<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>office Building &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/office-building/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 14 Apr 2026 11:46:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>office Building &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อ​ออฟฟิศใหม่ ไม่ใช่แค่การย้ายสถานที่ &#8216;Knight Frank&#8217; เสริมทัพ​ Project Management รับกระแสดีมานด์องค์กรมอง​ออฟฟิศที่ตอบโจทย์ ESG​ เพิ่มมากขึ้น </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/knight-frank-strengthen-project-management-team/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Apr 2026 11:09:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Knight Frank]]></category>
		<category><![CDATA[Knight Frank Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[Project Management ​]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41167</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดอาคารสำนักงานในประเทศไทยกำลังเร่งตัวจากกระแสการย้ายสำนักงาน (Office Relocation) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการที่องค์กรให้ความสำคัญกับอาคารคุณภาพสูงและมาตรฐานด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เช่าจำนวนมากตัดสินใจย้ายไปยังอาคารใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการใช้งาน ขณะเดียวกัน การย้ายสำนักงานในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนการก่อสร้างที่ยังผันผวน การควบคุมระยะเวลาดำเนินงาน และความคาดหวังด้านคุณภาพที่สูงขึ้น ทำให้องค์กรจำนวนมากเลือกใช้มืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารโครงการแบบครบวงจร บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด (Knight Frank Thailand) ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของบริการด้าน Project Management โดยแต่งตั้ง &#8216;คุณปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ&#8217; หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน เข้าดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของทีม เพื่อยกระดับการให้บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การหาอาคารสำนักงาน การวางแผนพื้นที่ การออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ใช้งาน ตอบโจทย์การเป็น One-Stop Service สำหรับลูกค้าองค์กร ปัจจุบัน ลูกค้ากว่า 80% ของบริการ Project Management เป็นกลุ่มองค์กรที่ต้องการย้ายสำนักงาน ขณะที่อีก 20% เป็นโครงการในกลุ่มอื่น เช่น โรงแรมและรีเทล โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/knight-frank-strengthen-project-management-team/">เมื่อ​ออฟฟิศใหม่ ไม่ใช่แค่การย้ายสถานที่ &#8216;Knight Frank&#8217; เสริมทัพ​ Project Management รับกระแสดีมานด์องค์กรมอง​ออฟฟิศที่ตอบโจทย์ ESG​ เพิ่มมากขึ้น </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตลาดอาคารสำนักงานในประเทศไทยกำลังเร่งตัวจากกระแสการย้ายสำนักงาน (Office Relocation) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการที่องค์กรให้ความสำคัญกับอาคารคุณภาพสูงและมาตรฐานด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้ผู้เช่าจำนวนมากตัดสินใจย้ายไปยังอาคารใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์และประสิทธิภาพการใช้งาน</p>
<p><span id="more-41167"></span></p>
<p>ขณะเดียวกัน การย้ายสำนักงานในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนการก่อสร้างที่ยังผันผวน การควบคุมระยะเวลาดำเนินงาน และความคาดหวังด้านคุณภาพที่สูงขึ้น ทำให้องค์กรจำนวนมากเลือกใช้มืออาชีพเข้ามาช่วยบริหารโครงการแบบครบวงจร</p>
<p><strong>บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด</strong> (Knight Frank Thailand) ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของบริการด้าน Project Management โดยแต่งตั้ง<strong> &#8216;คุณปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ&#8217;</strong> หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน เข้าดูแลและพัฒนาการดำเนินงานของทีม เพื่อยกระดับการให้บริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ตั้งแต่การหาอาคารสำนักงาน การวางแผนพื้นที่ การออกแบบ ไปจนถึงการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ใช้งาน ตอบโจทย์การเป็น One-Stop Service สำหรับลูกค้าองค์กร ปัจจุบัน ลูกค้ากว่า 80% ของบริการ Project Management เป็นกลุ่มองค์กรที่ต้องการย้ายสำนักงาน ขณะที่อีก 20% เป็นโครงการในกลุ่มอื่น เช่น โรงแรมและรีเทล โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ (MNCs) ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเติบโต 100% ภายในสิ้นปีนี้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41170 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/k-Punya-Knight-Frank-1.jpg" alt="" width="1200" height="790" /></p>
<p><strong>คุณปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ</strong> หุ้นส่วน – หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงาน บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า  ปัจจุบันองค์กร โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ มีแนวโน้มย้ายสำนักงานไปสู่อาคารที่มีคุณภาพสูงและมีมาตรฐาน ESG มากขึ้นอย่างชัดเจน  ทำให้การย้ายสำนักงานไม่ได้เป็นเพียงการหาทำเลใหม่ แต่รวมถึงการบริหารต้นทุน การออกแบบ และการก่อสร้างที่ต้องดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><em>&#8220;ลูกค้าจำนวนมากต้องการที่ปรึกษาที่สามารถดูแลได้แบบครบวงจร เราจึงปรับโครงสร้างทีม Project Management ให้ทำงานร่วมกับทีม Office Strategy อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถสนับสนุนลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นจนจบในทุกขั้นตอน อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือความโปร่งใสในการบริหารต้นทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญมากขึ้น เราจึงเน้นการให้ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</em></p>
<p>สำหรับการเข้ามารับผิดชอบดูแลบริการด้าน Project Management ​เป็นทั้งความท้าทายและ​ความไว้วางใจที่สำคัญขององค์กร โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุน ระยะเวลาดำเนินงาน และความต้องการด้าน ESG ของลูกค้า บทบาทของ Knight Frank  จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบริหารโครงการให้แล้วเสร็จตามแผน แต่ต้องสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การควบคุมต้นทุน ไปจนถึงการส่งมอบโครงการที่มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้</p>
