<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์กรคาร์บอนต่ำ &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Mar 2026 13:26:35 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>องค์กรคาร์บอนต่ำ &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 12:12:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Low carbon Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[SPC]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขนส่งสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[รถบรรทุกไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒนพิบูล]]></category>
		<category><![CDATA[สหพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40388</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความยั่งยืนที่วัดผลได้ สหพัฒนพิบูล หรือ SPC เผยผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาระบบขนส่งคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานทดแทน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) ได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,596 ต้น พร้อมทั้งนำพลังงานแสงอาทิตย์จากระบบ Solar Rooftop มาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้เดินหน้าพัฒนาแนวทาง Low-carbon Logistics ผ่านการนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้ในกระบวนการขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้งาน EV Truck ในปี 2568 ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคม – ธันวาคม 2568 สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/">สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความยั่งยืนที่วัดผลได้ สหพัฒนพิบูล หรือ </strong><strong>SPC </strong><strong>เผยผลสำเร็จจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาระบบขนส่งคาร์บอนต่ำและการใช้พลังงานทดแทน </strong></p>
<p><span id="more-40388"></span></p>
<p><strong>โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (</strong><strong>EV Truck) </strong><strong>ได้ถึง 23</strong><strong>,</strong><strong>936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (</strong><strong>kgCO</strong><strong>2</strong><strong>e</strong><strong>) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1</strong><strong>,</strong><strong>596 ต้น พร้อมทั้งนำพลังงานแสงอาทิตย์จากระบบ </strong><strong>Solar Rooftop </strong><strong>มาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาว</strong></p>
<p><strong>บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>SPC </strong>ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำของไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้เดินหน้าพัฒนาแนวทาง Low-carbon Logistics ผ่านการนำรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) มาใช้ในกระบวนการขนส่งสินค้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบโลจิสติกส์อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40506 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-SPC6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จากข้อมูลการใช้งาน EV Truck ในปี 2568 ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคม – ธันวาคม 2568 สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 23,936 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 1,596 ต้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน</p>
<p>นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการติดตั้งระบบ Solar Rooftop เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในอาคารสำนักงานและคลังสินค้า ช่วยลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากภายนอก และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงานขององค์กร</p>
<p>ปัจจุบัน สหพัฒนพิบูล ได้นำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar Rooftop มาใช้ในสถานที่หลัก ได้แก่ สำนักงานใหญ่ คลังสินค้าร่มเกล้า และคลังสินค้าศรีราชา เพื่อเป็นพลังงานทางเลือกที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40507 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/Re-SPC2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>การนำ EV Truck และพลังงานจาก Solar Rooftop มาใช้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนขององค์กร ที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบและสามารถวัดผลได้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์และการใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร</p>
<p>สหพัฒนพิบูล ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/spc-sahapat-low-carbon-strategy/">สหพัฒนพิบูล เผยผล​ Decarbonization ส่งเสริม EV Trucks และ Renewable ขับเคลื่อนสู่ &#8216;องค์กรคาร์บอนต่ำ&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC จับมือ OR ร่วมมือด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/10/gc-and-or-mou-sustainable-aviation-fuel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Oct 2024 14:40:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Solution Provider]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[SAF]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Aviation Fuel]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ดิษทัต ปันยารชุน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29366</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ลงนามบันทึกข้อตกลงในความร่วมมือกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เพื่อศึกษาโอกาสทางการตลาดและกลยุทธ์การขายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนของประเทศไทย GC มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ด้วยการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2593 พร้อมผสานแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่การกับพัฒนาธุรกิจ จึงเกิดการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ผสานเทคโลยีการกลั่น  ขั้นสูงสู่การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ซึ่งถือเป็นพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable &#38; Sustainable Energy ที่มีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม OR กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่การเป็น Energy Solution Provider ด้วยแนวทางการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขยายสู่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถผสมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF เข้ากับน้ำมัน JET  โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เป็นหลักการเดียวกับการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน หรือ การผสมไบโอดีเซลกับน้ำมันดีเซล ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาคการบินทั้งสายการบินในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ.2608 นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญด้านโรงกลั่นน้ำมัน โดยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพโรงกลั่นสู่การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนหรือ SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว การบุกเบิกผลิตภัณฑ์ SAF ในเชิงพาณิชย์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/gc-and-or-mou-sustainable-aviation-fuel/">GC จับมือ OR ร่วมมือด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;"><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ<strong> GC</strong> ลงนามบันทึกข้อตกลงในความร่วมมือกับ <strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ<strong> OR </strong>เพื่อศึกษาโอกาสทางการตลาดและกลยุทธ์การขายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินที่ยั่งยืนของประเทศไทย</p>
