<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Experience &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/category/experience/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 13 Apr 2026 11:31:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Experience &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปิดทองหลังพระ​ฯ ชู 2 พื้นที่ต้นแบบ สร้าง Quick Win ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาพื้นที่ &#8216;พหุวัฒนธรรม&#8217; จังหวัดชายแดนใต้ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/local-development-southern-border-provinces/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 13 Apr 2026 10:27:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[10 หมู่บ้านต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[100 ปีชาตกาล]]></category>
		<category><![CDATA[Quick Win]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษฎา บุญราช]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านจำปูน ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านโคกยามู นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิดทองหลังพระ]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิปิดทองหลังพระ]]></category>
		<category><![CDATA[ระเบิดจากข้างใน]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมพหุวัฒธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจพอเพียง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41146</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปิดทองหลังพระ​ฯ รวมพลังสร้างชุมชนยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้สามารถอยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤต พร้อมผนึกกำลังองค์กรภาคีทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อน 10 หมู่บ้าน ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาที่ยั่งยืนชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ เทิดพระเกียรติในวาระ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพฯ ปี 2570 ชู 2 ชุมชนปลายด้ามขวาน บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และบ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา เป็นตัวอย่างการพัฒนา &#8216;แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ&#8217; บนฐานทรัพยากรและสังคมพหุวัฒธรรม เสริมสร้างความมั่นคงสามจังหวัดชายแดนใต้ คุณกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดกิจกรรมลงพื้นที่​​ติดตามการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2  แห่ง ได้แก่ บ้านโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และ บ้านจำปูน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความสำเร็จ การพัฒนาพื้นที่ปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบของภัยสงคราม ผ่านการ​น้อมนำหลักการทรงงานและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้มแข็ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/local-development-southern-border-provinces/">ปิดทองหลังพระ​ฯ ชู 2 พื้นที่ต้นแบบ สร้าง Quick Win ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาพื้นที่ &#8216;พหุวัฒนธรรม&#8217; จังหวัดชายแดนใต้ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปิดทองหลังพระ​ฯ รวมพลังสร้างชุมชนยั่งยืน น้อมนำหลักการทรงงานรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้สามารถอยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน ท่ามกลางวิกฤต</strong></p>
<p><span id="more-41146"></span></p>
<p><strong> พร้อมผนึกกำลังองค์กรภาคีทั่วประเทศ ร่วมขับเคลื่อน 10 หมู่บ้าน ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาที่ยั่งยืนชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริ เทิดพระเกียรติในวาระ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพฯ ปี 2570 ชู 2 ชุมชนปลายด้ามขวาน บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และบ้านจำปูน อ.รามัน จ.ยะลา เป็นตัวอย่างการพัฒนา &#8216;แหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ&#8217;</strong><strong> บนฐานทรัพยากรและสังคมพหุวัฒธรรม เสริมสร้างความมั่นคงสามจังหวัดชายแดนใต้</strong></p>
<p><strong>คุณกฤษฎา บุญราช</strong> ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ จัดกิจกรรมลงพื้นที่​​ติดตามการขับเคลื่อนพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 2  แห่ง ได้แก่ <strong>บ้านโคกยามู อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส</strong> และ <strong>บ้านจำปูน อำเภอรามัน จังหวัดยะลา </strong>เพื่อติดตามความสำเร็จ การพัฒนาพื้นที่ปัจจัยเสี่ยงจากผลกระทบของภัยสงคราม ผ่านการ​น้อมนำหลักการทรงงานและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้เข้มแข็ง ยั่งยืน บนพื้นฐานของแนวทางที่สร้างความสมดุล เพียงพอ และมีภูมิป้องกันตนเอง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ประธาน-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้ง 2 พื้นที่ นับเป็นต้นแบบความสำเร็จ ที่เกิดจาก​การน้อมนำองค์ความรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการสร้างความมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่  เปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตทางสงคราม พัฒนาสู่​ทางรอดให้คนในพื้นที่ ลดปัญหาความยากจน พร้อมดูแลคุณภาพชีวิต รวมทั้งมีส่วนสร้างทัศนคติที่ดีในพื้นที่ เพื่อสร้างแนวร่วมในการพัฒนาและลดปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งหลักปรัชญานี้ไม่เพียงได้รับการยอมรับในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังได้รับยกย่องจากสหประชาชาติว่าเป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกและ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเอเชีย</p>
<p><em>&#8220;การน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ถือเป็นพันธกิจสำคัญที่มูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ดำเนินงานด้านส่งเสริมองค์ความรู้และการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นขั้นตอน ประกอบด้วย &#8216;อยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน&#8217; เพื่อมุ่งพัฒนาในพื้นให้ครอบคลุมทั้ง​การมีแหล่งน้ำ การฟื้นฟูและพัฒนาดิน การส่งเสริมอาชีพและรายได้ เพื่อสร้างทั้งความเข้มแข็งในชุมชน รวมทั้งการดูแล​สิ่งแวดล้อม โดยได้เข้าไปพัฒนา​พื้นที่ แล้วรวม 22 จังหวัด และมีแผนขยายพื้นที่การพัฒนาต่อเนื่อง รวมทั้งต่อยอดนำโมเดลความสำเร็จจากพื้นที่ต้นแบบไปขยายผลเพื่อปรับใช้ในแต่ละพื้นที่อื่นๆ ในอนาคตได้อย่างเหมาะสม&#8221;</em></p>
<p><strong>&#8216;บ้านโคกยามู &#8211; บ้านจำปูน&#8217;  สร้าง Quick Win พัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ </strong></p>
<p>ความสำเร็จในการพัฒนา <strong>บ้านโคกยามู อ.ตากใบ จ.นราธิวาส </strong>เน้นการแก้ปัญหาดิน ซึ่งมีสภาพดินเป็นดินเปรี้ยว และปนเปื้อนสารเคมี จากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ต่อเนื่องมาหลายปี ทำให้ขาดพื้นที่ในการทำเกษตรอย่างเหมาะสม รวมทั้งการมีรายได้ทางเดียวจากปาล์มน้ำมัน แม้จะขยายไปปลูกมะม่วงหิมพานต์ แต่ก็ยังขาดตลาดมารองรับ ส่งผลให้แรงงานในพื้นที่ย้ายออก เพราะไม่มีพื้นทีทำกิน รวมทั้งขาดแคลนอาชีพทางเลือก ขณะที่คุณภาพชีวิตคนในพื้นที่รวมทั้งสิ่งแวดล้อมต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมี และการขาดความรู้ในการจัดการดินและดูแลแหล่งน้ำ</p>
<p>นำมาสู่การพัฒนาผ่าน การแก้ปัญหาดิน เพิ่มที่ทำกิน และส่งเสริมการทำเกษตรปลอดภัย ผ่านหลักการทรงงาน &#8216;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&#8217; เริ่มจากแก้ปัญหา​ดินเปรี้ยว ลดสารเคมีในดิน ปรับปรุงน้ำที่มีสารเคมีปนเปื้อน จัดสรรที่ดินทำกินให้กับครัวเรือนในพื้นที่ป่าสงวน โคกไม้เรือสนับสนุนให้เกิดการทำเกษตรปลอดภัย ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องการสานกระจูดสร้างรายได้ให้กับสตรีและคนชรา โดยเน้นกระบวนการ &#8216;ระเบิดจากข้างใน&#8217; ทั้งการสร้างคน ปลุกคน เพื่อให้มีผู้นำชุมชนในพื้นที่ทำงาน รวมทั้งการสร้างศรัทธา ผ่านการพัฒานแปลงตัวอย่างเพื่อเป็นต้นแบบในการจัดสรรพื้นที่ขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป็น Quick Win และเป็นต้นแบบความสำเร็จเพื่อให้ชุมชนยอมรับและนำไปขยายผล</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41153 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/แตงโม2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>บ้านโคกยามู สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ช่วยให้ชาวบ้านเข้าใช้ที่ดินในเขตป่าสงวนโคกไม้เรือ จำนวน 66.1 ไร่ ในลักษณะแปลงรวมที่ถูกกฎหมาย มีอาชีพการเกษตรตามแนวเกษตรปลอดภัยและผลผลิตหลากหลายมากขึ้น อาทิ แตงโม​ เกษตรผสมผสาน พืชผักสวนครัว รวมทั้งมีการทดลองปลูกพืชทางเลือกเพิ่มเติม เช่น พืชสมุนไพร เห็ดนางฟ้า ข้าวโพดอาหารสัตว์ ไปจนถึงการฟื้นฟูภูมิปัญญาดั้งเดิมอย่างงานฝีมือ งานจักสานกระจูด เพื่อขยายตลาดใหม่ๆ  และมุ่งแก้ปัญหาการว่างงานในพื้นที่ และเพิ่มโอกาสดึงแรงงานกลับสู่ท้องถิ่นมากขึ้น รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรแบบง่ายเพื่อช่วยเรื่องปรับปรุงบำรุงดิน ส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มอาชีพต่างๆ  และเป็นแหล่งเรียนรู้และปฏิบัติ​ หรือ Social Lab จากการแก้ปัญหาของชุมชนเอง ให้กับชุมชนอื่นได้</p>
<p>ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการพัฒนามีหลากหลายมิติสำคัญ ทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหารภายในพื้นที่ จากความสามารถในการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการทำเกษตร สร้างรายได้จากพืชเศรษฐกิจของพื้นที่อย่าง <strong>&#8216;แตงโมไพรวัล&#8217;</strong> ที่สร้างรายได้ให้พื้นที่ในปีที่ผ่านมาได้เกือบ 10 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในสินค้าอัตลักษณ์ของพื้นที่ หรือสินค้า GI  รวมทั้งรายได้สะสมจากภูมิปัญญาในการสานกระจูดอีกกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้เพิ่มให้กลุ่มสตรีและคนชราในพื้นที่ที่ไม่มีอาชีพประจำ สามารถมีรายได้ของตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41151 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ชุมชน2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังส่งผลให้สร้างความรัก ความสามัคคีของคนในพื้นที่ รวมทั้งความร่วมมือในการดูแลความสงบในพื้นที่ และการเพิ่มความเชื่อมั่นในการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน รวมทั้งมีส่วนช่วยลดสถานการณ์ความรุนแรงและความไม่สงบภายในพื้นที่ให้น้อยลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ขณะที่การพัฒนาคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ มีคนจบการศึกษาในระบบจนถึงระดับปริญญาตรีเพิ่มมากขึ้น การเจ็บป่วยจากสารเคมีของคนในชุมชนลดน้อยลง และการเดินทางออกไปทำงานนอกชุมชนก็ลดน้อยลงเช่นกัน</p>
<p>สำหรับ <strong>บ้</strong><strong>านจำปูน อ. รามัน จ. ยะลา </strong>เน้นการเปลี่ยนปัญหาในพื้นที่ให้กลายเป็นปัญญา  เปลี่ยนความไม่มั่นคงในพื้นที่  ให้กลายเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และลดปัญหาความยากจน พร้อมทั้งเพิ่มการสร้างแนวร่วมในกลุ่มคนรุ่นใหม่  เนื่องจาก​ข้อจำกัดด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ สร้างให้เกิดปัญหาทางสังคมและความขัดแย้งในชุมชน รวมทั้งผลผลิตในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งมีราคาไม่แน่นอน ส่วนผลผลิตข้าวพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ก็ต้องอาศัยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว ทำให้มีผลผลิตต่อไร่ต่ำ เพียง 220 กิโลกรัมและไม่เพียงพอต่อการบริโภคในพื้นที่ นำมาซึ่งปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทั้งเพื่อบริโภคและประกอบอาชีพ ทำให้เกิดปัญหาทั้งสุขภาพคนในพื้นที่ รวมทั้งการย้ายออกของกลุ่มแรงงานในพื้นที่เพื่อไปหางานทำในจังหวัดอื่นๆ หรือในประเทศมาเลเซีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41155 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/บ้านจำปูน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งยังมีปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่จากกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงวัวแบบปล่อยตามธรรมชาติ และเข้าไปทำลายผลผลิตการเกษตรแปลงอื่นๆ ไปจนถึงการเลี้ยงอย่างขาดความรู้ทำให้เกิดโรคระบาดในวัว นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านภาวะโภชนาการของคนในพื้นที่ จากการบริโภคที่ไม่เหมาะสม และปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน</p>
<p>มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ พัฒนาพื้นที่ตามยุทธศาสตร์<strong> &#8216;เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา&#8217;</strong> รวมทั้งการสร้างคน ปลุกคน และสร้างศรัทธา เพื่อให้มีกลุ่มผู้นำในการขับเคลื่อน และสร้าง Quick Win เพื่อเป็นต้นแบบในการนำไปขยายผลต่อเนื่องในพื้นที่เพิ่มเติม โดยเฉพาะปัญหาสำคัญ เรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ ผ่านการขุดเจาะบ่อบาดาลและสร้างระบบกระจายน้ำเข้าแปลงเกษตรในพื้นที่ รวมทั้งการขุดบ่อและสระเก็บน้ำ 26,000 ลูกบาศก์เมตร ติดตั้งระบบสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ ขยายแนวท่อส่งน้ำบาดาล  และปรับปรุงระบบน้ำประปาหมู่บ้าน  เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41147 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/1-ข้าวพื้นเมือง.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เมื่อมีน้ำทำให้พื้นที่สามารถทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกผักปลอดภัย และพัฒนาระบบการปลูกข้าวพันธุ์พื้นเมืองให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มการปลูกอ้อย ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ โดยเฉพาะการเป็นพืชให้พลังงาน จากการแปรรูปเป็นน้ำอ้อย สำหรับชาวมุสลิมในช่วงถือศีลอด​ และเหมาะสมกับพื้นที่เพาะปลูกที่มักมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ไปจนถึงการพัฒนา​แปลงหญ้าสำหรับอาหารสัตว์ เพื่อลดความขัดแย้งของคนในพื้นที่ ขณะเดียวกัน ได้พัฒนาระบบปศุสัตว์สำหรับการเลี้ยงวัวอย่างเหมาะสม เพื่อพัฒนาการเลี้ยงอย่างเป็นระบบและเพิ่มมูลค่าให้วัวได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>​​การดำเนินงานในพื้นที่ ช่วยแก้วิกฤตขาดแคลนน้ำ และทำให้ชุมชนมีน้ำใช้สำหรับทำเกษตรอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณข้าวต่อไร่เพิ่มขึ้นได้ราว 300 &#8211; 400 กิโลกรัม ขณะที่การเลี้ยงวัวหรือโคขุนสร้างรายได้สะสมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท รวมทั้งผลผลิต​อ้อยที่มากกว่า 10 ตันต่อไร่ และการพัฒนา​ทางการเกษตรที่มีมูลค่าเพิ่มต่อเนื่อง ทั้งการผลิตไบโอชาร์ การพัฒนานวัตกรรมการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41149 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/1-ข้าวพื้นเมือง-2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เช่นเดียวกันมิติทางสังคม ที่สามารถลดความขัดแย้งในพื้นที่ ทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองในพื้นที่พหุวัฒนธรรม และอยู่ร่วมกันได้ทั้งชุมชนไทยพุทธ และไทยมุสลิม รวมทั้งการสร้างภูมิคุ้มกันเรื่องของยาเสพติด และการเข้าไปร่วมขบวนการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในกลุ่มเยาวชนและกลุ่มที่มีความอ่อนไหว รวมทั้งช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้ลดน้อยลงได้อย่างมาก</p>
<p><em>“บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอ รามัน จังหวัดยะลา และบ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ถือเป็น​พื้นที่ตัวอย่างของภาคใต้ โดยทั้ง 2 ชุมชน มี​ความสำคัญในฐานะ​ชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ที่เมื่อน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี เกิดความมั่นคงทางอาหาร ช่วยเสริมสร้างรายได้ สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร สร้างอาชีพที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ทำให้มีทั้งแหล่งน้ำ ที่ดินทำกินปลอดภัย สามารถบริโภคในครัวเรือน ช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้จากการนำไปจำหน่าย เป็นต้นแบบเพื่อให้ชุมชนอื่นเข้ามาเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/อ้อยๅ-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>10 หมู่บ้าน 10 พื้นที่ ชุมชนต้นแบบ 100 ปีชาตกาล </strong></p>
<p>สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ยังได้คัดเลือก 10 ชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาต้นแบบ ​วาระครบรอบ 100 ปีชาตกาล วันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร​​ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี 2570 มูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ​ได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนเข้มแข็งที่น้อมนำแนวพระราชดำริ ครอบคลุมหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืนไปปฏิบัติใช้อย่างเป็นรูปธรรม จนสามารถพัฒนาสู่การพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จำนวน 10 หมู่บ้านใน 10 พื้นที่ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9</p>
<p>แนวทางการคัดเลือกพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่สามารถแก้ปัญหาที่ทำกิน ปรับปรุงแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค พัฒนาคุณภาพดิน ทำเกษตรแบบพึ่งพาตนเอง ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ครัวเรือน ชุมชนมีความพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน พึ่งพาตนเองได้ สามารถขยายการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน ทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถอยู่รอด พอเพียง ยั่งยืน</p>
<p>รวมทั้งการมีวิถีชุมชน ภายใต้ภูมิสังคมที่หล่อหลอมตามแนวพระราชดำริ จึงควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้ และนำไปใช้เป็นต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกเป็นพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ทั้ง 10 แห่ง ประกอบด้วย</p>
<p>1.  บ้านยอด ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน</p>
<p>2. บ้านห้วยม่วง ตำบลแม่นาวาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่</p>
<p>3. บ้านโคกล่าม และ 4. บ้านแสงอร่าม ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี</p>
<p>5. บ้านโพนงาม ตำบลโพนงาม อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์</p>
<p>6. บ้านโป่งลึก ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี</p>
<p>7. บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี</p>
<p>8. บ้านจำปูน ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา</p>
<p>9. บ้านโคกยามู ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส</p>
<p>10.  บ้านเหล่าฝ้าย ตำบลเหล่ากวาง อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41150 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/ชุมชน3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“หมู่บ้านเหล่านี้คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อประชาชนน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ ร่วมกับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคีเครือข่าย ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง โดยมีเป้าหมายคือ การขับเคลื่อนและขยายผลการพัฒนาที่ยั่งยืนชุมชนพึ่งตนเองตามแนวพระราชดำริไปสู่ทั่วประเทศ ด้วยความรู้ การพัฒนาศักยภาพชุมชน การสร้างกลไกการทำงานร่วมกันในระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนสามารถออกแบบและจัดการปัญหาของตนเองอย่างเหมาะสม และสร้างเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไปด้วยกัน ท่ามกลางภาวะวิกฤต” </em></p>
<p>ทั้งนี้ สถาบันพร้อมที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ควบคู่ไปกับการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โดยมีพื้นที่ต้นแบบบูรณาการการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ทั้ง 10 แห่ง ที่น้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และขยายผลนำไปใช้แนวทางการพัฒนาชุมชนในพื้นที่อื่นๆ สนองพระราชปณิธาน <strong>&#8216;สืบสาน รักษา ต่อยอด&#8217;</strong> ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ราษฎรและนำไปสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/local-development-southern-border-provinces/">ปิดทองหลังพระ​ฯ ชู 2 พื้นที่ต้นแบบ สร้าง Quick Win ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาพื้นที่ &#8216;พหุวัฒนธรรม&#8217; จังหวัดชายแดนใต้ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 14:31:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[Destination]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Landmark]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Experience Destination]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะอำ -หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดนัดชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสนลอย]]></category>
		<category><![CDATA[อัษฎางค์ สุขวิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41013</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ตอกย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination พื้นที่​พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ เปิด​ &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; และทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนยังจัด &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สำหรับชื่อ &#8216;สวนสนลอย&#8217; สามารถ​สะท้อนถึงความเชื่อมโยง​กับธรรมชาติและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน  เนื่องจากเป็น​ชื่อถนนที่ร้านตั้งอยู่ ซึ่งเชื่อมระหว่างชะอำและหัวหิน และเป็นพื้นที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ​สะท้อนภาพการผสมผสานการออกแบบเพื่อ​รักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้ และให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์  ตามแนวทางความยั่งยืนแลัการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร คุณอัษฎางค์ สุขวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดเผยว่า ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ราว 1 ไร่ จากพื้นที่โรงแรมรวม 7 ไร่ สำหรับพัฒนา &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8216; เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน และอยากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ต้องแวะพักผ่อน ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น ริมทะเล ​จากจุดเด่นของพื้นที่ ด้วยต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 80 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/">เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน</strong> ตอกย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination พื้นที่​พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ เปิด​ <strong>&#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217;</strong> และทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนยังจัด <strong>&#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217;</strong> ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-41013"></span></p>
<p>สำหรับชื่อ<strong> &#8216;สวนสนลอย&#8217;</strong> สามารถ​สะท้อนถึงความเชื่อมโยง​กับธรรมชาติและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน  เนื่องจากเป็น​ชื่อถนนที่ร้านตั้งอยู่ ซึ่งเชื่อมระหว่างชะอำและหัวหิน และเป็นพื้นที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ​สะท้อนภาพการผสมผสานการออกแบบเพื่อ​รักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้ และให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์  ตามแนวทางความยั่งยืนแลัการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GM1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณอัษฎางค์ สุขวิเศษ</strong> ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดเผยว่า ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ราว 1 ไร่ จากพื้นที่โรงแรมรวม 7 ไร่ สำหรับพัฒนา &#8216;<strong>คาเฟ่สวนสนลอย</strong>&#8216; เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน และอยากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ต้องแวะพักผ่อน ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น ริมทะเล ​จากจุดเด่นของพื้นที่ ด้วยต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 80 ปี ให้ทั้งความสวยงาม และสร้างร่มเงา เหมาะสำหรับการเป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักและเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางชะอำ -หัวหิน รวมทั้งรองรับแขกที่มาพักภายในโรงแรมซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Cafe3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Photo-757.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ไม่เพียงความสวยงามของพื้นที่ และ​ความใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว ​คาเฟ่แห่งนี้ยัง​ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงทั้งวิถีธรรมชาติ วิถีชุมชน รวมทั้งยัง​ส่งเสริมการสร้างอาชีพ และรายได้เพิ่มให้ผู้คนในชุมชน ทั้งการออกแบบร้านให้มีความโปร่งโล่ง เพื่อลดการใช้พลังงาน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ และวัตถุดิบที่เป็น​ออร์แก​นิกเพื่อทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในคาเฟ่ รวมทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ครบทุกมิติ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Pizza.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Photo-871.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน ทางรีสอร์ทยังเปิดพื้นที่เป็น &#8216;ตลาดนัดชุมชนสวนสนลอย&#8217; เพิ่มโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงช่างฝีมือในท้องถิ่น มีพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าหรือผลผลิตของตัวเองเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด ผ่านสินค้าชุมชนหลากหลายกว่า 40 ร้านค้า ในราคาจับต้องได้ง่าย เต็มพื้นที่ราว 1 ไร่นี้ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ผลไม้ท้องถิ่น ไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่สะท้อนศิลปะ และ​งานช่างฝีมือ​ เพื่อสะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง โดยร้านค้าในพื้นที่ตลาดจะเริ่มตั้งและมีความคึกคักในช่วงบ่ายๆ ราว 16.00 น. ถึงช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/MKT1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41023 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41024 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Shop-Bloom2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;ร้านค้าที่เข้ามาขายของ จะเสียค่าพื้นที่เพียงร้านละ 50 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลพื้นที่ รวมทั้งบริหารจัดการขยะต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ แต่ยังรวมถึงพนักงานของโรงแรม ก็สามารถลงทะเบียน เพื่อจอง​พื้นที่เปิดร้านได้ด้วยเช่นกัน โดยการจัดสรรพื้นที่จะพยายามเน้นให้มีร้านค้าที่มีสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ซ้ำซ้อนกัน รวมทั้งเงื่อนไขให้ทุกร้านค้า ต้องใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และให้ความสำคัญเรื่องของการแยกขยะภายในพื้นที่ตลาด รวมทั้งกิจกรรมเวิร์คช้อป ทำป้ายชื่อร้านจากวัสดุรักษ์โลก เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกภายในพื้นที่&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Paint1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/PET.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ยังมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน STGs ระดับ 5 ดาว พร้อมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bike for Good, Please Reuse Me และ My Green Day นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบประหยัดพลังงานภายในพื้นที่รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการ การดูแลทรัพยากร และการเติบโตในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41025 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Garden-Singer1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41026 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Market2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ท้ังนี้ การขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ของเซ็นทาราสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน ภายใต้แนวทาง &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; (Central Tham) ของบริษัทแม่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนผู้ผลิตในพื้นที่ การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ เพื่อให้โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สามารถส่งเสริมได้ทั้งการท่องเที่ยวที่อบอุ่น มีความหมาย และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/">เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Mar 2026 13:00:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[AIS]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[Dowa Eco-System]]></category>
		<category><![CDATA[Dowa Holding]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[E-Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Airlines]]></category>
		<category><![CDATA[Japan Model]]></category>
		<category><![CDATA[Kosaka Smelting & Refining]]></category>
		<category><![CDATA[Rare Earth]]></category>
		<category><![CDATA[Urban Mining]]></category>
		<category><![CDATA[WMS]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทองคำ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลกรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[เอไอเอส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40620</guid>

					<description><![CDATA[<p>ญี่ปุ่น ​เป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบด้าน &#8216;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; อย่างมีประสิทธิภาพ​ และมีการบังคับใช้กฏหมายด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือเป็นหนึ่ง​กุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศ​​แห่งนี้ได้กลายโรลโมเดลด้าน E-waste Management  ​แห่งหนึ่งของโลก โปรเจ็กต์สำคัญภายใต้ความร่วมมือของ AIS,  Central Group และ Japan Airlines ในการพาผู้ชนะกิจกรรม &#8216;ถ่ายคลิปทิ้ง E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี&#8217; ​บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และศึกษาเรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ณ Eco Recycle และ Kosaka Smelting &#38; Refining ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding โดยมีบริษัทในเครือ Dowa Gropu จากประเทศไทย อย่าง Waste Management Siam (WMS) ร่วม​ให้ความรู้ในการพาชมกระบวนการรีไซเคิล E-Waste และการถลุงแร่สำคัญกว่า 20 ชนิด โดยไม่ต้องทำการขุดเหมืองแบบเดิมๆ แต่เป็นผลผลิตสำคัญที่ได้จากกระบวนการ​รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ​นับเป็นการ​ทำเหมือง​รูปแบบใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/">ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ญี่ปุ่น</strong> ​เป็นหนึ่งในประเทศต้นแบบด้าน <strong>&#8216;การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217;</strong> อย่างมีประสิทธิภาพ​ และมีการบังคับใช้กฏหมายด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งถือเป็นหนึ่ง​กุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศ​​แห่งนี้ได้กลายโรลโมเดลด้าน E-waste Management  ​แห่งหนึ่งของโลก</p>
<p><span id="more-40620"></span></p>
<p>โปรเจ็กต์สำคัญภายใต้ความร่วมมือของ <strong>AIS,  Central Group </strong>และ <strong>Japan Airlines</strong> ในการพาผู้ชนะกิจกรรม <strong>&#8216;ถ่ายคลิปทิ้ง </strong><strong>E-Waste ให้ไวบินไปญี่ปุ่น ฟรี&#8217; ​</strong>บินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์และศึกษาเรียนรู้กระบวนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ระดับโลกแบบครบวงจร ณ <strong>Eco Recycle</strong> และ<strong> Kosaka Smelting &amp; Refining</strong> ในเครือ Dowa Eco-System ภายใต้ Dowa Holding</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40630 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ewaste3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมีบริษัทในเครือ Dowa Gropu จากประเทศไทย อย่าง <strong>Waste Management Siam (WMS) </strong>ร่วม​ให้ความรู้ในการพาชมกระบวนการรีไซเคิล E-Waste และการถลุงแร่สำคัญกว่า 20 ชนิด โดยไม่ต้องทำการขุดเหมืองแบบเดิมๆ แต่เป็นผลผลิตสำคัญที่ได้จากกระบวนการ​รีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ ​นับเป็นการ​ทำเหมือง​รูปแบบใหม่ ที่สามารถทำได้ภายในเมือง <strong>(Urban Mining)</strong> นอกจากลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังมีส่วนช่วยจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีอีกด้วย</p>
<p><strong>เปลี่ยน E-Waste เป็นทองคำและแร่สำคัญ (Rare Earth) </strong></p>
<p>ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศญี่ปุ่น จะใช้การบริหารจัดการในระบบโควต้า โดย Dowa Eco-System ได้รับการจัดสรรให้ดูแล E-Waste จากกลุ่ม B ​ในปริมาณ​ 3 แสนชิ้นต่อปี ขณะที่ความสามารถโดยรวมในการจัดการมีสูงถึงกว่า 6 แสนชิ้นต่อปี ซึ่ง​​​เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จะถูกส่งมายัง Eco Recycle ​ซึ่งเป็นโรงงานที่รับ E-Waste ทุกชนิด มาเข้าสู่กระบวนการถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิลให้มากที่สุด ภายใต้กฎหมายการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์​ของประเทศญี่ปุ่น ที่มีผลบังคับใช้อย่างเคร่งครัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40629 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/ewaste7.jpg" alt="" width="533" height="800" /></p>
<p>การทำงานใน <strong>Eco Recycle</strong> ยังเป็นการผสมผสานทั้งการใช้คนและเครื่องจักร เพราะมีกระบวนการในการคัดแยกที่ละเอียดซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทำความเย็น ที่ต้องมีการนำสารทำความเย็นออกจากตัวเครื่องก่อน เพื่อป้องกันการระเหยและส่งผลกระทบสู่ชั้นบรรยากาศ และการสะสมของก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการแยกวัสดุแต่ละประเภทออกจากกัน ก่อนนำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรีไซเคิล ซึ่งปัจจุบันสามารถ​รีไซเคิลได้เกือบทั้งหมด เหลือเพียง​วัสดุบางประเภทราว 9% เท่านั้น ที่ยังไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้​​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40634 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re6.jpg" alt="" width="1200" height="851" /></p>
<p>ส่วนกลุ่ม​ที่เป็นโลหะ หรือแผงวงจรต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือ จะถูกส่งไปที่ <strong>Kosaka Smelting &amp; Refining</strong> ซึ่งเป็นโรงงานหลอมชิ้นส่วนของ E-Waste และถลุงเป็น​โลหะมีค่า​หลายชนิด เช่น ทอง เงิน ทองแดง รวมทั้งแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ หรือรถยนต์  โดยโรงงานแห่งนี้ นับเป็น 1 ใน 3 ของโลก ที่สามารถสกัดโลหะมีค่าได้มากกว่า 20 ชนิด จากความเชี่ยวชาญเดิมที่เคยทำธุรกิจด้านการทำเหมืองแร่มากว่าร้อยปี</p>
<p>โดย​ปี 2024 ที่ผ่านมา โรงงานได้ทำการรับโทรศัพท์มือถือเพื่อเข้าสู่ระบบรีไซเคิลรวมกว่า 11,100 เครื่อง หรือราว 2.1 ตัน และสามารถสกัดออกเป็นแร่มูลค่าสูง อาทิ ทองคำ 713 กรัม ,​เงิน 3,585 กรัม และทองแดง 229 กิโลกรัม รวมทั้งยังสามารถสกัดแร่สำคัญต่างๆ ที่กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ทำให้ไม่จำเป็นต้อง​ใช้วิธีทำเหมือง​เพื่อขุดและสกัดหาแร่สำคัญแบบเดิมๆ ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศญี่ปุ่นได้ยกเลิกการให้สัมปทานการทำเหมืองแร่แล้วทั้งหมด เหลือเพียงการทำเหมืองแร่ทองคำเพียง 1-2 แห่งเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40632 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบจัดการ E-Waste ด้วยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน</strong></p>
