<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sustainability-Linked Bond &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/sustainability-linked-bond/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Aug 2026 13:27:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Sustainability-Linked Bond &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตลาด ESG Bond ประเทศไทย โตทะลุ 1 ล้านล้านบาท  พร้อมเติม Transition Bond เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงกลุ่มธุรกิจคาร์บอนสูง เร่งขยับเปลี่ยนผ่าน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/thailand-bond-market-for-low-carbon-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2026 13:27:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bond Market]]></category>
		<category><![CDATA[CIMB THAI]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilising Thailand’s Bond Market for the Low-Carbon Transition]]></category>
		<category><![CDATA[SLB]]></category>
		<category><![CDATA[Social Nond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability-Linked Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[ThaiBMA]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Amber Bond]]></category>
		<category><![CDATA[The Cooler Earth Thailand 2026: Advancing the Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Transition Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Transition Finance]]></category>
		<category><![CDATA[ตราสารหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดตราสารหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อริยา ติรณะประกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43547</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังการขยับเป้าหมายบรรลุ ​Net Zero 2050 ของประเทศไทย ทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเพิ่มอัตราเร่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง​ การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเป็นตัวช่วยในกระบวนการเปลี่ยนผ่านมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น นำมาสู่การเพิ่มรูปแบบการออกตราสารหนี้ในกลุ่ม Transition Finance จำนวน 2 กลุ่ม เพื่อเปิดกว้างให้โครงการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจต่างๆ สามารถขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามแผนที่วางไว้ และช่วยผลักดันเป้าหมายประเทศตามแผน ​NDC 3.0 คุณอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ &#8216;Mobilising Thailand’s Bond Market for the Low-Carbon Transition&#8217; ภายในงาน The Cooler Earth Thailand 2026: Advancing the Transition ​โดย CIMB Thai โดยมองโอกาสภาคธุรกิจในการระดมทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความยั่งยืน ผ่านกลไกจากตลาดตราสารหนี้  ESG Bond ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหลังจากไตรมาส 3 ของปีนี้ หลังจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/thailand-bond-market-for-low-carbon-transition/">ตลาด ESG Bond ประเทศไทย โตทะลุ 1 ล้านล้านบาท  พร้อมเติม Transition Bond เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงกลุ่มธุรกิจคาร์บอนสูง เร่งขยับเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span data-offset-key="3hkfj-0-0">หลังการขยับเป้าหมายบรรลุ </span><span class="_5zk7" spellcheck="false" data-offset-key="3hkfj-1-0"><span data-offset-key="3hkfj-1-0">​Net Zero 2050</span></span><span data-offset-key="3hkfj-2-0"> ของประเทศไทย ทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเพิ่มอัตราเร่งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง​ การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อเป็นตัวช่วยในกระบวนการเปลี่ยนผ่านมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น</span></p>
<p><span id="more-43547"></span></p>
<p>นำมาสู่การเพิ่มรูปแบบการออกตราสารหนี้ในกลุ่ม<strong> Transition Finance</strong> จำนวน 2 กลุ่ม เพื่อเปิดกว้างให้โครงการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจต่างๆ สามารถขับเคลื่อนเพื่อบรรลุเป้าหมายได้ตามแผนที่วางไว้ และช่วยผลักดันเป้าหมายประเทศตามแผน ​NDC 3.0</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43548 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ThaiBMA2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>คุณอริยา ติรณะประกิจ</strong> กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ <strong>&#8216;Mobilising Thailand’s Bond Market for the Low-Carbon Transition&#8217;</strong> ภายในงาน <strong>The Cooler Earth Thailand 2026: Advancing the Transition ​โดย CIMB Thai </strong>โดยมองโอกาสภาคธุรกิจในการระดมทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความยั่งยืน ผ่านกลไกจากตลาดตราสารหนี้  ESG Bond ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะหลังจากไตรมาส 3 ของปีนี้ หลังจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. (SEC) ได้อนุมัติหลักเกณฑ์ในการออกตราสารหนี้ในกลุ่ม Transition Finance เพิ่มเติมมาอีก 2 ประเภท ได้แก่ <strong class="rQesXe MPyX" data-sfc-cp="" data-sfc-root="ep" data-complete="true" data-copy-service-computed-style="font-family: Arial, sans-serif; font-size: 16px; font-weight: 700; margin: 0px; text-decoration: none; border-bottom: 0px rgb(10, 10, 10);">Thailand Amber Bond </strong>และ <strong>Transition Bond</strong> เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจได้ตามเป้าหมายทที่วางไว้ รวมทั้งสอดคล้องกับแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของประเทศ (NDC 3.0) ในการลด GHG Emission ลงอีก 47% จากฐานในปี 2019</p>
<p><em>&#8220;การอนุมัติหลักเกณฑ์ให้มีตราสารหนี้ในกลุ่ม Transition Finance  เข้ามาเติมในพอร์ต ESG Bond จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดกว้างสำหรับกลุ่มที่มีการปล่อย GHG สูงและทำให้ลดลงได้ยาก (hard-to -abate Sectors) แต่มีเป้าหมายและมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนตาม Action Plan เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ และ​สามารถเข้าถึง <strong>Transition Bond</strong> ได้ ขณะที่ในกลุ่ม <strong>Thailand Amber Bond</strong> จะพิจารณาให้กลุ่มธุรกิจที่ถูกจัดกลุ่มเป็นสีเหลือง ตามเกณฑ์วัดของ Thailand Taxonomy ในทั้ง 2 เฟส จากอุตสาหกรรมพลังงาน ขนส่ง การเกษตร อสังหาริทรัพย์ ภาคอุตสาหกรรมและการผลิต รวมทั้งการจัดการของเสีย ซึ่งประเมินค่า Emission จากทั้ง 6 อุตสาหกรรมเหล่านี้ รวมกันได้ราว 95% ของปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยในประเทศไทยทั้งหมด&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43549 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ThaiBMA1.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>ทั้งนี้ ADB  ประเมินว่า การขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยตามเแผน NDC 3.0 คาดว่าต้องใช้เงินทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 5-7 แสนล้านบาท  ตามการประเมินของ ADBโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักไม่ว่าจะเป็นภาคพลังงาน ขนส่ง หรือภาคอุตสาหกรรม ที่ยังคงมีช่องว่างของปริมาณเงินทุนที่มีอยู่และความต้องการเพื่อเปลี่ยนผ่านที่ต่างกันเป็นเท่าตัว จึงจำเป็นต้องมีกลไกทางการเงินเพื่อเพิ่มความสามารถในการระดมทุน​ของภาคธุรกิจต่างๆ ได้มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Outstanding-.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>โดยเฉพาะการออกตราสารหนี้ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยในการเข้าถึงแหล่งทุนของภาคธุรกิจ และมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมูลค่าคงค้าง (Outstanding) ในกลุ่ม​ ESG Bondที่กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่ง​เติบโตเฉลี่ย 55% ต่อปี หรือมี​มูลค่า​เพิ่มขึ้นต่อปีกว่า 1.74 แสนล้านบาท  และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น จากเดิมที่จะมี Green Bond เป็นหลัก แต่ปัจจุบันขยายมาสู่ทั้ง Social Bond , Sustainability Bond​ และ Sustainability-Linked Bond (SLB) ซึ่งปัจจุบัน SLB ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และมีมูลค่าการระดมทุนเพิ่มขึ้นได้ราว 1 ใน 3 ของตลาดแล้ว ขณะที่มูลค่าการระดมทุนส่วนใหญ่จะเป็นการขับเคลื่อนโครงการจากทางภาครัฐ แต่เริ่มเห็นการเข้ามาในตลาดของภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเกือบ 40 ราย มูลค่าคงค้างกว่า 2.8 แสนล้านบาท และเชื่อว่าจากการเพิ่มกลไกใหม่ๆ จากกลุ่ม Transition จะทำให้ภาคเอกชนสามารถเข้ามาระดมทุนได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ESG-Gov-Corp.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ThaiMBA4.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีความท้าทายสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าถึงกลไก ESG Bond เพื่อสามารถระดมทุนในการเปลี่ยนผ่าน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. ขาดองค์ความรู้ </strong>ในการขับเคลื่อนแผนการเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะความยากที่เกิดขึ้นภายในซัพพลายเชน ซึ่งมักเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อสามารถอยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจ</p>
<p><strong>2. ขาดการเข้าถึงแหล่งทุน</strong> เพราะในการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องมีการลงทุน อาทิ การปรับปรุงโรงงาน การเปลี่ยนเครื่องจักร หรือการเปลี่ยนเครื่องยนต์หรือเชื้อเพลิงที่เป็นคาร์บอนต่ำ</p>
<p><strong>3. ขาดแคลนเครื่องมือ​สนับสนุน เ</strong>นื่องจากการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องมีการชี้วัด ประเมิน หรือคำนวณตามหลักทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งการรรับรองตามมาตรฐานสากล</p>
