Finance & InvestTop Stories

5 ยุทธศาสตร์เติบโต ‘ธนาคารกรุงไทย’ พร้อมเป้าหมาย​สร้าง​ ‘Financial Inclusion’ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินให้คนไทย

ธนาคารกรุงไทย มุ่ง​​ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทาง Financial Inclusion เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชั่นที่สามารถช่วยให้ 'คนไทยทุกคน' สามารถเข้าถึงและอยู่ในระบบการให้บริการทางการเงินดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียมกัน

ในฐานะ ‘ธนาคารพาณิชย์ของรัฐ’ ที่ภาครัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 55% ทำให้ ‘ธนาคารกรุงไทย’ มีภารกิจสำคัญมากกว่าแค่การให้บริการทางการเงิน แต่ต้องตอบโจทย์ ‘Better Life For All Thais’  ทั้งการมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศ พร้อมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนไทยให้ดีขึ้น

โดยเฉพาะความมุ่งมั่นเพื่อให้ คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน และการให้บริการที่​หลากหลายได้อย่างสะดวก และปลอดภัย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจน​การส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินแก่คนไทย นำมาสู่การขับเคลื่อนตามแนวทาง Financial Inclusion’ เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชั่นเพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่​สร้างความเท่าเทียมให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ประธานผู้บริหาร Retail Banking ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน​กรุงไทย​ถือ​เป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มทางการเงินที่สามารถเข้าถึงประชาชนคนไทยได้มากที่สุด​ โดยเป็นธนาคารที่มี​ทั้งแพลตฟอร์มในระบบปิดอย่าง ‘กรุงไทยเน็กซ์’ (Krungthai NEXT) สำหรับให้บริการลูกค้าของธนาคารที่​มีฐานผู้ใช้งานกว่า 21 ล้านคน รวมทั้งแพลตฟอร์มในระบบเปิดที่ไม่ได้จำกัดการให้บริการเฉพาะลูกค้าเท่านั้น​อย่าง ‘เป๋าตัง’ ​ด้วยฐานผู้ใช้งานรวมกันแล้วกว่า 40 ล้านคน โดยเฉพาะในประชากรกลุ่มผู้ใหญ่ที่เชื่อว่าได้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเป๋าตังเกือบทั้งประเทศแล้ว รวมทั้งยังมีข้อมูลร้านค้าที่อยู่ภายในแพลตฟอร์มถุงเงินอีกกว่า 2 ล้านร้านค้า และ​​​ฐานผู้ใช้งานใน Line Connect อีกกว่า 23 ล้านคน

“ปัจจุบันกลายเป็นธนาคาร TOP4 ระดับประเทศ ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นภาครัฐ รวมทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อย ตลอดจน Stakeholders ทุกกลุ่มภายในระบบนิเวศธุรกิจได้อย่างครบถ้วน และไม่ได้จำกัดการให้บริการเพียงแค่เรื่องทางการเงินเท่านั้น ​แต่เน้นการ Create Value ให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียครบทุกมิติ โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มเป๋าตัง ที่ปัจจุบันกลายเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของประเทศ ที่รองรับการให้บริการต่างๆ แก่ประชาชน ทั้งบริการด้านสุขภาพ การให้บริการด้านขนส่งสาธารณะ การลงทุนแบบรายย่อย การออมเงิน ออมทอง การซื้อประกัน ไปจนถึงการให้บริการด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งการตอบโจทย์ภารกิจหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการดูแลระบบให้โครงการต่างๆ เช่น โครงการคนละครึ่งทั้งเวอร์ชั่น1และ 2 การเป็นธนาคารหลักของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) รวมทั้งยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นสำหรับใช้งานเฉพาะกลุ่ม เช่น บุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษามหาวิทยาลัย ทนายความ รวมทั้งช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กและประชาชนรากหญ้าทั่วไป สามารถเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มการเงินที่เป็นดิจิทัล เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ และเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ของภาครัฐได้อย่างทั่วถึง” 

ภาพ : krungthai

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยวาง 5 ยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต  ประกอบด้วย

1. สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและผลกำไรจากระบบนิเวศในปัจจุบัน โดยต่อยอดจากความแข็งแรงที่มี โดยเฉพาะ Relations และ Connection รวมทั้งมีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ทั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา เพื่อต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้ขยายไปยังกลุ่ม Corporate และ SME รวมทั้งลูกค้า Retail ในอนาคต

2. การสร้าง New Engine เพิ่มเติมในอนาคต โดยหากลุ่มลูกค้าใหม่ หรือรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น การขยาย Virtual Bank เพื่อเข้าถึงกลุ่มที่ไม่สามารถใช้บริการธนาคารได้ หรือขยายบริการ Wealth Management การปรับตัวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นต่างๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าองค์กร หรือเอสเอ็มอี เป็นต้น

3. มุ่งยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจลูกค้าได้แบบ End to End โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลและการพัฒนาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อสามารถตอบโจทย์ได้ดีขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความแออัดที่เกิดขึ้นภายในสาขาลงได้

4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและข้อมูลรองรับอนาคต ซึ่งกรุงไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยี และพื้นฐานข้อมูลมาต่อเนื่อง และในอนาคตจะพัฒนาการนำ AI เข้ามาใช้ประโยชน์เพิ่มเติมมากขึ้น เพื่อประเมินความต้องการของลูกค้าและตลาดได้มากขึ้น

5. ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรและการทำงานรูปแบบใหม่ การพัฒนาคน เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กรให้พร้อมรับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งพัฒนาทักษะใหม่ๆ Upskill reskill โดยเฉพาะการยกระดับด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี รวมทั้งเรื่องทัศนคติ และการมีใจด้านบริการ

คุณสุริพงษ์  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรุงไทยยังมองเห็นโอกาส จากการขยายไปสู่เซ็กเมนต์ใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างประชากร ทำให้ต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่แยกย่อยเฉพาะกลุ่มอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Retail ที่ต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์แต่ละกลุ่มได้ตรงจุดยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้า Wealth, กลุ่มพนักงานเอกชน, กลุ่มวัยเกษียณ, กลุ่มเยาวชน, กลุ่มผู้ประกอบการ ไปจนถึงกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคาร

“เราต้องก้าวให้ทันกับการเคลื่อนย้ายของเงิน หรือ Money Movement ซึ่งแตกต่างและซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม​ โดยมุ่งขยายความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งเทคโนโลยีและโซลูชั่นมารองรับ​​ รวมทั้งมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน​เพื่อสามารถ​เชื่อมโยงความเปลี่ยนแปลงตามบริบทใหม่ๆ ทั้งการแข่งขัน หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า เพื่อยังคงเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ และอยู่ในทุกโมเมนต์ของลูกค้าได้ พร้อมทั้งไม่หยุดพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มศักยภาพการทำธุรกรรมได้หลากหลาย ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของธนาคารแต่ยังเพิ่มโอกาสผู้ใช้งานแพลตฟอร์มของธนาคารให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว เพื่อสร้าง​​​โอกาสที่มากขึ้นให้ผู้ประกอบการคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อยให้เข้าถึงลูกค้าคุณภาพได้มากขึ้น ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการชำระเงินและการให้บริการทางการเงินหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำเป้าหมายสำคัญของธนาคาร ในการสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงินให้คนไทยทุกคน ตามแนวทาง ‘Financial Inclusion’ ได้อย่างแท้จริง”