<p><em><strong>ความสำเร็จของญี่ปุ่น ที่สามารถขับเคลื่อน E-Waste Management  ได้อย่างสมบูรณ์​ ทำให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่นต่างผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลแทบทั้งสิ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความพร้อมทั้งข้อกฏหมาย และการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนในประเทศตั้งแต่เริ่มต้น</strong> </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40628 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa2.jpg" alt="" width="600" height="800" /></p>
<p>โดยมีกฏหมายที่กำหนดบทบาทและหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนภายใน Ecosystem ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้ ผู้ผลิต ​ผู้บริหารจัดการผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน รวมทั้งฝ่ายกำกับดูแล ทั้งด้านนโยบาย การบริหารจัดการกองทุนและการดูแลจัดการขยะอิเล็กทรกนิกส์ เพื่อนำไปชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายในกระบวนการจัดการผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน</p>
<p><strong>คุณสุทธิดา ฝากคำ</strong> Senior Environmental and Compliance Manager WMS ในเครือ Dowa Group ให้ข้อมูลว่า การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในญี่ปุ่น จะเป็นระบบโควต้า โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม A และ กลุ่ม B ​แต่ละกลุ่มจะ​ครอบคลุมผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน ทำให้บริษัทรับจัดการขยะรู้ขอบเขตของตัวเองว่าสามารถเก็บผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ใดได้บ้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40627 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa7.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ขณะที่ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จะเป็นไปตามแนวทาง <strong>&#8216;ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย&#8217;</strong> ซึ่งในญี่ปุ่น จะมีการบวกค่าใช้จ่ายไว้ในราคาสินค้าที่ซื้อแต่ละชิ้นไว้อยู่แล้ว เพื่อนำหักเข้ากองทุนสำหรับนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ ตามที่บริษัทจัดการขยะ ได้ส่งรายงานและประเมินต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำมาเบิกกับทางกองทุน</p>
<p><em>&#8220;การมีข้อกฏหมายที่ชัดเจนและ​ขับเคลื่อนได้จริง รวมทั้งการรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศมีความตระหนักรู้ในการทิ้งขยะอย่างถูกต้องตั้งแต่ยังเด็ก เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ระบบการขับเคลื่อนในญี่ปุ่นมีความแข็งแรง ​ขณะที่ในประเทศไทย มีความพยายามผลักดัน พ.ร.บ.ขยะอิเล็กทรอนิกส์  โดยนำร่องครอบคลุมสินค้า 5 ประเภท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ทีวี แอร์ และตู้เย็น  แต่ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปข้อกำหนด​เรื่องผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะได้ ทำให้ยังไม่สามารถมีข้อฏหมายที่มากำหนดทั้งการให้สิทธิประโยชน์ หรือบทลงโทษต่างๆ ได้ ประกอบกับประชาชนที่ยังไม่ตระหนักต่อผลกระทบของการทิ้งขยะปะปนกัน โดยเฉพาะขยะอันตรายที่อาจถูกนำไปกำจัดอย่างไม่ถูกวิธีทำให้เกิดสารพิษรั่วไหลสู่แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้​&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40635 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Dowa4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ผนึกกำลังเดินหน้า​ Zero E-Waste to Landfill ต่อเนื่อง </strong></p>
<p>การมาดูงาน <strong>Dowa Eco-System</strong> ​ประเทศญี่ปุ่น​ครั้งนี้ ทำให้​มองเห็นปลายทาง​การจัดการ E-Waste ที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สร้างวัตถุดิบสำหรับนำกลับไปเป็นต้นทางในการผลิตได้ใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>รวมทั้งยังเป็นกลไกในการ​บริหารจัดการ E-Waste ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องทุกปีไม่ต่ำกว่า 10% ตามพฤติกรรมในการใช้งาน และการขับเคลื่อนการเติบโต​จากภาคธุรกิจ จึงถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และเป็นปัญหาที่อยู่ใกล้ตัวของผู้บริโภคทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40626 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Winner3.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>พร้อมทั้งการได้เห็นความมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างจริงจังของภาคเอกชนอย่าง <strong>AIS </strong>และ <strong>Central Group </strong>ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ <strong>&#8216;คนไทยไร้ E-Waste&#8217;</strong> มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563  โดย AIS ทำหน้าที่เป็นแกนนำผลักดัน <strong>AIS HUB of E-Waste </strong> เพื่อสร้างศูนย์กลางการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย มุ่งนำขยะทุกชิ้นเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกวิธีตามหลัก <strong>Zero E-Waste to Landfill</strong> ขณะที่ <strong>กลุ่มเซ็นทรัล </strong>สนับสนุนการขยายเครือข่ายจุดรับทิ้งในพื้นที่ศูนย์การค้าทั่วประเทศ ​​เชื่อมโยงพื้นที่ค้าปลีกเข้ากับระบบบริหารจัดการขยะที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถทิ้ง E-Waste ได้อย่างสะดวกและถูกต้อง</p>
<p>​<strong>คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม</strong> หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า ​โครงการนี้สะท้อนความตั้งใจของ AIS ในการขับเคลื่อนการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างโปร่งใสและยั่งยืน รางวัลที่มอบให้ผู้ชนะในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางท่องเที่ยว แต่เป็น <strong>Sustainability Learning Experience</strong> ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้เห็นกระบวนการจริงตลอดทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า E-Waste ทุกชิ้นจะถูกจัดการตามมาตรฐาน Zero E-Waste to Landfill อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40623 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Winner4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การทำงานร่วมกับ Central Group, Japan Airlines และ WMS ยังเป็นการสร้าง ‘โมเดลระดับประเทศ’ ภายใต้แนวคิด Circular Economy ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคสู่โรงงานรีไซเคิลระดับโลกอย่างครบวงจร ก่อให้เกิด E-Waste Ecosystem สำหรับประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทิ้งอย่างถูกวิธีจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกต้อง 100% โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเมื่อผู้บริโภคได้เห็นปลายทางของขยะอย่างชัดเจน ความเชื่อมั่นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การใช้งานไปจนถึงการทิ้งอย่างถูกต้อง&#8221;</em></p>
<p><strong>คุณอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนแนวคิด <strong>Circularity</strong> หรือ<strong>เศรษฐกิจหมุนเวียน</strong> ภายใต้กรอบการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านหลักการ Reduce, Reuse และ Recycle เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว</p>
<p>สำหรับมิติด้านการบริหารจัดการขยะ กลุ่มเซ็นทรัล​ให้ความสำคัญกับการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และยกระดับแนวปฏิบัตินี้ให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตั้งเป้าหมายลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบอย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Zero Waste to Landfill ภายในปี 2050 ผ่านโครงการ <strong>Love The Earth – ZERO WASTE NOW</strong> ซึ่งมุ่งพัฒนา &#8216;<strong>โมเดล Zero Waste แบบครบวงจร&#8217;</strong> เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40631 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;อีกหนึ่งประเด็นที่กลุ่มเซ็นทรัล ให้ความสำคัญมากขึ้นคือขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของยุคดิจิทัล หากจัดการไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารอันตราย เช่น ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม สู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน หากเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐาน จะสามารถกู้คืนโลหะมีค่าและทรัพยากรสำคัญกลับมาใช้ใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม&#8221;</em></p>
<p>ปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัลได้จัดตั้งจุดรับทิ้ง E-Waste ร่วมกับ AIS ครอบคลุมศูนย์การค้ากว่า 42 สาขาทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ง่ายดาย และทั่วถึง เพื่อร่วมกันยกระดับการจัดการทรัพยากรของประเทศ ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40622 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/re11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>ความร่วมมือระหว่าง AIS, กลุ่มเซ็นทรัล และ Japan Airlines ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ผู้บริโภค จุดรับทิ้ง พื้นที่เชิงพาณิชย์ ไปจนถึงกระบวนการรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานระบบการจัดการ E-Waste ของประเทศให้เข้มแข็ง โปร่งใส และขยายผลได้ในระยะยาว เพื่อร่วมกันยกระดับประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างต้นแบบความร่วมมือภาคธุรกิจที่สามารถต่อยอดสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศในวงกว้างอย่างยั่งยืน</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/ais-cg-learning-ewaste-management-japan-model/">ศึกษา &#8216;ญี่ปุ่นโมเดล&#8217; ต้นแบบ &#8216;จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์&#8217; ​​ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบสมบูรณ์ ​พร้อม​เทคโนโลยีรีไซเคิล เปลี่ยน &#8216;ขยะ&#8217; สู่แร่มูลค่าสูงได้ถึง 20 ชนิด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 12:40:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Bank]]></category>
		<category><![CDATA[BBL]]></category>
		<category><![CDATA[Bualuang Green]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Green Transition Academy]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาติศิริ โสภณพนิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อบัวหลวงกรีน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารกรุงเทพ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’ จัดเวทีเสวนาใหญ่ The Great Green Transition ปีที่ 2 อัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิด 3 ประเด็นสำคัญสู่บริบทไทย ได้แก่ นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน และเส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา &#8216;The Great Green Transition&#8217;  ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ &#8216;Sustainable Growth in Action&#8217; ว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานเสวนา The Great Green Transition ของธนาคารในปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมุมมองสู่แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจในไทย ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ 2. นวัตกรรมพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/">ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ธนาคารกรุงเทพ ‘สถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค’</strong> <strong>จัดเวทีเสวนาใหญ่ The Great Green Transition ปีที่ 2 อัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว </strong></p>
<p><span id="more-40549"></span></p>
<p><strong>พร้อมเปิด 3 ประเด็นสำคัญสู่บริบทไทย ได้แก่ นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน และเส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_04-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา &#8216;<strong>The Great Green Transition&#8217;  </strong>ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Sustainable Growth in Action&#8217;</strong> ว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานเสวนา <strong>The Great Green Transition </strong>ของธนาคารในปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมุมมองสู่แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจในไทย ใน 3 ประเด็น ได้แก่</p>
<p>1. การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ</p>
<p>2. นวัตกรรมพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน</p>
<p>3. เส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง</p>
<p>ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 กฎหมายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) มีการบังคับใช้อย่างเข้มข้นขึ้น เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การรายงาน และการลงทุนสีเขียว ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่ได้รับผลกระทบด้านภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มี<br />
การปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_05-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เช่นเดียวกับประเทศขนาดใหญ่อีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน ต่างทยอยออกข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด<br />
โดยกำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน หรือการจัดทำระบบรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาตลาดส่งออกสำคัญและความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน</p>
<p><em>&#8220;ไม่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ไปจนถึงผู้ผลิตอย่างภาคการเกษตร ก็ต้องเร่งปรับตัวเช่นกัน เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมได้เข้ามากำหนดมาตรฐานตั้งแต่ระดับวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการให้บริการ โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์เป็นตัวกำกับ หากผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ก็เสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่การผลิตของผู้ส่งออกได้&#8221;</em></p>
<p>ธนาคารกรุงเทพในฐานะ <strong>‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’</strong> พร้อมยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ผ่านการสนับสนุนองค์ความรู้ เช่น การจัดงานเสวนา <strong>The Great Green Transition</strong> เวทีที่จะช่วยชี้แนวทางให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด และหลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กร  <strong>Green Transition Academy</strong> เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและนักธุรกิจสู่ยุคคาร์บอนต่ำ</p>
<p><em>&#8220;ธนาคารพร้อมสนับสนุนทางการเงินผ่าน <strong>&#8216;สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม&#8217;</strong> เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับเปลี่ยนองค์กรและเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ธุรกิจสีเขียวได้อย่างราบรื่น เพราะวันนี้ประเด็นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แนวทางสมัครใจ แต่เป็นข้อบังคับทางเศรษฐกิจและการค้าที่ทุกประเทศและธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อรักษาตลาด สร้างโอกาสการลงทุน และสามารถยืนหยัดในเวทีเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”</em> คุณชาติศิริ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_08.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ภายในงานเสวนา <strong>&#8216;</strong><strong>The Great Green Transition&#8217;</strong> ได้รับเกียรติจาก  <strong>คุณนีฟ คอลิเออร์-สมิธ </strong>รักษาการผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย, ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ <strong>&#8216;</strong><strong>Bridging Global Climate Policy into Local Business Reality&#8217;</strong> และ <strong> คุณรอส คอนลอน </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บรรยายพิเศษ หัวข้อ &#8216;<strong>Transformative Innovations Shaping the Future of Sustainable Business&#8217; </strong>ร่วมให้ความรู้ถึงหลักกฎเกณฑ์ที่จะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจและนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p>ด้านวงเสวนา​ &#8216;<strong>Driving Sustainability in the Era of Climate Change&#8217; </strong>ได้รับเกียรติจาก <strong>ดร.ธีระพล </strong><strong>ถนอมศักดิ์ยุทธ </strong>ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์<strong>,  คุณต้องใจ ธนะชานันท์ รอง</strong>กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานความยั่งยืนและกลยุทธ์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  และ<strong>  คุณกรกมล กอไพศาล </strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และพาณิชยกิจ กลุ่มธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าเพิ่ม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมแชร์ประสบการณ์การจัดการโครงการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงทิศทางและโอกาสใหม่ของตลาดผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน โดย<strong> ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล</strong> <strong>กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)</strong> เป็นผู้ดำเนินการเสวนา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_09.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ในหัวข้อ<strong> &#8216;Building a Sustainable and Inclusive Future Through Innovation&#8217;</strong> ได้รับเกียรติ จาก <strong>คุณ​วชิระชัย คูนำวัฒนา </strong>Chief Sustainability Officer บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน), <strong>​คุณกนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม </strong>ผู้อำนวยการอาวุโส – บริการ Net Zero Solutions บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด และ <strong>คุณจิรเมธ อัชชะ </strong>ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมแชร์มุมมองและฉายภาพการสร้างอนาคต การนำนวัตกรรมมาช่วยเสริมสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับองค์กรและชุมชน</p>
<p>ภายในงานยังมีการจัดแสดงบูธด้านนวัตกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อนำเสนอการลดคาร์บอน การบริหารห่วงโซ่อุปทานและโซลูชันด้านความยั่งยืน สำหรับงานเสวนา <strong>The Great Green Transition​ </strong>ภายใต้หัวข้อ <strong>Sustainable Growth in Action​</strong> จัดขึ้นในวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ห้องฉัตรา บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/BBL_02-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/bbl-the-great-green-transition-ep2/">ธนาคารกรุงเทพ เปิด &#8216;The Great Green Transition ปีที่ 2&#8217; ​​ชู 3 ประเด็น​ยั่งยืนขับเคลื่อน &#8216;เศรษฐกิจสีเขียว&#8217; หนุนธุรกิจไทย​เติบโตในซัพพลายเชนโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พิธีมอบรางวัล​ &#8216;Thailand Green Design Awards (TGDA) 2026&#8217; มุ่งผลักดัน &#8216;อีโคดีไซน์&#8217; สู่นวัตกรรมที่ช่วยดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/thailand-green-design-awards-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2026 00:24:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Green Design]]></category>
		<category><![CDATA[Green University]]></category>
		<category><![CDATA[Green Voice Awards]]></category>
		<category><![CDATA[KAPI]]></category>
		<category><![CDATA[Kasetsart University]]></category>
		<category><![CDATA[KU]]></category>
		<category><![CDATA[NEXTOPIA]]></category>
		<category><![CDATA[SIAM PIWAT]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[TGDA]]></category>
		<category><![CDATA[TGDA 2026]]></category>
		<category><![CDATA[TGDA Youth Design Awards]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Green Design Awards]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Green Design Awards 2026]]></category>
		<category><![CDATA[การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[นรีรัตน์ สันธยาติ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[นาเฮียใช้]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มก.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[เชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40527</guid>

					<description><![CDATA[<p>การประกวด TGDA จัดโดย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (KAPI) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและนักออกแบบรุ่นใหม่ได้ร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยุทธศาสตร์ Green University ของมหาวิทยาลัย ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Green Design Awards 2026 ในปีนี้ ​​จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 แล้ว เพื่อส่งเสริมและผลักดันการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการต่อยอดแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม​ ​ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Green University และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัย ซึ่งทุกผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้สะท้อนพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่สามารถหลอมรวมองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง  อีกหนึ่งความพิเศษของ TGDA 2026 ในปีนี้คือ การผนึกกำลังร่วมกับ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต ซึ่ง คุณนรีรัตน์ สันธยาติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thailand-green-design-awards-2026/">พิธีมอบรางวัล​ &#8216;Thailand Green Design Awards (TGDA) 2026&#8217; มุ่งผลักดัน &#8216;อีโคดีไซน์&#8217; สู่นวัตกรรมที่ช่วยดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การประกวด<strong> TGDA</strong> จัดโดย <strong>สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร (</strong><strong>KAPI) </strong><strong>มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</strong> มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน ไปจนถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์</p>
<p><span id="more-40527"></span></p>
<p>ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนและนักออกแบบรุ่นใหม่ได้ร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยุทธศาสตร์ Green University ของมหาวิทยาลัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40529 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__4907148.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ผศ.ดร.กฤษณ์ วันอินทร์ </strong>รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและพันธกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การจัดงาน <strong>Thailand Green Design Awards 2026</strong> ในปีนี้ ​​จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 แล้ว เพื่อส่งเสริมและผลักดันการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การประหยัดพลังงาน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการต่อยอดแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม​</p>
<p>​ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ <strong>Green University</strong> และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของมหาวิทยาลัย<em><strong> ซึ่งทุกผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้สะท้อนพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่สามารถหลอมรวมองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ช่วยดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง </strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40531 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TGDA2026-4.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p>อีกหนึ่งความพิเศษของ <strong>TGDA 2026</strong> ในปีนี้คือ การผนึกกำลังร่วมกับ <strong>NEXTOPIA </strong><strong>เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคต</strong> ซึ่ง <strong>คุณนรีรัตน์ สันธยาติ </strong>ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงาน Sustainability and Investor Relations บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ​กล่าวถึงความสอดคล้องของ NEXTOPIA ที่ Siam Piwat ต้องการออกแบบให้เป็น <strong>Co-Creation Platform</strong> ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ หรือ ชุมชน ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดและสร้างสรรค์อนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนแนวคิดสำคัญที่ว่า<strong> &#8216;การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เกิดขึ้นได้จากพลังของความร่วมมือ&#8217;</strong> ซึ่งเวที TGDA นี้ถือเป็นภาพสะท้อนของการรวมพลังดังกล่าวได้อย่างชัดเจน</p>
<p>ภายในงานได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมเป็นสักขีพยานและมอบรางวัล อาทิ <strong>รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ประธานกรรมการตัดสิน และคุณเชอรี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ทูต </strong><strong>TGDA</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40534 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959739.jpg" alt="" width="534" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>TGDA 2026</strong> นี้ มีผลงานที่ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 18 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายมิติของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลงานที่ได้รับคัดเลือก จะต้องสามารถ <strong>ผสมผสานทั้งแนวคิดธุรกิจ ความริเริ่ม และศักยภาพทางการตลาด</strong> (Business concept &amp; Market Potential) <strong>ความแตกต่างและความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง</strong> (Innovation &amp;Competitive Advantage) <strong>ความชัดเจนด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม</strong> (CarbonNeutrality &amp; Environmental Impact) <strong>และความพร้อมเชิงพาณิชย์และการนำไปใช้จริง</strong> (Commercial Readiness &amp;Feasibility)</p>
<p>ทั้งนี้ ทุกรางวัลล้วนสะท้อนถึงศักยภาพของนวัตกรรมไทยในการตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสร้างสรรค์ และสามารถจับต้องได้ ซึ่งประกอบด้วย 4 ประเภทหลัก ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40540 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959743.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1. ผลงานประเภทเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Optimization)</strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลรองชนะเลิศ : </strong> ผลงาน<strong> RIFFAI</strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชมเชย : </strong> ผลงาน <strong>Modular Ethyl Ester Biodiesel Reactor </strong>​และ ผลงาน <strong>LuXene (ลูเซน)</strong> – นวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่นชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรมที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40536 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/PIC5.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>2. ผลงานประเภทการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainable Resource Utilization) </strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชนะเลิศ</strong> : ผลงาน <strong>วัสดุทดแทนหนังจากเส้นใยใบสับปะรดและยางธรรมชาติ</strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชมเชย</strong> : ผลงาน <strong>ศรัทธาสีเขียว &#8216;นวัตกรรมการออกแบบและจัดการขยะศาสนสถานสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน&#8217;</strong> , ผลงาน <strong>กระเป๋า &#8216;อวน-อวน&#8217; กระเป๋าจากเศษอวนและขยะมรสุม  Upcycling ด้วยฝีมือชุมชนชายฝั่งภูเก็ต</strong>, ผลงาน <strong>อีโคสปิริต / ฉลองเบย์ / เสน่หา / ลานนา</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40542 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959749.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3.  ผลงานประเภทยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน (Life Enrichment) </strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลรองชนะเลิศ :</strong> ผลงาน <strong>รถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอเนกประสงค์​ Easymove 3 ,</strong> ผลงาน<strong> หุ่นชีวิน- ชุดอุปกรณ์ฝึกสอนการช่วยชีวิต (CPR) สำหรับทุกคน  </strong>(Cheewin &#8211; CPR Training Kit for Everyone)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40535 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959740.jpg" alt="" width="534" height="800" /></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชมเชย : </strong> ผลงาน <strong>เวสท์บาย เดลิเวอรี่ </strong>(WASTEBUY Delivery)</p>
<p class="p1"><strong>รางวัลพิเศษ ICONCRAFT</strong> : ผลงาน <strong>เครื่องสางเส้นใยสำหรับผู้สูงอายุ </strong> (FYNnovated)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40544 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959741.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. TGDA Youth Design Awards 2026</strong>​</p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชนะเลิศ :</strong> ผลงาน <strong>เครื่องกักเก็บคราบน้ำมันในน้ำ นวัตกรรมจากน้ำยางพาราแบบประหยัดพลังงาน</strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลรองชนะเลิศ :</strong> ผลงาน <strong>ถังขยะ AI รักษ์โลก</strong></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลชมเชย :</strong> ผลงาน <strong>รีเทรย์ โปรเจ็กต์</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40538 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/TGDA1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p class="p1"><strong>รางวัลพิเศษ ECOTOPIA :</strong> ผลงาน <strong>เครื่องนับและจำแนกขนาดทุเรียนบนต้น ด้วยระบบ AI </strong>เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดขยะทาง​การเกษตร และขับเคลื่อนเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน , ผลงาน <strong>เม็ดฟู่ซักผ้าขาวจากเปลือกไข่</strong> ,​ ผลงาน <strong>พอดีจาน เพราะมีใคร,  </strong>ผลงาน <strong>Candle Chérie</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40546 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959748-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการมอบ <strong>รางวัลเกียรติยศ (</strong><strong>Honorary Awards)</strong> เพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน ได้แก่ <strong>ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย &#8216;นาเฮียใช้&#8217;  </strong>และ <strong>รศ.ประภาภัทร นิยม (โรงเรียนรุ่งอรุณ) </strong>และรางวัล <strong>Green Voice Awards</strong> แก่ <strong>คุณก้อง ชนัฐ วุฒิวิกัยการ</strong> (Kong GreenGreen) เพื่อยกย่องบทบาทด้านการสื่อสารและการสร้างแรงบันดาลใจด้านสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40545 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__69959747.jpg" alt="" width="534" height="800" /></p>
<p>ผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางนวัตกรรม หากยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน สามารถเปลี่ยนองค์ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ดูแลโลก ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40533 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Youth-Design-2026.jpg" alt="" width="1200" height="901" /></p>
<p><strong>Thailand Green Design Awards </strong><strong>จึงมิใช่เพียงเวทีแห่งการแข่งขัน หากแต่เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่อนาคตที่สมดุล ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยคุณค่า ผ่านการออกแบบที่มีความหมายต่อโลกและสังคม</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/thailand-green-design-awards-2026/">พิธีมอบรางวัล​ &#8216;Thailand Green Design Awards (TGDA) 2026&#8217; มุ่งผลักดัน &#8216;อีโคดีไซน์&#8217; สู่นวัตกรรมที่ช่วยดูแลโลกและยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Feb 2026 11:13:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Central Tham]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Shared Value Ecosystem​]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative]]></category>
		<category><![CDATA[Shared Value]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาองค์รวม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งท่องเที่ยวชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40257</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการ &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ก้าวสู่ปีที่ 9 ของการดำเนินงาน พร้อมยกระดับทิศทาง มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ ผ่านการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (Holistic Shared Value Ecosystem) ด้วยการบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมที่ ยั่งยืนในระยะยาว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;  ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง CSV (Creating Shared Value) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาช่วย​แก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม โดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน 6 แนวทางหลัก ประกอบด้วย  Community : การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน,  Inclusion : ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม, Talent : การดูแลและพัฒนาศักยภาพให้บุคลากร, Circularity : ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน, Climate : ฟื้นฟูสภาพอากาศ ร่วมแก้วิกฤตโลกร้อน และ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โครงการ &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล ก้าวสู่ปีที่ 9 ของการดำเนินงาน พร้อมยกระดับทิศทาง มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ ผ่านการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม (</strong><strong>Holistic Shared Value Ecosystem)</strong><strong> ด้วยการบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมที่ ยั่งยืนในระยะยาว</strong></p>
<p><span id="more-40257"></span></p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ&#8217; </strong> ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง <strong>CSV</strong> (Creating Shared Value) เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ มาช่วย​แก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการทางสังคม โดยมุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน 6 แนวทางหลัก ประกอบด้วย <strong> Community :</strong> การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้และต่อยอดสู่ท่องเที่ยวยั่งยืน, <strong> Inclusion :</strong> ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม,<strong> Talent</strong> : การดูแลและพัฒนาศักยภาพให้บุคลากร,<strong> Circularity</strong> : ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน,<strong> Climate :</strong> ฟื้นฟูสภาพอากาศ ร่วมแก้วิกฤตโลกร้อน และ <strong>Nature :</strong>  ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ดูแลระบบนิเวศและความหลากหลายทางธรรมชาติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/22.พัฒนาการศึกษา-เด็กและเยาวชน-และการดูแลคนพิการ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ยกระดับการขับเคลื่อน สู่การพัฒนาแบบองค์รวมในระดับพื้นที่ </strong></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์  </strong>กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ให้ข้อมูล Positive Impact หรือผลกระทบเชิงบวก จากการขับเคลื่อน &#8216;<strong>เซ็นทรัล ทำ</strong>&#8216; มาอย่างต่อเนื่องว่า สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าร่วมทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยสามารถสรุปผลการขับเคลื่อนโครงการจนถึงสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมา แต่ละมิติ ได้ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <strong>Community &amp; Social Contribution (</strong><strong>ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สร้างอาชีพ และบรรเทาสาธารณภัย)</strong> สร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่ชุมชนรวมกว่า <strong>2,240</strong> ล้านบาท และเสริมความเข้มแข็งให้เครือข่ายท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</p>
<p>&#8211; <strong>Inclusion (</strong><strong>ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม)</strong> <strong>สนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนรวม </strong><strong>203 </strong><strong>แห่ง เพื่อยกระดับโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างต่อเนื่อง</strong> สามารถสร้างงานและสนับสนุนอาชีพให้แก่คนพิการกว่า <strong>1,395</strong> คน พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในชุมชนมากกว่า <strong>150,000</strong> ราย ขณะเดียวกัน มิติ <b> </b></p>
<p><strong>&#8211; Talent &amp; Human Capital Development </strong><strong>(พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์)</strong> กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญการเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานในองค์กร พัฒนาศักยภาพ มีความสมดุลทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/24.การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Circular Economy &amp; Waste Management </strong><strong>(ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน และบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ)</strong> และ <strong>Food Loss &amp; Food Waste Reduction (</strong><strong>ลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต และลดปริมาณขยะอาหาร) </strong>สามารถลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารได้กว่า <strong>27,300</strong> ตัน ลดปริมาณขยะที่เข้าสู่หลุมฝังกลบกว่า <strong>93,490</strong> ตัน</p>
<p>&#8211; <strong>Climate Action</strong> <strong>(ฟื้นฟูสภาพอากาศ ลดมลภาวะ และผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน)</strong> ได้มีการติดตั้งจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน <strong>1,487</strong> สถานที่ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา <strong>259</strong> แห่ง และผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึง <strong>252,176</strong> เมกะวัตต์ชั่วโมง สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดมลภาวะและผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างชัดเจน</p>
<p><strong>&#8211; Nature</strong> ได้ขับเคลื่อนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่ากว่า <strong>15,000</strong> ไร่ เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em>&#8220;สำหรับ <strong>การขับเคลื่อน &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; ในปี 2569 นี้ ได้ยกระดับกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนมาสู่ &#8216;การพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม&#8217;  หรือ Holistic Shared Value Ecosystem​ </strong> เพื่อต่อยอดการทำงานระหว่างเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่าง​บูรณาการเพื่อการพัฒนาที่รอบด้านและครอบคลุมได้มากขึ้น <strong>นำไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบระดับพื้นที่ </strong>โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก 13 ชุมชนต้นแบบ ​ที่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคท่ัวประเทศ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน ชัยภูมิ สกลนคร  สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี  ตรัง สมุทรปราการ และอยุธยา​ ในการต่อยอดโมเดลการพัฒนาที่เป็น Best Practice ไปสู่พื้นที่ต่างๆ ได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40259 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างคุณค่าร่วมผ่าน 8 มิติ เชื่อมโยงการพัฒนา​ทั้งระบบนิเวศ</strong></p>
<p>แนวทางการพัฒนาชุมชนตามหลัก <strong>Holistic Shared Value Ecosystem​</strong> จะเป็นการบูรณาการทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ​ซึ่งจะมีแกนในการขับเคลื่อนครอบคลุมใน 8 ด้าน ต่อไปนี้</p>
<p><strong>1. พัฒนาการศึกษา เด็กและเยาวชน และการดูแลคนพิการ</strong> : บูรณาการการพัฒนาการศึกษาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งหลักสูตร STEM ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน อาชีวศึกษา และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับการพัฒนา <strong>&#8216;โค้ชครู&#8217;</strong> และการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างทักษะแห่งอนาคตให้เด็กและเยาวชนพร้อมขยายโอกาสการมีงานทำและการสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้แก่คนพิการ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่ทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมเพื่อบูรณาการเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตอย่างครบวงจร สร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>2. พัฒนาพื้นที่และสิ่งปลูกสร้างให้ได้มาตรฐาน</strong> : ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งปลูกสร้างให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนในการแข่งขันทางการตลาด สนับสนุนการเข้าถึงช่องทาง Modern Trade และการขยายตลาดใหม่ โดยมุ่งพัฒนาอาคารและสถานที่ผลิตที่ตอบโจทย์คุณภาพ ความปลอดภัย และความต้องการของตลาดในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/19.พัฒนาการศึกษา-เด็กและเยาวชน-และการดูแลคนพิการ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>3. ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพ</strong> : ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนในเชิงองค์รวม ผ่านการเสริมสร้างศักยภาพด้านอาชีพ รายได้ และการบริหารจัดการชุมชน เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ลดการพึ่งพิง และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>4. เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างแบรนด์สู่สากล</strong> : พัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้มีอัตลักษณ์ โดดเด่น และได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันการสร้างแบรนด์ชุมชนให้เป็นที่ยอมรับใน ระดับสากล เพื่อเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ที่มั่นคง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของชุมชน</p>
<p><strong>5. ศูนย์การเรียนรู้ และการขยายผลสู่ทุกภูมิภาค</strong> : ผลักดันให้ชุมชนต้นแบบสามารถเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้พัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน รองรับการอบรม การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อขยายผลการพัฒนาไปยังทุกภูมิภาคอย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p>
<p><strong>6. ยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน</strong> : ต่อยอดศักยภาพด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย ส่งเสริมให้ชุมชนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณค่า (Value-based Tourism) ที่สร้างรายได้ ควบคู่กับการอนุรักษ์วิถีชีวิต สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อการเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/06.สวนเทพพนา-อ.เทพสถิต-จ.ชัยภูมิ.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>7. มุ่งสู่ชุมชนยั่งยืนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</strong> : ขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอนจากทุกกิจกรรมของชุมชน ตั้งแต่การเกษตรคาร์บอนต่ำด้วยแนวคิดไบโอชาร์ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพื่อรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว</p>
<p><strong>8. การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ มุ่งสู่ </strong><strong>ZERO WASTE</strong> : พัฒนาระบบบริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร เพื่อลดปริมาณขยะที่ส่งไปยังหลุมฝังกลบ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มธุรกิจ พนักงาน และชุมชน ในการคัดแยก ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล มุ่งสู่เป้าหมาย ZERO WASTE อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>นำร่อง บ้านเทพพนา ชัยภูมิ &#8216;แหล่งปลูกอะโวคาโดคาร์บอนต่ำ&#8217;  </strong></p>
<p>สำหรับการ​​ขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ <strong>Holistic Shared Value Ecosystem​</strong> ได้ยกโครงการพัฒนาพื้นที่นำร่องของ <strong>วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาแบบองค์รวม โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาพื้นที่สู่การเกษตรคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/01.คุณพิชัย-จิราธิวัฒน์-และคุณวิเชียร-พรมทุ่งค้อ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8216;วิสาหกิจชุมชนปลูกพืชเศรษฐกิจบ้านเทพพนา&#8217;</strong> เป็นหนึ่งใน 7 กลุ่มผู้ปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮสส์แมกซิโกในประเทศไทย สายพันธุ์คุณภาพระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในด้านรสชาติและมาตรฐานการผลิต โดยเริ่มต้นจากความตั้งใจในการเพิ่มรายได้และสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรในพื้นที่ ก่อนพัฒนาต่อยอดสู่ระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ชุมชนได้ปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผ่านการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ การจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำ <strong>เห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี</strong> มาใช้ควบคุมโรคพืชในแปลงอะโวคาโด เพื่อลดการใช้สารเคมีและรักษาสมดุลทางธรรมชาติ</p>
<p>แนวทางดังกล่าวไม่เพียงยกระดับคุณภาพผลผลิต หากยังเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ พร้อมวางรากฐานการพัฒนาการเกษตรที่คำนึงถึงทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมควบคู่กันอย่างสมดุล</p>
<p><em><strong>นอกจากการพัฒนาด้านคุณภาพผลผลิต ชุมชนยังต่อยอดสู่การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ โดยใช้แนวคิด ไบโอชาร์ ควบคู่การจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยื</strong><strong>น</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/13.ใช้ไบโอชาร์-ฝังรอบโคนต้น.jpg" alt="" width="1000" height="750" /></p>
<p><strong>ไบโอชาร์ หรือ ถ่านชีวภาพ</strong> มีโครงสร้างรูพรุนเพื่อ<strong>ช่วยกักเก็บธาตุอาหารและความชื้น</strong> รวมทั้งฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ส่งเสริมจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี<strong> และช่วยกักเก็บคาร์บอนในดินเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong> ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงขึ้น เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยัง<strong>ตอบโจทย์การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ </strong></p>
<p>ส่วน <strong>การจัดการธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี ควบคู่กับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับสูบน้ำบาดาล เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน </strong>ยกระดับชุมชนสู่ต้นแบบเกษตรยั่งยืนที่สมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต</p>
<p><strong>ปัจจุบัน สวนเทพพนาได้รับการรับรองมาตรฐาน </strong><strong>Organic Thailand : </strong><strong>ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่รับรองโดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย ปลอดสารเคมีสังเคราะห์ </strong><strong>100%</strong><strong> ไม่ใช้พืช </strong><strong>GMO </strong><strong>และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน ตั้งแต่แหล่งผลิต การจัดการแปลง ไปจนถึงการแปรรูป สะท้อนความเข้มงวดด้านคุณภาพ ความโปร่งใสของระบบการผลิต และความรับผิดชอบต่อทั้งผู้บริโภคและระบบนิเวศ</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40266" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/08.อะโวคาโดพันธุ์แฮส-Hass-จากสวนเทพพนา-1.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p><b> <strong>ต่อยอดพื้นที่เกษตร สู่ศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวชุมชน</strong></b></p>
<p>การพัฒนาพื้นที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการ <strong>ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและการสร้างอาชีพผ่านมิติสินค้าการเกษตร </strong>เท่านั้น แต่ยังขยายผล <strong>ยกระดับสู่การท่องเที่ยวและการเรียนรู้</strong> อย่างเป็นระบบ</p>
<p>โดย เซ็นทรัล ทำ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ 2 อาคาร รองรับผู้เข้าอบรมและนักท่องเที่ยวในปี 2568 ได้รวมกว่า 330,000 คน พร้อมพัฒนากิจกรรมดูดาวซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับพื้นที่สู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ปราศจากมลภาวะทางแสง ควบคู่กับการรณรงค์ลดการใช้แสงสว่างที่ไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ป่า และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ อันเป็นการส่งเสริมความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ <strong>โดยพื้นที่ท้องฟ้าสวนเทพพนา อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืด หรือ </strong><strong>Dark Sky Park </strong><strong>ปี 2569 โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (</strong><strong>NARIT)</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/Re3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เซ็นทรัล ทำ ร่วมพัฒนาพื้นที่สวนเทพพนา สู่การเป็นทั้งศูนย์เรียนรู้การปลูกอะโวคาโด และการทำเกษตรคาร์บอนต่ำ พร้อมจุดขายสำคัญของพื้นที่ จากการมีธรรมชาติสวยงาม ทั้งกิจกรรมดูดาว และเดินป่า รวมทั้งการมีส่วนเข้ามาช่วยฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว ตามแนวทาง <strong>Green Restoration &amp; Low-carbon Model </strong>จากป่าต้นน้ำ สู่ท้องทะเล โดยตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน สามารถฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวได้แล้ว 6,500 ไร่ ทั้งการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม การอนุรรักษ์ป่า และฟื้นฟูปัญหาดินเสื่อมโทรม มลภาวะจากการเผา และปัญหา PM 2.5 พร้อมส่งเสริมการเพิ่มรายได้ด้วยการปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง อาทิ อะโวคาโด แมคคาเดเมีย ทุเรียน และกาแฟโรบัสต้า  ผ่านการดำเนินงานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อการพัฒนา &#8216;ห่วงโซ่คุณค่าไม่เผา&#8217; เปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้กลับมาเป็นทรัพยากร ผ่านกระบวนการผลิตและใช้ไบโอชาร์และปุ๋ยหมักภายในชุมชน เพื่อลดการเผา ลดต้นทุนปุ๋ย ฟื้นฟูดิน จนสามารถพัฒนาพื้นที่เป็น <strong>ศูนย์เรียนรู้พัฒนาผลผลิตการเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน สวนเทพพนา </strong>เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ให้เกษตรกรในเครือข่าย พร้อมสร้าง <strong>เส้นทางเรียนรู้และท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ</strong> เป็นกลไกสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้ชุมชน &#8220;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ชุมชนบ้านเทพนา มีแผนขยาย​พื้นที่ฟื้นฟูเพิ่มเติมอีก​ <strong>5,000 </strong><strong>ไร่ ภายในปี </strong><strong>2030</strong> รวมถึง​​จัดทำ &#8216;<strong>แผนที่คาร์บอนต่ำระดับอำเภอ&#8217;</strong> และยกระดับแนวทางพัฒนาป่าชุมชนสู่การขึ้นทะเบียนและพัฒนาคาร์บอนเครดิตในอนาคต เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สุขภาพ และเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ต่อไป พร้อมทั้งมิติทางสังคม ที่ได้เข้าไปพัฒนาด้านการศึกษา ดูและเด็ก เยาวชน รวมทั้งการจ้างงานคนพิการในพื้นที่ในการดูแลสวน โดยได้ยกระดับโรงเรียนบ้านไร่พัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมต้น ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน ส่งเสริมการปลูกอะโวคาโดในพื้นที่ <strong>โดยปีที่ผ่านมาได้พัฒนานักเรียนจำนวน 1,326 คน และครูบุคลากร 113 คน พร้อมขยายผลสู่เครือข่ายโรงเรียนอีก 10 แห่ง</strong> เน้นการพัฒนาครูด้านภาษาอังกฤษ STEM และการสร้างนักเรียนที่มีคุณธรรม</p>
<p><strong> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40269 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/26.เด็กๆ-ร่วมทำกิจกรรมดูดาว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ในปี 2568 ที่ผ่านมา วิสาหกิจชุมชนสามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกกว่า 60 ล้านบาท และขยายผลเครือข่ายผู้ปลูกอะโวคาโดได้ถึง 1,500 ราย สะท้อนศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม</strong></p>
<p>“กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่า การเติบโตของธุรกิจจะมีความหมายอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเดินควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการ ‘เซ็นทรัล ทำ’ จึงไม่ได้มุ่งเพียงสร้างกิจกรรมเพื่อสังคม แต่คือการสร้าง ‘คุณค่าร่วม’ ให้ทุกภาคส่วน ผ่านการยกระดับศักยภาพของชุมชน เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรม และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ ด้วยความเชื่อว่า <em><strong>หัวใจของความสำเร็จอยู่ที่การมองการพัฒนาในภาพรวม ไม่แยกส่วน ไม่ทำเฉพาะด้าน แต่เชื่อมโยงทุกมิติให้เดินหน้าไปพร้อมกัน</strong>&#8220;</em></p>
