<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ปตท. &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%97/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 14 Oct 2026 16:43:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>ปตท. &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>MAP – PE LNG ร่วมขับเคลื่อนการใช้ไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ หนุนการบำรุงรักษาสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวมาบตาพุดแห่งที่ 2 (LNG Map Ta Phut Terminal 2) ด้วยนวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/10/map-pe-lng/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2026 16:43:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Map]]></category>
		<category><![CDATA[PE LNG]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บีไอจี]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[สุอาภา เกตุปรีชาสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45060</guid>

					<description><![CDATA[<p> บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด (MAP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบีไอจี และ ปตท. เดินหน้าความร่วมมือกับ บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด (PE LNG) เพื่อส่งมอบไนโตรเจนคาร์บอนต่ำสำหรับสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบำรุงรักษาของสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวมาบตาพุดแห่งที่ 2 (LNG Map Ta Phut Terminal 2: LMPT2) ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง สะท้อนความร่วมมือของพันธมิตรทั้งสองฝ่ายในการยกระดับการดำเนินงานอุตสาหกรรมพลังงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดศักยภาพของ MAP ในการใช้ความเย็นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาช่วยในการผลิตไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ ซึ่งกระบวนการนี้สามารถลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมแบบทั่วไป คุณสุอาภา เกตุปรีชาสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด หรือ เอ็มเอพี (MAP) กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง MAP และ PE LNG ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการนำโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำไปใช้จริงในภาคพลังงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/map-pe-lng/">MAP – PE LNG ร่วมขับเคลื่อนการใช้ไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ หนุนการบำรุงรักษาสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวมาบตาพุดแห่งที่ 2 (LNG Map Ta Phut Terminal 2) ด้วยนวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong> </strong><strong>บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด (</strong><strong>MAP) </strong><strong>ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบีไอจี และ ปตท. เดินหน้าความร่วมมือกับ บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด</strong><strong> (PE LNG) </strong><strong>เพื่อส่งมอบไนโตรเจนคาร์บอนต่ำสำหรับสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบำรุงรักษาของสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวมาบตาพุดแห่งที่ </strong><strong>2 (LNG Map Ta Phut Terminal 2: LMPT2) </strong><strong>ตั้งอยู่ ณ บ้านหนองแฟบ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง สะท้อนความร่วมมือของพันธมิตรทั้งสองฝ่ายในการยกระดับการดำเนินงานอุตสาหกรรมพลังงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น</strong></p>
<p><span id="more-45060"></span></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดศักยภาพของ MAP ในการใช้ความเย็นจากกระบวนการเปลี่ยนสถานะของก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาช่วยในการผลิตไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ ซึ่งกระบวนการนี้สามารถลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตก๊าซอุตสาหกรรมแบบทั่วไป</p>
<p><strong>คุณสุอาภา เกตุปรีชาสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด หรือ เอ็มเอพี (</strong><strong>MAP)</strong> กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง MAP และ PE LNG ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของการนำโซลูชันก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำไปใช้จริงในภาคพลังงาน โดย MAP ได้นำความเย็นจาก LNG มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไนโตรเจนเหลวและลดการปล่อยคาร์บอน ขณะที่ PE LNG ได้นำไนโตรเจนเหลวคาร์บอนต่ำไปสนับสนุนงานบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน LNG Terminal ที่มีความสำคัญต่อประเทศ ความร่วมมือของพันธมิตรทั้งสองฝ่ายจึงไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมายคาร์บอนต่ำและ Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งตอกย้ำบทบาทของ MAP และบีไอจีในฐานะผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำของประเทศไทยที่มุ่งพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยลูกค้าและพันธมิตรลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและพลังงานไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/10/Big1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/10/map-pe-lng/">MAP – PE LNG ร่วมขับเคลื่อนการใช้ไนโตรเจนคาร์บอนต่ำ หนุนการบำรุงรักษาสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลวมาบตาพุดแห่งที่ 2 (LNG Map Ta Phut Terminal 2) ด้วยนวัตกรรมลดการปล่อยคาร์บอน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;บุญรอดฯ &#8211; ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี&#8217; คิดค้นสูตรรีไซเคิลพลาสติก rPET + rHDPE คุณสมบัติแข็งแรงทนทาน เร่งจดสิทธิบัตร เดินหน้าพัฒนาสู่การใช้งานจริง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/hybrid-recycled-plastic-material/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 22 Feb 2026 14:15:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[circular]]></category>
		<category><![CDATA[innovation]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[rHDPE]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอดบริวเวอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[สิงห์ คอร์เปอเรชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[เทอดเกียรติ พร้อมมูล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ไออาร์พีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40174</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานของทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันของทั้ง 3 บริษัทในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลสูตรผสมระหว่าง rPET จากขวดพลาสติก และ rHDPE จากฝาขวดและลังน้ำ ลังโซดา จากการทำงานร่วมกันเพื่อนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาวิเคราะห์และพัฒนาจนได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ ที่มีคุณสมบัติเหนียวและแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น &#8216;ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน&#8216; เช่น ลังน้ำ ลังโซดาขวดเปลี่ยน หรือภาชนะพลาสติก (Plastic Handling Container) ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้ยื่นจดสิทธิบัตรเมื่อเดือน ธันวาคม 2568 โดยมี คุณปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด คุณประสงค์ อินทรหนองไผ่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/hybrid-recycled-plastic-material/">&#8216;บุญรอดฯ &#8211; ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี&#8217; คิดค้นสูตรรีไซเคิลพลาสติก rPET + rHDPE คุณสมบัติแข็งแรงทนทาน เร่งจดสิทธิบัตร เดินหน้าพัฒนาสู่การใช้งานจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)</strong> ร่วมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นผลงานของทีมผู้เชี่ยวชาญร่วมกันของทั้ง 3 บริษัทในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลสูตรผสมระหว่าง rPET จากขวดพลาสติก และ rHDPE จากฝาขวดและลังน้ำ ลังโซดา</p>
<p><span id="more-40174"></span></p>
<p>จากการทำงานร่วมกันเพื่อนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วมาวิเคราะห์และพัฒนาจนได้เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ ที่มีคุณสมบัติเหนียวและแข็งแรงเป็นพิเศษเพื่อเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็น &#8216;<strong>ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน</strong>&#8216; เช่น ลังน้ำ ลังโซดาขวดเปลี่ยน หรือภาชนะพลาสติก (Plastic Handling Container) ที่ใช้งานได้จริงในภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้ยื่นจดสิทธิบัตรเมื่อเดือน ธันวาคม 2568</p>
<p>โดยมี <strong>คุณปิติ ภิรมย์ภักดี</strong> กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด <strong>คุณประสงค์ อินทรหนองไผ่</strong> ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ <strong>คุณเทอดเกียรติ พร้อมมูล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงความสำเร็จการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม (rPET และ rHDPE) ต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณปิติ ภิรมย์ภักดี</strong> กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทผลิต บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 3 บริษัทฯ ได้ทำการวิจัยเพื่อนำพลาสติกเหลือใช้ประเภท rPET และ rHDPE มารีไซเคิล เป็น​เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่มีคุณสมบัติที่แข็งแรงกว่าที่เคยมีมาจากการรีไซเคิลพลาสติก</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือของ 3 องค์กร สะท้อนให้เห็นแนวคิดการให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมารีไซเคิล ไม่ใช่แค่เพียงนำกลับมาใช้ซ้ำเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ แต่เม็ดพลาสติกชนิดใหม่ที่ถูกคิดค้นขึ้นจากการรีไซเคิลในครั้งนี้จะถูกนำไปต่อยอดการผลิตอีกมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วยคุณสมบัติที่เหนียว แข็งแรงกว่าที่เคยมีมาอย่างเช่น ถังบ่อกรองธนาคารน้ำใต้ดิน ภาชนะพลาสติก และการใช้งานอื่นๆมากขึ้น”</em></p>
<p><strong>คุณเทอดเกียรติ พร้อมมูล</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ ไออาร์พีซี กล่าวว่า  ความสำเร็จของความร่วมมือระหว่าง บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ปตท. และ ไออาร์พีซี ในการพัฒนานวัตกรรมพลาสติกรีไซเคิลผสม rPET และ rHDPE ไม่เพียงสะท้อนพลังของการผนึกองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) แต่ยังเป็นการยกระดับวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><em><strong>&#8220;</strong>ไออาร์พีซีให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบรีไซเคิลจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว (Post Consumer Recycled: PCR) ไปจนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีเม็ดพลาสติกคอมพาวด์ (Compound) ที่สามารถแก้ข้อจำกัดของพลาสติกรีไซเคิลแบบผสม ให้มีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความเหนียว และทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีกว่าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลทั่วไป อีกทั้งยังทนต่อสภาวะแวดล้อม สามารถใช้งานซ้ำได้ในระดับอุตสาหกรรม และรองรับกระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล พร้อมช่วยลดคาร์บอนฟุตพรินต์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ไออาร์พีซี ให้ความสำคัญในการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาวัสดุแห่งอนาคต และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ ความสำเร็จจากความร่วมมือของทั้ง 3 บริษัท ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ตั้งแต่ปี 2566 เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจากวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิต นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หมุนเวียน โดยผลสำเร็จจากการวิจัยและพัฒนาพลาสติกสูตรผสมต่างชนิดกันครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการรีไซเคิลพลาสติกแบบเดิมที่มักจำกัดอยู่เพียงชนิดเดียวกัน ให้สามารถผสมพลาสติกต่างชนิดเข้าด้วยกันได้ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการขยะให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าสูงสุด</p>
