<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 03 Aug 2026 14:01:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ อบก. ร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทวนสอบ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เติมระบบนิเวศตลาดคาร์บอนไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/set-mou-tgo-personnel-development-carbo-ecosystemn/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 14:01:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CAA]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Market]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Action Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET Carbon Platform]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities]]></category>
		<category><![CDATA[Transition]]></category>
		<category><![CDATA[Verifier]]></category>
		<category><![CDATA[ก.ล.ต.]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ณกรณ์ ตรรกวิรพัท]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบนิเวศตลาดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อัสสเดช คงสิริ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43542</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เสริมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและการเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมกลไกลดก๊าซเรือนกระจก ตลาดคาร์บอน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่แพลตฟอร์ม SET Carbon สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเงินเพื่อความยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว คุณอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนา SET Carbon Platform ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อบก. ในปี 2568 ให้บริษัทจดทะเบียนใช้คำนวณและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยข้อมูลต้องผ่านการทวนสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก อบก. &#8220;ความร่วมมือครั้งนี้​มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำประสบการณ์ในการดูแลมาตรฐานการสอบผ่านแพลตฟอร์ม SET Exam และศูนย์สอบ มาสนับสนุนการจัดสอบให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้และเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศตลาดคาร์บอน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านก๊าซเรือนกระจก เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ &#8216;The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities&#8217; คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/set-mou-tgo-personnel-development-carbo-ecosystemn/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ อบก. ร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทวนสอบ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เติมระบบนิเวศตลาดคาร์บอนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> และ <strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO)</strong> ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เสริมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและการเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบก๊าซเรือนกระจก</p>
<p><span id="more-43542"></span></p>
<p>ส่งเสริมกลไกลดก๊าซเรือนกระจก ตลาดคาร์บอน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลสู่แพลตฟอร์ม SET Carbon สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเงินเพื่อความยั่งยืน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว</p>
<p><strong>คุณอัสสเดช คงสิริ </strong>กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้พัฒนา SET Carbon Platform ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานจาก อบก. ในปี 2568 ให้บริษัทจดทะเบียนใช้คำนวณและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยข้อมูลต้องผ่านการทวนสอบโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจาก อบก.</p>
<p><em><strong>&#8220;ความร่วมมือครั้งนี้​มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญและเพิ่มจำนวนผู้ทวนสอบ</strong> โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะนำประสบการณ์ในการดูแลมาตรฐานการสอบผ่านแพลตฟอร์ม SET Exam และศูนย์สอบ มาสนับสนุนการจัดสอบให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมการเรียนรู้และเชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศตลาดคาร์บอน เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้านก๊าซเรือนกระจก เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ <strong>&#8216;The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities&#8217;</strong></em></p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43544 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/SET-TGO1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท </strong>ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)  กล่าวว่า ในฐานะที่ อบก. เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมการดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศักยภาพให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดย <strong>สถาบันวิทยาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</strong>  <strong>(Climate Action Academy : CAA )</strong> ที่ อบก.จัดตั้งขึ้น ถือเป็นภารกิจสำคัญ</p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและรองรับความต้องการบุคลากร เช่น ผู้ทวนสอบในระบบนิเวศตลาดคาร์บอน ให้มีความโปร่งใสและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือ รองรับการเติบโตของกลไกลดก๊าซเรือนกระจกและตลาดคาร์บอนในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และ อบก. มีระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพ ส่งเสริมกลไกลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำพาประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/set-mou-tgo-personnel-development-carbo-ecosystemn/">ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ อบก. ร่วมปั้นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทวนสอบ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เติมระบบนิเวศตลาดคาร์บอนไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โชว์เคสป่าชุมชน &#8216;อำนาจเจริญ&#8217; ใช้คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกดูแลป่าโซนอีสาน ต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากจากกองทุนพัฒนาอาชีพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/mae-fah-luang-amnatcharoen-community/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 05 Jul 2026 11:23:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[community]]></category>
		<category><![CDATA[Community Forest]]></category>
		<category><![CDATA[Conservation]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang]]></category>
		<category><![CDATA[Mae Fah Luang Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[MFLF]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based]]></category>
		<category><![CDATA[Nature-based Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[NbS]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Village to the World Season 5]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดอยตุงโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ตะนุ สมนาม]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์​]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมพร ทรงลิลิตชูวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าดงใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิ หาเรือนพืชน์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อนุรักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจเจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฟ้าหลวง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42896</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถอดบทเรียนความสำเร็จของพื้นที่ ป่าชุมชนตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ หลังเข้าร่วม โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตั้งแต่ปี 2566 จนพิสูจน์ให้เห็นว่า คาร์บอนเครดิตสามารถเป็นมากกว่ากลไกด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชุมชนมีระบบดูแลป่า มีทุนพัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้จากฐานทรัพยากรของตนเองได้อย่างยั่งยืน ล่าสุดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการทวนสอบและยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิตต่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยมีพื้นที่ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER 12,645.31 ไร่ คาดว่าจะได้คาร์บอนเครดิตรายปี 11,275 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมต่อยอดป่าชุมชนสู่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจด้านความยั่งยืนได้เรียนรู้ว่า การอนุรักษ์ป่าสามารถเดินไปพร้อมกับการพัฒนาอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาวได้จริง ทั้งนี้ โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ใช้กลไกคาร์บอนเครดิตสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าและดูแลตนเองได้พร้อมกัน ผ่านการจัดตั้ง 2 กองทุนสำคัญ ได้แก่ กองทุนดูแลป่า และกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนมีงบประมาณสำหรับทำแนวกันไฟ ลาดตระเวน เฝ้าระวังไฟป่า ฟื้นฟูป่า พัฒนาอาชีพ และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรของตนเอง ปัจจุบัน โครงการได้ดำเนินโครงการมาในระยะที่ 5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/mae-fah-luang-amnatcharoen-community/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โชว์เคสป่าชุมชน &#8216;อำนาจเจริญ&#8217; ใช้คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกดูแลป่าโซนอีสาน ต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากจากกองทุนพัฒนาอาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์</strong> ถอดบทเรียนความสำเร็จของพื้นที่ <strong>ป่าชุมชนตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ</strong> หลังเข้าร่วม <strong>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong> ตั้งแต่ปี 2566 จนพิสูจน์ให้เห็นว่า คาร์บอนเครดิตสามารถเป็นมากกว่ากลไกด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชุมชนมีระบบดูแลป่า มีทุนพัฒนาอาชีพ และสร้างรายได้จากฐานทรัพยากรของตนเองได้อย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-42896"></span></p>
<p>ล่าสุดพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการทวนสอบและยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิตต่อองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยมีพื้นที่ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER 12,645.31 ไร่ คาดว่าจะได้คาร์บอนเครดิตรายปี 11,275 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมต่อยอดป่าชุมชนสู่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจด้านความยั่งยืนได้เรียนรู้ว่า การอนุรักษ์ป่าสามารถเดินไปพร้อมกับการพัฒนาอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาวได้จริง</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</strong> เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ใช้กลไกคาร์บอนเครดิตสนับสนุนให้ชุมชนดูแลป่าและดูแลตนเองได้พร้อมกัน ผ่านการจัดตั้ง 2 กองทุนสำคัญ ได้แก่ กองทุนดูแลป่า และกองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนมีงบประมาณสำหรับทำแนวกันไฟ ลาดตระเวน เฝ้าระวังไฟป่า ฟื้นฟูป่า พัฒนาอาชีพ และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากฐานทรัพยากรของตนเอง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42901 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/22.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปัจจุบัน โครงการได้ดำเนินโครงการมาในระยะที่ 5 แล้ว โดยจังหวัดอำนาจเจริญอยู่ในโครงการระยะที่ 3 ซึ่งเริ่มดำเนินงานในปี 2566 ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ยโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีภาคเอกชนจากหลายอุตสาหกรรมเข้าร่วมสนับสนุน ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจเครื่องดื่ม พลังงาน ปิโตรเคมี การเงินและธนาคาร การบิน อสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค ไปจนถึงเกษตรอาหาร</p>
