<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ท่องเที่ยว &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 18 Oct 2026 11:06:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ท่องเที่ยว &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Jungfrau Railways สถานีรถไฟสูงสุดของยุโรป กับแผนพัฒนา Dream Destination และการขับเคลื่อนความยั่งยืนบนพื้นที่ Top of Europe</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/jungfrau-railways-drive-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 18 Oct 2026 11:06:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Dream Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Global Landmark]]></category>
		<category><![CDATA[Grindelwald Tourismus]]></category>
		<category><![CDATA[Jungfrau]]></category>
		<category><![CDATA[Jungfrau Railways]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Top of Europe]]></category>
		<category><![CDATA[กรินเดิลวาลด์]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[การรถไฟยุงเฟรา]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[ธารน้ำแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[ยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45167</guid>

					<description><![CDATA[<p>ภูมิภาคยุงเฟรา Jungfrau ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากเดินทางไปสัมผัสให้ได้​ครั้งหนึ่งในชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมด้วยยอดเขาอันยิ่งใหญ่อย่าง ไอเกอร์ (Eiger), เมิ้นช์ (Mönch) และยุงเฟรา ​(Jungfrau) ผสม​ผสานความงดงามตระการตาของธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตบนภูเขา ตลอดจนกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวระดับคุณภาพไว้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ครบถ้วนทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการขึ้นไปชมวิวที่ ยุงเฟรายอค ท็อปออฟยุโรป (Jungfraujoch – Top of Europe) อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญ พื้นที่มรดกโลก UNESCO ตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะและธารน้ำแข็งอันตระการตา​ที่ใหญ่และยาวที่สุดของยุโรป โดยหนากว่า 800 เมตร และยาวกว่า 20 กิโลเมตร รวมทั้งสามารถขึ้นไปทำกิจกรรมผจญภัยบนภูเขา หรือการเดินเล่นพักผ่อนใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติและหมู่บ้านอันแสนสงบบนเทือกเขา เรียกได้ว่าตอบโจทย์ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์ทั้งสายชิล สายธรรมชาติ หรือสายแอดเวนเจอร์ โดยการให้บริการของ​ การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways) อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของพื้นที่ ในฐานะสถานีรถไฟที่สุงที่สุดในยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นผู้บุกเบิกในการพาผู้คนจากทั่วโลกเข้ามาเยือนในภูมิภาคแห่งนี้ ซึ่งเป็นรถไฟสายแรกที่สามารถเดินทางขึ้นสู่ยุงเฟรายอค-ท็อปออฟยุโรปได้ตั้งแต่ปี 1912 หรือ 114 ปีมาแล้ว พร้อมเส้นทางตลอดการเดินทางที่น่าประทับใจ ผ่านการเดินทางลอดอุโมงค์ใต้ยอดเขาไอเกอร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/jungfrau-railways-drive-sustainability/">Jungfrau Railways สถานีรถไฟสูงสุดของยุโรป กับแผนพัฒนา Dream Destination และการขับเคลื่อนความยั่งยืนบนพื้นที่ Top of Europe</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ภูมิภาคยุงเฟรา Jungfrau </strong>ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกอยากเดินทางไปสัมผัสให้ได้​ครั้งหนึ่งในชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมด้วยยอดเขาอันยิ่งใหญ่อย่าง ไอเกอร์ (Eiger), เมิ้นช์ (Mönch) และยุงเฟรา ​(Jungfrau) ผสม​ผสานความงดงามตระการตาของธรรมชาติ มรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตบนภูเขา ตลอดจนกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนและท่องเที่ยวระดับคุณภาพไว้อย่างลงตัว</p>
<p><span id="more-45167"></span></p>
<p>นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังสามารถได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ครบถ้วนทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งการขึ้นไปชมวิวที่ <strong>ยุงเฟรายอค ท็อปออฟยุโรป (Jungfraujoch – Top of Europe) </strong>อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญ พื้นที่มรดกโลก UNESCO ตั้งอยู่ท่ามกลางหิมะและธารน้ำแข็งอันตระการตา​ที่ใหญ่และยาวที่สุดของยุโรป โดยหนากว่า 800 เมตร และยาวกว่า 20 กิโลเมตร รวมทั้งสามารถขึ้นไปทำกิจกรรมผจญภัยบนภูเขา หรือการเดินเล่นพักผ่อนใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติและหมู่บ้านอันแสนสงบบนเทือกเขา เรียกได้ว่าตอบโจทย์ได้ครบทุกไลฟ์สไตล์ทั้งสายชิล สายธรรมชาติ หรือสายแอดเวนเจอร์</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45171 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Jungfraujoch-Drohnenshot-Sphinx.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>โดยการให้บริการของ​ <strong>การรถไฟยุงเฟรา (Jungfrau Railways)</strong> อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของพื้นที่ ในฐานะสถานีรถไฟที่สุงที่สุดในยุโรป ซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,454 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และเป็นผู้บุกเบิกในการพาผู้คนจากทั่วโลกเข้ามาเยือนในภูมิภาคแห่งนี้ ซึ่งเป็นรถไฟสายแรกที่สามารถเดินทางขึ้นสู่ยุงเฟรายอค-ท็อปออฟยุโรปได้ตั้งแต่ปี 1912 หรือ 114 ปีมาแล้ว</p>
<p>พร้อมเส้นทางตลอดการเดินทางที่น่าประทับใจ ผ่านการเดินทางลอดอุโมงค์ใต้ยอดเขาไอเกอร์ และเมิ้นซ์ โดยระหว่างเส้นทาง นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะชมทัศนียภาพของโลกแห่งภูเขาสูง ผ่านหน้าต่างแบบพาโนรามาที่สถานีไอซ์เมียร์ เพื่อ<em><strong>ตอบโจทย์พันธกิจสำคัญของ Jungfrau Railways ในการสร้างความสุขและรอยยิ้นให้กับผู้มาเยี่ยมชมจากทั่วโลก พร้อมภาพถ่ายและความทรงจำอันน่าประทับใจ ตลอดการมาเยือน Dream Destination แห่งนี้ได้อย่างแท้จริง </strong></em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45169 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/นายโอลิเวอร์-ฮัมเมล-ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณโอลิเวอร์ ฮัมเมล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการรถไฟยุงเฟรา CEO Jungfrau Railways  กล่าวว่า Jungfrau Railways มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Jungfrau ให้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อม​ทั้งเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญ​ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์​มาโดยตลอด โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้ชุมชนโดยรอบ ซึ่ง​ประชาชนราว 80-90% ในภูมิภาคนี้ มีรายได้หลัก​​​ที่เชื่อมโยงกับ​การเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก</p>
<p><em>&#8220;ภูมิภาคจุงเฟราถือเป็น Destination ระดับโลก ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอดทั้งปี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวรวมในปีล่าสุดราว 3.9 ล้านคน และมาที่ยุงเฟรายอค<strong> Top of Europe </strong>ทะลุ 1 ล้านคนต่อปี รวมทั้งบางส่วนที่สนใจเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมและผจญภัยในบริเวณเทือกเขา ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนต่อปีเช่นกัน โดยการรถไฟจุงเฟรา มีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตของนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องทั้งเพื่อเพิ่มการอำนวยความสะดวก รวมทั้งการเพิ่มกิจกรรม หรือแม็กเน็ตใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​ </em></p>
<p>สำหรับในปี 2025 ที่ผ่านมา มี​นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปยังยุงเฟราราว 80,000 คน ประกอบกับรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ​การรถไฟยุงเฟราจึงได้รพัฒนาระบบเข้าสู่ออนไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่การจองผ่านแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ไปจนถึงการนำ AI เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในการวางแผนการเดินทาง โดยจะออกแบบเส้นทางให้ตามอัตลักษณ์ของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มแต่ละคน เช่น หากชื่นชอบความตื่นเต้นสนุกสนาน ยุงเฟราเฟียสต์ – ท็อปออฟแอดเวนเจอร์ ที่มีกิจกรรมตื่นเต้นมากมายคือคำตอบ สำหรับผู้รักการเดินเขาและกิจกรรมบนภูเขา พื้นที่บริเวณไอเกอร์เกล็ตเชอร์ และไคลเน่ ไชเดกก์ – ท็อปออฟไฮกิ้ง เป็นต้น</p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทวางงบประมาณลงทุนเพื่อเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เพิ่มเติมไว้ราว 300 -350 ล้านฟรังสวิส (ราว 1.2 หมื่นล้านบาท) ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้านี้ โดยได้แผนพัฒนาโครงการกระเช้าลอยฟ้าโครงการใหม่ เพื่อ​ช่วยลดระยะเวลาเดินทางสู่ยอดเขาจาก 30 นาที ให้เหลือราว 15 นาที โดยได้​ลงทุนไปราว​ 100 ล้านฟรังสวิส รวมทั้งมีแผน​อัพเกรดหนัง 360 ใหม่ เพื่อให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพอันงดงามของยุงเฟรายอคในอีกบรรยากาศ เพิ่มเติมร้านอาหาร ณ จุดสิ้นสุดของไอเกอร์ เอ็กซเพรส สถานีไอเกอร์เกล็ตเชอร์ ความจุ 400 ที่นั่ง เพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและลดความแออัดของร้านอาหารบนยุงเฟรายอค รวมทั้งโครงการโรงแรมขนาด 200 ห้อง 400 เตียงที่อินเตอร์ลาเคนโอสต์ในปี 2028</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45170 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/ผู้บริหารที่มาร่วมงาน-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะที่ในส่วนของ <strong>&#8216;กรินเดิลวาลด์&#8217;</strong> หมู่บ้านที่อยู่บริเวณ​​เชิงเขาไอเกอร์ ในเขตยุงเฟรา <strong>คุณบรูโน เฮาสเวิร์ธ</strong> ผู้อำนวยการรีสอร์ต Grindelwald Tourismus กล่าวเพิ่มเติมว่า ​หมู่บ้านกรินเดิลวาลด์ ได้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเช่นกัน ด้วยเสน่ห์ของพื้นที่ ที่เป็นการผสมผสานระหว่างทิวทัศน์ภูเขาที่น่าตื่นเต้น การท่องเที่ยวภูเขาที่เดินทางโดยรถไฟและกระเช้าลอยฟ้า และหมู่บ้านที่หล่อหลอมด้วยเกษตรกรรมและการต้อนรับอันอบอุ่น  และจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ตลอดทั้งปี โดยจะมาช่วงฤดูร้อน 60% และฤดูหนาว 40%   ในฐานะ &#8216;<strong>ประตูสู่ยุงเฟรายอค ท็อปออฟยุโรป&#8217;</strong> และได้ชื่อว่า​เป็นชุมชนที่มีชีวิต หรือ Living Community  เป็นหนึ่งใน 23 เขตเทศบาลในบริเวณมรดกโลกยูเนสโก ทำให้สามารถรักษาความสวยงามของธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้งมีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรม ทั้งกิจกรรมเต้นรำ ดนตรีพื้นฐาน และงานเทศกาลท้องถิ่นของคนในชุมชน</p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนมาตลอด 114 ปี</strong></p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 114 ปี  การรถไฟยุงเฟราให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง​ ทั้งการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการดูแลชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8211; การเคารพต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนในพื้นที่ </strong>การก่อสร้างโครงการไอเกอร์ เอ็กซเพรส  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบกระเช้า V-Cableway ที่ไม่เพียงนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางขึ้นไปยุงเฟรายอคให้สะดวกมากขึ้น ​แต่ยังเป็นไปตามแนวทางการท่องเที่ยวยั่งยืนที่การรถไฟยุงเฟราทำมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การใช้เสารองรับเพียง 7 ต้น ตลอดเส้นทางยาวกว่า 6,483 เมตร เพื่อลดการรบกวนทัศนียภาพและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังจากชุมชนในพิ้นที่ในระหว่างก่อสร้างด้วย​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45172 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Eiger-Express-Grindelwald-Eigernordwand-Nahansicht-Reflektion-Sonne-Key-Visual.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; การนำใช้พลังงานหมุนเวียนมาใช้ในการเดินรถ</strong> โดยการรถไฟยุงเฟรา มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เริ่มดำเนินการเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว โดยใช้น้ำจากธารน้ำแข็งบนภูเขาที่จะละลายในช่วงหน้าร้อน และมีปริมาณมากพอสำหรับนำมาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับการเดินรถไฟ และเหลือมากพอสำหรับขายคืนให้รัฐบาลได้ด้วย</p>
<p><strong>&#8211;  การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มเติม</strong> รองรับในช่วงฤดูหนาวที่น้ำแข็งไม่ละลาย แต่มี​แสงแดดที่ดี จึงได้ทำการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยสามารถผลิตปริมาณไฟฟ้าอยู่ที่ 14-16 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) รวมทั้งมีแผนลงทุนเพื่อสร้างโซลาร์ฟาร์มเพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p><strong>&#8211; การลงทุน​โครงการแบตเตอรี่ </strong>เพื่อสามารถเก็บสะสมปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งจากพลังน้ำ และพลังแสงอาทิตย์ สำหรับสะสมไว้ใช้ในเวลากลางคืน หรือขยายผลไปใช้ในระบบขนส่งเพิ่มเติม</p>
<p><strong>​- การพัฒนานวัตกรรมด้านพลังงาน</strong> ยุงเฟรามีการพัฒนาระบบเบรกที่สามารถเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าได้ โดยเปลี่ยนพลังงานจลน์ที่เกิดขึ้นในทุกครั้งที่มีการเบรกให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งจำนวนไฟที่ได้จากการวิ่งลงจากเขา 3  เที่ยว จะสามารถได้ไฟฟ้าสำหรับการวิ่งขึ้นเขาได้ 1 เที่ยว รวมทั้งการพัฒนารถ EV สำหรับใช้ในการเกลี่ยหิมะ รวมทั้ง​การเปลี่ยนมาใช้ระบบทำความร้อนจากปั๊มไฟฟ้าทำให้สามารถยกเลิกการใช้น้ำมันในระบบได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45173 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Jungfraujoch-Querformat-Key-Visual.jpg" alt="" width="1200" height="772" /></p>
<p><strong>&#8211; การบริหารจัดการขยะอาหารตามแนวทาง Zero Food Waste</strong> โดยการพัฒนาระบบ AI มาช่วยในการแยกขยะและจัดการขยะให้ร้านอาหาร โดยติดตั้งระบบวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อแยกขยะ ไปจนถึงการเชื่อมโยงไปสู่ประเมินปริมาณที่เหมาะสม​ รวมทั้งการคุมคุณภาพของอาหารที่นำมาบริการให้ลูกค้า ตั้งแต่จากครัวกลางในขั้นตอนของการเตรียมและการผลิต​</p>
<p>แม้ยุงเฟราจะเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของโลกในระดับพรีเมียม และผู้มาเยือนให้ความสนใจต่อประสบการณ์แบบครั้งหนึ่งในชีวิต หรือความ Exclusive จากประสบการณ์ท่องเที่ยว แต่การดูแลภายในพื้นที่ไม่ได้มองข้าม​ผลกระทบจากวิกฤตโลกร้อน</p>
<p>โดยผู้บริหารการรถไฟยุงเฟรา แชร์ข้อมูลว่า​ <strong>อุญหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เห็น​การละลายของธารน้ำแข็งในปัจจุบันเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยพบว่าธารน้ำแข็งในพื้นที่จะละลายราว 1 เซ็นติเมตรในทุกปี</strong> ซึ่งทางทีมงานได้จัดสรรกำลังในการปกป้องและชะลอการละลายของน้ำแข็ง ทั้งการนำหิมะไปเสริมในจุดที่เหมาะสมเพื่อสามารถช่วยพยุงชั้นน้ำแข็งไว้</p>
