<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SE &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/se/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 04 Jun 2026 12:16:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.9</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>SE &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 11:41:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luan]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คนกับป่า]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42224</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ &#8216;โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย&#8217; โดย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอกย้ำบทบาทต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนว่า การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคน การสร้างอาชีพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในอนาคตของพื้นที่ตนเอง ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษ ดอยตุงเปลี่ยนจากพื้นที่ภูเขาหัวโล้นที่เคยเผชิญปัญหาการปลูกพืชเสพติด การทำไร่เลื่อนลอย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กว่า 90% ผ่านการจัดสรรพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ควบคู่กับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบ การดูแลน้ำ การใช้พลังงานทดแทนและลดต้นทุน การนำของเหลือจากการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชน และการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นผู้ดูแลทรัพยากรรุ่นต่อไป จนโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กลายเป็น &#8216;โมเดลความยั่งยืน&#8217; เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบการพัฒนาที่มีคณะศึกษาดูงานทั้งจากไทยและต่างประเทศเดินทางมาเรียนรู้หลายพันคนต่อปี  พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากพื้นที่สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของตนเอง ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า บทเรียนสำคัญของดอยตุงคือ ถ้าเราต้องการรักษาป่า เราต้องเข้าใจชีวิตของคนที่อยู่กับป่า การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ใช่การห้ามคนใช้ทรัพยากรทั้งหมด แต่คือการออกแบบให้คนใช้ทรัพยากรอย่างพอดี มีระบบ มีความรับผิดชอบ และเห็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว วันนี้งานสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/">จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ <strong>&#8216;โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย&#8217;</strong> โดย <strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> ตอกย้ำบทบาทต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p><span id="more-42224"></span></p>
<p>อีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่สะท้อนว่า การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สำเร็จต้องทำทั้งระบบ ตั้งแต่การแก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของคน การสร้างอาชีพ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมในอนาคตของพื้นที่ตนเอง</p>
<p>ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษ ดอยตุงเปลี่ยนจากพื้นที่ภูเขาหัวโล้นที่เคยเผชิญปัญหาการปลูกพืชเสพติด การทำไร่เลื่อนลอย และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์กว่า 90% ผ่านการจัดสรรพื้นที่ให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างสมดุล ควบคู่กับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการขยะไม่ให้ไปสู่บ่อฝังกลบ การดูแลน้ำ การใช้พลังงานทดแทนและลดต้นทุน การนำของเหลือจากการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ การพัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชน และการปลูกฝังเยาวชนให้เป็นผู้ดูแลทรัพยากรรุ่นต่อไป</p>
<p><em><strong>จนโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กลายเป็น &#8216;โมเดลความยั่งยืน&#8217; เป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบการพัฒนาที่มีคณะศึกษาดูงานทั้งจากไทยและต่างประเทศเดินทางมาเรียนรู้หลายพันคนต่อปี</strong>  </em>พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากพื้นที่สู่การเป็นที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนให้กับองค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทของตนเอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42225 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> กล่าวว่า บทเรียนสำคัญของดอยตุงคือ ถ้าเราต้องการรักษาป่า เราต้องเข้าใจชีวิตของคนที่อยู่กับป่า การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนไม่ใช่การห้ามคนใช้ทรัพยากรทั้งหมด แต่คือการออกแบบให้คนใช้ทรัพยากรอย่างพอดี มีระบบ มีความรับผิดชอบ และเห็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว วันนี้งานสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การฟื้นป่า แต่ขยายไปสู่การจัดการขยะ น้ำ พลังงาน คาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างเยาวชนในพื้นที่ให้เข้าใจคุณค่าของทรัพยากร เพราะสิ่งแวดล้อมจะยั่งยืนได้จริง ก็ต่อเมื่อชุมชนเป็นเจ้าของการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยตนเอง<strong> </strong></p>
<p><strong>&#8211; คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างเข้าใจ</strong> <strong>ระบบนิเวศกลับคืน</strong> ความสำเร็จของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เกิดจากการจัดสรรการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างชัดเจน ทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ ป่าใช้สอย พื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ชุมชนมีอาชีพ รายได้ และบทบาทในการดูแลทรัพยากร เมื่อคนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต แรงกดดันต่อป่าธรรมชาติจึงลดลง และระบบนิเวศสามารถฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42226 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/3.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; ความหลากหลายทางชีวภาพคือหลักฐานสำคัญของป่าที่กลับมามีชีวิต </strong>โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และติดตามข้อมูลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งพืช สัตว์ป่า แหล่งน้ำ และระบบนิเวศโดยรอบ เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนดูแลพื้นที่ให้คน ป่า และทรัพยากรธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ในระยะยาว</p>
<p><strong>&#8211; การจัดการขยะภายในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ</strong> ยึดหลักขยะต้องไม่จบที่บ่อฝังกลบ ทำให้ไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบตั้งแต่ปี 2561 แม้เป็นพื้นที่ที่มีทั้งสำนักงาน โรงงาน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ชุมชน โรงเรียน และรองรับนักท่องเที่ยวปีละประมาณ 500,000 ถึง 600,000 คน โดยมีขยะที่ต้องบริหารจัดการประมาณ 102.4 ตันต่อปี หลักการสำคัญคือการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ขยะรีไซเคิล ขยะย่อยสลายได้ ขยะอันตราย ขยะทั่วไป ขยะติดเชื้อ และขยะอื่น ๆ ก่อนนำไปจัดการตามลักษณะของขยะแต่ละประเภท เช่น นำกลับมาใช้ใหม่ ทำเป็นอาหารสัตว์ ส่งต่อให้บริษัทที่ได้รับอนุญาต หรือนำไปใช้เป็นพลังงาน แนวทางนี้ช่วยเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่จัดการได้ครบวงจร และยังขยายผลไปสู่ชุมชนในพื้นที่ 29 หมู่บ้าน เพื่อให้ครัวเรือน โรงเรียน และชุมชนลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42227 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/4-re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; ด้านการจัดการน้ำ</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ดำเนินงานตั้งแต่การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การบำบัด การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ และการติดตามคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ เช่น สำนักงานกรุงเทพฯ ดอยตุง ตลอดจนศูนย์ผลิตและจำหน่ายงานมือ โรงย้อม โรงกระดาษสา และพื้นที่แปลงแมคคาเดเมีย รวมถึงการกำจัดสีในน้ำทิ้งจากกระบวนการย้อม และนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ในกิจกรรมที่เหมาะสม ช่วยลดการใช้น้ำใหม่ ลดภาระต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ และทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลระบบนิเวศต้นน้ำ</p>
<p><strong>&#8211; ด้านพลังงาน</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ใช้พลังงานทดแทนและมาตรการอนุรักษ์พลังงานให้เหมาะกับลักษณะงานของแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์ การใช้ระบบแก๊สซิไฟเออร์จากถ่านไม้ไผ่ที่ได้จากไม้ไผ่ตายขุยในป่าไผ่ การใช้ระบบน้ำร้อนจากชีวมวลในกระบวนการต้ม ฟอก และย้อมผ้า รวมถึงการผลิตไบโอดีเซลเพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งหมดนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รวมประมาณ 163.3 tCO2e ต่อปี และลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 1.46 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่า การลดคาร์บอนเริ่มได้จากการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม และวัดผลให้ชัดเจนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42228 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/6-re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><strong>&#8211; ผลิตภัณฑ์จากเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้แบรนด์ดอยตุง (</strong><strong>DoiTung)</strong> คืออีกตัวอย่างของการเปลี่ยนของเหลือจากการผลิตให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าโดยนำเศษวัสดุจากงานหัตถกรรม สิ่งทอ เซรามิก กาแฟ และแมคคาเดเมียกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ทั้งในรูปแบบสินค้า ส่วนผสมในกระบวนการผลิต และพลังงานชีวมวล ขณะเดียวกันน้ำเสียจากโรงย้อมยังผ่านการบำบัดและนำกลับมาใช้ประโยชน์</p>
<p><em>&#8220;แนวทางนี้ทำให้ DoiTung ได้รับการรับรองมาตรฐานและฉลากด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อมหลายรายการ ทั้งโครงการประเมินการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนขององค์กร (Circular Economy Performance Assessment System หรือ CEPAS) จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, มาตรฐานระบบการจัดการเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจ (Circular Economy Management System for Business หรือ CEMS) จากบูโร เวอริทัส, มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 จาก CCQM (Con Cert Quality Management GmbH), ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product หรือ CFP) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) สำหรับผ้าพันคอและกาแฟที่ได้รับการขึ้นทะเบียน และฉลากผลิตภัณฑ์หมุนเวียน Circular Mark จากมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำหรับกาแฟแคปซูล เป็นต้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42230 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/10-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>คาร์บอนเครดิตต้องกลับไปสร้างประโยชน์ให้ชุมชน</strong> มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ พัฒนาคาร์บอนเครดิตเพื่อเปลี่ยนคุณค่าของป่าที่ชุมชนร่วมดูแลให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และเป็นแรงจูงใจในการอนุรักษ์ระยะยาว โดยพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จำนวน 57,480 ไร่ ได้ขึ้นทะเบียนภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ Thailand Voluntary Emission Reduction Program (T-VER) และสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ 419,513 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) พร้อมต่อยอดองค์ความรู้สู่โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อขยายการทำงานร่วมกับป่าชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><strong>&#8211; เยาวชนคือกำลังสำคัญของการดูแลทรัพยากรในอนาคต</strong> โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ Science Fair นิทรรศการพลังงานและสิ่งแวดล้อม กิจกรรม <strong>&#8216;พลังงานทดแทน สร้างอนาคตคาร์บอนต่ำ&#8217;</strong> และ <strong>เครือข่ายดอยตุง Young Guardians</strong> ซึ่งเป็นเครือข่ายเยาวชนในพื้นที่ที่ร่วมเรียนรู้ ลงมือทำ และสื่อสารเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42229 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/11-re.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>จากภูเขาหัวโล้นสู่พื้นที่ป่าที่ฟื้นคืน จากชุมชนที่เคยขาดโอกาสสู่ชุมชนที่มีอาชีพและมีส่วนร่วมดูแลทรัพยากร ดอยตุงจึงเป็น <strong>&#8216;ต้นแบบมีชีวิต&#8217;</strong> ที่ยืนยันว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง เมื่อคนกับธรรมชาติเติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/doitung-global-sustainable-development-role-model/">จากภูเขาหัวโล้น สู่ &#8216;โมเดลเรียนรู้ความยั่งยืน&#8217; 38 ปี โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ต้นแบบที่ยังมีลมหายใจด้านสิ่งแวดล้อมของไทย สู่สายตาชาวโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เปิดรับสมัคร! BC4C ปีที่ 15 “พลังดี ไม่มีดรอป” ชวนคนรุ่นใหม่สร้างกิจการเพื่อสังคม ชิงเงินทุนกว่าสามแสนบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/banpu-champions-for-change-ep-15/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 04:20:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Energy of Possibility]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[พลังดี ไม่มีดรอป]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน Change Fusion]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41946</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ สถาบัน Change Fusion เปิดรับสมัครผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) รุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 15 ภายใต้แนวคิด “Energy of Possibility: พลังดี ไม่มีดรอป” พื้นที่ปล่อยของ ทดสอบศักยภาพ และช่วยต่อยอดแพชชันการทำธุรกิจที่เกิดผลกระทบเชิงบวกในสังคมได้จริง         ผ่านการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เงินทุน และแรงสนับสนุนจากเครือข่ายที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปต่อได้แบบไม่มีดรอป ผ่าน 2 โปรแกรมหลัก ได้แก่ กระบวนการบ่มเพาะกิจการระยะเริ่มต้น (Incubation Program): สำหรับคนที่มีไอเดียและอยากเริ่มต้นทำกิจการเพื่อสังคม ช่วยปูพื้นฐานด้านธุรกิจ ค้นหาแนวทางในการสร้างรายได้ที่ใช่ไปพร้อมกับการกำหนดตัวชี้วัดทางสังคม พร้อมทุนสนับสนุนการทดลองตลาด ทีมละ 80,000 บาท และทุนต่อยอดธุรกิจทีมละ  250,000 บาท หากเป็นผู้ชนะ 3 ทีมสุดท้าย กระบวนการพัฒนาความพร้อมของกิจการในระยะขยายผล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/banpu-champions-for-change-ep-15/">บ้านปู เปิดรับสมัคร! BC4C ปีที่ 15 “พลังดี ไม่มีดรอป” ชวนคนรุ่นใหม่สร้างกิจการเพื่อสังคม ชิงเงินทุนกว่าสามแสนบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ <strong>สถาบัน </strong><strong>Change Fusion </strong>เปิดรับสมัครผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) รุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการ <strong>“</strong><strong>พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (</strong><strong>Banpu Champions for Change: BC4C) </strong><strong>ปีที่ </strong><strong>15</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>“Energy of Possibility: </strong><strong>พลังดี ไม่มีดรอป”</strong></p>
