นับเป็นบริษัท FMCG สัญชาติไทย ที่มีความโดดเด่นในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ ที่สามารถดูแลได้ทั้งผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการดูแลโลกได้อยู่เสมอ สำหรับ บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO พร้อมเป้าหมายในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดคล้องไปกับโรดแม็พการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เพื่อบรรลุ Net zero ได้ภายในปี 2050
ผ่านจุดมุ่งหมายสำคัญในการขับเคลื่อน ‘From Core to Care’ สะท้อนการโฟกัส ‘ แก่น’ หรือ Core ของธุรกิจ โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมในมิติต่างๆ ทั้งผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เพื่อสามารถลดการใช้พลังงาน หรือลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อให้ตลอดทั้งกระบวนการในการผลิตผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ และ Care ได้ทั้งเรื่องของคุณภาพ ความปลอดภัย รวมทั้งความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
คุณกัสมา ธรฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน NEO เปิดเผยว่า การคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตของทุกคนดีขึ้น คือความตั้งใจของชาว NEO เพราะนอกจากความสะดวกสบายแล้ว เรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เราจึงนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนในทุกกระบวนการจากต้นทางสู่ปลายทาง เพื่อให้แนวคิดด้านความยั่งยืนกลายเป็นจริง ผลลัพธ์คือผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อทั้งผู้บริโภคและดีต่อโลก ซึ่งสะท้อนถึง DNA และวิถีปฏิบัติของเราในการเดินทางสู่เป้าหมาย Net Zero

“ปัจจุบัน NEO สามารถพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Household ที่เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติได้แล้วกว่า 78% รวมทั้งสูตรผลิตภัณฑ์ออแกนิกส์ 26% พร้อมทั้งสามารถบรรลุ Milestones สำคัญในปี 2568 เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนได้ในหลายมิติ อาทิ การลดการใช้ปริมาณพลาสติกใหม่ (Virgin Plastic) ลงได้แล้ว 22% ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 20% ลดการใช้พลาสติก PVC ได้ทั้ง 100% จากการเลิกใช้ฟิล์มหดสำหรับหุ้มฝาผลิตภัณฑ์ และลดฟิล์มหดจากฉลากสินค้าลง 88% รวมทั้งการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานเป็นศูนย์ หรือ Zero Water Discharge พร้อมทั้งหมุนเวียนน้ำจากกระบวนการผลิตที่บำบัดแล้วมาใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง เช่น รดน้ำต้นไม้ภายในโรงงานเป็นต้น”
ทั้งนี้ NEO ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลง 20% ทั้ง 3 สโคป ภายในปี 2030 จากปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ในฐานปี 2022 จำนวน 190,988 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ผ่านการเปลี่ยนผ่านกระบวนการต่างๆ อาทิ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน (Renewable) 40% การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถรีไซเคิลได้ (Recyclability) ทั้ง 100% เพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content) เป็น 10%

นอกจากการเปลี่ยนผ่านในกระบวนการผลิตของตัวเอง ยังร่วมมือขับเคลื่อน Green Transition ร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอนในสโคป 3 ซึ่งเป็นสัดส่วนการปล่อยมากถึง 80% โดยเฉพาะกลุ่ม High Emissions และเป็นพันธมิตรรายหลักที่มีการใช้วัตถุดิบในปริมาณมาก โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มวัตถุดิบต่างๆ โดยตั้งเป้าให้คู่ค้าทั้ง100% เปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Green Suppliers รวมทั้งดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดสู่การเป็น Net Zero ได้ภายในปี 2050
“ไม่เพียงในมิติสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ในส่วนของการขับเคลื่อนเพื่อดูแลชุมชน NEO ได้จัดสรรพื้นที่ 3 ไร่ ในบริเวณใกล้เคียงโรงงาน เพื่อสร้างศูนย์เรียนรู้ NEOCare เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ทั้งโมเดลเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งจัดตั้ง Waste Hub เพื่อให้คนในชุมชนและโรงเรียนโดยรอบ สามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะ ซึ่งตัวอาคารในศูนย์เรียนรู้ยังเป็นอาคารคาร์บอนต่ำ ที่ผลิตจากเทคโนโลยี 3D Printing ซึ่งสามารถลดขยะจากการก่อสร้างลงได้ถึง 80%”
ความสำเร็จของ NEO มาจากการพัฒนานวัตกรรมภายในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้าง Positive Impact ได้จากทุกมิติในการดำเนินธุรกิจ ผ่านสินค้าใน 4 กลุ่มหลัก ทั้ง Household Products, Personal Care, Baby and Kids และ Pet Care ซึ่งสามารถสร้าง Position ที่แข็งแรงในตลาด ได้ทั้งการมีแบรนดิ้งที่แข็งแรง และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้ตลาดอยู่เสมอ รวมทั้งการผสมผสานแนวคิดเรื่องความยั่งยืน เพื่อสร้างการรับรู้ไปสู่ผู้บริโภค พร้อมสร้างทางเลือกและการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่านการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

” NEO มุ่งพัฒนาพอร์ตสินค้าให้สามารถตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน เพื่อเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่าย และมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงจากผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่เพียงตลาดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถขยายการทำตลาดไปสู่ภูมิภาคได้อย่างแข็งแรง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสินค้า FMCG ของประเทศไทยให้ได้รับการยอมรับ และสามารถก้าวสู่การเป็น ‘บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย’ ได้ในที่สุด”
นอกจากนี้ NEO ยังมุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดโชว์เคสเพื่อมุ่งสื่อสารนวัตกรรมด้านความยั่งยืนไปสู่คนรุ่นใหม่ ผ่านแนวคิด sustainNEOvation: A Journey From Core to Care เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านนวัตกรรมความยั่งยืน ที่มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน และรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น พร้อมสะท้อนการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ NEO ตามกรอบ Science-based เพื่อสามารถวัดผลลัพธ์การขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

ผ่านการจัด 6 โซน เพื่อสื่อสาร ‘ความยั่งยืน’ ให้เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น
1. A Journey to Net Zero Emissions : ตอกย้ำเป้าหมายการขับเคลื่อนสู่ Net zero ในปี 2050 ของ NEO พร้อมความคืบหน้าสำคัญที่สามารถบรรลุได้แล้ว
2. sustainNEOvation : ถอดรหัส ABCs for a Better World หัวใจสำคัญของ NEO ที่ผนวกนวัตกรรม (Innovation) เข้ากับความยั่งยืน (Sustainability) ผ่านคำศัพท์ต่างๆ ตั้งแต่ A-Z
3. Sustainable Packaging : โชว์เคสผ่านบรรจุภัณฑ์บีไนซ์ ที่ออกแบบตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ทั้งเทคโนโลยี Bi-Injection ลดการใช้สีที่ฝา, การออกแบบขวดที่ลดพลาสติกแต่ยังแข็งแรง หรือออกแบบฉลากที่ช่วยให้แยกขยะง่ายขึ้น

4. Realive – From Waste to Value : แนวคิด Upcycling ชุบชีวิตพลาสติกเหลือใช้จากกระบวนการผลิตให้กลายเป็นของใช้ที่มีมูลค่าและดีไซน์สวยงาม เช่น เก้าอี้คิวบิค, จานรองแก้ว, กิ๊บหนีบซอง ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน
5. Formulation – Wash Me IF You Care: เบื้องหลัง ‘สูตรผลิตภัณฑ์’ เพื่อความยั่งยืน ทั้งการบริหารจัดการน้ำ และการพัฒนาสูตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ประหยัดน้ำ และเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ
6. NEO CARE, NEO HOME – Together We Care : สร้างแรงบันดาลใจและแนวร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง







