Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ผสานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์กเข้ากับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ในประเทศไทย เดินหน้าขยายแนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ AI-Augmented Software Delivery เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความเสถียร และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว
ด้วยประสบการณ์ 19 ปีเต็ม ในการพัฒนา Custom Software Solutions ให้กับองค์กรทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ Manao Software มองว่า ท่ามกลางการเติบโตของ AI ในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ องค์กรต่าง ๆ เริ่มมองหาพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงแค่ความรวดเร็วในการพัฒนา แต่ยังต้องสามารถรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม ความโปร่งใสในการทำงาน และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาวได้ควบคู่กันไปด้วย

นายคริสโตเฟอร์ มอสซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software กล่าวว่า AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนา การทดสอบระบบ การจัดทำเอกสาร การประเมินโปรเจกต์ และกระบวนการปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์
“ปัจจุบันองค์กรต่าง ๆ ต้องการทั้งความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องการความมั่นใจว่าระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นยังคงผ่านมาตรฐานด้านวิศวกรรม การควบคุมคุณภาพ และสามารถดูแลรักษาได้ในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าว
ภายใต้ทิศทางธุรกิจปี 2026 Manao Software ได้เริ่มผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานภายในของทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยลดงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับความสม่ำเสมอในการส่งมอบงานในแต่ละโปรเจกต์

แนวทางดังกล่าวได้ทำงานผ่าน OMEGA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ภายในองค์กร ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการวางแผน การพัฒนา การทดสอบ การจัดทำเอกสาร Workflow Automation และการบริหารจัดการด้านวิศวกรรมตลอด Software Development Lifecycle
บริษัทระบุว่า ปัจจุบัน AI-Assisted Workflows ถูกนำมาใช้งานในหลายขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้รวดเร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนาในแต่ละโปรเจกต์ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ทุกผลลัพธ์ที่เกิดจาก AI ยังคงผ่านการตรวจสอบ ทดสอบ และรับรองโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้งานจริงในระดับ Production
Manao Software มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือที่จะเข้ามาแทนที่วิศวกรซอฟต์แวร์ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและสนับสนุนการตัดสินใจของทีมพัฒนา พร้อมช่วยเสริมศักยภาพของทีมวิศวกรรม โดยยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความสามารถในการขยายระบบ และการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ในระยะยาว
“AI สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างมาก แต่โปรเจกต์ระดับองค์กรยังคงต้องอาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และความรับผิดชอบจากทีมวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ระบบสามารถดูแลและพัฒนาต่อได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายคริสโตเฟอร์ กล่าวเพิ่มเติม

ปัจจุบัน Manao Software ให้บริการด้าน Outsourced Development Teams, Web & Mobile Application Development, Outsourced Software Testing, Penetration Testing, AI Consulting & Development, n8n Workflow Automation รวมถึง Cloud Migration Services
พร้อมกันนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาศักยภาพด้าน AI-Augmented Delivery อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาระบบได้รวดเร็วขึ้น ยกระดับคุณภาพของกระบวนการทดสอบ และเสริมความเสถียรในการดูแลระบบซอฟต์แวร์ระยะยาว
Manao Software เชื่อว่า อนาคตของอุตสาหกรรม Software Outsourcing จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานประสิทธิภาพจาก AI เข้ากับประสบการณ์ของบุคลากร กระบวนการวิศวกรรมที่มีวินัย การสื่อสารที่โปร่งใส และการส่งมอบงานที่มีความน่าเชื่อถือ
ตลอดระยะเวลา 19 ปี ในประเทศไทย บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนด้านคุณภาพทางวิศวกรรม การพัฒนากระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี AI-Augmented Software Delivery เพื่อสนับสนุนองค์กรที่ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางสำหรับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว






