<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เศรษฐกิจฐานราก &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Mon, 02 Nov 2026 16:13:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>เศรษฐกิจฐานราก &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“มูลนิธิศรีเทพไทย” ผนึกเขตประเวศ ส่งต่อพลังแห่งการให้! เยียวยา 800 ชีวิตกลุ่มเปราะบาง พร้อมหนุนพัฒนาชุมชนกว่า 1.2 ล้านบาท สร้างโอกาส–ลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/11/csr-sri-thep-thai-foundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2026 16:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[CSR เพื่อสังคม]]></category>
		<category><![CDATA[Sri Thep Thai Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[พลังแห่งการให้]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิศรีเทพไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สรสินธุ ไตรจักรภพ]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างโอกาส สร้างอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตประเวศ]]></category>
		<category><![CDATA[เยียวยากลุ่มเปราะบาง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานราก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=45574</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิศรีเทพไทย เดินหน้าพันธกิจ CSR เพื่อสังคม จับมือสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม “มูลนิธิศรีเทพไทยร่วมเยียวยาหัวใจกลุ่มเปราะบางเขตประเวศ” มอบเงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาท พร้อมข้าวสาร 2 กิโลกรัม แก่ประชาชน 800 คน รวมเงินช่วยเหลือโดยตรง 800,000 บาท พร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนรวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน มูลนิธิศรีเทพไทย ร่วมกับสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “มูลนิธิศรีเทพไทยร่วมเยียวยาหัวใจกลุ่มเปราะบางเขตประเวศ” ณ สำนักงานเขตประเวศ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหารมูลนิธิศรีเทพไทย คณะผู้บริหารสำนักงานเขตประเวศ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,000 บาท พร้อมข้าวสาร 2 กิโลกรัม ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวน 800 คน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเป็นกำลังใจให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก • [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/11/csr-sri-thep-thai-foundation/">“มูลนิธิศรีเทพไทย” ผนึกเขตประเวศ ส่งต่อพลังแห่งการให้! เยียวยา 800 ชีวิตกลุ่มเปราะบาง พร้อมหนุนพัฒนาชุมชนกว่า 1.2 ล้านบาท สร้างโอกาส–ลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>มูลนิธิศรีเทพไทย</strong> เดินหน้าพันธกิจ <strong>CSR</strong> เพื่อสังคม จับมือสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรม<strong> “มูลนิธิศรีเทพไทยร่วมเยียวยาหัวใจกลุ่มเปราะบางเขตประเวศ”</strong> มอบเงินช่วยเหลือคนละ 1,000 บาท พร้อมข้าวสาร 2 กิโลกรัม แก่ประชาชน 800 คน รวมเงินช่วยเหลือโดยตรง 800,000 บาท พร้อมสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนรวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน สร้างความมั่นคงทางอาหาร เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน</p>
<p><span id="more-45574"></span></p>
<p>มูลนิธิศรีเทพไทย ร่วมกับสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “มูลนิธิศรีเทพไทยร่วมเยียวยาหัวใจกลุ่มเปราะบางเขตประเวศ” ณ สำนักงานเขตประเวศ เพื่อส่งต่อความห่วงใยและความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากคณะผู้บริหารมูลนิธิศรีเทพไทย คณะผู้บริหารสำนักงานเขตประเวศ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1,000 บาท พร้อมข้าวสาร 2 กิโลกรัม ให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางจำนวน 800 คน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเป็นกำลังใจให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-45577 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/11/STT3.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>• จากการแบ่งปันสู่พันธกิจ CSR ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ</strong><br />
<strong>นายสรสินธุ ไตรจักรภพ</strong> ประธานกรรมการมูลนิธิศรีเทพไทย เปิดเผยว่า มูลนิธิศรีเทพไทยก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนและสถานศึกษาที่ขาดแคลน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน รวมถึงดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์โดยไม่แสวงหาผลกำไร</p>
<p>ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มูลนิธิให้ความสำคัญกับการตอบแทนสังคมและการสร้างโอกาสให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเชื่อว่าการแบ่งปันไม่เพียงช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่เกื้อกูลกัน</p>
<p>“การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่มูลนิธิศรีเทพไทยได้ส่งมอบความปรารถนาดีและกำลังใจให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่เขตประเวศ เราตั้งใจให้ความช่วยเหลือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมส่งต่อพลังแห่งการแบ่งปัน เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน” นายสรสินธุกล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45576 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/11/STT2.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>• ไม่หยุดแค่การเยียวยา! หนุนสวนครัวชุมชน–สร้างอาชีพ–กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก</strong><br />
นอกจากการช่วยเหลือประชาชนโดยตรงแล้ว มูลนิธิศรีเทพไทยยังให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาชุมชนของสำนักงานเขตประเวศอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่าการสนับสนุนกว่า 1,200,000 บาท ครอบคลุมโครงการสำคัญที่มุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ได้แก่</p>
<p>โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เขตประเวศช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน</p>
<p>โครงการสวนครัวชุมชน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นแหล่งปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และส่งเสริมการพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p>โครงการจัดสร้างพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชน ส่งเสริมการสร้างช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าของคนในพื้นที่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนแนวทาง CSR ที่เชื่อมโยงการช่วยเหลือระยะสั้นเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยให้ความสำคัญทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การสร้างรายได้ และการพัฒนาศักยภาพของชุมชน</p>
<p><strong>• เขตประเวศชื่นชมความร่วมมือรัฐ–เอกชน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน</strong><br />
นายเรืองศักดิ์ สายสิงห์ทอง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า สำนักงานเขตประเวศมีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับมูลนิธิศรีเทพไทยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มเปราะบางเป็นประชาชนที่มีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งสุขภาพ การเคลื่อนไหว การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และฐานะทางเศรษฐกิจ จึงอาจได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต</p>
<p>การที่ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของภาครัฐ จึงมีความสำคัญต่อการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและตรงกับความต้องการ<br />
ผู้อำนวยการเขตประเวศกล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนโครงการสวนครัวชุมชนเป็นอีกแนวทางที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ผ่านการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ส่วนกลางเพื่อปลูกผักไว้บริโภค ลดค่าใช้จ่าย และส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง</p>
<p>ขณะเดียวกัน โครงการจัดสร้างพื้นที่จำหน่ายสินค้าชุมชนยังช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีช่องทางสร้างรายได้และเพิ่มความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก</p>
<p>“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน” นายเรืองศักดิ์กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-45578 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/11/STT4.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p><strong>• CSR ที่มีความหมาย คือการสร้างโอกาสให้สังคมเติบโตไปด้วยกัน</strong><br />
กิจกรรม “มูลนิธิศรีเทพไทยร่วมเยียวยาหัวใจกลุ่มเปราะบางเขตประเวศ” ไม่เพียงเป็นการส่งมอบเงินและสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ยังสะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในชุมชน</p>
<p>จากการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง 800 คน สู่การสนับสนุนสวนครัวชุมชนและพื้นที่สร้างรายได้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบช่วยเหลือที่ครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ มูลนิธิศรีเทพไทยได้กล่าวขอบคุณผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตประเวศ คณะผู้บริหารและพนักงานกลุ่มบริษัทศรีเทพไทย ครอบครัวไตรจักรภพ ตลอดจนประชาชนและทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี</p>
<p>เพราะพลังแห่งการให้ ไม่ได้วัดเพียงมูลค่าของสิ่งที่มอบ แต่ยังสะท้อนผ่านโอกาส กำลังใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ได้รับความช่วยเหลือ</p>
<p>การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างของการขับเคลื่อนความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กรและชุมชน เพื่อให้การแบ่งปันนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/11/csr-sri-thep-thai-foundation/">“มูลนิธิศรีเทพไทย” ผนึกเขตประเวศ ส่งต่อพลังแห่งการให้! เยียวยา 800 ชีวิตกลุ่มเปราะบาง พร้อมหนุนพัฒนาชุมชนกว่า 1.2 ล้านบาท สร้างโอกาส–ลดเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ไทยเบฟ  ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/cu-thaibev-drive-distric-local-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 07:22:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ความร่วมมือ]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปน สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[ด้วยจงรักและภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานราก]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ x จุฬาฯ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42925</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (&#8220;ไทยเบฟ&#8221;) ผนึกความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ &#8220;โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ&#8221; เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน มุ่งขยายผลด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลลัพธ์และประโยชน์สู่ประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และการเสริมสร้างศักยภาพคนในชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถขยายผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ริเริ่มโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” และประธานกรรมการ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ร่วมด้วยคณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะผู้บริหารไทยเบฟ และบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cu-thaibev-drive-distric-local-economy/">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ไทยเบฟ  ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (&#8220;ไทยเบฟ&#8221;) ผนึกความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ &#8220;โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ&#8221; เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน</p>
<p><span id="more-42925"></span></p>
<p>มุ่งขยายผลด้านการพัฒนาเชิงพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดผลลัพธ์และประโยชน์สู่ประชาชนอย่างครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติ และการเสริมสร้างศักยภาพคนในชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างต้นแบบการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และสามารถขยายผลสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศ</p>
<p>พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี<strong> ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ <strong>นายฐาปน สิริวัฒนภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ริเริ่มโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” และประธานกรรมการ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ร่วมด้วยคณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะผู้บริหารไทยเบฟ และบริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม ณ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42928 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Thaibev-Cu3.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร</strong> อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า <em>“ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไทยเบฟในครั้งนี้ สะท้อนถึงการบูรณาการองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาเข้ากับศักยภาพของภาคเอกชน เพื่อร่วมสร้างกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่ โดยการนำองค์ความรู้ด้านการศึกษา การวิจัย วิชาการ และการบริหารจัดการองค์ความรู้ในด้านการผลิต การค้า และการบริการ ไปถ่ายทอดให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนในระดับอำเภออย่างเหมาะสม พร้อมติดตามให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถวัดผลและเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มุ่งมั่นในการเป็น ผู้นำแห่งการสร้างสรรค์องค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อสร้างเสริมสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในปณิธานที่ว่า &#8220;เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน&#8221;  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันงานวิจัยสร้างประโยชน์แก่สังคมสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนต่อไป”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42927 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Thaibev-Cu2.jpg" alt="" width="1200" height="801" /></p>
<p><strong>นายฐาปน สิริวัฒนภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ริเริ่มโครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” และประธานกรรมการ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า <em>“ไทยเบฟ น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร </em><em>มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง</em><em>ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ โดยได้ดำเนิน <strong>โครงการ “ด้วยจงรักและภักดี” สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เนื่องในปีมหามงคล พุทธศักราช ๒๕๖๙ – ๒๕๗๐ </strong>ผ่านการจัดตั้ง บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท (อำเภอ) พอเพียง จำกัด เพื่อพัฒนาให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมในระดับอำเภอทั่วประเทศ จำนวน ๙๒๘ บริษัท โดย</em><em>มุ่งเน้นการดำเนินงานใน ๓ ภาคส่วน ประกอบด้วย การผลิต การค้า และการบริการ รวมถึงบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของคนในพื้นที่ระดับอำเภอ</em><em>และสร้างประโยชน์ในท้องถิ่น ตลอดจนร่วมกันพัฒนาและยกระดับท้องถิ่นสู่สากล ควบคู่กับการนำองค์ความรู้และมาตรฐานสากลมาพัฒนาท้องถิ่น (</em><em>Drive Local to Global and Bring Global Back Locally)</em></p>
<p><em>ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการศักยภาพระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42930 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/Thaibev-Cu5.jpg" alt="" width="1200" height="621" /></p>
