<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เต็ดตรา แพ้ค &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 28 Jul 2026 13:31:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.7</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เต็ดตรา แพ้ค &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Jul 2026 13:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[sustainability report]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[กระเบื้องโอฬาร]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณ์  เกรียวสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญา ศิลสุภดล]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สมยศ วัฒน์พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[โอฬาร]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟเบอร์ซีเมนต์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43400</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ​เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเก็บกลับวัดสุในกลุ่ม &#8216;กล่องเครื่องดื่ม&#8217; ในประเทศไทย สำหรับบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และมองเห็นการเติบโตของความร่วมมือภายใน Ecosystem นี้ได้อย่างชัดเจน จากในช่วงเริ่มต้นความร่วมมือของเครือข่ายเมื่อกว่า ​​5 ปีก่อนหน้า สามารถเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้ไม่ถึง 20 ตัน แต่ตัวเลขล่าสุดในปีที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บเพื่อนำกล่องเครื่องดื่มหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้รวมทั้งสิ้น 1,364 ตัน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถจัดเก็บได้เพิ่มเป็นมากกว่า 2,000 ตัน คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย (Circular Economy) มาจากความร่วมมือกันอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วนภายในภาคีเครือข่าย ทั้งภาคเอกชน ภาคชุมชน และภาครัฐ โดยเฉพาะการทำให้จุดเริ่มต้นสำคัญอย่างการสร้างระบบที่ทำให้การเก็บกลับมีความสะดวก เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเก็บและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้าง​ต้นทางของกระบวนการในการรวบรวม และได้มาซึ่งวัสดุสำหรับนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปใช้ซ้ำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อีกครั้งแทนการเป็นขยะที่หลุมฝังกลบ &#8220;หลายวัสดุในประเทศไทยอย่างแก้ว หรืออะลูมิเนียม มีตลาดและระบบรีไซเคิลที่แข็งแรง ทำให้ระบบ Circularity ในกลุ่มวัสดุเหล่านี้ ขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง แต่ใน วัสดุบางประเภท [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/">เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ​เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการเก็บกลับวัดสุในกลุ่ม <strong>&#8216;กล่องเครื่องดื่ม&#8217;</strong> ในประเทศไทย สำหรับบริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด และมองเห็นการเติบโตของความร่วมมือภายใน Ecosystem นี้ได้อย่างชัดเจน</p>
<p><span id="more-43400"></span></p>
<p>จากในช่วงเริ่มต้นความร่วมมือของเครือข่ายเมื่อกว่า ​​5 ปีก่อนหน้า สามารถเก็บรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วได้ไม่ถึง 20 ตัน แต่ตัวเลขล่าสุดในปีที่ผ่านมา สามารถจัดเก็บเพื่อนำกล่องเครื่องดื่มหลังการบริโภคเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้รวมทั้งสิ้น 1,364 ตัน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะสามารถจัดเก็บได้เพิ่มเป็นมากกว่า 2,000 ตัน</p>
<p><strong>คุณปฏิญญา ศิลสุภดล </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย (Circular Economy) มาจากความร่วมมือกันอย่างบูรณาการของทุกภาคส่วนภายในภาคีเครือข่าย ทั้งภาคเอกชน ภาคชุมชน และภาครัฐ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43407 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464283.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>โดยเฉพาะการทำให้จุดเริ่มต้นสำคัญอย่างการสร้างระบบที่ทำให้การเก็บกลับมีความสะดวก เพื่อช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการเก็บและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อสร้าง​ต้นทางของกระบวนการในการรวบรวม และได้มาซึ่งวัสดุสำหรับนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล เพื่อนำไปแปรรูปใช้ซ้ำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อีกครั้งแทนการเป็นขยะที่หลุมฝังกลบ</p>
<p><em>&#8220;หลายวัสดุในประเทศไทยอย่างแก้ว หรืออะลูมิเนียม มีตลาดและระบบรีไซเคิลที่แข็งแรง ทำให้ระบบ Circularity ในกลุ่มวัสดุเหล่านี้ ขับเคลื่อนได้อย่างต่อเนื่อง แต่ใน <strong>วัสดุบางประเภท เช่น กล่องเครื่องดื่ม ตลาดยังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งต้องอาศัยทั้งเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์ และความพยายามที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อทำให้ระบบสามารถขับเคลื่อนและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง</strong> ซึ่งเต็ดตรา แพ้ค และเครือข่ายพันธมิตรได้มุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดระบบนิเวศที่แข็งแรงในกลุ่มกล่องเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำงานร่วมกับกลุ่มต้นน้ำ อย่างชุมชน หรือร้านรับซื้อของเก่าเพื่อเพิ่มอัตราการเก็บกลับกล่องเครื่องดื่ม การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษรีไซเคิลที่ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้ประกอบการในตลาด​ ไปจนถึงการขยายตลาด​เชิงพาณิชย์มารองรับ​การใช้งานเยื่อกระดาษรีไซเคิลที่สามารถผลิตได้​ภายในกระบวนการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม&#8221;</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43408 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464290.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>สร้างดีมานด์ใหม่ ขยายตลาด​สู่กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ </strong></p>
<p>การพัฒนาของตลาดเยื่อกระดาษรีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่มในประเทศไทยเริ่มมีโอกาสเติบโตได้มากขึ้น จากก่อนหน้ามักจะเป็นดีมานด์ที่อยู่ใน​กลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษในหมวดหมู่ต่างๆ อาทิ กลุ่มกระดาษอนามัย  กระดาษบรรจุภัณฑ์ หรือกระดาษขึ้นรูป สำหรับใช้เพื่อกันกระแทกสินค้าต่างๆ เป็นต้น</p>
<p>ล่าสุดสามารถขยายอุตสาหกรรมมาสู่กลุ่มวัสดุก่อสร้างได้แล้ว จากการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิต <strong>&#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217;</strong> หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มไม้ฝา ไม้สังเคราะห์ และซีเมนต์บอร์ด ของบริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีฐานลูกค้ากระจายอยู่ในกว่า 10 ประเทศ ทำให้โอกาสของเยื่อกระดาษรีไซเคิลขยายตัวได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43406 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464270.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p><strong>คุณกฤษณ์  เกรียวสกุล</strong> ผู้บริหาร บริษัท กฤษณ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องโอฬารซึ่งดำเนินธุรกิจมานานกว่า 60 ปีให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทใช้เยื่อกระดาษรีไซเคิลทดแทนการนำเข้าเยื่อกระดาษใหม่จากเดิมที่ต้อง​นำเข้าจากต่างประเทศที่ราว 30% โดยนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มไฟเบอร์ซีเมนต์ได้ถึงกว่า 90% ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ผลิตได้ และสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้เยื่อกระดาษซีเมนต์เพื่อทดแทนเส้นใยใหม่ได้มากกว่า 20 -30% และมีแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้เยื่อกระดาษรีไซเคิลให้เพิ่มมากขึ้นได้อีกในอนาคต</p>
<p><em><strong>&#8220;คุณภาพของเส้นใยกระดาษรีไซเคิลจากกล่องเครื่องดื่มสามารถทดแทนเส้นใยใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศได้ เพราะมีลักษณะเส้นใยยาวเหมือนกัน ทำให้มีความเหนียวและทนทาน​ได้เช่นเดียวกัน</strong> รวมทั้งการทำงานอย่างใกล้ชิดของผู้พัฒนาทำให้มั่นใจได้ทั้งคุณภาพ​ รวมทั้งความต่อเนื่องในการส่งวัตถุดิบเพื่อป้อนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะเพิ่มการใช้งานในผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ พร้อมมีส่วนช่วยต่อยอดคุณค่าให้แก่วัสดุที่มาจากบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วให้มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43411 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464317.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>ด้าน <strong>คุณ</strong><strong>สมยศ วัฒน์พานิช </strong>กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโค่ เฟรนด์ลี่ ไทย จำกัด ในฐานะตัวกลางในระบบ Circularity ด้วยกระบวนการรีไซเคิลเพื่อเปลี่ยนกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วให้กลายเป็นวัสดุใหม่ที่นำไปต่อยอดสร้างคุณค่าใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า <strong>การมีกล่องเครื่องดื่มเข้ามาช่วยเติมซัพพลายให้วัสดุรีไซเคิล เพื่อเป็นต้นทางในการออกแบบวัตถุดิบที่ตอบโจทย์การใช้งานของตลาดหรือภาคธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น</strong> รวมทั้งการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละอุตสาหกรรม ทำให้ช่วยพัฒนาระบบ Circularity ของประเทศไทยให้มีความแข็งแรงเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้าน <strong>คุณปฏิญญา </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า <strong>ปริมาณความต้องการใช้เยื่อกระดาษในประเทศไทยโดยรวมอยู่ที่ราว 10 ล้านตันต่อปี ซึ่งรวมทั้งเส้นใยในทุกประเภท หากเราสามารถพัฒนาคุณภาพเส้นใยรีไซเคิลให้สามารถทดแทนในตลาดต่างๆ ได้มากขึ้น จะทำให้เกิดดีมานด์ใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคตได้อีกมาก</strong> ขณะที่การรองรับปริมาณซัพพลายจากกล่องเครื่องดื่ม​ ประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการรีไซเคิลที่ก้าวหน้า และสามารถเป็นปลายทางเพื่อรองรับปริมาณกล่องเครื่องดื่มจากหลายประเทศที่มีกฎหมายการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ (EPR) ในแต่ละภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลในการบริหารปริมาณวัตถุดิบได้อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43410 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464306.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong> ความคืบหน้า &#8216;เต็ดต้า แพ้ค&#8217; ขับเคลื่นน​ความยั่งยืน 2568 </strong></p>
<p>นอกจากการเป็นเสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและคาร์บอนต่ำ แล้ว &#8216;<strong>เต็ดตร้า แพ้ค&#8217;</strong> ยังเปิดเผย<strong>รายงาน​ความยั่งยืนประจำปี 2568 (FY25) </strong>โดยระบุ​ความคืบหน้าและความสำเร็จ​สำคัญด้านต่างๆ ดังนี้</p>
<p>&#8211; การลดการปลดปล่อยคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจทั่วโลก (Scope 1,2) รวม 56% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้แล้ว 97% และคาดว่าจะทำได้ 100% ภายในปี 2030  ขณะที่การลด HGHG ภายในห่วงโซ่ธุรกิจ (Scope3) ลดลงได้ 34% หรือลดลงได้แล้ว 1 ใน 3 ส่วนในประเทศไทย อยู่ระหว่างการส่งข้อมูลเพื่อประเมินการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (CFO) และการจัดทำแผน Net Zero Pathway เพื่อเป็นแนวทางหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43404 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Report1.jpg" alt="" width="1200" height="579" /></p>
<p>&#8211; ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์มูลค่าประมาณ 100 ล้านยูโร (ราว 3,700 ล้านบาท) เพื่อยกระดับความยั่งยืนของบรรจุภัณฑ์เต็ตตรา แพ้ค โดยการลงทุนดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนา ชั้นปกป้อง (Barrier) ที่ทำจากกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์น้ำผลไม้เป็นครั้งแรกของโลก (Fiber-based Barrier)  ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 43% เมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ปลอดเชื้อที่ใช้ชั้นอะลูมิเนียมฟอยล์และพอลิเมอร์จากเชื้อเพลิงฟอสซิล</p>
<p>&#8211; เดินหน้าผลักดันการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในระบบอาหาร ด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Industrial Development Organization &#8211; UNIDO) ภายในงานการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (COP30) เพื่อเร่งขยายการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรมด้านระบบอาหารที่ยั่งยืน</p>
<p>&#8211; สนับสนุนโครงการโภชนาการในโรงเรียนใน 52 ประเทศ โดยสนับสนุนการจัดส่งนมและเครื่องดื่มในกล่องเต็ตตรา แพ้คให้แก่เด็กกว่า 68 ล้านคน เพิ่มจากปี 2567 ถึง 2 ล้านคน ในอีก 3 ประเทศ</p>
<p>&#8211;  จัดทำการทบทวนเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญตลอดห่วงโซ่คุณค่า</p>
<p>&#8211; ขยายการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศผ่านโครงการ Araucaria Conservation Project โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว ได้เพิ่มพื้นที่ฟื้นฟูกว่า 1,600 เฮกตาร์ ส่งผลให้พื้นที่ทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในปีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43405 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Report2.jpg" alt="" width="960" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ ยังมีความก้าวหน้า​สำคัญในปีที่ผ่านมา คือการเปิดตัวเครื่องมือประเมินความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติแบบบูรณาการในปี 2568 เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจด้านการลงทุน รวมถึงเสริมสร้างระบบอาหารที่มีประสิทธิภาพและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น</p>
<p>โดยผลการประเมินช่วยระบุประเด็นความเสี่ยงและโอกาสที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นของการดำเนินงานและห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท พร้อมกำหนดแผนดำเนินงานสำหรับแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม  พร้อมทั้ง​ปรับปรุงกรอบการดำเนินงานด้านธรรมชาติ (Approach to Nature Framework) ให้สอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดและปรับปรุงเป้าหมายในประเด็นสำคัญ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น</p>
<p>นอกจากนี้ ​ยังเปิดตัวและพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันทั้งในระดับโลกและระดับท้องถิ่น เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดการใช้สาธารณูปโภค วัสดุ และพลังงานได้มากที่สุด โดยยึดแนวคิด ต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership: TCO) ซึ่งคำนึงถึงต้นทุนของอุปกรณ์ตลอดทั้งวงจรชีวิต มากกว่าการพิจารณาเพียงต้นทุนเริ่มต้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัว Tetra Pak® Factory OS™ ระบบอัตโนมัติและระบบนิเวศดิจิทัลยุคใหม่ ที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ซึ่งสามารถขยายการใช้งานได้ตามความต้องการ เข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านอุตสาหกรรมและเครื่องจักร เพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43409 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/S__389464297.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับประเทศไทยได้ขับเคลื่อนความยั่งยืนที่สอดคล้องกับภาพของโกลบอล รวมทั้งมุ่งมั่นทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศคาร์บอนต่ำที่แข็งแรง รวมทั้ง​ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะการผลักดันข้อกฎหมายสำคัญอย่าง ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการใช้วัสดุอย่างยั่งยืน เพราะยังมีหลายวัสดุที่ยังสามารถต่อยอดการพัฒนาวิจัยเพื่อนำมาสร้างคุณค่าเพิ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น หากมีข้อกฎหมายมาช่วยผลักดันอย่างเป็นระบบ หรือแม้แต่ในบางวัสดุ​ อาทิ แก้ว หรืออะลูมิเนียม​ ที่อาจจะแข็งแรงและเติบโตอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่หากในอนาคตเกิดความเสี่ยงต่างๆ ขึ้น ก็จะมีกลไกในการเข้ามาช่วยอุดหนุน เพื่อให้ระบบ Circularity ยังขับเคลื่อนต่อไปได้ตามปกติ ซึ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ความร่วมมือในทุกภาคส่วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่สามารถเกิดได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่งแต่ต้องเกิดจากการขับเคลื่อนร่วมกันทั้งระบบนิเวศ&#8221;</em> คุณปฏิญญา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/tetra-pak-sustainability-report-fy25/">เจาะตลาด &#8216;ไฟเบอร์ซีเมนต์&#8217; จากเยื่อกระดาษรีไซเคิล &#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; ผนึกพันธมิตร​ เพิ่มดีมานด์ระบบ Circularity จากกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; เปิด &#8216;Trendipedia Consumer Trends 2025&#8217; เข้าใจ 6 เทรนด์ผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/tetra-pak-trendipedia-consumer-trends-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 11:16:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trends]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia Consumer Trends 2025]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ดิพิเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34714</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้พัฒนาโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน &#8216;เทรนด์ดิพีเดีย ประจำปี 2568&#8217; (Trendipedia Consumer Trends 2025) สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวของผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม คุณ​สุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดทำ &#8216;เทรนด์ดิพีเดีย&#8217; เพื่อทำ​ความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการปรับตัวของผู้ประกอบ​ธุรกิจ​ ให้สอดคล้องไปกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น  เพื่อ​ยังสามารถสร้าง​การเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้เห็นได้ชัดเจนถึงความลึกซึ้งแและเข้มข้นมากขึ้นของผู้บริโภค เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า พร้อม​สรุป​ ​ 6 เทรนด์ผู้บริโภค ที่น่าจับตาในปี 2568 และส่งผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วง 5 ปีจากนี้ โดยเฉพาะ 2 เทรนด์สำคัญ ที่เชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ 1. Green by Default  : เมื่อผู้บริโภคมองว่า เรื่องของความยั่งยืน หรือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/tetra-pak-trendipedia-consumer-trends-2025/">&#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; เปิด &#8216;Trendipedia Consumer Trends 2025&#8217; เข้าใจ 6 เทรนด์ผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้พัฒนาโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน <strong>&#8216;เทรนด์ดิพีเดีย ประจำปี 2568&#8217;</strong> (Trendipedia Consumer Trends 2025) สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัวของผู้ประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม</p>
<p><span id="more-34714"></span></p>
<p><strong>คุณ​สุภนัฐ รัตนทิพ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การจัดทำ &#8216;เทรนด์ดิพีเดีย&#8217; เพื่อทำ​ความเข้าใจถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางในการปรับตัวของผู้ประกอบ​ธุรกิจ​ ให้สอดคล้องไปกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น  เพื่อ​ยังสามารถสร้าง​การเติบโตให้ธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>โดยในปีนี้เห็นได้ชัดเจนถึงความลึกซึ้งแและเข้มข้นมากขึ้นของผู้บริโภค เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า พร้อม​สรุป​ ​ 6 เทรนด์ผู้บริโภค ที่น่าจับตาในปี 2568 และส่งผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วง 5 ปีจากนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34717 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/trendopedia2-.jpg" alt="" width="1200" height="692" /></p>
<p>โดยเฉพาะ 2 เทรนด์สำคัญ ที่เชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้อย่างเห็นได้ชัด ได้แก่</p>
<p><strong>1. Green by Default  </strong>: เมื่อผู้บริโภคมองว่า เรื่องของความยั่งยืน หรือ Sustainability กลายเป็นเรื่องจำเป็นพื้นฐานที่ต้องให้ความสำคัญ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม แต่มีความคาดหวังว่าแบรนด์จะทำหน้าที่เป็นต้นทางในการส่งมอบความยั่งยืนผ่านสินค้าหรือบริการ เพื่อให้ลูกค้าเป็นผู้เข้าไปให้การสนับสนุนแบรนด์หรือธุรกิจที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</p>
<p><strong>แนวทางปรับตัวของธุรกิจ</strong> =  <strong>Green Value Chain</strong> ​แบรนด์หรือผู้ประกอบการต้อง​เชื่อมโยงเรื่องความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้​ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงความยั่งยืนได้มากขึ้น และไม่ใช่แค่การรักษ์โลกในส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ต้องเป็นการขับเคลื่อนได้ตลอดทั้ง Suply Chain  ตั้งแต่ต้นทางของการได้วัตถุดิบ กระบวนการผลิตและขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ไปจนถึง​​ความรับผิดชอบหลังการบริโภค ​โดยมีการดำเนินการอย่างโปร่งใสและจับต้องได้ เพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าฟอกเขียว</p>
<p><em>&#8220;ผู้บริโภค 80% ตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อน และต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยยินดีที่จะสนับสนุนแบรนด์ที่ดีต่อโลกและยอมจ่ายเพิ่มขึ้นในอัตราที่เหมาะสม ซึ่งบางส่วนจะมองหาสินค้าจากแบรนด์ที่จะทำให้การรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ผู้ประกอบการเองจึงจำเป็นต้องสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมาถึง​แนวทางการดูแลสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ รวมถึงผู้บริโภคจะได้อะไรจากแบรนด์บ้าง เช่น บรรจุภัณฑ์สามารถรีไซเคิลได้ วัตถุดิบใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงานในการผลิต เป็นต้น &#8220;</em></p>
<p><strong>​2. Hyper Convenience :</strong> ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับเรื่องของความสะดวกสบาย แต่ต้องมีพัฒนาการที่เพิ่มขึ้น​มากขึ้นกว่าเดิม  ทั้งต้องเร็วได้มากขึ้น หรือหลากหลายขึ้นกว่าเดิม  เนื่องจากความเร่งรีบในการใช้ชีวิต เวลาที่จำกัด ภาระหน้าที่ในชีวิตที่มากขึ้น หรือเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>แนวทางการปรับตัวของธุรกิจ = </strong> <strong>Convenience Unlocked</strong> การพัฒนาสินค้าหรือบริการที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ​โดยพบว่า <strong>75% จะม​องหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความสะดวกสูงสุดได้แบบทันที</strong> ทำให้การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Ready Meals หรือ Ready to drink เนื่องจากพบอินไซต์ถึงข้อจำกัดในการทำอาหารเอง ท้ังการจัดการขยะที่ยุ่งยาก และเสียเวลาในการทำมากเกินไป ​โดยอาหารพร้อมทานไม่เพียงแค่ทำให้อิ่มท้อง แต่ยังต้องสามารถตอบโจทย์เรื่องของประโยชน์และรสชาติที่อร่อยไปพร้อมกันได้ด้วย รวมไปถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ต้องตอบโจทย์ในเรื่องของการพกพาได้ง่าย สามารถเปิดและปิดได้อย่างสะดวก โดยไม่ทำให้หกเลอะเทอะ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34718 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/Tredipedia-2025-Logo.jpg" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์ในมิติอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นกัน ประกอบด้วย</p>
<p><strong>3. Mindful Wellness</strong> : ผู้บริโภคยังใส่ใจเรื่องของสุขภาพ แต่มีความลึกซึ้งมาก​ขึ้น โด​ยผู้บริโภคจะเริ่มให้ความสำคัญจนถึงส่วนผสมหรือวัตถุดิบที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย​​ รวมทั้งสามารถสร้างสมดุลในการดูแลได้ทั้งร่างกายรวมทั้งจิตใจ</p>
<p><strong>แนวทางการปรับตัวของธุรกิจ</strong> =  <strong>Wellness Wave</strong> เพื่อตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพที่เติบโต ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์​หรือเลือกวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติดูแลสุขภาพได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น การดูแลเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะบุคคลมากขึ้น  รวมทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ​ ​รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการดูสุขภาพทางใจ หรือ Mental ​Health ควบคู่ไปด้วย</p>
<p><strong>4. Amplified Experiences :</strong> การให้ความ​สำคัญกับประสบการณ์ในการบริโภคมากขึ้น สิ่งที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกถึงการมีประสบการณ์ร่วม  หรือการสร้างความสุขในรูปแบบใหม่ๆ ​ไปจนถึงการ​ตอบโจทย์ Multi Sensory ของผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>แนวทางการปรับตัวของธุรกิจ =  Experiences More</strong> ​การพัฒนารสชาติใหม่ วิธีการรับประทานใหม่ๆ ที่เพิ่มความแปลกใหม่ สนุกสนาน หรือเชื่อมโยงประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้ หรือแม้แต่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ สร้างความแตกต่าง หรือทำให้เป็นได้มากกว่าแค่สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุสินค้า แต่สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์รูปแบบดิจิทัล เพื่อสร้าง Engagement ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><strong>5. Authentic Connections :</strong> ผู้บริโภคเริ่มมองหาความเป็นตัวตนแบบดั้งเดิม สไตล์ Local หรือเป็น Original มากขึ้น  เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมรอบข้างหรือแบรนด์ พร้อมทั้งเป็นความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมที่มีอยู่</p>
