<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Dec 2025 07:27:33 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Dec 2025 07:27:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[GPP]]></category>
		<category><![CDATA[Green Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement]]></category>
		<category><![CDATA[Green Public Procurement Framework]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TEI]]></category>
		<category><![CDATA[Triple Planetary Crisis]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบัญชีกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลากเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิจารย์ สิมาฉายา]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ภาครัฐสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38697</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ กรมบัญชีกลาง และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ &#8216;ตลาดสีเขียว&#8216; ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พร้อมด้วย ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI)</strong> เดินหน้าภารกิจสำคัญ จับมือ <strong>กรมบัญชีกลาง</strong> และพันธมิตรองค์กรชั้นนำ ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงเพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการไทยสู่ &#8216;<strong>ตลาดสีเขียว</strong>&#8216; ขานรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์</p>
<p><span id="more-38697"></span></p>
<p>ในงานเปิดตัวแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement Framework) ซึ่งจัดโดย กรมบัญชีกลาง ร่วมกับ องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO)  สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย <strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย</strong> พร้อมด้วย <strong>ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์</strong> รักษาการผู้จัดการฉลากเขียวและฉลากสิ่งแวดล้อม ได้เข้าร่วมแสดงพลังและลงนามในบันทึกแสดงเจตจำนงร่วมกับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมบัญชีกลาง กรมควบคุมมลพิษ และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38700 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-8-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (</strong><strong>TEI)</strong> กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการครั้งนี้ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ 3 ด้าน (Triple Planetary Crisis) คือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งส่งผลกระทบชัดเจนทั้งภัยแล้งและน้ำท่วมหนักในหลายพื้นที่ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางรอดที่ทุกภาคส่วนต้องทำทันที</p>
<p><em>“สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะหน่วยงานที่ขับเคลื่อนเรื่อง </em><em>&#8216;</em><strong><em>ฉลากเขียว</em></strong><em><strong>&#8216;</strong> </em><em>มาอย่างยาวนาน พร้อมสนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและซีเมนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง การผลักดันให้ภาครัฐซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ หันมาเลือกใช้สินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นให้ภาคเอกชนปรับตัว สร้างนวัตกรรมสีเขียว และขยายตลาดสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เติบโตเทียบเท่ามาตรฐานสากล”</em></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38698 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง</strong> ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวถึงบทบาทของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวว่า โลกปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างมาก การจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังมุ่งไป การที่รัฐบาลไทยประกาศเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 จะสำเร็จได้ต้องเริ่มจากการปฏิบัติจริงแผนยุทธศาสตร์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ตามความสมัครใจแบบเดิม แต่เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้เม็ดเงินมหาศาลจากการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ กลายเป็นแรงขับเคลื่อน (Demand Driven) ในการสร้างตลาดสีเขียวให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว</p>
<p>ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงจากองค์กรระหว่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยานและสนับสนุน อาทิ <strong>นางสาวปิง กิดนิกร</strong> เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย และ <strong>นายมาร์ค กูดดิ้ง</strong> เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากธนาคารโลก (The World Bank) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านานาชาติให้ความสำคัญและพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการก้าวสู่การบริหารจัดการภาครัฐที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน ดร.ถนอมลาภ รัชวัตร์ ได้บรรยายแนวทางสำหรับข้อกำหนดและการรายงานที่จำเป็นในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสีเขียวภาคบังคับ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-38701 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/ภาพประกอบ-4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับการลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการเชื่อมโยงภารกิจของ TEI ในการรับรองมาตรฐานฉลากเขียว เข้ากับระบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นหลังต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/tei-mou-signing-green-public-procurement-in-thailand/">TEI ผนึก กรมบัญชีกลาง อบก. กรมควบคุมมลพิษ เซ็น MOU ดัน &#8216;จัดซื้อจัดจ้างสีเขียว&#8217; ปั้นตลาดภาครัฐสู่ Net Zero   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมืองไทยประกันชีวิต ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ บอกรักโลกง่ายๆ ด้วยของพรีเมียมคอลเลกชันใหม่  Muang Thai Smile Premium Collection x Earthology</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/09/muang-thai-smile-premium-collection-x-earthology/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 03:57:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Design]]></category>
		<category><![CDATA[Earthology]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[MTL]]></category>
		<category><![CDATA[MTL Click]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Smile Club]]></category>
		<category><![CDATA[Muang Thai Smile Premium Collection x Earthology]]></category>
		<category><![CDATA[muangthai life]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยประกันชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองไทยสไมล์คลับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=36361</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ จับมือกับ EARTHOLOGY แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์รักษ์โลกแบรนด์ไทยแบรนด์เดียว ที่ได้รับการรับรองจาก Blue Sign ในการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมจากสวิตเซอร์แลนด์ ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมบอกรักโลกได้ง่าย ๆ แบบมีสไตล์ ไปกับคอลเลกชันของพรีเมียมใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด Circular Design วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ทุกขั้นตอนการผลิตคัดสรรและใส่ใจในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ เริ่มจากการนำขวดพลาสติก PET จากหลายๆ แหล่งมาทำความสะอาดแล้วย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ให้ออกมาเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล หรือ r-PET (Recycled Polyester) สู่ 3 ไอเทมของพรีเมียมใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพดี และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ กระเป๋า TOTE BAG 1 ใบ ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET ถึง 22 ขวด ดีไซน์เท่ จุของได้เยอะ ใช้งานแบบถือหรือสะพายได้ 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/muang-thai-smile-premium-collection-x-earthology/">เมืองไทยประกันชีวิต ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ บอกรักโลกง่ายๆ ด้วยของพรีเมียมคอลเลกชันใหม่  Muang Thai Smile Premium Collection x Earthology</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ จับมือกับ </strong><strong>EARTHOLOGY</strong> แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์รักษ์โลกแบรนด์ไทยแบรนด์เดียว ที่ได้รับการรับรองจาก Blue Sign ในการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านสิ่งแวดล้อมจากสวิตเซอร์แลนด์ ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมบอกรักโลกได้ง่าย ๆ แบบมีสไตล์ ไปกับคอลเลกชันของพรีเมียมใหม่ล่าสุด ภายใต้แนวคิด Circular Design วัสดุเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ทุกขั้นตอนการผลิตคัดสรรและใส่ใจในการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ</p>
<p><span id="more-36361"></span></p>
<p>เริ่มจากการนำขวดพลาสติก PET จากหลายๆ แหล่งมาทำความสะอาดแล้วย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ให้ออกมาเป็นเส้นใยโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล หรือ r-PET (Recycled Polyester) สู่ 3 ไอเทมของพรีเมียมใส่ใจสิ่งแวดล้อม คุณภาพดี และใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่</p>
<p><strong>กระเป๋า </strong><strong>TOTE BAG 1 </strong><strong>ใบ</strong> ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET ถึง 22 ขวด ดีไซน์เท่ จุของได้เยอะ ใช้งานแบบถือหรือสะพายได้ 2 in 1</p>
<p><strong>หมวก </strong><strong>CAP</strong> <strong>1 </strong><strong>ใบ </strong>ใช้คะแนนสะสม 90 Smile Points  ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก PET 2 ขวด กันยูวี ทรงเท่ปรับระดับได้ ใส่เป็น Everyday Look</p>
<p><strong>เสื้อแจ็คเก็ต </strong><strong>JACKET 1 </strong><strong>ตัว</strong> ใช้คะแนนสะสม 150 Smile Points ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก 13 ขวด  ป้องกัน UV กันลม และละอองฝน ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่ระคายเคืองผิว ผ่านมาตรฐาน OEKO-TEK</p>
<p>สินค้าของคอลเลกชันนี้สามารถช่วยโลกได้ทันที ด้วยการลดการใช้ทรัพยากร การใช้น้ำลดลงถึง 30% การปล่อยก๊าซ CO₂ ลดลงถึง 25% รวมถึงการใช้พลังงานลดลงถึง 30% ร่วมกันบอกรักโลกง่าย ๆ แบบมีสไตล์กับของพรีเมียมคอลเลกชันนี้ได้แล้ว ที่เมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-36363 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/09/MTL-Circular1.jpg" alt="" width="560" height="700" /></p>
<p>ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของเมืองไทยประกันชีวิต ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  เดินหน้าควบคู่ไปกับนโยบายด้าน ESG  สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างผลกระทบเชิงบวกในมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม  มิติด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ โดยได้บูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนผนวกเข้ากับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทุกหน่วยงานในบริษัทฯ  ได้นำไปเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ยังสามารถติดตามกิจกรรมรวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เมืองไทยสไมล์คลับคัดสรรมาพิเศษแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความหลากหลายทุกความต้องการเพิ่มเติม ได้ที่ MTL Click Application สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือเว็บไซต์ www.muangthai.co.th ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/09/muang-thai-smile-premium-collection-x-earthology/">เมืองไทยประกันชีวิต ชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ บอกรักโลกง่ายๆ ด้วยของพรีเมียมคอลเลกชันใหม่  Muang Thai Smile Premium Collection x Earthology</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู เน็กซ์ นำความเชี่ยวชาญด้าน Net Zero Solutions หนุนการขับเคลื่อนเกาะสมุยสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/banpu-next-mou-kao-samui-to-low-carbon-destination/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 31 Aug 2024 05:33:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[E-Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[IGNITE Tourism Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[รามเนตร ใจกว้าง]]></category>
		<category><![CDATA[สมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์]]></category>
		<category><![CDATA[เกาะสมุย]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชันพลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=28512</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เน็กซ์ ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลงนามความร่วมมือ (MoU) กับเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาแผนแม่บทในการผลักดันเกาะสมุยให้พร้อมก้าวเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าเสริมศักยภาพและเพิ่มโอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสนับสนุนการรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืน โดยจะมุ่งเน้นนำพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานประสิทธิภาพสูงมาใช้ ขานรับแนวทางด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) และความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 เกาะสมุยเป็นที่ยอมรับในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก โดยนิตยสาร Travel + Leisure ยกย่องให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประเภทเกาะที่ดีที่สุดอันดับ 9 ของโลก ประจำปี พ.ศ. 2567 และมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนและใช้ Net Zero Solutions เพื่อรองรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยกว่า 70,000 คน ไม่รวมประชากรแฝงซึ่งมีอีกประมาณ 3 เท่า และนักท่องเที่ยวราว 3,000 คนต่อวัน ความร่วมมือกับ บ้านปู เน็กซ์ ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับเกาะสมุยในการบริหารจัดการความท้าท้ายหลักที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นความขาดแคลนและไม่มั่นคงทางพลังงาน ระบบขนส่งมวลชนที่ขาดประสิทธิภาพ ข้อกังวลด้านความปลอดภัย ปัญหาขยะสะสม และการปล่อย CO2 เป็นต้น นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด กล่าวว่า “บ้านปู เน็กซ์ มุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยไปสู่สังคมไร้คาร์บอน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่เทศบาลนครเกาะสมุยให้ความไว้วางใจเลือกบ้านปู เน็กซ์​ เป็นพันธมิตรในการเป็นที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการออกแบบเกาะสมุยให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เราจะวิเคราะห์ประเมินผล วางแผนกลยุทธ์ ออกแบบแนวทางการลดการปล่อย CO2 กำหนดเป้าหมาย และนำผลการศึกษามาใช้ในการมอบคำแนะนำและออกแบบ Net Zero Solutions ที่เหมาะสม ในระยะแรก บ้านปู เน็กซ์ จะสำรวจความเป็นไปได้ของการติดตั้งและใช้งานระบบการผลิตพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/banpu-next-mou-kao-samui-to-low-carbon-destination/">บ้านปู เน็กซ์ นำความเชี่ยวชาญด้าน Net Zero Solutions หนุนการขับเคลื่อนเกาะสมุยสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><b><span lang="TH"> บ้านปู เน็กซ์ ผู้ใ</span></b><b><span lang="TH">ห้บริการโซลูชันพลั<wbr />งงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชี<wbr />ยแปซิฟิก </span></b><b><span lang="TH">ลงนามความร่วมมือ</span></b><b> (MoU)<span lang="TH"> กับเทศบาลนครเกาะสมุย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และพั<wbr />ฒนาแผนแม่บทในการผลักดันเกาะสมุ<wbr />ยให้พร้อมก้าวเป็นเมืองท่องเที่<wbr />ยวคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าเสริมศักยภาพและเพิ่<wbr />มโอกาสด้านการท่องเที่ยวที่เป็<wbr />นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</span></b></p>
<p><span id="more-28512"></span></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><b><span lang="TH"> พร้อมทั้งสนับสนุนการรับมือกั<wbr />บความท้าทายด้านความยั่งยืน โดยจะมุ่งเน้นนำพลังงานหมุนเวี<wbr />ยนและระบบกักเก็บพลังงานประสิ<wbr />ทธิภาพสูงมาใช้ ขานรับแนวทางด้านการพัฒนาอย่<wbr />างยั่งยืน (</span>ESG) <span lang="TH">และความมุ่งมั่นของรั<wbr />ฐบาลไทยในการบรรลุเป้<wbr />าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (</span>carbon neutrality) <span lang="TH">ภายในปี พ.ศ. </span>2593 <span lang="TH">และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ<wbr />เป็นศูนย์ (</span>Net Zero) <span lang="TH">ภายในปี พ.ศ. </span>2608</b></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><b><u></u><u></u></b><span lang="TH">เกาะสมุยเป็นที่ยอมรับในฐานะจุ<wbr />ดหมายปลายทางด้านการท่องเที่<wbr />ยวระดับโลก โดยนิตยสาร </span>Travel + Leisure <span lang="TH">ยกย่องให้เป็นสถานที่ท่องเที่<wbr />ยวประเภทเกาะที่ดีที่สุดอันดับ </span>9<span lang="TH"> ของโลก</span><span lang="TH"> ประจำปี พ.ศ. </span>2567<span lang="TH"> และมีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเป็<wbr />นจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างยั่<wbr />งยืนและใช้ </span>Net<span lang="TH"> </span>Zero<span lang="TH"> </span>Solutions <span lang="TH">เพื่อรองรับความต้องการของผู้<wbr />อยู่อาศัยกว่า </span>70,000 <span lang="TH">คน ไม่รวมประชากรแฝงซึ่งมีอี<wbr />กประมาณ</span> 3 <span lang="TH">เท่า และนักท่องเที่ยวราว </span>3,000<span lang="TH"> คนต่อวัน</span><span lang="TH"> ความร่วมมือกับ บ้านปู เน็กซ์ ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคั<wbr />ญสำหรับเกาะสมุยในการบริหารจั<wbr />ดการความท้าท้ายหลักที่ส่<wbr />งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นความขาดแคลนและไม่<wbr />มั่นคงทางพลังงาน ระบบขนส่งมวลชนที่ขาดประสิทธิ<wbr />ภาพ ข้อกังวลด้านความปลอดภัย ปัญหาขยะสะสม และการปล่อย </span>CO2<span lang="TH"> เป็นต้น</span></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><u></u><u></u><b><span lang="TH">นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า </span>“<span lang="TH">บ้านปู เน็กซ์ มุ่งมั่นสนับสนุนการพั<wbr />ฒนาประเทศไทยไปสู่สังคมไร้คาร์<wbr />บอน เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่<wbr />เทศบาลนครเกาะสมุยให้ความไว้<wbr />วางใจเลือกบ้านปู เน็กซ์​ เป็นพันธมิตรในการเป็นที่ปรึ<wbr />กษาเพื่อศึกษาความเป็นไปได้<wbr />ของการออกแบบเกาะสมุยให้เป็นเมื<wbr />องท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เราจะวิเคราะห์ประเมินผล วางแผนกลยุทธ์ ออกแบบแนวทางการลดการปล่อย</span> CO2 <span lang="TH">กำหนดเป้าหมาย และนำผลการศึกษามาใช้<wbr />ในการมอบคำแนะนำและออกแบบ </span>Net<span lang="TH"> </span>Zero<span lang="TH"> </span>Solutions <span lang="TH">ที่เหมาะสม ในระยะแรก บ้านปู เน็กซ์ จะสำรวจความเป็นไปได้ของการติ<wbr />ดตั้งและใช้งานระบบการผลิตพลั<wbr />งงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลั<wbr />งงาน เพื่อแก้ปัญหาไฟตกและไฟฟ้าไม่<wbr />พอใช้ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่<wbr />างเร่งด่วน เนื่องจากพลังงานสะอาดเป็<wbr />นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่<wbr />อการลดการปล่อย </span>CO2<span lang="TH"> นอกจากนี้ บ้านปู เน็กซ์ จะศึกษาความเป็นไปได้ในการนำบริ<wbr />การ </span>E-Mobility <span lang="TH">มาใช้ยกระดับประสิทธิภาพด้<wbr />านการคมนาคมขนส่ง รวมไปถึงการติดตั้งเทคโนโลยีเพื่<wbr />อบริหารจัดการขยะของเสียอย่างมี<wbr />ประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่<wbr />อผู้อยู่อาศัยและภาคการท่องเที่<wbr />ยวบนเกาะสมุยในระยะยาว ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการขั<wbr />บเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้นโยบาย</span> ‘<strong>IGNITE Tourism Thailand</strong>’<span lang="TH"> เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์<wbr />กลางด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชี<wbr />วิตของคนไทย”</span><u></u><u></u></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><u></u> <img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-28514" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/บ้านปู-เน็กซ์-นำความเชี่ยวชาญด้าน-Net-Zero-Solutions-หนุนการขับเคลื่อนเกาะสมุยสู่เมืองท่องเที่-copy.jpeg" alt="" width="1200" height="800" /><u></u></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><b><span lang="TH">นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย </span></b><span lang="TH">กล่าวว่า “เทศบาลนครเกาะสมุย มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น</span> ‘<span lang="TH">เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว เป็นศูนย์กลางการท่องเที่<wbr />ยวทางทะเลอ่าวไทย</span>’<span lang="TH"> และมุ่งมั่นยกระดับเกาะสมุยเป็<wbr />นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่<wbr />ยวคาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริ<wbr />ยะสำหรับทุกคน เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ บ้านปู เน็กซ์ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพั<wbr />ฒนาเกาะสมุย ด้วยประสบการณ์และความเชี่<wbr />ยวชาญของบ้านปู เน็กซ์ ในด้านโซลูชันพลังงานสะอาด และการดำเนินโครงการกั<wbr />บหลากหลายองค์กรทั้<wbr />งในประเทศไทยและต่างประเทศ </span><span lang="TH">เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้<wbr />จะนำมาซึ่งแผนงานในการพั<wbr />ฒนาเกาะสมุยให้มีความยั่งยื<wbr />นมากยิ่งขึ้นในอนาคต</span><span lang="TH">”</span></p>
<p class="m_3325099096376908717MsoNoSpacing"><span lang="TH">บ้านปู เน็กซ์​ มุ่งมั่นเป็นผู้ให้บริการ </span>Net Zero<span lang="TH"> </span>Solutions <span lang="TH">ที่พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่<wbr />านของโลกไปสู่สังคมไร้คาร์บอน โดยบริษัทฯ พร้อมที่จะเป็นพันธมิ<wbr />ตรในระยะยาวเพื่อช่วยเหลื<wbr />อและผลักดันเกาะสมุยสู่การเป็<wbr />นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านโซลูชั<wbr />นพลังงานสะอาดครบวงจร</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/banpu-next-mou-kao-samui-to-low-carbon-destination/">บ้านปู เน็กซ์ นำความเชี่ยวชาญด้าน Net Zero Solutions หนุนการขับเคลื่อนเกาะสมุยสู่เมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย อัปเดตเทรนด์พลังงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จุดประกายความหลงใหลในความยั่งยืน หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero                                                                                         </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/08/seta-2024-and-sustainasia-week-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Aug 2024 14:49:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ACNF#4]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SETA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[SMA2024]]></category>