<p>รวมทั้งมีการติดตามและประเมินการเปลี่ยนแปลงภายในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งในพื้นที่ยังเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์บนพื้นที่สูง ที่มีการเปิดดำเนินการมากว่า 100 ปี เพื่อคอยตรวจวัด และเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อคอยติดตามและเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โลกร้อนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความสวยงามจากทัศนียภาพของดินแดนสูงสุดในยุโรปแห่งนี้ ​หากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมีโอกาสได้มาเยือนก็จะมีความชื่นชมและหวงแหนความงามของธรรมชาติ รวมทั้งช่วยให้เกิด​ความตระหนักต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลกใบนี้ได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45174 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Jungfraujoch-Plateau-Sonnenaufgang-Aletschgletscher.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/jungfrau-railways-drive-sustainability/">Jungfrau Railways สถานีรถไฟสูงสุดของยุโรป กับแผนพัฒนา Dream Destination และการขับเคลื่อนความยั่งยืนบนพื้นที่ Top of Europe</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2026 14:31:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Centara]]></category>
		<category><![CDATA[Destination]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Landmark]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Experience Destination]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ชะอำ -หัวหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดนัดชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สวนสนลอย]]></category>
		<category><![CDATA[อัษฎางค์ สุขวิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41013</guid>

					<description><![CDATA[<p>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ตอกย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination พื้นที่​พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ เปิด​ &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; และทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนยังจัด &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน สำหรับชื่อ &#8216;สวนสนลอย&#8217; สามารถ​สะท้อนถึงความเชื่อมโยง​กับธรรมชาติและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน  เนื่องจากเป็น​ชื่อถนนที่ร้านตั้งอยู่ ซึ่งเชื่อมระหว่างชะอำและหัวหิน และเป็นพื้นที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ​สะท้อนภาพการผสมผสานการออกแบบเพื่อ​รักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้ และให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์  ตามแนวทางความยั่งยืนแลัการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร คุณอัษฎางค์ สุขวิเศษ ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดเผยว่า ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ราว 1 ไร่ จากพื้นที่โรงแรมรวม 7 ไร่ สำหรับพัฒนา &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8216; เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน และอยากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ต้องแวะพักผ่อน ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น ริมทะเล ​จากจุดเด่นของพื้นที่ ด้วยต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 80 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/">เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน</strong> ตอกย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination พื้นที่​พักผ่อนสีเขียวริมทะเลแห่งใหม่ เปิด​ <strong>&#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217;</strong> และทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนยังจัด <strong>&#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217;</strong> ตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ทั้งมิติของสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และการเชื่อมโยงการเติบโตร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-41013"></span></p>
<p>สำหรับชื่อ<strong> &#8216;สวนสนลอย&#8217;</strong> สามารถ​สะท้อนถึงความเชื่อมโยง​กับธรรมชาติและพื้นที่ได้อย่างชัดเจน  เนื่องจากเป็น​ชื่อถนนที่ร้านตั้งอยู่ ซึ่งเชื่อมระหว่างชะอำและหัวหิน และเป็นพื้นที่ชุมชนชาวประมงพื้นบ้าน ​สะท้อนภาพการผสมผสานการออกแบบเพื่อ​รักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศไว้ และให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สีเขียวที่มีความอุดมสมบูรณ์  ตามแนวทางความยั่งยืนแลัการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นมิตร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/GM1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>คุณอัษฎางค์ สุขวิเศษ</strong> ผู้จัดการทั่วไป เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน เปิดเผยว่า ทางโรงแรมจัดสรรพื้นที่ราว 1 ไร่ จากพื้นที่โรงแรมรวม 7 ไร่ สำหรับพัฒนา &#8216;<strong>คาเฟ่สวนสนลอย</strong>&#8216; เพื่อให้เป็นพื้นที่สีเขียวและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน และอยากให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ต้องแวะพักผ่อน ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ ร่มรื่น ริมทะเล ​จากจุดเด่นของพื้นที่ ด้วยต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ อายุกว่า 80 ปี ให้ทั้งความสวยงาม และสร้างร่มเงา เหมาะสำหรับการเป็นอีกหนึ่งจุดแวะพักและเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเส้นทางชะอำ -หัวหิน รวมทั้งรองรับแขกที่มาพักภายในโรงแรมซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของโรงแรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Cafe3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Photo-757.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ไม่เพียงความสวยงามของพื้นที่ และ​ความใกล้ชิดธรรมชาติแล้ว ​คาเฟ่แห่งนี้ยัง​ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความยั่งยืน ทั้งการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงทั้งวิถีธรรมชาติ วิถีชุมชน รวมทั้งยัง​ส่งเสริมการสร้างอาชีพ และรายได้เพิ่มให้ผู้คนในชุมชน ทั้งการออกแบบร้านให้มีความโปร่งโล่ง เพื่อลดการใช้พลังงาน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์กาแฟ และวัตถุดิบที่เป็น​ออร์แก​นิกเพื่อทำเมนูอาหารและเครื่องดื่มภายในคาเฟ่ รวมทั้งการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม​ เพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้ครบทุกมิติ&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41021 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Pizza.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41022 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Photo-871.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์ที่สองของทุกเดือน ทางรีสอร์ทยังเปิดพื้นที่เป็น &#8216;ตลาดนัดชุมชนสวนสนลอย&#8217; เพิ่มโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงช่างฝีมือในท้องถิ่น มีพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าหรือผลผลิตของตัวเองเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเพชรบุรีอย่างใกล้ชิด ผ่านสินค้าชุมชนหลากหลายกว่า 40 ร้านค้า ในราคาจับต้องได้ง่าย เต็มพื้นที่ราว 1 ไร่นี้ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ผลไม้ท้องถิ่น ไปจนถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่สะท้อนศิลปะ และ​งานช่างฝีมือ​ เพื่อสะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง โดยร้านค้าในพื้นที่ตลาดจะเริ่มตั้งและมีความคึกคักในช่วงบ่ายๆ ราว 16.00 น. ถึงช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41019 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/MKT1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41023 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41024 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Shop-Bloom2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>&#8220;ร้านค้าที่เข้ามาขายของ จะเสียค่าพื้นที่เพียงร้านละ 50 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลพื้นที่ รวมทั้งบริหารจัดการขยะต่างๆ ซึ่งไม่เพียงแค่เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ แต่ยังรวมถึงพนักงานของโรงแรม ก็สามารถลงทะเบียน เพื่อจอง​พื้นที่เปิดร้านได้ด้วยเช่นกัน โดยการจัดสรรพื้นที่จะพยายามเน้นให้มีร้านค้าที่มีสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ซ้ำซ้อนกัน รวมทั้งเงื่อนไขให้ทุกร้านค้า ต้องใช้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และให้ความสำคัญเรื่องของการแยกขยะภายในพื้นที่ตลาด รวมทั้งกิจกรรมเวิร์คช้อป ทำป้ายชื่อร้านจากวัสดุรักษ์โลก เพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติกภายในพื้นที่&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41027 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Paint1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41028 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/PET.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>เซ็นทารา ไลฟ์ ชะอำ บีช รีสอร์ท หัวหิน ยังมุ่งมั่นยกระดับการให้บริการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน STGs ระดับ 5 ดาว พร้อมขับเคลื่อนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ Bike for Good, Please Reuse Me และ My Green Day นอกจากนี้ รีสอร์ทยังมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อลดการใช้น้ำ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงระบบประหยัดพลังงานภายในพื้นที่รีสอร์ท เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสมดุลระหว่างการให้บริการ การดูแลทรัพยากร และการเติบโตในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41025 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Garden-Singer1.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41026 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Market2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ท้ังนี้ การขับเคลื่อน &#8216;ความยั่งยืน&#8217; ของเซ็นทาราสะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน ภายใต้แนวทาง &#8216;เซ็นทรัล ทำ&#8217; (Central Tham) ของบริษัทแม่อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น ผ่านการสนับสนุนผู้ผลิตในพื้นที่ การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ และการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกมิติ เพื่อให้โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา สามารถส่งเสริมได้ทั้งการท่องเที่ยวที่อบอุ่น มีความหมาย และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้ในระยะยาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/centara-suan-son-loy-new-landmark/">เซ็นทารา ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ชะอำ-หัวหิน &#8216;คาเฟ่สวนสนลอย&#8217; พร้อมแชร์พื้นที่สร้าง &#8216;ตลาดนัดชุมชนในโรงแรม&#8217; ย้ำแนวคิด Sustainable Experience Destination</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยกับเซเว่น อีเลฟเว่น เที่ยวเมืองไทย ใกล้ไกล อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/tat-7eleven-visit-thailand-campaign/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Mar 2026 11:59:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[7Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[CP ALL]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ 7-Eleven]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น อีเลฟเว่น]]></category>
		<category><![CDATA[เซเว่น เดลิเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวเมืองไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40784</guid>

					<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี เชิญชวนเที่ยวเมืองไทย เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้ สัมผัสเสน่ห์ไทยไปด้วยกันในเทศกาลหยุดยาวนี้ เตรียมพบกับ 15 ภาพแหล่งท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทยบนฉลากขวดน้ำดื่ม 7Select พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมโหลดภาพ E-Wallpaper แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของประเทศไทยผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven พร้อมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจาก ททท. เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางตามรอยทั่วประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง ททท. กับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ เซเว่น อีเลฟเว่น ในครั้งนี้ จะช่วยทำให้เกิดการเชื่อมโยงเรื่องราวการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเสน่ห์ของไทย เพื่อนำไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านการนำเสนอภาพแหล่งท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทยบนช่องทางสินค้าและบริการของเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งขวดน้ำดื่ม 7Select และแอปพลิเคชัน 7-Eleven ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวไทยแก่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tat-7eleven-visit-thailand-campaign/">ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยกับเซเว่น อีเลฟเว่น เที่ยวเมืองไทย ใกล้ไกล อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong><strong> </strong><strong>ร่วมกับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong><strong> </strong><strong>ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น</strong><strong> และเซเว่น เดลิเวอรี</strong><strong> </strong><strong>เชิญชวนเที่ยวเมืองไทย เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้ สัมผัสเสน่ห์ไทยไป</strong><strong>ด้วยกันในเทศกาลหยุดยาวนี้</strong></p>
<p><span id="more-40784"></span></p>
<p><strong>เตรียมพบกับ</strong><strong> 15 </strong><strong>ภาพแหล่งท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วไทยบนฉลากขวดน้ำดื่ม</strong><strong> 7</strong><strong>Select </strong><strong>พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมโหลดภาพ </strong><strong>E-Wallpaper </strong><strong>แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของประเทศไทยผ่านแอปพลิเคชัน 7-</strong><strong>Eleven </strong><strong>พร้อมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจาก ททท. เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางตามรอยทั่วประเทศไทย</strong></p>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์</strong><strong>  </strong><strong>เกียรติไพบูลย์</strong><strong> </strong><strong>ผู้ว่าการ ททท.</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง ททท. กับบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ เซเว่น อีเลฟเว่น ในครั้งนี้ จะช่วยทำให้เกิดการเชื่อมโยงเรื่องราวการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเสน่ห์ของไทย เพื่อนำไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผ่านการนำเสนอภาพแหล่งท่องเที่ยวจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทยบนช่องทางสินค้าและบริการของเซเว่น อีเลฟเว่น ทั้งขวดน้ำดื่ม 7Select และแอปพลิเคชัน 7-Eleven ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ถึงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวไทยแก่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในมิติใหม่ ที่ทันสมัย เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริงของนักท่องเที่ยว ผ่าน Touchpoint ที่สำคัญอย่างเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีเครือข่ายร้านค้าที่แข็งแกร่ง รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงนักท่องเที่ยวได้ในทุกพื้นที่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40787 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/7tAT1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ด้วยจำนวนร้านค้าในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย และพนักงานของเซเว่น อีเลฟเว่น ที่พร้อมจะอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ จึงเป็น Touchpoint สำคัญที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์การเป็นเจ้าบ้านที่ดีของคนไทยและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว สอดคล้องกับโครงการ Trusted Thailand ของ ททท. ที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยของการเดินทางท่องเที่ยวไทย สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ความพร้อมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยในระดับนานาชาติ</p>
