<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MICE &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/mice/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Feb 2026 12:14:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>MICE &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เซ็นทาราตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืน ในงาน MICE Partner Appreciation   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/centara-mice-partner-appreciation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Feb 2026 12:14:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[MICE Partner Appreciation]]></category>
		<category><![CDATA[จุไรรัตน์ มงคลวงศ์สิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ฮันเนส บอส]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40073</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซ็นทาราตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืน ในงาน MICE Partner Appreciation เดินหน้าสร้างสรรค์และมอบประสบการณ์งานอีเว้นท์แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับพันธมิตรทางธุรกิจ  โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา นำโดย ฮันเนส บอส (ที่ 2 จากขวา) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด และ จุไรรัตน์ มงคลวงศ์สิริ (ที่ 3 จากขวา) รองประธานฝ่ายขาย เปิดตัวแนวคิดและโปรแกรมสำหรับการจัดงานประชุมสัมมนา ที่นำเสนอบริการการจัดงานทุกประเภทอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ผู้จัดงานประชุมในทุกรูปแบบอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาสู่ความยั่งยืนในระยะยาว โดยมี ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์  (ที่ 4 จากขวา) ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย  โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา จัดงาน “MICE Partner Appreciation: Under The Stars” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาสู่ความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมถือโอกาสเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเซ็นทาราตลอดมา ภายในงาน MICE Partner Appreciation: Under The Stars ผู้บริหารเซ็นทาราตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/centara-mice-partner-appreciation/">เซ็นทาราตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืน ในงาน MICE Partner Appreciation   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เซ็นทาราตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืน ในงาน MICE Partner Appreciation <em>เดินหน้าสร้างสรรค์และมอบประสบการณ์งานอีเว้นท์แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับพันธมิตรทางธุรกิจ</em><em> </em><span id="more-40073"></span></p>
<p><em>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</em><em> นำโดย <strong>ฮันเนส บอส</strong> (ที่ 2 จากขวา) </em><em>รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด และ <strong>จุไรรัตน์ มงคลวงศ์สิริ </strong></em><em>(ที่ </em><em>3</em><em> จากขวา)</em><em> รองประธานฝ่ายขาย </em><em>เปิดตัวแนวคิดและโปรแกรมสำหรับการจัดงานประชุมสัมมนา</em><em> ที่</em><em>นำเสนอบริการการจัดงานทุกประเภทอย่างสร้างสรรค์</em><em>และยั่งยืน </em><em>เพื่อ</em><em>ตอบโจทย์ผู้จัดงาน</em><em>ประชุมในทุกรูปแบบอย่างครบวงจร พร้อมยกระดับธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาสู่ความยั่งยืนในระยะยาว โดยมี <strong>ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์  </strong></em><em>(ที่ 4 จากขวา) </em><em>ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย</em></p>
<p><em> </em><a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th/" target="_blank" rel="noopener"><strong>โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา</strong></a> จัดงาน “<strong>MICE Partner Appreciation: Under The Stars</strong>” ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาสู่ความยั่งยืนในระยะยาว พร้อมถือโอกาสเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรทางธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเซ็นทาราตลอดมา</p>
<p>ภายในงาน <strong>MICE Partner Appreciation: Under The Stars ผู้</strong>บริหารเซ็นทาราตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนา พร้อมเดินหน้าเป้าหมายการเป็น <strong>The Place to Be for M.I.C.E.</strong> ด้วยโรงแรมและรีสอร์ทที่หลากหลายภายใต้แบรนด์ทั้ง 6 แบรนด์ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมด้วยทีมงานมืออาชีพ ห้องจัดเลี้ยงหลากหลายแบบ ประสบการณ์อาหารเลิศรส และสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน พร้อมตอบโจทย์ประเภทงานอีเว้นท์ งานประชุม งานจัดเลี้ยง และนิทรรศการทุกรูปแบบ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40075 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Centara2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากวิสัยทัศน์ด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืนแล้ว เซ็นทาราได้ถือโอกาสเลี้ยงขอบคุณพันธมิตรธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาฯ ภายในงานนี้ ด้วยกิจกรรมอันน่าประทับใจที่สะท้อนถึงความยั่งยืนในมิติต่างๆ อาทิ ประสบการณ์อาหารในสวนบนรูฟท็อปใจกลางเมือง การจัดสวนขวดจิ๋ว และการเก็บผักสดจากสวนผักออร์แกนิค (From Farm to Fork) รวมถึงเกมและของรางวัลต่างๆ มากมาย</p>
<p>ความยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของเซ็นทารา ซึ่งเซ็นทาราได้นำหลักการด้านสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์งานประชุมสัมมนา เพื่อมอบประสบการณ์งานอีเว้นท์แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ลูกค้า และสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรในการจัดงานอีเว้นท์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยในปัจจุบันนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSTC สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ครบทุกแห่ง ตามเป้าหมายของเซ็นทารา</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40076 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Centara3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้ที่ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/th" target="_blank" rel="noopener">https://www.centarahotelsresorts.com/th</a> และสามารถดูข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของเซ็นทารา ได้ที่ <a href="https://www.centarahotelsresorts.com/sustainability" target="_blank" rel="noopener">https://www.centarahotelsresorts.com/sustainability</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/centara-mice-partner-appreciation/">เซ็นทาราตอกย้ำความเป็นผู้นำธุรกิจด้านการจัดงานประชุมสัมมนาอย่างยั่งยืน ในงาน MICE Partner Appreciation   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 10:30:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[IMPACT Muang Thong Thani]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[MICE & Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[Regional]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35417</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนจากรายงาน Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &#38; City Rankings ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong> ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท</p>
<p><span id="more-35417"></span></p>
<p><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/K.Paul-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สะท้อนจากรายงาน <strong>Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &amp; City Rankings</strong> ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า <em>ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 160 ประเทศ</em></p>
<p>โดยประเทศไทยยังครองอันดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นมากที่สุด แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ</p>
<p><strong>ปรับเกมรุก รับดีมานด์​ Entertainment Event พุ่ง</strong></p>
<p>โดยเฉพาะความต้องการ​​จัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแต่ละปีประเทศไทยมีจำนวนคอนเสิร์ตทั้งระดับนานาชาติและในประเทศประมาณ 250-300 งาน ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงสร้างเม็ดเงินจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์ แต่ยังเพิ่ม​การใช้จ่ายทั้ง​การเดินทาง ค่าที่พัก และธุรกิจอาหารในพื้นที่จัดงานรวมถึงพื้นที่โดยรอบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย</p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเติบโตของการจัดคอนเสิร์ต หรือกลุ่ม <strong>Entertainment Event</strong> ค่อนข้างเติบโตได้ดีและไม่น่าเป็นห่วง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด หรือภาวะเศรษฐกิจกระทบต่อกำลังซื้อ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้จ่าย หันมาโฟกัสสิ่งที่เข้ามาช่วย​เติมเต็มประสบการณ์หรือตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ตัวเองได้มากขึ้น อาจจะลดการซื้อเสื้อผ้า ​ซื้อบ้าน ซื้อรถ เปลี่ยนเป็นก​ารมาดูคอนเสิร์ต และแชร์ประสบการณ์ การท่องเที่ยว หรือไลฟ์สไตล์ผ่านการถ่ายรูปได้มากขึ้น ซึ่งคอนเสิร์ตเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="538" /></p>
<p>ดีมานด์การจัดอีเวนต์บันเทิงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พื้นที่จัดคอนเสิร์ตในอิมแพ็ค อารีน่า เต็มยาวไปถึง 6-9 เดือนข้างหน้าและมีการจองข้ามปี โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการจัดงานทุกสัปดาห์ และมีดีมานด์เข้ามาค่อนข้างสูง​ ทางอิมแพ็คจึงได้มีการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการจัดงานในกลุ่มนี้เพิ่มเติมจาก 2 อาคารหลัก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม มายังอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ที่สามารถรองรับคนได้กว่า 4-5 หมื่นคน รวมทั้ง<em>​​</em>อาคาร  5-12 ที่สามารถรองรับงานอีเวนต์บันเทิงในร่มได้เช่นกันในสเกลประมาณ 3,500 &#8211; 4,5000 คนต่ออาคาร</p>
<p>รวมทั้งยังจับมือกับพันธมิตรอย่าง <strong>&#8216;ไลฟ์เนชั่น&#8217;</strong> ​เปิดบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ  <strong>&#8216;บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด&#8217;</strong> โดยสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างอิมแพ็ค และไลฟ์เนชั่นที่ 51 : 49 เพื่อเช่าอาคารและที่ดินอิมแพ็ค อารีน่า ระยะเวลา 20 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมตามสัญญากว่า 4,617 ล้านบาท โดยมุ่งบริหารจัดการ​อิมแพ็ค อารีน่า ร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักภาพในการรองรับอีเวนต์บันเทิงได้เพิ่มมากขึ้น ​​พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี​ ซึ่งปัจจุบัน​อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม ​ติด 1 ใน 5 ของสถานที่จัดงานในประเทศไทยที่ผู้จัดทั่วโลกเลือกใช้บริการ ด้วยความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางสะดวกสบาย เเละรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับอาคารโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;การตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อ​รีโนเวท อิมแพ็ค อารีน่า ครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี  มีแผน​เริ่มเข้ามาบริหารในช่วงต้นปีหน้า ​ทั้ง​ปรับปรุงทั้งสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก​ อุปกรณ์และระบบต่างๆ ให้มีความทันสมัยและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการเซ็ตงาน รวมทั้งลดระยะเวลาในการใช้พื้นที่ให้น้อยลง ทำให้มีโอกาสบริหารจัดการพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มจำนวนการรับงานได้มากขึ้นด้วย  รวม​ถึงการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ผู้มาเช่าสถานที่ เพื่อการดูแลและมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้มาใช้บริการได้มากขึ้น เช่น การบริการอาหารเครื่องดื่ม บริการเซ็ต VIP Box ​เป็นต้น ส่วนการปรับปรุงอาคารอื่นๆ เพื่อรองรับโอกาสจากการจัดอีเวนต์บันเทิง เช่น อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 พื้นที่ 6 หมื่นตารางเมตร พื้นที่อาคารเชื่อมต่อกันโดยไม่มีเสากั้น เพื่อเป็นอาคารจัดอีเวนต์บันเทิงในร่มขนาดใหญ่ และ​มี​​แผนพัฒนาห้องแต่งตัวบริเวณอาคาร 5-6 ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนอีเวนต์ด้านความบันเทิงในอนาคต รวมทั้งพื้นที่​ธันเดอร์โดม ที่ใกล้หมดสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม ก็เตรียมปรับปรุงเพื่อ​ยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้จัดงานและผู้ชม​ภายในงาน ภายใต้พื้นที่กลางแจ้งริมทะเลสาบเมืองทองธานีกว่า 1.5 แสนตารางเมตร ​ที่เหมาะกับการจัดเทศกาลดนตรี เฟสติวัลขนาดใหญ่ พร้อมวิวทะเลสาบเปิดโล่ง เพื่อ​ประสบการณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue3-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>ลงทุน 3 พันล้าน ​ ปักธงผู้นำ MICE &amp; Entertainment Event</b></p>
