<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ตลาดแรงงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 29 Jan 2025 14:05:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ตลาดแรงงาน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Jan 2025 14:05:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Baby Boomer]]></category>
		<category><![CDATA[Best Places To Work]]></category>
		<category><![CDATA[Company]]></category>
		<category><![CDATA[DE&I]]></category>
		<category><![CDATA[Diversity]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Employer]]></category>
		<category><![CDATA[Employer of Choice]]></category>
		<category><![CDATA[Employer Value Proposition]]></category>
		<category><![CDATA[Employment]]></category>
		<category><![CDATA[Equality]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusion ​]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[Organization]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[Top 50 Companies in Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture]]></category>
		<category><![CDATA[workforce]]></category>
		<category><![CDATA[จีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เวิร์คเวนเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์นายจ้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31553</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวิร์คเวนเจอร์” เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ ESG มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา Employer Value Proposition (EVP) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง &#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ &#8220;นับจากปี 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“</strong><strong>เวิร์คเวนเจอร์</strong><strong>”</strong><strong> เปิดเทรนด์สร้างแบรนด์นายจ้างปี 2568 ที่องค์กรไทยต้องปรับตัวให้ทัน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยชี้ 3 เทรนด์ที่สำคัญ ได้แก่ การนำ </strong><strong>ESG </strong><strong>มาใช้ในกลยุทธ์สร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและจริยธรรมองค์กร พร้อมทั้งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเล่าเรื่องราวพนักงานเพื่อเข้าถึงผู้สมัครงานรุ่นใหม่ และพัฒนา </strong><strong>Employer Value Proposition </strong><strong>(</strong><strong>EVP</strong><strong>) ที่ชัดเจนและตอบโจทย์ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรคุณภาพให้อยู่กับองค์กร</strong><span id="more-31553"></span></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ ตั้งบวรพิเชฐ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการสร้างแบรนด์องค์กรนายจ้าง บริษัท เวิร์คเวนเจอร์ เทคโนโลจีส์ จำกัด</strong> ผู้ก่อตั้งและเจ้าของการสำรวจ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด (Top 50 Companies in Thailand) กล่าวว่า ในยุคที่ตลาดแรงงานมีการแข่งขันสูง <em><strong>&#8220;แบรนด์นายจ้าง&#8221; ไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องมือในการดึงดูดผู้สมัครงานอีกต่อไป แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถคัดเลือกบุคลากรคุณภาพ และรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว</strong></em></p>
<p>ซึ่งแต่ละปีจะมีเทรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างแบรนด์นายจ้างให้เข้าไปอยู่ในใจผู้สมัครงานและพนักงาน หากองค์กรไม่ปรับตัวตามเทรนด์ อาจพลาดโอกาสที่จะดึงดูดคนเก่ง และต้องเผชิญกับความท้าทายในยุคที่พนักงานเลือกงานมากขึ้น เพราะในปัจจุบัน พนักงานไม่ได้เลือกงานจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/XYZ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ชี้ 3 เทรนด์สร้างแบรนด์องค์กรให้ได้ใจยุค​ XYZ</strong></p>
<p><em>&#8220;นับจากปี 2568 เป็นต้นไป<strong> โครงสร้างแรงงานในองค์กรจะเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิง ถือเป็นยุคผลัดใบครั้งสำคัญของตลาดแรงงาน โดย​คนในรุ่นเบบี้บูมเมอร์ จะเกษียณจากองค์กรทั้งหมด เนื่องจากเป็นปีที่เบบี้บูมเมอร์จะอายุครบ 60 ปี จะเป็นการผลัดทั้งรุ่น ทำให้ในองค์กรจะเกิดปรากฏการณ์ XYZ  หรือจะมีเพียงเจนเนเรชั่นรุ่นใหม่ที่อยู่ในองค์กร 3 รุ่น ทำให้ปัจจัยที่เคยใช้ดึงดูดทาเลนท์ในยุคที่ผ่านมา เริ่มหมดความเซ็กซี่ ไม่สามารถดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในองค์กรได้อีกต่อไป ทำให้ต้องกลับมาทบทวนวิธีการเพื่อ​ดึงดูดคนทำงาน</strong> ให้มากกว่า​แค่​​การส่งมอบเรื่องของเงินเดือน และสวัสดิการ แต่ต้องทบทวน ตั้งหลัก และคิดใหม่ เพื่อมองหามิติที่ตอบโจทย์สิ่งที่แรงงานยุคใหม่ต้องการได้อย่างตรงจุดมากที่สุด&#8221;​ </em></p>
<p><strong>คุณจีรวัฒน์ </strong>ฉายภาพรวมโครงสร้างตลาดแรงงานที่จะเปลี่ยนแปลงไปจากนี้ พร้อมตอกย้ำให้เห็นถึงการมีแบรนด์องค์กรที่แข็งแรง ซึ่ง​ถือเป็นทางรอดในยุค <strong>Talent War</strong> ที่แรงงานขาดแคลน ทั้งจากการเกิดที่น้อยลง หรือทางเลือกในการประกอบอาชีพของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเลือกที่จะทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสตาร์ทอัพ หรือการเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้การคัดเลือกรวมทั้งการรักษาคนเก่งที่มีความสามารถหรือ Talent มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น โดยปัจจัยไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงเงินเดือนหรือสวัสดิการอีกต่อไป แต่ต้องสามารถส่งมอบคุณค่าจาก​ปัจจัยอื่นๆ ​เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต หรือประสบการณ์ที่ดี ​จากองค์กรที่ใช่ เพื่​อส่งมอบคุณค่าที่ตรงกันทั้งของนายจ้างและคนทำงานได้</p>
<p>แนวโน้มที่เกิดขึ้น ทำให้การสร้างแบรนด์นายจ้างกลายเป็นโจทย์ที่มีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นขององค์กร และมีการเพิ่มเม็ดเงินเพื่อใช้ในการ​สื่อสารแบรนดิ้งขององค์กรในเชิง Corporate Image เพิ่มมากขึ้น โดยพบว่ามีการเติบโตของมีเดียเพื่อสื่อสารแบรนด์นายจ้างเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาไม่ต่ำกว่า 50%  และไม่ใช่เพียงแค่มาจาก Own Channel ของแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังมีการใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยสื่อสาร ในรูปแบบการรีวิวองค์กร ทัวร์โรงงาน สัมภาษณ์ผู้บริหาร หรือมุมมองคนทำงานในองค์กร เพื่อนำเสนอคุณภาพชีวิตที่ดีของแต่ละองค์กรเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น​</p>
<p>เวิร์คเวนเจอร์ ได้สรุปเทรนด์สำคัญเพื่อใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2568 ​จากการศึกษาการสร้างแบรนด์นายจ้างจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศในหลายอุตสาหกรรม พบว่า <em><strong>เทรนด์การสร้างแบรนด์นายจ้างในปี 2568 กำลังมุ่งให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืน การสื่อสารองค์กรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และการพัฒนาด้าน Employer Value Proposition (EVP) หรือ การให้คำมั่นสัญญาของนายจ้าง เพื่อสามารถส่งมอบคุณค่าที่คนทำงานรุ่นใหม่มองหาได้อย่างตรงจุดเพิ่มมากขึ้น ​ </strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Best-WorkPlace1.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>&#8211; ผสาน </strong><strong>ESG </strong><strong>สร้างแบรนด์นายจ้าง : เทรนด์ที่กำลังมาแรงในไทย </strong></p>
<p>คุณจีรวัฒน์ เปิดเผยว่า การผสานแนวคิด<strong> ESG</strong> (Environmental, Social, Governance) ในการสร้างแบรนด์นายจ้างมีความสำคัญมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เช่น Millennials และ Gen Z ให้ความสำคัญกับคุณค่าที่องค์กรยึดถือ โดยเฉพาะเรื่องความยั่งยืนและจริยธรรม ซึ่งทำให้องค์กรที่มีการดำเนินงานตามหลัก ESG สามารถดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ได้มากขึ้น</p>
<p><em>“การที่คนรุ่นใหม่มองหางานในองค์กรที่มีจริยธรรมและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น องค์กรนายจ้างที่ผสาน ESG ในการดำเนินธุรกิจจึงมีความโดดเด่นในตลาดแรงงาน และกลายเป็น “<strong>Employer of Choice”</strong> ที่สะท้อนถึงคุณค่าและความเชื่อมั่นของพนักงานยุคใหม่ ขณะเดียวกันการนำ ESG เข้ามาผสานในกลยุทธ์องค์กรยังช่วยลดความเสี่ยง เช่น ความเสียหายจากภาพลักษณ์องค์กร หรือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วย”</em></p>
<p><strong>&#8211; สื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล : กลยุทธ์สำคัญสำหรับแบรนด์นายจ้าง </strong></p>
<p>ในปี 2568 แพลตฟอร์มอย่าง Meta ( Facebook และ Instagram), YouTube และ TikTok จะกลายเป็นเครื่องมือหลักที่องค์กรไทยใช้ในการสร้างแบรนด์นายจ้าง เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรและวัฒนธรรมการทำงาน</p>
<p>สำหรับการสร้างแบรนด์นายจ้างในปีนี้ควรมุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น การเล่าเรื่องราวของพนักงาน (Employee Storytelling) ซึ่งสะท้อนความเป็นจริงในองค์กร และช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับผู้สมัครงานที่มีศักยภาพ รวมทั้งการเล่าเรื่องราวที่เน้นประสบการณ์ส่วนตัวของพนักงานจะช่วยให้องค์กรได้เปรียบในตลาดแรงงาน เพราะผู้สมัครงานมักต้องการทราบประสบการณ์ของคนในองค์กรผ่านเรื่องราวที่เข้าถึงง่าย นอกจากนี้ วิดีโอสั้นที่สนุกและทันสมัย เช่น TikTok หรือ Reels จะมีบทบาทในการนำเสนอวัฒนธรรมองค์กร ขณะเดียวกัน การมีส่วนร่วมของพนักงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ และสะท้อนความโปร่งใส</p>