<p><strong>4. ขาดกฎหมายช่วยผลักดันให้เกิดการบังคับใช้</strong> เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้จริงและเป็นรูปธรรม  ซึ่งในอนาคตประเทศไทยจะเริ่มมี พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาบังคับใช้ ทำให้แนวโน้มมีการเปลี่ยนผ่านได้อย่างชัดเจนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ThaiBMA เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุน ท้ังการให้ทุนสนับสนุนเพื่อขอ ESG Bond ของภาคธุรกิจได้ถึงกลุ่มละ 2 ล้านบาท ​ทั้งจากกลุ่มเดิมอย่าง GSSB, SLB และกลุ่ม Transition ที่จะเริ่มในช่วงไตรมาส3 ปีนี้ ผ่านการสนับสนุนทุนเพื่อใช้ประเมินเครดิตเรตติ้งให้กับกองทุน และการใช้ผู้รับรองโครงการ (External Review) เพื่อสามารถเข้าระดมทุนผ่านการออกตราสารหนี้ได้ ซึ่ง ThaiBMA ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน CMDF เพื่อ​จัดสรรการให้ทุนถึง 100 ล้าบาท และยังเหลืองบอีกกว่าครึ่ง ซึ่งภาคธุรกิจสามารถยื่นเรื่องเพื่อขอทุนได้ถึงกลางปี 2027 นี้ ขณะเดียวกันยังมีการสนับสนุนจากทาง ก.ล.ต. ในการยกเว้นค่ายื่นเรื่องและค่าธรมเนียมในการออกตราสารให้จนถึงช่วงกลางปี 2028 เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43550 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/ThaiBMA3.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>ทั้งนี้ เห็นได้ว่า การระดมทุนผ่าน ESG Bond ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และความสนใจในการนำโครงการต่างๆ เข้ามาระดมทุนของภาคธุรกิจจะมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ตามการขยายกลุ่มและกลไกการออกตราสารที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำไม่เพียงการปรับตัวเพื่อรับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเข้ามาบังคับใช้ในอนาคตเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในอนาคตได้เพิ่มมากขึ้นด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/thailand-bond-market-for-low-carbon-transition/">ตลาด ESG Bond ประเทศไทย โตทะลุ 1 ล้านล้านบาท  พร้อมเติม Transition Bond เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ดึงกลุ่มธุรกิจคาร์บอนสูง เร่งขยับเปลี่ยนผ่าน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ESG Bond ไทย โต 5.7% เติบโตในรอบหลายปี แรงส่งจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ส่วนภาคเอกชนชะลอตัว แนวโน้ม Sustainability-linked Bond และ Blue Bond เติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/thailand-esg-bond-2025-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2025 11:35:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Finance & Invest]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Green Bond]]></category>
		<category><![CDATA[K Research]]></category>
		<category><![CDATA[Social Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability-Linked Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดตราสารหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[พันธบัตร]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมทุน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยกสิกรไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39174</guid>

					<description><![CDATA[<p>การออก ESG Bond ใหม่ในประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปี 2025 หลังตลาดชะลอตัวมาหลายปี ด้วยมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 5.7% จากปีก่อน สำหรับตลาด ESG Bond ประกอบด้วย Green Bond, Social Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-linked Bond โดยภาพรวมตลาด ESG Bond ในปี 2025 ฟื้นตัวจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มการออก Sustainability-linked Bond และ Sustainability Bond ขณะที่ภาคเอกชนชะลอการออก ESG Bond โดยยอดออก Green Bond ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จากจำนวนโครงการ ESG ใหม่ที่มีให้ลงทุนลดลง แต่ Sustainability-linked Bond และ Blue Bond ขยายตัว ซึ่งการที่​​ Sustainability-linked Bond และ Blue Bond [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thailand-esg-bond-2025-growth/">ESG Bond ไทย โต 5.7% เติบโตในรอบหลายปี แรงส่งจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ส่วนภาคเอกชนชะลอตัว แนวโน้ม Sustainability-linked Bond และ Blue Bond เติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การออก ESG Bond ใหม่ในประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปี 2025 หลังตลาดชะลอตัวมาหลายปี ด้วยมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ที่เพิ่มขึ้นกว่า 5.7% จากปีก่อน</p>
<p><span id="more-39174"></span></p>
<p>สำหรับตลาด<em><strong> ESG Bond ประกอบด้วย Green Bond, Social Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-linked Bond</strong></em></p>
<p>โดยภาพรวมตลาด<strong> ESG Bond</strong> ในปี 2025 ฟื้นตัวจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มการออก <strong>Sustainability-linked Bond </strong>และ<strong> Sustainability Bond</strong> ขณะที่ภาคเอกชนชะลอการออก <strong>ESG Bond</strong> โดยยอดออก <strong>Green Bond</strong> ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต จากจำนวนโครงการ ESG ใหม่ที่มีให้ลงทุนลดลง แต่ Sustainability-linked Bond และ Blue Bond ขยายตัว</p>
<p>ซึ่งการที่​​<strong> Sustainability-linked Bond และ Blue Bond</strong> ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้ออกตราสารหนี้ เนื่องจากความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบของ Sustainability-linked Bond ที่ให้ผู้ออกกำหนด KPI ความยั่งยืน</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>1. ภาพรวมการออก ESG Bond ในไทย ปี 2025</strong></span><br />