<p style="font-weight: 400;"><span id="more-29366"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">GC มุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ ด้วยการกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2593 พร้อมผสานแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ควบคู่การกับพัฒนาธุรกิจ จึงเกิดการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ยั่งยืนด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) ผสานเทคโลยีการกลั่น  ขั้นสูงสู่การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF ซึ่งถือเป็นพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable &amp; Sustainable Energy ที่มีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p style="font-weight: 400;">OR กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่การเป็น Energy Solution Provider ด้วยแนวทางการพัฒนาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขยายสู่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถผสมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน หรือ SAF เข้ากับน้ำมัน JET  โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เป็นหลักการเดียวกับการผสมเอทานอลกับน้ำมันเบนซิน หรือ การผสมไบโอดีเซลกับน้ำมันดีเซล ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาคการบินทั้งสายการบินในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง SAF เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ.2608</p>
<p style="font-weight: 400;"><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-29369 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/GC-OR1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร </strong><strong>GC</strong> กล่าวว่า GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ มีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความเชี่ยวชาญด้านโรงกลั่นน้ำมัน โดยเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพโรงกลั่นสู่การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนหรือ SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว การบุกเบิกผลิตภัณฑ์ SAF ในเชิงพาณิชย์ สู่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย มีทั้งโอกาสและความท้าทาย ซึ่งความร่วมมือระหว่าง GC และ OR ในฐานะผู้นำด้านการตลาดและการจำหน่ายน้ำมันอากาศยานของไทย จะเป็นแรงผลักดันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้สำเร็จ</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร</strong><strong> OR</strong> กล่าวว่า &#8220;ความร่วมมือระหว่าง OR และ GC ในครั้งนี้  OR ในฐานะผู้นำการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานของไทย มุ่งมั่นที่จะแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกับ GC ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนระดับสากล เพื่อศึกษาและนำน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) จากกระบวนการ Co-Processing ของ GC มาใช้ในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้สายการบินทั้งในประเทศและสายการบินระหว่างประเทศได้ใช้ SAF เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ยังสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2608 และยังเป็นการปฏิบัติตามมาตรฐานของ ICAO และ IATA ในอนาคต  นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบายการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านพลังงาน (Energy Solution Provider) ของ OR เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันต่อไป</p>
<p style="font-weight: 400;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29368 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/10/GC-OR2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p style="font-weight: 400;">GC และ OR ผนึกกำลังผสานจุดแข็งร่วมกันเพื่อยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ในกลุ่ม ปตท.  และร่วมผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่งผลให้ตอบสนองความต้องการของตลาดในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/10/gc-and-or-mou-sustainable-aviation-fuel/">GC จับมือ OR ร่วมมือด้านเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ร่วมกัน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>finbiz by ttb แนะวิธีลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจ มุ่งสู่การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/finbiz-by-ttb-advice-to-decarbonization/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Sep 2024 04:45:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ttb]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28670</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันแต่ละองค์กรกำลังให้ความสำคัญและตื่นตัวกับแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตามกรอบ ESG โดยสิ่งหนึ่งที่สำคัญในมิติของสิ่งแวดล้อม คือการจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ เป็นอันดับแรก ด้วยการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร finbiz by ttb ขอนำเสนอแนวทางที่อาจทำให้ SME สามารถเริ่มต้นและจัดลำดับการจัดการได้ไม่ยาก โดยแบ่งเป็น 3 Scope ดังนี้ เริ่มจาก Scope 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง จากกิจกรรมของธุรกิจเอง และมักมีผลกระทบต่อธุรกิจมากที่สุด โดยสามารถแยกการวัดใน Scope นี้ออกเป็น &#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ เช่น การผลิตไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำที่ใช้เองภายในองค์กร การเผาไหม้ของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น การเผาไหม้ของ Generator การเผาไหม้ LPG เพื่อปรุงอาหาร การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ โดยเก็บข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ในแต่ละเครื่องจักรและอุปกรณ์ ใช้หน่วยเป็นลิตรหรือกิโลกรัม &#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจากยานพาหนะที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์ รถตัดหญ้า หรือยานพาหนะที่องค์กรมีอำนาจในการควบคุมปริมาณการใช้เชื้อเพลิง เช่น รถเช่า เรือ เครื่องบิน รถไฟ เฮลิคอปเตอร์ นำมารวมทั้งหมด การเก็บข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างง่าย เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มักจะมีระบบจัดเก็บอยู่แล้วว่าแต่ละเดือนใช้เชื้อเพลิงไปกี่ลิตร &#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกระบวนการผลิต ไม่ได้เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงจากเชื้อเพลิง แต่เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิต เช่น กระบวนการ Calcinations ของการผลิตปูนซีเมนต์ &#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/finbiz-by-ttb-advice-to-decarbonization/">finbiz by ttb แนะวิธีลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจ มุ่งสู่การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">ปัจจุบันแต่ละองค์กรกำลังให้ความสำคัญและตื่นตัวกับแนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ตามกรอบ ESG โดยสิ่งหนึ่งที่สำคัญในมิติของสิ่งแวดล้อม คือการจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ เป็นอันดับแรก ด้วยการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร</p>
