<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Green Packaging &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/green-packaging/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 16 Dec 2025 07:31:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Green Packaging &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>NEO x SCGP เปิดตัว &#8216;ลังกระดาษลดคาร์บอน&#8217; นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สีเขียว เร่งแผน Net Zero 2050 เตรียมพร้อม​รายงาน​ Scope 3</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/neo-jooin-scgp-develop-green-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Dec 2025 06:28:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BeNice]]></category>
		<category><![CDATA[Carboon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[D-nee]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Fineline]]></category>
		<category><![CDATA[FMCG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[NEO x SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปัทมา ถกลศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ลังกระดาษลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าอุปโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เอกราช นิโรจน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38880</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) (NEO) ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อผลิตและใช้ &#8216;กล่องบรรจุภัณฑ์ประเภทลังกระดาษลดคาร์บอน&#8217; ในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ อาทิ BeNice, D-nee และ Fineline ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ NEO ในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 เพื่อขับเคลื่อนอนาคตสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​การผนึกกำลังร่วมกับ SCGP ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของ NEO ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050  อย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/neo-jooin-scgp-develop-green-packaging/">NEO x SCGP เปิดตัว &#8216;ลังกระดาษลดคาร์บอน&#8217; นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สีเขียว เร่งแผน Net Zero 2050 เตรียมพร้อม​รายงาน​ Scope 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>NEO) </strong>ผู้นำนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ<strong> บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP)</strong> ผู้นำบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อผลิตและใช้ <strong>&#8216;กล่องบรรจุภัณฑ์ประเภทลังกระดาษลดคาร์บอน&#8217;</strong> ในแบรนด์ผลิตภัณฑ์ อาทิ BeNice, D-nee และ Fineline ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ NEO ในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 เพื่อขับเคลื่อนอนาคตสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ผ่านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><span id="more-38880"></span></p>
<p><strong>คุณปัทมา ถกลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า ​การผนึกกำลังร่วมกับ SCGP ครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของ NEO ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050  อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ที่ผ่านมา NEO ได้สร้างผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมไว้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดปล่อยน้ำเสียเป็นศูนย์ (ZERO Water Discharge) การลดการใช้ Virgin Plastic ลง 22% เร็วกว่าเป้าหมาย รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมกระบวนการผลิตแบบยั่งยืน เช่น สูตร Biodegradable เทคโนโลยี Quick Rinse ในผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 3 เท่า และระบบผลิตแบบ Cold Process ที่ไม่ใช้ความร้อน ช่วยลดการใช้พลังงานและลดคาร์บอนตั้งแต่ต้นทาง เป็นต้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38883 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/NEO-SCGP-Sustainability-Project-1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือด้านบรรจุภัณฑ์นี้เป็นกลไกสำคัญ ที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการคาร์บอนของ NEO ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น เพราะการใช้บรรจุภัณฑ์ของ SCGP ซึ่งมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการส่งมอบนั้น ช่วยให้เราสามารถวัดผลและยืนยันปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ ผ่านการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (CFP Calculation)</p>
