<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ICT &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ict/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 16 Aug 2025 05:44:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ICT &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 รายได้รวมเติบโต 9.1% และกำไรสุทธิพุ่ง 63.0%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/roctec-global-q12025-performance/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 16 Aug 2025 05:43:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[ROCTEC]]></category>
		<category><![CDATA[ROCTEC GLOBAL]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ร็อคเทค โกลบอล]]></category>
		<category><![CDATA[เว่ย แซม แลม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35524</guid>

					<description><![CDATA[<p>ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 รายได้รวมเติบโต 9.1% และกำไรสุทธิพุ่ง 63.0% หนุนโดยธุรกิจ ICT ความสามารถในการบริหารต้นทุน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศ บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 (เมษายน – มิถุนายน 2568) ด้วยรายได้รวม 825 ล้านบาท เติบโต 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของกลุ่มธุรกิจการให้บริการด้าน ICT ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กับบริษัท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของรายได้รวม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมในต่างประเทศซึ่งมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง นายเว่ย แซม แลม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ROCTEC [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/roctec-global-q12025-performance/">ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 รายได้รวมเติบโต 9.1% และกำไรสุทธิพุ่ง 63.0%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 รายได้รวมเติบโต 9.1% และกำไรสุทธิพุ่ง 63.0% หนุนโดยธุรกิจ ICT ความสามารถในการบริหารต้นทุน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากต่างประเทศ</p>
<p><span id="more-35524"></span></p>
<p><strong> บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC</strong> รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 (เมษายน – มิถุนายน 2568) ด้วยรายได้รวม 825 ล้านบาท เติบโต 9.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของกลุ่มธุรกิจการให้บริการด้าน ICT ซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กับบริษัท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 85% ของรายได้รวม ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงาน และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมในต่างประเทศซึ่งมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายเว่ย แซม แลม</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ROCTEC กล่าวว่า “ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสนี้ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์การมุ่งสู่ธุรกิจการให้บริการไอซีทีแบบครบวงจร ที่สามารถต่อยอดฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มงานระบบเทคโนโลยีแบบครบวงจร (Integrated Technology Solutions) ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย และระบบความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีการขยายตัวอย่างชัดเจนในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและสถาบันต่าง ๆ ในฮ่องกง เราจะเดินหน้าต่อยอดจุดแข็งด้านเทคโนโลยีและการบริหารโครงการ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกตลาดที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ”</p>
<p>ในไตรมาสนี้บริษัทยังมีพัฒนาการสำคัญ ได้แก่ การเริ่มต้นรับรู้รายได้จากโครงการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมถึงความคืบหน้าในการปรับเงื่อนไขของธุรกรรม Hello LED กับ PlanB ซึ่งยังคงมูลค่าธุรกรรมเดิม พร้อมทั้งได้กำหนดเงินมัดจำที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ แม้ทั้งสองรายการยังไม่ส่งผลต่อผลประกอบการในเชิงตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ แต่สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทฯ ในการต่อยอดเครือข่ายพันธมิตร และการสร้างโอกาสทางธุรกิจและทางการเงินในระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p>บริษัทฯ ยังคงประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจในปีงบประมาณ 2568/69 โดยเฉพาะธุรกิจในกลุ่มบริการด้าน ICT จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการโซลูชันเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ROCTEC จึงเดินหน้ายกระดับขีดความสามารถในการให้บริการ ผ่านการลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (in-house R&amp;D) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์โครงสร้างพื้นฐานเมืองอัจฉริยะ แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ บริษัทฯ ยังคงเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตลาดหลัก ได้แก่ ประเทศไทยและฮ่องกง ซึ่งได้รับผลกระทบในระดับจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีรายได้ที่อยู่ระหว่างการส่งมอบและรอการรับรู้แล้วกว่า 67% ของเป้าหมายประจำปีงบประมาณ 2568/69 ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงของกระแสรายได้ในช่วงเวลาที่เหลือของปี บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขัน และส่งมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นในทุกสภาวะเศรษฐกิจ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/roctec-global-q12025-performance/">ROCTEC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2568/69 รายได้รวมเติบโต 9.1% และกำไรสุทธิพุ่ง 63.0%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jun 2024 11:50:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bend the Curve]]></category>
		<category><![CDATA[Data Governance]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner]]></category>
		<category><![CDATA[Gartner Inc.]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable IT]]></category>
		<category><![CDATA[Zombie Equipment]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้คลาวด์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดาต้าเซ็นเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท การ์ทเนอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ออทัมน์ สแตนนิช]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์ซอมบี้]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[แผนแม่บทไอที]]></category>
		<category><![CDATA[ไอทีที่เป็นมิตรต่อโลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26204</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง Net Zero Economy โดยมีเป้าหมายหลัก คือ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 รวมทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 นอกจากนี้ ได้มีการปรับเป้าหมาย NDC ให้เข้มงวดขึ้นเพื่อลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% ภายในปี 2030 ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในไทยต้องคำนึงถึงพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต คุณออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์  เนื่องจากการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้าน ICT (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาระผูกพันเหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้น ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ (SRC) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าตอนที่องค์กรเพิ่งเริ่มต้นยุคดิจิทัลเมื่อทศวรรษ 2010 นั้น งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ใช้พลังงานทั่วโลกแค่ 0.1% แต่คาดว่าภายในปี 2030 จะพุ่งไปถึง 6.4% เพราะเทรนด์ AI, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้า ชิป และเซ็นเซอร์ รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/">เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้าง<strong> Net Zero Economy</strong> โดยมีเป้าหมายหลัก คือ บรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 รวมทั้งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 นอกจากนี้ ได้มีการปรับเป้าหมาย NDC ให้เข้มงวดขึ้นเพื่อลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30-40% ภายในปี 2030 ซึ่งองค์กรต่าง ๆ ในไทยต้องคำนึงถึงพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><span id="more-26204"></span></p>
<p><b>คุณออทัมน์ สแตนนิช ผู้อำนวยการฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์</b>  เนื่องจากการใช้พลังงานในกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับด้าน ICT (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภาระผูกพันเหล่านี้จึงมีความสำคัญมากขึ้น</p>
<p>ข้อมูลจากองค์กรวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ (SRC) และสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าตอนที่องค์กรเพิ่งเริ่มต้นยุคดิจิทัลเมื่อทศวรรษ 2010 นั้น งานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ICT ใช้พลังงานทั่วโลกแค่ 0.1% แต่คาดว่าภายในปี 2030 จะพุ่งไปถึง 6.4% เพราะเทรนด์ AI, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดาต้า ชิป และเซ็นเซอร์ รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>หลายองค์กรมักมองข้ามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่แท้จริงแล้ว <strong>Sustainable IT</strong> หรือ <strong>ไอทีที่เป็นมิตรต่อโลก </strong>คือหัวใจสำคัญเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) การบริหารจัดการการใช้น้ำ การจัดการขยะและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับความหลากหลายทางชีวภาพ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>แผนแม่บทสำหรับไอทีที่ยั่งยืนเป็นความจำเป็นเพื่อช่วยให้ ผู้บริหารฝ่ายจัดการโครงสร้างพื้นฐานและฝ่ายปฏิบัติการ (I&amp;O) บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้ในช่วงทศวรรษ 2020 แต่เทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาจะช่วยเร่งความคืบหน้าในช่วงทศวรรษ 2030 </strong></em></p>