<p><em>ไทยเบฟเชื่อมั่นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างโอกาส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการลงนามบันทึกความเข้าใจฯ แต่เป็นการร่วมกันสร้างกลไกการพัฒนาที่เชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”  </em></p>
<p><strong>ความร่วมมือในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานของ บริษัท ชุมชนเข้มแข็ง พอเพียง (ประเทศไทย) จำกัด ที่เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับองค์ความรู้ในมิติต่าง ๆ เสริมสร้างศักยภาพชุมชน และผลักดันเศรษฐกิจฐานรากในระดับอำเภอให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนอันนำไปสู่เป้าหมายในการ “สร้างประโยชน์ให้ชุมชน ประชาชนมีความสุข”</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/cu-thaibev-drive-distric-local-economy/">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกกำลัง ไทยเบฟ  ขับเคลื่อน “โครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากระดับอำเภอ” ยกระดับองค์ความรู้สู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/10/thaibev-drives-local-economy/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 06:13:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Young Designer]]></category>
		<category><![CDATA[Local Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปน สิริวัฒนภักดี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานราก]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยเบฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=37012</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นำโดย คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน จัดสัมมนาประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับฟังนโยบายใหม่สำหรับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในอนาคต เกี่ยวกับรายละเอียดครั้งนี้ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน ให้ข้อมูลว่า  “ในนามหัวหน้าทีมภาคเอกชน ผมรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้เดินหน้าพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thaibev-drives-local-economy/">ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก นำโดย <strong>คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน</strong> จัดสัมมนาประจำปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม สถาบันการศึกษา และเครือข่ายชุมชนเข้าร่วมกว่า 1,000 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และรับฟังนโยบายใหม่สำหรับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในอนาคต</p>
<p><span id="more-37012"></span></p>
<p>เกี่ยวกับรายละเอียดครั้งนี้ <strong>คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าทีมภาคเอกชน ให้ข้อมูลว่า  “ในนามหัวหน้าทีมภาคเอกชน ผมรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 โดยได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะทรง “สืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thaibev-Local2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากได้เดินหน้าพัฒนา 3 กลุ่มงาน อันเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน ด้วยการเพิ่มโอกาสทางการค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมูลค่าสินค้า และเชื่อมโยงตลาด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน พร้อมแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน</p>
<p>ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสร้างงานแก่ชุมชนกว่า <strong>1,800</strong> โครงการ ครอบคลุมผู้รับประโยชน์กว่า <strong>153,000</strong> ครัวเรือน และสร้างรายได้สะสมให้แก่ชุมชนกว่า <strong>3,0</strong><strong>2</strong><strong>0</strong> ล้านบาท อีกทั้งยังดึงเอาคนรุ่นใหม่มาร่วมโครงการ เพื่อร่วมพัฒนาท้องถิ่นโดยอาศัยการมีส่วนร่วมการเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ความคิดใหม่ ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา เติมเต็มภูมิปัญญาดั้งเดิม และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น <strong>โครงการโรงพยาบาลอาหารปลอดภัย</strong> ที่เชื่อมโยงเกษตรกรกับระบบสาธารณสุขเข้าด้วยกัน <strong>โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย</strong>ผ่านกิจกรรม <strong>Creative Young Designer</strong> ซึ่งบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นการต่อยอดผ้าขาวม้าไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมกับยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดที่กว้างขวางขึ้นอย่างมีคุณค่า “<strong>โครงการท่องเที่ยวโดยชุมชนตามรอยองค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต”</strong> ที่เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน และยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมในการถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นสู่ผู้มาเยือนและคนรุ่นใหม่ พร้อมกันนี้ ยังได้รับการสนับสนุนด้านการสื่อสารผ่านความร่วมมือกับรายการ “<strong>ชื่นใจไทยแลนด์</strong>” ทางช่องอมรินทร์ทีวี เพื่อประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชนสู่สายตาสาธารณะ ทำให้ชุมชนกว่า 80 แห่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20-30%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-37015 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/10/Thaibev-Local3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ท้ายที่สุดนี้ ผมขอกราบเรียนให้ทุกท่านทราบว่า คณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากพร้อมมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นรากฐานที่มั่นคงของประเทศไทยต่อไป ขอขอบคุณพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่ร่วมส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และชุมชน ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ <strong>เพราะเราเชื่อว่า </strong><strong>“</strong><strong>แรงบันดาลใจจากทุกคน เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน”</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/10/thaibev-drives-local-economy/">ไทยเบฟ นำทัพเอกชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 10 ปี สร้างรายได้สะสม กว่า 3,020 ล้านบาท   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Isan BCG Expo 2022 ​มหกรรม ขับเคลื่อน ‘อีสาน’ ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ด้วย &#8216;นวัตกรรมความยั่งยืน&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/isan-bcg-expo-2022-khon-kaen-innovation-centre/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 11 Dec 2022 07:39:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Green Economy]]></category>
		<category><![CDATA[ISAN 2030]]></category>
		<category><![CDATA[Isan BCG Expo 2022]]></category>
		<category><![CDATA[Khon Kaen Innovation Centre​]]></category>
		<category><![CDATA[KKIC]]></category>
		<category><![CDATA[กลินท์ สารสิน]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มมิตรผล]]></category>
		<category><![CDATA[กวิน ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญชัย ศรศรีวิชัย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[รณดล นุ่มนนท์]]></category>
		<category><![CDATA[อาคม เติมพิทยาไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[อีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจฐานราก]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจหมุนเวียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16007</guid>

					<description><![CDATA[<p>Isan BCG Expo 2022 งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสานและครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Collaboration : ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ นำโดย Khon Kaen Innovation Centre (KKIC) และกลุ่มมิตรผล ร่วมกับ 50 เครือข่ายพันธมิตร ภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับ ‘อีสาน’ ให้เป็นศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ได้นำ 3 จุดแข็ง “สร้างสรรค์ ต่อยอด ยั่งยืน” สานต่อวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เดินหน้าเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านธุรกิจและวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักลงทุน และผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดจนสตาร์ทอัพ ทั้งในประเทศและกลุ่ม CLMV เพื่อผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG  (Bio, Circular, Green Economy) สำหรับ โมเดล BCG  ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จากการต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/isan-bcg-expo-2022-khon-kaen-innovation-centre/">Isan BCG Expo 2022 ​มหกรรม ขับเคลื่อน ‘อีสาน’ ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ด้วย &#8216;นวัตกรรมความยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>Isan BCG Expo 2022</b><span style="font-weight: 400;"> งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสานและครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด <strong>Collaboration : </strong></span><span style="font-weight: 400;"><strong>ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ</strong> นำ</span><span style="font-weight: 400;">โดย </span>Khon Kaen Innovation Centre (KKIC) และกลุ่มมิตรผล ร่วมกับ 50 เครือข่ายพันธมิตร <span style="font-weight: 400;">ภ</span><span style="font-weight: 400;">าครัฐและภาคเอกชน เพื่อยกระดับ ‘<strong>อีสาน’</strong> ให้เป็นศูนย์กลางสร้างเศรษฐกิจไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน </span></p>
<p><span id="more-16007"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ได้</span><span style="font-weight: 400;">นำ 3 จุดแข็ง </span><b>“สร้างสรรค์ ต่อยอด ยั่งยืน”</b><span style="font-weight: 400;"> สานต่อวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี </span><span style="font-weight: 400;">เดินหน้าเปิดโอกาสและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านธุรกิจและวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน นักลงทุน และผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดจนสตาร์ทอัพ ทั้งในประเทศและกลุ่ม CLMV เพื่อผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม สู่การพัฒนา</span><span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ตามโมเดลเศรษฐกิจ </span><span style="font-weight: 400;">BCG </span> (Bio, Circular, Green Economy)</p>