<p><em>“ผลลัพธ์การผนึกกำลังร่วมกับ SCGP ในครั้งนี้ คือการที่ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถได้รับการรับรอง CFP Declaration Certificate และได้รับฉลากประกาศลดการปล่อยคาร์บอนที่บรรจุภัณฑ์ ที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลการลดคาร์บอนที่ถูกต้องนี้ จะถูกนำไปนับรวมใน Scope 3 ทำให้การรายงานด้านความยั่งยืนของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการใช้บรรจุภัณฑ์ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จะช่วยลดผลกระทบต่อโลกของเราได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีกว่า”</em> คุณปัทมา กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38881 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/NEO-Packaging-1-Re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณเอกราช นิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าววว่า SCGP ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการคำนวณและรับรองคาร์บอนฟุตพรินท์​ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดย <strong>ทุก​การผลิต </strong><strong>10,000 </strong><strong>กล่อง สามารถลดผลกระทบเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ถึง </strong><strong>150 </strong><strong>ต้นต่อปี</strong> และได้รับการรับรอง <strong>ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (</strong><strong>CFP) </strong><strong>จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ </strong><strong>TGO</strong> นับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้อย่างมั่นใจ</p>
<p>สำหรับการผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สีเขียวแต่ละชิ้น สามารถ <strong>ลดการปล่อยคาร์บอน</strong><strong> 0.07 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า </strong><strong>(kgCO</strong><strong>₂</strong><strong>e)</strong> โดยในปี 2567 SCGP ได้ผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์สีเขียวให้กับ NEO ทั้งสิ้น <strong>1,354,900 </strong><strong>ชิ้น</strong>  คิดเป็นปริมาณลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน<strong> รวม</strong><strong> 94,843 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong><strong>/</strong><strong>ปี หรือเฉลี่ยลดลง</strong><strong> -8.75%</strong> นับเป็นข้อพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพและความตั้งใจจริงของทั้งสองบริษัทในการดูแลสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38882 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/NEO-SCGP-Sustainability-Project-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“การสร้างสรรค์ความร่วมมือระหว่างสองผู้นำในอุตสาหกรรมครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน ผ่านตั้งเป้าหมายและพันธสัญญาที่ชัดเจน โดยจะเดินหน้าสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่เป้าหมายสูงสุดคือ Net Zero 2050”</em> คุณเอกราช กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/neo-jooin-scgp-develop-green-packaging/">NEO x SCGP เปิดตัว &#8216;ลังกระดาษลดคาร์บอน&#8217; นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์สีเขียว เร่งแผน Net Zero 2050 เตรียมพร้อม​รายงาน​ Scope 3</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปังไม่หยุด Burger King’s เปิดโครงการนำร่องแพ็กเกจจิ้งสีเขียว หวังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/05/burger-kings-green-packaging-pilot-program/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 May 2021 03:51:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Burger King’s]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[Green Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Loop]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการแพ็กเกจจิ้งสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9291</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นความพยายามของแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่าง Burger King’s ที่ไม่หยุดพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท โดย Burger King’s ได้เผยถึงโครงการนำร่องด้านแพ็กเกจจิ้งสีเขียว หรือ Green Packaging Pilot Program ที่มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีแก้ปัญหาที่สามารถวัดผลได้กับแพ็กเกจจิ้ง 8 ประเภทที่ผู้บริโภคใช้มากที่สุด ได้แก่ ส้อม ช้อน มีด หลอดดูด ฝาปิดถ้วย Frypods® (ถ้วยกระดาษใส่เฟรนช์ฟราย) กระดาษห่อ Whopper® และกระดาษเช็ดปาก ทั้งนี้ Burger King’s จะทำการทดสอบแพ็กเกจจิ้งกับร้านที่ตั้งอยู่ในไมอามี 51 แห่ง โดยจะนำวัสดุทางเลือกมาใช้ประโยชน์มาให้ลูกค้า เช่น