<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Traceability &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/traceability/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Apr 2026 11:19:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Traceability &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 11:16:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability System Declaration]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Burn]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติ ลุจินตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วัลลภ มานะธัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศปฏิญญา]]></category>
		<category><![CDATA[​ระบบตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรปลอดเผา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41441</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอการค้าไทย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง และผู้ประกอบการรายสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังภายใต้การนำของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ร่วม​ยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้รับซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้ส่งออก โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศปฏิญญาอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เช่น มิตรผล เนสท์เล่ เจียเม้ง–ข้าวหงษ์ทอง ข้าวตราฉัตร เอสแอนด์พี น้ำตาลสระบุรี กรุงเทพโปรดิวส์ และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ ขณะที่ภาควิชาการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/">หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หอการค้าไทย และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของไทย อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) มิตรผล เนสท์เล่ ข้าวหงษ์ทอง และผู้ประกอบการรายสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ผนึกกำลังภายใต้การนำของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย <em><strong>ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217;</strong> </em>ร่วม​ยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตร และใช้เป็นกลไกแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากต้นเหตุอย่างเป็นระบบ</p>
<p><span id="more-41441"></span></p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้รับซื้อวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อย ไปจนถึงผู้แปรรูปและผู้ส่งออก โดยมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงสถาบันการศึกษาและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมประกาศปฏิญญาอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเกษตร เช่น มิตรผล เนสท์เล่ เจียเม้ง–ข้าวหงษ์ทอง ข้าวตราฉัตร เอสแอนด์พี น้ำตาลสระบุรี กรุงเทพโปรดิวส์ และเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์</p>
<p>ขณะที่ภาควิชาการมีสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยแม่โจ้  โดยมีสักขีพยาน ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41443 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/04_ปฎิญญา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมหน่วยงานด้านมาตรฐานและการตรวจสอบ เช่น บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท คอนโทรล ยูเนี่ยน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคมและสมาคมต่าง ๆ อาทิ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง สมาคมทุเรียนไทย และบริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เข้าร่วมเป็นภาคีในครั้งนี้</p>
<p><strong>ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์</strong> ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า​​ ปัญหาฝุ่น PM2.5 มีความเชื่อมโยงกับหลายภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเผาในภาคเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ หอการค้าไทยจึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือของภาคธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากต้นทางของระบบการผลิต ทั้งนี้ การนำระบบ Traceability มาใช้เป็นมาตรฐานร่วม จะช่วยให้วัตถุดิบสามารถตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความรับผิดชอบร่วมกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับความโปร่งใสและมาตรฐานของภาคเกษตรไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากล</p>
<p>สำหรับสาระของปฏิญญา ภาคส่วนที่เข้าร่วมได้แสดงเจตจำนงร่วมกันใน 7 ด้าน ได้แก่</p>
<p>&#8211; การมุ่งสู่การไม่เผา</p>
<p>&#8211; การขับเคลื่อน Traceability ครอบคลุม 100%</p>
<p>&#8211; การส่งเสริมการผลิตอย่างยั่งยืน</p>
<p>&#8211; การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล</p>
<p>&#8211; การสร้างการมีส่วนร่วมตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>&#8211; การเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส</p>
<p>&#8211; การพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41444 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/03_ปฎิญญา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ในส่วนของภาคเอกชน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมข้าว อาหารสัตว์ และน้ำตาล ระบุว่าจะนำระบบ Traceability มาใช้ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงปลายทาง โดยเชื่อมโยงข้อมูลผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การใช้ข้อมูลดาวเทียมในการตรวจจับจุดความร้อน (hotspot) การระบุพิกัดแปลงเพาะปลูก และการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อบันทึกข้อมูลอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้</p>
<p><strong>ดร.วัลลภ มานะธัญญา</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด เจ้าของแบรนด์ข้าวหงษ์ทอง กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจข้าวที่เชื่อมโยงกับตลาดส่งออก ทำให้ความโปร่งใสของแหล่งที่มาเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค บริษัทจึงนำระบบ Traceability มาใช้ในกระบวนการจัดหาและการผลิต เพื่อให้สามารถตรวจสอบที่มาของวัตถุดิบได้อย่างครบถ้วน และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล</p>
<p><strong>คุณฐิติ ลุจินตานนท์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือซีพี โดยบริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส (BKP) วาง<strong> &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217;</strong> เป็นมาตรฐานหลักในการจัดหาวัตถุดิบ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก ผู้รวบรวม ไปจนถึงโรงงาน ผ่านเทคโนโลยีดาวเทียม การตรวจจับจุดความร้อน (hotspot) และบล็อกเชน พร้อมการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อยืนยันว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทุกล็อตต้องตรวจสอบที่มาได้ และไม่เกี่ยวข้องกับการเผาหรือการรุกพื้นที่ป่า ทั้งนี้ บริษัทกำหนดเงื่อนไขไม่รับซื้อวัตถุดิบจากแหล่งที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อใช้กลไกตลาดขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนที่ต้นทาง และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคในระยะยาว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41445 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/07_ปฎิญญา-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ <strong>&#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ&#8230;เกษตรปลอดเผานำไทยสู่ความยั่งยืน&#8217;</strong> โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และหน่วยงานตรวจสอบอิสระ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ Traceability ในเชิงปฏิบัติ ทั้งในด้านเทคโนโลยี การจัดการข้อมูล และกระบวนการตรวจสอบ โดยเน้นการสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านการรับรองจากหน่วยงานอิสระ</p>
<p>ทั้งนี้ การประกาศปฏิญญาในครั้งนี้สะท้อนการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการกำหนดมาตรฐานใหม่ของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรของไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และสำคัญที่สุดคือเพื่อเป็นมาตรการลดการเผาในพื้นที่เกษตรซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเกิดหมอกควันและฝุ่น PM 2.5</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/traceability-system-declaration/">หอการค้าไทยผนึกกำลังภาคเอกชน ประกาศปฏิญญาขับเคลื่อน &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)&#8217; ยกระดับเกษตรปลอดเผา สร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Agri-Tech พลิกโลก! &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พาเจาะลึกทางลัด&#8217;เกษตรอัจฉริยะ&#8217; ในงานวันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/bbl-support-agri-tech-for-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Jan 2026 03:47:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Blockchain]]></category>
		<category><![CDATA[Blockchain Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Food Tech]]></category>
		<category><![CDATA[GPS Land Leveling]]></category>
		<category><![CDATA[Great Connector]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Farming]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainable agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste Agriculture]]></category>
