<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>LEED &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/leed/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 13 Mar 2026 05:35:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>LEED &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 05:34:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lease]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[WELL]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาเช่าสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปาโล อิงกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40437</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัน แบงค็อก ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับอโกด้า (Agoda) ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน” นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี” Green Lease แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โมเดล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัน แบงค็อก</strong> ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับ<strong>อโกด้า (</strong><strong>Agoda) </strong>ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว</p>
<p><span id="more-40437"></span></p>
<p>โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40439 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”</p>
<p><strong>นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า</strong> กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40440 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Green Lease </strong><strong>แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>โมเดล Green Lease ของ วัน แบงค็อก กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน อ้างอิงตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสากล อาทิ LEED และ WELL  โดยให้แนวทางการปฏิบัติและการสนับสนุนผู้เช่าอย่างครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นออกแบบ การก่อสร้าง การตกแต่ง การดำเนินงาน ตลอดจนการบำรุงรักษา ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวยังสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในการมีสินทรัพย์อาคารที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 85% ภายในปี 2573</p>
<p><strong>สาระสำคัญของ </strong><strong>Green Lease </strong><strong>ที่นำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในสัญญา อาทิ:</strong></p>
<p><strong>&#8211; การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ได้นำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้เพื่อการดำเนินงานที่ประหยัดพลังงานทั่วทั้งโครงการ    และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมถึงให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร อโกด้าได้เลือกใช้โซลูชันการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ควบคู่กับการติดตั้งหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง และการใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานด้านแสงสว่างทั่วไปลงได้ถึง 25%<sup>1</sup></p>
<p><sup> </sup><strong>&#8211; การใช้</strong><strong>วัสดุปลอดสารพิษและการควบคุณภาพอากาศภายในอาคาร :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก กำหนดข้อจำกัดในการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่เป็นอันตราย โดยส่งเสริมการเลือกใช้วัสดุประเภท Low-VOC อาทิ สี สารเคลือบ กาว และวัสดุยาแนว และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น อโกด้าได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารและสุขภาวะที่ดีของพนักงาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40441 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การรีไซเคิลและการจัดการของเสีย:</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก มีระบบการจัดการของเสียที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ โดยอโกด้าเองก็ได้มีการคัดแยกขยะและไซเคิลวัสดุใช้แล้ว อาทิ กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ ภายในพื้นที่สำนักงาน</p>
<p><strong>&#8211; การบริหารจัดการน้ำ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก นำแนวทางที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการคัดเลือกอุปกรณ์ใช้น้ำ ส่งผลให้สามารถประหยัดการใช้น้ำจากอุปกรณ์ภายในอาคารได้ถึง 35% เพื่อเสริมแนวทางดังกล่าว อโกด้าได้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้น้ำแบบประหยัดน้ำและอัตราการไหลต่ำที่มีประสิทธิภาพสูงบริเวณอ่างล้างมือในพื้นที่แพนทรี ช่วยลดการใช้น้ำพร้อมทั้งยังคงความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน</p>
