<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Future Skill &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/future-skill/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 25 Jun 2026 12:23:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Future Skill &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 11:44:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak Group x University Gen Z-ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Markets Club]]></category>
		<category><![CDATA[CFO]]></category>
		<category><![CDATA[Climate]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[CMC]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Future Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[MyCF]]></category>
		<category><![CDATA[REC]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable Energy Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[กลอยตา ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42734</guid>

					<description><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม Carbon Markets Club (CMC) ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้ คุณกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จาก 11 องค์กรร่วมก่อตั้งในปี 2564 เพื่อร่วมมือสร้างสะพานช่วยประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดย  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทในเครืออย่าง บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) และอีก 9 องค์กรร่วมก่อตั้ง ในนาม <strong>Carbon Markets Club (CMC)</strong> ​เครือข่ายรักษ์โลกลดก๊าซเรือนกระจกแห่งแรกของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-42734"></span></p>
<p>ภารกิจสำคัญในช่วงเริ่มก่อตั้งคือ การสนับสนุนและผลักดันตลาดซื้อขายคาร์บอน (คาร์บอนเครดิต) ในประเทศ รวมทั้งการรับรองเครดิตด้านพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero ตามโรดแม็พในการ​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ</p>
<p>แต่จากการเข้าไปทำงานและขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงพบความท้าทายสำคัญ มากกว่าการพัฒนาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีต่างๆ ​​​​คือ การสร้าง​ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว​ เนื่องจาก เรื่องก๊าซเรือนกระจกยังเป็นเรื่องใหม่และยากในขณะนั้น นำมาสู่การให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่าย CMC เพื่อสามารถต่อยอดสู่การลงมือ และสร้างผลลัพธ์ในการลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ​และจับต้องได้</p>
<p><strong>คุณกลอยตา ณ ถลาง </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ประธาน Carbon Markets Club กล่าวว่า การปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเป็นหนึ่งในการปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงจากกติกา การค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ CBAM ซึ่งเป็น​กำแพงการค้าภายใต้เงื่อนไขด้านมาตรการทางสิ่งแวดล้อม ประกอบกับเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกเพื่อขับเคลื่อนสู่ Net Zero ที่ได้ทำข้อตกลงไว้ในเวทีโลก ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 20 ของโลก ที่ราว 503 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า (CO2e) หรือสัดส่วน 0.8% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก โดยมีค่าเฉลี่ยรายบุคคลที่กว่า 7 ตันต่อคนต่อปี การเดินหน้าลดคาร์บอนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจึงเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญของประเทศ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/017-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา CMC ร่วมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศ ผ่านการส่งเสริมการเติบโตในตลาดคาร์บอนเครดิต และการรับรองการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะการ​เดินหน้า​แบ่งปันข้อมูลองค์ความรู้ด้านคาร์บอนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ​ พร้อมสร้างเครือข่ายสมาชิกได้แล้วว่า 1,800 ราย ทั้งจากกลุ่มองค์กรต่างๆ กว่า 300 ราย และในรูปแบบบุคคลกว่า 1,500 ราย</p>
<p>พร้อม​การพัฒนาเครื่องมือสำหรับ​​คำนวณการปล่อยคาร์บอน  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการลดคาร์บอน ทั้งแพลตฟอร์ม <strong>CFO</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ในระดับองค์กร และ <strong>MyCF</strong> สำหรับการวัดคาร์บอนฟุตพรินท์ระดับบุคคล ซึ่งมีผู้ใช้งานราว 1,800 ราย เพื่อให้ได้ข้อมูลตั้งต้นสำหรับนำไปวางแผน​ลดคาร์บอนในขั้นตอนต่อไป ​โดย​ที่ผ่านมา CMC มีส่วนช่วยลดก๊าซเรือนกระจกผ่านคาร์บอนเครดิตได้กว่า 5.3 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) และสนับสนุนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (REC) เกือบ 2.6 ล้านวัตต์-ชั่วโมง (Wh) เทียบเท่าการปลูกต้นไม้อายุ 10 ปี ถึงกว่า 210 ล้านต้น</p>