<p>เป้าหมายขององค์กรคือการ Bend the Curve หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขปัญหาไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากไอทีให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นก็ตาม</p>
<p>การประเมินค่าพื้นฐานของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของไอทีและแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของ GHG เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ผู้บริหารฝ่าย I&amp;O ควรวางแผนพัฒนากลยุทธ์ Sustainable IT ให้ครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ ดิจิทัลเวิร์กสเปซ และแผนส่งเสริมการตัดสินใจด้านข้อมูลและซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26207 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT2.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>ดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์</strong></p>
<p>องค์กรส่วนใหญ่มีสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดคลาวด์ ซึ่งรวมถึงพับลิกคลาวด์ ไพรเวทคลาวด์ และดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กร ทำให้มีโอกาสมากมายที่จะทำให้ Hybrid Cloud ยั่งยืนยิ่งขึ้น</p>
<p>สำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นแนวคิดความยั่งยืน การดำเนินการในศูนย์ข้อมูลภายในองค์กร ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น การจัดการเวิร์กโหลดที่ไม่จำเป็น การใช้พลังงานสำหรับการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลอย่างคุ้มค่า การกำจัดอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีผ่านไวรัสคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่า <strong>อุปกรณ์ซอมบี้</strong> (Zombie Equipment)</p>
<p>แม้จะมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยปรับปรุงความยั่งยืนของดาต้า เซ็นเตอร์ แต่ <strong>สิ่งที่ดีที่สุดที่องค์กรสามารถทำได้ในตอนนี้คือ การเปลี่ยนจาก &#8220;ประสิทธิภาพของอุปทาน &#8211; Efficiency of Supply&#8221; ไปเป็น &#8220;การจัดการกับอุปสงค์ &#8211; Demand Management&#8221;</strong> กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเปลี่ยนจากระบบที่เปิดอยู่ตลอดเวลา ไปเป็นระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความต้องการเวิร์กโหลดและการกำกับดูแลข้อมูล หรือ Data Governance</p>
<p>ไม่มีองค์กรใดย้ายไปใช้คลาวด์ด้วยเหตุผลเพียงเพื่อความยั่งยืน แต่ผู้บริหารบางรายกำลังเร่งการย้ายข้อมูลขึ้นไปบนคลาวด์ เนื่องจากมีศักยภาพอย่างมากในการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ซึ่ง <strong>องค์กรเหล่านี้สามารถลดการปล่อยก๊าซได้มากถึง 70% ในระยะยาว โดยการย้ายจากศูนย์ข้อมูลภายในองค์กรไปใช้บริการพับลิกคลาวด์สาธารณะ</strong></p>
<p>แม้ว่าผู้ให้บริการจะมีหน้าที่ในการทำให้คลาวด์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การใช้คลาวด์อย่างยั่งยืนก็เป็นความรับผิดชอบขององค์กรเช่นกัน</p>
<p><strong>ดิจิทัลเวิร์กสเปซ</strong></p>
<p>ดิจิทัลเวิร์กสเปซเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญที่สุด เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้าอื่น ๆ ซึ่งการปล่อยมลพิษเกิดขึ้นตั้งแต่แหล่งกำเนิดไปจนถึงกระบวนการต่างๆ (ตั้งแต่การผลิตถึงการจัดจำหน่าย) ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี</p>
<p>ผู้บริหารด้านการปฏิบัติงานและเทคโนโลยี (I&amp;O) สามารถยกระดับความยั่งยืนของดิจิทัลเวิร์กสเปซได้ด้วยการยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ โดยซื้ออุปกรณ์ที่ผ่านการปรับสภาพ (Refurbished) และตั้งค่าอุปกรณ์ให้อยู่ในโหมดประหยัดพลังงานโดยอัตโนมัติ แต่ฝ่าย IT มีหน้าที่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น พนักงานเองก็จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการลดดิจิทัลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตนเองด้วย</p>
<p>การยกระดับความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมของพนักงานถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เนื่องจาก พนักงานส่วนใหญ่มักมองข้ามผลกระทบที่ตนเองมีต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไอที ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องจากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้นการสร้างประสบการณ์การทำงานดิจิทัลที่ยั่งยืนจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งต้องมุ่งเน้นไปที่การเสริมความรู้ให้พนักงานสามารถใช้เทคโนโลยีในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-26208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IT3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ข้อมูล &#8211; </strong><strong>Data</strong></p>