<p><strong>&#8211; การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ทำงานร่วมกับผู้เช่าในการวิเคราะห์และรายงานข้อมูลด้านพลังงาน น้ำ และของเสีย โดย อโกด้า และ วัน แบงค็อกตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยขนาดของพื้นที่สำนักงานและจำนวนพนักงานของอโกด้าที่ วัน แบงค็อก ความร่วมมือครั้งนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเชิงบวกที่ชัดเจน ทั้งต่อโครงการ และภาพของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอโกด้า ที่กำหนดแนวทางความร่วมมือที่สามารถวัดผลได้ในการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน และยกระดับสถานที่ทำงานให้เหนือมาตรฐานสากลด้านสุขภาวะ ประสิทธิภาพการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>วัน แบงค็อก ได้เริ่มนำโมเดล Green Lease มาใช้ครั้งแรกในปี 2566 และได้รับการตอบรับจากผู้เช่าสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้เช่าที่ลงนามในสัญญารูปแบบ Green Lease มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่ถูกเช่าไปทั้งหมด สะท้อนความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ทำงานที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารมากยิ่งขึ้น  ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการยกระดับสถานที่ทำงานอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ และการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่พร้อมรับอนาคตของประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทรัลพัฒนา รับโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ระดับยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน ย้ำความสำเร็จเป้าหมายองค์กร Net Zero ในปี 2050</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/cpn-climate-action-leading-organization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Oct 2024 05:21:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Air]]></category>
		<category><![CDATA[CALO]]></category>
		<category><![CDATA[Central Pattana]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action Leading Organization]]></category>
		<category><![CDATA[CPN]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Imagining better futures for all​​]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SBTs]]></category>
		<category><![CDATA[Science-based targets]]></category>
		<category><![CDATA[TREES]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[water]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอ็น]]></category>
		<category><![CDATA[นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การค้าเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29533</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining Better Futures For All พร้อมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization: CALO) ประจำปี 2567 ระดับยอดเยี่ยม ด้วยผลการประเมินระดับ Gold ในหมวดการตรวจวัด (Measure) และการลดก๊าซเรือนกระจก (Reduce) และระดับ Bronze ในขั้นตอนการชดเชยก๊าซเรือนกระจก (Contribute) สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คุณนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ภายใต้หลักการ ESG เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติตามนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง พร้อมดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก โดยอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/cpn-climate-action-leading-organization/">เซ็นทรัลพัฒนา รับโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ระดับยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน ย้ำความสำเร็จเป้าหมายองค์กร Net Zero ในปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์<strong> Imagining Better Futures For All</strong></p>
<p><span id="more-29533"></span></p>