<p>การปรับตัวของ <strong>&#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217;</strong>  เพื่อต้องการ​​​รักษาความเป็นผู้นำของศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมการประกาศวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ <em><strong>โดยตั้งเป้าหมาย​ก้าวสู่ผู้นำ​ธุรกิจไมซ์ (MICE) ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก (Entertainment Event)</strong></em></p>
<p>นอกจากนี้ จะเร่ง​ขับเคลื่อนธุรกิจ​เชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโอกาสจากการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ และ Entertainment Event เพื่อเพิ่มทั้งการเติบโตของบริษัท รวมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาค โดยมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 3 พันล้านบาท ​ขยายการให้บริการโรงแรมอีก 1 พันห้อง ทั้งระดับ 5 ดาว ได้แก่<strong> ฮิลตัน (Hilton)</strong> จำนวน 300 ห้อง และระดับ 4 ดาว คือ <strong>ฮิลตัน การ์เดน อินน์ (Hilton Garden Inn)</strong> จำนวน 700 ห้อง ที่จะให้บริการอยู่ภายในตึกเดียวกัน ​ตั้งอยู่​บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการจัดงานในสเกลใหญ่ๆ ระดับโลกที่บางงานอาจต้องการที่พักจำนวนมากกว่า  2 พันห้องขึ้นไป เพื่อ​สามารถรองรับและอำนวยความผู้จัดงานได้อย่างครบวงจรมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้มีงานสเกลระดับโลกและกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาสแรกในปีหน้า และคาดว่าจะ​เปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2570</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue-Re.jpg" alt="" width="1200" height="652" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันเรามีโรงแรมให้บริการอยู่ 2 แห่ง คือ โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค รวม 1 พันห้อง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากอัตราการเข้าพัก (Occupancy) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการเติบโตของการจัดงานที่มากขึ้นทำให้มีแผนขยายห้องพัก​ต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรองรับผู้เดินทางจากการจัดงาน รวมทั้งจะเป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย​ได้มากขึ้นเข้ามาใน Ecosystem ของเมืองทอง ช่วยกระจายกำลังซื้อไปยังกลุ่มผู้ประกอบการและธุรกิจโดยรอบได้มากขึ้น โดยตามแผนจะขยายจำนวนห้องให้ได้ 3 พันห้อง ภายในปี 2571 และเพิ่มเป็น 5 พันห้อง ภายในปี 2575 หรืออีก 8 ปีนับจากนี้&#8221;  </em></p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวต่อว่า การพัฒนาโรงแรมยังเป็นแกนกลางในการพัฒนาไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำและศูนย์กลางธุรกิจ MICE &amp; Entertainment Event ผ่านแผนพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed Use ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มแม็กเน็ตมาเติมเต็มพื้นที่ริมทะเลสาบให้สามารถอำนวยความสะดวก และรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ได้อย่างครบวงจร ​ทั้งช้อปปิ้ง มอลล์ หรือสวนน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการจับจ่าย​ซื้อของจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เพิ่มเติมจากการเดินทางมาประชุม สัมมนา จัดกิจกรรม หรือการเดินทางมาดูคอนเสิร์​ตต่างๆ ​รวมทั้งอีกหนึ่ง​จุดแข็งด้านการเดินทางเข้ามาในโครงการได้อย่างสะดวกผ่านรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เปิดให้บริการแล้ว ช่วยเพิ่มความสะดวก​และบรรเทาปัญหาด้านการจราจรลงได้อย่างมาก ซึ่งต่างเป็นองค์ประกอบที่เข้ามาช่วยตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางและผู้นำของธุรกิจ MICE และ Entertainment Event ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><strong>วางกลยุทธ์ เร่งเครื่องเติบโต​​ทุกกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันรายได้หลักของอิมแพ็ค มาจาก <em><strong>4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการรเช่าพื้นที่จัดงาน  ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม </strong></em>ซึ่งจากการมุ่งมั่นขยายธุรกิจในเชิงรุก คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมในปีนี้กว่า 4 พันล้านบาท พร้อมเติบโตเพิ่มขึ้นแตะระดับ 9 พันล้านบาท ได้ในอีก 5 ปี ข้างหน้า หรือภายในปี ​ 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Exhibition-Hall-Re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากแผนลงทุนในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ​​และแผนปรับปรุงอิมแพ็ค อารีน่าแล้ว ยังมีการขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจในมิติอื่นๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; กลุ่มธรกิจให้บริการเช่าพื้นที่จัดงาน</strong> ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท ปีนี้จะมุ่ง​ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศใหม่ๆ ​ต่อเนื่อง เช่น อินเดีย จีน ประเทศแถบตะวันออกกลาง จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการในการจัดกิจกรรมที่ขยายตัวขึ้น โดยได้ตั้งทีม Business Development เจาะตลาดจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างรายได้ใหม่และขยายจำนวนการจัดงานให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแผนในการขยับครั้งใหญ่เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตในกลุ่มอีเวนต์บันเทิง หรือ Entertainment Event</p>
<p>&#8211;<strong> ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน</strong> ​เริ่มมีการสร้างสรรค์งาน​ตัวเองเพิ่มมากขึ้น​ ทั้งกลุ่มงานแสดงสินค้า งานเจรจาธุรกิจ รวมถึงอีเวนต์เชิงไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายของจำนวนงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งการเปิดโอกาสสร้างพันธมิตรการจัดงาน เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านแพ็กเกจ &#8216;<strong>IMPACT NEXT&#8217;</strong> สำหรับผู้จัดงานหน้าใหม่ หรือผู้ที่มีไอเดียสร้างสรรค์อีเวนต์แนวใหม่เข้ามาจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือกันในโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับ​ผลตอบรับที่ดี​ทำให้​มีกลุ่มลูกค้าและจำนวนงานใหม่มากเพิ่มขึ้น</p>
<p>เช่น ​เทศกาลยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ &#8216;<strong>IMPACT Speed Fest 2025&#8242;</strong> ​ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกและได้ผลตอบรับที่ดี โดยตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างให้เป็น Destination of Thailand Car Culture ในอนาคต ขณะที่​ภาพรวมการจัดงานครึ่งแรกของปี 2568 ยัง​เติบโต​ดีต่อเนื่อง มียอดจัดงาน 341 งาน แบ่งเป็น ประชุม สัมมนา 167 งาน อินเซนทีฟ 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน คอนเสิร์ตไทย คอนเสิร์ตต่างประเทศ 41 งาน เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน ส่วน​ครึ่งปีหลัง มียอดจองกว่า 300 งาน ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน ​เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025, งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย, มหกรรมยานยนต์ ​ และเทศกาล EDM ระดับโลกอย่าง Creamfields Asia 2025 เป็นต้น</p>
<p><strong>-กลุ่มธุรกิจอย่างอาหารและเครื่องดื่ม </strong>เตรียมเปิดร้านอาหารใหม่ &#8216;<strong>Xian yuan&#8217;</strong> เพิ่มเติมที่ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ขนาด 900 ตารางเมตร ช่วงปลายปีนี้ จากปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือ 18 แบรนด์​​ ​29 สาขา ซึ่งให้บริการอยู่ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี 20 สาขา และนอกศูนย์รวม 9 สาขา โดยแบรนด์ภายในเครือ ได้แก่ บิสโตร เดอ แชมเปญ, ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริช ผับ, เฮยยิน, ฮ่องกง คาเฟ่, ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน, ฮ่องกง สุกี้, อิมแพ็ค ฟาร์ม, อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์, อีสาน แอ็ท อารีน่า, เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่, เทอราซซ่า, ทองหล่อ, ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์, อีส คาเฟ่, เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ไทยแลนด์, นิปปอน โยโคโจว, ไทโชเต, สึโบฮาจิ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายทุกมิติ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศเอง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่าย และการตัดสินใจของผู้จัดงานและนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมถึงนโยบาย​ภาษี​สหรัฐฯ และปัญหาเศรษฐกิจจีน นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของจีน ส่งผลให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ เเละนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางลงตั้งแต่ต้นปี 2568 ​ขณะที่ภาคธุรกิจไทย รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนทิศทางของบริษัท มุ่ง​ขยายการเติบโตของธุรกิจทุกกลุ่มแบบ​เชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ รวมทั้ง​ส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้อย่างแท้จริง&#8221;</em> คุณพอลล์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เตรียมพบกับงานใหญ่แห่งปี! ยกทัพจัดเต็มทุกฟังก์ชันด้านอุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์ รวบรวมมาไว้ที่นี่ที่เดียวในงาน Thailand International Woodworking &#038; Furniture Exhibition 2024 :TIWF 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/thailand-international-woodworking-furniture-exhibition-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Sep 2024 11:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[BMWK]]></category>
		<category><![CDATA[Germany’s Federal Ministry of Economic Affairs and Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand International Woodworking & Furniture Exhibition 2024]]></category>
		<category><![CDATA[TIWF 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การผลิตไม้แปรรูป]]></category>
		<category><![CDATA[จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ต้าโจว อินดัสทรี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุญสุธีย์ จีระวงค์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์จากไม้]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ทรงกลด  จารุสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ลอย จุน ฮาว]]></category>
		<category><![CDATA[ลูก้า มูลเลอร์]]></category>
		<category><![CDATA[สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[สุกิจ จันทร์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไออีซี เมสเซ่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28596</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครั้งแรกกับสุดยอดงานแสดงสินค้าและสัมมนาระดับนานาชาติด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (TIWF 2024) ที่รวบรวมผู้แสดงสินค้าชั้นนำจาก 19 ประเทศทั่วโลกกว่า 201 บริษัท มาไว้ให้คุณ พบกันในวันที่ 18 &#8211; 20 กันยายน 2567 ณ อาคาร 11 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี คุณลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทยขับเคลื่อนด้วยการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มากกว่า 2,600 รายในประเทศไทย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้คิดเป็น 70% ของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่ผลิตเพื่อการส่งออก ตามข้อมูลจากสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย มีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเฟอร์นิเจอร์ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการจัดหาส่วนประกอบและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมงานไม้ นอกจากนี้ไทยยังมีอุตสาหกรรมโรงเลื่อยไม้ที่มีการก่อตั้งมายาวนานถือว่ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการผลิตไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์จากไม้ เช่น ในปี 2565 ปริมาณไม้จากยูคาลิปตัส คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 78,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นปริมาณการผลิตสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้ อีกทั้งมูลค่าการส่งออกไฟเบอร์บอร์ดของไทยอยู่ที่ 29,500 ล้านบาท และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเศษไม้อัดไม้ชิ้นเล็ก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/thailand-international-woodworking-furniture-exhibition-2024/">เตรียมพบกับงานใหญ่แห่งปี! ยกทัพจัดเต็มทุกฟังก์ชันด้านอุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์ รวบรวมมาไว้ที่นี่ที่เดียวในงาน Thailand International Woodworking &#038; Furniture Exhibition 2024 :TIWF 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ครั้งแรกกับสุดยอดงานแสดงสินค้าและสัมมนาระดับนานาชาติด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (</strong><strong>TIWF 2024) </strong><strong>ที่รวบรวมผู้แสดงสินค้าชั้นนำจาก </strong><strong>19 </strong><strong>ประเทศทั่วโลกกว่า 201</strong> <strong>บริษัท มาไว้ให้คุณ พบกันในวันที่ </strong><strong>18 &#8211; 20 </strong><strong>กันยายน </strong><strong>2567 </strong><strong>ณ อาคาร </strong><strong>11 </strong><strong>ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong></p>
<p><span id="more-28596"></span></p>