		<category><![CDATA[SSA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Energy Technology Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[SustainAsia Week 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐา ทวีสิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27924</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านรับนานาชาติ โชว์ศักยภาพการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน SustainAsia Week 2024 ภายใต้แนวคิด “Low Carbon &#38; Sustainable ASEAN Economy” ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 จัดเต็มการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก ไฮไลท์สำคัญ การประชุม “Asia CCUS Network Forum” ครั้งที่ 4 ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที “โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด” หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ โดยรัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน มุ่งมั่นผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดตามข้อตกลงของการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2065                                   ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/seta-2024-and-sustainasia-week-2024/">SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย อัปเดตเทรนด์พลังงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จุดประกายความหลงใหลในความยั่งยืน หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero                                                                                         </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประเทศไทยพร้อมเปิดบ้านรับนานาชาติ โชว์ศักยภาพการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน </strong><strong>SustainAsia Week 2024 ภายใต้แนวคิด “Low Carbon &amp; Sustainable ASEAN Economy” ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 </strong></p>
<p><span id="more-27924"></span></p>
<p><strong>จัดเต็มการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก ไฮไลท์</strong><strong>สำคัญ</strong><strong> การประชุม “</strong><strong>Asia CCUS Network Forum” ครั้งที่ 4 ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที “โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด” หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p>โดยรัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี<strong> นายเศรษฐา ทวีสิน</strong> ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน มุ่งมั่นผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดตามข้อตกลงของการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2065 <strong>                                 </strong></p>
<p><strong>ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ประธานการจัดงาน </strong><strong>SustainAsia Week 2024 และ Sustainable Energy Technology Asia 2024 หรือ SETA</strong> <strong>2024</strong> กล่าวว่า การจัดงาน SustainAsia Week 2024 เป็นโอกาสที่ไทยและนานาชาติจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดและไฟฟ้าสีเขียว เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดมลพิษ และสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและเศรษฐกิจ โดยมี บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดเตรียมงานมหกรรมด้านพลังงานครั้งยิ่งใหญ่นี้</p>
<p><em>“SustainAsia Week 2024 เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคที่อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ หลังปี ค.ศ. 2040 เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCS) และเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCUS) จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายดังกล่าว”</em> ศ.ดร.พิสุทธิ์ เผย     <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27926 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/08/SD-ASIA2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA) ระบุว่าชาติสมาชิกอาเซียนมีการใช้เทคโนโลยี CCS ใน 85% โรงงานไฟฟ้าถ่านหิน และ 91% ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึงปี ค.ศ.2050 ดังนั้น การใช้เทคโนโลยี CCS จึงจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน ปัจจุบัน มีการดำเนินโครงการ CCS หลายโครงการในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ทั้งนี้ โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่า โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS จะค่อยๆ เปลี่ยนผ่านสู่โครงการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปี ค.ศ. 2025 – 2030</p>
<p>โดยงาน SETA 2024 มีการจัดงานพร้อมกัน 7 งานภายใต้แนวคิดหลัก Low Carbon &amp; Sustainable ASEAN Economy การจัดงาน SETA 2024 และมีไฮไลท์ในเรื่องการใช้เทคโนโลยี CCUS และ Green Infrastructure เพื่อการ เข้าถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ประกอบด้วยงานดังนี้</p>
<p>1.) <strong>งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Energy Technology Asia 2024 : SETA 2024) </strong></p>
<p>2.) <strong>งานแสดงเทคโนโลยีแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน (Solar+Storage Asia 2024 : SSA 2024)<br />
</strong>3.) <strong>งานยานยนต์อนาคตของเอเชีย(</strong><strong>Sustainable Mobility Asia 2024 :</strong> <strong>SMA2024)</strong><br />
4.) <strong>งานฟอรั่มในระดับรัฐมนตรีและระดับผู้นำ ในภาคตะวันออกและอาเซียน The Fourth Asia CCUS Network Forum (ACNF#4)</strong> จัดภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียน ERIA และ IEEJ ประเทศญี่ปุ่น</p>
<p>5.) <strong>งาน</strong><strong>ประชุมวิชาการเรื่องเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ครั้งที่</strong><strong> 1 (The Thai Photovoltaic Science and Engineering Conference :Thai PVSEC-1)</strong> โดยคณะกรรมการ PVSEC-36 สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย และ SETA เพื่อสร้างเวทีนําเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ของ ประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมสําหรับการจัดงาน PVSEC ครั้งที่ 36 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน</p>
<p>6<strong>.) </strong><strong>Energy job fair : Energy Job Fair</strong> เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ค้นหางานที่น่าสนใจกว่า 5,000 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน, พลังงาน CSR และเทคโนโลยี พร้อมด้วยกิจกรรมให้ความรู้อย่างและตัวช่วยในการสมัครงาน (Resume Clinic) จาก Jobsdb by SEEK และไฮไลท์ที่น่าสนใจอีกมากมาย</p>
<p>7.) <strong>Sustainable Day : Leave Your Carbon Behind, Not People. </strong>พื้นที่กิจกรรมและเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนในแง่มุมของธุรกิจกับความยั่งยืนว่า ในโลกที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจก็ตาม กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยหรือมีความเปราะบางทางสังคมจะได้รับผลกระทบก่อนเป็นกลุ่มแรกเสมอ พื้นที่กิจกรรมนี้จึงตอกย้ำความตั้งใจที่ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถก้าวไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม และผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืนโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>
<p>อีกหนึ่งเวทีที่น่าสนใจ คือ <strong>โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด  (</strong><strong>Empowering Communities: Engaging Citizens in Local Sustainability Initiatives) </strong>โดยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้นำในระดับท้องถิ่น จึงจัดทำโปรแกรมให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการตระหนัก เรียนรู้ และการสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้จริง ในการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อพลังงานสะอาด เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง</p>
<p>ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน SustainAsia Week 2024 ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมกว่า 15,000 คน จาก 55 ประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในตลาดพลังงานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก</p>
<p>ติดตามความเคลื่อนไหว และไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจและความร่วมมือกับผู้นำด้านพลังงานและความยั่งยืนได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.setaasia.com" target="_blank" rel="noopener">www.setaasia.com</a> <a href="http://www.SolarStorageAsia.com" target="_blank" rel="noopener">www.SolarStorageAsia.com</a> และ <a href="http://www.sustainasiaweek.com" target="_blank" rel="noopener">www.sustainasiaweek.com</a> ลงทะเบียนเข้างานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่คลิก: <a href="https://setaasia.com/registration/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAAR2zMg_9KoC315cSHy0btknxfJ5Zj8ulilsx9rmtynuj1P7sfcYIoDeUAr8_aem_v5nKwydVBvXTNLJ8zB8nrQ" target="_blank" rel="noopener">https://setaasia.com/registration/</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/08/seta-2024-and-sustainasia-week-2024/">SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 มหกรรมพลังงานและเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย อัปเดตเทรนด์พลังงานกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จุดประกายความหลงใหลในความยั่งยืน หนุนไทยเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero                                                                                         </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CPF ชูนวัตกรรมเกษตรสีเขียว พัฒนาฟาร์มไก่อัจฉริยะ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับสู่การสร้าง &#8216;ป่าในฟาร์ม&#8217;​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/cpf-raise-smart-farm-to-forrest-in-farm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Jul 2024 12:34:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Agri Tech]]></category>
		<category><![CDATA[Biosecurity]]></category>
		<category><![CDATA[CPF]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Green Farm]]></category>
		<category><![CDATA[Greenovation]]></category>
		<category><![CDATA[Livestock]]></category>
		<category><![CDATA[smart farm]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Discharge]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยทางชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ซีพีเอฟ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ปลูกต้นไม่]]></category>
		<category><![CDATA[ป่าในฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[พีรพงศ์ กรินชัย]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มอัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเลี้ยงไก่]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มเลี้ยงไก่อัจฉริยะ]]></category>
		<category><![CDATA[สิริพงศ์ อรุณรัตนา]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีการเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการป่าในฟาร์ม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27297</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาฟาร์มเลี้ยงไก่อัจฉริยะ (Smart Farm) เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงตอกย้ำความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ยกระดับรูปแบบโรงเรือน ใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก บริหารจัดการการใช้พลังงานและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ว่างในฟาร์มและโรงงานเป็นพื้นที่สีเขียว ยกระดับสู่การสร้าง &#8216;ป่าในฟาร์ม&#8217; คุณสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทผลิตอาหารชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีโภชนาการให้แก่ผู้บริโภค สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ทั้งระบบอัตโนมัติ เช่น AI , IoT  ควบคู่กับการคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด มีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียว อาทิ ธุรกิจไก่เนื้อซึ่งเป็นธุรกิจหลักของซีพีเอฟที่มีการนำนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่ โดยบริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้ฟาร์มบ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นต้นแบบของฟาร์มไก่ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานตามหลักปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และเป็นฟาร์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Farm) มีการใช้พื้นที่ว่างในฟาร์มและโรงงานให้เป็นพื้นที่สีเขียว เกิดประโยชน์ต่อโรงงานและชุมชนรอบข้าง พร้อมทั้ง​ริเริ่มโครงการ &#8220;ป่าในฟาร์ม&#8221; เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นมีส่วนร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงสร้างพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงานที่มีศักยภาพในการปลูกต้นไม้ ผ่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/cpf-raise-smart-farm-to-forrest-in-farm/">CPF ชูนวัตกรรมเกษตรสีเขียว พัฒนาฟาร์มไก่อัจฉริยะ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับสู่การสร้าง &#8216;ป่าในฟาร์ม&#8217;​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>ซีพีเอฟ</strong> นำนวัตกรรมและเทคโนโลยี พัฒนาฟาร์มเลี้ยงไก่อัจฉริยะ (Smart Farm) เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงตอกย้ำความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ยกระดับรูปแบบโรงเรือน ใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก บริหารจัดการการใช้พลังงานและการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ว่างในฟาร์มและโรงงานเป็นพื้นที่สีเขียว ยกระดับสู่การสร้าง <strong>&#8216;ป่าในฟาร์ม&#8217;</strong></p>