<p>สำหรับ โมเดล BCG  <span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">จากการต่อยอดความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผสมผสานกับแนวคิดการ​พั</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ฒนาชุมชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ด้วยทุนทรัพยากร อัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย​ รวมทั้งถือโอกาสประกาศความพร้อมและศักยภาพของพื้นที่ภาคอีสานให้ได้รับการยอมรับไปในวงกว้างทั้งระดับประเทศ และภูมิภาค เพื่อ</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><span data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">ร่วมมือกันผลักดันอีสานสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต</span></span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16009 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/ดร.พิเชฐ-ดุรงคเวโรจน์.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>ดร.พิเชฐ </strong></span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>ดุรงคเวโรจน์</strong> กรรมการกลุ่มมิตรผล ได้ฉายภาพขับเคลื่อนภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านแนวทาง <strong> ISAN 2030 </strong>ว่า ภูมิศาสตร์ภาคอีสานกว่า 1.68 แสนตารางกิโลเมตร หรือกว่า 105 ล้านไร่ ถือเป็นพื้นที่​แห่งโอกาส ทั้งจากจำนวนประชากรที่ครอบคลุมถึง 1 ใน 3 ของประเทศ หรือกว่า 22 ล้านคน มีแรงงานมากกว่า 12 ล้านคน ซึ่ง 60% อยู่ในภาคการเกษตร มี GDP 10% ของทั้งประเทศ หรือกว่า 1.8 ล้านล้านบาท ขณะที่จำนวนรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 8.6 หมื่นต่อปี โดยขอนแก่น และโคราช เป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงสุด </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ซึ่งมีโอกาสผลักดันให้ GDP ของภูมิภาคเติบโตเพิ่มสัดส่วนได้ถึง 20% ขณะที่รายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพิ่มสูงได้เกินกว่า 1-2 แสนบาทต่อปี ในอีก 8 ปีข้างหน้า </span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16010 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/Group1.jpg" alt="" width="1200" height="783" /></p>
<p><em>&#8220;การพัฒนายุทธศาสตร์การเติบโตของอีสาน ต้องเข้าใจบริบทของภูมิภาค สัดส่วนโครงสร้างประชากร อาชีพ ทั้งในภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การศึกษา การท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ รวมทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งเพื่อการขนส่ง ทั้งการขนส่งคนและขนส่งสินค้า เพื่อเสริมส่วนที่ขาด และโฟกัสส่วนที่แข็งแรง โดยเฉพาะการดึงคนรุ่นใหม่ ดึงเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนการเติบโต เช่น การทำเกษตร การเลี้ยงแมลงซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารอนาคต เป็นทรัพย์ในดินสินในน้ำ การบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการส่งเสริมภาคการเกษตรซึ่งถือว่าเป็นอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ขณะที่การสร้างคนไม่ใช่ในมิติของจำนวนแต่เป็นด้านคุณภาพ ​และต้องมีการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างบูรณาการ รวมทั้งมีเป้าหมายร่วมกัน โดยกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ 8 ปี อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ให้เชื่อมโยงทั้งภูมิภาคและในต่างประเทศ ​การพัฒนาคนทั้งการ Upskill Reskill การพัฒนาระบบโทรคมนาคม รวมทั้งเร่งส่งเสริมการวิจัยต่างๆ ให้มากขึ้น เป็นต้น&#8221; </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16016 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/8.jpg" alt="" width="1200" height="805" /></p>
<p>ขณะที่โอกาสจากโมเดล BCG ที่สามารถต่อยอดได้ในภูมิภาคนี้  สามารถต่อยอดได้ทั้งในอุตสาหกรรมด้านการเกษตรและอาหาร อาทิ การส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพ การพัฒนาการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณค่าให้กับของเหลือใช้​​ในกระบวนการผลิต หรือการพัฒนา Food Safty ต่างๆ  รวมถึงด้านพลังงานและวัสดุ ที่เน้นการใช้พลังงานหมุนเวียน ​ต่อยอดจากขยะให้เป็นพลังงาน รวมทั้งด้านสุขภาพและเวชภัณฑ์​ เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลากหลายท่านมาร่วมนำเสนอมุมมองการขับเคลื่อนโมเดล BCG ​​อาทิ <span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>คุณกวิน ว่องกุศลกิจ</strong> กรรมการ ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ (</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">KKIC),  </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, </span><strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">คุณธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, </span><strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, </span><strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">คุณชาญชัย ศรศรีวิชัย</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, </span><strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">คุณรณดล นุ่มนนท์</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และ <strong>คุณกลินท์ สารสิน</strong> ประธานอาวุโส หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16011 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/3.jpg" alt="" width="1200" height="807" /></p>