<p>ทีม Project Management ของ Knight Frank ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลูกค้าในการควบคุมงบประมาณ ระยะเวลา และคุณภาพของโครงการ พร้อมประสานงานกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการดำเนินไปตามแผน โดยจุดแข็งของทีมอยู่ที่การผสานความคล่องตัวของทีมงานรุ่นใหม่ (young professionals) เข้ากับแนวทางการทำงานที่โปร่งใส ตรงไปตรงมาและการให้ข้อมูลเชิงลึกด้านต้นทุน วัสดุ และสถานการณ์ตลาด เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>การเสริมทีม Project Management ในครั้งนี้ สะท้อนทิศทางของ Knight Frank ในการพัฒนาบริการที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร เพื่อรองรับความต้องการขององค์กรที่มองหาพันธมิตรในการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพ ท่ามกลางความซับซ้อนของการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน</p>
<p>สำหรับ <strong>คุณ​ปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ</strong> เคยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาธุรกิจที่ปรึกษาด้านพื้นที่สำนักงานของ <strong>Knight Frank Thailand</strong> ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง การเข้ามารับผิดชอบดูแลบริการด้าน Project Management ในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นขององค์กรในศักยภาพของผู้บริหาร โดยเจ้าตัวมั่นใจว่าจะสามารถต่อยอดความสำเร็จ พร้อมนำทีมเดินหน้าสร้างการเติบโตและเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของบริษัทในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/knight-frank-strengthen-project-management-team/">เมื่อ​ออฟฟิศใหม่ ไม่ใช่แค่การย้ายสถานที่ &#8216;Knight Frank&#8217; เสริมทัพ​ Project Management รับกระแสดีมานด์องค์กรมอง​ออฟฟิศที่ตอบโจทย์ ESG​ เพิ่มมากขึ้น </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Mar 2026 05:34:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Green Lease]]></category>
		<category><![CDATA[LEED]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[WELL]]></category>
		<category><![CDATA[วรวรรต ศรีสอ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[วัน แบงค็อก]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาเช่าสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เปาโล อิงกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40437</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัน แบงค็อก ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับอโกด้า (Agoda) ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน” นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี” Green Lease แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โมเดล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>วัน แบงค็อก</strong> ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับ<strong>อโกด้า (</strong><strong>Agoda) </strong>ผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับพื้นที่สำนักงานของอโกด้าในอาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์  ทำให้อโกด้ากลายเป็นผู้เช่ารายแรกของอาคารสำนักงานแห่งนี้ที่เข้าร่วมเซ็นต์สัญญาแบบสีเขียว</p>
<p><span id="more-40437"></span></p>
<p>โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการกำหนดเป้าหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการพัฒนาเมืองแห่งความพร้อมเพื่ออนาคต พร้อมส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะที่ยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40439 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายวรวรรต ศรีสอ้าน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อก</strong> กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อโกด้าร่วมเซ็นสัญญา Green Lease กับ วัน แบงค็อก เราเชื่อว่าการทำงานร่วมกับผู้เช่าในสัญญานี้จะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกและชุมชน ผ่านข้อปฎิบัติของ Green Lease ที่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนและส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยเราพร้อมต้อนรับองค์กรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ของเรา เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน”</p>
<p><strong>นายเปาโล อิงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า</strong> กล่าวเสริมว่า “สัญญาเช่าแบบสีเขียวนี้เป็นก้าวสำคัญที่เชื่อมโยงกลยุทธ์ด้านการจัดการพื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของเราในระยะยาว ความร่วมมือกับ วัน แบงค็อก ในครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าพื้นที่ทำงานแห่งใหม่ของเราจะส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน และขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคตที่ยั่งยืน เราหวังว่าความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นมาตรฐานต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นว่า การแบ่งปันข้อมูลและการยึดถือค่านิยมร่วมกันสามารถขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงานยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40440 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Green Lease </strong><strong>แนวทางความร่วมมือเพื่อความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>โมเดล Green Lease ของ วัน แบงค็อก กำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เช่าพื้นที่สำนักงาน อ้างอิงตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติสากล อาทิ LEED และ WELL  โดยให้แนวทางการปฏิบัติและการสนับสนุนผู้เช่าอย่างครบวงจรตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มต้นออกแบบ การก่อสร้าง การตกแต่ง การดำเนินงาน ตลอดจนการบำรุงรักษา ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวยังสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ของกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในการมีสินทรัพย์อาคารที่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมไม่น้อยกว่า 85% ภายในปี 2573</p>
<p><strong>สาระสำคัญของ </strong><strong>Green Lease </strong><strong>ที่นำมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในสัญญา อาทิ:</strong></p>
