<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Property &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/property/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 01 Jul 2026 02:08:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Property &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผู้นำอสังหาฯ ที่มองไกล วางหมากธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ยืนหยัดฝ่าคลื่นเศรษฐกิจได้ในทุกสถานการณ์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/frasers-property-multi-asset-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2026 02:07:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Commercial Mixed-Use]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial]]></category>
		<category><![CDATA[Multi-asset]]></category>
		<category><![CDATA[Multi-Asset Class]]></category>
		<category><![CDATA[One Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Residential]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[โกลเด้นแลนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42816</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง เผชิญแรงกดดันจากทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อถดถอย หรือประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง ถึงแม้สถานการณ์จะไม่สดใส แต่บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย สามารถยืนหยัดสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง สะท้อนจากตัวเลขผลประกอบการของปีงบการเงินปี 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) มีรายได้อยู่ที่ 14,686 ล้านบาท กำไร 1,455 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2567 ซึ่งมีรายได้ 14,621 ล้านบาท กำไร 1,467 ล้านบาท เบื้องหลังความแข็งแกร่งนี้มาจากการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของไทยที่ถูกออกแบบมาอย่างมีกลยุทธ์ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ ที่อยู่อาศัย (Residential) อุตสาหกรรม (Industrial) และพาณิชยกรรม (Commercial Mixed-Use) ซึ่งเกิดขึ้นหลังรวมกิจการกับบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/frasers-property-multi-asset-strategy/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผู้นำอสังหาฯ ที่มองไกล วางหมากธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ยืนหยัดฝ่าคลื่นเศรษฐกิจได้ในทุกสถานการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่มีความเปราะบาง เผชิญแรงกดดันจากทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อถดถอย หรือประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ได้ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-42816"></span></p>
<p>ถึงแม้สถานการณ์จะไม่สดใส แต่<strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย สามารถยืนหยัดสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง สะท้อนจากตัวเลขผลประกอบการของปีงบการเงินปี 2568 (ตุลาคม 2567 – กันยายน 2568) มีรายได้อยู่ที่ 14,686 ล้านบาท กำไร 1,455 ล้านบาท ทรงตัวจากปี 2567 ซึ่งมีรายได้ 14,621 ล้านบาท กำไร 1,467 ล้านบาท</p>
<p>เบื้องหลังความแข็งแกร่งนี้มาจากการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกของไทยที่ถูกออกแบบมาอย่างมีกลยุทธ์ ครอบคลุม 3 กลุ่มหลัก คือ ที่อยู่อาศัย (Residential) อุตสาหกรรม (Industrial) และพาณิชยกรรม (Commercial Mixed-Use) ซึ่งเกิดขึ้นหลังรวมกิจการกับบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นแลนด์ เมื่อปี 2562 โดยนอกจากจะทำให้บริษัทเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงจากพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย (Multi-Asset Class Portfolio) ยังเป็นการรวมประสบการณ์และความเข้าใจเชิงลึกในตลาดประเทศไทยเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการบริหารอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจรของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่มีธุรกิจอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน ออสเตรเลีย และยุโรป ซึ่งเป็นความแตกต่างและโดดเด่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย</p>
<p><strong>วาง </strong><strong>6</strong><strong> เครื่องยนต์สร้างรายได้จากการขาย</strong><strong>&#8211;</strong><strong>รายได้ประจำ</strong></p>
<p>เมื่อมองเจาะลึกลงไป เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีทั้งหมด 6 ธุรกิจที่เป็นเครื่องยนต์สร้างการเติบโต ผสมผสานระหว่างธุรกิจที่สร้างรายได้จากการขายอย่างที่อยู่อาศัยแนวราบ, ที่อยู่อาศัยแนวสูง และธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ทั้งอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์, นิคมอุตสาหกรรม, อาคารสำนักงานและโรงแรม และรีเทล การจัดโครงสร้างด้วย 6 ธุรกิจเป็นการวางรากฐานพอร์ตโฟลิโอให้มีเสถียรภาพและยืดหยุ่น ช่วยกระจายความเสี่ยง และป้องกันผลกระทบจากภาวะผันผวนของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี</p>
<p>โดยมีธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ บริษัทมีโซลูชันการบริการครบวงจรตั้งแต่การจัดหาที่ดินถึงการก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้รอบด้าน พร้อมรองรับ 2 กระแสหลักทั้งการขยายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเข้ามาในอาเซียน รวมถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนั้น บริษัทมีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมกับจุดเด่นของโครงการมิกซ์ยูสบนทำเล CBD ที่ผสมผสานพื้นที่อาคารสำนักงานและรีเทลเข้าด้วยกัน ได้แก่ One Bangkok, Park Ventures, Sathorn Square, The PARQ, FYI Center, Samyan Mitrtown และ Silom Edge โดยสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมือง และยังหนุนด้านทราฟฟิกอีกด้วย</p>
<p>สำหรับธุรกิจที่อยู่อาศัยมีโปรดักท์ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ของตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ตั้งแต่บ้านระดับลักชัวรี ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์อย่าง The Grand, Grandio, Gramour, Gute’ และ Goldina</p>
<p><strong>ผสานความแข็งแกร่งของธุรกิจผ่านเครือข่ายระดับสากล </strong></p>
<p>จากจุดแข็งของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด จึงมีเครือข่ายระดับสากลที่ผนึกความร่วมมือทั้งด้านองค์ความรู้และประสบการณ์ รวมถึงเชื่อมโยงฐานลูกค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะในธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ที่ดึงศักยภาพของเครือข่ายมาต่อยอดสู่การให้บริการลูกค้าข้ามชาติได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้บริษัทขยายบทบาทจากผู้ให้บริการในประเทศไทยสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ที่สามารถสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าได้ในระดับภูมิภาค</p>
<p>การผนึกกำลังกันภายในเครือเพื่อเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งยังครอบคลุมถึงการผนวก One Bangkok เข้ามาอยู่ภายใต้แพลตฟอร์มการดำเนินงานเดียวกัน เป็นการผสานทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เช่าไว้ในระบบเดียวกันอย่างครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและการดูแลผู้เช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อศักยภาพของทุกกลุ่มสินทรัพย์เข้าด้วยกัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าทั้งในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><strong>มั่นใจปี </strong><strong>69</strong><strong> ธุรกิจยังขยายตัวได้แม้เศรษฐกิจซบ</strong></p>
<p><em><strong>จากแนวทาง Multi-Asset Class Portfolio ที่ขับเคลื่อนจาก 6 เครื่องยนต์ธุรกิจ ทำให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยสามารถปรับกลยุทธ์การดำเนินงานได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 15,000 ล้านบา</strong><strong>ท</strong></em> โดยวางธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเป็นเครื่องยนต์หลักในการปั๊มรายได้ ตั้งเป้าขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าภายใต้การบริหารจัดการจาก 3.8 ตร.ม. สู่ 4 ล้านตร.ม. รวมถึงขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมจาก1,891 ไร่ เป็น 3,800 ไร่ในอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA &#8211; The Eastern Gateway) และเตรียมพัฒนาเพิ่มเติมอีก 2,200 ไร่ในจังหวัดชลบุรี</p>
<p>สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานและรีเทล หลังผนวกกับโครงการวัน แบงค็อก ได้หนุนให้บริษัทมีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส พื้นที่รวมกว่า 1.8 ล้านตร.ม. ขณะที่ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบจะเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่า 7,300 ล้านบาท</p>
<p>แผนงานและเป้าหมายข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงการเดินเครื่องธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องแม้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความไม่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยที่เป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์กับกลยุทธ์สร้างการเติบโตด้วย Multi-Asset Class Portfolio พร้อมการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพจากทีมผู้บริหารและทีมงานมืออาชีพที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน</p>
<p>ด้วยโครงสร้างของพอร์ตโฟลิโอที่วางไว้อย่างแข็งแรง บริษัทพร้อมต่อยอดจุดแข็งที่มีอยู่ และมุ่งคว้าโอกาสใหม่ ๆ จากการเปลี่ยนแปลงของตลาด เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/frasers-property-multi-asset-strategy/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ผู้นำอสังหาฯ ที่มองไกล วางหมากธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Multi-Asset Class Portfolio ยืนหยัดฝ่าคลื่นเศรษฐกิจได้ในทุกสถานการณ์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 21 Mar 2026 09:56:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Business Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Multi-Asset Class Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคารสำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฮั่ว เตียง ลิม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40603</guid>

					<description><![CDATA[<p>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​​​อสังหาริมทรัพย์แบบ Multi-Asset Class Portfolio  เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลในธุรกิจ ให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทหรือความผันผวนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดแต่ละช่วงเวลา  คุณฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​สินทรัพย์หลากหลายประเภทและใหญ่ที่สุดในไทย จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและครบวงจร ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรม 50% ตามมาด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย 40% และกลุ่มพาณิชยกรรม Mixed-Use ที่ราว 10% &#8220;ปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีรายได้รวมที่ 14,686 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรไว้ได้ที่เกือบ 1,500 ล้านบาท โดยมี​เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 15,045 ล้านบาท  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​​​อสังหาริมทรัพย์แบบ Multi-Asset Class Portfolio  เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลในธุรกิจ ให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทหรือความผันผวนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดแต่ละช่วงเวลา </strong></p>
<p><span id="more-40603"></span></p>
<p><strong>คุณฮั่ว เตียง ลิม </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​สินทรัพย์หลากหลายประเภทและใหญ่ที่สุดในไทย จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและครบวงจร ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรม 50% ตามมาด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย 40% และกลุ่มพาณิชยกรรม Mixed-Use ที่ราว 10%</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40608 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Portfolio.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p><em>&#8220;ปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีรายได้รวมที่ 14,686 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรไว้ได้ที่เกือบ 1,500 ล้านบาท โดยมี​เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 15,045 ล้านบาท  ผ่านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ​ ขณะที่การลงทุน</em><em>จะโฟกัสที่พอร์ตหลักของกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตของดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขการสนับสนุนการลงทุน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีแผนเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากจีน ทั้งธุรกิจของคนจีนเอง รวมทั้งธุรกิจต่างประเทศที่มีฐานผลิตในจีน ​ที่มองหาโอกาสจากการขยายการลงทุนเพิ่มเติมตามนโนบาย China Plus One ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย&#8221;​</em></p>