<p><em>“พฤติกรรมการบริโภคสื่อดิจิทัลของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่ม Millennials และ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความโปร่งใสจากองค์กร ทำให้แพลตฟอร์มดิจิทัลกลายเป็นตัวเร่งการสื่อสารแบบ Real-Time องค์กรสามารถปรับเนื้อหาให้ตรงกับเหตุการณ์หรือกระแสปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว การลงทุนในเนื้อหาที่เน้นการเล่าเรื่องราวผ่านดิจิทัลจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแบรนด์นายจ้างที่โดดเด่น ช่วยดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยได้เป็นอย่างดี”  </em></p>
<p><strong>พัฒนา </strong><strong>EVP </strong><strong>: กุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแรงงาน</strong></p>
<p>Employer Value Proposition หรือ EVP คือ คำมั่นสัญญาขององค์กรที่สะท้อนถึงคุณค่าและประสบการณ์ที่พนักงานจะได้รับ ซึ่ง EVP ที่ชัดเจนและโดดเด่นไม่เพียงแต่จะดึงดูดผู้สมัครที่มีศักยภาพ แต่ยังช่วยสร้างความผูกพันกับพนักงานในระยะยาว ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงานที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในประเทศไทยที่องค์กรต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างองค์กร และวิสัยทัศน์องค์กร เช่น การเปลี่ยนผู้นำหรือการรีแบรนด์</p>
<p>การแข่งขันในตลาดแรงงานและความต้องการ <strong>“งานที่มีความหมาย</strong>” ของคนรุ่นใหม่ ทำให้ EVP กลายเป็นประเด็นสำคัญ องค์กรชั้นนำเริ่มลงทุนเรื่อง EVP อย่างจริงจัง เช่น การใช้เรื่องเล่าจากพนักงาน (Employee Storytelling) ผ่านดิจิทัล เช่น LinkedIn หรือ TikTok เพื่อดึงดูดบุคลากรที่สอดคล้องกับค่านิยมองค์กร</p>
<p><em>“แนวทางด้าน EVP ที่องค์กรควรนำมาปรับใช้ในปีนี้ คือ การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อพัฒนา EVP ให้กลายเป็น Strategic EVP ที่ทั้งตอบโจทย์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และยังสร้างความแข่งแกร่งด้านบุคลากรให้กับองค์กรได้อีกด้วย รวมถึงการสื่อสาร EVP อย่างโปร่งใสและเป็นจริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความผูกพันของพนักงาน หากองค์กรสามารถพัฒนา EVP ได้อย่างเหมาะสม จะสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันและดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น” </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Join-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="666" /></p>
<p><strong>เผยปัจจัยดึงดูด &#8211; รักษา Talent ให้องค์กร</strong></p>
<p>จากข้อมูลการสำรวจครั้งใหญ่ประจำปีล่าสุดจาก <strong>WorkVenture</strong> ยังเผยให้เห็นถึงความคาดหวังและความต้องการของทาเลนท์ไทยล่าสุดที่มีต่อองค์กรนายจ้าง ทั้งเรื่องของการตัดสินใจไปร่วมงานกับองค์กรใหม่ (Reasons to Join) และการเลือกที่จะอยู่และเติบโตกับองค์กรเดิม (Reasons to Grow) เสียงที่สะท้อนกลับมาเป็นสิ่งที่องค์กรจะต้องนำมาวางกลยุทธ์และยกระดับพัฒนาประสบการณ์การทำงานให้กลายเป็นจุดขายในการสร้างแบรนด์องค์กรในฐานะนายจ้างให้แข่งขันได้ในตลาดแรงงานในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปี 2025 นี้</p>
<p>ในภาพรวมคนทำงานเห็นความสำคัญของเรื่องอื่นๆและประสบการณ์ที่นอกเหนือจากรายได้และสวัสดิการจากองค์กรมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า <strong><em>เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำงานคือเรื่องของผลตอบแทนยังคงเป็นอันดับ 1 และ 2 โดยยังคงได้รับคะแนนความสำคัญเท่ากับปีที่แล้ว แต่เรื่องของโอกาสเติบโตและความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Advancement &amp; Mobility) ความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) และเรื่องความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work/Life Balance) ได้รับความสำคัญอยู่ในอันดับต้นๆ 5 อันดับแรกที่คนทำงานจะต้องตัดสินใจเลือกนายจ้างใหม่</em></strong></p>
<p><strong>แต่เมื่อได้เข้าไปอยู่ในองค์กรแล้ว คนทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ แตกต่างจากตอนเลือกก่อนเข้าหลายเรื่องด้วยกัน</strong> โดยใน <em><strong>อันดับที่ 1 และ 2 ยังเป็นปัจจัยเรื่องของรายได้และสวัสดิการ โดยมีเรื่องของสำนักงานและสถานที่ทำงาน (Office / Workplace) มีอิทธิพลต่อคนทำงานมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่คนทำงานใช้เวลาในการทำงานรวมถึงสถานที่ตั้ง สิ่งอำนวยความสะดวกและบรรยากาศ มีความปลอดภัย สร้างแรงบันดาลใจ ยืดหยุ่นและหลากหลายเหมาะสมกับลักษณะงาน</strong></em></p>
<figure id="attachment_31556" aria-describedby="caption-attachment-31556" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-31556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/01/Re-Maintain-Factor-2025.jpg" alt="" width="1200" height="660" /><figcaption id="caption-attachment-31556" class="wp-caption-text">Screenshot</figcaption></figure>
<p>นอกจากนี้เรื่องของสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และคล่องตัวสูง (Creative / Dynamic Environment) เป็นตัวยืนยันอีกเรื่องหนึ่งที่สอดคล้องและสนับสนุน โดยได้รับความสำคัญมากขึ้นสูงที่สุดในปี 2025 นี้ โดยการมีสภาพแวดล้อมที่สร้างสรรค์และมีความยืดหยุ่นสูงช่วยเสริมสร้างความรู้สึกท้าทายและแรงจูงใจในการทำงานได้ รวมถึงปัจจัยด้านการทำงานร่วมกันอย่างการเป็นทีมและความร่วมมือต่อกัน (Teamwork / Collaboration) และ การเคารพให้เกียรติและเข้าอกเข้าใจต่อกัน (Respect &amp; Empathy) ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อได้เข้ามาอยู่ในองค์กรแล้วและเป็นปัจจัยอันดับต้นๆที่ทำให้คนทำงานอยากอยู่และเติบโตกับองค์กรนั้นต่อ</p>
<p>การสำรวจประจำปี ได้มีการเผยผลการให้คะแนนล่าสุดจากคนทำงานที่รีวิวประสบการณ์ชีวิตการทำงานในองค์กร สิ่งที่นายจ้างยังคงทำได้ดีในสายตาของคนทำงานหรือที่เรียกว่า<strong> Best Places To Work</strong> คือ เรื่องของความมั่นคงในการทำงาน (Employment Stability) พันธกิจและปณิธานขององค์กร (Mission &amp; Purpose) และ เรื่องความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่าง (Diversity &amp; Inclusion) โดยมีคะแนนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ ทั้งนี้ในเรื่องอื่นๆก็ยังได้รับการยอมรับจากคนทำงานด้วยเช่นกัน ซึ่งทางองค์กรนายจ้างจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงความพึงพอใจที่มีต่อการมอบประสบการณ์การทำงานในแง่มุมต่างๆให้กับคนทำงาน เพื่อทราบก็จะได้ทำการยกระดับพัฒนาประสบการณ์ในองค์กรให้กลายเป็นจุดแข็งและจุดขาย เพื่อที่จะได้ดึงดูด ดูแล และรักษาให้ทาเลนท์คนเก่งและคนดีมาอยู่กับองค์กรพร้อมเติบโตไปด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p>
<p><em>&#8220;ก่อนหน้านี้ธุรกิจต่างให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของลูกค้า ทุ่มเทและทุ่มทุนในการยกระดับประสบการณ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า แนวคิดนี้ได้กลับมาประยุกต์ใช้กับคนทำงานในองค์กรอย่างจริงจังอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับการหาตัวชี้วัดประสบการณ์เชิงบวกในองค์กรและนำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อดึงดูดทาเลนต์และรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพได้มากขึ้น&#8221;​</em> คุณจีรวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/01/trend-2025-to-build-employer-branding/">&#8216;ESG &#8211;  ดิจิทัล – EVP&#8217; 3 ปัจจัยสร้างแบรนด์นายจ้างให้โดนใจ พร้อมรักษาทาเลนต์ให้องค์กร หลังตลาดแรงงานขับเคลื่อนสู่ยุค XYZ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;ทักษะ&#8217; มาก่อน &#8216;ประสบการณ์&#8217; โมเมนตัมใหม่ &#8216;ตลาดงาน&#8217;  ยุคทาเลนต์ขาดแคลน เมื่อ AI Effect ส่งผล​ Jobs Landscape เปลี่ยน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/skill-over-experience-when-ai-change-jobs-landscape/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Feb 2024 11:51:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Adecco]]></category>
		<category><![CDATA[Adecco Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[Company Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Flexible Workforce]]></category>
		<category><![CDATA[GenAI]]></category>
		<category><![CDATA[Generative AI]]></category>
		<category><![CDATA[HR Solutions Provider]]></category>
		<category><![CDATA[Hybrid Work]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Jobs Landscape]]></category>
		<category><![CDATA[Jobs Seeker]]></category>
		<category><![CDATA[Salary and Work Trend Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Salary Guide]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Talent]]></category>
		<category><![CDATA[WORK FROM HOME]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[คนทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทาเลนต์]]></category>
		<category><![CDATA[ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮบริดเวิร์ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23886</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่​เข้ามามีบ​​​ทบาทสำคัญในโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น​ โดยเฉพาะใน &#8216;ตลาดแรงงาน&#8217; ที่นำมาสู่​ความกังวลว่าการพัฒนา AI อาจ​ทำให้งานในหลายๆ ตำแหน่งต้องหายไปเพราะถูกทดแทนด้วย AI แต่ขณะเดียวกัน ก็นำมาสู่การเกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย (Adecco Thailand) กล่าวว่า การพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วง Post-covid โดยเฉพาะการเติบโตของ AI ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในตลาดแรงงานทั้งประเทศไทยและทั่วโลก โดยเชื่อว่าหลายองค์กร​ยังคงปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น ​​ทำให้บริบทในตลาดแรงงาน หรือ Jobs Landscape เปลี่ยนแปลง เกิดการแทนที่แรงงานด้วย AI ในบางตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมาทดแทน ทำให้ภาพรวม​ปริมาณงานไม่ได้ลดลง แต่ Jobs Landscape เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้ Skill Set แบบเดิมที่เคยมีอยู่ในตลาดไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ขาดแคลนคนทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม Talent หรือกลุ่มคนที่มี​ศักยภาพระดับสูงจะยิ่งหายากมากขึ้นไปอีก สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดแรงงาน​จาก Job-Based Economy [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/skill-over-experience-when-ai-change-jobs-landscape/">&#8216;ทักษะ&#8217; มาก่อน &#8216;ประสบการณ์&#8217; โมเมนตัมใหม่ &#8216;ตลาดงาน&#8217;  ยุคทาเลนต์ขาดแคลน เมื่อ AI Effect ส่งผล​ Jobs Landscape เปลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่​เข้ามามีบ​​​ทบาทสำคัญในโลกยุคปัจจุบันมากขึ้น​ โดยเฉพาะใน<strong> &#8216;ตลาดแรงงาน&#8217;</strong> ที่นำมาสู่​ความกังวลว่าการพัฒนา AI อาจ​ทำให้งานในหลายๆ ตำแหน่งต้องหายไปเพราะถูกทดแทนด้วย AI แต่ขณะเดียวกัน ก็นำมาสู่การเกิดตำแหน่งงานใหม่ๆ ในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><span id="more-23886"></span></p>
<p><strong>คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย (Adecco Thailand) กล่าวว่า การพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วง Post-covid โดยเฉพาะการเติบโตของ AI ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ในตลาดแรงงานทั้งประเทศไทยและทั่วโลก โดยเชื่อว่าหลายองค์กร​ยังคงปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่องในปีนี้ และมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการทำงานมากขึ้น ​​ทำให้บริบทในตลาดแรงงาน หรือ Jobs Landscape เปลี่ยนแปลง เกิดการแทนที่แรงงานด้วย AI ในบางตำแหน่ง</p>
<p>ขณะเดียวกันก็จะมีตำแหน่งงานใหม่ๆ เกิดขึ้นมาทดแทน ทำให้ภาพรวม​ปริมาณงานไม่ได้ลดลง แต่ <strong>Jobs Landscape เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลให้ Skill Set แบบเดิมที่เคยมีอยู่ในตลาดไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ขาดแคลนคนทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม Talent หรือกลุ่มคนที่มี​ศักยภาพระดับสูงจะยิ่งหายากมากขึ้นไปอีก</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23887 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/K-Thidarat.jpg" alt="" width="1200" height="829" /></p>
<p>สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของตลาดแรงงาน​จาก <strong>Job-Based Economy</strong> มาเป็น<strong> Skill-Based Economy</strong> หมายความว่า <strong>การทำงานต่างๆ ในอนาคต ​​แม้จะเป็นงานในตำแหน่งเดิมที่เคยทำมาก่อนหน้า​นี้​ แต่อาจไม่สามารถใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ หรือสกิลเดิมๆ ที่เคยมีมาขับเคลื่อนงานได้อีกต่อไป​</strong> ซึ่งถือ​เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องเติมเรื่องของการ Up-skill ให้แก่พนักงาน เพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการปรับกลยุทธ์ในการหาคน ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องทักษะ ความสามารถ หรือ Skill Base เป็นอันดับแรกเช่นกัน</p>
<p><em>&#8220;องค์กรจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในการหาคน โดยเฉพาะในกลุ่มทาเลนต์ที่ตลาดต้องการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องยึดติด​กับเรื่องของประสบการณ์ เพราะคนที่เคยมีประสบการณ์ในอดีตที่ผ่านมา อาจ​ไม่สามารถทำงานในปัจจุบันได้ จากแลนด์สเคปที่เปลี่ยนแปลงไป หรือการมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ​เข้ามา ​ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องมองว่าเค้าเป็นใคร จบจากมหาวิทยาลัยไหน หรือแม้แต่มีประสบการณ์​ทำงานในตำแหน่งนี้หรือด้านนี้มาก่อนหรือไม่ เพราะบางครั้งประสบการณ์เดิมๆ อาจไม่สามารถนำมาปรับใช้กับงานปัจจุบันได้ รวมทั้งมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่แหล่งเรียนรู้เดียว แต่​มีชุดความรู้ หรือบางทักษะที่สามารถสร้างได้แม้ไม่จบปริญญาตรีด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่องค์กรต้องมองคือ คนที่สามารถทำงาน​ตอบโจทย์ตามบริบทของงานที่เปลี่ยนแปลงไป หรือต้องเปลี่ยนมามองเรื่องของ Skill Base เป็นอันดับแรก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความต้องการในตลาดสูง แต่ปริมาณซัพพลายยังขาดแคลน&#8221; ​</em></p>
<p><strong>Flexible Workforce ปัจจัยดึง​ทาเลนต์ร่วมงาน </strong></p>
<p>Adecco Thailand ยังแชร์อินไซต์จากผลสำรวจ<strong> Salary and Work Trend Survey</strong> โดยเฉพาะมุมมองต่อการเข้ามาของเทคโนโลยี AI พบว่า คนทำงานไทยส่วนใหญ่มากกว่า 2 ใน 3 (74%) มองการเกิดขึ้นของ Generative AI (GenAI) เช่น ChatGPT ในแง่ดี เพราะเชื่อว่ามีส่วนช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น​ โดยมีถึง 45% ที่ใช้ AI มาช่วยในการทำงานเป็นประจำ มีเพียง 24% ที่กังวลว่าอาจโดน AI แย่งงานได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า</p>
<p>โดย​เฉพาะ​กลุ่มพาร์ทไทม์ คนที่กำลังว่างงาน และผู้บริหาร ​เนื่องจาก GenAI สามารถทำงานได้หลากหลายและช่วยจัดการงานตั้งแต่งานเล็กๆ อย่างการแปลภาษา งานออกแบบ ทำกราฟฟิค จนถึงวางโครงงานโปรเจคต่างๆ  ทำให้คนที่ทำงานพาร์ทไทม์ที่อาจรับงานเป็นชิ้นงาน อาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในขณะที่ผู้บริหารอาจเกิดความกังวลว่าจะไม่สามารถตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ทัน ไม่รู้วิธีใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ หรืออาจกังวลว่า ด้วยข้อมูลที่มีมากกว่า และความสามารถในการประมวลผลที่เร็วกว่า AI ก็อาจจะประเมินสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่าคนที่มีประสบการณ์สูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23891 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/A3.jpg" alt="" width="1200" height="836" /></p>
<p>ทั้งนี้ ยังพบว่าอีกหนึ่งสิ่งที่ Workforce รุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มทาเลนต์ให้ความสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน คือ<strong> Flexible Workforce</strong> เช่น <strong>การมีนโยบาย Remote / Hybrid Work</strong> ซึ่งมีความสำคัญมาเป็นอันดับ 2 รองจากเรื่องของผลตอบแทน (Competitive Salary) และมาก่อนเรื่องของโอกาสในการเติบโต หรือ Career Path จึงเป็นอีกแนวทางที่องค์กรจะสามารถนำไปปรับเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดและรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรได้ รวมทั้งสามารถดึงดูดทาเลนต์ได้จากทั่วโลก แต่การที่แต่ละองค์กรจะสามารถขับเคลื่อน​ Flexible Workforce ยังเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะจำเป็นต้องขับเคลื่อนพร้อมกันในหลายมิติ ทั้งในส่วนผู้ปฏิบัติงาน หัวหน้างาน ฝ่ายบุคคล เพื่อหาโซลูชั่นในการทำงานแบบรีโมท หรือไฮบริด ที่สอดคล้องกับลักษณะและรูปแบบงาน เพื่อให้ได้ Productivity สูงสุด รวมทั้งความพร้อมในเชิงระบบและเทคโนโลยี เพื่อป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลทั้ง​เรื่องของ PDPA หรือ Data Security เพื่อไม่ให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ รั่วไหล เป็นต้น</p>
<p>Workforce รุ่นใหม่ ​ยังมองเรื่องการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง (<strong>Strong Company Culture</strong>) เพื่อให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายร่วมกัน นำมาสู่ความผูกพันและต้องการอยู่กับองค์กรในระยะยาว ซึ่ง​ทาเลนต์คุณภาพมักจะมองหาองค์กรที่มีวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงค่านิยมและเป้าหมายที่ตรงกับตนเองและสะท้อนถึงความรับผิดชอบทางสังคมแบบยั่งยืน ​โดยเฉพาะ Gen Z ที่เป็นแรงงานรุ่นใหม่ และจะกลายเป็นแรงงานหลักในตลาด ที่นิยมการทำงานแบบทีม ​แบ่งปันความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การส่งเสริมความหลากหลายและการรวมกลุ่ม ความยืดหยุ่นในการทำงาน</p>
<p><em>&#8220;หนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญคือ การดูแลด้าน Well Being ของพนักงาน ทั้ง Physical และ Emotional โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่​​ที่อาจมีมุมมองแตกต่างจากคนุร่นก่อนหน้า จึงต้องดูแลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ซึ่งการให้ความสำคัญกับเรื่องของจิตใจมากขึ้น ซึ่งการ​​ทำให้พนักงานที่มีความสุขและพึงพอใจมักจะทำงานได้ดีขึ้น และสามารถช่วยลดอัตราการเปลี่ยนงานของพนักงาน ซึ่งเป็นการประหยัดทรัพยากรและเวลาที่จะต้องใช้ในการสรรหาและฝึกฝนพนักงานใหม่&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23890 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/A1.jpg" alt="" width="1200" height="817" /></p>
<p><strong>เปิดอินไซต์คนทำงานรุ่นใหม่ ยุค GenAI</strong></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยต่างๆ  พร้อมอินไซต์ที่พบจากการสำรวจ เพื่อเข้าใจและสามารถดึงดูดกลุ่ม Workforce รุ่นใหม่ รวมทั้ง Talent ในตลาดได้ ประกอบด้วย</p>
<p>1.  คนทำงานในประเทศไทยส่วนใหญ่ หรือ 67% รู้สึกมั่นคงในอาชีพมากกว่าเดิม โดยเฉพาะคนในอุตสาหกรรมไอที อสังหาริมทรัพย์ และบริการเฉพาะด้านการให้คำปรึกษา ซึ่งเป็น 3 อุตสาหกรรมที่มองว่าธุรกิจที่ตนเองสังกัดกำลังเติบโตมากที่สุด ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีในองค์กรที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่ทำให้คนกล้าใช้เงินซื้อสินทรัพย์หรือพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น รวมถึงการหันมาใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรได้อย่างทันท่วงที</p>
<p>2. คนทำงาน 36% บอกว่าตนเองกำลังมองหางานใหม่อย่างจริงจังในช่วงปีนี้ ในขณะที่ 54% บอกว่าพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ ๆ</p>
<p>3. ปัจจัยสำคัญของ Workforce ยังคงเป็นเรื่องของ ​Competitive Salary  ซึ่งจากผลสำรวจพบว่าเป็นปัจจัยที่ผู้สมัครงาน 94% ใช้พิจารณาในการร่วมงานกับองค์กรหนึ่งๆ</p>
<p>4. คนที่ต้องการเปลี่ยนงาน 60% คาดหวังการได้เงินเพิ่มมากกว่า 20% จากงานใหม่ และยิ่งมีอายุการทำงานน้อยก็จะมีสัดส่วนที่ต้องการเงินเดือนเพิ่มมากกว่าคนที่อยู่นานกว่า</p>
<p>5. พนักงานในองค์กรขนาดใหญ่ (องค์กรขนาด 500 คนขึ้นไป) ให้คะแนนระบบพัฒนาทรัพยากรบุคคลขององค์กร (Learning &amp; Development) ในระดับดี-ดีมาก ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนจากพนักงานในองค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง แสดงถึงการให้ความสำคัญขององค์กรใหญ่ที่จำเป็นต้องมีการ reskill/upskill ให้กับพนักงานจำนวนมาก เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ</p>
<p>6. คนทำงาน 64% มองว่า CSR (Corporate Social Responsibility) / ESG (Environment Social Governance) เป็นหน้าที่ที่สำคัญลำดับต้นๆขององค์กร</p>
<p>7. ทักษะด้านดิจิทัลและความเป็นผู้นำ เป็นทักษะอันดับหนึ่งร่วมกันที่คนทำงานกว่า 60% ต้องการพัฒนา โดยมองว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการก้าวหน้าในอาชีพได้มากที่สุด โดยทักษะด้านดิจิทัลเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งหรือระดับใดในยุคปัจจุบัน ในขณะที่ทักษะความเป็นผู้นำก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้สามารถบริหารทีมงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>8. ผลกระทบจาก digital disruption จะเพิ่มการจ้างงานในรูปแบบ partnership &amp; outsourcing หรือการจ้างคนและทีมงานภายนอก เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับองค์กร ซึ่งการปรับโครงสร้างองค์กรในลักษณะนี้ยังส่งผลให้ธุรกิจ career transition &amp; outplacement ที่เชี่ยวชาญในการปรับโครงสร้างองค์กรและการเลิกจ้างเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงเชื่อว่าการแย่งชิงตัวทาเลนต์จะคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในตำแหน่งดิจิทัล AI และพลังงานทดแทน เพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23893 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/A2.jpg" alt="" width="1200" height="834" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/skill-over-experience-when-ai-change-jobs-landscape/">&#8216;ทักษะ&#8217; มาก่อน &#8216;ประสบการณ์&#8217; โมเมนตัมใหม่ &#8216;ตลาดงาน&#8217;  ยุคทาเลนต์ขาดแคลน เมื่อ AI Effect ส่งผล​ Jobs Landscape เปลี่ยน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สมาคมเพื่อนชุมชน เดินหน้าโครงการ “เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5” ต่อเนื่อง เปิดมุมมองการศึกษา ปั้นนักเรียนสายอาชีพสู่ตลาดแรงงานในอนาคต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/cpa-v-camp-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Dec 2023 10:12:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPA V-Camp]]></category>
		<category><![CDATA[CPA V-Camp 2023]]></category>
		<category><![CDATA[CPAVCAMP]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนสายอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือกการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านเราน่าอยู่สังคมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมเพื่อนชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนสายอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกสาขาที่ชอบ สู่อาชีพที่ใช่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเพื่อนชุมชนคนอาชีวะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23041</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายนารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล กรรมการบริหารสมาคมเพื่อนชุมชน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมฯ ได้จัดโครงการ “เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5” ประจำปี 2566 (CPA V-Camp 2023) ภายใต้แนวคิด “เลือกสาขาที่ชอบ สู่อาชีพที่ใช่” ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดระยอง สถาบันอาชีวะในจังหวัดระยอง คณาจารย์และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดระยองทั้ง 6 แห่ง ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร. มงคลชัย สมอุดร) เป็นประธานในพิธี ด้วยสมาคมเพื่อนชุมชนให้ความสำคัญต่อการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และเป้าหมายยุทธศาสตร์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่สากล ตามแผนงานของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเน้นย้ำถึงการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. ยกระดับการศึกษาด้านอาชีวะ มุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC สำหรับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ทั้ง 180 คน จะได้ค้นหาความถนัดของตนเองและร่วมกิจกรรมสันทนาการที่หลากหลาย อาทิ Inspiration Talk จาก 5 วิทยากรพิเศษ ได้แก่ นายกิตติพงค์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/cpa-v-camp-2023/">สมาคมเพื่อนชุมชน เดินหน้าโครงการ “เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5” ต่อเนื่อง เปิดมุมมองการศึกษา ปั้นนักเรียนสายอาชีพสู่ตลาดแรงงานในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายนารินทร์ วงศ์ธนาศิริกุล </strong>กรรมการบริหารสมาคมเพื่อนชุมชน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมฯ ได้จัดโครงการ “<strong>เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5”</strong> ประจำปี 2566 (<strong>CPA V-Camp 2023</strong>) ภายใต้แนวคิด “เลือกสาขาที่ชอบ สู่อาชีพที่ใช่” ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัดระยอง สถาบันอาชีวะในจังหวัดระยอง คณาจารย์และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนขยายโอกาสในจังหวัดระยองทั้ง 6 แห่ง</p>
<p><span id="more-23041"></span></p>
<p>ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร. มงคลชัย สมอุดร) เป็นประธานในพิธี ด้วยสมาคมเพื่อนชุมชนให้ความสำคัญต่อการตอบสนองการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และเป้าหมายยุทธศาสตร์ในการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสู่สากล ตามแผนงานของคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเน้นย้ำถึงการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพทั้งในระดับ ปวช. และ ปวส. ยกระดับการศึกษาด้านอาชีวะ มุ่งผลิตและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23042 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/VCamp1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สำหรับนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ทั้ง 180 คน จะได้ค้นหาความถนัดของตนเองและร่วมกิจกรรมสันทนาการที่หลากหลาย อาทิ Inspiration Talk จาก 5 วิทยากรพิเศษ ได้แก่<strong> นายกิตติพงค์ อุตตมะเวทิน</strong> ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง, <strong>นายวีรชัย สมบัติกำไร</strong> ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนิคมอุตสาหกรรมระยอง,<strong> นายกลวัชร สุวิมล</strong> กรรมการหอการค้าจังหวัดระยอง, <strong>นายเสมา พลูเวช</strong> Senior Facilitator บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน), <strong>นางสาววรณัน มีโพธิ์</strong> ศิษย์เก่าสาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยเทคนิคระยอง การแบ่งกลุ่มทดสอบค้นหาความถนัดในสายอาชีพ พาเข้าบูทเจาะลึกตามกลุ่มความถนัด สุดท้ายเข้าร่วมกิจกรรมของบูทวิทยาลัยฯ คัดเลือกนักเรียนเข้าสมัครเรียนสายอาชีพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23044 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/Vcamp3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ทั้งนี้ โครงการเพื่อนชุมชนคนอาชีวะ หรือ CPA V-Camp ขอเป็นหนึ่งแรงขับเคลื่อน เพิ่มทางเลือกในการศึกษา ปรับเปลี่ยนทัศนคติมีมุมมองใหม่ในการเลือกเรียนต่อสายอาชีพ และการวางแผนเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสได้ทำงานในพื้นที่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดระยองต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23043 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/VCamp2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>สมาคมเพื่อนชุมชน ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของ 5 ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ จ. ระยอง ได้แก่ กลุ่ม ปตท. เอสซีจี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี กลุ่ม บ. ดาวประเทศไทย และกลุ่มจีพีเอสซี เพื่อสร้างความร่วมมือของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในมาบตาพุดที่รวมตัวกันเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมประสานและพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยความจริงใจ จริงจัง มุ่งมั่นแก้ปัญหาร่วมกัน ถ่ายทอดความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ และมุ่งหวังให้อุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ด้วยการดูแลเอาใจใส่ชุมชน ทั้งในด้านการส่งเสริมพัฒนาด้านสุขภาพ การศึกษา เศรษฐกิจฐานราก และสังคม จากความร่วมแรง ร่วมมือและร่วมใจของผู้ประกอบการนี้ จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาที่จริงจังและยั่งยืนต่อชุมชน อุตสาหกรรมและประเทศชาติต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23046 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/12/VCAMP5.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/cpa-v-camp-2023/">สมาคมเพื่อนชุมชน เดินหน้าโครงการ “เพื่อนชุมชนคนอาชีวะ ปีที่ 5” ต่อเนื่อง เปิดมุมมองการศึกษา ปั้นนักเรียนสายอาชีพสู่ตลาดแรงงานในอนาคต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
