขาดฐานข้อมูลปริมาณขยะอาหารจากแต่ละภาคส่วน<br class="html-br" />2. การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค (การบริโภค &#8211; การทิ้ง)<br class="html-br" />3. ไม่มีแนวปฏิบัติ ป้องกัน ลด และใช้ประโยชน์ขยะอาหารจากแหล่งกำเนิด<br class="html-br" />4. การบริจาคและส่งต่ออาหารส่วนเกินไม่ครอบคลุมทั้งประเทศ<br class="html-br" />5. ขาดแรงจูงใจ เครื่องมือ กลไก ให้ภาคธุรกิจปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ขณะที่เทคโนโลยียังมีราคาแพง<br class="html-br" />6. ไม่มีระบบคัดแยกขยะ ขาดระบบการจัดเก็บ และรายงานข้อมูลขยะอาหาร<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>เส้นทางสู่ Zero Food Waste</strong></p>
<p>ประเทศไทย ได้มีการจัดทำโรดแม็พจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 &#8211; 2573) โดยวางเป้าหมายให้สอดคล้องกับ UN SDG Goals ในเป้าหมาย 12.3 ด้านการผลิตและบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Consumption &amp; Production) โดยโฟกัสมิติลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร โดยได้กำหนด​แผนขับเคลื่อน ออกเป็น 2 ระยะ คือ</p>
<ul>
<li>ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2566-2570) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยลงกว่า 25% ในปี 2570</li>
<li>ระยะที่ 2 การขยายผลการลดขยะอาหาร (พ.ศ.2571-2573) ตั้งเป้าลดปริมาณอาหารจากแหล่งกำเนิดขยะให้น้อยกว่า 50% ในปี 2573</li>
</ul>
<p>โดยในแต่ละปี ได้กำหนดมาตรการสำคัญ เพื่อสามารถขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย​ที่วางไว้ ไว้ดังนี้</p>
<p><br class="html-br" /><strong>ปี 2566</strong></p>
<ul>
<li>ป้องกัน ลด จัดการขยะอาหารในภาคผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ</li>
<li>ปรับพฤติกรรมผู้บริโภค แนวปฏิบัติผู้จำหน่าย/ผู้ประกอบการ ลดขยะอาหาร</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2567</strong></p>
<ul>
<li>ผลักดันให้ประชาชนคัดแยกขยะอาหาร</li>
<li>ผลักดันระบบคัดแยก เก็บขนขยะแบบแยกประเภท</li>
<li>จัดระบบการจัดการขยะมูลฝอย ณ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2568</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนาระบบข้อมูลขยะอาหาร</li>
<li>พัฒนาแพลตฟอร์มเครือข่าย Networking</li>
<li>พัฒนารูปแบบ Business to Business Model</li>
<li>สร้างระบบ Food Waste Knowledge Hub</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2569-2570</strong></p>
<ul>
<li>พัฒนานวัตกรรมการจัดการขยะอาหารสำหรับผู้ประกอบการและชุมชน</li>
<li>สร้างเครือข่ายการจัดการและใช้ประโยชน์ขยะอาหาร</li>
<li>สร้างกลไกแรงจูงใจด้านการเงินหรือภาษีผู้จำน่ายและผู้ประกอบการ</li>
</ul>
<p><strong>ปี 2571-2573 <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Goal</span></strong></p>
<ul>
<li>ประกาศ Zero Food Waste ณ แหล่งกำเนิด</li>
<li>เพิ่มเครือข่ายการนำอาหารส่วนเกินไปใช้ประโยชน์</li>
</ul>
<p>​<br class="html-br" />อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมความตระหนักรู้ในเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">การบริโภคที่ยั่งยืน</span> เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารจากแหล่งกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งสามารถปลูกฝังได้ผ่านแนวทาง ต่อไปนี้</p>
<ul>
<li>บริโภคอย่างพอเพียงและมีสติ ซื้อเท่าที่จำเป็น</li>
<li>เข้าถึงข้อมูลที่โปร่งใส ฉลากสิ่งแวดล้อม วันหมดอายุ คุณค่าอาหาร</li>
<li>พฤติกรรมผู้บริโภคใหม่ หนุนสินค้าท้องถิ่น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</li>
<li>การมีส่วนร่วมของสังคม วัฒนธรรมแบ่งปัน Food Sharing/Food Bank</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/zero-food-waste-roadmap/">ส่องสถานการณ์ &#8216;ขยะอาหาร&#8217; พร้อมเป้าหมายขับเคลื่อนประเทศไทย สู่ &#8216;Zero Food Waste&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 &#8216;Climate Risk&#8217; ปี 2025 หายนะที่มาพร้อมโลกเดือด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/10-climate-risk-in-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 14 Sep 2025 15:52:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[BiodiversityLoss]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Risk Preparedness]]></category>
		<category><![CDATA[ClimateRisk]]></category>
		<category><![CDATA[Disaster]]></category>
		<category><![CDATA[DisasterPreparedness]]></category>
		<category><![CDATA[ExtremeWeather]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[Global Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[PlasticPollution]]></category>
		<category><![CDATA[Resilience]]></category>