<p>ปัจจุบันทั้ง 3 บริษัทได้ยื่นขอจดสิทธิบัตรนวัตกรรมรีไซเคิลสูตรผสม rPET และ rHDPE เพื่อเตรียมขยายการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับคุณสมบัติเด่นของเม็ดพลาสติก และต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/hybrid-recycled-plastic-material/">&#8216;บุญรอดฯ &#8211; ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี&#8217; คิดค้นสูตรรีไซเคิลพลาสติก rPET + rHDPE คุณสมบัติแข็งแรงทนทาน เร่งจดสิทธิบัตร เดินหน้าพัฒนาสู่การใช้งานจริง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 04:11:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[GC StandOut]]></category>
		<category><![CDATA[High Value & Low Carbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[Holistic Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[OPEX Saving]]></category>
		<category><![CDATA[Other Enhancements]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Growth]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ทางการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ทิติพงษ์ จุลพรศิริดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้นกู้ด้อยสิทธิ]]></category>
		<category><![CDATA[เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[แตกต่างอย่างยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37327</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ GC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มทั้ง​ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อทุกความผันผวน ​และเตรียมความพร้อมในการวางรากฐาน​องค์กร ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ​ไปสู่การเติบโตระยะยาวได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนแบบเชิงรุก เพื่อ​รักษาสถานะที่แข็งแรงทางการเงิน ตามแนวทาง​ Holistic Optimization และ Asset Light เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการทำงาน​โดยรวมของทั้งองค์กร พร้อมเดินหน้าเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง สำหรับ​ทรานส์ฟอร์มสู่ &#8216;ธุรกิจมูลค่าสูง -คาร์บอนต่ำ&#8217; (High Value &#38; Low Carbon Business)  ได้ตามโรดแมปที่วางไว้ ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย &#8211; Holistic Optimization : ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร &#8211; Portfolio Transformation : บริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในระยะยาว &#8211; OPEX [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/">GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ<strong> GC</strong> หรือ <strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) </strong>ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และแกนนำธุรกิจเคมีภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มทั้ง​ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นต่อทุกความผันผวน ​และเตรียมความพร้อมในการวางรากฐาน​องค์กร ให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ​ไปสู่การเติบโตระยะยาวได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-37327"></span></p>
<p>โดยเฉพาะการบริหารต้นทุนแบบเชิงรุก เพื่อ​รักษาสถานะที่แข็งแรงทางการเงิน ตามแนวทาง<strong>​ Holistic Optimization</strong> และ <strong>Asset Light</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการทำงาน​โดยรวมของทั้งองค์กร พร้อมเดินหน้าเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง สำหรับ​ทรานส์ฟอร์มสู่ &#8216;<strong>ธุรกิจมูลค่าสูง -คาร์บอนต่ำ&#8217;</strong> <strong>(High Value &amp; Low Carbon Business) </strong> ได้ตามโรดแมปที่วางไว้ ผ่านการขับเคลื่อน 4 กลยุทธ์สำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; Holistic Optimization :</strong> ปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานแบบองค์รวม พร้อมเดินหน้าต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในเพื่อยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร<br />
<strong>&#8211; Portfolio Transformation</strong> : บริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าและลดต้นทุนในระยะยาว<br />
<strong>&#8211; OPEX Saving</strong> : ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนในทุกส่วนขององค์กรโดยไม่กระทบต่อคุณภาพการดำเนินงาน<br />
<strong>&#8211; Other Enhancements</strong> : เพิ่มความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบและเพิ่มความเป็นเลิศด้านการค้า</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37330 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Smart-Plant_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา GC ได้ดำเนินการแผนลดภาระทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ การดำเนินการ <strong>Asset Monetization</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และขับเคลื่อน <strong>Holistic Optimization</strong> เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ ตามโรดแมปการบริหารเงินทุนระยะยาวที่ GC วางไว้อย่างมีระบบ</p>
<p><strong>เล็งเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ชุดใหม่</strong></p>
<p>ล่าสุด <strong>GC</strong>  ประกาศเตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนลดภาระทางการเงิน (Deleveraging Program) ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567–2568 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนในระยะยาว เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมถึงรองรับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความผันผวนในระดับสูง</p>
<p><strong>คุณทิติพงษ์ จุลพรศิริดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการเงินและบัญชี</strong> <strong>GC</strong> กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้แผนลดภาระทางการเงินที่ GC ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ปี 2567 ที่มูลค่าสูงถึง 17,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของ GC และกลุ่ม ปตท. โดย GC ยังคงยึดมั่นในวินัยทางการเงิน และดำเนินตามโรดแมปการบริหารเงินทุนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์<strong> Portfolio Transformation</strong> เพื่อให้บริษัทพร้อมต่อการเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-37329 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC-11-Olefin_0.jpg" alt="" width="860" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​คาดว่าจะเปิดเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ในครั้งใหม่นี้ ​ช่วงปลายปี 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยมีมูลค่าการจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และเพิ่มได้ครั้งละ 100,000 บาท ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 12 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย เอ็กซ์สปริง บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ธนาคารทหารไทยธนชาต และบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ส่วนอัตราดอกเบี้ยและช่วงเวลาเสนอขายที่แน่นอน จะประกาศให้ทราบอีกครั้ง&#8221;</em></p>
<p>นอกจากนี้ GC ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตสู่ธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ (High Value–Low Carbon) อย่างต่อเนื่อง ทั้งในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผ่านการผลักดัน allnex ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรม Coating Resins สำหรับอุตสาหกรรม และธุรกิจชีวภาพ (Bio/Green &amp; Circularity) ผ่าน NatureWorks ที่กำลังก่อสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชีวิตแห่งที่ 2 ของโลก ในจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมเดินหน้าการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593</p>
<p><strong>เพิ่มกลไกเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน</strong></p>
<p>สำหรับ <strong>หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ</strong>  เป็นอีกหนึ่งกลไกในการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของ GC  โดยทางบัญชี หุ้นกู้ประเภทนี้สามารถลงเป็นส่วนของทุนได้ 100% ตลอดอายุหุ้นกู้ และในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ สามารถนับเป็นส่วนของทุน (Equity Credit) ได้ 50%</p>
<p>ด้านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ กล่าวเสริมว่า หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของ GC เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ จากการจัดอันดับโดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568  GC มีอันดับความน่าเชื่อถือ อยู่ที่ระดับ AA- (tha) แนวโน้ม “<strong>มีเสถียรภาพ”</strong> และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2568  ได้มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ นี้ที่ระดับ A (tha) ซึ่งจัดว่าอยู่ในกลุ่มที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูงในตลาดตราสารหนี้ไทย โดยถ้าพิจารณาจากความสามารถในการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสามารถดูได้จากจากอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่ระดับ AA- แต่ส่วนของอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ ที่จะต่ำกว่าอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท 2 ระดับนั้น เนื่องจากโครงสร้างการชำระหนี้ของหุ้นกู้ที่จะด้อยสิทธิกว่าหุ้นกู้ปกติทั่วไป​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37331 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Banner-2_0.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>ปัจจุบัน GC อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</p>
<ul>
<li>ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร.1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bangkok Bank Mobile Banking</li>
<li>ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-626-7777</li>
</ul>
<ul>
<li>ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (โดยบุคคลธรรมดาสามารถจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน <a href="https://www.kasikornbank.com/kmyinvest%20ได้" target="_blank" rel="noopener">https://www.kasikornbank.com/kmyinvest ได้</a> ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา) โทร. 02-888-8888 กด 869 และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)</li>
<li>ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-111-1111 หรือจองซื้อออนไลน์บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next ผ่านระบบ Money Connect by Krungthai</li>
<li>ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02-777-6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SCB EASY และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร. 02-165-5555 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่านแอปฯ Dime! และรวมถึง ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร. 02-680-4004</li>
<li>ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร.1572</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร. 02-695-5555</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-5050</li>
<li>ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด #4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น) และรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ธนชาต จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)</li>
<li>บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-009-8351-56</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37332 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/GC_Infographic-Must-have_1920x1080_0.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>หมายเหตุ:</p>
<ul>
<li>แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนยังไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต.</li>
<li>การจัดสรรหุ้นกู้ดังกล่าวให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ตามแต่จะเห็นสมควร</li>
</ul>
<p>คำเตือน:</p>
<ul>
<li>การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน</li>
<li>ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ <a href="https://protect.checkpoint.com/v2/___http:/www.sec.or.th/___.YzJ1OmtydW5nc3JpOmM6bzo5N2NjMTcwNzdhZjAxYzBmZTJlMTA1YTVlNjY3YTAzOTo2OjdjN2E6NjQ4YjIzZTRiMjk0OTRjOWE0ODAxMmQwYzQ3MzU1MmQ1NGVjYzMwZDlkMTU2YTAwOGM1YmY1Y2E3MTM3ZTM1YzpwOlQ6Tg" target="_blank" rel="noopener">www.sec.or.th</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/gc-launch-new-subordinated-debenture-bond/">GC ​เสริมแกร่งทางการเงิน เล็งออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนฯ สกุลเงินบาท ชุดใหม่ วางยุทธศาสตร์บริหารเงินทุนระยะยาว รองรับธุรกิจมูลค่าสูง–คาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Dec 2024 13:36:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon Park]]></category>
		<category><![CDATA[Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Diversify]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering All Toward Inclusive Growth]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[found&found]]></category>
		<category><![CDATA[KALA Application]]></category>
		<category><![CDATA[Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Non-oil]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[OR SDG]]></category>
		<category><![CDATA[OR Space]]></category>
		<category><![CDATA[Portfolio]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Station Flagship]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[Retail Mixed-Use Platform]]></category>
		<category><![CDATA[RISE OR]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Mobility Partner]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[ดิษทัต ปันยารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บางกอกแอร์เวย์ส]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งไม้ต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เวียตเจ็ทแอร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30805</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ดิษทัต’ วางรากฐาน OR เสริมแกร่งธุรกิจรอบด้าน เตรียมตัวส่งไม้ต่อ CEO คนใหม่ ​​วางแนวคิด RISE OR ​สร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านการพัฒนาดิจิทัล และระบบนิเวศธุรกิจของ OR ที่หลากหลาย การเป็นผู้นำด้าน Mobility ธุรกิจ Lifestyle และการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศ พร้อมผลักดันและส่งต่อวิสัยทัศน์ &#8220;Empowering All toward Inclusive Growth&#8221; สู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน  คุณดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR (โออาร์) ​แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด RISE OR ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย  R &#8211; Result-oriented  คือ การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด , I &#8211; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/">แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em><strong>‘ดิษทัต’</strong> วางรากฐาน OR เสริมแกร่งธุรกิจรอบด้าน เตรียมตัวส่งไม้ต่อ CEO คนใหม่ ​​วางแนวคิด </em><em>RISE OR </em><em>​สร้างรากฐานองค์กรที่แข็งแกร่ง ผ่านการพัฒนาดิจิทัล และระบบนิเวศธุรกิจของ </em><em>OR </em><em>ที่หลากหลาย การเป็นผู้นำด้าน </em><em>Mobility </em><em>ธุรกิจ</em><em> Lifestyle</em><em> และการขยายฐานธุรกิจสู่ต่างประเทศ พร้อมผลักดันและส่งต่อวิสัยทัศน์ <strong>&#8220;</strong></em><strong><em>Empowering All toward Inclusive Growth&#8221; </em></strong><em>สู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน</em><strong> </strong><span id="more-30805"></span></p>
<p><strong>คุณดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>OR</strong> (โออาร์) ​แบ่งปันมุมมองและประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด <strong>RISE OR</strong> ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย <strong> R &#8211; Result-oriented  </strong>คือ การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด ,<strong> I &#8211; Intelligence </strong> การร่วมกันทำร่วมกันเติบโต , <strong>S &#8211; Synergy</strong>​ และการสร้าง Mindset แห่งความเป็นเจ้าของธุรกิจ  หรือ <strong>E &#8211; Entrepreneurship </strong>พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในการทำงานขององค์กร</p>
<p>พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรก้าวออกจาก Comfort Zone ที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ความถนัดเดิม สู่ Growth Zone ที่เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพใหม่ ๆ และวางกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงาน การเตรียมโครงสร้างความพร้อมสำหรับบุคลากรใน OR การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี</p>
<p><strong><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30813 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>Diversity​ ต่อเนื่อง ขยายธุรกิจใหม่​สู่ Virtual Bank ​</strong></p>
<p>ทั้งนี้ OR จะเพิ่มศักยภาพองค์กรผ่านการทำ <strong>Digital Transformation</strong> ​ในฐานะบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บูรณาการการจัดการระหว่างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกเข้าด้วยกัน ผ่านระบบ<strong> SAP S/4HANA</strong> ใน 2 อุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการดำเนินงานแบบศูนย์รวม <strong>(Dashboard Control Tower)</strong> ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในกลุ่ม Mobility และ Lifestyle ได้แบบรวมศูนย์และ Realtime และตอบโจทย์ Keys สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุน เพื่อสร้าง Operation Excellence รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการสร้างความพึงพอใจในการให้บริการลูกค้า และความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ​<b> </b></p>
<p>หนึ่งสิ่งที่​ OR ​จะยังขับเคลื่อนต่อเนื่องแม้เปลี่ยนผู้นำคือ การ Diversify เพื่อเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจ โดยเฉพาะในฟากไลฟ์สไตล์ หรือ Non-oil ซึ่งโออาร์มีแผนต่อยอดจาก Data ที่มีอยู่ในมือ ทั้งจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ PTT Station ไม่ต่ำกว่าวันละ 3 ล้านคน รวมทั้งสมาชิกบัตรบลูการ์ดที่มีกว่า 8 ล้านคน ​เพื่อต่อยอดพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่อย่าง <strong>&#8216;ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา&#8217; </strong>หรือ<strong> Virtual Bank</strong> จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลทางธุรกิจ โดยร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง AIS ที่เป็นผู้นำด้านโครงข่ายสื่อสาร และ​ผู้ให้บริการสถาบันการเงินอย่างธนาคารกรุงไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่แต่ละรายมีในการนำมาวิเคราะห์ (KYC) ซึ่งถือเป็น Perfect Matching จากการร่วมมือของทั้ง 3 พาร์ทเนอร์ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SME ต่างๆ ที่ไม่มีหลักฐานทางการเงินจากสถาบันการเงิน แต่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อมา​ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแรงขึ้นได้ ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลจากอีโคซิสเต็มของทาง OR ได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30817 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-JOKE9451.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้  ยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม<strong> Retail Mixed-Use Platform</strong> รูปแบบใหม่ผ่าน <strong>PTT Station Flagship</strong> ที่มีธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ <strong>OR Space</strong> ที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์ รวมทั้งแก้ปัญหาการอิ่มตัวของพื้นที่ในการขยายสถานีบริการน้ำมันในอนาคต พร้อมทั้งการขยายการเติบโตของธุรกิจแฟลกชิพในพอร์ตไลฟ์สไตล์ของ OR อย่าง <strong>Café Amazon</strong> ที่ทำยอดขายกว่า 1 ล้านแก้วต่อวัน แต่ต้องมองหาโอกาสในการเติบโตได้ในระดับ Global ผ่านการเติมเต็มความสมบูรณ์ของ Ecosystem ได้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ รวมทั้งการใช้กลยุทธ์ Story telling มาช่วยเพิ่มมูลค่า และสามารถต่อยอดสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้ครบวงจรได้ตลอดทั้งซัพพลายเชน ทั้งการพัฒนาธุรกิจต้นน้ำผ่าน<strong> Café Amazon Park</strong> ที่ จ. ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง <strong>OR SDG</strong> ด้วยการพัฒนาระบบ <strong>KALA Application </strong>เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ เพื่อการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30816 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-IMG_0980.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;​ธุรกิจไลฟ์สไตล์กลุ่ม Well Being จากการเปิดร้าน <strong>found&amp;found</strong> แบรนด์เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม ยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสเติบโตของ OR ตามเทรนด์ Aging Society ที่ประเทศไทยกลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในไม่กี่ปีข้างหน้า และเป็นเซ็กเตอร์ที่ยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ โดย OR วางแผนขยายเป็น 10 สาขา ภายในปี 2025 พร้อมมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอในภาพรวมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยโฟกัส​ในกลุ่มที่มีการเติบโตและสร้างผลกำไรได้ ​ เพื่อส่งผลให้ EBITDA Margin สามารถปรับเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30% ภายในปีหน้า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30814 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/JOKE8536.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ไม่เพียงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลากหลายด้านในฝั่งไลฟ์สไตล์ แต่ OR ยังให้ความสำคัญการขับเคลื่อนด้าน Mobility ในฐานะ <strong> Thailand Mobility Partner</strong> ที่ขยายเครือข่าย <strong>EV Station PluZ</strong> ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด พร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบ Logistic ให้ Optimization มากที่สุด ขณะที่การซัพพลายน้ำมันอากาศยาน ได้เร่งผลักดัน​การใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับพันธมิตรในอีโคซิสเต็มอย่าง GC และได้ MOU ในการจำหน่ายน้ำมันให้สายการบิน การบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส  รวมทั้งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อ MOU กับสายการบินเพิ่มเติมอีก 1 แห่ง ซึ่งโอกาสเติบโตของ SAF ไม่ใช่เพียงแค่การให้บริการแก่สายการบินของประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถซัพพลายให้สายการบินต่างประเทศ โดยเฉพาะเส้นทางที่ต้องเดินทางเข้ายุโรป  ที่มีการกำหนดให้ใช้ SAF เป็นส่วนผสมตามข้อบังคับทางการบิน และเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายตลาด SAF ของกลุ่ม ปตท. ได้ในอนาคต</p>