<p>ด้าน <strong>นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล</strong><strong> </strong><strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์</strong> กล่าวถึง ความพร้อมของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะจุดหมายปลายทางจะอยู่ใกล้ไกลแค่ไหน ก็สามารถเที่ยวไทยได้อย่างอุ่นใจ เพราะร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กว่า 15,000 สาขา ตั้งอยู่กระจายทั่วทุกพื้นที่ทุกชุมชนคอยอำนวยความสะดวกให้ทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40786 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/7tat3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ร้านเซเว่นฯ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวทุกคน มีสินค้าหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอาหารพร้อมทานที่ตอบโจทย์ความชอบทุกประเภท สิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินทางที่คัดสรรมาแล้วให้เหมาะกับการใช้งานและความต้องการของลูกค้า ที่สำคัญคือสินค้าคุณภาพ ราคามาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีพนักงานที่ถูกเทรนมาเป็นอย่างดีพร้อมให้บริการด้วยรอยยิ้ม และคอยให้ความช่วยเหลือดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จึงอยากจะชวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย สุขใจใกล้ๆบ้าน”</p>
<p><strong>นายยุทธศักดิ์</strong> ยังเสริมอีกด้วยว่า ในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จะเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทยในการสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน สร้างประสบการณ์ที่ดีได้ง่ายๆ สัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทยทั้งอาหารไทยหลากหลาย ได้อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้รับบริการที่เปี่ยมไปด้วยความเอาใจใส่ และรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย เป็นที่พึ่งให้นักท่องเที่ยวยามฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกเอาเปรียบเพราะมีมาตรฐานสินค้า บริการ ราคาเดียวกัน นอกจากนี้ยังเป็นที่รวมของฝากของดีจากท้องถิ่นต่างๆ ของเมืองไทย ที่เซเว่น อีเลฟเว่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้นำสินค้า OTOP จากชุมชนเข้ามาวางจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวเลือกอุดหนุน เปิดโอกาสขยายตลาดกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นอีกจุดเช็คอินที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้ต่างชาติกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40788 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/7tat4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับโครงการ “<strong>ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยไปกับ 7-Eleven</strong>” ประกอบด้วย การนำเสนอภาพแหล่งท่องเที่ยวไทย 15 แห่ง จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทยบนฉลากขวดน้ำดื่ม 7Select ประเภท น้ำแร่ธรรมชาติและน้ำดื่ม อาทิ หมู่เกาะรัง จังหวัดตราด, ทะเลแหวก จังหวัดกระบี่, ภูทอก จังหวัดเลย, เขาช้างเผือก จังหวัดกาญจนบุรี และดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนเมษายน &#8211; ธันวาคม 2569 พร้อมเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมดาวน์โหลดภาพถ่ายสำหรับ E-Wallpaper และข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไทยผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven นอกจากนี้ พบกับจุดเช็คอินใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวจาก 7-Eleven Art Gallery ที่เปลี่ยนร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็น Art Gallery ด้วยสตรีทอาร์ทผลงานศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนและจังหวัด อาทิ 7-Eleven X ขัวศิลปะ บริเวณร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาหอนาฬิกา และสาขาชุมชนห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย พร้อมกันนี้เตรียมพบกับ อนุสาร อ.ส.ท. ในช่องทางจำหน่ายของเซเว่น อีเลฟเว่น และความร่วมมือในการสร้างสรรค์สิทธิประโยชน์ร่วมกันระหว่างสมาชิก All member และ อ.ส.ท. Club</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tat-7eleven-visit-thailand-campaign/">ททท. ชวนสุขทันทีที่เที่ยวไทยกับเซเว่น อีเลฟเว่น เที่ยวเมืองไทย ใกล้ไกล อยู่ที่ไหนก็เที่ยวได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/cg-x-tat-empowering-thailand-to-tourist-destination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 05:16:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[good goods]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[กุ๊ดส์ กุ๊ดส์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยวรรณ ลีละสมภพ]]></category>
		<category><![CDATA[อัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล รีเทล]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัลพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทารา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36621</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัลเผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่งเกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.–14 ก.ย. 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 22.9 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจกรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือ                   ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cg-x-tat-empowering-thailand-to-tourist-destination/">กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัลเผยสัญญาณท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่ต้นปีที่ใช้บริการศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจในเครือพุ่ง</strong><strong>เกือบเท่าตัว เมื่อเทียบปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพ “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่มีกำลังซื้อสูง </strong></p>
<p><span id="more-36621"></span></p>
<p><strong>โดยเฉพาะจากจีน รัสเซีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย สะท้อนถึงพลังการจับจ่ายที่กลับมาสร้างความคึกคักให้แก่อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวไทยอย่างชัดเจน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบัน 5 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยสูงสุด ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.–</strong><strong>14 </strong><strong>ก</strong><strong>.</strong><strong>ย</strong><strong>.</strong><strong> 2568 มีนักท่องเที่ยวเข้าไทยแล้วทะลุ 2</strong><strong>2.9</strong><strong> ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าช่วงไฮซีซันปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกลเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ </strong></p>
<p>ท่ามกลางบรรยากาศการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักนี้ กลุ่มเซ็นทรัลในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย จึงเดินหน้าจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังจัดแคมเปญการตลาด บิ๊กอีเวนต์ และกิจกรรมระดับโลก ครอบคลุมทุกธุรกิจในเครือ                   ทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี เพื่อสร้าง “แม่เหล็กการท่องเที่ยว” ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและครบวงจร</p>
<p><strong>ไฮไลต์ความพิเศษจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล และ ททท</strong><strong>.</strong> <strong>ในช่วงปลายปี</strong></p>
<p><strong>1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัลพัฒนา </strong></p>
<ul>
<li><strong>เซ็นทรัล พาร์ค และ เซ็นทรัลกระบี่</strong> แลนด์มาร์กท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทยที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว โดย <strong>เซ็นทรัล พาร์ค</strong> มอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่ครบทุกมิติ สืบสานความเป็น Legendary Landmark พร้อม Roof Park 7 ไร่ พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง ใหญ่ที่สุดในไทย เห็นวิวสวนแบบ 180 องศา พร้อมยกระดับเป็น Culinary Landmark แห่งใหม่ของเอเชีย อาทิ First-time in Thailand Street Foods และร้าน Michelin Guide เยอะที่สุดในกรุงเทพฯ ขณะที่ <strong>เซ็นทรัล กระบี่</strong> ศูนย์การค้าต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจสู่การอนุรักษ์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็น The First Sustainable-Lifestyle Shopping Centre เตรียมเปิดอย่างเป็นทางการ 24 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ เซ็นทรัลกระบี่ถือเป็นการส่งเสริมนโยบายของททท. ที่จะผลักดันโครงการ “Krabi Prototype” สร้างให้กระบี่เป็นเมืองต้นแบบสีขียวและความยั่งยืนระดับโลก</li>
<li>ตลอดเดือนตุลาคม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน <strong>Amazing Thailand Grand Diwali Festival </strong>เทศกาลที่ส่งเสริมวัฒนธรรมที่สำคัญของอินเดียซึ่งเป็นตลาดศักยภาพสูงผ่านกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ รวมทั้งร่วมสนับสนุนงาน <strong>Nihao Month</strong> มอบ Welcome Package ให้ส่วนลดพิเศษจากร้านค้ากับนักท่องเที่ยวจีน พร้อมกับจัดทำแคมเปญพิเศษ <strong>Chinese Golden Week Celebration </strong>ในศูนย์การค้าทัวริสต์มอลล์ทั่วประเทศ</li>
<li><strong>centralwOrld Bangkok Countdown 2026</strong> งานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซีย! จัดเต็มโชว์พิเศษจากไลน์อัพศิลปินชื่อดังมากมาย ที่จะมามอบความสุขส่งท้ายปี คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานทั้งไทยและต่างชาติกว่า 300,000 คน</li>
<li><strong>แคมเปญ</strong><strong> The World’s Great Celebration </strong><strong>ใน </strong><strong>43 </strong><strong>ศูนย์การค้าทั่วประเทศที่จะสร้างความสุขให้กับนักท่องเที่ยว</strong>ทั้งไทยและต่างชาติ สู่การเป็น World-class Destination เตรียมจัดเมกะอีเวนต์และโปรโมชั่นทั่วประเทศ ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไตรมาสสุดท้ายยิ่งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากททท.ในการสนับสนุนการทำต้นคริสต์มาส “Local Pride” ชูเสน่ห์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น สู่งานคราฟต์หนึ่งเดียวในโลกที่เน้นการนำภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดมานำเสนอที่น่าประทับใจ สามารถชมความงดงามของต้นคริสต์มาส Local Pride ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 8 สาขาทั่วประเทศคือ เซ็นทรัลมหาชัย, ศาลายา, ชลบุรี, โคราช, เชียงราย, เชียงใหม่แอร์พอร์ต, สุราษฎร์ธานี, และกระบี่</li>
</ul>
<p><strong>2. ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล</strong></p>
<ul>
<li><strong>ห้างเซ็นทรัล </strong>เตรียมฉลองครบรอบ 78 ปี แห่งความผูกพันอันงดงามด้วยเทศกาลดอกไม้สุดยิ่งใหญ่แห่งปีกับซิกเนเจอร์อีเวนต์ <strong>Central </strong><strong>78</strong><strong><sup>th</sup></strong><strong> Anniversary</strong> เนรมิตห้างเซ็นทรัลชิดลม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์อันเปี่ยมด้วยสีสันผ่านงานศิลปะแห่งดอกไม้ ส่งมอบความประทับใจทุกเรื่องราว พร้อมผลิบานไปด้วยกัน</li>
<li><strong>ห้างเซ็นทรัลและห้างโรบินสัน ผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong> จัดแคมเปญ <strong>“</strong><strong>Amazing Thailand Grand Diwali </strong><strong>2025”</strong> เฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี เทศกาลแห่งแสงสว่างที่มีรากฐานจากวัฒนธรรมอินเดีย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ โดยเตรียมความพิเศษไว้อย่างครบครัน ทั้งโปรโมชันสุดคุ้มและข้อเสนอจากพันธมิตร การแสดงแสง สี เสียง         สุดตระการตาในสไตล์อินเดีย พิธีจุดตะเกียงเพื่อความเป็นสิริมงคล กิจกรรมเวิร์กชอป                สุดสร้างสรรค์ รวมถึงการลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มสไตล์อินเดียแท้ ณ สาขาที่ร่วมรายการ ครอบคลุมหัวเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต และพัทยา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอินเดียและผู้ที่สนใจได้ร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งเทศกาลดิวาลีอย่างเต็มอิ่ม</li>
<li>นอกจากนี้ ห้างเซ็นทรัล ยังได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในแคมเปญ <strong>“</strong><strong>Nihao Month”</strong> มอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 ต้อนรับช่วงเทศกาล Golden Week โดยเตรียมทั้งคูปองส่วนลดและของพรีเมียมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ พัทยา ภูเก็ต และป่าตอง (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)</li>
<li><strong>โรบินสันไลฟ์สไตล์</strong> เตรียมจัดงาน กินเจ ครบรอบ 200 ปี เมืองภูเก็ต ในเดือนตุลาคม เพื่อผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ไทยสู่ระดับสากล ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาถลาง พร้อมมอบสิทธิพิเศษแก่ชาวต่างชาติด้วยโปรโมชั่น “Shop Here Get More!! only at Robinson Lifestyle” ณ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขาฉลอง</li>
<li><strong>ซูเปอร์สปอร์ต</strong> มอบโปรโมชั่นส่วนลด 10% ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 มาใช้จ่ายราว 80,000 คน โดยแบรนด์ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ Nike, Adidas, Skechers, Crocs, และ Fila</li>
<li><strong>ท็อปส์</strong> มองเห็นโอกาสในการทำการตลาดและสร้างยอดขายจากแนวโน้มการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการที่ท็อปส์อย่างต่อเนื่อง โดยจากฐานข้อมูล Tourist Card ตั้งแต่ ต้นปีจนถึงกรกฎาคม 2568 พบจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการท็อปส์เพิ่มขึ้นกว่า 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน มียอดขายจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเติบโตกว่า 6% และพบพฤติกรรมการจับจ่ายถี่ขึ้นเฉลี่ย 2.3 ครั้งต่อเดือน เพิ่มขึ้น 3% และด้วยแนวโน้มของการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยว ท็อปส์จึงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกต่อเนื่อง โดยเร่งเดินหน้าขยายสาขาในแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติม สื่อสารแบรนด์ในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวเข้าถึงโดยตรง ควบคู่กับการผนึกกำลังกับพันธมิตรในเครือเพื่อสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายช่วงเทศกาลเพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สนุกและน่าจดจำ พร้อมคัดสรรสินค้าและบริการตรงใจนักท่องเที่ยว รวมถึงของฝากก่อนเดินทางกลับ</li>
