<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PRO-Thailand Network &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/pro-thailand-network/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Sep 2025 12:38:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>PRO-Thailand Network &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Sep 2025 12:18:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Bottle-to-Bottle Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Growing for Good]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory Pepsico]]></category>
		<category><![CDATA[Suntory PepsiCo Beverage (Thailand)]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable packaging management]]></category>
		<category><![CDATA[ขวด PET]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เป๊ปซี่โค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35970</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำด้าน ‘บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’ ของ​ตลาดเครื่องดื่มประเทศไทย บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย และยังเป็น ผู้ประกอบการรายแรกของไทย ที่เริ่มใช้​ขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ‘เป๊ปซี่’ และ ‘ทีพลัส’ พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความรับผิดชอบให้ครอบคลุมตลอด​วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งใน​กระบวนการผลิต​ ไปจนถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของ​ผู้บริโภคในการแยกขยะ พร้อมส่งเสริมการส่งคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระบบ Closed-loop หรือ​ ​ Bottle-to-Bottle Recycling ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดความรับผิดชอบในฐานะ &#8216;ผู้ผลิต&#8217; ที่ได้ยกระดับความร่วมมือไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการจัดการ​บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามแนวทาง EPR (Extended Producer Responsibility) ที่มุ่งเน้นให้ผู้ผลิตเข้าไปมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอน​วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ ​ทั้งนี้ รายงาน​กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) มากกว่า 3 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/">&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในฐานะผู้นำด้าน ‘<strong>บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน’</strong> ของ​ตลาดเครื่องดื่มประเทศไทย <strong>บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย และยังเป็น <em><strong>ผู้ประกอบการรายแรกของไทย ที่เริ่มใช้​ขวดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% ในการผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ‘เป๊ปซี่’ และ ‘ทีพลัส’</strong></em></p>
<p><span id="more-35970"></span></p>
<p>พร้อมเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดความรับผิดชอบให้ครอบคลุมตลอด​วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งใน​กระบวนการผลิต​ ไปจนถึงเพิ่มการมีส่วนร่วมของ​ผู้บริโภคในการแยกขยะ พร้อมส่งเสริมการส่งคืนบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในระบบ Closed-loop หรือ​ ​ <strong>Bottle-to-Bottle Recycling</strong> ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>โดยเฉพาะการต่อยอดความรับผิดชอบในฐานะ <strong>&#8216;ผู้ผลิต&#8217;</strong> ที่ได้ยกระดับความร่วมมือไปสู่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยายความร่วมมือด้านการจัดการ​บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนตามแนวทาง EPR (Extended Producer Responsibility) ที่มุ่งเน้นให้ผู้ผลิตเข้าไปมีบทบาทสำคัญในทุกขั้นตอน​วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ และมีส่วนช่วยสนับสนุนให้เกิดระบบจัดการที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>​ทั้งนี้ รายงาน​กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastics) มากกว่า 3 ล้านตัน แต่มีเพียง 0.75 ล้านตัน หรือ 25% เท่านั้น ที่ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ ขณะที่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งจัดเป็น​ Single-use Plastics ประเภทหนึ่ง จึงถือเป็นหนึ่งในหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ผลิตในการเข้ามาแสดงความรับผิดชอบและร่วมบริหารจัดการ เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่หลุดรอดสู่ธรรมชาติและหลุมฝังกลบ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SPBT-x-Red-Cross.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>Growing for Good​ เติบ​​โตทั้งธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><strong> ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย</strong> ตั้งเป้าหมายเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจทุกมิติ ตามค่านิยมองค์กร<strong> &#8216;การเติบโตอย่างยั่งยืน&#8217; (Growing for Good)</strong> โดยเฉพาะในมิติสิ่งแวดล้อม จึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบเดิม ไปสู่การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Packaging Management) ตามหลักการ EPR ที่คำนึงถึงทุกขั้นตอนในห่วงโซ่ของบรรจุภัณฑ์ เริ่มต้นจากการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ การผลิต การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังบริโภค</p>
<p>โดยมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการผนึกความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีบูรณาการ และเพิ่มผลลัพธ์รวมทั้งผลกระทบเชิงบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีแนวทาง​ขับเคลื่อนในแต่ละวงจร ต่อไปนี้</p>
<p><strong>ต้นน้ำ </strong><strong>:  </strong><strong>เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน</strong><strong> (Sustainable Packaging)</strong></p>
<p>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ​ใส่ใจเรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) แบบใส ไม่มีสี สะอาด ปลอดภัย และสามารถรีไซเคิลได้ 100% (Recyclable) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจในการพัฒนาขวด PET น้ำหนักเบา (Lightweight Bottles) ซึ่งช่วยลดการใช้วัสดุใหม่ลงกว่า 30% โดยไม่ลดทอนคุณภาพหรือความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35972 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Sustainable-Packaging-Management.jpg" alt="" width="1200" height="490" /></p>
<p>ที่สำคัญ <strong><em>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ยังเป็นรายแรกในตลาดเครื่องดื่มไทยที่เริ่มใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% (ขวด rPET 100%) กับผลิตภัณฑ์แบรนด์เป๊ปซี่และทีพลัส</em>  </strong>และยังคงเดินหน้าขยายการใช้ขวด rPET 100% อย่างต่อเนื่องในหลากหลายขนาดและรสชาติ ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการใช้ขวดจากพลาสติกรีไซเคิลในประเทศ</p>
<p>เพื่อขับเคลื่อนการรีไซเคิลแบบ <strong>Bottle-to-Bottle</strong> อย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตรเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์  ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกเกรดอาหารจากขวดใช้แล้วภายในประเทศ ซึ่งสามารถรีไซเคิลขวด PET ได้มากถึง 40,000 ตันต่อปี รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมฝาขวดน้ำอัดลมน้ำหนักเบา (Lightweight Caps 26/22mm Design) ที่ช่วยลดการใช้พลาสติกได้ถึง 16% แต่ไม่ลดคุณภาพ ยังคงความแข็งแรงและความสามารถในการเก็บความซ่า ซึ่งได้นำร่องใช้งานกับผลิตภัณฑ์เป๊ปซี่และเป๊ปซี่ไม่มีน้ำตาลบางขนาด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35975 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SD-Packaging-.jpg" alt="" width="1200" height="589" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้ยกเลิกการพิมพ์สีโลโก้บนฝาขวด เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดทั้งการใช้พลาสติกใหม่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong> </strong><strong>กลางน้ำ</strong><strong>: </strong><strong>การสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการแยกขยะ</strong></p>
