<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Greenwashing &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/greenwashing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Apr 2024 04:23:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Greenwashing &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;จุดจบสายเคลม&#8217; ออสเตรเลียเอาจริงแบรนด์ฟอกเขียว ดำเนินคดีถุงขยะ ฌ อ้างใช้วัสดุรีไซเคิลจากพลาสติกในทะเล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/clorox-australia-face-legal-action-from-greenwashing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Apr 2024 12:12:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ACCC]]></category>
		<category><![CDATA[Australian Competition and Consumer Commission]]></category>
		<category><![CDATA[Clorox Australia]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[environmental claims]]></category>
		<category><![CDATA[Fair trade]]></category>
		<category><![CDATA[Glad]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[recycled]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25230</guid>

					<description><![CDATA[<p>Clorox Australia ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือนของออสเตรเลีย รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Food Care แล​ะถุงขยะภายใต้แบรนด์ Glad  กำลังเผชิญ​กับการถูกดำเนินการทางกฎหมายจาก Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) หน่วยงานกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการ​แข่งขันที่เป็นธรรมในธุรกิจ รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการักษาสิทธิผู้บริโภคของออสเตรเลีย ทั้งนี้ Clorox ถูกร้องเรียนด้วยข้อกล่าวหาว่า มีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ถุงขยะภายใต้แบรนด์ Glad ​ว่าใช้วัสดุรีไซเคิล 50% ที่​ทำมาจากพลาสติกในทะเล โดยทาง Clorox ใช้ข้อความโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์ Glad Kitchen Tidy Bags และ Garbage Bags ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล 50% จากขยะพลาสติกในทะเลหรือมหาสมุทร (50% OCEAN PLASTIC RECYCLED BAGS) ขณะที่ทาง​ ACCC กลับพบว่าพลาสติกดังกล่าวถูกรวบรวมมาจากชุมชนในอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งไม่เกิน 50 กม. Gina Cass-Gottlieb ประธาน ACCC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/clorox-australia-face-legal-action-from-greenwashing/">&#8216;จุดจบสายเคลม&#8217; ออสเตรเลียเอาจริงแบรนด์ฟอกเขียว ดำเนินคดีถุงขยะ ฌ อ้างใช้วัสดุรีไซเคิลจากพลาสติกในทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Clorox Australia</strong> ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือนของออสเตรเลีย รวมถึงผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Food Care แล​ะถุงขยะภายใต้แบรนด์ Glad  กำลังเผชิญ​กับการถูกดำเนินการทางกฎหมายจาก <strong>Australian Competition and Consumer Commission (ACCC)</strong> หน่วยงานกำกับดูแลเพื่อให้เกิดการ​แข่งขันที่เป็นธรรมในธุรกิจ รวมทั้งการดูแลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และการักษาสิทธิผู้บริโภคของออสเตรเลีย</p>
<p><span id="more-25230"></span></p>
<p>ทั้งนี้ Clorox ถูกร้องเรียนด้วยข้อกล่าวหาว่า มีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ถุงขยะภายใต้แบรนด์<strong> Glad</strong> ​ว่าใช้วัสดุรีไซเคิล 50% ที่​ทำมาจากพลาสติกในทะเล</p>
<p>โดยทาง Clorox ใช้ข้อความโฆษณาบนบรรจุภัณฑ์ Glad Kitchen Tidy Bags และ Garbage Bags ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล 50% จากขยะพลาสติกในทะเลหรือมหาสมุทร<strong> (50% OCEAN PLASTIC RECYCLED BAGS) </strong>ขณะที่ทาง​ ACCC กลับพบว่าพลาสติกดังกล่าวถูกรวบรวมมาจากชุมชนในอินโดนีเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายฝั่งไม่เกิน 50 กม.</p>
<p><strong>Gina Cass-Gottlieb</strong> ประธาน ACCC ให้ความเห็นว่า ​ข้อความดังกล่าวของ Clorox อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดและนำมาซึ่งการตัดสินใจซื้ออย่างเสียเปรียบ รวมทั้งเกิดความไม่เป็นธรรมต่อผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง​ ขณะที่การเข้ามา Take Action ของ  ACCC สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อ​ข้อมูลที่ผิดไปจากความเป็นจริง ​ทำให้ผู้บริโภค​เข้าใจผิดต่อประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมจากการกล่าวอ้างของภาคธุรกิจต่างๆ</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันมีผู้บริโภค​เลือกซื้อ​โดยพิจารณาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบ​ข้อมูลที่แบรนด์ต่างๆ ออกมาระบุถึงผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยเฉพาะประเด็นที่อ้างถึงประเด็นสิ่งแวดล้อม ที่ต้อง​เชื่อถือได้​ รวมทั้งสามารถตรวจสอบ​ความถูกต้องได้อย่างโปร่งใส&#8221; </em></p>