<p><strong>คุณลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด</strong> กล่าวว่า ภาพรวมของตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทยขับเคลื่อนด้วยการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มากกว่า 2,600 รายในประเทศไทย ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้คิดเป็น 70% ของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดที่ผลิตเพื่อการส่งออก ตามข้อมูลจากสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย มีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตเฟอร์นิเจอร์ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการจัดหาส่วนประกอบและวัตถุดิบเพื่ออุตสาหกรรมงานไม้</p>
<p>นอกจากนี้ไทยยังมีอุตสาหกรรมโรงเลื่อยไม้ที่มีการก่อตั้งมายาวนานถือว่ามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการผลิตไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์จากไม้ เช่น ในปี 2565 ปริมาณไม้จากยูคาลิปตัส คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 78,000 ตัน ซึ่งคิดเป็นปริมาณการผลิตสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไม้ อีกทั้งมูลค่าการส่งออกไฟเบอร์บอร์ดของไทยอยู่ที่ 29,500 ล้านบาท และมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเศษไม้อัดไม้ชิ้นเล็ก (wood in chips and particles) จำนวน 4,400 ล้านกิโลกรัม จากแนวโน้มและโอกาสที่เกิดขึ้นจึงได้ร่วมกับ ไออีซี เมสเซ่ จัดงาน <strong>Thailand International Woodworking &amp; Furniture Exhibition 2024: TIWF 2024</strong> ขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณลอย-จุน-ฮาว.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับงาน <strong>TIWF 2024</strong>  ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดงานและได้รับการสนับสนุนจาก <strong>Germany’s Federal Ministry of Economic Affairs and Climate Action (BMWK)</strong> นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสื่อในอุตสาหกรรมฯ ระดับนานาชาติจาก 10 ประเทศ รวมถึงหน่วยงานและสมาคมที่เกี่ยวข้องจาก 34 แห่งจาก 9 ประเทศ ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของงานในฐานะผู้จัดงานระดับนานาชาติด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้ และเฟอร์นิเจอร์อย่างแท้จริงที่อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนทางการค้าและความรู้ เพื่ออุตสาหกรรมฯ ทั้งจากไทยและต่างประเทศ</p>
<p>รวมถึงได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท ต้าโจว อินดัสทรี จำกัด เพื่อให้เกิดการยกระดับอุตสาหกรรมด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้และเฟอร์นิเจอร์ วัสดุ โซลูชัน และความยั่งยืนต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รวมไว้ในงานเดียว โดยจะมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 201 บริษัท จาก 19 ประเทศทั่วโลก และพาวิลเลียนจากผู้แสดงสินค้า 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย จีน เยอรมนี สโลวีเนีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส ที่รวบรวมแบรนด์จากผู้แสดงสินค้ากว่า 350 แบรนด์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28602 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/TIWF2024-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><em>“งาน </em><em>TIWF </em><em>จะจัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมจากการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการริเริ่มใช้เทคโนโลยี เครื่องจักรและออโตเมชัน โดยคาดการณ์ว่าการจัดงาน </em><em>TIWF </em><em>2024 ที่จะจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 18-20 กันยายนนี้ จะได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมและคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า 4</em><em>,</em><em>000 ราย พร้อมสร้างโอกาสและเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</em></p>
<p>ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมจับคู่ทางธุรกิจ การสร้างเครือข่าย การสาธิตเทคโนโลยี และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีสัมมนาที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมฯ นักลงทุน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมแบ่งปันแนวโน้ม โอกาสและความท้าทายระดับโลก รวมถึงการออกแบบงานไม้ เพื่ออุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28603 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/TIWF2024.jpg" alt="" width="1200" height="957" /></p>
<p>งานสัมมนาครั้งนี้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ เช่น โอกาสและความท้าทายในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ไทย โดย <strong>คุณจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์</strong> นายกสมาคมเฟอร์นิเจอร์ไทย, แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของความต้องการวัตถุดิบไม้ในตลาดโลก โดย  <strong>คุณสุกิจ จันทร์ทอง</strong> ผู้อำนวยการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้,การจัดการทรัพยากรป่าไม้เชิงเศรษฐกิจ โดย <strong>คุณบุญสุธีย์ จีระวงค์พานิช</strong> ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจการป่าไม้,การขับเคลื่อนนวัตกรรม:โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์ไทยในอนาคต โดย <strong>รศ.ทรงกลด  จารุสมบัติ</strong> คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการใช้นวัตกรรมงานไม้ยุคใหม่เพื่อการออกแบบสถาปัตยกรรมคาร์บอนต่ำ โดย InnovatorX เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากสถาบันผู้เชี่ยวชาญด้านงานไม้ร่วมจัดการฝึกอบรมและเวิร์กชอปจากหลายหน่วยงาน เช่น พื้นฐานสำคัญของการทำเฟอร์นิเจอร์ โดย คุณวรฤทธิ์ แสนเสมอใจ หรือ อาจารย์เก่ง ช่างไม้อินดี้ ,การเคลือบให้เหมาะกับงาน โดย บริษัท ทีโอเอ-ยูเนี่ยน เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรทางความรู้จากบริษัท ลานนาไม้อัดไทย จำกัด ผู้สนับสนุน คุณนิพนธ์ เจียมสมบัติ หรือ อาจารย์เอ๋ เพาะช่าง ในหัวข้อ“สกิลที่ควรรู้สำหรับช่างไม้” เป็นต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ <a href="https://evcnx.co/jl5cg" target="_blank" rel="noopener">https://evcnx.co/jl5cg</a> หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-833-5370 อีเมล <a href="mailto:info@thailandwoodworking.com">info@thailandwoodworking.com</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณลูก้า-มูลเลอร์.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณลูก้า มูลเลอร์ กรรมการผู้จัดการ ไออีซี เมสเซ่</strong> กล่าวว่า การจัดงานแสดงสินค้าและสัมมนาระดับนานาชาติด้านเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้และอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (TIWF 2024) ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างไออีซี เมสเซ่ กับอิมแพ็ค เมืองทองธานี ในการจัดงานนี้ขึ้น ซึ่งงานนี้ถูกจัดขึ้นเป็นปีแรก และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมแสดงสินค้าทั่วโลก โดยมีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 201 บริษัทจาก 19 ประเทศทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องจักร เทคโนโลยีงานไม้ และเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลกยังให้ความสำคัญและมองเห็นแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และประเทศไทยยังถือเป็นอีกประตูสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการนี้ก้าวเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สำเร็จ</p>
<p>“ที่ผ่านมา ไออีซี เมสเซ่ และ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถือเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดี และทำงานร่วมกันมาอย่างใกล้ชิดโดยนอกจากงาน TIWF 2024 ที่จะจัดเป็นขึ้นครั้งแรกในวันที่ 18-20 กันยายน 2567 ณ อาคาร 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานีแล้วในพื้นที่ใกล้กันบริเวณอาคาร 12 ยังมีงานแสดงสินค้าเจรจาธุรกิจอุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้าง (BCT Expo) ที่จัดขึ้นในเวลาเดียวกัน โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาคารและการก่อสร้าง ซึ่งเชื่อว่าทั้งสองงานจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้เข้าร่วมงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาคนี้”</p>
<p><strong>คุณลูก้า</strong> กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากการจัดงาน TIWF 2024 ก็ยังมีอีกเป้าหมายสำคัญ คือ การนำเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายพื้นที่ไปใช้ในการปลูกป่าทดแทน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศไทยอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-28600" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณโกเมนทร์-ทีฆธนานนท์-ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>คุณโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมไม้และเฟอร์นิเจอร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ยังเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับการนำทรัพยากรธรรมชาติ มาใช้ในร่วมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ  ในอุตสาหกรรมนี้ เพื่อให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมกัน</p>
<p><em>“ในฐานะตัวแทนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด &#8220;Sustainable Furniture&#8221; พร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ยั่งยืน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการจัดงานแสดงสินค้าและสัมมนาระดับนานาชาติด้านเครื่องจักรในครั้งนี้ จะเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ความร่วมมือระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ ๆ ที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับป่าไม้ได้อย่างยั่งยืน”  </em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/thailand-international-woodworking-furniture-exhibition-2024/">เตรียมพบกับงานใหญ่แห่งปี! ยกทัพจัดเต็มทุกฟังก์ชันด้านอุตสาหกรรมงานไม้และเฟอร์นิเจอร์ รวบรวมมาไว้ที่นี่ที่เดียวในงาน Thailand International Woodworking &#038; Furniture Exhibition 2024 :TIWF 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เมื่อธุรกิจเราสร้างขยะ เราก็ต้องจัดการ&#8217; ส่องโมเดล Waste Management &#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217; ช่วยแยกขยะกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ 8 หมื่นกิโลกรัม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/impact-muang-thong-thani-waste-management/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 30 Jun 2024 09:30:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Land]]></category>
		<category><![CDATA[Impact]]></category>
		<category><![CDATA[IMPACT Muang Thong Thani]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[Smart City]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะเป็นศูนย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม]]></category>
		<category><![CDATA[สมาร์ทซิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมไมซ์]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[แยกขยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26820</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภารกิจการปั้นเมืองทองธานีให้เป็น &#8216;สมาร์ทซิตี้ ขณะนี้อยู่ในช่วงชักชวนสตาร์ทอัพ บริษัทนวัตกรรม  เอสเอ็มอี ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในมิติต่างๆ  เข้ามาช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้เมืองทองธานี เดินหน้าสู่เป้าหมายของการสร้างเมืองที่ยั่งยืน การพัฒนานับจากนี้ จึงจะมี​ทั้งโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และสิ่งที่ทำได้ และลงมือทำแล้ว คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโครงการเมืองทองธานี กล่าวว่า &#8220;แนวคิดการสร้างเมืองที่ยั่งยืนของเรา ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำได้จริง เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทำได้ทันที&#8221; หนึ่งในภาพที่ชัดเจน คือ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี หนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญของ เมืองทองธานี แต่ละปี อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีงานที่จัดขึ้นบนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 งานต่อปี มีโอกาสต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 10-15 ล้านคนต่อปี &#8220;หากมองย้อนกลับไปในฐานะหนึ่งในผู้เล่นของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เราถือเป็นข้อต่อสำคัญในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต แต่อีกมุม ต้องยอมรับว่า ธุรกิจของเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขยะให้แก่โลกใบนี้  ซึ่งปริมาณขยะที่สร้างขึ้นในแต่ละปี ผันแปรตามจำนวนอีเวนต์และผู้เข้ามาใช้บริการ เราตระหนักดีว่า เมื่อธุรกิจหลักของเราสร้างขยะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/impact-muang-thong-thani-waste-management/">&#8216;เมื่อธุรกิจเราสร้างขยะ เราก็ต้องจัดการ&#8217; ส่องโมเดล Waste Management &#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217; ช่วยแยกขยะกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ 8 หมื่นกิโลกรัม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ภารกิจการปั้นเมืองทองธานีให้เป็น &#8216;สมาร์ทซิตี้ ขณะนี้อยู่ในช่วงชักชวนสตาร์ทอัพ บริษัทนวัตกรรม  เอสเอ็มอี ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในมิติต่างๆ  เข้ามาช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้เมืองทองธานี เดินหน้าสู่เป้าหมายของการสร้างเมืองที่ยั่งยืน</p>