<p><em> &#8220;<strong>ในปีหน้าฟากไลฟ์สไตล์จะเป็นโอกาสในการทำให้ OR เทคออฟได้ ​หลังจากมีการ Clean Portfolio เพื่อตัดธุรกิจ (Cut LOss) ที่เป็นตัวฉุดศักยภาพในการทำกำไรลง</strong> โดยปัจจุบันกำลังมอนิเตอร์กลุ่มธุรกิจในพอร์ตเพื่อ Cut Loss เพิ่มเติม หรือเพิ่ม Value ในบางธุรกิจให้มากขึ้น ซึ่ง<strong>การ Cut Loss ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวของธุรกิจ แต่เป็นความกล้าหาญ และเป็นการตัดสินใจที่ฉลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ผู้นำ หรือคนที่มี Ownership ต้องสามารถทำได้</strong> ซึ่งที่ผ่านมา OR ได้ถอน 6 ธุรกิจที่ไม่ทำกำไรเพื่อไม่ให้เกิดภาระจากการขาดทุนสะสม เช่น ไก่ทอดเท็กซัส  อาหารญี่ปุ่นโคเอ็น ธุรกิจคาเฟ่อเมซอนในประเทศจีน และ Fixx แพลตฟอร์มดูแลและซ่อมบำรุงรถยนต์ครบวงจร เป็นต้น โดยก่อนจะทำการถอนกิจการใดๆ ออกจากตลาด ได้มีการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ทดลองแก้ไข ปรับกลยุทธ์ หรือการทำโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการเติบโต พร้อมทั้งมอนิเตอร์ทิศทางการเคลื่อนไหวของธุรกิจมาระยะหนึ่งก่อนตัดสินใจถอนตัว เพื่อเป็นการหยุดรูรั่วของธุรกิจ ​ ​ขณะเดียวกันในอนาคตก็ต้องพยายามเพิ่มการลงทุนที่เป็น Big Deal มาเสริมพอร์ตให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และอยู่ในเทรนด์การเติบโต เพื่อบริหารพอร์ตโฟลิโอให้แข็งแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มกำไรจากฟากไลฟ์สไตล์ให้มีสัดส่วนเท่ากับกลุ่ม Mobility ที่ราว 50% จากปัจจุบันมีกำไรจากฝั่งไลฟ์สไตล์ที่ราว 30%&#8221;​</em> คุณดิษทัต กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30818 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/สำเนาของ-JOKE1619.jpg" alt="" width="482" height="722" /></p>
<p><strong>ธุรกิจต่างประเทศ อีกหนึ่งโอกาสเติบโต</strong></p>
<p>OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ในฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนหุนเซนบูเลอวาร์ด ควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท. นอกจากนี้ยังขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป. ลาวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>คุณดิษทัต​ เน้นย้ำเพิ่มเติมถึงหลักคิดสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรว่า <em><strong>การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน ต้องกล้าที่จะ Disrupt ตัวเองก่อนที่จะถูก Disrupt จากภายนอก พร้อมเตรียมรับมือกับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและแพลตฟอร์ม ไม่รอให้อนาคตมาถึงแต่ต้องลงมือสร้างอนาคตเอง</strong></em> และที่สำคัญคือต้องสื่อสารพันธกิจขององค์กรให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ OR ในการก้าวสู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30819 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อน OR คือการเป็นธุรกิจแฟลกชิพที่แข็งแรงของกลุ่ม ปตท. การ Diversify เป็นหนึ่งแนวทางที่จะทำให้ OR เติบโตได้อย่างยั่งยืนจากพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลาย โดย</em><em>ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพียง Milestone ไม่ใช่เส้นชัย เราต้องพร้อมปรับตัว Disrupt ตัวเองก่อนถูก Disrupt และเตรียมพร้อมรับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อน OR สู่วิสัยทัศน์ <strong>&#8216;Empowering All toward Inclusive Growth&#8217;</strong> ในการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน”  </em>คุณดิษทัต กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/disathat-driven-rise-or-to-sustainable-growth/">แผนเทคออฟ &#8216;โออาร์&#8217; เดินหน้า Diversify ต่อเนื่อง ​มอง​ &#8216;ไลฟ์สไตล์&#8217; คืออนาคต เชื่อ  &#8216;Cut Loss&#8217; ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจของคนฉลาด</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ดร.คงกระพัน&#8217; ซีอีโอใหม่ ปตท. ขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์ สร้างความแข็งแรงร่วมกับสังคมไทย​ พร้อมเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/new-ceo-ptt-group-direction-and-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Jun 2024 06:35:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrocarbon and Power]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Non-Hydrocarbon Business]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group Direction]]></category>
		<category><![CDATA[Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND SUSTAINABLE WORLD]]></category>
		<category><![CDATA[Vision]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืนอย่างสมดุล]]></category>
		<category><![CDATA[ความสามารถทางการแข่งขัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมาภิบาล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26490</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยวิสัยทัศน์ &#8220;ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน&#8221; หรือ &#8220;TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD&#8221; ดำเนินธุรกิจบนหลัก &#8220;ความยั่งยืนอย่างสมดุล&#8221; ให้เหมาะกับบริบทองค์กรทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี มุ่งให้ ปตท. เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดีมีธรรมาภิบาล ขณะที่ทิศทางและกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Direction and Strategy) เน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่ 1. ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Compettiveness Enhancement: Existing Business) [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/new-ceo-ptt-group-direction-and-strategy/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ดร.คงกระพัน&#8217; ซีอีโอใหม่ ปตท. ขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์ สร้างความแข็งแรงร่วมกับสังคมไทย​ พร้อมเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยวิสัยทัศน์ &#8220;ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน&#8221; หรือ <strong>&#8220;TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD&#8221; </strong></p>
<p><span id="more-26490"></span></p>
<p>ดำเนินธุรกิจบนหลัก &#8220;<strong>ความยั่งยืนอย่างสมดุล</strong>&#8221; ให้เหมาะกับบริบทองค์กรทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี<br />
มุ่งให้ ปตท. เป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติที่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุลบริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ดีมีธรรมาภิบาล</p>
<p>ขณะที่ทิศทางและกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Direction and Strategy) เน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 ประกอบด้วย 5 แนวทาง ได้แก่</p>
<p><strong>1. ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจที่มีอยู่เดิม (Compettiveness Enhancement: Existing Business)</strong> ทำธุรกิจให้แข็งแรง ปรับ Portolio โดยหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ พร้อมต่อยอดสร้างการเติบโตในเรื่องที่ถนัดแบ่งเป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจ Hydrocarbon and Power </strong>ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; ธุรกิจสำรวจและผลิต : สร้างความต่อเนื่อง มั่นคงทางวัตถุดิบ จัดหา source ใหม่ที่มีต้นทุนต่ำสร้างผลตอบแทนที่ดี และต้องสร้างการเติบโต Hydrocarbon ควบคู่กับการทำ Decarbonization</p>
<p>&#8211; ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ : สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเดิม ซึ่งต้องมีความ Competiive และ Lean แสวงหา Alternative Source ทั้ง Pipe gas และ LNG และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ และต้อง Alignment การทำงานร่วมกับภาครัฐ</p>
<p>&#8211; ธุรกิจไฟฟ้า : ภารกิจหลักคือการสร้างความมั่นคง และรักษา Reliabiliy ให้กับกลุ่ม ปตท. พร้อมกับการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อช่วย Decarbonization &amp; Net Zero ของกลุ่ม ปตท. และแสวงหาโอกาสสร้างการเติบโต ทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p>&#8211; ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น : สร้างความแข็งแรง เติบโตร่วมกับ Strategic Partner รวมทั้ง Competitiveness ด้าน Cost &amp; Feedstock Flexiblity ต้องมีการ Synergy Enhancement and Optimization ทั้งกลุ่ม ปตท. รวมถึงการมุ่งเน้นสร้างการเติบโตใน High Value &amp; Low Carbon Business<br />
&#8211; ธุรกิจค้าปลีก : มุ่งเน้นการลงทุนที่มี Substance มีความสำคัญต่อผลประกอบการและเป็นประโยชน์ต่อสังคมแต่ Asset light<br />
&#8211; ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ : ต้องสร้าง Synergy ภายในกลุ่ม ปตท. ยกระดับขยายผลทั้งในและต่างประเทศ</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจ Non-Hydrocarbon Business</strong> ที่เป็น New S-Curve หรือธุรกิจใหม่ มีหลักในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้</p>
<p>กลยุทธ์ที่ทำเรื่อง EV / Life Science &amp; Healthcare / Digital มีความสอดคล้องกับ Global Megatrends แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจึงต้องปรับตัวเร็ว และต้อง Revisit​ Value chain ว่า area ใด มีความน่าสนใจ มีอนาคต และเป็นประโยชน์ต่อ ปตท. และประเทศไทยหรือ area ใดที่ ปตท.มีจุดแข็งสามารถ Synergy ในกลุ่ม ปตท. เพื่อที่จะสร้างความแตกต่างได้ ประกอบด้วย</p>
<p>&#8211; ธุรกิจ EV และ Logistics : ต้องเข้าใจ value chain เลือกเล่นใน space ที่เหมาะสม<br />
&#8211; ธุรกิจ Lite Science : ร่วมมือกับพันธมิตรสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ<br />
&#8211; ธุรกิจ Industrial AI : ต้องยกระดับ ขยายผลทั้งกลุ่ม ปตท. ช่วยให้ธุรกิจเดิมเข้มแข็ง และต่อยอดเป็นธุรกิจใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26493 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1-3.jpg" alt="" width="510" height="680" /></p>
<p><strong>2. สร้างการเติบโต หาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (Growth: New Business &amp; Opportunity)</strong> ต่อยอดสร้างการเติบโตในธุรกิจ โดยเฉพาะด้านความยั่งยืน คือ ธุรกิจไฮโดรเจนและคาร์บอน (Hydrogen and Carbon Business Integration Strategy) สร้างการเติบโตต่อยอดจากเป้าหมาย Decarbonization มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบบูรณาการ ทั้งกลุ่ม ปตท. โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ชัดเจนและมีเป้าหมายร่วมกัน ใช้จุดแข็งของทุกบริษัทในกลุ่ม โดยมี ปตท. เป็นผู้กำกับ ดูแลภาพรวม ร่วมผลักด้นและขับเคลื่อนให้สำเร็จเป็นโอกาส Transform ธุรกิจเดิมของกลุ่ม ปตท. ให้มี Advantage เพิ่มขึ้น และสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่</p>
<p><strong>3. สร้างความชัดเจนในแนวทางความยั่งยืน (Sustainability)</strong> <strong>ทุกมิติ</strong> ด้วยการบูรณาการเข้าไปในธุรกิจ ผสานการบริหารจัดการ Portiolio และ Net Zero เข้าด้วยกันทั้งกลุ่ม ปตท. มุ่งสู่การเป็น Net Zero Company ควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และสร้างคุณค่าสู่สังคม ผ่านแนวทาง ปรับ Portolio การลงทุนและปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงาน เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และ ชดเชยคาร์บอน ด้วยเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) และโครงการปลูกป่า</p>
<p><strong>4. สร้างปัจจัยที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม (Enablers for Transformation)</strong> ได้แก่สร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานที่เป็นเลิศ (Operational Excellence) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ เนื่องจากมีปัจจัยภายนอกต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ จึงควรมุ่งเน้นทำสิ่งที่ควบคุมได้อย่างเข้มข้น ต้องสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน (Build core resilience) ลดต้นทุน โดยการยกระดับ Operation &amp; Efficiency ด้วยการนำเทคโนโลยี ดิจิทัล และ AI มาประยุกต์ใช้ โดยมีแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจน และขยายผลทั่วทั้งกลุ่ม ปตท. อีกทั้ง ต้องทำ Lean Organization ร่วมกับ Digital Transformation ซึ่งต้องเริ่มในวันที่องค์กรยังแข็งแรง จัดลำดับความสำคัญ เริ่มทำโครงการที่เห็นผลลัพธ์เร็ว เพื่อให้เกิดการยอมรับในทุกระดับ และต้องสร้างความเข้มแข็งด้าน Culture สร้างความตระหนัก ปลูกฝังให้พนักงานกล้าที่จะปรับและพร้อม ที่จะเปลี่ยนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>5. รักษาพื้นฐานสำคัญ มุ่งเน้นธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดี</strong> บริหารองค์กรด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ยึดถือ Way of Conduct อย่างเคร่งครัด รวมถึงการบริหารบุคลากร ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส สร้าง Ecosystem ส่งเสริมคนดีและคนเก่งให้เติบโตอย่างเหมาะสม รวมถึงการมีความเป็นเลิศทางด้านการเงิน (Financial Excellence) ซึ่งถือเป็นพื้นฐาน ที่สำคัญของการดำเนินธุรกิจ<br />
