<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SCB &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/scb/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 20 Oct 2026 12:03:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SCB &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ หนุนสร้าง Green Supply Chain ช่วย SME เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเปลี่ยนผ่าน​ วงเงิน 2,000 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/synergy-for-sme-sustainable-success/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2026 12:03:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Green Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Green Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Financing]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ศรชัย สุเนต์ตา]]></category>
		<category><![CDATA[สารัชต์ รัตนาภรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อุทัย อุทัยแสงสุข]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีบี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอี]]></category>
		<category><![CDATA[แสนสิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45197</guid>

					<description><![CDATA[<p>สองยักษ์ใหญ่ แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ เปิดเวทีรวมพลังซัพพลายเชนอสังหาฯ ติดสปีดการเติบโตด้วย ​Sustainable Financing​ วงเงินสนับสนุนจากไทยพาณิชย์กว่า 2 พันล้าน เวทีครั้งสำคัญนี้ ​จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยได้รับเกียรติจาก คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ปาฐกถาพิเศษฉายภาพรวมการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจ และ คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การผสานพันธมิตรเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ซัพพลายเชน ร่วมด้วยการเสริมแนวทาง ESG และการเตรียมแนวทางสู่ความยั่งยืนจาก คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ และปิดท้ายด้วยการบริหารเงินและต่อยอดโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชนอสังหาริมทรัพย์ จาก ​คุณศรชัย สุเนต์ตา Deputy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/synergy-for-sme-sustainable-success/">แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ หนุนสร้าง Green Supply Chain ช่วย SME เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเปลี่ยนผ่าน​ วงเงิน 2,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สองยักษ์ใหญ่ แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ เปิดเวทีรวมพลังซัพพลายเชนอสังหาฯ ติดสปีดการเติบโตด้วย ​Sustainable Financing​ วงเงินสนับสนุนจากไทยพาณิชย์กว่า 2 พันล้าน<span id="more-45197"></span></p>
<p>เวทีครั้งสำคัญนี้ ​จะช่วยยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย พร้อมเตรียมความพร้อมสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI)</p>
<p>โดยได้รับเกียรติจาก <strong>คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> ปาฐกถาพิเศษฉายภาพรวมการเปลี่ยนแปลง ความท้าทายและโอกาสของภาคธุรกิจ และ <strong>คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การผสานพันธมิตรเพื่อเสริมแกร่งให้แก่ซัพพลายเชน ร่วมด้วยการเสริมแนวทาง ESG และการเตรียมแนวทางสู่ความยั่งยืนจาก <strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และ ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> และปิดท้ายด้วยการบริหารเงินและต่อยอดโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการซัพพลายเชนอสังหาริมทรัพย์ จาก <strong>​คุณศรชัย สุเนต์ตา </strong><strong>Deputy Head of Wealth Business </strong><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ </strong></p>
<p>การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสององค์กรในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมสนับสนุนคู่ค้าของแสนสิริให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนจากไทยพาณิชย์ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย <em>วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ </em><em>(แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ</em>* และ <em>สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ</em><em>** </em><em>(</em><em>Sustainable Financing) </em><em>วงเงินกู้รวมสูงสุด </em><em>50 </em><em>ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน</em> สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบบำบัดน้ำเสีย และเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45199 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/San-SCB3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า แสนสิริมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารไทยพาณิชย์มาอย่างยาวนาน ไทยพาณิชย์ให้การสนับสนุนทางการเงินมาโดยตลอด ทั้งในยามวิกฤตและช่วงที่เติบโต <strong>ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทาย แสนสิริและไทยพาณิชย์ มุ่งเน้นที่จะร่วมมือกันหาแนวทางช่วยเหลือและประคับประคองผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตและเติบโตไปด้วยกันได้</strong><strong>  </strong></p>
<p><strong>กลุ่ม </strong><strong>SME  </strong><strong>เป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ทั้งภาคการผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงมีความเชื่อมโยงทางซัพพลายเชนกับธุรกิจขนาดใหญ่</strong><strong> </strong>และสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด และเราทุกคนต้องตระหนักคือการกลับมาตั้งต้นที่รากฐานสำคัญ 3 ประการในประกอบธุรกิจ ได้แก่</p>
<p><strong>การบริหารกระแสเงินสด (</strong><strong>Cash Flow)</strong> ซึ่งเป็นหัวใจแห่งความอยู่รอด ในวันที่เศรษฐกิจคาดเดาได้ยาก วินัยทางการเงินและการวางแผนที่รัดกุมคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด</p>
<p>ถัดมาคือ <strong>ความผูกพันและรักษาสัญญา</strong> (Commitment to Obligation) ตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ ทั้งผู้ว่าจ้างรายใหญ่ ผู้รับจ้างรายย่อย ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพราะความเชื่อใจ คือต้นทุนที่แพงที่สุดและขาดไม่ได้ในยามวิกฤต</p>
<p>และท้ายที่สุดคือ <strong>ความรับผิดชอบในการประคองกันให้รอดคือสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ หากคนตัวเล็กในระบบสะดุดล้ม คนตัวใหญ่ก็ไม่สามารถยืนหยัดอยู่ได้เช่นกัน</strong></p>
<p><em>&#8220;หน้าที่ของผู้นำและองค์กรขนาดใหญ่จึงไม่ใช่แค่การเดินหน้าให้เร็วที่สุด แต่คือการยื่นมือเข้าไปสนับสนุน ช่วยเหลือและประคับประคองพันธมิตรทุกราย ให้ก้าวข้ามความท้าทายและเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน<strong>การปรับตัว พึ่งพาตนเองให้ได้ในทุกสถานการณ์ การไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว และพยายามหาโอกาสท่ามกลางวิกฤตอยู่เสมอ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อเนื่อง”</strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45200 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/San-SCB5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า จากโจทย์ความท้าทายดังกล่าว แสนสิริได้ริเริ่มสร้างกลยุทธ์ในด้านความยั่งยืนมากว่า 10 ปี หรือปัจจุบันเราเรียกว่า ESG เราพบว่า <strong>กลุ่มที่เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนคือ</strong><strong>กรีนพาร์ตเนอร์และความร่วมมือใน </strong><strong>Ecosystem </strong><strong>เรา</strong><strong>ตระหนักดีว่าธุรกิจหลักของแสนสิริคือการนำส่งที่อยู่อาศัย ซึ่งมี </strong><strong>Value Chain </strong><strong>และ </strong><strong>Supply Chain </strong><strong>ที่ยาวและครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย </strong></p>
<p><strong>แสนสิริยังได้นำโมเดล </strong><strong>Green Supply Chain</strong><strong> มาประยุกต์ใช้</strong><strong> (</strong><strong>ผ่าน </strong><strong>3 </strong><strong>แกนหลัก: </strong><strong>Green Procurement, Green Construction, Green Architecture &amp; Design) </strong><strong>มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า </strong><strong>4,000 </strong><strong>ราย</strong> ทั้งหมดคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างมูลค่าให้กับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ เพราะเป็นภาคธุรกิจที่มีธุรกิจอื่นต่อเนื่องอีกมากมาย รวมไปถึงการว่าจ้างแรงงาน&#8221;</p>
<p><em>&#8220;แสนสิริ​​ ไม่ได้แค่มุ่งเป้าลดคาร์บอนขององค์กรลง 20% ในปี 2025 และมุ่งสู่ Net-Zero ในปี 2050 เท่านั้น แต่ความท้าทายเรื่องทรัพยากร ต้นทุนวัตถุดิบ และคุณภาพชีวิตแรงงาน คือปัจจัยที่รอไม่ได้ หากธุรกิจไม่ปรับตัวย่อมส่งผลสะเทือนถึงกันหมด <strong>แสนสิริพร้อมสนับสนุน </strong><strong>Green Partner </strong><strong>ทุกรายให้ เปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเป็นโอกาสทางธุรกิจ และที่สำคัญ เรายังได้ธนาคารไทยพาณิชย์ สถาบันการเงินชั้นนำมาร่วมผนึกกำลังติดอาวุธทางความรู้และมอบโซลูชันทางการเงินให้กับคู่ค้าของแสนสิริในหลายรูปแบบ ทั้งสินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และวงเงินสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ หรือ </strong><strong>Sustainable Finance </strong>เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตของคู่ค้าแสนสิริในการติดสปีดธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/San-SCB4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า</strong> โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยีดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่มีความสำคัญมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่ม SME ในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตในระยะยาว</p>
<p>สอดคล้องกับประเด็นสำคัญที่ถูกหารือบนเวทีโลกเกี่ยวกับการยกระดับความสามารถของผู้ประกอบการ ทั้งการใช้ AI เพื่อเพิ่มผลิตภาพ การสร้างความพร้อมรับมือกับความผันผวนผ่านแนวทางด้านความยั่งยืน และการขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น</p>
<p>ธนาคารจึงให้ความสำคัญกับแนวคิด Value Chain Ecosystem และมุ่งสู่การเป็น Business Value Chain Partner ที่ช่วยเชื่อมโยงโอกาส เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าและพันธมิตรตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ หนึ่งในอุตสาหกรรมที่สะท้อนบทบาทของซัพพลายเชน ต่อเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน คือ อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีห่วงโซ่มูลค่าขนาดใหญ่และมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก กำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ ทั้งต้นทุนที่ผันผวน การขาดแคลนแรงงานทักษะ และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีก่อสร้างสมัยใหม่</p>