</ul>
<p><strong> 3. </strong><strong>โรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา </strong></p>
<ul>
<li>ในครึ่งปีแรก เซ็นทาราต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่ากระแสการท่องเที่ยวจะยิ่งคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง จากแรงส่งของแคมเปญ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มุ่งชูเสน่ห์ไทยในแต่ละภูมิภาค เพื่อตอบรับกระแสนี้เซ็นทาราจึงนำเสนอโปรโมชั่น “Suite Heaven” มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับห้องพักประเภท Premium Suite และ Villa เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมสิทธิ์เข้าพักได้ถึง 31 มีนาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่น “Linger for Longer ยิ่งพักนาน ยิ่งคุ้ม” เพื่อกระตุ้นการเข้าพักระยะยาวของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ พร้อมมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์การพักผ่อนอันน่าประทับใจ</li>
</ul>
<p><strong>4. ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี </strong></p>
<ul>
<li>จากความสำเร็จครั้งสำคัญของงาน “<strong>KAWS:HOLIDAY THAILAND</strong>” นิทรรศการศิลปะระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย ณ ท้องสนามหลวง ที่สามารถดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 330,000 คน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เตรียมสานต่อความยิ่งใหญ่อีกครั้งในช่วงเทศกาลปลายปีกับซิกเนเจอร์ บิ๊กอีเวนต์ “CENTRAL EMBASSY LET’S CELEBRATE 2026” ที่พร้อมสร้างความตื่นตา ตื่นใจครั้งใหม่จากครีเอทีฟสตูดิโอชื่อดังระดับโลกมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยยังคงไว้ซึ่งความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ พร้อมยกระดับแคมเปญและสิทธิพิเศษเพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับสำหรับนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถดึงดูดผู้เข้ามาใช้บริการได้มากกว่า 2 ล้านคน และผลักดันให้รายรับเติบโตขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับไฮพรีเมี่ยมที่แท้จริง</li>
</ul>
<p><strong>5. ร้านวิสาหกิจเพื่อสังคม </strong><strong>Good Goods</strong><strong> (กุ๊ดส์ กุ๊ดส์)</strong></p>
<ul>
<li>เชิญสัมผัสเสน่ห์สินค้าชุมชนไทยภายใต้แบรนด์ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นนำของไทยที่ครองใจนักท่องเที่ยว มาพร้อมคอลเลกชันใหม่ดีไซน์ร่วมสมัยที่ยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างงดงาม พร้อมโฉมใหม่ของร้านสาขาที่ 8 ในคอนเซ็ปต์ Modern Craft ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค</li>
</ul>
<p><strong>นางสาวอัจฉรา วิสุทธิวงศ์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และความยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล </strong> กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างครบวงจร ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งการจัดอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาสและแคมเปญการตลาด การมอบประสบการณ์เหนือระดับในศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมในเครือ ตลอดจนการเชื่อมโยงวิถีชุมชนเพื่อนำเสนอสินค้าและบริการอันเป็นเอกลักษณ์จากแต่ละภูมิภาค</p>
<p><strong>เราพร้อมใช้ศักยภาพของกลุ่มธุรกิจสนับสนุนทุกแคมเปญของ ททท</strong><strong>.</strong><strong> เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายรายได้สู่เมืองหลัก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม รวมถึงเมืองรองหรือเมืองน่าเที่ยว และพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ</strong> ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับเสน่ห์ของประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (Tourist Destination)  แต่ยังส่งเสริมอัตลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้ง”</p>
<p><strong>นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ภาพรวมการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวในครึ่งปีแรกเริ่มกลับมาเป็นบวก แม้ช่วงไตรมาส 2 จะมีการชะลอตัวลงเล็กน้อย แต่ปัจจุบันเห็นสัญญาณฟื้นตัวมากขึ้น เราจึงมุ่งต่อยอดบรรยากาศเชิงบวกนี้สู่ช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นไฮซีซัน โดยห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล มากกว่า 3,000 สาขาทั่วประเทศ ได้จัดเตรียมแคมเปญและอีเวนต์พิเศษรับเทศกาลสำคัญทั้งโกลเด้น วีค ดีวาลี และคริสต์มาส เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวหลากหลายประเทศและสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ <strong>คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 1.5 ล้านคนเข้ามาช้อปที่ห้างร้านในเครือเซ็นทรัล รีเทล ในไตรมาส 4 และสร้างยอดขายกว่า 5</strong><strong>,</strong><strong>200 ล้านบาท</strong> ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อน โดยสินค้ายอดนิยมยังคงเป็นสินค้ากลุ่มแฟชั่น เครื่องสำอาง และสินค้าเด็ก”</p>
<p><strong>ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ภาพรวมนักท่องเที่ยวจีนภายในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตในทุกมิติ โดยข้อมูลจาก Chinese E-Wallet Partner อย่าง Alipay และ WeChat Pay พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาใช้บริการและจำนวนธุรกรรมการซื้อสินค้าและบริการผ่าน e-Wallet เพิ่มขึ้นกว่า 10% เทียบกับปี 2024 ในขณะที่การใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นกว่า 40% โดยเฉพาะในทำเลสำคัญอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลภูเก็ต และเซ็นทรัลพัทยา ที่เติบโตเกิน 50% สะท้อนถึง ‘Quality Traffic’ ที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายนักท่องเที่ยวฟื้นตัวใกล้เคียงปี 2019 หรือประมาณ 90% นอกจากนักท่องเที่ยวจีนเรายังขยายฐานไปสู่ตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างตะวันออกกลาง ผ่านความร่วมมือกับ Fazaa Card ซึ่งเป็นโครงการ CRM ที่ใหญ่ที่สุดของ UAE ทำให้เซ็นทรัลพัฒนาสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าพรีเมียมต่อเนื่อง ซึ่งใน <strong>ไตรมาส </strong><strong>4 </strong><strong>คาดว่ายอดการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น </strong><strong>50% </strong><strong>เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง จีน มาเลเซีย อินเดีย อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ ตะวันออกกลา</strong>ง เป็นต้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั้งต่อประเทศไทยและศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก”</p>
<p><strong>นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong> กล่าวว่า “ททท. เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Partnership 360 องศา ผนึกกำลังกลุ่มเซ็นทรัล จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดรับบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาคึกคัก โดยเสนอ  Grand Privilege มอบสิทธิประโยชน์และดีลพิเศษ ครอบคลุมธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงแรมทั่วประเทศ เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายปลายปี รองรับไฮซีซันที่จะมีนักท่องเที่ยวทั้งตลาดใกล้และไกลเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง นอกจากนี้ ททท.  ยังเดินหน้าเพิ่มเเรงส่งต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาด 2 แคมเปญหลัก ได้แก่ Amazing Thailand Grand Sale 2025 มอบส่วนลดสูงสุด 80% ระหว่าง 1 มิ.ย.–15 ส.ค. เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมช้อปปิงและมีกำลังซื้อสูง เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน และ Chinese Passport Privilege ภายใต้โครงการ Nihao Month ระหว่าง 20 ก.ย.–31 ธ.ค. เพียงแสดงหนังสือเดินทางจีนก็รับสิทธิพิเศษและส่วนลดมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็น “Quality Destination” จุดหมายปลายทางคุณภาพระดับโลก พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวมาสร้าง Grand Momentที่ไทย ด้วยความอบอุ่น ปลอดภัย และเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว”</p>
<p><strong>เราเชื่อมั่นว่าพลังความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน นำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทย และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยโดดเด่นในเวทีโลกอย่างแท้จริง</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/cg-x-tat-empowering-thailand-to-tourist-destination/">กลุ่มเซ็นทรัล ผนึก ททท. ปลุกไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก อัดบิ๊กอีเวนต์และแคมเปญปลายปี รับกระแสท่องเที่ยวฟื้นตัว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Aug 2025 10:30:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[IMPACT Muang Thong Thani]]></category>
		<category><![CDATA[MICE]]></category>
		<category><![CDATA[MICE & Entertainment Event]]></category>
		<category><![CDATA[Regional]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคอนเสิร์ต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พอลล์ กาญจนพาสน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[อิมแพ็ค เมืองทองธานี]]></category>
		<category><![CDATA[อีเวนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35417</guid>

					<description><![CDATA[<p>อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์ สะท้อนจากรายงาน Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &#38; City Rankings ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อิมแพ็ค เมืองทองธานี</strong> ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ ปักธงขึ้นสู่ผู้นำธุรกิจไมซ์เอเชีย เดินหน้าเชิงรุก ลุยเจาะตลาดอินเดีย จีน ผนึกพาร์ทเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ตั้งบริษัทใหม่ขยายอาณาจักรกลุ่มอีเวนต์บันเทิงระดับโลก หวังดันรายได้ปี 2573 ทะยานสู่ 9,000 ล้านบาท</p>
<p><span id="more-35417"></span></p>
<p><strong>คุณพอลล์ กาญจนพาสน์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นหลายมิติ ทั้งความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/K.Paul-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สะท้อนจากรายงาน <strong>Globe Watch Business Analytics &#8211; Country &amp; City Rankings</strong> ประจำปี 2567 ของสมาคมการประชุมนานาชาติ(ICCA) จัดอันดับจากการเก็บข้อมูลจากจำนวนงานประชุมนานาชาติที่เลือกเมืองและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเป็นสถานที่จัดงาน โดยระบุว่า <em>ปี 2567 ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นลำดับที่ 25 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 160 ประเทศ</em></p>
<p>โดยประเทศไทยยังครองอันดับที่ 5 ในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนงานประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นมากที่สุด แสดงให้เห็นศักยภาพอันโดดเด่นของทั้งประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ</p>
<p><strong>ปรับเกมรุก รับดีมานด์​ Entertainment Event พุ่ง</strong></p>
<p>โดยเฉพาะความต้องการ​​จัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยแต่ละปีประเทศไทยมีจำนวนคอนเสิร์ตทั้งระดับนานาชาติและในประเทศประมาณ 250-300 งาน ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงสร้างเม็ดเงินจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์ แต่ยังเพิ่ม​การใช้จ่ายทั้ง​การเดินทาง ค่าที่พัก และธุรกิจอาหารในพื้นที่จัดงานรวมถึงพื้นที่โดยรอบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย</p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มการเติบโตของการจัดคอนเสิร์ต หรือกลุ่ม <strong>Entertainment Event</strong> ค่อนข้างเติบโตได้ดีและไม่น่าเป็นห่วง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด หรือภาวะเศรษฐกิจกระทบต่อกำลังซื้อ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้จ่าย หันมาโฟกัสสิ่งที่เข้ามาช่วย​เติมเต็มประสบการณ์หรือตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้ตัวเองได้มากขึ้น อาจจะลดการซื้อเสื้อผ้า ​ซื้อบ้าน ซื้อรถ เปลี่ยนเป็นก​ารมาดูคอนเสิร์ต และแชร์ประสบการณ์ การท่องเที่ยว หรือไลฟ์สไตล์ผ่านการถ่ายรูปได้มากขึ้น ซึ่งคอนเสิร์ตเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="538" /></p>
<p>ดีมานด์การจัดอีเวนต์บันเทิงที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พื้นที่จัดคอนเสิร์ตในอิมแพ็ค อารีน่า เต็มยาวไปถึง 6-9 เดือนข้างหน้าและมีการจองข้ามปี โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่มีการจัดงานทุกสัปดาห์ และมีดีมานด์เข้ามาค่อนข้างสูง​ ทางอิมแพ็คจึงได้มีการขยายพื้นที่เพื่อรองรับการจัดงานในกลุ่มนี้เพิ่มเติมจาก 2 อาคารหลัก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน คือ อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม มายังอาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ที่สามารถรองรับคนได้กว่า 4-5 หมื่นคน รวมทั้ง<em>​​</em>อาคาร  5-12 ที่สามารถรองรับงานอีเวนต์บันเทิงในร่มได้เช่นกันในสเกลประมาณ 3,500 &#8211; 4,5000 คนต่ออาคาร</p>
<p>รวมทั้งยังจับมือกับพันธมิตรอย่าง <strong>&#8216;ไลฟ์เนชั่น&#8217;</strong> ​เปิดบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ  <strong>&#8216;บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น จำกัด&#8217;</strong> โดยสัดส่วนการถือหุ้นระหว่างอิมแพ็ค และไลฟ์เนชั่นที่ 51 : 49 เพื่อเช่าอาคารและที่ดินอิมแพ็ค อารีน่า ระยะเวลา 20 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมตามสัญญากว่า 4,617 ล้านบาท โดยมุ่งบริหารจัดการ​อิมแพ็ค อารีน่า ร่วมกัน เพื่อเพิ่มศักภาพในการรองรับอีเวนต์บันเทิงได้เพิ่มมากขึ้น ​​พร้อมส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี​ ซึ่งปัจจุบัน​อิมแพ็ค อารีน่า และธันเดอร์โดม ​ติด 1 ใน 5 ของสถานที่จัดงานในประเทศไทยที่ผู้จัดทั่วโลกเลือกใช้บริการ ด้วยความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทางสะดวกสบาย เเละรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับอาคารโดยตรง</p>
<p><em>&#8220;การตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อ​รีโนเวท อิมแพ็ค อารีน่า ครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี  มีแผน​เริ่มเข้ามาบริหารในช่วงต้นปีหน้า ​ทั้ง​ปรับปรุงทั้งสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก​ อุปกรณ์และระบบต่างๆ ให้มีความทันสมัยและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการเซ็ตงาน รวมทั้งลดระยะเวลาในการใช้พื้นที่ให้น้อยลง ทำให้มีโอกาสบริหารจัดการพื้นที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพิ่มจำนวนการรับงานได้มากขึ้นด้วย  รวม​ถึงการเพิ่มบริการต่างๆ ให้ผู้มาเช่าสถานที่ เพื่อการดูแลและมอบประสบการณ์ที่ดีให้ผู้มาใช้บริการได้มากขึ้น เช่น การบริการอาหารเครื่องดื่ม บริการเซ็ต VIP Box ​เป็นต้น ส่วนการปรับปรุงอาคารอื่นๆ เพื่อรองรับโอกาสจากการจัดอีเวนต์บันเทิง เช่น อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 พื้นที่ 6 หมื่นตารางเมตร พื้นที่อาคารเชื่อมต่อกันโดยไม่มีเสากั้น เพื่อเป็นอาคารจัดอีเวนต์บันเทิงในร่มขนาดใหญ่ และ​มี​​แผนพัฒนาห้องแต่งตัวบริเวณอาคาร 5-6 ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนอีเวนต์ด้านความบันเทิงในอนาคต รวมทั้งพื้นที่​ธันเดอร์โดม ที่ใกล้หมดสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม ก็เตรียมปรับปรุงเพื่อ​ยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้ทั้งผู้จัดงานและผู้ชม​ภายในงาน ภายใต้พื้นที่กลางแจ้งริมทะเลสาบเมืองทองธานีกว่า 1.5 แสนตารางเมตร ​ที่เหมาะกับการจัดเทศกาลดนตรี เฟสติวัลขนาดใหญ่ พร้อมวิวทะเลสาบเปิดโล่ง เพื่อ​ประสบการณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue3-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b>ลงทุน 3 พันล้าน ​ ปักธงผู้นำ MICE &amp; Entertainment Event</b></p>