<p><strong>แนวทางการปรับตัวของธุรกิจ =  Rooted Origin</strong>  แสดงถึงแหล่งที่มาของแหล่งผลิตหรือวัตถุดิบอย่างโปร่งใส ​พร้อมให้ความสำคัญของเรื่องราวและตัวตนเพื่อสะท้อนคุณค่าที่แท้จริง รวมทั้งการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหรือชุมชน เพื่อมีส่วนช่วยสนับสนุนความยั่งยืนในแต่ละพื้นที่ได้อีกทางหนึ่งด้วย</p>
<p><strong>6. Savvy &amp; Conscious :</strong> ผู้บริโภคเริ่มมีความเข้าใจ​ในการเลือกใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคา ความคุ้มค่าประกอบกับประโยชน์ของสินค้า​ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลหรือมีความรู้เพิ่มมากขึ้น อาจจะไม่ได้เน้นแค่ความประหยัด แต่มองหาความคุ้มค่า แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่าก็ตาม</p>
<p><strong>แนวทางการปรับตัวของธุรกิจ =  Pursuit of Value </strong>การส่งมอบคุณค่าของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ผู้บรอโภคได้เพิ่มมากขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องมีราคาถูก แต่สามารถทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้ถึงความคุ้มค่า หรือสามารถเติมเต็ม ตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการได้ ​​ทั้งในเรื่องของคุณภาพ หรือเป็นสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ ​​ดีต่อสิ่งแวดล้อม มีส่วนช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืนให้โลกได้ หรือตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคแต่ละคนได้มากกว่า เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/tetra-pak-trendipedia-consumer-trends-2025/">&#8216;เต็ดตรา แพ้ค&#8217; เปิด &#8216;Trendipedia Consumer Trends 2025&#8217; เข้าใจ 6 เทรนด์ผู้บริโภค ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 May 2025 10:00:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Packaging Trend]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX]]></category>
		<category><![CDATA[THAIFEX – ANUGA ASIA 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์กระดาษ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33839</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568 เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&#38;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร สำหรับ THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025 นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม Unlocking Growth ​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Innovate to Elevate (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), Differentiate [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค  ชูโซลูชัน ช่วยปลดล็อกการเติบโตให้​ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่งาน THAIFEX – Anuga Asia 2025​ พร้อมฉายเทรนด์ผู้บริโภคและนวัตกรรม ที่จะเข้ามามีบทบาท​สร้างการเติบโตในอนาคต</strong><span id="more-33839"></span></p>
<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์ อาหารชั้นนำของโลก ร่วมแสดงนวัตกรรมและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มภายในงาน<strong> THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2568</strong> เพื่อสำรวจและปลดล็อกโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ​(F&amp;B : Food and Beverage) ได้แบบครบวงจร</p>
<p>สำหรับ <strong>THAIFEX &#8211; Anuga Asia 2025</strong> นับเป็นเวทีสำคัญที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของเอเชียในด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มรวมถึงการสร้างความร่วมมือระดับอุตสาหกรรม  เพิ่มโอกาสให้แบรนด์และผู้ผลิตค้นพบโซลูชันของเต็ดตรา แพ้คที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างกาแฟพร้อมดื่ม ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทางโภชนาการ และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็นและไม่ใส่วัตถุกันเสีย</p>
<p>ท้ังนี้ เต็ดตรา แพ้ค ร่วมงานภายใต้ธีม <strong>Unlocking Growth </strong>​นำเสนอผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ <strong>Innovate to Elevate</strong> (สร้างสรรค์เพื่อยกระดับ), <strong>Differentiate to Stand out</strong> (แตกต่างเพื่อสร้างจุดเด่น) และ <strong>Optimise for Efficiency</strong> (เพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุด) ซึ่งถือเป็นสามเสาหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33841 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Trend-Packag.jpg" alt="" width="1200" height="671" /></p>
<p>โดยรายละเอียดแต่ละโซน มีดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>&#8211; Innovate to Elevate</strong> ถ่ายทอดแนวทางของเต็ดตรา แพ้คในการร่วมมือกับลูกค้า​​พัฒนาผลิตภัณฑ์ ​ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคจนออกมาเป็นนวัตกรรมที่พร้อมออกสู่ตลาด</p>
<p>ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ถึงบทบาท​เครื่องมือทางการตลาดที่สำคัญอย่าง <strong>Demand Space</strong> และ <strong>Trendipedia</strong> ที่สามารถช่วยเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นไอเดียของผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่พร้อมนำไปต่อยอดได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอโซลูชันด้านวัตถุดิบส่วนผสมสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กำลังอยู่ในเทรนด์ และบทบาทของศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ของเต็ดตรา แพ้คในการผลักดันไอเดียต่าง ๆ ให้กลายเป็นความจริง</p>
<p>ภายในโซนยังมี <strong>Tasting Bar </strong>​เปิดโอกาสให้​ได้สัมผัสและชิมสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ของเต็ดตรา แพ้ค โดยเน้นที่ผลิตภัณฑ์กาแฟพร้อมดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน อาหารเสริมทางโภชนาการ รวมไปถึงตัวอย่างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ​หลากหลายประเภท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33842" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex5.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Differentiate to Stand out</strong> เน้นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแบบปลอดเชื้อของเต็ดตรา แพ้ค ไม่ว่าจะเป็น<strong> Tetra Prisma® Aseptic</strong> ที่เหมาะสำหรับเครื่องดื่มแบบพรีเมียมที่เน้นพกพาสะดวก และ<strong> Tetra Recart®</strong> ที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา ใช้งานสะดวก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเหมาะกับทุกช่องทางค้าปลีก</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการเสนอกล่องบรรจุภัณฑ์และฝาที่ทำจากพืชและวัสดุชีวภาพที่ช่วยให้แบรนด์สามารถยกระดับประสบการณ์ให้ผู้บริโภค พร้อมตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป</p>
<p><strong>&#8211; Optimise for Efficiency</strong> จัดแสดงเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและโซลูชันระบบดิจิทัลของเต็ดตรา แพ้ค ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์สูงสุดในการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถติดตามผลได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างชาญฉลาดและยืดหยุ่น อีกทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานและของเสียจากกระบวนการผลิตได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33846 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Unlock-Growth-in-FB-industry-with-Tetra-Pak-at-THAIFEX-Anuga-Asia-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 </strong></p>
<p><strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)<strong> </strong>จำกัด กล่าวว่า เต็ดตรา แพ้ค มุ่งมั่นสร้างพันธมิตรระยะยาวในภูมิภาค ​จึงได้เดินหน้า​ลงทุนอย่างจริงจังในระบบนิเวศอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงการเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า (CIC) ในกรุงเทพฯ และแผนในการก่อสร้างศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (PDC) ในระยอง ที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม ​2569  สะท้อน​เป้าหมายสำคัญของเต็ดตรา แพ้คในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่มของภูมิภาคเพื่อตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะครัวของโลก ได้อย่างภาคภูมิใจ</p>
<p><strong>พร้อมฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ที่น่าสนใจ</strong> ทั้งบรรจุภัณฑ์ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ยังคงมีบทบาทสำคัญในตลาด รวมทั้งเริ่มมีการ Take Action เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่เริ่มคาดหวังว่าแบรนด์หรือผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้น และเป็นทางเลือก​​เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้มากขึ้น ผ่านการสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ อีกทางหนึ่ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33843 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องคำนึงถึงความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำไปใช้งาน เพื่อสามารถตอบโจทย์เทรนด์ On The Go และ Hyper Convenience ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคในปัจจุบัน ​และยังเป็นโอกาสในการเติบโตของบรรจุภัณฑ์กระดาษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากสามารถตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค และประสิทธิภาพทางธุรกิจ  เพราะบรรจุภัณฑ์กระดาษได้ชื่อว่ามีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ รวมทั้งแหล่งวัตถุดิบที่มาจากป่าปลูกไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ประกอบกับมีน้ำหนักเบา ทำให้ขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และขนส่งได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มการเติบโตให้ทั้งเต็ดตรา แพ้ค เอง รวมทั้งการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้พันธมิตร ทั้งการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นรายแรกของตลาด หรือการเลือกดีไซน์กล่องขนาดเล็กสำหรับพกพาแบบมีฝาปิด เพื่อสะท้อนภาพความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33845 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex3.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p><em>“ภาพรวมของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคของเรากำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้ามาของเทรนด์ผลิตภัณฑ์ในหมวดกาแฟพร้อมดื่ม อาหารเสริมทางโภชนาการ และอาหารพร้อมทาน เรามองว่าการที่จะประสบความสำเร็จในยุคปัจจุบันนั้น ธุรกิจไม่ควรแค่ต้องตามเทรนด์ให้ทัน แต่ต้องคิดล้ำหน้าและพร้อมรับมือแบบเชิงรุก เต็ดตรา แพ้คได้นำความเชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคมาผสานกับโซลูชันเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสนับสนุนลูกค้าของเราตั้งแต่กระบวนการพัฒนาไอเดียไปจนถึงการพัฒนาสินค้าออกสู่ตลาด เราอยากเชิญชวนผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมาร่วมหาคำตอบว่าโซลูชันของแต็ดตรา แพ้ค ที่เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต จะมาช่วยปลดล็อกการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนได้อย่างไร”</em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม นอกจากการทำหน้าที่สำคัญในการปกป้องคุณภาพของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการบ่งบอกตัวตนหรือ Identify ให้​กับแบรนด์ต่างๆ แล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความแตกต่าง และมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลูกค้าเลือกหรือตัดสินใจซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ตลอดทั้ง Customer Journey ในทุกทัชพ้อยท์ระหว่างแบรนด์และลูกค้า ตั้งแต่ <strong>Zero Moment of Truth​</strong> หรือตั้งแต่เริ่มได้เห็นโฆษณา หรือรู้ว่ามีผลิตภัณฑ์นี้อยู่ในตลาด แม้ว่าจะยังไม่เคยได้สัมผัสสินค้าจริงเลยก็ตาม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33844 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/TT-Thaifex2.jpg" alt="" width="800" height="800" /></p>