<p><em>สะท้อนให้เห็นว่าโมเดลความยั่งยืนจากดอยตุงสามารถขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ ได้จริง และการดูแลป่าชุมชนไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ ภาคธุรกิจ และคุณภาพชีวิตของชุมชนเข้าด้วยกัน </em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42897 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/1.jpg" alt="" width="1200" height="843" /></p>
<p><strong>คุณสมิทธิ หาเรือนพืชน์ ประธานสายงานการแก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ </strong>กล่าวว่า มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้นำประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มาปรับใช้ในการขยายโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนไปยังป่าชุมชนในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยภาคอีสานเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่มีทั้งความเข้มแข็งของชุมชน ฐานทรัพยากรป่าชุมชน และความพร้อมของผู้นำท้องถิ่น ปัจจุบันในภาคอีสานมีพื้นที่ดำเนินงานในจังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดยโสธร</p>
<p>“สิ่งที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ให้ความสำคัญคือการทำให้การดูแลป่าเชื่อมโยงกับชีวิตของชุมชนอย่างแท้จริง <em><strong>ป่าชุมชนไม่ใช่เพียงพื้นที่อนุรักษ์ แต่เป็นฐานทรัพยากร ฐานอาชีพ และฐานเศรษฐกิจของคนในพื้นที่</strong></em> หากชุมชนมีระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็ง คาร์บอนเครดิตจะเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยให้การดูแลป่าเกิดความต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชนได้ในระยะยาว” นายสมิทธิกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42898 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปฐมพร ทรงลิลิตชูวงศ์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ</strong> กล่าวว่า พื้นที่ป่าชุมชนตำบลสร้างถ่อน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ มีพื้นที่ป่าชุมชนตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน 16,385 ไร่ และพื้นที่ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER 12,645.31 ไร่ ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน 1,761 ครัวเรือน หรือประชาชนที่เกี่ยวข้อง 7,596 คน<em><strong> ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสำรวจและปรับปรุงข้อมูลพื้นที่โครงการ เพื่อยืนยันขอบเขตพื้นที่ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอน</strong></em> จัดทำรายงานติดตามผลปริมาณก๊าซเรือนกระจก ทวนสอบโดยผู้ประเมินภายนอก และยื่นขอรับรองคาร์บอนเครดิตต่อ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.<em><strong> โดยคาดว่าจะได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตภายในสิ้นปีนี้</strong></em></p>
<p>โดยชุมชนทั้ง 13 หมู่บ้าน ได้รับการสนับสนุนเพื่อนำไปบริหารจัดการผ่าน 2 กองทุน โดย <strong>กองทุนดูแลป่า</strong>ใช้สำหรับกิจกรรมป้องกันไฟป่า การทำแนวกันไฟ การลาดตระเวน การเฝ้าระวังไฟป่า การปลูกป่าเสริม และการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันไฟป่า ซึ่งจากการดำเนินงาน​ <em><strong>ช่วยให้การเกิดไฟป่าลดลงได้ถึง 90%</strong> </em>ส่วน<strong>กองทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน </strong>ช่วยให้ชุมชนมีงบประมาณสำหรับพัฒนาพื้นที่และต่อยอดกิจกรรมสร้างรายได้ระหว่างรอคาร์บอนเครดิต อาทิ การแปรรูปอาหารพื้นถิ่น งานหัตถกรรม และการผลิตวัสดุปรับปรุงดินอินทรีย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42899 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/11.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ขณะเดียวกัน ชุมชนตำบลสร้างถ่อน้อยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ร่วมกับภาคี ภายใต้โครงการ <strong>Village to the World Season 5</strong> ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยมีบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เป็นหนึ่งในภาคีที่ร่วมสนับสนุนการยกระดับพื้นที่สู่แหล่งเรียนรู้ด้านความยั่งยืน เพื่อเชื่อมโยงทุนธรรมชาติ วิถีชีวิต และศักยภาพของชุมชนให้เกิดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรในระยะยาว</p>
<p><em>“จุดเด่นของพื้นที่นี้คือ ป่าดงใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงผืนป่าอนุรักษ์ แต่เป็นทุนชีวิตของชุมชน ทั้งในฐานะแหล่งอาหารตามฤดูกาล แหล่งรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติ ฐานอาชีพ และพื้นที่ที่กำลังต่อยอดไปสู่เส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ถือเป็นพื้นที่ที่มีการบริหารจัดการดูแลป่า ชุมชน และการเปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42900 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/12.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ป่าดงใหญ่ในตำบลสร้างถ่อน้อยยังมีความโดดเด่นในฐานะ &#8216;<strong>ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติ</strong>&#8216; ของชุมชน เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งรายได้ และพื้นที่ชีวิตของคนในตำบล ไม่ว่าจะเป็นเห็ดตามฤดูกาล ไข่มดแดง แมงจินูน แมงแคง ปลาและทรัพยากรธรรมชาติจากแหล่งน้ำ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นและงานศิลปะหัตถกรรม เช่น การทอผ้าไหม งานจักสาน การแปรรูปผลผลิตจากธรรมชาติ และการผลิตวัสดุปรับปรุงดินอินทรีย์แบบอัดเม็ด ซึ่งสะท้อนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการต่อยอดกองทุนพัฒนาชุมชนให้เกิดรายได้หมุนเวียนในพื้นที่</p>
<p><strong>ด้านคุณตะนุ สมนาม ประธานป่าชุมชนบ้านคำข่า และกำนันตำบลสร้างถ่อน้อย</strong> กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการทำให้ชุมชนมองเห็นคุณค่าของการดูแลป่าชัดเจนขึ้น จากเดิมที่ชาวบ้านช่วยกันรักษาป่าดงใหญ่ในฐานะแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และพื้นที่ชีวิตของคนทั้งตำบล วันนี้การดูแลป่ามีแผน มีหน้าที่ และมีเป้าหมายร่วมกันมากขึ้น ทั้งการเฝ้าระวังไฟป่า การดูแลแนวกันไฟ การลาดตระเวน และการร่วมกันคิดว่าจะใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างไรให้เกิดประโยชน์โดยไม่ทำลายป่า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42904 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“สิ่งที่ชุมชนภูมิใจคือ ป่าดงใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงป่าที่ชาวบ้านช่วยกันรักษา แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน คาร์บอนเครดิตจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกี่ยวข้องกับอาหาร อาชีพ รายได้ และอนาคตของลูกหลานในพื้นที่โดยตรง”</em> คุณตะนุกล่าว</p>
<p>สำหรับเส้นทางท่องเที่ยวที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ชุมชนจะเปิดให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้เรื่องป่าชุมชน การวัดต้นไม้เพื่อประเมินคาร์บอนเครดิต การนั่งซาเล้งชมเส้นทางป่าที่พัฒนาจากแนวลาดตระเวนและแนวกันไฟ การทำ Eco print จากสีธรรมชาติ การชมผ้าไหมและงานหัตถกรรมท้องถิ่น การเยี่ยมชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ส่างท่อ และการล่องเรือลำเซบาย เพื่อสัมผัสธรรมชาติสองฝั่งน้ำที่สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของป่าภาคอีสาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42906 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/13.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินงานครอบคลุมป่าชุมชน 303 ชุมชน ใน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี กระบี่ ยโสธร อำนาจเจริญ น่าน ลำปาง รวมพื้นที่ 287,944 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 161,171 คน จาก 52,359 ครัวเรือน และมีหน่วยงานร่วมสนับสนุน 30 องค์กร โดยผลการดำเนินโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าและป้องกันไฟป่า</p>
<p>จากการติดตามพื้นที่เสียหายจากไฟป่าก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการ พบว่า พื้นที่โครงการระยะที่ 1-2 ลดพื้นที่เสียหายจากไฟป่าจากค่าเฉลี่ย 11.41% เหลือ 1.99% ในปี 2567 ขณะที่โครงการระยะที่ 3 ลดลงจากค่าเฉลี่ย 8.17% เหลือ 1.18% ในปี 2568 และโครงการระยะที่ 4 ลดลงจาก 21.75% เหลือ 0.77% ชี้ให้เห็นว่ากลไกกองทุนดูแลป่าและการบริหารจัดการโดยชุมชนสามารถช่วยลดการเกิดไฟป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากไฟป่าได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อชุมชนมีทรัพยากร มีระบบบริหารจัดการ และมีแรงจูงใจที่เป็นธรรม ป่าชุมชนสามารถเป็นทั้งเครื่องมือด้านสภาพภูมิอากาศ ฐานเศรษฐกิจท้องถิ่น และหลักประกันคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/mae-fah-luang-amnatcharoen-community/">มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โชว์เคสป่าชุมชน &#8216;อำนาจเจริญ&#8217; ใช้คาร์บอนเครดิตเป็นกลไกดูแลป่าโซนอีสาน ต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากจากกองทุนพัฒนาอาชีพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2026 16:38:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CBiS]]></category>
		<category><![CDATA[Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[DCCE]]></category>
		<category><![CDATA[Green Leaders]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mission by Chula x GULF ปีที่ 3]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Resilient LAB]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[คิดเพื่อบ้านเรา]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา]]></category>
		<category><![CDATA[นลิน เศกใจเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐม ชัยพฤกษทล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42797</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;โลกร้อน (Global Warming)&#8216; เข้าสู่ยุค &#8216;โลกเดือด (Global Boiling)&#8217; อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน ข้อมูลจากเวทีเสวนา &#8216;Resilient LAB: บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217; ในงานเปิดโครงการ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ 3&#8242; ภายใต้แนวคิด Resilient LAB: คิดเพื่อบ้านเรา เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ได้ก้าวข้ามจาก​ &#8216;<strong>โลกร้อน (</strong><strong>Global Warming)</strong><strong>&#8216;</strong> เข้าสู่ยุค &#8216;<strong>โลกเดือด (</strong><strong>Global Boiling)&#8217;</strong><strong> </strong>อย่างเต็มตัว และเป็นสัญญาณเตือนว่า​ <strong>ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (</strong><strong>Climate Change)</strong> ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นวิกฤตที่สัมผัสได้จริง และกำลังสร้างความเจ็บปวดให้กับทุกคนในปัจจุบัน</p>
<p><span id="more-42797"></span></p>
<p>ข้อมูลจากเวทีเสวนา <strong>&#8216;</strong><strong>Resilient LAB: </strong><strong>บูรณาการความคิด แก้วิกฤตภูมิอากาศ เพื่ออนาคตบ้านเราที่มั่นคงและยั่งยืน&#8217;</strong> ในงานเปิดโครงการ &#8216;<strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ภารกิจรักษ์ยั่งยืน ปีที่ </strong><strong>3&#8242; </strong>ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่​ร่วมเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมแชร์อินไซต์ เจาะลึกสถานการณ์ พร้อมให้แนวทางสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน</p>