<p><span id="more-41946"></span></p>
<p>พื้นที่ปล่อยของ ทดสอบศักยภาพ และช่วยต่อยอดแพชชันการทำธุรกิจที่เกิดผลกระทบเชิงบวกในสังคมได้จริง         ผ่านการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ เงินทุน และแรงสนับสนุนจากเครือข่ายที่จะช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปต่อได้แบบไม่มีดรอป ผ่าน 2 โปรแกรมหลัก ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong>กระบวนการบ่มเพาะกิจการระยะเริ่มต้น </strong><strong>(Incubation Program):</strong> สำหรับคนที่มีไอเดียและอยากเริ่มต้นทำกิจการเพื่อสังคม ช่วยปูพื้นฐานด้านธุรกิจ ค้นหาแนวทางในการสร้างรายได้ที่ใช่ไปพร้อมกับการกำหนดตัวชี้วัดทางสังคม พร้อมทุนสนับสนุนการทดลองตลาด ทีมละ 80,000 บาท และทุนต่อยอดธุรกิจทีมละ  250,000 บาท หากเป็นผู้ชนะ 3 ทีมสุดท้าย</li>
</ul>
<ul>
<li><strong>กระบวนการพัฒนาความพร้อมของกิจการในระยะขยายผล (</strong><strong>Acceleration Program</strong><strong>)</strong><strong>:</strong> สำหรับกิจการที่ต้องการขยายผลและเติบโตอย่างเป็นระบบ ผ่านการโคชชิ่งเชิงลึก (Precision Coaching) เพื่อยกระดับคุณภาพการเติบโต (Quality Growth) แบบเจาะจงตามบริบทของแต่ละกิจการ เสริมความพร้อมให้สามารถโตต่อได้อย่างยั่งยืน และโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว</li>
</ul>
<p>ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับการสนับสนุน ตั้งแต่การพัฒนาโมเดลธุรกิจให้แข็งแรงและยั่งยืน การสร้างรายได้และโอกาสทางการตลาด การตั้งเป้าหมายและวัดผลลัพธ์ทางสังคมอย่างชัดเจน ไปจนถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตร เพื่อช่วยต่อยอดกิจการและผลักดันการเติบโตในระยะยาว</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี BC4C มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ในประเทศไทย ผ่านการสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการในทุกช่วงการเติบโต โดยไม่จำกัดกรอบแนวคิดหรือประเภทธุรกิจ สะท้อนแนวคิดของบ้านปูที่เชื่อในการพัฒนาศักยภาพคนรุ่นใหม่ ผ่านการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดไอเดียสู่การลงมือทำจริง เพื่อร่วมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการฯ แล้วตั้งแต่วันนี้ – </strong><strong>5 </strong><strong>มิถุนายน </strong><strong>2569</strong><strong> และประกาศผลผู้ได้รับการคัดเลือก วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ผู้ที่สนใจสามารถสมัครทางเพจเฟซบุ๊ก </strong><a href="https://www.facebook.com/banpuchampions/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener"><strong>Banpu Champions for Change</strong></a><strong> หรือ</strong></p>
<ul>
<li><strong>Incubation Program:</strong> <a href="https://forms.gle/K2hwa8e9eUsfCyM36" target="_blank" rel="noopener">https://forms.gle/K2hwa8e9eUsfCyM36</a></li>
<li><strong>Acceleration Program:</strong> <a href="https://forms.gle/qe61aS7b9B5QPmLR9" target="_blank" rel="noopener">https://forms.gle/qe61aS7b9B5QPmLR9</a></li>
</ul>
<p>สอบถามข้อมูล ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (BC4C) ได้ทาง</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/banpuchampions/?locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener">เฟซบุ๊ก:  Banpu Champions for Change</a> โทร. 087-075-4815 อีเมล <a href="mailto:banpuchampions@gmail.com">banpuchampions@gmail.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/banpu-champions-for-change-ep-15/">บ้านปู เปิดรับสมัคร! BC4C ปีที่ 15 “พลังดี ไม่มีดรอป” ชวนคนรุ่นใหม่สร้างกิจการเพื่อสังคม ชิงเงินทุนกว่าสามแสนบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 11:05:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[SE Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Seeds Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยา เชอมื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวชุมขน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[อาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารชนเผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39747</guid>

					<description><![CDATA[<p>กิจการ &#8216;Seeds Journey&#8216; 1 ใน 3 ​​ผู้ชนะจากโครงการ &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8216; หรือ CB4C (Banpu Champions for Change ) ปีที่ 14 ที่มีความโดดเด่นในการลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้คนในพื้นที่ ด้วยการขมวดรวมต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชนเผ่า ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น การต่อยอดวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ชุมชนชาติพันธุ์ของ Seeds Journey ​ไม่เพียงช่วยกระจาย​รายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ที่สำคัญ ยังเป็นการช่วยสืบสานและรักษาภูมิปัญญา​รวมทั้ง​วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีคุณค่า ​​​ให้ยัง​คงอยู่ เพื่อสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งทำให้อัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารชนเผ่าเป็นที่รู้จักของคนภายนอกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย การเดินทางของ &#8216;Seeds Journey&#8216; ​​ที่เปลี่ยนแนวทางจากการขับเคลื่อนเพื่อสังคมตามวิถี NGO มาสู่การผสมผสานโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise) ภายใต้การบ่มเพาะในโครงการ BC4C โดยการขับเคลื่อนของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion ทำให้เพิ่มศักยภาพการเติบโตพร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมและเป้าหมายทางสังคม ผ่านการออกแบบกิจกรรมหรือแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างถึงความตระหนักในการรักษาความสมดุลทางทางธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจด้วยเช่นเดียวกัน ​ โมเดล SE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/">รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กิจการ &#8216;<strong>Seeds Journey</strong>&#8216; 1 ใน 3 ​​ผู้ชนะจากโครงการ<strong> &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม</strong>&#8216; หรือ <strong>CB4C</strong> (Banpu Champions for Change ) ปีที่ 14 ที่มีความโดดเด่นในการลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้คนในพื้นที่ ด้วยการขมวดรวมต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชนเผ่า ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-39747"></span></p>
<p>การต่อยอดวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ชุมชนชาติพันธุ์ของ Seeds Journey ​ไม่เพียงช่วยกระจาย​รายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ที่สำคัญ ยังเป็นการช่วยสืบสานและรักษาภูมิปัญญา​รวมทั้ง​วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีคุณค่า ​​​ให้ยัง​คงอยู่ เพื่อสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งทำให้อัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารชนเผ่าเป็นที่รู้จักของคนภายนอกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39749 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/6.เมล็ดพันธุ์จากชุมชนอาข่า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเดินทางของ &#8216;<strong>Seeds Journey</strong>&#8216; ​​ที่เปลี่ยนแนวทางจากการขับเคลื่อนเพื่อสังคมตามวิถี NGO มาสู่การผสมผสานโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise) ภายใต้การบ่มเพาะในโครงการ<strong> BC4C</strong> โดยการขับเคลื่อนของ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมกับสถาบัน <strong>ChangeFusion</strong> ทำให้เพิ่มศักยภาพการเติบโตพร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมและเป้าหมายทางสังคม ผ่านการออกแบบกิจกรรมหรือแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างถึงความตระหนักในการรักษาความสมดุลทางทางธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจด้วยเช่นเดียวกัน ​</p>
<p><strong>โมเดล SE &#8216;ธุรกิจยั่งยืน-สังคมอยู่รอด&#8217;</strong></p>
<p>การเป็นหนึ่งในผู้ชนะโครงการ BC4C ของ <strong>Seeds Journey </strong>มาจากการมีทั้งความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่ชัดเจน​​​ รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนในเชิงปฏิบัติเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้จริง โดย<strong> คุณรัฐพล สุคันธี</strong> ผู้อำนวยการสายอาวุโส -สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า <strong>BC4C</strong> มองหาธุรกิจ SE ที่สามารถสร้างสมดุล​ให้ทั้งการสร้างให้ธุรกิจเติบโต ควบคู่ไปกับการมีส่วนเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในสังคม โดยเปิดกว้างในทุกมิติ ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม​ การศึกษา วัฒนธรรม โดยเน้นการต่อยอดจากต้นทุนที่มีในพื้นที่ ทั้งทรัพยากรคน ธรรมชาติ รวมทั้งวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาต่างๆ ที่มี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติทางเศรษฐกิจได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/4.คุณรัฐพล-และคุณสุนิตย์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>Seeds Journey ไม่ได้ขายแค่เมล็ดพันธุ์หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว แต่กำลังถ่ายทอด ‘ความยั่งยืนของวิถีชีวิต’ ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่</strong> ซึ่ง BC4C ได้บ่มเพาะกิจการอย่างเข้มข้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนมีความพร้อมที่จะขยายผลต่อไปในอนาคต และเป็นหนึ่งในกิจการที่ทางโครงการภูมิใจ จากการที่ผู้ประกอบการเป็นคนในพื้นที่ และต้องการใช้ความรู้ความสามารถที่มีเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาบ้านเกิด โดยไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือจากคนภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง BC4C ต้องการสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการในลักษณะเช่นนี้เพิ่มมากขึ้น และจะเดินหน้าค้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมี Passion ในการสร้างธุรกิจที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป  โดยเฉพาะการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย เพื่อรองรับการเติบโตและขยายสเกลเพิ่มเติมได้ในอนาคต ทั้งจากผู้ประกอบการ SE ในโครงการทั้ง 14 รุ่น รวมทั้งภาครัฐ และเอกชนใน SE Ecosystem เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสนับสนุน SE ให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39757 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/22.-ข้าวอาข่าสู่อาหารหวาน-Fusion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณสุนิตย์ เชรษฐา</strong> ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion  กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ SE ในหลายธุรกิจ ยัง​สามารถเติบโตได้  สะท้อนให้เห็นว่า ในหลายๆ พื้นที่ยังคงมีโอกาสอยู่ หากสามารถมองเห็นพื้นที่ หรือทำให้ธุรกิจมี​อัตลักษณ์ที่แตกต่างและแข่งขันได้ยาก ขณะที่​โจทย์สำคัญของ BC4C ปีที่ 14 คือการทำให้ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม สามารถ <strong>‘อยู่รอด’</strong> และ <strong>‘เติบโต’ </strong>จึงมุ่งเน้นที่การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ</p>
<p><em>&#8220;กรณีของ Seeds Journey เป็นโมเดลที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูงในเชิงนวัตกรรมสังคม เพราะสามารถเปลี่ยน &#8216;ทุนทางวัฒนธรรม&#8217; และ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217;ให้เป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างลงตัว ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบ NGO มาสู่ SE นั้น ไม่ใช่แค่การหาเงินให้ได้มากขึ้น แต่คือการวางโครงสร้างธุรกิจให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม (Social Impact) ได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณสนับสนุนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/14.-บ้านป่าเกี๊ยะ-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก NGO สู่ต้นแบบ SE ​เสน่ห์อาข่า </strong></p>
<p><strong>คุณน้ำ กัลยา เชอมื่อ </strong>ผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม <strong>Seeds Journey</strong> และเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการกลับมามีส่วนในการช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน​หลังเรียนจบ และมีโอกาสได้ทำงานอาสามัครเพื่อสังคม และมองเห็นปัญหาในพื้นที่บ้านเกิด ที่เริ่มรับวัฒนธรรมภายนอกเข้ามามากขึ้น​ ​​ขณะที่อัตลักษณ์ความเป็นชาติพันธุ์ต่างๆ เริ่มเลือนหายไป นำมาสู่แนวคิดในการฟื้นฟู พร้อมนำเสนอภูมิปัญญาและองค์ความรู้​จากวิถีชีวิตชนเผ่า และถ่ายทอดเรื่องราวสู่ตลาดและผู้บริโภคในวงกว้างผ่าน​ <strong>&#8216;การฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์และวิถีอาหารอาข่า&#8217; ​</strong>ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์​ รวมทั้งยังสอดคล้องกับเทรนด์การตลาดทั้งเรื่องของการดูแลสุขภาพ (Health) และการมีชีวิตที่ยืนยาว (Longevity)​ อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/16.ชาวอาข่าสอนการต๋ำข้าวปุก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณน้ำ</strong> เล่าว่า ก่อนจะเข้าร่วมโครงการ BC4C  ยังมองภาพการเปลี่ยนผ่าน Seeds Journey มาสู่การทำกิจการเพื่อสังคมไม่ออก มีเพียงการทำตามความตั้งใจ​ส่วนลึก ที่ไม่อยากให้วัตถุดิบอาหารและภูมิปัญญาชนเผ่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมีความรู้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา จึงต่อยอดเครือข่ายจากการที่เคยมีโอกาส​ทำงานด้านการสื่อสารเกี่ยวกับรายการอาหาร เพื่อชักชวนกลุ่มเชฟให้เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อมีโอกาสได้​รู้จัก​​วัตถุดิบพื้นบ้าน และสามารถ​​​นำไปต่อยอดเป็นเมนูเชฟเทเบิลในร้านอาหารต่างๆ ​ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานแบบรายโปรเจ็กต์ที่จบเป็นครั้งๆ ไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/19.-จากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นสู่เชฟเทเบิล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​ก่อนเข้าร่วมโครงการ BC4C เรายังมองไม่เห็นภาพว่าจะนำต้นทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนมาพัฒนาเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร และถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินชื่อโครงการมาก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่กล้าสมัครมาเข้าร่วมโครงการ จนกระทั่งเริ่มเปิดใจและต้องการ​เข้ามาหาความรู้เพิ่มเติมจึงได้สมัครเข้ามาร่วมโครงการ แต่ไม่เคยคิดว่าจะสามารถชนะได้ รู้เพียงว่า เมื่อเข้ามาจะสามารถคิดต้นทุนทางธุรกิจได้ และคงได้ความรู้กลับไปพัฒนาธุรกิจต่อได้บ้าง จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ ทำให้เริ่มเข้าใจและเรียนรู้การคิดเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจว่าต้นทุนที่มีอยู่ทั้งเรื่องอาหาร พืชพรรณท้องถิ่น วิถีชีวิตต่างๆ มีคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สามารถนำไปต่อยอดได้ และยังเป็นสิ่งที่แตกต่างเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้กลับคืนให้แก่ชุนได้ด้วย รวมทั้งการได้ทำความรู้จักคนที่ทำธุรกิจเพื่อสังคมด้วยกัน ทำให้แชร์ไอเดียร่วมกัน ขยายความร่วมมือ ช่วยเหลือกันได้ และทำให้เริ่มมองเห็นโอกาสจากธุรกิจที่ทำมาตลอดกว่า 5 ปี ว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนแบบจับต้องได้จริง&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/8.