<p>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เชื่อว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญของการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p>บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้าง <strong>ความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึก</strong>​ในการแยกขยะอย่างถูกต้อง ผ่านการเผยแพร่ข่าวสารและบทความบนหลากหลายช่องทาง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการให้ข้อมูลบนฉลากผลิตภัณฑ์ กิจกรรมให้ความรู้ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม หลักการ <strong>3R</strong> (Reduce – Reuse – Recycle) ไปจนถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ PET และ rPET ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภค <strong>เห็นคุณค่าของขยะ</strong>​ และมีส่วนร่วมในการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถนำกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Waste-Segregation-Education_1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ปลายน้ำ </strong><strong>:</strong><strong> การจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภค</strong></p>
<p>เพื่อขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย นำหลักการ EPR มาต่อยอดเป็นกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ (Packaging Sustainability) ผ่าน 3 รูปแบบการดำเนินงานหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>1. การดำเนินงานตามประเภทของบรรจุภัณฑ์ </strong><strong>(Packaging-Based Sustainability)</strong> ผ่านเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ PRO-Thailand Network</p>
<p>โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 8 พันธมิตรภาคเอกชนที่รวมตัวกันโดยสมัครใจ ตั้งแต่ปี 2562 เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ EPR เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานของ PRO-Thailand Network มุ่งเน้นบทบาทสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พัฒนาระบบรีไซเคิลที่เหมาะสม และสร้างโมเดลต้นแบบผ่านโครงการนำร่อง เพื่อให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเก็บกลับและการรีไซเคิล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐขยายผลและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศต่อไป</p>
<p>ผลลัพธ์สำคัญจากความร่วมมือตั้งแต่ปี 2563 &#8211; 2567 คือ การเก็บกลับขวด PET ใช้แล้วได้รวม 56,734.15 ตัน กล่องเครื่องดื่ม UHT 1,077.45 ตัน และซองบรรจุภัณฑ์ชนิดหลายชั้น (Multi-Layers Packaging: MLP) 1,337.15 ตัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Waste-Segregation-Education_2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. การดำเนินงานเชิงพื้นที่ (</strong><strong>Area-Based Packaging Sustainability) </strong>ผ่านการดำเนินโครงการ <strong>“</strong><strong>ข</strong><strong>.</strong><strong>ขวด</strong> <strong>หมุนเวียน</strong> <strong>เป็นขวดใหม่</strong><strong>”</strong> โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย เพื่อผลักดันการเก็บกลับขวด PET ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล หมุนเวียนกลับมาผลิตเป็นขวดใหม่ (ขวดจากพลาสติกรีไซเคิล 100% หรือ ขวด rPET 100%) อีกครั้ง โดยเลือกจังหวัดระยอง ซึ่งมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มของบริษัทฯ ตั้งอยู่ เป็นพื้นที่นำร่องสำคัญ มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น และชุมชนโดยรอบ ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; การตั้งถังแยกขวดพลาสติก</strong> <strong>PET </strong><strong>เพื่อการรีไซเคิล</strong> รวมกว่า 220 ถัง ตามโรงเรียน หน่วยงานราชการ และสถานที่ต่าง ๆ ในจังหวัดระยอง</p>
<p>&#8211; <strong>สถานีซื้อขายขยะรีไซเคิล</strong> โดย ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่บริหารจัดการโดยอาสาสมัครจากชุมชนในตำบลมาบยางพร มีเป้าหมายสำคัญเพื่อ &#8216;<strong>ลด</strong>&#8216; ปริมาณขยะรีไซเคิลที่จะไปสู่หลุมฝังกลบ <strong>&#8216;เพิ่ม</strong>&#8216; คุณภาพและปริมาณของวัสดุรีไซเคิลกลับเข้าสู่ระบบ และ <strong>&#8216;สร้าง&#8217;</strong> รายได้จากการคัดแยกขยะรีไซเคิลให้คนในชุมชน</p>
<p><strong>&#8211; การให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ</strong> โดยร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลมาบยางพร ผ่านโครงการ &#8216;ข.ขวด หมุนเวียนเป็นขวดใหม่&#8217; จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่น้อง ๆ ในโรงเรียนในรูปแบบที่ทั้งสนุกและมีสาระ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เห็นมูลค่าของขยะรีไซเคิลที่คัดแยกอย่างถูกต้อง และขยายผลสู่ครอบครัวหรือชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/BMMF-Waste-Nothing-Campaign.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. การดำเนินงานเชิงกิจกรรม (</strong><strong>Event-Based Packaging Sustainability)</strong> ผ่านการส่งเสริมการคัดแยกและจัดการขยะในงานเทศกาลดนตรีและกิจกรรมระดับประเทศ โดยร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม อาทิ</p>
<p>&#8211; แคมเปญ <strong>“Waste Nothing &#8211; </strong><strong>มันส์</strong> <strong>แล้ว</strong> <strong>ทิ้ง</strong><strong>”</strong> ที่ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับทีมผู้จัดงาน <strong>เป๊ปซี่ พรีเซนต์ บิ๊กเมาน์เท่นมิวสิคเฟสติวัล</strong> เพื่อคัดแยกและจัดการขยะเต็มรูปแบบ (Entire Waste Management) โดยล่าสุดในปี 2567 สามารถคัดแยกขยะได้สูงถึง 11,150 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขวดพลาสติก PET ใช้แล้ว 1,485 กิโลกรัม นำส่งเข้าสู่กระบวนการ Bottle-to-Bottle Recycling และสานต่อแคมเปญดังกล่าว <strong>ในงาน</strong> <strong>S2O Songkran Music Festival</strong> โดยจัดตั้งจุดคัดแยกขยะไว้ทั่วพื้นที่การจัดงานฯ</p>
<p>&#8211; สนับสนุนถังแยกขวดพลาสติก PET ให้กับกรุงเทพมหานครเพื่อใช้ในงานกาชาด ติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี (ปี 2565-2567) โดยส่งมอบถังแยกขวดพลาสติก PET จำนวนกว่า 125 ถัง และป้ายคัดแยกขยะประเภท ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการการคัดแยกและจัดการขยะในงาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35980 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/Revisd-Main-KV.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ด้วยเป้าหมายที่มากกว่าการลดปริมาณขยะไปสู่หลุมฝังกลบ แต่คือการสร้างระบบหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว</strong> ที่มีทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชนและสังคมจนถึงระดับประเทศในระยะยาว โดยตั้งเป้าขยายผลโครงการด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนให้เข้าถึงได้ในวงกว้าง พร้อมยกระดับความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจ การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/suntory-pepsico-thailand-packaging-sustainability-strategy/">&#8216;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย&#8217; ย้ำภาพผู้นำ &#8216;บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน&#8217; เร่งขับเคลื่อน EPR ส่งเสริมระบบนิเวศ Bottle-to-Bottle Recycling</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PRO-Thailand Network เร่งหาโมเดล​จัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมศึกษา Best Practice จาก​เบลเยียมและอินโดนีเซีย เตรียมพร้อมก่อนประกาศใช้ EPR</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/pro-thailand-network-study-packaging-management-best-practice/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Dec 2023 13:16:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[packaging Management]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging Recovery Organization Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable packaging management]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ความรับผิดชอบของผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22747</guid>