<p><strong>คุณนลิน เศกใจเสือ นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กองขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (</strong><strong>DCCE) </strong>​ฉายภาพสถานการณ์ภัยพิบัติแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยว่า​สภาพอากาศในปัจจุบันมีความแปรปรวนสูงและคาดเดาได้ยาก เช่นภาคเหนือ ต้องเผชิญ​คลื่นความร้อน และวิกฤตฝุ่นควันจากไฟป่าที่รุนแรงขึ้น หลายพื้นที่ในภาคอีสาน​ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง รวมถึงปรากฏการณ์ Heat Wave ที่ไม่ปกติ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นางสาวนลิน-เศกใจเสือ-นักวิชาการเผยแพร่ชำน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ที่ผ่านมา จ.ขอนแก่น มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39-42 องศาเซลเซียส แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ ‘ดัชนีความร้อน (Heat Index)’ หรือความรู้สึกร้อนจริงพุ่งสูงถึง 45-52 องศาเซลเซียส เนื่องจากความชื้นในอากาศสูง ซึ่งอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางมาก โดยเฉพาะ เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ขณะที่ภาคกลาง มีความเสี่ยงสูงจากปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่วนภาคใต้ เผชิญกับ ‘เรนบอมบ์ (Rain Bomb)’ คือ ฝนตกหนักมากในระยะเวลาสั้น ๆ อย่างรุนแรง ทำให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุด&#8221;</em></p>
<p>นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังแสดงความกังวลต่อปรากฏการณ์ <strong>‘ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño)’</strong> ที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นผิดปกติ 1.5-2 องศาเซลเซียส ซึ่งมหาสมุทรเปรียบเสมือนเครื่องปรับอากาศของโลก เมื่อเครื่องรวน ระบบนิเวศทั้งหมดจึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ การเปลี่ยนบทบาทของคนไทยจากผู้รอคอยการชดเชยหลังเกิดภัย ให้กลายเป็นผู้รู้เท่าทันความเสี่ยง และลุกขึ้นมาปรับตัว ซึ่งเชื่อว่าน้อง ๆ เยาวชนไม่ใช่แค่ผู้รับชะตากรรมในอนาคต แต่คือพลังสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกตั้งแต่วันนี้<strong> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณปฐม ชัยพฤกษทล ผู้จัดการอาวุโส สำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ </strong><strong>TGO</strong> กล่าวว่า ​การลดก๊าซเรือนกระจกเริ่มต้นได้จากตัวเรา แต่สิ่งแรก​ต้องรู้ก่อนว่า​แต่ละวันเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเท่าไหร่ ผ่านกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินทาง หรือการใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันมี Zero Carbon ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันช่วยคำนวณและแนะแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนได้</p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งเป้าบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 โดยเน้นการพัฒนา​เทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซ รวมทั้ง​การใช้พลังงานหมุนเวียน ที่ยังคงมีข้อจำกัดเรื่องเสถียรภาพ จึงเริ่มมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่เข้ามาช่วย ในระดับท้องถิ่น หลายเทศบาลเริ่มขับเคลื่อนแผนลดก๊าซเรือนกระจกผ่านวิธีพื้นฐานแต่ได้ผลสูง คือ การเปลี่ยนหลอดไฟประหยัดพลังงานและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว นี่คือเทคโนโลยีที่ถูกที่สุดในการดูดกลับคาร์บอน และในอนาคต ‘คาร์บอนเครดิต’ จากพื้นที่ป่าไม้จะมีมูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Negative Emission Technology ที่จะเข้ามาช่วยดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากชั้นบรรยากาศให้ต่ำกว่าระดับที่ปล่อยไป”</p>
<p><em>“อยากให้น้อง ๆ มองว่า ปัญหานี้มัน ‘สัมผัสติดเนื้อหนัง’ เราตลอดเวลา อย่ามองว่าเราเป็นแค่คนตัวเล็ก ๆ วันนี้เราสามารถเริ่มทำสิ่งยิ่งใหญ่ร่วมกันได้ และอย่ามองเพื่อน ๆ เป็นคู่แข่ง แต่พวกเราคือ ‘พันธมิตร (Alliance)’ ที่จะมาร่วมมือกันรักษาโลกไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงเกินเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส เพราะถ้าเกินกว่านั้นโลกจะกลายเป็นผู้ป่วยที่รักษาไม่ได้อีกต่อไป</em>”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42801 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/นายปฐม-ชัยพฤกษทล-ผู้จัดการอาวุโส-TGO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ที่ปรึกษาสถาบันคาร์บอนเพื่อความยั่งยืน (</strong><strong>CBiS)</strong> ได้ให้คำแนะนำแก่นักคิดรุ่นใหม่เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเน้นย้ำเรื่อง <strong>‘การคิดเชิงระบบ (System Thinking)’</strong> เพื่อป้องกันไม่ให้การแก้ปัญหาจุดหนึ่ง กลายเป็นการย้ายปัญหาไปอีกจุดหนึ่ง พร้อมให้แนวทาง 3 ข้อสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ต้องประกอบด้วย</p>
<p>1. <strong>หาให้เจอ</strong> ต้องรู้ว่าใครคือผู้ได้รับผลกระทบ แยกแยะให้ออกระหว่าง <strong>ลูกค้า </strong>และ <strong>ผู้ใช้</strong> และดูว่าพวกเขาต้องการนวัตกรรมนั้นจริงๆ หรือไม่</p>
<p><strong>2. คิดให้ครบ </strong>มองให้ครบลูป (Loop) วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ เช่น แผงโซลาร์เซลล์หรือแบตเตอรี่เมื่อพังแล้วจะไปไหน เหมือนในอดีตที่เราใช้ถุงกระดาษแล้วเปลี่ยนมาใช้พลาสติก เพราะมองว่ากระดาษใช้ทรัพยากรจำนวนมาก แต่สุดท้ายวันนี้เราก็ต้องวนกลับมาแก้ปัญหาพลาสติกด้วยถุงกระดาษ เพราะคิดไม่ครบลูป</p>
<p><strong>3. หาจุดคานงัด (</strong><strong>Leverage Point)</strong> ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการคิดเชิงระบบ เมื่อเราลงมือแก้เพียงจุดเดียวแล้วจะสร้างผลกระทบเชิงบวกขนาดใหญ่ และทำให้นวัตกรรมนั้นแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น</p>
<p><em><strong>“นวัตกรรมที่ดีและยั่งยืนต้องตอบโจทย์ </strong><strong>3 </strong><strong>ด้าน คือ ต้องเป็นมิตรกับผู้ใช้ แก้ปัญหาได้จริง และต้องเลี้ยงตัวเองได้ในระยะยาว ที่สำคัญคือ อย่ากลัวที่จะลงมือทำ อย่าคิดอยู่บนกระดาษอย่างเดียว จงกล้าที่จะทดลอง เพราะบางครั้งความผิดพลาดเพียงหนึ่งเรื่อง อาจกลายเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่ เหมือนจุดกำเนิดของ </strong><strong>‘</strong><strong>โพสต์-อิท (</strong><strong>Post-it)’ </strong></em><strong><em>ที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของการประดิษฐ์กาวที่ไม่ติดแน่น แต่กลายเป็นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อคนทั้งโลก”</em> ดร.ณัฐวิญญ์ </strong>กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42798 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_10.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p>ถึงเวลาแล้วที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนพลังความคิดให้กลายเป็นทางรอดของชุมชน กับ <strong>Green Mission by Chula x GULF </strong><strong>ปีที่ </strong><strong>3</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>Resilient LAB: </strong><strong>คิดเพื่อบ้านเรา </strong>ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของ <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF</strong> และ <strong>คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ระดับมัธยมปลายทั่วประเทศ มาร่วมกันคิด มาร่วมมองหาปัญหาในชุมชนหรือ &#8216;<strong>บ้านของเราเอง&#8217;</strong> แล้วเปลี่ยนเป็นนวัตกรรมล้ำๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท</p>
<p>และที่พิเศษไปกว่านั้น ในปีนี้ GULF ยกระดับความเข้มข้นด้วยการสนับสนุนทุนต่อยอด เพื่อเปลี่ยน <strong>ไอเดียบนกระดาษ</strong> ของน้องๆ ให้กลายเป็น <strong>นวัตกรรม </strong>ที่นำไปใช้งานได้จริง เพื่อสร้าง <strong>Green Leaders</strong> รุ่นใหม่ที่มีทักษะการลงมือทำจริง และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ</p>
<p>สำหรับน้องๆ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ทีมละ 4 คน ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น! สมัครผ่าน <a href="https://www.eng.chula.ac.th/th/59429" target="_blank" rel="noopener">Google Form</a> โดยศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ <a href="https://www.eng.chula.ac.th" target="_blank" rel="noopener">eng.chula.ac.th</a> หรือสอบถามรายละเอียดโทร: 086-522-3844 พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ Facebook: <a href="https://www.facebook.com/GULFSPARK.TH/" target="_blank" rel="noopener">GULF Spark</a> และ TikTok: <a href="https://www.tiktok.com/@GULFspark" target="_blank" rel="noopener">@GULFspark</a></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42802 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Mission-by-Chula-x-GULF-_3_06.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/green-mission-by-chula-x-gulf-2026/">จาก &#8216;โลกเดือด&#8217; สู่ &#8216;ทางรอด&#8217; กับ &#8216;Green Mission by Chula x GULF ปี 3&#8217; โค้งสุดท้าย! ชวนน้องๆ เยาวชนเปลี่ยนไอเดียเป็นนวัตกรรม ชิงทุนกว่า 1 แสนบาท สมัครถึง 3 ก.ค. นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Jun 2026 15:59:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[3 วิกฤติสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[Adaptation]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity Collapse]]></category>
		<category><![CDATA[Climate crisis]]></category>
		<category><![CDATA[KBank]]></category>
		<category><![CDATA[pollution]]></category>
		<category><![CDATA[TBCSD]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดซื้อจัดจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ณกรณ์ ตรรกวิรพัท]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.คุรุจิต นาครทรรพ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกสิกรไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ปฐมภพ สุวรรณศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[ประเสริฐ บุญสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธ เอนกนิธิ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มลพิษ]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธนา เจียมตระการ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42262</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis” เวทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นำเสนอผ่านประเด็น Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ในโอกาสครบรอบ 33 ปี ของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม <strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> พร้อมแสดงจุดยืนครั้งสำคัญในการก้าวไปสู่องค์กรผู้นำในการขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ พร้อมเครือข่ายพันธมิตร</p>
<p><span id="more-42262"></span></p>
<p>โดยได้ชูประเด็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมโลก วิกฤติสิ่งแวดล้อมไทย ประกอบด้วย 3 วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Collapse) และ มลพิษ (Pollution) เพื่อร่วมผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับนโยบายทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมหาทางรอดจากวิกฤติปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด ฝ่าวิกฤติ Triple Planetary Crisis”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246467.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เ</strong><strong>วทีที่ 1 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ </strong>นำเสนอผ่านประเด็น <strong>Climate Crisis </strong><strong>วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน </strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม จากสถานการณ์ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้ทุกภาคส่วนของประเทศทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องเร่งขับเคลื่อนแผนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแผนด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>