<p><span id="more-26820"></span></p>
<p>การพัฒนานับจากนี้ จึงจะมี​ทั้งโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และสิ่งที่ทำได้ และลงมือทำแล้ว</p>
<p><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโครงการเมืองทองธานี กล่าวว่า <em>&#8220;แนวคิดการสร้างเมืองที่ยั่งยืนของเรา ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำได้จริง เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ทำได้ทันที&#8221;</em></p>
<p>หนึ่งในภาพที่ชัดเจน คือ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี หนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญของ เมืองทองธานี</p>
<p>แต่ละปี อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีงานที่จัดขึ้นบนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 1,000 งานต่อปี</p>
<p>มีโอกาสต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 10-15 ล้านคนต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/re-Khun-Paul.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;หากมองย้อนกลับไปในฐานะหนึ่งในผู้เล่นของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เราถือเป็นข้อต่อสำคัญในการกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต แต่อีกมุม ต้องยอมรับว่า ธุรกิจของเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างขยะให้แก่โลกใบนี้  ซึ่งปริมาณขยะที่สร้างขึ้นในแต่ละปี ผันแปรตามจำนวนอีเวนต์และผู้เข้ามาใช้บริการ เราตระหนักดีว่า <strong>เมื่อธุรกิจหลักของเราสร้างขยะ โจทย์ใหญ่ที่เราต้องขับเคลื่อนตามมาด้วยคือ เป้าหมายในการลดปริมาณขยะ และสามารถนำขยะที่เกิดจากอุตสาหกรรมนี้เข้าสู่กระบวนการนำกลับมาทำใหม่ให้เกิดประโยชน์ (Recycle) และนำกลับมาผลิตเป็นของใช้ใหม่ (Upcycle) ให้ได้มากที่สุด</strong>&#8220;</em></p>
<p>แต่โจทย์ที่ยากกว่า ก็คือ​จะมีวิธีการดำเนินการอย่างไร</p>
<p><em>&#8220;เราลองผิด ลองถูก จนเกิดเป็นโครงการต่างๆ มากมาย มีทั้งโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จ  และโครงการที่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดีและดำเนินการต่อถึงปัจจุบัน อาทิ โครงการ ลด เลี่ยง เลิก รณรงค์ลดการใช้พลาสติก ซึ่งเริ่มจากตัวเองก่อน&#8221;</em></p>
<p>การเริ่มจากตัวเอง ​เช่น ฝ่ายจัดซื้อ ต้องจัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เพื่อนำมาใช้ในร้านอาหารในเครือและธุรกิจจัดเลี้ยง</p>
<p>หลังจากนั้น ก็ได้ขยายความร่วมมือสู่พาร์ทเนอร์ต่างๆ ภายในศูนย์ฯ อย่าง​ร้านค้า ร้านอาหาร ด้วยการรณรงค์ให้หันมาลดการใช้พลาสติก พร้อมเปลี่ยนมาใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ย่อยสลายได้  เปลี่ยนใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ไม่แจกหลอดดูดน้ำในร้านอาหาร  ซึ่งช่วงแรกมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพียง 66% ของร้านค้าทั้งหมด จากนั้นก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น ถึงปัจจุบันอาจจะไม่เต็ม100% ของร้านค้าทั้งหมด แต่เป็นไปในทิศทางที่ดี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/ถังขยะแยกประเภท.jpg" alt="" width="2000" height="1333" /></p>
<p><strong>โครงการคัดแยกขยะ</strong> ส่งเสริมการคัดแยกของเสียจากผู้ใช้บริการ โดยปรับเปลี่ยนถังขยะจากถังเดี่ยวเป็นถังขยะแยกประเภท และมีการจัดเก็บ คัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ เพื่อกำจัดขยะแต่ละประเภทอย่างถูกวิธีและนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด <em><strong>โดยในปี 2566 มีปริมาณขยะที่คัดแยกได้จากการจัดแสดงงาน เช่น ขวดพลาสติก กระดาษลัง ปี๊บสังกะสี ขวดแก้ว กระป๋องอะลูมิเนียม ซึ่งสามารถนำขยะไปรีไซเคิลได้มากกว่า 80,000 กิโลกรัม</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/Zero-food-waste-เครื่องย่อยเศษอาหาร-.jpg" alt="" width="2000" height="1333" /></p>
<p>ส่วนขยะที่เป็นเศษวัตถุดิบจากการปรุงและเศษอาหารจากการทานเหลือจำนวนมาก จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละงาน ก็ปรับเปลี่ยนสร้างคุณค่า  ภายใต้โครงการ <strong>“ขยะเป็นศูนย์” (</strong><strong>Zero Waste)</strong> ด้วยการนำเศษอาหารแปรรูปเป็นปุ๋ยด้วยเครื่อง Food Waste Composer ซึ่งปุ๋ยที่ได้ก็จะนำไปใช้บำรุงดินในแปลงผักออร์แกนิกและแปลงเพาะปลูกไม้ดอกไม้ประดับรอบเมืองทองธานี ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีจำนวนขยะจากอาหาร ที่นำมาผ่านกระบวนการผลิตปุ๋ยได้มากกว่า 4,000 กิโลกรัม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/แปลงผักจากปุ๋ย-.jpg" alt="" width="2000" height="1333" /></p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น ยังเชิญชวนลูกค้า ทั้งผู้จัดงาน ออแกไนเซอร์ ที่จัดงานที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เลือกแนวทางการจัดงานแบบยั่งยืน หรือ ลดการใช้อุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น ซึ่ง อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมรองรับการจัดงานแบบยั่งยืนทุกประเภท เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดปริมาณขยะ ลดปริมาณการปล่อย และดูดกลับก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ต้นทาง</p>
<p>เราเชื่อว่า ท้ายที่สุด หลักการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ อาจไม่มีสูตรสำเร็จ หรือสูตรตายตัว แต่เป็นสิ่งที่แต่ละองค์กรต้องหาวิธีที่เหมาะสม หาสูตรที่ใช่กับธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเราก็ยังไม่หยุดตามหาเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/impact-muang-thong-thani-waste-management/">&#8216;เมื่อธุรกิจเราสร้างขยะ เราก็ต้องจัดการ&#8217; ส่องโมเดล Waste Management &#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217; ช่วยแยกขยะกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ 8 หมื่นกิโลกรัม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐผนึกเอกชน จัดมหกรรมด้านพลังงานสุดยิ่งใหญ่! SustainAsia Week 2024 หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/sustain-asia-week-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Feb 2024 09:55:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SETA2024]]></category>
		<category><![CDATA[SSA2024]]></category>
		<category><![CDATA[SustainAsia Week 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Carbon Expo 2024]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงสินค้าและนิทรรศการทางเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศจ.ดร พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24151</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภาครัฐจับมือภาคเอกชนจัดงานยิ่งใหญ่ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิด “Low Carbon &#38; Sustainable ASEAN Economy” ผนึกกำลังจัด 5 งานควบคู่กัน ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ครอบคลุมการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานที่ล้ำสมัยและการประชุมวิชาการนานาชาติโดยเน้นที่เทรนด์สำคัญด้านพลังงานสะอาดและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังผลักดันประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ศจ.ดร พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ประธานการจัดงาน Sustain Asia Week 2024 และ SETA 2024 กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก แหล่งพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ดังนั้น บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/sustain-asia-week-2024/">รัฐผนึกเอกชน จัดมหกรรมด้านพลังงานสุดยิ่งใหญ่! SustainAsia Week 2024 หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภาครัฐจับมือภาคเอกชนจัดงานยิ่งใหญ่ </strong><strong>SustainAsia Week </strong><strong>2024 มหกรรมพลังงานที่ยั่งยืนภายใต้แนวคิด “</strong><strong>Low Carbon &amp; Sustainable ASEAN Economy” </strong><strong>ผนึกกำลังจัด 5 งานควบคู่กัน ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 </strong></p>
<p><span id="more-24151"></span></p>
<p><strong>ครอบคลุมการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานที่ล้ำสมัยและการประชุมวิชาการนานาชาติโดยเน้นที่เทรนด์สำคัญด้านพลังงานสะอาดและแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หวังผลักดันประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย </strong><strong>Net Zero </strong><strong>และเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p><strong>ศจ.ดร พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</strong> ประธานการจัดงาน Sustain Asia Week 2024 และ SETA 2024 กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาคมโลก แหล่งพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มีความสำคัญและได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ดังนั้น บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เตรียมจัดงานมหกรรมด้านพลังงานครั้งยิ่งใหญ่ Sustain Asia Week 2024 เพื่อเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หวังผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 เพื่อนำพาประเทศไทยเดินหน้าสู่ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/1_1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>Sustain Asia Week 2024 </strong>เป็นการรวมตัวของงานสำคัญด้านพลังงาน 4 งานที่จะจัดควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด “Low Carbon &amp; Sustainable ASEAN Economy” ได้แก่ <strong>งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย </strong>หรือ <strong>SETA</strong><strong>2024 </strong>(Sustainable Energy Technology Asia 2024)<strong> งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน</strong> หรือ <strong>SSA</strong><strong>2024 </strong>(SOLAR+STORAGE ASIA 2024)<strong> งานขนส่งและยานยนต์อนาคตแห่งเอเชีย </strong>หรือ <strong>SMA</strong><strong>2024 </strong>(Sustainable Mobility Asia 2024) และ<strong> งาน </strong><strong>Zero Carbon Expo </strong><strong>202</strong><strong>4 </strong>โดยจะประกอบไปด้วยพื้นที่แสดงนิทรรศการและเวทีการประชุมสัมมนามทางวิชาการในหัวข้อที่อยู่ในความสนใจหลากหลายประเด็น คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน จาก 55 ประเทศทั่วโลก อาทิ ผู้บริหารระดับซีอีโอในแวดวงพลังงาน ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมพลังงานและ Zero Carbon ตลอดจนผู้บริหารแถวหน้าวงการเทคโนโลยีพลังงานสะอาดทั่วโลก และหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศอีกกว่า 100 หน่วยงาน ซึ่งจะมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกและผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสในการเจรจาขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในตลาดพลังงานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก ทั้งนี้ งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 บนพื้นที่เดียวกันรวมว่า 15,000 ตารางเมตร ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ</p>
<p>หนึ่งในเวทีที่ไม่ควรพลาดในงาน Sustain Asia Week 2024 คือ การประชุม <strong>Leadership Asian Energy Summit </strong>หรือที่รู้จักในชื่อว่า <strong>The CEO Energy Forum</strong> ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้นำจากองค์กรยักษ์ใหญ่ด้านพลังงาน ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จะได้พบปะหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแบ่งปันข้อมูลความรู้ที่อัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับอนาคตของพลังงานที่ยั่งยืน อาทิ แนวปฏิบัติในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ ในการผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) เป็นต้น</p>
<p>นอกเหนือจากนี้ ยังมีความร่วมมือในการจัดงานร่วมกันในระดับเอเชีย คืองาน <strong>the 4th Asia CCUS Network Forum (ACNF4)</strong> สนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่น อันเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA), สถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงาน ประเทศญี่ปุ่น IEEJ (Institute of Energy Economics, Japan) และ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) จะมาจัดในประเทศไทย ภายใต้สัปดาห์มหกรรมพลังงานแห่งความยั่งยืนในครั้งนี้</p>