<p>พร้อมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ <strong>องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก (Climate Action Leading Organization: CALO)</strong> ประจำปี 2567 ระดับยอดเยี่ยม ด้วยผลการประเมินระดับ Gold ในหมวดการตรวจวัด (Measure) และการลดก๊าซเรือนกระจก (Reduce) และระดับ Bronze ในขั้นตอนการชดเชยก๊าซเรือนกระจก (Contribute) สะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ภายใต้หลักการ ESG เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติตามนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง พร้อมดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจก โดยอ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง <strong>SBTs (Science Based Targets)</strong> ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยแบ่งกิจกรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกระหว่างการก่อสร้าง มาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินงานศูนย์การค้า และการชดเชยคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29535 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2-CALO.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>โดยยึดแนวทางตามมาตรฐานสากล ได้แก่ อาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>มาตรฐานอาคารเขียวในระดับนานาชาติ</strong> (LEED: Leadership in Energy &amp; Environmental Design)<strong> เกณฑ์การประเมินความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย</strong> (TREES – Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) และ <strong>เกณฑ์การประเมินมาตรฐานอาคารสุขภาวะดีในระดับสากล</strong> ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ ออฟฟิศเศส, จี ทาวเวอร์  แกรนด์ พระราม 9, เซ็นทรัล จันทบุรี, เซ็นทรัล เวสต์วิลล์, เซ็นทรัล นครสวรรค์, เซ็นทรัล นครปฐม เป็นต้น”</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ประสบความสำเร็จในลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 189,414 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ 21.6%</strong> เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ผ่านโครงการต่างๆ เช่น</p>
<p>&#8211; การใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 26,011 เมกะวัตต์-ชั่วโมง จากการติดตั้ง Solar Rooftop และ Solar Carport กำลังการผลิตรวม 29.4 เมกะวัตต์ รวม 31 โครงการ ใน 28 ศูนย์การค้า (68% ของจำนวนศูนย์การค้าทั้งหมด) 1 โรงแรม และ 2 สำนักงาน</p>
<p>&#8211; การปรับปรุงระบบปรับอากาศโดยการนำเทคโนโลยี IoT และ AI มาช่วยประมวลผลและควบคุมการใช้พลังงาน</p>
<p>&#8211; การติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อลดการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง รวม 570 ช่องชาร์จ ใน 40 ศูนย์การค้า</p>
<p>&#8211; การดำเนินโครงการ Green Partnership รวมพลังพันธมิตรลดโลกร้อน ให้ความรู้และขอความร่วมมือแบรนด์นำร่อง จำนวน 46 แบรนด์ ในการลดใช้ไฟฟ้า โดยสามารถลดการใช้พลังงานไปได้ 318,169 กิโลวัตต์-ชั่วโมง และในปีนี้ได้ขยายความร่วมมือกว่า 163 แบรนด์ 2,252 ร้านค้า</p>
<p>&#8211; การติดตั้ง Recycle Station เป็นจุดรับขยะแยกประเภทสำหรับช้อปเปอร์ และร้านค้า เพื่อเปลี่ยนขยะให้มีมูลค่า ก่อนส่งต่อไปรีไซเคิลและแปรรูปอย่างเหมาะสม จำนวนกว่า 31,425 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 67 ซึ่งสามารถลดสัดส่วนขยะฝังกลบลงได้ที่ร้อยละ 38 ของปริมาณขยะทั้งหมด</p>
<p>&#8211; การประหยัดน้ำ และติดตั้งระบบผลิตน้ำรีไซเคิลใน 18 โครงการ ทำให้สามารถบำบัดน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ จำนวน 617,371ลูกบาศก์เมตร</p>
<p>&#8211; การดำเนินโครงการปลูกป่าดูดซับคาร์บอน 150,000 ต้น รวมถึง การชดเชยด้วย I-RECS และคาร์บอนเครดิต เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29536 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/5-CALO.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>เซ็นทรัลพัฒนา ยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการตามแนวทาง Journey to Net Zero 2050 อย่างต่อเนื่อง โดยมีความก้าวหน้าต่อเนื่องตามแผนในด้านต่างๆ ทั้ง <strong><u>Energy</u></strong> การใช้พลังงานสะอาด ติดตั้ง Solar Rooftop หรือ Solar Street Light ในทุกศูนย์การค้า 100% <strong><u>Water</u></strong> ลดการใช้น้ำ ใช้น้ำซ้ำ และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ พร้อมติดตั้งระบบผลิตน้ำรีไซเคิล <strong><u>Waste</u></strong> สามารถแปลงขยะเพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและ <strong><u>Air</u></strong> ดูแลคุณภาพอากาศให้ได้มาตรฐานและยกระดับมาตรการ PM 2.5 เป็นต้น เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างคุณค่าให้กับผู้คน เติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/cpn-climate-action-leading-organization/">เซ็นทรัลพัฒนา รับโล่องค์กรผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ระดับยอดเยี่ยม 2 ปีซ้อน ย้ำความสำเร็จเป้าหมายองค์กร Net Zero ในปี 2050</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Eco-friendly Furniture โตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2 ล้านล้าน ใน 5 ปี ด้านผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่า 5-10% หากช่วยลดมลพิษ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/eco-friendly-furniture-market-expand-2-trillion-in-5-years/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2022 05:03:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly Furniture]]></category>
		<category><![CDATA[EEB]]></category>
		<category><![CDATA[European Environmental Bureau]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[Green Furniture]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย คอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16224</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดเฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก (Green Furniture หรือ Eco-Friendly Furniture) เป็นเทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์ ที่กำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันตลาดนี้จะมีสัดส่วนเพียง 10.3% ของมูลค่าตลาดเฟอร์นิเจอร์รวมทุกผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ที่มีมูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่ Research and Markets ระบุว่า ในปี 2570 ตลาดจะขยายมูลค่าแตะระดับ 6.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านบาท ในปี 2570 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% เพิ่มข้ึนกว่า 1.4 เท่า ในปี 2565 ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจกรุงไทย คอมพาส (Krungthai Compass) ระบุ 2 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Green Furniture ได้แก่ 1) พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากข้ึน &#8211; การสำรวจ Green Home Furnishings Consumer [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/eco-friendly-furniture-market-expand-2-trillion-in-5-years/">Eco-friendly Furniture โตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2 ล้านล้าน ใน 5 ปี ด้านผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่า 5-10% หากช่วยลดมลพิษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดเฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก (Green Furniture หรือ Eco-Friendly Furniture)</strong> เป็นเทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์ ที่กำลังมาแรงและได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-16224"></span></p>
<p>แม้ปัจจุบันตลาดนี้จะมีสัดส่วนเพียง 10.3% ของมูลค่าตลาดเฟอร์นิเจอร์รวมทุกผลิตภัณฑ์ทั่วโลก ที่มีมูลค่ากว่า 4.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แต่ Research and Markets ระบุว่า ในปี 2570 ตลาดจะขยายมูลค่าแตะระดับ 6.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านบาท ในปี 2570 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7% เพิ่มข้ึนกว่า 1.4 เท่า ในปี 2565</p>
<p>ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจกรุงไทย คอมพาส (Krungthai Compass) ระบุ 2 ปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ Green Furniture ได้แก่</p>
<p><strong>1) พฤติกรรมผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากข้ึน</strong></p>
<p>&#8211; การสำรวจ <strong>Green Home Furnishings Consumer Survey</strong> ในปี 2564 ของ Sustainable Furnishings Council พบว่า ผู้บริโภค 87% เต็มใจที่จะจ่ายเงินเพิ่มข้ึนเพื่อซื้อสินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, 86% ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุและกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ 3 ใน 4 หรือ 39% ​ เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 10% จากราคา สินค้าปกติ</p>
<p>สอดคล้องกับ Statista ที่ระบุว่า ผู้บริโภค 76% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่ได้รับการรับรองว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดย 60% เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 5-10% จาก ราคาสินค้าปกติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0COMPASS2.jpg" alt="" width="1200" height="1052" /></p>
<p><strong>2) การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอาคารรักษ์โลก (Green Building)    </strong></p>
<p>&#8211; การเติบโตอย่างต่อเนื่องของอาคารรักษ์โลก (<strong>Green Building</strong>) จะส่งผลให้ ความต้องการใช้ Green Furniture ขยายตัวตาม โดยในปี 2565 คาดว่าจะมีจำนวน Green Building ทั่วโลกที่ได้มาตรฐาน Leadership in Energy and Environmental Design (LEED) ทั้งสิ้น 93,000 โครงการ เพิ่มขึ้นกว่า 62% จาก 57,340 โครงการในปี 2560 และมีโอกาสที่จะขึ้นไปแตะระดับ 108,000 โครงการในปี 2567 ตามเทรนด์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญมากขึ้น</p>