<p>สำหรับประเทศไทยได้เร่งเครื่องในระดับนโยบายในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำด้วยการตั้งเป้าให้ประเทศไทยบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยเป็นการปรับเป้า Net Zero ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม 15 ปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงระดับนโยบาย ด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุล ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์</strong> ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า “องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ในฐานะเครือข่ายธุรกิจด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดเครือข่ายหนึ่งของประเทศมีความมุ่งมั่นในการร่วมสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย TEI และ TBCSD ได้บูรณาการการทำงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับองค์กรสมาชิกและองค์กรพันธมิตร จนทำให้ TBCSD กลายมาเป็นผู้นำภาคธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานองค์กรภาคธุรกิจไทย อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42268 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/Green-Procure.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กรมบัญชีกลางเดินหน้ายกระดับ “ภาครัฐสีเขียว” ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong> โดย <strong>นางแพตริเซีย มงคลวนิช</strong> อธิบดีกรมบัญชีกลาง “ได้เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กรมบัญชีกลางได้เริ่มดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งนำร่องบังคับใช้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในระยะแรกได้กำหนดสินค้าจำนวน 8 รายการ ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร เครื่องถ่ายเอกสาร ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น กระดาษอนามัยรถยนต์ (ยกเว้นรถตู้) เครื่องดับเพลิงยกหิ้ว ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก และสี โดยมีการนำข้อมูลเชิงลึกจากระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) มาใช้ในการวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าเข้าสู่ระบบ e-Shopping เพื่ออำนวยความสะดวกหน่วยงานจัดซื้อ มุ่งหวังกระตุ้นผู้ผลิตในตลาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero Emission อย่างเป็นรูปธรรม”</p>
<p>พร้อมทั้ง ได้มีการจัด <strong>พิธีลงนาม</strong><strong>บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (</strong><strong>MOU) </strong><strong>ว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเกณฑ์อาคารเขียวไทย</strong> ระหว่าง มูลนิธิอาคารเขียวไทย กับ มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานอาคารเขียวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้การรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมของ TEI อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246469.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ช่วงการ<strong>เสวนา “</strong><strong>Climate Crisis : </strong><strong>สร้างผลกระทบ – ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติ</strong><strong>อย่างยั่งยืน” </strong>โดยผู้บริหารขององค์กรพันธมิตรของ TBCSD จำนวน 4 หน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดังนี้</p>
<p><strong>นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท</strong> ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า “ปัญหา Climate Change ได้ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงระบบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความมั่นคงด้านพลังงาน และความเป็นอยู่ของประชาชนฐานราก โดยคาดการณ์ว่า GDP ของประเทศอาจลดลงถึงร้อยละ 7–14 ภายในปี 2050 หากไม่มีการปรับตัวอย่างเป็นระบบ</p>
<p>แต่ในทางตรงกันข้าม การลงทุนในการปรับตัว (Adaptation) เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพียงร้อยละ 1 ของ GDP/ปี จะสามารถสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึงร้อยละ 4–5 ภายในปี 2050 สอดรับกับเป้าหมาย Carbon Neutrality และ Net Zero ของประเทศในปี 2050 ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการทั้งในด้าน Adaptation และ Mitigation ควบคู่กับการผลักดันกฎหมาย พรบ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ การบังคับใช้ภาษีคาร์บอน และการพัฒนา Green Skills ในภาคการศึกษาและแรงงาน กลไกคาร์บอนเครดิตจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและองค์ความรู้เฉพาะทาง โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิควิชาการและการรับรองมาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) แก่ทุกภาคส่วนทั้งพลังงาน อุตสาหกรรม และ SMEs เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของตลาดคาร์บอน พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิตของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42265 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246470.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คุรุจิต นาครทรรพ</strong> ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ความรับผิดชอบร่วมกัน ที่แตกต่างกัน ของทุกประเทศในการแก้ภาวะโลกรวนบนหลักการ Common but Differentiated Responsibilities โดยการออกกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ mandate ระบบ MRV รายงานข้อมูลการปล่อย GHG, Carbon Pricing via ETS การจัดสรรโควตาการปล่อยและการซื้อขายสิทธิและจัดตั้ง Real Carbon Market การบูรณาการจะยั่งยืนต้องดำเนินการไปควบคู่กันในทุกมิติ เศรษฐกิจพัฒนาเติบโตได้ สิ่งแวดล้อมก็สะอาด เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายยุทธนา เจียมตระการ</strong> ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสิ่งแวดล้อม หอการค้าไทย กล่าวว่า “Climate Crisis” ไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขัน โครงสร้างเศรษฐกิจ และความอยู่รอดของธุรกิจไทยหอการค้าไทยในฐานะตัวแทนภาคเอกชน จึงผลักดันแนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจปรับตัวจากการปฏิบัติตามกติกา ไปสู่การใช้กติกาใหม่เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพ พร้อมกันนี้ ยังเน้นว่าการสร้างความยั่งยืนต้องบูรณาการทั้งเทคโนโลยี การพัฒนาคน การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อเสริม resilience และขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว”</p>
<p><strong>ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์</strong> ผู้แทนสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ท่ามกลางวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งสำคัญในการปรับตัวสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ “FTI : The New Chapter of Thai Industry” จึงเป็นกรอบยุทธศาสตร์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน พลังงานสะอาด และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูล มาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศ และกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกแนวทางดังกล่าวยังมุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านด้าน Climate Action อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมสนับสนุน SME และแรงงานไทยให้สามารถปรับตัวต่อเศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างทั่วถึงเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง “Inclusive &amp; Sustainable Growth”ที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่บทใหม่ของการพัฒนาที่แข่งขันได้ ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42267 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/KBANK.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>บรรยายพิเศษ “</strong><strong>Move forward Challenges and Directions for Net Zero”</strong> ผ่านการนำเสนอโดยคณะกรรมการบริหารองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับมาตรฐานขององค์กรภาคธุรกิจไทย เพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p><strong>นายพิพิธ เอนกนิธิ</strong> ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาใน 3 มิติ ได้แก่ Economic crisis, Climate crisis และ Bio-diversity crisis โดยที่ผ่านมาธนาคารสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีอยู่ไปช่วยแก้ปัญหาได้ในสองมิติแรก ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว แต่ระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่อิงตาม GDP ยังมีจุดบอดที่ไม่ได้ประเมิน &#8216;มูลค่าของธรรมชาติ&#8217; เข้าไปด้วย เราจึงต้องผลักดันแนวคิด Natural Capital Accounting (NCA) หรือการบัญชีต้นทุนทางธรรมชาติ เพื่อแปลงธรรมชาติที่เคยเป็นของฟรีให้เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางการเงินที่ชัดเจน การสร้างชุดข้อมูลที่เป็นภาษากลางนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ยกระดับภาคธุรกิจจากการแก้ปัญหาระยะสั้นแบบต่างคนต่างทำ ไปสู่การผนึกกำลังร่วมกัน (Collective Action) เพื่อปกป้องธรรมชาติซึ่งเป็นรากฐานที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”</p>
<p><strong>นายปฐมภพ สุวรรณศิริ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Net Zero ไม่ใช่เพียงวาระด้านความยั่งยืนเพื่อลดคาร์บอนขององค์กร แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคอุตสาหกรรม ไทยคมในฐานะผู้นำด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มุ่งสร้างคุณค่าโดยสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ คู่ค้า และลูกค้า ผ่านทั้งบริการสื่อสารผ่านดาวเทียม (SATCOM) และบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (GEOINT) โดยมีตัวอย่างสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยด้วยเทคโนโลยีอวกาศและ AI ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย แพลตฟอร์ม CarbonWatch ที่ได้รับการรับรองจาก อบก. ให้เป็นเครื่องมือประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมรายแรกของไทย โดยร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน ร่วมกับบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ อบก. จากเทคโนโลยีอวกาศ สู่ ESG และความยั่งยืนของประเทศ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1246474.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>เพื่อร่วมหาทางออกจากวิกฤติปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การพัฒนาที่สมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นรากฐานสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/06/tei-33th-anniversary-climate-crisis/">สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) จัดเวทีเสวนาเจาะลึก Climate Crisis วิกฤติที่ไทยที่ต้องรับมือ ร่วมหาทางรอดจากวิกฤติอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมงานอบรมสัมมนาประเมิน CFP และเปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ ต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/osmep-launch-vb-save-plus/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 May 2026 04:29:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Green Trade Barriers]]></category>
		<category><![CDATA[OSME]]></category>
		<category><![CDATA[SME]]></category>