<p><span id="more-27297"></span></p>
<p><strong>คุณสิริพงศ์ อรุณรัตนา</strong> ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจสัตว์บก ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟเป็นบริษัทผลิตอาหารชั้นนำที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีโภชนาการให้แก่ผู้บริโภค สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ตลอดกระบวนการผลิต ทั้งระบบอัตโนมัติ เช่น AI , IoT  ควบคู่กับการคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าสูงสุด มีส่วนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเพิ่มพื้นที่สีเขียว อาทิ ธุรกิจไก่เนื้อซึ่งเป็นธุรกิจหลักของซีพีเอฟที่มีการนำนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27305 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/7-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>โดยบริษัทฯ ได้ส่งเสริมให้ฟาร์มบ้านธาตุ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เป็นต้นแบบของฟาร์มไก่ที่มุ่งเน้นการดำเนินงานตามหลักปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) และเป็นฟาร์มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Farm) มีการใช้พื้นที่ว่างในฟาร์มและโรงงานให้เป็นพื้นที่สีเขียว เกิดประโยชน์ต่อโรงงานและชุมชนรอบข้าง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27304 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>พร้อมทั้ง​ริเริ่มโครงการ <strong>&#8220;ป่าในฟาร์ม&#8221;</strong> เพื่อสานต่อความมุ่งมั่นมีส่วนร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงสร้างพื้นที่สีเขียวในฟาร์มและโรงงานที่มีศักยภาพในการปลูกต้นไม้ ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก คือ อนุรักษ์ฟื้นฟูป่า สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการไม้ใหญ่ในฟาร์ม และการจัดการคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะมีการขยายผลไปยังฟาร์มและโรงงานอื่นๆ ของซีพีเอฟต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27307 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/5-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพีรพงศ์ กรินชัย</strong> ผู้บริหารสูงสุด สายงานวิศวกรรมกลาง กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นพัฒนารูปแบบฟาร์มสมัยใหม่ โดยนำความรู้ด้านวิศวกรรมและระบบฟาร์มอัจฉริยะมาใช้ โดยคำนึงถึงการออกแบบฟาร์มให้มีพื้นที่เลี้ยงเหมาะสม ใช้พื้นที่เต็มประสิทธิภาพ มีระยะป้องกันโรคที่เหมาะสมตามมาตรฐานระดับโลก โดยได้ยกระดับรูปแบบโรงเรือนใหม่ให้มีการกระจายลมที่เหมาะสม อุณหภูมิสม่ำเสมอ ออกแบบแสงสว่างให้กระจายทั่วทุกพื้นที่ สามารถรองรับการใช้ระบบอัตโนมัติต่างๆ ทั้ง AI IoT มาช่วยเก็บข้อมูลการเลี้ยงไก่ มีการบริหารจัดการการใช้พลังงาน อาทิ นำมูลไก่มาผลิตไฟฟ้า เป็นต้น</p>
<p><em>“ฟาร์มรูปแบบใหม่มีการออกแบบให้ใช้วัสดุก่อสร้างรักษ์โลก อาทิ ใช้คอนกรีตรักษ์โลก 100% ในการก่อสร้าง ใช้ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป เพื่อให้เหลือเศษวัสดุเหลือทิ้งที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด จัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงานและการนำมูลไก่มาผลิตไฟฟ้า มีการจัดการน้ำเสียอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายไปสู่ฟาร์ม Zero Discharge ยกระดับฟาร์มไก่กระทง เป็นฟาร์มต้นแบบที่จะตอบโจทย์ธุรกิจ พร้อมไปกับการอยู่ร่วมกับชุมชนและโลกอย่างยั่งยืน&#8221;</em> นายพีรพงศ์ กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27306 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/1-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับกิจกรรม <strong>&#8220;โครงการป่าในฟาร์ม&#8221;</strong> ครั้งนี้ คณะผู้บริหารและพนักงานจากสายธุรกิจต่างๆของซีพีเอฟมากกว่า 300 คน พร้อมด้วย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคล้อ ปศุสัตว์อำเภอแก่งคอย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านธาตุ ร่วมกันปลูกต้นไม้ จำนวน 4,500 ต้น บนพื้นที่ 30 ไร่ บริเวณฟาร์มบ้านธาตุ ซึ่งเป็นต้นแบบของการใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เป็นพื้นที่สีเขียว ดั่งป่าเลียนแบบธรรมชาติ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/cpf-raise-smart-farm-to-forrest-in-farm/">CPF ชูนวัตกรรมเกษตรสีเขียว พัฒนาฟาร์มไก่อัจฉริยะ พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับสู่การสร้าง &#8216;ป่าในฟาร์ม&#8217;​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ศุภาลัย ชี้เทรนด์ &#8216;ของมันต้องมี&#8217; ​ภาคอสังหาฯ ย้ำผู้นำ Green Concept ปักธง NO.1​ &#8216;บ้านติดโซลาร์&#8217; ผนึกพันธมิตรติดตั้ง 15,000 หลัง ภายใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/supalai-aim-to-leader-in-solar-house/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Apr 2024 11:19:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Loan]]></category>
		<category><![CDATA[ION]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Roof top]]></category>
		<category><![CDATA[SUPALAI]]></category>
		<category><![CDATA[Supalai Self-Proved]]></category>
		<category><![CDATA[Supalai Waste Meter]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Design]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการก่อสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านพร้อมโซลาร์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านรักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[พงศภัค นครศรี]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โลแกน ยู]]></category>
		<category><![CDATA[ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25159</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้าจับมือพันธมิตรผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ลุยติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” บ้านพร้อมขายทั่วประเทศ ตอกย้ำ&#8230;แบรนด์อันดับหนึ่ง ด้านนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน พร้อมวางโรดแมพ 5 ปี (2567-2571) ยกระดับสู่บ้านประหยัดพลังงานทั่วประเทศ ลุยติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” 15,000 หลังคาเรือน และติดตั้ง ณ สำนักงานขาย และบ้านตัวอย่าง สโมสรส่วนกลาง โครงการที่อยู่อาศัยของศุภาลัยทั่วประเทศ  เพื่อผลักดันเต็มสูบ&#8230;สู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายระยะกลาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 40 % ภายในปี 2573 พร้อมแผนรองรับที่ปฏิบัติจริง ทำได้จริง คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า&#8230;ภาคธุรกิจอสังหาฯ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/supalai-aim-to-leader-in-solar-house/">ศุภาลัย ชี้เทรนด์ &#8216;ของมันต้องมี&#8217; ​ภาคอสังหาฯ ย้ำผู้นำ Green Concept ปักธง NO.1​ &#8216;บ้านติดโซลาร์&#8217; ผนึกพันธมิตรติดตั้ง 15,000 หลัง ภายใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท ศุภาลัย จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong><strong>ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ เดินหน้าจับมือพันธมิตรผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด </strong><strong>ลุยติดตั้ง </strong><strong>“</strong><strong>โซลาร์เซลล์</strong><strong>”</strong><strong> บ้านพร้อมขายทั่วประเทศ ตอกย้ำ&#8230;แบรนด์อันดับหนึ่ง ด้านนวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงาน</strong></p>
<p><span id="more-25159"></span></p>
<p><strong>พร้อมวางโรดแมพ </strong><strong>5 </strong><strong>ปี </strong><strong>(2567-2571) </strong><strong>ยกระดับสู่บ้านประหยัดพลังงานทั่วประเทศ ลุยติดตั้ง </strong><strong>“</strong><strong>โซลาร์เซลล์</strong><strong>” </strong><strong>15,000 </strong><strong>หลังคาเรือน และติดตั้ง ณ สำนักงานขาย และบ้านตัวอย่าง สโมสรส่วนกลาง โครงการที่อยู่อาศัยของศุภาลัยทั่วประเทศ  เพื่อ</strong><strong>ผลักดันเต็มสูบ&#8230;สู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายระยะกลาง </strong><strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>40</strong><strong> % ภายในปี </strong><strong>2573 </strong><strong>พร้อมแผนรองรับที่ปฏิบัติจริง ทำได้จริง</strong></p>
<p><strong>คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม</strong> กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่า&#8230;ภาคธุรกิจอสังหาฯ มีส่วนในการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และบริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว พร้อมวางกลยุทธ์ สร้างพันธกิจเพื่อผลักดันให้ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมที่ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นในระยะยาว สู่การเป็นองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25161 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/2-3.jpg" alt="" width="1200" height="959" /></p>
<p>โดยเฉพาะการตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตอย่าง Gen Y และ Z ​ที่คาดว่า จากนี้ถึง​​ 10 ปีข้างหน้าจะเป็นฐานลูกค้าหลักถึง 90% ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อม​ และจะ​เลือกสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม​​ รวมทั้งให้ความสำคัญเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน ทำให้การมี &#8216;โซลาร์รูฟท็อป&#8217; เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านจะคำนึงถึงจากนี้ต่อไป จากที่ก่อนหน้านี้อาจจะไม่เคยมอง หรือบางคนที่สนใจแต่ก็ยังไม่ตัดสินใจติดตั้ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงและระยะเวลาในการคืนทุนที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดีมากนัก</p>