<p>เช่นเดียวกับจำนวน Green Building ในไทยที่ได้มาตรการ LEED ก็คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 132 โครงการ ในปี 2560 ขึ้นมาอยู่ที่ 254 โครงการในปี 2565 ก่อนที่จะขึ้นไปแตะระดับเกิน 300 โครงการได้ในปี 2567</p>
<p>ที่ผ่านมา อุตสาหกรรรมเฟอร์นิเจอร์เป็นหนึ่ง อุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนจากกระบวนการผลิต และการกำจัดทิ้งหลังจากไม่ใช้งานแล้ว​โดยข้อมูลจาก<strong> European Environmental Bureau (EEB)</strong> ระบุว่า แต่ละปี มีเฟอร์นิเจอร์ในประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรป ถูกเผาหรือฝังกลบไม่ต่ากว่า 10 ล้านตัน ขณะที่ <strong> My Tool Shed (UK)</strong> ระบุว่า เฉลี่ยการผลิตเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศประมาณ 47 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบได้กับการเผาไหม้ของน้ำมัน 20 ลิตร ทำให้เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก หรือ Green Furniture เริ่มมีบทบาทสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16225 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/0Compass1.jpg" alt="" width="1200" height="842" /></p>
<p>สำหรับ<strong> เฟอร์นิเจอร์รักษ์โลก</strong> หรือ<strong> Green Furniture</strong> คือ เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตขึ้นโดยคำนึงถึงเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ซึ่งการผลิตเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ จะให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานหลักๆ ได้ อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังต้องออกแบบให้ดูดีมีสไตล์ และสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีการเลือกวัสดุและวิธีการผลิตที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม โดยกระบวนการผลิตต้องใช้สารเคมีน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้าง รวมท้ังการคำรึงถึงวิธีการกำจัดหลังไม่ได้ใช้งานแล้ว ซึ่งอาจนำไปรีไซเคิลต่อได้ รวมทั้งผลิตจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายเพื่อส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมให้น้อยที่สุด</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/eco-friendly-furniture-market-expand-2-trillion-in-5-years/">Eco-friendly Furniture โตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2 ล้านล้าน ใน 5 ปี ด้านผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่า 5-10% หากช่วยลดมลพิษ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Dec 2021 08:21:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing]]></category>
		<category><![CDATA[Fast Retailing Co.]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership in Energy and Environmental Design]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[Life Wear]]></category>
		<category><![CDATA[Ltd]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไร้ขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10385</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) กำลังพัฒนาแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างเครื่องแต่งกายที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และราคา แต่ยังตรงตามคำจำกัดความของ “เสื้อผ้าที่ดี” จากมุมมองของ สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญานี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้กำหนดเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2030 และแผนปฏิบัติการสำหรับพัฒนาความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ฟาสต์ รีเทลลิ่งกรุ๊ปทั้งหมดที่ใช้แนวคิด LifeWear จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจ ร่วมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ Ariake เพื่อผลิตและขายเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เน้นย้ำถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการขาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในขณะเดียวกัน บริษัทจะปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าด้วยความไว้วางใจ นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะพัฒนาบริการ เพื่อการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ และ การรีไซเคิลเพื่อยืดอายุและตลอดจนเทคโลยีในการยืดอายุการใช้งานและอรรถประโยชน์ของ LifeWear หลังการซื้อ นอกจากนี้ เพื่อช่วยค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้ขยายการริเริ่มทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนทางสังคมและความหลากหลายผ่านธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยความคิดริเริ่มเหล่านี้ บริษัทจะเพิ่มคุณค่าของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/">ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) กำลังพัฒนาแนวคิดไลฟ์แวร์ (LifeWear) เพื่อเป้าหมายการเป็นเสื้อผ้าในชีวิตประจำวัน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อสร้างเครื่องแต่งกายที่ไม่เพียงแต่เน้นคุณภาพ การออกแบบ และราคา แต่ยังตรงตามคำจำกัดความของ “เสื้อผ้าที่ดี” จากมุมมองของ สิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม</span></h4>