<p>และยังมีไฮไลท์อื่นๆ ในงาน เช่น งานแสดงสินค้าและนิทรรศการทางเทคโนโลยี ในลักษณะ B2G B2B และ B2Large C ซึ่งจะเป็นการเชิญบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและผู้นำทางด้าน Zero Carbon ระดับนานาชาติกว่า 350 องค์กร มานำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของระบบพลังงาน การผลิตกระแสไฟฟ้าที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอน การผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์แผงโซลาร์เซลจนถึงการปฏิวัติเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดจากพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เทคโนโลยีพลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCS) และการดักจับก๊าซคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCUS)) ดิจิทัลเพื่อพลังงาน (Digital Energy เทคโนโลยีเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้าและระบบชาร์จไฟฟ้า ในส่วนของการประชุมสัมมนาจะครอบคลุมข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญๆ  อาทิ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย กรอบการกำกับดูแลและมาตรฐานการดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ภาครัฐกำหนด มาตรการจูงใจและมาตรการอุดหนุนของภาครัฐสำหรับผู้ริเริ่มโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และนโยบายด้านพลังงานสะอาดที่สะท้อนทิศทางการพัฒนาของประเทศ เป็นต้น</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการจัดสัมมนาและเวิร์คช็อปเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจทางด้าน Zero Carbon และความยั่งยืน เพื่อเปิดเวทีให้ผู้สนใจด้าน Carbon Credit ได้มีโอกาสพบปะผู้เชี่ยวชาญและได้ศึกษามาตราฐานการตรวจวัดและรับรองคาร์บอนเครดิตนานาประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังมีการจัดกิจกรรมคลินิกคาร์บอนเครดิตและกิจกรรมส่งเสริมการลดคาร์บอนต่างๆ เพื่อรับมือกับปัญหาสภาพอากาศและแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน</p>
<p>นอกเหนือจากนั้น พบกับค่ำคืนสุดพิเศษในคืนวันที่ 15 สิงหาคม 2567 กับพิธีการมอบรางวัลนวัตกรรมพลังงานดีเด่นแห่งเอเชีย ที่จะมอบให้แก่บริษัทชั้นนำจนถึงองค์กรส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานด้านพลังงานและการลดคาร์บอนไดออกไซด์</p>
<p>ติดตามความเคลื่อนไหว และไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจและความร่วมมือกับผู้นำด้านพลังงานและความยั่งยืน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และดูรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ <strong>www.setaasia.com  www.SolarStorageAsia.com </strong><strong>และ </strong><strong>www.sustainasiaweek.com</strong></p>
<p>สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่คุณ อรัชพร ดาศรี  ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บจก.แกท อินเตอร์เนชั่นแนล อีเมล์: PR@gat.co.th โทร. 082 449 3388,094 337 9588</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/sustain-asia-week-2024/">รัฐผนึกเอกชน จัดมหกรรมด้านพลังงานสุดยิ่งใหญ่! SustainAsia Week 2024 หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีเส็บเปิดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 67 ดึงทุนวัฒนธรรมและนวัตกรรมเพิ่มคุณค่าไมซ์ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/tceb-springboard-of-asias-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Oct 2023 09:09:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[MICE Foresight]]></category>
		<category><![CDATA[Springboard of ASIA's Growth]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB]]></category>
		<category><![CDATA[จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเส็บ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมไมซ์]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21901</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีเส็บเปิดแผนเพิ่มคุณค่าอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เจาะ 3 กลุ่มธุรกิจหลักโดยสอดแทรกทุนวัฒนธรรมให้เป็นจุดเด่นในระยะยาว ตั้งเป้าสิ้นปี 2567 ดึงนักเดินทางไมซ์ 23.2 ล้านคน ทำรายได้ 1.4 แสนล้านบาท นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปี 2567 ของทีเส็บยึดโยงการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว เพื่ออยู่รอดและเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน จากหลักดังกล่าว ทีเส็บจึงลงทุนทำวิจัยหัวข้อ MICE Foresight ว่าด้วยอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อให้ทราบทิศทางที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดแผนกลยุทธ์ ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินงานของทีเส็บใน 21 ปีของการก่อตั้งประสบความสำเร็จ สามารถประมูลสิทธิ์งานไมซ์ระดับโลกได้สำเร็จกว่า 442 งาน และให้การสนับสนุนงานไมซ์ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 6,300 งาน คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 63,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไมซ์ 650 รายทั่วโลกยกให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในใจ (Top of Mind) เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ 14 ประเทศทั่วเอเชีย ตามด้วยญี่ปุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/tceb-springboard-of-asias-growth/">ทีเส็บเปิดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 67 ดึงทุนวัฒนธรรมและนวัตกรรมเพิ่มคุณค่าไมซ์ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีเส็บเปิดแผนเพิ่มคุณค่าอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เจาะ </strong><strong>3 </strong><strong>กลุ่มธุรกิจหลักโดยสอดแทรก</strong><strong>ทุนวัฒนธรรมให้เป็นจุดเด่นในระยะยาว ตั้งเป้าสิ้นปี </strong><strong>2567 </strong><strong>ดึงนักเดินทางไมซ์ </strong><strong>23</strong><strong>.</strong><strong>2 </strong><strong>ล้านคน ทำรายได้ </strong><strong>1</strong><strong>.</strong><strong>4 </strong><strong>แสนล้านบาท </strong></p>
<p><span id="more-21901"></span></p>
<p><strong>นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ</strong> เปิดเผยว่า ทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในปี 2567 ของทีเส็บยึดโยงการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว เพื่ออยู่รอดและเพื่อรักษาความสามารถทางการแข่งขัน</p>
<p>จากหลักดังกล่าว ทีเส็บจึงลงทุนทำวิจัยหัวข้อ <strong>MICE Foresight</strong> ว่าด้วยอนาคตของอุตสาหกรรมไมซ์ เพื่อให้ทราบทิศทางที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดแผนกลยุทธ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21903 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/MICE2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ผลการวิจัยพบว่า การดำเนินงานของทีเส็บใน 21 ปีของการก่อตั้งประสบความสำเร็จ สามารถประมูลสิทธิ์งานไมซ์ระดับโลกได้สำเร็จกว่า 442 งาน และให้การสนับสนุนงานไมซ์ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 6,300 งาน คิดเป็นมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 63,000 ล้านบาท</p>
<p>นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไมซ์ 650 รายทั่วโลกยกให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในใจ (Top of Mind) เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ 14 ประเทศทั่วเอเชีย ตามด้วยญี่ปุน และสิงคโปร์ โดยประเทศไทยโดดเด่นในเรื่องความคุ้มค่าของการใช้จ่าย ความมีเอกลักษณ์ ความพร้อมในการรองรับนักเดินทาง และภาพลักษณ์ที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องไมซ์</p>
<p>อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกเผชิญกับความท้าทายสำคัญ ทั้งในเรื่องการเดินทางธุรกิจจะลดลง ช่วงการเดินทางเพื่อร่วมงานไมซ์จะสั้นลง และความต้องการเปลี่ยนไป เช่น นวัตกรรมไมซ์ แหล่งประชุมใหม่ ประสบการณ์ใหม่ เป้าหมายทางธุรกิจใหม่และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/MICE3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ดังนั้น ทีเส็บได้กำหนดแนวทางในอนาคตพุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นแหล่งประชุมที่ให้มูลค่าและคุณค่าสูง (High Value-Added Destination) และสร้างกลยุทธ์ใหม่ โดยผสมผสานอัตลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการใช้นวัตกรรม/ความคิดสร้างสรรค์และกระชับการทำงานร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน</p>
<p>“แนวทางนี้จะสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นและคุณค่าให้แก่กิจกรรมไมซ์ที่จัดในประเทศไทย ซึ่งเราหวังว่าในอีกสิบปีข้างหน้า ภาพลักษณ์ไมซ์ไทยจะชัดเจนในฐานะแหล่งประชุมที่มีคุณค่าสูง เพิ่มบทบาทไทยในการกระตุ้นไมซ์ทั่วเอเซีย เป็น <strong>Springboard of ASIA&#8217;s Growth</strong> ภาคธุรกิจมีความก้าวหน้า มั่นคง”</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานในปี 2567 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมาย Springboard of Asia’s Growth นั้น ทีเส็บจะผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1</strong><strong>. งานเทศกาลนานาชาติ (</strong><strong>Festival) </strong>ซึ่งที่ผ่านมา ทีเส็บได้สนับสนุนงานเทศกาลกว่า 100 งาน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้ประเทศกว่า 50,000 ล้านบาท โดยทิศทางการดำเนินงานในอนาคต ทีเส็บจะขับเคลื่อนโดยใช้ “ต้นทุน” ทางสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ หรือ Soft Power เป็นตัวสร้างมูลค่าแบบ 360 องศา ในการสร้างประสบการณ์ที่มีอัตลักษณ์ มีคุณค่า และเป็นจุดขายใหม่ ที่ขับเคลื่อนโดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีมาตรการในระยะเร่งด่วน (Quick Win) ที่ต้องทำในปี 2567 คือ เร่งทำตลาดเชิงรุกในต่างประเทศ เน้นสร้างเครือข่ายผ่านการทำ Roadshow One-on-One Meeting ควบคู่กับการเปิดเวทีรับฟังความท้าทายต่างๆ เพื่อมุ่งสู่การสร้างเครือข่ายและโอกาสในเวทีโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21905 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/MICE4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>2. การแสดงสินค้านานาชาติ</strong> จากรายงานของสมาคมการแสดงสินค้าโลก หรือ UFI พบว่า ในปี 2565 ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน และอันดับ 4 ของเอเชีย ในด้านพื้นที่การจัดงานแสดงสินค้า และในปี 2566 งานแสดงสินค้ายังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มรายได้และจำนวนนักเดินทางไมซ์ต่างชาติเข้าสู่ไทย ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 68% หรือเทียบเท่ากับรายได้ในปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่มียอดสูงสุดก่อนการระบาดของโควิด 19 นอกจากนี้ยังมีงานแสดงสินค้าใหม่เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 25 งาน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปในอนาคต ทีเส็บจึงได้เตรียมแนวทางในการสร้างความได้เปรียบด้านแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมงานแสดงสินค้าไทย โดยการสร้างเครื่องมือวิเคราะห์การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในตลาดที่การแข่งขันยังไม่สูงนัก (Blue Ocean) พร้อมสร้างและขยายโอกาสทางธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>3. ตลาดไมซ์ในประเทศ</strong> ในปี 2566 มีนักเดินทางไมซ์ในประเทศ จำนวน 16.5 ล้านคน คิดเป็น 95% ของนักเดินทางไมซ์โดยรวมทั้งในและต่างประเทศ สร้างรายได้ประมาณ 50,000 ล้านบาท และยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุม และทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ทีเส็บจึงได้เตรียมความพร้อมการพัฒนาและยกระดับพื้นที่เป้าหมาย (Destination Readiness) และการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า (Authentic Experience) เชื่อมโยงเมืองไมซ์ทั้ง 10 แห่ง พร้อมเปิดตัวแคมเปญ <strong>ยกทีมประชุม รุมรักเมืองไทย</strong> เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนในภาพรวม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/MICE5.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>โดยกำหนดเป้าหมายว่า สิ้นปีงบประมาณ 2567 ประเทศไทยจะมีนักเดินทางไมซ์ รวมทั้งสิ้น 23.2 ล้านคน ทำรายได้ 1.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ 9.6 แสนคน รายได้ 6.3 หมื่นล้านบาท และตลาดในประเทศ 22.2 ล้านคน รายได้ 7.3 หมื่นล้านบาท</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/tceb-springboard-of-asias-growth/">ทีเส็บเปิดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 67 ดึงทุนวัฒนธรรมและนวัตกรรมเพิ่มคุณค่าไมซ์ผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีเส็บนำทัพไทยจัด “ไมซ์โรดโชว์” บุกตลาดจีน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/08/thailand-mice-roadshow-in-china-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Aug 2023 11:42:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand MICE Roadshow in China 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand MICE to Meet You Year 2023]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อรรชกา สีบุญเรือง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดจีน]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยวจีน]]></category>
		<category><![CDATA[พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร]]></category>