-เมล็ดพันธุ์พื้นเมือง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จและมองเห็นโอกาสของ Seed Journey คือ การเติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่า 50% ภายในช่วง 3 เดือนที่เข้าร่วมโครงการ จากก่อนหน้าที่เคยมีรายได้ราว 4 แสนบาท เพิ่มขึ้นได้ถึง 8 แสนบาท รวมทั้งเห็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งการบริหารจัดการหลังบ้าน และการบริหารจัดการวัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่อลดความสูญเสียได้มากขึ้น  และสามารถดูแลทีมงานประจำได้ถึง 3 คนแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนได้มากขึ้น  ทำให้คนสูงอายุในชุมชนมีรายได้ มีคุณภาพชีวิต และสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นจากการ​มีลูกหลานหรือนักท่องเที่ยวไปพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะเดียวกันยังทำให้คนรุ่นใหม่ในชุมชน​มีช่องทางสร้างรายได้​ ไม่ต้องเดินทางออกไปหางานทำนอกพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39761 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/24.พิธีเรียกขวัญจากผู้เฒ่าชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในปีนี้ Seeds Journey ตั้งใจจะขยายความร่วมมือกับชุมชนเพิ่มมากขึ้นจาก 2 ชุมชน 19 ครัวเรือน เป็น 3 ชุมชน 30 ครัวเรือน ทั้งในพื้นที่บ้านป่าเกี๋ย จ. เชียงราย และบ้านสันป่าสัก และห้วยอีค่าง จ.เชียงใหม่  รวมทั้งการเพิ่มโมเดลสร้างรายได้ ทั้ง​จากธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อดึงรายได้เข้ามาในชุมชน ทั้งกลุ่มให้บริการที่พัก ทำกิจกรรมเวิร์คชอป เรียนรู้วิถีชีวิต รวมทั้ง​การนำวัตถุดิบที่มีในพื้นที่มาทำอาหารดูแลนักท่องเที่ยว และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นรายได้จากการขายวัตถุดิบเพื่อส่งต่อให้ร้านอาหาร โรงแรม หรือการไปออกร้านป๊อบอัพเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่ราว 70% ยังมาจากการขายวัตถุดิบ แต่ในอนาคต 3-5 ปีจากนี้ จะพยายามผลักดันให้รายได้จากกลุ่มท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้นด้วยสัดส่วน 45-50% รวมทั้งในอนาคตยังสามารถนำโมเดล Seeds Journey ไปต่อยอดเพื่อขยายผลในพื้นที่ต่างๆ ได้ท่ัวประเทศ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นพื้นที่ชนเผ่าเท่านั้น&#8221;​  </em>คุณน้ำ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/13.-ทีม-Seeds-Journey-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>CB4C</strong> จะ​เดินหน้าบ่มเพาะผู้ประกอบการ SE  ต่อเนื่องในปีนี้ เป็นปีที่ 15 และยังคงมองหาผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ที่ต้องการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ผ่านธุรกิจที่ขับเคลื่อน เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคั​ญในการสร้างผลกระทบเชิงบวก รวมทั้งการมุ่งส่งเสริมศักยภาพของคน  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ชุมชน และสังคม สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการดำเนินชีวิต ตอกย้ำแนวทาง <strong>‘เสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต’ (Embracing Potential, Energizing People)  </strong>สะท้อนแนวทางการทำโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของบ้านปูได้อย่างชัดเจน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/">รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะ &#8216;เป็นผู้ประกอบการ (เพื่อสังคม) ไม่ง่าย&#8217; บ้านปู ต่อยอด &#8216;BC4C Networking Event 2025​&#8217; เติมไฟ แล้วไปกันต่อ ย้ำบทบาท &#8216;เพื่อนร่วมทาง&#8217; ช่วย​เติมเต็ม SE Ecosystem</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/bc4c-networking-event-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 04:20:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[a-chieve]]></category>
		<category><![CDATA[Acceleration Program]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C Alumni]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C Networking Event]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C Networking Event 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Buddy HomeCare​]]></category>
		<category><![CDATA[ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[insKru]]></category>
		<category><![CDATA[Jaikla]]></category>
		<category><![CDATA[moreloop]]></category>
		<category><![CDATA[Networking]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[SE Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่าย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38972</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน​รวมทั้ง​ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากนัก ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ​ของผู้คน ประกอบกับความท้าทายรอบด้านที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญและรับมือทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ​ การผลักดันให้ธุรกิจที่ดูแล​สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ต่อเนื่องในบริบทที่​อาจไม่ได้เป็นใจมากนักจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise) ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสร้างยอดขายหรือกำไรเพื่อให้ธุรกิจเติบโตเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถรักษาคุณค่าของธุรกิจในการเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม รวมทั้งการสร้างอิมแพ็คให้ผู้เกี่ยวข้องจากการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างรอบด้าน​ บ้านปู เติมไฟผู้ประกอบการเพื่อสังคมไทย ให้ไปกันได้ต่อ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสถาบัน ChangeFusion ในฐานะผู้ร่วมขับเคลื่อนสำคัญของ &#8216;โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217; หรือ BC4C (Banpu Champions for Change) อีกหนึ่งเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันรวม​ 14  รุ่นแล้ว โดย BC4C ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม &#8216;เติมไฟ แล้วไปกันต่อ&#8217; เพื่อต้องการเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ SE พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ &#8216;เพื่อนร่วมทาง&#8217; ที่คอยอยู่เคียงข้าง SE ในทุกสถานการณ์ ​และช่วยเติมไฟให้ผู้ประกอบการ ร่วม​ยืนหยัดในการพัฒนาศักยภาพคนอย่างจริงจัง บ้านปู มีความเชื่อมั่นในพลังของผู้ประกอบการ SE ทุกคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/bc4c-networking-event-2025/">เพราะ &#8216;เป็นผู้ประกอบการ (เพื่อสังคม) ไม่ง่าย&#8217; บ้านปู ต่อยอด &#8216;BC4C Networking Event 2025​&#8217; เติมไฟ แล้วไปกันต่อ ย้ำบทบาท &#8216;เพื่อนร่วมทาง&#8217; ช่วย​เติมเต็ม SE Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อสถานการณ์และปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน​รวมทั้ง​ช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจมากนัก ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อ​ของผู้คน ประกอบกับความท้าทายรอบด้านที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญและรับมือทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ​</p>
<p><span id="more-38972"></span></p>
<p>การผลักดันให้ธุรกิจที่ดูแล​สามารถอยู่รอดและเติบโตได้ต่อเนื่องในบริบทที่​อาจไม่ได้เป็นใจมากนักจึงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะกลุ่ม <strong>ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise)</strong> ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสร้างยอดขายหรือกำไรเพื่อให้ธุรกิจเติบโตเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถรักษาคุณค่าของธุรกิจในการเป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหรือสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคม รวมทั้งการสร้างอิมแพ็คให้ผู้เกี่ยวข้องจากการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างรอบด้าน​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38983 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/กิจกรรมทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ-Inspiration-Talks-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บ้านปู เติมไฟผู้ประกอบการเพื่อสังคมไทย ให้ไปกันได้ต่อ</strong></p>
<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> และสถาบัน <strong>ChangeFusion </strong>ในฐานะผู้ร่วมขับเคลื่อนสำคัญของ &#8216;<strong>โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217;</strong> หรือ <strong>BC4C</strong> (Banpu Champions for Change) อีกหนึ่งเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม (SE) ที่ขับเคลื่อนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันรวม​ 14  รุ่นแล้ว โดย BC4C ปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม <strong>&#8216;เติมไฟ แล้วไปกันต่อ&#8217;</strong> เพื่อต้องการเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ SE พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ <strong>&#8216;เพื่อนร่วมทาง&#8217; </strong>ที่คอยอยู่เคียงข้าง SE ในทุกสถานการณ์ ​และช่วยเติมไฟให้ผู้ประกอบการ ร่วม​ยืนหยัดในการพัฒนาศักยภาพคนอย่างจริงจัง</p>
<p>บ้านปู มีความเชื่อมั่นในพลังของผู้ประกอบการ SE ทุกคน แม้ว่ากลุ่มผู้ประกอบการเหล่านี้จะเป็นเพียง​คนตัวเล็กๆ​ ​แต่ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมขับเคลื่อนสังคมให้ยั่งยืนได้ เพราะความเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เกิด​จากความตั้งใจและศักยภาพของผู้คนที่อยากสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้กับชีวิต ​​จึง​เป็นเหตุผลสำคัญที่​ทำให้บ้านปู​สนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการ BC4C มาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าทศวรรษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38984 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพกิจกรรมให้คำปรึกษาธุรกิจ-Business-Clinic-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​​ปีนี้โครงการ​ยังต่อยอดมาสู่การจัดกิจกรรมพิเศษ  <strong>&#8216;เติมไฟ แล้วไปกันต่อ&#8217;</strong> <strong>(BC4C Networking Event​) </strong>เพื่อ​เสริมสร้างกำลังใจ ช่วย​​​เติมไฟ พร้อมผนึกกำลังผ่าน​เครือข่ายที่แข็งแรงจากผู้ที่มีทั้ง Passion และเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้​สังคมผ่านธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่</p>
<p><strong>พื้นที่ปลอดภัยของ </strong><strong>SE </strong><strong>ไทย</strong><strong> : </strong><strong>จากรุ่นสู่รุ่น สู่การจุดไฟให้ไปต่อ</strong></p>
<p>กิจกรรม <strong>BC4C Networking Event 2025 </strong>ครั้งแรกในปีนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างศิษย์เก่า BC4C บ้านปู และ ChangeFusion รวมทั้งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อสังคม พร้อมทั้ง <strong>การสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ศิษย์เก่า BC4C (BC4C Alumni</strong>) <strong>กว่า 38 กิจการ 54 คน ได้กลับมาเจอกัน</strong> พูดคุย และอัปสกิลร่วมกัน รุ่นพี่และรุ่นน้องได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันแบบตรงไปตรงมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38985 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพกิจกรรมให้คำปรึกษาธุรกิจ-Business-Clinic-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นำมาสู่ <strong>บรรยากาศที่เกื้อกูลและหนุนให้ SE ได้สร้างโอกาสการหาความร่วมมือใหม่ๆ ในอนาคต</strong> โดยมี​​กิจการที่เติบโตมากับ BC4C ทุกรุ่น ตั้งแต่รุ่น 1 จนถึงรุ่นที่ 14 ​​​มาร่วมแบ่งปันมุมมอง ​เช่น <strong>a-chieve BC4C </strong><strong>รุ่นที่ </strong><strong>1</strong> กิจการเพื่อสังคมที่มุ่งพัฒนาระบบนิเวศการแนะแนวการศึกษาในประเทศไทย <strong>Buddy HomeCare</strong><strong> (บัดดี้โฮมแคร์)</strong><strong> Acceleration Program </strong><strong>รุ่นที่ </strong><strong>1</strong> บริการดูแลผู้สูงอายุและสร้างรายได้ให้กับเยาวชนกลุ่มชาติพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่ <strong>insKru (</strong><strong>อิน สครู) รุ่นที่ </strong><strong>10 </strong>แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยครูสร้างห้องเรียนคุณภาพและสามารถแบ่งคลังไอเดียการสอนระหว่างครูด้วยกัน และ <strong>JAIKLA (</strong><strong>ใจกล้า) </strong><strong>BC4C </strong><strong>รุ่นที่ </strong><strong>9</strong> กิจการเพื่อสังคมที่แปลงขยะอินทรีย์ให้เป็นโภชนาการใหม่ ด้วยวิทยาศาสตร์อาหาร</p>
<p><strong>ประสบการณ์​จากผู้รอด​ ‘เมื่อทำเพื่อสังคม สังคมจะไม่ทิ้งเรา</strong><strong>’</strong></p>
<p><strong>คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน </strong><strong>ChangeFusion </strong>เล่าถึงความพิเศษของกิจกรรมครั้งนี้ว่า การได้รวม SE ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นปัจจุบันไว้ในที่เดียว ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะการพบกันของ SE Alumni ที่ต่างเป็นผู้นำในแต่ละสายงาน ถือเป็นโอกาสที่หาได้ยาก และสร้างการต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะในปีนี้ที่นับเป็นปีที่ยากลำบากของธุรกิจรายเล็กๆ จากการได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจกันอย่างถ้วนหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38986 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/กิจกรรมทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ-Inspiration-Talks-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;หนึ่งในเสียงสะท้อนสำคัญ​จากศิษย์เก่าอย่าง <strong>moreloop</strong> <strong>BC4C </strong><strong>รุ่นที่ </strong><strong>8 </strong>ที่มุ่งขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้​ผ้าเหลือใช้คุณภาพดีในอุตสาหกรรมสิ่งทอ อัปไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเกือบต้องปิดกิจการจากผลกระทบด้านภาษีในปีนี้ แต่กลับรอดมาได้จากการกลับมาสนับสนุนของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่อยากให้ธุรกิจที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมต้องหายไป พร้อมแชร์ประสบการณ์ว่า <strong>ถ้าเราทำเพื่อสังคม สังคมก็จะไม่ทิ้งเรา</strong>”</em></p>
<p>การเปิดพื้นที่พูดคุยและแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบัน <em><strong>ศักยภาพที่แท้จริงของผู้ประกอบการชุมชน ไม่ได้อยู่ที่ทีมงานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ที่ &#8216;เครือข่าย&#8217;</strong> </em>ของผู้ประกอบการที่เติบโตขึ้นมากด้วย ตอกย้ำความเชื่อในการขับเคลื่อนโครงการ BC4C ว่าทุกคนมีพลังในตัวเอง และเป้าหมายสำคัญของงานนี้คือ <strong>การทำให้ทุกคน &#8216;รู้จักและเชื่อในพลังของแต่ละคน&#8217; </strong>เพื่อ<strong> &#8216;เติมไฟแล้วไปกันต่อ&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38987 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพบรรยากาศกิจกรรม-เติมไฟแล้วไปกันต่อ-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ร่วมเติมไฟ สร้างแรงบันดาลใจ อัพสกิล </strong><strong>SE </strong><strong>ไทย</strong></p>
