<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>=o &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/o/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 12 May 2025 06:05:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>=o &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>CKPower สานต่อ &#8220;โครงการหิ่งห้อย&#8221; ปีที่ 8 เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ส่งมอบอาคารห้องสมุดประหยัดพลังงาน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/ckpower-csr-strategy-framework/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 May 2025 06:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[=o]]></category>
		<category><![CDATA[CKPower]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ซีเค พาวเวอร์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหิ่งห้อย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33466</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เดินหน้าสานต่อการจัดโครงการหิ่งห้อยปีที่ 8 ชูแนวคิด &#8220;จุดประกายการเรียนรู้ เปิดประตูสู่ความยั่งยืน&#8221; ผ่านการส่งมอบอาคารห้องสมุด ประหยัดพลังงาน พร้อมสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียน ณ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower กล่าวว่า ภายใต้กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม หรือ CSR Strategy Framework เป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ของ CKPower ยังคงเดินหน้าใช้ขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/ckpower-csr-strategy-framework/">CKPower สานต่อ &#8220;โครงการหิ่งห้อย&#8221; ปีที่ 8 เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ส่งมอบอาคารห้องสมุดประหยัดพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>CKPower</strong> (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) หนึ่งในผู้นำในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เดินหน้าสานต่อการจัดโครงการหิ่งห้อยปีที่ 8 ชูแนวคิด <strong>&#8220;จุดประกายการเรียนรู้ เปิดประตูสู่ความยั่งยืน</strong>&#8221;</p>
<p><span id="more-33466"></span></p>
<p>ผ่านการส่งมอบอาคารห้องสมุด ประหยัดพลังงาน พร้อมสร้างองค์ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียน ณ ศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่มุใน บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) อุปถัมภ์ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33467 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/02-นายธนวัฒน์-ตรีวิศวเวทย์-กรรมการผู้จัดการ_กล่าวส่งมอบอาคารห้องสมุด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower กล่าวว่า ภายใต้กรอบการดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม หรือ CSR Strategy Framework เป็นระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ของ CKPower ยังคงเดินหน้าใช้ขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะในด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อพัฒนาชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจผ่านโครงการหิ่งห้อย โดยได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2559  จากความมุ่งมั่น ตั้งใจในการใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน วิศวกรรม เข้าไปเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนและสังคมในพื้นที่โดยรอบโรงไฟฟ้าและพื้นที่ห่างไกล ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 8  โดยยังคงมีหมุดหมายสำคัญในการเพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนให้กับชุมชนและปลูกฝัง DNA ของพนักงานให้มีจิตอาสาร่วมกันส่งต่อความรู้การอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอย่างสม่ำเสมอและสอดคล้องกับแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)</p>