<p>บริษัทจึงได้เดินหน้าขยายการให้บริการเพื่อรองรับดีมานด์ในภาคอุตสาหกรรมได้ตลอดทั้งห่วงโซ่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเพิ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วในการให้บริการด้านการกระจายสินค้า ผ่านการบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการกว่า 3.8 ล้านตารางเมตร และคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็นมากกว่า 4 ล้านตารางเมตร จากการเติบโตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 แสนตารางเมตรในแต่ละปี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40606 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/DSC_6891-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขยายเข้าไปสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate)​ เริ่มนำร่องด้วยโครงการ <strong>อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์</strong> (Araya The Eastern Gateway) ซึ่งถือเป็นโครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร หรือ <strong>&#8216;Smart IE&#8217;</strong> แห่งแรกในไทย รวมทั้งได้รับการรับรองจาก IEAT (Industrial Estate Authority Thailand) เรียบร้อยแล้ว โดยมีพื้นที่รวมกว่า 4,600 ไร่ พร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้สอดคล้องกับ ESG Framework รวมทั้งเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ​ เพื่อให้สามารถรองรับการลงทุนของธุรกิจแห่งอนาคตได้ โดยปัจจุบันมีลูกค้าทำการจองพื้นที่ในนิคมแห่งนี้แล้วรวมกว่า 600 ไร่ และคาดว่าจะเพิ่มการจองพื้นที่ในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนานิคมแห่งใหม่ใน​ชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน  EEC บนพื้นที่ราว 2,200 ไร่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุริจในกลุ่มอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น&#8221; </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40614 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ARAYA.jpg" alt="" width="1200" height="668" /></p>
<p>สำหรับ <strong>กลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย</strong> แม้ตลาดจะยังคงเผชิญความท้าทายในหลายปัจจัย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แต่บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติมในปีนี้ 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,300 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่เปิดตัว 7 โครงการ โดยเน้นบริหารงานอย่างระวัดระวัง และให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการที่ดูแล​อย่างมีคุณภาพ</p>
<p>ส่วน <strong>ธุรกิจกลุ่มพาณิชยกรรม  Commercial Mixed-Use</strong> เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่สามารถเติบโตได้ ในฐานะเทรนด์สำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการมีโครงการแฟลกชิพระดับพรีเมียมและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ทำให้เพิ่มแม่เหล็กสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ พร้อมการซินเนอจี้ของทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) และเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ทำให้สามารถผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทีมงานในด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่ทำให้เกิดความคล่องตัว และเชื่อมโยงแนวทางในการดูแลผู้เช่าได้มากขึ้น</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันบริษัท​บริหารอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD ​รวมพื้นที่ราว 1.85 ล้านตารางเมตร ในย่าน CBD ซึ่งประกอบด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 แห่ง สามารถรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Talent หรือคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงาน ทั้งเรื่องของภาพลักษณ์ รวมทั้งมาตรฐาน ESG และ​ความยั่งยืนต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถดึงดูดกลุ่ม Talent เข้ามาร่วมงานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พื้นที่สำนักงานใน กทม. ที่มีราว 11 ล้านแห่ง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาคารเก่า ทำให้มาตรฐานในช่วงการก่อสร้าง อาจจะยังไม่รองรับบริบทธุรกิจในปัจจจุบัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของบริษัทในการดึงดูดองค์กรและคนทำงานรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40612 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/DSC_7212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแต่ละกลุ่มธุรกิจให้เติบโต ทางบริษัทยังได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนผสานการดำเนินงานของธุรกิจในทุกกลุ่ม ทั้งพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมี <strong>คุณสมบูรณ์ วศินชัชวาล ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย </strong>และ <strong>คุณวรวรรต ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรอง</strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก</strong><strong> </strong>พร้อมด้วย <strong>คุณเกรียงไกร โภคานุกรม ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่</strong><strong>บริหารด้านการเงิน </strong></p>
<p>รวมถึงแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนการเติบโตแต่ละธุรกิจ ประกอบด้วย <strong>1.</strong> คุณ<strong>วรวรรต ศรีสอ้าน – ธุรกิจรีเทล (Retail) 2. คุณ</strong><strong>อุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ – ธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรม (Office &amp; Hotel)  3. คุณ</strong><strong>พีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ – ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial </strong><strong>&amp;</strong><strong> Logistic</strong><strong>s</strong><strong>) 4. คุณ</strong><strong>กมลกาญจน์ คงคาทอง – ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) 5. คุณ</strong><strong>ภวรัญชน์ อุดมศิริ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบ (Landed Residential) และ 6. คุณ</strong><strong>วิทวัส คุตตะเทพ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวสูง (High</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Rise Residential)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40609 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Excutive-Group-re.jpg" alt="" width="1200" height="821" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/frasers-property-thailand-direction-2026/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง &#8216;นิคมอุตสาหกรรม&#8217; รองรับตลาดดีมานด์สูง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“น่าอยู่” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ปิดระดมทุนพรี ซีรีส์ A เตรียมขยายทั่วไทย พร้อมปักธงบุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2572  </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/nayoo-marketplace-by-nvest-venture-x-allkons-one/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Mar 2025 15:44:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Allkons One]]></category>
		<category><![CDATA[NVEST Venture]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[start-up]]></category>
		<category><![CDATA[www.NaYoo.co]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จาชชัว แพส]]></category>
		<category><![CDATA[น่าอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท น่าอยู่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ออลคอนวัน จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ภัคณัฎฐ์ บุญเชิดชัยยันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ศรัณย์ สุตันติวรคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เดชบดินทร์  เหรียญทรัพย์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32430</guid>

					<description><![CDATA[<p>“น่าอยู่” สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์สัญชาติไทย (www.NaYoo.co) ผู้ให้บริการซื้อ-ขาย, เช่า, แบบบ้าน&#8211;รับสร้างบ้าน ครบจบในที่เดียว ประกาศความสำเร็จระดมทุนรอบพรี ซีรีส์ A มูลค่ามากกว่า 40 ล้านบาท ผ่านความร่วมมือกับสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่ NVEST Venture กองทุนภายใต้ธนาคารออมสินและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ออลคอนวัน จำกัด (Allkons One) แพลตฟอร์มซื้อ&#8211;ขายวัสดุก่อสร้าง และบริหารจัดการออนไลน์ครบวงจร เร่งเสริมแกร่งธุรกิจสู่การให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร มุ่งพัฒนาวงการอสังหาฯ และก่อสร้างไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าตลาดออนไลน์โตต่อเนื่อง ตั้งเป้าปี 2570 ให้บริการทั่วไทย พร้อมปักธงปี 2572 ลุยตลาดต่างประเทศ    นายภัคณัฎฐ์ บุญเชิดชัยยันต์ Co-Founder และ CEO บริษัท น่าอยู่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า “น่าอยู่ มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ ซื้อ-ขาย, เช่า แบบบ้าน-รับสร้างบ้าน แบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ซื้อหรือผู้เช่าและผู้ประกอบการ ด้วยจุดแข็งของโมเดลธุรกิจที่เป็นทั้งแหล่งรวบรวม ข้อมูลอัพเดต ครบถ้วน แม่นยำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/nayoo-marketplace-by-nvest-venture-x-allkons-one/">“น่าอยู่” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ปิดระดมทุนพรี ซีรีส์ A เตรียมขยายทั่วไทย พร้อมปักธงบุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2572  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>น่าอยู่</strong><strong>” </strong><strong>สตาร์ทอัพแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์สัญชาติไทย </strong><strong>(</strong><a href="http://www.NaYoo.co" target="_blank" rel="noopener"><strong>www.NaYoo.co</strong></a><strong>) </strong><strong>ผู้ให้บริการซื้อ-ขาย</strong><strong>, </strong><strong>เช่า</strong><strong>, </strong><strong>แบบบ้าน</strong><strong>&#8211;</strong><strong>รับสร้างบ้าน ครบจบในที่เดียว ประกาศความสำเร็จระดมทุนรอบพรี ซีรีส์ </strong><strong>A</strong><strong> มูลค่ามากกว่า </strong><strong>40 </strong><strong>ล้านบาท</strong></p>
<p><span id="more-32430"></span></p>
<p><strong> ผ่านความร่วมมือกับสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่ </strong><strong>NVEST Venture </strong><strong>กองทุนภายใต้ธนาคารออมสินและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ออลคอนวัน จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>Allkons One) </strong><strong>แพลตฟอร์มซื้อ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ขายวัสดุก่อสร้าง และบริหารจัดการออนไลน์ครบวงจร เร่งเสริมแกร่งธุรกิจสู่การให้บริการโซลูชันแบบครบวงจร มุ่ง</strong><strong>พัฒนาวงการอสังหาฯ และก่อสร้างไทย </strong><strong>ตอบโจทย์</strong><strong>ไลฟ์สไตล์ลูกค้า</strong><strong>ตลาด</strong><strong>ออนไลน์โต</strong><strong>ต่อเนื่อง </strong><strong>ตั้งเป้าปี </strong><strong>2570 </strong><strong>ให้บริการทั่วไทย พร้อมปักธงปี</strong><strong> 2572 </strong><strong>ลุยตลาดต่างประเทศ  </strong><strong> </strong></p>
<p><strong>นายภัคณัฎฐ์ บุญเชิดชัยยันต์ </strong><strong>Co-Founder </strong><strong>และ </strong><strong>CEO </strong><strong>บริษัท น่าอยู่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong><strong> กล่าวว่า </strong><strong>“</strong>น่าอยู่ มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ ซื้อ-ขาย, เช่า แบบบ้าน-รับสร้างบ้าน แบบครบวงจรที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ซื้อหรือผู้เช่าและผู้ประกอบการ ด้วยจุดแข็งของโมเดลธุรกิจที่เป็นทั้งแหล่งรวบรวม <strong>ข้อมูลอัพเดต ครบถ้วน แม่นยำ </strong>พร้อม <strong>ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุด</strong> และยังมีพาร์ทเนอร์แข็งแกร่งโดยมี <strong>ทีมงานในพื้นที่ เข้าใจ</strong><strong>&#8211;</strong><strong>รู้ลึก</strong><strong>&#8211;</strong><strong>รู้จริง </strong>ภายใต้แบรนด์ น่าอยู่ อาทิ อุบลน่าอยู่ และขอนแก่นน่าอยู่ ที่นอกจากจะช่วยลดเวลาค้นหาข้อมูล และช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้นให้กับผู้หาที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีการ <strong>ให้ความรู้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก</strong>ที่ช่วยวิเคราะห์ตลาดและพฤติกรรมผู้ที่ต้องการหาบ้านในแต่ละจังหวัดเพื่อต่อยอดทำธุรกิจอสังหาฯ</p>
<p>จากการจัดงาน <em>“</em><em>น่าอยู่สัญจร สัมมนาคนสร้างบ้าน</em><em>”</em> ตลอด 3 ปี มีผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจฯ เข้าร่วมฟังกว่า 1,200 ราย อีกทั้งการรุกทำ <strong>แคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ </strong>ที่ผ่านมา ทำให้มียอดจองแล้วกว่า 1,800 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาท ปัจจุบันมี<strong>จำนวนผู้ใช้บริการในแพลตฟอร์มแล้วกว่า </strong><strong>8 </strong><strong>ล้านราย ครอบคลุมพื้นที่ </strong><strong>10 </strong><strong>จังหวัด</strong>หัวเมืองของไทย ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ระยอง ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุรินทร์ บุรีรัมย์ พิษณุโลก และเชียงราย<strong>  </strong></p>
<p>ความสำเร็จในการระดมทุนครั้งนี้ จะช่วยให้เราสามารถพุ่งเป้าไปที่การพัฒนา และต่อยอดการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อาทิ กลุ่มนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเชื่อมโยงทุก Ecosystem ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเข้มแข็งครอบคลุมครบจบในที่เดียว พร้อมตั้งเป้าภายในปี 2570 จะขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และในปี 2572 บุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก IMF World Economic Outlook ที่ระบุว่า อาเซียนจะเติบโตเฉลี่ย 4.7% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า ส่งผลให้เป็นหนึ่งในภูมิภาคเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก<strong>  </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32432 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nayoo2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ด้าน <strong>นายศรัณย์ สุตันติวรคุณ </strong><strong>Partner – NVEST </strong><strong>Venture </strong><strong>กล่าวว่า </strong> “NVEST Venture เล็งเห็นศักยภาพของรูปแบบธุรกิจผ่านโมเดลแฟรนไชส์ที่สามารถเติบโตได้จริงในธุรกิจกลุ่มตลาดที่อยู่อาศัยด้วยทีมงานที่แข็งแกร่ง เปี่ยมด้วยแพชชั่น และได้รับการสนับสนุนจากเอสซีจี  NVEST Venture จึงพร้อมติดอาวุธให้ “น่าอยู่” ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารการเงิน และโครงสร้างการดำเนินงาน เข้ามาเสริมศักยภาพให้แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์นี้ได้ส่งมอบโซลูชันให้ลูกค้าออนไลน์ได้สะดวก โดนใจมากยิ่งขึ้น  สามารถขยายธุรกิจไปทั่วประเทศและพร้อมบุกตลาดต่างประเทศ ในฐานะสตาร์ทอัพสัญชาติไทย อย่างไรก็ตาม ยังมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีศักยภาพ อาทิ ธนาคารและสถาบันการเงิน<br />
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในท้ายที่สุด”</p>
<p><strong>นายเดชบดินทร์  เหรียญทรัพย์ดี </strong><strong>Chief Financial Officer </strong><strong>บริษัท ออลคอนส์ วัน จำกัด </strong>กล่าวว่า “น่าอยู่ มีความโดดเด่นมากเรื่อง Business Model และ Service ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการขยายการให้บริการแบบมีโฟกัสทีละจังหวัด โดยมีทีมงานที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในพื้นที่เป็นอย่างดี และเป็นฐานสำคัญของการขยายตัวเข้าในแต่ละจังหวัดได้ในเชิงลึกเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มที่คล้ายกัน อีกทั้ง Allkons อยู่ในธุรกิจก่อสร้างจึงเห็นโอกาสในการต่อยอด และส่งเสริมให้เกิด Synergy กับทั้งสองบริษัท เช่น การเพิ่มสินค้าและช่องทางการขายไปยังกลุ่มตัวแทน เจ้าของบ้าน หรือ กลุ่มคนที่ต้องการหาที่อยู่อาศัย รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมา และเจ้าของโครงการอีกด้วย”</p>
<p><strong>ด้าน ดร.จาชชัว แพส – </strong><strong>Chief Operating Officer </strong><strong>เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล </strong>เปิดเผยว่า “เอสซีจีได้จัดโครงการ ZERO TO ONE  by SCG สนับสนุนให้พนักงานที่มีความมุ่งมั่น มีแพชชั่น และมีไอเดีย พัฒนาเป็นสตาร์ทอัพ สร้างธุรกิจตามความต้องการของตลาด และ “น่าอยู่” เป็นหนึ่งในทีมงานเอสซีจีที่มีคุณภาพและมีศักยภาพจนสามารถสร้างโมเดลธุรกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับเงินลงทุน Seed Round จากเอสซีจี เมื่อปี 2554</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32433" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Nayoo3.jpg" alt="" width="534" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจี ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การเข้าถึงเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ ที่มีครอบคลุมทั้งประเทศเพื่อขยายธุรกิจ  พื้นที่การให้บริการของน่าอยู่  การร่วมมือผ่านเครือข่ายธุรกิจต่าง ๆ ของเอสซีจี เช่น เครือข่ายร้านค้าปลีกสินค้าเกี่ยวกับบ้าน และวัสดุก่อสร้าง เครือข่ายผู้รับเหมา รวมถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และยังพร้อมประสานงานกับผู้ผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีรวมถึงกิจการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ เพื่อนำเสนอและส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าปลายทางในท้ายที่สุด”</p>
<p>“น่าอยู่” เป็นแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ให้บริการครบทุกความต้องการ ที่อยู่อาศัย ช่วยให้ผู้หาที่อยู่อาศัยไม่ต้องค้นหาจากหลายแพลตฟอร์มอีกต่อไป ช่วยลดระยะเวลาการค้นหาและตัดสินใจ โดยเจ้าของทรัพย์สามารถลงข้อมูลได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดดเด่นด้วย 4 หมวดบริการ ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>หาซื้อโครงการใหม่ :</strong> โครงการบ้านใหม่ ทาวน์โฮม  คอนโดมิเนียม ทั้งโครงการเหลือขาย รวมถึงโครงการที่ยังไม่เปิดขายซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกในแต่ละจังหวัด</li>
<li><strong>หาซื้ออสังหาริมทรัพย์มือสอง </strong>: บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม  ทาวน์โฮม  อาคารพาณิชย์  สำนักงาน  หอพัก อพาร์ทเม้นท์ และอื่น ๆ โดยมาจาก 3 แหล่งข้อมูล ได้แก่ เจ้าของทรัพย์ลงขายเอง  ธนาคาร (NPA ทรัพย์สินรอการขาย) และนายหน้า</li>
<li><strong>หาเช่าอสังหาริมทรัพย์ หอพัก </strong>: อสังหาริมทรัพย์ และหอพักรวมถึงอพาร์ตเมนต์</li>
<li><strong>หาแบบบ้านและบริษัทรับสร้างบ้าน </strong>: แบบบ้านสำเร็จและบริการออกแบบ รวมถึงบริษัทรับสร้างบ้าน</li>
</ul>
<p><strong>         สำหรับผู้ที่ต้องการหาบ้าน เจ้าของโครงการ เอเจ้นท์ เจ้าของหอพัก รวมถึงดีเวลอปเปอร์ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้แพลตฟอร์ม “น่าอยู่” และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Website : www.NaYoo.co ใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/nayoo-marketplace-by-nvest-venture-x-allkons-one/">“น่าอยู่” ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มอสังหาฯ ครบวงจร ปิดระดมทุนพรี ซีรีส์ A เตรียมขยายทั่วไทย พร้อมปักธงบุกตลาดต่างประเทศ ในปี 2572  </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ วางกล​ยุทธ์ กอด &#8211; Secure Core, Embrace Future ขั​บเคลื่อน 3F  รับมือปัจจัยลบ​ ดันรายได้เพิ่ม 11% แตะ 16,000 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/fraser-property-thailand-drives-secure-core-embrace-future-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 09 Feb 2025 09:11:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[creating places for good.]]></category>
		<category><![CDATA[Data Analytics]]></category>
		<category><![CDATA[FPT]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Inspiring experiences]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate as a Service Brand]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพล ศิริธนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31782</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 ยังต้องเผชิญ​ความท้าทายหลายปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ภูมิรัฐศาสตร์โลกจากสงครามรัสเซีย&#8211;ยูเครนที่ยังยืดเยื้อ การขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องจับตาถึงสงครามการค้าที่จะสะเทือนไปทั่วโลก ขณะที่สถานการณ์ในประเทศ ก็ต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ยังคงซบเซา พร้อมหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในช่วง​ซัพพลายล้นตลาด เช่น ​บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ที่​ซัพพลายสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับดีมานด์ที่ลดลง ส่วนตลาดอาคารสำนักงานมีการแข่งขันสูงจากอาคารสำนักงานเกิดใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่เตรียมเปิดตัวในอนาคต รวมถึงคลังสินค้าให้เช่าที่เริ่มมีสัญญาณซัพพลายทะลัก หลัง​ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้เพิ่มขึ้น คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country Chief Executive Officer) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า ท่ามกลางความผันผวนในไทยและต่างประเทศ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยวางแผนอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง โดยในปีงบการเงิน 2568 (ต.ค. 2567 – ก.ย. 2568) ตั้งเป้ารายได้ 16,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 11 % [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/fraser-property-thailand-drives-secure-core-embrace-future-to-growth/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ วางกล​ยุทธ์ กอด &#8211; Secure Core, Embrace Future ขั​บเคลื่อน 3F  รับมือปัจจัยลบ​ ดันรายได้เพิ่ม 11% แตะ 16,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี </span><span style="font-weight: 400;">2568 ยังต้อง</span><span style="font-weight: 400;">เผชิญ​ความท้าทายหลายปัจจัย ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ภูมิรัฐศาสตร์โลกจากสงครามรัสเซีย</span><span style="font-weight: 400;">&#8211;</span><span style="font-weight: 400;">ยูเครนที่ยังยืดเยื้อ การขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของโดนัลด์ ทรัมป์</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งต้องจับตาถึงสงครามการค้าที่จะสะเทือนไปทั่วโลก</span></p>
<p><span id="more-31782"></span></p>
<p>ขณะที่สถานการณ์ในประเทศ ก็ต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ยังคงซบเซา พร้อมหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่</p>
<p>ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในช่วง​ซัพพลายล้นตลาด เช่น ​บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ที่​ซัพพลายสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับดีมานด์ที่ลดลง ส่วนตลาดอาคารสำนักงานมีการแข่งขันสูงจากอาคารสำนักงานเกิดใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่เตรียมเปิดตัวในอนาคต รวมถึงคลังสินค้าให้เช่าที่เริ่มมีสัญญาณซัพพลายทะลัก หลัง​ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้เพิ่มขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31789 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Press-Conference-3.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><b>คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</b><b>Country Chief Executive Officer) </b><b>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)</b> <b>หรือ </b><b>FPT​</b> <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า </span><span style="font-weight: 400;">ท่ามกลางความผันผวนในไทยและต่างประเทศ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยวางแผนอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง โดยในปีงบการเงิน </span><span style="font-weight: 400;">2568 (</span><span style="font-weight: 400;">ต.ค. </span><span style="font-weight: 400;">2567 – </span><span style="font-weight: 400;">ก.ย. </span><span style="font-weight: 400;">2568)</span><span style="font-weight: 400;"> ตั้งเป้ารายได้ </span><span style="font-weight: 400;">16,000 </span><span style="font-weight: 400;">ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ </span><span style="font-weight: 400;">11 %</span><span style="font-weight: 400;"> เมื่อเทียบกับปีงบการเงินที่ผ่านมา ซึ่งทำรายได้ 14,566 ล้านบาท  </span></p>
<p>&#8220;ช่วงไตรมาสแรกของปีงบการเงิน 2568 (ต.ค. &#8211; ธ.ค.2567) เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ทำรายได้ ​3,268 ล้านบาท จาก​การขายอสังหาริมทรัพย์กว่า 2 พันล้านบาท ​​จากค่าเช่าและบริการ 796 ล้านบาท และรายได้อื่น​ 469 ล้านบาท และ​มีกำไรสุทธิอ​ 329 ล้านบาท โดยในปีนี้เน้นการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความระมัดระวังจากปัจจัยลบรอบด้าน พร้อมความแม่นยำในการตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า และการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกลุ่มธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ​ผ่านกลยุทธ์ ​<b>&#8216;กอด</b><b> &#8211; Secure Core, Embrace Future&#8217; <span style="font-weight: 400;">เพื่อ​ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ​เน้น</span></b>​​รักษา​ฐานลูกค้าเดิมให้แน่น พร้อมเดินหน้าหาลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มเติม จากจุดแข็งที่มีอยู่ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ &#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/The-Grand-ปิ่นเกล้า-วงแหวนกาญจนา.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>สำหรับแนวทางตามกลุยุทธ์  ​<b>&#8216;กอด</b><b> &#8211; Secure Core, Embrace Future&#8217; </b>มีรูปแบบ​ดำเนินงานผ่าน​ 3 มิติ ต่อไปนี้</p>