		<category><![CDATA[VB SAVE+]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปณิตา ชินวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[สสว.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41746</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมเปิดงานอบรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมิน CFP และระบบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยให้กับ SME พร้อมร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “VB SAVE+” (วี บี เซฟ พลัส) ซึ่งดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการก้าวสู่ Net Zero ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ณ ห้อง TIJ COMMON GROUND สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) เมื่อเร็ว ๆ นี้ เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงที่ส่งผลให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก จึงเกิดเป็นนโยบายและมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นส่วนหนึ่งของกฎกติกาการค้าโลกใหม่อย่างมาตรการกีดกันทางการค้าสีเขียว (Green Trade Barriers) เป็นสาเหตุให้ SME ไทย ต้องปรับตัวและยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดสากล และเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว เครื่องมือขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเก็บข้อมูลและประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาต่อไปเป็นเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product: CFP) สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 14067 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างศักยภาพการแข่งขันของ SME [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/osmep-launch-vb-save-plus/">สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมงานอบรมสัมมนาประเมิน CFP และเปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ ต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) </strong>ร่วมเปิดงาน<strong>อบรมสัมมนาให้ความรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประเมิน </strong><strong>CFP </strong><strong>และระบบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยให้กับ </strong><strong>SME</strong> พร้อมร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ <strong>“</strong><strong>VB SAVE+” (</strong><strong>วี บี เซฟ พลัส)</strong> ซึ่งดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนการก้าวสู่ Net Zero ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ณ ห้อง TIJ COMMON GROUND สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) เมื่อเร็ว ๆ นี้</p>
<p><span id="more-41746"></span></p>
<p>เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงที่ส่งผลให้ประเด็นสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก จึงเกิดเป็นนโยบายและมาตรการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นส่วนหนึ่งของกฎกติกาการค้าโลกใหม่อย่างมาตรการกีดกันทางการค้าสีเขียว (Green Trade Barriers) เป็นสาเหตุให้ SME ไทย ต้องปรับตัวและยกระดับมาตรฐานสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดสากล และเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว เครื่องมือขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเก็บข้อมูลและประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก และพัฒนาต่อไปเป็นเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product: CFP) สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 14067 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างศักยภาพการแข่งขันของ SME ไทยในการแข่งขันเวทีโลก</p>
<p><strong>ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) </strong>กล่าวว่า <em>“เพื่อที่จะก้าวทันตลาดโลก ผู้ประกอบการ </em><em>SME </em><em>ไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อกติกาใหม่ของโลกโดยเฉพาะการมีข้อมูลด้านคาร์บอนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ซึ่งทางสสว. เอง เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและพัฒนาผู้ประกอบการ </em><em>SME </em><em>ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดธุรกิจได้ เทคโนโลยี มาตรฐานธุรกิจ หรือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อสร้างขีดความสามารถของ </em><em>SME </em><em>ไทย ในการแข่งขันในตลาดทั้งในและต่างประเทศ การร่วมกันขับเคลื่อนโครงการนี้ จะต่อยอดศักยภาพ </em><em>SME </em><em>ไทย ให้เติบโตในบริบทเศรษฐกิจใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน”</em></p>
<p>โดยการเข้าร่วมอบรมสัมมนาให้ครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบุและแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ได้ และสามารถวางแผนและดำเนินมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างถูกวิธี เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจตนเองให้เติบโตทัดเทียมกับสากล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/VB-Save2.png" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการแถลงข่าวเปิดแคมเปญ <strong>“</strong><strong>VB SAVE+” (</strong><strong>วี บี เซฟ พลัส)</strong> ซึ่งดำเนินงานโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อช่วยลดต้นทุนในกระบวนการประเมิน และทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบสำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) โดย <strong>ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)</strong> กล่าวว่า <em>“โครงการ </em><em>‘SME </em><em>ปัง ได้เงินคืน</em><em>’ </em><em>ผ่านระบบ </em><em>BDS (Business Development Service) </em><em>เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจของ </em><em>SME </em><em>ไทย ในลักษณะ </em><em>Matching Fund </em><em>โดยสนับสนุนในรูปแบบ </em><em>co-payment </em><em>ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการ </em><em>SME </em><em>ภาคการผลิตที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท และภาคอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้สูงสุดถึง 80% ภายใต้วงเงินไม่เกิน 100</em><em>,</em><em>000 บาท ครอบคลุมทั้งค่าที่ปรึกษา ค่าทวนสอบ และค่าธรรมเนียมการรับรองในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (</em><em>CFO) </em><em>คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (</em><em>CFP) </em><em>และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (</em><em>T-VER)</em><em> สอดคล้องกับเป้าประสงค์ และการดำเนินงานของโครงการ </em><em>VB SAVE+</em><em> เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีมาตรฐานเดียวกับนานาชาติ”</em></p>
<p>ในอนาคตข้างหน้า สสว. ยังพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ เพื่อต่อยอดขีดความสามารถของ SME ไทยให้พุ่งทะยานต่อไปด้วยความมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของโลกอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/osmep-launch-vb-save-plus/">สสว. เดินหน้าช่วย SME ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ร่วมงานอบรมสัมมนาประเมิน CFP และเปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ ต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อยกระดับมาตรฐาน SME ไทยก้าวทันเวทีการค้าโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เอส แอนด์ พี’ รับมอบใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรนำร่องที่เข้าร่วม &#8216;โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/snp-certified-ghg-reduction-sbti-by-tgo/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2025 10:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[​ SBTI]]></category>
		<category><![CDATA[ECEE]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[S&P]]></category>
		<category><![CDATA[Science Based Target]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐริกา วายุภาพ นิติพน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มณีสุดา ศิลาอ่อน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[เบทาโกรใส่ใจ รักษ์ป่าชุมชน’]]></category>
		<category><![CDATA[เอสแอนด์พี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35782</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) โดย คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร รับมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรนำร่องที่เข้าร่วม &#8216;โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)&#8217; จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (ECEE) ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย S&#38;P เป็น 1 ใน 22 องค์กรนำร่องที่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย และแผนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยมีคุณณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) เมื่อเร็วนี้ S&#38;P เชื่อว่าการยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/snp-certified-ghg-reduction-sbti-by-tgo/">‘เอส แอนด์ พี’ รับมอบใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรนำร่องที่เข้าร่วม &#8216;โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>โดย <strong>คุณมณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร </strong>รับมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรนำร่องที่เข้าร่วม<strong> &#8216;โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม เพื่อมุ่งสู่ </strong><strong>Net Zero </strong><strong>ด้วยวิธี </strong><strong>Science Based Target (</strong><strong>ระยะที่ 2)&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-35782"></span></p>
<p>จัดโดย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านพลังงานเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (ECEE) ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย S&amp;P เป็น 1 ใน 22 องค์กรนำร่องที่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย และแผนการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจก นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35785 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/SP-SBT3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยมีคุณณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (รางน้ำ) เมื่อเร็วนี้</p>
<p><em>S&amp;P </em><em>เชื่อว่าการยกระดับการดำเนินงานด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธี </em><em>SBTi </em><em>รวมทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง จะช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้สามารถบรรลุเป้าหมาย </em><em>Net Zero </em><em>ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35784 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/SP-SBT2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/snp-certified-ghg-reduction-sbti-by-tgo/">‘เอส แอนด์ พี’ รับมอบใบประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์กรนำร่องที่เข้าร่วม &#8216;โครงการส่งเสริมการกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรมเพื่อมุ่งสู่ Net Zero ด้วยวิธี Science Based Target (ระยะที่ 2)&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Feb 2025 15:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[Luxury]]></category>
		<category><![CDATA[Royal Phuket Marina]]></category>
		<category><![CDATA[RPM]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Tourism]]></category>