<p>การปรับตัวของ <strong>&#8216;อิมแพ็ค เมืองทองธานี&#8217;</strong>  เพื่อต้องการ​​​รักษาความเป็นผู้นำของศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอันดับ 1 ของไทยและภูมิภาคอาเซียน พร้อมการประกาศวิสัยทัศน์และพันธกิจใหม่ <em><strong>โดยตั้งเป้าหมาย​ก้าวสู่ผู้นำ​ธุรกิจไมซ์ (MICE) ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก (Entertainment Event)</strong></em></p>
<p>นอกจากนี้ จะเร่ง​ขับเคลื่อนธุรกิจ​เชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโอกาสจากการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ และ Entertainment Event เพื่อเพิ่มทั้งการเติบโตของบริษัท รวมทั้งยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาค โดยมีแผนลงทุนเพิ่มกว่า 3 พันล้านบาท ​ขยายการให้บริการโรงแรมอีก 1 พันห้อง ทั้งระดับ 5 ดาว ได้แก่<strong> ฮิลตัน (Hilton)</strong> จำนวน 300 ห้อง และระดับ 4 ดาว คือ <strong>ฮิลตัน การ์เดน อินน์ (Hilton Garden Inn)</strong> จำนวน 700 ห้อง ที่จะให้บริการอยู่ภายในตึกเดียวกัน ​ตั้งอยู่​บริเวณริมทะเลสาบเมืองทองธานี เพื่อรองรับการจัดงานในสเกลใหญ่ๆ ระดับโลกที่บางงานอาจต้องการที่พักจำนวนมากกว่า  2 พันห้องขึ้นไป เพื่อ​สามารถรองรับและอำนวยความผู้จัดงานได้อย่างครบวงจรมากขึ้น และเพิ่มโอกาสให้มีงานสเกลระดับโลกและกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างช่วงไตรมาสแรกในปีหน้า และคาดว่าจะ​เปิดให้บริการได้ภายในปลายปี 2570</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35423 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-Venue-Re.jpg" alt="" width="1200" height="652" /></p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันเรามีโรงแรมให้บริการอยู่ 2 แห่ง คือ โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค รวม 1 พันห้อง ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากอัตราการเข้าพัก (Occupancy) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับการเติบโตของการจัดงานที่มากขึ้นทำให้มีแผนขยายห้องพัก​ต่อเนื่อง ทั้งเพื่อรองรับผู้เดินทางจากการจัดงาน รวมทั้งจะเป็นแม็กเน็ตสำคัญในการดึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย​ได้มากขึ้นเข้ามาใน Ecosystem ของเมืองทอง ช่วยกระจายกำลังซื้อไปยังกลุ่มผู้ประกอบการและธุรกิจโดยรอบได้มากขึ้น โดยตามแผนจะขยายจำนวนห้องให้ได้ 3 พันห้อง ภายในปี 2571 และเพิ่มเป็น 5 พันห้อง ภายในปี 2575 หรืออีก 8 ปีนับจากนี้&#8221;  </em></p>
<p><strong>คุณพอลล์</strong> กล่าวต่อว่า การพัฒนาโรงแรมยังเป็นแกนกลางในการพัฒนาไปสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำและศูนย์กลางธุรกิจ MICE &amp; Entertainment Event ผ่านแผนพัฒนาโครงการในรูปแบบ Mixed Use ซึ่งในอนาคตจะเพิ่มแม็กเน็ตมาเติมเต็มพื้นที่ริมทะเลสาบให้สามารถอำนวยความสะดวก และรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ได้อย่างครบวงจร ​ทั้งช้อปปิ้ง มอลล์ หรือสวนน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการจับจ่าย​ซื้อของจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง เพิ่มเติมจากการเดินทางมาประชุม สัมมนา จัดกิจกรรม หรือการเดินทางมาดูคอนเสิร์​ตต่างๆ ​รวมทั้งอีกหนึ่ง​จุดแข็งด้านการเดินทางเข้ามาในโครงการได้อย่างสะดวกผ่านรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่เปิดให้บริการแล้ว ช่วยเพิ่มความสะดวก​และบรรเทาปัญหาด้านการจราจรลงได้อย่างมาก ซึ่งต่างเป็นองค์ประกอบที่เข้ามาช่วยตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางและผู้นำของธุรกิจ MICE และ Entertainment Event ได้อย่างแท้จริง</p>
<p><strong>วางกลยุทธ์ เร่งเครื่องเติบโต​​ทุกกลุ่มธุรกิจ</strong></p>
<p>ปัจจุบันรายได้หลักของอิมแพ็ค มาจาก <em><strong>4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการรเช่าพื้นที่จัดงาน  ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม </strong></em>ซึ่งจากการมุ่งมั่นขยายธุรกิจในเชิงรุก คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีรายได้รวมในปีนี้กว่า 4 พันล้านบาท พร้อมเติบโตเพิ่มขึ้นแตะระดับ 9 พันล้านบาท ได้ในอีก 5 ปี ข้างหน้า หรือภายในปี ​ 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35424 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Exhibition-Hall-Re.jpg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ทั้งนี้ นอกจากแผนลงทุนในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ​​และแผนปรับปรุงอิมแพ็ค อารีน่าแล้ว ยังมีการขับเคลื่อนการเติบโตให้ธุรกิจในมิติอื่นๆ เพิ่มเติม ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; กลุ่มธรกิจให้บริการเช่าพื้นที่จัดงาน</strong> ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท ปีนี้จะมุ่ง​ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประเทศใหม่ๆ ​ต่อเนื่อง เช่น อินเดีย จีน ประเทศแถบตะวันออกกลาง จากศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการในการจัดกิจกรรมที่ขยายตัวขึ้น โดยได้ตั้งทีม Business Development เจาะตลาดจีนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างรายได้ใหม่และขยายจำนวนการจัดงานให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแผนในการขยับครั้งใหญ่เพื่อรับโอกาสจากการเติบโตในกลุ่มอีเวนต์บันเทิง หรือ Entertainment Event</p>
<p>&#8211;<strong> ธุรกิจรับจ้างงานครบวงจรและให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน</strong> ​เริ่มมีการสร้างสรรค์งาน​ตัวเองเพิ่มมากขึ้น​ ทั้งกลุ่มงานแสดงสินค้า งานเจรจาธุรกิจ รวมถึงอีเวนต์เชิงไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายของจำนวนงานที่จัดขึ้นในพื้นที่ รวมทั้งการเปิดโอกาสสร้างพันธมิตรการจัดงาน เพื่อเติบโตร่วมกันผ่านแพ็กเกจ &#8216;<strong>IMPACT NEXT&#8217;</strong> สำหรับผู้จัดงานหน้าใหม่ หรือผู้ที่มีไอเดียสร้างสรรค์อีเวนต์แนวใหม่เข้ามาจัดงาน ภายใต้ความร่วมมือกันในโปรเจ็กต์ที่น่าสนใจ ซึ่งได้รับ​ผลตอบรับที่ดี​ทำให้​มีกลุ่มลูกค้าและจำนวนงานใหม่มากเพิ่มขึ้น</p>
<p>เช่น ​เทศกาลยานยนต์สุดยิ่งใหญ่ &#8216;<strong>IMPACT Speed Fest 2025&#8242;</strong> ​ริมทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรกและได้ผลตอบรับที่ดี โดยตั้งเป้าหมายว่า จะสร้างให้เป็น Destination of Thailand Car Culture ในอนาคต ขณะที่​ภาพรวมการจัดงานครึ่งแรกของปี 2568 ยัง​เติบโต​ดีต่อเนื่อง มียอดจัดงาน 341 งาน แบ่งเป็น ประชุม สัมมนา 167 งาน อินเซนทีฟ 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน คอนเสิร์ตไทย คอนเสิร์ตต่างประเทศ 41 งาน เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน ส่วน​ครึ่งปีหลัง มียอดจองกว่า 300 งาน ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน ​เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025, งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย, มหกรรมยานยนต์ ​ และเทศกาล EDM ระดับโลกอย่าง Creamfields Asia 2025 เป็นต้น</p>
<p><strong>-กลุ่มธุรกิจอย่างอาหารและเครื่องดื่ม </strong>เตรียมเปิดร้านอาหารใหม่ &#8216;<strong>Xian yuan&#8217;</strong> เพิ่มเติมที่ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ขนาด 900 ตารางเมตร ช่วงปลายปีนี้ จากปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือ 18 แบรนด์​​ ​29 สาขา ซึ่งให้บริการอยู่ภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี 20 สาขา และนอกศูนย์รวม 9 สาขา โดยแบรนด์ภายในเครือ ได้แก่ บิสโตร เดอ แชมเปญ, ฟลาน โอเบรียนส์ ไอริช ผับ, เฮยยิน, ฮ่องกง คาเฟ่, ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน, ฮ่องกง สุกี้, อิมแพ็ค ฟาร์ม, อิมแพ็ค เลคฟร้อนท์, อีสาน แอ็ท อารีน่า, เรโทร บาร์ แอนด์ คาเฟ่, เทอราซซ่า, ทองหล่อ, ซิกส์ ซีโร่ การาจ แอนด์ โรสเตอร์, อีส คาเฟ่, เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ไทยแลนด์, นิปปอน โยโคโจว, ไทโชเต, สึโบฮาจิ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35425 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/IMPACT-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทย ยังต้องเผชิญความท้าทายทุกมิติ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศเอง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่าย และการตัดสินใจของผู้จัดงานและนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมถึงนโยบาย​ภาษี​สหรัฐฯ และปัญหาเศรษฐกิจจีน นโยบายสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศของจีน ส่งผลให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ เเละนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางลงตั้งแต่ต้นปี 2568 ​ขณะที่ภาคธุรกิจไทย รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนทิศทางของบริษัท มุ่ง​ขยายการเติบโตของธุรกิจทุกกลุ่มแบบ​เชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ รวมทั้ง​ส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้อย่างแท้จริง&#8221;</em> คุณพอลล์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/2nd-half-impact-muang-thong-direction/">อิมแพ็ค เมืองทองธานี โชว์วิสัยทัศน์ ผู้นำ &#8216;MICE &#038; Entertainment Event&#8217; แห่งเอเชีย ดันรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท ใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ททท. x SET ดึงบริษัทจดทะเบียนหนุนท่องเที่ยวชุมชน เตรียมเปิด &#8216;Village to the World  #SustainableAgenda&#8217; เพิ่มโมเดลลงทุนยั่งยืน หนุนทั้งธุรกิจและสังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/village-to-the-world-sustainable-agenda/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jun 2025 10:38:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Investment]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Partnership for Impact]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Impact Investment]]></category>
		<category><![CDATA[Local]]></category>
		<category><![CDATA[Local Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[Social]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Agenda]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Tourism Destination]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Village to the World]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวโดยชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลงทุนยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เที่ยวไทยอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เพื่อสังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34233</guid>

					<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เตรียมเปิดตัวโครงการ “Village to the World #SustainableAgenda” อย่างเป็นทางการ  เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” สู่เครื่องมือสำคัญในการตอบโจทย์กลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ของภาคธุรกิจไทย และยกระดับชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โครงการนี้เป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ภาคเอกชน โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านตลาดการท่องเที่ยวยั่งยืนโดยชุมชนที่รอการลงทุนทางสังคมจากบริษัทต่างๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนระดับสากลที่มุ่งเน้นการลงทุนอย่างรับผิดชอบ โดยบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับชุมชนสามารถนำผลการดำเนินงานที่วัดผลได้จริง จากการสร้างผลกระทบทางบวกไปเปิดเผยเป็นผลการดำเนินงาน การขับเคลื่อนความยั่งยืนที่สอดคล้องกับประเด็นสาระสำคัญของแต่ละบริษัทฯ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีนโยบายการพัฒนา Shape supply บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความยั่งยืนอันจะนำไปสู่ High Value Services &#38; Standard ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างพันธมิตร ทั้งห่วงโซ่ในภาคอุตสาหกรรม ร่วมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้มีคุณค่าและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง Sustainable Tourism Destination และพร้อมผลักดันโครงการ Village to the World ให้เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/village-to-the-world-sustainable-agenda/">ททท. x SET ดึงบริษัทจดทะเบียนหนุนท่องเที่ยวชุมชน เตรียมเปิด &#8216;Village to the World  #SustainableAgenda&#8217; เพิ่มโมเดลลงทุนยั่งยืน หนุนทั้งธุรกิจและสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong> ผนึกกำลังกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน เตรียมเปิดตัวโครงการ “<strong>Village to the World #SustainableAgenda</strong>” อย่างเป็นทางการ  เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน “<strong>การท่องเที่ยวโดยชุมชน</strong>” สู่เครื่องมือสำคัญในการตอบโจทย์กลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ของภาคธุรกิจไทย และยกระดับชุมชนให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><span id="more-34233"></span></p>
<p>โครงการนี้เป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ภาคเอกชน โดยชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านตลาดการท่องเที่ยวยั่งยืนโดยชุมชนที่รอการลงทุนทางสังคมจากบริษัทต่างๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า และตอบสนองความต้องการของนักลงทุนระดับสากลที่มุ่งเน้นการลงทุนอย่างรับผิดชอบ</p>
<p>โดยบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ที่ทำงานร่วมกับชุมชนสามารถนำผลการดำเนินงานที่วัดผลได้จริง จากการสร้างผลกระทบทางบวกไปเปิดเผยเป็นผลการดำเนินงาน การขับเคลื่อนความยั่งยืนที่สอดคล้องกับประเด็นสาระสำคัญของแต่ละบริษัทฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34235 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Village2-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)</strong> มีนโยบายการพัฒนา Shape supply บนพื้นฐานของความปลอดภัยและความยั่งยืนอันจะนำไปสู่ High Value Services &amp; Standard ได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างพันธมิตร ทั้งห่วงโซ่ในภาคอุตสาหกรรม ร่วมสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้มีคุณค่าและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง <strong>Sustainable Tourism Destination</strong> และพร้อมผลักดันโครงการ <strong>Village to the World</strong> ให้เป็นแพลตฟอร์มในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ ตามแนวคิด <strong>“ESG Partnership for Impact</strong>” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ภาคการท่องเที่ยวและภาคตลาดทุนมาร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง</p>