<p><em>&#8220;พัฒนาการในตลาดคาร์บอนเครดิต​ประเทศไทย เริ่มยกระดับจากในประเทศสู่ต่างประเทศมากขึ้น เพื่อการรับรองคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานในระดับสากล และหลีกเลี่ยงปัญหาการฟอกเขียว ​​ผ่านการทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค ทั้งจากการขับเคลื่อนโดยภาครัฐ และการร่วมสนับสนุนในภาคเอกชน โดยทาง  CMC ​ได้ขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนที่ขับเคลื่อนเรื่องตลาดคาร์บอนในอาเซียน ผ่านความร่วมมือ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF)  ร่วมกับอีก 4 ประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และอาเซียน  เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงและการทำงานร่วมกันระหว่างตลาดคาร์บอนในภูมิภาค ตลอดจนความสำเร็จในการเชื่อมโยงมาตรฐาน T-VER และ REC ของสมาชิก CMC เข้ากับตลาดคาร์บอนในมาเก๊า รวมทั้งการร่วมสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการขับเคลื่อนข้อตกลงตาม Article 6 ​จากข้อตกลงปารีส ในการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตระหว่างประเทศกับสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อขยายการยอมรับมาตรฐานคาร์บอนเครดิตของไทยให้สามารถเข้าถึงตลาดที่เปิดกว้าง  ไปจนถึงเป้าหมายในอนาคตเพื่อสร้างมาตรฐานร่วมกันของประเทศภายในภูมิภาคอาเซียนได้ในที่สุด&#8221;​</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/013-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ขณะที่การขยาย Positive Impact ผ่านการทำงานของเครือข่ายได้มากขึ้น คือ การให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน และปรับทัศนคติให้มองโอกาสที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่ Low Carbon เพื่อการเข้าถึงแหล่งทุน หรือเทคโนโลยีในการเปลี่ยนผ่าน รวมทั้งการต่อยอดการทำงานในระดับชุมชน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยและมีโครงการลดคาร์บอนขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก เช่น ป่าชุมชน ​เตาเผาขยะขนาดเล็ก หรือโครงการในการเพิ่ม Value จาก Waste ต่างๆ ที่สามารถต่อยอดมาสู่การสร้างคาร์บอนเครดิต เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น โดยธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ทั้งการพัฒนาช่วยโมเดล การสนับสนุนทุนในการประเมินผลหรือรับรองโครงการ เป็นต้น</p>
<p><strong>ขยายผลสร้างแนวร่วม Gen Z เพิ่มการขับเคลื่อนจริง</strong></p>
<p>สำหรับ​เป้าหมายการพัฒนาระบบนิเวศคาร์บอนต่ำในประเทศไทยให้แข็งแรงและเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต CMC วางกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกับภาคการศึกษาซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคน และเติมเต็มทักษะที่สำคัญ สำหรับการรับมือต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญของโลกอันดับต้นๆ ในอนาคต</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42736 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/009-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>นำมาสู่ความร่วมมือ <strong>&#8216;​Bangchak Group x University Gen Z-ESG&#8217;</strong>  เพื่อขยายการขับเคลื่อน​ภารกิจต่างๆ ของ CMC ให้สามารถเชื่อมโยงภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมในการเตรียมความพร้อมคนรุ่นใหม่สำหรับอนาคต ผ่านการทำ MOU  ร่วมกัน ในระยะเวลา 3 ปี ระหว่างกลุ่มบริษัทบางจาก สอวช. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ 9 แห่งของประเทศ เพื่อ​สนับสนุนการพัฒนาด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมของประเทศ ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยบูรพา และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</p>
<p>&#8220;การเชื่อมโยงภารกิจให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มการขับเคลื่อนด้าน​ Climate Action ได้อย่างเป็นรูปธรรม และถือเป็นการสร้างแนวร่วมที่แข็งแรงในอนาคต โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับภารการศึกษาที่มีความใกล้ชิดและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเข้ามาเสริมความแข็งแรงในระบบนิเวศความยั่งยืนของประเทศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโลกแห่งความยั่งยืนในอนาคตในมุมมองของตัวเอง เพื่อสามารถปรับให้เข้ากับพฤติกรรม และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบที่ดีต่อโลกขึ้นได้จริง รวมทั้งการร่วมพัฒนาทักษะคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42735 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/010-re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>สำหรับการขับเคลื่อนหลังการทำ  MOU จะ​ดำเนินกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้าน ESG และความยั่งยืนให้กับนักศึกษาและบุคลากร อาทิ CMC ESG Ecosystem and Knowledge Hub เปิดโอกาสให้เข้าถึงองค์ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรฐานคาร์บอน การบริหารจัดการคาร์บอน และเทคโนโลยีด้านการลดก๊าซเรือนกระจก CMC Brand Ambassador สร้างผู้นำด้านการสื่อสารความยั่งยืนในมหาวิทยาลัย และ Young Entrepreneurs Program with Inthanin ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเป็นผู้ประกอบการจากประสบการณ์จริง ควบคู่กับการพัฒนาแนวคิดธุรกิจและกลยุทธ์การตลาด</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดผ่านกิจกรรม ESG Master Class การจัด Hackathon ด้านพลังงานและความยั่งยืน โครงการฝึกงาน และการเรียนรู้จากการดำเนินธุรกิจจริงของกลุ่มบริษัทบางจาก โดยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทบางจากจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน ESG การบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) และเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ พร้อมนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/5-years-cmc-supports-carbon-market-in-thailand/">5 ปี &#8216;Carbon Markets Club&#8217; ภารกิจ​ยกระดับตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย พร้อมขยายแนวร่วม​ Gen Z เร่งเครื่อง​ Climate Action</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คาดตำแหน่งงานใน 5 ปีข้างหน้า​ ลด 14 ล้านตำแหน่ง ​สายงานด้าน AI, Data และ Sustain ยังมีโอกาสเติบโตสูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/cbs-and-wef-report-future-of-jobs-survey/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 May 2023 11:57:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[(Localization of supply chains]]></category>
		<category><![CDATA[AI Machine Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Big Data Specialists]]></category>
		<category><![CDATA[CBS]]></category>
		<category><![CDATA[Data Analysts]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Jobs Report]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Jobs Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Future Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[WEF]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะในอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชีจุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีพในอนาคต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18708</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) องค์กรหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ในการจัดทำและเผยแพร่รายงาน อาชีพในอนาคต (Future of Jobs Report) พบว่าภายในปี 2570 อาจมีงานลดลงสุทธิ 14 ล้านตำแหน่ง หรือ 2% ของการจ้างงานในปัจจุบัน ขณะที่ความต้องการอาชีพด้าน AI และ Big Data พุ่งสูง อาชีพที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง คาดเติบโตเพิ่ม 30% อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรมีความต้องการเพิ่มสูงถึง 4 ล้านตำแหน่ง แนะภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และผู้มีอาชีพสุ่มเสี่ยงเร่งปรับตัวเสริมทักษะอาชีพ โดยเสนอพัฒนา 10 ทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอาชีพในปัจจุบันและในอนาคต ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า CBS เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ทำการสำรวจทิศทางอาชีพในอนาคต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/cbs-and-wef-report-future-of-jobs-survey/">คาดตำแหน่งงานใน 5 ปีข้างหน้า​ ลด 14 ล้านตำแหน่ง ​สายงานด้าน AI, Data และ Sustain ยังมีโอกาสเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div><strong>คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS)</strong> องค์กรหนึ่งเดียวของไทยที่ได้ร่วมกับ <strong>World Economic Forum (WEF)</strong> ในการจัดทำและเผยแพร่รายงาน <strong>อาชีพในอนาคต (Future of Jobs Report)</strong> พบว่าภายในปี 2570 อาจมีงานลดลงสุทธิ 14 ล้านตำแหน่ง หรือ 2% ของการจ้างงานในปัจจุบัน</div>
<p><span id="more-18708"></span></p>
<p>ขณะที่ความต้องการอาชีพด้าน AI และ Big Data พุ่งสูง อาชีพที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง คาดเติบโตเพิ่ม 30% อาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรมีความต้องการเพิ่มสูงถึง 4 ล้านตำแหน่ง แนะภาคธุรกิจ สถาบันการศึกษา และผู้มีอาชีพสุ่มเสี่ยงเร่งปรับตัวเสริมทักษะอาชีพ โดยเสนอพัฒนา 10 ทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอาชีพในปัจจุบันและในอนาคต</p>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18710 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/5-3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></div>
<div></div>
<div><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong> คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CBS) กล่าวว่า CBS เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้ร่วมกับ World Economic Forum (WEF) ทำการสำรวจทิศทางอาชีพในอนาคต (Future of Jobs Survey) โดยรวบรวมมุมมองจาก 803 บริษัท ซึ่งรวมการจ้างงานมากกว่า 11.3 ล้านคน ใน 27 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 45 ประเทศจากทุกภูมิภาคทั่วโลก คาดว่างานประมาณ 23% จะเปลี่ยนแปลงภายในปี 2570 โดยมีการสร้างงานใหม่ 69 ล้านตําแหน่ง และการยุบงาน 83 ล้านตําแหน่ง จากงานทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 673 ล้านตำแหน่งในปัจจุบัน</div>