<p><b>1. Flexible – ปรับตัวให้ยืดหยุ่นตามดีมานด์ของตลาด </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เน้นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยืดหยุ่น จากจุดแข็งในฐานะแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ทั้ง​ที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม  เพื่อ​สร้างรายได้ทั้งจากการขายและค่าเช่า เพื่อสร้างกระแสรายได้ต่อเนื่อง รวมทั้งปรับรูปแบบ​​สินค้าและบริการให้ยืดหยุ่น ตามความต้องการของลูกค้า เช่น ระยะเวลาการทำสัญญาเช่าที่เลือกได้ การพัฒนาพื้นที่แบบมัลติฟังก์ชันที่สามารถเปลี่ยนได้ตามลักษณะการใช้งาน เป็นต้น</span></p>
<p><b>2. Feeling – สร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่งมอบความประทับใจให้กับลูกค้าผ่านการรังสรรค์บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีในทุกพื้นที่การให้บริการ พร้อมด้วยการให้บริการหลังการขายอย่างจริงใจและเอาใจใส่ ผ่านการ</span><span style="font-weight: 400;">ออกแบบการดูแลที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อ</span><span style="font-weight: 400;">เสริมสร้างความสัมพันธ์ในการมัดใจและรักษาลูกค้าให้อยู่กับบริษัทในระยะยาว</span></p>
<p><b>3. Focus – มุ่งพัฒนาสินค้าและบริการที่เชี่ยวชาญ </b><span style="font-weight: 400;">ใช้ </span><span style="font-weight: 400;">Data-driven insights</span> <span style="font-weight: 400;">วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและ</span><span style="font-weight: 400;">ความต้องการ</span><span style="font-weight: 400;">ลูกค้า </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (</span><span style="font-weight: 400;">Customer Centric</span><span style="font-weight: 400;">) เพื่อนำไปสู่การสร้างโซลูชันใหม่​ ที่สามารถเสริมมูลค่าให้​สินค้าและบริการ และตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Press-Conference-4.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">กลยุทธ์</span> <b>&#8216;กอด </b><b>&#8211; Secure Core, Embrace Future&#8217; </b>​<span style="font-weight: 400;">ได้นำมาปรับใช้เพื่อสร้างการเติบโตให้แตละกลุ่มธุรกิจของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ดังนี้</span></p>
<p><b>&#8211; อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย</b><span style="font-weight: 400;"> พลิกโฉมการพัฒนาที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า ทั้งดีไซน์และฟังก์ชันที่​​​ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ เสริมด้วยบริการหลังการขายสุดแกร่งที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่วันแรกทั้งก่อนและหลังเข้าอยู่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมีแผนเปิด </span><span style="font-weight: 400;">6 </span><span style="font-weight: 400;">โครงการใหม่ในกรุงเทพมหานคร นครราชสีมา และขอนแก่น รวมมูลค่า </span><span style="font-weight: 400;">9,803 </span><span style="font-weight: 400;">ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดระดับลักชัวรีและระดับบน </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">โครงการ ภายใต้แบรนด์ </span><span style="font-weight: 400;">The Grand, Grandio </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;">แบรนด์ใหม่ </span><span style="font-weight: 400;">Gramour </span><span style="font-weight: 400;">พร้อมด้วยทาวน์โฮมพรีเมียม </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">โครงการในแบรนด์ใหม่ </span><span style="font-weight: 400;">Goldina </span><span style="font-weight: 400;">และคอนโดมิเนียมแบรนด์ </span><span style="font-weight: 400;">KLOS </span><span style="font-weight: 400;">อีก </span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;"> โครงการ ขณะเดียวกัน เดินหน้าบุกตลาดต่างประเทศมากขึ้นด้วยการจัดโรดโชว์ที่ประเทศจีน เจาะกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อโครงการคอนโดมิเนียม</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Frasers-Property-Logistics-Center-Bangplee-7.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><b>&#8211; อสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ปัจจุบันเป็นเบอร์ </span><span style="font-weight: 400;">1 </span><span style="font-weight: 400;">ของตลาดโรงงาน</span><span style="font-weight: 400;">&#8211;</span><span style="font-weight: 400;">คลังสินค้าให้เช่าด้วยพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ </span><span style="font-weight: 400;">3.66 </span><span style="font-weight: 400;">ล้าน ตร.ม. ทั้งในไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งเป้าขยายพื้นที่เพิ่มอีก​ </span><span style="font-weight: 400;">150,000 </span><span style="font-weight: 400;">ตร.ม. และสร้างอัตราการเช่ารวมของพอร์ตโฟลิโอสูงกว่า </span><span style="font-weight: 400;">88% </span><span style="font-weight: 400;">เดินหน้าพัฒนาอาคารอุตสาหกรรมทั้งแบบสำเร็จรูป (</span><span style="font-weight: 400;">Ready-Built)</span><span style="font-weight: 400;"> แบบสร้างความต้องการของลูกค้า (</span><span style="font-weight: 400;">Built-to-Suit)</span><span style="font-weight: 400;"> และแบบสร้างตามฟังก์ชันพร้อมใช้ (</span><span style="font-weight: 400;">Built-to-Function</span><span style="font-weight: 400;">) ที่บริษัทเป็นเจ้าแรกของตลาดในการพัฒนาสินค้ารูปแบบนี้ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สามารถปิดดีลลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ​รวมทั้งได้เข้า​ร่วมพัฒนาโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Industrial Township</span><span style="font-weight: 400;"> พื้นที่</span><span style="font-weight: 400;"> 4,600 </span><span style="font-weight: 400;">ไร่</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">​บริเวณ ถ.บางนา -ตราด กม.</span><span style="font-weight: 400;">32 </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งพร้อมเปิดตัวโครงการในเดือนก.พ. </span><span style="font-weight: 400;">2568</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>&#8211; อสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม</b><span style="font-weight: 400;"> ยกระดับการให้บริการและคุณภาพอาคารสำนักงานเกรด </span><span style="font-weight: 400;">A </span><span style="font-weight: 400;">อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้อาคารทุกกลุ่ม ผสมผสานการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับผู้เช่า ซึ่งเป็นจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมได้อย่างเหนียวแน่น</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31788 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Sathorn-Square.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแผนการเติบโต เน้น​ดึงดูดลูกค้าต่างชาติกลุ่มใหม่ๆ ที่​เข้ามาลงทุนในไทยจากการย้ายและขยายฐานการผลิต​​ โดยในส่วน​พื้นที่รีเทลจะเพิ่มเติมร้านค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น ผนวกการจัดกิจกรรม​เพื่อสร้างสีสันตลาดและเพิ่มยอดทราฟฟิก โดยมองว่าปีนี้จะสามารถรักษาอัตราการเช่าของพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมได้สูงกว่า </span><span style="font-weight: 400;">90%  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำ </span><span style="font-weight: 400;">AI</span> <span style="font-weight: 400;">(Artificial Intelligence) และ Data Analytics </span><span style="font-weight: 400;">เข้ามาใช้ในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของธุรกิจ ทั้งการออกแบบและสร้างสรรค์โครงการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและบริการที่สร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า </span><span style="font-weight: 400;">รวมถึงส่วนของออฟฟิศด้านการจัดการบัญชีและการเงิน เป็นต้น ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในกระบวนการต่างๆ รวม</span><span style="font-weight: 400;">ทั้งยังมีโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Everyday AI </span><span style="font-weight: 400;">ที่ส่งเสริมการเรียนรู้การใช้ </span><span style="font-weight: 400;">AI </span><span style="font-weight: 400;">ให้กับพนักงาน เพื่อนำไปปรับใช้กับการทำงานให้มีศักยภาพมากขึ้น เป็นการสร้างรากฐานองค์กรให้ก้าวสู่อนาคตได้อย่างแข็งแกร่งในยุคที่การแข่งขันสูงและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31784 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ผู้บริหาร-บมจ.เฟรเซอร์ส-พร็อพเพอร์ตี้-ประเทศไทย.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ด้วยกลยุทธ์และแผนงานที่ถูกวางไว้อย่างเข้มแข็งและรอบคอบ ​เชื่อมั่นว่าจะ​ผลักดันธุรกิจให้เติบโตมั่นคงท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเดินหน้าตามแผนการขับเคลื่อนเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยสู่ </span><span style="font-weight: 400;">Real Estate </span><span style="font-weight: 400;">as a Service Brand ที่สามารถส่งมอบความต้องการให้แก่ลูกค้าได้มากกว่าแค่พื้นที่หรือ Space แต่ยังสร้างความแตกต่างด้วยการต่</span>อยอดนวัตกรรมการบริการ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริการที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ควบคู่กับความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593) ตามแนวทาง SBTi ซึ่ง อันสอดคล้องกับเจตนารมณ์ขององค์กรในการสร้างสรรค์พื้นที่ ให้ประสบการณ์ที่ดีคงอยู่ (Inspiring experiences, creating places for good.)”  </em>คุณธนพล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/fraser-property-thailand-drives-secure-core-embrace-future-to-growth/">เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ วางกล​ยุทธ์ กอด &#8211; Secure Core, Embrace Future ขั​บเคลื่อน 3F  รับมือปัจจัยลบ​ ดันรายได้เพิ่ม 11% แตะ 16,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPAC ร่วมกับ SUPALAI ขึ้นแท่น No.1 ผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม ด้วยคอนกรีตกำลังอัดสูง CPAC แข็งแรง-ทนทาน ลดคาร์บอนฯ สูงสุด สู่มาตรฐานใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/supalai-choose-cpac-high-strength-concrete/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jan 2025 12:22:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Constriction]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC High Strength Concrete]]></category>
		<category><![CDATA[CPAC x SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[คอนกรีตอัดกำลังสูง]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปูนสูตรไฮบริด]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุรชัย นิ่มละออ]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31433</guid>

					<description><![CDATA[<p>CPAC จับมือพันธมิตรธุรกิจ SUPALAI ผสานแนวคิดขับเคลื่อนการก่อสร้างยุคใหม่ เลือก “CPAC High Strength Concrete” นวัตกรรมคอนกรีตกำลังอัดสูง ช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพการทำงาน ตอบโจทย์ความต้องการด้านความแข็งแรง ทนทาน ลดวัสดุเหลือทิ้ง เข้ามาใช้ในโครงการคอนโดมิเนียมของศุภาลัย รวมกว่า 18 โครงการ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยครอบคลุมทุกมิติ และสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์โลกควบคู่ไปด้วย สะท้อนการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนที่คำนึงถึงความยั่งยืน อีกทั้งสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) ได้ถึง 8,035,219 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นการปลูกต้นไม้ 845,812 ต้น นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนทั้งในมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อม นายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะทำอย่างไรให้ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานนั้นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อช่วยทั้งสังคมและโลก CPAC จึงไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้า Green Product ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ และตอกย้ำแนวคิดการก่อสร้างสีเขียว Green Construction ด้วยเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้างเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน “CPAC High Strength Concrete หรือ คอนกรีตกำลังอัดสูงซีแพค ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/supalai-choose-cpac-high-strength-concrete/">CPAC ร่วมกับ SUPALAI ขึ้นแท่น No.1 ผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม ด้วยคอนกรีตกำลังอัดสูง CPAC แข็งแรง-ทนทาน ลดคาร์บอนฯ สูงสุด สู่มาตรฐานใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>CPAC </strong><strong>จับมือพันธมิตรธุรกิจ </strong><strong>SUPALAI </strong><strong>ผสานแนวคิดขับเคลื่อนการก่อสร้างยุคใหม่ เลือก “</strong><strong>CPAC High Strength Concrete</strong><strong>” นวัตกรรมคอนกรีตกำลังอัดสูง ช่วยเติมเต็มประสิทธิภาพการทำงาน</strong> <strong>ตอบโจทย์ความต้องการด้านความแข็งแรง ทนทาน ลดวัสดุเหลือทิ้ง เข้ามาใช้ใน</strong><strong>โครงการคอนโดมิเนียมของศุภาลัย รวมกว่า </strong><strong>18 </strong><strong>โครงการ</strong></p>