		<category><![CDATA[Risk]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[water]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รับมือ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36314</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปี 2025 เป็นปีที่ถูกคาดการณ์ว่า โลกยังคงต้องเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง จากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากภาวะโลกเดือด ที่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทำให้​การรักษาสมดุลธรรมชาติ และลดผลกระทบด้านสภาพอากาศจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ​กลายเป็นอีกหนึ่งความพยายามระดับโลก เพื่อสามารถรับมือ ควบคุม แก้ไข หรือช่วยป้องกัน ไม่ให้โลกต้องเผชิญหน้ากับ ‘หายนะ’ ไปมากกว่านี้ขณะที่กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มองว่า ​การขับเคลื่อนประเทศให้​เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดพร้อมสรุป 10 ผลกระทบ จากปัญหาโลกเดือด ที่ไม่ควรมองข้าม ในปี 2025 ประกอบไปด้วย1. รักษาอุณหภูมิโลก ไม่ให้เกิน 1.5°C เป้าหมาย &#8216;Keep 1.5 Alive&#8217; ยังคงสำคัญ โดย COP30 ที่เมืองเบเล็ม ประเทศบราซิล ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ จะเน้นการบรรเทาผลกระทบ และความทะเยอทะยานในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงโดยเฉพาะในประเทศที่เป็นเกาะ2. การลดมลพิษจากพลาสติก การเจรจาสำคัญที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นข้อตกลงลดการใช้พลาสติก​โดยครอบคลุมวงจรชีวิตของพลาสติกทั้งหมด พร้อมปรับปรุงระบบรีไซเคิลและส่งเสริมวัสดุที่ย่อยสลายได้ รวมทั้งการจัดหาเงินทุน​เพื่อส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืน3. การจัดหาเงินทุน เศรษฐกิจสะอาด เป้าหมายการเงินใหม่ที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/10-climate-risk-in-2025/">10 &#8216;Climate Risk&#8217; ปี 2025 หายนะที่มาพร้อมโลกเดือด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปี 2025 เป็นปีที่ถูกคาดการณ์ว่า โลกยังคงต้องเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง จากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ที่จะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-36314"></span></p>
<p>สะท้อนให้เห็นผลกระทบจากภาวะ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">โลกเดือด</span> ที่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ทำให้​การรักษาสมดุลธรรมชาติ และลดผลกระทบด้านสภาพอากาศจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ​กลายเป็นอีกหนึ่งความพยายามระดับโลก เพื่อสามารถรับมือ ควบคุม แก้ไข หรือช่วยป้องกัน ไม่ให้โลกต้องเผชิญหน้ากับ ‘หายนะ’ ไปมากกว่านี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม</span> มองว่า ​การขับเคลื่อนประเทศให้​เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการสร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด<br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมสรุป 10 ผลกระทบ จากปัญหาโลกเดือด ที่ไม่ควรมองข้าม ในปี 2025 ประกอบไปด้วย<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>1. รักษา<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อุณหภูมิโลก</span> ไม่ให้เกิน 1.5°C</strong></p>
<p>เป้าหมาย &#8216;Keep 1.5 Alive&#8217; ยังคงสำคัญ โดย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">COP30</span> ที่เมืองเบเล็ม ประเทศบราซิล ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ จะเน้นการบรรเทาผลกระทบ และความทะเยอทะยานในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสี่ยงโดยเฉพาะในประเทศที่เป็นเกาะ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>2. การลด<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">มลพิษจากพลาสติก</span></strong></p>
<p>การเจรจาสำคัญที่ปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นข้อตกลงลดการใช้พลาสติก​โดยครอบคลุมวงจรชีวิตของพลาสติกทั้งหมด พร้อมปรับปรุงระบบรีไซเคิลและส่งเสริมวัสดุที่ย่อยสลายได้ รวมทั้งการจัดหาเงินทุน​เพื่อส่งเสริมทางเลือกที่ยั่งยืน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>3. การจัดหา<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">เงินทุน</span> เศรษฐกิจสะอาด</strong></p>
<p>เป้าหมายการเงินใหม่ที่ COP29 เรียกร้องระดมทุน 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในปี 2035 เพื่อสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียว และมาตรการการปรับตัวต่อสภาพอากาศ รวมทั้งการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการจัดการเพื่อเตรียมรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>4. ปกป้อง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ธรรมชาติ</span></strong></p>
<p>การจัดประชุม COP30 ที่เลือกในป่าอเมซอน เพื่อย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ระบบนิเวศและแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดผลกระทบจาก Climate Change ซึ่งการเจรจาที่กรุงโรมในเดือน ก.พ. ​2025 ​ได้เน้นแก้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า ลดผลกระทบจากกิจกรรมมนุษย์ รวมทั้งปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูป่า<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>5. เหตุการณ์<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">สภาพอากาศสุดขั้ว</span></strong></p>
<p>คาดว่าในปีนี้ โลกต้องเผชิญความถี่และความรุนแรงจากเหตุการสภาพอากาศสุดขั้วเพิ่มขึ้น เช่น คลื่นความร้อนและพายุ จึงควรเสริมระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ เพื่อ​เป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>6. การ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ขาดแคลนน้ำ</span></strong></p>
<p>ในปีนี้พื้นที่แห้งแล้งหลายแห่งทั่วโลกจะเผชิญกับวิกฤตการขาดแคลนน้ำอย่างน้ำรุนแรง ดังนั้น การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์เป็นสิ่งจำเป็น รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดน้ำ<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>7. ความมั่นคงทาง<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อาหาร</span></strong></p>