<p><span id="more-28670"></span></p>
<p><strong>finbiz by ttb</strong> ขอนำเสนอแนวทางที่อาจทำให้ SME สามารถเริ่มต้นและจัดลำดับการจัดการได้ไม่ยาก โดยแบ่งเป็น 3 Scope ดังนี้</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>เริ่มจาก </strong><strong>Scope </strong><strong>1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง </strong>จากกิจกรรมของธุรกิจเอง และมักมีผลกระทบต่อธุรกิจมากที่สุด โดยสามารถแยกการวัดใน Scope นี้ออกเป็น</p>
<p><strong>&#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ </strong>เช่น การผลิตไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำที่ใช้เองภายในองค์กร การเผาไหม้ของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น การเผาไหม้ของ Generator การเผาไหม้ LPG เพื่อปรุงอาหาร การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ โดยเก็บข้อมูลปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ในแต่ละเครื่องจักรและอุปกรณ์ ใช้หน่วยเป็นลิตรหรือกิโลกรัม</p>
<p><strong>&#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ </strong>เช่น การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจากยานพาหนะที่องค์กรเป็นเจ้าของ เช่น รถยนต์ รถบรรทุก รถโฟล์คลิฟท์ รถตัดหญ้า หรือยานพาหนะที่องค์กรมีอำนาจในการควบคุมปริมาณการใช้เชื้อเพลิง เช่น รถเช่า เรือ เครื่องบิน รถไฟ เฮลิคอปเตอร์ นำมารวมทั้งหมด การเก็บข้อมูลส่วนนี้ค่อนข้างง่าย เพราะปัจจุบันองค์กรส่วนใหญ่มักจะมีระบบจัดเก็บอยู่แล้วว่าแต่ละเดือนใช้เชื้อเพลิงไปกี่ลิตร</p>
<p><strong>&#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากกระบวนการผลิต </strong>ไม่ได้เกิดจากการเผาไหม้โดยตรงจากเชื้อเพลิง แต่เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีในกระบวนการผลิต เช่น กระบวนการ Calcinations ของการผลิตปูนซีเมนต์</p>
<p><strong>&#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหล และอื่นๆ</strong>เช่น การบำบัดน้ำเสีย หรือการรั่วไหลของสารทำความเย็น โดยสามารถดูได้จากการซ่อมบำรุง</p>
<p><strong>&#8211; การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรงจากของชีวมวล (ดินและป่าไม้)</strong>เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินจากพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม หรือการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล เช่น เอทานอล หรือไบโอดีเซล</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>โดย </strong><strong>Scope 1 </strong><strong>ธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong><strong>ได้เอง</strong> เช่น การเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่ลดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  อาทิ การเปลี่ยนระบบ Heat recovery system, Cooling system การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่ระบบ Automation การเปลี่ยนหลอดไฟ LED เพื่อประหยัดพลังงาน การเปลี่ยนยานพาหนะในองค์กรที่ใช้น้ำมันเป็นรถ EV เพื่อลดมลภาวะและประหยัดพลังงาน เป็นต้น</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Scope 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม </strong>จากการใช้พลังงานที่องค์กรซื้อหรือนำเข้ามา โดยที่องค์กรไม่ได้ผลิตเอง มีทั้งหมด 5 รายการ ได้แก่ ไฟฟ้า ไอน้ำ ความร้อน ความเย็น อากาศอัด สำหรับวิธีการเก็บข้อมูลสามารถดูได้จากใบเสร็จ เช่น บิลจากการไฟฟ้า ซึ่งใน Scope 2 มีทางเลือกหลากหลายที่ธุรกิจสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ดังนี้</p>
<p><strong>1. การใช้พลังงานหมุนเวียน</strong>ด้วยการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียน เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือซื้อพลังงานหมุนเวียน</p>
<p><strong>2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน</strong>เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน หรือปรับปรุงระบบจัดการพลังงาน</p>
<p><strong>3. การเพิ่มความรับรู้และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม</strong>การประหยัดพลังงานภายในองค์กร<strong> </strong>เช่น การฝึกอบรมและการสื่อสารเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน หรือทำโปรแกรมลดการใช้พลังงานให้พนักงานมีส่วนร่วม</p>
<p><strong>4. คอยตรวจสอบติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงาน</strong>พร้อมทั้งรายงานผลและตั้งเป้าหมาย</p>
<p><strong>5. ร่วมมือกับผู้ให้บริการพลังงาน</strong>เพื่อพัฒนาทางเลือกพลังงานที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29182 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/info-TTB-3-Scope.jpg" alt="" width="539" height="789" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Scope 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ </strong>โดยองค์กรภายนอกที่เกิดขึ้นในซัพพลายเชน ทั้งทางต้นน้ำและปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับองค์กรหรือผลิตภัณฑ์ การวัดและการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 เป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าการวัดใน Scope อื่น ๆ เพราะครอบคลุมการปล่อยก๊าซที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่ไม่อยู่ในความควบคุมโดยตรงขององค์กร โดยจำแนกออกเป็น</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ต้นน้ำ (</strong><strong>Upstream) ประกอบด้วย </strong>การผลิตสินค้าหรือบริการที่องค์กรซื้อมาใช้ การผลิตและการขนส่งสินค้าทุน กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้าหรือวัตถุดิบต้นน้ำมาถึงองค์กร การจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมขององค์กร  การเดินทางเพื่อธุรกิจ การเดินทางไป-กลับของพนักงาน และสินทรัพย์ที่องค์กรเช่า</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ปลายน้ำ (</strong><strong>Downstream) ประกอบด้วย  </strong>การขนส่งและการจัดจำหน่ายสินค้าออกจากองค์กร การแปรรูปสินค้าที่องค์กรจำหน่าย การใช้ผลิตภัณฑ์โดยลูกค้า  การจัดการของเสียของสินค้าหลังการใช้งานหรือหมดอายุ การปล่อยเช่าสินทรัพย์ที่องค์กรเป็นเจ้าของ  กิจกรรมของแฟรนไชส์ที่องค์กรเป็นเจ้าของ และการลงทุนในกิจการหรือโครงการต่าง ๆ ซึ่งการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใน Scope 3 มีวิธีการหลัก ๆ ดังนี้</p>
<p><strong>1. การวางแผนและการประเมินผล</strong>ทำการวางแผนระยะยาว เพื่อลดการปล่อยก๊าซในซัพพลายเชน และการติดตามประเมินผล</p>