<p>ทั้งนี้​ Clorox ได้ทำการถอนผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิด ออกจากการทำตลาดแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปีที่ผ่านมา ขณะที่​ทางศาลก็ได้รับเรื่องเพื่อทำการพิจารณาคดีในขั้นตอนต่อไปแล้ว   ​</p>
<p>ด้าน ​ACCC ประกาศเดินหน้าเพื่อตรวจสอบข้อความโฆษณาของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งในการดำเนินธุรกิจและต่อผู้บริโภค ทั้งข้อความประกาศ บทลงโทษ ข้อห้าม รวมทั้งข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้เกิดการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส​​ ถูกต้อง และเป็นธรรม</p>
<p><a href="https://insidefmcg.com.au/2024/04/18/clorox-in-court-over-glad-bag-greenwashing/" target="_blank" rel="noopener">Source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/clorox-australia-face-legal-action-from-greenwashing/">&#8216;จุดจบสายเคลม&#8217; ออสเตรเลียเอาจริงแบรนด์ฟอกเขียว ดำเนินคดีถุงขยะ ฌ อ้างใช้วัสดุรีไซเคิลจากพลาสติกในทะเล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Mar 2024 10:45:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3P]]></category>
		<category><![CDATA[Creating Shared Value]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Future Perfect]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Profit]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Thairath Sustainability Report 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Watershed Moment]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[การฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จิตสุภา วัชรพล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิรไท สันติประภพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารออมสิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท )]]></category>
		<category><![CDATA[บันเทิง ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วิทัย รัตนากร]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สราวุฒิ อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อภิชาติ ชูตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรัฐกรุ๊ป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24520</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยรัฐกรุ๊ป เปิดรายงานหนังสือฉบับพิเศษ “Thairath Sustainability Report 2024” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวคิดและกลยุทธ์ความยั่งยืนจากผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรชั้นนำ และอาจารย์จากภาควิชาการที่เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดเรื่องราวความยั่งยืนให้กับประชาชน ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ ซึ่งถูกครีเอทขึ้นบนพื้นฐานปณิธานของไทยรัฐกรุ๊ปที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมมาตลอดกว่า 75 ปี นาวสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงการจัดทำรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ นี้ว่า เป็นรายงานเล่มแรกที่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงองค์ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของผู้นำทางความคิดจากหลายภาคส่วนมาผสานกัน เพื่อส่งต่อให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ ศึกษา ต่อยอด รวมถึงการสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่อนาคตที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น เพราะความยั่งยืน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่ยังมีความยั่งยืนในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “จะเห็นได้ชัดว่าทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของผู้คน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆกัน การเพิ่มผลกำไรสูงสุดไม่ใช่หนทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ในระยะยาว แต่การที่จะทำให้องค์กรคงอยู่ได้นั้นต้องมีความสมดุลร่วมกันในทุกด้าน จึงจะทำให้เกิด Future Perfect หรืออนาคตที่ยั่งยืนได้จริง” ทั้งนี้ในรายงาน “Thairath Sustainability [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/">เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไทยรัฐกรุ๊ป เปิดรายงานหนังสือฉบับพิเศษ “<strong>Thairath Sustainability Report 2024</strong>” ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ แนวคิดและกลยุทธ์ความยั่งยืนจากผู้นำประเทศ ผู้นำองค์กรชั้นนำ และอาจารย์จากภาควิชาการที่เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดเรื่องราวความยั่งยืนให้กับประชาชน</p>
<p><span id="more-24520"></span></p>
<p>ภายใต้แคมเปญ<strong> Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’</strong> ซึ่งถูกครีเอทขึ้นบนพื้นฐานปณิธานของไทยรัฐกรุ๊ปที่มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันต่อความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมมาตลอดกว่า 75 ปี</p>