<p><em>&#8220;<strong>จากนี้ไป โซลาร์เซลล์จะเป็นหนึ่งใน &#8216;ของที่ต้องมี&#8217; สำหรับผู้ซื้อบ้านใหม่</strong> ขณะที่ความมุ่งมั่นของศุภาลัยที่ให้ความสำคัญในการพัฒนา Green Concept ​จึงจะติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านในกลุ่มระดับกลางขึ้นไป ทั้งบ้านแฝด และบ้านเดี่ยว ​เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการต้องไปติดต้ังเพิ่มเติม และอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการขับเคลื่อนเป้าหมายในการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่ตั้งเป้า <strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>40</strong><strong> % ภายในปี </strong><strong>2573</strong> ซึ่งการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญสู่เป้าหมาย โดยตั้งเป้าหมายติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโครงการศุภาลัยจากนี้ให้ครบ 15,000 หลัง ภายในปี 2571 ซึ่งปัจจุบันเริ่มขับเคลื่อนได้แล้วกว่า 30% ครอบคลุมพื้นที่ใน 29 จังหวัด&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25162 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Slide5-2032-target.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>ทั้งนี้ หากศุภาลัยสามารถติดตั้งโซลาร์เซลล์ไ​ด้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะสร้าง Positive Impact ท้ังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้รวมกันกว่า 82,300 เมกะวัตต์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 49,300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ซึ่งเท่ากับการปลูกต้นไม้ 3.2 ล้านต้น รวมทั้งผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับลูกบ้านศุภาลัยในมุมของความสามารถในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลงได้  20,000 -30,000 บาทต่อปี รวมทั้งในอนาคตยังมีแผนพัฒนา​ช่องทางการ Tracking ติดตามพร้อมควบคุมการผลิตกระแสไฟฟ้าผ่าน Application : SABAI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ​ใช้งานได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้นในอนาตค​</p>
<p><strong>คุณกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>)</strong><strong>  </strong>เปิดเผยว่า ศุภาลัยให้ความสำคัญในการคิดค้นนวัตกรรมด้านการก่อสร้าง การออกแบบ รวมถึงการพัฒนาวัสดุก่อสร้างร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกันเพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า <strong>ที่อยู่อาศัยของศุภาลัยในทุกประเภทเป็น </strong><strong>“</strong><strong>บ้านรักษ์โลก</strong><strong>” </strong>เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ผ่าน 5 แกนหลักของลูกค้า ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25163 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/1-4.jpg" alt="" width="1200" height="959" /></p>
<p><strong>1. นวัตกรรมเพื่อการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม</strong> ​ผ่านความร่วมมือในการคิดค้นและพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมร่วมกับคู่ค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น SCG TOA DOS CPAC เป็นต้น เพื่อผลิตวัสดุที่ตอบโจทย์ลูกค้าของบริษัทฯ และยังสามารถนำไปจัดจำหน่ายให้กับคนทั่วไปได้อีกด้วย พร้อม​ออกแคมเปญ<strong> &#8216;Supalai Self-Proved&#8217;</strong> เชิญชวนพิสูจน์ผลลัพธ์ นวัตกรรมการก่อสร้างรักษ์โลก ผ่าน Supalai Waste Meter มาตรวัดปริมาณขยะจากการก่อสร้าง ให้น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และนวัตกรรมด้านต่างๆ อาทิ การออกแบบบ้าน/อาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบเพื่อลดเศษวัสดุเหลือใช้ การออกแบบเพื่อลดมลพิษทางอากาศ ซึ่งในนวัตกรรมบางอย่างที่ต้องอาศัยการผลิตขึ้นมาใหม่</p>
<p><strong>2. การเป็นบ้านประหยัดพลังงาน</strong> ​การออกแบบวางผังตัวบ้าน/ตัวอาคาร​ให้สามารถระบายอากาศที่ดี และ​เลือกใช้วัสดุที่ช่วยระบายความร้อน จนได้รางวัลการันตีด้านการออกแบบประหยัดพลังงาน อีกทั้งเลือกใช้เครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5</p>
<p><strong>3. การออกแบบเพื่อคนทุกวัย </strong><strong>(Universal Design)</strong> ​การออกแบบฟังก์ชันภายในบ้าน และการใช้งานต่างๆ เพื่อรองรับทุกเพศ ทุกวัย<strong>ให้ได้รับความสะดวกสบาย ความปลอดภัย</strong>อย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์ผู้สูงอายุ และผู้พิการ หรือรองรับการใช้รถเข็นได้สะดวก​</p>
<p><strong>4. การปฏิวัติใช้พลังงานสะอาด</strong> นอกจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์ และจุดติดตั้ง EV Charger ให้กับลูกบ้านศุภาลัยกว่า 15,000 หลังทั่วประเทศแล้ว ศุภาลัยมีความมุ่งมั่น และจริงจังเพื่อพิชิตเป้าหมาย  <strong>ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก </strong><strong>40</strong><strong> % ภายในปี </strong><strong>2573 </strong>และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน โดย <strong>อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ สำนักงานใหญ่ ติดตั้งโซลาร์ เซลล์ </strong><strong>450</strong><strong> กิโลวัตต์ ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ </strong><strong>330,397</strong><strong> กิโลวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ </strong><strong>198</strong><strong> ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ประหยัดค่าไฟฟ้าได้กว่า </strong><strong>5</strong><strong> ล้านบาทต่อปี และยังมีการติดตั้ง ณ สำนักงานขายทั่วประเทศ และสโมสรส่วนกลาง สามารถลดค่าใช้จ่ายค่าส่วนกลางให้กับลูกบ้านได้อีกด้วย</strong></p>
<p><strong>5. กิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก</strong> นอกจากการสร้างโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมสนับสนุนนโยบายระดับประเทศด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการให้ความสำคัญและส่งเสริมงานด้านความยั่งยืนในมิติการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกภาคส่วนขององค์กร อาทิ การปลูกต้นไม้บนที่ดินของบริษัทฯเพื่อช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์, เปลี่ยนการใช้ปุ๋ยเคมี สู่ปุ๋ยอินทรีไบโอฯ,กิจกรรมร่วมแบ่งปันเสื้อผ้า และสิ่งของส่งต่อให้คนงานก่อสร้าง, สนับสนุนสินเชื่อ Green Loan</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25164 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/Slide6-Kyteria.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong> จับมือพันธมิตร มุ่งสู่ผู้นำ “บ้านติดโซลาร์”</strong></p>
<p>เพื่อบรรลุเป้าหมาย​<strong>​ผู้นำอสังหาฯ ที่ใส่ใจ​สิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง บริษัท ศุภาลัย จำกัด </strong><strong>(</strong><strong>มหาชน</strong><strong>) </strong><strong>เชิญชวนพันธมิตรธุรกิจด้านเทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ </strong><strong>บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด และบริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด</strong> ร่วมผนึกความแข็งแกร่ง สร้างความเชื่อมั่น<strong>สู่การเป็น </strong><strong>No.1 “</strong><strong>บ้านติดโซลาร์</strong><strong>” </strong>โดยเฟสแรกได้ดำเนินแผนการ<strong>ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ลูกบ้านศุภาลัย ประเดิม </strong><strong>1,500 </strong><strong>หลังทั่วประเทศ</strong> พร้อมดูแลระบบติดตั้ง บำรุงรักษา รวมถึงความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งาน และร่วมกันผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือน ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าให้กับลูกค้า ยังเป็นวิธีที่ช่วยไม่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยลดภาระให้แก่โลกโดยทุกคนสามารถทำได้และเข้าถึงได้ง่ายๆ</p>
<p><strong>คุณโลแกน ยู ประธานกรรมการกลุ่มธุรกิจดิจิทัลพาวเวอร์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด </strong>เปิดเผยว่า <strong>บริษัท​มุ่งมั่น​ขับเคลื่อนการใช้พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง</strong> ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ผู้ออกแบบโซลูชันอุปกรณ์แปลงผันกำลังไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนระบบการจัดการและแสดงผลอัจฉริยะด้านดิจิทัลพาวเวอร์สำหรับทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน  หัวเว่ยจะดำเนินตามเป้าหมายเรื่องการส่งเสริมให้ทั้งภาคองค์กรและครัวเรือนในประเทศไทย ร่วมติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผ่านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์รายสำคัญของเราในประเทศไทย โดยหัวเว่ยจะสนับสนุนองค์ความรู้ทางด้านวิชาการและเทคโนโลยี รวมทั้งช่วยพัฒนาโมเดลธุรกิจและการออกแบบระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านโปรแกรม Smart Design 2.0 สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัยและภาคธุรกิจของบมจ.ศุภาลัย โดยร่วมกับไอออน เอเนอร์ยี่ ในการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อโปรโมทโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศไทย</p>
<p><strong>&#8220;หัวเว่ย ศุภาลัย และไอออน เอนเนอร์ยี่</strong> <strong>ต่างมีวิสัยทัศน์ตรงกันในการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานที่ยั่งยืนเพื่อรองรับเทรนด์โลกในอนาคต</strong> จึงมีจุดมุ่งหมายที่จะร่วมมือกันศึกษาและพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด ลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง โดยทดแทนด้วยพลังงานสะอาดในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของ ศุภาลัย เพื่อใช้เป็นต้นแบบเรื่องการบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืน อันจะนำไปสู่การต่อยอดและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นในอนาคต ในขณะที่ไอออน เอเนอร์ยี่ จะเป็นผู้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการต่าง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25165 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="774" /></p>
<p><strong>โดยหัวเว่ย ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานดิจิทัลในระดับโลก และมีบริการรวมถึงโซลูชันต่าง ๆ</strong> ที่ได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ในตลาดมากกว่า 170 ประเทศ ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บพลังงาน การนำไปใช้งาน และความปลอดภัยในการใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์ ส่งเสริมให้ทั้งภาคองค์กรและครัวเรือนร่วมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน ภายใต้เป้าหมายในการสนับสนุนโครงการจำนวน 30,000 โครงการในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศไทยสามารถลดก๊าซคาร์บอนได้ถึง 265,000 ตัน ตามเป้าหมายเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศ และตามพันธกิจของหัวเว่ยที่ต้องการ &#8216;เติบโตไปพร้อมกับประเทศไทย และร่วมสนับสนุนประเทศไทย&#8217; และ ‘การปลดปล่อยขุมพลังแห่งดิจิทัลเพื่ออนาคตที่ดีกว่า’</p>
<p><strong>คุณพงศภัค นครศรี กรรมการบริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ </strong><strong>ION </strong><strong>ผู้นำธุรกิจจัดหาโซลูชั่นพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ จัดหา และติดตั้ง รวมถึงการดูแลบริการหลังการขายสำหรับภาคครัวเรือน อสังหาริมทรัพย์ และองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม</strong> กล่าวว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีแนวโน้มการใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพื่อลุยภารกิจพิชิต Net Zero สู่อนาคตที่ยั่งยืน เทรนด์ติดตั้ง Solar Roof มีเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัย (Residential) ด้วยเหตุผลภาระค่าไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากความผันแปรของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและการซื้อไฟฟ้า ส่งผลให้ค่า FT มีการปรับตัวสูงขึ้น หากมีพฤติกรรมการใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะทำให้ภาพรวมภาระค่าไฟฟ้าต่อเดือนยังคงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังเพิ่มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นอีกด้วย <strong>การเลือกใช้งานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสะอาดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรร่วมมือกันผลักดันเพื่อให้เกิดประโยชน์ในทุกภาคส่วนของสังคมและสิ่งแวดล้อม</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25166 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/04/4-6.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>&#8220;</strong>ไอออนได้เล็งเห็นความสำคัญและร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ และภายใต้ความร่วมมือนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากบริษัทระดับโลกอย่างบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานดิจิทัล มาร่วมออกแบบและติดตั้ง Solar Roof ให้กับบ้านในโครงการของศุภาลัย และเซ็ตมาตรฐานการติดตั้งด้วยอุปกรณ์แผงโซลาร์เซลล์ระดับ Tier 1 คู่กับ Huawei Inverter และ สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) ที่ได้รับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล โดยผู้ผลิตบริษัท Bangkok Cable เพื่อยกระดับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานบ้านศุภาลัยทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ&#8221;</p>