					<description><![CDATA[<p>“PRO-Thailand Network” ร่วมภาครัฐ เอกชน ขับเคลื่อนนโยบาย EPR ในการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้เหมาะสมกับบริบทไทย และใช้ได้จริง โดยได้ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินการของ PRO ในยุโรปและอาเซียน  ซึ่งประสบความสำเร็จในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ตามเป้าหมาย พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ให้เข้ามาทำงานร่วมกัน เตรียมพร้อมรับ EPR เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างยั่งยืน “เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “PRO-Thailand Network” จัดสัมมนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ “PRO-Thailand Network ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย EPR สู่การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างยั่งยืน” (Driving Thailand’s EPR Policy: Unveiling Voluntary PRO for Change) โดยมีวิทยากรจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมเผยแนวทางการขับเคลื่อนหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) หรือหลักการ EPR ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งบทบาทสำคัญที่องค์กร PRO ภาคสมัครใจสามารถทำได้ รวมทั้งวิทยากรจากต่างประเทศทั้ง Fost Plus [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/pro-thailand-network-study-packaging-management-best-practice/">PRO-Thailand Network เร่งหาโมเดล​จัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมศึกษา Best Practice จาก​เบลเยียมและอินโดนีเซีย เตรียมพร้อมก่อนประกาศใช้ EPR</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“PRO-Thailand Network” ร่</strong>วมภาครัฐ เอกชน ขับเคลื่อนนโยบาย EPR ในการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้เหมาะสมกับบริบทไทย และใช้ได้จริง</p>
<p><span id="more-22747"></span></p>
<p>โดยได้ระดมความคิดและแลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินการของ PRO ในยุโรปและอาเซียน  ซึ่งประสบความสำเร็จในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ตามเป้าหมาย พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ให้เข้ามาทำงานร่วมกัน เตรียมพร้อมรับ EPR เพื่อสร้างอนาคตเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>“เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน”</strong> (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “PRO-Thailand Network” จัดสัมมนาออนไลน์ ภายใต้หัวข้อ <strong>“PRO-Thailand Network</strong><strong> ร่วมขับเคลื่อนนโยบาย </strong><strong>EPR </strong><strong>สู่การบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างยั่งยืน” </strong><strong>(Driving Thailand’s EPR Policy: Unveiling Voluntary PRO for Change</strong><strong>)</strong> โดยมีวิทยากรจากภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมเผยแนวทางการขับเคลื่อนหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility) หรือหลักการ EPR ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>รวมทั้งบทบาทสำคัญที่องค์กร PRO ภาคสมัครใจสามารถทำได้ รวมทั้งวิทยากรจากต่างประเทศทั้ง Fost Plus ประเทศเบลเยียม  และ Indonesia Packaging Recovery Organization (IPRO) ประเทศอินโดนีเซีย มาร่วมกันแบ่งปันประสบการณ์การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วภายใต้หลักการ EPR</p>
<p>การสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อขยายการรับรู้เรื่องหลักการ EPR ในเชิงนโยบาย และการดำเนินการขององค์กร PRO ภาคสมัครใจในประเทศไทย รวมถึงเส้นทางการพัฒนาองค์กร PRO ในต่างประเทศ พร้อมทั้งเชิญชวนผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์มาทำงานร่วมกับ PRO-Thailand Network เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย EPR และพร้อมรับมืออย่างเป็นระบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22752 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Packaging-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> เบลเยี่ยม Recycling Hub ของสหภาพยุโรป </strong></p>
<p>เริ่มจากตัวอย่างที่น่าสนใจของ PRO ของเบลเยียม ซึ่งมีบทบาททำให้เบลเยียมกลายเป็น <strong>Recycling Hub ของสหภาพยุโรป</strong> เพราะประสบความสำเร็จในการจัดการบรรจุภัณฑ์และเก็บกลับเข้าสู่ขบวนการรีไซเคิล เกินเป้าหมาย และกลายเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการรีไซเคิล สร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับประเทศอื่นๆ</p>
<p>โดยตัวแทนจาก <strong>Fost Plus </strong>องค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร และเป็นองค์กร PRO แห่งเดียวในประเทศเบลเยียมที่รับผิดชอบการจัดการและการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วจากครัวเรือน (Household Packaging Waste)<strong> คุณโธมัส เดอ เมสเตอร์ </strong>ผู้จัดการด้านกิจการและกฎหมายสาธารณะ เปิดเผยว่า Fost Plus รับผิดชอบการเก็บกลับและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วจากครัวเรือน โดยมียอดการรีไซเคิลรวมสูงถึง 95% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fost Plus ประสบความสำเร็จในการออกแบบและพัฒนาวิธีการเพื่อเพิ่มอัตราการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกในครัวเรือนให้ได้ผลลัพธ์เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเดิม 52% เป็น 61% ในปี 2565 ที่ผ่านมา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับวัสดุหลากหลายประเภท เช่น พลาสติก เหล็ก กล่องบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ​แก้ว กระดาษ กระดาษลัง กระดาษลูกฟูก ฯลฯ จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือโครงการ <strong>&#8220;ถุงสีน้ำเงิน (</strong><strong>Blue Bag)&#8221;</strong> ซึ่งเป็นระบบช่วยคัดแยกวัสดุที่รีไซเคิลได้ผ่านหลักการใส่ถุงเดียวกันทั่วประเทศ ทำให้กระบวนการนี้ไม่ยุ่งยากสำหรับครัวเรือน จึงนำไปสู่อัตรารีไซเคิลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ​</p>
<p><em>&#8220;ถุงสีน้ำเงิน (Blue Bag) ได้ขยายประเภทจัดเก็บลงถุงอย่างต่อเนื่อง เน้นให้ครอบคลุมวัสดุทุกประเภท โดยล่าสุดอนุญาตให้ประชาชนนำแคปซูลกาแฟใช้แล้วรวบรวมลงถุงส่งกลับได้อีกด้วย ทำให้ได้รับวัสดุใช้แล้วนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นอีก สร้างรายได้มากขึ้นจากการขายวัสดุใหม่ (sorted materials) อีกทั้งสามารถนำกลับมาเป็นวัตถุดิบกลับสู่ระบบผลิตใหม่  ซึ่งช่วยสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือที่แข็งขันจากภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการค้าปลีก เราได้รับเงินสนับสนุนให้ลงทุนสร้างโรงงานคัดแยกเพื่อรีไซเคิลและโรงงานรีไซเคิลอย่างละ 5 โรงงาน ทำให้สามารถจัดการวัสดุเพื่อรีไซเคิลได้เพิ่มขึ้น”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Packaging2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>อินโดนีเซียโมเดล สร้างงานเพิ่ม 1.5 แสนตำแหน่ง</strong></p>
<p><strong>อีกหนึ่ง </strong><strong>PRO </strong><strong>ที่โดดเด่นในแถบอาเซียน คือ IPRO จากอินโดนีเซีย </strong>หรือ Indonesia Packaging Recovery Organization องค์กร PRO แห่งเดียวในประเทศอินโดนีเซียที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 ปัจจุบันมีสมาชิก 18 ราย​ ร่วมผลักดันระบบ EPR ในภาคสมัครใจ ทำงานร่วมกับรัฐบาลอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง <strong>โดยคุณซุล มาร์ตินี อินดราวาติ ผู้จัดการทั่วไปจาก</strong> <strong>​IPRO​</strong>  กล่าวว่า ​อินโดนีเซียเผชิญหน้ากับปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย เนื่องจากระบบการจัดการและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดแคลน  ทั้งนี้อ้างอิงข้อมูลปี 2017 จากพันธมิตรการดำเนินการพลาสติกแห่งชาติอินโดนีเซีย (NPAP) ซึ่งระบุว่ามีขยะพลาสติกในประเทศสูงถึงประมาณ 6.8 ล้านตัน​</p>
<p>ทั้งนี้ IPRO มีพันธมิตร 16 องค์กรจากหลายจังหวัด และคาดว่าเร็ว ๆ นี้จะมีการขยายไปทั่วทุกเกาะในอินโดนีเซีย IPRO พัฒนาการรวบรวมวัสดุสำหรับรีไซเคิล ในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ สามารถเก็บกลับวัสดุ 6 ประเภท คือ พลาสติก PETE, PP, PE, HDPE, กล่องเครื่องดื่มยูเอชที, และ ถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (เช่นถุงขนม ถุงเติม ซองกาแฟ) ได้ประมาณ 15,000 ตัน</p>