<p>จนกระทั่งการทำหน้าที่ดึงดูดและกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคที่หน้าเชลฟ์ ในระหว่างการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบสินค้าแต่ละประเภท แต่ละแบรนด์ หรือในช่วง First Moment of Truth ที่ความแตกต่างและการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ก็เข้ามามีบทบาทในการเพิ่มโอกาสเป็นตัวเลือกได้มากขึ้นเช่นกัน  ตามมาด้วย ในระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการดื่ม การใช้ ที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ต้องมีความ User Friendly ​ ทั้งใช้งานง่าย  ขนาดพอเหมาะ คุณภาพบรรจุภัณฑ์ที่ดี​ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่บรรจุภัณฑ์ต้องทำหน้าที่เพื่อให้ผู้บริโภคพึงพอใจใน Second Moment of Truth  ​และหากผู้บริโภคพึงพอใจทั้งต่อบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพ และรสชาติที่ดี ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเลือกที่จะซื้อซ้ำ และช่วยสร้างการเติบโตให้แบรนด์หรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดของเต็ดตรา แพ้ค ​​สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งยัง​เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม เพื่อขยายการใช้งานบรรจุภัณฑ์กระดาษไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย Category มากขึ้น เพื่อสามารถใช้ทดแทนบรรจุภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้ในวงกว้าง เช่นเดียวกับตลาดต่างประเทศ ทั้งในยุโรป หรือในเอเชีย อย่างเกาหลี และญี่ปุ่น ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายประเภท​บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ​ และเชื่อว่า​ทิศทางของตลาดในประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปในลักษณะเดียวกัน โดยมี​เต็ดตรา แพ้ค เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตดังกล่าว&#8221;</em></p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค ยังให้ความสำคัญในการติดตามบรรจุภัณฑ์ที่ได้ทำการผลิต​ ให้สามารถนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และลดโอกาสการสร้างปริมาณ​ขยะที่หลุมฝังกลบ หรือ​เกิดตกค้างอยู่ในธรรมชาติหรือไหลสู่มหาสมุทร จนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนจากหลากหลายโครงการ เพื่อร่วมส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้าง Positive Impact จากการดำเนินธุรกิจได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/tetra-pak-join-thaifex-anuga-asia-2025/">เต็ดตรา แพ้ค ฉายเทรนด์บรรจุภัณฑ์ 2025 &#8216;ต้องสร้างอิมแพ็คทุกโมเมนต์&#8217; พร้อมเดินหน้าปลดล็อกการเติบโตใน​ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 25 May 2025 10:02:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CIC]]></category>
		<category><![CDATA[CIC  Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trens 2025]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Innovation Centre]]></category>
		<category><![CDATA[F&B]]></category>
		<category><![CDATA[Food and Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[Packa]]></category>
		<category><![CDATA[PDC]]></category>
		<category><![CDATA[Product Development Centre]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Trendipedia]]></category>
		<category><![CDATA[จูเลีย ลัสเชอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนศิริ ติลกสกุลชัย]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=33771</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก  ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า (Customer Innovation Centre – CIC) ​​แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล คุณจูเลีย ลัสเชอร์ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค มองศักยภาพประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) ทั้งจากการยอมรับในรสชาติ และความหลากหลายจนได้รับการยอมรับในฐานะ &#8216;ครัวของโลก&#8217; ประกอบกับการมี Prime Location ที่สามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการและพันธมิตรในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่​ว่าจะเป็นผู้พัฒนารสชาติ วัตถุดิบ ไปจนถึงผู้ให้บริการในภาคส่วนต่างๆ ​ที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก </strong></p>
<p><span id="more-33771"></span></p>
<p>ประกอบกับ การมีทีมบุคลากรที่แข็งแกร่ง ที่สามารถรองรับและให้ข้อมูลเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจให้แก่พันธมิตรจากทั่วโลกได้  จังได้ตัดสินใจเปิดตัว ​<strong>ศูนย์นวัตกรรมลูกค้า</strong><strong> (Customer Innovation Centre – CIC) ​​</strong>แห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นแห่งที่ 6 ของโลก ตั้งอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ของ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ณ อาคารภิรัช ทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ ที่ถูกออกแบบมาสำหรับเป็นพื้นที่การทำงานร่วมกันและสร้างสรรค์นวัตกรรม  ซึ่งถือเป็น​​ส่วนหนึ่งของเครือข่ายศูนย์นวัตกรรมระดับโลกของเต็ดตรา แพ้ค ​ครอบคลุมในสหรัฐอเมริกา สวีเดน อิตาลี ดูไบ และบราซิล</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-01.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณจูเลีย ลัสเชอร์</strong> รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค จำกัด กล่าวว่า​ ศูนย์ <strong>CIC Bangkok</strong> เปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2568 ​มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อช่วยลูกค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการทำตลาดในกลุ่ม F&amp;B ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการหาโอกาสในการเติบโตใหม่ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการรายใหม่ที่สนใจและอยากเข้ามาในธุรกิจ F&amp;B</p>
<p>โดย​ CIC Bangkok จะเข้ามาทำงานร่วมกับลูกค้า ผ่าน​บริการและโซลูชั่น​ที่ครอบคลุมตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การร่วมวิเคราะห์เพื่อแก้ปัญหา หรือ Painpoint ในธุรกิจ การเข้าใจเทรนด์​การตลาดและเทรนด์ผู้บริโภคเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ ทั้งการเลือกวัตถุดิบ การเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์​ หรือการให้ฟังกชันนัลที่ตอบโจทย์ตลาด ไปจนถึง​การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบหรือ​โปรโตไทป์ เพื่อทดสอบทั้งรสชาติ และเนื้อสัมผัส เพื่อต่อยอดไอเดีย​มาสู่ผลิตภัณฑ์ก่อนจะตัดสินใจทำตลาดในอนาคตต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33775 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-02-Category-Immersion.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ​ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังมีแผนขยาย <strong>ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์  (Product Development Centre &#8211; PDC)</strong> ​ในประเทศไทย ที่จังหวัดระยองเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งถือเป็น PDC แห่งที่ 13 ​ของโลก เพื่อรองรับการต่อยอดไอเดียจาก CIC ที่ได้ผลิตภัณฑ์โปรโตไทป์ในเบื้องต้นมาแล้ว มาทดลองผลิตในสเกลที่ไม่ใหญ่มาก ให้สามารถจับต้องผลิตภัณฑ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้น​ ​ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถทดสอบผลิตภัณฑ์​ และเลือกใช้เทคโนโลยีการแปรรูปที่เหมาะสมกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม​​ เพื่อสร้างความแม่นยำในการพัฒนาสินค้าใหม่ได้มากยิ่งขึ้น ก่อนจะขยายไอเดียสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไป</p>
<p><em>&#8220;แนวคิดริเริ่มเหล่านี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเต็ดตรา แพ้ค ในฐานะพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการช่วยให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ก้าวข้ามความท้าทายของตลาดที่ซับซ้อนด้วยความมั่นใจและสร้างสรรค์ ​โดยสามารถรองรับการ​ทำงานร่วมกับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดและครบวงจร  รวมทั้งให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม Global Company หรือลูกค้ารายใหญ่ ที่มีฐานตลาดในหลายประเทศ และต้องการขยายตลาดเข้ามาในไทยหรือในภูมิภาคใกล้เคียง รวมทั้งกลุ่ม Local Company ที่ต้องการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มธุรกิจรายย่อย หรือ Startup ต่างๆ ที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ก็สามารถมาปรึกษากับทางเต็ดตรา แพ้ค และทาง CIC Bangkok ได้เช่นกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33778 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/5E1C194A-963B-417F-8B91-20B4674482B6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางนวัตกรรม F&amp;B ครบวงจร </strong></p>
<p>ทางเต็ดตรา แพ้ค ยังฉายเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจ ผ่าน​รายงาน <a href="https://www.tetrapak.com/insights/trendipedia" target="_blank" rel="noopener">Trendipedia &#8211; Consumer Trends 2025</a> ​ โดยพบว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น เน้นเรื่องสุขภาพ และมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์อย่างแท้จริง ให้ความสำคัญกับตัวเลือกใหม่ ๆ ที่สะดวกและยั่งยืน อีกทั้งยังต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้น โดย 85% ของผู้บริโภคไทย มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และน่าตื่นเต้น เทรนด์นี้ผลักดันให้แบรนด์ต่าง ๆ ผสมผสานประสบการณ์ด้านดิจิทัลเข้ากับองค์ประกอบทางประสาทสัมผัสที่หลากหลาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่การมีส่วนร่วมครั้งแรกไปจนถึงหลังการบริโภค</p>
<p><strong>คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ศูนย์ CIC Bangkok ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของตลาดในประเทศไทย ​เปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการวิจัยและพัฒนาขั้นสูง เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการช่วยให้บริษัทอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยและภูมิภาคสามารถแข่งขันในระดับสากลได้ พร้อมผลักดันประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารโลก ผ่านการยกระดับประสิทธิภาพและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ภาคอุตสาหกรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33779 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/CIC-05-Prototyping.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ศูนย์ CIC Bangkok​ จะช่วยให้ธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและร่นระยะเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด​ เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมอาหารผ่านศูนย์ CIC ด้วย กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่างที่รวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทยสามารถผสานแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกในเข้ากับโซลูชันที่ตอบโจทย์ตลาดท้องถิ่นได้อย่างลงตัว เพื่อเร่งการเติบโตและพัฒนานวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ​​โดยได้ออกแบบกระบวนการให้บริการแบบครบวงจร 5 ขั้นตอน ที่ครอบคลุมการพัฒนา ทดสอบ และปรับแต่งผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย</p>
<p><strong>&#8211; นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ตรงจุด (</strong><strong>Insight Discovery)</strong><strong>: </strong>มุ่งเน้นการศึกษาและวิจัยเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจความซับซ้อนของตลาดและความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค</p>
<p><strong>&#8211; โปรแกรมเฉพาะเจาะลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาแรง (</strong><strong>Category Immersion)</strong><strong>: </strong>วิเคราะห์แนวโน้มระดับโลกและโอกาสทางการตลาดเพื่อพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจที่เหมาะสม</p>
<p><strong>&#8211; ห้องแสดงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ (</strong><strong>Innovation Showcase)</strong><strong>: </strong>นำเสนอนวัตกรรมที่โดดเด่นจากทั่วโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33777 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/6A71AD92-22B9-47B2-9751-633AD0633B76.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><strong>&#8211; พื้นที่สร้างสรรค์ไอเดีย (</strong><strong>Co-creation Space)</strong><strong>: </strong>พื้นที่สำหรับการค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ช่วยให้แบรนด์สามารถคิดค้นและปรับปรุงไอเดียให้ตอบโจทย์ตลาด</p>
<p><strong>&#8211; ห้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง (</strong><strong>Prototyping): </strong>เปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับฟีดแบ็กและพัฒนาต่อก่อนออกสู่ตลาดจริง</p>