<p>โดยการสร้างกลไกการลงทุนที่มีผลตอบแทนทั้งในเชิงธุรกิจและเชิงสังคม โดยเชื่อมั่นว่าการท่องเที่ยวชุมชนที่สร้างความหมายผ่านการพักผ่อน และทำกิจกรรมอันทรงคุณค่าร่วมกัน จะยกระดับจากกิจกรรม CSR กลายเป็นพลังขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่ เพิ่มขีดความสามารถของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ช่วยกระจายรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิต และเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับสังคมไทยอย่างมีคุณภาพ</p>
<p>ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานเปิดตัวเพื่อเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับชุมชน จะประกอบด้วยการประกาศความร่วมมือระหว่างบริษัทจดทะเบียนชั้นนำกับต้นแบบชุมชนท่องเที่ยวคุณภาพ ในการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวที่ตอบสนองต่อเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล พร้อมด้วยการแสดงพลังจากองค์กรพันธมิตรกว่า 20 หน่วยงานที่มาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ขับเคลื่อน <strong>ESG Tourism</strong> และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และตัวแทนจากชุมชนทั้งหมดจะได้เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพจากโครงการต่อเนื่องอีก 3 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p>โครงการนี้ คือ โอกาสทางธุรกิจและการลงทุนทางสังคมที่รอคอย เนื่องจากประเทศไทยมีชุมชนท่องเที่ยวคุณภาพที่พร้อมรับการลงทุนทางสังคมจากภาคเอกชนจำนวนมาก โดยชุมชนเหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ขณะเดียวกันก็สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจ การร่วมมือนี้จะช่วยสร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ครอบคลุมตั้งแต่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาทักษะชุมชน ไปจนถึงการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34234 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/Village3.jpg" alt="" width="1200" height="806" /><br />
สรุปภารกิจของโครงการ <strong>Village to the World</strong><br />
1. การยกระดับการท่องเที่ยวชุมชน ให้ตอบสนองต่อประเด็น ESG ของแต่ละองค์กรอย่างเฉพาะเจาะจง โดยสร้างโมเดลการลงทุนที่สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน<br />
2. กลไกการเปิดเผยข้อมูล ESG อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้องค์กรสามารถแสดงผลงานด้านความยั่งยืนต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนได้อย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ นำไปสู่การยกระดับภาพลักษณ์ตลาดทุนไทย ESG Investment พร้อมดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืน<br />
3. การขับเคลื่อนการเติบโตแบบ Win-Win ระหว่างภาคธุรกิจและชุมชน ผ่านกิจกรรมที่มีผลกระทบทางบวกอย่างแท้จริงและสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิต</p>
<p>โครงการ <strong>Village to the World #SustainableAgenda</strong> จึงไม่เพียงแต่เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างการลงทุนเชิงพาณิชย์กับผลกระทบเชิงสังคม ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจยั่งยืนของประเทศในระยะยาว</p>
<p>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ<br />
Website: www.hellolocal.asia<br />
Facebook: Hello Local</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/village-to-the-world-sustainable-agenda/">ททท. x SET ดึงบริษัทจดทะเบียนหนุนท่องเที่ยวชุมชน เตรียมเปิด &#8216;Village to the World  #SustainableAgenda&#8217; เพิ่มโมเดลลงทุนยั่งยืน หนุนทั้งธุรกิจและสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Mar 2025 12:51:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Affordability]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Delivery]]></category>
		<category><![CDATA[FOOD DELIVERY]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[Grab Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Market Expansion]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Retention]]></category>
		<category><![CDATA[Ride-hailing]]></category>
		<category><![CDATA[S.M.A.R.T]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Tech & Innovation]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[สั่งอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[แอปเรียกรถ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32466</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;แกร็บ&#8217; (Grab)ในฐานะแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ Food Delivery และ Ride- Hailing หรือแอปสั่งอาหารและเรียกรถ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 800 เมือง ใน 8 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม  ผ่านผู้ใช้บริการรวมกว่า 41 ล้านคนต่อเดือน &#8216;แกร็บ&#8217; วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2025 นี้ ภายใต้แนวคิด S.M.A.R.T เพื่อตอกย้ำความแข็งแรงและจุดแข็งทั้งในมิติการสร้างความยั่งยืน การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ Stakeholders ทุกภาคส่วนภายในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ คนขับ​​​กลุ่ม Mobility และ Delivery รวมทั้งผู้ใช้บริการ และการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดี ผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์ม รวมทั้งการเก็บ Data เพื่อต่อยอดในการแก้ Painpoint รวมถึงยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น คุณจันต์สุดา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/">แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;แกร็บ&#8217; (Grab)</strong>ในฐานะแบรนด์ผู้นำอันดับ 1 แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ Food Delivery และ Ride- Hailing หรือแอปสั่งอาหารและเรียกรถ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการครอบคลุมกว่า 800 เมือง ใน 8 ประเทศ ประกอบด้วย กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม  ผ่านผู้ใช้บริการรวมกว่า 41 ล้านคนต่อเดือน</p>
<p><span id="more-32466"></span></p>
<p>&#8216;แกร็บ&#8217; วางกลยุทธ์ขับเคลื่อนการเติบโตในปี 2025 นี้ ภายใต้แนวคิด <strong>S.M.A.R.T</strong> เพื่อตอกย้ำความแข็งแรงและจุดแข็งทั้งในมิติการสร้างความยั่งยืน การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ Stakeholders ทุกภาคส่วนภายในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ คนขับ​​​กลุ่ม Mobility และ Delivery รวมทั้งผู้ใช้บริการ และการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ดี ผลักดันการเติบโตของแพลตฟอร์ม รวมทั้งการเก็บ Data เพื่อต่อยอดในการแก้ Painpoint รวมถึงยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน พร้อมทั้งนำไปวิเคราะห์เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้สังคมและสิ่งแวดล้อมได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32471 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/03-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม </strong>กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย  เปิดเผยว่าความสำเร็จของแกร็บ ประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ที่ทำให้ยังครองความเป็นแพลตฟอร์มผู้นำ ทั้งการมีบทบาทในการส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทย ด้วยการขายพื้นที่ให้บริการจุดรับ-ส่ง ใน 4 สนามบินหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมทั้งมีส่วนช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกับ​การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองรอง และการขยายพื้นที่ให้บริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการใช้บริการในเมืองรองเพิ่มขึ้นถึง 90% ​โดยยอดใช้บริการ​ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138%​​</p>
<p>ขณะเดียวกันยังปรับปรุงบริการใหม่ๆ เพื่อแก้ Painpoint ผู้ใช้งาน ซึ่งล้วนได้รับการตอบรับและมีการเติบโตที่ดีจากผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหารแบบกลุ่ม​ที่ช่วยเพิ่มยอดสั่งอาหารให้เติบโตได้ถึง 2 เท่า , บริการจองรถล่วงหน้าที่ทำให้เพิ่มการใช้งานได้กว่า 60%  รวมทั้งบริการจองโต๊ะภายในร้าน​​ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11 เท่าตัว  รวมทั้งการคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มมากขึ้นทั้ง <strong>GrabCar SAVER</strong> และ <strong>GrabBike SAVER</strong> ที่ช่วยเพิ่มยอดการใช้งานได้มากขึ้น 4 เท่า ขณะที่ตัวเลือก <strong>Delivery SAVER</strong> ก็มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 3 เท่า รวมทั้งบริการ Hot Deals ผ่านโปรสุดคุ้มจากร้านดัง ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถประหยัดไปได้กว่า 2 พันล้านบาท</p>
<p>ส่วนบริการกลุ่ม B2B ผ่านบริการหลักอยาง GrabADS มีการปรับรูปแบบให้บริการจากการขยายโฆษณา มาเป็นบริการโซลูชันการทำตลาดร่วมกันกับแบรนด์อย่างสร้างสรรค์ ทำให้ลูกค้าพันธมิตรสามารถสร้างแบรนด์และยอดขายจากออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ รวมถึงบริการ Grab For Business ที่มีการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ จนมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80%</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายในการ​​เติบโตอย่างต่อเนื่องสำหรับปีนี้ จะขับเคลื่อนผ่านกลยุทธ์  <strong>S.M.A.R.T</strong>  สะท้อนการตอกย้ำจุดแข็งและจุดมุ่งหมายสำคัญในการทำธุรกิจของแกร็บ ประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32469 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>S : Sustainability </strong>มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม</p>
<p>มุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกผ่านการขับเคลื่อนธุรกิจ ผ่านแนวคิด 3P ​ซึ่งด้าน<strong> Planet</strong> ​ที่ตั้งเป้าลดคาร์บอนภายในอีโคซิสเต็ม โดยตั้งเป้า <strong>Carbon Neutrality </strong>ในปี 2040 ผ่านการขับเคลื่อนเช่น การเพิ่มปริมาณรถ EV ทั้ง Cars และ Bikes ซึ่งปัจจุบันมี EV ในแพลตฟอร์มรวมแล้วกว่า 1 หมื่นคัน พร้อมเป้าหมายระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มการใช้ EV ในแพลตฟอร์มอีก 5 หมื่นคัน โดยใช้​กลยุทธ์ Affordable มาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อน เพื่อให้คนขับสามารถเข้าถึง EV ได้ง่ายขึ้น ผ่านบริการทางการเงินที่มีให้บริการอยู่ในแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญใน <strong>การลด​ขยะและมลพิษ</strong> ผ่านการเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้งาน ทั้งการไม่รับช้อนส้อมพลาสติกจากทางร้านค้า ซึ่งได้ริเริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2019 ​และ​ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มถึง 90% ที่เลือกไม่รับช้อมส้อมพลาสติกจากร้านค้า รวมทั้งมีผู้สนใจร่วมโครงการชดเชยคาร์บอน ที่สามารถส่วนร่วมได้ผ่านการสั่งอาหารในแต่ละออเดอร์ ด้วยการ​​สนับสนุนกิจกรรม​เพิ่มพื้นที่สีเขียวและนำไปซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยคาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32475 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Sustainability.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><em>&#8220;แกร็บยังได้ริเริ่ม &#8216;<strong>โครงการ Grab Go Green อิ่มคุ้มช่วยโลกกับ GrabFood</strong>&#8216; เพื่อส่งเสริมการสั่งอาหารในราคาพิเศษช่วงใกล้ปิดร้าน หรือหลัง 1-2 ทุ่ม เพื่อลดโอกาสการเกิดขยะอาหารจากร้านค้า ที่เริ่มทดลองในปีที่ผ่านมา และจะขยายผลเพิ่มเติมในปีนี้ ด้วยการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดโครงการให้มีศักยภาพและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลกระทบเชิงบวก​ได้เพิ่มมากขึ้น และยังสอดคคล้องกับการขับเคลื่อนกลยทุธ์ในการต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่แกร็บจะขับเคลื่อนในปีนี้&#8221;</em></p>
<p>ส่วนมิติ <strong>People</strong> ​​จะมุ่งสร้างโอกาสให้​กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่าน <strong>โครงการ GrabSpark​ </strong>ที่เปิดเวทีให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย​แสดงศักยภาพผ่านการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมโอกาสฝึกงานกับแกร็บ รวมถึง​<strong>​ โครงการ GrabScholar </strong>​ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้​นักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ ที่เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้</p>
<p><strong>M : Market Expansion </strong>ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน</p>
<p>การพัฒนาบริการและขับเคลื่อนแคมเปญการตลาด เพื่อเพิ่มการใช้งานสู่กลุ่มเป้าหมายทุกเจนเนอเรชั่น ทั้งการเปิดต้ว <strong>Friends of Grab​ </strong>ได้แก่<strong> เ</strong>จมีไนน์-โฟร์ท และ สกาย-นานิ เพื่อดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials หรือเปิดตัว เบลล่า-ราณี ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์  เพื่อสื่อสารกับกลุ่ม GenY  พร้อมฟีเจอร์บัญชีครอบครัว เพื่อเข้าถึง BAby Boomer และ Alpha ผ่านกลุ่มผู้ใช้งานหลัก รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านการสนับสนุนอีเวนท์หลักทางด้านการท่องเที่ยว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32467 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/06-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>A : Affordability </strong>นำเสนอทางเลือกของบริการในราคาที่เข้าถึงได้</p>
<p>ขยายบริการ<strong> GrabCar SAVER </strong>และ<strong> GrabBike SAVER </strong>ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ทดลองให้บริการเฉพาะหัวเมืองหลัก รวมทั้งบริการ <strong>Hot Deals</strong> ในกลุ่มเดลิเวอรี่ ที่จะขยายร้านที่เข้าร่วมโครงการและระยะเวลาพิเศษเพื่อจัดโปรโมชั่นได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>R : Retention </strong>รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ทเนอร์ร้านค้า</p>
<p>การยกระดับกลุ่มลูกค้าประจำ และใช้จ่ายสูงผ่านโปรแรกมสมาชิกอย่าง <strong>GrabUnlimited </strong>และ <strong>GrabVIP </strong>เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และประสบการณ์พิเศษมากขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มคนขับ ที่จัดกลุ่มตามประวัติการให้บริการ พร้อมข้อเสนอด้านสิทธิประโยชน์ เช่น ฟรีประกันอุบัติเหตุหรือประกันสุขภาพ , การลดดอกเบี้ยสำหรับบริการทางการเงินต่างๆ  เช่นเดียวกับกลุ่มร้านค้าพันธมิตรที่จะเพิ่มข้อเสนอพิเศษ​ด้านการเงิน หรือการประกั​นทางธุรกิจ เป็นต้น</p>
<p><strong>T : Tech &amp; Innovation </strong>พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน</p>