<p><span id="more-31433"></span></p>
<p><strong> ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้อยู่อาศัยครอบคลุมทุกมิติ และสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์โลกควบคู่ไปด้วย สะท้อนการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนที่คำนึงถึงความยั่งยืน อีกทั้งสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์</strong><strong>(</strong><strong>CO<sub>2</sub></strong><strong>) </strong><strong>ได้ถึง</strong><strong> 8</strong>,<strong>035</strong><strong>,219 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นการปลูกต้นไม้</strong><strong> 845,812 </strong><strong>ต้น นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนทั้งในมิติของสังคมและสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><strong>นายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน</strong> เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่จะทำอย่างไรให้ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานนั้นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด เพื่อช่วยทั้งสังคมและโลก <strong>CPAC</strong> จึงไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้า Green Product ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ และตอกย้ำแนวคิดการก่อสร้างสีเขียว <strong>Green Construction</strong> ด้วยเป้าหมายที่จะยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างของประเทศให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการก่อสร้างเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31436 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/02-คุณสุรชัย.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“<strong>CPAC High Strength Concrete</strong> หรือ <strong>คอนกรีตกำลังอัดสูงซีแพค </strong>ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างและลดปริมาณการใช้วัสดุในการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติการรับแรงอัดสูงทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรง ทนทาน ในขณะเดียวกันยังช่วยลดการใช้คอนกรีตในปริมาณที่น้อยลง ส่งผลโดยตรงในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co<strong><sub>2</sub></strong>) จากกระบวนการผลิตคอนกรีต โดยบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับ <strong>SUPALAI </strong>ในการผลักดันเลือกใช้คอนกรีตที่มีคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งการใช้ ‘CPAC High Strength Concrete’ ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<strong><sub>2</sub></strong>) แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพการก่อสร้าง สอดคล้องกับเป้าหมายในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนของทั้ง 2 บริษัท&#8221;</p>
<p><strong>นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) </strong>เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างนวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้แนวคิด Real Life Living ที่เดินหน้าสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกมิติของการใช้ชีวิต นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อศึกษาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพสูง และสามารถนำไปใช้ต่อยอดในอุตสาหกรรมการก่อสร้างได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31437 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/03-คุณกิตติพงษ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ล่าสุด <strong>SUPALAI </strong>ผนึกกำลัง <strong>CPAC</strong> ในธุรกิจซิเมนต์ เครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG ต่อการให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเลือกใช้ <strong>CPAC High Strength Concrete</strong><strong> หรือ คอนกรีตกำลังอัดสูง </strong><strong>CPAC</strong> <strong>ในการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน </strong><strong>18 </strong><strong>โครงการ</strong> อาทิ ศุภาลัย ไอคอน สาทร, ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย พัฒนาการ, ศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์, ศุภาลัย บลูเวล หัวหิน, ศุภาลัย ปาร์ค สถานีแยกไฟฉาย และศุภาลัย เวอเรนด้า สุขุมวิท 117 นอกจากคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้กับโครงสร้างแล้ว นวัตกรรมที่ทั้ง 2 บริษัทร่วมกันพัฒนาขึ้นนี้ยังช่วยลดการใช้คอนกรีตในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการ<strong>ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง </strong><strong>8,</strong><strong>035</strong><strong>,219 </strong><strong>กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็นการปลูกต้นไม้ </strong><strong>845,812 </strong><strong>ต้น</strong> ลดผลกระทบต่อสภาพอากาศโดยรวม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าโครงการคอนโดมิเนียมทั้ง 18 โครงการของบริษัทฯ ไม่เพียงแต่เป็นโครงการคุณภาพสูงที่ได้รับการออกแบบเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพที่ยั่งยืน แต่ยังใส่ใจต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในทุกมิติ อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการรักษาสมดุลของธรรมชาติ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมส่งต่อโลกและสังคมที่น่าอยู่ให้คนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31438 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/07-ผู้บริหาร-Supalai-และ-CPAC.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ<strong> CPAC High Strength Concrete</strong><strong> (คอนกรีตกำลังอัดสูงซีแพค)</strong> ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นให้มีความแข็งแกร่ง สามารถรับน้ำหนักงานโครงสร้างขนาดใหญ่ได้ เนื้อคอนกรีตมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ ด้วยประสิทธิภาพของคอนกรีตทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากการใช้งานแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่</p>
<p><strong>1. Speed</strong> เนื่องจากการพัฒนากำลังอัดของคอนกรีตช่วงต้นที่รวดเร็ว จึงช่วยทำให้งานก่อสร้างเสร็จไวยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>2. Environment</strong> การใช้ปูนสูตรไฮบริดสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Co<strong><sub>2</sub></strong>) ที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง <strong>CPAC</strong> และ <strong>SUPALAI</strong> ในการเดินหน้าอย่างชัดเจนเพื่อขับเคลื่อนวงการอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรมด้วยนวัตกรรมสีเขียวพร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero” <strong>นายสุรชัย </strong>กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31435 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/04-Infographic.jpeg" alt="" width="646" height="808" /></p>
<p><em>หมายเหตุ </em><em>: SUPALAI </em><em>เป็นผู้มียอดใช้คอนกรีตกำลังอัดสูงซีเเพค </em><em>เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ตั้งเเต่ ปี 2019-2024</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/supalai-choose-cpac-high-strength-concrete/">CPAC ร่วมกับ SUPALAI ขึ้นแท่น No.1 ผู้นำนวัตกรรมก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม ด้วยคอนกรีตกำลังอัดสูง CPAC แข็งแรง-ทนทาน ลดคาร์บอนฯ สูงสุด สู่มาตรฐานใหม่เพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Sep 2024 04:09:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Concept]]></category>
		<category><![CDATA[District]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Knowledge]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property]]></category>
		<category><![CDATA[Frasers Property Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Mall]]></category>
		<category><![CDATA[Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr - ting place concept ​]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr mindset]]></category>
		<category><![CDATA[Mixed-Used]]></category>
		<category><![CDATA[Office]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Residential]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SAMYAN]]></category>
		<category><![CDATA[SAMYAN MITRTOWN]]></category>
		<category><![CDATA[Sky Garden]]></category>
		<category><![CDATA[Smart & Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[The Mitr Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Workplace]]></category>
		<category><![CDATA[คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปน สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธนพล ศิริธนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[ปณต สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พระราม 4]]></category>
		<category><![CDATA[มิกซ์ยูส]]></category>
		<category><![CDATA[ลานนม]]></category>
		<category><![CDATA[สามย่านมิตรทาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[อุโมงค์สามย่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองแห่งมิตร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29104</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฉายภาพความสำเร็จในฐานะ Place Maker ​ ผู้ปลุกชีวิตและเติมสีสันให้กับพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217; เพราะเป็นพื้นที่ว่างเปล่ามานานเป็นสิบปี ก่อนที่ทาง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จะเริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่เกือบ 14 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 เพื่อก่อสร้างโครงการ Mixed-used ภายใต้ชื่อ &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8216; เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 ก่อนจะ​แล้วเสร็จ​ในอีก 4 ปีต่อมา &#8216;สามย่านมิตรทาวน์​&#8216; เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่​ 20 กันยายน 2562  และถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ​พื้นที่กว่า 2.22 แสนตารางเมตร ภายในโครงการ​มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม รวมทั้งศูนย์การค้า และศูนย์ประชุม เพื่อให้เป็นโครงการที่สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ​ทั้งการทำงาน การกิน การอยู่อาศัย การจับจ่ายใช้สอย หรือการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบ คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/">ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฉายภาพความสำเร็จในฐานะ Place Maker ​ ผู้ปลุกชีวิตและเติมสีสันให้กับพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่าเป็น<strong> &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217;</strong> เพราะเป็นพื้นที่ว่างเปล่ามานานเป็นสิบปี ก่อนที่ทาง <strong>เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย </strong>จะเริ่มเข้ามาพัฒนาพื้นที่เกือบ 14 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 เพื่อก่อสร้างโครงการ Mixed-used ภายใต้ชื่อ &#8216;<strong>สามย่านมิตรทาวน์</strong>&#8216; เมื่อ 10 มิถุนายน 2558 ก่อนจะ​แล้วเสร็จ​ในอีก 4 ปีต่อมา</p>
<p><span id="more-29104"></span></p>
<p><strong>&#8216;สามย่านมิตรทาวน์​</strong>&#8216; เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในวันที่​ 20 กันยายน 2562  และถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 9 พันล้านบาท ​พื้นที่กว่า 2.22 แสนตารางเมตร ภายในโครงการ​มีทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรมและคอนโดมิเนียม รวมทั้งศูนย์การค้า และศูนย์ประชุม เพื่อให้เป็นโครงการที่สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิต ​ทั้งการทำงาน การกิน การอยู่อาศัย การจับจ่ายใช้สอย หรือการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในหลากหลายรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/PANO2.jpg" alt="" width="1200" height="893" /></p>
<p><strong>คุณธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>Country CEO) </strong>บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันสามย่านมิตรทาวน์เปิดให้บริการมาครบ 5 ปีแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ของ <strong>คุณฐาปน </strong>และ <strong>คุณปณต สิริวัฒนภักดี</strong> ที่นำประสบการณ์​การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศมาพลิกโฉมถนนพระราม 4 แห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ พร้อม <strong>ความสำเร็จในการ​เป็นหนึ่งแลนด์มาร์กบนพื้นที่ที่เคยได้ชื่อว่า &#8216;ทะเลทรายซาฮาร่า&#8217; จากที่เคยเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่ามานับสิบปี ​แต่ปัจจุบันมีผู้คนหมุนเวียนเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละกว่า 8 หมื่นคน หรือมีโอกาสได้ต้อนรับผู้คนไปแล้​วกว่า 120 ล้านคน โดย 80% เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่</strong> ทั้งนักศึกษา และกลุ่มคนทำงาน จึงสะท้อนได้ถึงการเป็นมิกซ์ยูสในใจคนรุ่นใหม่</p>