<p><strong>การพัฒนาชุมชนในวันนี้จึงไม่ใช่การดำเนินโครงการเฉพาะส่วน หากแต่คือการออกแบบระบบเศรษฐกิจระดับพื้นที่ใหม่</strong> ที่ผสานรายได้ การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าไว้ในกรอบเดียวกัน และ <strong>Holistic Shared Value Ecosystem</strong> คือกลไกที่ทำให้การเติบโตของธุรกิจและความเข้มแข็งของชุมชนเกื้อหนุนกันอย่างยั่งยืน ​ที่สำคัญยังสามารถขยายผลได้ทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของชุมชนไทยในระยะยาว เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่แข็งแรงและปรับตัวได้ต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคต​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40271 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/27.กิจกรรมดูดาว.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โมเดล </strong><strong>Holistic Shared Value Ecosystem </strong><strong>ที่เน้นการขับเคลื่อนการพัฒนา </strong><strong>8 </strong><strong>มิติในระดับพื้นที่ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้เกิดผลลัพธ์ที่แข็งแรงในระยะยาว เติบโตเคียงข้างชุมชนในทุกช่วงเวลา พร้อมวางรากฐานการพัฒนาที่ต่อเนื่อง ขยายผลได้ และสนับสนุนให้ชุมชนไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/central-tham-holistic-shared-value-ecosystem/">&#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217;​ยกระดับกลยุทธ์ &#8216;Holistic Shared Value Ecosystem&#8217; ​วางระบบพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ต่อยอด​ &#8216;พื้นที่คาร์บอนต่ำ&#8217; สร้างคุณค่าทั้งห่วงโซ่ นำร่อง &#8216;ชัยภูมิ&#8217; โมเดลต้นแบบแห่งแรก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; ปรับใหญ่! ยกระดับความสุขและรอยยิ้ม ขยับ​จาก Loyalty Program สู่ Behavior Platform ​เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/muangthai-smile-club-happiness-starts-with-smile/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2026 15:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Behavior Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Fit Point]]></category>
		<category><![CDATA[Happiness Starts with Smile]]></category>
		<category><![CDATA[Loyalty Program]]></category>
		<category><![CDATA[Million Ways to Smile]]></category>
		<category><![CDATA[MTL]]></category>
		<category><![CDATA[MTL Click]]></category>
		<category><![CDATA[muangthai life]]></category>
		<category><![CDATA[ณเดชน์ คูกิมิยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ประกันที่มีชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[สาระ ล่ำซำ]]></category>
		<category><![CDATA[เบลล่า ราณี แคมเปน]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทย สไมล์คลับ]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40195</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; คลับแห่งความสุขและรอยยิ้ม โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  ประกาศเดินหน้าปรับโฉมครั้งใหญ่ ยกระดับความสุขและรอยยิ้มขึ้นไปอีกขั้น สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าและโลกในยุคปัจจุบัน พร้อมก้าวจาก Loyalty Program สู่ &#8216;Behavior Platform&#8217; เต็มรูปแบบ ชูหัวใจหลัก &#8216;Happiness Starts with Smile&#8217; เพราะความสุขต้องเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม แตกต่างด้วยสิทธิพิเศษที่เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์  ทั้ง &#8216;Exclusive Privileges&#8217; และ &#8216;Product Privilege&#8217; โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์จากคะแนน Smile Point และส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 15% จากคะแนน Fit Point  พร้อมกิจกรรมที่ &#8216;เยอะเนอะ&#8217; มากขึ้นไปอีก รับความสุขได้ง่าย ๆ ผ่าน MTL Click Application ที่ครอบคลุมทุกบริการ สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/muangthai-smile-club-happiness-starts-with-smile/">&#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; ปรับใหญ่! ยกระดับความสุขและรอยยิ้ม ขยับ​จาก Loyalty Program สู่ Behavior Platform ​เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; คลับแห่งความสุขและรอยยิ้ม โดย บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)</strong>  ประกาศเดินหน้าปรับโฉมครั้งใหญ่ ยกระดับความสุขและรอยยิ้มขึ้นไปอีกขั้น สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าและโลกในยุคปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-40195"></span></p>
<p>พร้อมก้าวจาก <strong>Loyalty Program </strong><strong>สู่ &#8216;</strong><strong>Behavior Platform&#8217;</strong> เต็มรูปแบบ ชูหัวใจหลัก <strong>&#8216;</strong><strong>Happiness Starts with Smile&#8217;</strong> เพราะความสุขต้องเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม แตกต่างด้วยสิทธิพิเศษที่เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์  ทั้ง <strong>&#8216;</strong><strong>Exclusive Privileges&#8217;</strong> และ <strong>&#8216;</strong><strong>Product Privilege&#8217;</strong> โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์จากคะแนน <strong>Smile Point</strong> และส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 15% จาก<strong>คะแนน </strong><strong>Fit Point  </strong>พร้อมกิจกรรมที่ <strong>&#8216;เยอะเนอะ&#8217;</strong> มากขึ้นไปอีก รับความสุขได้ง่าย ๆ ผ่าน <strong>MTL Click Application </strong>ที่ครอบคลุมทุกบริการ สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40196 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า <strong>เมืองไทย สไมล์คลับ</strong> คือผู้บุกเบิกการสร้างระบบ Loyalty Program รายแรกของธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2547 ภายใต้สโลแกน<strong> &#8216;ศูนย์รวมกิจกรรมเพื่อความสุขและรอยยิ้มของคนหัวคิดทันสมัย&#8217; </strong>และมีวลีที่ทุกคนมักพูดถึงกันจนติดหูว่า <strong>&#8216;กิจกรรมเยอะเนอะ&#8217;</strong> สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของ บริษัทฯ ที่มุ่งสร้างประสบการณ์แห่งความสุขและรอยยิ้มให้กับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;การปรับโฉมในครั้งนี้ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ที่เมืองไทยประกันชีวิตมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ ด้วยความคุ้มค่าของเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไปสามารถเปลี่ยนมาเป็นคะแนนแห่งความสุข เพียงร่วมเป็นสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ พร้อมยกระดับสิทธิประโยชน์และประสบการณ์ให้เหนือระดับ เข้าถึงได้ทุกคน เพราะ &#8216;<strong>เราคือประกันที่มีชีวิต&#8217;</strong> ที่ไม่ได้มองเพียงการมอบความคุ้มครองผ่านแบบประกันเท่านั้น แต่ยังมุ่งดูแลชีวิตประจำวันของลูกค้าในทุกวันทุกมิติ  ซึ่งจะมีทั้งวันที่เคลม วันที่พัก วันที่กิน วันที่เที่ยว วันที่ปาร์ตี้ และวันที่สุขภาพดี เพื่อส่งมอบ <strong>&#8216;</strong><strong>Million Ways to Smile&#8217;</strong>  หรือรอยยิ้มในหลากหลายมิติที่มากกว่าการเป็นประกันชีวิต&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40198 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมเปิดโฉมสิทธิพิเศษรูปแบบใหม่ที่ตรงใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม ด้วยการเปิดให้ <strong>&#8216;เลือก&#8217;</strong> รับความพิเศษที่ใช่ได้ด้วยตัวเองได้ทันที (Instant Reward) ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; Exclusive Privileges :</strong> สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกฯ ตามระดับสถานะ (Tier Privilege) ทั้งระดับสถานะ Prestige ระดับสถานะ Beyond Prestige และระดับสถานะ The Ultimate เลือกได้ทั้งในหมวด Health &amp; Wellness, Dining, Entertainment และ Travel</p>
<p><strong>&#8211; Product Privilege :</strong>  ออกแบบสิทธิพิเศษให้สอดคล้องกับแผนชีวิตและแบบประกันที่เลือกไว้โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ (Health) หรือประกันโรคร้ายแรง (CI) ประกันชีวิตในกลุ่ม ShieldLife ทั้งประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ หรือคุ้มครองภายในระยะเวลา และแบบประกันชีวิตควบการลงทุน Unit-Linked Insurance</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40201 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ สมาชิกฯ ทุกระดับสถานะ (Smile, Prestige, Beyond Prestige และ The Ultimate) ยังได้รับคะแนน <strong>Smile Point​</strong> เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษที่เติมเต็มความสุขตลอดปี ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้งร้านอาหาร กิจกรรมความบันเทิง สุขภาพ ช้อปปิ้ง และท่องเที่ยว จากพันธมิตรชั้นนำที่หลากหลายมากกว่า 500 แบรนด์  และการเชื่อมสุขภาพกับความคุ้มค่าผ่าน &#8216;<strong>Fit Point&#8217;</strong> นวัตกรรมไฮไลต์สำคัญที่เชื่อมโยง &#8216;พฤติกรรมสุขภาพ&#8217; เข้ากับ &#8216;ความคุ้มค่า&#8217; อย่างเป็นรูปธรรม โดยลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากผลตรวจสุขภาพ การเดิน หรือการออกกำลังกาย ให้ทุกการดูแลสุขภาพได้เปลี่ยนเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยได้สูงสุดถึง 15% และ<strong>สะดวกยิ่งขึ้นด้วยการรวม </strong><strong>Smile Point </strong><strong>และ</strong><strong> Fit Point </strong><strong>ไว้ที่ </strong><strong>MTL Click Application </strong><strong>ครอบคลุมทุกบริการ  สะดวก ครบ จบ ในแอปเดียว</strong></p>
<p>ภายในงานเปิดตัว &#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; โฉมใหม่ครั้งนี้ เริ่มต้นความสุขและรอยยิ้มด้วยการกลับมาของ <strong>&#8216;น้าแอ๊ด&#8217;</strong> เมืองไทยสไมล์คลับยุคแรก ที่มาช่วยย้ำชัดว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ กิจกรรมที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมามอบให้ก็ยังคง <strong>&#8216;เยอะเนอะ&#8217;</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40202 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ต่อด้วยการแสดงสุดอลังการที่สะท้อนให้เห็นถึงสิทธิพิเศษที่ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับ จะได้รับอย่างครบถ้วนทั้งการท่องเที่ยว สุขภาพ ร้านอาหาร และความบันเทิง <strong>พร้อมโชว์พิเศษจาก </strong><strong>Bangkok Airways </strong><strong>และ </strong><strong>The Coral Lounge &#8216;</strong><strong>เบเบ้&#8217; คุณธันย์ชนก ฤทธินาคา </strong><strong>Fitness Influencer </strong><strong>ชื่อดัง พร้อมด้วย &#8216;เชฟป้อม&#8217; หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และนักแสดงรุ่นใหม่มาแรง &#8216;พรู ภัทรจารีย์ วณิชย์วงศ์วาน&#8217; และ &#8216;ไดร์มอน ณรกร ณิชกุลธนโชติ&#8217; จากซีเนริโอ</strong></p>
<p>อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน กับการพูดคุยกับพระเอกสุดหล่อ <strong>คุณณเดชน์ คูกิมิยะ </strong>ในฐานะพรีเซ็นเตอร์และลูกค้าตัวจริงของเมืองไทยประกันชีวิต ที่มาร่วมเปิดมุมมองความอุ่นใจจากความคุ้มครอง และความว้าว!  ของสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างลงตัว  ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง</p>
<p>เสริมทัพความแข็งแกร่งกับเหล่าพันธมิตรชั้นนำ ซึ่งมาพูดคุยถึงสิทธิพิเศษที่เตรียมมาเพื่อลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตโดยเฉพาะอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น <strong>คุณกณิการ์ วีรวรรณ </strong>กรรมการ บริษัท ซีเนริโอ จำกัด <strong>คุณบอย  โกสิยพงษ์</strong>  Song Writer และ Music Producer  <strong>หม่อมหลวงขวัญทิพย์  เทวกุล</strong> (Kwantip Samrub Thai Dining)  <strong>หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์</strong> (ปิ่นโตเถาเล็ก) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร Exclusive Dining and Exclusive Event  <strong>ดร. อุไรรัตน์ ศิริวัฒน์เวชกุล (หมอยูริ)</strong> Chief Medical Officer , Health &amp; Brain Center at The Aspen Tree The Forestias <strong>คุณเกศิณี จั่นพา</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  The Coral Executive Lounge  <strong>คุณภูริต ดารากร ณ อยุธยา</strong> รักษาการรองผู้อำนวยการแผนกสื่อสารการตลาด และกิจกรรม Bangkok Airways</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40200 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile6.jpg" alt="" width="400" height="600" /></p>
<p>ปิดท้าย ด้วยการเปิดประสบการณ์ลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับ &#8216;<strong>เบลล่า&#8217; คุณราณี แคมเปน  คุณรมย์รัมภา พลอยขาว (มินิแวนเจอร์) และคุณณัฐชา แจ่มมั่งคั่ง (ลิลลี่ ณัฐชา) </strong>มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความประทับใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม  <strong>จบงาน&#8230;</strong>ด้วยซีนใหญ่กับการถ่ายภาพรวมร่วมกันพันธมิตรที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง พร้อมด้วย <strong>ดร.สุธี โมกขะเวส</strong> กรรมการผู้จัดการ  <strong>คุณนาเดีย สุทธิกุลพานิช</strong> รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส  <strong>คุณฉัตรกนก ลพถนอมชาติ</strong> รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมบนเวที งานจัดขึ้น ณ SPHERE GALLERY 1 ชั้น M  ศูนย์การค้า The EMSPHERE</p>
<p><em>“เราไม่ได้มองว่าประกันชีวิตเป็นเพียงเรื่องของการคุ้มครองในยามฉุกเฉินเท่านั้น แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของลูกค้า เมืองไทยสไมล์คลับโฉมใหม่ และสิทธิพิเศษที่ตรงใจจากเมืองไทยประกันชีวิตนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงสุขภาพที่ดีและมีความสุขได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงและการเงินที่มั่นคง ตามนโยบายการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงทุกมิติอย่างรอบด้าน”</em> คุณสาระ กล่าวสรุป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40199 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/MTL-Smile5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ความสุขและสุขภาพดีที่เลือกได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันนี้และติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาเป็นพิเศษ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/muangthai-smile-club-happiness-starts-with-smile/">&#8216;เมืองไทยสไมล์คลับ&#8217; ปรับใหญ่! ยกระดับความสุขและรอยยิ้ม ขยับ​จาก Loyalty Program สู่ Behavior Platform ​เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GULF เปิดนิทรรศการ &#8216;Empowering Me&#8217; แสดง 10 ภาพวาดเชิงสัญญะ สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-mpowering-me-exihibition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2026 08:52:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering Me]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Powering the Future​ Empowering the People]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Symbolism Art]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดปกติบนใบหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[นิทรรศการภาพวาด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังของตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคิน โซ๊ะเลาะ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพวาดเชิงสัญญะ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สารัชถ์ รัตนาวะดี]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40162</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาถึง 10 ปีแล้ว ที่ทาง บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ได้สานต่อภารกิจเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด &#8216;Powering the Future, Empowering the People&#8217; ด้วยการมอบทุนสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการดำเนินงานของ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ตลอดจนการ​ต่อยอดไปในช่วงของการดูแล รักษา ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืงยืน นอกจากนี้ ยังได้​มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ &#8216;หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต&#8217; เพื่อ​​​​ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ป่วยในศูนย์ฯ ซึ่ง​เป็นกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งครอบครัวมีรายได้น้อย ให้มีโอกาส​ได้เข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาและร่างกาย เพื่อสานต่อความฝัน และต่อยอดความรู้และทักษะตามความสนใจ เพื่อนำไปใช้ดูแลตัวเองในอนาคต​ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในการ​พึ่งพาตัวเองได้อย่างแข็งแรง และกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม รวมทั้งวาระพิเศษ​​ครบรอบ 10 ปี ที่​ GULF ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ทาง GULF จึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า ช่วย​สะท้อนเรื่องราว​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-mpowering-me-exihibition/">GULF เปิดนิทรรศการ &#8216;Empowering Me&#8217; แสดง 10 ภาพวาดเชิงสัญญะ สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมาถึง 10 ปีแล้ว ที่ทาง <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> ได้สานต่อภารกิจเพื่อสังคมภายใต้แนวคิด <strong>&#8216;Powering the Future, Empowering the People&#8217;</strong> ด้วยการมอบทุนสนับสนุนเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริหารจัดการและการดำเนินงานของ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย</p>
<p><span id="more-40162"></span></p>
