<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Red tide &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/red-tide/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 Mar 2022 05:37:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Red tide &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตะลึง!!! ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (Red tide) ทำให้กุ้งล็อบสเตอร์กว่า 500 ตัน มาเกยฝั่งในแอฟริกาใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/03/rock-lobster-walkout-on-west-coast/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Mar 2022 05:36:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Red tide]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี]]></category>
		<category><![CDATA[ฝูงล็อบสเตอร์เกยตื้น]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=10995</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์กุ้งล็อบสเตอร์สายพันธุ์ West coast rock จำนวนกว่า 500 ตัน ว่ายมาเกยตื้นในอ่าวเซนเฮเลน่า ประเทศแอฟริกาใต้ ทางกรมการป่าไม้ การประมง และสิ่งแวดล้อม ของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ออกมาแถลงว่า การเกยตื้นของเหล่ากุ้งล็อบสเตอร์ดังกล่าวเกิดจากสาเหตุการก่อตัวของแพลงก์ตอนพืช (phytoplankton) จำนวนมากตามปกติในบริเวณอ่าว St. Helena ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (Red tide) ที่แม้จะดูสวยงามแต่กลับแฝงไปด้วยอันตรายที่สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิต โดยการก่อตัวดังกล่าวกินพื้นที่ 50-60 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำของเมือง Elands, Lambert’s และ Doring bays ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติในน่านน้ำชายฝั่งทะเลที่มีสาเหตุจากความเข้มข้นของสาหร่ายขนาดจิ๋วที่รวมตัวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเลเนื่องจากสาหร่ายหรือแพงก์ตอนพืชที่ตายแล้วจะลอยตัวขึ้นสู่ระดับน้ำทะเลทำให้พืชและปะการังไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ทำให้ระดับออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้พืชและสัตว์น้ำในบริเวณนั้นตายลงในที่สุด โดยสาหร่ายบางสายพันธุ์มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและมนุษย์ ผลของการเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีนี้ มีผลกระทบถึงอุตสาหกรรมการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการตายของสัตว์น้ำทางทะเล ในขณะที่คุณภาพน้ำไม่ดีและกลิ่นเหม็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวชายฝั่งด้วย นอกจากนี้ จากการรายงานของเว็บไซต์ Greenpeace ยังระบุถึงผลวิจัยของนักวิจัยจากสถาบัน the Environment Protection Agency ถึงสาเหตุของการเร่งให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีได้บ่อยขึ้น ว่า “อุณหภูมิโลกและอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นทำให้สภาพแวดล้อมแปรปรวนเป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโตของสาหร่ายมากขึ้นกว่าเดิม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/rock-lobster-walkout-on-west-coast/">ตะลึง!!! ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (Red tide) ทำให้กุ้งล็อบสเตอร์กว่า 500 ตัน มาเกยฝั่งในแอฟริกาใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์กุ้งล็อบสเตอร์สายพันธุ์ West coast rock จำนวนกว่า 500 ตัน ว่ายมาเกยตื้นในอ่าวเซนเฮเลน่า ประเทศแอฟริกาใต้</span></h4>
<p><span id="more-10995"></span></p>
<p>ทางกรมการป่าไม้ การประมง และสิ่งแวดล้อม ของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ออกมาแถลงว่า การเกยตื้นของเหล่ากุ้งล็อบสเตอร์ดังกล่าวเกิดจากสาเหตุการก่อตัวของแพลงก์ตอนพืช (phytoplankton) จำนวนมากตามปกติในบริเวณอ่าว St. Helena ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (Red tide) ที่แม้จะดูสวยงามแต่กลับแฝงไปด้วยอันตรายที่สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิต โดยการก่อตัวดังกล่าวกินพื้นที่ 50-60 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำของเมือง Elands, Lambert’s และ Doring bays</p>
<p>ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติในน่านน้ำชายฝั่งทะเลที่มีสาเหตุจากความเข้มข้นของสาหร่ายขนาดจิ๋วที่รวมตัวกัน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเลเนื่องจากสาหร่ายหรือแพงก์ตอนพืชที่ตายแล้วจะลอยตัวขึ้นสู่ระดับน้ำทะเลทำให้พืชและปะการังไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ทำให้ระดับออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้พืชและสัตว์น้ำในบริเวณนั้นตายลงในที่สุด โดยสาหร่ายบางสายพันธุ์มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและมนุษย์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" width="800" height="450" class="alignnone size-full wp-image-10999" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/03/P-1.jpg" alt="" /></p>
<p>ผลของการเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีนี้ มีผลกระทบถึงอุตสาหกรรมการประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการตายของสัตว์น้ำทางทะเล ในขณะที่คุณภาพน้ำไม่ดีและกลิ่นเหม็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวชายฝั่งด้วย</p>
<p>นอกจากนี้ จากการรายงานของเว็บไซต์ Greenpeace ยังระบุถึงผลวิจัยของนักวิจัยจากสถาบัน the Environment Protection Agency ถึงสาเหตุของการเร่งให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสีได้บ่อยขึ้น ว่า “อุณหภูมิโลกและอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่สูงขึ้นทำให้สภาพแวดล้อมแปรปรวนเป็นตัวเร่งให้เกิดการเติบโตของสาหร่ายมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้น มนุษย์เองเป็นก็ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นเนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์เอง&#8221;</p>
<p>โดยกรมฯ ยังออกโรงเตือนชาวบ้านในละแวกนั้นไม่ให้นำ กุ้งล็อบสเตอร์ ปลา หรือสัตว์มีกระดองอื่นๆที่ตายจากการเกยตื้นครั้งนี้ไปบริโภคเนื่องจากสัตว์เหล่านั้นอาจปนเปื้อนสารพิษ ที่อาจส่งผลต่อระบบหายใจและการระคายเคืองผิวหนัง</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ทั้งนี้ ทางกรมฯ ร่วมกับหลายภาคส่วนได้วางแผนเพื่อทำความสะอาดชายหาดและเก็บกุ้งล็อบสเตอร์ที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อนำไปปล่อยสู่ทะเลอีกครั้งเมื่อสภาพน้ำทะเลกลับมาสู่ภาวะปกติ</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Credit :</strong></p>
<p><strong>https://www.news24.com/news24/southafrica/news/sandf-police-assisting-with-clean-up-after-mass-rock-lobster-walkout-on-west-coast-20220302</strong></p>
<p><strong>https://www.iol.co.za/news/south-africa/western-cape/watch-red-tide-causes-estimated-500-tons-of-lobster-walkout-along-west-coast-38175fa3-0f44-42d0-87bd-76ff041ab2bf</strong></p>
<p><strong>https://www.greenpeace.org/thailand/story/11725/ocean-sanctuaries-red-tide-impact/</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/03/rock-lobster-walkout-on-west-coast/">ตะลึง!!! ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (Red tide) ทำให้กุ้งล็อบสเตอร์กว่า 500 ตัน มาเกยฝั่งในแอฟริกาใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