<p>รวมทั้งการตอบรับที่ดีจากทุกองค์ประกอบในโครงการไม่ว่าจะเป็นส่วนของอาคารสำนักงาน (Office) ที่มีอัตราการเช่าถึง 98% จาก 39 บริษัท โดยกว่า 50% เป็นบริษัทต่างชาติ ที่ให้ความสำคัญในการหาออฟฟิศที่ได้ตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะการเป็นอาคารประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งออฟฟิศของสามย่านจัดเป็นอาคารเกรด A ที่ได้รับรองตามมาตรฐาน LEED Gold</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณธนพล-ศิริธนชัย-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนโซนอยู่อาศัย คอนโดมิเนียมสามารถปิดการขายได้ทั้ง 100% และมีอัตราการ Resale เพิ่มขึ้นถึง 22% โดยมีระดับราคาสูงสุดถึง 1.6 แสนบาทต่อตารางเมตร เนื่องจากยังมีดีมานด์ในปริมาณที่สูง ขณะที่ส่วนของโรงแรม 102 ห้อง มีอัตราการเข้าพัก 90% รวมทั้งในส่วนพื้นที่ค้าปลีกที่มีกว่า 3.6 หมื่นตารางเมตร ก็มีผู้เช้าเต็มเช่นกัน ซึ่งทางศูนย์มีแผนเพิ่มพื้นที่เช่าผ่านการเพิ่มคีออสสำหรับร้านค้าย่อยเพิ่มเติมในอนาคต โดยยังเน้นให้มีพื้นที่โล่งสำหรับลูกค้าเดินได้อย่างสะดวกเช่นเดิม ขณะที่ภายในศูนย์มีการจัดงานอีเวนท์ต่างๆ ​ไปกว่า 1,500 งาน ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อดึงดูดให้มีคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/The-Art-Lantern-Festival.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​<strong>ความสำเร็จของสามย่านมิตรทาวน์มาจากการให้ความสำคัญกับทุกองค์ประกอบภายใน Ecosystem การเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันท้ังในส่วนของ Office Residential และ Retail รวมทั้งความสามารถวิเคราะห์และเข้าใจ Community, Segmentation และ Location</strong> <strong>ได้อย่างถ่องแท้</strong> ผ่านการวางคอนเซ็ปต์ที่​เชื่อมโยงกับความแข็งแรงของโลเกชั่นอย่าง <strong>&#8216;สามย่าน&#8217;</strong> ที่เป็นย่านตลาดเก่าและโดดเด่นเรื่องของกิน ประกอบกับเป็นที่ตั้งของ​สถานศึกษาชั้นนำของประเทศอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่มาของการวาง Positioning ที่ผสมผสานระหว่าง Food และ Knowledge ​ในฐานะ <strong>&#8216;คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้&#8217; </strong>ทำให้สามารถออกแบบพื้นที่ในโครงการให้สร้างประโยชน์และเป็นศูนย์กลางของผู้คนและชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่โดยรอบได้ ขณะเดียวกันยังสามารถตอบโจทย์ Painpoint เดิมของพื้นที่ ที่ขาดแคลนคอนโดเพื่อยู่อาศัยในการ​รองรับปริมาณนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีราว 2 หมื่นคน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเข้ามา​เพิ่มทั้งดีมานด์และไอเดียใหม่ๆ ทำให้ในพื้นที่มีความแปลกใหม่และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/คุณธนพล-ศิริธนชัย-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณธนพล</strong> ยังได้ฉายภาพ 3 ความสำเร็จในการขับเคลื่อน <strong>&#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217;</strong> พร้อมสร้าง Positive Impact ทั้งในแง่ของการเติบโตด้านธุรกิจ รวมทั้งการเป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตของผู้คนในย่านพระราม 4 มาตลอด 5 ปี ​มาจาก​กลยุทธ์ ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. Mitr &#8211; </strong><strong>t</strong><strong>ing place concept ​</strong>การวางคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนในฐานะ <strong>‘</strong><strong>คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้</strong><strong>’ </strong>​ที่​​ผสมผสานวัฒนธรรมของชุมชนสามย่าน และการตั้งอยู่บริเวณจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ​เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สามย่านมิตรทาวน์โดดเด่นในตลาดมิกซ์ยูส ที่สามารถตอบโจทย์​​และเติมเต็ม​ด้าน <strong>Smart &amp; Friendly</strong> สะท้อนถึงความทันสมัย ฉลาด การเรียนรู้ และมีความเป็นมิตร เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถเป็นตัวของตัวเองได้​ และร่วมสร้างสังคมของการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด ทำให้ภายในศูนย์เต็มไปด้วยร้านอาหารระดับแฟลกชิพ หรือร้านในตำนานต่างๆ รวมทั้งพื้นที่สร้างสรรค์ เวิร์คช้อป ART &amp; CRAFT ต่างๆ เป็นต้น ​​​</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/2-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>2. Mitr mindset </strong><strong>กล้าคิดนอกกรอบ</strong> ในฐานะที่ไม่เคยทำรีเทลมาก่อน ทำให้วิธีคิดของสามย่านมิตรทาวน์ ไม่ได้ยึดกับขนบเดิมๆ ของการทำศูนย์การค้าทั่วไป แต่เลือกทำให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด และผู้บริโภคเป็นสำคัญ ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากตลาด ทั้งการพัฒนา​พื้นที่ให้บริการ 24 ชั่วโมงแห่งแรกใจกลางเมือง ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และพื้นที่โค-เลิร์นนิ่ง สเปซ ภายใต้ชื่อ ซี อาเซียน สามย่าน โค-ออป (C asean Samyan CO-OP) ที่เปิดให้เรียนรู้ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง โดยปัจจุบันมีสมาชิกแล้วกว่า 180,000 คน เฉลี่ยมีผู้เข้าใช้บริการถึง 1,500 คน ต่อวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>รวมทั้งการครีเอทกิจกรรมหรืออีเวนท์ ที่ตอบโจทย์​ Segment และ Location เช่น <strong>ลานนมสามย่าน</strong> ที่กลายเป็นอีกหนึ่ง Signature Event ​สร้างกระแสให้ผู้คนมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ลานนมอารมณ์ลานเบียร์เป็นจำนวนมาก รวมท้ังอีกหนึ่งแลนด์มาร์กอย่าง <strong>อุโมงค์สามย่าน</strong> ที่มีคนผ่านไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งแตกต่างทั้งเรื่องของการตกแต่ง​ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการและบุคคลทั่วไป​เข้าสู่อาคารได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และไร้รอยต่อ หรือการมี <strong>Sky Garden</strong> เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ผู้ใช้บริการทุกคนได้ผ่อนคลายบริเวณชั้น 5 ของโครงการ รวมทั้งการใช้พื้นที่หน้าโครงการ หรือภายในศูนย์ เพื่อร่วมมือกับภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อตอบโจทย์และช่วยเหลือสังคม​ เช่น การเปิดพื้นที่ช่วยเหลือ SME หรือคนตัวเล็ก การจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนช่วงโควิด รวมทั้งเป็นพื้นที่ Street Performance สำหรับผู้มีความสามารถได้มีโอกาสแสดงออก เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Samyan-Mitrtown-Sky-Garden-5th-Fl..jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. The Mitr Ecosystem</strong> <strong>เมืองแห่งมิตร </strong>​การออกแบบให้ทุกองค์ประกอบสามารถเชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ ​รวมทั้งสามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่กันและกันได้​ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่อาศัยทั้งในโครงการ หรือพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ผู้ประกอบการ คนทำงาน นักท่องเที่ยว หรือคนมาสัมมนา และมาร่วมกิจกรรมต่างๆ ภายในโครงการ</p>
<p><em>&#8220;สามย่านมิตรทาวน์ ยังโฟกัส 3 แนวทาง เพื่อรักษาความแข็งแรงของตัวตนและเพิ่มโอกาส​เติบโตในอนาคต รวมทั้งการติดตามเทรนด์ต่างๆ ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี เทรนด์ทางธุรกิจ หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเพื่อโอกาสในการสร้าง S-Curve เพิ่มมากขึ้น รวมทั้ง​เพิ่มความสามารถในการปรับตัวตามยุคสมัย ทั้งในส่วนของการบริหารจัดการด้าน Workplace, Property และ Retail เพื่อสามารถออกแบบและพัฒนาพื้นที่ให้ตอบโจทย์​และสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง​ต่างๆ ​​​ เพื่อสามารถรักษาความแข็งแกร่งและเติบโตในอนาคตข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง&#8221;​</em> คุณธนพล กล่าวทิ้งท้าย ​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/samyan-mitrtown-fifth-anniversary-mixed-use-project/">ย้อนความสำเร็จ 5 ปี &#8216;สามย่านมิตรทาวน์&#8217; ​มิกซ์ยูสแรกของพระราม 4  ตอบโจทย์​ทั้ง Community Segmentation และ Location </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Sep 2024 04:38:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[EV]]></category>
		<category><![CDATA[JLL]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[R&D]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยและพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[ออฟฟิศ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เจแอลแอล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการอสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเคิล แกลนซี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28969</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป้าหมายที่ท้าทาย การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศ จะสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ ภายในปี 2573 ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลของเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่าศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 220,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค เจแอลแอลคาดการณ์ว่าขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามนโยบาย “30@30” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ 30% ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 นั้น นับว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบาย 30@30 นั้นประกอบด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมาก การลดภาษี และมาตรการ EV 3.5 ที่ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567-2570 “ประเทศไทยได้แสดงความชัดเจนผ่านการดำเนินการตามนโยบาย 30@30 และมาตรการ EV 3.5 ว่าเรามีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค แรงจูงใจเหล่านี้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุน ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/">เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>เป้าหมายที่ท้าทาย การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนจากต่างประเทศ จะสร้างตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยมูลค่าไม่น้อยกว่า </em><em>6.5 </em><em>พันล้านดอลลาร์ ภายในปี </em><em>2573</em></p>
<p><span id="more-28969"></span></p>
<p>ประเทศไทยมีความพร้อมสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลของเจแอลแอล (NYSE: JLL) ระบุว่าศักยภาพในการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐและการลงทุนจากต่างประเทศ จะมีมูลค่าอย่างน้อย 6.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 220,000 ล้านบาท) ภายในปี 2573 และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ และสนับสนุนให้ประเทศสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตและนวัตกรรมในระดับภูมิภาค</p>
<p>เจแอลแอลคาดการณ์ว่าขนาดของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จำเป็นต่อการสนับสนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทยนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการตามนโยบาย “30@30” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยที่กำหนดเป้าหมายให้รถยนต์ที่ผลิตในประเทศ 30% ต้องเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2573 นั้น นับว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภาคอุตสาหกรรมนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งนโยบาย 30@30 นั้นประกอบด้วยเงินอุดหนุนจำนวนมาก การลดภาษี และมาตรการ EV 3.5 ที่ครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567-2570</p>
<p>“ประเทศไทยได้แสดงความชัดเจนผ่านการดำเนินการตามนโยบาย 30@30 และมาตรการ EV 3.5 ว่าเรามีความมุ่งมั่นและแรงผลักดันสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของภูมิภาค แรงจูงใจเหล่านี้สามารถดึงดูดทั้งกลุ่มนักลงทุน ผู้ผลิต และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก แต่หากต้องการสร้างศักยภาพของอุตสาหกรรมให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง เราไม่อาจมองข้ามบทบาทของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นรากฐานในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไปได้”<strong> นายไมเคิล แกลนซี่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยและอินโดนีเซีย บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์  (</strong><strong>JLL) </strong>กล่าว</p>
<p>ในปี 2567 การผลักดันด้านกลยุทธ์ของไทยสามารถดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าได้ทั้งจากในและต่างประเทศ โดยมีมูลค่าการลงทุนสะสมที่ทำสัญญาแล้วประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดยเงินทุนก้อนใหญ่นี้ยังรวมถึงเงินลงทุน 1.4 พันล้านดอลลาร์ (49 พันล้านบาท) จากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจีนซึ่งรวมถึงบริษัทบีวายดี  (BYD) และเงินลงทุน 4.4 พันล้านดอลลาร์ (150 พันล้านบาท) โดยผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น</p>