<p><strong>2. การให้ข้อมูลและการรายงาน</strong>การเก็บรวบรวมข้อมูลและการรายงานการปล่อยก๊าซใน Scope 3 อย่างโปร่งใสต่อผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการเผยแพร่ความสำเร็จและความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><strong>3. การมีส่วนร่วมของซัพพลายเชน</strong>ซึ่งต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้เช่าสินทรัพย์ เพื่อช่วยกันสนับสนุนให้หันมาปรับปรุงกระบวนการผลิต เลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงการขอข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการจัดทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกัน</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ซึ่งปัจจุบันทาง</strong><strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>บังคับให้มีการรายงาน </strong><strong>Scope 3 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป</strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ในการรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร สามารถนำไปขึ้นทะเบียนที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยจะได้รับ Certificate เพื่อรับรองว่าองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ในแต่ละ Scope เป็นการแสดงถึงการตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และเพื่อหาแนวทางในการลดก๊าซเรือนกระจก รวมไปถึงสามารถนำไปขึ้นทะเบียนเพื่อซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตในตลาดคาร์บอน หรือทำการชดเชยคาร์บอนกับองค์กรอื่น ๆ ได้</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>กิจกรรมในการจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ </strong>ทุกองค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นวาระของโลก และเป็นการสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งซัพพลายเชน สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม รวมถึงเป็นโอกาสในการเข้าถึง<a href="https://www.ttbbank.com/th/sustainability/environmental-sustainability/climate-finance" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.ttbbank.com/th/sustainability/environmental-sustainability/climate-finance&amp;source=gmail&amp;ust=1725940977105000&amp;usg=AOvVaw3_wcDonmmcBnLG6PMPOM0V" target="_blank" rel="noopener">สินเชื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</a> และสินเชื่ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น <a href="https://www.ttbbank.com/th/sme/sme-sustainable-and-sufficient-funding/sme-long-term-loan-fwb/sme-ttb-solar-rooftop-solution" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.ttbbank.com/th/sme/sme-sustainable-and-sufficient-funding/sme-long-term-loan-fwb/sme-ttb-solar-rooftop-solution&amp;source=gmail&amp;ust=1725940977105000&amp;usg=AOvVaw0STKkewk7hrCgwWP17J5L_" target="_blank" rel="noopener">สินเชื่อเพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป</a> ได้อีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/finbiz-by-ttb-advice-to-decarbonization/">finbiz by ttb แนะวิธีลดการปล่อยคาร์บอนในธุรกิจ มุ่งสู่การทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC บริษัทเดียวในไทย คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมสนับสนุนและสร้างแบรนด์องค์กรแห่งปี จากแคมเปญ We are GEN S ในเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/gc-gens-campaign-won-pr-awards-asia-pacific-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Jul 2024 06:31:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Campaign Asia-Pacific]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[GC Chemistry for Better Living]]></category>
		<category><![CDATA[Gen S Generate Net Zero Lifestyles]]></category>
		<category><![CDATA[GenS]]></category>
		<category><![CDATA[GenS Stand for Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[PR Awards Asia-Pacific 2024]]></category>
		<category><![CDATA[We are GEN S]]></category>
		<category><![CDATA[คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชญาน์ จันทวสุ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27046</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ส่งแคมเปญ We are GEN S คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี ระดับ Bronze กลุ่ม Corporate Brand จากเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 จัดขึ้น ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดย “We are GEN S” เป็นแคมเปญเอกลักษณ์สร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงความยั่งยืนให้เข้าใจง่ายและทำได้จริงด้วยหลากหลายไอเดียการใช้ชีวิตในแบบ Net Zero Lifestyles ปลุกไฟ “GEN S..Generation Sustainability คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” ไม่จำกัดเพศ อาชีพ และวัย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกู้โลกเดือด ผ่านแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ทั่วโลก (https://gcgens.com/) ด้วยแนวคิดหลักที่ไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อโลก โดยครอบคลุมการมองเห็นทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ กว่า 142 ล้านครั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/gc-gens-campaign-won-pr-awards-asia-pacific-2024/">GC บริษัทเดียวในไทย คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมสนับสนุนและสร้างแบรนด์องค์กรแห่งปี จากแคมเปญ We are GEN S ในเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ส่งแคมเปญ </strong><strong>We are GEN S</strong> <strong>คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมแห่งปี</strong> <strong>ระดับ</strong> <strong>Bronze </strong><strong>กลุ่ม </strong><strong>Corporate Brand </strong><strong>จากเวที </strong><strong>PR Awards Asia-Pacific 2024 </strong><strong>จัดขึ้น ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง</strong></p>
<p><span id="more-27046"></span></p>
<p><strong> โดย </strong><strong>“</strong><strong>We are GEN S” </strong><strong>เป็นแคมเปญเอกลักษณ์สร้างแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงความยั่งยืน</strong><strong>ให้เข้าใจง่ายและทำได้จริงด้วยหลากหลายไอเดียการใช้ชีวิตในแบบ </strong><strong>Net Zero Lifestyles </strong><strong>ปลุกไฟ “</strong><strong>GEN S..Generation Sustainability </strong><strong>คนเจนใหม่หัวใจยั่งยืน” ไม่จำกัดเพศ อาชีพ และวัย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกู้โลกเดือด ผ่านแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ทั่วโลก</strong><strong> (</strong><a href="https://gcgens.com/" target="_blank" rel="noopener"><strong>https://gcgens.com/</strong></a><strong>) </strong><strong>ด้วยแนวคิดหลักที่ไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มการกระทำที่มีความรับผิดชอบต่อโลก โดยครอบคลุมการมองเห็นทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ กว่า </strong><strong>142 </strong><strong>ล้านครั้ง ส่งผลให้เกิด </strong><strong>GEN S </strong><strong>คำมั่นสัญญาเพื่อโลกที่ดีขึ้น กว่า </strong><strong>1,800 </strong><strong>ความมุ่งมั่น </strong></p>
<p>นับเป็นหนึ่งในรางวัลเชิดชูเกียรติระดับเอเชียสำหรับแคมเปญประชาสัมพันธ์ที่โดดเด่น  สะท้อนความทุ่มเทของ GC ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593</p>