		<category><![CDATA[การเกษตรอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[จารุวรรณ์ ณติณณ์วิรุฬห์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉัตรชัย ดีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[นันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สุวิรุฬห์ชาไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เลมอน มี ฟาร์ม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[วันเกษตรก้าวหน้า 2568]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรกรรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[เกษตรแม่นยำ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ไร่พัฒนศักดิ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39398</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ &#8216;จอบและเสียม&#8217; อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป ท่ามกลางวิกฤตโลกนั้น ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ทั้งภาวะสงคราม สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนแบบสุดขั้ว ทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง และจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งทำให้ต้องเร่งผลิตอาหารให้เพียงพอ เทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ได้กลายเป็น &#8216;ทางรอด&#8217; สำคัญ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จากงานหนักรายได้น้อย สู่ธุรกิจไฮเทคที่สร้างกำไรได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน เมื่อโลกหมุนไวเกษตรไทยต้อง &#8216;ทำถึง&#8216; ส่องเมกะเทรนด์เขย่าวงการเกษตรปี 2568 ในยุคปัจจุบัน วงการเกษตรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความอัจฉริยะแบบก้าวกระโดด ด้วยการเข้ามาของ Agentic AI ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประมวลผลข้อมูล แต่สามารถช่วยตัดสินใจและสั่งการระบบอัตโนมัติในไร่นาได้แบบเรียลไทม์ ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่ยุค Regenerative Agriculture หรือการเกษตรแบบฟื้นฟู ที่มุ่งเน้นการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่หน้าดินและระบบนิเวศ การนำวิทยาศาสตร์เข้ามาผสานกับวิถีธรรมชาติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างมีชั้นเชิง ซึ่งเป็นกุญแจในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะการยกระดับผลผลิตให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานการค้าระดับสากลที่เข้มงวดมากขึ้น ธนาคารกรุงเทพได้รวบรวมเครือข่ายเกษตรกรยุคใหม่มาไว้ใน วันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68 เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมไทย &#8216;ทำถึง&#8217; และก้าวตามเทรนด์โลกเพียงใด พาชม 3 นวัตกรรมไฮไลท์และบทสัมภาษณ์พิเศษจากผู้ได้รับรางวัลเกษตรกรต้นแบบที่คุณไม่ควรพลาด! 1. นวัตกรรม GPS Land Leveling จากรางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น บอกลาการเดาสุ่มด้วยพลังของ &#8216;เกษตรแม่นยำ&#8217; ที่ใช้เซนเซอร์วัดค่าดิน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/bbl-support-agri-tech-for-sustainability/">Agri-Tech พลิกโลก! &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พาเจาะลึกทางลัด&#8217;เกษตรอัจฉริยะ&#8217; ในงานวันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ <strong>&#8216;จอบและเสียม&#8217;</strong> อาจไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป ท่ามกลางวิกฤตโลกนั้น ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับโจทย์ที่ท้าทายกว่าเดิม ทั้งภาวะสงคราม สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนแบบสุดขั้ว ทรัพยากรธรรมชาติที่ลดลง และจำนวนประชากรที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งทำให้ต้องเร่งผลิตอาหารให้เพียงพอ <strong>เทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ได้กลายเป็น &#8216;ทางรอด&#8217; สำคัญ </strong>ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จากงานหนักรายได้น้อย สู่ธุรกิจไฮเทคที่สร้างกำไรได้อย่างแม่นยำและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-39398"></span></p>
<p><strong>เมื่อโลกหมุนไวเกษตรไทยต้อง </strong><strong>&#8216;</strong><strong>ทำถึง</strong><strong>&#8216;</strong><strong> ส่องเมกะเทรนด์เขย่าวงการเกษตรปี 2568</strong></p>
<p>ในยุคปัจจุบัน วงการเกษตรทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความอัจฉริยะแบบก้าวกระโดด ด้วยการเข้ามาของ <strong>Agentic AI</strong> ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ประมวลผลข้อมูล แต่สามารถช่วยตัดสินใจและสั่งการระบบอัตโนมัติในไร่นาได้แบบเรียลไทม์</p>
<p>ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่ยุค <strong>Regenerative Agriculture</strong> หรือการเกษตรแบบฟื้นฟู ที่มุ่งเน้นการคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่หน้าดินและระบบนิเวศ <em><strong>การนำวิทยาศาสตร์เข้ามาผสานกับวิถีธรรมชาติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนของโลกได้อย่างมีชั้นเชิง</strong></em> ซึ่งเป็นกุญแจในการสร้างรายได้ โดยเฉพาะการยกระดับผลผลิตให้เป็นสินค้ามูลค่าสูง ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานการค้าระดับสากลที่เข้มงวดมากขึ้น</p>
<p>ธนาคารกรุงเทพได้รวบรวมเครือข่ายเกษตรกรยุคใหม่มาไว้ใน<strong> วันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68</strong> เพื่อพิสูจน์ว่านวัตกรรมไทย <strong>&#8216;ทำถึง&#8217;</strong> และก้าวตามเทรนด์โลกเพียงใด</p>
<p><strong>พาชม </strong><strong>3</strong><strong> นวัตกรรมไฮไลท์และบทสัมภาษณ์พิเศษจากผู้ได้รับรางวัลเกษตรกรต้นแบบที่คุณไม่ควรพลาด!</strong></p>
<p><strong>1. นวัตกรรม </strong><strong>GPS Land Leveling </strong><strong>จากรางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น</strong></p>
<p>บอกลาการเดาสุ่มด้วยพลังของ <strong>&#8216;เกษตรแม่นยำ&#8217;</strong> ที่ใช้เซนเซอร์วัดค่าดิน น้ำ และอากาศ ผสานกับระบบ <strong>IoT</strong> ( Internet of Things : การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต) ตรวจสภาพไร่นาที่ช่วยให้เกษตรกรรู้ใจพืชได้ในทุกนาที ล้ำไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี <strong>GPS Land Leveling</strong> (การปรับระดับพื้นที่การปลูกพืชหมุนเวียนด้วยระบบ GPS) และระบบ <strong>RTK</strong> (Real-Time Kinematic: เทคโนโลยีการระบุตำแหน่งที่มีความแม่นยำสูง) ที่ช่วยปรับหน้าดินให้เรียบกริบ ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังและประหยัดน้ำได้สูงสุดถึง 40-60% ลดต้นทุนปุ๋ยและยาลงได้ 15–40% พร้อมช่วยเพิ่มผลผลิตให้พุ่งสูงขึ้น 10–30% อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39400 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณนันทิวัฒน์-พัฒนศักดิ์ภิญโญ-เจ้าของไร่พัฒนศักดิ์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณนันทิวัฒน์ พัฒนศักดิ์ภิญโญ เจ้าของไร่พัฒนศักดิ์</strong> ผู้ได้รับรางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 ผู้พลิกโฉมการทำไร่อ้อยแปลงใหญ่กว่า 2,600 ไร่ ในจังหวัดกำแพงเพชร จากเกษตรแบบพึ่งพาฟ้าฝน สู่การเป็นโมเดลเกษตรอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำและพื้นที่อย่างเป็นระบบ จนได้รับ <strong>รางวัลเกษตรกรผู้ใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรดีเด่น </strong></p>
<p><em>&#8220;ในอดีตเราต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่ผันผวน ทั้งแล้งจัดและน้ำท่วมขังทำให้แปลงอ้อยเสียหาย จึงตัดสินใจนำระบบ GPS Land Leveling เข้ามาปรับหน้าดินให้มีความลาดเอียงเหมาะสมตามระดับ GPS ซึ่งช่วยให้ประหยัดน้ำได้ถึง 40% และระบายน้ำได้ดีลดปัญหาโรคพืชจากความชื้นสะสม นอกจากนี้เรายังใช้  <strong>‘เครื่องปลูกอ้อยบิลเลต’</strong> ที่ทำงานได้ถึง 40 ไร่ต่อวัน ทดแทนแรงงานฝีมือที่หายากขึ้น และที่ภูมิใจคือการเปลี่ยนวัสดุเหลือทิ้งให้เป็นรายได้ด้วยการใช้เครื่องกวาดและอัดใบอ้อย นำส่งโรงไฟฟ้าชีวมวลแทนการเผาที่สร้างฝุ่น PM 2.5 วันนี้ไร่พัฒนศักดิ์พิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีช่วยให้เราลดกำลังงานลง แต่กลับได้ผลผลิตที่มั่นคงและยั่งยืนกว่าเดิม&#8221;   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39401 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/BBL02.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>2. นวัตกรรม </strong><strong>Traceability </strong><strong>บน </strong><strong>Blockchain </strong><strong>จากรางวัลผู้บริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น </strong></p>
<p>ยกระดับสินค้าไทยสู่พรีเมียมด้วยการใช้ AI ตรวจคุณภาพและคัดแยกผลผลิตอัตโนมัติ เพื่อให้ได้ใบรับรองมาตรฐานโลกทั้ง GAP และ Organic พร้อมสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดผ่านระบบ <strong>Traceability บน Blockchain</strong> ที่ให้ผู้บริโภคสแกนตรวจสอบที่มาของผลิตภัณฑ์ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การใช้ Smart Packaging ร่วมกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ ช่วยสร้างแต้มต่อในตลาดต่างประเทศและเพิ่มมูลค่าการค้าได้ถึง 20%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39402 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณจารุวรรณ์-ณติณณ์วิรุฬห์-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-สุวิรุฬห์ชาไทย-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจารุวรรณ์ ณติณณ์วิรุฬห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุวิรุฬห์ชาไทย จำกัด</strong> ผู้ได้รับรางวัลบริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น ผู้บุกเบิกไร่ชาอินทรีย์พื้นที่รวมกว่า 1,400 ไร่ และสร้างเครือข่ายเกษตรกร (Contract Farming) อีกกว่า 20,000 ไร่ในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการยกระดับชาไทยสู่มาตรฐานออร์แกนิกสากล (USDA, EU) จนคว้า <strong>รางวัลผู้บริหารห่วงโซ่การผลิตทางการเกษตรดีเด่น</strong></p>