<p><strong>นาวสาวจิตสุภา วัชรพล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ กล่าวถึงการจัดทำรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 ภายใต้แคมเปญ Future Perfect ‘อนาคตที่ยั่งยืน’ นี้ว่า เป็นรายงานเล่มแรกที่ได้รวบรวมและเชื่อมโยงองค์ความรู้เกี่ยวกับความยั่งยืนและวิสัยทัศน์ของผู้นำทางความคิดจากหลายภาคส่วนมาผสานกัน เพื่อส่งต่อให้ประชาชนคนไทยได้มีความเข้าใจในเรื่องของความยั่งยืนมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ ศึกษา ต่อยอด รวมถึงการสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกสู่อนาคตที่ยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น เพราะความยั่งยืน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้นอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกัน แต่ยังมีความยั่งยืนในมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจด้วยซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24539 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH4.jpg" alt="" width="1200" height="842" /></p>
<p><em>“จะเห็นได้ชัดว่าทุกองค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในเรื่องของผู้คน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจ ที่ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมๆกัน การเพิ่มผลกำไรสูงสุดไม่ใช่หนทางที่จะทำให้องค์กรอยู่รอดได้ในระยะยาว แต่การที่จะทำให้องค์กรคงอยู่ได้นั้นต้องมีความสมดุลร่วมกันในทุกด้าน จึงจะทำให้เกิด Future Perfect หรืออนาคตที่ยั่งยืนได้จริง”</em></p>
<p>ทั้งนี้ในรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” เผยถึงความเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญว่าโลกกำลังเผชิญกับจุดหักเหสำคัญที่เรียกว่า ‘<strong>Watershed Moment’</strong> ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่เราเน้นย้ำเสมอมาคือ ความยั่งยืนไม่ได้อยู่แค่ในมิติของสิ่งแวดล้อม หลายคนตกหลุมพรางของ “การฟอกเขียว” หรือ Greenwashing ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายแนวทางปฏิบัติที่หลอกลวง ในการนำเสนอภาพลักษณ์ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณะ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH3.jpg" alt="" width="1200" height="826" /></p>
<p>ขณะที่แนวทางปฏิบัติจริงอาจไม่สอดคล้องกับคำกล่าวดังกล่าว และสำหรับคำว่า “ความยั่งยืน” ของ ไทยรัฐ เองไม่ใช่สิ่งที่เราเพิ่งมาใส่ใจ แต่เป็นทั้งกลยุทธ์ในการเติบโตและเป็นค่านิยมหลักขององค์กรที่เรายึดมั่นเสมอมาซึ่งหากเราได้อ่านวิสัยทัศน์และสิ่งที่แต่ละองค์กรในหนังสือเล่มนี้ได้ลงมือทำแล้วนั้น เราจะเห็นได้ว่า ไม่มีใครเลยที่จะทำแต่เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยละเลยมิติอื่นๆของความยั่งยืน ทั้งเรื่องสังคม การกำกับกิจการที่ดี และการคำนึงถึงความยั่งยืนของตัวธุรกิจเองด้วย นาวสาว จิตสุภา กล่าว</p>
<p>ด้าน<strong> นายเศรษฐา ทวีสิน</strong> นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ได้ให้ข้อมูลในหัวข้อ <em><strong>‘รัฐบาลเพื่อความยั่งยืน สู่อนาคตที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</strong></em>’ โดยระบุว่า ในปัจจุบันทั่วโลกมีเพียงร้อยละ 12 ที่สามารถบรรลุได้ตามเป้าหมายแผนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี 2030 จึงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งประเทศไทยสามารถระดมเงินได้มากกว่า 1.25 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ตั้งแต่การพัฒนาระบบขนส่งใต้ดินใหม่ ไปจนถึงการปรับปรุงระบบการจัดการน้ำ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว และส่งเสริมโอกาสการลงทุนใหม่ๆเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในทุกภาคส่วนของประเทศไทย</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-24537 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนมุมมองของ <strong>นายวิทัย รัตนากร</strong> ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ให้ข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผลกำไรทั้งสามด้าน หรือ<strong> Triple Bottom Line</strong> ที่ประกอบด้วย People, Planet และ Profit ซึ่งหากสามารถดำเนินธุรกิจตามหลัก 3P นี้ได้ก็จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในเรื่อง การขจัดความยากจน และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สำหรับทางด้านสิ่งแวดล้อมได้มีการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 โดยไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับองค์กรที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับหลักการ CSV (Creating Shared Value)</p>
<p><strong>ดร.วิรไท สันติประภพ</strong> เลขาธิการและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ถ่ายทอดแนวคิด การทำเรื่องความยั่งยืน ควรเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การทำธุรกิจ เพราะจะช่วยสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มประสิทธิผลของการบริหารความเสี่ยงขององค์กรด้วย รวมถึงการยกตัวอย่างของการบริหารจัดการลดขยะ โครงการผลิตคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชนทั่วประเทศที่ได้ดำเนินไปแล้วกว่า 150,000 ไร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24541 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH6.jpg" alt="" width="1200" height="833" /></p>
<p>นอกจากนี้ <strong>นางสมฤดี ชัยมงคล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ให้วิสัยทัศน์ในเรื่อง การดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับโลก พร้อมไปกับการส่งเสริมโครงการพัฒนาด้านการศึกษา สุขอนามัย และเศรษฐกิจของชุมชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำที่มาร่วมเผยองค์ความรู้ในการสร้างความยั่งยืน ถ่ายทอดผ่านรายงาน Thairath Sustainability Report 2024 เล่มนี้ด้วยกัน ได้แก่ <strong>นายบันเทิง ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล, นายอภิชาติ ชูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) , <strong>ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์</strong> กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) , <strong>นายสราวุฒิ อยู่วิทยา</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ,<strong> ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด , <strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดี </strong>และ <strong>รศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล</strong> หัวหน้าภาควิชาพาณิชยศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/TH5.jpg" alt="" width="1200" height="820" /></p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านหรือดาวน์โหลดหนังสือรายงาน Thairath Sustainable Report 2024 นี้ได้ทาง https://www.thairath.co.th/futureperfect/thairath_sustainability_report</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/thairath-sustainability-report-2024/">เปิดรายงาน “Thairath Sustainability Report 2024” พบสถิติหน่วยงานเพียง 12% ทั่วโลกบรรลุเป้าหมาย พร้อมเผยมุมมอง ผู้นำองค์กรภาครัฐ-เอกชน ชั้นนำของประเทศ ด้านความยั่งยืนของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยุโรปเข้มใช้โลโก้ Carbon Neutral ​บ่งชี้ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน​หรือเครื่องมือ Greenwashing ​ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากแบรนด์ฟอกเขียว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/carbon-neutral-claim-situation-in-eu-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Aug 2023 09:35:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BEUC]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon neutral claim]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Offset]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[The European Consumer Organization]]></category>
		<category><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20287</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัทผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายต่างใช้ประโยชน์จากความอ่อนไหวของผู้บริโภคต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมและความเต็มใจที่จะจ่ายมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเพื่อความยั่งยืน โดยการติดฉลาก Carbon Neutral บนผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่ออ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน หรือมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การสำรวจ A CLIMATE-NEUTRAL FOOD BASKET TOO GOOD TO BE TRUE? โดย BEUC  (The European Consumer Organization)​ ในฐานะ​ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรดูแลผู้บริโภคที่ไม่แสวงหากำไร ได้ทำการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้บริโภคว่าฉลากจำนวนมากเหล่านี้อาจเป็นการสร้าง Misleading ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ​พร้อมเรียกร้องแบรนด์ต่างๆ ยุติการกระทำที่เป็น Carbon Neutral Claim เพราะอาจนำมาซึ่งผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค​มากกว่าการเกิดผลดี องค์กรที่ร่วมสำรวจ อาทิ  Test Achats หรือ Test Aankoop องค์กรเพื่อผู้บริโภคที่ไม่แสวงหากำไรของเบลเยี่ยม ซึ่งส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค และ Carbon Market Watch ซึ่งเป็นกลุ่ม Climate Think Thank เรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการติดฉลากคาร์บอนของผู้ผลิตจำนวนมากที่ต้องการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ด้วยโลโก้ Carbon Neutral เพื่อระบุว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั้งหมดได้รับการชดเชยนั้นเป็นการฟอกเขียว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/carbon-neutral-claim-situation-in-eu-market/">ยุโรปเข้มใช้โลโก้ Carbon Neutral ​บ่งชี้ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน​หรือเครื่องมือ Greenwashing ​ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากแบรนด์ฟอกเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัทผู้ผลิตสินค้าทั้งหลายต่างใช้ประโยชน์จากความอ่อนไหวของผู้บริโภคต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมและความเต็มใจที่จะจ่ายมากขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากเพื่อความยั่งยืน โดยการติดฉลาก Carbon Neutral บนผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่ออ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน หรือมีส่วนช่วยในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p><span id="more-20287"></span></p>
<p>การสำรวจ <strong>A CLIMATE-NEUTRAL FOOD BASKET TOO GOOD TO BE TRUE?</strong> โดย<strong> BEUC </strong> (The European Consumer Organization)​ ในฐานะ​ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรดูแลผู้บริโภคที่ไม่แสวงหากำไร ได้ทำการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้บริโภคว่าฉลากจำนวนมากเหล่านี้อาจเป็นการสร้าง Misleading ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ​พร้อมเรียกร้องแบรนด์ต่างๆ ยุติการกระทำที่เป็น Carbon Neutral Claim เพราะอาจนำมาซึ่งผลเสียหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค​มากกว่าการเกิดผลดี</p>
<p>องค์กรที่ร่วมสำรวจ อาทิ  <strong>Test Achats</strong> หรือ <strong>Test Aankoop</strong> องค์กรเพื่อผู้บริโภคที่ไม่แสวงหากำไรของเบลเยี่ยม ซึ่งส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค และ<strong> Carbon Market Watch</strong> ซึ่งเป็นกลุ่ม <strong>Climate Think Thank เรียกร้องให้หลีกเลี่ยงการติดฉลากคาร์บอนของผู้ผลิตจำนวนมากที่ต้องการสร้างแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ด้วยโลโก้ Carbon Neutral เพื่อระบุว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั้งหมดได้รับการชดเชยนั้นเป็นการฟอกเขียว (Greenwashing)</strong>  <strong>เนื่องจากข้อความหรือการติดฉลากดังกล่าวไม่สามารถยืนยันหรือพิสูจน์ความจริงได้ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20437 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/8.jpg" alt="" width="1200" height="914" /></p>
<p><strong>Gwendolyn Maertens</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการของ Test Achats ระบุว่า คำกล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์มีความเป็นกลางทางคาร์บอนทำให้เกิดความรู้สึกต่อผลิตภัณฑ์ว่าไม่มีผลกระทบต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมาได้ถูกหักล้างหรือชดเชยทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับประกันได้ ด้วยเหตุนี้ คำกล่าวอ้างนี้จึงทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนและเข้าใจผิด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่รักษ์โลกและเลือกซื้อเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em><strong>ข้</strong><strong>อความหรือคำกล่าวอ้างที่พบบนผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ ได้แก่ Carbon Neutral, Climate Neutral, Net Zero, 100% Carbon Offset เป็นต้น ซึ่งมักจะทำให้ผู้บริโภคสับสนในความจริง และไม่ได้ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสิ่งที่บริษัทต่างๆ กำลังดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</strong></em></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญได้ทำการศึกษาผลิตภัณฑ์ 13 รายการที่วางจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่กล่าวอ้างว่าเป็น Carbon Neutral รวมถึง กาแฟ พิซซ่า ชีส กล้วย และน้ำดื่มบรรจุขวด ผลการศึกษาดังกล่าวระบุผลลัพธ์ยืนยันว่าฉลากเหล่านี้ยังห่างไกลจากความน่าเชื่อถือ</p>
<p>โดยพบว่า Climate Neutrality เป็นการกล่าวอ้างที่ได้มาจากการซื้อคาร์บอนเครดิต จากการที่บริษัทผู้ผลิตจะบริจาคเงินให้กับโครงการทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียน โครงการปลูกป่า เป็นต้น แต่กลับพบว่าระบบเครดิตนี้ไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว ไม่มีการรับประกันว่าโครงการนั้นๆ จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จริง และการประเมินค่าการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถทำได้ง่ายและสูงเกินความเป็นจริง</p>
<p>ตัวอย่างเช่น กล้วย แบรนด์ Chiquita ที่กล่าวอ้างว่า กล้วยของบริษัทมีความเป็นกลางทางคาร์บอนผ่านคาร์บอนเครดิตจากโครงการพลังงานลมในประเทศคอสตาริกา แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าพลังงานลมสามารถชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทั้งหมดหรือไม่อย่างไร และบริษัทก็ยังมีความคลุมเครือว่าการปล่อยก๊าซใดที่จะถูกชดเชย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20433 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><strong> Laura Clays</strong> โฆษกของ Test Achats กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่ประสิทธิภาพของคาร์บอนเครดิตยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่ยังไม่มีมาตรฐานยุโรปที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ผลิตภัณฑ์สองชนิดที่ติดฉลาก Carbon Neutral แบบเดียวกันอาจมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมแตกต่างกันมากได้</p>
<p>ทั้งนี้ ในปี 2563 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ศึกษาเรื่องการกล่าวอ้างด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยพบว่าเกินกว่าครึ่ง หรือ ​​53.3% ของการกล่าวอ้างด้านสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในสหภาพยุโรปมีความคลุมเครือ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในกลุ่มผู้บริโภค และไม่มีมูลความจริง และเมื่อต้นปี 2566 <strong>Federal Public Service Economy</strong> (FPS Economy) ของเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจเบลเยี่ยมให้มีประสิทธิภาพ แข่งขันได้ และมีความยั่งยืน ได้เปิดตัวแคมเปญเพื่อเตือนผู้บริโภคให้ทราบถึงลักษณะของการกล่าวอ้างด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เข้าใจผิด หลังจากได้รับรายงานที่ไม่เป็นความจริงถึง 21 ฉบับในปี 2565</p>
<p>นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา รัฐสภายุโรปได้มีมติเห็นชอบ <strong>Directive on Empowering Consumers for the Green Transition</strong> ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มสิทธิของผู้บริโภคโดยการแก้ไข Directive ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Unfair Commerical Practices Directive : UCPD) และ Directive เกี่ยวกับสิทธิผู้บริโภค (Consumer Rights Directive : CRD) เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ไม่ใช่ Greenwashing</p>
<p>โดยบริษัทผู้ผลิตจะไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวอ้างหรือโฆษณาผลิตภัณฑ์ กระบวนการ หรือธุรกิจ หากการกล่าวอ้างนั้นไม่สามารถยืนยันได้โดยระบบการรับรอง (Certification Scheme) ที่สาธารชนสามารถเข้าถึงได้ และในอนาคตจะอนุญาตให้ใช้เฉพาะฉลากความยั่งยืนที่มีการรับรองอย่างเป็นทางการ หรือมีการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายรับรอง หรือจัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐเท่านั้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้นและลดความสับสนของผู้บริโภค รวมถึง​ผู้ประกอบการที่ต้องการทำการตลาด โฆษณา หรือกล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์มีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะต้องคำนึงวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง และจะต้องมีระบบการตรวจสอบ สามารถพิสูจน์ได้ และได้รับการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานและมีคุณสมบัติตามที่กล่าวอ้างจริงที่ไม่ใช่การฟอกเขียว</p>
<p>ข้อมูล : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/carbon-neutral-claim-situation-in-eu-market/">ยุโรปเข้มใช้โลโก้ Carbon Neutral ​บ่งชี้ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน​หรือเครื่องมือ Greenwashing ​ปกป้องสิทธิ์ผู้บริโภคจากแบรนด์ฟอกเขียว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Feb 2023 09:57:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG fund]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Rating]]></category>
		<category><![CDATA[Greenwashing]]></category>
		<category><![CDATA[Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB CIO]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดอันดับความน่าเชื่อถือ]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยเลี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เรตติ้ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17254</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB Chief Investment Office  หรือ SCB CIO  ชี้ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2559-2564 เติบโตสูง เฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB CIO กล่าวว่า การเติบโตดังกล่าว ​ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2559 มาเป็น 6% ในปี 2564 และทรงตัวในปี 2565 ซึ่งภูมิภาคยุโรปมีความโดดเด่นที่สุดเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม ESG โดยพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG สูงถึงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป พร้อมชี้ให้เห็น 6 ประเด็นสำคัญ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/">กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB Chief Investment Office </strong> หรือ<strong> SCB CIO </strong> ชี้ภาพรวมการลงทุนในกองทุนรวมที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2559-2564 เติบโตสูง เฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี</p>
<p><span id="more-17254"></span></p>
<p><strong>ดร.กำพล  อดิเรกสมบัติ </strong>ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB CIO กล่าวว่า การเติบโตดังกล่าว ​ผลักดันให้ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2559 มาเป็น 6% ในปี 2564 และทรงตัวในปี 2565 ซึ่งภูมิภาคยุโรปมีความโดดเด่นที่สุดเรื่องการลงทุนในกองทุนรวม ESG โดยพบว่า ส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG สูงถึงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17258 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/K-Kampol.jpg" alt="" width="409" height="413" /></p>
<p>พร้อมชี้ให้เห็น 6 ประเด็นสำคัญ ท่ีเกี่ยวข้องกับการลงทุนในธีม ESG ต่อไปนี้</p>
<p><strong> 1. กระแส ESG ได้รับความสนใจอย่างมากจากทุกภาคส่วน (ทั้งรัฐและเอกชน) ​</strong><br />
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เป็นที่พูดถึงและดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษ 1900 แต่ยังไม่ได้เรียกออกมาชัดเจนเป็น ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยความสนใจใน ESG เร่งตัวขึ้น อย่างชัดเจนหลังปี 2016 ผ่านการออกเกณฑ์กำกับดูแลเกี่ยวกับ ESG มากขึ้นอย่างก้าวกระโดดของหน่วยงานกำกับของรัฐในหลายพื้นที่ทั่วโลก และส่งผลต่อเนื่องมายังภาคเอกชนให้ต้องตื่นตัวกับ ESG มากขึ้น ทั้ง ผู้ผลิต ผู้บริโภค สถาบันการเงิน และนักลงทุน</p>
<p>ทั้งนี้ นับแต่ปี 2016 &#8211; 2020 จำนวนกฎระเบียบด้าน ESG เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 41% ต่อปี ส่วนปี 2021 เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงถึง 17% ​จากปี 2020 โดยกฎระเบียบที่ออกมาส่วนใหญ่จะมาจากภาครัฐบาลของ ประเทศต่างๆ ซึ่งคิดเป็นกว่า 80% ของกฎระเบียบทั้งหมด ส่วนอีกเกือบ 20% ​ถูกกำกับโดยหน่วยงานกำกับด้านการเงิน ด้านอุตสาหกรรม และหน่วยงานกฎหมายต่างๆ รวมถึงธนาคารกลาง​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17255 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Pic1.jpg" alt="" width="661" height="365" /></p>
<p>และหากพิจารณาเรื่อง ESG ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน พบว่า กฎระเบียบใหม่ๆ ที่พบบ่อยที่สุดและมีความเกี่ยวพันกับการลงทุน คือ การมุ่งเน้นให้บริษัทจดทะเบียนและนักลงทุนทำความ​เข้าใจและรับมือกับความท้าทายที่เกิดจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ</p>
<p><strong>2. กองทุนรวม ESG เติบโตต่อเนื่อง และโดดเด่นในภูมิภาคยุโรป</strong></p>
<p>มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) ของกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนเกี่ยวกับ ESG ในปี 2016-2021 เติบโตสูงเฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี หนุนส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG เพิ่มขึ้นจาก 3% มาเป็น 6% ในปี 2021 และทรงตัวในปี 2022 (แม้ AUM จะลดลงตามภาวะตลาด)</p>
<p>หากพิจารณากองทุน ESG เป็นรายภูมิภาค จะพบว่า ยุโรป มีส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG มากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ และสัดส่วนต่อมูลค่า AUM รวมในภูมิภาคยุโรปยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้แต่ในปี 2022 ตลาดเผชิญปัจจัยลบจากดอกเบี้ยขาขึ้นและเงินเฟ้อเร่งตัว โดยส่วนแบ่งตลาดของกองทุน ESG ในยุโรปสูงเกือบ 30% ของ AUM รวมในยุโรป และเพิ่มขึ้นจาก 2021 ที่มีสัดส่วน 28.5% ​​สอดคล้องกับแนวทางที่ยุโรปให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลต่างๆ ขณะที่ฝั่งอเมริกาและเอเชีย ส่วนแบ่งตลาดกองทุน ESG ทรงตัวอยู่ที่ราว 2% และ 1.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม กองทุน ESG ยังค่อนข้างกระจุกตัวอยู่ใน General ESG Fund (85% ของกองทุน ESG โดยรวม) ส่วนที่เหลือจะเป็น Thematic ESG Fund ที่เกือบครึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)</p>
<p><strong>3. Greenwashing ประเด็นความเสี่ยงของ ESG ที่ต้องจับตา</strong></p>
<p>ผลจากที่หลายภาคส่วนต้องการได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมในกระแส ESG ทำให้เกิดกระบวนการ &#8216;<strong>Greenwashing</strong>&#8216; หรือ<strong> &#8216;การฟอกเขียว&#8217; </strong>กับบริษัทต่างๆ ที่สร้างภาพว่าปฏิบัติตามแนวทาง ESG แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งมีหลายประเด็นที่เคยเป็นประเด็นทางสาธารณะ เช่น การเปิดตัว​หลอดกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ  <strong>McDonald </strong>ในปี 2019 แต่ภายหลังพบว่า หลอดนี้ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ทำให้มีคำถามจากสังคมตามมาว่า​ หรือกรณีการเปิดตัว <strong>Coca Cola Life​</strong> ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากสีเขียว โดยสื่อสารว่าเป็น น้ำอัดลมที่มีความหวานมาจากธรรมชาติ ซึ่งดีและมีความยั่งยืนต่อสุขภาพ แต่ต่อมาพบปริมาณน้ำตาลสูงถึง 6.6%  รวมท้ังการออกโฆษณาของสายการบิน Ryan Air ​ในปี 2020 ว่าเป็น สายการบินที่สร้างมลภาวะต่ำที่สุด แต่หลังจากนั้นหน่วยงานมาตรฐานการโฆษณาก็ออกมาห้ามการโฆษณาดังกล่าวทันที โดยชี้ว่าเป็นการกล่าวอ้างเกิน จริง และสายการบินเป็นธุรกิจที่สร้างความอ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>รวมทั้งเคสในใธุรกิจกองทุนอย่าง DWS ซึ่งเป็นบริษัทการลงทุนในเยอรมนี ที่ระบุว่าใช้ ESG เป็นปัจจัยคัดเลือกหุ้น แต่ถูกตรวจสอบว่าไม่เป็นจริง นำมาสู่การถูกลงโทษ และยังผลให้ลูกค้าถอนเงินลงทุน ราคาหุ้นบริษัทแม่ลดลงไป 14% หลังจากมีข่าวออกมา​ เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;รัฐบาลในหลายประเทศค่อนข้างให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิด ​Greenwashing โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ที่มีการปรับใช้การกำกับดูแลด้าน ESG มาก่อน และค่อนข้างเข้มข้นกว่ากลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ (EM) เช่น สหรัฐและยุโรป ต่างมีกฎหมายที่ป้องกันการเกิด Greenwashing รวมถึงมีบทลงโทษ นอกเหนือจากการกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนทั้งหมดต้องเปิดเผยข้อมูล ESG และ ESG commitment และในอนาคตคาดว่ากลุ่มตลาดเกิดใหม่ หลายประเทศก็มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการกำกับดูแล ด้าน ESG มากขึ้น เช่น การผลักดัน ESG Declaration ของสมาคมธนาคารไทย เป็นต้น&#8221;​​</em>.</p>
