Top StoriesTrending

จุฬาฯ ก้าวสู่ปีที่ 109 ขับเคลื่อน Chula for the Future เปิด 3 หน่วยงานใหม่​ ตอบโจทย์มากกว่าแค่นิสิต แต่ยกระดับสู่การมี ‘ประชาชนเป็นศูนย์กลาง’

จุฬาฯ ​ตั้งวิทยาลัยและคณะ​ 3 หน่วยงาน ย้ำวิสัยทัศน์​มหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ประเทศชาติ และประชาชน

จุฬาฯ ​​ตอกย้ำพันธกิจเพื่อสังคม เปิด 3 คณะใหม่ ขับเคลื่อน Chula for the Future สู่ปีที่ 109 ผ่านยุทธศสาตร์ ‘จุฬาฯ เติบโตท่วมท้น มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง’ ตอบโจทย์มากกว่าแค่ ‘นิสิต’ แต่เปิดกว้างสำหรับผู้ต้องการเรียนรู้ หรือ Learner อย่างรอบด้าน 

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสู่ปีที่ 109 ของจุฬาฯ ยังคงให้ความสำคัญกับพันธกิจจุฬาฯ เพื่อสังคม (CU Social Engagement) โดยขยายบริบทจากการเคยมอง ‘นิสิตเป็นศูนย์กลาง’ สู่​  ‘ประชาชนเป็นศูนย์กลาง’ เพื่อต่อยอดพันธกิจเดิม ‘เติบโตรอบทิศ มีนิสิตเป็นศูนย์กลาง’ พร้อมขับเคลื่อนทั้งมิติ​การศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ และมีศักยภาพในการเผชิญกับความท้าทายของโลกยุคใหม่ ควบคู่กับการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยไปสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ

“เพื่อขับเคลื่อนตามเป้าหมาย Chula for the Future ในการทำหน้าที่สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อประชาชนและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างชัดเจนเพิ่มมากขึ้น ตามยุทธศาสตร์ ‘จุฬาฯ เติบโตท่วมท้น มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง’ เพื่อให้การขับเคลื่อนของมหาวิทยาลัยสามารถตอบโจทย์จากกลุ่มนิสิต ไปสู่กลุ่ม Learners หรือประชาชนทุกคนที่ต้องการเข้าถึงความรู้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของการพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาประเทศชาติให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ จุฬาฯ  ยังได้​จัดตั้งวิทยาลัยและคณะใหม่รวม 3  หน่วยงาน เพื่อ​แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และตอบสนองต่อความต้องการของสังคม ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งประกอบด้วย

1. วิทยาลัยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อประชาชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หรือ Chula XL (Extension & Lifelong Learning)

มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย ผ่านหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่น สามารถเข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ทั้งในรูปแบบหลักสูตรระยะสั้น การอบรม และระบบคลังหน่วยกิตที่สามารถสะสมและต่อยอดการศึกษาได้ในอนาคต รวมทั้งความยืดหยุ่นในการสอนที่มีทั้งแบบออนไลน์ และออนไซต์

“Chula XL ​ไม่ใช่เพียงหน่วยงานด้านการศึกษารูปแบบใหม่​​ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถเผยแพร่องค์ความรู้สู่สังคมในวงกว้าง สร้างโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และเปิดกว้างทางการศึกษาให้ไม่จำกัดอยู่เพียงนิสิตในรั้วมหาวิทยาลัย แต่เป็นการขยายบทบาทสู่การเป็น ‘มหาวิทยาลัยแห่งการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อประชาชน’ คำว่า XL สื่อถึงความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือความรู้ที่สามารถสร้างปัญญาให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จุฬาฯ เน้นการสร้างปัญญา (Wisdom) มากกว่าแค่การให้ความรู้ (Knowledge) เพราะความรู้สามารถล้าสมัยไปตามกาลเวลา แต่ปัญญาในการวิเคราะห์และรับข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไป”   

2. คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ

เป็นการตั้งคณะใหม่ของจุฬาฯ ที่พัฒนาต่อยอดจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร เพื่อมุ่งพัฒนา ​Smart Farmer​ และผู้ประกอบการด้านการเกษตร ​Agripreneur​ ที่สามารถแก้ปัญหาเชิงระบบได้​ พร้อมทั้งสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมแบบสหศาสตร์ที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า มากกว่าแค่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่​ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทที่พัฒนาขึ้น ส่งผลต่อทั้งระบบเศรษฐกิจ ไปจนถึง​สุขภาพองค์รวมของผู้บริโภคได้อย่างไร  เพื่อทำหน้าที่ชี้นำและขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับสากล

3. วิทยาลัยสหศาสตร์บูรณาการแห่งจุฬาฯ

ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนชื่อและพันธกิจมาจาก ‘บัณฑิตวิทยาลัย’ ​จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนารูปแบบการศึกษาสหวิทยาการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงตามบริบทของโลกยุคใหม่ เพื่อสามารถมุ่งสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านการจัดการศึกษาสหวิทยาการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรี บัณฑิตศึกษา ไปจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต พร้อมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีพันธกิจในการจัดการศึกษาสหวิทยาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสูง มีความเป็นผู้ประกอบการ และสามารถบูรณาการองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมในอนาคต ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ ที่หลากหลายและรอบด้าน ทำให้ความรู้เพียงศาสตร์เดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

“นอกจากการจัดตั้งวิทยาลัย และคณะใหม่แล้ว ทางจุฬาฯ ยังมีแผนริเริ่มโครงการ Certified Press , Certified News เพื่อแก้ปัญหาความเชื่อมั่นด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งปัจจุบันมีแหล่งดำเนิด​ข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก รวมทั้งปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ซึ่งกระทบทั้งต่อความเชื่อมั่น และจริยธรรมด้านสื่อมวลชน ทำให้เกิดเป็นแนวคิดในการเป็นศูนย์กลางเพื่อกลั่นกรองรวมทั้งรับรองความน่าเชื่อถือของข่าวแต่ละชิ้น หรือแต่ละสำนัก ผ่านการใช้สัญลักษณ์กลางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มผู้รับสาร โดยนำองค์ความรู้ต่างๆ มาช่วยในการตรวจสอบทั้ง​นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ รวมทั้งเทคโนโลยี AI ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันกับภาคสื่อมวลชนเพื่อสามารถตกผลึกทั้งแนวคิด และแนวทางในการดำเนินงานเพื่อสามารถขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต” 

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาแวดวงการศึกษาในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีวิธีคิดและการบริหารไม่ต่างกับการขับเคลื่อนในภาคเศรษฐกิจ เนื่องจาก เป็นหนึ่งภาคส่วนที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ ไม่ต่างกับภาคการท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาต่างชาติ ที่เข้ามาเรียนต่อในประเทศไทยและมีการใช้จ่ายกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศเช่นเดียวกัน และเป็นอีกหนึ่งโอกาสของประเทศในการส่งเสริมให้มีคนเข้ามาศึกษาต่อในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนามิติด้านการศึกษาอย่างเหมาะสม มากกว่าการพิจารณาจากจำนวนนิสิตหรือนักศึกษาภายในสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง  เพื่อมีส่วนช่วยทั้งพัฒนาคุณภาพการศึกษารวมทั้งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้ประเทศได้อีกทางหนึ่ง