<p>นอกจากการรวมตัวของกิจการเพื่อสังคมที่ครอบคลุมหลากหลายรูปแบบแล้ว กิจกรรมนี้ยังได้รวบรวมบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการ มาร่วมแชร์ความรู้ ผ่าน <strong>กิจกรรมทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Talks)</strong> โดย <strong>คุณปิลันธน์ ไทยสรวง</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแบรนด์ <strong>&#8216;ภูคราม&#8217;</strong> BC4C Alumni รุ่นที่ 11 กิจการที่ยกระดับผ้าครามท้องถิ่นสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย พร้อมสร้างรายได้และอัตลักษณ์ใหม่ให้ชุมชน<strong> คุณเคนเนธ ริมดาห์ล </strong><strong>(</strong><strong>Mr. Kenneth Rimdahl) </strong>ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ <strong>Monsoon tea</strong> ผู้ผลักดันแนวคิด <strong>Forest-Friendly Tea</strong> จากการใช้ชาขึ้นป่าธรรมชาติ สร้างรายได้ยั่งยืนให้ชุมชนท้องถิ่น</p>
<p>รวมถึง <strong>กิจกรรมให้คำปรึกษาธุรกิจ (Business Clinic)</strong> นำโดย <strong>คุณณภัทร นุตสติ</strong> ผู้จัดการทั่วไปของ<strong> Raya Collection</strong> แบรนด์ไทยที่ยกระดับงานหัตถกรรมภาคใต้สู่ตลาดสากล <strong>คุณทรงกลด บางยี่ขัน</strong> ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ <strong>The Cloud</strong> ผู้สร้างแรงบันดาลใจผ่านการเล่าเรื่อง เชี่ยวชาญการสื่อสารเชิงธุรกิจ–สังคม <strong>คุณผไท ผดุงถิ่น </strong>ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ <strong>BUILK</strong> สตาร์ทอัพไทยแท้ด้านเทคโนโลยีก่อสร้างแนวหน้าของประเทศ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอปค้นหาตัวตนและเยียวยาจิตใจผ่านการระบายสีและจัดดอกไม้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการทุกคนได้หันมาฮีลใจตัวเองเพื่อมีพลังใจเดินหน้าต่อ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38988 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพกิจกรรมเวิร์กชอปค้นหาตัวตน-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>เครือข่าย </strong><strong>SE Alumni</strong><strong> ร่วมเติมไฟแล้วไปกันต่อ</strong></p>
<p><strong>คุณกัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ ผู้ก่อตั้ง </strong><strong>Ooca</strong> ผู้ประกอบการ SE จาก Acceleration Program รุ่นที่ 11 กล่าวว่า <em>&#8220;นับเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่ได้มาร่วมพบปะเครือข่ายผู้ประกอบการ SE อีกครั้ง การได้กลับมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองใหม่และสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะแนวคิดด้านความยั่งยืนจากเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อสังคม&#8221;</em></p>
<p>ขณะที่ <strong>คุณรสรี ซันจวน ผู้ก่อตั้ง </strong><strong>Go Mamma </strong>รุ่นที่ 10 มองว่า <em>&#8220;โครงการ BC4C เป็นโครงการที่มีเสน่ห์และมีความเป็นมนุษย์ (Human Touch) สูง ช่วยทำให้เข้าใจการทำธุรกิจเพื่อสังคมอย่างลึกซึ้ง แม้เป็นงานที่ซับซ้อนและไม่ได้วัดผลด้วยรายได้เป็นหลัก แต่เป็นงานที่สร้างคุณค่าและความสุขให้กับผู้ทำ พร้อมขอบคุณบ้านปูที่จัดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และการเติบโตร่วมกันของผู้ประกอบการ SE&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38989 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพบรรยากาศกิจกรรม-เติมไฟแล้วไปกันต่อ-5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จากผู้สนับสนุน สู่ &#8216;เพื่อนร่วมทาง’ บ้านปู ขยายผล ​เติบโตไปด้วยกัน</strong></p>
<p><strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า บทบาทของบ้านปูใน BC4C ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการเท่านั้น แต่​มุ่งมั่นในการ <strong>&#8216;ยืนเคียงข้างผู้ประกอบการเพื่อสังคมในฐานะเพื่อน&#8217;</strong> โดยเชื่อว่​าผลลัพธ์ทางสังคมจะเติบโตได้ เมื่อทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38982 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/คุณรัฐพล-สุคันธี-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ตราบใดที่ยังมีคนอยากสร้างความเปลี่ยนแปลง บ้านปู ก็พร้อมเติมเชื้อไฟในการเดินทางของพวกเขาเหล่านั้นให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ในฐานะ <strong>เพื่อนร่วมอุดมการณ์ </strong>ที่มีเป้าหมายในการทำสิ่งดีๆ เพื่อสังคมร่วมกัน ผ่านการเป็น <strong>เพื่อนคู่คิด </strong>ที่พร้อมเป็นทั้งที่ปรึกษาและให้ความช่วยเหลือในด้านธุรกิจ และการอยู่เคียงข้างเป็น <strong>เพื่อนร่วมทาง</strong> ที่พร้อมก้าวเดินและเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว&#8221; </em>คุณรัฐพล กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้โครงการ <strong>&#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217; (BC4C)</strong> ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/banpuchampions" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38990 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพกิจกรรมเวิร์กชอปจัดดอกไม้บำบัดจิตใจ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/bc4c-networking-event-2025/">เพราะ &#8216;เป็นผู้ประกอบการ (เพื่อสังคม) ไม่ง่าย&#8217; บ้านปู ต่อยอด &#8216;BC4C Networking Event 2025​&#8217; เติมไฟ แล้วไปกันต่อ ย้ำบทบาท &#8216;เพื่อนร่วมทาง&#8217; ช่วย​เติมเต็ม SE Ecosystem</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;บ้านปู&#8217;  BC4C  ยกระดับพี่เลี้ยง &#8216;โค้ชชิ่งเชิงลึก&#8217;​​ เพิ่มเครื่องมือช่วย SE เติบโตได้จริง พร้อมโชว์เคสความสำเร็จ &#8216;เพลินไพร&#8217; โมเดลเกษตรกรรมยั่งยืนครบวงจร จ.ชัยภูมิ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/11/plearnprai-acceleration-program-bc4c-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 12:46:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Acceleration Program]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Incubation Program]]></category>
		<category><![CDATA[Plearnprai]]></category>
		<category><![CDATA[Precision Coaching]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness]]></category>
		<category><![CDATA[Wellness Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บ่มเพาะธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ออแกนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[เพลินไพร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Banpu Champions for Change]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37939</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนมากว่า 14 ปี สำหรับ โครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) โครงการที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ทั้งการบ่มเพาะ ให้องค์ความรู้ การสร้างแบรนด์ ความสามารถด้านการตลาด และช่วยขยายเครือข่ายทั้งในกลุ่มผู้ทำธุรกิจเพื่อสังคมด้วยกัน ตลอดจนถึงการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมให้เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนหรือธุรกิจที่สนใจสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคม​ให้มีความแข็งแรงและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการทำธุรกิจได้เพิ่มมากขี้น BC4C เพิ่มเครื่องมือ &#8216;โค้ชชิ่งเชิงลึก&#8217; วิเคราะห์ปัญหา SE แม่นยำมากขึ้น โครงการ BC4C ได้สนับสนุนธุรกิจ SE ได้กว่า 130 ราย จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ​​ผ่านการขับเคลื่อนโครงการท้ังใน กลุ่มระยะเริ่มต้น (Incubation Program) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจและธุรกิจเพื่อสังคมในระยะเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการ รวมทั้ง​ใน กลุ่มของการขยายผล (Acceleration Program) สำหรับการสนับสนุน​ต่อยอดโอกาสให้โมเดลธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อเติบโตและขยายสเกลเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งได้ในอนาคตต่อไป คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังขับเคลื่อน BC4C ผ่านการบ่มเพาะธุรกิจ SE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/plearnprai-acceleration-program-bc4c-2025/">&#8216;บ้านปู&#8217;  BC4C  ยกระดับพี่เลี้ยง &#8216;โค้ชชิ่งเชิงลึก&#8217;​​ เพิ่มเครื่องมือช่วย SE เติบโตได้จริง พร้อมโชว์เคสความสำเร็จ &#8216;เพลินไพร&#8217; โมเดลเกษตรกรรมยั่งยืนครบวงจร จ.ชัยภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนมากว่า 14 ปี สำหรับ <strong>โครงการ </strong><strong>Banpu Champions for Change (BC</strong><strong>4</strong><strong>C) </strong>โครงการที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของ <strong>ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)</strong> ทั้งการบ่มเพาะ ให้องค์ความรู้ การสร้างแบรนด์ ความสามารถด้านการตลาด และช่วยขยายเครือข่ายทั้งในกลุ่มผู้ทำธุรกิจเพื่อสังคมด้วยกัน ตลอดจนถึงการเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมให้เข้าถึงกลุ่มนักลงทุนหรือธุรกิจที่สนใจสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจเพื่อสังคม​ให้มีความแข็งแรงและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการทำธุรกิจได้เพิ่มมากขี้น</p>
<p><span id="more-37939"></span></p>
<p><strong>BC4C เพิ่มเครื่องมือ &#8216;โค้ชชิ่งเชิงลึก&#8217; วิเคราะห์ปัญหา SE แม่นยำมากขึ้น</strong></p>
<p><strong>โครงการ BC4C ได้สนับสนุนธุรกิจ SE ได้กว่า 130 ราย</strong> จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศไทย ​​ผ่านการขับเคลื่อนโครงการท้ังใน <strong>กลุ่มระยะเริ่มต้น (Incubation Program)</strong> ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจและธุรกิจเพื่อสังคมในระยะเริ่มต้นเข้าร่วมโครงการ รวมทั้ง​ใน <strong>กลุ่มของการขยายผล (Acceleration Program)</strong> สำหรับการสนับสนุน​ต่อยอดโอกาสให้โมเดลธุรกิจที่มีศักยภาพเพื่อเติบโตและขยายสเกลเป็นธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งได้ในอนาคตต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37940 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/นายรัฐพล-สุคันธี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณรัฐพล </strong><strong>สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน</strong><strong>) </strong>กล่าวว่า หลังขับเคลื่อน BC4C ผ่านการบ่มเพาะธุรกิจ SE ได้กว่าทศวรรษ ทำให้เข้าใจปัญหาสำคัญของ SE ​โดยเฉพาะข้อจำกัดในการต่อยอดการเติบโตและขยายสเกลสู่การเป็นธุรกิจที่แข็งแรงได้อย่างยั่งยืน นำมาสู่การพัฒนาโปรแกรมต่อยอดการเติบโตอย่าง​ Acceleration Program ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยเบื้องต้น​​เน้นการ​สนับสนุนให้ SE ขยายสเกล ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจให้เข้าถึงกลุ่มทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโต แต่ผลตอบรับยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เพราะจากการขับเคลื่อนมามีธุรกิจ SE เพียง 3-4 รายเท่านั้น ที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุน แม้จะสามารถเชื่อมโยงธุรกิจ​เข้ากับแหล่งทุนได้ราว 20 ราย</p>
<p><em>&#8220;ผลตอบรับในระยะขยายผลของ Acceleration Program นำมาสู่การปรับโฟกัสการพัฒนา SE ให้ตรงจุดมากขึ้น เพราะปัญหาเรื่องเงินทุน อาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวสำหรับการทำให้ธุรกิจเติบโต ​โดยเฉพาะธุรกิจเพื่อสังคม ​จึงต้องมุ่งพัฒนาจากการมี​รากฐานทางธุรกิจ​ที่แข็งแรง การมีโฟกัสและเป้าหมายในการขับเคลื่อนที่ชัดเจน  การพัฒนาโปรดักต์ การเข้าใจเรื่องการตลาด แบรนดิ้ง ระบบทางการเงิน เพื่อทำให้ธุรกิจมีความพร้อมสำหรับการเติบโตได้อย่างแท้จริงก่อนจะต่อยอดไปสู่การขยายสเกลในอนาคตได้&#8221;  </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37944 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพการลงพื้นที่โค้ชชิ่งเชิงลึก-โดยโค้ชเอก-1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ดังนั้น โครงการ BC4C ในส่วน Acceleration Program ของปีนี้ จึงได้ปรับรูปแบบจาก​ที่เคยเน้น​เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุน มาสู่การพัฒนา &#8216;<strong>คุณภาพการเติบโต</strong>&#8216; ของกิจการแบบเชิงลึก ผ่าน​แนวทาง <strong>Precision Coaching </strong>หรือ <strong>โค้ชชิ่งเชิงลึก</strong> เพื่อสามารถวิเคราะห์​ธุรกิจในโปรแกรมได้​อย่างเฉพาะเจาะจงแบบเฉพาะบุคคล เพื่อ​ทราบถึงปัญหา และความต้องการในแต่ละธุรกิจได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน หรือโอกาสในการพัฒนาธุรกิจ สิ่งที่แต่ละธุรกิจต้องการ หรือปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ซึ่งแตกต่างกัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาผ่านองค์ความรู้ และเครือข่ายจากกลุ่ม Alumnai ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ​ซึ่งเชื่อว่า การขับเคลื่อนตามแนวทางนี้จะช่วยเสริมความพร้อมให้ SE สามารถ​เข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้มากขึ้นกว่าเดิม</p>
<p><strong>นำร่อง ‘เพลินไพร’  </strong><strong>ปรับ &#8216;โมเดล – แบรนด์’ ปั้นธุรกิจ​​เติบโตก้าวกระโดด</strong></p>
<p>สำหรับการปรับบทบาทของ​การเป็น Co-Pilot ใน BC4C Acceleration Program ของบ้านปู ได้ร่วมกับ <strong>โค้ชเอก</strong><strong> &#8211; </strong><strong>สุพลชัย กีรติขจร</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ และมีประสบการณ์ช่วยเหลือธุรกิจเพื่อสังคมมานานกว่า 8 ปี ​​​ได้เชื่อมโยงนำความเชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ มาช่วยวางระบบและขับเคลื่อนผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม ให้เติบโตอย่างมีทิศทางและมั่นคง</p>
<p>หนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ​คือ การโค้ชชิ่งเชิงลึก <strong>‘</strong><strong>เพลินไพร</strong><strong>’ </strong>ธุรกิจชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาสมุนไพรและแนวคิดเกษตรอินทรีย์​ ที่​ต้องการการพัฒนาด้านระบบการบริหารจัดการและกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดและผู้บริโภคในวงกว้าง​ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีทั้งความรู้ เครื่องมือ และความมั่นใจ เพื่อยืนได้ด้วยตนเอง รวมถึงเป็น <em>สะพานเชื่อม</em> ให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาส เพื่อเปลี่ยน &#8216;ความตั้งใจดีของชุมชน&#8217; ให้กลายเป็น &#8216;แบรนด์ที่แข็งแกร่งและยืนหยัดได้จริงในตลาด&#8217;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37943 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Plearnprai5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>นายแพทย์นรุตม์ อภิชาตอำมฤต หรือ คุณหมอนิค </strong>นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลหนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ และผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม<strong> &#8216;เพลินไพร&#8217; </strong>กล่าวถึงจุดกำเนิดธุรกิจ &#8216;เพลินไพร&#8217; จากการลงพื้นที่เพื่อดูแลสุขภาพชุมชน และพบว่าปัญหาในพื้นที่ล้วนเป็นผลกระทบมาจาก &#8216;<strong>วงจรเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว&#8217;</strong> ทั้งปัญหาสุขภาพ ปัญหาสังคม รวมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ เพราะผลกระทบจากการทำเกษตรอย่างขาดความรู้ นำมาสู่การเจ็บป่วย คุณภาพชีวิต ปัญหาหนี้สินจากการทำเกษตร รวมทั้งปัญหาเชิงสังคม จากการที่คนหนุ่มสาวในพื้นที่ย้ายถิ่นการทำงาน ปัญหายาเสพติด ไปจนถึงการท้องก่อนวัยอันควร ​กลายเป็นวงจรปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากภายในพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37947 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพผลผลิตเกษตรอินทรีย์สู่-สารสกัดสมุนไพร-1.jpg" alt="" width="1200" height="876" /></p>