<p>“ธนาคารไทยพาณิชย์ และ แสนสิริ จึงร่วมมือกันจัดงาน <strong><em>“</em></strong><strong><em>Synergy for SME Sustainable Success: </em></strong><strong><em>ผนึกพลัง ขับเคลื่อน </em></strong><strong><em>SME </em></strong><strong><em>สร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืน</em></strong>” เพื่อเร่งสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการเข้าถึงแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยมุ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำ AI ไปเสริมศักยภาพ ปรับธุรกิจสู่แนวทางที่ยั่งยืน และเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่เหมาะสม โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจและพลังแหงความร่วมมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว” <strong>​</strong></p>
<p><strong>คุณพิกุล ศรีมหันต์ </strong><strong>Chief Debt Recovery Management Officer </strong><strong>และ </strong><strong>Chief Business Banking Officer</strong><strong> ธนาคารไทยพาณิชย์</strong> กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการเติบโตขององค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่เกิดจากความแข็งแกร่งของทุกฟันเฟืองในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างสมดุล <strong>พร้อมเดินหน้าสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจ (</strong><strong>Business Transactional) </strong><strong>ที่ช่วยเชื่อมโยงคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว</strong></p>
<p><em>&#8220;ธนาคารจึงมุ่งทำหน้าที่เป็น Business Value Chain Partner โดยผสานความร่วมมือกับลูกค้าองค์กรชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการในซัพพลายเชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุน องค์ความรู้ เครือข่ายธุรกิจ และเครื่องมือสำคัญในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ งานนี้จึงเป็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการใน Ecosystem เดียวกัน <strong>โดยธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมขับเคลื่อนเอสเอ็มอีในกลุ่มนี้ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ (แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ* และ สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ** (Sustainable Financing) วงเงินกู้รวมสูงสุด 50 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้ง Value Chain”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45202 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/S__152502317.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>*</em><em>วงเงินกู้ระยะยาวและวงเงินทุนหมุนเวียนเพื่อธุรกิจ </em><em>(แบบมีหลักประกัน) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ</em><em> สำหรับลูกค้าในโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจากธนาคาร การอนุมัติสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และการพิจารณาของธนาคาร ทั้งนี้ ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อมูลทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ และเงื่อนไขอื่นตามที่ธนาคารกำหนด</em></p>
<p><em>** </em><em>สินเชื่อเพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจ (</em><em>Sustainable Financing) </em><em>อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น </em><em>2.50% (</em><em>ปีแรก) สำหรับลูกค้าที่ได้รับอนุมัติภายใน </em><em>31 </em><em>ธันวาคม </em><em>2569 </em><em>วงเงินสูงสุด </em><em>50 </em><em>ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน สำหรับธุรกิจที่ดำเนินกิจการด้าน </em><em>Green Activities </em><em>เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ ระบบบำบัดน้ำเสีย อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/synergy-for-sme-sustainable-success/">แสนสิริ – ไทยพาณิชย์ หนุนสร้าง Green Supply Chain ช่วย SME เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนเปลี่ยนผ่าน​ วงเงิน 2,000 ล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2026 07:04:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Business Forecast]]></category>
		<category><![CDATA[Industrial]]></category>
		<category><![CDATA[K-shaped]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[คาดการณ์เศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ฐิติมา ชูเชิด]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ปราณิดา ศยามานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัจจัยเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42700</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCB EIC ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ  ดร.ยรรยง ไทยเจริญ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ดร.ฐิติมา ชูเชิด ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ นางสาวปราณิดา ศยามานนท์ ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย Industry Analysis ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ให้ข้อมูลร่วมกันว่า ​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCB EIC </strong><strong>ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> เป็น </strong><strong>2</strong><strong>% หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายทำให้ราคาพลังงานปรับลดลง ช่วยบรรเทาต้นทุนการเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ประกอบกับการส่งออกและการลงทุนในบางกลุ่มอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดี</strong></p>
<p><span id="more-42700"></span></p>
<p>แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในระยะถัดไป จากผลกระทบของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นในช่วงสงครามรุนแรงก่อนหน้า ซึ่งเริ่มส่งผ่านมายังต้นทุนการผลิต เงินเฟ้อ และกำลังซื้อ</p>
<p>แม้จะมีแรงพยุงเพิ่มเติมจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต่การฟื้นตัวยังคงมีลักษณะ K-shaped กระจุกตัวในบางกลุ่ม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาสัดส่วนการนำเข้าสูง ขณะที่ครัวเรือนรายได้ต่ำ-ปานกลางและ SMEs ยังเปราะบาง จากรายได้ที่ชะลอลงและภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p>สำหรับปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกันที่ 1.9% สะท้อนข้อจำกัดด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันภาวะการเงินตึงตัวและความเสี่ยงภายนอกที่ยังอยู่ในระดับสูง</p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนระยะสั้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต้นทุนยังทยอยกดดันเศรษฐกิจ </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/re-dr-yanyong.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span lang="TH" data-olk-copy-source="MessageBody"> <b>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</b> </span> <span lang="TH">ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน <b>ดร.ฐิติมา ชูเชิด</b> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค และ<b> นางสาวปราณิดา ศยามานนท์</b></span><b> </b><span lang="TH">ผู้อำนวยการ ผู้บริหารฝ่าย </span>Industry Analysis<b><span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (</span><span class="mark40sw1wlai" data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">SCB</span> EIC)<span lang="TH"> ให้ข้อมูลร่วมกันว่า </span>​​ราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง แม้ยังสูงกว่าก่อนเกิดสงคราม ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวที่น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากต้นทุนการเดินทางที่ลดลง</p>
<p>ขณะที่การส่งออกโดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตต่อเนื่อง และการลงทุนจากต่างประเทศขยายตัวดี อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานและต้นทุนการผลิตที่ปรับสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า ยังคงทยอยส่งผ่านมายังเศรษฐกิจจริง และจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี</p>
<p>SCB EIC ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวจะส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยใน 3 ช่องทางสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. ต้นทุนพลังงานและการผลิต </strong>กดดันเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ กำลังซื้อของภาคครัวเรือน และกระทบต่ออัตรากำไรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้พลังงานและโลจิสติกส์เข้มข้น</p>
<p><strong>2. เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง </strong>กระทบต่อการส่งออกจากกำลังซื้อโลกที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะตลาดที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ขณะที่ราคาพลังงานนำเข้าที่สูงในช่วงก่อนหน้าและแนวโน้มการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวขึ้น จะกดดันให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มปรับแย่ลงมากในปีนี้</p>
<p><strong>3. ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น </strong>จากความผันผวนในตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ส่งผลให้ Risk premium และ Yield curve สูงขึ้น</p>
<p><strong>การฟื้นตัวแบบ </strong><strong>K</strong><strong>&#8211;</strong><strong>shaped </strong><strong>ชัดเจนขึ้น กระจุกตัวในธุรกิจใหญ่และกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ครัวเรือนและ </strong><strong>SMEs </strong><strong>ยังเปราะบาง </strong></p>
<p>SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบ K-shaped ชัดเจนขึ้น โดยแรงขับเคลื่อนหลักกระจุกตัวในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น AI, Data center อิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนและการส่งออกบางกลุ่มสินค้า</p>
<p>อย่างไรก็ดี ธุรกิจกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มีสัดส่วนการนำเข้าสูง ทำให้ผลบวกต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศ การจ้างงานและรายได้ในวงกว้างยังมีข้อจำกัด</p>
<p>ในทางกลับกัน ครัวเรือนรายได้ต่ำ &#8211; ปานกลางและ SMEs ยังเผชิญความเปราะบางจากรายได้ที่ฟื้นตัวช้า ต้นทุนการผลิต<br />
และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาระหนี้สูง ส่งผลให้การบริโภคฟื้นตัวได้จำกัด และทำให้ธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจบริการบางกลุ่ม ยังเผชิญแรงกดดันต่อยอดขาย สภาพคล่อง และความสามารถในการชำระหนี้</p>