<p><em>&#8220;IPRO สนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรีไซเคิลและผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วผ่านมาตรการจูงใจทางการเงิน การร่วมทุนเพื่อพัฒนาปรับปรุงระบบและโครงสร้างพื้นฐานด้านการเก็บกลับและระบบการคัดแยก ควบคู่กับการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เพื่อขับเคลื่อนให้ระบบการเก็บกลับ การคัดแยก และการรีไซเคิลมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อันเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยนำขยะที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากกลับสู่กระบวนการรีไซเคิล <strong>การทำงานของ IPRO ยังคาดว่าจะช่วยสร้างงานราว 150,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 20 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)  </strong>IPRO จึงเป็นตัวอย่างของภาคเอกชนซึ่งทำงานร่วมมือกับภาครัฐเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเก็บรวบรวมและรีไซเคิล การพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง&#8221;</em></p>
<p><strong>ไทยเร่งศึกษา Best Practice นำมาปรับใช้  </strong></p>
<p><strong>คุณมยุรี</strong><strong> </strong><strong>อรุณวรานนท์</strong> ผู้จัดการโครงการของ PRO-Thailand Network หรือเครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน  อธิบายถึงเส้นทางการเติบโตของ PRO-Thailand Network ซึ่งเป็น PRO ภาคสมัครใจ  ที่เล็งเห็นปัญหาใหญ่ระดับโลกเรื่องบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว  รวมทั้งขยะพลาสติกในชุมชนและการรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ โดยเริ่มจากโครงการนำร่องในปี พ.ศ. 2563 เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อเข้าสู่กระบวนการ​​รีไซเคิล และดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงศึกษาหาแนวทางการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว จากองค์กร PRO ในหลายประเทศ อาทิ เบลเยียม อเมริกา แอฟริกาใต้ และเม็กซิโก โดยปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย  ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพมากพอ เช่น มีเครือข่ายการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วที่เข้มแข็ง เป็นต้น</p>
<p><strong>PRO-Thailand Network</strong> จึงมีเป้าหมายที่สำคัญ คือเพิ่มการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้มากขึ้น การให้ความรู้กับประชาชน และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน <em><strong>โดยเบื้องต้นนำร่องเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว 3 ประเภท คือ ขวดพลาสติก PET กล่องเครื่องดื่มยูเอชที และถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (เช่น ถุงขนม ถุงเติม ซองกาแฟ) ทำงานร่วมกับโรงคัดแยกขยะกว่า 300 แห่ง และโรงงาน รีไซเคิล 11 แห่ง นอกจากนี้ยังสนับสนุนกรมควบคุมมลพิษขับเคลื่อนนโยบาย EPR และพัฒนากฎหมายการจัดการ บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนที่เหมาะสม และปฎิบัติได้จริงในบริบทของประเทศไทย</strong></em></p>
<p>สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ใช้บรรจุภัณฑ์และมีความสนใจ สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบาย EPR ในประเทศไทยไปกับ PRO-Thailand Network ได้ แน่นอนว่าการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วร่วมกัน ย่อมมีประสิทธิภาพสูงกว่าในด้านการบริหารจัดการต้นทุนและการดำเนินงาน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่อง EPR และโมเดลของ PRO ที่สำคัญยังได้เตรียมตัวล่วงหน้าเพื่อรองรับกฎหมาย EPR  ดังนั้น การร่วมกันจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Packaging3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นักวิชาการ -เรกกูเลเตอร์ ชี้ &#8216;ผู้ผลิต&#8217; คือต้นทาง</strong></p>
<p>ตัวแทนจากภาควิชาการผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย EPR <strong> </strong><strong>ผศ</strong><strong>.</strong><strong>ดร</strong><strong>.</strong><strong>ปเนต มโนมัยวิบูลย์</strong> หัวหน้าศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (Circular Economy for Waste-free Thailand &#8211; CEWT) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งได้รับมอบหมายจากกรมควบคุมมลพิษ ให้ยกร่าง พ.ร.บ.การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า “ประเทศไทยเรียนรู้หลัก EPR มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 จากการที่สหภาพยุโรปเริ่มบังคับใช้นโยบายด้านการจัดการขยะจากเศษซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Waste Electrical and Electronic Equipment หรือ WEEE) และทางหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ได้ศึกษาในระนาบต่าง ๆ เพื่อพัฒนาร่างกฎหมาย</p>
<p>สำหรับโมเดล​ EPR ถูกคิดค้นโดยนายโธมัส ชาวสวีเดน เมื่อปี 1992 มี 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น (Liability) ความรับผิดชอบด้านการเงิน (Financial Responsibility) การเพิ่มกิจกรรมทางกายภาพ (Physical Responsibility) และความรับผิดชอบด้านการสื่อสารข้อมูล (Informative Responsibility)</p>
<p><em>&#8220;สององค์ประกอบแรกข้างต้น มุ่งใ​ห้ผู้ผลิตเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ส่วนองค์ประกอบที่ 3 คือ การจัดตั้งจุดรับคืนซากผลิตภัณฑ์เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและสนับสนุนการคัดแยกได้ ส่วนความรับผิดชอบด้านการสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบของผู้ผลิตและเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เช่นกัน จากองค์ประกอบของโมเดลนี้ จะเห็นได้ว่าความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นและความรับผิดชอบด้านการเงินถือเป็นเสาหลักของการดำเนินงานของ PRO-Thailand Network โดยได้สนับสนุนให้ผู้ผลิตเข้ามาร่วมรับผิดชอบต่อการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ซึ่งจากเดิมตกอยู่กับระบบการจัดการขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อาจต้องรับผิดชอบการจัดการที่มีความซับซ้อนมากขึ้นและเกินกำลังที่ทางท้องถิ่นจะรับได้”</em></p>
<p>ด้านตัวแทนจากกรมควบคุมมลพิษ <strong>คุณธีราพร วิริวุฒิกร </strong>ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการจัดการกากของเสียและสารอันตราย รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองจัดการกากของเสียและสารอันตราย ​ชี้ให้เห็นโอกาสการเพิ่มอัตราการเก็บกลับ จากข้อมูลการจัดการขยะปี พ.ศ. 2565 มีขยะเกิดขึ้นทั้งหมด 25.7 ล้านตัน ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น แบ่งเป็น ส่วนที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องประมาณ 40% ส่วนที่จัดการไม่ถูกต้อง 27% โดยมีส่วนที่นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้เพียง 35%  ซึ่งในความเป็นจริงยังมีศักยภาพที่สามารถนำขยะเหล่านี้ไปสู่การจัดการอย่างถูกต้อง</p>
<p>ทั้งนี้ การดำเนินการโดยทางราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น สามารถเก็บรวบรวม ได้ 78% หรือ 20 ล้านตัน ก่อนจะถูกคัดแยกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ 19% ในขณะที่อีก 59% หรือคิดเป็น 15.2 ล้านตัน ในจำนวนนี้ มี 21% ถูกส่งไปยังสถานที่กำจัดขยะที่จัดการไม่ถูกต้อง และขยะพลาสติกอีกประมาณ 28% ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้แต่กลับต้องถูกทิ้งรวมไป เพราะข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานในการจัดการ และขีดความสามารถของท้องถิ่นที่ไม่เพียงพอ จึงส่งผลให้ขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้นและสูญเสียมูลค่าของขยะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22750 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/PRO-Thailand-Webinar_TH.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><em>“ผู้นำให้เกิดการสร้างความรับผิดชอบควรเริ่มต้นจากผู้ผลิต เนื่องจากผู้ผลิตทราบว่าตนเองผลิตอะไร และจะสร้างความยั่งยืนได้อย่างไร โดยการลด การคัดแยก และการดึงกลับเข้าระบบ การลดการใช้สารอันตราย  การออกแบบที่ง่ายต่อการรีไซเคิล และนำมาสู่การขยายของ EPR โดยทาง คพ. ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งการทำ MOU กับองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึง PRO-Thailand Network และการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศ โดยจุดประสงค์หลักคือการลดขยะทะเล และนำมาสู่การพัฒนากฎหมายในปัจจุบัน    แผนปฏิบัติการด้านการกำจัดขยะของประเทศฉบับที่ 2 ในปีนี้ มีบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วเป็นเป้าหมายหลายชนิด ได้แก่ ขวดแก้ว กระดาษลัง อะลูมิเนียม กล่องเครื่องดื่ม และพลาสติก โดยในแผนนี้ระบุทั้งรูปแบบสมัครใจ และการบังคับใช้กฎหมาย เราส่งเสริมให้มีการทำแบบสมัครใจในภาคเอกชน ในกรณี PRO-Thailand Network เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คู่มือในการนำ EPR มาปฏิบัติ การรวบรวมฐานข้อมูล การสร้างแรงจูงใจในเชิงเศรษฐศาสตร์ การสร้างความตระหนักรู้ และการแลกเปลี่ยนเผยแพร่ข้อมูล”</em></p>