<p>นอกจากนี้ เพื่อการบรรลุเป้าหมายตามนโยบาย 30@30 เพื่อให้สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 30% จากทั้งหมดตามเป้าหมายภายในปี 2573 ประเทศไทยจำเป็นต้องผลิตแบตเตอรี่มากกว่า 34 GWh ให้ได้จากภายในประเทศ ทำให้ต้องมีการแสวงหาพื้นที่เพื่อการผลิตและพื้นที่สำหรับอุตสาหกรรมใหม่นี้ด้วย โดยข้อมูล ณ สิ้นปี 2566 ไทยมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้ารวมที่ 167,000 คัน ซึ่งคิดเป็น 26.4% ของเป้าหมายปี 2573 ซึ่งต้องมีรถยนต์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 440,000 คัน</p>
<p><strong>นายไมเคิล แกลนซี่ </strong>กล่าวย้ำว่า “การวิจัยและพัฒนามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจำเป็นต้องมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เฉพาะทางที่สามารถรองรับการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตจำนวนมาก และการเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28971 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/JLL2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>กิจกรรมและการพัฒนาที่สำคัญหลายด้านยังช่วยตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยกำลังเติบโต และเพื่อรักษาและกระตุ้นแรงผลักดัน ประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&amp;D) โดยเสนอเงินอุดหนุนและการลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ที่สร้างศูนย์การวิจัยและพัฒนา ยกตัวอย่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนไดและศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์จีน (CATARC) ก็ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศแล้ว นอกจากนี้ บีวายดียังได้เปิดตัวคลังชิ้นส่วนอะไหล่แห่งใหม่ในกรุงเทพฯ รวมถึงเทสลาก็ได้สร้างโรงงานแบบครบวงจร ซึ่งประกอบด้วยศูนย์บริการและคลังชิ้นส่วนอะไหล่ไว้ในแห่งเดียว</p>
<p>เจแอลแอลยังคาดการณ์ถึงการเติบโตที่เพิ่มสูงขึ้นของทุกภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ซอฟต์แวร์และการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ยางรถยนต์ และชิ้นส่วนยาง</p>
<p>“การลงทุนจากต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามาแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศไทยในภาคธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การผสานสิ่งจูงใจจากภาครัฐ แรงงานที่มีทักษะ และโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน จะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดใจสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งรายใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ในระบบนิเวศให้ครอบคลุมมากขึ้น จะเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเปลี่ยนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายด้านรถยนต์ไฟฟ้าของไทย ให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยมีความแตกต่างและโดดเด่นไปอีกหลายทศวรรษ” <strong>นายไมเคิล แกลนซี่</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ev-growth-drive-commercial-property-in-thailand/">เจแอลแอล เผยการเติบโตอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย กระตุ้นตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ขยายตัวต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอพี ไทยแลนด์ เบอร์หนึ่งอสังหาฯ ไทย เดินหน้าสู่องค์กรต้นแบบ สร้างการเติบโตทางธุรกิจคู่สังคมอย่างยั่งยืน มอบรางวัลให้ 12 พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจด้วยคุณค่าเดียวกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/ap-thai-organized-choose-integrity-seminar/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 24 Aug 2024 08:57:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AP THAI]]></category>
		<category><![CDATA[AP THAI Update 2024]]></category>
		<category><![CDATA[AP Thai บริษัทอสังหาอันดับ1]]></category>
		<category><![CDATA[CHOOSE INTEGRITY 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[คุณค่าสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บุญชัย จันทร์กระจ่างเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28311</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” นำโดย นายบุญชัย จันทร์กระจ่างเลิศ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานซัพพลายเชน ร่วมกับ 12 พันธมิตรธุรกิจยกระดับอุตสาหกรรม มุ่งขับเคลื่อนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในการดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และปราศจากการทุจริต ตามแนวทาง ESG สู่คู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า จัดสัมมนา “CHOOSE INTEGRITY” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสําคัญในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบให้กับคู่ค้า พร้อมมอบโล่รางวัลยกย่องคู่ค้าที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและโปร่งใส สอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจของเอพี ที่มุ่งมั่นทำให้เอพีและคู่ค้าสามารถเติบโต สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกค้าเอพีทั่วประเทศ ให้ลูกค้ามั่นใจในการอยู่อาศัย และมีชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ap-thai-organized-choose-integrity-seminar/">เอพี ไทยแลนด์ เบอร์หนึ่งอสังหาฯ ไทย เดินหน้าสู่องค์กรต้นแบบ สร้างการเติบโตทางธุรกิจคู่สังคมอย่างยั่งยืน มอบรางวัลให้ 12 พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจด้วยคุณค่าเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย อันดับหนึ่งของไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “<strong>ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้”</strong> นำโดย <strong>นายบุญชัย จันทร์กระจ่างเลิศ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานซัพพลายเชน</strong> <strong>ร่วมกับ</strong><strong> 12 </strong><strong>พันธมิตรธุรกิจยกระดับอุตสาหกรรม</strong></p>
<p><span id="more-28311"></span></p>
<p>มุ่งขับเคลื่อนค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในการดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และปราศจากการทุจริต ตามแนวทาง ESG สู่คู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า จัดสัมมนา <strong>“</strong><strong>CHOOSE INTEGRITY”</strong> เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงความสําคัญในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบให้กับคู่ค้า พร้อมมอบโล่รางวัลยกย่องคู่ค้าที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและโปร่งใส สอดคล้องกับจรรยาบรรณธุรกิจของเอพี ที่มุ่งมั่นทำให้เอพีและคู่ค้าสามารถเติบโต สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม และส่งมอบที่อยู่อาศัยที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกค้าเอพีทั่วประเทศ ให้ลูกค้ามั่นใจในการอยู่อาศัย และมีชีวิตดีๆ ที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28313 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/AP2.jpg" alt="" width="538" height="807" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/ap-thai-organized-choose-integrity-seminar/">เอพี ไทยแลนด์ เบอร์หนึ่งอสังหาฯ ไทย เดินหน้าสู่องค์กรต้นแบบ สร้างการเติบโตทางธุรกิจคู่สังคมอย่างยั่งยืน มอบรางวัลให้ 12 พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจด้วยคุณค่าเดียวกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จระเข้ เร่งแผน Carbon Neutrality จาก Beyond Pain point สู่ Jorakay Green Earth ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ ​​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/jorakay-green-earth-head-to-carbon-neutrality/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jul 2024 10:42:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Pain point]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[construction]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[green product]]></category>
		<category><![CDATA[Jorakay]]></category>
		<category><![CDATA[Jorakay Green Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Jorakay Green Pack]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[จระเข้]]></category>
		<category><![CDATA[จระเข้มีแต่ให้]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[ปันความรู้กับครูพี่เข้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27201</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด​ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาตลอด 32 ปี​ ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ ‘จระเข้’  Beyond Pain point หรือต้องตอบโจทย์ได้มากกว่าแค่การแก้ปัญหาทางธุรกิจ แต่ยังคำนึงถึง​สุขภาพผู้ใช้งาน และการดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมกัน เพื่อเป็นผู้นำนวัตกรรม​งานก่อสร้างครบวงจร ที่ใส่ใจคนและดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว คุณศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ​จระเข้มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ​ผ่านกลยุทธ์ 5 SD  ประกอบด้วย 1. ​​ลดการปล่อยคาร์บอน 2. ลดปริมาณขยะและของเสีย  3. ลดการใช้สารพิษ 4. เพิ่มสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5. สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต​ ​โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้ในที่สุด ขณะที่การขับเคลื่อนจะทำทั้งภายในองค์กร ผ่านกระบวนการต่างๆ ภายในองค์กร ทั้งกระบวนการ​​ผลิตสินค้านวัตกรรมทั้ง 3 กลุ่ม ​ ไม่ว่า​จะเป็นผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/jorakay-green-earth-head-to-carbon-neutrality/">จระเข้ เร่งแผน Carbon Neutrality จาก Beyond Pain point สู่ Jorakay Green Earth ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ ​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยแนวคิด​ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาตลอด 32 ปี​ ทำให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ <strong>‘</strong><strong>จระเข้</strong>’  Beyond Pain point หรือต้องตอบโจทย์ได้มากกว่าแค่การแก้ปัญหาทางธุรกิจ แต่ยังคำนึงถึง​สุขภาพผู้ใช้งาน และการดูแลสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมกัน เพื่อเป็นผู้นำนวัตกรรม​งานก่อสร้างครบวงจร ที่ใส่ใจคนและดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อความสุขของทุกคนในครอบครัว<br />
<span id="more-27201"></span></p>
<p><strong>คุณศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์</strong> ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ​จระเข้มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ​ผ่านกลยุทธ์<strong> 5 SD</strong>  ประกอบด้วย 1. ​​ลดการปล่อยคาร์บอน 2. ลดปริมาณขยะและของเสีย  3. ลดการใช้สารพิษ 4. เพิ่มสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5. สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต​ ​โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ได้ในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27206 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/J1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนจะทำทั้งภายในองค์กร ผ่านกระบวนการต่างๆ ภายในองค์กร ทั้งกระบวนการ​​ผลิตสินค้านวัตกรรมทั้ง 3 กลุ่ม ​ ไม่ว่า​จะเป็นผลิตภัณฑ์ปูกระเบื้อง ผลิตภัณฑ์เคมีก่อสร้าง​ หรือผลิตภัณฑ์สีจระเข้ โดยให้ความสำคัญตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่การคิดค้นนวัตกรรมสีเขียว การสรรหาวัตถุดิบ การผลิต การลดของเสียหรือขยะ ตลอดจนการขนส่งและกระจายสินค้าให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มากที่สุด เพื่อให้ได้สินค้าที่ตอบโจทย์ได้ทั้งความต้องการ หรือเข้าไปช่วยแก้ Pain point ให้​ลูกค้า รวมทั้งมีส่วนช่วยดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม​ควบคู่ไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันสามารถลดการปล่อย CO2 ในกระบวนการลงได้กว่า 11 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนเทียบเท่า ​จัดการขยะรีไซเคิลไปแล้วกว่า 1.2 แสนกิโลกรัม  และลดฝุ่นได้มากกว่า 2.5 ล้านกิโลกรัม รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ถึง 62% ได้รับรองว่าเป็น Green Product ซึ่งในอนาคตมีแผนขยายพอร์ตให้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27211 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/J7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บริษัทมุ่งสร้าง Zero Waste ภายในกระบวนการผลิต​ทั้งการบริหารจัดการวัตถุดิบ ขยะ น้ำ หรือพลังงานต่างๆ ​​ซึ่งได้​ลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในส่วนของสำนักงานใหญ่ใน กทม. และโรงงานที่สระบุรี  เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยคาดว่าภายในสิ้นปีจะมีสัดส่วนการใช้​ได้ 30% รวมทั้งจะเพิ่มการนำ EV มาใช้ในกระบวนการขนส่ง ซึ่งจะนำร่องในเส้นทางไปกลับระยะไม่เกิน 100 กิโลเมตร เพื่อสะดวกในการชาร์จแบต และจะค่อยๆ เพิ่มเติมฟลีทมากขึ้นในอนาคต ขณะที่การจัดการทั้งวัตถุดิบ และน้ำ ปัจจุบันไม่มีการสร้าง Waste ออกไปสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว&#8221;​</em></p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังเขย่าวงการก่อสร้างด้วยนวัตกรรมถุงกาวซีเมนต์รักษ์โลก <strong>Jorakay Green Pack </strong>ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล 70% และลดความหนาของพลาสติกลง 60% รวมทั้งลดการใช้หมึกบนฉลาก ทำให้สามารถลดคาร์บอนจากกระบวนการผลิ​ตลงได้ถึง 49% รวมทั้งการพัฒนา <strong>จระเข้เอ็กซ์เพรส </strong>กาวซีเมนต์สำหรับงานเร่งด่วน ที่ใช้กาวพอลิเมอร์ โมดิฟรายด์ ชนิดแห้งตัวได้เร็ว (​Fast Setting) ภายใน 6 ชั่วโมง เหมาะสำหรับงานซ่อมแซมต่างๆ เนื้อกาวมีความยืดหยุ่นตัวสูง ตอบโจทย์เทรนด์งานก่อสร้างที่ต้องการประหยัดเวลาและความรวดเร็ว และยังช่วยลดฝุ่น และการสร้าง​คาร์บอนลง เมื่อเทียบกับ​งานซ่อมแซมถนนแบบเดิมได้ถึง 97% รวมทั้งยังเตรียมเปิดตัว <strong>Flooring Innovation</strong> ​นวัตกรรมสินค้าด้านงานพื้นที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกปัญหาพื้นคอนกรีต รองรับทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นถนน และพื้นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งครอบคลุมทุกความต้องการของงานพื้นทั้งกลุ่มเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ และตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27210 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/J5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ขยาย​​ Jorakay Green Earth ปลูกป่าชายเลน 63.5 ไร่ </strong></p>