<p>ความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างกลุ่มธุรกิจและกลุ่มครัวเรือน จึงกลาย​เป็นข้อจำกัดสำคัญของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Re-Thai-.jpg" alt="" width="564" height="800" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจไทยปี 2569-2570 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำ แม้มีแรงพยุงจากภาครัฐผ่าน พ.ร.ก. 4 แสนล้านบาท </strong></p>
<p><strong>SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี </strong><strong>2569</strong><strong> จะขยายตัวที่ </strong><strong>2% </strong><strong>สูงกว่ามุมมองเดิม แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนหน้า</strong> จากตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด สถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งแรงสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยประคองเศรษฐกิจผ่านมาตรการลดค่าครองชีพ การกระตุ้นการใช้จ่าย และการลงทุนบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน</p>
<p>อย่างไรก็ดี แรงพยุงจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัสจะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจระยะสั้นเป็นหลัก ก่อนที่แรงส่งนี้จะชะลอลงในช่วงสิ้นปี ขณะที่ยังต้องติดตามความชัดเจนของมาตรการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อไป</p>
<p><strong>สำหรับปี 2570</strong><strong> SCB EIC </strong><strong>คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวใกล้เคียงกับปี 2569 ที่ 1.9%</strong> สะท้อนข้อจำกัดจากแรงขับเคลื่อนใหม่ในการยกระดับการเติบโตในระยะกลาง</p>
<p>ขณะที่แรงขับเคลื่อนเดิมยังมีข้อจำกัด ทั้งการบริโภคที่ฟื้นตัวช้าตามกระบวนการ Deleveraging ของภาระหนี้ในภาคครัวเรือน การลงทุนและการส่งออกที่กระจุกตัวและพึ่งพาการนำเข้าสูง งบประมาณของภาครัฐที่มี Policy space ลดลง และความเปราะบางของ SMEs ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรง และภาวะการเงินที่ตึงตัว</p>
<p><strong>นโยบายการเงินมีข้อจำกัด คาด กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดปีนี้ </strong></p>
<p>SCB EIC ประเมินว่า กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี 2569 โดยแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมีที่มาจากปัจจัยอุปทานเป็นสำคัญ และการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและภาคธุรกิจในระยะยาวยังไม่ถูกกระทบ</p>
<p>ทั้งนี้ SCB EIC คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะปรับลดลงจากมุมมองเดิมเหลือ 2.6% อยู่ในกรอบเป้าหมายได้ หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลายช่วยให้ราคาพลังงานปรับลดลง</p>
<p>ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพด้านต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อนค่าเช่นที่เกิดขึ้นกับบางประเทศในภูมิภาค</p>
<p>ทั้งนี้ แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะการเงินโดยรวมยังตึงตัว โดยเฉพาะต่อลูกหนี้รายย่อยและ SME จากรายได้ที่ชะลอลง และความระมัดระวังของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ ตามความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลง ทำให้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และการเพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ควบคู่กับมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มสภาพคล่องและประคับประคองเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</p>
<p><strong>ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดัน แต่โอกาสยังอยู่ในกลุ่มที่เชื่อมโยงกับ </strong><strong>AI, FDI </strong><strong>และ </strong><strong>Megatrends </strong></p>
<p>ภาคธุรกิจไทยเผชิญแรงกดดันสำคัญจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม ความผันผวนของ Supply chain และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ส่งผลให้หลายธุรกิจเผชิญแรงกดดันด้านยอดขาย อัตรากำไร และสภาพคล่อง โดยเฉพาะธุรกิจส่วนใหญ่ที่มีข้อจำกัดในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาของผู้บริโภคในภาวะที่อุปสงค์ยังเปราะบาง</p>
<p>SCB EIC มองว่าแนวโน้มธุรกิจในระยะข้างหน้าจะมีความแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และกลุ่ม SME รวมทั้งธุรกิจที่มีความสามารถในการปรับตัวลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานที่เติบโตได้ตามกระแสการเปลี่ยนแปลงหลักของโลก จะยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านต้นทุนและความผันผวนของอุปสงค์อย่างใกล้ชิด</p>
<p>ทั้งนี้<em><strong> โอกาสการเติบโตยังอยู่ในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ AI, การลงทุนจากต่างประเทศ และ Megatrends เช่น อิเล็กทรอนิกส์ Data center พลังงานสะอาด อาหาร และ Healthcare ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนใหม่ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การย้ายฐานการผลิต และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในระยะยาว</strong> </em></p>
<p>ดังนั้น ภาคธุรกิจไทยควรเร่งยกระดับประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างต้นทุน และเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานใหม่ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Adaptation-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><strong>เศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอลง ท่ามกลางเงินเฟ้อและดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น </strong></p>
<p>SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัว 2.5% และ 2.6% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ โดยแรงส่งหลักยังมาจากการลงทุนใน AI ทำให้ประเทศผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางปรับดีขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ในระยะข้างหน้า ยังต้องติดตามมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักต่อการค้าโลกในช่วงครึ่งหลังของปี ด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางหลักของโลกยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย โดย SCB EIC มองว่า Fed จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินในปีนี้ โดยจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.5-3.75% ตลอดปี สำหรับภาวะการเงินโลกจะยังตึงตัวต่อเนื่อง ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/scb-eic-raised-gdp-growth-2026/">SCB EIC มองเศรษฐกิจไทยโตเพิ่มเป็น 2% แรงหนุนจากวิกฤตพลังงานเริ่มคลี่คลาย แต่คาดฟื้นตัวแบบ K-shaped โตไม่ทั่วถึง ครัวเรือน และ SME ยังเปราะบาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Dec 2025 07:25:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GHP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[Less Brown]]></category>
		<category><![CDATA[Live Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Green Hotel Plus]]></category>
		<category><![CDATA[SCB Live Sustainably]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกค้าธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ อย่าง ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38633</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริบทด้าน &#8216;ความยั่งยืน&#8216; กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะใช้ในการพิจารณาเลือกใช้สินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้  เช่นเดียวกับ​​ในธุรกิจท่องเที่ยว​ ที่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนของ Booking.com ปี 2025 พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ​​เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023 ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอย่างธุรกิจโรงแรม ต่างให้ความสำคัญในการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก​​ รวมทั้งความเข้มข้นด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลบังคับในธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจาก SCB EIC ที่ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC (Global Sustainable Tourism Council) และ Green Hotel [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/">ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริบทด้าน &#8216;<strong>ความยั่งยืน</strong>&#8216; กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะใช้ในการพิจารณาเลือกใช้สินค้าหรือบริการเพิ่มมากขึ้นนับจากนี้  เช่นเดียวกับ​​ในธุรกิจท่องเที่ยว​ ที่รายงานการเดินทางอย่างยั่งยืนของ <strong>Booking.com</strong> ปี 2025 พบว่า มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ​​เพิ่มขึ้นจาก 76% ในปี 2023</p>
<p><span id="more-38633"></span></p>
<p>ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการอย่างธุรกิจโรงแรม ต่างให้ความสำคัญในการปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก​​ รวมทั้งความเข้มข้นด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลบังคับในธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>สอดคล้องกับข้อมูลจาก <strong>SCB EIC</strong> ที่ชี้ว่าแรงกดดันจากข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรปอย่าง Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) และ Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) ภายใต้ European Green Deal ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2028 จะส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ระดับโลกต้องเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานความยั่งยืนในระดับสากล เช่น GSTC (Global Sustainable Tourism Council) และ Green Hotel Plus ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็น GSTC-Recognized Standard</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38649 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257953.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)</strong> มีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำการเงินยั่งยืน ที่พร้อมขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจสีเขียวและคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะการเข้าไปสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในฐานะพันธมิตรของลูกค้าธนาคารในกลุ่มต่างๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในแต่ละธุรกิจ ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธนาคารสู่เป้าหมายการบรรลุ <strong>Net Zero Emissions​ ภายในปี 2050</strong> รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านพอร์ตสินเชื่อตามแนวทาง Less Brown ​​เพื่อให้ทั้งพอร์ตสินเชื่อของธนาคารกลายเป็นสินเชื่อสีเขียวได้ทั้งหมดในที่สุด</p>
<p><strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า <em><strong>กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งปัจจุบัน​มียอดสินเชื่อในกลุ่มธุรกิจโรงแรมมากกว่า 130,000 ล้านบาท</strong></em> โดยสัดส่วนสำคัญอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและกลุ่มจังหวัดอันดามัน รวมทั้ง​​ตั้งเป้า​ในการปรับ &#8216;<strong>พอร์ตโรงแรม</strong>&#8216; ทั้งหมดให้ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอย่างชัดเจน ​</p>
<p>นำมาสู่การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ <em><strong>&#8216;เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB&#8217; </strong></em>โดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมผนึกกำลังกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับด้านความยั่งยืนของธุรกิจโรงแรมไทยตามเกณฑ์ <strong>Green Hotel Plus (GHP)</strong> ซึ่งได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council : GSTC) ให้แก่กลุ่มโรงแรมภาคใต้ พร้อมการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากโรงแรมที่ผ่านการรับรอง GHP เพื่อแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่าน เพื่อสร้างโอกาสเติบโตบนกระแสการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน​ โดยมี​ผู้แทนจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง​ รวมมากกว่า 100 คน มาเข้าร่วมการประชุม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38647 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257950.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การประชุมครั้งนี้ยังถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่​ เพื่อรองรับ <strong>​​การเป็นเจ้าภาพการประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก</strong> (Global Sustainable Tourism Conference 2026) ซึ่งเตรียม​​จัดขึ้น​ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ​และ​เป็นโอกาสสะท้อนให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพ และพลังความร่วมมือของภาคธุรกิจโรงแรม ภาครัฐ สถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุนด้านความยั่งยืนที่ต้องการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทยไปสู่มาตรฐานสากลอย่างจริงจัง พร้อมนำเสนอสิทธิประโยชน์จากธนาคารเพื่อสนับสนุนการขอรับมาตรฐาน GHP อย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมปลุกพลังโรงแรมไทยร่วมกันสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ในยุคที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมไทย&#8221;</em></p>
<p><strong>ดร.ยรรยง</strong> กล่าวเพิ่มเติม​ว่า ธนาคาร​ขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน โดยคำนึงทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตามแนวคิด<strong> &#8216;อยู่ อย่าง ยั่งยืน&#8217; </strong>(Live Sustainability) เพื่อวางยุทธศาสตร์และการดำเนินงานในทุกหน่วยธุรกิจ​ให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่กำลังเผชิญทั้งความท้าทายจาก Climate Change ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว <strong>โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทาง​การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของลูกค้า รวมทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันความยั่งยืนของประเทศไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดำเนินธุรกิจแบบเดิม และปรับตัวจาก Less Brown ไปสู่ Green Economy ได้อย่างต่อเนื่อง</strong> ​ผ่านการพัฒนาโซลูชันด้านการเงินที่ยั่งยืน​พร้อมทั้ง​นำผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG  เข้ามาช่วยสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ธุรกิจโรงแรมและบริการเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจนำร่องสำคัญ ที่ธนาคารมุ่ง​ผลักดันพอร์ตสินเชื่อ​ให้ปรับตัวไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ ครอบคลุมในหลายมิติ เช่น การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน การจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ การดูแลชุมชนและสังคม การรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม และการดำเนินงานอย่างมีธรรมาภิบาล  ขณะที่ในกลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่หรือเครือโรงแรมที่มีความพร้อมลงทุน ธนาคารได้ส่งเสริมให้ยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการอาคารสู่ระดับสากล เช่น <strong>มาตรฐานอาคารเขียว LEED, Edge </strong>และ<strong> TREES</strong> ซึ่งช่วย​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านภาพลักษณ์และดึงดูดลูกค้าต่างชาติ ​ส่วนโรงแรมดั้งเดิมที่ยังไม่ถึงจังหวะลงทุนขนาดใหญ่ ได้พัฒนาสินเชื่อและแพ็กเกจสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การใช้พลังงานทดแทน การบริหารจัดการน้ำและขยะ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละแห่ง&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38650 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__50257952.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em><strong>การขับเคลื่อนของธนาคารไทยพาณิชย์ ช่วยตอกย้ำบทบาทสำคัญ​ในฐานะพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนลูกค้าทุกรายในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน และพร้อมเดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจในฐานะ Trusted partnerบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน ​เพื่อสร้าง​ความพร้อมสำหรับการเริ่ม​ลงมือปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและจริงจั</strong><strong>งเพื่อเพิ่มความสามารถและโอกาสในการแข่งขัน จากการ​เป็นผู้กำหนดทิศทางขับเคลื่อน​การเปลี่ยนแปลงแทนการเป็นผู้รอรับผลกระทบ ​และสามารถกำหนดเส้นทางการเติบโตให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ของโลก ​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของลูกค้าเดินหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง </strong></em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/scb-green-hotel-plus-workshop/">ธนาคารไทยพาณิชย์ ​เร่งเครื่อง Less Brown เปลี่ยนผ่านกลุ่มธุรกิจโรงแรมภาคใต้​ ​จัดอบรมเชิงปฏิบัติการมาตรฐาน Green Hotel Plus ปรับตัวรับท่องเที่ยวยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเอสซีบีเอกซ์จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรถวายพระราชกุศลสัตตมวาร แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/scbx-pay-tribute-to-the-queen-mother/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 14:00:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCBX]]></category>
		<category><![CDATA[The Queen Mother]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเอสซีบีเอกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประสัณห์ เชื้อพานิช]]></category>
		<category><![CDATA[พระราชกุศลสัตตมวาร]]></category>
		<category><![CDATA[สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีบีเอ็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37700</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป อุทิศถวายพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมี นายประสัณห์ เชื้อพานิช รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ร่วมพิธี ในโอกาสนี้ นายประสัณห์ เชื้อพานิช ได้กล่าวคำแสดงความอาลัยถวายและนำผู้เข้าร่วมพิธีน้อมจิตยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 1 นาที จากนั้นได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัย ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scbx-pay-tribute-to-the-queen-mother/">กลุ่มเอสซีบีเอกซ์จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรถวายพระราชกุศลสัตตมวาร แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ </strong>จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป อุทิศถวายพระราชกุศลสัตตมวาร (7 วัน) แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้</p>
<p><span id="more-37700"></span></p>
<p>โดยมี <strong>นายประสัณห์ เชื้อพานิช</strong> รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ร่วมพิธี ในโอกาสนี้ นายประสัณห์ เชื้อพานิช ได้กล่าวคำแสดงความอาลัยถวายและนำผู้เข้าร่วมพิธีน้อมจิตยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 1 นาที จากนั้นได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัย ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/กลุ่มเอสซีบีเอกซ์จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรถวายพระราชกุศลสัตตมวาร-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/scbx-pay-tribute-to-the-queen-mother/">กลุ่มเอสซีบีเอกซ์จัดพิธีแสดงความอาลัยและตักบาตรถวายพระราชกุศลสัตตมวาร แด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Sep 2025 04:02:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์ต้องเลิก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่อย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36732</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมช่วยลดขยะพลาสติกจากการใช้ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ไปแล้วกว่า 2.5 ล้านขวด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลดขยะพลาสติก และหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมปกป้องท้องทะเลไทยจากวิกฤตขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง  ด้วยตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คุกคามทะเลไทยและสุขภาพมนุษย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เริ่มรณรงค์ให้พนักงานลดการใช้พลาสติก มาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านโครงการ “รักษ์ต้องเลิก” มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 ธนาคารได้ทำการเปลี่ยนขวดน้ำดื่มที่ใช้ในกิจกรรมองค์กรเป็น “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ ลดขยะฝังกลบและขยะรั่วไหลสู่ทะเล จากการเปลี่ยนมาใช้ rPET ธนาคารสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้กว่า 2.5 ล้านขวด คิดเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ถึงประมาณ 60% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 40 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้กว่า 4,200 ต้นในหนึ่งปี ธนาคารยังให้ความสำคัญกับ “การใช้เท่าที่จำเป็น” โดย เลือกใช้ขวดน้ำเฉพาะกรณีที่ต้องใช้งานในรูปแบบขวดพลาสติกเท่านั้น เช่น ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวิกฤตต่าง ๆ การสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานรัฐและพันธมิตร หรือการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนในงานบริการสาธารณะ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความปลอดภัย การเข้าถึงน้ำดื่มที่เพียงพอ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/">ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยการมีส่วนร่วมช่วยลดขยะพลาสติกจากการใช้ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ </strong><strong>rPET” </strong><strong>ไปแล้วกว่า </strong><strong>2.5 </strong><strong>ล้านขวด</strong> <strong>พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลดขยะพลาสติก และหันมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมปกป้องท้องทะเลไทยจากวิกฤตขยะพลาสติกที่กำลังคุกคามชีวิตสัตว์ทะเลและระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง</strong><strong> </strong><span id="more-36732"></span></p>