<p><strong>&#8211; การจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ได้นำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะมาใช้เพื่อการดำเนินงานที่ประหยัดพลังงานทั่วทั้งโครงการ    และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมถึงให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขององค์กร อโกด้าได้เลือกใช้โซลูชันการจัดการพลังงานอัจฉริยะ ควบคู่กับการติดตั้งหลอดไฟ LED ประสิทธิภาพสูง และการใช้แสงธรรมชาติอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานด้านแสงสว่างทั่วไปลงได้ถึง 25%<sup>1</sup></p>
<p><sup> </sup><strong>&#8211; การใช้</strong><strong>วัสดุปลอดสารพิษและการควบคุณภาพอากาศภายในอาคาร :</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก กำหนดข้อจำกัดในการใช้สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่เป็นอันตราย โดยส่งเสริมการเลือกใช้วัสดุประเภท Low-VOC อาทิ สี สารเคลือบ กาว และวัสดุยาแนว และเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรฐานดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีสุขภาวะที่ดียิ่งขึ้น อโกด้าได้เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อช่วยเสริมสร้างคุณภาพอากาศภายในอาคารและสุขภาวะที่ดีของพนักงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40441 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การรีไซเคิลและการจัดการของเสีย:</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก มีระบบการจัดการของเสียที่ครอบคลุมทั่วทั้งโครงการ โดยอโกด้าเองก็ได้มีการคัดแยกขยะและไซเคิลวัสดุใช้แล้ว อาทิ กระดาษ พลาสติก แก้ว และโลหะ ภายในพื้นที่สำนักงาน</p>
<p><strong>&#8211; การบริหารจัดการน้ำ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก นำแนวทางที่ได้มาตรฐานมาใช้ในการคัดเลือกอุปกรณ์ใช้น้ำ ส่งผลให้สามารถประหยัดการใช้น้ำจากอุปกรณ์ภายในอาคารได้ถึง 35% เพื่อเสริมแนวทางดังกล่าว อโกด้าได้ติดตั้งอุปกรณ์ใช้น้ำแบบประหยัดน้ำและอัตราการไหลต่ำที่มีประสิทธิภาพสูงบริเวณอ่างล้างมือในพื้นที่แพนทรี ช่วยลดการใช้น้ำพร้อมทั้งยังคงความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน</p>
<p><strong>&#8211; การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ</strong></p>
<p>วัน แบงค็อก ทำงานร่วมกับผู้เช่าในการวิเคราะห์และรายงานข้อมูลด้านพลังงาน น้ำ และของเสีย โดย อโกด้า และ วัน แบงค็อกตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใส เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการจัดการของเสียอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40442 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Green-Lease5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้วยขนาดของพื้นที่สำนักงานและจำนวนพนักงานของอโกด้าที่ วัน แบงค็อก ความร่วมมือครั้งนี้จึงก่อให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเชิงบวกที่ชัดเจน ทั้งต่อโครงการ และภาพของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจด้านความยั่งยืนของอโกด้า ที่กำหนดแนวทางความร่วมมือที่สามารถวัดผลได้ในการลดผลกระทบจากการดำเนินงาน และยกระดับสถานที่ทำงานให้เหนือมาตรฐานสากลด้านสุขภาวะ ประสิทธิภาพการทำงาน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>วัน แบงค็อก ได้เริ่มนำโมเดล Green Lease มาใช้ครั้งแรกในปี 2566 และได้รับการตอบรับจากผู้เช่าสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ผู้เช่าที่ลงนามในสัญญารูปแบบ Green Lease มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่ถูกเช่าไปทั้งหมด สะท้อนความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ทำงานที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้ใช้อาคารมากยิ่งขึ้น  ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ วัน แบงค็อก ในการยกระดับสถานที่ทำงานอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ และการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองที่พร้อมรับอนาคตของประเทศไทย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/one-bangkok-and-agoda-pioneering-green-lease/">วัน แบงค็อก จับมือ อโกด้า เซ็นสัญญาเช่า Green Lease เดินหน้าส่งเสริมพื้นที่สำนักงานอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอาคารสำนักงานคุณภาพ รับการันตี WiredScore ระดับสูงสุดต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/frasers-property-thailand-wiredscore-certification/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Jan 2026 07:55:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[creating places for good.]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiring experiences]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[WiredScore]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สาทรสแควร์]]></category>
		<category><![CDATA[สามย่านมิตรทาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[สีลมเอจ]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เอฟวายไอ เซ็นเตอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39472</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทุกอาคารสำนักงานในเครือสามารถคงมาตรฐาน WiredScore ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยได้รับการรับรองในระดับสูงสุด Platinum และ Gold สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของอาคารในการรองรับการทำงานยุคดิจิทัล การเติบโตของธุรกิจ และความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เช่าในระยะยาว นายวิทวัส คุตตะเทพ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อ พาณิชยกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทสามารถรักษาการรับรองมาตรฐานจาก WiredScore ได้อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นอาคารที่ได้รับการรับรองระดับสูงสุด Platinum ได้แก่ ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ และ สาทรสแควร์ และอาคารที่ได้รับการรับรองระดับ Gold ได้แก่ สามย่านมิตรทาวน์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และ สีลมเอจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการรับรองจาก WiredScore เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของอาคารสำนักงานของบริษัท ที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคต สามารถสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเฟรเซอร์ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/frasers-property-thailand-wiredscore-certification/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอาคารสำนักงานคุณภาพ รับการันตี WiredScore ระดับสูงสุดต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานอาคารสำนักงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทุกอาคารสำนักงานในเครือสามารถคงมาตรฐาน </strong><strong>WiredScore</strong> <strong>ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โดยได้รับการรับรองในระดับสูงสุด </strong><strong>Platinum </strong><strong>และ </strong><strong>Gold </strong><strong>สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของอาคารในการรองรับการทำงานยุคดิจิทัล การเติบโตของธุรกิจ และความพร้อมในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้เช่าในระยะยาว</strong></p>