&#8220;ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปตท. ต้องปรับตัว มีความคล่องตัว และมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพและความ มั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมมุ่งสู่การเติบโตขององค์กรในระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป&#8221; ดร.คงกระพัน กล่าว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/new-ceo-ptt-group-direction-and-strategy/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ดร.คงกระพัน&#8217; ซีอีโอใหม่ ปตท. ขับเคลื่อน 5 กลยุทธ์ สร้างความแข็งแรงร่วมกับสังคมไทย​ พร้อมเติบโตระดับโลกอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jan 2024 15:29:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agoda]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Line]]></category>
		<category><![CDATA[Mitr Phol]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Survey]]></category>
		<category><![CDATA[Thaibev]]></category>
		<category><![CDATA[top 50 companies in thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Top50 Companies in Thailand 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Toyota Motor]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50]]></category>
		<category><![CDATA[Work Venture 2024 Top 50 top50companiesinthailand2024]]></category>
		<category><![CDATA[WorkVenture]]></category>
		<category><![CDATA[กูเกิล]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[มิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิลีเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อโกด้า]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โตโยต้า มอเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23659</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ WorkVenture ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน ​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดสุดยอดผลสำรวจกับ <strong>WorkVenture</strong> ที่ปรึกษาและผู้นำด้านการสร้างแบรนด์นายจ้างให้กับบริษัทชั้นนำในไทยประจำปี 2567 กับคำถามว่าใครเป็นสุดยอดนายจ้างในดวงใจของคนทำงานรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งตารอคอยจากคนทำงานทั้งประเทศ</p>
<p><span id="more-23659"></span></p>
<p>โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ WorkVenture ได้จัดทำผลสำรวจนี้ขึ้นเพื่อรับฟังเสียงคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าพวกเขามีความคิดต่อการทำงาน องค์กร และมีค่านิยมของการทำงานอย่างไร</p>
<p>ดังนั้นผลสำรวจนี้ จึงแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในรอบปีที่ผ่านมาของนายจ้างในตลาดแรงงานไทย ว่าโดยรวมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน มีการพัฒนาที่ทำงานให้เหมาะสมกับตลาดแรงงานที่เปลี่ยน GEN คนทำงานไปเรื่อย ๆ หรือไม่ มุมมองจากภายนอกและภายในองค์กรสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด เพราะนั่นเป็นสิ่งสะท้อนที่สร้างการรับรู้ให้กับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาที่ทำงานใหม่ในปัจจุบัน</p>
<p>​การสำรวจครั้งนี้ จัดทำผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยโฟกัสที่กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนที่เริ่มงานช่วงแรก อายุระหว่าง 22-35 ปี ที่จบระดับปริญญาตรีขึ้นไป อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล กว่า 11,452 คน  ผ่านคำถามที่ให้อิสระทางความคิดเพื่อให้ผู้ตอบคำถามสามารถตอบได้อย่างปราศจากการชี้นำ ว่าบริษัทที่คุณอยากร่วมงานด้วยที่สุดคือใครและเพราะอะไร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23664 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ WorkVenture พบว่าภาพรวมของปีนี้บริษัทขนาดใหญ่สัญชาติไทยยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จากการปรับตัวทั้งในเรื่องของสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงาน รวมถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนไทยที่ทำให้พัฒนานโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุด ทำให้บริษัทกลายเป็นที่รู้จักในฐานะองค์กรที่น่าทำงานด้วยมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น้อยหน้าไปกว่าบริษัทจากต่างประเทศ ที่เคยถูกมองว่าให้ประสบการณ์การทำงานที่ว้าวกว่า แต่ผลสำรวจของปีนี้กลับเป็นว่าไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไปแล้ว</p>
<p>ในปีที่ผ่านมาองค์กรต่าง ๆ ยังมีการปรับตัวและการแข่งขันในเรื่องการเข้าหาและรับฟังเรื่องราวการทำงานของคนเจน Z ซึ่งกำลังก้าวเข้ามาเป็นประชากรที่เกือบจะครึ่งหนึ่งของหลาย ๆ องค์กร พนักงานกลุ่มนี้มีแนวโน้มการทำงานที่มองตนเองเป็นสำคัญมากขึ้น เลือกในสิ่งที่ตนเองอยากทำจริง ๆ และมองหาความหมายในงานเหล่านั้น ทำให้พนักงานกลุ่มนี้ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนงานไปสู่สิ่งที่ตนเองมองว่าดีกับตัวเองมากกว่า และมีการเลือกงาน รวมถึงการพูดคุยทาง Social Media เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานก่อนที่จะตัดสินใจเลือกงาน กล่าวได้ว่าผลตอบแทนเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถจูงใจให้พนักงานเจน Z อยู่ในองค์กรได้</p>
<p>แต่ต้องมีการพูดถึงบริษัทในทางที่ดี มีสวัสดิการที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์และให้ความเป็นตัวเองมากขึ้น อีกทั้งการได้รับมอบหมายงานที่มีความเป็นรูปธรรมให้เห็นว่าผลสำเร็จของงานที่ทำเป็นส่วนใดของภาพใหญ่ของบริษัท จะยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้มีความภูมิใจและเลือกอยู่กับองค์กรต่อ</p>
<p>นอกจากนั้นบริษัทที่มีกลุ่มงานที่หลากหลายกลายเป็นที่สนใจเช่นกัน ด้วยความหวังว่าเมื่อเราเริ่มงานใหม่เราอาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความชอบหรือความถนัดด้านใด แต่หากเลือกทำงานในบริษัทที่มีห่วงโซ่ที่ครอบคลุมหลายด้าน จะเปิดโอกาสให้ได้ลองเรียนรู้และลงมือทำหลายสิ่ง หรืออาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสายงานภายในองค์กร คนรุ่นใหม่ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งที่ตนเองเรียนมามากเท่าพนักงานในอดีต แต่พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่แตกต่างจากสาขาที่ตนเองเรียนอีกด้วย หากบริษัทเปิดโอกาสให้ลองข้ามสายงานหรือเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมเพื่อค้นหาตัวตนโดยไม่มีประสบการณ์ทำงาน ก็จะเป็นองค์กรที่ได้รับความสนใจเช่นเดียวกัน ซึ่ง WorkVenture มองว่านี่เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่คนรุ่นใหม่กำลังปฏิบัติกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองค้นหาตัวตนที่เหมาะสม บริษัทที่เรียกร้องประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งระดับต้น ๆ จึงมักพลาดโอกาสที่จะได้รับแคนดิเดตหน้าใหม่</p>
<p>และนี่คือ <strong>Top50 Companies in Thailand 2024</strong> บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2567 บริษัทไหนที่ครองใจคนทำงานรุ่นใหม่มากที่สุดในช่วงเวลานี้? ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23660 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/1-5.jpg" alt="" width="801" height="1000" /></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23661 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/01/2-7.jpg" alt="" width="795" height="860" /></p>
<p><strong>อันดับ 1 | Google : กูเกิล</strong></p>
<p>ไม่แปลกใจเลยที่ Google ยังคงขึ้นแท่นอันดับหนึ่งบริษัทที่คนเก่งอยากร่วมงานมากที่สุด ติดต่อกันเป็นปีที่ 6! เพราะการได้เป็นพนักงานที่นี่นอกจากความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้วนสร้างความสุข และเติมเต็มชีวิตของทุกคนทั่วโลกแล้ว Google ยังมีสวัสดิการสุดว้าวที่กล้าพูดได้เลยว่าให้มากกว่า และไม่เหมือนใครในแบบของตัวเองตั้งแต่คุณก้าวเดินออกจากบ้านมาจนถึงบริษัทเลยทีเดียว ทั้ง รถรับ-ส่งพนักงานจากย่านที่อยู่อาศัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานและประชุมอย่างครบครัน! อาหารฟรี 3 มื้อ แบบครบหมู่ ไม่จำเจ และที่สำคัญอร่อย! นโยบาย 20 Percent Time ให้พนักงานใช้เวลาทำงาน 20% ไปคิดสร้างสรรค์ โปรเจกต์ที่สร้างประโยชน์ให้กับ Google มากที่สุด นอกจากนั้นยังมี แพทย์ประจำบริษัท ช่างตัดผม ห้องนอนพัก อุปกรณ์/โต๊ะทำงานสุดไฮเทค และอื่น ๆ อีกมากมายซึ่งทุกอย่างผ่านการคำนวณมาแล้วว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจให้กับพนักงานได้</p>
<p>นอกจากสวัสดิการแล้ว ที่น่าสนใจอีกอย่างสำหรับใครที่อยาก Upskill เร็ว ๆ ก็คือ เมื่อคุณได้เป็นพนักงานที่นี่ ก็เท่ากับว่าคุณได้ติด ‘ป้ายคนเก่ง’ ทันที เพราะ Google มีชื่อเสียงในเรื่องของการดึงเอาคนระดับหัวกะทิจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่! เมื่อถูกรายล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานเจ๋ง ๆ ความสามารถของคุณก็จะได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดแน่นอน</p>
<p><strong>อันดับ 2  | PTT : ปตท.</strong></p>
<p>องค์กรยักษ์ใหญ่ที่ทุกคนในไทยต้องรู้จักอย่างแน่นอนอย่าง ปตท.บริษัทพลังงานแห่งชาติที่เป็นรากฐานความมั่งคั่งและยั่งยืนของประเทศไทยมายาวนานกว่า 40 ปี นอกจากความมีชื่อเสียงแล้ว ปตท.ยังเป็นบริษัทที่โดดเด่นทั้งเรื่องค่าตอบแทนที่คุ้มค่าและการทุ่มเทงบประมาณไปกับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง โดยตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา ปตท. ได้ปรับกลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้ Fit in กับพนักงานส่วนใหญ่ที่เป็น Gen Y และ Gen Z โดยชู S-P-R-I-R-I-T เป็นค่านิยมหลักขององค์กร เน้นวัฒนธรรมองค์กรไปที่การทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง และการเปิดใจยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้ไม่มีปัญหาระหว่างคนต่างเจน และที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นบริษัทแรก ๆ ที่ ‘ส่งเสริมความหลากหลายในกลุ่มพนักงาน’ ให้ความเท่าเทียมกับทุกเพศ ทุกวัย อายุ ภูมิลำเนา ฯลฯ โดยมองที่ความสามารถเป็นหลักอย่างไม่มีปิดกั้น รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนสามารถโยกย้ายสายงานภายในบริษัทได้ เพื่อให้พนักงานทุกคนได้เติบโตและได้ทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง จึงไม่แปลกใจเลยที่คนรุ่นใหม่ยกให้ ปตท. เป็นบริษัทไทยที่พวกเขาอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด</p>
<p><strong>อันดับ 3 | SCG : เอสซีจี</strong></p>
<p>ปีนี้ SCG ก็ยังคงได้คะแนนความนิยมอย่างต่อเนื่อง และล้นหลามจากบรรดาเหล่าคนทำงานและคนรุ่นใหม่เพราะไม่เพียงแค่ธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและหลากหลาย SCG ยังขึ้นชื่อว่า &#8220;มีสวัสดิการที่ครองใจคนรุ่นใหม่มากที่สุด&#8217; อีกด้วย โดยเฉพาะสวัสดิการที่ไม่เหมือนใครอย่าง Flexible Benefits คือ ให้พนักงานทุกคนสามารถ จัดสรรงบสวัสดิการตามความต้องการของตนเองได้ เช่น พนักงาน Gen Z ที่มี Passion ในการท่องเที่ยว ก็สามารถแบ่งงบจากส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพไปใช้ในสวัสดิการที่ซัพพอร์ตการท่องเที่ยวแทนได้ และอีกสวัสดิการสุดพีคอย่าง Health Care &amp; Health Club คือ พนักงานสามารถใช้ facilities ที่บริษัทมอบให้ ทั้ง fitness center แบบพรีเมี่ยม คอร์ดแบดมินตัน สนามเทนนิส สนามบาสเกตบอล สนามกอล์ฟจำลอง รวมถึง Class ออกกำลังกายหลังเลิกงานต่าง ๆ</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น โยคะ HIIT ซุมบ้า มวยไทย อื่น ๆ อีกมากมาย และพนักงานทุกคนยังได้รับชั่วโมงเพื่อไปพัฒนาตัวเองกว่า 155 ชั่วโมงต่อปี นอกจากนี้ SCG ยังมอบทุนการศึกษาให้กับพนักงานที่รักการเรียนไป Take Course กับ Top 10 University ระดับโลกทุกปีด้วยนะ มากไปกว่านั้น SCG ยังมีทุนให้คนภายนอกอีกด้วย เอาเป็นว่าที่เกริ่นมานี่ยังไม่ถึง 10% ของสวัสดิการจาก SCG เลยล่ะ! กล้าจัดเต็มให้พนักงานแบบจุก ๆ ขนาดนี้ เชื่อแล้วว่าทำไมถึงไม่เคยหลุดโผบริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดเลย</p>