		<category><![CDATA[สานสัมพันธ์ไทย-จีน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมไมซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20419</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยจัดงาน “Thailand MICE Roadshow in China 2023” พร้อมสานสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ 48 ปี ระบุจีนเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนกลุ่มประชุมองค์กร การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และงานแสดงสินค้าเข้ามาจัดในไทย คาดการณ์จากการจัดงานนี้สามารถดึงนักเดินทางไมซ์จากจีนเข้าไทยราว 15,000 คน สร้างรายได้ 990 ล้านบาท พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา กล่าวในพิธีเปิดงาน “Thailand MICE Roadshow in China 2023” ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีนครบรอบ 48 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้จัดงานนี้ขึ้นโดยมุ่งหวังว่างานนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ระหว่างไทยและจีน ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ “จีนมีความสำคัญและถือเป็นตลาดใหญ่ลำดับแรกของทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งก่อนการระบาดของโควิด 19 ชาวจีนทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักเดินทางไมซ์เดินทางมาไทยกว่า 10 ล้านคนต่อปี คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/thailand-mice-roadshow-in-china-2023/">ทีเส็บนำทัพไทยจัด “ไมซ์โรดโชว์” บุกตลาดจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไทยจัดงาน “</strong><strong>Thailand MICE Roadshow in China </strong><strong>2023” พร้อมสานสัมพันธ์ไทย-จีน ครบรอบ </strong><strong>48 </strong><strong>ปี ระบุจีนเป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนกลุ่มประชุมองค์กร การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และงานแสดงสินค้าเข้ามาจัดในไทย คาดการณ์จากการจัดงานนี้สามารถดึงนักเดินทางไมซ์จากจีนเข้าไทยราว </strong><strong>15,000 </strong><strong>คน สร้างรายได้ </strong><strong>990 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-20419"></span></p>
<p><strong>พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา</strong> กล่าวในพิธีเปิดงาน “Thailand MICE Roadshow in China 2023” ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีนครบรอบ 48 ปี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้จัดงานนี้ขึ้นโดยมุ่งหวังว่างานนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ระหว่างไทยและจีน ก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอันเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>“จีนมีความสำคัญและถือเป็นตลาดใหญ่ลำดับแรกของทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ ซึ่งก่อนการระบาดของโควิด 19 ชาวจีนทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักเดินทางไมซ์เดินทางมาไทยกว่า 10 ล้านคนต่อปี คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 28 ของยอดรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 40 ล้านคน เมื่อไทยเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบอีกครั้งในปี 2566 จีนเป็นหนึ่งใน 3 ลำดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนไทยสูงสุด โดยครึ่งปีแรกนี้ไทยมีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามามากถึง 1.38 ล้านคน”</p>
<p>ปีงบประมาณ 2566 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางเข้าสู่ประเทศกว่า 5 ล้านคน คาดการณ์ใช้จ่ายสูงถึง 446,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีเที่ยวบินอำนวยความสะดวกกว่า 46,175 เที่ยวบิน โดยรัฐบาลไทยได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและไมซ์ โดยเฉพาะการขยายสนามบินทั่วประเทศ การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ การขยายเส้นทางรถไฟ การพัฒนาท่าเทียบเรือ การขยายเส้นทางถนน เพื่อให้การเดินทางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพและเมืองอื่นๆ สะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งการจัดงานไมซ์โรดโชว์ครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าจะช่วยส่งเสริมการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน และรักษาสถานะของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะประเทศแหล่งนักท่องเที่ยวและนักเดินทางไมซ์ที่สำคัญของประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20425 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/6.jpg" alt="" width="488" height="733" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ</strong> <strong>ทีเส็บ</strong> กล่าวว่า “จีนเป็นตลาดหลักที่มีนักเดินทางไมซ์เข้ามาประเทศไทยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณ 200,000 คนต่อปีก่อนช่วงเกิดการระบาดโควิด 19 โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางเพื่อเป็นรางวัลเดินทางมาประเทศไทยสูงถึงหลักหมื่นคนต่อกลุ่มในแต่ละปี จีนจึงเป็นตลาดที่มีความสำคัญมากต่ออุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ</p>
<p>จุดมุ่งหมายในการจัดงาน Thailand MICE Roadshow in China 2023 คือ เพื่อตอกย้ำให้ลูกค้าไมซ์ชาวจีนเชื่อมั่นว่าไทยให้ความสำคัญกับกับตลาดจีนเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งเปิดเวทีส่งเสริมการตลาดไมซ์ให้ผู้ประกอบการไมซ์ไทยได้นัดพบเจรจาธุรกิจ นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้กับลูกค้าในตลาดจีน และเป็นโอกาสแสดงความพร้อมของทีเส็บในฐานะหน่วยงานรัฐและพันธมิตรที่ยินดีให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มนักเดินทางไมซ์ที่จะเดินทางมายังประเทศไทย ตลอดจนสื่อสารประชาสัมพันธ์พัฒนาการความพร้อมใหม่ๆ ของไทยที่สามารถรองรับการจัดงานระดับโลกและนักเดินทางไมซ์จากนานาชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางการจัดงาน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/3-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ดร.อรรชกา</strong> กล่าวต่อไปว่า “ไมซ์โรดโชว์ในประเทศจีนครั้งนี้ มุ่งเน้นเป้าหมายกลุ่มประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล และงานแสดงสินค้าเป็นเป้าหมายหลัก มีกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 8-11 สิงหาคม 2566 ณ กรุงปักกิ่งและเมืองกวางโจว โดยมีผู้ประกอบการไมซ์ไทยเข้าร่วมประมาณ 54 ราย จาก 38 บริษัท อาทิ โรงแรม บริษัทบริหารจัดการภาคพื้นดิน สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดงาน และสายการบิน</p>
<p>ผู้ประกอบการไมซ์ไทยจะได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อในตลาดจีนประมาณ 90 ราย จาก 73 บริษัท ที่เข้าร่วมงาน ณ กรุงปักกิ่ง และผู้ซื้ออีกประมาณ 90 ราย จาก 62 บริษัท ณ เมืองกวางโจว โดยทีเส็บคาดการณ์ว่าจากการจัดงานไมซ์โรดโชว์ครั้งนี้ไทยจะได้จำนวนงานที่มีศักยภาพหรือความเป็นไปได้ที่จะมาจัดในประเทศไทย (Lead) ประมาณ 50 กลุ่ม มีนักเดินทางไมซ์ราว 15,000 คน สร้างรายได้ 990 ล้านบาท”</p>
<p>ภายในงานยังได้จัดให้มีกิจกรรมการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ประกอบการไมซ์ไทยและจีน การจัด Business Forum ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางการค้าและการสนับสนุนของทีเส็บสำหรับการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทยผ่าน Platform Exhibition กิจกรรมพิเศษในการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจที่มีอำนาจตัดสินใจในการซื้อและส่งออกนักเดินทางไมซ์มายังประเทศไทย และการนำผู้ประกอบการไทยเข้าพบ China Chamber of International Commerce (CCOIC) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาโอกาสทางการค้าในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/08/4-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมกันนี้ ทีเส็บเปิดตัวแคมเปญ “<strong>Thailand MICE to Meet You Year 2023”</strong> สู่ตลาดจีน เพื่อสร้างแรงจูงใจและจุดขายใหม่ๆ ของประเทศไทย และนำเสนอแพ็กเกจสนับสนุนการจัดงาน แบ่งเป็น<strong>แพ็กเกจ </strong><strong>M&amp;I Plus </strong><strong>สำหรับกลุ่มการจัดประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล</strong> สนับสนุนด้านงบประมาณในการสำรวจสถานที่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่องาน และสนับสนุนงบประมาณด้านการจัดงานสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อกลุ่ม ภายใต้เงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงการสนับสนุนในรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ ไมซ์เลน บริการช่องทางตรวจคนเข้าเมืองด่วนพิเศษที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า ศุลกากรและการขนส่ง ของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคุณภาพสูงที่จะทำให้รำลึกถึงเรื่องราวความทรงจำในไทย และการแสดงวัฒนธรรมประเพณีไทย</p>
<p>อีกทั้งยังได้จัดแคมเปญร่วมกับห้างสรรพสินค้า ได้แก่ สยามพิวรรธน์ เซ็นทรัล และคิงเพาเวอร์ มอบสิทธิประโยชน์พิเศษสำหรับนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศ ในรูปแบบของคูปองต้อนรับ บัตรกำนัล คูปองส่วนลด ของอภินันทนาการ ห้องรับรอง และบริการจัดส่งพัสดุ</p>
<p>นอกจากนี้ ทีเส็บ ยังมี<strong>แพ็กเกจสนับสนุนสำหรับกลุ่มงานแสดงสินค้า</strong> แบ่งเป็น <strong>แพ็กเกจ </strong><strong>New Show Essentials</strong> สนับสนุนตั้งแต่การทำวิจัยไปจนถึงผู้จัดงานแสดงสินค้าที่เข้ามาจัดงานแสดงสินค้าในประเทศไทย โดยให้งบประมาณสนับสนุนสูงสุด 300,000 บาท และ<strong>แพ็กเกจ</strong> <strong>New &amp; Existing Show Support</strong> สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าใหม่และงานเดิม ตามขนาดของพื้นที่ที่ใช้ในการจัดงาน ภายใต้งบประมาณสูงสุดไม่เกิน 700,000 บาท โดยมีเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด</p>
<p>เป้าหมายการดำเนินงานปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565 ถึง กันยายน 2566) คาดการณ์ว่าจะมีนักเดินทางไมซ์ต่างประเทศเข้าสู่ประเทศไทยจำนวน 760,000 คน สร้างรายได้ 50,000 ล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักเดินทางจากประเทศจีนจำนวน 50,000 คน สร้างรายได้ 3,300 ล้านบาท</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/08/thailand-mice-roadshow-in-china-2023/">ทีเส็บนำทัพไทยจัด “ไมซ์โรดโชว์” บุกตลาดจีน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีเส็บ เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ไมซ์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/02/5-yrs-roamap-tceb-go-push-thai-to-world-hub-of-mice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 Feb 2023 08:03:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Build Agile and High Performance Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Create Destination Competitiveness Through Diverse Local Identity]]></category>
		<category><![CDATA[Execute Innovative MICE Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Go for MICE Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB Go]]></category>
		<category><![CDATA[TCEB Roadmap]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand As Global MICE Leader]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเส็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ 5 ปี]]></category>
		<category><![CDATA[สสปน]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ไมซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17355</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีเส็บเดินหน้าแผนปฏิบัติการ 5 ปี (2566-2570) ภายใต้ยุทธศาสตร์ TCEB Go พร้อมผลักดันแคมเปญ Thailand MICE to Meet You Year 2023 กระตุ้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก ด้วยนวัตกรรมและการสร้างความยั่งยืนร่วมกัน รองรับการเดินทางทั่วโลกที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกมีแนวโน้มที่ดีในการฟื้นตัวกลับมาหลังจากที่ประเทศต่าง ๆ เริ่มลดข้อจำกัดในการเดินทางเข้า-ออกประเทศมากขึ้น ทีเส็บมีแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ TCEB Go ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ด้วยนวัตกรรมและสร้างความยั่งยืนร่วมกัน พร้อมกับผลักดันแคมเปญปีแห่งการจัดประชุมและนิทรรศการ 2566 หรือ Thailand MICE to Meet You Year 2023 เร่งกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ฟื้นฟูเศรษฐกิจทั่วประเทศ” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/5-yrs-roamap-tceb-go-push-thai-to-world-hub-of-mice/">ทีเส็บ เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ไมซ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีเส็บเดินหน้าแผนปฏิบัติการ </strong><strong>5 </strong><strong>ปี (</strong><strong>2566-2570) </strong><strong>ภายใต้ยุทธศาสตร์ </strong><strong>TCEB Go </strong><strong>พร้อมผลักดันแคมเปญ</strong><strong> Thailand MICE to Meet You Year 2023 </strong><strong>กระตุ้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางไมซ์ระดับโลก ด้วยนวัตกรรมและการสร้างความยั่งยืนร่วมกัน รองรับการเดินทางทั่วโลกที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง</strong></p>
<p><span id="more-17355"></span></p>
<p><strong>คุณจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ</strong> เปิดเผยว่า “อุตสาหกรรมไมซ์ทั่วโลกมีแนวโน้มที่ดีในการฟื้นตัวกลับมาหลังจากที่ประเทศต่าง ๆ เริ่มลดข้อจำกัดในการเดินทางเข้า-ออกประเทศมากขึ้น ทีเส็บมีแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 ที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์ ภายใต้ยุทธศาสตร์ TCEB Go ด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ ขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางไมซ์ด้วยนวัตกรรมและสร้างความยั่งยืนร่วมกัน พร้อมกับผลักดันแคมเปญปีแห่งการจัดประชุมและนิทรรศการ 2566 หรือ Thailand MICE to Meet You Year 2023 เร่งกระตุ้นการจัดงาน สร้างรายได้กระจายสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ฟื้นฟูเศรษฐกิจทั่วประเทศ”</p>