<p>มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่าง​ต่อเนื่อง เพื่อ​ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการทที่เกิดขึ้นภายใน​อีโคซิสเต็ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32468 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/05-Grab-Business-Update-2025.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;กลยุทธ์ S.M.A.R.T ​ตอกย้ำเป้าหมายสำคัญที่แกร็บต้องการบรรลุ ​ทั้งการขยายผลกระทบเชิงบวกจากธุรกิจทั้ง​ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ควบคู่ไปกับการสานต่อบริการ​ และแคมเปญการตลาดต่างๆ ให้ขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ๆ  รวมทั้งการบาลานซ์ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า (Quality &amp; Affordability) เพื่อรักษาความแข็งแรงในอีโคซิสเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฐานกลุ่มพันธมิตรแบรนด์ ร้านค้า คนขับ และผู้ใช้งาน รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างเครื่องมือการตลาดใหม่ๆ  ที่ประสิทธิภาพ​มากขึ้น ซึ่งแกร็บให้ความสำคัญมาตลอดการขับเคลื่อนธุรกิจตลอดกว่า 12 ปี สะท้อนผ่านการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุ​ถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในอีโคซิสเต็มของแกร็บภายในปี 2023 ซึ่งมีสัดส่วนราว 1% ของ GDP ประเทศไทย หรือมีมูลค่าสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท&#8221;​</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/grab-thailand-business-direction-2025/">แกร็บ เพิ่ม EV ทั่วอาเซียน 5 หมื่นคัน เผยคนไทย 90% ร่วมลดพลาสติก วางกลยุทธ์ S.M.A.R.T เติบโตต่อเนื่อง เล็งต่อยอด Data ขยายผล Sustainability ​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Mar 2025 11:35:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Expedia Group]]></category>
		<category><![CDATA[finbiz by ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Green Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Make REAL Change]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Finance]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Travel]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Travel Study]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[Why & How]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมสีเขียว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32346</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8216;ความยั่งยืน&#8217; ​เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจใน​ปัจจุบัน โดยเฉพาะ​ธุรกิจ​ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวยุคใหม่​​มองหาและให้ความสำคัญมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พัก​ แต่​​ให้ความสำคัญต่อ​ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความ​สำคัญเพิ่มมากขึ้น​ต่อเนื่อง รายงานของ Sustainable Travel Study ของ Expedia Group ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่พร้อม​จ่ายแพงกว่าให้กับบริการ ที่พัก การเดินทาง หรือแบรนด์ท่องเที่ยว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  โดยเฉพาะผู้ให้บริการด้านที่พัก หากบริหารตามแนวทาง โรงแรมสีเขียว หรือ Green Hotel ก็จะเพิ่มโอกาสในการเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น finbiz by ttb ระบุในรายงาน  &#8216;Green Hotel โรงแรมสีเขียว&#8230;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่&#8217;  ให้คำจำกัดความ &#8216;โรงแรมสีเขียว&#8217; หรือ Green Hotel คือ โรงแรมที่มีการบริหารจัดการ และดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ​ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ​มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการ​รักษาบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/">Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8216;ความยั่งยืน&#8217;</strong> ​เข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจใน​ปัจจุบัน โดยเฉพาะ​ธุรกิจ​ท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวยุคใหม่​​มองหาและให้ความสำคัญมากกว่าแค่สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พัก​ แต่​​ให้ความสำคัญต่อ​ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเดินทาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความ​สำคัญเพิ่มมากขึ้น​ต่อเนื่อง</p>
<p><span id="more-32346"></span></p>
<p><strong>รายงานของ </strong><strong>Sustainable Travel Study </strong><strong>ของ </strong><strong>Expedia Group</strong> ระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่พร้อม​จ่ายแพงกว่าให้กับบริการ ที่พัก การเดินทาง หรือแบรนด์ท่องเที่ยว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า ​ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน  โดยเฉพาะผู้ให้บริการด้านที่พัก หากบริหารตามแนวทาง <strong>โรงแรมสีเขียว หรือ </strong><strong>Green Hotel</strong> ก็จะเพิ่มโอกาสในการเป็นจุดหมายปลายทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>finbiz by ttb </strong>ระบุในรายงาน<strong>  &#8216;</strong><strong>Green Hotel </strong><strong>โรงแรมสีเขียว&#8230;ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่&#8217; </strong> ให้คำจำกัดความ &#8216;<strong>โรงแรมสีเขียว&#8217; หรือ </strong><strong>Green Hotel</strong> คือ โรงแรมที่มีการบริหารจัดการ และดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ​ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร ​มุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงาน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การลดขยะ และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p>รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับการ​รักษาบริการที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานสูงให้แก่ผู้เข้าพัก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความได้เปรียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม หากสามารถ​ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น ​ขณะเดียวกันหาก​ไม่เร่งปรับเปลี่ยนก็อาจะทำให้เสียโอกาสได้เช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32347 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/01_finbiz-by-ttb-แนะธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนสู่-Green-Hotel.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>Why  : ทำไมโรงแรมจึงควรเปลี่ยนมาเป็น </strong><strong>Green Hotel</strong></p>
<p><strong>1. ลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน</strong></p>
<p>เมื่อองค์ประกอบของธุรกิจการเดินทาง ท่องเที่ยว และโรงแรม ส่งผลต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจากการบริโภคที่มากเกินไป หรือปัญหานักท่องเที่ยวเกินระดับที่เหมาะสม อาจส่งผลให้คนหรือสัตว์สูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการพังทลายของดิน มลภาวะ และการเพิ่มแรงกดดันจนอาจทำให้สัตว์บางประเภทสูญพันธ์ได้ และยังพบว่าธุรกิจโรงแรมมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระดับ 96  ขณะที่อุตสาหกรรมที่คล้ายคลึงกันมีค่าเฉลี่ยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ระดับ 80</p>
<p><strong>2. </strong><strong>นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน</strong></p>
<p>จากเทรนด์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนที่เติบโต​  นักท่องเที่ยวจึง​ให้ความสำคัญกับโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่ม​ขึ้นเช่นกัน ธุรกิจโรงแรมจึงจำเป็นตัอง​ปรับตัวและให้ความสำคัญ​ในการตอบโจทย์​ความยั่งยืน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยพบว่าความกังวลต่อปัญหาสภาพอากาศ ส่งผลให้มีการเลือกพักใน​ Green Hotel เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังมองหาจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยจาก​​สภาพอากาศ​รุนแรง เช่น พายุเฮอริเคน น้ำท่วม และอุณหภูมิที่​สูงขึ้น ​สะท้อนว่า​ ปัจจัยด้าน<strong>ความยั่งยืนมีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว เมื่อวางแผนการเดินทาง ​รวมทั้งกิจกรรมที่สามารถทำได้ในจุดหมายปลายทางนั้น</strong></p>
<p><strong>3. </strong><strong>ความยั่งยืนคือผลกำไรของธุรกิจ</strong></p>
<p><strong>เมื่อดีมานด์​การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</strong> ตามผลสำรวจ​ Expedia Group ร่วมกับ Wakefield Research พบว่า 69% ของนักท่องเที่ยวมองหาทริปที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3 ใน 5 ของนักท่องเที่ยว เลือกวิธีเดินทางและที่พักที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่พักทั่วไป ส่งผลให้โรงแรมที่ไม่ปรับตัวสู่การเป็น  Green Hotel มีโอกาส​สูญเสียรายได้ และลูกค้ายุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ส่งผลให้​ความสามารถทางการแข่งขันทางธุรกิจในภาพรวมลดลงด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>How :  </strong><strong>สิ่งที่ธุรกิจต้องรู้เมื่อต้องการยกระดับเป็น </strong><strong>Green Hotel</strong></p>
<p><strong>กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม </strong><strong>หน่วยงานที่เป็นคนกำหนดมาตรฐานของ </strong><strong>Green Hotel</strong> ของประเทศไทย กำหนดเกณฑ์​ประเมินโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไว้ 7 ด้าน ซึ่งอาจใช้เป็น Guideline ให้ผู้ประกอบการ​นำไปปรับตัว เพื่อ​ยกระดับสู่​การเป็นโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  หรือ Green Hotel  ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. นโยบายด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีทั้งผู้บริหาร และพนักงานร่วมดำเนินการ</p>
<p><strong>2. การพัฒนาบุคลากร</strong> เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความสามารถและทักษะในการทำงานด้านบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>3. การรณรงค์ ประชาสัมพันธ์</strong> เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และความร่วมมือจากบุคลากรของโรงแรม รวมไปถึงลูกค้าที่มาใช้บริการ</p>
<p><strong>4. มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดยคำนึงถึงคุณภาพ ราคา และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต</p>
<p><strong>5. มีการจัดการสิ่งแวดล้อม และพลังงาน</strong> โดยมีการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการจัดการของเสียและมลพิษให้หมดไป หรือไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม</p>
<p><strong>6. การมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่</strong> ด้วยการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>7. การประเมินประสิทธิภาพเพื่อการปรับปรุงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม </strong>เพื่อนำข้อมูลการดำเนินงานด้านการให้บริหารดังกล่าวไปใช้ในการปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32348 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/02_finbiz-by-ttb-แนะธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนสู่-Green-Hotel.jpg" alt="" width="1000" height="1000" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานโรงแรมสีเขียวระดับสากลอีกหลายมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ที่ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถนำไปใช้เพื่อสร้างความแตกต่าง และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนได้   เช่น <strong>มาตรฐาน </strong><strong>LEED </strong><strong>มาตรฐาน </strong><strong>Green Key </strong><strong>มาตรฐาน </strong><strong>Earthcheck </strong><strong>และมาตรฐาน </strong><strong>GSTC </strong>เป็นต้น</p>
<p>ขณะที่การปรับตัวสู่ Green Hotel จำเป็นต้องมีการลงทุนทั้งการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน หรือการปรับเปลี่ยนมาใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือช่วยให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางทีทีบี (TTB) พร้อมเป็นพันธมิตรสนับสนุนลูกค้าธุรกิจโรงแรมในการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Hotel พร้อมบริการโซลูชันสินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ทีทีบี ที่จะช่วยให้โรงแรมประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว เสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/why-and-how-transform-to-green-hotel/">Why &#038; How ผู้ประกอบการปรับตัวสู่ Green Hotel รับเทรนด์​ท่องเที่ยว​ยั่งยืนเติบโต</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 15:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Phuket Marina]]></category>
		<category><![CDATA[RPM]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[กูลู ลัลวานี]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าเรือปลอดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[รอยัล ภูเก็ต มารีน่า]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เรือยอร์ช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32009</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครบรอบ 20 ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (RPM) ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม นับตั้งแต่ก่อตั้ง RPM ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต RPM ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals) ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม RPM จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว RPM สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล RPM ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ RPM ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ RPM ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน RPM สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ RPM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครบรอบ <strong>20</strong> ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (<strong>RPM) </strong>ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม</p>
<p><span id="more-32009"></span></p>
<p>นับตั้งแต่ก่อตั้ง <strong>RPM </strong>ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต <strong>RPM </strong>ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ</p>
<p>ตลอด <strong>20</strong> ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (<strong>High-Net-Worth Individuals) </strong>ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม <strong>RPM </strong>จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว <strong>RPM </strong>สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล</p>
<p><strong>RPM </strong>ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง <strong>30%</strong> ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ <strong>RPM </strong>ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Royal-Phuket-Marina-Sunset-Yachtshow-Small-S.jpeg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ <strong>RPM </strong>ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน <strong>RPM </strong>สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (<strong>Carbon Neutrality) </strong>ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (<strong>TGO) </strong>ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น ระบบการจัดการของเสียที่ดีขึ้น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์ป่าชายเลน ภายในปี <strong>2569</strong> พื้นที่ดาดฟ้าทั้งหมดจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อนำ <strong>RPM </strong>ไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาพลังงานสะอาดอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันใกล้</p>
<p>แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก แต่การจัดอันดับด้านความยั่งยืนยังคงต่ำกว่ามาตรฐานสากล <strong>RPM </strong>มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้ โดยเป็นผู้นำในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ <strong>10</strong> อันดับแรกของจุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนระดับโลก ในขณะการล่องเรือเป็นธุรกิจหลัก <strong>RPM </strong>ยังคงพัฒนาแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รักษาสภาพทางทะเลแบบยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Marina-PICTURE-EDIT.jpg" alt="" width="1200" height="586" /></p>
<p>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูเก็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า <strong>13</strong> ล้านคนในปีนี้ เกาะแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งประเทศรัสเซีย จีน อินเดีย ออสเตรเลีย อังกฤษ  แถบตะวันออกกลาง รวมถึงโซนยุโรป ด้วยอัตราการกลับมาเยือนที่ <strong>65% RPM </strong>มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสน่ห์ของประเทศไทยในเวทีโลก ในขณะเดียวกันก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>อีกหนึ่งแง่มุมของการใช้ชีวิตหรูหราที่มักถูกมองข้ามคือคุณภาพอากาศ ซึ่ง <strong>RPM </strong>ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (<strong>AQI) </strong>ระหว่าง <strong>8-11 RPM </strong>สร้างสภาพบรรยากาศที่บริสุทธิ์เสมอ เหมาะแก่การเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบ ความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมไปถึงระบบขนส่งไฟฟ้า ระบบกรองอากาศขั้นสูง และการขยายโครงการเก็บขยะทางทะเล</p>
<p><strong>คุณกูลู ลัลวานี </strong>ประธานบริหาร รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนว่า <em>&#8220;<strong>RPM </strong>พร้อมเดินหน้าสู่การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในปีหน้า เราจะขยายจำนวนเรือ <strong>SeaBin </strong>ซึ่งสามารถกำจัดขยะได้ถึง <strong>48</strong> กิโลกรัมต่อวันภายในพื้นที่บริเวณท่าเรือของมารีน่า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/WhatsApp-Image-2025-02-22-at-11.05.13-1.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จของ <strong>RPM </strong>ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความหรูหราและความยั่งยืน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่าเรือยอร์ชของไทย ภายใต้การนำของคุณลัลวานี  ประธานบริหารรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ผู้เป็นหัวเรือสำคัญในการผลักดันนโยบายยกเลิกภาษีนำเข้าเรือ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ <strong>RPM </strong>ยังคงเดินหน้าโครงการต่อด้วยการเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเอเชีย <strong> </strong></p>
<p>นับตั้งแต่ <strong>RPM </strong>ก่อตั้งขึ้นในปี <strong>2002</strong> และเปิดดำเนินการในปี <strong>2004</strong> คุณลัลวานี<strong> </strong>ได้ลงทุนประมาณ <strong>60</strong> ล้านเหรียญสหรัฐ (<strong>2,100</strong> ล้านบาท) ในธุรกิจโดยรวม เพื่อความยั่งยืน ได้ลงทุนอย่างมากในการติดตั้งหลังคาโซลาร์บนอาคารของเรา ซึ่งปัจจุบันผลิตไฟฟ้าได้เกือบ <strong>40%</strong> ของทั้งหมด</p>
<p><strong> </strong>ในโอกาสครบรอบ <strong>20</strong> ปี <strong>RPM </strong>จึงได้เปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และยังคงวิสัยทัศน์อนาคตที่ชัดเจน ไม่ว่าการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม หรือโอกาสการลงทุนที่ล้ำค่า <strong>RPM </strong>เชิญชวนทั้งนักเดินทางและนักลงทุนให้เข้ามาสัมผัสโลกแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีระดับและใส่ใจสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและความหรูหราที่เหนือระดับ <strong>RPM </strong>กำลังนิยามมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตและการลงทุนในภูเก็ต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Feb 2025 09:46:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Changing Traveller Report 2025]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Conscious travel]]></category>
		<category><![CDATA[Culture]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Hospitality]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Millennials]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[SiteMinder]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[Travel Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller]]></category>
		<category><![CDATA[Traveller Report]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[นักเดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[ประสบการณ์​]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31975</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Changing Traveller Report 2025 โดย SiteMinder ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;Conscious Travellers&#8217; หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้ &#8211; นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รายงาน <strong><a href="https://bit.ly/4b1xKGe" target="_blank" rel="noopener">Changing Traveller Report 2025</a> </strong>โดย <strong>SiteMinder</strong> ​ที่สำรวจนักเดินทางกว่า 12,000 คน ใน 14 ตลาดนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบด้วย ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี เม็กซิโก สิงคโปร์ สเปน ไทย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา</p>
<p><span id="more-31975"></span></p>
<p>เพื่อเข้าใจความคิดเห็นนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ จากการวางแผนเดินทางและความต้องการในระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะ​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217;</strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทาง โดยพบอินไซต์ที่น่าสนใจ​ของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่กำลังมองหาที่พักซึ่งไม่เพียงเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง แต่ยังช่วยให้สามารถ​สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น พร้อมทั้งประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วย  โดยพบประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ต่อไปนี้</p>
<p>&#8211; <em><strong>นักท่องเที่ยวมากกว่าครึ่งคาดว่าจะ &#8216;ใช้เวลาส่วนใหญ่&#8217; หรือ &#8216;ใช้เวลาค่อนข้างมาก&#8217; ในโรงแรมในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5%</strong> </em>เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มสูงขึ้นเป็น 65% ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งผลออกมาสอดคล้องในทิศทางเดียวกันทั้งการเดินทางคนเดียวหรือการเดินทางกับเพื่อน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31976 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-2.jpg" alt="" width="1272" height="848" /></p>
<p>กลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ 29% วางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่ในที่พัก เทียบกับ 11% ของผู้วางแผนเดินทางภายในประเทศ แม้ว่าการเดินทางท่องเที่ยว​​ต่างประเทศ อาจมาพร้อมกับค่าใช้จ่าย​ค่อนข้างสูง ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยม​ออกไปสำรวจสถานที่ต่างๆ ให้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่า​เงินที่จ่าย แต่ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น หลายคนกลับเลือกที่จะปักหลักอยู่ที่ที่พักของตนเอง</p>
<p>​โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เช่น กลุ่ม<strong> Gen Z</strong> (อายุ 18-27 ปี) และ<strong> Millennials</strong> (อายุ 28-43 ปี) ถือเป็นผู้ขับเคลื่อนเทรนด์การใช้เวลาพักผ่อนในที่พักมากขึ้น โดยวางแผนเข้าพักนานกว่ากลุ่มคนรุ่น Gen X (อายุ 44-59 ปี), Baby Boomers (อายุ 60-78 ปี) และ Radio Babies (อายุ 79-96 ปี)</p>
<p><em><strong>&#8211; สำหรับประสบการณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก หรือกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้อง​การใช้เวลาพิเศษ​ภายในโรงแรม</strong></em> เช่น</p>
<p>บริการสปา (37%)  หลังจากการเดินทางอันยาวนานบนเครื่องบิน การนวดและขัดผิวอาจเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการเพื่อผ่อนคลายอย่างแท้จริง รวมทั้งประสบการณ์การทานอาหารสุดหรูและการชิมไวน์ (35%) การแสดงดนตรีสด (35%) และคลาสโยคะหรือนั่งสมาธิ (18%) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31977 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-1.jpg" alt="" width="901" height="675" /></p>
<p>นอก​จากอาหารและความบันเทิง​​ นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ และการสัมผัส​วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ คลาสทำอาหารประจำท้องถิ่นนั้นๆ (22%) การเล่าเรื่องราว รวมถึงการเต้นรำแบบดั้งเดิม (16%) การทำฟาร์มหรือทำสวน (16%) เรียนภาษา (14%) และการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญ (13%) ​รวมไปถึงการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ โดยนักท่องเที่ยว 16% มองหาโปรแกรมการพัฒนาการนอนหลับ เพื่อช่วยให้พวกเขาพักผ่อนได้ดีขึ้น</p>
<p>ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องการจากการเข้าพัก อาจแตกต่างกันไปตาม​เชื้อชาติ โดยพบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การทานอาหารหรูและการชิมไวน์ (61%) และ สปา (50%) มากที่สุด ในขณะที่ชาวอินเดียสนใจคลาสทำอาหารประจำท้องถิ้น(40%) และการปรับปรุงการนอนหลับ (33%) มากที่สุด</p>
<p><strong>เทรนด์ความคุ้มค่า ประสบการณ์ และใส่ใจสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p>&#8211; ท่ามกลางความกังวลด้านเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก <strong>&#8216;ความคุ้มค่า&#8217; </strong>และ <strong>&#8216;ความสะดวกสบาย</strong>&#8216; ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกที่พัก ทำให้เครือโรงแรมและรีสอร์ทขนาดใหญ่ รวมถึงโฮสเทลและโมเต็ลราคาประหยัด (18%) ยังคงเป็นรูปแบบที่นักท่องเที่ยวนิยม ​โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมองหาที่พักราคาประหยัดมากกว่ากลุ่มคนวัยกลางคนถึงวัยเกษียณ ซึ่งคาดว่ามีรายได้สูงกว่าหรือมีเงินออมมากกว่า</p>
<p>ในทางกลับกัน Gen Z (58%) และ Millennials (57%) มีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเดินทางครั้งหน้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมากกว่า Gen X (35%) หรือ Baby Boomers (28%) โดยกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers วางแผนที่จะใช้จ่ายเท่าเดิมหรือน้อยกว่ากับการเข้าพักครั้งถัดไปเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31979 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Country-.jpg" alt="" width="1200" height="700" /></p>
<p>นอกจากนี้ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมยังส่งผลต่อการเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศ​ด้วย ชาวออสเตรเลียแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อธรรมชาติ และมีแนวโน้ม​จะจองสวนสนุกและสถานที่กางเต็นท์มากที่สุด (11%)  ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวจีน (35%) และชาวสิงคโปร์ (32%) ให้ความสนใจโรงแรมบูติกหรือโรงแรมหรูมากที่สุด ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย (23%) เช่นกัน</p>
<p>&#8211; ในภาพรวมยังพบว่า นักท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับเลือกที่พักที่ให้ความสำคัญเรื่องความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้ง​สถานที่กางเต็นท์หรือรีสอร์ทหรู โดย <strong>นักท่องเที่ยว 7 ใน 10 คนยินดีจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับการเข้าพักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทย ตัวเลขนี้สูงถึง 94% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากชาวอินโดนีเซียที่มีสัดส่วน 95% </strong></p>
<p>ข้อมูลจากรายงานระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเพียง 30% ที่เลือกจะไม่จ่ายเพิ่มเพื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดลัอม โดยกลุ่มที่ยอมจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม 10% มีจำนวนมากที่สุดถึง 37% ตามมาด้วยจ่ายเพิ่มขึ้น 25% (21%) , จ่ายเพิ่มขึ้น 50% (10%) และจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% (3%) ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31978 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/By-Spending.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder ​ให้ข้อมูลเชิงลึก​นักท่องเที่ยวกลุ่ม <strong>&#8216;Conscious Travellers&#8217; </strong> หรือกลุ่มที่ใส่ใจต่อรายละเอียดในการเดินทางว่า แม้งบประมาณยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ แต่นักท่องเที่ยวกลุ่ม &#8216;<strong>Conscious Travellers&#8217; </strong>ยัง พร้อมที่จะใช้เงินกับสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขา รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ผู้ให้บริการที่พักควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ต่าง​ๆ นอกเหนือจากความบันเทิง และสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานมากขึ้น​ เพื่อสามารถตอบโจทย์ผู้มาเข้าพักได้ดีมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สิ่งสำคัญพื้นฐานที่ละทิ้งไม่ได้</strong></p>
<p>สำหรับห้องพักส่วนตัว นักท่องเที่ยวยังคงให้ความสนใจและใส่ใจในรายละเอียดพื้นฐาน โดยหมอนและเครื่องนอน (56%), วิวทิวทัศน์ (53%), การควบคุมอุณหภูมิ (35%), ทีวีและเครื่องเสียง (35%), อ่างอาบน้ำ (30%) และแรงดันน้ำฝักบัว (29%) ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น  ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว  อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยว 4 ใน 5 คน พอใจที่จะเห็นผ้าเช็ดตัวแขวนไว้ในห้องน้ำ หรือพับหรือม้วนไว้บนเตียง โดยไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมผ้าเช็ดตัวในรูปแบบงานศิลปะ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงคือการสร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวหลายคน (37%) กล่าวว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง หากโรงแรมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เช่น อาหารและเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยม บริการสปา หรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ โดย 51% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ระบุว่าการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมและการสื่อสารที่ชัดเจนมีความสำคัญ และเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจกลับมาพักอีกครั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31980 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SiteMinder-Conscious-travel-3.jpg" alt="" width="434" height="650" /></p>
<p>นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวถึง 20% ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับวัฒนธรรมและชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย</p>
<p><strong>คุณสุภกฤษฎิ์</strong> กล่าวเสริม “นักท่องเที่ยวในปี 2568 ต้องการให้โรงแรมดูแลสิ่งสำคัญพื้นฐานให้ดี  ควบคู่ไปกับการให้บริการพิเศษเพิ่มเติม ซึ่งความสมดุลนี้คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม Conscious Travellers ให้ความสำคัญ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/site-minder-changing-traveller-report-2025/">ส่องเทรนด์ &#8216;Conscious travel’ พบนักท่องเที่ยวไทย 94% ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสิ่งแวดล้อม สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