<p><strong>นายธนวัฒน์</strong> กล่าวต่อไปว่า โครงการหิ่งห้อยปีที่ 8 CKPower ได้ส่งมอบอาคารห้องสมุดใหม่ในรูปแบบอาคารประหยัดพลังงานด้วยการเพิ่มช่องแสงจากธรรมชาติ เพิ่มอากาศถ่ายเท สามารถลดการใช้ไฟฟ้าภายในอาคาร โดยได้รับการสนับสนุนที่ดีจากจิตอาสา CKPower Group กว่า 250 คน ผนึกพลังพัฒนาพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้นผ่านการปรับปรุงพื้นที่โดยรอบให้เหมาะสมกับการใช้งานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการส่งต่อความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน โดยห้องสมุดเดิมได้ปรับนำไปใช้ในการเรียนการสอนสำหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้สร้างอาคารเรียน รวมถึงบ้านพักสำหรับนักเรียนและครู โดยติดตามและสนับสนุนภาคการศึกษาในมิติต่างๆ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2561</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33470 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TH-CSR-Strategy-Framework-2565-–-2569.jpg" alt="" width="1200" height="744" /></p>
<p>ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากโครงการหิ่งห้อยตลอด 8 ปี  คือ การที่ CKPower ได้เพิ่มการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนให้ชุมชนถึง 100,330 วัตต์ เพิ่มความรู้ทางด้านพลังงานหมุนเวียนแก่ครูผู้นำและเยาวชนแล้ว 9,513 คน และเพิ่มความรู้สู่การปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4,377 คน ผ่านกรอบดำเนินงานสร้างคุณค่าสู่สังคม (CSR Strategy Framework 2565 &#8211; 2569)  ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ได้แก่ 1.หิ่งห้อยพลังงานหมุนเวียนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมุ่งเน้นเรื่องการเข้าถึงและเพิ่มความรู้เกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียน เพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดให้กับชุมชนและสังคม<br />
2.หิ่งห้อยเพื่อการอนุรักษ์ ปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเสริมสร้างองค์ความรู้และขยายพื้นที่อนุรักษ์ เพื่อปกป้องและฟื้นฟูทรัพยากรป่า และ 3.หิ่งห้อย นวัตกรรมสร้างโอกาสเพื่อชุมชน  โดยมุ่งต่อยอดนวัตกรรมสู่การพัฒนาอาชีพ ซึ่งดำเนินการผ่านโครงการ จัดทำผ่านโครงการ One Powerplant One Product (OPOP) มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนควบคู่กับการสนับสนุนการสร้างอาชีพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-33469 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/04_CKPower-สานต่อโครงการหิ่งห้อยปี-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>CKPower ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการหิ่งห้อยตามกรอบสร้างคุณค่าสู่สังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายภายในปี 2569 ร่วมกับพนักงานในองค์กรทุกระดับ  ชุมชน และภาคีเครือข่าย ทั้งในประเทศไทย และสปป.ลาว โดยมุ่งการส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน และจัดตั้งกองทุนพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้เกิดการดูแลร่วมกันในระยะยาว รวมถึงขยายกลุ่มครูและเยาวชนผู้นำทางด้านพลังงานหมุนเวียน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน และสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างต่อไป นายธนวัฒน์  กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/ckpower-csr-strategy-framework/">CKPower สานต่อ &#8220;โครงการหิ่งห้อย&#8221; ปีที่ 8 เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ส่งมอบอาคารห้องสมุดประหยัดพลังงาน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Jun 2023 09:17:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[=o]]></category>
		<category><![CDATA[Clean Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Fossil]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Kantar]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Research Study]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[ความท้าทาย]]></category>