การออก ESG Bond ใหม่ในประเทศไทย เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในปี 2025 หลังตลาดชะลอตัวมาหลายปี โดยมียอดตราสารหนี้ออกใหม่อยู่ที่ 186,404 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) เพิ่มขึ้นจากปี ก่อน 5.7% ซึ่งอยู่ที่ 176,333 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39175 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ESG-Bond2.jpg" alt="" width="1200" height="864" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>2. การฟื้นตัวของตลาด ESG Bond มาจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจปรับทิศทางการออกพันธบัตร </strong></span></p>
<p>ภาครัฐและวิสาหกิจ​ปรับทิศทางมาออก Sustainability-linked Bond และ Sustainability Bond เพิ่มขึ้น กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ตลาด ESG Bond ในปี 2025 ฟื้นตัว<em><strong> ด้วยยอดออกใหม่รวมกันกว่า 142,434 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24.9% ซึ่งอยู่ที่ 114,000 ล้านบาท</strong></em></p>
<p>ปี 2025 กระทรวงการคลังขยายการออกตราสารหนี้​ (Re-open) Sustainability-linked Bond รุ่น SLB406A ถึง 7 ครั้งในปีนี้ คิดเป็นมูลค่ากว่า 111,434 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 271.4% ซึ่งอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท และเป็นการออกพันธบัตรรุ่น SLB406A ครั้งแรกเพื่อปรับโครงสร้างหนี้จากการเยียวยาผลกระทบในช่วง COVID-19</p>
<p>ด้านรัฐวิสาหกิจ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFI) ออกSustainability Bond เพิ่มขึ้นในปี 2025 จาก 11,000 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 20,000 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) หรือขยายตัวกว่า 81.8% เพื่อนำเงินไป Refinance สินเชื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและเพื่อชำระคืนเงินทุนที่ใช้ไปในการปล่อยสินเชื่อในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมของธนาคาร</p>
<p>นอกจากนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ออก Sustainability-linked Bond 2,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการขยายและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39176 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ESG-Bond1.jpg" alt="" width="1200" height="657" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>3. ตลาด ESG Bond ภาคเอกชนชะลอ แต่ Sustainability-linked และ Blue Bond เติบโต</strong></span></p>
<p>การออก ESG Bond ใหม่จากภาคเอกชนยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ​<em><strong>ในปี 2025 ภาคเอกชนมียอดออก ESG Bond ใหม่อยู่ที่ 43,970 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) ลดลงจากปีก่อนถึง 29.5% ซึ่งอยู่ที่ 62,333 ล้านบาท จากการหดตัวของยอดออก  Sustainability Bond และ Social Bond</strong></em></p>
<p>ยอดออก Green Bond ของภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจากปัจจุบันภาคเอกชนมีโครงการด้าน ESG ให้ลงทุนเพิ่มเติมค่อนข้างจำกัด ภาคเอกชนกลับมาออก Green Bond เพิ่มขึ้นกว่า 62.5% จาก 6,800 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 11,050 ล้านบาท ในปี 2025 (ณ 22 ธ.ค. 2025)</p>
<p>แต่มูลค่าการออกยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2021–2023 ซึ่งอยู่ที่ 25,805 ล้านบาท จากการที่ภาคเอกชนได้ลงทุนในโครงการด้าน ESG ไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ทำให้ในช่วงนี้ภาคเอกชนมีโครงการลงทุนด้าน ESG เพิ่มเติมค่อนข้างจำกัด</p>
<p>การออก Sustainability-linked Bond และ Blue Bond จากภาคเอกชนเริ่มขยายตัว ในปี 2025 ภาคเอกชนหันไปออก Sustainability-linked Bond มากขึ้น จาก 15,360 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 28,800 ล้านบาท (ณ 22 ธ.ค. 2025) หรือเพิ่มขึ้นกว่า 87.5% โดยเงินทุนส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระคืนหนี้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งบางโครงการเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อสัตว์น้ำ​ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน</p>
<p>​สำหรับ Blue Bond เป็นตราสารหนี้ที่ระดมทุนสำหรับโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและทางน้ำ และถือเป็นส่วนย่อยของ Green Loan ที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยรวม</p>
<p>โดย Blue Bond ​​ได้รับความสนใจมากขึ้นจากภาคเอกชนภาคพลังงานและอาหารในปีนี้ ด้วยยอดออกใหม่กว่า 4,120 ล้านบาท เพื่อนำ​เงินไปลงทุนโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และเสริมสร้างความยั่งยืนให้​กิจการ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและน้ำ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39177 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ESG-Bond3.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>4. แนวโน้มความสนใจต่อ Sustainability-linked Bond และ Blue Bond ที่เพิ่มขึ้นในปี 2025</strong></span><br />
<strong>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</strong> มองว่า Sustainability-linked Bond ได้รับความสนใจมากขึ้นจากภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน จากความยืดหยุ่นด้านกฎระเบียบ โดยผู้ออก Sustainability-linked Bond สามารถกำหนด KPI ด้านความยั่งยืนได้ด้วยตนเอง</p>