		<category><![CDATA[กูลู ลัลวานี]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าเรือปลอดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[รอยัล ภูเก็ต มารีน่า]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เรือยอร์ช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32009</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครบรอบ 20 ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (RPM) ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม นับตั้งแต่ก่อตั้ง RPM ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต RPM ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (High-Net-Worth Individuals) ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม RPM จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว RPM สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล RPM ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง 30% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ RPM ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ RPM ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน RPM สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ RPM [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ครบรอบ <strong>20</strong> ปีแห่งนวัตกรรมและความเป็นผู้นำ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า (<strong>RPM) </strong>ฉลองสองทศวรรษในฐานะจุดหมายปลายทางชีวิตริมน้ำระดับพรีเมียม</p>
<p><span id="more-32009"></span></p>
<p>นับตั้งแต่ก่อตั้ง <strong>RPM </strong>ได้กำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้ชีวิตสุดหรู พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางทะเลที่ล้ำสมัยและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอันล้ำหน้า ท่ามกลางการเติบโตของการท่องเที่ยวและการลงทุนในภูเก็ต <strong>RPM </strong>ยังคงเป็นผู้นำด้านความหรูหราอย่างยั่งยืน และการผสมผสานประสบการณ์ระดับโลกเข้ากับการพัฒนาอย่างรับผิดชอบ</p>
<p>ตลอด <strong>20</strong> ปีที่ผ่านมา เทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการทำงานระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ได้กระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ต ความมีเสน่ห์ของเกาะที่ทั่วโลกต่างพูดถึงจุดหมายปลายทางระดับไฮเอนด์ที่เพิ่มสูงขึ้น การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับสากลและกระแสการเข้ามาของบุคคลที่มีสินทรัพย์สูง (<strong>High-Net-Worth Individuals) </strong>ในฐานะที่เป็นชุมชนระดับพรีเมียม <strong>RPM </strong>จึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่ต้องการไลฟ์สไตล์ที่หรูหราและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว <strong>RPM </strong>สนับสนุนให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการลงทุนและการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระดับสากล</p>
<p><strong>RPM </strong>ขยายขอบเขตไปไกลกว่าธุรกิจมารีน่าและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแผนพัฒนาโรงเรียนนานาชาติเพื่อรองรับจำนวนผู้อยู่อาศัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีการพัฒนาที่ดินแล้วเสร็จไปเพียง <strong>30%</strong> ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งยังคงมีพื้นที่เหลือสำหรับการเติบโตเพิ่มเติม โครงการในอนาคตรวมถึงโรงแรมระดับพรีเมียมและวิลล่าหรูพร้อมสระว่ายน้ำ ตอกย้ำพันธกิจของ <strong>RPM </strong>ในด้านการให้บริการระดับไฮเอนด์และการพัฒนาอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Royal-Phuket-Marina-Sunset-Yachtshow-Small-S.jpeg" alt="" width="1200" height="674" /></p>
<p>ความยั่งยืนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ <strong>RPM </strong>ในฐานะมารีน่าแห่งเดียวในเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน <strong>RPM </strong>สามารถรักษาสถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน (<strong>Carbon Neutrality) </strong>ได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (<strong>TGO) </strong>ความมุ่งมั่นสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น ระบบการจัดการของเสียที่ดีขึ้น โครงสร้างพื้นฐานสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น การอนุรักษ์ป่าชายเลน ภายในปี <strong>2569</strong> พื้นที่ดาดฟ้าทั้งหมดจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มรูปแบบ เพื่อนำ <strong>RPM </strong>ไปสู่เป้าหมายการพึ่งพาพลังงานสะอาดอย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันใกล้</p>
<p>แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก แต่การจัดอันดับด้านความยั่งยืนยังคงต่ำกว่ามาตรฐานสากล <strong>RPM </strong>มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มนี้ โดยเป็นผู้นำในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ <strong>10</strong> อันดับแรกของจุดหมายปลายทางการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนระดับโลก ในขณะการล่องเรือเป็นธุรกิจหลัก <strong>RPM </strong>ยังคงพัฒนาแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รักษาสภาพทางทะเลแบบยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ช่วยลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Marina-PICTURE-EDIT.jpg" alt="" width="1200" height="586" /></p>
<p>อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของภูเก็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า <strong>13</strong> ล้านคนในปีนี้ เกาะแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางหรูหราสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งประเทศรัสเซีย จีน อินเดีย ออสเตรเลีย อังกฤษ  แถบตะวันออกกลาง รวมถึงโซนยุโรป ด้วยอัตราการกลับมาเยือนที่ <strong>65% RPM </strong>มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างเสน่ห์ของประเทศไทยในเวทีโลก ในขณะเดียวกันก็มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>อีกหนึ่งแง่มุมของการใช้ชีวิตหรูหราที่มักถูกมองข้ามคือคุณภาพอากาศ ซึ่ง <strong>RPM </strong>ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (<strong>AQI) </strong>ระหว่าง <strong>8-11 RPM </strong>สร้างสภาพบรรยากาศที่บริสุทธิ์เสมอ เหมาะแก่การเป็นจุดหมายปลายทางในการพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบ ความพยายามในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ <strong>RPM </strong>ครอบคลุมไปถึงระบบขนส่งไฟฟ้า ระบบกรองอากาศขั้นสูง และการขยายโครงการเก็บขยะทางทะเล</p>
<p><strong>คุณกูลู ลัลวานี </strong>ประธานบริหาร รอยัล ภูเก็ต มารีน่า ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนว่า <em>&#8220;<strong>RPM </strong>พร้อมเดินหน้าสู่การลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายในปีหน้า เราจะขยายจำนวนเรือ <strong>SeaBin </strong>ซึ่งสามารถกำจัดขยะได้ถึง <strong>48</strong> กิโลกรัมต่อวันภายในพื้นที่บริเวณท่าเรือของมารีน่า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/WhatsApp-Image-2025-02-22-at-11.05.13-1.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความสำเร็จของ <strong>RPM </strong>ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความหรูหราและความยั่งยืน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่าเรือยอร์ชของไทย ภายใต้การนำของคุณลัลวานี  ประธานบริหารรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ผู้เป็นหัวเรือสำคัญในการผลักดันนโยบายยกเลิกภาษีนำเข้าเรือ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางอาชีพในอุตสาหกรรมนี้ <strong>RPM </strong>ยังคงเดินหน้าโครงการต่อด้วยการเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรูที่ถูกจับตามองมากที่สุดในเอเชีย <strong> </strong></p>
<p>นับตั้งแต่ <strong>RPM </strong>ก่อตั้งขึ้นในปี <strong>2002</strong> และเปิดดำเนินการในปี <strong>2004</strong> คุณลัลวานี<strong> </strong>ได้ลงทุนประมาณ <strong>60</strong> ล้านเหรียญสหรัฐ (<strong>2,100</strong> ล้านบาท) ในธุรกิจโดยรวม เพื่อความยั่งยืน ได้ลงทุนอย่างมากในการติดตั้งหลังคาโซลาร์บนอาคารของเรา ซึ่งปัจจุบันผลิตไฟฟ้าได้เกือบ <strong>40%</strong> ของทั้งหมด</p>
<p><strong> </strong>ในโอกาสครบรอบ <strong>20</strong> ปี <strong>RPM </strong>จึงได้เปิดตัวโลโก้แบรนด์ใหม่ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยมากขึ้น และยังคงวิสัยทัศน์อนาคตที่ชัดเจน ไม่ว่าการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนที่ยอดเยี่ยม หรือโอกาสการลงทุนที่ล้ำค่า <strong>RPM </strong>เชิญชวนทั้งนักเดินทางและนักลงทุนให้เข้ามาสัมผัสโลกแห่งการใช้ชีวิตอย่างมีระดับและใส่ใจสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและความหรูหราที่เหนือระดับ <strong>RPM </strong>กำลังนิยามมาตรฐานใหม่ของการใช้ชีวิตและการลงทุนในภูเก็ต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/royal-phuket-marina-luxury-tourism-destination/">รอยัล ภูเก็ต มารีน่า พลิกโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภูเก็ต เริ่มต้นยุคใหม่แห่งความหรูหราอย่างยั่งยืน ฉลอง 20 ปี แห่งความเป็นผู้นำ เดินหน้าต่อยอดความเป็นเลิศทุกด้าน พร้อมนำเสนอโครงการใหม่ ๆ ต่อเนื่อง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความเข้าใจ &#8216;Carbon Ecosystem&#8217; เร่งวางโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Low-carbon Economy ก่อนตลาดขยับสู่ภาคบังคับ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/set-carbon-ecosystem-to-low-carbon-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 Feb 2025 09:20:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN CARBON COMMON FRAMEWORK]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Ecosystem : โครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Low-carbon Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Emission]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Data Platfom​]]></category>
		<category><![CDATA[GHG]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SET]]></category>
		<category><![CDATA[SET ESG Academy]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บวร วรรณศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อโณทัย สังข์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงปูน ลำปาง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31955</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ Carbon Ecosystem เป็นหนึ่ง​ปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเรียนรู้ พร้อมเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต่อกฏเกณฑ์ใหม่ของโลกธุรกิจ และนโยบายในการ​ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) ภายใต้เป้าหมายในการลลดการปลดปล่อยคาร์บอนพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนและเติมเต็มโครงสร้าง Carbon Ecosystem ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องและทุกมิติ เพื่อมีส่วนช่วยดูแลบริษัทจดทะเบียนและภาคธุรกิจของประเทศไทย ให้สามารถปรับตั​วและขับเคลื่อนสู่ Low-carbon Economy​ ทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ​คาร์บอนและตลาดคาร์บอน การพัฒนาเครื่องมือช่วย​วัดการปลดปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญขอ​งกลยุทธ์ Decarbonization ​การเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อช่วยสนับสนุน​ภาคธุรกิจ ในการเปลี่ยนผ่านเพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน ช่วงรอยต่อ​สู่ภาคบังคับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้​างหน้า​ ร่วมวางโครงสร้าง Carbon Ecosystem  ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO) ​และ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด  (SCG ลำปาง) ​ร่วมฉายภาพการพัฒนา Carbon [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/set-carbon-ecosystem-to-low-carbon-economy/">ทำความเข้าใจ &#8216;Carbon Ecosystem&#8217; เร่งวางโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Low-carbon Economy ก่อนตลาดขยับสู่ภาคบังคับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div>เมื่อความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ<strong> Carbon Ecosystem</strong> เป็นหนึ่ง​ปัจจัยสำคัญที่ภาคธุรกิจต้องเรียนรู้ พร้อมเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต่อกฏเกณฑ์ใหม่ของโลกธุรกิจ และนโยบายในการ​ขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Economy) ภายใต้เป้าหมายในการลลดการปลดปล่อยคาร์บอนพื่อมุ่งสู่ Carbon Neutrality ภายในปี 2050 และ Net Zero ภายในปี 2065</div>
<p><span id="more-31955"></span></p>
<p><strong>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)</strong> เป็นหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนและเติมเต็มโครงสร้าง Carbon Ecosystem ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องและทุกมิติ เพื่อมีส่วนช่วยดูแลบริษัทจดทะเบียนและภาคธุรกิจของประเทศไทย ให้สามารถปรับตั​วและขับเคลื่อนสู่ Low-carbon Economy​ ทั้งการส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ​คาร์บอนและตลาดคาร์บอน การพัฒนาเครื่องมือช่วย​วัดการปลดปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญขอ​งกลยุทธ์ Decarbonization ​การเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อช่วยสนับสนุน​ภาคธุรกิจ ในการเปลี่ยนผ่านเพื่อรักษาความสามารถแข่งขัน ช่วงรอยต่อ​สู่ภาคบังคับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้​างหน้า​</p>
<p><strong>ร่วมวางโครงสร้าง Carbon Ecosystem </strong></p>
<p>ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จับมือ <strong>องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO)</strong> ​และ <strong>บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด  (SCG ลำปาง) ​</strong>ร่วมฉายภาพการพัฒนา Carbon Ecosystem​ พร้อมแชร์  Best Practice ความสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการคาร์บอนเครดิตในรูปแบบการปลูกป่า​ ที่​การได้คาร์บอนเครดิตเป็นเพียงผลพลอยได้ แต่ผลลผัพธ์สำคัญคือการมีเครื่องมือในการดูดซับคาร์บอนออกจากอากาศได้โดยตรง รวมทั้งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางธรรมชาติ (Biodiversity) ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เชื่อมโยงมา​ถึงการเพิ่มแหล่งอาหารทางธรรมชาติ และยกระดับ​คุณภาพชีวิตให้ชุมชนในพื้นที่ได้ด้วย</p>
<p><strong>ดร. ศรพล ตุลยะเสถียร </strong>รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานพัฒนาความยั่งยืนตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมด้วย <strong>คุณอโณทัย สังข์ทอง </strong>ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารและทะเบียนคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และ <strong>คุณบวร วรรณศรี  </strong>ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์และอนุรักษ์ธรรมชาติ  บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด ให้ข้อมูลร่วมกันผ่านฟอรั่ม <em><strong>&#8216;Carbon Ecosystem: โครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Low-carbon Economy&#8217;  </strong></em></p>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31958 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SET-CAERBON-STAT.jpg" alt="" width="1200" height="683" /></div>
<div>ทั้งนี้ ​<strong>ดร. ศรพล ตุลยะเสถียร ​</strong>ได้เปิดเผยข้อมูลพัฒนาการของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีสัดส่วนราว 50% หรือ 445 แห่ง จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดกว่า 880 แห่ง สามารถจัดทำรายงานด้านความยั่งยืน และการจัดทำการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร (Carbon Footprint) ได้แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 30% รวมทั้งจำนวนบริษัทที่จัดทำรายงาน พร้อม​การทวนสอบความถูกต้องของข้อมูลแล้วในสัดส่วน 30% หรือ 267 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าในช่วงนำร่องโครงการถึง 47%  จากการพัฒนาแพลตฟอร์ม ESG Data Platform ที่มีเครื่องมือช่วยคำนวณการปลดปล่อนคาร์บอน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนของภาคธุรกิจ</div>
<div>
<div><em>&#8220;ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน บจ. ในการปรับตัวและเปลี่ยนผ่าน โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อเร่งให้เกิดการปรับตัว ​รวมทั้งการแชร์องค์ความรู้ หรือ Best Practice ผ่าน <strong>SET ESG Academy</strong> การพัฒนาระบบฐานข้อมูล และเครื่องมือในการจัดทำรายงานและคำนวณคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร ​ การเชื่อมโยงข้อมูลจาก <strong>ESG Data Platfom​</strong> ไปยังสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน ​ไปจนถึงการเชื่อมโยง​สู่การยกระดับและพัฒนาตลาดคาร์บอนของประเทศไทย ทั้งการให้ข้อมูลทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการศึกษาแพลตฟอร์ม​ในหลากหลายรูปแบบทั้งภาคสมัครใจและภาคบังคับ และข้อมูลโครงการคาร์บอนเครดิตต่างๆ เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางของการพัฒนาอย่างยั่งยืนมากขึ้น&#8221;</em></div>
<div></div>
</div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31960 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Seminar4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></div>
<div></div>
<div>ด้าน  <strong>คุณอโณทัย สังข์ทอง </strong>กล่าวถึงภาพรวมระบบนิเวศคาร์บอนในประเทศไทย ปัจจุบันยังเป็นการดำเนินการในรูปแบบของภาคสมัครใจ และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ภาคบังคับ ทำให้ในอนาคตผู้ประกอบธุรกิจต้องสามารถรายงานการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับเรื่องของภาษีคาร์บอนที่ต้องทำความเข้าใจ และกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์ในการดำเนินธุรกิจ หากมีการประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในอนาคต ซึ่งขณะนี้​ได้นำส่งร่างกฏหมายให้สำนักนายกพิจารณาแล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนต่างๆ ​คาดว่าจะสามารถประกาศบังคับใช้ได้ราวอีก 2-3 ปีข้างหน้า</div>
<div></div>
<div><em>&#8220;ประเทศไทยตั้งเป้าหมาย Net Zero ในปี 2065 ขณะที่ตามโรดแม็พ​​​จะเพิ่มความสามารถในการลดคาร์บอนให้ได้ 30-40% ภายในปี 2030 การมีเพียงนโยบายในภาคสมัครใจ อาจทำให้ไม่สามารถไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีหลากหลายกลไกมาใช้เพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนของภาคบังคับ ประกอบกับเงื่อนไขจากต่างประเทศ เช่น มาตรการ CBAM ของทางสหภาพยุโรป ทำให้ธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัว​เพื่อจำกัดปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ให้ได้ตามกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าปรับและส่งผลให้มีต้นทุนที่เพิ่มสูงมากขึ้น โดยไม่สามารถใช้คาร์บอนเครดิตมาชดเชยได้ ​ มีเพียงภาษีคาร์บอน และสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้จัดสรรจากภาครัฐ  (Allowances) ซึ่งเป็นกลไกที่จะอยู่ในมาตรการภาคบังคับ &#8220;​</em></div>
<div></div>
<div><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31968 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/TGO-Carbon-Credit.jpg" alt="" width="1200" height="636" /></div>
<div></div>
<div><strong>โครงการ &#8216;คาร์บอนเครดิต&#8217; ที่ช่วยพัฒนาผู้คนและชุมชน </strong></div>
<div><strong>คุณบวร วรรณศรี  </strong>ผู้จัดการชุมชนสัมพันธ์และอนุรักษ์ธรรมชาติ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ลำปาง) จำกัด กับการแชร์ Best Practice ในโครงการลดคาร์บอนฟุตพรินท์ภายในธุรกิจ <strong>&#8216;โรงปูน ลำปาง&#8217;</strong> ผ่านแนวทาง NCF (Natural Clilmlate Solutions) หรือการกำจัดคาร์บอนตามแนวทางธรรมชาติ ​ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ SCG ใช้เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในธุรกิจ ทั้งการใช้พลังงาน​ความร้อน การใช้ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ​การลดการใช้วัตถุดิบ เนื่องจาก กระบวนการผลตซิเมนต์จะมีการปล่อยคาร์บอนตามธรรมชาติที่เกิดขึ้น รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Carbon Capture มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ Reduction เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050</div>
<div>ทั้งนี้ โรงปูน ลำปาง ได้รับสัมปทานพื้นที่ซึ่งเดิมเป็นป่าเสื่อมโทรม และสามารถฟื้นฟูจนกลายเป็นป่าที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ ด้วยการมุ่งพัฒนาพื้นที่โดยรอบ ทั้งการปลูกป่า ฟื้นฟูป่า สร้างฝายชะลอน้ำ รวมทั้งสร้างแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่า โดยให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกับภาคชุมชน และสร้างเครือข่ายจากคนในพื้นที่ เพื่อสร้างการมีส่วนพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะการมีส่วนเฝ้าระวังไฟป่า​</div>
<div><em>&#8220;คาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการถือว่าเป็นผลพลอยได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุด คือ การฟื้นคืนธรรมชาติ ฟื้นฟูพื้นที่ป่า ที่ทำให้ได้ทั้งความหลากหลายทางธรรมชาติกลับคืนมา รวมทั้งเพิ่มแหล่งอาหารให้คนในชุมชน รวมทั้งยังเป็นแหล่งรายได้ ขณะที่การทำคาร์บอนเครดิตจากภาคป่าไม้ ยังเป็นรูปแบบเดียวที่เป็นเครื่องมือในการดูดซับคาร์บอนออกจากอากาศได้โดยตรง และถือเป็นหนึ่งโอกาสของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่สามารถปลูกต้นไม้ได้ง่าย จึงควรส่งเสริมโครงการในรูปแบบนี้เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับคาร์บอนเครดิตจากโครงการยังเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้ชุมชนนำไปขายหรือใช้เพื่อชดเชยเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย&#8221;</em></div>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/SCG-LUMPANG.jpg" alt="" width="1200" height="679" /></p>
<p>เห็นได้ว่า การพัฒนา Carbon Ecosystem ไม่ใช่แค่การสร้างตลาดเพื่อรองรับการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเท่านั้น แต่หากสามารถต่อยอดในการนำไปพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตที่มีคุณภาพ จะทำให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาคน การดูแลคนในพื้นที่รอบโครงการไปพร้อมกันได้ด้วย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการเจรจาในระดับภูมิภาค เพื่อพัฒนา ASEAN CARBON COMMON FRAMEWORK  หรือกรอบดำเนินงานตลาดคาร์บอนร่วมของอาเซียน เพื่อสร้างมาตรฐานและพัฒนา​คาร์บอนเครดิตภายในภูมิภาคอาเซียนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และโปร่งใสในระยะยาวในฐานะ​ภูมิภาคผู้นำด้านสภาพอาดาศ  รวมทั้งสร้างอำนาจต่อรองในระบบเศรษฐกิจระดับโลกได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/set-carbon-ecosystem-to-low-carbon-economy/">ทำความเข้าใจ &#8216;Carbon Ecosystem&#8217; เร่งวางโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ Low-carbon Economy ก่อนตลาดขยับสู่ภาคบังคับ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อินทรี อีโคไซเคิล ขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน  การจัดการของเสียและบริการอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/insee-ecocycle-collaborating-for-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Feb 2025 07:23:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Bangchak]]></category>
		<category><![CDATA[Insee]]></category>
		<category><![CDATA[insee ecocycle]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Award]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[กลอยตา ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตติยา ชูทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธาดา วรุณโชติกุล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บรูโน ฟ๊อกซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บางจาก]]></category>