		<category><![CDATA[ช่วงเปลี่ยนผ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[นิรันพัล ซิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[รายงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เอเชียแปซิฟิค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19021</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก” ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565 โดย เบย์วา อาร์.อี. ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ Kantar บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล นิรันพัล ซิงห์ ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกเรื่อง<strong> “เป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศในเอเชียแปซิฟิกตกอยู่ในความเสี่ยง &#8211; ความจำเป็นอันเร่งด่วนในการทำข้อตกลงเชิงรุก”</strong> ซึ่งจัดทำขึ้นช่วงปลายปี 2565</p>
<p><span id="more-19021"></span></p>
<p>โดย <strong>เบย์วา อาร์.อี.</strong> ผู้พัฒนา ผู้ผลิตพลังงานอิสระ ผู้ให้บริการ และผู้จัดจำหน่ายพลังงานทดแทนระดับโลก และ<strong> Kantar</strong> บริษัทที่ปรึกษาและผู้ให้บริการข้อมูลเชิงลึกชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นการสำรวจผู้มีอิทธิพลในการตัดสินใจด้านพลังงาน 346 คน ในองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 100 คน ในออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม</p>
<p>โดยผลการศึกษาพบว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญ จากแรงต้านและแรงกดดันในภูมิภาค เช่น ปัจจัยทางสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การขาดแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ตลอดจนราคาพลังงานและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน ทำให้แผนการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงและเป้าหมายทางสภาพภูมิอากาศกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงครั้งใหญ่ อีกทั้งนโยบายภาครัฐที่ไม่ต่อเนื่องยังทำให้บริษัทต่างๆ ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผลักดันเป้าหมายความยั่งยืนให้บรรลุผล</p>
<p><strong>นิรันพัล ซิงห์</strong> ผู้จัดการทั่วไป เบย์วา อาร์.อี. เอ็นเนอยี่ โซลูชั่น ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค กล่าวว่า &#8220;<em>ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อ ยังคงเป็นแรงต้านหลักต่อการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อุปสรรคเหล่านี้จะยังคงอยู่ต่อไป ดังนั้น จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากองค์กรและภาครัฐเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว รายงานด้านพลังงานในเอเชียแปซิฟิกฉบับนี้ยังชี้ให้เห็นว่าผู้นำองค์กรได้รับแรงจูงใจให้ประสานกับพันธมิตรและคู่แข่ง เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย </em><em>Net-Zero เราหวังว่าข้อเรียกร้องอันเร่งด่วนครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้การใช้พลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกรุดหน้ายิ่งขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19023 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Bewar.jpg" alt="" width="597" height="535" /></p>
<p><strong>ข้อมูลสำคัญจากรายงาน </strong></p>
<p>การดำเนินงานของรัฐบาลที่ล่าช้าทั้งด้านนโนบายพลังงานหมุนเวียน นโยบายที่คาดเดาได้ยาก และสิ่งแวดล้อมในตลาดท้องถิ่น เป็นอุปสรรคต้นๆ ในสัดส่วน 36% และ 33% ตามลำดับ โดยพบว่า</p>
<p>ผู้ตอบแบบสอบถาม 59% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าแทนที่จะผลักดันนโยบายพลังงานสีเขียว รัฐบาลในภูมิภาคนี้จะเพิ่มการสนับสนุนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลในอีก 2-3 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่องค์กรในโอเชียเนียและเอเชียตะวันออก 47% เชื่อว่าการสนับสนุนของรัฐบาลด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะยังคงไม่แน่นอนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ส่วนการปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสีเขียว 42% ขององค์กรในเอเชียแปซิฟิกเชื่อว่าภาษีของรัฐบาลด้านพลังงานสีน้ำตาลจะสนับสนุนการผลักดันขององค์กรไปสู่พลังงานหมุนเวียน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบสัญญาณจากองค์กรต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ที่ตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นความท้าทายและอุปสรรคที่ต้องเอาชนะ โดยองค์กรเกือบครึ่งหนึ่งที่สำรวจให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยองค์กรในเอเชียแปซิฟิก 48% มีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 40% ภายในทศวรรษนี้ และองค์กรภายในกลุ่มนี้ 79% ตั้งเป้าที่จะบรรลุผลด้านพลังงานหมุนเวียนในอีก 5 ปีข้างหน้า</p>