<p>ด้วยตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คุกคามทะเลไทยและสุขภาพมนุษย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เริ่มรณรงค์ให้พนักงานลดการใช้พลาสติก มาตั้งแต่ปี 2560 ผ่านโครงการ “<strong>รักษ์ต้องเลิก</strong>” มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 ธนาคารได้ทำการเปลี่ยนขวดน้ำดื่มที่ใช้ในกิจกรรมองค์กรเป็น “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 100% ช่วยลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่ ลดขยะฝังกลบและขยะรั่วไหลสู่ทะเล จากการเปลี่ยนมาใช้ rPET ธนาคารสามารถลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้กว่า 2.5 ล้านขวด คิดเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้เม็ดพลาสติกใหม่ถึงประมาณ 60% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว <strong>40 </strong><strong>ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า</strong> หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้กว่า <strong>4,200 </strong><strong>ต้นในหนึ่งปี</strong> ธนาคารยังให้ความสำคัญกับ “การใช้เท่าที่จำเป็น” โดย เลือกใช้ขวดน้ำเฉพาะกรณีที่ต้องใช้งานในรูปแบบขวดพลาสติกเท่านั้น เช่น ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยและวิกฤตต่าง ๆ การสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานรัฐและพันธมิตร หรือการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและประชาชนในงานบริการสาธารณะ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความปลอดภัย การเข้าถึงน้ำดื่มที่เพียงพอ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>“น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ใช้ผลิตขวดน้ำดื่ม ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority: EFSA) โดยความร่วมมือกับบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่ยึดหลักความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยที่ใช้ขวดซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลอย่างเป็นทางการ</p>
<p><strong> </strong>ขวดน้ำดื่ม “น้ำใจไทยพาณิชย์ rPET” จึงเป็นตัวแทนแสดงเจตจำนงของธนาคารที่จะส่งมอบความยั่งยืนให้แก่สังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับโลกใบนี้ โดยสามารถลดปริมาณขยะฝังกลบและขยะที่ถูกทิ้งลงทะเล ลดมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการรีไซเคิลพลาสติกกลับมาผลิตเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้อย่างไม่รู้จบ</p>
<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน และขอชวนประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมภารกิจรักษ์โลก มาร่วมกันช่วยกันลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ใช้ถุงผ้า เลือกใช้ขวดน้ำที่สามารถใช้ซ้ำได้ เพราะขวดน้ำหนึ่งใบอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันเป็นล้านใบ ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับทะเลและโลกใบนี้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-rpet-reduce-plastic-waste/">ไทยพาณิชย์ ร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยให้อยู่อย่างยั่งยืน ช่วยลดขยะทางทะเลด้วยการใช้ขวด rPET แล้วกว่า 2.5 ล้านขวด   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 04:21:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Fonudation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF Sustainability Forum 2025]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Siam Commercial Bank]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. ยรรยง  ไทยเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36617</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย ดร.ยรรยง ไทยเจริญ Chief Economist and Sustainability Officer รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก โครงการ “คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ: การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย <strong>ดร.ยรรยง ไทยเจริญ </strong><strong>Chief Economist and Sustainability Officer</strong> รับมอบใบรับรองคาร์บอนเครดิต จำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ จาก<strong> โครงการ </strong><strong>“</strong><strong>คุณดูแลป่า เราดูแลคุณ</strong><strong>:</strong><strong> การจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong><strong>”</strong> กับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์</p>
<p><span id="more-36617"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นโครงการที่ธนาคารได้เข้าร่วมตั้งแต่ปี 2563 เพื่อวางระบบการวัดประเมินและจัดการคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าชุมชน และสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนให้ชุมชนอย่างสมดุลและยั่งยืน คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นปริมาณที่คำนวณจากการสนับสนุนพื้นที่ป่าชุมชนเป้าหมาย ระหว่างปี 2563-2567 ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านป่าซางดอยแก้ว จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านห้วยหมากเอียกเหนือ จ.เชียงราย รวมพื้นที่ป่าทั้งสิ้นกว่า 1,390 ไร่ ซึ่งธนาคารได้นำคาร์บอนเครดิตที่ได้รับมาใช้ในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของธนาคาร ภายใต้แนวทาง กิจกรรมที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งมีส่วนช่วยในการบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งยังได้สร้างชุมชนเข็มแข็ง สร้างแหล่งสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่</p>
<p>การได้รับใบรับรองคาร์บอนเครดิตจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะเป็นผู้นำในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ซึ่งธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36619 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/SCB-MFL2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ คาร์บอนเครดิตจำนวน 2,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับที่สามารถประเมินได้ ดังนี้</p>
<ul>
<li>การดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์โดยต้นไม้กว่า 210,500 ต้นต่อปี (คำนวณตามอัตราการเก็บกักคาร์บอน 9.5 กก./ต้น/ปี ตามมาตรฐาน T-VER ของ TGO)</li>
<li>การปล่อยคาร์บอนจากการจัดงานคอนเสิร์ตหรือเอ็กซิบิชันขนาดใหญ่ 2–3 งาน ที่มีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนต่อครั้ง</li>
<li>การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลกว่า 400 คันตลอดหนึ่งปี (คำนวณจากการขับขี่เฉลี่ย 15,000 กิโลเมตร/คัน/ปี)</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-recieves-carbon-credit-from-mflf/">ไทยพาณิชย์รับคาร์บอนเครดิต 2,000 ตันคาร์บอนจากแม่ฟ้าหลวงฯ ชูแนวคิด อยู่ อย่าง ยั่งยืน หนุนชุมชนดูแลป่า ลดโลกร้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารไทยพาณิชย์รับมอบประกาศเกียรติคุณสถาบันการเงินที่รับบริจาคโลหิตสูงสุด ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-receive-certificate-from-red-cross-society/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 06:07:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์รวมใจไทยให้โลหิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36386</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) รับมอบใบประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่มีการรับบริจาคโลหิตสูงที่สุดในกลุ่มสถาบันการเงิน ประจำปี 2567 จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในงานประชุมผู้ประสานงานด้านการจัดหาผู้บริจาคโลหิต ประจำปี 2568 โดยมีนายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ รับมอบจากนายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักดีว่าโลหิตมีความสำคัญต่อชีวิต และไม่สามารถหาสิ่งใดมาทดแทนได้ จึงได้สนับสนุนภารกิจของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมรณรงค์รับบริจาคโลหิต ภายใต้โครงการ “ไทยพาณิชย์รวมใจไทยให้โลหิต” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสาขาของธนาคาร นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนกิจกรรมของภาคบริการโลหิตแห่งชาติ รวมถึงจัดสร้างและซ่อมแซมหน่วยรถเคลื่อนที่ พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวน พนักงาน ลูกค้า ประชาชน คนรุ่นใหม่ร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน เพื่อเติมเต็มปริมาณโลหิตในคลังโลหิตให้มีเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนโลหิต และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถจัดหาปริมาณโลหิตได้เพิ่มขึ้นทุกปี ในนามของธนาคาร ผมรู้สึกดีใจและมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-receive-certificate-from-red-cross-society/">ธนาคารไทยพาณิชย์รับมอบประกาศเกียรติคุณสถาบันการเงินที่รับบริจาคโลหิตสูงสุด ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) รับมอบใบประกาศเกียรติคุณหน่วยงานที่มีการรับบริจาคโลหิตสูงที่สุดในกลุ่มสถาบันการเงิน ประจำปี </strong><strong>2567 </strong><strong>จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย</strong> ในงานประชุมผู้ประสานงานด้านการจัดหาผู้บริจาคโลหิต ประจำปี 2568</p>
<p><span id="more-36386"></span></p>
<p>โดยมี<strong>นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ รับมอบจาก<strong>นายเตช บุนนาค</strong> เลขาธิการสภากาชาดไทย ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ</p>
<p><strong>นายศักดิ์สิทธิ์ ปิติพงศ์สุนทร</strong> ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักดีว่าโลหิตมีความสำคัญต่อชีวิต และไม่สามารถหาสิ่งใดมาทดแทนได้ จึงได้สนับสนุนภารกิจของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมรณรงค์รับบริจาคโลหิต ภายใต้โครงการ “<strong>ไทยพาณิชย์รวมใจไทยให้โลหิต</strong>” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสาขาของธนาคาร นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนกิจกรรมของภาคบริการโลหิตแห่งชาติ รวมถึงจัดสร้างและซ่อมแซมหน่วยรถเคลื่อนที่ พร้อมประชาสัมพันธ์เชิญชวน พนักงาน ลูกค้า ประชาชน คนรุ่นใหม่ร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน เพื่อเติมเต็มปริมาณโลหิตในคลังโลหิตให้มีเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศ บรรเทาปัญหาการขาดแคลนโลหิต และส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถจัดหาปริมาณโลหิตได้เพิ่มขึ้นทุกปี ในนามของธนาคาร ผมรู้สึกดีใจและมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จนได้เป็นหน่วยงานที่จัดหาโลหิตได้มากที่สุดในกลุ่มสถาบันการเงิน”</p>
<p>ธนาคารไทยพาณิชย์ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนภารกิจของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการจัดหาโลหิตที่มีคุณภาพให้มีเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศ ร่วมสร้างพลังของการให้ในสังคม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณสุขอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/scb-receive-certificate-from-red-cross-society/">ธนาคารไทยพาณิชย์รับมอบประกาศเกียรติคุณสถาบันการเงินที่รับบริจาคโลหิตสูงสุด ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jul 2025 09:41:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Career Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Career Trends & Skills in Thailand : 2025 Onward]]></category>
		<category><![CDATA[CareerVisa Digital]]></category>
		<category><![CDATA[CP AXTRA]]></category>
		<category><![CDATA[HR]]></category>
		<category><![CDATA[JobThai]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[Shopee]]></category>
		<category><![CDATA[Skill]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Honda]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธีรยา ธีรนาคนาท]]></category>
		<category><![CDATA[ปตุพร บาลเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้นำองค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[มนสิชา สังข์สุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณพร ศรีวัฒนางกูร]]></category>
		<category><![CDATA[วสันต์ สินพิทักษ์สกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สุชญา ปาลีวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กร]]></category>
		<category><![CDATA[แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34511</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อค่านิยมของคนทำงานเปลี่ยนไป &#8216;ค่าตอบแทน&#8217; อาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการเลือกองค์กรอีกต่อไป เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ ความต้องการ และเป้าหมายของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งในด้านทักษะ รูปแบบการทำงานที่พึงประสงค์ รวมถึงองค์กรที่ต้องการร่วมงานด้วย CareerVisa Thailand และ JobThai จึงได้ร่วมกันจัดงาน &#8216;Career Trends &#38; Skills in Thailand: 2025 Onward&#8216; พร้อมสรุป​แนวโน้มสำคัญของตลาดแรงงานไทย และเสียงสะท้อนจากผู้นำองค์กรชั้นนำ ที่ต่างชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า หากองค์กรจะลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8216;การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในแง่ของทักษะ มุมมอง และการสร้างระบบที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของคนกับองค์กรไปพร้อมกัน ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้องค์กรสามารถนำไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และพัฒนานโยบายที่สามารถตอบโจทย์คนทำงานได้จริง แรงงานยุคใหม่มองหา &#8216;ความหมาย&#8217; และ &#8216;โอกาสพัฒนา&#8217; คุณธีรยา ธีรนาคนาท CEO จาก CareerVisa Digital  เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของคนทำงานรุ่นใหม่ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ Soft Skills อย่างการสื่อสารและการปรับตัว ควบคู่ไปกับ Hard Skills ด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกอาชีพจำเป็นต้องมีในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/">เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อค่านิยมของคนทำงานเปลี่ยนไป &#8216;ค่าตอบแทน&#8217; อาจไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการเลือกองค์กรอีกต่อไป เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับทัศนคติ ความต้องการ และเป้าหมายของคนทำงานยุคใหม่ ทั้งในด้านทักษะ รูปแบบการทำงานที่พึงประสงค์ รวมถึงองค์กรที่ต้องการร่วมงานด้วย</p>
<p><span id="more-34511"></span></p>
<p><strong>CareerVisa Thailand</strong> และ <strong>JobThai</strong> จึงได้ร่วมกันจัดงาน <strong>&#8216;</strong><strong>Career Trends &amp; Skills in Thailand</strong><strong>: 2025 </strong><strong>Onward</strong><strong>&#8216;</strong> พร้อมสรุป​แนวโน้มสำคัญของตลาดแรงงานไทย และเสียงสะท้อนจากผู้นำองค์กรชั้นนำ ที่ต่างชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า หากองค์กรจะลงทุนเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือ &#8216;การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในแง่ของทักษะ มุมมอง และการสร้างระบบที่หล่อเลี้ยงการเติบโตของคนกับองค์กรไปพร้อมกัน</p>
<p>ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้องค์กรสามารถนำไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์ด้านทรัพยากรบุคคล (HR) และพัฒนานโยบายที่สามารถตอบโจทย์คนทำงานได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>แรงงานยุคใหม่มองหา &#8216;ความหมาย&#8217; และ &#8216;โอกาสพัฒนา&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณธีรยา ธีรนาคนาท </strong><strong>CEO </strong><strong>จาก </strong><strong>CareerVisa Digital  </strong>เปิดเผยผลการสำรวจทัศนคติของคนทำงานรุ่นใหม่ว่า พวกเขาให้ความสำคัญกับ Soft Skills อย่างการสื่อสารและการปรับตัว ควบคู่ไปกับ Hard Skills ด้านดิจิทัลและการใช้เทคโนโลยี ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกอาชีพจำเป็นต้องมีในปัจจุบัน</p>
<p>คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น  ในสายงานเพื่อการเติบโต แต่จุดมุ่งหมายไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่คือ &#8216;ความหมายของงาน และโอกาสในการพัฒนา&#8217;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างความเหนื่อยล้า การขาดความมั่นใจ และการขาดแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสม ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ และสิ่งที่แรงงานไทยต้องการมากที่สุดในปี 2025 คือ รูปแบบงานที่ยืดหยุ่น ธุรกิจที่มีเป้าหมายชัดเจน และองค์กรที่เข้าใจคน</p>
<p><strong>สำหรับการพูดคุยในประเด็น &#8216;หากจะเริ่มทำเพียงหนึ่งสิ่งที่จะช่วยให้องค์กรไทยรับมือกับความท้าทายของตลาดแรงงานในปี 2025&#8217; คำตอบที่ได้อาจแตกต่างกันไปในรายละเอียด แต่ล้วนมีแกนร่วมกัน นั่นคือ &#8216;</strong><strong>การพัฒนาคน&#8217; ทั้งในมุมของบุคลากรและองค์กรควบคู่กันไป</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34514 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>องค์กรและคนทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน</strong></p>
<p><strong>คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ </strong><strong>COO &amp; Co-Founder </strong><strong>จาก </strong><strong>JobThai</strong> สะท้อนมุมมองว่า ในฐานะที่ JobThai เป็นตัวกลางในการหางาน สมัครงาน และหาบุคลากร พบว่า ความท้าทายสำคัญของคนทำงานและองค์กรคือการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานไทยในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ การพัฒนาของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานร่วมกันของคนหลากหลาย Generation และความท้าทายสำคัญที่เห็นได้ชัดเจนของตลาดแรงงานไทยคือปัญหาเรื่องช่องว่างทักษะ (Skills Gap) ทักษะที่คนทำงานมีอยู่ไม่ตรงกับความต้องการขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  แต่ทั้งคนหางานและองค์กรต้องพัฒนาไปพร้อมกัน</p>
<p><strong>แบงก์กรุงเทพ กับการปลูกฝัง </strong><strong>Growth Mindset</strong><strong> และ</strong><strong> </strong> <strong>Entrepreneurship</strong></p>
<p><strong>คุณปตุพร บาลเย็น </strong><strong>AVP Recruitment &amp; Selection, HR Division </strong><strong>จากธนาคารกรุงเทพ</strong> กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพเชื่อว่าความสำเร็จระยะยาวไม่ได้เกิดจากการเริ่มต้นสิ่งใหม่เสมอไป แต่เกิดจากการต่อยอดสิ่งที่ทำได้ดีให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับการปลูกฝัง  Growth Mindset  และ  Entrepreneurship  เพื่อให้คนของเรากล้าคิดและไม่กลัวความท้าทาย จากนี้ไป ธนาคารกรุงเทพ จะเน้นสร้างระบบและวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโต เพราะเราวัดความสามารถจาก &#8216;ความกล้าและความพยายาม&#8217; มากกว่าจุดเริ่มต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34517 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/5.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Shopee </strong><strong>กับการสร้าง &#8216;</strong><strong>AI Literacy</strong><strong>&#8216; เพื่อการเติบโต</strong></p>
<p><strong>คุณสุชญา ปาลีวงศ์</strong> <strong>Director of People, Shopee </strong>กล่าวว่า การสร้างความรู้เรื่อง AI Literacy <strong> </strong>ให้กับพนักงานไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเติบโตและดึงดูดคนรุ่นใหม่ Shopee ต้องการให้พนักงานมองว่า AI คือ<strong> </strong> Co<strong>&#8211;</strong>pilot ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่ เพราะในมุมของเรา AI คือ<strong> </strong> Game Changer ที่จะเปลี่ยนทั้งวิธีคิด วิธีทำงาน การแข่งขัน และการใช้ AI อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญทางธุรกิจในอนาคต</p>
<p><strong>การพูดคุยในประเด็น &#8216;การสร้างแบรนด์นายจ้างให้แข็งแรงสำหรับคนรุ่นใหม่&#8217; ได้คำตอบว่า องค์กรต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจังว่า “อะไรคือสิ่งจำเป็นที่สุด” ที่จะทำให้คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วย ไม่ใช่แค่สมัครงานเข้ามา แต่เลือกจะอยู่และเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว</strong><strong> </strong></p>
<p><strong>SCB </strong><strong>กับการ &#8216;เปลี่ยนภายใน&#8217; เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p><strong>คุณวรรณพร ศรีวัฒนางกูร</strong> <strong>VP, People Communication and Employer Branding </strong><strong>จาก</strong> <strong>SCB </strong>กล่าวว่า SCB เชื่อว่า &#8216;การเปลี่ยนภายใน&#8217; คือหัวใจสำคัญของการสร้างแบรนด์นายจ้างให้แข็งแกร่งในยุคนี้ แม้ SCB จะเป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนาน แต่ไม่เคยหยุดพัฒนา โดยใช้เทคโนโลยีและ <strong>Flexible Benefits </strong>เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับระบบการทำงานให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น สิ่งที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่แค่เครื่องมือใหม่ แต่คือ Core Value และ Mindset ของคนในองค์กรทั้งระบบ เราจึงมองหาคนที่ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ &#8220;กล้าคิด กล้าท้าทาย และกล้าเปลี่ยนแปลง&#8221; ไปกับเรา โดย SCB มีความตั้งใจที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ที่นี่เป็นองค์กรที่ใช่ สำหรับคนที่พร้อมเติบโตไปด้วยกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34516 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>CP Axtra</strong><strong> กับความชัดเจนในเป้าหมายและความจริงใจในการดูแลคน</strong></p>