การนำกระดาษแข็งใหม่ทดแทนไร้การฟอกสีทำ Frypods® การใช้พลาสติก cPLA ซึ่งเป็นพอลิเมอร์จากพืชหมุนเวียนผลิตอุปกรณ์ประเภทช้อนและมีด และการนำเส้นใยรีไซเคิล 100% มาใช้ผลิตกระดาษเช็ดปาก นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังจะทดสอบใช้หลอดดูดที่ผลิตจากพืชและฝาปิดแก้วเครื่องดื่มแบบไม่ต้องใช้หลอดดูดอีกด้วย ซึ่งการดำเนินการนี้จะช่วยกำจัดการใช้หลอดดูดพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวได้มากถึง 500 ล้านหลอดต่อปีจากการเข้าร่วมของร้าน Burger King’s ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา สำหรับทางเลือกของห่อแซนด์วิช Whopper® ก็จะได้รับการทดสอบด้วยเช่นกัน โดยจะลดการใช้กระดาษลง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/burger-kings-green-packaging-pilot-program/">ปังไม่หยุด Burger King’s เปิดโครงการนำร่องแพ็กเกจจิ้งสีเขียว หวังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">นับเป็นความพยายามของแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่าง Burger King’s ที่ไม่หยุดพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท</span></h4>
<p><span id="more-9291"></span><br />
โดย Burger King’s ได้เผยถึงโครงการนำร่องด้านแพ็กเกจจิ้งสีเขียว หรือ Green Packaging Pilot Program ที่มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีแก้ปัญหาที่สามารถวัดผลได้กับแพ็กเกจจิ้ง 8 ประเภทที่ผู้บริโภคใช้มากที่สุด ได้แก่ ส้อม ช้อน มีด หลอดดูด ฝาปิดถ้วย Frypods® (ถ้วยกระดาษใส่เฟรนช์ฟราย) กระดาษห่อ Whopper® และกระดาษเช็ดปาก</p>
<p>ทั้งนี้ Burger King’s จะทำการทดสอบแพ็กเกจจิ้งกับร้านที่ตั้งอยู่ในไมอามี 51 แห่ง โดยจะนำวัสดุทางเลือกมาใช้ประโยชน์มาให้ลูกค้า เช่น การนำกระดาษแข็งใหม่ทดแทนไร้การฟอกสีทำ Frypods® การใช้พลาสติก cPLA ซึ่งเป็นพอลิเมอร์จากพืชหมุนเวียนผลิตอุปกรณ์ประเภทช้อนและมีด และการนำเส้นใยรีไซเคิล 100% มาใช้ผลิตกระดาษเช็ดปาก นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังจะทดสอบใช้หลอดดูดที่ผลิตจากพืชและฝาปิดแก้วเครื่องดื่มแบบไม่ต้องใช้หลอดดูดอีกด้วย ซึ่งการดำเนินการนี้จะช่วยกำจัดการใช้หลอดดูดพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวได้มากถึง 500 ล้านหลอดต่อปีจากการเข้าร่วมของร้าน Burger King’s ที่ตั้งอยู่ในอเมริกา</p>
<p>สำหรับทางเลือกของห่อแซนด์วิช Whopper® ก็จะได้รับการทดสอบด้วยเช่นกัน โดยจะลดการใช้กระดาษลง 13% และ 34% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับห่อกระดาษแบบเดิม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าขยะประเภทกระดาษทั่วสหรัฐฯ จะลดลงไปอีก 500 – 1,500 เมตริกตัน ต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9294 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/05/451818_2_800.jpg" alt="" width="647" height="364" /></p>
<p>นอกจากนี้ Burger King’s ยังคงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์อย่าง Loop เพื่อพัฒนาการลดปริมาณการใช้แพ็กเกจจิ้งประเภทใช้ครั้งเดียว ผ่านการใช้แพ็กเกจจิ้งที่สามารถใช้ซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง ที่ตอนนี้แผนการนี้ได้ขยายไปยังเมืองต่างๆนอกสหรัฐฯ อีก 2 เมือง ได้แก่ กรุงปารีส และกรุงลอนดอน นอกจากนี้ ความร่วมมือเพิ่มเติมกับ Coca-Cola Company และ Kraft Heinz จะใช้ประโยชน์จากขนาดและทรัพยากรร่วมกันในการให้ข้อมูลเชิงลึก ความเชี่ยวชาญด้านแพ็กเกจจิ้งและทรัพยากรสำหรับการนำร่องโครงการเหล่านี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพระดับชาติในอนาคตให้สูงสุด</p>
<p>“แพ็กเกจจิ้งที่ยั่งยืนเป็นพื้นฐานสำคัญของแบรนด์ร้านอาหารของเรา และการนำร่องใหม่ครั้งนี้แสดงให้เห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้สร้างการเปลี่ยนแปลง โดยเรามั่นใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเราและมุ่งมั่นที่จะลดขยะเพื่อการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น” Matthew Banton หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมและความยั่งยืน แห่ง Burger King® กล่าว</p>
<p>อย่างไรก็ดี การนำร่องโครงการครั้งนี้จะสามารถลดการเกิดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 910 เมตริกตันต่อปี หรือเท่ากับรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนจำนวน 196 คันใน 1 ปี เลยทีเดียว</p>
<p><strong>Credit : </strong><br />
<strong>https://www.trendhunter.com/trends/green-packaging-pilot-program</strong><br />
<strong>https://www.packworld.com/issues/sustainability/article/21415745/burger-king-rolls-out-green-packaging-pilot-program</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/05/burger-kings-green-packaging-pilot-program/">ปังไม่หยุด Burger King’s เปิดโครงการนำร่องแพ็กเกจจิ้งสีเขียว หวังลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