<p>ส่วนความคืบหน้าข้อกฏหมายด้าน EPR​ นั้น ขณะนี้ทางกรมควบคุมมลพิษอยู่ระหว่างการนำเสนอร่าง พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ไปยังคณะกรรมการพัฒนากฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยหากผ่านความเห็นชอบแล้ว จะถูกเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบในหลักการ ก่อนส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และส่งให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาลงมติต่อไป  โดยปกติขั้นตอนเหล่านี้จะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี จึงจะตราเป็นพระราชบัญญัติบังคับใช้</p>
<p>สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่มีความตระหนักเรื่อง EPR สามารถติดต่อและหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: PRO-Thailand Network ที่ <a href="https://web.facebook.com/prothailandnetwork" target="_blank" rel="noopener">https://web.facebook.com/prothailandnetwork</a>. หรือ สนใจฟังรายละเอียดการสัมมนาได้ที่ <a href="https://www.youtube.com/@PRO-ThailandNetwork" target="_blank" rel="noopener">https://www.youtube.com/@PRO-ThailandNetwork</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/pro-thailand-network-study-packaging-management-best-practice/">PRO-Thailand Network เร่งหาโมเดล​จัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว พร้อมศึกษา Best Practice จาก​เบลเยียมและอินโดนีเซีย เตรียมพร้อมก่อนประกาศใช้ EPR</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Nov 2023 13:43:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Al Loop]]></category>
		<category><![CDATA[Aluminium Closed Loop Packaging System]]></category>
		<category><![CDATA[CE]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[eco-design]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[PackBack in action]]></category>
		<category><![CDATA[PPP Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Propak Asia 2023]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[SX2023]]></category>
		<category><![CDATA[TIPMSE]]></category>
		<category><![CDATA[Voluntary EPR]]></category>
		<category><![CDATA[การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ส.อ.ท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ PackBack]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษิต สุขสิงห์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22289</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ Extended Producer Responsibility (EPR) หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นโจทย์สำคัญให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันตามกระแสของโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ที่รุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง</p>
<p><span id="more-22289"></span></p>
<p>การเติบโตโดยเน้นกำไร จึงไม่ใช่คำตอบของธุรกิจในอนาคต ​แต่ต้องมองถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ​ธุรกิจจึงต้องปรับกลยุทธ์และทิศทางให้มองความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ต่างประเทศเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและปรับนโยบายเพื่อ​มุ่ง Net Zero ส่งผลให้หลายประเทศประกาศกฎระเบียบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจหรือผู้ส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว</p>
<p>ด้านประเทศไทยเองก็เริ่มพัฒนาแผนและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของทั้งภาคเอกชนและภาคประชาชน ดังเช่นกรณีการแก้ไขปัญหาขยะ ด้วยการนำหลักการ <strong>Extended Producer Responsibility (EPR)</strong> หรือ การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์และสินค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว นำมาหมุนเวียนใช้ใหม่หรือผลิตใหม่ได้ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy(CE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลเศรษฐกิจ BCG</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE) นับเป็นเครือข่ายเอกชนสำคัญของไทยที่อาสาเป็นตัวกลางในการทำงานร่วมกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจไทยปรับตัวรองรับกับกติกาสากล โดยเฉพาะ <strong>กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) ที่กำหนดเป้าหมายภายในปี ค.ศ.2030 หรือปี พ.ศ. 2573 บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดในตลาดอียูต้องสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล </strong></p>
<p>พร้อมกันนี้ ยังกำหนดปี<strong> พ.ศ. 2567 ประเทศสมาชิกจะต้องเข้าร่วม “โครงการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต (EPR)” </strong>เพื่อให้ผู้ผลิตรับผิดชอบตลอดช่วงชีวิตของบรรจุภัณฑ์ โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนการนำกลับมารีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทเพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ปี แม้ว่าอียูยังไม่บังคับใช้กฏหมายนี้กับประเทศที่ 3 ที่เป็นคู่ค้าส่งออกไปยังยุโรป แต่อนาคตเชื่อว่าจะมีการใช้อย่างแน่นอน</p>
<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา TIPMSE ได้จัดเวทีสัมมนาทั้งในช่องทางออนไซต์ และออนไลน์ตั้งแต่ปี 2564 เพื่อสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อผู้ผลิตและเชิญชวนเข้าร่วมขับเคลื่อนและกำหนดรูปแบบ EPR ที่เหมาะสมกับประเทศไทย รวมถึงล่าสุดในงานสัมมนา <strong>&#8220;ผู้ประกอบการแบรนด์สินค้ากับการเตรียมตัวสู่ EPR&#8221;</strong> ในงาน<strong> Propak Asia 2023</strong> เมื่อ 29 ก.ย.2565 มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเตรียมความพร้อมของผู้ผลิต ผู้ประกอบการในการขับเคลื่อน EPR เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในขั้นของภาคสมัครใจผ่าน &#8216;<strong>โครงการ PackBack</strong> <strong>เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน&#8217;</strong> เพื่อเรียนรู้และเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่ภาคบังคับต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22293 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR6.jpg" alt="" width="1200" height="834" /></p>
<p><strong>โครงการ PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน</strong> มีการดำเนินงานใน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p>1) การพัฒนากลไกด้านนโยบายของประเทศ ตลอดจนการจัดทำระบบฐานข้อมูล</p>
<p>2) การทดลองดำเนินการเก็บกลับโดยภาคเอกชนในพื้นที่นำร่อง 3 เทศบาล จ.ชลบุรี (แสนสุข บ้านบึงและสีชัง) ที่เน้นการนำมาตรการสนับสนุนต่างๆ ตามหลัก EPR ไปทดลองดำเนินการในพื้นที่</p>
<p>3) การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนอื่นๆ</p>