<p>องค์กรส่วนใหญ่ยังมองเห็นคุณค่าในการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกพลังงานที่สะอาดกว่า โดย 54% สรุปว่าพลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมดเห็นด้วยว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนจะทำให้บริษัทมีข้อได้เปรียบทางธุรกิจบางประเภท และอีก 42% เสนอว่าพลังงานสีเขียวจะทำให้องค์กรได้เปรียบในการสรรหาบุคลากรและการรักษาทาเลนท์ ​ขณะที่พลังงานโซล่าร์บนหลังคาเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ จะกลายเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ถูกกว่ารัฐอุดหนุน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19022 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/06/Final-Infographic-Thai.jpg" alt="" width="547" height="774" /></p>
<p><strong>เร่งเดินหน้าแผนเปลี่ยนผ่าน</strong></p>
<p>ผู้นำองค์กรที่ได้ร่วมทำแบบสำรวจในรายงานฉบับนี้ ตระหนักถึงความต้องการที่มากขึ้นในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรและคู่แข่ง และเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ สองในสาม (68%) ของบริษัทที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสู่พลังงานหมุนเวียนเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบริษัทต่างๆ ควรจัดตั้งแนวร่วมและทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนเดียวกันยังระบุว่า สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกทำงานร่วมกันเพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียน</p>
<p>รายงานฉบับดังกล่าวได้ข้อสรุปว่า ทศวรรษหน้าถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของภูมิภาคในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน แต่ยังมีความท้าทายจากหลากหลายปัญหา เช่น ภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น หรือกระทั่งวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายกว่าเดิม</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานยุคเก่าถือเป็นเรื่องสำคัญและควรต้องเร่งเดินหน้าอย่างจริงจัง ผู้มีอำนาจตัดสินใจในองค์กรต้องกล้าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงภายในเอเชียแปซิฟิกและรวมพลังทุกฝ่ายเข้าด้วยกัน ร่วมมือและกดดันภาครัฐ เร่งรัดกระบวนการและขับเคลื่อนการใช้พลังงานทดแทนให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/06/renewable-energy-research-study-in-asia-pacific/">เปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิกยังท้าทาย หลายประเทศนโยบายยังไม่นิ่ง แถม 59% องค์กรอาเซียนเชื่อรัฐยังหนุนใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“กระบก”เปลี่ยนชีวิต “ปิ๋ม-ฟ้าเสรี” ช่วยปลดหนี้-สร้างรายได้ให้ชุมชนยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2021/08/scg-sustainable/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2021 08:21:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[=hvx=j;p=6]]></category>
		<category><![CDATA[=o]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[environmemt]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของเมล็ดกระบก]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าชุมชนที่ประสบความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ “พลังชุมชน”]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการSCG]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่นาฟ้าเอ็นดู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=9758</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะของทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเอง บางอย่างไม่มีคุณค่าที่นี่ แต่มีค่าในที่อื่น เพียงแค่ต้องหาของนั้นและตลาดนั้นให้เจอ ทำให้วันนี้ “กระบก” สมุนไพรท้องถิ่นธรรมดา ๆ ที่หลายคนมองผ่านไม่เห็นคุณค่า ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้วยการสร้างเรื่องราวและพัฒนาสินค้า “ปิ๋ม” ฟ้าเสรี ประพันธา แห่งไร่นาฟ้าเอ็นดู เกษตรกรจากน้ำยืน จ. อุบลราชธานี หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ที่เคยเผชิญวิกฤติแบกหนี้สินก้อนโตจากนาข้าวล่ม แต่ไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนจากการทำนาข้าวเพียงอย่างเดียว หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน เดินตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมทั้งมุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าต่อยอดพัฒนาสินค้าชุมชนจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง แม้ในปี 2559 จะต้องเผชิญวิกฤติจากผลกระทบของพายุที่พัดกระหน่ำจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้นาข้าวล่มเสียหายหมดหนทางสร้างรายได้ เหลือไว้เพียงหนี้สินก้อนโต แต่คุณปิ๋มกลับมองว่า ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เมื่อเจออุปสรรคล้มได้แต่อย่านาน ต้องรีบลุกขึ้นมาแก้ปัญหา พร้อมหนึ่งประโยคที่ท่องอยู่ในใจคือ “ต้องแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส” และโชคดีที่มีโอกาสเข้าอบรมเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง รู้จักนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาพัฒนาเพิ่มมูลค่า ต่อยอดให้แต่ละคนยืนได้ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า รู้จักมองหาตลาดรองรับ ก้าวสู่ช่องทางการขายออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายสินค้าชุมชนข้ามจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสขายของนอกพื้นที่ “การเปิดโอกาสเรียนรู้และทดลองทำสิ่งใหม่ๆ นอกจากจะสร้างรายได้ปลดหนี้ให้ตัวเองแล้วยังสามารถช่วยสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน อย่างเช่นการต่อยอดพัฒนาเพิ่มคุณค่าให้กับกระบกที่เป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งมาจากคุณยายคนหนึ่งนำเมล็ดกระบกมาให้พิจารณาดูว่าขายได้หรือไม่ เราเลยลองนำมาทำเป็นเมล็ดกระบกเคลือบคาราเมลปรากฎว่าได้รับความนิยมจากลูกค้า จนกลายเป็นสินค้าของดีของเด็ดจากไร่นาฟ้าเอ็นดู และไม่เพียงสร้างได้ให้กับเราคนเดียว หรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายเครือข่ายสร้างอาชีพออกไปได้อีก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/scg-sustainable/">“กระบก”เปลี่ยนชีวิต “ปิ๋ม-ฟ้าเสรี” ช่วยปลดหนี้-สร้างรายได้ให้ชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เพราะของทุกอย่างมีคุณค่าในตัวเอง บางอย่างไม่มีคุณค่าที่นี่ แต่มีค่าในที่อื่น เพียงแค่ต้องหาของนั้นและตลาดนั้นให้เจอ ทำให้วันนี้ “กระบก” สมุนไพรท้องถิ่นธรรมดา ๆ ที่หลายคนมองผ่านไม่เห็นคุณค่า ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ด้วยการสร้างเรื่องราวและพัฒนาสินค้า</span></h4>
<p><span id="more-9758"></span></p>
<p><strong>“ปิ๋ม” ฟ้าเสรี ประพันธา</strong> แห่งไร่นาฟ้าเอ็นดู เกษตรกรจากน้ำยืน จ. อุบลราชธานี หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ที่เคยเผชิญวิกฤติแบกหนี้สินก้อนโตจากนาข้าวล่ม แต่ไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนจากการทำนาข้าวเพียงอย่างเดียว หันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน เดินตามรอยศาสตร์พระราชา พร้อมทั้งมุ่งมั่นเพิ่มคุณค่าต่อยอดพัฒนาสินค้าชุมชนจนมีแบรนด์เป็นของตัวเอง</p>
<p>แม้ในปี 2559 จะต้องเผชิญวิกฤติจากผลกระทบของพายุที่พัดกระหน่ำจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้นาข้าวล่มเสียหายหมดหนทางสร้างรายได้ เหลือไว้เพียงหนี้สินก้อนโต แต่คุณปิ๋มกลับมองว่า ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เมื่อเจออุปสรรคล้มได้แต่อย่านาน ต้องรีบลุกขึ้นมาแก้ปัญหา พร้อมหนึ่งประโยคที่ท่องอยู่ในใจคือ “ต้องแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส” และโชคดีที่มีโอกาสเข้าอบรมเป็นการเปิดโอกาสในการพัฒนาตัวเอง รู้จักนำสิ่งที่มีอยู่แล้วในชุมชนมาพัฒนาเพิ่มมูลค่า ต่อยอดให้แต่ละคนยืนได้ด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า รู้จักมองหาตลาดรองรับ ก้าวสู่ช่องทางการขายออนไลน์ รวมทั้งการสร้างเครือข่ายสินค้าชุมชนข้ามจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสขายของนอกพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9759 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/A1.jpg" alt="" width="652" height="389" /></p>