<p><strong>ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานความยั่งยืนองค์กร </strong><strong>GC</strong> กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้ ที่ผ่านมา GC มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้การสร้างสมดุลของสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance &amp; Economic) (ESG) พร้อมมุ่งมั่นส่งเสริมความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ โดยขยายความร่วมมือไปยังทุกภาคส่วน ให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก GC ตระหนักเสมอว่า บริษัทฯ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแล สร้างสมดุลที่ยั่งยืนให้กับทุกชีวิต เพื่อส่งต่อโลกใบนี้ที่ดีกว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไป และเราเชื่อว่า โลกที่ยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันของทุกคน”</p>
<p>แคมเปญ <strong>“We are GEN S”</strong> แสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างความยั่งยืน เริ่ม Launch เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 จนถึงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สามารถสร้างความสนใจและสร้างการมีส่วนร่วม ในการรับชมวิดีโอมากกว่า 9.7 ล้านครั้ง ผ่านการเล่าเรื่องด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกิจวัตรประจำวันที่ทุกคนสามารถช่วยกันทำได้ เช่น รับประทานอาหารให้หมด ลด Food Waste ปิดน้ำและถอดปลั๊กไฟเมื่อไม่ใช้ การใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก ใช้ซ้ำ ใช้อย่างคุ้มค่า หรือ ช่วยคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี เป็นต้น ความทุ่มเทที่ GC ดำเนินการนี้ เพื่อมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ GC ในการสร้างโลกที่ยั่งยืน ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ และ “<strong>We are GEN S</strong>” ยังก่อเกิดการดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีแนวโน้มสนใจกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพิ่มอีก 62 ธุรกิจ ที่อาจสร้างความร่วมมือกันในอนาคต</p>
<p>งาน PR Awards Asia-Pacific 2024 ครั้งที่ 23 จัดขึ้นโดย Campaign Asia-Pacific นิตยสารชั้นนำด้านการตลาดและการโฆษณา ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีรางวัลด้านการสื่อสารที่ดำเนินงานมากว่า 20 ปี โดยมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ กว่า 72 คน ทั่วโลกเป็นผู้ตัดสิน เพื่อมอบรางวัลให้กับองค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีกลยุทธ์การสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่โดดเด่นในภูมิภาค โดยคัดเลือกเฉพาะผู้ที่มีกลยุทธ์การสื่อสารที่โปร่งใสและมีผลกระทบที่สำคัญต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม รางวัลนี้จึงเน้นย้ำถึงความสามารถของ GC ในการเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและนวัตกรรมสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593</p>
<p><iframe loading="lazy" title="[PR AWARDs ASIA 2024] BRONZE | Corporate Branding | GC GEN S" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/wosezio_eFw?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/gc-gens-campaign-won-pr-awards-asia-pacific-2024/">GC บริษัทเดียวในไทย คว้ารางวัลแคมเปญประชาสัมพันธ์ยอดเยี่ยมสนับสนุนและสร้างแบรนด์องค์กรแห่งปี จากแคมเปญ We are GEN S ในเวที PR Awards Asia-Pacific 2024 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน มุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Jun 2024 09:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[3 Steps Plus]]></category>
		<category><![CDATA[allnex]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Blue/Green Hydrogen]]></category>
		<category><![CDATA[carbon capture technology]]></category>
		<category><![CDATA[Coating Resins]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[green]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NatureWorks]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ทศพร บุณยพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจสารเคลือบผิว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโตยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ไฮโดรเจน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26637</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่ (President) สองผู้บริหารของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ได้รับการแต่งตั้งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของ GC ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus รักษาฐานให้แข็งแรง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้าง Synergy ปรับพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนตํ่า (High Value &#38; Low Carbon Business) รุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วย allnex และ NatureWorks อีกทั้งสร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุด และพัฒนา Strategic Partnership เพื่อตอบสนองเมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ และต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต คุณณะรงค์ศักดิ์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (</strong><strong>CEO)</strong><strong> และ คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ ผู้จัดการใหญ่</strong> <strong>(President) </strong><strong>สองผู้บริหารของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>ได้รับการแต่งตั้งใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม </strong><strong>2567 </strong><strong>ที่ผ่านมา </strong></p>
<p><span id="more-26637"></span></p>
<p><strong>พร้อมร่วมกัน</strong><strong>แสดงวิสัยทัศน์สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของ </strong><strong>GC </strong><strong>ด้วยการเดินหน้าสานต่อกลยุทธ์ </strong><strong>3 Steps Plus </strong><strong>รักษาฐานให้แข็งแรง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน สร้าง </strong><strong>Synergy </strong><strong>ปรับพอร์ตโฟลิโอ มุ่งสู่กลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนตํ่า (</strong><strong>High Value &amp; Low Carbon Business) </strong><strong>รุกธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ด้วย </strong><strong>allnex </strong><strong>และ </strong><strong>NatureWorks</strong> <strong>อีกทั้งสร้างโอกาสการเติบโตของมาบตาพุด และพัฒนา </strong><strong>Strategic Partnership </strong><strong>เพื่อตอบสนอง</strong><strong>เมกะเทรนด์ของอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสู่การเป็น</strong><strong> Hub </strong><strong>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทำงานร่วมกับกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์</strong><strong> และต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต </strong></p>