<p><strong>นายวิทวัส คุตตะเทพ</strong> ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายโครงการเชิงพาณิชยกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อ<br />
พาณิชยกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทสามารถรักษาการรับรองมาตรฐานจาก WiredScore ได้อย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นอาคารที่ได้รับการรับรองระดับสูงสุด Platinum ได้แก่ ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ และ สาทรสแควร์ และอาคารที่ได้รับการรับรองระดับ Gold ได้แก่ สามย่านมิตรทาวน์, เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ และ สีลมเอจ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าและผู้ใช้อาคาร ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยการรับรองจาก WiredScore เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของอาคารสำนักงานของบริษัท ที่มีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคต สามารถสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ในการพัฒนาอาคารสำนักงานที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างอาคาร ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอาคารสำนักงานให้เช่าทั้ง 5 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าและผู้ใช้อาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ที่ยึด 3 แกนหลัก ได้แก่ คุณภาพและมาตรฐานสากล, ให้ความสำคัญกับผู้เช่าเป็นศูนย์กลาง ความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอาคารสำนักงานในปัจจุบัน ทั้งจากปริมาณอุปทานที่เพิ่มขึ้น รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น การพึ่งพาเทคโนโลยีที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยด้านความยั่งยืน อาคารสำนักงานจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ทำงาน แต่ต้องทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตให้กับธุรกิจ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารที่มีระบบอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และสามารถขยายหรือปรับเปลี่ยนได้ตามแผนธุรกิจในอนาคต มาตรฐาน WiredScore จึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้เช่าใช้พิจารณาเลือกอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสะท้อนภาพลักษณ์ขององค์กรในฐานะบริษัทที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม และความยั่งยืน</p>
<p>ปัจจุบัน อาคารสำนักงานทั้ง 5 แห่งของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้เช่าครอบคลุมทั้งบริษัทไทยและบริษัทข้ามชาติจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรม, กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, การเงินการธนาคาร, อสังหาริมทรัพย์ และเทคโนโลยี โดยบริษัทยังคงมุ่งมั่นยกระดับคุณภาพอาคารสำนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดบริษัทชั้นนำและการลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมร่วมผลักดันอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่มาตรฐานระดับโลกผ่านการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การทำงาน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการสร้างสรรค์พื้นที่ ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ (<em>Inspiring experiences, creating places for good</em>.)” <strong>นายวิทวัส</strong> กล่าวสรุป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/frasers-property-thailand-wiredscore-certification/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอาคารสำนักงานคุณภาพ รับการันตี WiredScore ระดับสูงสุดต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>3 Quick Wins เปลี่ยนอาคารให้รักษ์โลก ช่วย​​​​ลด Emission ​ภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ประเทศไทย รับ​ดีมานด์ Green Building พุ่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/quick-win-reduce-emission-in-commercial-building/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 10:42:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Building AutomationSystems]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Future of Work Survey 2022]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[IEA]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Win]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย คอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาซาดอาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบ BAS]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์​]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์​ หรืออาคารสำนักงานต่างๆ ปล่อย CO2 ​สูงถึง 3.7 พันล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นการปล่อยมลภาวะทางอ้อม (Indirect Emission)  จาก​การใช้ไฟฟ้า​ภายใน​อาคาร​​ เช่น ระบบทำความร้อน ความเย็น ​ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ตลอดจนการใช้ไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์สำนักงานและอาคารโดยทั่​วไป อาทิ ลิฟต์โดยสาร หรือบันไดเลื่อน เป็นต้น ทั้งนี้ มีการประเมินว่า หากต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2030 จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบรรดาอาคารเชิงพาณิชย์ต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะการลด Carbon Emission ในธุรกิจจาก 3.7 พันล้านตัน เหลือ 1.6 พันล้านตัน ในระหว่างนี้จน​ถึงปี 2030 นอกจากเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ Net Zero แล้ว การเติบโตจากดีมานด์ของผู้เช่า (Tenants) ที่ให้ความสำคัญกับการเช่าพื้นที่ในอาคารที่ได้รับการรับรองว่าเป็น Green Building ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/quick-win-reduce-emission-in-commercial-building/">3 Quick Wins เปลี่ยนอาคารให้รักษ์โลก ช่วย​​​​ลด Emission ​ภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ประเทศไทย รับ​ดีมานด์ Green Building พุ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="page" title="Page 2">