<p>เห็นได้ว่า การจัดตั้งศูนย์ CIC แห่งใหม่ในประเทศไทยสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของประเทศในฐานะผู้ส่งออกอาหารชั้นนำของโลก พร้อมศักยภาพที่โดดเด่นในการเข้าถึงตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก ศูนย์ CIC Bangkok จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถเร่งการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และตอบสนองต่อเทรนด์ของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-33780 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/05/Tetra-Pak-unveils-cutting-edge-Customer-Innovation-Centre-to-drive-food-innovation-in-Thailand-03.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ <a href="https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market" target="_blank" rel="noopener">https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/product-innovation/from-idea-to-market</a>.</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/05/customer-innovation-centre-bangkok/">เต็ดตรา แพ้ค ปักฐานประเทศไทย ศูนย์กลางขับเคลื่อนนวัตกรรมธุรกิจ F&#038;B ระดับโลก ​ตั้งศูนย์นวัตกรรม​​และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพิ่มศักยภาพทำตลาดให้ลูกค้า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดัชมิลล์ สร้าง Corporate Branding รอบ 40 ปี ดึง ‘พี่หน่วง’ กรรชัย กำเนิดพลอย พรีเซ็นเตอร์คนแรก ฉายภาพองค์กรเพื่อสังคม​ ผนึก เต็ดตรา แพ้ค​ พัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ เพิ่ม Deep Engagement กับผู้บริโภค</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/02/tetra-pak-partners-dutch-mill-point-rewards-smart-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Feb 2025 10:33:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Engagement]]></category>
		<category><![CDATA[Brand Loyalty]]></category>
		<category><![CDATA[Corporate Branding]]></category>
		<category><![CDATA[CRM]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Loyalty Program]]></category>
		<category><![CDATA[DM POINT REWARDS]]></category>
		<category><![CDATA[Dutch Mill Point Rewards]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[QR Code]]></category>
		<category><![CDATA[Rewards]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[กรรชัย กำเนิดพลอย]]></category>
		<category><![CDATA[จิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ]]></category>
		<category><![CDATA[ดัชมิลล์ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[พันธมิตร]]></category>
		<category><![CDATA[พี่หน่วง]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่ม กรรชัย]]></category>
		<category><![CDATA[หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[แคมเปญสะสมแต้ม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32060</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขยับมาสร้างความแข็งแรงในฝั่ง​องค์กรมากขึ้น จากที่ก่อนหน้าจะเน้นสื่อสารผ่าน Product Brand มาโดยตลอด สำหรับ ดัชมิลล์ กรุ๊ป บริษัทผู้ผลิตและทำ​ตลาดผลิตภัณฑ์นมชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้​เดินหน้า​สร้าง Corporate Branding ในรอบ 40 ปี ทั้งการใช้พรีเซ็นเตอร์สำหรับองค์กรครั้งแรกคือ &#8216;พี่หน่วง&#8217; หรือ หนุ่ม &#8211; กรรชัย กำเนิดพลอย เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้บริษัท โดยเฉพาะ​ภาพลักษณ์ของ​องค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งการสร้างความผูกพัน และตอกย้ำความแข็งแรงของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค​ผ่านการจับมือกับพันธมิตรอย่าง เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เพื่อ​พัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ด้วยการใช้โซลูชันการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนทั้งกลยุทธ์การตลาดผ่านรูปแบบ Loyalty Program รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อได้ Data สำหรับนำไปวิเคราะห์ต่อยอดเป็นอินไซต์ให้เข้าใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำเพิ่มมากขึ้นในอนาคต คุณจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด กล่าวว่า ดัชมิลล์ให้ความสำคัญในการเพิ่มน้ำหนักสื่อสารผ่านฝั่ง Corporate เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ การมีพรีเซ็นเตอร์ให้องค์กรครั้งแรก โดยได้ดึงพิธีกรแห่งยุคอย่าง หนุ่ม &#8211; กรรชัย กำเนิดพลอย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/tetra-pak-partners-dutch-mill-point-rewards-smart-packaging/">ดัชมิลล์ สร้าง Corporate Branding รอบ 40 ปี ดึง ‘พี่หน่วง’ กรรชัย กำเนิดพลอย พรีเซ็นเตอร์คนแรก ฉายภาพองค์กรเพื่อสังคม​ ผนึก เต็ดตรา แพ้ค​ พัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ เพิ่ม Deep Engagement กับผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ขยับมาสร้างความแข็งแรงในฝั่ง​องค์กรมากขึ้น จากที่ก่อนหน้าจะเน้นสื่อสารผ่าน Product Brand มาโดยตลอด สำหรับ <strong>ดัชมิลล์ กรุ๊ป</strong> บริษัทผู้ผลิตและทำ​ตลาดผลิตภัณฑ์นมชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้​เดินหน้า​สร้าง <strong>Corporate Branding</strong> ในรอบ 40 ปี ทั้งการใช้พรีเซ็นเตอร์สำหรับองค์กรครั้งแรกคือ <strong>&#8216;พี่หน่วง&#8217; </strong>หรือ <strong>หนุ่ม &#8211; กรรชัย กำเนิดพลอย</strong> เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้บริษัท โดยเฉพาะ​ภาพลักษณ์ของ​องค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม</p>
<p><span id="more-32060"></span></p>
<p>รวมทั้งการสร้างความผูกพัน และตอกย้ำความแข็งแรงของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภค​ผ่านการจับมือกับพันธมิตรอย่าง <strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เพื่อ​พัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ด้วยการใช้โซลูชันการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ ที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนทั้งกลยุทธ์การตลาดผ่านรูปแบบ Loyalty Program รวมทั้งเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อได้ Data สำหรับนำไปวิเคราะห์ต่อยอดเป็นอินไซต์ให้เข้าใจผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำเพิ่มมากขึ้นในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32061 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Kanchai-.jpg" alt="" width="1200" height="619" /></p>
<p><strong>คุณจิตรภณ ไตรรัตน์วรวุฒิ</strong> ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด กล่าวว่า ดัชมิลล์ให้ความสำคัญในการเพิ่มน้ำหนักสื่อสารผ่านฝั่ง Corporate เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ การมีพรีเซ็นเตอร์ให้องค์กรครั้งแรก โดยได้ดึงพิธีกรแห่งยุคอย่าง <strong>หนุ่ม &#8211; กรรชัย กำเนิดพลอย </strong>ซึ่งมีภาพลักษณ์ในการช่วยเหลือผู้คนในสังคม สอดคล้องกับความตั้งใจของดัชมิลล์ ที่ต้องการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ เพื่อมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพที่ดี  รวมทั้งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้คนในสังคม ​เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์องค์กรได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการสื่อสารถึง Core Benefit ที่มีอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ และทุกแบรนด์ของดัชมิลล์  จากที่ก่อนหน้าจะใช้พรีเซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละแบรนด์เป็นหลักเท่านั้น​</p>
<p>นอกจากนี้ ดัชมิลล์ยังมีการทำ Corporate Campaign หรือแคมเปญการตลาดขององค์กร ที่ทุกแบรนด์สามารถเข้ามามีส่วนนร่วมได้ทั้งหมด ขณะที่สามารถออกแบบดีไซน์แคมเปญให้ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มไปได้พร้อมกันด้วย ได้แก่ แคมเปญสะสมแต้ม <strong>Dutch Mill Point Rewards </strong>ซึ่งจะมี หนุ่ม-กรรชัย เป็นผู้สื่อสารแคมเปญดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32064 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Tetra-Pak-x-Dutch-Mill.jpg" alt="" width="1200" height="689" /></p>
<p>สำหรับ​ปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนแคมเปญ <strong>Dutch Mill Point Rewards </strong>ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในการพัฒนา Smart Packaging หรือบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ซึ่งได้ <strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ในฐานะผู้พัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ ให้สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วย​สร้างทั้ง Engagement และ Loyalty ในระยะยาว<strong> </strong>ด้วยการพิมพ์​คิวอาร์โค้ดเฉพาะบนทุกกล่องบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปสะสมคะแนนผ่านแพลตฟอร์ม LINE Official Account @DMPOINTREWARDS และนำแต้มที่ได้ไปร่วมแคมเปญ ทั้งการลด แลก และลุ้นของรางวัลต่างๆ ได้ตามความต้องการของแต่ละคน ขณะที่แบรนด์เองก็จะได้ข้อมูลและพฤติกรรมในการบริโภคของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือรสชาติของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยม ความถี่ในการบริโภค รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการสื่อสารระหว่างลูกค้าและแบรนด์เพิ่มขึ้นในอีกช่องทางหนึ่งด้วยเช่นกัน</p>
<p><strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดังกล่าว สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่ต้องการประสบการณ์พิเศษ และมากกว่าแค่ที่ได้จากผลิตภัณฑ์ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับแบรนด์ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อทำให้มีความรู้สึกใกล้ชิดและผูกพันกับแบรนด์ได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคคนไทยที่สนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของประสบการณ์สูงถึง 85% และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 67% (<em>Trendipedia Consumer Tremds 2025</em>) ขณะที่การวางคิวอาร์โค้ดที่มุมบนของกล่อง ได้มีการเรียนรู้เพื่อหาตำแหน่งในการวางอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคต้องเปิดบรรจุภัณฑ์ก่อนจึงจะสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดแบบเต็มรูปแบบได้ เพื่อป้องกันการสแกนโดยไม่ได้รับอนุญาต และมั่นใจได้ว่าผู้สแกนเข้ามาคือผู้บริโภคอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32063 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Tetra-Pak-111.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือกับดัชมิลล์ได้แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนวัตกรรมร่วมกัน ผ่านโซลูชันบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่สามารถช่วยแบรนด์สร้างการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้อย่างราบรื่น โดยยังคงรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในกล่อง ผ่านการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยเปลี่ยนกล่องที่บรรจุผลิตภัณฑ์ของดัชมิลล์ให้กลายเป็นช่องทางในการสร้างปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกับแบรนด์ และสร้างการมีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้บริโภค พร้อมสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้าของเต็ดตรา แพ้ค เพื่อ​เดินหน้าพัฒนาโซลูชันที่จะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคด้วยวิธีการหรือช่องทางใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;​</em></p>