<p><em>&#8220;การนำชาไทยสู่ตลาดโลกต้องเริ่มจากมาตรฐานที่ตรวจสอบได้จริง สุวิรุฬห์ชาไทยจึงยึดหลัก Organic 100% มาตั้งแต่ปี 2537 เราบริหารเครือข่ายเกษตรกรกว่า 1,500 ราย ที่เน้นความเป็นธรรมและดูแลกันเหมือนครอบครัว ในส่วนของโรงงานเราใช้เทคโนโลยีแปรรูปที่ควบคุมด้วยระบบ GMP, CODEX และ HACCP โดยมีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยคอยพัฒนาสูตรชาให้ได้มาตรฐานสากล ปัจจุบันเราส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ และยังนำระบบ <strong>Blockchain Traceability</strong> มาใช้เพื่อให้ลูกค้าสแกนตรวจสอบที่มาได้ทันที นอกจากนี้เรายังใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้ถุงชาใยข้าวโพดย่อยสลายได้ และติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39403 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/BBL03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. นวัตกรรม </strong><strong>Food Tech </strong><strong>จากรางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น</strong></p>
<p>สร้างรายได้แบบทวีคูณผ่านแนวคิด <strong>Zero Waste Agriculture</strong> ที่เน้นการนำผลผลิตมาแปรรูปด้วยนวัตกรรม Food Tech เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงจากวัสดุที่คนเคยมองข้ามให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้การใช้เครื่องจักรต้นทุนต่ำระดับชุมชนผสานเทคโนโลยีถนอมอาหาร สามารถช่วยยืดอายุสินค้าและสร้างรายได้ใหม่ๆ ให้แก่เกษตรกรได้อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/คุณฉัตรชัย-ดีสวัสดิ์-กรรมการผู้จัดการ-บริษัท-เลมอน-มี-ฟาร์ม-จำกัด.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p><strong>คุณฉัตรชัย ดีสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เลมอน มี ฟาร์ม จำกัด</strong> ผู้ได้รับ<strong> รางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น</strong> วิศวกรหนุ่มที่ผันตัวมาสืบทอดสวนมะนาว และพลิกวิกฤตจากน้ำท่วมใหญ่สู่การเป็นอาณาจักรมะนาวครบวงจรในจังหวัดนครปฐม โดดเด่นด้วยการใช้ทุกส่วนของมะนาวสร้างมูลค่าเพิ่มจนได้รับรางวัลเกษตรกรรุ่นใหม่ดีเด่น</p>
<p><em>&#8220;เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 สอนให้รู้ว่าเราทำเกษตรแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว เราจึงนำพื้นฐานวิศวกรรมมาปรับใช้เป็นระบบ <strong>Smart Farming</strong> และยึดแนวคิด Zero Waste มะนาวทุกลูกต้องถูกใช้ประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การทำน้ำมะนาวแช่แข็ง ไปจนถึงเปลือกมะนาวที่นำมาทำเป็นเปลือกมะนาวโรล ซึ่งได้รับความสนใจมาก ปัจจุบันเรามีผลิตภัณฑ์กว่า 50 รายการที่ได้มาตรฐาน HALAL และส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง และจีน นอกจากนี้ฟาร์มของเรายังใช้พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์มากกว่า 90% และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุเหลือมาใช้เอง เพื่อพิสูจน์ว่าเกษตรกรรมคืออาชีพที่มั่นคง มีรายได้ดี และสามารถเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืนของโลกได้&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/BBL04.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ธนาคารกรุงเทพกับบทบาท &#8216;</strong><strong>Great Connector&#8217; </strong><strong>คู่ภาคเกษตรไทย</strong></p>
<p><strong>งานวันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68</strong> คือเครื่องยืนยันว่าเกษตรกรไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ยุค การเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) อย่างเต็มตัว  โดยมี<strong>ธนาคารกรุงเทพเป็น &#8216;</strong><strong>Great Connector&#8217;</strong> ที่คอยสนับสนุนทั้งความรู้ เทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการสร้างเครือข่ายเกษตรกรไทย ผ่านการจัดสัมมนาที่ให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญและการจัดงานวันเกษตรก้าวหน้าที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการภาคเกษตรไทยทั้งรายใหญ่และรายย่อยให้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 81 ปี <strong>ธนาคารกรุงเทพ </strong>ยึดมั่นในเจตนารมณ์การเป็น <strong>&#8216;เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน&#8217;</strong> โดยเริ่มต้นจากการเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกที่ <strong>ริเริ่มให้สินเชื่อเพื่อการเกษตรในปี </strong><strong>2505</strong> ก่อนจะต่อยอดสู่การก่อตั้ง <strong>&#8216;โครงการเกษตรก้าวหน้า&#8217;</strong> ในปี 2542 เพื่อสร้างเครือข่ายห่วงโซ่การผลิตที่เข้มแข็ง และก้าวเข้าสู่ยุคปัจจุบันที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกในฐานะรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชาติอย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/bbl-support-agri-tech-for-sustainability/">Agri-Tech พลิกโลก! &#8216;ธนาคารกรุงเทพ&#8217; พาเจาะลึกทางลัด&#8217;เกษตรอัจฉริยะ&#8217; ในงานวันเกษตรก้าวหน้า &#8217;68</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Oct 2025 08:20:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Produce Merchandising]]></category>
		<category><![CDATA[BKP]]></category>
		<category><![CDATA[Corn Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[CP Group]]></category>
		<category><![CDATA[CPP Fertilizer]]></category>
		<category><![CDATA[GISTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Myanmar C.P. Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability Recommendation Letter]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้าวโพดปลอดการเผา]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพี]]></category>
		<category><![CDATA[เครือเจริญโภคภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย–เมียนมา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37403</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA) และ Control Union จากเนเธอร์แลนด์ จัดพิธีรับรองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีของ &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา&#8216; (Myanmar Corn Traceability System) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และผลักดันการค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มใช้ มาตรการข้าวโพดปลอดการเผา อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569 พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมีหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน GISTDA ของไทย สมาคม MCIA ของเมียนมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการหลักในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ CPP Fertilizer, Bangkok Produce Merchandising (BKP) และ Myanmar C.P. Livestock ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ได้รับมอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/">ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา (MCIA) และ Control Union จากเนเธอร์แลนด์ จัดพิธีรับรองความสำเร็จครบรอบ 1 ปีของ &#8216;<strong>ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมา</strong>&#8216; (Myanmar Corn Traceability System) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และผลักดันการค้าเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มใช้ มาตรการข้าวโพดปลอดการเผา อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2569</p>
<p><span id="more-37403"></span></p>
<p>พิธีดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงย่างกุ้ง โดยมีหน่วยงานสำคัญจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ สำนักงาน GISTDA ของไทย สมาคม MCIA ของเมียนมา และภาคเอกชนผู้ประกอบการหลักในห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่ CPP Fertilizer, Bangkok Produce Merchandising (BKP) และ Myanmar C.P. Livestock ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ได้รับมอบ Traceability Recommendation Letter จาก Control Union เพื่อรับรองผลการดำเนินงานในระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นทางการ</p>
<p><strong>นายมงคล วิศิษฏ์สตัมภ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง</strong> กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็น “ต้นแบบเชิงนโยบาย” ที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฟ้าใสของไทยสู่ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ระบบ Traceability ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐเมียนมา สมาคม MCIA และเครือซีพี ภายใต้เทคโนโลยีดาวเทียมขั้นสูง เช่น Sentinel-2 ของ ESA และ QR Code ตรวจสอบย้อนกลับ โดยมีการรับรองจาก Control Union ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ยืนยันได้ว่าข้าวโพดทุกเมล็ดไม่บุกรุกป่า ไม่ผ่านการเผา และสามารถตรวจสอบต้นทางได้แบบ real-time</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__59834872.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายเอกวัฒน์ ธนประสิทธิ์พัฒนา อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายพาณิชย์</strong> ระบุว่า เมียนมาคือ “คู่ค้ายุทธศาสตร์” ของไทยในการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  การยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับนี้จึงมีความสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาด และสอดคล้องกับแนวโน้มการค้าโลกที่เน้นความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์</strong> ชี้แจงว่า มาตรการนำเข้าข้าวโพดปลอดการเผาของไทยที่จะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2569 แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะปรับตัว และระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยในช่วงแรกสามารถยื่นเอกสาร Self-Declaration หรือใบรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับ ส่วนระยะถัดไปจะต้องมีเอกสารครบถ้วนทั้งใบรับรองจากหน่วยงานรับรอง (CA/CB/VVB), เอกสารนำเข้า และแผนที่แสดงพิกัดแปลงปลูก พร้อมระบบ Post Audit เก็บข้อมูลย้อนหลัง 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบ</p>
<p>อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือจากประเทศผู้ส่งออก โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยงานรับรองภาครัฐ และการเตรียมข้อมูลการเพาะปลูกของเกษตรกรจะทำให้มาตรการนี้มีความน่าเชื่อถือและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมยกย่องบทบาทของเครือซีพีและสมาคม MCIA ที่พัฒนาระบบนี้ร่วมกันจนกลายเป็นต้นแบบความยั่งยืนในระดับภูมิภาค</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/S__59834874.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายอู เอ ชาน อ่อง ประธาน สมาคมผู้ประกอบการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมียนมา หรือ </strong><strong>MCIA</strong> เปิดเผยว่า สมาคมได้พัฒนาและนำระบบ Traceability มาใช้ตั้งแต่ปี 2023 โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain, ภาพถ่ายดาวเทียม และระบบตรวจจับความร้อน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากผู้ซื้อ ผู้ผลิต และเกษตรกรเข้าด้วยกันอย่างโปร่งใส เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเดินหน้าผลักดันให้รัฐเมียนมาเข้ามาร่วมรับรองระบบในอนาคต</p>
<p><strong>นายฐิติ ลุจินตนานนท์</strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong>  เปิดเผยว่า ความร่วมมือไทย–เมียนมา สู่ห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืนในครั้งนี้ โดยใช้ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ” ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองประเทศจะแสดงศักยภาพในการยกระดับมาตรฐานการค้า สร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ และร่วมกันลดปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น หมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งเครือซีพีมีนโยบายชัดเจนไม่รับซื้อข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่า หรือพื้นที่ที่เกิดจากการเผาแปลง จึงได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าระบบตรวจสอบย้อนกลับ โดยเชื่อมั่นว่าระบบนี้คือเครื่องมือสำคัญที่จะแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงด้วยความโปร่งใส  ระบบ Traceability ช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ครอบคลุมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงปลายทางโรงงานอาหารสัตว์ โดยปีที่ผ่านมา CP ร่วมกับ MCIA และคู่ค้ากว่า 100 ราย ขับเคลื่อนระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับ พ.ร.บ.อากาศสะอาด และนโยบาย Zero Burn ของไทยในปี 2569</p>
<p><strong>นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย </strong><strong>ประธานคณะผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจพืชครบวงจร </strong><strong>เขตเมียนมา</strong> เผยว่า การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับในปีที่ผ่านมา ช่วยลดจุดความร้อนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดลงเกือบครึ่ง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบในการควบคุมการเผาและป้องกันการบุกรุกป่า  ระบบตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นเครื่องมือเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกยอมรับ และสำหรับในเมียนได้รับการทวนสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ถือเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ ‘ฟ้าใส’ ของรัฐบาลไทย ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างไทย เมียนมา และลาว</p>
<p><strong>นายจอมกิตติ ศิริกุล </strong><strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์</strong><strong> </strong><strong>หรือ ซีพี</strong> กล่าวว่า ซีพีผลักดันและดำเนินการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดหาวัตถุดิบให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยั่งยืน เริ่มต้นในไทยตั้งแต่ปี 2559 และขยายสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาในปัจจุบัน เป็นไปตามวิสัยทัศน์และนโยบายจากนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารของเครือฯ ขับเคลื่อนนโยบาย “ไม่รับซื้อ-ไม่นำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่าหรือมีการเผา โครงการนี้คือผลลัพธ์ของ “ความเชื่อมั่นและความร่วมมือ” ระหว่างภาคี 3 ฝ่าย ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการหยุดการเผาและผลักดันสู่ห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Mynmar-Corn2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Mr. Stephan Moreels </strong><strong>กรรมการผู้จัดการ </strong><strong>Control Union </strong><strong>ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ระบบตรวจสอบย้อนกลับคือเครื่องมือสำคัญในการตอบโจทย์ตลาดโลกทั้งด้านความปลอดภัยอาหาร ความยั่งยืน และแหล่งที่มาไร้การตัดไม้ โดย Third-Party Verification คือหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นตลอดห่วงโซ่อุปทาน ลดความเสี่ยงจากข้อมูลเท็จ และเปิดทางสู่ตลาดคุณภาพสูง</p>
<p><strong>ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผอ. </strong><strong>GISTDA</strong> กล่าวถึงบทบาทของเทคโนโลยีดาวเทียมในการตรวจจับจุดความร้อน โดย GISTDA ใช้ดาวเทียมหลากหลาย เช่น VIIRS และ MODIS เพื่อช่วยติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และพัฒนาแพลตฟอร์มคุณภาพอากาศระดับภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสู่ท้องฟ้าอาเซียนปลอดฝุ่น</p>
<p>ความสำเร็จของโครงการตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเมียนมาในวันนี้ คือผลลัพธ์ของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่แท้จริง ที่เชื่อมโยงนโยบาย ความมุ่งมั่น และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพื่อวางรากฐานของ “ห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่น” ที่โปร่งใส ยั่งยืน และมีความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ไม่เพียงตอบโจทย์ประเทศไทย แต่พร้อมต่อยอดสู่ภูมิภาคอาเซียนและตลาดโลกได้อย่างมั่นคง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/myanmar-corn-traceability-system/">ไทย–เมียนมา ประกาศความสำเร็จ 1 ปี &#8216;ระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&#8217; เดินหน้าสู่มาตรการปลอดการเผา เริ่ม 1 ม.ค. 2569 สอดรับยุทธศาสตร์ฟ้าใส สร้างห่วงโซ่อาหารปลอดฝุ่นระดับภูมิภาค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทรนด์ &#8216;Biodiversity&#8217; มาแรง อีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจและปรับตัว คาด​กระทบมูลค่าส่งออกกลุ่ม​เกษตรและอาหารกว่า 6 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/biodiversity-is-trend-to-watch/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2025 11:06:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[COP15]]></category>
		<category><![CDATA[Economics]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Export]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[World Economic Forum]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กฤชนนท์ จินดาวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปราโมทย์ วัฒนานุสาร]]></category>
		<category><![CDATA[​ระบบตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34216</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) กำลังเป็นมาตรฐานใหม่                          ด้าน ESG ที่ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มบังคับใช้มากขึ้น โดยคาดว่า​จะส่งกระทบผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหภาพยุโรปรวมกันกว่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมแนะผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งปรับตัวสู่มาตรฐาน Biodiversity อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า Biodiversity กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้น โดยข้อมูลของ World Economic Forum ประเมินว่า การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 44 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวครึ่งหนึ่งของ GDP โลก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างธรรมชาติกับเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500 มีแนวโน้มขยายพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจัง มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะการลดการปล่อยคาร์บอน “ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น เสือหรือหมีขั้วโลก แต่ครอบคลุมทั้งความหลากหลายในระดับพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/biodiversity-is-trend-to-watch/">เทรนด์ &#8216;Biodiversity&#8217; มาแรง อีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจและปรับตัว คาด​กระทบมูลค่าส่งออกกลุ่ม​เกษตรและอาหารกว่า 6 หมื่นล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS</strong> ชี้ ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) กำลังเป็นมาตรฐานใหม่                          ด้าน ESG ที่ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มบังคับใช้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-34216"></span></p>
<p>โดยคาดว่า​จะส่งกระทบผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและอาหารสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าส่งออกไปสหภาพยุโรปรวมกันกว่า 6 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมแนะผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งปรับตัวสู่มาตรฐาน Biodiversity อย่างจริงจัง โดยเริ่มจากเลือกวัตถุดิบจากแหล่งยั่งยืน มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34219 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Pic-2.jpg" alt="" width="856" height="720" /></p>
<p><strong>ดร.สุปรีย์ ศรีสำราญ </strong>ผู้อำนวยการฝ่าย ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า Biodiversity กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้น โดยข้อมูลของ <strong>World Economic Forum</strong> ประเมินว่า <strong><em>การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 44 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราวครึ่งหนึ่งของ GDP โลก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างธรรมชาติกับเศรษฐกิจ </em></strong></p>