<p><strong>คุณวสันต์ สินพิทักษ์สกุล </strong><strong>Group Chief People Officer </strong><strong>จาก </strong><strong>CP Axtra</strong> กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์นายจ้างคือ ความชัดเจนในเป้าหมาย และความจริงใจในการดูแลคน เราไม่ได้อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานด้วยเพราะแค่ชื่อเสียงหรือขนาดองค์กร แต่เพราะเห็นว่าเรามีเป้าหมายที่ดีและชัดเจน ทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตของคน เราออกแบบเส้นทางการพัฒนาให้คนเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด ”Future Beyond Limits” ทั้งในสายงานหน้าร้านและสายดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้จากงานจริง การหมุนเวียนบทบาท และการทำงานแบบยืดหยุ่นที่เคารพชีวิตส่วนตัว</p>
<p>นอกจากนี้ เรายังเป็น<strong> Pioneer Retail Tech Globally </strong> ที่ไม่เพียงแค่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมค้าปลีก แต่สร้างอิมแพคได้จริง และรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ทำ โดยสนับสนุนให้ทุกคนกล้าเป็นตัวของตัวเอง <strong>&#8216;Own It, Unleash Your Spirit&#8217;</strong> เป็นเจ้าของงานและความสำเร็จที่ได้ลงมือทำ เติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด &#8216;<strong>Accelerate without Limits</strong>&#8216; พร้อมทั้งเป็นองค์กรที่สนับสนุนการทำงานอย่างมีคุณค่าและสร้างความหมายร่วมกับสังคม <strong>&#8216;Ignite Communities Change&#8217;</strong></p>
<p>ที่สำคัญเราให้ความสำคัญกับสุขภาพใจ ผู้นำที่เข้าถึงได้ และวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นความร่วมมือ เพราะความรู้สึกที่ดีในที่ทำงาน คือแรงผลักดันที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากอยู่กับเรา และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน เราไม่ได้แค่เตรียมคนให้พร้อมรับอนาคต แต่เรากำลังสร้างอนาคตที่ไม่มีขีดจำกัด ไปพร้อมกับเขา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34515 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>T</strong><strong>hai Honda </strong><strong>กับแนวคิด &#8216;การฟัง&#8217; และ &#8216;พื้นที่ปลอดภัย&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณมนสิชา สังข์สุวรรณ </strong><strong>General Manager of Human Resources &amp; Associates Relation (HRAR Function) </strong><strong>จาก </strong><strong>Thai Honda</strong> บอกว่า การสร้างแบรนด์นายจ้างที่แข็งแรงต้องเริ่มจากการฟัง  ให้เข้าใจว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร ไม่ใช่แค่บอกว่าเราเป็นใคร แต่สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาอยากอยู่กับเราจริง ๆ เราจึงออกแบบวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด  DREAM: Dare (กล้าดี), Respect &amp; Collaborate (ทีมดี), Excellent (งานดี), Align (เข้าใจดี) และ Move Fast (เร็วดี) ในทั้งหมดนี้ &#8216;Dare – กล้าดี&#8217; คือหัวใจสำคัญ เพราะเราเชื่อว่า &#8216;ความกล้า&#8217; จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมี &#8216;พื้นที่ปลอดภัย&#8217; ให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ถ้าองค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืน คนของเราก็ต้องเติบโตไปด้วยหัวใจที่กล้าเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนั้น  Move Beyond  คือ การขับเคลื่อนพนักงานและสังคมของ Thai Honda โดยให้ความสำคัญกับ 4 Core Pillars ในการดำเนินองค์กร เริ่มจาก Global Trust สะท้อนถึงความเป็นเจ้าตลาดที่มียอดขายอันดับ 1 พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ได้มาตรฐานญี่ปุ่น (High Standard Workplace) ต่อมาคือ Top-Tier Rewards ที่มอบสวัสดิการครบครัน เลือกใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ของพนักงาน ส่วน Embrace Challenges มุ่งสนับสนุนให้พนักงานสร้างงานที่มีความหมาย (Meaningful Work) สุดท้ายคือ Team Momentum ซึ่งพนักงานทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อผลักดันเป้าหมายองค์กรให้สำเร็จอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34518 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จากบทสรุปของงานครั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า หากองค์กรไทยต้องการเติบโตท่ามกลางความผันผวนของโลกการทำงานในปี 2025 และต่อจากนี้ไป คำตอบไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือกลยุทธ์ล้ำยุคเพียงอย่างเดียว แต่คือ <strong>&#8216;การลงทุนในคน&#8217;</strong> ทั้งในด้านทักษะ ความคิด ระบบสนับสนุน และวัฒนธรรม ที่ทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า มีเป้าหมาย และอยากเติบโตไปพร้อมกัน เพราะอนาคตขององค์กรจะไปได้ไกลแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ &#8216;คนขององค์กร&#8217; เป็นสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/career-trends-and-skills-in-thailand-2025-onward/">เข้าใจคนทำงานยุคใหม่ ​ เมื่อ &#8216;ความหมายของงาน&#8217; สำคัญกว่าเงินเดือน &#8216;การลงทุนในคน&#8217; คือกุญแจสร้างการเติบโตขององค์กร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CardX ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมจับมือพันธมิตรมอบสิทธิประโยชน์ดูแลเรื่องที่พักอาศัยแบบครบวงจร เพื่อให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/cardx-help-measures-to-earthquake-victims/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 04:58:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CardX]]></category>
		<category><![CDATA[CardX SPEEDY CASH]]></category>
		<category><![CDATA[Earthquake]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับปรุงโครงสร้างหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ฝ่าวิกฤตครบจบที่เดียวเรื่องบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการช่วยเหลือ]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นดินไหว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32883</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาร์ดเอกซ์ (CardX) ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB, ลูกค้าบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH และลูกค้าสินเชื่อบุคคล CardX SPEEDY LOAN ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามประกาศกระทรวงมหาดไทย พร้อมผนึกกำลังแบรนด์พันธมิตรชั้นนำจัดโครงการพิเศษเพื่อร่วมฝ่าวิกฤตเรื่องที่พักอาศัย มอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษด้านการซ่อมแซมบ้านอย่างครบวงจร และผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ลูกค้าได้อุ่นใจกว่าเดิม จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบต่อคนไทยในวงกว้างทั้งกับชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดจนที่พักอาศัย ในช่วงเวลายากลำบากที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว CardX ตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน จึงพร้อมดูแลลูกค้าด้วยการส่งมอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว 2568 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB, ลูกค้าบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH และลูกค้าสินเชื่อบุคคล CardX SPEEDY LOAN ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cardx-help-measures-to-earthquake-victims/">CardX ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมจับมือพันธมิตรมอบสิทธิประโยชน์ดูแลเรื่องที่พักอาศัยแบบครบวงจร เพื่อให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คาร์ดเอกซ์ </strong><strong>(CardX)</strong> <strong>ออกมาตรการ</strong><strong>เยียวยาลูกค้า</strong><strong>ผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว</strong><strong> เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ให้แก่</strong><strong>ลูกค้าบัตรเครดิต </strong><strong>CardX </strong><strong>และ </strong><strong>SCB, </strong><strong>ลูกค้าบัตรกดเงินสด </strong><strong>CardX SPEEDY CASH </strong><strong>และลูกค้าสินเชื่อบุคคล </strong><strong>CardX SPEEDY LOAN </strong><strong>ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามประกาศกระทรวงมหาดไทย </strong><strong>พร้อมผนึกกำลังแบรนด์พันธมิตรชั้นนำจัดโครงการพิเศษเพื่อร่วม</strong><strong>ฝ่าวิกฤตเรื่องที่พักอาศัย มอบ</strong><strong>สิทธิประโยชน์สุดพิเศษด้านการซ่อมแซม</strong><strong>บ้าน</strong><strong>อย่างครบวงจร</strong><strong> และผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้ลูกค้าได้อุ่นใจกว่าเดิม</strong></p>
<p><span id="more-32883"></span></p>
<p>จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบต่อคนไทยในวงกว้างทั้งกับชีวิต ทรัพย์สิน ตลอดจนที่พักอาศัย ในช่วงเวลายากลำบากที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว CardX ตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน จึงพร้อมดูแลลูกค้าด้วยการส่งมอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหว 2568 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB, ลูกค้าบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH และลูกค้าสินเชื่อบุคคล CardX SPEEDY LOAN ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน แพร่ เพชรบูรณ์ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และชัยนาท หรืออ้างอิงตามประกาศล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 โดยการพิจารณาตามมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของคาร์ดเอกซ์/ธนาคาร สามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าคาร์ดเอกซ์ โทร 1468 หรือ SCB Customer Center โทร 02-777-7777</p>
<p>นอกจากนี้ CardX ยังจัดโครงการพิเศษ <strong>“ฝ่าวิกฤตครบจบที่เดียวเรื่องบ้าน”</strong> ภายใต้ความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรวัสดุก่อสร้างชั้นนำทั้ง นายช่าง Do Home, โฮมโปร, คิวช่าง, SCG Home และ vFix จากไทวัสดุ ที่ให้บริการซ่อมแซมบ้านและตกแต่งบ้านใหม่อย่างครบวงจร มาพร้อมกับสิทธิพิเศษ อาทิ ผ่อน 0% นาน 10 เดือน แลกคะแนนรับส่วนลดสูงสุด 13% (เงื่อนไขเป็นไปตามที่แต่ละร้านค้ากำหนด) รวมไปถึงความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ด้านการประกันภัย ที่ให้ลูกค้าซื้อความคุ้มครองประกันภัยอุ่นใจ แลกรับเครดิตเงินคืน 10% ไม่จำกัดยอดเงินคืนสูงสุด เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยปีแรก หรือปีต่อกับบริษัทประกันภัย และบริษัทโบรกเกอร์ที่ร่วมรายการ ดีลพิเศษ*</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32885 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/CardX2.jpg" alt="" width="720" height="900" /></p>