<p><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">โดยตลอดทั้งงาน</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">​​ จะได้สัมผัสความหมายของการขับเคลื่อน </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><span data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">BCG</span> ​จากหลากหลาย​มิติ</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> จากโซนต่างๆ ของงาน ประกอบด้วย</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> </span><strong><span style="font-style: inherit;">Isan BCG Forum </span><span style="font-style: inherit;">2022</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, Talk: </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">เว่าถึงแก่น และ<strong> </strong></span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>Green Stage</strong> </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">รวมไปถึง<strong> </strong></span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>Isan Serng &amp; Sound:</strong> </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">แว่วถึงแก่น ศิลปะการถ่ายทอดดนตรี</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">, <strong>Isan Gastronomy </strong></span><strong><span style="font-style: inherit;">เปิดประสบการณ์ </span><span style="font-style: inherit;">Chef’s Table </span><span style="font-style: inherit;">รสสุนทรี </span><span style="font-style: inherit;">‘</span><span style="font-style: inherit;">กลิ่นอายอีสาน</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong>’</strong> </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">แรงบันดาลใจจากวัตถุดิบบนผืนแผ่นดินเกิด และโซนนิทรรศการ  </span><strong><span style="font-style: inherit;">Walking Street Exhibition</span></strong><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><strong> </strong>ที่จะได้พบกับ </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">3</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> โซน  </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">Creative Zone</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> / </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">Innovative Zone</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> / </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">Green Zone โดยผู้จัดงาน</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ยังเชิญชวนให้ร่วมกันลดการปล่อยคาร์บอน ด้วยการใช้ถุงผ้าเมื่อซื้อสินค้าภายในงาน</span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"> </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">สนับสนุนสินค้าชุมชน และใช้ภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ที่สำคัญนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน ถือเป็นผลงานที่พร้อมส่งต่อและเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการหรือนักลงทุนในไทยและประเทศใน </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">CLMV </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ที่สนใจนำไปต่อยอดผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการต่อยอดทางธุรกิจ </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">(Business Matching) </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ซึ่งสามารถตอบโจทย์ </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;"><span data-markjs="true" data-ogac="" data-ogab="" data-ogsc="" data-ogsb="">BCG</span> </span><span style="font-style: inherit; font-weight: inherit;">ช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้กับธุรกิจแบบครบวงจรอย่างยั่งยืน ด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอาหาร การเกษตร ทางการแพทย์ ดนตรีและวัฒนธรรมพื้นเมืองที่เป็นเสน่ ควบคู่กับการยกระดับในทุกมิติ</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16012 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/ISAN1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><b>สำหรับ Isan BCG Expo 2022</b><span style="font-weight: 400;"> งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุด ​​จัดขึ้นร</span><span style="font-weight: 400;">ะหว่างวันที่<strong> 9 &#8211; 12 ธันวาคม 2565 ณ Khon Kaen Innovation Centre  (</strong></span><strong>KKIC) จังหวัดขอนแก่น</strong> และบริเวณโดยรอบ อาทิ ย่านศรีจันทร์, เทศบาลเมืองนครขอนแก่น และถนนไก่ย่าง โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 62,500 ตารางเมตร แสดงถึงศักยภาพแห่งนวัตกรรมและความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของภาคอีสาน เพื่อยกระดับให้ทุกมิติให้เติบโต พร้อมผลักดันโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาในภูมิภาค ‘อีสาน’ และในฐานะศูนย์กลางภูมิศาสตร์กลุ่ม CLMVT ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับเทคโนโลยีทางการเกษตรและอาหาร ตลอดจนการท่องเที่ยวและเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16014 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/ISAN-CHEF3.jpg" alt="" width="1200" height="797" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/isan-bcg-expo-2022-khon-kaen-innovation-centre/">Isan BCG Expo 2022 ​มหกรรม ขับเคลื่อน ‘อีสาน’ ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ด้วย &#8216;นวัตกรรมความยั่งยืน&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