<p>แผนปฏิบัติการภายใต้ยุทธศาสตร์<strong> TCEB Go</strong> จะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์และผลักดันประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของไมซ์โลก ซึ่งจะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ใน 5 ด้าน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>T: Thailand As Global MICE Leader</strong> มุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมไมซ์ระดับโลก เพื่อเพิ่มรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ พร้อมสร้างพันธมิตรและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการดึงงานระดับนานาชาติเข้ามาจัดในประเทศไทยอย่างงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 รวมถึงการประมูลสิทธิ์ดึงงานภายใต้โครงการ One Ministry, One Convention ซึ่งเป็นความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าภาพ โดยร่วมกับกระทรวงการคลังดึงงาน Annual Meetings of the International Monetary Fund และ งาน World Bank Group 2026 การประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา พ.ศ. 2572 และการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 Phuket Thailand นอกจากนั้นยังวางแผนการขยายฐานตลาดใหม่ในตลาดอิสราเอลและตะวันออกกลาง เช่น ยูเออี ตลาดเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน ควบคู่ไปกับการรักษาตลาดเดิมที่เป็นตลาดหลักในเอเชียแปซิฟิก เช่น ตลาด CLMV อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน รองลงมาคือ ตลาดอเมริกาเหนือ และยุโรป</p>
<p><strong>C: Create Destination Competitiveness Through Diverse Local Identity</strong> ยกระดับศักยภาพการรองรับกิจกรรมไมซ์ในแต่ละพื้นที่ ด้วยการสร้างความหลากหลายของอัตลักษณ์ในพื้นที่และประสบการณ์ที่มีคุณค่า ผ่านการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือกับชุมชน ตลอดจนเครือข่ายในท้องถิ่น อาทิ การพัฒนาเส้นทางสายไมซ์ในแต่ละจังหวัด การพัฒนา Product MICE Premium ที่นำสินค้าและบริการท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ อาทิ ของที่ระลึก ของว่าง หรือของฝาก และการทำการตลาดเชิงพื้นที่เพื่อค้นหาอัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) แล้วพัฒนาให้เป็นจุดขายที่น่าจดจำ รวมถึงการผลักดันงานเทศกาลสำคัญประจำท้องถิ่นให้เป็นงานเด่นระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ งานประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต งานไหมนานาชาติ จ.ขอนแก่น เพื่อกระจายการเติบโตของจุดหมายปลายทางไมซ์ให้หลากหลายและครอบคลุมทั่วประเทศยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17358 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TCEB3.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>E: Execute Innovative MICE Solution</strong> การส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและนวัตกรรมด้านการบริการไมซ์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไมซ์ไทยบนเวทีโลก โดยมุ่งพัฒนาศูนย์กลางข้อมูล MICE Intelligence Center ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศสำหรับผู้ประกอบการหรือผู้ที่สนใจได้นำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล Thailand MICE One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ไมซ์ และการดำเนินโครงการ MICE Winnovation อย่างต่อเนื่องที่จะมีการเปิดตัวปีที่ 3 วันที่ 31 มีนาคมนี้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดงานและแก้ปัญหาจริง สามารถตอบโจทย์ความต้องการทั้งในส่วนของผู้จัดงาน ผู้ร่วมงาน และสถานที่จัดงาน ครบวงจรในธุรกิจไมซ์</p>
<p><strong>B: Build Agile and High Performance Organization</strong> มุ่งสู่การเป็นองค์การสมรรถนะสูงที่คล่องตัวและทันโลกโดยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์การด้วยกลยุทธ์ AAA คือ การเชื่อมโยงกระบวนการทำงาน (Alignment) การเพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน (Agile) และ การทำงานเชิงโครงการแบบบูรณาการข้ามฝ่ายงาน (Agenda-Based) รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร (Competency) สร้างศักยภาพบุคลากร ที่เน้นทั้งด้านการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และการพัฒนาด้านจิตใจควบคู่ไปกับการมีวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้ทีเส็บเป็นองค์กรที่สร้างสมดุลย์ในสภาพแวดล้อมการทำงานและเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>Go: Go for MICE Sustainability</strong> พลิกโฉมไมซ์ไทยด้วยความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้จุดหมายปลายทางไมซ์ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนในระดับนานาชาติ Global Destination Sustainability Index และผลักดันให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานไมซ์ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 20121 การจัดการและบริหารธุรกิจอีเวนต์อย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาระบบคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการสนับสนุนการจัดงานแบบคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon Neutral Event) พร้อมผลักดันให้ผู้จัดงานและผู้ประกอบการไมซ์ผ่านการรับรองการบริหารการจัดงานอย่างยั่งยืน หรือ Thailand Sustainable Event Management Standard (TSEMS) เพิ่มเติมอีก 450 องค์กรทั่วประเทศ นอกจากนี้ทีเส็บได้รับการรับรองเป็นองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ ในสาขาวิชาชีพการจัดประชุมนิทรรศการใน 5 สาขา ได้แก่ อาชีพการจัดการการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล อาชีพการจัดการการจัดประชุม อาชีพการจัดการงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ อาชีพการจัดการงานอีเวนต์ และอาชีพการจัดการสถานที่จัดงาน โดยมีเป้าหมายดำเนินการทดสอบและรับรองมาตรฐานบุคลากรในอาชีพไมซ์ภายใน 5 ปี จำนวน 500 ราย ซึ่งจะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย</p>
<p><strong>คุณจิรุตถ์</strong> ยังกล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานในปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม 2565 ถึง กันยายน 2566) ทีเส็บมุ่งเน้นส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติของโลก โดยการประมูลสิทธิ์งานที่มีศักยภาพสูงระดับโลกเข้ามาจัดในไทย ซึ่งปีนี้ไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติหลายงานตลอดทั้งปี อาทิ งาน World Congress of Nephrology ในวันที่ 30 มีนาคม &#8211; 2 เมษายน งาน 29<sup>th</sup> International Montessori Congress วันที่ 2-5 สิงหาคม งาน AFECA Annual General Meeting 2023 ในเดือนตุลาคม งาน 62<sup>nd</sup> ICCA Congress 2023 วันที่ 12-15 พฤศจิกายน และ งาน World Allergy Congress (WAC) 2023 วันที่ 1-3 ธันวาคม ในด้านของธุรกิจงานแสดงสินค้ายังคงเดินหน้าส่งเสริมการจัดงานภายใต้ 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (12 S-Curve) อาทิ งาน VIV Asia 2023 &amp; Meat Pro Asia 2023 วันที่ 8-10 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่จัดอยู่ในอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารและอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ และงาน ASEAN Sustainable Energy Week (ASEW) 2023 วันที่ 30 สิงหาคม &#8211; 1 กันยายน เป็นงานแสดงสินค้าที่จัดอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ นอกจากนั้นในส่วนของการประชุมองค์กรและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล มีนักเดินทางไมซ์ที่ยืนยันการเข้ามาจัดงานในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤศจิกายน ทั้งสิ้นกว่า 80,000 คน ซึ่งแบ่งเป็นนักเดินทางจากกลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิกและอื่นๆ ประมาณกว่า 50,000 คน และเป็นกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีนประมาณกว่า 30,000 คน</p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังมุ่งผลักดันแคมเปญปีแห่งการจัดประชุมและนิทรรศการ 2566 หรือ <strong>Thailand MICE to Meet You Year 2023</strong> ตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจัดประชุมสัมมนา ฝึกอบรม ประชุมวิชาชีพ งานนิทรรศการ รวมถึงอีเวนต์และเทศกาลต่าง ๆ ที่ใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ และสร้างงานในระดับภูมิภาค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17356 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/02/TCEB1.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p>อีกทั้งยังเดินหน้าสานต่อการจัดงาน <strong>MICE DAY</strong> หรือวันจัดประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ ในวันที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมไมซ์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความยั่งยืนมาร่วมแชร์ประสบการณ์และองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจไมซ์ ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมงานจากแวดวงอุตสาหกรรมไมซ์กว่า 400 คน</p>
<p>สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2566 (ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2565) มีจำนวนนักเดินทางไมซ์รวมทั้งสิ้น 7,934,099 คน สร้างรายได้ 28,528 ล้านบาท โดยเป็นนักเดินทางไมซ์ต่างชาติ 183,618 คน สร้างรายได้ 12,028 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มงานแสดงสินค้าจำนวน 97,015 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำรายได้สูงสุด 6,876 ล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มประชุมองค์กรจำนวน 55,687 คน รายได้ 3,238 ล้านบาท กลุ่มประชุมวิชาชีพจำนวน 17,653 คน รายได้ 1,063 ล้านบาท และกลุ่มการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลจำนวน 13,263 คน รายได้ 851 ล้านบาท</p>
<p>ด้านนักเดินทางไมซ์ในประเทศมีจำนวนรวม 7,750,481 คน สร้างรายได้ 16,500 ล้านบาท มีกลุ่มงานแสดงสินค้าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดจำนวน 7,308,525 คน สร้างรายได้ 14,815 ล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มประชุมวิชาชีพจำนวน 304,826 คน รายได้ 1,109 ล้านบาท กลุ่มประชุมองค์กรจำนวน 129,054 คน รายได้ 537 ล้านบาท และกลุ่มการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลจำนวน 8,076 คน รายได้ 39 ล้านบาท</p>
<p><em>“ส่วนเป้าหมายการดำเนินงานตลอดปีงบประมาณ 2566 คาดการณ์ว่าจะมีนักเดินทางไมซ์รวมจำนวน 18,550,000 คน สร้างรายได้ 109,000 ล้านบาท โดยเป็นนักเดินทางไมซ์ต่างชาติ 760,000 คน รายได้ 50,000 ล้านบาท และนักเดินทางไมซ์ในประเทศ 17,790,000 คน รายได้ 59,000 ล้านบาท ในส่วนของแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี TCEB Go คาดการณ์ว่าตั้งแต่ปีงบประมาณ 2566-2570 จะมีจำนวนนักเดินทางไมซ์รวมกว่า 160 ล้านคน ประมาณการรายได้รวมกว่า 945,000 ล้านบาท”</em> <strong>นายจิรุตถ์</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/02/5-yrs-roamap-tceb-go-push-thai-to-world-hub-of-mice/">ทีเส็บ เปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่ไมซ์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทีเส็บ ชวนร่วมมหกรรมมวยไทยระดับโลก 4-6 กุมภาพันธ์ ที่ประจวบคีรีขันธ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/tceb-amazing-muay-thai-festival-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2023 04:07:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Amazing Muay Thai Festival 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Guinness World Records]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[Muay Thai]]></category>
		<category><![CDATA[WBC]]></category>
		<category><![CDATA[World Boxing Council]]></category>
		<category><![CDATA[จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ทีเส็บ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุม สัมมนา]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สภามวยโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16727</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทีเส็บร่วมกับภาคีผลักดันงานวันมวยไทย หรือ Amazing Muay Thai Festival 2023 ให้เป็นงานระดับโลก เชิญชวนนักกีฬาและคนรักมวยไทยทั่วโลกร่วมไหว้ครูในวันมวยไทย 6 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ประจวบคีรีขันธ์ หวังคนเข้าร่วมเกิน 5,000 คน สร้างสถิติใหญ่สุดในโลก นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บ ร่วมกับกองทัพบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานวันมวยไทยประจำปี 2566 หรือ งาน Amazing Muay Thai Festival 2023 ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์นี้ ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพื้นที่จัดงานทั้งหมด 3 แห่ง คือ 1. อุทยานราชภักดิ์ 2. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/tceb-amazing-muay-thai-festival-2023/">ทีเส็บ ชวนร่วมมหกรรมมวยไทยระดับโลก 4-6 กุมภาพันธ์ ที่ประจวบคีรีขันธ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ทีเส็บร่วมกับภาคีผลักดันงานวันมวยไทย หรือ </strong><strong>Amazing Muay Thai Festival 2023 </strong><strong>ให้เป็นงานระดับโลก เชิญชวนนักกีฬาและคนรักมวยไทยทั่วโลกร่วมไหว้ครูในวันมวยไทย </strong><strong>6</strong><strong> กุมภาพันธ์ </strong><strong>2566</strong><strong> ที่ประจวบคีรีขันธ์ หวังคนเข้าร่วมเกิน</strong><strong> 5,000 </strong><strong>คน สร้างสถิติใหญ่สุดในโลก</strong></p>
<p><span id="more-16727"></span></p>