<div class="section">
<div class="layoutArea">
<div class="column">
<p>ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์​ หรืออาคารสำนักงานต่างๆ ปล่อย CO2 ​สูงถึง 3.7 พันล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นการปล่อยมลภาวะทางอ้อม (Indirect Emission)  จาก​การใช้ไฟฟ้า​ภายใน​อาคาร​​ เช่น ระบบทำความร้อน ความเย็น ​ระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ตลอดจนการใช้ไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์สำนักงานและอาคารโดยทั่​วไป อาทิ ลิฟต์โดยสาร หรือบันไดเลื่อน เป็นต้น</p>
</div>
</div>
</div>
</div>
<p><span id="more-26595"></span></p>
<p>ทั้งนี้ มีการประเมินว่า หากต้องการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2030 จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบรรดาอาคารเชิงพาณิชย์ต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะการลด Carbon Emission ในธุรกิจจาก 3.7 พันล้านตัน เหลือ 1.6 พันล้านตัน ในระหว่างนี้จน​ถึงปี 2030</p>
<div class="page" title="Page 2">
<div class="section">
<div class="layoutArea">
<div class="column">
<p>นอกจากเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ <strong>Net Zero</strong> แล้ว การเติบโตจากดีมานด์ของผู้เช่า (Tenants) ที่ให้ความสำคัญกับการเช่าพื้นที่ในอาคารที่ได้รับการรับรองว่าเป็น Green Building ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยที่ 3 ใน 4 ของผู้เช่ายอมที่จะจ่ายอัตราค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น</p>
<p>รายงาน<strong> Future of Work Survey 2022</strong> ​เผยแพร่โดย JLL สำรวจผู้เช่าสำนักงานกว่า 1,000 ราย จาก 13 ประเทศทั่วโลก ​ระบุว่า 22% ของกลุ่มตัวอย่าง ​เช่าอาคารสำนักงานที่ได้รับรอง Green Building อยู่แล้วในปัจจุบัน โดยยอม​จ่ายอัตราค่าเช่าที่สูงขึ้น ขณะที่เกินครึ่งหรือ ​52% ​ยังไม่ได้เช่า Green Building ในปัจจุบันนี้แต่​อนาคตมีแผน​​ยอมจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้นเพื่อย้ายไปสู่อาคาร Green Building ​​ภายในปี 2568 (34%) และหลังปี 2568 (18%)</p>
<p>ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่ากลุ่มผู้เช่ากว่า 74% ​ให้ความสำคัญและยอมที่จะจ่ายค่าเช่าสำนักงานที่สูงขึ้นแลกกับการเช่าพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและได้การรับรองว่าเป็นอาคารรักษ์โลก ​สอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทย ที่ความต้องการเช่าอาคารสำนักงานย่านศูนย์กลางธุรกิจของไทยในปี 2566 ที่ผ่านมา​ มีการเช่าสุทธิเพิ่มขึ้น 150.5 พันตร.ม. และ​เกือบทั้งหมด (96.5% )​ เกิดขึ้นในสำนักงาน Green Building คิดเป็นพื้นที่รวม 145,2000 ตารางเมตร​ ​ส่งผลให้​ Green Building ​สามารถกำหนดอัตราค่าเช่าในระดับที่สูงกว่าสำนักงานทั่วไป โดย​ค่าเช่าเฉลี่ย 5 ปีล่าสุดของ​ Green Building ​อยู่ที่ 1,003 บาท/ตร.ม./เดือน เทียบกับอาคารสำนักงานทั่วไป​​ 911 บาท/ตร.ม./เดือน อยู่เกือบ 10% ซึ่งในบางโครงการหรือบางทำเลอาจะแตกต่างกันถึง  15-20% เลยทีเดียว</p>
</div>
<div class="column">
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26597 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/รูปที่-3-3.jpg" alt="" width="868" height="725" /></p>
</div>
<p>เทรนด์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้เห็นโอกาส​การเติบโตของกลุ่ม Green Building แต่การที่​กลุ่มอาคารทั่วไปในตลาด​​ต้องการปรับเปลี่ยนพื้นที่นของตัวเองให้มีส่วนช่วยลด​การสร้างมลภาวะและมีความประหยัดพลังงานมากขึ้น ​นำมาสู่หลายคำถามที่ตามมา​ ไม่ว่าจะเป็​นแนวทางการลดการปล่อย CO<sub>2</sub> ว่าปัจจุบันมีวิธีการอย่างไร? ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่? และที่สำคัญสุดคือผลตอบแทนที่ได้คุ้มค่าหรือไม่?</p>
</div>
<p>​​<strong>Krungthai COMPASS</strong> จึงได้นำเสนอ 3 Quick Wins สำหรับปรับเปลี่ยน​​อาคารเดิมที่มีอยู่ให้กลายเป็นอาคารรักษ์โลก สามารถลดการสร้างมลภาวะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ รวมทั้งช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ผ่าน 3 แนวทางต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. ติดตั้งระบบ BAS หรือ Building AutomationSystems อย่างเต็มรูปแบบ</strong> ซึ่งจะช่วยควบคุมระบบต่างๆ ภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการใช้พลังงานได้ 20% คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI ที่ 5%</p>
<p>สำหรับ Building Automation Systems (BAS) คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ช่วยบริหารจัดการและควบคุมอาคารโดยอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่อระบบหลักๆ ในอาคาร เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ระบบปรับอากาศ (HAVC) หรือระบบลิฟต์เข้าด้วยกัน ส่งผลให้การใช้พลังงานของอาคารลดลงได้เฉลี่ย 20% โดยระบบ BAS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก​ คือ<strong> 1) Sensors</strong> ทำหน้าที่ตรวจวัดสภาพแวดล้อม​ต่างๆ ของอาคาร อาทิ อุณหภูมิ การเคลื่อนไหวของผู้ใช้อาคาร ความชื้น หรือแสงสว่าง <strong>2) Controllers</strong> ทำหน้าที่รับสัญญาณจาก Sensors เพื่อประมวลผลและสั่งการให้ระบบงานต่างๆ ทำงาน  และ <strong>3) Software</strong> ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการระบบ BAS ไว้ทั้งหมดอีก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26598 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/รูปที่-6.jpg" alt="" width="794" height="665" /></p>
<p>การใช้ระบบ BAS จะช่วยให้อาคารสามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ​เช่น <strong>ปรับลดไฟส่องสว่างและปรับความแรง​ระบบปรับอากาศลงในพื้นที่มีผู้ใช้งานน้อยอย่างอัตโนมัติ หรือ​ควบคุมการใช้ลิฟต์ให้ไปจอดรอในชั้นที่มักมีการใช้งานหนาแน่นในแต่ละช่วงเวลา </strong></p>
<p><strong>ด้านเงินลงทุน​ BAS ขึ้นอยู่กับขนาดของอาคาร </strong>และรูปแบบการติดตั้ง​ หากเป็นการติดตั้งเต็มรูปแบบ​จะมีต้นทุนเฉลี่ยราว ​​1,500 บาท/ตร.ม. ​เทียบกับต้นทุน​การก่อสร้างอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ที่ 21,900-28,300 บาท/ตร.ม. สำหรับอาคารสำนักงาน และ 18,200-25,200 บาท/ตร.ม. สำหรับห้างสรรพสินค้า หรือมีต้นทุน​<strong>เพิ่มจากราคากลาง​ค่าก่อสร้างโดยเฉลี่ย​ 5-8% ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการ</strong>มีต้นทุนครั้งแรก (Initial Investment) สูงถึงหลักสิบล้านบาท แต่ประโยชน์จากการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวที่มากกว่าต้นทุน จึงถือเป็น<strong>เทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยมีแนวโน้มให้ </strong><strong>ROI</strong><strong> เท่ากับ </strong><strong>11.5% </strong></p>
<p><strong>2. การเปลี่ยนระบบส่องสว่างเป็นหลอด LED  </strong>เป็นแนวทางที่ใช้เงินลงทุนที่ไม่สูงมากนัก และสามารถคืนทุนได้ค่อนข้างเร็วจากการลดค่าใช้จ่ายด้านระบบส่องสว่างจากเดิม ​35-80% ขณะที่ใช้เวลาในการ​ติดตั้ง 30-60 วัน เท่านั้น​</p>
</div>
</div>
<p>โดย​ค่าไฟส่องสว่างถือเป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายหลักของอาคาร ​หาก​ยังใช้หลอดไส้ (Incandescent)หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ (CFL) ​อาจทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายดด้านระบบส่องสว่าง​เกือบ 1 ใน 3 ของค่าไฟฟ้าในแต่ละปี​  แต่หากมีการเปลี่ยนมาใช้หลอด LED จะช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในอาคารลงได้ จึงช่วยให้คืนทุกได้ค่อนข้างเร็วจากราคาแนวโน้มค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/รูปที่-8.jpg" alt="" width="1005" height="827" /></p>
<p>3) การเปลี่ยนฟาซาด (​Facade) ​รอบอา​คารเป็นกระจกคุณภาพสูง (Low-E) เพิ่ม​​คุณสมบัติควบคุมปริมาณความร้อนในอาคาร​ ช่วยให้อาคาร​ใช้พลังงานลดลง 4.5% คิดเป็น ROI ที่ 14.0%</p>
<p>ฟาซาด หรือ เปลือกอาคารถือเป็นปราการด่านแรกในการรับมือกับความร้อนจากแสงอาทิตย์ โดยปัจจุบัน Curtain Wall หรือการออกแบบเปลือกอาคารด้วยกำแพงกระจกกำลังเป็นที่นิยมของอาคารสมัยใหม่ <strong>การเลือกใช้กระจกที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนที่สูงแต่ยังปล่อยให้แสงสว่างสามารถเข้ามายังอาคารได้อยู่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการออกแบบฟาซาด</strong><strong>ในปัจจุบัน </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/รูปที่-9.jpg" alt="" width="989" height="829" /></p>
<p>ขณะที่กระจก Low-E คือกระจกที่มีการเคลือบสารฉนวนกันรังสีความร้อนไว้ในด้านในของกระจกเพื่อทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้รังสีความร้อนผ่านจากภายนอกอาคารเข้าสู่ภายใน ส่งผลให้กระจกชนิดนี้สามารถควบคุมปริมาณความร้อนในอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อภายในอาคารเย็นลง ก็สามารถที่จะลดการทำงานของระบบปรับอากาศภายในอาคารได้ ทำให้เจ้าของอาคารมีค่าไฟฟ้าที่ลดลง โดยผลการวิเคราะห์ของ BSG Glass ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระจกอาคารในเครือ บมจ. ไทยเทคโนกลาส กรุ๊ป<a href="#_ftn1" name="_ftnref1"></a> ระบุว่ากระจก Low-E จะช่วยให้อาคารสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 4.5% เมื่อเทียบกับกระจกใสธรรมดา ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับผลการศึกษาในต่างประเทศ อาทิ โรงแรมใน U.K. ที่บอกว่ากระจก Low-E สามารถลดการใช้พลังงานได้ 2.7%</p>
<p>​อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตว่าการเปลี่ยนฟาซาดป็นกระจก Low-E ค่อนข้างใช้เงินลงทุนที่สูง หลายสิบล้านบาท และแนวทางนี้จะเหมาะกับอาคารที่มีเปลือก Curtain Wall อยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ ด้วยระยะเวลาในการรื้อถอนกระจกเดิมและติดตั้งกระจกใหม่ที่อาจนานถึง 180 วัน เจ้าของอาคารจึงต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบกับกลุ่มผู้เช่าเดิม ตลอดจนผู้ที่เข้ามาใช้อาคารในปัจจุบัน</p>
<p><strong>Krungthai COMPASS</strong> จึงสรุปการประเมินความเห็นเพิ่มเติมว่า แนวทางในการเปลี่ยนระบบส่องสว่างเป็นหลอด LED เป็นวิธีที่เจ้าของอาคารควรดำเนินการเป็นอย่างแรกๆ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่สูงมากนัก และยังสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็วจากการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง  35-80% และยังดำเนินการได้ในระยะเวลาไม่นาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26601 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/รูปที่-10.jpg" alt="" width="1200" height="1011" /></p>
<p>ส่วนแนวทางการติดตั้งระบบ BAS หรือการเปลี่ยนฟาซาดอาคารเป็นกระจก Low-E อาจเหมาะกับเจ้าของอาคารที่มีเงินลงทุนในระดับหนึ่ง เพราะอาจต้องใช้เงินลงทุนเบื้องต้นในระดับ 50-75 ลา้นบาท และใช้ระยะเวลาเป็นเดือนหรือหลายเดือนในการดำเนินการ  จำเป็นที่เจ้าของอาคารต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้เช่าเดิม แต่หลังจากการปรับปรุงเสร็จ ทั้ง 2 แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจด้านอื่นๆ ให้กลุ่มผู้เช้าได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในแง่ของการอำนวยความสะดวก เช่น ลดระยะเวลาในการรอลิฟต์ หรือการเพิ่มบรรยากาศ หรือความทันสมัยให้อาคารหลังจากมีการปรับปรุงฟาซาดของอาคาร เป็นต้น ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/quick-win-reduce-emission-in-commercial-building/">3 Quick Wins เปลี่ยนอาคารให้รักษ์โลก ช่วย​​​​ลด Emission ​ภาคอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ประเทศไทย รับ​ดีมานด์ Green Building พุ่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>JLL แนะ Office Building ​​เร่งสร้างมาตรฐาน &#8216;อาคารยั่งยืน&#8217; ชี้เป็นปัจจัยแรกที่ผู้เช่ารายใหญ่จะถามหา ​และให้ความสำคัญมากกว่า &#8216;ราคา&#8217; ​หรือ &#8216;โลเกชั่น&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/jll-thailand-esg-trend-in-real-estate-building/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Mar 2024 15:19:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Green Building]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[JLL Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[LEED & WELL]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon Space]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[office Building]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate Service Provider]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[Work Space]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[กรีนบิวดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐภูมิ วิทวัสชุติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานอาคารเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[​อนาวิล เจียมประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล แกลนซี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24845</guid>