<p><strong>คุณณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ </strong><strong>CEO GC</strong> กล่าวว่า “ก้าวต่อไปในการสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนของ GC เราพร้อมสานต่อกลยุทธ์ <strong>3 Steps Plus</strong> – ประกอบด้วย<strong> Step Change &#8211; Step Out &#8211; Step Up</strong> เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขันและการเติบโตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป   โดยเรานำความพร้อมด้านนวัตกรรม ศักยภาพการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และพลาสติกชีวภาพที่เรามีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มาต่อยอดและตอบสนองแนวโน้มความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ตามเทรนด์โลก”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26641 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/นายณะรงค์ศักดิ์-จิวากานันต์-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-CEO-และนายทศพร-บุณยพิพัฒน์1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p>ทั้งนี้ กลยุทธ์ <strong>Step Out ห</strong>รือ <strong>การสร้างการเติบโตในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ</strong> มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตในอนาคตของบริษัทฯ โดยกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำ (High Value &amp; Low Carbon Business) จะมุ่งเน้นการขยายตลาดและสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์ผ่าน <strong>allnex</strong> ที่มีโรงงานและฐานธุรกิจสารเคลือบผิว (Coating Resins) อยู่ 34 แห่งทั่วโลก สำหรับการพัฒนาฐานการผลิต (Hub) ของ allnex ในทวีปต่างๆ นั้น allnex ประสบความสำเร็จในการพัฒนา China Hub จึงได้นำมาต่อยอดขยายฐานผลิตในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโต ได้แก่ โรงงาน Mahad รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย และแห่งใหม่ในอนาคต โรงงานมาบตาพุด ประเทศไทย เพื่อเป็น Hub ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ในตลาดเคลือบผิวในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ บรรจุภัณฑ์ โลหะอุตสาหกรรม เฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งเคลือบผิวอาคารแบบพิเศษ (Special Decoration)</p>
<p>ขณะที่ <strong>กลุ่มธุรกิจ Bio และ Green</strong> ซึ่ง <strong>NatureWorks</strong> ผู้ผลิตไบโอพลาสติกประเภทโพลิแลกติกแอซิด (PLA) ชั้นนำของโลก ใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพชนิดย่อยสลายได้ สามารถนำไปใช้ในหลากหลายแอปพลิเคชัน เช่น แคปซูลกาแฟ ถุงชา และ วัสดุสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ด้วยคุณสมบัติที่มีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืน โดย GC ถือหุ้น 50% ร่วมกับ Cargill อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานผลิต PLA ครบวงจรแห่งใหม่ ที่นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ (Nakhonsawan Bio Complex – NBC) มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2568 ซึ่งจะเป็น Bio Complex แห่งแรกของประเทศไทย โดยใช้น้ำตาลจากอ้อยเป็นวัตถุดิบหลักเพื่อผลิต Lactic Acid ซึ่งนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต PLA มีกำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้าน Bio และ Green ของประเทศ สร้างโอกาสแก่ภาคเกษตรกรรมและพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น จะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกเพื่อตอบสนองความต้องการวัสดุเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Material) สู่ตลาดโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26643 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/4-6.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p>ในส่วนของ<strong>กลยุทธ์ Step Up</strong> หรือ<strong>การสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ</strong> GC สานต่อแนวทางการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบของ ESG ( Environmental &#8211; Social &#8211; Governance สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) พร้อมเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Target) ภายในปี 2593 แนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การทำงานร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ในโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ทั้งในการศึกษาเรื่อง Carbon Capture Technology ผ่านการลงทุนใน Corporate Venture Capital (CVC) และการศึกษาโอกาสในการนำไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำ (Blue/Green Hydrogen) ไปใช้และพัฒนาโมเดลธุรกิจเพื่อต่อยอดเป็นธุรกิจแห่งอนาคต</p>
<p><strong>คุณทศพร บุณยพิพัฒน์ </strong><strong>President GC</strong> ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ <strong>Step Change</strong> ว่า “แนวทางที่สำคัญใน<strong>การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน</strong> <strong>และการรักษาฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่างรอบด้านของ GC</strong> เราจะเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยง Value Chain ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด รวมถึงสามารถรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีมูลค่าสูงที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรต่าง ๆ ในอนาคตได้เป็นอย่างดี นับเป็นการบริหารการลงทุนอย่างครบวงจรเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26642 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/ผู้บริหาร1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>ผลประกอบการไตรมาส </strong><strong>1</strong><strong> ปี </strong><strong>2567 </strong></p>
<p>ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2567 ที่ผ่านมา GC มีรายได้การขายรวม 155,187 ล้านบาท มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ อะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ ตามลำดับ มีกำไรจากการดำเนินงานปกติจำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยบริษัทฯ รับรู้ขาดทุนจากการดำเนินการปกติและรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิรวม 606 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการรับมือและดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>สรุปแนวทางการสร้างการเติบโตของ </strong><strong>GC </strong><strong>ในช่วงครึ่งปีหลัง  </strong></p>
<p><strong>1. ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง (</strong><strong>High Value) </strong><strong>และคาร์บอนต่ำ (</strong><strong>Low Carbon)</strong></p>
<p>การต่อยอดธุรกิจผ่าน allnex ตามแนวทางกลยุทธ์การปรับพอร์ตธุรกิจของ GC ให้มีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ High Value ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง</p>
<p><strong>2. ยกระดับสร้างโอกาสการลงทุนในมาบตาพุด รองรับการขยายตัวการลงทุนและเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p>ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีรายได้ประชาชาติ (GDP) เติบโต ที่ 4.6% GC จึงวางแผนสรรหา และพัฒนา Strategic Partnership ดึงดูดการลงทุนธุรกิจ High Value/ Specialty Chemicals สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะสร้างฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26640 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/3-Steps-Plus.jpg" alt="" width="1200" height="558" /></p>
<p><strong>คุณ</strong><strong>ณะรงค์ศักดิ์</strong> <strong>CEO GC</strong> เสริมว่า “ด้วยจุดแข็งของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งอันเป็นศูนย์กลางการส่งออกสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก  วันนี้เราจึงได้เห็นแนวโน้มความสนใจการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ อัตราการใช้เคมีภัณฑ์ต่อประชากรยังมีโอกาสเติบโตอีกมากเมื่อเทียบกับทวีปอื่นๆ ซึ่ง GC มีศักยภาพและความพร้อมตอบสนองความต้องการและสามารถร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมได้หลากหลาย จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของ GC”</p>