<p>ด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้ คุณหมอนิค ได้ร่วมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ จัดตั้ง<strong> &#8216;เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ชัยภูมิ&#8217; </strong>เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้ชุมชน ​เพิ่มความแข็งแรงให้เกษตรกรในพื้นที่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ รวมทั้งการสร้างศูนย์ฝึกอบรม และจัดทำมาตรฐาน​รับรองผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ในระดับจังหวัดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผลิตภัณฑ์​ โดยสามารถสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ภายในจังหวัดได้รวมกันกว่า 100 แปลง เพื่อปลูกปลูกสมุนไพรพื้นถิ่นอย่าง ขมิ้น ไพล มะกรูด โดยไม่ใช้สารเคมี และตั้งเป้าให้สมุนไพรเหล่านี้เป็น &#8216;ยารักษาชีวิต&#8217;  พร้อมทั้งจัดตั้งโมเดลธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ภายใต้ชื่อ &#8216;<strong>เพลินไพร ออร์แกนิค&#8217; เ</strong>พื่อต่อยอดการทำเกษตรยั่งยืน​อย่างครบวงจร พร้อมทั้งกระจายรายได้ไปยังชุมชนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Plearnprai-Cover.jpg" alt="" width="1200" height="424" /></p>
<p>​แม้จะมีความตั้งใจที่ดีและวัตถุดิบชั้นเยี่ยมอยู่ในมือ แต่เพลินไพรเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการสื่อสารคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก หรือต้องการผลักดันให้ธุรกิจเติบโต แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร รวมทั้งการรักษา​สมดุลระหว่างความยั่งยืนกับการทำธุรกิจ ทำให้เพลินไพรได้เข้าร่วมโครงการ BC4C ในปีที่ 13  ในโปรแกรม Acceleration Program​ และต่อเนื่องใน​ปีที่ 14 ภายใต้แนวทาง<strong> Precision Coaching</strong> ที่​กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ​ของเพลินไพร ทั้งการผลักดันธุรกิจให้ขยายตลาดและเติบโตได้มากขึ้น การสื่อสารแบรนด์เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและเพิ่มผู้ติดตามใหม่ๆ ได้มากขึ้น รวมทั้งการปรับ Positioning ธุรกิจที่ไม่ได้โฟกัสเพียงการขายผลิตภัณฑ์ แต่มุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการกลุ่ม Wellness เพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของผู้คน และวางตำแหน่งแบรนด์ให้เข้าถึงได้ง่ายและสร้างความใกล้ชิดลูกค้าได้มากขึ้นในฐานะ <strong>&#8216;หมอข้างบ้าน&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37949 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพกิจกรรมดูแลสุขภาพตามธาตุประจำตัว-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;หลังการเข้าร่วมการโค้ชชิ่งอย่างเข้มข้นของโครงการ BC4C ทำให้เห็นพัฒนาการของเพลินไพรได้ในทุกด้าน ทั้งการเติบโตของธุรกิจ ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 65% ภายในช่วงเวลาเพียง 3 เดือนที่ร่วมโครงการ (มิ.ย.-ส.ค. 2568) รวมทั้งเห็นการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ ที่ไม่ได้เน้นการขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเสนออินไซต์ที่น่าสนใจของชุมชน การเล่าเรื่องผ่านช่องทางหลักของแบรนด์ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป และเทคนิคการนำเสนอที่ดึงดูดผู้ติดตามได้ดีมากขึ้น  ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมจากชุมชนได้มากขึ้น โดยได้ขยายสมาชิกวิสาหกิจชุมชนจาก 50 คน เป็น 80 คน และได้ริเริ่มโครงการ ‘<strong>เพลินไพรโฮม</strong>’ ​และ​ทีมนวดบำบัดในพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยว ทำให้สามารถขยายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มได้มากขึ้น ทั้งในรูปแบบของสินค้า บริการ รวมทั้งการต่อยอดสู่โมเดลท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่จะมีกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติและสุขภาพเป็นจุดขาย เช่น ทั้งการจัดคอร์สสุขภาพ การเลือกอาหารและดูแลสุขภาพตามธาตุ  หรือในแง่ของการฟื้นฟู เช่น การอาบป่า เป็นต้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37941 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพรวมเพลินไพร-SE-2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong><em>เ</em><em>พลินไพร มีเป้าหมายให้การขับเคลื่อนธุรกิจสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก (Possitive Impact) ออกไปได้ในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีให้ลูกค้า การเพิ่มคุณภาพชีวิตและรายได้ให้กลุ่มเกษตรกรเครือข่าย การส่งเสริมอาชีพภายในชุมชนเพื่อลดปัญหาการย้ายถิ่นฐาน รวมทั้งช่วยลดปัญหาสังคมต่างๆ ภายในชุมชน ทั้งสุขภาพ คุณภาพชีวิต รายได้ และส่งเสริมความแข็งแรงของเศรษฐกิจภายในชุมชน รวมทั้งในมิติของการดูแลสิ่งแวดล้อม</em></strong> ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ที่ลดการใช้สารเคมี หรือการเผาที่สร้างมลพิษทางอากาศ และปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งสุดท้ายแล้ว จะนำมาสู่การยกระดับแบรนด์ให้มีความแข็งแกร่ง และมีตัวตนที่ชัดเจนในตลาดได้มากยิ่งขึ้น ผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจที่สามารถเชื่อมโยงทั้งมิติเศรษฐกิจ การพัฒนาคน และการดูแลสิ่งแวดล้อมและโลกไปได้พร้อมกัน และสามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37948 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/SE-plearnprai.jpg" alt="" width="1200" height="594" /></p>
<p><strong>Key Success ผ่าน 3 กลยุทธ์ พร้อมขับเคลื่อน BC4C หนุน SE แข็งแกร่งต่อเนื่อง</strong></p>
<p>สำหรับความสำเร็จของ <strong>&#8216;เพลินไพรโมเดล&#8217;</strong> มาจากการเข้ามาทำงานเชิงลึก เพื่อเข้าใจปัญหา และขับเคลื่อนการพัฒนาร่วมกันโดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญ ผ่านการ​​เปลี่ยนวิธีคิดและปรับกลยุทธ์ 3 ด้านสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>1. พลิกโมเดลธุรกิจ (</strong><strong>Business Model) :</strong> เปลี่ยนจากการมุ่งขายผลิตภัณฑ์ (Product-centric) ไปสู่การสร้างประสบการณ์ (Experience-centric) ในรูปแบบ Wellness Tourism โดยใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างจุดแข็งที่เชื่อมโยง สุขภาพ – ชุมชน – สิ่งแวดล้อม เข้าด้วยกันอย่างลงตัว</p>
<p><strong>2. สร้างเอกลักษณ์และปรับทิศทางแบรนด์ (</strong><strong>Brand Model) :</strong> กำหนดตัวตนแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น พร้อมวางกลยุทธ์คอนเทนต์ที่สร้างคุณค่า เช่น การให้ความรู้เรื่องอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมากเป็นพิเศษ(Ultra-processed food) ที่กลายเป็นไวรัล มียอดเข้าชมกว่า 1 ล้านครั้ง และผลักดันให้มีผู้ติดตามบน Facebook เพิ่มขึ้นจาก 3,000 เป็น 11,000 คน ภายในระยะเวลา 3 เดือน</p>
<p><strong>3. การวางกลยุทธ์การสื่อสาร (</strong><strong>Communication Strategy) </strong>: เสริมพลังแบรนด์ด้วยแผนสื่อสารที่มีเป้าหมายและทิศทางชัดเจน กำหนดกลุ่มเป้าหมายหลัก (Target Audience) รวมถึงการสร้างเรื่องราวให้แบรนด์ (Brand Storytelling) ที่สื่อถึงคุณค่าของ &#8216;สุขภาพ–ชุมชน–สิ่งแวดล้อม&#8217; ที่เข้าถึงใจผู้บริโภค เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37946 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/ภาพกิจกรรมอาบป่า-1.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p><em><strong>สำหรับบทบาทของ​ BC4C จะมุ่งเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการ SE ในโครงการอย่างต่อเนื่อง ผ่านการมอบองค์ความรู้ และเครือข่ายธุรกิจทั้งจากของบ้านปู พันธมิตร รวมทั้งกลุ่ม Alumnai ธุรกิจเพื่อสังคม​ในแต่ละปี ​ที่มีการติดตามข้อมูล พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ร่วมทั้งให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันอยู่เสมอ</strong> </em>ทำให้ธุรกิจที่อยู่ภายในโครงการ ไม่เพียงได้รับการสนับสนุนแค่เรื่องของการเข้าถึงเงินทุน แต่ยังมีทั้งเครือข่ายและพี่เลี้ยงทางธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และผลักดันการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><em>&#8220;ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมที่กระจายตัวอยู่ในชุมชน คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศผ่านการจ้างงานที่ช่วยสร้างรายได้ ผ่านการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างธุรกิจที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ โดย​​บ้านปูมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต (Embracing Potential, Energizing People) ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการผ่านกลไกการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม โดยกลไกดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การให้ความรู้ วิธีคิดและเครื่องมือบริหารจัดการธุรกิจ การติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือและแหล่งทุน เพื่อให้การสนับสนุนทุกขั้นตอนเกิดผลลัพธ์จริงและต่อยอดได้ในระยะยาว SE เราเชื่อว่า เมื่อผู้ประกอบการได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้องและเหมาะสม พวกเขาจะสามารถยืนได้ด้วยตนเอง และกลายเป็นต้นแบบของการเติบโตอย่างมั่นคงและส่งต่อประโยชน์ให้กับชุมชนรอบข้างได้อย่างแท้จริง”</em> <strong>คุณรัฐพล </strong>กล่าวปิดท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/11/Plearnprai3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (BC4C) ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/banpuchampions" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/11/plearnprai-acceleration-program-bc4c-2025/">&#8216;บ้านปู&#8217;  BC4C  ยกระดับพี่เลี้ยง &#8216;โค้ชชิ่งเชิงลึก&#8217;​​ เพิ่มเครื่องมือช่วย SE เติบโตได้จริง พร้อมโชว์เคสความสำเร็จ &#8216;เพลินไพร&#8217; โมเดลเกษตรกรรมยั่งยืนครบวงจร จ.ชัยภูมิ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 13:07:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Survive]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35227</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ Banpu Champions for Change โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน ChangeFusion แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ไทยให้อยู่รอดและเติบโต​ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้ คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion เปิดเผยว่า SE กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่หดตัว และความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าและบริการเป็นหลัก  BC4C จึงขอเสนอ 5 แนวทางเชิงกลยุทธ์ ที่จะช่วยให้ SE ไทย ปรับมุมมองธุรกิจ ให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน และมองเห็นโอกาสใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตครั้งใหม่ได้ หากรู้จักพลิกเกมให้เป็น 1. ใช้ &#8216;จุดแข็ง&#8217; ของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ SE หลายรายสามารถฝ่าวิกฤตได้ด้วยโมเดลรายได้และตัวชี้วัดทางสังคมที่ชัดเจน โดยมักจะดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสในการขยายความร่วมมือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/">บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ <strong>Banpu Champions for Change</strong> <strong>โดย บริษัท บ้านปู จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)</strong> และ <strong>สถาบัน </strong><strong>ChangeFusion</strong> แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ <strong>Social Enterprise (SE)</strong> ไทยให้อยู่รอดและเติบโต​ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้</p>
<p><span id="more-35227"></span></p>
<p><strong>คุณสุนิตย์ เชรษฐา ผู้อำนวยการสถาบัน </strong><strong>ChangeFusion </strong>เปิดเผยว่า SE กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่หดตัว และความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะโมเดลธุรกิจที่พึ่งพารายได้จากการขายสินค้าและบริการเป็นหลัก  BC4C จึงขอเสนอ <strong>5 </strong><strong>แนวทางเชิงกลยุทธ์</strong> ที่จะช่วยให้ SE ไทย <strong>ปรับมุมมองธุรกิจ</strong> ให้ทันกับบริบทเศรษฐกิจปัจจุบัน และมองเห็นโอกาสใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดตั้งต้นของการเติบโตครั้งใหม่ได้ หากรู้จักพลิกเกมให้เป็น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35231 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายสุนิตย์-เชรษฐา-ผู้อำนวยการสถาบัน-ChangeFusion-แนวนอน.jpg" alt="" width="1200" height="960" /></p>
<p><strong>1. ใช้ &#8216;</strong><strong>จุดแข็ง&#8217; ของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคมและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>เพื่อพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ</strong> SE หลายรายสามารถฝ่าวิกฤตได้ด้วยโมเดลรายได้และตัวชี้วัดทางสังคมที่ชัดเจน โดยมักจะดึงดูดการลงทุนและสร้างโอกาสในการขยายความร่วมมือ เช่น YoungHappy (BC4C รุ่นที่ 8) ที่มีฐานสมาชิกผู้สูงวัยเป็นจุดแข็ง และในช่วง COVID-19 สามารถปรับโมเดลกิจกรรมเป็นรูปแบบออนไลน์ พร้อมขายโปรแกรมดูแลสุขภาพทางไกล ช่วยรักษารายได้ ขยายฐานลูกค้า และลดภาวะเหงา-ซึมเศร้าในผู้สูงวัยกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35233 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/1.-ใช้-จุดแข็งของโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคม_YoungHappy-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>2. กระจายความเสี่ยงด้วยการ &#8216;ไม่พึ่งรายได้ทางเดียว&#8217; </strong>รู้จักวางแผนรับมือความไม่แน่นอนด้วยการสร้างรายได้จากหลายช่องทาง เช่น Local Alike (BC4C รุ่นที่ 2) ที่เคยพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเดียว แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็พลิกไปพัฒนาแบรนด์สินค้าชุมชนแทน จนกลายเป็นอีกโมเดลที่สร้างรายได้ใหม่ให้กับทั้งตนเองและชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/2.-กระจายความเสี่ยงด้วยการ-ไม่พึ่งรายได้ทางเดียว_LocalAlike-2.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>3. ใช้พลังเครือข่าย &#8216;ชุมชน–พาร์ตเนอร์&#8217; เป็นเครื่องมือรับมือวิกฤต </strong>SE มักจะทำงานใกล้ชิดกับชุมชน ซัพพลายเออร์ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น คือแต้มต่อของ SE ในการปรับตัว ทั้งการต่อรองเงื่อนไข การปรับรูปแบบการผลิต หรือแม้แต่ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ร่วมกันในยามเกิดวิกฤต เช่น Banana Leoi (BC4C รุ่น 10) (เดิมชื่อ Banana Land) ได้พัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับคนในพื้นที่ในช่วงที่การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก ด้วยการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ โดยร่วมกันจัดสรรพื้นที่ปลูกข้าวของหมู่บ้านให้กลายเป็น “ทุ่งนาออนไลน์” เปิดให้ผู้คนในเมืองจับจองพื้นที่ปลูกข้าว พร้อมติดตามการเติบโตผ่านช่องทางดิจิทัล และได้รับผลผลิตข้าวออร์แกนิกส่งถึงบ้าน โมเดลนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ทดแทนจากการท่องเที่ยวที่หายไป แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนมีบทบาทหลักทั้งในแง่การออกแบบ การดำเนินการ และการส่งมอบคุณค่า ทำให้การปรับตัวเกิดขึ้นจากฐานรากของความร่วมมืออย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/3.-ใช้พลังเครือข่าย-ชุมชน–พาร์ตเนอร์-เป็นเครื่องมือรับมือวิกฤต_Banana-Loei-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. ต่อยอดธุรกิจจาก &#8216;กระแสเศรษฐกิจมหภาค&#8217;</strong> ด้วยเทรนด์ท่องเที่ยวเมืองรอง และกระแสคนรุ่นใหม่คืนถิ่น ที่ส่งเสริมให้เกิดธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออร์แกนิก ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น รวมถึงเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Eco-Luxury และ Nature Positive Tourism ที่เน้นสร้างประสบการณ์พิเศษและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ ก็ตอบโจทย์ตลาดศักยภาพสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งตลาด Luxury นี้ส่วนมากจะมีกำลังซื้อต่อเนื่องแม้ในยามวิกฤตเศรษฐกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35236 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/4.-ต่อยอดธุรกิจจาก-กระแสเศรษฐกิจมหภาค_Nature-Positive-Tourism-.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>5. พัฒนาต่อเนื่อง &#8216;บ่มเพาะ-ต่อยอด&#8217; </strong>SE ควรหาความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย แม้ในช่วงเจอวิกฤตเพื่อพัฒนาศักยภาพและอัปเดตตัวเองอย่างต่อเนื่อง โครงการ &#8216;<strong>พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217;</strong> หรือ BC4C ของบ้านปู ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ไม่ได้แค่ช่วยให้ SE ให้อยู่รอด แต่ช่วยให้ SE เติบโตได้แม้เศรษฐกิจจะไม่เอื้อ ผ่านการเปิดพื้นที่พัฒนาและเชื่อมโยงหน่วยงานพันธมิตรที่พร้อมช่วยต่อยอดศักยภาพให้ไปต่อได้”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/5.-พัฒนาต่อเนื่อง-บ่มเพาะ-ต่อยอด_โครงการ-BC4C-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน SE ที่อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่ที่มีความแข็งแรงทางการเงิน แต่คือธุรกิจที่มีเป้าหมายชัด SE ที่มีแรงขับเคลื่อนจากเป้าหมายเหล่านี้มักพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ด้วยการผสมผสานรายได้จากหลากหลายช่องทาง ใช้จุดแข็งในท้องถิ่นสร้างนวัตกรรม และเปิดรับโอกาสใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่ง BC4C ในฐานะโครงการบ่มเพาะ SE ไทย ได้พัฒนาทักษะเหล่านี้ตั้งแต่รากฐาน ผ่านกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ สนับสนุนทุน ทดลองตลาดจริง ให้คำปรึกษาเชิงลึก และเชื่อมต่อ SE เข้ากับระบบนิเวศที่แข็งแรง เพื่อให้ธุรกิจที่เกิดจากความตั้งใจดี กลายเป็นโมเดลธุรกิจที่ไปต่อได้ในโลกความเป็นจริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35232 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/นายรัฐพล-สุคนธี.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า SE ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ เมื่อเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่จะทำให้อยู่รอดได้คือธุรกิจต้องมีความยืดหยุ่น (Resilience) พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง หาโอกาสในวิกฤตและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพื่อพลิกฟื้นธุรกิจกลับมาได้เร็ว</p>
<p><em>&#8220;บ้านปูเชื่อว่า นอกจากการที่ SE จะพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว หาก SE ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากภาครัฐ และผู้บริโภคที่เข้าใจศักยภาพของพวกเขา และพวกเขาจะไม่ใช่แค่กลุ่มทางเลือกอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น กลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนที่จับต้องได้จริงในระยะยาว” </em></p>
<p>ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวกิจกรรมภายใต้โครงการ &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8217; (BC4C) ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/banpuchampions" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions</a> โทร. 087-075-4815 และอีเมล <a href="mailto:banpuchampions@gmail.com">banpuchampions@gmail.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/5-ways-se-to-survive/">บ้านปู แนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Good Goods ฉลอง 7 ปี ขยายสาขาที่ 7 ปักธงแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกลางพัทยา ดึงเสน่ห์ Local สู่ Global ชูภูมิปัญญาไทย​​ครองใจนักท่องเที่ยว </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/good-goods-7th-branches-in-pattaya/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 10:25:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Enterpise]]></category>
		<category><![CDATA[Concept Store]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[กุ๊ด กุ๊ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัลทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33327</guid>

					<description><![CDATA[<p>แบรนด์สินค้าดีไซน์เก๋เพื่อสังคม “Good Goods” (กุ๊ด กุ๊ดส์) ฉลองการเติบโตด้วยการเปิด สาขาที่ 7 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เปี่ยมด้วยสีสันและวัฒนธรรมหลากหลาย การเปิดสาขาใหม่นี้ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอสินค้าไทยร่วมสมัย ที่มีส่วนร่วมจากชุมชนทั่วประเทศ มาพบกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมเปิดตัวคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของชายหาดพัทยา ​ พร้อมสินค้า exclusive items เฉพาะสาขานี้เท่านั้น ​​ตั้งเป้ายอดขายรวม 500 ล้านบาท จากทั้ง 7 สาขา ภายในปี 2568  พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำค้าปลีกที่เติบโตบนแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ​ทำให้การขยาย​สาขา Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์)  สาขาที่ 7 ในพื้นที่นี้ ​ไม่เพียงขยายโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการเปิดตลาดพาสินค้าไทยคุณภาพสูง ดีไซน์สวย จากเครือข่ายชุมชนเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ สร้างการเติบโตไปพร้อมกันทั้งแบรนด์และชุมชน เนื่องจาก​​ทำเลที่ตั้งซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้สาขาพัทยา​สามารถนำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากชุมชนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม สินค้าแฟชั่นจากหลากหลายวัสดุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/good-goods-7th-branches-in-pattaya/">Good Goods ฉลอง 7 ปี ขยายสาขาที่ 7 ปักธงแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกลางพัทยา ดึงเสน่ห์ Local สู่ Global ชูภูมิปัญญาไทย​​ครองใจนักท่องเที่ยว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แบรนด์สินค้าดีไซน์เก๋เพื่อสังคม “</strong><strong>Good Goods” </strong><strong>(กุ๊ด กุ๊ดส์) </strong><strong>ฉลองการเติบโตด้วยการเปิด สาขาที่ </strong><strong>7</strong><strong> ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พัทยา เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่เปี่ยมด้วยสีสันและวัฒนธรรมหลากหลาย </strong></p>
<p><span id="more-33327"></span></p>
<p><strong>การเปิดสาขาใหม่นี้ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอสินค้าไทยร่วมสมัย ที่มีส่วนร่วมจากชุมชนทั่วประเทศ มาพบกับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมเปิดตัวคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของชายหาดพัทยา ​ พร้อมสินค้า</strong><strong> exclusive items </strong><strong>เฉพาะสาขานี้เท่านั้น ​​<em>ตั้งเป้ายอดขายรวม </em></strong><strong><em>500 </em></strong><strong><em>ล้านบาท จากทั้ง </em></strong><strong><em>7 </em></strong><strong><em>สาขา ภายในปี </em></strong><strong><em>2568</em></strong> <strong> พร้อมเดินหน้าเป็นผู้นำค้าปลีกที่เติบโตบนแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมอย่างแท้จริง</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/01.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า พัทยาเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูง ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ​ทำให้การขยาย​สาขา Good Goods (กุ๊ด กุ๊ดส์)  สาขาที่ 7 ในพื้นที่นี้ ​ไม่เพียงขยายโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการเปิดตลาดพาสินค้าไทยคุณภาพสูง ดีไซน์สวย จากเครือข่ายชุมชนเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ สร้างการเติบโตไปพร้อมกันทั้งแบรนด์และชุมชน เนื่องจาก​​ทำเลที่ตั้งซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ทำให้สาขาพัทยา​สามารถนำเสนอสินค้าไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากชุมชนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรม สินค้าแฟชั่นจากหลากหลายวัสดุ เส้นใยธรรมชาติ หรือรีไซเคิล ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์แบบไทยเพื่อสุขภาพอื่นๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคร่วมสมัยที่ให้ความสำคัญกับทั้งดีไซน์และคุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33333 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/08.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ด้าน <strong>คอนเซ็ปต์การออกแบบ​สาขาพัทยา</strong> ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศของเมืองชายหาด โดยเลือกใช้โทนสีธรรมชาติอย่างน้ำตาล เบจ และครีม ซึ่งชวนให้นึกถึงสีของทราย มีการนำลวดลาย​ผนังทรายพ่นมาใช้ เพื่อสร้างมิติที่กลมกลืนและผ่อนคลาย รูปแบบภายในร้าน​เป็น​ Open Floor สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามความต้องการ พร้อมเส้นสายโค้งมนที่ช่วยลบเหลี่ยมมุม ทำให้ร้านดูต่อเนื่องและกลมกลืนเป็นเรื่องราวเดียวกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33338 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/09.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ซึ่ง<strong>ภาพรวมของร้านตั้งใจควบคุมโทนสีให้เรียบง่าย ทั้งในส่วนของผนัง กระเบื้องพื้น และวัสดุตกแต่ง ซึ่งประกอบด้วยเสื่อ ไม้ไผ่ และไม้สีธรรมชาติ</strong> <strong>เพื่อขับเน้นให้สินค้าที่มีสีสันสดใสของ </strong><strong>Good Goods </strong><strong>โดดเด่นยิ่งขึ้น</strong> ​รวมทั้ง​แทรก <strong>​สีน้ำเงิน​</strong> ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์มาใช้เป็น Pop-up Color ในบางจุด เพิ่มลูกเล่นให้บรรยากาศดูทันสมัยและมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดฝ้าโล่งเพื่อเพิ่มความโปร่งเบาให้กับพื้นที่โดยรวมอีกด้วย</p>
<p>โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ งานศิลปะบนผนังจากทีม Patani Artspace’ อาร์ตสเปซแห่งเเเรกใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สร้างสรรค์ผลงานสุดพิเศษที่ good goods สาขาพัทยาแห่งนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/01.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;สาขาใหม่ที่พัทยาแห่งนี้ ถือเป็น ​ <strong>สาขาที่ </strong><strong>7</strong> <strong>ของ​ </strong><strong>Good Goods</strong>  <strong>ที่เลือกปักหมุดในทำเลศักยภาพใจกลางเมืองท่องเที่ยวระดับโลก</strong> พร้อมตั้งเป้าให้เป็นจุดหมายแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ  <strong>ชูจุดเด่นในการรุกตลาดด้วยการเน้นเอกลักษณ์และความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจ และการผนึกกำลังกับบริษัทในเครือ เพื่อขยายการรับรู้และเพิ่มศักยภาพทางการตลาดในทุกมิติ  พร้อมตั้งเป้า​ยอดขายรวมสิ้นปีนี้ จากทุกสาขารวมกัน​ 500 ล้านบาท&#8221;</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/04.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong><u> </u></strong><strong><u>ปัจจุบัน</u></strong><strong><u> good goods </u></strong><strong><u>มีทั้งหมด </u></strong><strong><u>7 </u></strong><strong><u>สาขา ได้แก่</u></strong></p>
<p><strong>&#8211; ปี </strong><strong>2562</strong> เปิดร้าน good goods สาขาแรกที่ ในรูปแบบ Concept Store ณ ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ โซน Hug Thai และได้มีการขยายพื้นที่จาก 197 ตรม. เป็น 420 ตรม. เมื่อ กันยายน ปี 2565</p>
<p><strong>&#8211; ปี </strong><strong>2565</strong> เปิดสาขาที่ 2 ณ จริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่ ใกล้กับตลาดต้นไม้คำเที่ยง บนถนนอัษฎาธร</p>
<p><strong>&#8211; ปี </strong><strong>2567</strong> เปิดสาขาที่ 3 ณ เซ็นทรัลภูเก็ต ฟอลเรสต้า ชั้น G โซน Hug Thai</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2567</strong> เปิดสาขาที่ 4 ณ ห้างสรรพสินค้าชิดลม ชั้น 6</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2567</strong> เปิดสาขาที่ 5 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลป่าตอง ชั้น 1 โซนเครื่องสำอางค์ จ.ภูเก็ต</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2567</strong> เปิดสาขาที่ 6 ณ โรบินสัน โอเชี่ยน จังซีลอน ชั้น 1 ตึก Botanica จ.ภูเก็ต</p>
<p><strong>&#8211; ปี 2568 </strong>เปิดสาขาที่ 7 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา ชั้น G</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33336 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/06.Good-Goods-ฉลอง-7-ปี-เปิดสาขาที่-7-กลางพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong><u>สินค้าไฮไลท์ภายในคอนเซปต์สโตร์  มีดังนี้</u></strong></p>
<ul>
<li><strong>กระเป๋าสะพายผ้าขาวม้ากาฬสินธุ์</strong> จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่ อ.กมาลาไสย จ.กาฬสินทธุ์ จากผ้าขาวม้าถูกนำมาเปลี่ยนเป็นกระเป๋าสะพายรูปทรงทันสมัย ด้วยความตั้งใจที่จะสานต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นไทยให้ยังคงอยู่ พร้อมกับช่วยสร้างรายได้อย่างยั่งยืนแก่ชุมชน</li>
<li><strong>กระเป๋าสานใบจิ๋วจากพลาสติกรีไซเคิล</strong> จาก More (FutureCycle) และสมาคมรวมใจคนพิการ จ.อุดรธานี ได้มีการหยิบนำเส้นพลาสติกที่ได้จากการรีไซเคิลถุงพลาสติก มารังสรรค์เป็นกระเป๋าสานใบจิ๋วสำหรับเด็ก เพื่อเป็นส่วนหนึงในการปลูกฝังให้น้องๆ เรียนรู้เรื่องการรีไซเคิล และช่วยลดปัญหาที่เกิดจากขยะพลาสติก ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพ สร้างคุณค่าให้แก่ผู้พิการอีกด้วย</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/11.good-goods-คลอเลคชั่นพิเศษ-สำหรับเด็กๆ.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong><u>โปรโมชั่นฉลองเปิดสาขาใหม่ ถึง 31 พฤษภาคม 2568 </u></strong></p>
<ul>
<li>รับพัดไม้ไผ่สานรูปหัวใจ สกรีนลาย Pattaya เมื่อซื้อสินค้าใดๆ ที่ร้าน</li>
<li>รับฟรี กระเป๋าสานพลาสติก ไซซ์ S มูลค่า 350 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท (จำกัดจำนวน 200 สิทธิ) / และ 1,500 บาท สำหรับลูกค้าที่รับ Voucher ที่ Pop-up Store</li>
<li>รับฟรี กระเป๋ากระจูดลายเส้นสายกก มูลค่า 790 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท</li>
<li>ช้อปที่ good goods พร้อมโปรสุดคุ้ม 3 ต่อ กับ บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน
<ul>
<li>ต่อ 1 รับส่วนลดสูงสุด 10% (สินค้าราคาปกติที่ร่วมรายการ)</li>
<li>ต่อ 2 รับเครดิตเงินคืน 3% (ไม่ต้องแลกคะแนนเมื่อมียอดใช้จ่ายเต็มจำนวน ครบทุก 2,500 บาท/เซลล์สลิป)</li>