<figure id="attachment_17257" aria-describedby="caption-attachment-17257" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-17257 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/ESG-Rating.jpg" alt="" width="1200" height="764" /><figcaption id="caption-attachment-17257" class="wp-caption-text"><em><strong>เปรียบเทียบการจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้าน ESG ของผู้ให้บริการ 4 รายใหญ่</strong></em></figcaption></figure>
<p><strong>4. ESG Rating มีความสัมพันธ์ต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท</strong></p>
<p>กระแส Greenwashing ที่เกิดขึ้น ทำให้การวัดผลด้าน ESG มีความสำคัญฯ ซึ่งจากการศึกษาของ Morningstar และ Fidelity International proprietary ต่างก็พบว่า กลุ่มบริษัทที่ได้รับ ESG Rating ​สูง มักให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าบริษัทที่มี ESG Rating ต่ำ</p>
<p>อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ความสัมพันธ์ของผลตอบแทนจากการลงทุนกับ ESG Rating อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ ตามผลกระทบของเศรษฐกิจในช่วงเวลาดังกล่าว ดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2022 ที่ราคาน้ำมันโลกเร่งตัวและดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจาก ESG fund โดยส่วนใหญ่อาจไม่สามารถสู้กับกลุ่ม Fossil fuel (ที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันสูง) และ MSCI World (ไม่นับรวมกลุ่ม Fossil fuel) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีใหม่/นวัตกรรมใหม่ที่ลดทอนการทำลายสิ่งแวดล้อม มักเป็นกลุ่ม Tech firm/HighI financial leverage ทำให้ผลตอบแทนอ่อนแอลงในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น</p>
<p><strong>5. การลงทุนในกลุ่ม ESG มีความเหมาะสมเพื่อการลงทุนในระยะยาวมากกว่าคาดหวังผลตอบแทนในระยะสั้น </strong></p>
<p>เนื่องจาก ESG Rating เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสนใจเข้าไปลงทุนและคาดว่าจะมี Flow เข้ามาต่อเนื่อง สะท้อนจากเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Article 9 (เน้น ESG เข้มข้น) มีสัดส่วนมากกว่า Artidle 8 (ส่งเสริม ESG อยู่บ้าง) ตลอดช่วงปี 2018-202 1 รวมถึงปี 2022 ที่ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อสูง</p>
<p>นอกจากนี้ กลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะ GenY และ Z ยกให้ ESG rating เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุน (แม้จะไม่ได้สำคัญเท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน) และผลตอบแทนที่พิจารณาความผันผวนด้วย (Risk-adjusted return) ของกลุ่ม ESG สูงกว่ากลุ่ม non-ESG ซึ่งทำให้การลงทุนในกลุ่ม ESG เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในภาวที่เศรษฐกิจและการเงินโลกในปัจจุบันที่มีความผันผวนค่อนข้างสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17256 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/Pic2.jpg" alt="" width="773" height="400" /></p>
<p><strong>6. Climate Change Theme ยังเป็นกระแสหลักที่น่าสนใจในการลงทุน</strong></p>
<p>เมื่อพิจารณาภาพรวมกองทุน ESG พบว่า ยังค่อนข้างกระจุกตัวในกลุ่มที่เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนแบบครอบคลุมประเด็น ESG (General ESG Fund) คิดเป็น 85% ของกองทุน ESG โดยรวม มีเพียง 15% เท่านั้น ที่เป็นกองทุนที่เน้นประเด็นเฉพาะเจาะจงใน ESG (Thematic ESG Fund) ซึ่งเกือบครึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นการจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)</p>
<p>เนื่องจากเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และจีน  (รองลงมาก็คือ ประเด็นด้านทุนมนุษย์) ส่วนหนึ่งมาจากเวทีระดับโลกอย่าง COP27 เป็นปัจจัยเร่ง จึงนำมาสู่การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผลักดันกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) และการจัดเก็บพลังงาน (Energy Storage) ให้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะข้างหน้า สร้างโอกาสต่อการลงทุน จากความกังวลต่อเศรษฐกิจที่ถดถอย​ รวมถึงวิกฤตพลังงาน ทำให้เรื่องของพลังงานสะอาดถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า ที่จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นการขนส่งที่สะอาดมีส่วนช่วยให้บรรลุเป้าหมาย Zero Emission ได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/the-challenger-of-investment-in-esg-theme/">กระแส ESG แรง ดันแชร์กองทุนยั่งยืนเพิ่มเท่าตัว ด้าน SCB CIO ​ชี้ 6 สัญญาณเฝ้าระวัง ทำความเข้าใจตลาดก่อนตัดสินใจลงทุน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