<div></div>
<div>การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาในระดับมหภาค พบว่า <em><strong>ตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของงานภายใน 5 ปีนี้ (2566-2570) คือ การเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยืน  (Green transition) มาตรฐาน ESG  ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น (Localization of supply chains)</strong> </em>อย่างไรก็ดี ธุรกิจต่างๆ อาจต้องเผชิญความท้าทายหลายประการ เช่น ภาวะเงินเฟ้อ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และการเข้าถึงเทคโนโลยี</div>
<div></div>
<div>การพัฒนา 10 ทักษะที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในช่วงปี 2566–2570 ประกอบด้วย</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18709 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/skill-Job1.jpg" alt="" width="521" height="695" /></div>
<div></div>
<div><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ</strong> กล่าวต่อไปว่า อาชีพที่มีความต้องการสูงในอนาคต เป็นอาชีพที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysts) ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลมหัต (Big Data Specialists) ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Machine Learning Specialists)  และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity Professionals) ซึ่งคาดว่าจะเติบโตโดยเฉลี่ยประมาณ 30% ภายในปี 2570 นอกจากนี้ คาดว่างานทางด้านพาณิชย์ดิจิทัล (Digital Commerce) จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านตำแหน่ง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Specialists)  ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation Specialists) และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลและกลยุทธ์ (Digital Marketing and Strategy Specialists) อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีและดิจิทัลอาจลดงานในบางบทบาทลง เช่น ธุรการหรือเลขานุการ (Clerical or Secretarial Jobs) พนักงานธนาคาร (Bank Tellers) แคชเชียร์ (Cashiers) และพนักงานป้อนข้อมูล (Data Entry Clerks)</div>
<div></div>
<div>นอกจากนี้ คาดว่าในช่วงปี 2566–2570 อาชีพที่เติบโตและอาชีพที่ถูกทดแทนเร็วที่สุด 5 อันดับ ประกอบด้วย</div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18711 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Growth-Replace-.jpg" alt="" width="1200" height="929" /></div>
<div></div>
<div>และสิ่งที่น่าสนใจ คือ  การเพิ่มขึ้นของงานที่เกี่ยวกับความยั่งยืน การศึกษา และการเกษตร ในช่วงปี 2566–2570 ​ดังนี้</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18712 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Sustain-Growth1.jpg" alt="" width="1200" height="456" /></div>
<div></div>
<div>และต้องเร่งด่วนในการปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานโลกและประเทศไทย คือ องค์กรต่างๆ ควรกำหนดกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะใหม่ โดยให้ความสำคัญและลงทุนกับการฝึกอบรมพนักงานให้สามารถใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลมหัต (Big Data) รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการคิดเชิงวิเคราะห์ (Analytical Thinking) และการคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative Thinking) นอกจากนี้ องค์กรต่างๆควรคำนึงถึงการเพิ่มความสามารถในการทำงานข้ามบทบาท การเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน และการเพิ่มผลผลิตของพนักงาน</div>
<div>
<div></div>
<div>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ กล่าวปิดท้ายว่า  สถาบันการศึกษาควรเร่งปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเสริมทักษะองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การคิดเชิงวิเคราะห์ และการคิดเชิงสร้างสรรค์ ตลอดจนองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อรองรับอาชีพใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษา</div>
<div></div>
</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18713 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Edu-Transform1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></div>
<div></div>
<div>ที่สำคัญคือ บทบาทของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาต่างๆ ต้องไม่จำกัดแค่สถาบันที่ให้ความรู้และประสบการณ์การเรียน แต่ต้องเป็นการบ่มเพาะความฉลาด และเสริมสร้างพรสวรรค์ (Wisdom and Talent incubator) โดยเพิ่มพูนทักษะรอบด้าน เพื่อพัฒนาทั้งคุณภาพชีวิตตนเองและสร้างคุณค่าให้กับโลกในภาพรวมด้วย</div>
<div></div>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/cbs-and-wef-report-future-of-jobs-survey/">คาดตำแหน่งงานใน 5 ปีข้างหน้า​ ลด 14 ล้านตำแหน่ง ​สายงานด้าน AI, Data และ Sustain ยังมีโอกาสเติบโตสูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