<p>แม้ว่าผู้บริหารฝ่าย I&amp;O จะไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงในการบริหารจัดการดาต้าขององค์กร แต่ว่าพวกเขามีบทบาทสำคัญในการประเมินผลกระทบของดาต้าต่อพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในดาต้าเซ็นเตอร์ โดยการทำงานร่วมมือกับผู้บริหารฝ่ายวิเคราะห์และจัดการข้อมูล หรือ D&amp;A พวกเขาสามารถช่วยออกแบบวิธีลดการใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น รวมถึงยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บข้อมูล เพื่อลดผลกระทบต่อความยั่งยืนในภาพรวม</p>
<p>ข้อมูลเปรียบเสมือนทรัพย์สินที่สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง (Competitive Differentiation) แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงเมื่อข้อมูลถูกส่งผ่านเครือข่าย การเคลื่อนย้ายข้อมูลภายในเครือข่าย การเข้าออกคลาวด์ ล้วนใช้พลังงานมหาศาล</p>
<p>การย้ายข้อมูลไปบนคลาวด์ ไม่ใช่การแก้ปัญหาข้อมูลอย่างยั่งยืน วิธีที่ยั่งยืนกว่า คือ การแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายข้อมูล การลบข้อมูลที่ซ้ำซ้อนหรือข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานนานแล้ว การจัดเก็บข้อมูลกับผู้ให้บริการคลาวด์ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกับผู้ใช้ และเหตุผลอื่น ๆ</p>
<p><strong>ซอฟต์แวร์</strong></p>
<p>เรื่องของความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ฮาร์ดแวร์เท่านั้น ซอฟต์แวร์เองก็มีจุดด้อยในเรื่องประสิทธิภาพที่มักจะส่งผลกระทบไปยังทีมฮาร์ดแวร์ด้วยเช่นกัน <em><strong>โดยซอฟต์แวร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้</strong></em> อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นหัวข้อที่ซับซ้อนมาก โดยมีประเด็นย่อยที่ต้องคำนึง อาทิ การออกแบบระบบใหม่ให้คำนึงถึงความยั่งยืน การหาพันธมิตรทางธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน บริการโฮสต์ข้อมูลที่คำนึงถึงความยั่งยืนจากคลาวด์และศูนย์ข้อมูล รวมทั้งผู้ให้บริการพลังงานไฟฟ้าที่ปล่อยคาร์บอนต่ำหรือปลอดคาร์บอน</p>
<p>การรันซอฟต์แวร์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ต้องคำนึงถึงทั้งสถานที่ เวลา และฮาร์ดแวร์ที่ประหยัดพลังงาน ความเข้มของคาร์บอนในระบบไฟฟ้าของแต่ละพื้นที่นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ประเทศ หน่วยงานที่ผลิตไฟฟ้า เวลา สภาพอากาศ ข้อตกลงในการซื้อขาย / ถ่ายโอนไฟฟ้า เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตไฟฟ้า แหล่งพลังงาน และยังมีอีกหลาย ๆ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง</p>
<p>นอกจากนี้ ยิ่งซอฟต์แวร์ทำงานใกล้ชิดกับฮาร์ดแวร์มากเท่าไหร่ ประสิทธิภาพก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์มักจะมุ่งเน้นไปที่การย้ายออกจากฮาร์ดแวร์ ซึ่งช่วยให้การพัฒนาแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ส่งผลให้ฮาร์ดแวร์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อใช้พลังงานในการทำงานมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainable-it-stimulate-net-zero-goal/">เร่ง Jouney สู่ Net Zero ด้วย &#8216;Sustainable IT&#8217; ​การ์ทเนอร์ แนะองค์กรวาง &#8216;แผนแม่บทด้านไอที&#8217; ช่วย​บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้เร็วขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>eKutir Global นำระบบการเกษตรรายย่อยที่ถูกขูดรีด ออกจากกับดัก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/05/ekutir-global/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin t]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 May 2018 08:42:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[BoP]]></category>
		<category><![CDATA[Bottom of Piramid]]></category>
		<category><![CDATA[eKutir]]></category>
		<category><![CDATA[ICT]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Soil to Sale]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Technology Solutions]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=3160</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีการแบบองค์รวม ด้วยระบบเครือข่าย eKutir Global ช่วยให้เกิดการจ้างงานในชนบท สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ปัญหาด้านการสื่อสาร และเวลาที่เกี่ยวข้องกับแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ eKutir Global คือระบบเครือข่าย ความร่วมมือเพื่อสร้างประโยชน์สาธารณะสัญชาติอเมริกา ที่ได้พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล และวิทยาศาสตร์ข้อมูล เพื่อให้บริการด้านตลาดดิจิทัลที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และเป็นกระแสต่อเนื่องของข้อมูล ข่าวสารที่สร้างตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างการเติบโตของผลผลิต และรายได้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว รวมถึงการลดปริมาณขยะของเกษตรกรรายย่อย พร้อมกันนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SaaS ที่มากับเอกลักษณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และขอบข่ายการซิงโครไนซ์ที่เหมาะสมกับข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมทั่วไปของตลาด BoP (Bottom of Piramid) หรือ ตลาดฐานปิรามิด ซึ่งก็คือตลาดแมส ด้วยระบบเครือข่าย แบบกระจายจากศูนย์กลางของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก “ระบบการเกษตรที่ถูกขูดรีด” และกระจายไปสู่ระบบที่ให้ความร่วมมือกันในรูปแบบ Soil to Sale โดยที่ผู้ประกอบการที่ได้รับการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับการติดตั้งแอปพลิเคชั่นราคาประหยัดบนสมาร์ทโฟนเพื่อให้เกิดการขยายการให้บริการทางการเกษตร อย่างกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ลดต้นทุน สื่อสารได้งายรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังให้บริการการวิเคราะห์ดินที่เหมาะสม เชื่อถือได้และมีคุณภาพสูง รวมถึงการศึกษาปฏิบัติอย่างยั่งยืนและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังเป็นการเชื่อมต่อตลาดที่สำคัญอีกด้วย เช่นเดียวกับที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/ekutir-global/">eKutir Global นำระบบการเกษตรรายย่อยที่ถูกขูดรีด ออกจากกับดัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #00ccff;">วิธีการแบบองค์รวม ด้วยระบบเครือข่าย eKutir Global ช่วยให้เกิดการจ้างงานในชนบท สร้างรายได้ที่ยั่งยืน และผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่าย ปัญหาด้านการสื่อสาร และเวลาที่เกี่ยวข้องกับแต่ละขั้นตอนของกระบวนการ</span></h4>
<p><span id="more-3160"></span></p>
<p><strong><span style="color: #00ccff;">eKutir Global</span></strong> คือระบบเครือข่าย ความร่วมมือเพื่อสร้างประโยชน์สาธารณะสัญชาติอเมริกา ที่ได้พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล และวิทยาศาสตร์ข้อมูล เพื่อให้บริการด้านตลาดดิจิทัลที่ยังไม่เคยมีมาก่อน และเป็นกระแสต่อเนื่องของข้อมูล ข่าวสารที่สร้างตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างการเติบโตของผลผลิต และรายได้ที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว รวมถึงการลดปริมาณขยะของเกษตรกรรายย่อย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="465" class="size-full wp-image-3167 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/05/SD-Thailand-eKutir-Global-1.png" alt="" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยังได้รับการพัฒนาบนแพลตฟอร์ม SaaS ที่มากับเอกลักษณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และขอบข่ายการซิงโครไนซ์ที่เหมาะสมกับข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมทั่วไปของตลาด <strong>BoP (Bottom of Piramid)</strong> หรือ ตลาดฐานปิรามิด ซึ่งก็คือตลาดแมส</p>
<h5 style="text-align: center;"><span style="color: #3366ff;">ด้วยระบบเครือข่าย แบบกระจายจากศูนย์กลางของผู้ประกอบการรายย่อยนั้น จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจาก <strong>“ระบบการเกษตรที่ถูกขูดรีด”</strong> และกระจายไปสู่ระบบที่ให้ความร่วมมือกันในรูปแบบ Soil to Sale โดยที่ผู้ประกอบการที่ได้รับการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับการติดตั้งแอปพลิเคชั่นราคาประหยัดบนสมาร์ทโฟนเพื่อให้เกิดการขยายการให้บริการทางการเกษตร อย่างกว้างขวางไม่มีที่สิ้นสุด สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ลดต้นทุน สื่อสารได้งายรวดเร็วมากขึ้น ทั้งยังให้บริการการวิเคราะห์ดินที่เหมาะสม เชื่อถือได้และมีคุณภาพสูง รวมถึงการศึกษาปฏิบัติอย่างยั่งยืนและปลอดภัย</span></h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="390" class="size-full wp-image-3166 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/05/SD-Thailand-eKutir-Global-2.png" alt="" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการเชื่อมต่อตลาดที่สำคัญอีกด้วย เช่นเดียวกับที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ ได้มีการเชื่อมต่อเครือข่ายเกษตรกรรายย่อยกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ซัพพลายเออร์ Aggregator และตัวแทนจำหน่าย เพื่อความต่อเนื่องของการสื่อสาร ข้อมูลและผลิตภัณฑ์ระหว่างกลุ่มที่มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่าเกษตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="412" class="size-full wp-image-3165 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/05/SD-Thailand-eKutir-Global-3.png" alt="" /></p>
<p>จากเบื้องต้นที่เดินหน้าไปแล้ว ขณะนี้นวัตกรรมของ eKutir กำลังอยู่ระหว่างการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีการกระจายออกจากศูนย์กลาง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยง และมีความโปร่งใสเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการรายย่อย และเกษตรกรทั่วไป ให้ได้ใช้ประโยชน์ ICT เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในวิถีการดำรงชีพที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ที่มา</p>
<ul>
<li><a href="http://www.ekutirglobal.com/index.html" target="_blank" rel="noopener">ekutirglobal </a></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/05/ekutir-global/">eKutir Global นำระบบการเกษตรรายย่อยที่ถูกขูดรีด ออกจากกับดัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