<p><strong>นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ</strong> เปิดเผยว่า ทีเส็บ ร่วมกับกองทัพบก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดงานวันมวยไทยประจำปี 2566 หรือ งาน Amazing Muay Thai Festival 2023 ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์นี้ ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีพื้นที่จัดงานทั้งหมด 3 แห่ง คือ 1. อุทยานราชภักดิ์ 2. สวนสนประดิพัทธ์ และ 3. พื้นที่อำเภอหัวหิน งานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะผลักดันให้ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทยหรือมวยไทยเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สะท้อนอัตลักษณ์ไทยบนเวทีโลก และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์</p>
<p>“จุดเด่นของงานคือ ช่วงค่ำของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ณ อุทยานราชภักดิ์ ที่จะมีกิจกรรมไหว้ครูมวยไทยและแม่ไม้มวยไทย ที่จะมีผู้เข้าร่วมทั้งจากชมรมมวยไทย ทหาร ประชาชน ชาวต่างชาติ หน่วยงานจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงทีเส็บ จำนวน 5,000 คน ซึ่ง นาย มัวริซิโอ สุไลมาน ประธานสภามวยโลก ชาวเม็กซิโก นักกีฬาและผู้สนใจกีฬามวยไทยจากกว่า 20 ประเทศ ได้ตอบรับเข้าร่วมงานนี้แล้ว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16729 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/TCEB2.jpg" alt="" width="382" height="573" /></p>
<p>โดยทีเส็บได้เตรียมอำนวยความสะดวกด้านการเข้าเมืองผ่านช่องทางพิเศษ MICE Lane Service ที่ท่าอากาศยานให้แก่ผู้ร่วมงานจากสภามวยโลก หรือ World Boxing Council (WBC) พร้อมทั้งเปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมสร้างประวัติศาสตร์แก่มวยไทยสามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่านระบบ Biz Connect ของทีเส็บ รวมถึงเตรียมจัดแสดงนิทรรศการร่วมในงานเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงานได้เห็นเส้นทางการจัดประชุมที่น่าสนใจในประเทศ ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการจัดกิจกรรมไมซ์ในประเทศ ตามแนวคิดปีแห่งการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ Thailand MICE to Meet You Year 2023 ทั้งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศต่อไป</p>
<p>งานดังกล่าวจะมีการบันทึกสถิติโลก (Guinness World Records) เพื่อตอกย้ำความสำคัญของมวยไทย และเฉลิมฉลอง “วันมวยไทย” ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระเจ้าเสือ ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทย ทรงคิดท่าแม่ไม้มวยไทยจนถ่ายทอดเป็นตำรามวยไทยจากรุ่นสู่รุ่นจวบจนปัจจุบัน การจัดงานครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมดึงดูดนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาร่วมงานในประเทศ คาดว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ตลอดระยะการจัดงานไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท</p>
<p>ภายในงาน <strong>Amazing Muay Thai Festival 2023</strong> ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ พิธีบวงสรวงพระเจ้าเสือและบูรพมหากษัตริย์ 7 พระองค์ กิจกรรมมวยไทย 4 ภาค (สาธิตมวยไทย 4 สาย) นิทรรศการวันมวยไทยและประวัติโผน กิ่งเพชร การแสดงสินค้าโอทอปของ 8 อำเภอ เทศกาลอาหารของดีประจำจังหวัด กิจกรรมชกมวยไทยรากหญ้าสู่สากล การมอบรางวัลบุคคลดีเด่นในวงการมวย ณ อุทยานราชภักดิ์ การแข่งขันมวยไทยระดับนานาชาติ การแข่งขันมวยไทยชิงแชมป์โลก การฝึกซ้อมมวยไทยกับนักมวยชื่อดัง การจัดสัมมนาฝึกอบรมด้านมวยไทย ณ หาดสวนสนประดิพัทธ์ กิจกรรมเฟสติวัลมวยไทย และกิจกรรมมวยสตรีทไฟต์ ณ หัวหินซอย 51</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/tceb-amazing-muay-thai-festival-2023/">ทีเส็บ ชวนร่วมมหกรรมมวยไทยระดับโลก 4-6 กุมภาพันธ์ ที่ประจวบคีรีขันธ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดแพ็กเกจจัดประชุมอย่างยั่งยืน รับดีมานด์ผู้จัดงานมองกรอบ ESG เพิ่มมากขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/impact-sustainable-meeting-new-choice-for-exibitor/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Oct 2022 10:50:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Impact Sustainable Meeting]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดประชุมอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจไมซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=15111</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความตระหนักเพิ่ม​มากขึ้น รวมทั้งในธุรกิจไมซ์ (MICE) ที่ผู้จัดงานต่างมองหาแนวทางในการจัดประชุม นิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ ตามแนวทางในการรจัดงานอย่างยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในฐานะผู้นำธุรกิจไมซ์ ที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไรหรือมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว​ แต่ยังคำนึงถึงการมีส่วนร่วมผลักดันและส่งเสริมแนวคิดการจัดงานอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ​จึงได้เปิดตัวแพ็กเกจ Impact Sustainable Meeting เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มผู้จัดงานประชุม อีเวนต์ คอนเสิร์ตต่างๆ ให้สามารถจัดงานโดยมีส่วนร่วมในการช่วยลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมได้ ​โดยอิมแพ็คฯ ถือเป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมรายแรกของประเทศไทย ที่มีการวางแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดงานแบบยั่งยืนในทุกรูปแบบการไว้คอยบริการ ผ่านการบริหารจัดการอย่างสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนผ่าน 3 ส่วนสำคัญต่อไปนี้ 1. การให้บริการสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ เช่น การเผยแพร่นโยบายความยั่งยืนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดห้องประชุมอย่างยั่งยืน ด้วยการงดใช้ผ้าคลุมโต๊ะและเก้าอี้ในการจัดประชุม การตั้งจุดบริการแบบกลุ่มแทนรายบุคคล งดใช้หลอดพลาสติกในทุกกิจกรรม, ควบคุมเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การแยกประเภทขยะ เช่น ขยะรีไซเคิล ขยะเปียก ขยะทั่วไป รวมถึงเลือกใช้ถังขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เลือกใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สบู่ล้างมือ และน้ำยาล้างจานในครัว เป็นต้น 2. การเลือกเมนูอาหารสำหรับจัดการประชุมแบบรักษ์โลก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/impact-sustainable-meeting-new-choice-for-exibitor/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดแพ็กเกจจัดประชุมอย่างยั่งยืน รับดีมานด์ผู้จัดงานมองกรอบ ESG เพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความตระหนักเพิ่ม​มากขึ้น รวมทั้งในธุรกิจไมซ์ (MICE) ที่ผู้จัดงานต่างมองหาแนวทางในการจัดประชุม นิทรรศการ หรืองานแสดงสินค้าต่างๆ ทั้งในระดับประเทศหรือระดับนานาชาติ ตามแนวทางในการรจัดงานอย่างยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-15111"></span></p>
<p><strong>อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong> ในฐานะผู้นำธุรกิจไมซ์ ที่ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไรหรือมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจเพียงอย่างเดียว​ แต่ยังคำนึงถึงการมีส่วนร่วมผลักดันและส่งเสริมแนวคิดการจัดงานอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย ​จึงได้เปิดตัวแพ็กเกจ <strong>Impact Sustainable Meeting</strong> เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มผู้จัดงานประชุม อีเวนต์ คอนเสิร์ตต่างๆ ให้สามารถจัดงานโดยมีส่วนร่วมในการช่วยลดผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมได้ ​โดยอิมแพ็คฯ ถือเป็นศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมรายแรกของประเทศไทย ที่มีการวางแนวทางปฎิบัติสำหรับการจัดงานแบบยั่งยืนในทุกรูปแบบการไว้คอยบริการ ผ่านการบริหารจัดการอย่างสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนผ่าน 3 ส่วนสำคัญต่อไปนี้</p>
<figure id="attachment_15114" aria-describedby="caption-attachment-15114" style="width: 686px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-15114 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/อิมแพ็ค-คุณพอลล์-กาญจนพาสน์.jpg" alt="" width="686" height="771" /><figcaption id="caption-attachment-15114" class="wp-caption-text">คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>1. การให้บริการสถานที่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานต่างๆ</strong> เช่น การเผยแพร่นโยบายความยั่งยืนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง การจัดห้องประชุมอย่างยั่งยืน ด้วยการงดใช้ผ้าคลุมโต๊ะและเก้าอี้ในการจัดประชุม การตั้งจุดบริการแบบกลุ่มแทนรายบุคคล งดใช้หลอดพลาสติกในทุกกิจกรรม, ควบคุมเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การแยกประเภทขยะ เช่น ขยะรีไซเคิล ขยะเปียก ขยะทั่วไป รวมถึงเลือกใช้ถังขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เลือกใช้ถุงกระดาษที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สบู่ล้างมือ และน้ำยาล้างจานในครัว เป็นต้น</p>
<p><strong>2. การเลือกเมนูอาหารสำหรับจัดการประชุมแบบรักษ์โลก</strong> ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ เช่น การเลือกเมนูมังสวิรัติ หรือเมนูที่ใช้โปรตีนจากพืช</p>
<p><strong>3. การจัดการ Food Waste อย่างมีประสิทธิภาพ</strong> กรณีที่จำนวนอาหารเหลือจากการจัดงาน อิมแพ็คฯ มีบริการจัดสรรแบ่งปันอาหารที่เหลือบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15117 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/อิมแพ็ค-เก้าอี้.jpg" alt="" width="1200" height="697" /></p>
<p><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมทั้งในประเทศรวมทั้งระดับนานาชาติ ​อิมแพ็คฯ ตระหนักถึงความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนตามกรอบของสหประชาชาติที่ต้องสร้างความสมดุลทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) ผ่านการวางค่านิยมภายในองค์กร เพื่อให้ขับเคลื่อนตามกรอบดังกล่าว</p>
<p><strong>ด้านสังคม</strong> ผ่านการว่าจ้างงานและใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างยุติธรรม เคารพความแตกต่างต่อโอกาสความเท่าเทียม การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เช่น โครงการกล้าไมซ์ สนับสนุนการศึกษาฝึกงานให้แก่นักศึกษา โครงการดูแลสุนัขจรจัดพื้นที่โครงการเมืองทองธานี เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15112 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/อิมแพ็ค-แปลงผัก-Organicปลอดสารพิษ-IMPACT-11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ด้านเศรษฐกิจ</strong> สนับสนุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การจัดซื้อที่โปร่งใสและสมเหตุสมผล การส่งเสริมนวัตกรรม เช่น โครงการอิมแพ็คฟาร์ม ทำหน้าที่ในการรับซื้อผักออร์แกนิกจากเกษตรกร มาจำหน่ายโดยตรงและใช้เป็นวัตถุดิบหลักในร้านอาหารเครืออิมแพ็ค เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ยั่งยืน เป็นต้น</p>
<p><strong>ด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ลดขยะของเสีย การใช้ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ การใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการไปแล้วหลายโครงการ เช่น โครงการติดตั้ง Solar Roof รวม 3 อาคาร คือ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค ฟอรั่ม และอาคารจอดรถ 3 ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี2565  รวมทั้งโครงการลดการใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการคัดแยกขยะก่อนทิ้ง โครงการเปลี่ยนขยะอาหารเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่อง Food Waste Composter ในการรีดของเหลวส่วนเกินออกจากขยะเศษอาหาร แล้วนำเศษอาหารที่รีดน้ำออกไปทำเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี2564 เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-15113 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/10/อิมแพ็ค-โครงการติดตั้ง-Solar-Roof-P3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การเกิดวิกฤตอย่างต่อเนื่องตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งภัยธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าของสถานที่ ผู้จัดงาน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ทั่วโลก หันมาให้ความสำคัญในการจัดงานอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้น ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวก็เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ขณะที่การขับเคลื่อนภายในของอิมแพ็คฯ ตลอดทั้งปี 2564 ที่ผ่านมา สามารถแยกขยะจากอาคารจัดแสดงจากโครงการคัดแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แบ่งเป็นขวดพลาสติก 398 กิโลกรัม และลังกระดาษ 927 กิโลกรัม ขณะเดียวกันในมิติของการลดพลังงานสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลงได้เกือบ  3 ล้านกิโลวัตต์  คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ประหยัดลงได้มากกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งช่วยลดการปล่อนก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 5.2 ล้านกิโลคาร์บอน&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/impact-sustainable-meeting-new-choice-for-exibitor/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดแพ็กเกจจัดประชุมอย่างยั่งยืน รับดีมานด์ผู้จัดงานมองกรอบ ESG เพิ่มมากขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