<p>การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการผลิตอาหาร ซึ่งปีนี้​อาจเผชิญ​ความท้าทายเพิ่มขึ้น จากสภาพอากาศสุดขั้ว ดังนั้น การเกษตรยั่งยืน เทคโนโลยีการเกษตรสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ จะเป็นแนวทางขับเคลื่อนสำคัญเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความมั่นคงทางอาหารได้<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>8. <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">มหาสมุทร</span>เป็นกรด</strong></p>
<p>CO2 ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเป็นกรดในมหาสมุทรสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทางทะเล เช่น ปะการัง และสัตว์ทะเลต่างๆ การแก้ไขปัญหานี้มีความสำคัญในการ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">อนุรักษ์</span> ความหลากหลายทางทะเล และสนับสนุนชุมชนที่พึ่งพาทะเล<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>9. การสูญเสีย<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความหลากหลายทางชีวภาพ</span></strong></p>
<p>แนวทางการอนุรักษ์ในปี 2025 นี้ จะต้องมุ่งเน้นไปที่การปกป้องชนิดพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ การฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน<br class="html-br" /><br class="html-br" /><strong>10. การ<span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ย้ายถิ่นฐาน</span> จากสภาพภูมิอากาศ</strong></p>
<p>ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การขาดแคลนทรัพยากร ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน ดังนั้น การสนับสนุนชุมชนที่ถูกย้ายและการจัดการย้ายถิ่นฐานอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อความมั่นคงโลก</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/10-climate-risk-in-2025/">10 &#8216;Climate Risk&#8217; ปี 2025 หายนะที่มาพร้อมโลกเดือด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Sep 2025 23:45:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[FoodSecurity]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[InfoGraphic]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[MadreBrava]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Plantbased]]></category>
		<category><![CDATA[Protein]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารจากพืช]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากถั่ว]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีนจากพืช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36153</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG Emissions พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; ​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้นขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หากเทียบปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">GHG Emissions</span> พบว่า การผลิตโปรตีนจากสัตว์มีปริมาณการปลดปล่อยสูงกว่า​​ <strong>&#8216;โปรตีนจากพืช&#8217; </strong>​หลายเท่าตัว โดยอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์สร้าง GHG Emissions ​สัดส่วนถึง 15% ของการปลดปล่อยทั่วโลก รวมทั้งความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่ เพราะการทำปศุสัตว์ที่กินพื้นที่ถึง 80% ของโลก แต่ผลิตอาหารให้มนุษย์ไม่ถึง 20%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หรือหากเทียบการผลิตโปรตีนแต่ละชนิด ในปริมาณ 100 กรัม เช่น การผลิตเนื้อวัว จะสร้าง Emission เกือบ 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (KgCO2e) กุ้งเลี้ยงมากกว่า 18 KgCO2e หรือนมจากสัตว์ ปลดปล่อย 9.5 KgCO2e ขณะที่กลุ่มธัญพืช ปล่อย GHG เพียง 2.7 KgCO2e เต้าหู้ 1.98 KgCO2e หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปล่อยไม่ถึง 1 KgCO2e เป็นต้น<br class="html-br" /><br class="html-br" />ขณะที่ &#8216;ประเทศไทย&#8217; มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางโปรตีนจากพืชของภูมิภาคได้ ผ่านการสร้างความหลากหลายของอาหารที่ให้โปรตีน ในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; และการเร่งเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมโปรตีนจากพืช เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ประเทศ ทั้ง​การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่​ยั่งยืนในประเทศไทย<br class="html-br" /><br class="html-br" />จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อ​ส่งเสริมการขยายสัดส่วนโปรตีนจากพืชเพื่อทดแทนโปรตีนจากสัตว์ในระบบการผลิตของประเทศไทย ให้ได้​ 50% ภายในปี 2050 เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ได้ต่อไปนี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />• การสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้ถึง 1.3 ล้านล้านบาท<br class="html-br" />• เพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตัวเอง จากโอกาสในการสร้างงานได้สูงสุดถึง 1.15 ล้านตำแหน่ง ในกลุ่มอุตสาหกรรมโปรตีนจากพืช<br class="html-br" />• ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35.5 ล้านตันต่อปี เทียบเท่าการลดจำนวนรถยนต์ 8.45 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา<br class="html-br" />• ประหยัดพื้นที่การผลิตถึง 21,700 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/plant-based/">ทำไม? &#8216;โปรตีนจากพืช&#8217;​ ถึงเป็นความยั่งยืนแห่งอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