<p>ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500 มีแนวโน้มขยายพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างจริงจัง มากกว่าการมุ่งเน้นเฉพาะการลดการปล่อยคาร์บอน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34221 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Biodiversity-Trending-.jpg" alt="" width="1586" height="1330" /></p>
<p><em>“ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้หมายถึงแค่การอนุรักษ์สัตว์ป่า เช่น เสือหรือหมีขั้วโลก แต่ครอบคลุมทั้งความหลากหลายในระดับพันธุกรรม ชนิดพันธุ์ และระบบนิเวศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสมดุลของธรรมชาติ และประเด็นนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญในเวทีโลก โดยเฉพาะหลังการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (COP15) ในปี 2565 ที่มีการตั้งเป้าหมายในการปกป้องพื้นที่ธรรมชาติไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ทั้งหมดภายในปี 2573 ความตกลงดังกล่าวสะท้อนความจริงจังของนานาชาติ และเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจต้องตระหนักว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ แต่จะเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและความเสี่ยง”</em></p>
<p><strong>คุณปราโมทย์ วัฒนานุสาร</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารไทยเผชิญความเปราะบางจากประเด็น Biodiversity ทั้งจากผู้บริโภคที่ตระหนักเรื่อง Biodiversity มากขึ้น ขณะที่มาตรการทางการค้า และการเปิดข้อมูลก็เข้มงวดขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-34218 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Pic-5.jpg" alt="" width="856" height="720" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนจากหน่วยงานในไทย ซึ่งรวมไปถึงมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy) ระยะที่ 2 ของภาคเกษตรก็มีแนวปฎิบัติที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Biodiversity ด้วย ตลอดจนปัญหาสงครามการค้า ที่อาจผลักดันให้ไทยต้องเปิดตลาดสินค้าเกษตรมากขึ้น เสี่ยงต่อการนำเข้าวัตถุดิบสินค้าเกษตรจากแหล่งที่มีการแผ้วถางป่า ซึ่งหากไทยนำวัตถุดิบเหล่านี้ไปแปรรูปและส่งออก อาจเสี่ยงต่อการถูกระงับการนำเข้าจากคู่ค้า กระทบความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก</p>
<p><em>“ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงและจำเป็นต้องเร่งปรับตัวสู่ Biodiversity ก่อน ได้แก่ ผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารสัตว์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มักถูกจับตาในเรื่องกฎระเบียบและมาตรการการค้าระหว่างประเทศใหม่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับ Biodiversity ตลอดห่วงโซ่การผลิต และยังเป็นกลุ่มสินค้าที่พึ่งพาตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับ Biodiversity อย่างเข้มข้น โดยสินค้าในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น มีมูลค่าการส่งออกไปสหภาพยุโรปรวมกันถึง 6 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 7% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารรวมของไทย ซึ่งอยู่ที่กว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34220 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Infographic-Krungthai-Compass-Biodiversity.jpg" alt="" width="1280" height="720" /></p>
<p><strong>คุณกฤชนนท์ จินดาวงศ์</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารควรเริ่มปรับตัวจากการเลือกวัตถุดิบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับว่ามาจากแหล่งที่ไม่ทำลายป่าและระบบนิเวศ และการเร่งทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานและกฎระเบียบด้าน Biodiversity ที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงสร้างความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem ซึ่งจะช่วยรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกและตอบสนองความต้องการของคู่ค้าและผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><em> “ผู้ประกอบการควรต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อสร้างความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการรับรองจากมาตรฐานด้าน Biodiversity และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ (Taskforce on Nature-Related Financial Disclosures: TNFD) รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือใน Ecosystem โดยพัฒนาโครงการด้าน Biodiversity เช่น เกษตรกรรมเชิงนิเวศ ที่สนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาใช้ระบบเกษตรผสมผสาน ลดสารเคมี รวมถึงร่วมมือกับองค์กรวิจัยเพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์พื้นถิ่น”</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/biodiversity-is-trend-to-watch/">เทรนด์ &#8216;Biodiversity&#8217; มาแรง อีกหนึ่งมาตรฐานใหม่ที่ต้องทำความเข้าใจและปรับตัว คาด​กระทบมูลค่าส่งออกกลุ่ม​เกษตรและอาหารกว่า 6 หมื่นล้านบาท</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2025 12:30:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[Green washing]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Responsible Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency]]></category>
		<category><![CDATA[Transparency & Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟอกเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[รีเสิร์ช]]></category>
		<category><![CDATA[โปร่งใส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32308</guid>

					<description><![CDATA[<p>Grand View Research ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน โดย ‘ความโปร่งใส​’ (Transparency) หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้ ส่วน ‘การตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Grand View Research</strong> ระบุว่า บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญในการเพิ่มศักยภาพด้านความโปร่งใส (Transparency) และการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ภายในในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span id="more-32308"></span></p>
<p>ทั้งนี้ เพื่อ​​สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและรับรองแนวทางการจัดหา รวมทั้งการผลิต และการดำเนินการเพื่อ​ให้ทั้งห่วงโซ่ถูกต้องตามกรอบจริยธรรมและความยั่งยืน</p>
<p>โดย <strong>‘ความโปร่งใส​’ (</strong><strong>Transparency</strong><strong>)</strong> หมายถึง กระบวนการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดขององค์กรธุรกิจ ​และ Stakeholders  เพื่อเข้าใจกระบวนการผลิต และจัดจำหน่ายสินค้า รวมไปถึงสถานที่ในการผลิต การเคารพกฎหมายแรงงาน Journey ตั้งแต่การผลิตจนสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อ​สร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อมีส่วนช่วย​​ตัดสินใจที่จะสนับสนุนธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือองค์กรต่างๆ  ทั้งนักลงทุน พนักงาน ลูกค้า รวมทั้งชุมชนที่จะยอมรับให้ธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่ร่วมกันได้</p>
<p>ส่วน <strong>‘</strong><strong>การตรวจสอบย้อนกลับ</strong><strong>’ </strong><strong>(</strong><strong>Traceability</strong><strong>)</strong> มีความสำคัญไม่ต่างกับความโปร่งใส แต่มีบทบาทในฐานะผู้ติดตามการไหลของสินค้าหรือวัตถุดิบได้ตลอดทั้งห่วงโซ่​​ รวมทั้งการตรวจสอบคำกล่าวอ้างของผู้ผลิต โดยเฉพาะประเด็นด้านความยั่งยืน เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามกรอบของมาตรฐานทั้งด้านจริยธรรม สังคม และสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน เพราะระบบการตรวจสอบย้อนกลับจะ​สามารถทราบถึงที่มา องค์ประกอบ และเส้นทางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นกำเนิดวัตถุดิบ  ภายใต้การพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น IoT , RFID หรือบล็อกเชน ที่สามารถรวบรวม บันทึก และตรวจสอบในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นอีกหนึ่งมาตรการเฝ้าระวังความเสี่ย​งการผลิตที่ไม่เป็นไปตามกรอบของมาตรฐานด้านความยั่งยืน</p>
<p>ขณะที่การขับเคลื่อนในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจให้ความสำคัญ หรือสามารถรายงาน <strong>Transparency &amp; Traceability </strong>ภายในห่วงโซ่ธุรกิจของตัวเองได้ มาจากแรงผลักดันใน 2 ส่วน คือ</p>
<p><strong>1. แรงผลักดันจาก​ผู้บริโภค </strong><strong>:</strong> โดยเฉพาะหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกธุรกิจอย่าง กลุ่มบรรจุภัณฑ์ หรือ CPG (​consumer packaged goods ) เนื่องจากเป็นหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยพบว่า ผู้บริโภคราว 60% มีแนวโน้มที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนมากกว่า แม้ว่าจะราคาแพงกว่าก็ตาม ส่งผลให้ธุรกิจพยายามพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความยั่งยืนหรือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งสามารถนำไปรีไซเคิล หรือย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยตามธรรมชาติได้ หรือเป็นวัสดุยั่งยืนที่ลดการปลดปล่อยคาร์บอน ​ซึ่งจำเป็นต้องสามารถรับรองหรือพิสูจน์คำกล่างอ้างเหล่านั้น ด้วยการมี Transparency &amp; Traceability เพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าเป็นการ <strong>‘ฟอกเขียว’ (Green Washing)</strong> และทำให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าได้สนับสนุนสินค้าที่มีความยั่งยืนและมีผลดีต่อโลกมากกว่า</p>