<p><strong>อันดับ 4 | Agoda : อโกด้า  </strong></p>
<p>องค์กระดับโลก ผู้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มจองที่พัก ท่องเที่ยว และตั๋วเครื่องบินแบบครบวงจรอย่าง Agoda ไต่ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ในปีนี้ และยังคงเป็นขวัญใจชาวออฟฟิศอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นที่ที่สามารถให้เงินเดือนและสวัสดิการได้เทียบเท่ากับการไปทำงานที่ต่างประเทศขอแค่คุณเก่งจริง! ซึ่งนอกจากเรื่องของค่าตอบแทนแล้ว สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปเริ่มต้นชีวิตการทำงานในองค์กรระดับโลกแห่งนี้กันสุด ๆ ก็คือ ที่นี่เปิดโอกาสให้เด็กจบใหม่ได้ลงมือทำจริงในโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ดีในช่วงเริ่มทำงาน อีกทั้งยังจะได้เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จากกว่า 90 สัญชาติทั่วโลก ในออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดของอโกด้าใจกลางกรุงเทพฯ และที่สำคัญการทำงานที่ Agoda นั้นยืดหยุ่นแบบสุด ๆ เพราะพนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้ 3 วันต่อสัปดาห์ ที่ไหนก็ได้ 30 วันต่อปี และมีวันหยุดเริ่มต้นมากถึง 15 วันต่อปี พร้อมส่วนลดที่พักมากมายเมื่อเข้าพักในโรงแรมที่เป็นพาร์ตเนอร์ บอกเลยว่า พนักงานรุ่นใหม่สายท่องเที่ยวพลาดไม่ได้เลยนะ สำหรับสวัสดิการที่โดนใจแบบนี้</p>
<p><strong>อันดับ 5 | Unilever : ยูนิลีเวอร์</strong></p>
<p>Unilever เป็นที่รู้จักดีจากการเป็นผู้ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันมากมายยาวนานกว่า 90 ปี นอกจากธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนแล้ว ยังเป็นที่รู้กันดีในหมู่คนทำงานว่า ‘ที่นี่มุ่งรักษาพนักงานให้ทำงานอยู่นาน ๆ’</p>
<p>โดยมีวัฒนธรรมการทำงานที่สนับสนุนพนักงานในทุกด้าน ทั้งรูปแบบการทำงานแบบผสมผสาน เช่น ให้พนักงานเข้าทำงานเพียง 2 วัน/สัปดาห์ นอกนั้นสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ตามอัธยาศัย และงดการประชุมทุกวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานรีบเคลียร์งานก่อนถึงวันหยุด ถ้าวันไหนมาทำงานที่ออฟฟิศก็ยังมีพื้นที่สำหรับพักผ่อนให้ได้ผ่อนคลายทุกช่วงเวลาที่ต้องการ ทั้งคาเฟ่ และห้องออกกำลังกาย เป็นต้น</p>
<p>Unilever จึงเป็นองค์กรระดับโลกที่ใส่ใจทั้งสุขภาพกายและใจของพนักงานอย่างดีที่สุด นอกจากนั้นยังสนับสนุนเรื่องการเรียนภาษาที่ 2 3 และ 4 ตามแต่ความสนใจของพนักงาน และให้พนักงานสามารถเติบโต ย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่ Unilever ทั่วโลกได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เรียกได้ว่า สวัสดิการที่นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกใจคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว</p>
<p><strong>อันดับ 6 | LINE : ไลน์</strong></p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า LINE เป็นแอปพลิเคชันการสื่อสารที่ครองใจคนไทยมากที่สุดในปัจจุบัน เพราะทุก ๆ วันเราต้องเปิดใช้แอปพลิเคชันนี้ อย่างน้อย 1 ครั้งอย่างแน่นอน ด้วยความฮอตของ LINE  จึงทำให้คนรุ่นใหม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบที่ตัวเองชอบและใช้งานอยู่ ที่นี่จึงเป็นองค์กรแรก ๆ ที่เหล่าคน Gen Z อยากร่วมงานด้วย แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด เพราะ LINE ยังมีสวัสดิการที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายให้คนรุ่นใหม่กด Love ทั้งวัฒนธรรมองค์กรสุดชิคที่ให้อิสระทางความคิดและการทำงานอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังมีสภาพแวดล้อมของออฟฟิศสุดโคซี่ อบอุ่น น่ารัก แถมเดินทางสะดวก มีสวัสดิการสุดว้าวมากมาย เช่น ข้าวเช้าและข้าวกลางวันฟรี! นวดฟรี 15 นาที ประกันสุขภาพครอบคลุมคู่สมรสและบุตร เงินขวัญถุง 20,000 บาทสำหรับการแต่งงาน และพนักงานผู้ชายคนใดที่มีบุตร ก็สามารถใช้สิทธิลาคลอดไปดูแลภรรยาได้อีกด้วยนะ โอ้โหหห &#8230; เข้าใจคนเจนใหม่ขนาดนี้ ไม่ให้ติดอันดับความนิยมยังไงไหว</p>
<p><strong>อันดับ 7 | Toyota Motor : โตโยต้า มอเตอร์      </strong></p>
<p>ที่นี่ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ เพราะ Toyota Motor มีวิธีการทำงานที่สามารถผลักดันให้พนักงานเก่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว! โดยโตโยต้าขึ้นชื่อเรื่องการทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอน และมีแบบแผนแต่ก็เปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและเสนอไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ นอกจากเรื่องสไตล์การทำงาน Toyota Motor ยังคงรักษามาตรฐานในเรื่องของ ‘โบนัส’ ที่สูงกว่าบริษัทอื่น ๆ เอาไว้ได้จากยอดขายและความนิยมในแบรนด์ที่มีมาอย่างยาวนาน</p>
<p>Toyota Motor จึงเหมาะจะเป็น ‘ที่ทำงานที่แรก’ ของคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้าไปพัฒนาตัวเองกับองค์กรที่มีแบบแผนการทำงานเป็นมาตรฐานและมีชื่อเสียงระดับโลก นอกจากสวัสดิการที่ครอบคลุมตั้งแต่ตัวพนักงานไปจนถึงครอบครัวแล้ว ที่นี่ยังสนับสนุนค่าเรียนภาษาและค่าเรียนปริญญาโทด้วย บอกเลยว่า ทำงานที่นี่คุณจะได้อัปเวลแบบเร็วสุด ๆ !</p>
<p><strong>อันดับ 8 | ThaiBev : ไทยเบฟ</strong></p>
<p>คนรุ่นใหม่ทั้งไทยและเทศเทใจให้ไม่หยุดกับไทยเบฟ ที่นอกจากจะเป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม และร้านอาหารชื่อดังมากมายแล้ว ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของการเป็นองค์กรแห่งความหลากหลาย ที่เปิดรับบุคลากรอย่างไม่จำกัดเพศ อายุ สัญชาติ ศาสนา โดยมอบ &#8220;โอกาสไร้ขีดจำกัด&#8221; ให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างถึงที่สุด นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาฝึกงานได้ลงมือทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อม ปรับตัวสู่การทำงานในอนาคต ปัจจุบันไทยเบฟมีอัตราส่วนพนักงานเป็น Gen Z มากที่สุด เรียกได้ว่าเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง และยังมีโปรแกรมพัฒนาการเรียนรู้ของพนักงานอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า ข้อเสนอปังสุด ๆ แบบที่คนรุ่นใหม่มองข้ามไม่ได้เลยล่ะ!</p>
<p><strong>อันดับ 9 | Mitr Phol : มิตรผล</strong></p>
<p>ยังคงยืนหนึ่งอยู่ในใจคนทำงานได้อย่างเหนียวแน่น สำหรับมิตรผล บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมน้ำตาลและ Bio-based เป็นที่รู้กันดีว่าทำงานที่นี่คุณจะเก่งขึ้น เติบโตขึ้นในทุก ๆ ด้าน เพราะมิตรผลเป็นที่ยอมรับในเรื่องของการให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง จนทำให้ติดอันดับ Top 10 ของ 50 บริษัทที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดมาถึง 3 ปีซ้อน! การทำงานที่มิตรผลจะเน้นให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำงานที่ท้าทาย สนับสนุนให้โอกาสในการแสดงฝีมือลงมือทำในโปรเจกต์ที่ต่อยอดได้จริงเพื่อผลักดันองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รวมถึงช่วยวาง Career ให้กับพนักงานในองค์กรจนมั่นใจว่าสามารถเติบโตได้ในธุรกิจที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังจัดสวัสดิการที่ดูแลสุขภาพทั้งพนักงานและครอบครัวให้อุ่นใจในการทำงาน วันลาพิเศษที่ตอบโจทย์คนทำงานในทุกช่วงวัย รวมถึงเปิดให้พนักงานสามารถเลือกเวลาเข้างานเพื่อ Balance ชีวิตได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย! นี่สิ&#8230;ถึงได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็ม ๆ</p>
<p><strong>อันดับ 10 | Bangchak : บางจาก   </strong></p>
<p>บางจาก ยังคงติดอันดับ ‘บริษัทมหาชนด้านพลังงานสัญชาติไทย’ ที่เป็นที่สนใจของพนักงานรุ่นใหม่มาอย่างยาวนานต่อเนื่องกันหลายปี เพราะนอกจากมีชื่อเสียงแล้ว ที่นี่โดดเด่นด้านการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้สนับสนุนการทํางานให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ช่วยลดกระบวนการและร่นเวลาการทำงานลงเท่านั้นที่ทำให้บางจากน่าสนใจ ที่นี่ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานรอบด้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น มีหลักสูตรอบรมหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการพนักงานทุก Generation การเปิดให้ขอทุนการศึกษา การให้พื้นที่แสดงความสามารถ การเปิดโอกาสให้คนภายในโยกย้ายสายงานก่อน ก็ล้วนเป็นสวัสดิการที่ส่งเสริมให้พนักงานเติบโตและสร้างผลงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บางจากยังผลักดันสตาร์ตอัปใหม่ ๆ ให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเข้าสู่สังคม ควบคู่ไปกับนโยบาย Greenovation (Green + Innovation) สร้างสรรค์นวัตกรรมสีเขียวเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เรียกได้ว่าทำงานที่นี่ได้ครบคุ้มทุกด้านจริง ๆ ทั้งเงินเดือน สวัสดิการ ความรู้ และการคืนคุณค่าให้แก่สังคม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/01/workventure-top-50-companies-thailand-2024/">เปิดโพล! สุดยอด 50 บริษัท ที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บุญรอดฯ ผนึก ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี พัฒนานวัตกรรมผลิตวัสดุหมุนเวียน  ลดใช้ทรัพยากร ต่อยอดธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/boonrawd-collab-ptt-and-irpc-drive-waste-management-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 08 Nov 2023 14:34:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-Circular-Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Pallet]]></category>
		<category><![CDATA[PIPATCHARA]]></category>
		<category><![CDATA[POLIMAXX]]></category>
		<category><![CDATA[rHDPE]]></category>
		<category><![CDATA[rHDPE พาเลท]]></category>
		<category><![CDATA[rPET]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์ อิ่มแสง]]></category>
		<category><![CDATA[กากมอลต์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บุญรอด]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[ประสงค์ อินทรหนองไผ่]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ภิรมย์ภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[อัพไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[ไออาร์พีซี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22212</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ลงนามความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมต่อยอดวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต สร้างผลิตภัณฑ์หมุนเวียน (Returnable Equipment) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าโครงการนำร่องรีไซเคิลพลาสติกผ่านผลิตภัณฑ์ต้นแบบอย่างลังน้ำและโซดาขวดเปลี่ยน ผลิตจาก rPET และ rHDPE พาเลท (Pallet) ผลิตจาก rHDPE และกากมอลต์ นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ให้ความสำคัญ คือ การดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “องค์กร ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมต้องมีความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในกลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ทั้งหมด เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/boonrawd-collab-ptt-and-irpc-drive-waste-management-project/">บุญรอดฯ ผนึก ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี พัฒนานวัตกรรมผลิตวัสดุหมุนเวียน  ลดใช้ทรัพยากร ต่อยอดธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) </strong>และ <strong>บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) </strong>ลงนามความร่วมมือพัฒนานวัตกรรมต่อยอดวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต สร้างผลิตภัณฑ์หมุนเวียน (Returnable Equipment) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าโครงการนำร่องรีไซเคิลพลาสติกผ่านผลิตภัณฑ์ต้นแบบอย่างลังน้ำและโซดาขวดเปลี่ยน ผลิตจาก rPET และ rHDPE พาเลท (Pallet) ผลิตจาก rHDPE และกากมอลต์</p>
<p><span id="more-22212"></span></p>
<p><strong>นายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</strong> เปิดเผยว่า หนึ่งในแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ให้ความสำคัญ คือ การดำเนินธุรกิจบนความยั่งยืน การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าโดยไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “องค์กร ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมต้องมีความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน”</p>