<p>นอกจากการลด Emission ในกระบวนการต่างๆ ของตัวเองแล้ว ล่าสุด ได้เปิดตัว <strong>Jorakay Green Earth</strong> โครงการปลูกป่าชายเลน 63.5 ไร่ ในพื้นที่จังหวัดตรัง เพื่อเพิ่ม​ศักยภาพในการลด Emission ผ่านการดูดซับคาร์บอนอีกทางหนึ่ง โดยคาดว่า​ จะช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี</p>
<p>​โดยรวมพลังทีมผู้บริหาร-พนักงานอาสา-อาสาสมัครในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นพังกาหัวสุมดอกแดง  ต้นโกงกางใบเล็ก ต้นโกงกางใบใหญ่ และต้นฝาดดอกแดง รวมกว่า 45,000 ต้น พร้อมร่วมดูแลป่าชายเลนผืนนี้เป็นระยะเวลา 10 ปี<strong> ​</strong>ภายใต้ความร่วมมือกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายป่าชายเลนประเทศไทย (Thailand Mangrove Alliance)  ร่วมกับอีก 33 องค์กรในภาคีที่ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ-สร้างคาร์บอนเครดิต ผ่านโครงการปลูกป่าชายเลนในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27209 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/J4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;นอกจากความสามารถในการดูดซับคาร์บอน โครงการนี้ยังช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกับชุมชนได้มากขึ้น จากการทำงานร่วมกันในการดูแลพื้นที่ป่าร่วมกันตลอดระยะเวลา 10 ปี รวมท้ังยังส่งเสริมการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นที่ด้วยการทำบ้านปลา เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับทะเลและเป็นที่วางไข่ และขยายพันธุ์ของปลาและสัตว์น้ำ&#8221;</em></p>
<p>จระเข้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแล​ชุมชน สังคม เพื่อมุ่ง​ยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งด้านการศึกษา สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในพื้นที่รอบสำนักงานใหญ่ และรอบโรงงานที่สระบุรี เช่น จระเข้ จูเนียร์ แบดมินตัน แชมป์เปี้ยนชิพ สนับสนุนสุขภาพเยาวชนผ่านกลุ่มกีฬาแบดมินตัน​ ซึ่งสนับสนุนมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 แล้ว, จระเข้คัดสรร ส่งเสริมการคัดแยกขยะภายในโรงเรียน, ซ่อมฟรีโดยพี่เข้ ​การเข้าไปซ่อมแซมปรับปรุงโรงเรียนรอบโรงงาน และมอบอุปกรณ์ให้กับทางโรงเรียน รวมทั้งโครงการแบ่งปันอื่นๆ เช่น ปันความรู้กับครูพี่เข้, จระเข้มีแต่ให้ , จระเข้สานฝันปันสุข ซึ่งจนถึงปัจจุบันจระเข้มีส่วนเข้าไปช่วยพัฒนาทักษะกลุ่มต่างๆ ได้แล้วกว่า 1.2 หมื่นคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27208 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/J10.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับการวางเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็น <strong>Carbon Neutrality</strong> และ <strong>Net Zero</strong> ของจระเข้นั้น อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อคำนวนการปลดปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission) ของทั้งองค์กร โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้  ​ก่อนจะเริ่ม​นำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ฐานจากปี 2021 ​เพื่อกำหนดทั้งกลยุทธ์ในการขับเคลื่อน ทั้ง 3 สโคป ​​รวมถึงการเป้าหมายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งเบื้องต้นเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนได้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศที่ตั้ง Carbon Neutrality. ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/jorakay-green-earth-head-to-carbon-neutrality/">จระเข้ เร่งแผน Carbon Neutrality จาก Beyond Pain point สู่ Jorakay Green Earth ขับเคลื่อนความยั่งยืนทุกมิติ ​​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PORCELA(พอร์ซเซล่า) ผู้นำนวัตกรรมกระเบื้องรักษ์โลก เตรียมขนทัพนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใส่ใจความยั่งยืน ESG  โชว์ในงานสถาปนิก’67</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/porcela-showcase-innovation-in-architect-expo-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Apr 2024 07:17:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Colosseum in the new Era]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Porcela]]></category>
		<category><![CDATA[Product Development]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Residential]]></category>
		<category><![CDATA[งานสถาปนิก’67]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจที่อยู่อาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ร่วมพัฒน์เซรามิค]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญจมา เหล่าวิวัฒน์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[พอร์ซเซล่า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25291</guid>

					<description><![CDATA[<p>PORCELA (พอร์ซเซล่า) เตรียมทัพนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใส่ใจความยั่งยืน ESG โชว์ในงานสถาปนิก’67 ภายใต้แนวคิด &#8220;Colosseum in the new Era&#8221; หรือ โคลอสเซียมยุคใหม่ พร้อมคัดสรรกระเบื้องที่มีทั้งความหรูหรา ยิ่งใหญ่ สง่างาม สะท้อนเอกลักษณ์ของ Colosseum ผสมผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ณ บูธ F 507 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2567 นางสาวปัญจมา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมพัฒน์เซรามิค  ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและนำเข้ากระเบื้องคุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบ ทั้งสีสัน และลวดลาย เพื่อตอบโจทย์สำหรับทุกสไตล์ความต้องการในการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่สามารถใช้ตกแต่งปูพื้นและบุผนัง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ภายใต้แบรนด์ PORCELA (พอร์ซเซล่า) กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยมีทิศทางมุ่งเน้นความต้องการนวัตกรรมใหม่ๆมากขึ้น บ้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/porcela-showcase-innovation-in-architect-expo-2024/">PORCELA(พอร์ซเซล่า) ผู้นำนวัตกรรมกระเบื้องรักษ์โลก เตรียมขนทัพนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใส่ใจความยั่งยืน ESG  โชว์ในงานสถาปนิก’67</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>PORCELA (</strong><strong>พอร์ซเซล่า) เตรียมทัพนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใส่ใจความยั่งยืน </strong><strong>ESG </strong><strong>โชว์ในงานสถาปนิก’67 ภายใต้แนวคิด &#8220;</strong><strong>Colosseum in the new Era&#8221; </strong><strong>หรือ โคลอสเซียมยุคใหม่ </strong></p>
<p><span id="more-25291"></span></p>
<p><strong>พร้อมคัดสรรกระเบื้องที่มีทั้งความหรูหรา ยิ่งใหญ่ สง่างาม สะท้อนเอกลักษณ์ของ </strong><strong>Colosseum </strong><strong>ผสมผสานนวัตกรรมที่ทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ณ บูธ </strong><strong>F 507</strong><strong> ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ </strong><strong>2 </strong><strong>อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ </strong><strong>30</strong><strong> เมษายน </strong><strong>– 5</strong><strong> พฤษภาคม </strong><strong>2567</strong></p>
<p><strong>นางสาวปัญจมา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมพัฒน์เซรามิค  </strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและนำเข้ากระเบื้องคุณภาพสูงหลากหลายรูปแบบ ทั้งสีสัน และลวดลาย เพื่อตอบโจทย์สำหรับทุกสไตล์ความต้องการในการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัย ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่สามารถใช้ตกแต่งปูพื้นและบุผนัง ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ภายใต้แบรนด์<strong> PORCELA (พอร์ซเซล่า)</strong> กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจที่อยู่อาศัยมีทิศทางมุ่งเน้นความต้องการนวัตกรรมใหม่ๆมากขึ้น บ้าน คอนโด ออฟฟิศสำนักงาน กลายเป็น Smart Home, Smart Building ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยของผู้คน ดังนั้น กระเบื้องที่จะตอบโจทย์ทิศทางการเติบโตดังกล่าวต้องเป็นกระเบื้องนวัตกรรมที่สามารถช่วยให้บ้านและอาคารกลายเป็น Smart Home, Smart Building ให้ได้ เช่น กระเบื้องที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน ช่วยส่งเสริมสุขภาพการอยู่อาศัยให้ปลอดภัยจากโรคร้าย ช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้น และเป็นกระเบื้องที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนเป็นกระเบื้องที่ช่วยควบคุมงบประมาณ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25294 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Architech3.jpg" alt="" width="1200" height="757" /></p>
<p>PORCELA จึงได้วางแนวทางในการดำเนินธุรกิจภายในแนวคิด ESG หรือ Environmental, Social, Governance ซึ่งเป็นแนวคิดในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์รอบด้านแก่ทุกภาคส่วนทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และประเทศชาติ ซึ่งในกระบวนการผลิตกระเบื้องนั้น PORCELA ได้ใช้นวัตกรรมในการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ปล่อยของเสียสู่ธรรมชาติ     มีการเลือกใช้วัสดุทดแทน และมีการตรวจสอบในทุกขั้นตอนการผลิตให้มีความปลอดภัยได้มากที่สุด</p>
<p>“เราเชื่อว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการคำนึงถึงความยั่งยืนทั้งของโลกและของผู้คน จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้แบรนด์ PORCELA มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะเมื่อกระเบื้องดีต่อโลกและดีต่อคนแล้ว นั่นเท่ากับว่าผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสิ่งที่ดีและตอบโจทย์กับการอยู่อาศัยซึ่งลูกค้าทุกคนต้องการ และทำให้การที่ลูกค้า เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ PORCELA เป็นการใช้ชีวิตที่คำนึงถึงความยั่งยืนของโลกและสิ่งแวดล้อม”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25292 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Architech1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นางสาวปัญจมา</strong> กล่าวต่อไปว่า ไฮไลท์พิเศษที่เราภูมิใจนำเสนอในงานสถาปนิก’67 คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นกระเบื้องนวัตกรรม ที่จะช่วยยกระดับการอยู่อาศัยได้ดีมากขึ้น ซึ่งเราจะคัดสรรมาจัดแสดงภายใต้แนวคิด &#8220;<strong>Colosseum in the new Era</strong>&#8221; หรือ โคลอสเซียมยุคใหม่ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Colosseum เป็นงานสถาปัตยกรรมที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก จึงสอดคล้องและเข้ากันได้อย่างลงตัวกับงานสถาปนิก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกมาจัดแสดงภายในงานนั้น จะเป็นกระเบื้องที่มีทั้งความหรูหรา ยิ่งใหญ่ สง่างาม สะท้อนเอกลักษณ์ของ Colosseum อย่างเด่นชัด มีการผสมผสานนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้าไปด้วย เพื่อให้ตอบโจทย์กับการใช้งานและความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน</p>
<p>พิเศษสุดสำหรับผู้ที่สั่งซื้อหรือจองผลิตภัณฑ์ภายในงานสถาปนิก’67 จะได้รับโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมชมและสัมผัส ทัพนวัตกรรมกระเบื้องผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ณ บูธ F507 l Grid line Q22 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2567 นี้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/porcela-showcase-innovation-in-architect-expo-2024/">PORCELA(พอร์ซเซล่า) ผู้นำนวัตกรรมกระเบื้องรักษ์โลก เตรียมขนทัพนวัตกรรมกระเบื้องเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ใส่ใจความยั่งยืน ESG  โชว์ในงานสถาปนิก’67</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