<p><strong>2. แรงผลักดันจากอุตสาหกรรม</strong> : เพื่อเตรียมพร้อมรับกฎระเบียบที่ถูกยกระดับเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากรัฐบาลทั่วโลกที่เริ่มกำหนดให้ธุรกิจต้องสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานในธุรกิจของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงในระดับประเทศ ​​ภูมิภาค หรือระดับโลก เพื่อให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานปฏิบัติตามจริยธรรม รวมทั้งลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การทำให้ซัพลายเชนมีความโปร่งใส และตรวจสอบได้จึงเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของธุรกิจทั่วโลก ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์และคู่ค้าในธุรกิจ เพื่อสามารถรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ถึงการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานอย่างเคร่งครัด</p>
<p>การให้ความสำคัญต่อ Transparency &amp; Traceability ยังสร้างความแข็งแกร่ง​ให้ธุรกิจใน 4 มิติ​ ต่อไปนี้</p>
<p>1. ความร่วมมือ​​และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น : ได้รับความร่วมมือซัพพลายเออร์ภายในห่วงโซ่ ในการรายงานและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการผลิต หรือระหว่างการจัดซื้อ และสร้างความร่วมมือในการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ​คุณภาพ และการจัดหา รวมไปถึงการพัฒนาหรือ​ฝึกอบรมด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนด</p>
<p>2. เพิ่มความภักดีต่อแบรนด์ : ผล​สำรวจในปี 2020 ของบริษัทด้านการสื่อสาร &#8216;Zeno&#8217; ​ ระบุว่า ผู้บริโภคมีแนวโน้มไว้วางใจธุรกิจที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน และเปิดเผยเงื่อนไขการทำงานของซัพพลายเออร์ เพิ่มมากขึ้นถึง 4 เท่า รวมทั้ง​​มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าเป็นครั้งแรกจากบริษัทที่พวกเขาคิดว่ามีจริยธรรมและยั่งยืนมากกว่าบริษัทอื่นๆ อีกด้วย</p>
<p>3. เพิ่มความสามารถในการจัดการความเสี่ยงและความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน : ​ธุรกิจ​สามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และทุกชิ้นส่วน​ผลิตภัณฑ์ได้ในทุกขั้นตอนการผลิต การจัดเก็บ หรือแม้แต่ในระหว่างการขนส่ง กรณีที่มีปัญหาสามารถตรวจสอบ และแบ่งปันข้อมูล ไปจนถึงการนำไปใช้แก้ปัญหาติดขัดหรือคอขวดในระหว่างการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า รวมทั้งการบริหารจัดการภายในธุรกิจให้ดีขึ้นได้​</p>
<p>4. เคารพต่อข้อกฎหมายสากล : ธุรกิจที่มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบภายในห่วงโซ่ได้อย่างเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเครือข่ายธุรกิจกระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งมีหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศที่แตกต่างกันไป จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ​บริหารจัดการหรือการใช้ข้อมูลต่างๆ ที่มีความจำเป็นได้อย่าง​สะดวกมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/essence-of-supply-chain-transparency-and-traceability/">เข้าใจ 2T ในซัพพลายเชน เมื่อห่วงโซ่ต้อง ‘โปร่งใส’ (Transparency) และ ‘ตรวจสอบย้อนกลับ’ (Traceability) ​ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 12:19:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BBFAW]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Sourcing]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจกสูง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเกษตรและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปศุสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคเกษคร]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรฐานการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[วัตถุดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิภาพสัตว์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่การผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันทร์ สู่ประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เงื่อนไขทางการค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29346</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Sustainable Sourcing ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน “Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS</strong> ชี้ ประเทศคู่ค้าของประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ <strong>Sustainable Sourcing</strong> ที่เข้มงวดขึ้น แนะผู้ประกอบการ 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีมูลค่าส่งออกรวมกันกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เร่งดำเนินการเรื่อง Sustainable Sourcing อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งเป้าหมาย Sustainable Sourcing และจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัล</p>
<p><span id="more-29346"></span></p>
<p><strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 25% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศไทย โดยเฉพาะกิจกรรมต้นน้ำ เช่น การเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 70% ของห่วงโซ่การผลิตทั้งหมดในภาคเกษตรและอาหาร</p>
<p>ทำให้ประเทศคู่ค้ามีแนวโน้มที่จะบังคับใช้มาตรฐานและกฎระเบียบในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคทางการค้าสำหรับผู้ส่งออกไทยในกลุ่มผู้ประกอบการกลางน้ำและปลายน้ำที่ใช้วัตถุดิบในการผลิตจากสินค้าเกษตรได้หากปรับตัวไม่ทัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29349 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/High-Emission.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>“Sustainable Sourcing เป็นแนวทางการจัดหาวัตถุดิบที่ยั่งยืนซึ่งครอบคลุมในหลายมิติตั้งแต่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่า ไปจนถึงการให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพแรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทยที่ต้องพึ่งการส่งออกต่อผลผลิตรวมในประเทศมากกว่า 70%  ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคเกษตรและอาหารไทยเป็น SMEs มากกว่า 80% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมด จึงอาจไม่พร้อมในการเผชิญมาตรฐานการค้าที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งปัจจุบันมีมาตรฐานสากลด้านการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืนที่แตกต่างกันไปในแต่ละสินค้า อาทิ มาตรฐานการจัดการสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมอาหาร (BBFAW) สำหรับกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป มาตรฐานการผลิตน้ำตาลอย่างยั่งยืน (Bonsucro) สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก มาตรฐานการประมงที่ยั่งยืน (MSC) หรือมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน (ASC)  สำหรับกลุ่มอาหารทะแลแปรรูป ”</p>
<p><strong>คุณอภินันทร์ สู่ประเสริฐ</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า การยกระดับการจัดหาวัตถุดิบไปสู่ Sustainable Sourcing โดยเฉพาะในมิติการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญจะเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ภาคเกษตรและอาหารไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้และช่วยลดแรงกดดันจากมาตรการของคู่ค้า นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดหาแหล่งวัตถุดิบอย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้ประกอบอาหารรายใหญ่ทั้งของโลกและไทยต่างมีการตื่นตัวในเรื่องการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนแล้ว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29350 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-CU.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p><em>“ผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำที่ควรเร่งปรับตัวสู่ Sustainable Sourcing ก่อน ได้แก่ ผู้ประกอบการสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูป อาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ขนมหวาน ลูกอม ลูกกวาด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกต่อผลผลิตรวม และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการจัดหาวัตถุดิบอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่มเกษตรและอาหารกลางน้ำและปลายน้ำอื่นๆ โดยสินค้าในกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้น มีมูลค่าการส่งออกรวมกันถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นราว 20% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ซึ่งอยู่ที่กว่า 1 ล้านล้านบาทต่อปี”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Demand-Brand-.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>คุณปราโมทย์ วัฒนานุสาร</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS กล่าวเสริมว่า ธุรกิจเกษตรและอาหารควรเริ่มตั้งเป้าหมายในด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเร่งจัดเก็บข้อมูลห่วงโซ่การผลิตในรูปแบบดิจิทัลเพื่อช่วยให้การตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรและอาหารทำได้ง่ายขึ้น  รวมถึงสร้างความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem นอกจากนี้ ภาครัฐจะต้องเป็นแกนหลักในการยกระดับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเกษตรและอาหารไทยสามารถยกระดับไปสู่การผลิตสีเขียวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>“ผู้ประกอบการควรต้องทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรฐานและการรับรองด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืนอย่างจริงจัง  อีกทั้งเริ่มประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ได้แก่ การใช้ IoT  และ Blockchain ในการเก็บข้อมูลแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เพื่อให้การตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบทำได้อย่างโปร่งใส รวมถึงสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีด้านการตรวจสอบย้อนกลับอาหาร รวมไปถึงหน่วยงานที่ให้คำปรึกษาด้านมาตรฐานอาหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน เช่น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สถาบันอาหาร เป็นต้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29352 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/Key-to-Success.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/krungthai-compass-sustainable-sourcing-report/">กรุงไทยชี้เทรนด์ Sustainable Sourcing มาแรง กระทบมูลค่าส่งออกเกษตรและอาหารกว่า 2 แสนล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ENVICCO โชว์เทคโนโลยีขั้นสูง ผลิต PCR PET พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ InnoEco ปลอดภัยระดับ Food Grade</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/envicco-show-advance-technology-in-pcr-pet-manufacturing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 12:37:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ALPLA]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ENVICCO]]></category>
