เมื่อการขนส่ง เป็นภาคส่วนสำคัญที่เป็นแหล่งปล่อย ก๊าซเรือนกระจก GHGEmissions เป็นอันดับ 2 ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มปริมาณการปล่อย Emission เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นับตั้งแต่ปี 1990
การเปลี่ยนผ่านเพื่อส่งเสริมการใช้ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จึงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ เพื่อลดคาร์บอนจากภาคขนส่ง และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ได้ตามเป้าหมาย
ทำไม ต้องเป็น ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ ?
- การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 2.3 หมื่นล้านตัน ภายในปี 2050
- ช่วยลดมลพิษจากท่อไอเสีย สาเหตุการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก 3.85 แสนราย ในปี 2015
- การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ลดการบริโภคน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2024
- การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ยังช่วยเพิ่มโอกาสลงทุนครั้งใหญ่ พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันผันผวน
สถานการณ์ ‘ตลาด EV’ ทั่วโลก
- ทั่วโลกวางโรดแม็พเพื่อเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่งทางถนน โดยตั้งเป้าสัดส่วนการใช้รถยนต์คาร์บอนเป็นศูนย์ 61% จากยอดขายใหม่ ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 93% ในปี 2035 พร้อมยุติการขายรถยนต์สันดาปได้ภายในปี 2038
- ด้านยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า ปี 2024 มีสัดส่วนมากกว่า 20% ของยอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก หรือราว 17 ล้านคัน โดยคาดว่ายอดขายของปี 2025 จะเพิ่มขึ้นเป็น 20 ล้านคัน
- มีการประเมินมูลค่าตลาด EV ทั่วโลก จะถึง 8.8 ล้านล้าน USD ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 56.7 ล้านล้าน USD ในปี 2050
ขณะที่ความเคลื่อนไหว และมูลค่าในตลาดสำคัญทั่วโลก มีดังต่อไปนี้
- จีน : ผู้นำตลาด EV ยอดขายกว่า 11 ล้านคัน ในปี 2024 (เติบโต 40%) คิดเป็น 2 ใน 3 ยอดขายทั่วโลก
- สหรัฐอเมริกาและแคนาดา : ยอดขายรวมราว 1.8 ล้านคัน
- ยุโรป : ยอดขาย EV คิดเป็น 1 ใน 5 ของยอดขายรถยนต์ใหม่ ปี 2024
- นอร์เวย์ : รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) มีสัดส่วน 88% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด
- เอเชีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา : ยอดขาย EV เพิ่มขึ้น 60% ในปี 2024 ทำให้สัดส่วน EV ทั้งภูมิภาคเพิ่มเป็น 4% จาก 2.5% ในปี 2023
เป้าหมาย ประเทศไทย สู่ EV Hub อาเซียน
- ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับที่ 11 ของโลก และอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมทั้งได้ต้ังเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น ‘EV Hub ของอาเซียน’ ในฐานะตลาด EV ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ด้วยยอดจดทะเบียนใหม่ 1.53 แสนคัน ในปี 2019
สถานการณ์ตลาด EV ประเทศไทย ปี 2025
- ยอดจดทะเบียน ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2025 มีจำนวนมากกว่า 6.6 หมื่นคัน เทียบกับยอดรวมทั้งปีของปีก่อนหน้าอยู่ที่ 6.7 หมื่นคัน
- ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) เพิ่มขึ้น 61% และคาดว่าจะทะลุ 1 แสนคัน ภายในปี 2025
- ยอดขายรวมในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2025 อยู่ที่ 54,084 คัน และคาดว่าส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 18-20%
การสนับสนุนจากภาครัฐ
- ขณะที่การสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการใช้ EV เพิ่มมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า มีดังต่อไปนี้
การส่งเสริมผ่านผู้ใช้งาน
- ชุดมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ส่วนลดภาษีและเงินอุดหนุน 5หมื่น -1 แสนบาท/คัน
- มาตรการลดหย่อนภาษีสูงสุด 1.5 แสนบาท
- การปรับลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2%
- ช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตมากกว่า 400%
การส่งเสริมผ่านผู้ผลิต
- BOI เสนอสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ครอบคลุมสำหรับผู้ผลิต EV
- ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี สำหรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV)
- แผนพัฒนาระยะยาว ตั้งเป้า 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดในปี 2030 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า
- ครอบคลุมรถยนต์นั่ง/รถกระบะ 7.2 แสนคัน รถจักรยานยนต์ 6.75 แสนคัน และรถบัส/รถบรรทุก 3.4 หมื่นคัน