<li>ต่อ 3 รับคะแนนเดอะวัน สูงสุด 4 เท่า</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33335 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/12.good-goods-คอลเลคชั่นพิเศษต้อนรับสาขาพัทยา.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>สำหรับ <strong>Good Goods​</strong> ดำเนินงานโดย <strong>บริษัท เซ็นทรัลทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (</strong><strong>Central Tham Social Enterprise Co., Ltd.)</strong> ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 เพื่อสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม สนับสนุนชุมชนและสินค้าไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างร่วมสมัยและยั่งยืน โดยยึดแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ <strong>เซ็นทรัล ทำ​</strong> ด้วยแนวคิด &#8216;<strong>ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ&#8217;</strong> ซึ่งมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างโอกาสให้ผู้คน และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแบ่งปันองค์ความรู้ ส่งเสริมทักษะการผลิต การตลาด และการสื่อสาร พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนทุกภาคส่วนสู่ <strong>การท่องเที่ยวยั่งยืน</strong> และโลกที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น <strong>โดยในปีที่ผ่านมา </strong><strong>Good Goods </strong><strong>ทำงานร่วมกับ </strong><strong>51 </strong><strong>ชุมชนใน </strong><strong>27 </strong><strong>จังหวัด พร้อมยึดแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (</strong><strong>Circular Economy) </strong><strong>และ โมเดล </strong><strong>ESG </strong><strong>ที่สอดคล้องกับ </strong><strong>UN SDGs</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33337 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/10.โซนคาเฟ่.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>Good Goods​</strong> เชื่อมั่นเสมอว่า<strong> &#8216;การเติบโตอย่างยั่งยืน คือการเติบโตที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม&#8217;</strong> การเปิดสาขาที่พัทยาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ทางธุรกิจ หากแต่เป็นการขยาย &#8216;โอกาส&#8217;  ให้กับชุมชน ผู้ผลิต นักออกแบบรุ่นใหม่ และสินค้าภูมิปัญญาไทยที่กำลังเดินหน้าอย่างภาคภูมิ ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ &#8216;คุณค่าเบื้องหลังสินค้า&#8217; มากกว่าราคาและรูปลักษณ์เพียงผิวเผิน  Good Goods จึง​​ขอเป็นพลังเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/good-goods-7th-branches-in-pattaya/">Good Goods ฉลอง 7 ปี ขยายสาขาที่ 7 ปักธงแลนด์มาร์คท่องเที่ยวกลางพัทยา ดึงเสน่ห์ Local สู่ Global ชูภูมิปัญญาไทย​​ครองใจนักท่องเที่ยว </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จับตา &#8216;โซเชียล​โปรเจ็กต์ใหม่&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัว ‘deCentral’ ศูนย์กลางศิลปะใหม่แห่งเอเชีย สร้างระบบนิเวศหนุนงานศิลป์</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/04/central-group-launched-decentral/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 10:01:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ART]]></category>
		<category><![CDATA[Art Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Artist]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Creative]]></category>
		<category><![CDATA[deCentral]]></category>
		<category><![CDATA[Production Grant]]></category>
		<category><![CDATA[Punn Chirakiti]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Social Project]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญญ์ จิรกิติ]]></category>
		<category><![CDATA[วิสาหกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32662</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัว ‘deCentral’ ศูนย์กลางศิลปะใหม่แห่งเอเชีย พร้อมโครงการทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะเพื่อศิลปินไทย สร้างสรรค์งานศิลป์สะท้อนสังคม ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสุนทรียะ แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนสังคม วัฒนธรรม และแนวคิดของผู้คนในแต่ละยุคสมัย สำหรับประเทศไทยศิลปะร่วมสมัยกำลังเติบโตและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น การสร้างพื้นที่และพัฒนาศิลปินให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีอัตลักษณ์และศักยภาพสู่ระดับโลกจึงเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ด้วยแนวคิดที่ต้องการยกระดับวงการศิลปะไทยให้แข็งแกร่งขึ้นบนเวทีโลก กลุ่มเซ็นทรัลได้ริเริ่มโปรเจกต์วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ‘deCentral’ (ดีเซ็นทรัล) ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างระบบนิเวศน์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้เติบโต และพัฒนาผลงานของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แสดงผลงาน การฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายให้ศิลปะกลายเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมของภูมิภาคกับเวทีโลก โดยมี กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปี 2569 คุณปัญญ์ จิรกิติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารร่วม (ฝ่ายกลยุทธ์) ดีเซ็นทรัล กล่าวว่า “ศิลปะไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือแสดงออกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนสังคมและตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กลุ่มเซ็นทรัลตระหนักถึงพลังของศิลปะและความจำเป็นในการสนับสนุนศิลปินให้สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างเต็มศักยภาพ” เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับวงการศิลปะไทย ‘deCentral’ (ดีเซ็นทรัล) จึงได้เปิดตัวโครงการ “ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ” (Production Grant) เพื่อสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่และศิลปินที่มีประสบการณ์แต่มีข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยและวิพากษ์ประเด็นสังคมและโลกที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน พร้อมพัฒนางานศิลป์ที่มีคุณค่าอย่างเต็มที่  โดยจะมอบ ทุนจำนวน 9 ทุน มูลค่าทุนละ 150,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/central-group-launched-decentral/">จับตา &#8216;โซเชียล​โปรเจ็กต์ใหม่&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัว ‘deCentral’ ศูนย์กลางศิลปะใหม่แห่งเอเชีย สร้างระบบนิเวศหนุนงานศิลป์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัว ‘deCentral’ ศูนย์กลางศิลปะใหม่แห่งเอเชีย พร้อมโครงการทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะเพื่อศิลปินไทย สร้างสรรค์งานศิลป์สะท้อนสังคม</p>
<p><span id="more-32662"></span></p>
<p>ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสุนทรียะ แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนสังคม วัฒนธรรม และแนวคิดของผู้คนในแต่ละยุคสมัย สำหรับประเทศไทยศิลปะร่วมสมัยกำลังเติบโตและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากขึ้น การสร้างพื้นที่และพัฒนาศิลปินให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีอัตลักษณ์และศักยภาพสู่ระดับโลกจึงเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน</p>
<p>ด้วยแนวคิดที่ต้องการยกระดับวงการศิลปะไทยให้แข็งแกร่งขึ้นบนเวทีโลก กลุ่มเซ็นทรัลได้ริเริ่มโปรเจกต์วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) <strong>‘</strong><strong>deCentral</strong><strong>’</strong> (ดีเซ็นทรัล) <strong>ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมสร้างระบบนิเวศน์ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้เติบโต และพัฒนาผลงานของตนเองอย่างเต็มศักยภาพ</strong> ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แสดงผลงาน การฝึกอบรมเชิงสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยมีเป้าหมายให้ศิลปะกลายเป็นสะพานเชื่อมวัฒนธรรมของภูมิภาคกับเวทีโลก โดยมี <strong>กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายปี </strong><strong>2569</strong></p>
<p><strong>คุณปัญญ์ จิรกิติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารร่วม (ฝ่ายกลยุทธ์) ดีเซ็นทรัล </strong>กล่าวว่า “ศิลปะไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือแสดงออกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นกระจกสะท้อนสังคมและตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง กลุ่มเซ็นทรัลตระหนักถึงพลังของศิลปะและความจำเป็นในการสนับสนุนศิลปินให้สามารถพัฒนาผลงานได้อย่างเต็มศักยภาพ<strong>”</strong></p>
<p>เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างแรงขับเคลื่อนให้กับวงการศิลปะไทย <strong>‘</strong><strong>deCentral</strong><strong>’</strong> (ดีเซ็นทรัล)<strong> จึงได้เปิดตัวโครงการ “ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ” (</strong><strong>Production Grant)</strong> <strong>เพื่อสนับสนุนศิลปินไทยรุ่นใหม่และศิลปินที่มีประสบการณ์แต่มีข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์</strong> <strong>ให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัยและวิพากษ์ประเด็นสังคมและโลกที่กำลังเผชิญในปัจจุบัน พร้อมพัฒนางานศิลป์ที่มีคุณค่าอย่างเต็มที่  </strong>โดยจะมอบ <strong>ทุนจำนวน </strong><strong>9 </strong><strong>ทุน มูลค่าทุนละ </strong><strong>150,000 </strong><strong>บาท </strong>(เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)<strong> ผลงานที่ได้รับทุนสนับสนุนจะถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดแสดงที่ </strong><strong>‘deCentral’ </strong>เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนในแวดวงศิลปะ นักสะสม ภัณฑารักษ์ และผู้ชมจากทั่วโลกได้ชื่นชม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32663 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/04/ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ-TH-Re.jpg" alt="" width="636" height="900" /></p>
<p>โครงการ <strong>‘</strong><strong>ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ</strong><strong>’</strong> เปิดรับสมัครศิลปินที่สนใจจากทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่<strong> </strong><strong>1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2568</strong> และประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ <strong>1</strong><strong>5 </strong><strong>กันยายน 2568</strong> ผู้สนใจ<strong>สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและวิธีการสมัครได้ทาง</strong> <strong>deCentralth.com</strong>  หรือ <strong>กรอกใบสมัครผ่านทาง </strong><strong>https://forms.gle/GHECnSRhTW</strong><strong>18</strong><strong>iB</strong><strong>5</strong><strong>YA</strong></p>
<p>นอกเหนือจากโครงการ deCentral แล้ว กลุ่มเซ็นทรัลและธุรกิจในเครือยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนศิลปะผ่านโครงการต่างๆ อาทิ การร่วมสนับสนุนการจัดนิทรรศการ The Spirits of Maritime Crossing : วิญญาณข้ามมหาสมุทร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมศิลปะนานาชาติ เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 60 ในปี 2024 (Venice Biennale 2024 เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดในโลกโดยนำผลงานของศิลปินไทยไปร่วมจัดแสดง รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกมากมาย</p>
<p><strong>นับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์ศิลปะระดับเอเชีย! </strong><strong>‘</strong><strong>deCentral</strong><strong>’ </strong><strong>ศูนย์กลางศิลปะใหม่ จุดหมายแห่งแรงบันดาลใจของคนรักศิลปะ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนศิลปะไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/04/central-group-launched-decentral/">จับตา &#8216;โซเชียล​โปรเจ็กต์ใหม่&#8217; กลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัว ‘deCentral’ ศูนย์กลางศิลปะใหม่แห่งเอเชีย สร้างระบบนิเวศหนุนงานศิลป์</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2025 09:15:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Karen Design]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กะเหรี่ยงคราฟต์]]></category>
		<category><![CDATA[กิจการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาเรน ดีไซน์]]></category>
		<category><![CDATA[จีรพันธ์ บุญมา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุณวัณ บุญมา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแม่โถน้อย จ.แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกอาชีพใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ฝุ่น PM 2.5]]></category>
		<category><![CDATA[พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษทางอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[วิถีชีวิต​]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31476</guid>

					<description><![CDATA[<p>1 ใน 3 สุดยอดกิจการเพื่อสังคมที่คว้าทุนสนับสนุนจาก “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”  ในโครงการ Banpu Champions For Change (BC4C) ปีที่ 13 ชุมชนแม่โถน้อย บนยอดดอยสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง ที่พึ่งพาการปลูกข้าวโพดเป็นรายได้หลัก กำลังเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำไร่ข้าวโพดแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชน และการเผาพื้นที่เพาะปลูกทุกปี ยังก่อให้เกิดมลพิษ PM 2.5 อีกด้วย ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของสองพี่น้องผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม “Karen Design” (คาเรน ดีไซน์) อย่าง คุณจีรพันธ์ และ คุณชุณวัณ บุญมา ที่นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงมาผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายเป็นงานคราฟต์ 2 สไตล์ได้อย่างลงตัว “แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง” ได้ถูกปรับโฉมให้ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกวันแบบไม่เคอะเขิน และ “โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด” ที่นำวัสดุเหลือทิ้งมาสร้างเป็นงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยหลังการเข้าร่วมโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/">บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>1 ใน </em><em>3</em><em> สุดยอดกิจการเพื่อสังคมที่คว้าทุนสนับสนุนจาก “<strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)”</strong>  </em><em>ในโครงการ </em><em>Banpu Champions For Change </em><em>(</em><em>BC4C)</em><em> ปีที่ </em><em>13 </em></p>
<p><span id="more-31476"></span></p>
<p>ชุมชนแม่โถน้อย บนยอดดอยสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง ที่พึ่งพาการปลูกข้าวโพดเป็นรายได้หลัก กำลังเผชิญกับปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำไร่ข้าวโพดแบบดั้งเดิมไม่สามารถสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับชุมชน และการเผาพื้นที่เพาะปลูกทุกปี ยังก่อให้เกิดมลพิษ PM 2.5 อีกด้วย</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงได้กลายเป็นแรงบันดาลใจใหม่ในการสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวของสองพี่น้องผู้ก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม<strong> “</strong><strong>Karen Design” (</strong><strong>คาเรน ดีไซน์)</strong> อย่าง <strong>คุณจีรพันธ์</strong> และ <strong>คุณชุณวัณ บุญมา</strong> ที่นำเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงมาผสานเข้ากับดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายเป็นงานคราฟต์ 2 สไตล์ได้อย่างลงตัว</p>
<p><strong>“แฟชั่นผ้าทอสไตล์กะเหรี่ยง”</strong> ได้ถูกปรับโฉมให้ร่วมสมัย ใส่ได้ทุกวันแบบไม่เคอะเขิน และ “<strong>โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด”</strong> ที่นำวัสดุเหลือทิ้งมาสร้างเป็นงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์ โดยหลังการเข้าร่วมโครงการ <strong>“พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (</strong><strong>Banpu Champions for Change: BC</strong><strong>4</strong><strong>C) </strong><strong>ปีที่ 13</strong> กับ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และสถาบัน </strong><strong>ChangeFusion</strong> สองพี่น้องสามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้จนสามารถสร้างรายได้ถึงหลักแสนและเพิ่มการกระจายรายได้ให้ชุมชนในเวลาไม่ถึง 1 ปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31823 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/1.-นายจีรพันธุ์-นางสาวชุณวัณ-บุญมา-สองพี่น้องเจ้าของกิจการเพื่อสังคม-Karen-Design.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สร้าง “ทางเลือกอาชีพใหม่” ด้วย “กะเหรี่ยงคราฟต์” </strong></p>