		<category><![CDATA[Food Grade]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC YOUเทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[InnoEco]]></category>
		<category><![CDATA[InnoEco PCR HDPE]]></category>
		<category><![CDATA[InnoEco PCR PET]]></category>
		<category><![CDATA[PCR]]></category>
		<category><![CDATA[Post-Consumer Recycled Resin]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพสูง]]></category>
		<category><![CDATA[​ระบบตรวจสอบย้อนกลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการผลิต]]></category>
		<category><![CDATA[เม็ดพลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22523</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น​แล้ว ว่าวันนี้เราสามารถนำพลาสติกใช้แล้วมาผ่านกระบวนการและผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล PCR หรื​อ Post-Consumer Recycled Resin โดยสามารถ​นำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสอาหารได้ โดย ENVICCO โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือของ 2 ผู้นำ อย่าง GC ผู้นำกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล ที่ได้ร่วมลงทุนกับ ALPLA ผู้นำระดับโลกในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ได้รับการรับรองจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) ​โดยไม่มีข้อจำกัดด้านความหนาของบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งจากอีกหลายหน่วยงานระดับโลก ทั้งองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA)  ในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล PCR PET ภายใต้แบรนด์ InnoEco ​ที่สามารถ​สัมผัสอาหารได้ สำหรับพลาสติกรีไซเคิลที่ปัจจุบันผู้บริโภคเปิดใจใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่นเดียวกับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลกที่มีการใช้อย่างแพร่หลายแล้วเช่นกัน เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่ตกเทรนด์ และผู้บริโภคก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน​สู่การเกิดวงจร​ Circular Economy ได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นใจ​ ทาง ENVICCO จึงได้เปิดกระบวนการ​​ภายในโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล มาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องได้เห็น เพื่อช่วยตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพระดับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/envicco-show-advance-technology-in-pcr-pet-manufacturing/">ENVICCO โชว์เทคโนโลยีขั้นสูง ผลิต PCR PET พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ InnoEco ปลอดภัยระดับ Food Grade</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น​แล้ว ว่าวันนี้เราสามารถนำ<strong>พลาสติกใช้แล้วมาผ่านกระบวนการและผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</strong> <strong>PCR </strong>หรื​อ <strong>Post-Consumer Recycled Resin</strong> โดยสามารถ​นำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สัมผัสอาหารได้</p>
<p><span id="more-22523"></span></p>
<p>โดย ENVICCO โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้ความร่วมมือของ 2 ผู้นำ อย่าง GC ผู้นำกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล ที่ได้ร่วมลงทุนกับ ALPLA ผู้นำระดับโลกในธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกและพลาสติกรีไซเคิล เป็นผู้ประกอบการรายแรกที่ได้รับการรับรองจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข (อย.) ​โดยไม่มีข้อจำกัดด้านความหนาของบรรจุภัณฑ์</p>
<p>รวมทั้งจากอีกหลายหน่วยงานระดับโลก ทั้งองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) รวมถึงหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority : EFSA)  ในการผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล PCR PET ภายใต้แบรนด์ <strong>InnoEco </strong>​ที่สามารถ​สัมผัสอาหารได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22525 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/GC-Pic_ENVICCO_1-resize.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับพลาสติกรีไซเคิลที่ปัจจุบันผู้บริโภคเปิดใจใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่นเดียวกับแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มระดับโลกที่มีการใช้อย่างแพร่หลายแล้วเช่นกัน เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่คนไทยอย่างเราๆ ก็ไม่ตกเทรนด์ และผู้บริโภคก็เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อน​สู่การเกิดวงจร​ Circular Economy ได้อย่างสมบูรณ์</p>
<p>เพื่อสร้างความมั่นใจ​ ทาง ENVICCO จึงได้เปิดกระบวนการ​​ภายในโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิล มาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ให้กับพันธมิตรทางธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องได้เห็น เพื่อช่วยตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพระดับ Food Grade ของเม็ดพลาสติก <strong>InnoEco PCR PET </strong>ที่มีคุณสมบัติและมีความปลอดภัยไม่ต่างจากเม็ดพลาสติกใหม่ เป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่สนับสนุน​การรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้มาก​ขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบที่นำมาผลิตเป็นพลาสติก PCR ได้ ​จะเป็นพลาสติกใช้แล้วที่มาจากครัวเรือนในประเทศไทยทั้ง 100%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22526 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/GC-Pic_ENVICCO_3-Resize.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กว่าจะมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล</strong></p>
<p>GC ร่วมกับ ENVICCO สร้างศูนย์บริหารจัดการขยะรีไซเคิลขึ้นในหลายจังหวัด เพื่อส่งเสริม​พฤติกรรมการแยกขยะอย่างถูกวิธี  รวมถึงสร้างระบบการบริหารจัดการขยะของชุมชนให้ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระยอง นครปฐม และจังหวัดอื่นๆ ​พร้อมทั้งนำแพลตฟอร์ม <strong>‘GC YOU</strong><strong>เทิร์น</strong><strong>’</strong> ​เข้ามาช่วยจัดการ ตั้งแต่วิธีการคัดแยก การจัดเก็บ การขนส่ง เพื่อส่งต่อให้​โรงงาน ENVICCO ไป​คัดแยกและทำความสะอาด ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลภายใต้เทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก จนกลายเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ทำให้สามารถตรวจสอบกลับไปถึงแหล่งที่มาของพลาสติกใช้แล้ว (Traceability) ที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต ว่าถูกเก็บรวบรวมมาจากบริเวณใดในประเทศไทย เพื่อเป็นเครื่อง​​ยืนยันได้ว่าเม็ดพลาสติกของ ENVICCO เป็นเม็ดพลาสติก PCR 100%</p>
<p><strong>5 ข้อดีของการใช้พลาสติกรีไซเคิล PCR PET ภายใต้แบรนด์ InnoEco ทำให้ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากทั้ง อ.ย. ไทย สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป</strong></p>
<p>&#8211; คุณภาพสูง สีสม่ำเสมอ แข็งแรง 100% ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจากยุโรป</p>
<p>&#8211; สะอาด ปลอดภัย ไร้สิ่งเจือปน ใช้สัมผัสอาหารและเครื่องดื่มได้ โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องความหนาของบรรจุภัณฑ์</p>
<p>&#8211; สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้</p>
<p>&#8211; ใช้ทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy)</p>
<p>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต</p>
<p>สำหรับพลาสติก PCR ของ ENVICCO ในปัจจุบัน สามารถผลิตได้ 2 ประเภทคือ เม็ดพลาสติก<strong> InnoEco PCR PET</strong> เกรดสัมผัสอาหาร ที่ผ่านกระบวนการคัดแยก และทำความสะอาดด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านกระบวนการอัดรีด กำจัดสิ่งเจือปน และกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ จนได้เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพระดับ Food Grade ไร้สารเจือปน สามารถนำไปขึ้นรูปเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหารได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22527 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/GC-Pic_ENVICCO_4-Resize.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สีของพลาสติก InnoEco PCR PET ​อาจจะเข้มขึ้นเล็กน้อย เพราะผ่านความร้อนในการฆ่าเชื้อ แต่ยังคงใสสะอาดเมื่อเทียบกับเม็ดพลาสติก PCR ทั่วไปในตลาด รวมทั้งเงื่อนไขในการคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อมาใช้ในการผลิตที่คำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22528 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/GC-Pic_ENVICCO_5-Resize.jpg" alt="" width="707" height="725" /></p>
