Top StoriesTrending

บางกอกแอร์เวย์ส​ MOU ขับเคลื่อนภาคการบินของไทยเปลี่ยนผ่าน สู่ ‘การบินยั่งยืน’ สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดย คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฯ  ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel – SAF)

โดยมี พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ คุณศรัณย เบ็ญจนิรัตน์ รองผู้อำนวยการ ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของ 8 สายการบินของประเทศไทย ร่วมลงนาม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยสู่ ‘การบินยั่งยืน‘ และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emissions 2050) ภายในปี 2593 ตามแนวทางขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และภายใต้กรอบมาตรการลดและชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการบินระหว่างประเทศ (Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation – CORSIA)  ที่ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการนำร่องตั้งแต่ปี 2564

คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าร่วมลงนาม​ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนการใช้ SAF ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ที่สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้ง​เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

สอดคล้องกับพันธกิจสำคัญของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบิน ซึ่งในที่สุดจะส่งผลเชิงบวกกลับไปยังผู้โดยสารทุกท่าน ทั้งในรูปแบบของประสบการณ์การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาตรฐานการบริการที่ยั่งยืน และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและดูแลโลกของเราอย่างภาคภูมิใจ

“ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในการเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกันของผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทย ในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel Supply Chain) ของประเทศในระยะยาว”

ทั้งนี้ บางกอกแอร์เวย์สได้นำร่องทดลองใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ในเส้นทางสมุย–กรุงเทพฯ ครั้งแรก เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ภายใต้แคมเปญ Low Carbon Skies by Bangkok Airways​  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการแสดงเจตจำนงของสายการบินฯ ที่มุ่งมั่นลดการปล่อยคาร์บอนในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในด้านปฏิบัติการบิน ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของประเทศไทยให้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ​ยังสนับสนุนการพัฒนาและขยายการใช้น้ำมัน SAF ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นสายการบินแรกที่ใช้เชื้อเพลิง SAF โดยผู้ผลิตภายในประเทศ และได้ประกาศใช้เชื้อเพลิง SAF อย่างเป็นทางการในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังจุดหมายปลายทางระหว่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นมา

ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ให้ความตระหนักถึงต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงจากการใช้ SAF ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของการดำเนินงานของสายการบิน ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบทางการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีการพิจารณาแยกต้นทุนรายการค่าธรรมเนียมคาร์บอน (Carbon Surcharge) สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศตามความสมัครใจของสายการบิน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2569 เพื่อสะท้อนต้นทุนการลดและชดเชยการปล่อยคาร์บอนในภาคการบินของประเทศ โดย CAAT จะทำหน้าที่กำกับให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การบินยั่งยืนของประเทศอย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพในทุกมิติ

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวเพิ่มเติมว่า ​การลงนามความร่วมมือ​วันนี้เป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของไทยสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้ว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น อุตสาหกรรมการบินสีเขียว (Green Aviation) ผ่านการสร้างความสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิงอากาศยานของประเทศ
“การใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนตามมาตรฐานสากล แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระบบนิเวศการบินยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น CAAT จะเดินหน้าทำงานร่วมกับสายการบิน หน่วยงานรัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Green Aviation ในภูมิภาค” พลอากาศเอก มนัท กล่าวทิ้งท้าย