<p>เพื่อช่วยเหลือแก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ตลอดจนการ​ต่อยอดไปในช่วงของการดูแล รักษา ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืงยืน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้​มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ <strong>&#8216;หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต&#8217;</strong> เพื่อ​​​​ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้ป่วยในศูนย์ฯ ซึ่ง​เป็นกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งครอบครัวมีรายได้น้อย ให้มีโอกาส​ได้เข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาและร่างกาย เพื่อสานต่อความฝัน และต่อยอดความรู้และทักษะตามความสนใจ เพื่อนำไปใช้ดูแลตัวเองในอนาคต​ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ในการ​พึ่งพาตัวเองได้อย่างแข็งแรง และกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__238723190.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>รวมทั้งวาระพิเศษ​​ครบรอบ 10 ปี ที่​ GULF ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ มาอย่างต่อเนื่อง ทาง GULF จึงได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า ช่วย​สะท้อนเรื่องราว​ และสร้างแรงบันดาล​ไปสู่สังคม ผ่านการจัดนิทรรศการภาพวาดเชิงสัญญะ (Symbolism Art) <strong>&#8216;Empowering Me – A power of identity beyond appearances: นี่คือฉัน งดงามอย่างที่ฉันเป็น&#8217; </strong>สร้างพื้นที่ให้เกิดความเข้าใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับสังคมสำหรับผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า ส่งเสริมการยอมรับ ความเข้าใจ และลดอคติในสังคม</p>
<p>พร้อมรวบรวมผลงานจาก <em><strong>10 ศิลปินรุ่นใหม่จาก 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า ​</strong></em><em><strong>เปิดพื้นที่ให้ถ่ายทอดเรื่องราว มุมมองและ​ตัวตน เป็นอีกหนึ่งการแสด</strong><strong>งพลังและความเชื่อมั่นในฐานะส่วนหนึ่งในสังคม พร้อมสร้าง</strong><strong>​ความเข้าใจและความมั่นใจในการใช้ชีวิตร่วมกับสังคมสำหรับผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า  สนับสนุนความหลากหลาย ส่งเสริมการยอมรับ ความเข้าใจ และช่วยลดอคติภายในสังคม </strong></em><em><strong>โดยนิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ระหว่างวันที่ 19 – 26 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ชั้น 3 AIS SIAM สยามแควร์</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__238723194.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>คุณสารัชถ์ รัตนาวะดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง GULF และโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เพื่อมอบโอกาสในการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทางใบหน้าและอวัยวะที่เกี่ยวข้องให้แก่เด็กผู้ด้อยโอกาสให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาควบคู่กันไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__238723192.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>&#8220;บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยมาโดยตลอด ทั้งการบริจาคเครื่องมือแพทย์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม และ​จะสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนและขอบคุณทีมแพทย์ในความทุ่มเททำการรักษาผู้ป่วยทุกรายอย่างดี แม้ในบางเคสที่มีอาการซับซ้อน ขณะที่การจัดนิทรรศการครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการสะท้อนความรู้สึก ถ่ายทอดเรื่องราว ตัวตน และความหวังของน้องๆ  และพลังแห่งความเชื่อมันในการใช้ชีวิตร่วมกับสังคม ผ่านผลงานภาพวาดเชิงสัญญะ เพื่อ​ร่วมส่งเสริมความหลากหลาย ส่งเสริมการยอมรับ ความเข้าใจ และการลดอคติในสังคม ซึ่งทางกัลฟ์เองก็จะ​เดินหน้าในการ​ช่วยเหลือสังคม​ทุกมิติเท่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างสังคมที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป&#8221;</em></p>
<p><strong>ศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์</strong> รองหัวหน้าศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ เป็นศูนย์กลางในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจและสังคม โดยมีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 12 สาขา ที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยในศูนย์ฯ ให้เข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา GULF มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงการรักษาทางทันตกรรม โดยผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดรักษาแล้ว ในบางรายยังอาจทิ้งร่องรอยของโรคไว้ในรูปแบบแผลเป็น ทำให้ผู้ป่วยหลายราย ขาดความมั่นใจในตนเอง ทำให้มีความร่วมมือระหว่างศูนย์ และทางกัลฟ์เพื่อดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ไปจนถึงการเติมเต็มทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านจิตใจให้น้องๆ ได้เพิ่มมากขึ้น เช่น การดำเนินโครงการเสริมสร้างความนับถือตนเอง​ เพื่อพัฒนาทักษะความมั่นคงทางจิตใจ พร้อมปรับตัวเข้ากับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมั่นใจ ไปจนถึงการให้ทุนเพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40167 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/02/S__238723191.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><em>“การพัฒนาด้านสังคมสำหรับเด็กๆ มีความสำคัญไม่ต่างกับการรักษาอาการทางด้านร่างกาย โดยเฉพาะในมิติการศึกษาซึ่งทางกัลฟ์ ได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษา ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า <strong>&#8216;โครงการ หนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต&#8217;</strong> ซึ่งโครงการนี้เป็นความคิดริเริ่มของทางกัลฟ์ ที่อยากจะสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ฯ และเป็นครอบครัวผู้มีรายได้น้อย ให้มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระดับสูงสุดตามความมุ่งหวังของครอบครัวและตามศักยภาพทางสติปัญญาของตนเอง ทุนนี้จึงถือเป็นประตูบานแรกที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้าสู่เส้นทางแห่งความฝัน ต่อยอดความรู้และทักษะตามความถนัดและความสนใจ โดยมุ่งหวังให้อย่างน้อยผู้ที่ได้รับทุนสามารถดูแลตนเองได้ในอนาคต”  </em></p>
<p>ด้าน <strong>คุณภาคิน โซ๊ะเลาะ</strong> ตัวแทนเยาวชนผู้ได้รับทุนจากโครงการหนึ่งทุน หนึ่งฝัน ปั้นอนาคต กล่าวว่า ทุนนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้ผมเข้าถึงการศึกษา และช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้อย่างมาก ล่าสุดผมยังได้รับทุนจากทางรัฐบาลไปเรียนซัมเมอร์แคมป์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่ประเทศฟินแลนด์ นับเป็นประสบการณ์ที่ต่อยอดมาจากพื้นฐานการศึกษาที่ GULF มีส่วนสนับสนุน ทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินตามความฝันในอนาคตให้สำเร็จ</p>
<p><iframe loading="lazy" title="10 ปี...GULF มอบโอกาสให้กับน้อง ๆ ผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า" src="https://www.youtube.com/embed/K3yXHke4a1c" width="980" height="551" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/gulf-mpowering-me-exihibition/">GULF เปิดนิทรรศการ &#8216;Empowering Me&#8217; แสดง 10 ภาพวาดเชิงสัญญะ สะท้อนตัวตน ความฝันของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า พร้อมสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ รพ.จุฬาฯ ต่อเนื่องปีที่ 10</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Jan 2026 11:05:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Champions for Change]]></category>
		<category><![CDATA[BC4C]]></category>
		<category><![CDATA[ChangeFusion]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[SE Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Seeds Journey]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มชาติพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยา เชอมื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวชุมขน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐพล สุคันธี]]></category>
		<category><![CDATA[สุนิตย์ เชรษฐา]]></category>
		<category><![CDATA[อาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารชนเผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารอาข่า]]></category>
		<category><![CDATA[เมล็ดพันธุ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39747</guid>

					<description><![CDATA[<p>กิจการ &#8216;Seeds Journey&#8216; 1 ใน 3 ​​ผู้ชนะจากโครงการ &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม&#8216; หรือ CB4C (Banpu Champions for Change ) ปีที่ 14 ที่มีความโดดเด่นในการลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้คนในพื้นที่ ด้วยการขมวดรวมต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชนเผ่า ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น การต่อยอดวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ชุมชนชาติพันธุ์ของ Seeds Journey ​ไม่เพียงช่วยกระจาย​รายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ที่สำคัญ ยังเป็นการช่วยสืบสานและรักษาภูมิปัญญา​รวมทั้ง​วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีคุณค่า ​​​ให้ยัง​คงอยู่ เพื่อสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งทำให้อัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารชนเผ่าเป็นที่รู้จักของคนภายนอกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย การเดินทางของ &#8216;Seeds Journey&#8216; ​​ที่เปลี่ยนแนวทางจากการขับเคลื่อนเพื่อสังคมตามวิถี NGO มาสู่การผสมผสานโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise) ภายใต้การบ่มเพาะในโครงการ BC4C โดยการขับเคลื่อนของ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสถาบัน ChangeFusion ทำให้เพิ่มศักยภาพการเติบโตพร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมและเป้าหมายทางสังคม ผ่านการออกแบบกิจกรรมหรือแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างถึงความตระหนักในการรักษาความสมดุลทางทางธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจด้วยเช่นเดียวกัน ​ โมเดล SE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/">รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กิจการ &#8216;<strong>Seeds Journey</strong>&#8216; 1 ใน 3 ​​ผู้ชนะจากโครงการ<strong> &#8216;พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม</strong>&#8216; หรือ <strong>CB4C</strong> (Banpu Champions for Change ) ปีที่ 14 ที่มีความโดดเด่นในการลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้คนในพื้นที่ ด้วยการขมวดรวมต้นทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชนเผ่า ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ช่วยขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เข้ามาในพื้นที่ได้มากขึ้น</p>
<p><span id="more-39747"></span></p>
<p>การต่อยอดวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ชุมชนชาติพันธุ์ของ Seeds Journey ​ไม่เพียงช่วยกระจาย​รายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ที่สำคัญ ยังเป็นการช่วยสืบสานและรักษาภูมิปัญญา​รวมทั้ง​วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีคุณค่า ​​​ให้ยัง​คงอยู่ เพื่อสามารถส่งต่อไปสู่คนรุ่นใหม่ รวมทั้งทำให้อัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารชนเผ่าเป็นที่รู้จักของคนภายนอกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39749 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/6.เมล็ดพันธุ์จากชุมชนอาข่า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การเดินทางของ &#8216;<strong>Seeds Journey</strong>&#8216; ​​ที่เปลี่ยนแนวทางจากการขับเคลื่อนเพื่อสังคมตามวิถี NGO มาสู่การผสมผสานโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม (SE : Social Enterprise) ภายใต้การบ่มเพาะในโครงการ<strong> BC4C</strong> โดยการขับเคลื่อนของ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมกับสถาบัน <strong>ChangeFusion</strong> ทำให้เพิ่มศักยภาพการเติบโตพร้อมทั้งสร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่กิจกรรมและเป้าหมายทางสังคม ผ่านการออกแบบกิจกรรมหรือแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างถึงความตระหนักในการรักษาความสมดุลทางทางธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจด้วยเช่นเดียวกัน ​</p>
<p><strong>โมเดล SE &#8216;ธุรกิจยั่งยืน-สังคมอยู่รอด&#8217;</strong></p>
<p>การเป็นหนึ่งในผู้ชนะโครงการ BC4C ของ <strong>Seeds Journey </strong>มาจากการมีทั้งความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่ชัดเจน​​​ รวมทั้งยังต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนในเชิงปฏิบัติเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนได้จริง โดย<strong> คุณรัฐพล สุคันธี</strong> ผู้อำนวยการสายอาวุโส -สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า <strong>BC4C</strong> มองหาธุรกิจ SE ที่สามารถสร้างสมดุล​ให้ทั้งการสร้างให้ธุรกิจเติบโต ควบคู่ไปกับการมีส่วนเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในสังคม โดยเปิดกว้างในทุกมิติ ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม​ การศึกษา วัฒนธรรม โดยเน้นการต่อยอดจากต้นทุนที่มีในพื้นที่ ทั้งทรัพยากรคน ธรรมชาติ รวมทั้งวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาต่างๆ ที่มี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติทางเศรษฐกิจได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39751 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/4.คุณรัฐพล-และคุณสุนิตย์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>Seeds Journey ไม่ได้ขายแค่เมล็ดพันธุ์หรือแพ็กเกจท่องเที่ยว แต่กำลังถ่ายทอด ‘ความยั่งยืนของวิถีชีวิต’ ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่</strong> ซึ่ง BC4C ได้บ่มเพาะกิจการอย่างเข้มข้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา จนมีความพร้อมที่จะขยายผลต่อไปในอนาคต และเป็นหนึ่งในกิจการที่ทางโครงการภูมิใจ จากการที่ผู้ประกอบการเป็นคนในพื้นที่ และต้องการใช้ความรู้ความสามารถที่มีเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาบ้านเกิด โดยไม่จำเป็นต้องรอความช่วยเหลือจากคนภายนอก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทาง BC4C ต้องการสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการในลักษณะเช่นนี้เพิ่มมากขึ้น และจะเดินหน้าค้นหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและมี Passion ในการสร้างธุรกิจที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคมต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป  โดยเฉพาะการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เครือข่าย เพื่อรองรับการเติบโตและขยายสเกลเพิ่มเติมได้ในอนาคต ทั้งจากผู้ประกอบการ SE ในโครงการทั้ง 14 รุ่น รวมทั้งภาครัฐ และเอกชนใน SE Ecosystem เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและสนับสนุน SE ให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39757 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/22.-ข้าวอาข่าสู่อาหารหวาน-Fusion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน<strong> คุณสุนิตย์ เชรษฐา</strong> ผู้อำนวยการสถาบัน ChangeFusion  กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ SE ในหลายธุรกิจ ยัง​สามารถเติบโตได้  สะท้อนให้เห็นว่า ในหลายๆ พื้นที่ยังคงมีโอกาสอยู่ หากสามารถมองเห็นพื้นที่ หรือทำให้ธุรกิจมี​อัตลักษณ์ที่แตกต่างและแข่งขันได้ยาก ขณะที่​โจทย์สำคัญของ BC4C ปีที่ 14 คือการทำให้ผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม สามารถ <strong>‘อยู่รอด’</strong> และ <strong>‘เติบโต’ </strong>จึงมุ่งเน้นที่การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ</p>
<p><em>&#8220;กรณีของ Seeds Journey เป็นโมเดลที่น่าสนใจและมีศักยภาพสูงในเชิงนวัตกรรมสังคม เพราะสามารถเปลี่ยน &#8216;ทุนทางวัฒนธรรม&#8217; และ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217;ให้เป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มได้อย่างลงตัว ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากรูปแบบ NGO มาสู่ SE นั้น ไม่ใช่แค่การหาเงินให้ได้มากขึ้น แต่คือการวางโครงสร้างธุรกิจให้สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม (Social Impact) ได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวางขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณสนับสนุนจากภายนอกเพียงอย่างเดียว”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39753 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/14.-บ้านป่าเกี๊ยะ-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>จาก NGO สู่ต้นแบบ SE ​เสน่ห์อาข่า </strong></p>