<p>ด้าน Blue Bond ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของตลาด จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่มีสภาพคล่องต่ำและมี​​​ข้อมูลประกอบการลงทุนจำกัด เมื่อ​เทียบกับ Green Bond เนื่องจากจำนวน​ผู้ออกและตราสารยังน้อย โดยมีเพียง 4 ราย และ 7 ฉบับ นับตั้งแต่เริ่มออกครั้งแรกในปี2024 จนถึงปี 2025</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/thailand-esg-bond-2025-growth/">ESG Bond ไทย โต 5.7% เติบโตในรอบหลายปี แรงส่งจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ส่วนภาคเอกชนชะลอตัว แนวโน้ม Sustainability-linked Bond และ Blue Bond เติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>AIS เตรียมออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ชูอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “AAA(tha)”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/ais-prepares-launches-sustainability-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Sep 2024 04:47:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[Cognitive Tech-Co]]></category>
		<category><![CDATA[Public Offering]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability-Linked Bond]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Nation]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มนตรี คงเครือพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<category><![CDATA[โทรคมนาคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28737</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“บริษัท” หรือ “AIS”) ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยทั้งโครงข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีฐานลูกค้ารวมกว่า 50 ล้านราย เตรียมเสนอขาย ‘หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน’ เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย อายุ 4 ปี และ 7 ปี ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 8 และ 11 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 มั่นใจเป็นการสร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีความมั่นคงเติบโตและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชูจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ที่ระดับ “AAA(tha)” (เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ) จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในธุรกิจ และสถานะทางการเงินที่มีความมั่นคง พร้อมแต่งตั้ง 7 สถาบันการเงินชั้นนำเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.กรุงไทย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ais-prepares-launches-sustainability-bond/">AIS เตรียมออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ชูอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “AAA(tha)”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)</strong> (“บริษัท” หรือ “AIS”) ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทยทั้งโครงข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ที่มีฐานลูกค้ารวมกว่า 50 ล้านราย เตรียมเสนอขาย <strong>‘หุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน</strong>’ เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย อายุ 4 ปี และ 7 ปี ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป</p>
<p><span id="more-28737"></span></p>
<p>คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 8 และ 11 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 มั่นใจเป็นการสร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่มีความมั่นคงเติบโตและสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ชูจัดอันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ที่ระดับ “AAA(tha)” (เครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ) จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งในธุรกิจ และสถานะทางการเงินที่มีความมั่นคง พร้อมแต่งตั้ง 7 สถาบันการเงินชั้นนำเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธ.กรุงเทพ ธ.กสิกรไทย ธ.กรุงไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงศรีอยุธยา ธ.ยูโอบี และ บล.เกียรตินาคินภัทร</p>
<p><strong>นายมนตรี คงเครือพันธุ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน </strong><strong>AIS</strong> กล่าวว่า “การออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนในครั้งนี้จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งและช่วยสร้างการเติบโตให้กับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ AIS ภายใต้วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ หรือ<strong> Cognitive Tech-Co</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>Sustainable Nation</strong> ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยบนเศรษฐกิจแบบร่วมกัน หรือ ECOSYSTEM ECONOMY ทั้ง ผู้คน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ในโลกดิจิทัล โดยเฉพาะการมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพ ทั้งโครงข่าย 5G ที่วันนี้ครอบคลุมพื้นที่การให้บริการแล้วกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร โครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เข้าถึงกว่า 13.3 ล้านครัวเรือน ทั่วประเทศ และนวัตกรรมแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยการออกหุ้นกู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการขยายโครงข่าย 5G เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ประชาชนหรือกลุ่มครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล</p>