<p><strong>คุณจิตรภณ </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า ​การพัฒนาแคมเปญสะสมแต้ม ​Dutch Mill Point Rewards​ ​ครั้งนี้ ต้องการพันธมิตรที่สามารถส่งมอบทั้งนวัตกรรมและความแม่นยำในการผลิต เพื่อสามารถรับมือความท้าทายและซับซ้อนในการผลิตได้ เนื่องจาก ปริมาณการผลิตที่มากถึงกว่า 10 ล้านกล่องต่อวัน และต้องติดอยู่บนผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายไม่ต่ำกว่า 30 รายการ ทำให้ต้องหาพันธมิตรที่มีความพร้อมสำหรับยกระดับสู่ความร่วมมือในเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับการพิมพ์และวางคิวอาร์โค้ดจำนวนหลายล้านโค้ด และต้องมั่นใจทั้งด้านความปลอดภัย แต่ผู้บริโภคสามารถมองเห็นได้ง่าย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ในตลาดอาหารและเครื่องดื่ม และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือของดัชมิลล์ เพื่อใช้ทั้งสื่อสาร ​ทำความเข้าใจ รวมทั้งสร้างปฏิสัมพันธ์และความผูกพันกับลูกค้าได้ในระยะยาว และเชื่อว่าจะสามารถส่งผลสนับสนุนในเชิงการผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์ให้เติบโต​​ขึ้นได้​อย่างยั่งยืนในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32062 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Tetra-Pak-124.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8220;แคมเปญ Dutch Mill Point Rewards​ ​ยังถือเป็นแคมเปญแรกในฝั่งขององค์กร จากที่ก่อนหน้าแคมเปญต่างๆ จะขับเคลื่อนผ่านแผนการตลาดของแต่ละแบรนด์เป็นหลัก และจะใช้เป็นแคมเปญถาวรเพื่อสามารถทำความเข้าใจลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนรูปแบบของรางวัล หรือการร่วมสนุกไปตามความนิยมของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่มีต่อองค์กรได้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสามารถรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม ที่มีตลาดที่แข็งแรงทั้งในประเทศไทย รวมทั้งตลาดในหลายๆ ภูมิภาคทั่วโลก ทั้งในอาเซียน เอเชีย ตะวันออกกลาง รวมทั้งกำลังจะขยายสู่ตลาดอเมริกาในปีนี้ด้วย ซึ่งการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องได้ตามแผนงาน การมีพาร์ทเนอร์ที่ดีเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ซึ่งในอนาคตทางดัชมิลล์และเต็ดตรา แพ้ค มีแผนในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ผ่านบรรจุภัณฑ์เพื่อสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก รวมทั้งมีส่วนในการสนับสนุนการเติบโตได้อย่าง​แข็งแรงและยั่งยืน​&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32066 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/02/Tetra-Pak-9.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผู้บริโภคที่เข้าร่วมแคมเปญสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่องผลิตภัณฑ์ของดัชมิลล์ เพื่อเข้าสู่ระบบสะสมแต้ม<strong> “Dutch Mill Point Rewards” </strong> ซึ่งเป็น<strong> Loyalty program</strong> ที่ดัชมิลล์พยายามปรับให้เหมาะสมเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความรวดเร็วในการสะสมคะแนน ตลอดจนสามารถเลือกของรางวัลที่เหมาะตามความต้องการของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี เพื่อตอบแทนความไว้วางใจที่ผู้บริโภคให้การสนับสนุนสินค้าในเครือของดัชมิลล์ เป็นอย่างดีเสมอมา  โดยสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดังกล่าวผ่านทางช่องทาง <strong>LINE Official Account @DMPOINTREWARDS</strong> ได้ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2568</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/02/tetra-pak-partners-dutch-mill-point-rewards-smart-packaging/">ดัชมิลล์ สร้าง Corporate Branding รอบ 40 ปี ดึง ‘พี่หน่วง’ กรรชัย กำเนิดพลอย พรีเซ็นเตอร์คนแรก ฉายภาพองค์กรเพื่อสังคม​ ผนึก เต็ดตรา แพ้ค​ พัฒนาบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ เพิ่ม Deep Engagement กับผู้บริโภค</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค มอบแผ่นเอ็นไวโรบอร์ด วัสดุทดแทนไม้ ใช้ในงาน บ้านและสวนแฟร์ 2023 มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/tetra-pak-support-enviroboard-to-bann-suan-fair-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Apr 2023 11:02:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Enviroboard]]></category>
		<category><![CDATA[From Waste to Resource]]></category>
		<category><![CDATA[Rebalance]]></category>
		<category><![CDATA[งานบ้านและสวนแฟร์ 2023]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญา ศิลสุภดล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[วัสดุทดแทนไม้]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นเอ็นไวโรบอร์ด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17971</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก นำโดย คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด มอบแผ่นเอ็นไวโรบอร์ด (Enviroboard) วัสดุทดแทนไม้ที่ได้จากการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อใช้ตกแต่งในงานบ้านและสวนแฟร์ 2023 ตอกย้ำการรีไซเคิลเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่เนื่องในวัน Global Recycling Day เดือนมีนาคมนี้ ภายในงาน ผู้ชมงานสามารถเยี่ยมชมมุมสร้างสรรค์จากการรีไซเคิลได้ที่บริเวณโซน Room Showcase และไฮไลท์ของงาน ณ บริเวณซุ้มทางเข้าที่ทำจากแผ่นไม้ที่ได้จากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล ภายใต้คอนเซ็ปท์ “From Waste to Resource&#8221; ด้วยความตั้งใจในการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายด้าน โดยตัวโครงสร้างได้ถูกออกแบบให้แยกชิ้นได้ เพื่อที่จะเปลี่ยนไปเป็นสนามเด็กเล่นในโรงเรียน มอบให้กับโรงเรียนบ้านไม้ขาวในจังหวัดภูเก็ตภายหลังสิ้นสุดงานแฟร์ ซึ่งเป็นโครงการ CSR จากความร่วมมือระหว่างบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนี้ ซุ้มดังกล่าว ยังใช้เป็นจุดรับกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถนำขยะจากที่บ้านมาส่งต่อไปรีไซเคิลได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/tetra-pak-support-enviroboard-to-bann-suan-fair-2023/">เต็ดตรา แพ้ค มอบแผ่นเอ็นไวโรบอร์ด วัสดุทดแทนไม้ ใช้ในงาน บ้านและสวนแฟร์ 2023 มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค </strong>ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก นำโดย คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน บริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด มอบแผ่นเอ็นไวโรบอร์ด (Enviroboard) วัสดุทดแทนไม้ที่ได้จากการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อใช้ตกแต่งในงานบ้านและสวนแฟร์ 2023 ตอกย้ำการรีไซเคิลเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่เนื่องในวัน Global Recycling Day เดือนมีนาคมนี้</p>
<p><span id="more-17971"></span></p>
<p>ภายในงาน ผู้ชมงานสามารถเยี่ยมชมมุมสร้างสรรค์จากการรีไซเคิลได้ที่บริเวณโซน Room Showcase และไฮไลท์ของงาน ณ บริเวณซุ้มทางเข้าที่ทำจากแผ่นไม้ที่ได้จากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล ภายใต้คอนเซ็ปท์ “From Waste to Resource&#8221; ด้วยความตั้งใจในการเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในหลากหลายด้าน โดยตัวโครงสร้างได้ถูกออกแบบให้แยกชิ้นได้ เพื่อที่จะเปลี่ยนไปเป็นสนามเด็กเล่นในโรงเรียน มอบให้กับโรงเรียนบ้านไม้ขาวในจังหวัดภูเก็ตภายหลังสิ้นสุดงานแฟร์ ซึ่งเป็นโครงการ CSR จากความร่วมมือระหว่างบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากนี้ ซุ้มดังกล่าว ยังใช้เป็นจุดรับกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วและวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมงานสามารถนำขยะจากที่บ้านมาส่งต่อไปรีไซเคิลได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17973 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/tetra1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>แผ่นเอ็นไวโรบอร์ด (Enviroboard) ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท เอส.พี.เปเปอร์ แอนด์ ทิ้ว จำกัด เป็นวัสดุทดแทนไม้ ที่ทำจากกล่องเครื่องดื่มหรือกล่องยูเอชทีทั้งหมด 100% โดยนำมาตัดย่อยและอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนสูง โดยไม่ผสมสารเคมี ไม่มีสารฟอร์มัลดีไฮด์ ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ใช้ และยังผ่านการทดสอบคุณสมบัติวัสดุจากศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางอาคาร (CBIT) ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายอุตสาหกรรมทั้งในการก่อสร้างและการตกแต่ง</p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค มีความภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานบ้านและสวนแฟร์ 2023 จัดโดย บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และได้เป็นหนึ่งในพลังที่ได้ขับเคลื่อนแนวคิด<strong> #Rebalance</strong> ของงาน ที่สนับสนุนให้เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและโลกของเรา เรามีความเชื่อมั่นว่าการจัดโครงการเพื่อสังคมผสานไปกับการใช้วัสดุรีไซเคิลให้เกิดการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่าที่สุด เป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17974 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/Tetra3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>งานบ้านและสวนแฟร์ 2023 จัดโดย บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ในระหว่างวันที่ 18-26 มีนาคม 2023 ณ ศูนย์นิทรรศการไบเทค บางนา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/tetra-pak-support-enviroboard-to-bann-suan-fair-2023/">เต็ดตรา แพ้ค มอบแผ่นเอ็นไวโรบอร์ด วัสดุทดแทนไม้ ใช้ในงาน บ้านและสวนแฟร์ 2023 มุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากกล่องเครื่องดื่มรีไซเคิล</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค เผยรายงาน “เทรนด์ดิพิเดีย” ประจำปี  2566 ชี้การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคในปีนี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-open-trendipedia-and-consumer-trend-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Mar 2023 05:21:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Consumer Trend]]></category>
		<category><![CDATA[Eatertainment]]></category>
		<category><![CDATA[Flexi-Shopping]]></category>
		<category><![CDATA[Food & Beverage]]></category>
		<category><![CDATA[In Control]]></category>
		<category><![CDATA[Local Reclaimed]]></category>
		<category><![CDATA[การควบคุมสุขภาพของตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[การช้อปปิ้งที่ยืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ๆ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธินันท์ เตชะทยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ดิพิเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจท้องถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17765</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน “เทรนด์ดิพิเดีย” ประจำปี 2566 ที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยในปีนี้ เต็ดตรา แพ้ค เน้นย้ำสี่เทรนด์หลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เทรนด์หลักที่ยังมีส่วนคล้ายคลึงกันกับปีที่ผ่านมา คือ In Control ซึ่งแสดงถึง ความต้องการควบคุมปัจจัยต่างๆ ในด้านสุขภาพ โดยใช้อาหารและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพให้เข้ามามีบทบาท และมีเทรนด์ที่แตกต่างไปอย่าง Flexi-shopping ที่ผู้คนใช้จ่ายเงินไปกับการเลือกซื้อของอย่างรู้คุณค่ามากยิ่งขึ้น Eatertainment ชุมชนออนไลน์ที่สนุกไปกับการสร้างสรรค์และนำเทรนด์อาหารใหม่ๆ และ Local Reclaimed การกลับเข้าหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยและสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไปพร้อมๆกัน ในช่วงปี 2566 เป็นปีที่มีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนส่งผลถึงพฤติกรรมโดยรวมของผู้บริโภคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบอาหารเพิ่มขึ้นสูง ความตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลให้มีการค้นหาออนไลน์ของสินค้าที่ส่งเสริมความยั่งยืนเพิ่มสูงขึ้นถึง 71% ในรอบ 5  ปีที่ผ่านมา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในแง่ของสุขภาพ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งที่เลือกซื้อมากขึ้น โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ราคา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเริ่มหันไปเลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบพื้นบ้านจากชุมชนมากยิ่งขึ้น ภาคอุตสาหกรรมจึงควรจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค หรือสนับสนุนการใช้วัตถุดิบจากแหล่งชุมชนและเกษตรกรมากยิ่งขึ้น เทรนด์หลักในปีนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-open-trendipedia-and-consumer-trend-2023/">เต็ดตรา แพ้ค เผยรายงาน “เทรนด์ดิพิเดีย” ประจำปี  2566 ชี้การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคในปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงาน <strong>“เทรนด์ดิพิเดีย”</strong> ประจำปี 2566 ที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยในปีนี้ เต็ดตรา แพ้ค เน้นย้ำสี่เทรนด์หลักที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม</p>
<p><span id="more-17765"></span></p>
<p>เทรนด์หลักที่ยังมีส่วนคล้ายคลึงกันกับปีที่ผ่านมา คือ <strong>In Control</strong> ซึ่งแสดงถึง ความต้องการควบคุมปัจจัยต่างๆ ในด้านสุขภาพ โดยใช้อาหารและเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพให้เข้ามามีบทบาท และมีเทรนด์ที่แตกต่างไปอย่าง <strong>Flexi-shopping</strong> ที่ผู้คนใช้จ่ายเงินไปกับการเลือกซื้อของอย่างรู้คุณค่ามากยิ่งขึ้น <strong>Eatertainment</strong> ชุมชนออนไลน์ที่สนุกไปกับการสร้างสรรค์และนำเทรนด์อาหารใหม่ๆ และ <strong>Local Reclaimed </strong>การกลับเข้าหาผลิตภัณฑ์ที่คุ้นเคยและสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไปพร้อมๆกัน</p>