<p><strong>นางสาวจีรพันธ์-นายชุณวัณ บุญมา สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง </strong><strong>Karen Design</strong> เผยถึงความเป็นมาว่า “Karen Design เกิดจากปัญหาปากท้องของคนในชุมชนแม่โถน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีทางเลือกในการทำมาหากินไม่มากไปกว่าการปลูกข้าวโพดและธัญพืชอื่นๆ บนดอย มีความลำบากในการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน เช่น การไม่มีไฟฟ้าใช้เวลาฝนตก สัญญาณโทรศัพท์ติดขัด การเดินทางที่ยากลำบากเพราะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ความอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในบ้านของเรา ทำให้ต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ จึงนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกมองข้ามอย่างการทอผ้ากะเหรี่ยง มาต่อยอดให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่เชย และ ไม่จำเป็นต้องใส่เฉพาะพิธีสำคัญอย่าง ‘การแต่งงาน’ เท่านั้น เมื่อมองเห็นลู่ทางนี้ เราจึงขยายเครือข่ายรวมกลุ่มแม่บ้าน และดัดแปลงสินค้าให้มีหลายหลาก ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ ชุดเดรส ย่าม และอื่นๆ รวมไปถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ ‘เปลือกข้าวโพด’ วัสดุเหลือทิ้งจากการเก็บเกี่ยวในภาคการเกษตรให้เป็นโคมไฟตกแต่งที่ทันสมัย สไตล์มินิมอล ตอบโจทย์คนชอบแต่งบ้านด้วยวัสดุธรรมชาติ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31826 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/ภาพบรรยากาศการเวิร์กชอปและพิชชิ่งของ-Karen-Design-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>สร้าง “รายได้หลักแสน” จาก “องค์ความรู้-ทุนสนับสนุน” ในโครงการ </strong><strong>Banpu Champions for Change</strong></p>
<p>“การเข้าร่วมโครงการฯ ของบ้านปู ทำให้ได้รับโอกาสและแรงบันดาลใจ จากเพื่อนๆ และรุ่นพี่ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม รวมถึงคณะกรรมการและพี่เลี้ยงซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทำให้เราสามารถตั้งหลักด้านความคิด และกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราเริ่มต้นด้วยการคำนวณต้นทุนและตั้งราคาขายโดยการกำหนดกำไรที่เหมาะสม พร้อมศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอย่างละเอียด โดยโครงการฯ ให้ทุน 80,000 บาท ในช่วงทดลองตลาด 3 เดือน จึงเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะการโปรโมทบน TikTok ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้สามารถสร้างยอดขายสินค้าทั้ง 2 แบบ ได้เกือบ 250,000 บาท แบ่งเป็นออเดอร์ผ้าทอกะเหรี่ยงกว่า 200 ตัว สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน 2,000 – 5,000 บาทต่อเดือน และออเดอร์โคมไฟจากเปลือกข้าวโพด จำนวนกว่า 80 ตัว สร้างรายได้ต่อคนประมาณ 1,500 บาทต่อเดือน” <strong>จีรพันธ์</strong> กล่าวเสริม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31825 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Karen2.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p><strong>เปลี่ยน “พื้นที่ปลูกข้าวโพด 50%” เป็น “ไม้ผล-พืชเศรษฐกิจอื่น” เพื่อสร้างความยั่งยืน</strong></p>
<p>Karen Design ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน แต่ยังมุ่งเน้นการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยชวนชาวบ้านลดพื้นที่ปลูกข้าวโพดและหันมาเพาะปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ และไม้ดั้งเดิมทดแทนปัจจุบันสามารถลดจำนวนข้าวโพดได้มากกว่า 50% หรือประมาณ 195 จาก 390 ไร่ ช่วยลดการเผาป่าและเพิ่มความหลากหลายทางการเกษตรให้กับพื้นที่ในอนาคต และยังวางแผนขยายฐานการผลิตไปยังชุมชนอื่นๆ เพื่อรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญ Karen Design ได้นำทุนสนับสนุนจากการเป็นหนึ่งในสามผู้ชนะในโครงการ BC4C จำนวน 250,000 บาท มาใช้ในการพัฒนาระบบการผลิตให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องให้กับคนในชุมชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31822 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/2.-นายรัฐพล-สุคันธี-ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>บ้านปู พร้อมดันศักยภาพ </strong><strong>SE </strong><strong>รุ่นใหม่ </strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวถึงการสนับสนุนโครงการ BC4C ว่า &#8220;บ้านปูรู้สึกชื่นชมแพสชันอันแรงกล้าของ SE ที่มีใจรักสิ่งแวดล้อมและกล้าที่จะนำพาชุมชนของตนเองสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน <u>‘Karen Design’ </u><u>มีความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สามารถนำความรู้ที่ได้จากโครงการฯ ไปต่อยอดโมเดลธุรกิจและสร้างอิมแพคต่อชุมชน โดยมีการวัดผลที่ชัดเจน</u> เราหวังว่า Karen Design จะเป็นแรงบันดาลใจให้ SE คนรุ่นใหม่ โดยบ้านปูจะยังคงร่วมสร้างระบบนิเวศกิจการเพื่อสังคม (SE Ecosystem) ของไทยให้ขยายอย่างแข็งแกร่งร่วมกับภาคีเครือข่าย สำหรับในปี 2568 ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมท่านใดสนใจเข้าร่วมโครงการ BC4C ปีที่ 14 เรากำลังจะเปิดรับสมัครเร็วๆ นี้ สามารถติดตามได้จากเพจ Banpu Champions for Change”</p>
<p>สนใจผลิตภัณฑ์ของ Karen Design สามารถติดตามได้ที่  Tiktok: <a href="https://www.tiktok.com/@kate_jee24" target="_blank" rel="noopener">https://www.tiktok.com/@kate_jee24</a> , Facebook: เคทผ้าทอกะเหรี่ยง <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100076218292843" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/profile.php?id=100076218292843</a> , พร้อมติดตามข่าวสารการรับสมัครและความเคลื่อนไหวของโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ Banpu Champions for Change ปีที่ 14  ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก<a href="https://www.facebook.com/banpuchampions/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/banpu-champions-for-change-karen-design/">บ้านปู ส่งเสริม &#8216;Karen Design&#8217; กิจการเพื่อสังคมที่ใช้ &#8216;กะเหรี่ยงคราฟต์&#8217; แก้ปัญหา &#8216;เผาป่า &#8211; ชุมชนขาดรายได้&#8217; </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู ประกาศผล 3 ผู้ชนะคว้าสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคม ชูศักยภาพผู้ประกอบการ ในโครงการ Banpu Champions for Change ปีที่ 13</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/3-winners-banpu-champions-for-change-ep13/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 24 Oct 2024 01:27:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[Impactful Locals]]></category>
		<category><![CDATA[Karen Design]]></category>
		<category><![CDATA[National Boost]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[คนทะเล]]></category>
		<category><![CDATA[ชันโรง]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชายเลน]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม ปีที่ 7]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29797</guid>

					<description><![CDATA[<p>3 กิจการเพื่อสังคม สร้างอิมแพคให้ชุมชนเติบโตยั่งยืน “สร้างรายได้จากสัตว์เศรษฐกิจ &#8211; ฟื้นฟูทะเลด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ – ภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงแก้ปัญหาปากท้อง” บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย พร้อมด้วย สถาบัน ChangeFusion ประกาศผล 3 ผู้ชนะสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด “ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง” (Impactful Locals, National Boost) ในโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 13 โดยไม่เรียงลำดับ ได้แก่ “ชันโรง” กิจการที่สร้างรายได้ให้ชุมชนจากสัตว์เศรษฐกิจพร้อมฟื้นป่าชายเลน จ.กระบี่ “คนทะเล” กิจการที่เน้นฟื้นฟูทะเลประจวบฯ ด้วยแพคเกจเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ  “Karen Design” กิจการที่ใช้ภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงแก้ปัญหาปากท้องชุมชนในพื้นที่แม่ฮ่องสอน โดยผู้ชนะทั้ง 3 ทีมจะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 250,000 บาทเพื่อเป็นทุนดำเนินกิจการ คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/3-winners-banpu-champions-for-change-ep13/">บ้านปู ประกาศผล 3 ผู้ชนะคว้าสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคม ชูศักยภาพผู้ประกอบการ ในโครงการ Banpu Champions for Change ปีที่ 13</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>3</strong><strong> กิจการเพื่อสังคม สร้างอิมแพคให้ชุมชนเติบโตยั่งยืน “สร้างรายได้จากสัตว์เศรษฐกิจ &#8211; ฟื้นฟูทะเลด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ – ภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงแก้ปัญหาปากท้อง” </strong><span id="more-29797"></span></p>
<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย พร้อมด้วย <strong>สถาบัน </strong><strong>ChangeFusion</strong> ประกาศผล 3 ผู้ชนะสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด “<strong>ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง</strong>” (Impactful Locals, National Boost) ในโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 13 โดยไม่เรียงลำดับ ได้แก่ <strong>“ชันโรง”</strong> กิจการที่สร้างรายได้ให้ชุมชนจากสัตว์เศรษฐกิจพร้อมฟื้นป่าชายเลน จ.กระบี่ “<strong>คนทะเล”</strong> กิจการที่เน้นฟื้นฟูทะเลประจวบฯ ด้วยแพคเกจเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และ <strong> “Karen Design”</strong> กิจการที่ใช้ภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงแก้ปัญหาปากท้องชุมชนในพื้นที่แม่ฮ่องสอน โดยผู้ชนะทั้ง 3 ทีมจะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 250,000 บาทเพื่อเป็นทุนดำเนินกิจการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/1.-นายรัฐพล-สุคันธี-ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน-1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> เผยว่า “ในปีนี้เราเห็นแนวโน้มผู้ประกอบการมีความเข้าใจการทำกิจการเพื่อสังคมมากขึ้น มีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อโปรโมทสินค้าตัวเองมากขึ้น ทั้งสามทีมมีความโดดเด่นที่พวกเขามีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่หลากหลาย สำหรับสิ่งที่บ้านปูมุ่งมั่นในการสนับสนุนคือระบบนิเวศของกิจการเพื่อสังคมในประเทศไทย เราต้องการสร้างเครือข่ายและประสานพลังกับหลาย ๆ หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนให้กิจการเพื่อสังคมเติบโตไปสู่ตลาดในกระแสหลัก (Mass Market) เพื่อเพิ่มศักยภาพในเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>
<p>ในปีที่ 13 โครงการฯ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “<strong>Impactful Locals, National Boost: ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง</strong>” เน้นการผลักดันศักยภาพ SE ในแต่ละพื้นที่ ที่ต่างประสบปัญหาทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน โดยสามทีมที่ชนะสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคมในระยะเริ่มต้น (Incubation Program) นั้นสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการฯ ไปใช้ในการทดลองตลาดระยะเวลา 3 เดือน ปรับโมเดลธุรกิจและแนวทางการสร้างอิมแพคต่อชุมชน สามารถพิสูจน์ตัวชี้วัดความสำเร็จได้อย่างชัดเจน โดยได้รับเงินทุนทีมละ 250,000 บาท ไปต่อยอดกิจการ (ไม่เรียงลำดับคะแนน) ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29799 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/2.-เจ้าของกิจการเพื่อสังคม-ชันโรง-ต่อยอดรายได้จาก-ผึ้งจิ๋วชันโรง.jpg" alt="" width="1200" height="802" /></p>
<p><strong>&#8211; ชันโรง</strong><strong>: </strong><strong>ต่อยอดรายได้จาก “ผึ้งจิ๋วชันโรง” พร้อม<u>เพิ่มป่าชายเลนชุมชน</u> </strong>กิจการที่สร้างรายได้จากการเพาะเลี้ยง “ผึ้งจิ๋วชันโรง” สัตว์เศรษฐกิจของชุมชน จำหน่ายรังชันโรงและผลิตภัณฑ์แปรรูป พร้อมส่งต่อความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงชันโรงแก่เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และต่อยอดรายได้จากการจำหน่ายมาฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน จ.กระบี่ พร้อมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน อาทิ กิจกรรมปลูกป่า ปล่อยปูดำ และชันโรง โดยตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 2 แสนบาท</p>
<p><strong>&#8211; คนทะเล</strong><strong>: </strong><strong><u>ฟื้นทะเลประจวบฯ</u></strong><strong> ด้วยแพคเกจท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ </strong>กิจการที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวประมง เยี่ยมชมธรรมชาติ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมการกินอาหารทะเลไปพร้อมกับการฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมสร้าง “ธนาคารปู และบ้านปลา” ที่นำสัตว์เศรษฐกิจอย่างปูม้าและปลาอินทรีย์มาแปรรูปเป็นของฝาก ผลจากการทดลองตลาดในระยะเวลา 3 เดือน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 90 คน สร้างรายได้หมุนเวียนกิจการราว ๆ 40,000 บาท ต่อรอบการเปิดบริการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/6.-ภาพตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารทะเล.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; </strong><strong>Karen Design:</strong><strong> ใช้งานดีไซน์ผ้าทอกะเหรี่ยง <u>แก้ปัญหาปากท้อง-ลดการเผาป่าชุมชน</u> </strong>กิจการที่นำภูมิปัญญาการทอผ้าแบบกะเหรี่ยงสไตล์ ของคนในชุมชน อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน มาสร้างอาชีพที่มีรายได้มากกว่าการเผาป่าเพื่อปลูกข้าวโพด พร้อมนำซังข้าวโพดมาเปลี่ยนเป็นงานคราฟต์ อาทิ โคมไฟในหลากหลายรูปแบบ โดยผลจากการทดลองตลาด 3 เดือนสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 2 แสนบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/10.-ภาพการทอผ้าของ-Karen-Design.jpg" alt="" width="1200" height="670" /></p>
<p>“บ้านปู มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพให้กับเหล่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีใจเปี่ยมไปด้วยแพสชันให้สามารถทำกิจการเพื่อสังคมในฝันให้เกิดขึ้นจริงได้ ตลอด 13 ปีที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนไปมากกว่า 130 กิจการ สร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและองค์กรต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 187 แห่ง ครอบคลุมผู้ได้รับผลประโยชน์กว่า 2.5 ล้านคน” <strong>คุณรัฐพล </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม หรือ Banpu Champions for Change ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/banpuchampions/" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/banpuchampions/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/3-winners-banpu-champions-for-change-ep13/">บ้านปู ประกาศผล 3 ผู้ชนะคว้าสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคม ชูศักยภาพผู้ประกอบการ ในโครงการ Banpu Champions for Change ปีที่ 13</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