<p>สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหา <strong>“</strong><strong>บ้านประหยัดพลังงาน</strong><strong>”</strong><strong> หรือ </strong><strong>“</strong><strong>บ้านพร้อมโซลาร์</strong><strong>”</strong> เตรียมพบกับโครงการศุภาลัย ที่พร้อมเปิดขายในปีนี้ อาทิ โครงการบ้านเดี่ยว บ้านสามชั้น บ้านแฝด โฮมออฟฟิศ รวมถึงคอนโดมิเนียมทั่วประเทศ (​เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด) ซึ่งจะมาพร้อมโปรโมชันหรือข้อเสนอพิเศษมากมาย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1720 หรือติดตามข้อมูลโครงการเปิดใหม่ในช่องทาง www.supalai.com และ Facebook : Supalai</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/supalai-aim-to-leader-in-solar-house/">ศุภาลัย ชี้เทรนด์ &#8216;ของมันต้องมี&#8217; ​ภาคอสังหาฯ ย้ำผู้นำ Green Concept ปักธง NO.1​ &#8216;บ้านติดโซลาร์&#8217; ผนึกพันธมิตรติดตั้ง 15,000 หลัง ภายใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 13:25:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[CCF]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Tech]]></category>
		<category><![CDATA[cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Workloads]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Lisa McNally]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Thoughtworks]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ลิซ่า แมคแนลลี่]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24551</guid>

					<description><![CDATA[<p>เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็ได้สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก หากมองอีกมุมหนึ่ง เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาการปล่อยคาร์บอนลงได้เช่นกัน สำหรับ Thoughtworks บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก มองว่าเทคโนโลยีสีเขียวช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เช่น นำมาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) โดยขณะนี้สตาร์ทอัพหลายแห่งได้พัฒนาโซลูชัน Climate Tech ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI/ML เพื่อประกอบการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายและการแลกเปลี่ยนคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชน นอกจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ลิซ่า แมคแนลลี่ (Lisa McNally) Head of Sustainability and Cleantech ของ Thoughtworks มองว่า การทำให้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนั้นๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโค้ดเขียนโปรแกรม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนที่มาจากปริมาณงานหรือทรัพยากรที่ใช้งานอยู่บนระบบคลาวด์ (Cloud Workloads) หรือแม้กระทั่งการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและการกำหนดช่วงเวลาการใช้งาน โดยทีมงานในองค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับให้เหมาะกับการทำงานของฝ่ายตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งบนระบบคลาวด์และที่ใช้ในสำนักงาน จากแนวคิดในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ Thoughtworks จึงได้พัฒนา Cloud Carbon Footprint เครื่องมือแบบ open-source ที่ใช้งานได้ฟรี ที่สามารถคาดการณ์การใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต ซึ่งแยกย่อยลงไปถึงแหล่งที่มา เช่น มาจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใด บัญชีการใช้งานใด บริการประเภทไหน หรือช่วงเวลาไหน ลด Carbon Footprint [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/">Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="font-weight: 400;">เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่ก็ได้สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก หากมองอีกมุมหนึ่ง เราก็สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาการปล่อยคาร์บอนลงได้เช่นกัน</p>
<p style="font-weight: 400;"><span id="more-24551"></span></p>
<p style="font-weight: 400;">สำหรับ <strong>Thoughtworks </strong>บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระดับโลก มองว่าเทคโนโลยีสีเขียวช่วยสร้างความยั่งยืนได้ เช่น นำมาปรับใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero (การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) โดยขณะนี้สตาร์ทอัพหลายแห่งได้พัฒนาโซลูชัน<strong> Climate Tech</strong> ที่เป็นเทคโนโลยีเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไปจนถึงการพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิตแบบอัตโนมัติ รวมถึงการใช้เทคโนโลยี AI/ML เพื่อประกอบการตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายและการแลกเปลี่ยนคาร์บอนตลอดทั้งซัพพลายเชน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24553 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud-.jpg" alt="" width="1200" height="455" /></p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว<strong> ลิซ่า แมคแนลลี่</strong> (Lisa McNally) Head of Sustainability and Cleantech ของ Thoughtworks มองว่า การทำให้เทคโนโลยีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คือการพัฒนาให้เทคโนโลยีนั้นๆ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการปล่อยคาร์บอนลง โดยเพิ่มประสิทธิภาพของโค้ดเขียนโปรแกรม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนที่มาจากปริมาณงานหรือทรัพยากรที่ใช้งานอยู่บนระบบคลาวด์ (Cloud Workloads) หรือแม้กระทั่งการจัดซื้ออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและการกำหนดช่วงเวลาการใช้งาน โดยทีมงานในองค์กรสามารถนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับให้เหมาะกับการทำงานของฝ่ายตัวเอง เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการปล่อยคาร์บอนในโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ทั้งบนระบบคลาวด์และที่ใช้ในสำนักงาน</p>
<p style="font-weight: 400;">จากแนวคิดในการควบคุมการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ Thoughtworks จึงได้พัฒนา <a href="https://www.cloudcarbonfootprint.org/" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://www.cloudcarbonfootprint.org/&amp;source=gmail&amp;ust=1710849060938000&amp;usg=AOvVaw3NjVmtq-JxquNqS3r3Pe3j" target="_blank" rel="noopener">Cloud Carbon Footprint</a> เครื่องมือแบบ open-source ที่ใช้งานได้ฟรี ที่สามารถคาดการณ์การใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอนจากผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากขั้นตอนต่างๆ ของกระบวนการผลิต ซึ่งแยกย่อยลงไปถึงแหล่งที่มา เช่น มาจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใด บัญชีการใช้งานใด บริการประเภทไหน หรือช่วงเวลาไหน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud-Carbon-Footprint_01.jpg" alt="" width="1200" height="379" /></p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>ลด </strong><strong>Carbon Footprint จากต้นทาง </strong></p>
<p style="font-weight: 400;">ก่อนการวางแผนลดการปล่อยคาร์บอน องค์กรควรมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากธุรกิจ จึงจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ Thoughtworks จึงพัฒนา Cloud Carbon Footprint (CCF) ขึ้นมา เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถวัดปริมาณ ติดตาม และประเมินการปล่อยคาร์บอนจากระบบคลาวด์ได้ โดยเครื่องมือ CCF จะเชื่อมต่อและดึงข้อมูลการใช้งานทรัพยากรบนคลาวด์จากหลายส่วนเพื่อติดตามการปล่อยก๊าซคาร์บอน หลังจากนั้นจึงคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมา และแสดงข้อมูลออกมาเป็นรูปภาพตามช่วงเวลาต่างๆ</p>
<p style="font-weight: 400;"><strong>Cloud Carbon Footprint</strong> เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการเริ่มประเมินการปล่อยคาร์บอนของธุรกิจ เนื่องจาก CCF เป็น open-source ที่นำไปใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถปรับแต่งเพื่อนำไปใช้งานในหลายส่วน ทำงานเชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ต่างๆ ได้ (multiple clouds) รวมทั้งมีความโปร่งใสตรวจสอบได้</p>
<p style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ CCF ยังสามารถคาดการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบ Scope 2 ซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซทางอ้อมจากการใช้พลังงาน เช่น ไฟฟ้าที่ใช้ภายในองค์กร และแบบ Scope 3 ที่เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ เช่น ของเสียจากกิจกรรมในองค์กร การขนส่งจากผู้ผลิตวัตถุดิบ การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจขององค์กร การขนส่งสินค้า เป็นต้น โดยคาดการณ์จากเครื่องมือ CCF สามารถใช้เป็นก้าวแรกในการตั้งต้นการควบคุมการปล่อยคาร์บอนขององค์กร และนำไปใช้พัฒนาต่อเพื่อสร้างแนวทางควบคุมมลภาวะที่ดีขึ้นในอนาคต การใช้งาน CCF ไม่เพียงช่วยลด Carbon Footprint เท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการวางกลยุทธ์การใช้ระบบคลาวด์อย่างคุ้มค่าที่สุดเพื่อลดรายจ่ายด้วยเช่นกัน</p>
<p style="font-weight: 400;">แม้ว่าการสร้างความยั่งยืนให้โลกฟังดูเป็นเป้าหมายยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจเริ่มต้นที่จุดเล็กๆ จากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด สำหรับองค์กรแล้ว เทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อใช้งานทรัพยากรและระบบต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดรายจ่ายของธุรกิจ แต่ยังเป็นการลดการสร้างมลภาวะต่อโลก และนำไปสู่เติบโตอย่างยั่งยืนในท้ายที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Cloud2.jpg" alt="" width="1200" height="608" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/cloud-carbon-footprint-open-source-by-thoughtwork/">Thoughtworks  เปิดใช้ฟรี Cloud Carbon Footprint เครื่องมือช่วยองค์กรวางแผนลดคาร์บอนฯ พร้อมต่อยอดวางแผนสโคป 2 และ 3 ได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Apr 2023 03:17:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CC DOUBLE O]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Jaspal Group]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle Fabric]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[ขวดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[คอลเลกชั่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ซีซี ดับเบิลโอ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ยัสปาล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ยัสปาล กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18331</guid>

					<description><![CDATA[<p>CC DOUBLE O (ซีซี ดับเบิลโอ) เพิ่มทางเลือกสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นอเมริกันแคชชวล ที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้อย่างลงตัว โดยได้จัดทำคอลเลกชั่นพิเศษ “Sustainable” ซึ่งผลิตจากเส้นใยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้ง Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่ และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ออกมาเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สีสันสดใส ใส่ได้ในทุกโอกาส คอลเลกชั่น “Sustainable” ของแบรนด์ CC DOUBLE O ในครั้งนี้ ได้จัดทำขึ้นตามแนวคิด “The Power of Sustainability” ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนของ ยัสปาล กรุ๊ป (บริษัท ยัสปาล จำกัด) ที่เชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้องค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตและพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ในคอลเลกชั่นนี้ CC DOUBLE O ได้ใช้วัตถุดิบรีไซเคิลถึง 2 ประเภท คือ 1) เส้นใย Recycle Fabric การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่เป็นผ้า French Terry ที่มีความนุ่มฟู ในโทนสีพาสเทล สะท้อนความสดใสสำหรับช่วงซัมเมอร์นี้ และ 2) เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตมาจากกระบวนการ Recycle ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ซึ่งขวดพลาสติก 8 ขวดสามารถรีไซเคิลให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อยืดได้ 1 ตัว โดยเสื้อยืดที่ได้จะเป็นเนื้อผิวสัมผัสแบบคอตตอนที่สวมใส่สบาย สำหรับคอลเลกชั่น “Sustainable” ของทางแบรนด์ CC DOUBLE O ครอบคลุมสินค้าถึง 48 รายการ ตอบโจทย์ทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายให้ได้ช้อปกันตั้งแต่ T-Shirt, Pullover, Hoodie, Tank, กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน CC DOUBLE [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/">CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p class="x_MsoNormal"><b>CC DOUBLE O (</b><b><span lang="TH">ซีซี ดับเบิลโอ) </span></b><span lang="TH">เพิ่มทางเลือกสินค้าแฟชั่นให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ห่วงใยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม </span><span lang="TH">แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นอเมริกันแคชชวล ที่เน้นความเรียบง่าย สวมใส่สบายและสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทซ์ได้อย่างลงตัว </span></p>
<p><span id="more-18331"></span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span lang="TH">โดยได้จัดทำคอลเลกชั่นพิเศษ <b>“</b></span><b>Sustainable”</b><span lang="TH"> ซึ่งผลิตจากเส้นใยวัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม </span><span lang="TH">ทั้ง </span>Recycle Fabric<span lang="TH"> การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่ และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตจากกระบวนการ </span>Recycle <span lang="TH">ขวดพลาสติก ออกมาเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย สีสันสดใส ใส่ได้ในทุกโอกาส</span></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">คอลเลกชั่น “</span>Sustainable”<span lang="TH"> ของแบรนด์</span> CC DOUBLE O <span lang="TH">ในครั้งนี้ ได้จัดทำขึ้นตามแนวคิด “</span>The Power of Sustainability”<span lang="TH"> ซึ่งเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนของ ยัสปาล กรุ๊ป (บริษัท ยัสปาล จำกัด) ที่เชื่อมั่นในการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินงานธุรกิจเพื่อให้องค์กร ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เติบโตและพัฒนาร่วมกันได้อย่างยั่งยืน</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18335 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CC-OO4.jpg" alt="" width="509" height="636" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">ในคอลเลกชั่นนี้ </span>CC DOUBLE O<span lang="TH"> ได้ใช้วัตถุดิบรีไซเคิลถึง </span>2<span lang="TH"> ประเภท คือ </span>1) <b><span lang="TH">เส้นใย</span></b><span lang="TH"> </span><b>Recycle Fabric</b><span lang="TH"> การนำเส้นด้ายมาหมุนเวียนและทอขึ้นใหม่เป็นผ้า</span> French Terry <span lang="TH">ที่มีความนุ่มฟู ในโทนสีพาสเทล สะท้อนความสดใสสำหรับ</span><span lang="TH">ช่วงซัมเมอร์นี้ และ </span>2)<span lang="TH"> <b>เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผลิตมาจากกระบวนการ</b></span><b> Recycle <span lang="TH">ขวดพลาสติก ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณขยะขวดพลาสติก ซึ่งขวดพลาสติก </span>8 <span lang="TH">ขวดสามารถรีไซเคิลให้เส้นใยโพลีเอสเตอร์นำมาตัดเย็บเป็นเสื้อยืดได้ </span>1 <span lang="TH">ตัว โดยเสื้อยืดที่ได้จะเป็นเนื้อผิวสัมผัสแบบคอตตอนที่สวมใส่สบาย</span></b></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18332 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/04/CCOO2.jpg" alt="" width="516" height="516" /></p>
<p class="x_MsoNormal"><span style="font-family: arial, sans-serif;"><span lang="TH">สำหรับคอลเลกชั่น </span>“<b>Sustainable</b><b>”<span lang="TH"> </span></b><span lang="TH">ของทางแบรนด์ </span>CC DOUBLE O<b> </b><span lang="TH">ครอบคลุมสินค้าถึง </span>48<span lang="TH"> รายการ ตอบโจทย์</span><span lang="TH">ทั้งสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายให้ได้ช้อปกันตั้งแต่ </span>T-Shirt,<span lang="TH"> </span>Pullover, Hoodie, Tank<span lang="TH">,</span><span lang="TH"> </span><span lang="TH">กางเกงขาสั้นและกางเกงยีนส์ ด้วยการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียดจึงออกมาเป็นคอลเลคชั่นแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  สินค้ามีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน </span>CC DOUBLE O <span lang="TH">ทุกสาขาและทางออนไลน์ </span><a title="ได้รับการป้องกันโดย Outlook: http://www.ccdoubleo.com/ คลิกหรือแตะเพื่อติดตามลิงก์" href="https://na01.safelinks.protection.outlook.com/?url=http%3A%2F%2Fwww.ccdoubleo.com%2F&amp;data=05%7C01%7C%7C34bb2c9459d74171dbbb08db462df157%7C84df9e7fe9f640afb435aaaaaaaaaaaa%7C1%7C0%7C638180937181672503%7CUnknown%7CTWFpbGZsb3d8eyJWIjoiMC4wLjAwMDAiLCJQIjoiV2luMzIiLCJBTiI6Ik1haWwiLCJXVCI6Mn0%3D%7C3000%7C%7C%7C&amp;sdata=vZxtTgwQO51qcvZ4%2BA5vwovdWf1hnm7Gpq7x%2FnCVgV8%3D&amp;reserved=0" target="_blank" rel="noopener noreferrer" data-auth="Verified" data-linkindex="0">www.ccdoubleo.com</a></span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/cc-double-o-the-power-of-sustainability/">CC DOUBLE O เปิดคอลเลกชั่น “Sustainable” เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นเสื้อผ้าสุดคูล ด้วยแฟชั่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ซีอาร์จี นำร่อง เคเอฟซี Green Store Concept​ สาขาราชพฤกษ์ ส่งมอบประสบการณ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/crg-launched-new-experience-kfc-green-store-concept/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2022 14:17:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSV]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-friendly Design]]></category>
		<category><![CDATA[Education & Sharing zone]]></category>
		<category><![CDATA[Journey to Zero]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Application]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Cafe’ by Arigato]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Green Store]]></category>
		<category><![CDATA[ซีอาร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัดพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี โรบินสัน ราชพฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16180</guid>

					<description><![CDATA[<p>ซีอาร์จี ขับเคลื่อนธุรกิจกับแนวคิดประสบการณ์ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม นำร่องเปิด เคเอฟซี Green Store Concept สาขาราชพฤกษ์ รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น พร้อมปรับโฉมร้านให้ทันสมัยโดนใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อมสร้างความวาไรตี้พัฒนาเมนู KFC Cafe’ by Arigato คุณปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR &#38; Western Cuisine  ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิดและภัยพิบัติทั่วโลกได้สร้างความท้าทายในการใช้ชีวิตของทุกคนบนโลก ผู้บริโภคเริ่มมองหาความยั่งยืน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผู้ประกอบการอย่างเคเอฟซีเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนเช่นเดียวกัน และด้วยนโยบายของ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ที่ต้องการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในมิติต่าง ๆ ด้วยการใช้แนวคิดการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมให้กับสังคม (CSV) เป็นแกนหลักในการทำงาน จึงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจกับแนวคิดประสบการณ์ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดร้าน KFC Green Store ภายใต้แนวคิด “Journey to zero” สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่ ร้านเคเอฟซี สาขา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/crg-launched-new-experience-kfc-green-store-concept/">ซีอาร์จี นำร่อง เคเอฟซี Green Store Concept​ สาขาราชพฤกษ์ ส่งมอบประสบการณ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ซีอาร์จี </strong><strong>ขับเคลื่อนธุรกิจกับแนวคิดประสบการณ์ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม นำร่องเปิด เคเอฟซี </strong><strong>Green Store Concept </strong><strong>สาขาราชพฤกษ์ </strong><strong>รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น พร้อมปรับโฉมร้านให้ทันสมัยโดนใจกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ พร้อม</strong><strong>สร้างความวาไรตี้พัฒนาเมนู </strong><strong>KFC Cafe’ by Arigato</strong><span id="more-16180"></span></p>
<p><strong>คุณปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส </strong><strong>QSR &amp; Western Cuisine  </strong><strong>ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด </strong>เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิดและภัยพิบัติทั่วโลกได้สร้างความท้าทายในการใช้ชีวิตของทุกคนบนโลก ผู้บริโภคเริ่มมองหาความยั่งยืน และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>ผู้ประกอบการอย่างเคเอฟซีเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนเช่นเดียวกัน และด้วยนโยบายของ <strong>บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด</strong> ที่ต้องการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในมิติต่าง ๆ ด้วยการใช้แนวคิดการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมให้กับสังคม (CSV) เป็นแกนหลักในการทำงาน จึงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจกับแนวคิดประสบการณ์ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม เปิดร้าน KFC Green Store ภายใต้แนวคิด “<strong>Journey to zero”</strong> สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่ ร้านเคเอฟซี สาขา โรบินสัน ราชพฤกษ์ โดยการออกแบบร้านในคอนเซ็ปต์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16183 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/KFC_048.jpg" alt="" width="529" height="793" /></p>
<p>โดยมุ่งเน้นไปในด้านการลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยตัวอาคารออกแบบในสไตล์นอร์ดิกให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ประกอบกับโครงสร้างร้านและวัสดุในกระบวนการก่อสร้าง ที่ส่งเสริมแนวคิดเพื่อความยั่งยืน ด้วยกระจกประหยัดพลังงานในระดับสูงสุด ที่ป้องกันความร้อนผ่านกระจกในขณะที่ให้แสงส่องผ่านได้มาก, การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในด้านการประหยัดพลังงาน,  การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล รวมถึงชุดพนักงานที่ตัดเย็บด้วยผ้าจากเส้นใยขวดพลาสติก ตลอดจนการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p>
<p>การตกแต่งภายในร้าน มีมุม <strong>Education &amp; Sharing zone</strong> ที่ตกแต่งด้วยภาพวาดจากศิลปินเด็ก ในความดูแลของ มูลนิธิซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากกิจกรรมประกวดภาพวาด “สิ่งแวดล้อมในฝันของหนู” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนไทย รวมถึงแคมเปญ “ปรับไลฟ์ ช่วยโลก กับเคเอฟซี” ที่เป็นการกระตุ้นเพื่อปรับพฤติกรรมการลดใช้พลาสติกของลูกค้า ช่วยลดปัญหาขยะ และดำเนินการคัดแยกขยะที่หน้าร้าน อีกทั้งอาหารส่วนเกินจากการจำหน่าย ที่มีคุณภาพดีสามารถนำมาบริโภคได้ ก็ดำเนินโครงการ Harvest Program รวบรวมและส่งต่อให้กับ “บ้านราชาวดี” เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชน และผู้ที่ต้องการ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มขวัญและกำลังใจของพนักงาน เนื่องจากสามารถลดจำนวนอาหารที่จะต้องทิ้งในแต่ละวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16184 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/แคมเปญ-ปรับไลฟ์-ช่วยโลก-กับเคเอฟซี.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเพื่อความยั่งยืนอีกหลายประการ เช่น การใช้ระบบปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพ และการลดจำนวนการใช้หลอดไฟติดเพดาน ซึ่งสามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 7% (เมื่อเทียบกับสาขาที่มีลักษณะเดียวกัน) และทำให้ร้านค้าแห่งนี้สามารถประหยัดพลังงานได้มากถึง 17,947 กิโลวัตต์ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 10,081 กิโลกรัมต่อปี อีกด้วย</p>