<p>ในช่วงปี 2566 เป็นปีที่มีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งล้วนส่งผลถึงพฤติกรรมโดยรวมของผู้บริโภคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบอาหารเพิ่มขึ้นสูง ความตระหนักและให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ที่ส่งผลให้มีการค้นหาออนไลน์ของสินค้าที่ส่งเสริมความยั่งยืนเพิ่มสูงขึ้นถึง 71% ในรอบ 5  ปีที่ผ่านมา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในแง่ของสุขภาพ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสิ่งที่เลือกซื้อมากขึ้น โดยคำนึงถึงความคุ้มค่า ราคา และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังเริ่มหันไปเลือกซื้อสินค้าและวัตถุดิบพื้นบ้านจากชุมชนมากยิ่งขึ้น ภาคอุตสาหกรรมจึงควรจัดหาสินค้าและบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค หรือสนับสนุนการใช้วัตถุดิบจากแหล่งชุมชนและเกษตรกรมากยิ่งขึ้น</p>
<p>เทรนด์หลักในปีนี้ ที่ยังมีความสอดคล้องกันกับเทรนด์ในปี 2565 อันดับแรก ได้แก่ เทรนด์ <strong>In Control</strong> ซึ่งผู้บริโภค ยังคงต้องการควบคุมสุขภาพของตนเอง แต่ในปีนี้ เป็นการควบคุมในรูปแบบของอาหารหรืออาหารเสริมที่ผู้บริโภคเลือกรับประทาน และใช้เทคโนโลยีตรวจวัดสุขภาพ ที่ผลักดันให้เลือกคุณค่าอาหารที่เหมาะกับแต่ละบุคคลมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17770 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Incontrol.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“เทรนด์ In Control สะท้อนถึงการที่ผู้บริโภคเลือกรับประทานอาหารเพื่อเป็นการเลือกสรรและควบคุมสิ่งต่างๆ ในชีวิตมากขึ้น ผู้บริโภคจะเลือกจับคู่อาหารหรืออาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และเหมาะสมกับความต้องการทางสุขภาพส่วนบุคคล ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์หรือช่วงอายุต่างๆ ของชีวิต อีกทั้ง ผู้บริโภคยังใช้โซลูชันเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ ในการสังเกตและคาดการณ์สุขภาพโดยรวมของตน ทำให้ยิ่งมีความรอบคอบในสิ่งที่บริโภคมากขึ้น แบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม จึงควรสื่อสารกับผู้บริโภคถึงคุณค่าและประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ลงบนกล่องบรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจนและเรียบง่าย หรือหากมีคิวอาร์โค้ดที่ช่วยตรวจข้อมูลทางโภชนาการ ก็จะยิ่งเป็นการสร้างความรู้สึกแห่งการเลือกสรรและควบคุมได้ต่อลูกค้ามากยิ่งขึ้น” <strong>คุณสุทธินันท์ เตชะทยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17769 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Fexi.shopping.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เทรนด์หลักที่มีการเปลี่ยนแปลงลำดับที่สอง คือเทรนด์ <strong>Flexi-Shopping </strong>อิสรภาพในการเลือกชอปที่ยืดหยุ่นมากขึ้นตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้ผู้คนเลือกซื้ออาหารอย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงราคาและคุณค่าที่เหมาะกับตนเองอย่างสูงสุด “ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน ผู้บริโภคยังคงคาดหวังผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีในราคาที่เหมาะสม ดังนั้นแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มที่เสนอคุณค่าสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับราคา จะมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้กังวลด้านค่าใช้จ่ายก็ให้ความสำคัญกับราคาเช่นเดียวกัน โดยพวกเขาจะซื้อสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้และในบางคราวอาจซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและราคาสูงขึ้นสลับกันไปเพื่อเป็นการให้รางวัลแก่ตนเอง” คุณสุทธินันท์กล่าวเสริม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17768 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Entertain.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เทรนด์หลักลำดับที่สาม คือ <strong>Eatertainment </strong>ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน สังคมหรือชุมชนออนไลน์ ที่นำโดยครีเอเตอร์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ได้เข้ามามีบทบาทในด้านการสร้างสรรค์ หรือนำเทรนด์เมนูอาหารใหม่ๆ เป็นอย่างมาก ทำให้การทำอาหารทานเองหรือเลือกซื้ออาหาร กลายเป็นเรื่องที่สนุกและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภค</p>
<p>“ตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์เป็นต้นมา สังคมออนไลน์กลายเป็นที่ที่ยึดโยงผู้คนที่มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกันให้เข้ามาแบ่งปันประสบการณ์กัน โดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร” <strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว</strong> “ผู้บริโภคได้เข้ามาแบ่งปันหรือค้นหาแรงบันดาลใจในการทำอาหาร ทำให้การทำอาหารกลายเป็นเรื่องสนุกและทำได้ง่ายโดยแทบไม่ต้องพึ่งเชฟ แบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม อาจจะลองใช้บรรจุภัณฑ์อาหารที่ปรุงได้ที่บ้านพร้อมวิธีการทำอาหารแบบทีละขั้นตอนเพื่อเป็นการเน้นย้ำเทรนด์ทำอาหารในบ้าน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17771 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Local.jpg" alt="" width="1200" height="825" /></p>
<p>เทรนด์สุดท้าย <strong>“Local Reclaimed”</strong> เมื่อผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้น เครือข่ายระหว่างชุมชนจึงแน่นแฟ้นมากกว่าที่เคย แบรนด์ที่ส่งผลดีต่อชุมชนท้องถิ่นจะกลายเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นขึ้น “จากสถานการณ์โควิด 19 ที่ผ่านมา ผู้บริโภคได้เห็นผลกระทบที่ชุมชนของตนได้รับ และตั้งใจอุดหนุนแบรนด์ท้องถิ่นมากขึ้น ผู้บริโภคหลายคนรู้สึกโหยหาอดีต และมองหาความสบายใจจากวันวาน รสชาติแบบดั้งเดิมที่คุ้นเคยเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกถึงความสุขในวัยเยาว์ได้อีกครั้ง ดังนั้น แบรนด์ที่เน้นวัตถุดิบที่เลือกสรรมาจากชุมชนท้องถิ่น ก็จะสามารถตอบโจทย์เทรนด์นี้ได้” คุณสุภนัฐ กล่าวปิดท้าย</p>
<p>รายงาน ‘เทรนด์ดิพิเดีย’ ของเต็ดตรา แพ้ค  ได้ระบุถึงเทรนด์หลัก 10 เรื่องสำหรับปี 2566 นี้ ได้แก่ เคล็ดลับเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น (Life Hacks) อิสรภาพในการเลือกชอป (Flexi-shopping) ชีวิตที่ควบคุมได้ (In Control) พักเพื่อเติมเต็มและซ่อมแซม (Replenish and Repair) แนวคิดเพื่อสภาพอากาศ (Climatarianism) ความชัดเจนสีเขียว (Green Clarity) เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง (Un-masking Identities) มุ่งสนับสนุนท้องถิ่น (Local Reclaimed) ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด (Evolving Spaces) และทุกมื้อคือความสนุก (Eatertainment)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17772 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/2-4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค นำเสนอรายงานเทรนด์การเปลี่ยนแปลงผู้บริโภค เทรนด์ดิพิเดีย ประจำปี 2566 ให้กับลูกค้าของเรา เพื่อให้มีความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-open-trendipedia-and-consumer-trend-2023/">เต็ดตรา แพ้ค เผยรายงาน “เทรนด์ดิพิเดีย” ประจำปี  2566 ชี้การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ผู้บริโภคในปีนี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค เข้าเยี่ยมชมสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หารือโอกาสในการร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างการศึกษาและการพัฒนาธุรกิจอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-visit-pim-to-learn-food-lab-and-pim-air/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Mar 2023 08:48:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[PIM]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนี จันทร์หอม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิญญา ศิลสุภดล]]></category>
		<category><![CDATA[ปาริชาต บัวขาว]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ บุญปาน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[พีรพงศ์ หิรัญวิริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนศิริ ติลกสกุลชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม โชคสว่างวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุภนัฐ รัตนทิพ]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17513</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก นำโดย คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด คุณปฏิญญา ศิลสุภดล ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน และ คุณฐาปนี จันทร์หอม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเชิญจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เข้าเยี่ยมชมสถาบัน และหารือโอกาสในการร่วมมือกันในอนาคตด้านการศึกษาและพัฒนาธุรกิจอาหาร ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการต้อนรับจากผู้บริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)  ได้แก่ คุณสยาม โชคสว่างวงศ์ รองอธิการบดีอาวุโส สายบริหาร คุณพีรพงศ์ หิรัญวิริยะ รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานักศึกษาและบริหารทรัพยากร คุณปาริชาต บัวขาว รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์ ที่ปรึกษาคณะการจัดการธุรกิจอาหาร  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ บุญปาน รักษาการคณบดีคณะการจัดการธุรกิจอาหาร และคุณสุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ด้านบริหารเครือข่ายทางธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-visit-pim-to-learn-food-lab-and-pim-air/">เต็ดตรา แพ้ค เข้าเยี่ยมชมสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หารือโอกาสในการร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างการศึกษาและการพัฒนาธุรกิจอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เต็ดตรา แพ้ค</strong> ผู้นำด้านโซลูชันการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก นำโดย <strong>คุณรัตนศิริ ติลกสกุลชัย</strong> กรรมการผู้จัดการ <strong>คุณสุภนัฐ รัตนทิพ</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด <strong>คุณปฏิญญา ศิลสุภดล</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน และ <strong>คุณฐาปนี จันทร์หอม</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท  เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเชิญจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เข้าเยี่ยมชมสถาบัน และหารือโอกาสในการร่วมมือกันในอนาคตด้านการศึกษาและพัฒนาธุรกิจอาหาร</p>
<p><span id="more-17513"></span></p>
<p>ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค ได้รับการต้อนรับจากผู้บริหาร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)  ได้แก่<strong> คุณสยาม โชคสว่างวงศ์</strong> รองอธิการบดีอาวุโส สายบริหาร <strong>คุณพีรพงศ์ หิรัญวิริยะ</strong> รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานักศึกษาและบริหารทรัพยากร <strong>คุณปาริชาต บัวขาว</strong> รองอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พวงเพ็ชร์ นิธยานนท์</strong> ที่ปรึกษาคณะการจัดการธุรกิจอาหาร  <strong>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ บุญปาน</strong> รักษาการคณบดีคณะการจัดการธุรกิจอาหาร และ<strong>คุณสุปิยะ ตันศรีสวัสดิ์</strong> ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ด้านบริหารเครือข่ายทางธุรกิจ บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) โดยได้หารือโอกาสทางความร่วมมือในอนาคต เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าศึกษา และการพัฒนาธุรกิจอาหารในประเทศไทย  อีกทั้งยังได้เข้าเยี่ยมชม ห้องปฏิบัติการคณะการจัดการธุรกิจอาหาร (Food Lab)  ศูนย์ฝึกปฏิบัติการธุรกิจการบิน (PIM AIR) PIM Food Academy และ โรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์</p>
<p>เต็ดตรา แพ้ค รู้สึกเป็นเกียรติและมีความภูมิใจที่ได้รับการไว้วางใจจากสถาบันการศึกษาและธุรกิจอาหารชั้นนำ ในการหารือโอกาสทางความร่วมมือ อันเป็นเครื่องยืนยันให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ทั้งในแง่ธุรกิจ แต่ยังมีประโยชน์ต่อการศึกษาและการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย ทั้งนี้ เต็ดตรา แพ้ค มีความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้ประสบความสำเร็จจะเป็นรากฐานที่ยั่งยืนได้ทั้งต่อบริษัทและประเทศต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/tetra-pak-visit-pim-to-learn-food-lab-and-pim-air/">เต็ดตรา แพ้ค เข้าเยี่ยมชมสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หารือโอกาสในการร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างการศึกษาและการพัฒนาธุรกิจอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Mar 2023 09:29:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[packaging waste.]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling Plant]]></category>