<p>สำหรับพลาสติก PCR อีกประเภท คือ เม็ดพลาสติก <strong>InnoEco PCR HDPE</strong> เกรดสำหรับบรรจุภัณฑ์ ที่ผ่านกระบวนการคัดแยกและล้างด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านกระบวนการอัดรีด และกระบวนการกำจัดกลิ่น จนออกมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่มีสีสม่ำเสมอและไม่มีกลิ่น สามารถนำไปหลอมขึ้นรูปเป็นขวดบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว และผลิตภัณฑ์ของใช้ภายในบ้าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22529 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/GC-Pic_ENVICCO_6-Resize.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจและผู้เกี่ยวข้องได้เห็นกระบวนการในการผลิตพลาสติก PCR ของ InnoEco นอกจากช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้มากขึ้นแล้ว ​ยังสามารถสะท้อนการขับเคลื่อนของ​ ENVICCO ได้เป็นอย่างดี ในฐานะผู้สนับสนุนแนวทาง Circular Economy ที่มุ่งให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะผลิตจากพลาสติกใช้แล้ว โดย ENVICCO มี​กำลังการผลิตที่ 45,000 ตัน/ปี แบ่งเป็นเม็ดพลาสติก InnoEco PCR PET จำนวน 30,000 ตัน/ปี และเม็ดพลาสติก InnoEco PCR HDPE จำนวน 15,000 ตัน/ปี เท่ากับช่วยลดขยะพลาสติกให้ประเทศไทยลงได้มากกว่า 60,000 ตัน/ปี รวมทั้งลดก๊าซเรือนกระจกได้ 75,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเทียบเท่าการปลูกป่าประมาณ 78,000 ไร่ หรือ ปลูกต้นไม้ใหญ่กว่า 8.32 ล้านต้นเลยทีเดียว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/envicco-show-advance-technology-in-pcr-pet-manufacturing/">ENVICCO โชว์เทคโนโลยีขั้นสูง ผลิต PCR PET พลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ InnoEco ปลอดภัยระดับ Food Grade</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2022 07:17:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Agriculture Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Asian Technology Excellence Awards]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS- AgriTech]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS-Trace]]></category>
		<category><![CDATA[AXONS-VRegist]]></category>
		<category><![CDATA[Data]]></category>
		<category><![CDATA[Traceability]]></category>
		<category><![CDATA[Visitor Registration]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ครัวโลก]]></category>
		<category><![CDATA[สรรเสริญ สมัยสุต]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่อุปทาน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แอ๊กซอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14424</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอ๊กซอน (AXONS) สร้างปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agri Tech) คว้า 3 รางวัลชนะเลิศจากเวทีระดับภูมิภาค “Asian Technology Excellence Awards 2022” ครอบคลุมเทคโนโลยี Mobile ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture) เทคโนโลยี Enterprise Software สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Conglomerates) และเทคโนโลยี Blockchain สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารของไทยประสบความสำเร็จ ก้าวสู่การเป็น“ครัวของโลก” ได้อย่างยั่งยืน นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ถือเป็น Agri Tech Company ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารหลายแห่ง อาทิ “ซีพีเอฟ” ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตที่ใหญ่และยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “การได้รับรางวัล Asian Technology Excellence Awards ถึง 3 รางวัลในครั้งนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/">“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แอ๊กซอน (AXONS) สร้างปรากฏการณ์ด้านเทคโนโลยีเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร (Agri Tech) คว้า 3 รางวัลชนะเลิศจากเวทีระดับภูมิภาค “Asian Technology Excellence Awards 2022”</p>
<p><span id="more-14424"></span></p>
<p>ครอบคลุมเทคโนโลยี Mobile ในด้านอุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture) เทคโนโลยี Enterprise Software สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Conglomerates) และเทคโนโลยี Blockchain สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัล ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ห่วงโซ่การผลิตอาหารของไทยประสบความสำเร็จ ก้าวสู่การเป็น“ครัวของโลก” ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายสรรเสริญ สมัยสุต</strong> กรรมการผู้จัดการ แอ๊กซอน (AXONS) เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ตลอดห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน ทั้งงานหน้าบ้านและหลังบ้าน ถือเป็น Agri Tech Company ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารหลายแห่ง อาทิ “ซีพีเอฟ” ซึ่งมีห่วงโซ่การผลิตที่ใหญ่และยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก</p>
<p>“การได้รับรางวัล Asian Technology Excellence Awards ถึง 3 รางวัลในครั้งนี้ จึงเป็นความภาคภูมิใจของทีมงาน AXONS ทุกคน ที่พิสูจน์ได้ว่าเทคโนโลยีของเรา ทำให้อาหารทุกจาน ที่เสิร์ฟไปยังทุกโต๊ะอาหาร ในทุกร้าน และทุกบ้านทั่วโลก เป็นอาหารที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพที่ปลอดภัย เชื่อถือและตรวจสอบย้อนกลับได้ ที่นี่เป็นที่ๆ คนรุ่นใหม่ฝีมือดี ใช้เป็นสนามจริงในการประลองฝีมือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เพื่อร่วมกันดูแลความเป็นอยู่ของทุกชีวิตบนโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้น” นายสรรเสริญกล่าว</p>
<p>ทั้งนี้ ทีมงานด้านเทคโนโลยีของ AXONS ทำหน้าที่ดูแลทุกขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิตที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลกของบริษัทลูกค้า โดยใช้ Data หรือข้อมูลมหาศาลมาขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งและยั่งยืน ครอบคลุมการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ผลิต การประสานงานในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการจัดการด้านค้าปลีก โดยสามารถคว้า 3 รางวัลดังกล่าวมาได้จาก 3 โครงการ ประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14426 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AXONS2.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></p>
<p>โครงการ Agriculture Platform ด้วยระบบ AXONS- AgriTech หรือ แพลตฟอร์มสำหรับเกษตรกรพืชไร่-พืชสวน ที่ช่วยในการบริหารแปลงปลูกขนาดใหญ่ด้วยภาพถ่ายจากโดรน/ดาวเทียม สามารถติดตามแปลงปลูกแบบเรียลไทม์ ทั้งสภาพอากาศ ปริมาณฝน ความชื้น ทิศทางลม และช่วยให้เกิดการแบ่งปันองค์ความรู้ ระหว่างเกษตรกรและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสามารถเช็คราคาพืชผลในท้องตลาดได้ด้วย ที่น่าสนใจคือ การสนับสนุนเครื่องมือในการเพาะปลูกที่จะช่วยลดต้นทุนเกษตรกร ด้วยการจัดหาแหล่งให้เกษตรกรได้แบ่งปันหรือเช่าใช้เครื่องมือทางการเกษตรร่วมกัน</p>
<p>โครงการ Visitor Registration ด้วยระบบ AXONS-VRegist เป็นระบบอัตโนมัติในการคัดกรองบุคคลก่อนเข้าโรงงาน ตรวจสอบทั้งอุณหภูมิ สุขลักษณะ และสุขภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงของแต่ละบุคคล และติดตามการเข้าออกพื้นที่ของบุคคลภายนอก โดยรวบรวมข้อมูลเพื่อบริหารจัดการด้วย BI Dashboard เพื่อตอบโจทย์การตรวจสอบสุขภาพของแขกผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงาน ตั้งแต่ในช่วงโควิด-19 และยังคงใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการควบคุมป้องกันโรค และลดความเสี่ยงด้านการระบาดภายในโรงงาน</p>
<p>โครงการ Traceability หรือ แพลตฟอร์มการตรวจสอบย้อนกลับด้วยระบบ AXONS-Trace ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของลูกค้า โดยผู้บริโภคสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์ เพื่อดูแหล่งผลิตสินค้า แสดงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การขนส่ง แสดงคุณค่าโภชนาการ พร้อมเมนูแนะนำสำหรับผู้บริโภค โปร่งใสด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchainที่ปรับแก้ข้อมูลจากแหล่งที่มาไม่ได้ มีความน่าเชื่อถือขั้นสูงสุด แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดต้นทุนให้คู่ค้า (Suppliers) ที่เดิมใช้ซอฟต์แวร์จากผู้ขายรายอื่นลงมากกว่า 50% และยังเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่าเชื่อถือเพิ่มเติมอีกขั้นหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างการตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์ CPF หนึ่งในลูกค้าสำคัญของ AXONS ซึ่งมีการบ่งบอกถึงการเป็น &#8220;ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน&#8221; (Sustainable Product) โดยแสดงให้เห็น มาตรฐาน Carbon Footprint และฉลากลดโลกร้อน (Carbon reduction rating) เป็นข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับกระบวนการผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (Carbon Rating ระดับเหรียญทอง)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-14428 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/AXONS3.jpg" alt="" width="1200" height="633" /></p>
<p>อนึ่ง รางวัล Asian Technology Excellence Awards 2022 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 โดยนิตยสารชั้นนำของเอเชีย “ASIAN BUSINESS REVIEW” ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องโครงการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นที่สุด ในแต่ละหมวดหมู่เและอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความเป็นองค์กรผู้นำการปฏิวัติทางเทคโนโลยี และมีการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจากความมีเอกลักษณ์และนวัตกรรม ประสิทธิผลและผลกระทบในเชิงบวกต่อบริษัทและอุตสาหกรรม รวมทั้งกลยุทธ์ดำเนินโครงการมีความยืดหยุ่น สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาได้</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/09/axons-won-asian-technology-excellence-awards-2022/">“AXONS” คว้า 3 รางวัลชนะเลิศ Asian Technology Excellence Awards 2022 ตอกย้ำผู้นำ Agri Tech เบื้องหลังความสำเร็จ “ครัวโลก”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