<p><u>ต่อที่ </u><u>1</u> ชำระค่าเบี้ยประกันภัย แบ่งชำระดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน</p>
<p><u>ต่อที่ </u><u>2</u> ชำระค่าเบี้ยประกันภัยเต็มจำนวน หรือแบ่งชำระดอกเบี้ย 0% สามารถแลกรับเงินคืน 10% รับสิทธิ์ใช้คะแนน PointX ทุก 1,000 คะแนนขึ้นไป ไม่จำกัดยอดแลกสูงสุด โดยลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน SMS ทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายภายในวันเดียวกันกับวันที่ชำระเบี้ยประกันภัย พิมพ์ N2 เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย เว้นวรรค ตามด้วยจำนวนคะแนนที่ต้องการแลกรับเครดิตเงินคืน (ไม่รวมจุดทศนิยม) ส่งมาที่ 4545454 (ค่าบริการ SMS ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ) และต้องได้รับ ข้อความยืนยันเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายสำเร็จจากคาร์ดเอกซ์/ธนาคาร</p>
<ul>
<li><strong>ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย </strong><strong>16% </strong><strong>ต่อปี</strong></li>
<li><strong>เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทและธนาคารกำหนด โปรดศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ </strong><a href="http://www.cardx.co.th" target="_blank" rel="noopener">cardx.co.th</a></li>
<li><strong>ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ความคุ้มครอง และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ทั้งนี้การพิจารณารับประกันภัยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการรับประกันภัยของบริษัทประกันภัย และบริษัทโบรกเกอร์ร่วมรายการ</strong></li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/cardx-help-measures-to-earthquake-victims/">CardX ออกมาตรการเยียวยาลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว พร้อมจับมือพันธมิตรมอบสิทธิประโยชน์ดูแลเรื่องที่พักอาศัยแบบครบวงจร เพื่อให้คนไทยก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2025 07:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[depa]]></category>
		<category><![CDATA[IBE6 Digital Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[NIA]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[SCB SME]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[กองแก้ว บุญประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญาประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[วิชาญ กุลาตี]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32305</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมกะเทรนด์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการเร่งตัวของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างแต้มต่อการแข่งขัน ทว่าธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่องได้ตลอดรอดฝั่ง เมกะเทรนด์สำคัญที่เคลื่อนตัวเคียงคู่กับเทคโนโลยี คือ การสร้างความยั่งยืน (Sustainability) จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผนึกกำลังกันถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญในการนำเอไอไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเชื่อมประสานกับกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละองค์กร อาทิ แหล่งเงินทุน เครือข่ายภาครัฐ-เอกชน เพื่อเสริมแกร่งให้กับเอสเอ็มอี สู่การเป็น “องค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัล” เติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืน ท้าชนการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผันผวน ด้วยหลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation สร้างองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน ไทยพาณิชย์ ชู “3 เอส” เคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน นางสาวกองแก้ว บุญประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Business Banking L2 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation สะท้อนถึงความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเอสเอ็มอี ขณะที่ความร่วมกับ NIA และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/">ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมกะเทรนด์โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะการเร่งตัวของปัญญาประดิษฐ์ (</strong><strong>Artificial Intelligence – AI</strong><strong>) ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อสร้างแต้มต่อการแข่งขัน </strong></p>
<p><span id="more-32305"></span></p>
<p><strong>ทว่าธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่องได้ตลอดรอดฝั่ง เมกะเทรนด์สำคัญที่เคลื่อนตัวเคียงคู่กับเทคโนโลยี คือ การสร้างความยั่งยืน (</strong><strong>Sustainability</strong><strong>) จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว</strong> <strong>จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผนึกกำลังกันถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญในการนำเอไอไปใช้ในการดำเนินธุรกิจเชื่อมประสานกับกลยุทธ์สร้างความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งของแต่ละองค์กร อาทิ แหล่งเงินทุน เครือข่ายภาครัฐ-เอกชน เพื่อเสริมแกร่งให้กับเอสเอ็มอี สู่การเป็น “องค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัล” เติบโตสู่อนาคตที่ยั่งยืน ท้าชนการเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผันผวน ด้วยหลักสูตร </strong><strong>IBE6 Digital Sustainovation </strong><strong>สร้างองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลสู่ความยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>ไทยพาณิชย์ ชู “3 เอส” เคลื่อนเอสเอ็มอีสู่ความยั่งยืน </strong></p>
<p><strong>นางสาวกองแก้ว บุญประสิทธิ์</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Business Banking L2 ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลักสูตร<strong> IBE6 Digital Sustainovation </strong>สะท้อนถึงความสำคัญของดิจิทัลและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเอสเอ็มอี ขณะที่ความร่วมกับ NIA และ depa ทั้งสององค์กรเป็นทั้งแหล่งความรู้  แหล่งเงินทุน เป็นเครื่องมือให้เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรมสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนได้ ทั้งนี้ การออกแบบหลักสูตรคำนึงถึง 3 S กล่าวคือ SMEs ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่เป็นพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ S ที่สองคือ Start คือการเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ และ S ที่สาม คือ Sustainability เพราะเมื่อเอสเอ็มอีมีความยั่งยืนก็จะสามารถเติบโตสู่อนาคตที่ดีได้</p>
<p><strong>นายวิชาญ กุลาตี</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่า แม้โลกจะเผชิญปัญหาความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่พบว่าในบางธุรกิจยังมีโอกาส มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจที่เกี่ยวโยงกับดิจิทัล ธุรกิจสีเขียวและธุรกิจที่มุ่งเน้น ESG ซึ่งเป็นไปตามเมกะเทรนด์โลกที่ผู้คนใส่ใจดูแลสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี</p>
<p><strong>NIA </strong><strong>หนุนดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรมดี</strong></p>
<p><strong>ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง</strong> ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) กล่าวว่า หลักสูตรนี้ถือเป็นการบ่มเพาะ (Groom) เอสเอ็มอี ที่สร้างผลลัพธ์สูง โดยผู้เข้าอบรมจะรู้ถึงกลไกภาครัฐในการสนับสนุนการเติบโตของเอสเอ็มอี รู้เทรนด์นวัตกรรมโลก รู้จักเครือข่ายของผู้เข้าอบรม รู้ถึงปัญหาที่ชัดเจนของธุรกิจตนเองและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา โดยในส่วนของ NIA มีเงินทุนสนับสนุน รวมถึงการลดภาระดอกเบี้ยให้กับเอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรม ผ่านการประสานกับหลายสถาบันการเงิน เป็นต้น</p>
<p>สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติจึงได้นำ 4 แนวทางประกอบด้วย Groom, Grant, Growth และ Global โดยหวังที่จะเห็นธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับการมีนวัตกรรมผนวกเข้าไปในธุรกิจ ด้วยการบ่มเพาะผู้ประกอบการ สนับสนุนการสร้างการเติบโตในมิติการลงทุนที่เชื่อมโยงธนาคาร การช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้แก่ธุรกิจที่มีนวัตกรรม และสุดท้าย การชวนเอสเอ็มอีปักธงสินค้าและบริการในต่างประเทศ ซึ่งเอสเอ็มอีสามารถเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทย ให้เป็นชาตินวัตกรรมได้</p>
<p><strong>depa</strong><strong> เร่งเอสเอ็มอีต้องปรับตัวมุ่งความยั่งยืน รับแรงกดดันระเบียบโลกใหม่ </strong></p>
<p><strong>ดร.รัฐศาสตร์ กรสูตร</strong> รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ระบุว่า การพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลไปพร้อมกับการคำนึงถึงความยั่งยืน ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็น เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ จากแรงกดดันของระเบียบโลกใหม่ ที่หลายประเทศนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นกติกาการค้า ขณะเดียวกันตลาดยังตื่นตัวตอบรับสินค้านวัตกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ทำให้เอสเอ็มอีต้องเร่งปรับตัว โดยผู้ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้ ย่อมได้เปรียบในการลดต้นทุน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะที่หลักสูตรนี้จะร้อยเรียงตั้งแต่การปูพื้นฐานติดกระดุมเม็ดแรกในการทำธุรกิจให้ถูกต้อง ไปสู่การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ในการทรานส์ฟอร์มเอสเอ็มอีสู่ความแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>หลักสูตร</strong> <strong>IBE6 Digital Sustainovation </strong><strong>พลิกเกมเอสเอ็มอี อยู่รอดอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p><strong>นายอุกฤษฏ์ ตั้งสืบกุล </strong>Co-Founder บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด ในฐานะ Co-Director หลักสูตร IBE6 Digital Sustainovation กล่าวว่า หลักสูตรนี้จะทำให้เอสเอ็มอี ไม่ต้องพึ่งนโยบายเศรษฐกิจ สามารถควบคุมชะตาชีวิตด้วยตนเองได้ ซึ่งผู้เข้าร่วมหลักสูตรจะได้เข้าใจวิถีการสร้างสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรม ที่ไม่เพียงเป็นทางลัดของการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดอย่างยั่งยืน ด้วยการเข้าถึงวิสัยทัศน์ผู้นำที่ใช่ เปลี่ยนเอไอเป็นเพื่อนคู่คิด ยกระดับธุรกิจด้วยดิจิทัลและความยั่งยืนอย่างมีกลยุทธ์ ทั้งยังสร้างเครือข่ายธุรกิจเพื่อต่อยอดในการเป็นองค์กรฐานนวัตกรรมดิจิทัลที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/ibe6-digital-sustainovation-program-for-sustainable-growth/">ไทยพาณิชย์ผนึกพันธมิตร แนะผู้ประกอบการสู้เมกะเทรนด์โลก เร่งโตด้วย “นวัตกรรมดิจิทัล” และ “ความยั่งยืน”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