<p>กลยุทธ์ <strong>3 Steps Plus</strong> ได้สร้างความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ GC ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้ได้รับรางวัลเกียรติยศในระดับประเทศและระดับนานาชาติมากมาย เช่น เป็นบริษัทหนึ่งเดียวในโลกที่ได้รับการจัดอันดับจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่ม World Index ให้เป็นที่ 1 ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ 5 ปีต่อเนื่อง โดย S&amp;P Global และล่าสุดกับการเป็นบริษัทไทยหนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ และ เป็น 1 ใน 7 องค์กรไทย จากทั้งหมด 350 องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ได้รับการประกาศเป็นองค์กรชั้นนำด้านสภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2567 (Asia-Pacific Climate Leaders 2024) โดย Financial Times จากการวิเคราะห์ข้อมูลโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Statista ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/gc-3-steps-plus-to-high-value-and-low-carbon-business/">เปิดวิสัยทัศน์ &#8216;ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์&#8217; CEO GC สานต่อกลยุทธ์ 3 Steps Plus พร้อมเดินหน้าผลักดันมาบตาพุด สู่การเป็น Hub ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อายิโนะโมะโต๊ะ” ชู Green Logistics ขับเคลื่อนองค์กรสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ดีเดย์ใช้รถ EV ขนส่งสินค้า ตั้งเป้าลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/ajinimoto-use-ev-truck-support-green-logistics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Apr 2024 08:31:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto Biocycle]]></category>
		<category><![CDATA[Ajinomoto Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[EV Truck]]></category>
		<category><![CDATA[Green Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NEX]]></category>
		<category><![CDATA[Well being]]></category>
		<category><![CDATA[กาแฟเบอร์ดี้]]></category>
		<category><![CDATA[ความอยู่ดีมีสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[บรรทุกพลังงานไฟฟ้า EV]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ผงชูรส]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวินทร์ ฮัดเจสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[รสดี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อายิโนะโมะโต๊ะ]]></category>
		<category><![CDATA[เค็นจิ ฮะระดะ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25125</guid>

					<description><![CDATA[<p>อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ทุ่ม 40 ล้านบาท โฟกัสการขนส่ง&#8211;จัดการสินค้าแบบรักษ์โลก สู่เป้าความยั่งยืน นำร่อง 3 โรงงาน ลดคาร์บอน 3 มิติ: ขนส่งเต็มประสิทธิภาพ / ไดเร็ก ชิปปิ้ง / ลดพลาสติกในการขนส่ง บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนในก้าวต่อไป ทุ่มงบประมาณ 40 ล้านบาท มุ่งเน้นการขนส่งและการกระจายสินค้าแบบ Green Logistics ขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า EV นำร่องโรงงานอยุธยา ปทุมธานี หนองแค-สระบุรี ตั้งเป้าลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี ยึดหลักการ Green Logistics ใน 3 มิติ คือ ขนส่งเต็มประสิทธิภาพ / ไดเร็ก ชิปปิ้ง / ลดพลาสติกในการขนส่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/ajinimoto-use-ev-truck-support-green-logistics/">“อายิโนะโมะโต๊ะ” ชู Green Logistics ขับเคลื่อนองค์กรสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ดีเดย์ใช้รถ EV ขนส่งสินค้า ตั้งเป้าลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) ทุ่ม </strong><strong>40 </strong><strong>ล้านบาท </strong><strong>โฟกัสการขนส่ง</strong><strong>&#8211;</strong><strong>จัดการสินค้าแบบรักษ์โลก สู่เป้าความยั่งยืน </strong><strong>นำร่อง </strong><strong>3</strong><strong> โรงงาน ลดคาร์บอน </strong><strong>3</strong><strong> มิติ</strong><strong>: </strong><strong>ขนส่งเต็มประสิทธิภาพ </strong><strong>/ </strong><strong>ไดเร็ก ชิปปิ้ง </strong><strong>/ </strong><strong>ลดพลาสติกในการขนส่ง</strong><span id="more-25125"></span></p>
<p><strong>บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด</strong> บริษัทชั้นนำของโลกในธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนในก้าวต่อไป ทุ่มงบประมาณ 40 ล้านบาท มุ่งเน้นการขนส่งและการกระจายสินค้าแบบ <strong>Green Logistics</strong> ขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ด้วยการเปิดตัว<strong>รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า </strong><strong>EV</strong> นำร่องโรงงานอยุธยา ปทุมธานี หนองแค-สระบุรี ตั้งเป้าลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี ยึดหลักการ <strong>Green Logistic</strong>s ใน 3 มิติ คือ ขนส่งเต็มประสิทธิภาพ / ไดเร็ก ชิปปิ้ง / ลดพลาสติกในการขนส่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ดูแลคนไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25127 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-5.jpg" alt="" width="1200" height="857" /></p>
<p><strong>คุณเค็นจิ ฮะระดะ</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ บริษัทฯ จึงมีแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลง 50% ภายในปี 2573 ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็น<strong> “ผู้นำในการสร้างความอยู่ดีมีสุข (Well-being)”</strong> ให้กับสังคมและโลก ซึ่งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% นับเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนที่สำคัญ สำหรับในปี 2567 เรามีเป้าหมายในการลดคาร์บอนลง 92%  ด้วยวิธีการเสาะหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน เพื่อขับเคลื่อนให้บริษัทฯ เดินหน้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p><em>&#8220;เราได้ลงทุน 40 ล้านบาท มุ่งพัฒนาด้าน Green Logistics บนพื้นฐานของระบบประกันคุณภาพของบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ASQUA) เน้นการขนส่งและจัดการสินค้าแบบรักษ์โลก พร้อมเปิดตัว <strong>รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า </strong><strong>EV </strong>ในการขนส่งผลิตภัณฑ์คุณภาพของอายิโนะโมะโต๊ะจากโรงงานสู่ศูนย์กระจายสินค้า โดยเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีและพลังงานทางเลือกต่อไปในอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็นธุรกิจคาร์บอนต่ำให้สำเร็จ <strong>โดยตั้งเป้าใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า </strong><strong>EV</strong><strong> อย่างเต็มรูปแบบ </strong><strong>40% </strong><strong>เพื่อเป้าหมายในการลดคาร์บอน</strong><strong> 44,000 </strong><strong>ตันต่อปี ภายในปี </strong><strong>2573</strong>&#8220;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25128 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/5-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายภาวินทร์ ฮัดเจสสัน</strong> กรรมการสมทบ ผู้ดูแลส่วนงาน ซัพพลายเชน บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ​อายิโนะโมะโต๊ะร่วมมือกับพันธมิตร <strong>บริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ ประเทศไทย</strong> ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์ครบวงจรในไทย และ <strong>บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>NEX</strong> ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์เชิงพาณิชย์ ในการพัฒนาและเปิดตัว <strong>รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า </strong><strong>EV</strong> เพื่อใช้ในการขนส่งผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้แก่  ผงชูรสอายิโนะโมะโต๊ะ รสดี และกาแฟเบอร์ดี้ เดินหน้านำร่อง 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงานอยุธยา โรงงานปทุมธานี และโรงงานหนองแค-สระบุรี ซึ่งวางแผนเส้นทางการขนส่งทั้งหมด 11,500 รอบต่อปี เพื่อเป้าหมายในการลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี โดยใช้หลักการ <strong>Green Logistics</strong> โฟกัส 3 มิติ คือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25129 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/1-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>1) </strong><strong>ขนส่งเต็มประสิทธิภาพ </strong><strong>(Loading efficiency)</strong> ด้วยการวางแผนโลจิสติกส์อัจฉริยะ AI Planning จัดการการโหลดสินค้า พร้อมหาแนวทางจัดการผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดหรือเสียหายระหว่างการขนส่ง ตามแนวคิด <strong>“</strong><strong>Ajinomoto Biocycle” </strong>ด้วยการส่งให้แก่บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ เอฟ ดี กรีน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต้นแบบทางธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัทฯ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตร</p>
<p><strong>2) </strong><strong>ไดเร็ก ชิปปิ้ง </strong><strong>(Direct shipping)</strong> วางแผนการขนส่งและเส้นทางการจัดส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ จากโรงงานสู่ศูนย์กระจายสินค้าโดยตรงเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน</p>
<p><strong>3) </strong><strong>ลดพลาสติกในการขนส่ง</strong><strong> (Plastic Reduction) </strong>โดยยังคงสภาพที่ดีของบรรจุภัณฑ์และคุณภาพที่ดีของผลิตภัณฑ์ เช่น ลดการใช้พลาสติกในการห่อหุ้มลังสินค้า ด้วยการวางแผนอย่างใส่ใจและคำนึงถึงสุขอนามัยที่ดีและความสะอาดเป็นหลักสำคัญ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการวางแผน Green Logistics กับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อการลดผลกระทบและสร้างความยั่งยืนแก่สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/ajinimoto-use-ev-truck-support-green-logistics/">“อายิโนะโมะโต๊ะ” ชู Green Logistics ขับเคลื่อนองค์กรสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ดีเดย์ใช้รถ EV ขนส่งสินค้า ตั้งเป้าลดคาร์บอน 1,600 ตันต่อปี   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>GC รับรางวัลเกียรติยศความยั่งยืนสูงสุด Sustainability Excellence Award of Honor จากเวที SET Awards 2023 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำการเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/12/gc-receive-sustainability-excellence-award-of-honor-from-set-awards-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Dec 2023 06:11:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[GC]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[SET Awards]]></category>
		<category><![CDATA[SET Awards 2023]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Excellence Award of Honor]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22718</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ SET Awards 2023  ประเภท Sustainability Excellence Award of Honor  ต่อเนื่อง 6 ปี จาก ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ซึ่งมอบให้บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนยอดเยี่ยมติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป รางวัล SET Awards กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดดเด่น โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ บริษัทจดทะเบียนและองค์กรอื่น ๆ “GC ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่การสร้างสมดุล ของ บรรษัทภิบาล (เศรษฐกิจ) สังคม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/gc-receive-sustainability-excellence-award-of-honor-from-set-awards-2023/">GC รับรางวัลเกียรติยศความยั่งยืนสูงสุด Sustainability Excellence Award of Honor จากเวที SET Awards 2023 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำการเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ </strong><strong>21 </strong><strong>พฤศจิกายน </strong><strong>2566 </strong><strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>GC </strong><strong>รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ </strong><strong>SET Awards 2023 </strong><strong> ประเภท </strong><strong>Sustainability Excellence Award of Honor</strong><strong>  ต่อเนื่อง </strong><strong>6</strong><strong> ปี จาก ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ซึ่งมอบให้บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับรางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านความยั่งยืนยอดเยี่ยมติดต่อกันตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป</strong></p>
<p><span id="more-22718"></span></p>
<p>รางวัล SET Awards กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดดเด่น โดยมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ บริษัทจดทะเบียนและองค์กรอื่น ๆ</p>
<p>“GC ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่การสร้างสมดุล ของ บรรษัทภิบาล (เศรษฐกิจ) สังคม และสิ่งแวดล้อม  พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในสังคม เราเชื่อมั่นว่า การสร้างความเติบโตแข็งแกร่งในเชิงธุรกิจ ต้องดำเนินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ทิศทางความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง GC ประกาศเจตนารมย์อย่างชัดเจนในการมุ่งสู่องค์กรคาร์บอนต่ำ โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050” ดร.คงกระพัน กล่าว</p>
<p>SET Awards จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ วารสารการเงินธนาคาร เป็นรางวัลเกียรติยศที่ทรงคุณค่าที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคม จนเป็นที่ยอมรับและเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจให้องค์กรอื่น ๆ ได้พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐาน สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศได้อย่างยั่งยืนใน ระยะยาว</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/12/gc-receive-sustainability-excellence-award-of-honor-from-set-awards-2023/">GC รับรางวัลเกียรติยศความยั่งยืนสูงสุด Sustainability Excellence Award of Honor จากเวที SET Awards 2023 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ตอกย้ำการเป็นองค์กรต้นแบบความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
