Top StoriesTrending

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ชูจุดแข็ง Multi-Asset Class Portfolio ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เร่ง ‘นิคมอุตสาหกรรม’ รองรับตลาดดีมานด์สูง

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ในกลุ่ม Multi-Asset Class Portfolio พร้อมแผนเติบโตต่อเนื่องในปี 2026 เร่งลงทุน ' นิคมอุตสาหกรรม' เติมระบบนิเวศครบวงจร ชูโครงสร้างพื้นฐานสอดคล้องเทรนด์ยั่งยืน รองรับกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคต

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจ สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​​​อสังหาริมทรัพย์แบบ Multi-Asset Class Portfolio  เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและสมดุลในธุรกิจ ให้สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับบริบทหรือความผันผวนตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดแต่ละช่วงเวลา 

คุณฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT​ กล่าวว่า บริษัทถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนา​สินทรัพย์หลากหลายประเภทและใหญ่ที่สุดในไทย จากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและครบวงจร ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว โดยปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มอุตสาหกรรม 50% ตามมาด้วยกลุ่มที่อยู่อาศัย 40% และกลุ่มพาณิชยกรรม Mixed-Use ที่ราว 10%

“ปีที่ผ่านมา เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มีรายได้รวมที่ 14,686 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.4% พร้อมทั้งรักษาระดับกำไรไว้ได้ที่เกือบ 1,500 ล้านบาท โดยมี​เป้าหมายรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ 15,045 ล้านบาท  ผ่านกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ​ ขณะที่การลงทุนจะโฟกัสที่พอร์ตหลักของกลุ่ม เนื่องจากการเติบโตของดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขการสนับสนุนการลงทุน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมีแผนเพิ่มการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนจากจีน ทั้งธุรกิจของคนจีนเอง รวมทั้งธุรกิจต่างประเทศที่มีฐานผลิตในจีน ​ที่มองหาโอกาสจากการขยายการลงทุนเพิ่มเติมตามนโนบาย China Plus One ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย”​

บริษัทจึงได้เดินหน้าขยายการให้บริการเพื่อรองรับดีมานด์ในภาคอุตสาหกรรมได้ตลอดทั้งห่วงโซ่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเพิ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จากเดิมที่มีความแข็งแรงอยู่แล้วในการให้บริการด้านการกระจายสินค้า ผ่านการบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ให้บริการกว่า 3.8 ล้านตารางเมตร และคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็นมากกว่า 4 ล้านตารางเมตร จากการเติบโตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 แสนตารางเมตรในแต่ละปี

“การขยายเข้าไปสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate)​ เริ่มนำร่องด้วยโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (Araya The Eastern Gateway) ซึ่งถือเป็นโครงการระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร หรือ ‘Smart IE’ แห่งแรกในไทย รวมทั้งได้รับการรับรองจาก IEAT (Industrial Estate Authority Thailand) เรียบร้อยแล้ว โดยมีพื้นที่รวมกว่า 4,600 ไร่ พร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้สอดคล้องกับ ESG Framework รวมทั้งเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญ​ เพื่อให้สามารถรองรับการลงทุนของธุรกิจแห่งอนาคตได้ โดยปัจจุบันมีลูกค้าทำการจองพื้นที่ในนิคมแห่งนี้แล้วรวมกว่า 600 ไร่ และคาดว่าจะเพิ่มการจองพื้นที่ในปีนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,000 ไร่ นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนานิคมแห่งใหม่ใน​ชลบุรี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ใน  EEC บนพื้นที่ราว 2,200 ไร่ เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศธุริจในกลุ่มอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” 

สำหรับ กลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย แม้ตลาดจะยังคงเผชิญความท้าทายในหลายปัจจัย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แต่บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มเติมในปีนี้ 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 7,300 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้าที่เปิดตัว 7 โครงการ โดยเน้นบริหารงานอย่างระวัดระวัง และให้ความสำคัญกับการบริหารโครงการที่ดูแล​อย่างมีคุณภาพ

ส่วน ธุรกิจกลุ่มพาณิชยกรรม  Commercial Mixed-Use เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่สามารถเติบโตได้ ในฐานะเทรนด์สำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะการมีโครงการแฟลกชิพระดับพรีเมียมและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง วัน แบงค็อก (One Bangkok) ทำให้เพิ่มแม่เหล็กสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ พร้อมการซินเนอจี้ของทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) และเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ทำให้สามารถผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทีมงานในด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่ทำให้เกิดความคล่องตัว และเชื่อมโยงแนวทางในการดูแลผู้เช่าได้มากขึ้น

“ปัจจุบันบริษัท​บริหารอาคารสำนักงานเกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD ​รวมพื้นที่ราว 1.85 ล้านตารางเมตร ในย่าน CBD ซึ่งประกอบด้วย 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 แห่ง สามารถรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Talent หรือคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสถานที่ทำงาน ทั้งเรื่องของภาพลักษณ์ รวมทั้งมาตรฐาน ESG และ​ความยั่งยืนต่างๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สามารถดึงดูดกลุ่ม Talent เข้ามาร่วมงานได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พื้นที่สำนักงานใน กทม. ที่มีราว 11 ล้านแห่ง แต่ส่วนใหญ่มักเป็นอาคารเก่า ทำให้มาตรฐานในช่วงการก่อสร้าง อาจจะยังไม่รองรับบริบทธุรกิจในปัจจจุบัน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบของบริษัทในการดึงดูดองค์กรและคนทำงานรุ่นใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น”​

นอกจากกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแต่ละกลุ่มธุรกิจให้เติบโต ทางบริษัทยังได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนผสานการดำเนินงานของธุรกิจในทุกกลุ่ม ทั้งพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมี คุณสมบูรณ์ วศินชัชวาล ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และ คุณวรวรรต ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก พร้อมด้วย คุณเกรียงไกร โภคานุกรม ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน

รวมถึงแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนการเติบโตแต่ละธุรกิจ ประกอบด้วย 1. คุณวรวรรต ศรีสอ้าน – ธุรกิจรีเทล (Retail) 2. คุณอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ – ธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรม (Office & Hotel)  3. คุณพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ – ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial & Logistics) 4. คุณกมลกาญจน์ คงคาทอง – ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) 5. คุณภวรัญชน์ อุดมศิริ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบ (Landed Residential) และ 6. คุณวิทวัส คุตตะเทพ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวสูง (HighRise Residential)