		<category><![CDATA[REDcycle]]></category>
		<category><![CDATA[saveBOARD ​]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Material]]></category>
		<category><![CDATA[Tetra Pak]]></category>
		<category><![CDATA[Warragamba]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะฝังกลบ]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานรีไซเคิล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17467</guid>

					<description><![CDATA[<p>หน่วยงานต่างๆ ในออสเตรเลีย นำโดย Tetra Pak (เต็ดตรา แพ้ค)​ ผู้นำ​โซลูชันการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ร่วมกับ saveBOARD ​บริษัทรับกำจัดและรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์​ ​ Sig Combibloc ภายใต้ Global Recycling Alliance for Beverage Cartons and the Environment (Grace) และ Freightways ร่วมเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนเป็นแห่งแรกในออสเตรเลีย โดยโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มแห่งแรกของออสเตรเลียนี้ อยู่ในเมือง Warragamba รัฐนิวเซาท์เวลส์ ​มูลค่ากว่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์ อาทิ กล่องนมและน้ำผลไม้ ได้มากถึง 4,000 ตันต่อปี เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านและสำนักงาน เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ไม้อัด หรือไม้กระดาน ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ​แต่ละปีออสเตรเลียผลิตขยะประมาณ 76 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการสร้างก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่มีอัตรารีไซเคิลประมาณ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/">ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หน่วยงานต่างๆ ในออสเตรเลีย นำโดย Tetra Pak (เต็ดตรา แพ้ค)​ ผู้นำ​โซลูชันการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก ร่วมกับ saveBOARD ​บริษัทรับกำจัดและรีไซเคิลขยะบรรจุภัณฑ์​ ​ Sig Combibloc ภายใต้ Global Recycling Alliance for Beverage Cartons and the Environment (Grace) และ Freightways ร่วมเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม เพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนเป็นแห่งแรกในออสเตรเลีย</p>
<p><span id="more-17467"></span></p>
<p>โดยโรงงานรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มแห่งแรกของออสเตรเลียนี้ อยู่ในเมือง Warragamba รัฐนิวเซาท์เวลส์ ​มูลค่ากว่า 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐ สามารถรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์ อาทิ กล่องนมและน้ำผลไม้ ได้มากถึง 4,000 ตันต่อปี เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืนสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างบ้านและสำนักงาน เพื่อเป็นวัสดุทางเลือกเพื่อทดแทนการใช้ไม้อัด หรือไม้กระดาน ที่มีความแข็งแรง น้ำหนักเบา และมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ทั้งหมด</p>
<p>ทั้งนี้ ​แต่ละปีออสเตรเลียผลิตขยะประมาณ 76 ล้านตันในแต่ละปี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการสร้างก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่มีอัตรารีไซเคิลประมาณ 16% ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา โดยทางออสเตรเลียมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการรีไซเคิลให้เพิ่มขึ้นเป็น 70% ภายในปี 2568 นี้ ซึ่งการเปิดโรงงานรีไซเคิลจากกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรกคร้ังนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ จากการไปรวบรวมกล่องบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วมาจากจุด Return and Earn​ ที่ประชาชนนำมาใส่ไว้ตามจุดต่างๆ และนำมาเข้าสู่กระบวนการย่อยให้เป็นชิ้นเล็กๆ และใช้ความร้อน​อัดเป็นแผ่น เพื่อผลิตเป็นเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความยั่งยืน อาทิ แผ่นไม้อัด ไม้กระดาน ฟลอร์บอร์ด โปสเตอร์บอร์ด หรือชิปบอร์ด เป็นต้น</p>
<p>ขณะที่ปัญหาปริมาณขยะฝังกลบที่เพิ่มจำนวนอย่างมหาศาลเป็นอีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วนในออสเตรเลีย พร้อมจุดประกายในการให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การระงับโครงการ <strong>REDcycle</strong> ซึ่งถือเป็นโครงการรีไซเคิลพลาสติกที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย หลังพบความล้มเหลวว่าโครงการนำพลาสติก Single-use ที่ได้จากซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่อย่าง​ Woolworths และ Coles ไปเก็บรวบรวมไว้โดยไม่ได้นำไปรีไซเคิลจริง ประกอบกับมาตรการยกเลิกการนำเข้าเศษพลาสติกของจีน ซึ่งเคยเป็นตลาดหลักในการส่งออกขยะพลาสติกของออสเตรเลีย ส่งผลให้ปริมาณขยะฝังกลบของออสเตรเลียพุ่งสูงมาก และสะท้อนปัญหาด้านศักยภาพในการรีไซเคิลของออสเตรเลีย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-17468 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/03/Recycling-Plant4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>Andre Pooch</strong> กรรมการผู้จัดการของเต็ดตรา แพ้คออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะส่วนหนึ่งของพันธสัญญาด้านความยั่งยืนของบริษัท บริษัทจะมองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้บรรจุภัณฑ์จำนวนมากขึ้นสามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายบรรจุภัณฑ์แห่งชาติปี 2568 ​ซึ่งความร่วมมือกับ SaveBoard ​จะช่วยพัฒนา​นวัตกรรมในการรีไซเคิลในการต่อยอดไปสู่คุณค่าในหลากหลายรูปแบบ และช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมว่าสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง</p>
<p>ทั้งนี้ SaveBoard มีแผนเปิดโรงงานรีไซเคิลอีกแห่งในแคมป์เบลล์ฟิลด์ รัฐวิกตอเรีย ในปี 2567 หลังจากได้รับเงินสนับสนุน 1 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลรัฐวิกตอเรีย เนื่องจาก อุตสาหกรรมนี้ต้องการการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงธุรกิจและรัฐบาล​กลาง รวมไปถึงผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคด้วย</p>
<p><a href="https://www.smh.com.au/environment/sustainability/recycled-milk-cartons-to-provide-houses-with-good-bones-20230220-p5clt4.html" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://insidefmcg.com.au/2023/02/22/saveboard-x-tetra-pak-open-australias-first-beverage-carton-recycling-plant/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/australias-first-beverage-carton-recycling-plant/">ออสเตรเลียเปิดโรงงานรีไซเคิลกล่องบรรจุภัณฑ์แห่งแรก​ ​ช่วยแก้ปัญหาขยะฝังกลบล้นประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย จัดงานเสวนาประเด็นเรื่องความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/10/tetrapak-sustainability-updates/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Oct 2022 09:34:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[tetrapak]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เต็ดตรา แพ้ค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=14984</guid>

					<description><![CDATA[<p>เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชันการแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก จัดงานเสวนาเพื่อนำเสนอรายงานความยั่งยืนประจำปี 2565 ของเต็ดตรา แพ้ค โดยมี สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า และ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับวาระความยั่งยืนของประเทศ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้ระบบอาหารมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน รวมถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าของเต็ดตรา แพ้ค ในปีที่ผ่านมา ความยั่งยืน คือหัวใจในการดำเนินธุรกิจของเต็ดตรา แพ้ค บริษัทมุ่งเน้นที่จะเพิ่มความพร้อมและความปลอดภัยของอาหาร ลดปริมาณขยะอาหาร ปรับปรุงคุณภาพของทรัพยากร และการขนส่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า รายงานความยั่งยืนครั้งที่ 23 ของเต็ดตรา แพ้ค จึงเน้นย้ำถึงความสำเร็จของของบริษัท รวมถึงโครงการที่ได้ริเริ่มและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องอาหาร ผู้คน และโลก ด้วยการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และการติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจุดมุ่งหมายของเต็ดตรา แพ้ค คือการพัฒนาแนวปฏิบัติในด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และมีส่วนร่วมในการสร้างความเหมาะสมของการใช้น้ำทั่วโลกตลอดการดำเนินงานภายในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด  เต็ดตรา แพ้ค เน้นย้ำประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยการริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่หลากหลายซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยเฉพาะข้อที่ 6, 7, 9, 12, 13, 15 และ 17 ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานด้านความยั่งยืนประจำปี 2022 ของเต็ดตรา แพ้คได้ ที่นี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/tetrapak-sustainability-updates/">เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย จัดงานเสวนาประเด็นเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b><span lang="TH">เต็ดตรา แพ้ค</span></b><span lang="TH"> ผู้นำเสนอโซลูชันการแปรรูปอาหารและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก จัดงานเสวนาเพื่อนำเสนอรายงานความยั่งยืนประจำปี </span>2565<span lang="TH"> ของเต็ดตรา แพ้ค โดยมี <strong>สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า</strong> และ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับวาระความยั่งยืนของประเทศ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้ระบบอาหารมีความยืดหยุ่นและยั่งยืน รวมถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าของเต็ดตรา แพ้ค ในปีที่ผ่านมา</span></p>
<p><span id="more-14984"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ความยั่งยืน คือหัวใจในการดำเนินธุรกิจของเต็ดตรา แพ้ค บริษัทมุ่งเน้นที่จะเพิ่มความพร้อมและความปลอดภัยของอาหาร ลดปริมาณขยะอาหาร ปรับปรุงคุณภาพของทรัพยากร และการขนส่งตลอดห่วงโซ่คุณค่า รายงานความยั่งยืนครั้งที่ </span>23<span lang="TH"> ของเต็ดตรา แพ้ค จึงเน้นย้ำถึงความสำเร็จของของบริษัท รวมถึงโครงการที่ได้ริเริ่มและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องอาหาร ผู้คน และโลก</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ด้วยการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี การกำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และการติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจุดมุ่งหมายของเต็ดตรา แพ้ค คือการพัฒนาแนวปฏิบัติในด้านการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ รวมถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ และมีส่วนร่วมในการสร้างความเหมาะสมของการใช้น้ำทั่วโลกตลอดการดำเนินงานภายในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด  เต็ดตรา แพ้ค เน้นย้ำประเด็นความยั่งยืนที่มีความสำคัญต่อธุรกิจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยการริเริ่มโครงการต่าง ๆ ที่หลากหลายซึ่งมีส่วนในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (</span>SDGs) <span lang="TH">โดยเฉพาะข้อที่ 6</span>, <span lang="TH">7</span>, <span lang="TH">9</span>, <span lang="TH">12</span>, <span lang="TH">13</span>, <span lang="TH">15 และ 17</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงานด้านความยั่งยืนประจำปี </span>2022<span lang="TH"> ของเต็ดตรา แพ้คได้ ที่นี่ :  </span><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: https://www.tetrapak.com/sustainability/sustainability-updates คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://nam12.safelinks.protection.outlook.com/?url=https%3A%2F%2Fwww.tetrapak.com%2Fsustainability%2Fsustainability-updates&amp;data=05%7C01%7C%7Cd7ae205d1c5340223dd308daa832dc9c%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638007233711022460%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=JjX1RYh17QBlJo6p6dfeTmAUNMD4C2rXfXzAFZJxmK8%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0">https://www.tetrapak.com/sustainability/sustainability-updates</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/10/tetrapak-sustainability-updates/">เต็ดตรา แพ้ค ประเทศไทย จัดงานเสวนาประเด็นเรื่องความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