<p>ในส่วนของแผนงาน<strong> KFC Green Store</strong> สาขานี้ เป็นสาขานำร่อง จึงเป็นการเริ่มต้นเรียนรู้ไปด้วยกันระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ซึ่งแบรนด์มีความพร้อมในการต่อยอดเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในสาขาอื่น ๆ ต่อไป โดยเป้าหมาย คือ การเป็นร้านต้นแบบในการสร้างแรงบันดาลใจที่จะลดการสร้างของเสียต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบรรจุภัณฑ์, การลดการปล่อยคาร์บอน รวมไปถึง ขยะจากเศษอาหาร เพื่อหวังที่จะจุดประกายให้ทั้งลูกค้า และภาคธุรกิจ ได้หันมาให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นต่อไปใน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/มุมEducation-Sharing-zone.jpg" alt="" width="1200" height="818" /></p>
<p><strong>9 เดือนแรก ยังเติบโตได้ 25%</strong></p>
<p>สำหรับภาพรวมธุรกิจร้านอาหารประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นจากปี 64 ประมาณ 12.9%  (อ้างอิง : ศูนย์วิจัยกสิกร) โดยที่มีไฮไลท์ที่การระบาดของโควิด-19 เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงมีการฟื้นตัวของการขายอาหารที่หน้าร้านเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มปรับตัวเข้ากับโควิด-19 ได้มากขึ้น และเรื่องปัจจัยด้านเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุน ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศกลับมามากขึ้น</p>
<p>ขณะที่ยอดขายของซีอาร์จีในช่วง Q1 – Q3 2565 เติบโตมากกว่า 25% จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เบาบางลง ประกอบกับผู้บริโภคเริ่มปรับตัวให้เข้ากับโควิด-19 ได้มากขึ้น และกลับมาดำเนินชีวิตใกล้เคียงปกติ  โดยช่องทางการจำหน่ายหน้าร้านเติบโตมากขึ้นกว่า 60% เมื่อเทียบกับปี 2564 จึงเร่งขยายสาขาด้วยร้านรูปแบบใหม่ ใน Format และขนาดที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ธุรกิจเดลิเวอรี่ก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ เนื่องจากผู้บริโภคบางกลุ่มได้เกิดการคุ้นชินกับความสะดวกสบายจากการใช้บริการเดลิเวอรี่ไปแล้ว</p>
<p>ในส่วนของภาพการแข่งขันของตลาดอาหาร QSR ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้เล่นรายใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นหลายราย โดยเฉพาะอาหารประเภทไก่ทอดซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับคนไทย และนอกเหนือจากผู้เล่นใหม่ ๆ ก็ยังมีผู้เล่นเดิมในตลาด QSR ที่ขยายธุรกิจตัวเองมาสู่ธุรกิจไก่ทอดมาขึ้นเรื่อย ๆ โดยทั้งสองปัจจัยส่งผลโดยตรงต่อการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย</p>
<p><strong>เพิ่มวาไรตี้</strong><strong>​ </strong><strong>KFC Cafe’ by Arigato </strong></p>
<p>ทั้งนี้ จากการที่เคเอฟซี เป็นแบรนด์ที่มีจุดแข็งหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโปรดักส์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในหลากหลายโอกาส (occasion) ไม่ว่าจะกินคนเดียว หรือกินเป็นกลุ่ม อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และเข้าถึงลูกค้าได้ในทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย จึงทำให้แบรนด์มีลูกค้าที่เป็นแฟนของแบรนด์เป็นจำนวนมาก และด้วยเป้าหมายที่จะรักษาการเป็นแบรนด์ QSR อันดับหนึ่งในใจของลูกค้าคนไทย ในปี 2566 จึงเดินหน้าธุรกิจด้วยแผนงานต่าง ๆ ที่วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/เมนูเครื่องดื่ม-KFC-x-Arigato_.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>โดยเฉพาะกาแฟยังคงเป็น Incremental Occasion ให้กับแบรนด์ ดังนั้น <strong>“</strong><strong>KFC Cafe’ by Arigato”</strong> จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ร้านในช่วงเวลาเช้า และบ่ายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เครื่องดื่ม KFC Cafe’ by Arigato สามารถจำหน่ายได้มากถึง 2 ล้านแก้วในปี 2565 โดยในปี 2566 ​จะเพิ่มยอดขายด้วยการพัฒนาเมนูใหม่ๆ เพื่อสร้างความหลากหลายของตัวเลือก ที่จะมาตอบสนองความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของความแปลกใหม่ ความสะดวกในการรับประทาน และราคาของสินค้าที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถดึงกลุ่มคนที่ชอบเมนูเครื่องดื่มชงสด และของหวานเข้ามาที่ เคเอฟซี ได้มากขึ้น และสามารถเพิ่มความถี่ในการซื้อของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมีจำนวนสาขา KFC Cafe’ by Arigato​ จำนวนกว่า 260 สาขา</p>
<p><strong>ทุ่ม </strong><strong>400 </strong><strong>ลบ. ดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่</strong></p>
<p>ทางแบรนด์ยังมีโมเดลร้านใหม่ๆ ที่พร้อมนำมาทดลองเปิด ทั้งในปี 2565  และ 2566  โดยร้านในรูปแบบใหม่นี้ จะเข้ามาเพื่อมาตอบสนองความสะดวกสบายของลูกค้า และการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น (Easy and Convenience) เช่น โมเดล<strong> พาร์ค แอนด์ โก</strong> (Park and Go) อีกทั้งยังมองหาพื้นที่ใหม่ ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจเดลิเวอรี่และออมนิชาแนล และจะตอบโจทย์การขยายเวลาการให้บริการ (Operating Hour) เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ทานดึก ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มการเติบโตของธุรกิจเคเอฟซีได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16182 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น-พร้อมปรับโฉมร้านให้ทันสม.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>พร้อมเดินหน้าปรับโฉมร้านใหม่ ทั้งรูปแบบ ดีไซน์ และคอนเซ็ปต์ให้ทันสมัย โดนใจ รวมถึงการนำเอา KFC Application เข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าด้วยเช่นกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปให้มากที่สุด ด้วยการร่วมมือกับ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ในด้านความคิดริเริ่มใหม่ ๆ</p>
<p>โดยเป้าหมายในการขยายสาขาในปีนี้มีแผนขยายสาขาเพิ่มจำนวนกว่า 20 สาขา และคาดว่าภายในสิ้นปีจะมีจำนวนสาขารวมมากกว่า 320 สาขา ส่วนแผนของปี 2566 ตั้งเป้าเปิดจำนวนกว่า 30 สาขา หรือประมาณ 10% ของจำนวนสาขาเดิม</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/crg-launched-new-experience-kfc-green-store-concept/">ซีอาร์จี นำร่อง เคเอฟซี Green Store Concept​ สาขาราชพฤกษ์ ส่งมอบประสบการณ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กฟน. คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 4 ปีซ้อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2019/01/geen-office-g-green/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Jan 2019 07:31:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[G-Green]]></category>
		<category><![CDATA[Geen Office]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[กฟน.]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=5137</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปีนี้ กฟน.เขตบางบัวทองเข้ารับรางวัลตราสัญลักษณ์ G &#8211; Green ระดับประเทศ ซึ่งมอบให้หน่วยงานที่ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปีที่ 4 แล้ว &#160; สันติ นำสินวิเชษฐชัย ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า กฟน. ได้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการกำหนดนโยบายสำนักงานสีเขียว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสำนักงานต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากร พลังงาน และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง มีการสื่อสารและการฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน &#160; &#160; โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการทำ 5 ส การใช้อุปกรณ์สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV Car) ในกิจการของ กฟน. รวมถึงการสื่อสารที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีส่วนร่วมเช่น video call, E-mail และ social media มากขึ้น เพื่อลดการใช้กระดาษ การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/geen-office-g-green/">กฟน. คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 4 ปีซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">จากความมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบสำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปีนี้ กฟน.เขตบางบัวทองเข้ารับรางวัลตราสัญลักษณ์ G &#8211; Green ระดับประเทศ ซึ่งมอบให้หน่วยงานที่ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นปีที่ 4 แล้ว</span></h4>
<p><span id="more-5137"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>สันติ นำสินวิเชษฐชัย</strong> ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า กฟน. ได้ตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการกำหนดนโยบายสำนักงานสีเขียว เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นสำนักงานต้นแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับสากล โดยมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากร พลังงาน และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง มีการสื่อสารและการฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5139 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2019/01/P-1-1.jpg" alt="" width="608" height="395" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการทำ 5 ส การใช้อุปกรณ์สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ยานพาหนะพลังงานไฟฟ้า <strong>(Electric Vehicle : EV Car)</strong> ในกิจการของ กฟน. รวมถึงการสื่อสารที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามามีส่วนร่วมเช่น video call, E-mail และ social media มากขึ้น เพื่อลดการใช้กระดาษ การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย การใช้น้ำประปาอย่างคุ้มค่า การคัดแยกขยะ การจัดซื้อหรือจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการโดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางด้านคุณภาพและราคา รวมทั้งการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ พร้อมทั้งควบคุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในแต่ละกิจกรรม</p>
<p>สำหรับรางวัลระดับดีเยี่ยม G ทอง ที่ กฟน. ได้รับอย่างต่อเนื่อง 4 ปี ติดต่อกัน ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันความสำเร็จของ การดำเนินงาน ทั้งนี้ กฟน. มีเป้าหมายในการขยายผลการดำเนินโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วทุกที่ทำการ ภายในปี 2564 เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิด<strong>วัฒนธรรมสีเขียว (Green Culture)</strong> ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมคุณภาพบุคลากรของ กฟน. ในการมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ให้บริการระบบจำหน่ายไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเป็นผู้นำและต้นแบบด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมต่อไป</p>
<h4><span style="color: #993366;">นโยบาย Geen Office ของ กฟน. เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2558  จนถึงปัจจุบันได้รับรางวัล Green Office  ทั้งหมด 7 สถานที่ ดังนี้ ปี2558 อาคารสำหนังานที่ทำการเพลินจิต ,  ปี 2559 ได้รับรางวัล 2 แห่งคือ การไฟฟ้านครหลวง เขตราษฎร์บูรณะ และอาคารฝ่ายควบคุมระบบกรไฟฟ้า สถานีต้นทางเพลินจิต , ปี2560 ได้รับ 3 แห่งคือการไฟฟ้านครหลวง เขตบางใหญ่ , การไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี และสหคลินิคการไฟฟ้านครหลวงเพลินจิต และปี 2561 การไฟฟ้านครหลวง เขตบางบัวทอง ฃ</span></h4>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2019/01/geen-office-g-green/">กฟน. คว้ารางวัลสำนักงานสีเขียวระดับดีเยี่ยม (G ทอง) 4 ปีซ้อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