<p>“การเปิดโอกาสเรียนรู้และทดลองทำสิ่งใหม่ๆ นอกจากจะสร้างรายได้ปลดหนี้ให้ตัวเองแล้วยังสามารถช่วยสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน อย่างเช่นการต่อยอดพัฒนาเพิ่มคุณค่าให้กับกระบกที่เป็นสมุนไพรในท้องถิ่น ซึ่งมาจากคุณยายคนหนึ่งนำเมล็ดกระบกมาให้พิจารณาดูว่าขายได้หรือไม่ เราเลยลองนำมาทำเป็นเมล็ดกระบกเคลือบคาราเมลปรากฎว่าได้รับความนิยมจากลูกค้า จนกลายเป็นสินค้าของดีของเด็ดจากไร่นาฟ้าเอ็นดู และไม่เพียงสร้างได้ให้กับเราคนเดียว หรือครอบครัวเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายเครือข่ายสร้างอาชีพออกไปได้อีก 7 หมู่บ้าน เรียกว่ากระบกสร้างรายได้ให้ชุมชนเยอะมาก”</p>
<p><strong>เมล็ดกระบก</strong> หรือ <strong>เม็ดกระบก</strong> สมุนไพรท้องถิ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีเปลือกแข็งรูปร่างเหมือนเมล็ดอัลมอนด์ จึงเรียกกันว่าเป็นอัลมอนด์เมืองไทย เนื้อในเมล็ดมีสีขาวอัดแน่นอยู่ (ลักษณะเป็นเนื้อแป้ง) และมีน้ำมัน โดยเนื้อในเมล็ดมีรสหวานมัน นิยมนำมาคั่วรับประทานเป็นของว่าง มีรสคล้ายกับถั่วลิสง ปัจจุบันหากินค่อนข้างยาก ซึ่งนอกจากนำมาจะขบเคี้ยวกินเล่นเพลิน ๆ แล้ว ยังนำไปผสมกับอย่างอื่น รวมทั้งกินกับไอศกรีมก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่ที่สำคัญเมล็ดกระบกยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทางโภชนาการมากมาย เพราะมีไขมันดีช่วยรักษาไขข้อกระดูกให้แข็งแรง ช่วยบำรุงสมอง ระบบประสาท บำรุงหัวใจ ป้องกันความจำเสื่อม เป็นต้น เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ทำให้หลายคนอยากกลับมาทานกระบกอีกครั้ง</p>
<p>การอุดหนุนผลิตภัณฑ์กระบกจากไร่นาฟ้าเอ็นดู เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนให้เข้มแข็งอย่างแท้จริง ด้วยทุกเมล็ดกระบกจะถูกกะเทาะเปลือกด้วยฝีมือชาวบ้านในชุมชนแบบแฮนด์เมด ไม่ต้องนั่งแกะเอง คัดสรรมาอย่างดีเม็ดต่อเม็ด เพื่อนำมาปรุงรสให้ทานง่าย กลายร่างเป็นกระบกเคลือบคาราเมล กรอบมัน หวานพอดี พอใส่เกลือหิมาลัยสีชมพู กลายเป็นรสเกลือหิมาลัย รสชาติอร่อยลงตัวทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางช่องทางออนไลน์เท่านั้น เพราะไร่นาฟ้าเอ็นดูวางแผนการตลาดไว้ชัดเจนว่าจะอยู่ในพื้นที่ขายออนไลน์ ไม่วิ่งตระเวนส่ง และไม่ออกบูธตามงานต่าง ๆ แต่ต้องมีรายได้เข้ามาทุกวันไม่มีวันหยุด โดยในวันนี้กระบกกำลังเป็นที่นิยมและพร้อมที่จะโกอินเตอร์แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-9760 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2021/08/A-2.jpg" alt="" width="664" height="375" /></p>
<p>“การก้าวมาถึงจุดนี้เข้าใจเลยว่าความสำเร็จคือ การทำตามขั้นตอนที่ได้เรียนรู้มาควบคู่กับการมองหาโจทย์ใหม่ๆ เสมอ เรียนรู้ที่จะแก้ปัญหา ที่สำคัญคือการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง” ข้อคิดจากคุณปิ๋ม</p>
<p>ไร่นาฟ้าเอ็นดู เป็นแหล่งพัฒนาสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย ด้วยมีอุดมการณ์ในการพัฒนาศักยภาพชุมชนและแบ่งปัน จึงนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนา เพื่อส่งต่อถึงคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่า ทั้งเมล็ดงอกและต้นพันธุ์ สำหรับกลุ่มคนชอบปลูกต้นไม้ แปรรูปข้าวไรซ์เบอรี่เป็นเส้นก๋วยจั๊บ ทำน้ำพริกย้อนวัยอุดมด้วยสมุนไพร เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ เปลี่ยนว่านงาช้าง ว่านหางจระเข้เป็นสบู่ เพื่อคนชอบใช้สมุนไพร รับโคมเกลือหิมาลัยมาขายต่อในกลุ่มคนรักสุขภาพ คนเป็นโรคภูมิแพ้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้สำหรับทั้งคนในชุมชนและคนภายนอกเข้ามาเยี่ยมชมได้อีกด้วย</p>
<p><strong><span style="color: #993366;">สนใจชวน “ช้อปช่วยชุมชน” กันต่อได้ที่เฟสบุ๊ค “ไร่นาฟ้าเอ็นดู” หรือ LineID: peem1688 ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายรอให้ช้อปเพิ่มเติม</span> <span style="color: #993366;">พร้อมกันนี้ สามารถเข้าไปดูผลิตภัณฑ์อื่นๆ จากพลังชุมชนได้ทาง https://my.eboox.cc/shop/ SCG ชวนช้อปช่วยชุมชน เฟ้นหาของดีของเด็ดประจำถิ่น พร้อมส่งตรงจากชุมชนถึงบ้านคุณ</span></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2021/08/scg-sustainable/">“กระบก”เปลี่ยนชีวิต “ปิ๋ม-ฟ้าเสรี” ช่วยปลดหนี้-สร้างรายได้ให้ชุมชนยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