<p><span id="more-10385"></span></p>
<p>เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญานี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้กำหนดเป้าหมายภายในปีงบประมาณ 2030 และแผนปฏิบัติการสำหรับพัฒนาความยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ ฟาสต์ รีเทลลิ่งกรุ๊ปทั้งหมดที่ใช้แนวคิด LifeWear จะเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบธุรกิจใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความยั่งยืนและการเติบโตของธุรกิจ ร่วมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ Ariake เพื่อผลิตและขายเฉพาะเครื่องแต่งกายที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง โดย ฟาสต์ รีเทลลิ่ง เน้นย้ำถึงความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง และการขาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและของเสียอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างกระบวนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง ในขณะเดียวกัน บริษัทจะปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกกระบวนการ สร้างห่วงโซ่อุปทานที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าด้วยความไว้วางใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10386 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-1.jpg" alt="" width="591" height="332" /></p>
<p>นอกจากนี้ ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะพัฒนาบริการ เพื่อการนำเสื้อผ้ากลับมาใช้ใหม่ และ การรีไซเคิลเพื่อยืดอายุและตลอดจนเทคโลยีในการยืดอายุการใช้งานและอรรถประโยชน์ของ LifeWear หลังการซื้อ นอกจากนี้ เพื่อช่วยค้นหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ฟาสต์ รีเทลลิ่งได้ขยายการริเริ่มทั่วโลกสำหรับการสนับสนุนทางสังคมและความหลากหลายผ่านธุรกิจเครื่องแต่งกาย ด้วยความคิดริเริ่มเหล่านี้ บริษัทจะเพิ่มคุณค่าของ LifeWear และพัฒนาปรัชญาด้านความยั่งยืน เพื่อส่งมอบเสื้อผ้าที่ลูกค้าจะชื่นชอบและสามารถใช้งานเป็นเวลานาน</p>
<p>โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing Co., Ltd.ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งด้านการค้าปลีกชั้นนำของญี่ปุ่น โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น UNIQLO เป็น แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในแปดแบรนด์ใน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง กรุ๊ป (Fast Retailing Group) อื่นๆ ซึ่งได้แก่ GU, Theory, PLST (Plus T), Comptoir des Cotonniers, Princesse tam.tam, J Brand และ Helmut Lang กล่าวถึงแผนดังกล่าวว่า “การจัดหาเสื้อผ้าที่ลูกค้าสามารถใช้ได้เป็นเวลานานเป็นเป้าหมายของธุรกิจของเรามาหลายปี เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ทั่วโลกเริ่มปรากฏชัดขึ้น เราจึงได้พัฒนาปรัชญาของเราต่อไป และกำลังดำเนินมาตรการเพื่อแสดงให้โลกเห็นถึงอนาคตของเสื้อ ในขณะที่มีส่วนสนับสนุนให้เกิดสังคมที่ยั่งยืน ด้วยการก้าวไปข้างหน้าผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือในวงกว้างจากลูกค้าและบริษัทพันธมิตร ฟาสต์ รีเทลลิ่งจะสร้าง &#8220;อุตสาหกรรมใหม่&#8221; ของ LifeWear ให้พร้อมให้บริการแก่ลูกค้ามากขึ้น เราตั้งเป้าที่จะดำเนินธุรกิจในลักษณะที่จะสามารถปรับปรุงชีวิตของผู้คนและสังคมทั่วโลกได้”</p>
<figure id="attachment_10387" aria-describedby="caption-attachment-10387" style="width: 618px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-10387" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-2.jpg" alt="" width="618" height="377" /><figcaption id="caption-attachment-10387" class="wp-caption-text">โคจิ ยาไน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของ Fast Retailing</figcaption></figure>
<p><strong>เป้าหมายและแผนปฏิบัติการด้านความยั่งยืนในปีงบประมาณ 2030</strong><br />
■ โครงการสำคัญ: ผลิตเสื้อผ้าที่ดี ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม<br />
ในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัย เพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา<br />
ภายใต้นโยบายดังกล่าว ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ถือเอาประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมนำเป้าหมายจากความตกลงปารีส (Paris Agreement) มาใช้ในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050<br />
ในเดือนกันยายนของปีนี้ ทางบริษัทได้ทำการประกาศเป้าหมายต่างๆ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งเป้าหมายเหล่านี้ได้รับการอนุมติโดย Science-Based Targets by the SBT initiative (SBTi).</p>
<p><strong>เป้าหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong><br />
เป้าหมายการดำเนินธุรกิจของฟาสต์ รีเทลลิ่ง (สำหรับหน้าร้านและสำนักงาน):<br />
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 90% ภายในปีงบประมาณ 2030 (เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2019)<br />
• ลดการใช้ไฟฟ้าที่หน้าร้านผ่านโครงการประหยัดพลังงานต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะประหยัดได้ประมาณ 40% ที่หน้าร้านโรดไซด์และลดลง 20% สำหรับร้านค้าในห้าง<br />
• ภายในปีงบประมาณ 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 8 ร้านในญี่ปุ่นได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) Gold Level Certification ซึ่งเป็นระบบการประเมินอาคารสีเขียวที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในโลก<br />
• พัฒนารูปแบบร้านค้าแบบใหม่ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวร้านค้ารูปแบบนี้ในช่วงปี 2023<br />
• เปลี่ยนจากการใช้ไฟฟ้าในร้านค้าของ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง และสำนักงานใหญ่ทั่วโลกมาใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2021 ร้านยูนิโคล่ จำนวน 64 แห่งใน 9 ประเทศในยุโรปได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนแล้ว และภายในสิ้นปี 2021 ทุกๆ ร้านในอเมริกาเหนือและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเปลี่ยนเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10388 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-3.jpg" alt="" width="658" height="397" /></p>
<p><strong>เป้าหมายสำหรับกระบวนการผลิตและจำหน่าย:</strong><br />
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030 (เมื่อเทียบกับปี 2019)<br />
• ด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับโรงงานคู่ค้าของบริษัท ทำให้ฟาสต์ รีเทลลิ่งสามารถวางแผนกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิตของบริษัท ซึ่งนับเป็นการปล่อยก๊าซมากถึง 90% ของการประกอบธุรกิจของบริษัท<br />
• ภายในเดือนพฤศจิกายน 2021 บริษัทได้ระบุเงื่อนไขและประเด็นของโรงงานคู่ค้ารายใหญ่ๆ ที่ผลิตสินค้าของ ยูนิโคล่ และ GU มากถึง 90% รวมถึงการวางแผนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ การรกำจัดคาร์บอน และการใช้พลังงานหมุนเวียน<br />
• จัดตั้งกระบวนการและโครงสร้างสำหรับพนักงานจากส่วนงานผลิตและความยั่งยืนถึง 150 คน เพื่อดูแลและบริหารโครงการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>เป้าหมายสำหรับผลิตภัณฑ์:</strong><br />
เพิ่มสัดส่วนประมาณ 50% ของวัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของยูนิโคล่ เป็นวัสดุรีไซเคิลภายในปีงบประมาณ 2030<br />
• นับตั้งแต่ปี 2019 ยูนิโคล่ได้เริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล และคอลเลคชั่น Spring/Summer 2022 จะมีเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ถูกรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET ประมาณ 15%<br />
o 2019SS: ผลิตภัณฑ์เสื้อโปโล DRY-EX ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล<br />
o 2020FW: ผลิตภัณฑ์ Fluffy Yarn Fleece ใช้โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 30%<br />
o 2021SS: กระเป๋าคาดเอวใช้ไนลอนรีไซเคิลถึง 30%<br />
• ยูนิโคล่ยังเดินหน้านำเสนอวัสดุอื่นๆ ที่เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง อาทิ เส้นใยสังเคราะห์อย่างเรยอนและไนลอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" width="800" height="533" class="alignnone size-full wp-image-10390" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-5.jpg" alt="" /></p>
<p><strong>โครงการด้านการลดขยะ</strong><br />
หันมาใช้แนวคิด “ขยะเป็นศูนย์” (Zero Waste) ตั้งแต่ต้นกระบวนการด้วยการลดการใช้งาน การเปลี่ยนวัสดุ การนำมาใช้ใหม่ และการใช้วัสดุรีไซเคิลในกระบวนการส่งมอบเสื้อผ้าให้แก่ลูกค้า<br />
• ในเดือนกรกฎาคม 2019 ฟาสต์ รีเทลลิ่งกำหนดนโยบายสำหรับบริษัทในเครือทั้งหมดให้เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยไม่จำเป็น<br />
• ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 ถุงช้อปปิ้งพลาสติกได้ถูกเปลี่ยนเป็นถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในเดือนกันยายน 2020 ยูนิโคล่ และ GU เริ่มคิดค่าใช้จ่ายสำหรับถุงกระดาษที่ร้านในญี่ปุ่น โดยลูกค้ากว่า 70% ปฏิเสธไม่รับถุงช้อปปิ้ง<br />