<p>4) การขยายความร่วมมือกับผู้ผลิต โดยเมื่อวันที่  6 ตุลาคม 2566 ในงาน SX2023 ได้จัดกิจกรรม<strong> PackBack in action</strong> รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR โดยมีองค์กรเข้าร่วมแสดงเจตจำนงเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 98 องค์กร และมีการประกาศความร่วมมือของ 4 องค์กรภาคี ได้แก่ PPP Plastics, PRO Thailand Network , Aluminium Closed Loop Packaging System (Al Loop) และ TIPMSE PackBack ซึ่งต่างมีโครงการที่ช่วยหนุนเสริมกลไก EPR ได้มาจับมือร่วมกันดำเนินโครงการ EPR ภาคสมัครใจอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22291 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ผู้ประกอบการหรือองค์กรที่สนใจเข้ามาร่วมโครงการ EPR ภาคสมัครใจ สามารถเข้าร่วมได้ตามระดับความพร้อมของตนเอง ดังนี้  1) การเรียนรู้และเริ่มพัฒนาบรรจุภัณฑ์ตามหลัก Eco-design กับ “คลินิก Eco-Design”  2) การร่วมเรียนรู้ หลักการและกลไก EPR ผ่านการร่วมกิจกรรมโครงการนำร่อง PackBack ที่จังหวัดชลบุรี  และ 3) การเริ่มดำเนินการ EPR ภาคสมัครใจแบบเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-3451293</p>
<p>“การนำหลัก EPR หรือการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตสู่การขยายเครือข่ายร่วมรับผิดชอบต่อการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วหลังการบริโภคกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ จะตอบสนองเป้าหมายในการป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”<strong> นายโฆษิต สุขสิงห์</strong> รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธาน TIPMSE ได้กล่าวไว้ในงาน PackBack in action รวมพลังขับเคลื่อน Voluntary EPR (6 ต.ค.66)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22292 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/EPR4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เครือข่ายความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นความร่วมมือที่จะเป็นแกนหลักที่สำคัญต่อขับเคลื่อนความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถให้กับระดับองค์กร หากแต่จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เพื่อก้าวผ่านกติกาของโลก อันจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบเศรษฐกิจที่จะเติบโตแบบยั่งยืนที่แท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/tipmse-drive-awareness-extended-producer-responsibility/">ส.อ.ท. โดย TIPMSE กระตุ้นผู้ประกอบการต่อเนื่อง เร่งปรับตัวสู่ EPR ขยายความรับผิดชอบผู้ผลิต รับมือยุโรปวางกฏเข้มด้านบรรจุภัณฑ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jul 2023 08:08:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Closed Loop]]></category>
		<category><![CDATA[ENVICCO]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[Good for the Planet]]></category>
		<category><![CDATA[Good for You]]></category>
		<category><![CDATA[Minere Bottle Made From Bottles]]></category>
		<category><![CDATA[PET]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled Polyethylene Terephthalate]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[นริศรา บำรุงศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มิเนเร่]]></category>
		<category><![CDATA[มิเนเร่ขวดรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วริทธิ์ นามวงษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่ ประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19923</guid>

					<description><![CDATA[<p>น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย ชูแนวคิด “BOTTLE MADE FROM BOTTLES คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่” เปิดตัว “ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET” (Recycled Polyethylene Terephthalate) ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลเป็นรายแรกของตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย พร้อมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะอาด จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย  ด้านเม็ดพลาสติกได้รับการรับรองจาก อย. สหรัฐฯ  ด้วยกระบวนการรีไซเคิลพลาสติกจากขวดที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีกไม่จำกัดครั้ง  ปิดเส้นทางขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบ แหล่งน้ำและท้องทะเล รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอน ปูทางสู่เป้าหมายของมิเนเร่ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้ทำจากพลาสติกรีไซเคิล rPET ครบ 100% ภายในปี ค.ศ. 2025 คุณวิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ​ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ ประเทศไทย ตามกลยุทธ์ Good for You ที่สร้างสรรค์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ และ Good [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/">&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่</strong> โดยหน่วยธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ ประเทศไทย ชูแนวคิด <strong>“</strong><strong>BOTTLE MADE FROM BOTTLES </strong><strong>คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> เปิดตัว “<strong>ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ </strong><strong>rPET</strong><strong>” </strong>(Recycled Polyethylene Terephthalate) ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลเป็นรายแรกของตลาดน้ำดื่มในประเทศไทย</p>
<p><span id="more-19923"></span></p>
<p>พร้อมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะอาด จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย  ด้านเม็ดพลาสติกได้รับการรับรองจาก อย. สหรัฐฯ  ด้วยกระบวนการรีไซเคิลพลาสติกจากขวดที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีกไม่จำกัดครั้ง  ปิดเส้นทางขยะพลาสติกสู่หลุมฝังกลบ แหล่งน้ำและท้องทะเล รวมทั้งลดการปล่อยคาร์บอน ปูทางสู่เป้าหมายของมิเนเร่ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้ทำจากพลาสติกรีไซเคิล rPET ครบ 100% ภายในปี ค.ศ. 2025</p>
<p><strong>คุณวิคเตอร์ เซียห์ </strong>ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ​ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ ประเทศไทย ตามกลยุทธ์ <strong>Good for You</strong> ที่สร้างสรรค์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ และ <strong>Good for the Planet</strong> ในการขับเคลื่อนสิ่งดีๆ เพื่อโลก​ โดยอออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้​สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2025 ​สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของเนสท์เล่ระดับโลกที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19962 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_2-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปิ่นสักก์ สุรัสวดี </strong>อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขยะพลาสติกเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษมีแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก​ พร้อมตั้งเป้าหมายจะต้องไม่พบขวดพลาสติกในหลุมขยะฝังกลบ โดยสามารถนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ซึ่งการ​เปิดตัวขวดรักษ์โลก rPET ของมิเนเร่​ เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อน​ให้เกิด​วงจรปิดหรือ closed loop ของบรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมผู้ผลิตน้ำดื่ม</p>
<p><strong>คุณนาริฐา วิบูลยเสข </strong>ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เผยว่า มิเนเร่เป็นแบรนด์แรกในตลาดน้ำดื่มไทยที่ใช้บรรจุภัณฑ์​จากพลาสติกรีไซเคิล หรือ rPET  เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และตอบพันธกิจระดับโลกของเนสท์เล่ ด้วยคอนเซ็ปต์ <strong>“BOTTLE MADE FROM BOTTLES คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> โดยผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการแยก ย่อย หลอม จนเป็นขวดรักษ์โลก rPET ที่ได้มาตรฐานเรื่องความสะอาดและปลอดภัยจาก อย. ไทย และตัวเม็ดพลาสติกได้มาตรฐานจาก อย. สหรัฐฯ</p>