<p>โดยหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนในครั้งนี้จะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) จำนวน 2 รุ่น อายุ 4 ปี และ 7 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุน กำหนดการชำระดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ทั้งนี้รายละเอียดอัตราดอกเบี้ยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง บริษัทมั่นใจว่าหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ต้องการลงทุนในบริษัทที่มีความมั่นคงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ”</p>
<p>สำหรับการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการให้บริการหลักอยู่ที่ 79,665 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการเติบโตของรายได้การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเติบโตของการใช้ข้อมูลและรายได้ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว ประกอบกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งกว่าร้อยละ 159 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการรับรู้รายได้ TTTBB และการเติบโตไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ร่วมกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ ARPU จากกลยุทธ์ส่งเสริมการขายพ่วงบริการคอนเทนต์ สำหรับรายได้บริการลูกค้าองค์กรและอื่น ๆ เติบโตขึ้นร้อยละ 33 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้รายได้ TTTBB และการเติบโตขึ้นของความต้องการบริการเชื่อมต่อสื่อสารดิจิทัลและคลาวด์ บริษัทมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เติบโตร้อยละ 21 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการรับรู้ผลประกอบการของ TTTBB และการเติบโตของธุรกิจปกติโดยกำไรสุทธิในงวดครึ่งปีแรกของปี 2567 อยู่ที่ 17,028 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก 3BBIF</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-28740 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/Ais-Bond1.jpg" alt="" width="450" height="675" /></p>
<p><strong>นายมนตรี </strong>อธิบายต่อไปอีกถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ AIS ว่า “นอกเหนือจากความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะที่ทำให้เราคงความเป็นผู้นำมาโดยตลอด AIS ยังมีเป้าหมายใหญ่ในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของการขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนและภาคธุรกิจเติบโตได้ใน Digital Economy รวมถึงในมิติของการสร้างสังคมดิจิทัล ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัยให้มีทักษะและเป็นพลเมืองดิจิทัล และมิติสุดท้ายคือ ด้านการยืนหยัดเพื่อสิ่งแวดล้อม ที่วันนี้เรามุ่งลดผลกระทบผ่านการบริหารจัดการ กระบวนการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน ด้วยนวัตกรรม โซลูชั่น รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงลดและรีไซเคิลของเสียจากการดำเนินธุรกิจและส่งเสริมให้คนไทยร่วมกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ทั้งหมดคือเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่เดินหน้า สร้างการเติบโตร่วมกันของคนและสิ่งแวดล้อมในโลกดิจิทัล”</p>
<p>โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมินว่า AIS มีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมีส่วนแบ่งรายได้จากการให้บริการประมาณร้อยละ 48 และเชื่อว่าอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันด้านราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะสนับสนุนรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ และการเติบโตของรายได้ของ AIS</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ คาดว่าเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 8 และ 11 – 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจจองซื้อหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของ AIS สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ และร่างหนังสือชี้ชวนที่ <a href="http://www.sec.or.th" target="_blank" rel="noopener">www.sec.or.th</a> หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ <a href="https://investor-th.ais.co.th/news.html/id/2510115/group/sustainable_finance" target="_blank" rel="noopener">https://investor-th.ais.co.th/news.html/id/2510115/group/sustainable_finance</a> หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 7 แห่ง ได้แก่</p>
<ul>
<li>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Bangkok Bank Mobile Banking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา</li>
<li>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02-888-8888 กด 869 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT เฉพาะผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น)</li>
<li>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572</li>
<li>ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-285-1555</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/ais-prepares-launches-sustainability-bond/">AIS เตรียมออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนครั้งแรกในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ชูอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “AAA(tha)”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