<p>ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทำโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในกลุ่มบริษัทบุญรอดฯ ทั้งหมด เช่น เสื้อยูนิฟอร์มพนักงานจากผ้าที่ผลิตจากขวด PET การแยกขยะ การใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนโครงการที่ทำกับชุมชนและสังคมอีกหลายโครงการ ล่าสุดได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นของไทยที่เป็นที่รู้จักในวงการแฟชั่นทั่วโลกอย่าง PIPATCHARA ดีไซน์กระเป๋ารุ่นพิเศษที่ผลิตจากผ้าที่ Upcycling มาจากขวดพลาสติก PET 100%</p>
<p>&#8220;ในแต่ละปี เรามีวัสดุเหลือจากระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก น่าจะสามารถนำมาสร้างประโยชน์ต่อยอดได้อย่างคุ้มค่า จึงเป็นที่มาของการลงนามความร่วมมือกับ บริษัทฯ ปตท. และ ไออาร์พีซี ในครั้งนี้ เราเชื่อว่า ด้วยความรู้ความชำนาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยของทั้งแต่ละบริษัทฯ จะสามารถร่วมกันพัฒนาและสร้างนวัตกรรมใหม่จากวัสดุในกระบวนการผลิตให้เป็นประโยชน์มากที่สุด อีกทั้งยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&#8221;​</p>
<p><strong>นายประสงค์ อินทรหนองไผ่</strong> <strong>รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ยึดมั่นในพันธกิจรักษาความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ   เป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593</p>
<p>โดยส่วนหนึ่งได้นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทานให้เกิดเป็นรูปธรรม มุ่งปฏิวัติรูปแบบการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณของเสียตลอดกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และรักษาสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือในครั้งนี้ กลุ่ม ปตท. โดย PRISM (Petrochemical and Refining Integrated Synergy Management) แพลตฟอร์มความร่วมมือระหว่างบริษัทในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ผลักดันให้เกิดการผสานองค์ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรจากทั้ง 3 หน่วยงาน นำวัสดุเหลือใช้ ในกระบวนการผลิตมาต่อยอดและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพ และเจตนารมย์องค์กรชั้นนำของไทย ที่จะจุดพลังและขยายความร่วมมือระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนอนาคตที่ดีให้แก่โลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><strong>นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>IRPC</strong> กล่าวว่า IRPC ดำเนินธุรกิจตามวิสัยทัศน์องค์กร “สร้างสรรค์นวัตกรรมการใช้วัสดุและพลังงาน เพื่อชีวิตที่ลงตัว” ด้วยการใช้นวัตกรรมสร้างการเติบโต ควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดยโครงการนี้ เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและใช้ประโยชน์ของทรัพยากรอย่างสูงสุด โดยบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว ประเภทใช้ครั้งเดียวสู่ผลิตภัณฑ์หมุนเวียน ผ่านผลิตภัณฑ์แบรนด์<strong> “POLIMAXX”</strong> สร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายทั้งในกลุ่มรีไซเคิลและพลาสติกที่มีพืชเป็นส่วนผสมหลักในการผลิต (Bio-Based)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22215 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/BR-PTT-IRPC2-1.jpg" alt="" width="1200" height="703" /></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG)</p>
<p>นอกจากนี้ IRPC ยังได้ร่วมผลักดันการสร้างความสมดุลและความยั่งยืน หรือ ESG โดยตั้งเป้าหมายและกำหนดแนวทางองค์กรเพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์หรือ Net Zero Emission ภายในปี 2603 เพื่อก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p><strong><em>นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการเดินหน้าธุรกิจภายใต้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนของบริษัทไทยชั้นนำอย่าง บุญรอดบริวเวอรี่ ปตท. และ ไออาร์พีซี ที่จับมือพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์หมุนเวียนจากวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ที่กำหนดไว้ในปี </em></strong><strong><em>2608 </em></strong><strong><em>ได้ต่อไป</em></strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/boonrawd-collab-ptt-and-irpc-drive-waste-management-project/">บุญรอดฯ ผนึก ปตท. &#8211; ไออาร์พีซี พัฒนานวัตกรรมผลิตวัสดุหมุนเวียน  ลดใช้ทรัพยากร ต่อยอดธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Apr 2023 07:19:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[BIG]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[CJPT]]></category>
		<category><![CDATA[Commercial Japan Partnership Technologies]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[Hydrogen Station]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero GHG Emissions]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[TMT]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18016</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (BIG)  ต่อยอด “โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง “PTT – OR – TOYOTA – BIG” ที่ได้เปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขีดความสามารถ สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในการเติม Hydrogen จากที่สามารถเติมให้กับรถยนต์ Toyota [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/">PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ปตท. จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) (</strong><strong>ปตท.</strong><strong>) </strong><strong>บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (</strong><strong>OR) </strong><strong>บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด </strong><strong>(TMT) </strong><strong>และ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด </strong><strong>(BIG) </strong> ต่อยอด “<strong>โครงการความร่วมมือวิจัยและพัฒนาระบบสาธิตการใช้ Hydrogen ในรถ FCEV</strong>”</p>
<p><span id="more-18016"></span></p>
<p>ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง “PTT – OR – TOYOTA – BIG” ที่ได้เปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ไปเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา โดยได้เพิ่มขีดความสามารถ สถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในการเติม Hydrogen จากที่สามารถเติมให้กับรถยนต์ Toyota Mirai ซึ่งมีความจุ Hydrogen ที่ 5.6 กิโลกรัม เพิ่มเป็นความจุสูงสุดที่ 50 กิโลกรัม เพื่อขยายผลการใช้งานในรถยนต์ประเภทต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังส่งผลให้ประหยัดเวลาในการเติมเชื้อเพลิงอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18018 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ซึ่งไฮโดรเจนจากบีไอจีเป็นพลังงานสะอาดและมาจากเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยในวันที่ 20 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมาได้มีการทดสอบการเติมไฮโดรเจนให้กับรถบรรทุกรถหัวลาก และรถโดยสารพลังงานไฮโดรเจน นับเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำรถกลุ่มนี้เข้ามาทดสอบการใช้งานในประเทศไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18017 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยกิจกรรมทดสอบการใช้งานรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทภาคียานยนต์ญี่ปุ่นชั้นนำ ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ,บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ส จำกัด, บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น, บริษัท ไดฮัทสุ มอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส จำกัด ในนาม Commercial Japan Partnership Technologies (CJPT) ที่มีเป้าหมายในการขยายพันธมิตรภายในภูมิภาคเอเชีย เพื่อขยายผลการดำเนินงานด้านการจัดการพลังงานทางเลือก (Energy Solution) และด้านการขับเคลื่อน (Mobility Solution) จึงได้นำเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตเข้ามาจัดแสดงในประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแนะนำยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดหลากหลายรูปแบบให้ทุกภาคส่วนได้ทดลองใช้งาน ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานเพื่อให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18020 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/FCEV2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/ptt-or-toyota-big-expand-hydrogen-station-for-fcev/">PTT-OR-TOYOTA-BIG ร่วมต่อยอดพัฒนาสถานีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Station) ให้พร้อมรองรับกลุ่มรถบรรทุกขนส่งและรถหัวลาก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SC Asset x GPSC ลุยศึกษานวัตกรรมพลังงานสะอาด ป้อนตลาดอสังหาฯ  ดันเป็นโมเดลร่วมมือต่อยอดพัฒนาธุรกิจรับเทรนด์โลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/scasset-x-gpsc-study-renewable-energy-for-real-estate/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 10 Jul 2022 13:30:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GPSC]]></category>
		<category><![CDATA[Property]]></category>
		<category><![CDATA[Real Estate]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[SC Asset]]></category>
		<category><![CDATA[ดิเรก ตยาดี]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอสังหา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รสยา เธียรวรรณ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12767</guid>

					<description><![CDATA[<p>SC Asset จับมือ GPSC รุกพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด วางระบบบริหารจัดการไฟฟ้า ป้อนโครงการอสังหาฯ ในพื้นที่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ดันเป็นโมเดล ก่อนขยายผลสู่โครงการอื่น   พร้อมต่อยอดธุรกิจไฟฟ้ารูปแบบใหม่  สอดรับเทรนด์พลังงานโลก มั่นใจตอบโจทย์กระแสผู้บริโภค ห่วงใยสิ่งแวดล้อม เน้นใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า นางรสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า  GPSC ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ นายดิเรก ตยาดี Head of Tech Solutions บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพลังงานทดแทน และนวัตกรรมด้านพลังงาน ในพื้นที่แผนการพัฒนาของ SC Asset ทั้งในส่วนของบ้านเดี่ยว [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scasset-x-gpsc-study-renewable-energy-for-real-estate/">SC Asset x GPSC ลุยศึกษานวัตกรรมพลังงานสะอาด ป้อนตลาดอสังหาฯ  ดันเป็นโมเดลร่วมมือต่อยอดพัฒนาธุรกิจรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SC Asset </strong><strong>จับมือ </strong><strong>GPSC </strong><strong>รุกพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด วางระบบบริหารจัดการไฟฟ้า ป้อนโครงการอสังหาฯ ในพื้นที่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ดันเป็นโมเดล ก่อนขยายผลสู่โครงการอื่น   พร้อมต่อยอดธุรกิจไฟฟ้ารูปแบบใหม่  สอดรับเทรนด์พลังงานโลก มั่นใจตอบโจทย์กระแสผู้บริโภค ห่วงใยสิ่งแวดล้อม เน้นใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า</strong><span id="more-12767"></span></p>
<p><strong>นางรสยา เธียรวรรณ</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า  GPSC ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ <strong>นายดิเรก ตยาดี</strong> Head of Tech Solutions บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC Asset เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพลังงานทดแทน และนวัตกรรมด้านพลังงาน ในพื้นที่แผนการพัฒนาของ SC Asset ทั้งในส่วนของบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน โดยมีแผนการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานที่ทันสมัย และระบบบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้ามาประยุกต์ใช้ในพื้นที่แผนการพัฒนา เพื่อมุ่งบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี</p>