<p><strong>คุณน้ำ กัลยา เชอมื่อ </strong>ผู้ประกอบการกิจการเพื่อสังคม <strong>Seeds Journey</strong> และเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต้องการกลับมามีส่วนในการช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน​หลังเรียนจบ และมีโอกาสได้ทำงานอาสามัครเพื่อสังคม และมองเห็นปัญหาในพื้นที่บ้านเกิด ที่เริ่มรับวัฒนธรรมภายนอกเข้ามามากขึ้น​ ​​ขณะที่อัตลักษณ์ความเป็นชาติพันธุ์ต่างๆ เริ่มเลือนหายไป นำมาสู่แนวคิดในการฟื้นฟู พร้อมนำเสนอภูมิปัญญาและองค์ความรู้​จากวิถีชีวิตชนเผ่า และถ่ายทอดเรื่องราวสู่ตลาดและผู้บริโภคในวงกว้างผ่าน​ <strong>&#8216;การฟื้นฟูเมล็ดพันธุ์และวิถีอาหารอาข่า&#8217; ​</strong>ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์ที่มีเสน่ห์​ รวมทั้งยังสอดคล้องกับเทรนด์การตลาดทั้งเรื่องของการดูแลสุขภาพ (Health) และการมีชีวิตที่ยืนยาว (Longevity)​ อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39756 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/16.ชาวอาข่าสอนการต๋ำข้าวปุก.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>​คุณน้ำ</strong> เล่าว่า ก่อนจะเข้าร่วมโครงการ BC4C  ยังมองภาพการเปลี่ยนผ่าน Seeds Journey มาสู่การทำกิจการเพื่อสังคมไม่ออก มีเพียงการทำตามความตั้งใจ​ส่วนลึก ที่ไม่อยากให้วัตถุดิบอาหารและภูมิปัญญาชนเผ่าที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมีความรู้ไม่สูญหายไปตามกาลเวลา จึงต่อยอดเครือข่ายจากการที่เคยมีโอกาส​ทำงานด้านการสื่อสารเกี่ยวกับรายการอาหาร เพื่อชักชวนกลุ่มเชฟให้เข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อมีโอกาสได้​รู้จัก​​วัตถุดิบพื้นบ้าน และสามารถ​​​นำไปต่อยอดเป็นเมนูเชฟเทเบิลในร้านอาหารต่างๆ ​ซึ่งเป็นลักษณะการทำงานแบบรายโปรเจ็กต์ที่จบเป็นครั้งๆ ไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39758 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/19.-จากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นสู่เชฟเทเบิล.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​ก่อนเข้าร่วมโครงการ BC4C เรายังมองไม่เห็นภาพว่าจะนำต้นทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชนมาพัฒนาเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างไร และถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินชื่อโครงการมาก่อนหน้านี้ ก็ยังไม่กล้าสมัครมาเข้าร่วมโครงการ จนกระทั่งเริ่มเปิดใจและต้องการ​เข้ามาหาความรู้เพิ่มเติมจึงได้สมัครเข้ามาร่วมโครงการ แต่ไม่เคยคิดว่าจะสามารถชนะได้ รู้เพียงว่า เมื่อเข้ามาจะสามารถคิดต้นทุนทางธุรกิจได้ และคงได้ความรู้กลับไปพัฒนาธุรกิจต่อได้บ้าง จนกระทั่งได้เข้าร่วมโครงการ ทำให้เริ่มเข้าใจและเรียนรู้การคิดเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ เข้าใจว่าต้นทุนที่มีอยู่ทั้งเรื่องอาหาร พืชพรรณท้องถิ่น วิถีชีวิตต่างๆ มีคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สามารถนำไปต่อยอดได้ และยังเป็นสิ่งที่แตกต่างเป็นอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และสามารถนำมาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้กลับคืนให้แก่ชุนได้ด้วย รวมทั้งการได้ทำความรู้จักคนที่ทำธุรกิจเพื่อสังคมด้วยกัน ทำให้แชร์ไอเดียร่วมกัน ขยายความร่วมมือ ช่วยเหลือกันได้ และทำให้เริ่มมองเห็นโอกาสจากธุรกิจที่ทำมาตลอดกว่า 5 ปี ว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนแบบจับต้องได้จริง&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39755 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/8.-เมล็ดพันธุ์พื้นเมือง.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จและมองเห็นโอกาสของ Seed Journey คือ การเติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่า 50% ภายในช่วง 3 เดือนที่เข้าร่วมโครงการ จากก่อนหน้าที่เคยมีรายได้ราว 4 แสนบาท เพิ่มขึ้นได้ถึง 8 แสนบาท รวมทั้งเห็นการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งการบริหารจัดการหลังบ้าน และการบริหารจัดการวัตถุดิบตามฤดูกาล เพื่อลดความสูญเสียได้มากขึ้น  และสามารถดูแลทีมงานประจำได้ถึง 3 คนแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มการเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนได้มากขึ้น  ทำให้คนสูงอายุในชุมชนมีรายได้ มีคุณภาพชีวิต และสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้นจากการ​มีลูกหลานหรือนักท่องเที่ยวไปพูดคุยหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะเดียวกันยังทำให้คนรุ่นใหม่ในชุมชน​มีช่องทางสร้างรายได้​ ไม่ต้องเดินทางออกไปหางานทำนอกพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39761 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/24.พิธีเรียกขวัญจากผู้เฒ่าชุมชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ในปีนี้ Seeds Journey ตั้งใจจะขยายความร่วมมือกับชุมชนเพิ่มมากขึ้นจาก 2 ชุมชน 19 ครัวเรือน เป็น 3 ชุมชน 30 ครัวเรือน ทั้งในพื้นที่บ้านป่าเกี๋ย จ. เชียงราย และบ้านสันป่าสัก และห้วยอีค่าง จ.เชียงใหม่  รวมทั้งการเพิ่มโมเดลสร้างรายได้ ทั้ง​จากธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อดึงรายได้เข้ามาในชุมชน ทั้งกลุ่มให้บริการที่พัก ทำกิจกรรมเวิร์คชอป เรียนรู้วิถีชีวิต รวมทั้ง​การนำวัตถุดิบที่มีในพื้นที่มาทำอาหารดูแลนักท่องเที่ยว และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นรายได้จากการขายวัตถุดิบเพื่อส่งต่อให้ร้านอาหาร โรงแรม หรือการไปออกร้านป๊อบอัพเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มยอดขายได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรายได้ส่วนใหญ่ราว 70% ยังมาจากการขายวัตถุดิบ แต่ในอนาคต 3-5 ปีจากนี้ จะพยายามผลักดันให้รายได้จากกลุ่มท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้นด้วยสัดส่วน 45-50% รวมทั้งในอนาคตยังสามารถนำโมเดล Seeds Journey ไปต่อยอดเพื่อขยายผลในพื้นที่ต่างๆ ได้ท่ัวประเทศ โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นพื้นที่ชนเผ่าเท่านั้น&#8221;​  </em>คุณน้ำ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/13.-ทีม-Seeds-Journey-re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>CB4C</strong> จะ​เดินหน้าบ่มเพาะผู้ประกอบการ SE  ต่อเนื่องในปีนี้ เป็นปีที่ 15 และยังคงมองหาผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ที่ต้องการสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ผ่านธุรกิจที่ขับเคลื่อน เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคั​ญในการสร้างผลกระทบเชิงบวก รวมทั้งการมุ่งส่งเสริมศักยภาพของคน  ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ชุมชน และสังคม สร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสในการดำเนินชีวิต ตอกย้ำแนวทาง <strong>‘เสริมศักยภาพ สร้างพลังแห่งอนาคต’ (Embracing Potential, Energizing People)  </strong>สะท้อนแนวทางการทำโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของบ้านปูได้อย่างชัดเจน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/seeds-journey-one-of-winners-bc4c-ep14/">รู้จัก &#8216;Seeds Journey&#8217; จาก NGO สู่ต้นแบบ &#8216;ธุรกิจเพื่อสังคม&#8217; ​เปลี่ยนอัตลักษณ์​ชนเผ่า​​ สู่​เสน่ห์แห่ง &#8216;เมล็ดพันธุ์และอาหารอาข่า&#8217; ผู้ชนะโครงการ BC4C ปีที่ 14</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2025 10:30:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BioBlitz]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[DoiTung]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[eDNA]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental DNA]]></category>
		<category><![CDATA[National University of Singapore]]></category>
		<category><![CDATA[NUS]]></category>
		<category><![CDATA[Regenerative]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การฟื้นฟูป่า]]></category>
		<category><![CDATA[ความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นแบบการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกป่า ปลูกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชมุชน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาดอยตุง]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอบลิทซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39089</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่โลกเผชิญความรุนแรงขั้นวิกฤตของภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) จนระบบนิเวศเสี่ยงฟื้นตัวไม่ทัน วิกฤตนี้ย้ำว่า &#8216;การดูแลป่าเพียงอย่างเดียวไม่พอ&#8217; โลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; (Biodiversity) ในฐานะรากฐานของน้ำ อาหาร และสุขภาวะของผู้คน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากประสบการณ์จริงเกือบสี่ทศวรรษในพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย จากดอยหัวโล้นเสื่อมโทรม มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชุมชนตามแนวคิด &#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217; ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนพื้นที่ป่าฟื้นตัวกว่า 90% และสิ่งที่เติบโตเคียงคู่กับผืนป่าคือ &#8216;ชีวิต&#8217; ที่กลับคืนมา ตั้งแต่สัตว์หายากไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจยังไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน และสานต่อการค้นคว้าวิจัยเพื่อปรับพื้นที่ป่าให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และถูกต้องมาอย่างต่อเนื่อง โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบการพัฒนาชุมชนเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงนิเวศในระดับประเทศและภูมิภาค จนในวันนี้ ที่มูลนิธิ ขยายพื้นที่การเก็บข้อมูลไปยังพื้นที่ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในป่าชุมชนทั่วประเทศ ทั้งแบบป่าบก และป่าชายเลน ย้ำบทบาท​ผู้ร่วมขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ  ในปี 2568 ที่ผ่านมา จึงเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนบทใหม่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในบทบาทองค์กรที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เริ่มจากการเข้าร่วมเป็นภาคปฏิบัติของ แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ (National Biodiversity Strategy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่โลกเผชิญความรุนแรงขั้นวิกฤตของภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) จนระบบนิเวศเสี่ยงฟื้นตัวไม่ทัน วิกฤตนี้ย้ำว่า &#8216;การดูแลป่าเพียงอย่างเดียวไม่พอ&#8217; โลกจึงหันมาให้ความสำคัญกับ &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; (Biodiversity) ในฐานะรากฐานของน้ำ อาหาร และสุขภาวะของผู้คน</p>
<p><span id="more-39089"></span></p>
<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> เริ่มศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้เกิดจากตำรา แต่เกิดจากประสบการณ์จริงเกือบสี่ทศวรรษในพื้นที่ <strong>โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย</strong> จากดอยหัวโล้นเสื่อมโทรม มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชุมชนตามแนวคิด <strong>&#8216;ปลูกป่า ปลูกคน&#8217;</strong> ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จนพื้นที่ป่าฟื้นตัวกว่า 90% และสิ่งที่เติบโตเคียงคู่กับผืนป่าคือ <strong>&#8216;ชีวิต&#8217;</strong> ที่กลับคืนมา ตั้งแต่สัตว์หายากไปจนถึงสิ่งมีชีวิตที่อาจยังไม่เคยมีการบันทึกมาก่อน</p>
<p>และสานต่อการค้นคว้าวิจัยเพื่อปรับพื้นที่ป่าให้มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ และถูกต้องมาอย่างต่อเนื่อง <em><strong>โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงไม่ได้เป็นเพียงต้นแบบการพัฒนาชุมชนเท่านั้น หากยังเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าเชิงนิเวศในระดับประเทศและภูมิภาค</strong></em> จนในวันนี้ ที่มูลนิธิ ขยายพื้นที่การเก็บข้อมูลไปยังพื้นที่ใน<strong><em>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่า</em><em>เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน </em></strong>ในป่าชุมชนทั่วประเทศ ทั้งแบบป่าบก และป่าชายเลน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39091 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/4-Re.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ย้ำบทบาท​ผู้ร่วมขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ </strong></p>
<p>ในปี 2568 ที่ผ่านมา จึงเป็นปีแห่งการขับเคลื่อนบทใหม่ของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในบทบาทองค์กรที่ทำงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ</p>
<p>เริ่มจากการเข้าร่วมเป็นภาคปฏิบัติของ <strong>แผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติ</strong> (National Biodiversity Strategy and Action Plan – NBSAP 2566–2570) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ<strong> เพื่อบูรณาการบทเรียนจากพื้นที่จริงเข้าสู่การวางนโยบาย</strong> ทั้งในด้านการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ การบริหารฐานข้อมูล การพัฒนาเครื่องมือทางการเงินด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างความตระหนักรู้แก่เยาวชน รวมถึงการต่อยอดสู่พื้นที่อนุรักษ์อื่นและ<em>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิต</em>ในป่า<em>เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน </em>ในป่าชุมชนทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญในปีเดียวกันคือ การทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อ <strong>สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนในจังหวัดตรัง</strong> พื้นที่ที่ทางมูลนิธิฯ ร่วมดูแลอยู่กับชุมชนในพื้นที่ และภาคเอกชนซึ่งเป็นระบบนิเวศที่มีบทบาทสำคัญต่อ <strong>ยุทธศาสตร์คาร์บอนสีน้ำเงิน (Blue Carbon) ของโลก</strong> การสร้างฐานข้อมูลที่เป็นมาตรฐานระดับประเทศจึงเป็นก้าวสำคัญที่<em><strong> สะท้อนบทบาทของมูลนิธิฯ ในฐานะผู้ทำงานภาคสนามที่เชื่อมโยงนักวิชาการ หน่วยงานรัฐ และชุมชนเข้าด้วยกัน</strong></em></p>
<p>และ ล่าสุดคือ <strong>ความร่วมมือระดับนานาชาติ ระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore – NUS)</strong> ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำของโลกด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศเขตร้อน ความสนใจของ NUS ที่เลือกโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เพราะพื้นที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวอย่างการฟื้นฟูป่าที่โดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศที่เกิดจากการทำงานร่วมกับชุมชนตลอด 36 ปี คือเหตุผลที่ทำให้ NUS นำเทคโนโลยีวิจัยล้ำสมัยเข้ามาสำรวจอย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39096 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/Bioblitz2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือนี้นำไปสู่การสำรวจภายใต้ชื่อโปรแกรม ​<strong>&#8216;ไบโอบลิทซ์&#8217; (BioBlitz)</strong> ครั้งแรกในพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้เทคโนโลยีบันทึกเสียงชีวภาพตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง (Bioacoustics) ผสานกับการวิเคราะห์ด้วยการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่สามารถจำแนกเสียงนกและค้างคาวได้มากกว่า 30 ชนิด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม (Environmental DNA – eDNA) เพื่อตรวจหาร่องรอยพันธุกรรมของสัตว์หายากที่ไม่ปรากฏให้เห็นด้วยตา ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ฟื้นฟู และเป็นหลักฐานสำคัญของการอนุรักษ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน ซึ่งหาได้ไม่มากในภูมิภาคนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39095 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/BioBlitz1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยการสำรวจในครั้งนี้ได้เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกใหม่ ๆ ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง <strong>&#8216;คนกับป่า&#8217;</strong> สามารถหล่อเลี้ยงระบบนิเวศให้อุดมสมบูรณ์ได้อย่างไร ผลการสำรวจไม่เพียงบันทึกความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า <em><strong>การดูแลรักษาป่าของชุมชนมีส่วนสำคัญโดยตรงต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ</strong></em></p>
<p>ทีมนักวิจัยค้นพบปูน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งบางชนิดอาจยังไม่เคยถูกบันทึกทางวิทยาศาสตร์มาก่อน โดยแต่ละชนิดพบในลำธารที่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าทุกลำน้ำต่างมีระบบนิเวศเฉพาะของตนเอง นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยของนาก ซึ่งเป็นสัญญาณของแหล่งน้ำสะอาดและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงนกนานาชนิดที่บินอยู่ท่ามกลางผู้คนอย่างไม่หวาดกลัว สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนานและความไว้วางใจระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ อีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นใจคือการพบลูกนก &#8216;ชะมดแสมขาว&#8217; (White-rumped Shama) ซึ่งเป็นนกเสียงไพเราะที่ใกล้สูญพันธุ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การพบลูกนกแสดงให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ยังคงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39097 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/12.นกกางเขนดง-white-rumped-shama.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน บทบาทของชุมชนท้องถิ่นถือว่าสำคัญกับการสำรวจในครั้งนี้ ด้วยความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับพื้นที่และพฤติกรรมของสัตว์ป่าจึงช่วยให้นักวิจัยเข้าใจระบบนิเวศได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจำแนกพันธุ์สัตว์น้ำและการติดตามร่องรอยต่างๆ อีกทั้งชาวบ้านยังได้ถ่ายทอดเทคนิคการจับปลาและปูแบบดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แต่ยังสะท้อนถึงความกลมกลืนระหว่างผู้คนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจิตวิญญาณของ &#8216;ดอยตุง&#8217; อย่างแท้จริง</p>
<p>แม้ผลการสำรวจครั้งแรกจะสะท้อนภาพความอุดมสมบูรณ์อย่างชัดเจน แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระยะยาว <em><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) จะเดินหน้าต่อยอดเพื่อผลักดันบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกด้านการศึกษาระบบนิเวศภูเขาเขตร้อน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39098 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/15.แมลงสาบ-blattidae.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>ปี 2568 จึงเป็นปีที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ก้าวข้ามจากบทบาทผู้ฟื้นฟูพื้นที่ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาสู่การเป็น &#8216;<strong>ผู้ร่วมขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ</strong>&#8216; บทบาทที่ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าการอนุรักษ์จะเกิดผลได้ก็ต่อเมื่อเกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน และการทำงานร่วมกับชุมชนคนด่านหน้าเพราะความหลากหลายทางชีวภาพคือทุนทางธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกวัน และการดูแลทุนนี้คือหน้าที่ร่วมกันของทุกคน เพื่อกำหนดอนาคตของโลกที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นหลัง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/mflf-take-mission-to-biodiversity-supporter/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เดินหน้าขับเคลื่อน &#8216;ความหลากหลายทางชีวภาพ&#8217; เปิดพื้นที่ดอยตุงและป่าชุมชน เป็นฐานข้อมูลสู่งานวิจัยระดับชาติและระดับโลก สู้วิกฤต Climate Change</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