<p>&#8220;นอกเหนือจากการออกแบบให้ทุกส่วนของผลิตภัณฑ์แบรนด์มิเนเร่  ไม่ว่าจะเป็นขวด ฝา และฉลากสามารถนำไปรีไซเคิลได้ 100% แล้ว ในปีนี้มิเนเร่ยังนำร่องใช้ขวดรักษ์โลก rPET เป็นรายแรกในตลาดน้ำดื่มไทย เพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนของมิเนเร่ ซึ่งหากเทียบ ขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET  กับขวดที่ผลิตจากพลาสติกผลิตใหม่ จะสามารถลดการใช้พลังงานลงได้กว่า​ 80% ​พร้อมทั้ง​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 24% ​ ซึ่งภายในปี 2566 นี้ ​กลุ่มธุรกิจน้ำดื่ม เนสท์เล่ ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าลดปริมาณขยะพลาสติกลงมากกว่า 1,200 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักของวาฬ 7,000 ตัว&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19956 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_4-1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจน้ำดื่ม เนสท์เล่ ประเทศไทย ยังมีความมุ่งมั่นในการผลักดันเรื่องการจัดเก็บขวด PET ใช้แล้วอย่างถูกต้อง ผ่านการทำงานในฐานะสมาชิก <strong>“เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ “PRO-Thailand Network” </strong>โดยทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ในการขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p>พร้อมทั้งเดินหน้าผนึกพันธมิตร จับมือเซเว่น อีเลฟเว่น และ GC YOUเทิร์น จัดแคมเปญ “<strong>BOTTLE MADE FROM BOTTLES </strong><strong>คืนชีวิตให้ขวดพลาสติกกับน้ำแร่มิเนเร่”</strong> เชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจโลก แยกทิ้งขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นขวดรักษ์โลกมิเนเร่ rPET โดยได้ตั้งถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่เพื่อเก็บขวดพลาสติก PET ที่ใช้แล้วจากผู้บริโภค ส่งต่อให้กับโรงงานรีไซเคิลเพื่อนำไปทำความสะอาด ย่อย หลอม ผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล และขึ้นรูปกลายเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ที่ปลอดภัยใสสะอาด ไร้สิ่งเจือปน โดยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพาโลกไปต่ออย่างยั่งยืนได้ เพียงนำขวดพลาสติกใช้แล้วมาหยอดถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ ที่เซเว่นอีเลฟเว่น 50 สาขาในกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566</p>
<p>ด้าน <strong>คุณวริทธิ์ นามวงษ์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า  GC มีความมุ่งมั่นในการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาปรับใช้ เพื่อสร้างคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่าน YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง สนับสนุนการนำพลาสติกใช้แล้วจากครัวเรือน ส่งกลับมาเป็นวัตถุดิบและกลับเข้าสู่วงจรการผลิตอีกครั้ง ซึ่งในโครงการนี้จะนำขวดพลาสติกใช้แล้วที่เก็บได้ทั้งหมด มาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลโดยโรงงาน ENVICCO พร้อม “คืนชีวิตให้ขวดพลาสติก” โดยวัตถุดิบทั้งหมดเป็นพลาสติกใช้แล้วในประเทศไทย 100% ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ทันสมัยตามมาตรฐานยุโรป และผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย มาผลิตเป็นขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ผู้บริโภคไทยจึงสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยของขวดรักษ์โลกจากมิเนเร่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19957 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Minere-BOTTLE-MADE-FROM-BOTTLES_1-1.jpg" alt="" width="1200" height="681" /></p>
<p>ขณะที่ <strong>คุณนริศรา บำรุงศิริ รองผู้จัดการทั่วไปส่วนงานบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น </strong>กล่าวว่า ซีพี ออลล์ มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ และ GC YOUเทิร์น ในการแก้ไขจัดการขยะขวดพลาสติกอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และให้การสนับสนุนในการให้จุดตั้งถังขยะรีไซเคิลมิเนเร่ และเก็บขวดพลาสติกที่ใช้แล้วจากผู้บริโภคที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นำร่อง 50 สาขาทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยหวังว่าโครงการนี้จะส่งเสริมให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการแยกทิ้งขวด PET อย่างถูกต้องเพื่อชุบชีวิตให้ขวดสามารถเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลนำกลับมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อีก เพื่อโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น เป็นไปได้ตามปณิธานองค์กร ‘<strong>Giving and Sharing’</strong> ของซีพี ออลล์</p>
<p>“การเปิดตัวขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPET ใหม่ จะช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์  เป็นการปิดวงจรขวดพลาสติกให้สามารถรีไซเคิลนำพลาสติกกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ ช่วยสร้างประโยชน์มหาศาลให้โลกของเรา เพราะจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ลดการใช้พลังงานและทรัพยากร และยังเป็นการลดขยะพลาสติกอีกด้วย ตอกย้ำเป้าหมายของเนสท์เล่ ในการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของมิเนเร่ให้เป็น rPET 100% ภายในปี 2025 ผู้บริโภคทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมในการดูแลโลกให้ไปต่ออย่างยั่งยืนได้เพียงดื่มน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ในขวดรักษ์โลก rPET แล้วทิ้งอย่างถูกต้อง เพื่อให้นำไปรีไซเคิลต่อได้” คุณนาริฐา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>มิเนเร่ชวนคนรุ่นใหม่มาทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา รักษ์โลกให้เต็ม 10 ง่าย ๆ เพียงเลือกซื้อขวดรักษ์โลก มิเนเร่ rPETผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล วางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ผู้บริโภคสามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับน้ำแร่ธรรมชาติมิเนเร่ได้ที่ <a href="https://www.facebook.com/MinereThailand" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/MinereThailand</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/minere-rpet-bottle-made-from-bottles/">&#8216;มิเนเร่&#8217; ประกาศใช้ขวด rPET ครั้งแรกของตลาดน้ำดื่มไทย ตั้งเป้าใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิลทั้งหมด ภายในปี 2025 พร้อมหนุนให้เกิด​ Closed Loop ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครั้งแรก! กับการรวมพลัง 7 พันธมิตร เปิดตัว PRO-Thailand Network ขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนภายใต้หลักการ EPR ด้วยความสมัครใจ มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/pro-thailand-network-with-7-partners/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Jul 2023 11:08:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EPR]]></category>
		<category><![CDATA[extended producer responsibility]]></category>
		<category><![CDATA[PRO-Thailand Network]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[การเก็บกลับและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปิ่นสักก์ สุรัสวดี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ 3R]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=19597</guid>

					<description><![CDATA[<p>7 บริษัทพันธมิตรชั้นนำในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว “เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “PRO-Thailand Network” อย่างเป็นทางการ  มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility [“EPR”]) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้เกิดการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของภาคประชาชน เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือนำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย ทั้งนี้ สมาชิกของ “เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ PRO-Thailand Network ประกอบด้วย เจ้าของตราสินค้า ผู้ผลิตสินค้า รวมถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 7 บริษัท ได้แก่ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เต็ดตรา แพ้ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/pro-thailand-network-with-7-partners/">ครั้งแรก! กับการรวมพลัง 7 พันธมิตร เปิดตัว PRO-Thailand Network ขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนภายใต้หลักการ EPR ด้วยความสมัครใจ มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>7 บริษัทพันธมิตรชั้นนำในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว <strong>“เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน”</strong> (Packaging Recovery Organization Thailand Network) หรือ “<strong>PRO-Thailand Network”</strong> อย่างเป็นทางการ  มุ่งมั่นขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-19597"></span></p>
<p>ภายใต้หลักการขยายความรับผิดชอบไปยังผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility [“EPR”]) เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อผลักดันให้เกิดการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของภาคประชาชน เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลหรือนำไปใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย</p>
<p>ทั้งนี้ สมาชิกของ “เครือข่ายองค์กรความร่วมมือจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน” หรือ PRO-Thailand Network ประกอบด้วย เจ้าของตราสินค้า ผู้ผลิตสินค้า รวมถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 7 บริษัท ได้แก่ บริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด และบริษัท เอส ไอ จี คอมบิบล็อค จำกัด ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและมีนโยบายด้านความยั่งยืนที่ชัดเจนในระดับโลก รวมถึงตระหนักร่วมกันถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของภาคประชาชน ซึ่งไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี และกลายเป็นขยะในประเทศไทย ดังนั้น จึงตัดสินใจมารวมตัวกันโดยสมัครใจตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยยึดหลักการ EPR เป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน มุ่งเน้นการจัดการตลอดช่วงชีวิตของบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่ต้นทางคือการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงปลายทางคือการเก็บกลับ การรีไซเคิล หรือการแปรสภาพบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ส่งเสริมให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทย ในเบื้องต้น PRO-Thailand Network ได้เริ่มต้นทดลองโมเดลการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว 3 ประเภทคือ ขวดพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) กล่องเครื่องดื่ม (อาทิ กล่องนม น้ำผลไม้ กล่องน้ำกะทิ) และถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (อาทิ ซองขนม กาแฟ) ภายใต้การทำงานกับมูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือมูลนิธิ 3R</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19600 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/Pro-Thailand-Photo-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คณะผู้บริหารของ </strong><strong>PRO-Thailand Network</strong> กล่าวว่า “แนวทางการดำเนินงานของ PRO-Thailand Network คือส่งเสริมการเก็บกลับและรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของภาคประชาชน เพื่อนำกลับมารีไซเคิล หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ คือ</p>
<p><strong>1.</strong><strong> การสร้างความร่วมมือ</strong> ด้วยการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่การจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว และการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ ในระบบการจัดการขยะ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพในการลดขยะบรรจุภัณฑ์และเพิ่มการรีไซเคิลสู่การนำกลับมาใช้ใหม่</p>
<p><strong>2.</strong><strong> การอำนวยความสะดวก</strong> ด้วยการพัฒนาปรับปรุงระบบการรีไซเคิลที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า องค์กร Non-Governmental Organization (NGO) องค์กรธุรกิจและการค้า สื่อมวลชน ประชาชน และหน่วยงานรัฐบาล และ</p>
<p><strong>3. </strong><strong>การสร้างโมเดลต้นแบบ</strong> ด้วยโครงการนำร่องที่มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการเก็บกลับ การรีไซเคิล และ/หรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก่อนจะขยายผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศ</p>
<p><strong>นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี</strong> อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเสริม “ทุกวันนี้ กรมควบคุมมลพิษต้องการขับเคลื่อนให้การจัดการขยะของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการลดการเกิดขยะที่แหล่งกำเนิด การเพิ่มศักยภาพในการจัดการขยะเพื่อหมุนเวียนทรัพยากรตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการส่งเสริมการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน การทำงานของ PRO-Thailand Network จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่จะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการเกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วตั้งแต่ต้นทาง โดยเน้นการเก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์กลับไปรีไซเคิลหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้ก็มีให้เห็นในหลายประเทศทั่วโลก และในส่วนของกรมควบคุมมลพิษเห็นว่าการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนไม่สามารถลงมือทำให้ประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากแรงสนับสนุนด้านกฎหมายจากภาครัฐ ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการจัดทำกฎหมายการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนของประเทศไทย ภายใต้หลักการ EPR ซึ่งจะกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่ของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศไทยอย่างแท้จริง และ PRO-Thailand Network ก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ร่วมกันมาโดยตลอด”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-19599 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/PRO-TH-1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน PRO-Thailand Network ดำเนินโครงการนำร่อง ผ่านมูลนิธิ 3R เพื่อเรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนา PRO Model ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย <strong>ดร. วิฑูรย์ สิมะโชคดี</strong> ประธานมูลนิธิ 3R อธิบายเพิ่มเติมว่า “มูลนิธิ 3R ในฐานะองค์กรที่มีภารกิจหลักในการผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด 3R (Reduce-Reuse-Recycle) มาอย่างยาวนาน เราตระหนักถึงความสำคัญของการนำหลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต หรือ EPR มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วอย่างเป็นระบบและครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การผลิต นำเข้า จำหน่าย การบริโภค และการจัดการหลังการบริโภค โดยให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และในวันนี้ เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ที่ PRO-Thailand Network ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับ มูลนิธิ 3R เพื่อส่งเสริมการทำงานของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่บรรจุภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยระบบโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของภาครัฐ และช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>“การเปิดตัววันนี้นับเป็นก้าวสำคัญซึ่งเราทั้ง 7 บริษัทเชื่อมั่นว่า การขยายความร่วมมือในการรับผิดชอบบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วไปยังบริษัทผู้เป็นเจ้าของตราสินค้า ผู้ผลิตสินค้า รวมถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม ตลอดจนกลุ่มผู้บริโภคที่เราอยากเชิญชวนให้มีการแยกบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว ออกจากขยะเศษอาหาร จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริบทใหม่ของการจัดการบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หน่วยงานที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ PRO-Thailand Network สามารถติดต่อผ่าน Facebook: PRO-Thailand Network <a href="https://web.facebook.com/prothailandnetwork" target="_blank" rel="noopener">https://web.facebook.com/prothailandnetwork</a>” คณะผู้บริหาร PRO-Thailand Network กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/pro-thailand-network-with-7-partners/">ครั้งแรก! กับการรวมพลัง 7 พันธมิตร เปิดตัว PRO-Thailand Network ขับเคลื่อนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนภายใต้หลักการ EPR ด้วยความสมัครใจ มุ่งสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