<p>ทั้งนี้ GPSC ในฐานะบริษัทฯ ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านระบบผลิตไฟฟ้าและสาธารณูปโภค และเป็น Power Flagship ของกลุ่ม ปตท. จะร่วมมือกับ SC Asset ในการศึกษา ความเป็นไปได้ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบไฟฟ้า และการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพในพื้นที่ของโครงการ โดยมีแผนนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p>สำหรับ SC Asset โดยนายดิเรก ตยาดี Head of Tech Solutions  กล่าวว่า “ความร่วมมือกับ GPSC ในครั้งนี้  จะเป็นโมเดลของการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดรองรับเทรนด์โลกอนาคต ในโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงาน ภายใต้นโยบาย SCero Mission  เพื่อการเติบโตบนวิถีโลกใหม่ ไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าสู่สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สำหรับทุก generation ในอนาคต”</p>
<p>ความร่วมมือดังกล่าว เป็นก้าวสำคัญของสององค์กร ที่จะร่วมกันศึกษาและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านไฟฟ้าในโครงการอสังหาฯ  เพื่อใช้เป็นต้นแบบ (Model) การบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นำไปสู่การต่อยอด และพัฒนารูปแบบธุรกิจไฟฟ้าใหม่ๆ ที่เน้นการใช้พลังงานสะอาด ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสามารถขยายผลการศึกษาและการ พัฒนาพื้นที่โครงการอื่นๆ ตามสภาวะปัจจุบันที่กระแสโลกมุ่งเน้นการใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ไปสู่พลังงานสะอาด มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12769 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/SC-ASSET2.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>นางรสยา กล่าวเสริมว่า แผนการดำเนินงานร่วมกันในครั้งนี้ เป็นการศึกษาที่จะครอบคลุมถึงการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ ความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิค ด้านตลาด โครงสร้างราคา  เพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนารูปแบบธุรกิจ รูปแบบความร่วมมือ โดยคำนึงถึงการลดต้นทุนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยจะมีขอบเขตของความร่วมมือและพัฒนา ดังนี้</p>
<p>1. การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดร่วมกับการนำแบตเตอรี่มาใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงานและระบบไฟฟ้าสำรอง</p>
<p>2. การนำระบบการจัดการพลังงานไฟฟ้า Energy Management System มาพัฒนาสำหรับใช้บริหารจัดการไฟฟ้าในพื้นที่ของโครงการในอนาคต เช่น อาคารสำนักงานให้เช่า ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน</p>
<p>3. ศึกษาและพัฒนาด้านการพัฒนาธุรกิจรูปแบบอื่นๆ เช่น ระบบความปลอดภัยด้านไฟฟ้าภายในบ้านและอาคาร</p>
<p>4. การนำแอพลิเคชั่นด้านการบริหารจัดการพลังงานหรือแอพลิเคชั่นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เข้าไปทดลองใช้ร่วมกับ Super application ของ SC Asset เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home</p>
<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นการพัฒนาระบบนวัตกรรมไฟฟ้าที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด และเกิดความคุ้มค่าในการใช้พลังงาน ซึ่งจะเป็นทางเลือกที่สำคัญตามแนวทางของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/scasset-x-gpsc-study-renewable-energy-for-real-estate/">SC Asset x GPSC ลุยศึกษานวัตกรรมพลังงานสะอาด ป้อนตลาดอสังหาฯ  ดันเป็นโมเดลร่วมมือต่อยอดพัฒนาธุรกิจรับเทรนด์โลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>OR เร่งลงทุน EV Ecosystem ขยายสถานีชาร์จ 7 พันแห่งทั่วประเทศ พร้อมสร้างแบรนด์ Ultra EV เจาะโฮมยูส</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/or-invest-ev-ecosystem-total-solutions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jun 2022 23:17:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[EV Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station]]></category>
		<category><![CDATA[EV Station PluZ]]></category>
		<category><![CDATA[FIT Auto]]></category>
		<category><![CDATA[Gas Station]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[Seamless Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Ultra EV]]></category>
		<category><![CDATA[จิราพร ขาวสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีชาร์จ EV]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีบริการน้ำมัน]]></category>
		<category><![CDATA[โออาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11863</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อผู้นำในกลุ่มธุรกิจสถานีบริการน้ำมันอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในเครือ ปตท. ​ประกาศความพร้อมในการเป็นผู้ร่วมสนับสนุนทุกการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดก็ตาม โดยพร้อมที่จะร่วมผลักดันการใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางและการขนส่งอย่างเต็มที่  เพื่อให้ช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งนี้ OR เตรียมพร้อมลงทุนทั้งเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งานรถ EV อย่างครบวงจร รวมทั้งการเป็นผู้นำตลาดในการผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางและการขนส่งให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ตามพันธกิจ Seamless Mobility โดยจะเป็นผู้ลงทุน ผู้ให้บริการ และเป็นผู้ขับเคลื่อนให้การใช้ EV เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและการประกอบธุรกิจ คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หนึ่งในพันธกิจของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ขณะที่​แนวโน้มการใช้พลังงานในการเดินทางและการขนส่งของผู้คนในปัจจุบันเริ่มมีความสนใจและขยับมาสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น OR จะร่วมสนับสนุนช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ให้เกิดขึ้นอย่างไร้รอยต่อมากที่สุด ก่อนหน้านี้ OR ได้เริ่มเตรียมความพร้อมการลงทุนสถานีชาร์จรถ EV มาตั้งแต่ปลายปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/or-invest-ev-ecosystem-total-solutions/">OR เร่งลงทุน EV Ecosystem ขยายสถานีชาร์จ 7 พันแห่งทั่วประเทศ พร้อมสร้างแบรนด์ Ultra EV เจาะโฮมยูส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อผู้นำในกลุ่มธุรกิจสถานีบริการน้ำมันอย่าง <strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ OR ในเครือ ปตท. ​ประกาศความพร้อมในการเป็นผู้ร่วมสนับสนุนทุกการเดินทางและการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะต้องการพลังงานชนิดใดก็ตาม โดยพร้อมที่จะร่วมผลักดันการใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางและการขนส่งอย่างเต็มที่  เพื่อให้ช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปได้อย่างไร้รอยต่อ</p>
<p><span id="more-11863"></span></p>
<p>ทั้งนี้ OR เตรียมพร้อมลงทุนทั้งเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับการใช้งานรถ EV อย่างครบวงจร รวมทั้งการเป็นผู้นำตลาดในการผลักดันการใช้พลังงานไฟฟ้า สำหรับการเดินทางและการขนส่งให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ตามพันธกิจ<strong> Seamless Mobility</strong> โดยจะเป็นผู้ลงทุน ผู้ให้บริการ และเป็นผู้ขับเคลื่อนให้การใช้ EV เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและการประกอบธุรกิจ</p>
<p><strong>คุณจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)</strong> เปิดเผยว่า หนึ่งในพันธกิจของ OR คือการสร้าง Seamless Mobility  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ขณะที่​แนวโน้มการใช้พลังงานในการเดินทางและการขนส่งของผู้คนในปัจจุบันเริ่มมีความสนใจและขยับมาสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น OR จะร่วมสนับสนุนช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ให้เกิดขึ้นอย่างไร้รอยต่อมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11907 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/OR1.jpg" alt="" width="1200" height="815" /></p>
<p>ก่อนหน้านี้ OR ได้เริ่มเตรียมความพร้อมการลงทุนสถานีชาร์จรถ EV มาตั้งแต่ปลายปี 2561 เพื่อทดสอบและเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคและเรียนรู้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน จนทำให้ปัจจุบันมีสถานีชาร์จ <strong>EV Station PluZ</strong>  ทั้งสิ้น 107 แห่ง ทั้งในและนอกสถานีบริการ PTT Station (ณ 31 มีนาคม 2565) โดยมีเป้าหมายที่จะขยายให้ครบ 450 แห่งภายในปี 2565 และเพิ่มเป็น  7,000 แห่งภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) หรือในอีก 8 ปีข้างหน้า</p>
<p><strong>เร่งลงทุน​ให้ครบทั้ง EV Ecosystem</strong></p>
<p>นอกจากนี้ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน EV Station PluZ เพื่อเป็น One Stop Service แพลตฟอร์มในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่รถ EV ทั้งการค้นหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ  การจองเข้าใช้บริการ การชำระเงินออนไลน์ และตรวจสอบประวัติการใช้งานต่างๆ ได้ภายใน App เดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11908 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/OR6-EV-App.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ในอนาคตอันใกล้ <strong>ศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto</strong> จะสามารถให้บริการซ่อมรถ EV ได้ โดย OR จะร่วมมือกับค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ที่ทยอยเปิดตัวเข้ามาทำตลาด EV ในประเทศไทย รวมถึงการเปิด <strong>“ศูนย์ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ FIT Auto” </strong>เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรที่ปฏิบัติงานประจำศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto และเชื่อมโยงการให้บริการไปบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อสร้างให้เกิดประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้บริโภค</p>
<p>“<em>OR ​​มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำตลาดในสถานีชาร์จ EV โดยมี EV Station PluZ ที่ครอบคลุมเส้นทางเดินทางทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำในธุรกิจ Fast Fit ที่ให้บริการ EV ของ FIT Auto เพื่อสร้างความอุ่นใจในการใช้งาน EV ให้กับผู้บริโภค และขับเคลื่อนให้การใช้ EV เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในประเทศไทย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11910 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/OR2-Fit-Auto.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกเหนือจากการให้บริการด้านสถานีชาร์จรถไฟฟ้าและศูนย์บริการยานยนต์แล้ว OR ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการบริการอื่น ๆ ​เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ดีในการใช้รถ EV เช่น เครื่องชาร์จ EV สำหรับติดตั้งในที่พักภายใต้แบรนด์ <strong>Ultra EV</strong> รวมทั้งร่วมมือกับพันธมิตรค่ายรถ EV ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในการพัฒนารูปแบบการให้บริการเช่ารถไฟฟ้าสำหรับฟลีทขนส่ง อีกทั้ง OR ยังหาโอกาสการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องด้าน Mobility ที่จะเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากน้ำมันไปสู่ไฟฟ้าอย่างไร้รอยต่อ และเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งาน EV ให้ได้มากที่สุด</p>
<p>โดยในช่วงปลายปี OR จะเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 39  หรือ Motor Expo 2022 ใน EV Zone ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการของ OR ที่ช่วยตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ใช้รถ EV และผู้ที่สนใจ เพื่อให้ความมั่นใจว่า OR จะมีเทคโนโลยีและบริการต่าง ๆ รองรับการใช้งานรถ EV อย่างครบวงจรอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11909 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/OR5-EV.jpg" alt="" width="1200" height="600" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/or-invest-ev-ecosystem-total-solutions/">OR เร่งลงทุน EV Ecosystem ขยายสถานีชาร์จ 7 พันแห่งทั่วประเทศ พร้อมสร้างแบรนด์ Ultra EV เจาะโฮมยูส</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