• ตั้งแต่ปี 2019 GU ริเริ่มโครงการในการเก็บราวแขนเสื้อผ้าจากร้านและนำกลับไปให้โรงงานเพื่อการนำกลับมาใช้ใหม่<br />
• ตั้งแต่ปี 2020 บริษัทเริ่มใช้วัสดุชนิดเดียวสำหรับบรรจุภัณฑ์ในการขนส่งสินค้า เพื่อให้ง่ายต่อการรีไซเคิลต่อไป<br />
• จาก 2021 สำหรับการรีไซเคิล บรรจุภัณฑ์ บริษัทยังเปิดตัวพื้นที่เพื่อทดสอบความเป็นไปได้ (proof-of-concept) สำหรับการแยก เก็บ และดำเนินการรีไซเคิลในร้านยูนิโคล่ และ GU บางแห่ง<br />
* บรรจุภัณฑ์ กล่องสำหรับการขนส่ง ถุงพลาสติก ไม้แขวนเสื้อ ฯลฯ</p>
<p><strong>โครงการริเริ่ม: ผลิตเสื้อผ้าที่ดีต่อผู้คนและสังคม</strong><br />
ในการผลิตเสื้อผ้าที่ดีที่ลูกค้าจะรักและสวมใส่ได้ในระยะยาวด้วยความไว้วางใจ ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ต้องการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่สามารถปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชนของทุกๆ คน รวมถึง พนักงานของบริษัทและผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทั้งหมด ด้วยเป้าหมายที่ต้องการจะสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นร่วมกับลูกค้า ฟาสต์ รีเทลลิ่งยังดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อสังคมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-10389 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/12/UQ-4.jpg" alt="" width="605" height="303" /></p>
<p><strong>เพื่อสร้างความโปร่งใสและการติดตามกลับในกระบวนการผลิต</strong><br />
เสริมความโปร่งใสและการตรวจสอบวัตถุดิบ ประเมินและแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อมในการทำงาน และสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต<br />
• ตั้งแต่ปี 2017 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าสำคัญในการผลิต และตั้งแต่ปี 2018 รายชื่อดังกล่าวได้รวมถึงโรงงานทอผ้า นอกจากนี้ ภายในเดือนมีนาคม 2022 บริษัทวางแผนที่จะตีพิมพ์รายชื่อโรงงานคู่ค้าทั้งหมดของบริษัท<br />
• นอกจากการตรวจสอบที่โรงงานผลิตและโรงงานทอผ้า บริษัทยังมุ่งสร้างการติดตามได้ตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การทอผ้าและวัตถุดิบ ผ่านการเยี่ยมชม ตรวจสอบโดยองค์กรในฐานะบุคคลที่สาม และการรับรองมาตรฐานจากบุคคลที่สาม โดยบริษัทได้ประเมินและแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมในการทำงานต่างๆ ตั้งแต่เริ่มมีปัญหา<br />
• ในเดือนกรกฎาคม 2021 บริษัทได้สร้างทีมระดับโลก ซึ่งประกอบด้วยพนักงาน 100 คน ในการเริ่มดำเนินการต่างๆ นับตั้งแต่การเฟ้นหาวัสดุ บริษัทดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจสอบความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น</p>
<p><strong>การจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ</strong><br />
ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ส่งเสริมการจัดซื้อวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ จึงจัดทำนโยบายการจัดซื้อสำหรับวัสดุที่ทำจากพืชและสัตว์ต่างๆ</p>
<p>ส่งเสริมโครงการด้านสังคมทั่วโลก<br />
ดำเนินงานด้านความปลอดภัยและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสังคม ผ่านการขยายกิจกรรมด้านสังคมระดับโลกผ่านการประกอบธุรกิจเสื้อผ้า<br />
• บริษัทร่วมมือกับ Fast Retailing Foundation และ Yanai Tadashi Foundation ในการขยายกิจกรรมเพื่อสังคมระดับโลก ผ่านธุรกิจเสื้อผ้า<br />
• ภายในปี 2025 ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จะสนับสนุนงบประมาณด้านกิจกรรมเพื่อสังคมเพิ่มกว่า 10 พันล้านเยน โดยจะดำเนินงานผ่านกิจกรรมระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนผู้คนกว่า 10 ล้านคน รวมถึงผู้ลี้ภัยและกลุ่มที่มีความเปราะบาง บริษัทยังต้องการบริจาคเสื้อผ้าเป็นจำนวน 10 ล้านชิ้นต่อปี ภายในปี 2025</p>
<p><strong>เร่งดำเนินการด้านความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง</strong><br />
เคารพความแตกต่างและหลากหลายของพนักงาน สร้างที่ทำงานที่พนักงานสามารถใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ<br />
• เพิ่มให้มีผู้บริหารผู้หญิงสูงถึง 50% ของจำนวนผู้บริหารทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2030<br />
• เน้นการสร้างความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่<br />
• นอกจากการจ้างงานคนพิการด้านต่างๆ แล้ว ยังออกแบบร้านค้าให้เหมาะสมกับความหลากหลายและขยายผลิตภัณฑ์และบริการ ที่ส่งเสริมความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม<br />
• เสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQ+ ในหมู่พนักงานและลูกค้า</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/12/fast-retailing-life-wear-sustainability/">ฟาส์ต รีเทลลิ่ง ผุดแนวคิด LifeWear เสื้อผ้าเพื่อสิ่งแวดล้อม-คน-สังคม สู่ความยั่งยืนพันธุ์แท้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