		<category><![CDATA[วชิรวรรณ แย้มศรี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[อินทรี อีโคไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31907</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด เดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืน นำเสนอโซลูชันที่ช่วยจัดการของเสีย และบริการอุตสาหกรรมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงาน &#8220;Collaborating for Sustainability ร่วมมือมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน&#8221; ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยได้เชิญชวนลูกค้าและพันธมิตรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมผนึกกำลังมุ่งบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนร่วมกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต นายบรูโน ฟ็อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด ในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน และแสดงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการของเสีย และบริการอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ โดยยกตัวอย่าง เทคโนโลยีเผาร่วมในเตาปูนซีเมนต์ (Co-processing) ซึ่งนำของเสียที่สามารถเผาทำลายได้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ทำให้ไม่มีของเสียถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังแนะนำบริการเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการจัดการของเสียและบริการอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/insee-ecocycle-collaborating-for-sustainability/">อินทรี อีโคไซเคิล ขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน  การจัดการของเสียและบริการอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด เดินหน้าส่งเสริมความยั่งยืน นำเสนอโซลูชันที่ช่วยจัดการของเสีย และบริการอุตสาหกรรมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายในงาน <strong>&#8220;</strong><strong>Collaborating for Sustainability </strong><strong>ร่วมมือมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน&#8221;</strong> ณ โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา โดยได้เชิญชวนลูกค้าและพันธมิตรเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมผนึกกำลังมุ่งบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนร่วมกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต</p>
<p><span id="more-31907"></span></p>
<p><strong>นายบรูโน ฟ็อกซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทรี อีโคไซเคิล จำกัด ในกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง</strong> ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน และแสดงวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการของเสีย และบริการอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ด้วยโซลูชันที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ โดยยกตัวอย่าง เทคโนโลยีเผาร่วมในเตาปูนซีเมนต์ (Co-processing) ซึ่งนำของเสียที่สามารถเผาทำลายได้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนถ่านหินในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ทำให้ไม่มีของเสียถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO<sub>2</sub>) และก๊าซเรือนกระจก (GHG) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31911 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Insee3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ยังแนะนำบริการเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการจัดการของเสียและบริการอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน เช่น การบริหารจัดการของเสียที่หน้างานลูกค้าแบบครบวงจร (Onsite Integrated Waste Solutions) การทำความสะอาดแทงก์ด้วยหุ่นยนต์ (Robotic Tank Cleaning) และนวัตกรรมการขจัดการปนเปื้อน (Electromotive Cleaning) เป็นต้น</p>
<p>ภายในงานยังมีการเปิดเวทีเสวนา โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมบรรยาย และแลกเปลี่ยนมุมมอง อาทิ <strong>นายธาดา วรุณโชติกุล</strong> ผู้จัดการสำนักรับรองธุรกิจคาร์บอนต่ำ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในหัวข้อ <strong>&#8216;แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อความยั่งยืน</strong>, <strong>นางสาวจิตติยา ชูทอง</strong> ผู้อำนวยการกลุ่มจัดการกากอุตสาหกรรม 3 กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในหัวข้อ กฎหมายกรมโรงงานด้านการจัดการของเสีย เปลี่ยนเพื่อความยั่งยืน, <strong>นางสาววชิรวรรณ แย้มศรี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ  บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ในหัวข้อ การจัดการขยะสู่ความยั่งยืน และ<strong>นางกลอยตา ณ ถลาง</strong> รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในหัวข้อ เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เส้นทางสู่ความยั่งยืน มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31909 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/INSEE2-.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัล &#8220;<strong>Sustainability Award</strong>&#8221; ให้กับลูกค้าที่ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ อินทรี อีโคไซเคิล ในการสร้างเครือข่ายที่มีพลัง พร้อมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนในทั้งภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/insee-ecocycle-collaborating-for-sustainability/">อินทรี อีโคไซเคิล ขับเคลื่อนความร่วมมือเพื่อความยั่งยืน  การจัดการของเสียและบริการอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คาเฟ่ อเมซอน ​รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ พร้อม 3 สินค้า &#8216;ฉลากทอง&#8217; ​ลดคาร์บอนได้มากกว่า 13-30%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/11/cafe-amazon-certificated-cfp-and-cfr-standard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Nov 2024 11:39:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Café Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Product]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint Reduction]]></category>
		<category><![CDATA[CFP]]></category>
		<category><![CDATA[CFR]]></category>
		<category><![CDATA[Green Label]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[OR]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[คาเฟ่ อเมซอน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[รองเพชร บุญช่วยดี]]></category>
		<category><![CDATA[วรรณวิสาข์ สู่ศุภอรรถ]]></category>
		<category><![CDATA[วิไล บุญเจริญชัย]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[อบก]]></category>
		<category><![CDATA[โออาร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=30475</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศทั้งเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product)  หรือ CFP และเครื่องหมายรับรองลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction) หรือ CFR  จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) สำหรับผลิตภัณฑ์กว่า 12 รายการ ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด OR SDG การได้รับการรับรองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคาเฟ่ อเมซอน  ภายใต้การขับเคลื่อนความยั่งยืนตามนโยบายของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR  ​​ตามแนวคิด OR SDG โดยเฉพาะด้าน G – GREEN โอกาสเพื่อสังคมสะอาด ที่มุ่งผลักดันให้ธุรกิจทุกประเภทของ OR เป็นธุรกิจสีเขียว โดยผลิตภัณฑ์ Café Amazon ที่ได้รับการรับรอง CFP ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่ม Iced Black Coffee กาแฟคั่วเต็มเมล็ด [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/cafe-amazon-certificated-cfp-and-cfr-standard/">คาเฟ่ อเมซอน ​รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ พร้อม 3 สินค้า &#8216;ฉลากทอง&#8217; ​ลดคาร์บอนได้มากกว่า 13-30%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>คาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) </em><em>ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมระดับประเทศทั้งเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product)  หรือ CFP </em><em>และเครื่องหมายรับรองลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction) หรือ CFR </em><em> </em><em>จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) สำหรับผลิตภัณฑ์กว่า </em><em>12 </em><em>รายการ ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด </em><em>OR SDG</em><span id="more-30475"></span></p>
<p>การได้รับการรับรองครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ<em>คาเฟ่ อเมซอน  ภายใต้การขับเคลื่อนความยั่งยืนตามนโยบายของ <strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>OR</strong> </em> ​​ตามแนวคิด OR SDG โดยเฉพาะด้าน G – GREEN โอกาสเพื่อสังคมสะอาด ที่มุ่งผลักดันให้ธุรกิจทุกประเภทของ OR เป็นธุรกิจสีเขียว โดยผลิตภัณฑ์ Café Amazon ที่ได้รับการรับรอง CFP ครอบคลุมทั้งเครื่องดื่ม Iced Black Coffee กาแฟคั่วเต็มเมล็ด กาแฟดริปและดริปแต่งกลิ่น และกาแฟแคปซูลและแคปซูลแต่งกลิ่น รวมทั้งสิ้น 12 รายการ</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมี 3 ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า​ 2% จากปีฐานตามเกณฑ์การพิจารณาเครื่องหมาย CFR จนได้รับเครื่องหมายดังกล่าว ได้แก่ Café Amazon Drip Coffee Signature, Café Amazon Coffee Capsule Amazon Signature และ Café Amazon Coffee Capsule Amazon Selected ซึ่งทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์นี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 13 % สำหรับกาแฟดริปและมากกว่า 30% สำหรับกาแฟแคปซูลตามลำดับ</p>
<p>การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง <strong>OR</strong> และ <strong>สถาบันนวัตกรรม ปตท.</strong> ในการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่การปลูกกาแฟ การขนส่ง การผลิตจากกลุ่มโรงงานภายในศูนย์ธุรกิจไลฟ์สไตล์คาเฟ่ อเมซอน หรือ OASYS จนผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้า รวมถึงการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นหลังการบริโภค ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ได้ผ่านการทวนสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์</p>
<p>ทั้งนี้ เครื่องหมายรับรอง CFP และ CFR  สะท้อนวิสัยทัศน์ของ OR ในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจสีเขียวที่ยั่งยืน พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการรายอื่น หันมาใส่ใจการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-30476 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/11/121A3386.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการรับรองมาตรฐานครั้งนี้ ​ <strong>คุณรองเพชร บุญช่วยดี</strong> <strong>รองผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) </strong>หรือ<strong> อบก. </strong>เป็นผู้มอบเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product: CFP) และเครื่องหมายรับรองลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction: CFR) โดยมี<strong> คุณวรรณวิสาข์ สู่ศุภอรรถ ผู้จัดการฝ่ายบริหารความยั่งยืนและคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม</strong> และ <strong>คุณวิไล บุญเจริญชัย ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และการตลาดคาเฟ่อเมซอน </strong><strong>บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) </strong>หรือ <strong>OR</strong>  เป็นผู้รับมอบ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/11/cafe-amazon-certificated-cfp-and-cfr-standard/">คาเฟ่ อเมซอน ​รับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ พร้อม 3 สินค้า &#8216;ฉลากทอง&#8217; ​ลดคาร์บอนได้มากกว่า 13-30%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