					<description><![CDATA[<p>โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย (JLL) บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ สรุปภาพรวมกระแสแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของปี 2567 ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและนอกประเทศ โดยพบว่า แนวคิด ESG เข้ามามีบทบาท​ และสามารถสร้าง​ผลประโยชน์ต่อเจ้าของอาคารและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยแนวคิด ESG จะโตต่อเนื่องตลอดปี 2567 จากการที่ผู้เช่าจำนวนมากต่างมองหาอาคารสำนักงานที่มีความยั่งยืน และสามารถเอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Corporate Net Zero Goals) ของ​องค์กรต่างๆ โดยปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ความสามารถในการพัฒนาอาคารเพื่อรองรับ ยังไม่มากพอ ส่งผลให้​​เกิดการแข่งขันในกลุ่มผู้ให้บริการอาคารสำนักงานและการดำเนินงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยพบว่า การพัฒนาอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐาน Green Space หรือ Low Carbon Space ใน 6 ตลาดสำคัญของ​เอเชียแปซิฟิกในอนาคต จะสามารถรองรับความต้องการได้เพียง 40% เท่านั้น​ ทั้งนี้ JLL ให้ข้อมูลว่า ภายใน 2573 หรืออีก 6 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/jll-thailand-esg-trend-in-real-estate-building/">JLL แนะ Office Building ​​เร่งสร้างมาตรฐาน &#8216;อาคารยั่งยืน&#8217; ชี้เป็นปัจจัยแรกที่ผู้เช่ารายใหญ่จะถามหา ​และให้ความสำคัญมากกว่า &#8216;ราคา&#8217; ​หรือ &#8216;โลเกชั่น&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย (JLL) บริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ สรุปภาพรวมกระแสแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของปี 2567 ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและนอกประเทศ โดยพบว่า แนวคิด ESG เข้ามามีบทบาท​ และสามารถสร้าง​ผลประโยชน์ต่อเจ้าของอาคารและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><span id="more-24845"></span></p>
<p>โดยแนวคิด ESG จะโตต่อเนื่องตลอดปี 2567 จากการที่ผู้เช่าจำนวนมากต่างมองหาอาคารสำนักงานที่มีความยั่งยืน และสามารถเอื้อต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (Corporate Net Zero Goals) ของ​องค์กรต่างๆ โดยปริมาณความต้องการเพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่ความสามารถในการพัฒนาอาคารเพื่อรองรับ ยังไม่มากพอ ส่งผลให้​​เกิดการแข่งขันในกลุ่มผู้ให้บริการอาคารสำนักงานและการดำเนินงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ โดยพบว่า การพัฒนาอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐาน Green Space หรือ Low Carbon Space ใน 6 ตลาดสำคัญของ​เอเชียแปซิฟิกในอนาคต จะสามารถรองรับความต้องการได้เพียง 40% เท่านั้น​</p>
<p>ทั้งนี้ JLL ให้ข้อมูลว่า ภายใน 2573 หรืออีก 6 ปี ข้างหน้า  96% ของผู้เช่าอาคารมีความต้องการให้สินทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยได้รับ Green Certificated  ​​ครบทั้ง 100% ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจ​าก 17% ในปัจจุบัน ​​​ส่งผลให้​การรับรองอาคารสีเขียว จะกลายมาเป็นข้อกำหนดมาตรฐานของผู้เช่าที่มองหาอาคารสำนักงาน หรือในกลุ่มนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และได้กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญลำดับแรก ที่ผู้เช่ารายใหญ่โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจข้ามชาติมองหา และมาก่อนปัจจัยในเรื่องของราคา หรือโลเกชั่น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายจากบริษัทแม่ที่ประกาศเป้าหมาย Net Zero</p>
<p>รวมถึง​การมีข้อมูลการทำงานของอาคาร (Building Performance Data) ที่มีความสำคัญมากขึ้น เพื่อรับรอง​การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและข้อมูลการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างแท้จริง อีกทั้งผู้เช่าในภาคอสังหาริมทรัพย์ยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและจัดทำข้อมูลและเอกสารด้านความยั่งยืนของตนอีกด้วย ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24850 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/JLLOffice.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณไมเคิล แกลนซี่ </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จํากัด (JLL) กล่าวว่า JLL ​เป็น Real Estate Service Provider รายแรกของโลก ที่ได้ตั้งเป้าหมายในการลด Carbon Emission ทั้งสโคป 1 2 และ 3 ลง 95% ภายในปี 2583 ตามมาตรฐานของ SBTi Net-Zero พร้อมขยายบริการในกลุ่ม Sustainability Service เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและการเติบโตของแนวคิดด้านความยั่งยืน หรือ ESG ที่เข้ามามีบทบาทในธุรกิจมากขึ้น และสามารถสร้าง​ผลประโยชน์ต่อผู้เช่าหรือ​นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นต้นเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลกถึง 40%</p>
<p>และเพื่อเป็นการขับเคลื่อนได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างท้าทาย ทาง JLL จึงได้ดำเนินการในหลายมิติ ทั้งการย้ายที่ตั้งสำนักงานไปยัง The PARQ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานแห่งแรกของไทยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานทั้ง LEED และ  WELL ที่นอกจากการมิติด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานอาคารเขียว ยัง​มีการขับเคลื่อนหลายโปรเจกต์ด้านความยั่งยืนในมิติของการส่งเสริม Sustainable Workplace ​รวมทั้งยัง​ได้วางเป้าหมาย​​ลดของเสีย ผลักดันการขนส่งที่มีความยั่งยืน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ซึ่งประการหลังนี้นับว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจาก การสำรวจผู้เช่าอาคารในประเทศไทยกว่า 37% วางเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนภายในปี 2573 ทำให้การใช้พลังงานหมุนเวียนในอาคารกลายมาเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ นอกจากนี้ 80% ยังคาดว่าจะเปลี่ยนรูปแบบพลังงานของตนไปเป็นแบบหมุนเวียน เพิ่มขึ้นจาก 23% ซึ่งเป็นตัวเลขปัจจุบัน</p>
<p><em>&#8220;มาตรการขับเคลื่อนอื่นๆ ของ JLL Thailand มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมจากพนักงาน โดยได้มอบกล่องบรรจุอาหารกลางวันและแก้วกาแฟแบบใช้ซ้ำ ให้พนักงาน เปิดตัวระบบการโดยสารร่วมกัน (Carpooling System) เพื่อลดการใช้รถยนต์ของบริษัทลง 40% และลดการสร้างคาร์บอนลง รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่ครอบคลุม​เรื่องของความหลากหลาย การเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม และการมีความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ซึ่งในปี 2566 เจแอลแอลจัดอีเวนต์ไปมากกว่า 40 งาน พร้อมวางแผน​ต่อยอดความสำเร็จในปีนี้ ผ่านกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนใหม่​ๆ ตลอดปี ​รวมไปถึงการนำรถยนต์ไฮบริดมาใช้เพื่อลดการปล่อยมลพิษลงประมาณ 20% การเปิดตัวโครงการ &#8220;Zero Waste to Landfill&#8221; และการให้บริการบาริสต้าเพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวของพนักงานเจแอลแอลและลูกค้าในแต่ละวัน&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24849 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Anawin-Michael_JLL.jpg" alt="" width="1200" height="761" /></p>
<p>คุณ<strong>​อนาวิ</strong><strong>ล </strong><strong>เจียมประเสริฐ</strong> หัวหน้าแผนกบริการงานวิจัยและให้คำปรึกษา JLL Thailand<strong> กล่าวว่า</strong><strong> ​</strong>การเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดนิยามใหม่สำหรับอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และพลิกโฉมอาคารจากการบริโภคพลังงานแบบเชิงรับไปสู่การมีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่</p>
<p><em>&#8220;ข้อได้เปรียบสำคัญในการผสาน​หลักการ ESG เข้ากับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งประกอบไปด้วยการดึงดูดลูกค้าและรักษาความสัมพันธ์กับผู้เช่าด้วยเป้าหมาย ESG ผลต่างระหว่างผลตอบแทน (Green Premium) จากค่าเช่าและมูลค่าสินทรัพย์ที่ได้ การลดความเสี่ยง และการทำให้สินทรัพย์ก้าวทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งภูมิภาคเอเชียให้ความสำคัญกับแนวคิด ESG อย่างชัดเจน  โดยความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนส่งผลต่อการตัดสินใจต่อสัญญาเช่าเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น ยังคาดว่าความต้องการพื้นที่ปล่อยคาร์บอนต่ำยังมีส่วนในการพิจารณาต่ออายุสัญญาเช่ากว่า 70% ภายในปี 2571 ซึ่งชี้ถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ ESG ในการตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ และถึงแม้ว่าดีเวลลอปเปอร์จะมุ่งเน้นที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการสร้างอาคาร แต่ผลกระทบจากการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ มักถูกมองข้ามไป ในปัจจุบันนี้ ผู้ใช้อาคารกว่า 70% ในประเทศไทยที่ทำแบบสำรวจระบุว่า การลงทุนในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในสำนักงานของตนนั้นยังถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้านความยั่งยืนที่ท้าทายที่สุด&#8221;</em></p>
<p>ด้าน <strong>คุณณัฐภูมิ วิทวัสชุติกุล</strong> หัวหน้าแผนกบริการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำประเทศไทย JLL Thailand กล่าวว่า การรวมแนวคิด ESG เข้ากับการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการทำสิ่งดี ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่ดีด้วย เนื่องจากผลประโยชน์ทางการเงินนั้นมีความชัดเจน โดยผู้ประกอบการจะสามารถประหยัดต้นทุนได้มากถึง 6% ของรายได้ต่อปีผ่านการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการลดของเสีย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเรามองไปถึงปี 2571 ความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนของบริษัทจะมีผลต่อการตัดสินใจต่ออายุสัญญาเช่าอย่างปฏิเสธไม่ได้ ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่จะทำให้เจ้าของและนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อโลกของเราเท่านั้น แต่เพื่อผลกำไรของพวกเขาเองด้วยเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;เจแอลแอล ให้บริการดูแลทรัพย์สินของลูกค้าหลายรายที่สามารถบูรณาการแนวคิด ESG ได้สำเร็จ รวมไปถึงสำนักงานของเจแอลแอลเอง ซึ่งได้รับการออกแบบและจัดการตามมาตรฐาน LEED และ WELL กรณีศึกษาอื่นๆ จากลูกค้าของเจแอลแอล ประเทศไทย ที่เป็นแบบอย่างความสำเร็จด้าน ESG ได้แก่ One Bangkok, Park Silom, Park Ventures และ Sathorn Square อาคารต่าง ๆ เหล่านี้นับเป็นตัวอย่างด้านความยั่งยืน โดยได้รับการรับรองอย่าง LEED และ WELL ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการออกแบบที่ยั่งยืน กรณีศึกษาเช่นว่าแสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกของ ESG ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความพึงพอใจของผู้เช่า และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม&#8221;</em></p>
<p><em><br />
<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24852 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Nattapoom-Michael_JLL.jpg" alt="" width="1200" height="757" /></em></p>
<p>ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันด้านความยั่งยืนของอาคารเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้น JLL ยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ต่อแนวคิด ESG และภูมิใจที่ได้เป็นผู้นำด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีในวงการอสังหาริมทรัพย์ แต่การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่สำหรับ JLL เท่านั้นที่จะดำเนินการตามลำพังเท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญคือการร่วมมือกับลูกค้า หุ้นส่วนทางธุรกิจ และชุมชนต่าง ๆ เพื่อพลิกโฉมบริการอสังหาริมทรัพย์และกำหนดทิศทางอนาคตให้กับวงการนี้เพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากการเป็นตัวอย่างที่ดีในด้าน ESG แล้ว โครงการและแผนงานต่าง ๆ ในอนาคตของเจแอลแอลยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของบริษัทที่มีต่อความยั่งยืน โดยเน้นย้ำบทบาทของอสังหาริมทรัพย์ในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้โลกมีความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/jll-thailand-esg-trend-in-real-estate-building/">JLL แนะ Office Building ​​เร่งสร้างมาตรฐาน &#8216;อาคารยั่งยืน&#8217; ชี้เป็นปัจจัยแรกที่ผู้เช่ารายใหญ่จะถามหา ​และให้ความสำคัญมากกว่า &#8216;ราคา&#8217; ​หรือ &#8216;โลเกชั่น&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
