<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการต้นกล้าชุมชน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Dec 2018 14:24:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.10</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โครงการต้นกล้าชุมชน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ต้นกล้าหญิง” พฤติพร จินา ผู้ขับเคลื่อนงานสังคม ควบคู่กับการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/12/scgfoundation/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2018 03:00:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<category><![CDATA[scg foundation]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[SE]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Social Enterprise]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติพร จินา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการต้นกล้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4928</guid>

					<description><![CDATA[<p>เพราะแนวคิด “ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)” เป็นสิ่งที่ตอกย้ำ และทำให้ “ต้นกล้าหญิงพฤติพร จินา” ต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิเอสซีจี ยึดมั่นและใช้แนวทางดังกล่าวในการขับเคลื่อนงานสังคมไปพร้อมๆ กับการดำเนินธุรกิจ &#160; การทำงานครั้งแรก เปิดมุมมองธุรกิจเพื่อสังคม “ต้นกล้าหญิง” เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมเกิดที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพราะคุณพ่อไปรับราชการอยู่ที่นั่น จนอายุได้ราว 10 ขวบ จึงย้ายมาอยู่ที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน ซึ่งเป็นบ้านเดิมของคุณแม่ พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้โควต้านักกีฬา เข้าศึกษาต่อในระดับปริญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์บริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิรน์ จ.เขียงใหม่ &#160; หลังจากที่เรียนจบ ได้เข้าทำงานกับบริษัทออแกไนซ์เซอร์แห่งหนึ่ง ในตอนนั้นคำว่า “ธุรกิจเพื่อสังคม” หรือ “กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)” ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก  แต่ด้วยพันธกิจขององค์กรนี้มุ่งเน้นให้คำปรึกษาด้านธุรกิจที่มีมิติของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้ตัวเองรู้สึกว่าแนวคิดดังกล่าว เป็นการเปิดโลกเปิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคมตั้งแต่นั้นมา &#160; “การทำงานในตอนนั้นมีความสุขมาก แต่วันหนึ่งเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่าถ้าเราไม่มีเงินเราจะอยู่ได้ไหม เพราะบริบทชุมชนที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก พืชผักสวนครัวต่างๆ ไม่ต้องซื้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scgfoundation/">“ต้นกล้าหญิง” พฤติพร จินา ผู้ขับเคลื่อนงานสังคม ควบคู่กับการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">เพราะแนวคิด “ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business)” เป็นสิ่งที่ตอกย้ำ และทำให้ “ต้นกล้าหญิงพฤติพร จินา” ต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิเอสซีจี ยึดมั่นและใช้แนวทางดังกล่าวในการขับเคลื่อนงานสังคมไปพร้อมๆ กับการดำเนินธุรกิจ</span></h4>
<p><span id="more-4928"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>การทำงานครั้งแรก เปิดมุมมองธุรกิจเพื่อสังคม</strong></span></p>
<p><strong>“ต้นกล้าหญิง”</strong> เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า พื้นเพเดิมเกิดที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพราะคุณพ่อไปรับราชการอยู่ที่นั่น จนอายุได้ราว 10 ขวบ จึงย้ายมาอยู่ที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน ซึ่งเป็นบ้านเดิมของคุณแม่ พอเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้โควต้านักกีฬา เข้าศึกษาต่อในระดับปริญาตรีสาขาคอมพิวเตอร์บริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทิรน์ จ.เขียงใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากที่เรียนจบ ได้เข้าทำงานกับบริษัทออแกไนซ์เซอร์แห่งหนึ่ง ในตอนนั้นคำว่า <strong>“ธุรกิจเพื่อสังคม”</strong> หรือ<strong> “กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)”</strong> ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก  แต่ด้วยพันธกิจขององค์กรนี้มุ่งเน้นให้คำปรึกษาด้านธุรกิจที่มีมิติของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้ตัวเองรู้สึกว่าแนวคิดดังกล่าว เป็นการเปิดโลกเปิดมุมมองเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสังคมตั้งแต่นั้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การทำงานในตอนนั้นมีความสุขมาก แต่วันหนึ่งเกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่าถ้าเราไม่มีเงินเราจะอยู่ได้ไหม เพราะบริบทชุมชนที่เคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก พืชผักสวนครัวต่างๆ ไม่ต้องซื้อ หาได้ในชุมชน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในสังคมที่มีความเป็นเมืองจำเป็นจะต้องซื้อทุกอย่างเพื่อให้ดำรงชีวิตต่อไปได้ ตอนนั้นยอมรับว่าตัวเองคิดเรื่องเหล่านี้หนักมาก จนกระทั่งตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อหาคำตอบ และทดลองกับคำถามที่ตัวเองตั้งขึ้น ตรงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชีวิต”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ลาออกจากงาน เริ่มหาค้นหาคำตอบ</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากที่ลาออกมาอยู่บ้าน<strong> “ต้นกล้าหญิง”</strong> บอกว่า อยู่ได้แค่เดือนเดียวเท่านั้น เพราะเงินหมด ทำให้ต้องกลับไปทำงานอีกครั้ง โดยไปเป็นเจ้าหน้าที่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ทำงานเกี่ยวข้องกับธุรกิจและวิสาหกิจเพื่อสังคม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เมื่อทำงานอยู่ได้ระยะหนึ่ง รู้สึกว่างานที่ทำอยู่ยังไม่ได้ตอกย้ำความเป็นตัวตนมากเท่าไหร่ จึงตัดสินใจลาออกมาเรียนต่อในหลักสูตรบัณฑิตอาสาสมัคร (บอ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทำให้มิติของสังคม และการพัฒนาชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งด้วยความสนใจในประเด็นเหล่านี้ จึงได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปเรียนรู้เกี่ยวกับ <strong>“วนเกษตร”</strong> ของ<strong> “ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“ตลอดระยะเวลากว่า 7 เดือนของการเรียนรู้เกี่ยวกับวนเกษตร ทำให้ค้นพบคำตอบที่ตัวเองพยายามค้นหา และทดลองทำมาตลอด โดยเฉพาะสิ่งที่ชาวบ้านยังทำอยู่เป็นวิถีชีวิต ทั้งการพึ่งตัวเอง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก และต้องมีการอนุรักษ์ การรักษา จึงมองว่าในชีวิตไม่ใช่แค่การมีเงินเท่านั้น แต่การมีอยู่มีกินก็สำคัญ ตรงนี้ถือเป็นการเปิดกรอบความคิดของตัวเอง ทั้งยังเป็นจุดหมายใหม่ของชีวิต”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>ค้นพบคำตอบ สู่การทดลองด้วยตัวเอง</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากนั้นจึงกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ <strong>“ต้นกล้าหญิง”</strong> กลับมาทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกทุกอย่างกิน กินทุกอย่างที่ปลูก แต่แล้วอยู่ได้ราว 6 เดือน เพราะต้นไม้ตายหมด เงินทุนที่มีอยู่ก็เริ่มหมดไปตอนนั้นเราจึงลองถอดบทเรียนจากสิ่งที่ทำ ทำให้รู้ว่าตัวเองมีแต่องค์ความรู้ แต่ไม่ทักษะด้านการเกษตรเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“หญิงตัดสินใจกลับไปทำงานอีกครั้งหนึ่ง และการกลับไปครั้งนี้ถือว่ามีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น คือ ต้องเป็นงานที่เพิ่มความรู้และทักษะที่ตัวเองต้องการนั่นคือ การเกษตร โดยในตอนนั้นถือว่าโชคดีมาก เพราะได้ทำงานที่ Green Net และถูกส่งไปอยู่ที่ จ.ยโสธร ซึ่งเป็นศูนย์เกษตรอินทรีย์ที่เราได้เรียนรู้ ทดลอง ลองผิดลองถูกหลายๆ อย่าง จน 3 ปี ผ่านไป หญิงจึงขอลาออกเพื่อกลับมาอยู่บ้าน มาทำการเกษตรของตัวเอง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การกลับบ้านรอบนี้ถือว่าตัวเองอยู่ได้นานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะนอกจากองค์ความรู้ ทักษะที่มีติดตัวกลับมาแล้ว สิ่งสำคัญคือ การมีเครือข่าย ทั้ง มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่มีหลักสูตรเอาคนรุ่นใหม่กลับบ้าน ภายใต้โจทย์ที่ต้องทำเกษตรให้สามารถอยู่รอดได้ ทั้งยังมีแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคมอยู่ด้วย ถือว่าตรงกับความชอบของตัวเองตั้งแต่การทำงานครั้งแรก เพราะตัวเองเชื่อว่าธุรกิจเพื่อสังคมและกิจการเพื่อสังคมจะตอบโจทย์ทุกอย่างได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4930" aria-describedby="caption-attachment-4930" style="width: 608px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-4930" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-1.jpg" alt="" width="608" height="439" /><figcaption id="caption-attachment-4930" class="wp-caption-text">ร่วมทำงานกับทุกเครือข่ายเพื่อเป้าหมายเรื่อง SE</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“เมื่อกลับมาเรียนรู้ชุมชนด้วยตัวเอง ด้วยประสบการณ์ที่ตัวเองมีคือ การให้คำปรึกษา คำแนะด้านธุรกิจ โดยเฉพาะในการทำงานครั้งแรก ทำให้เมื่อเจอผลิตภัณฑ์ชุมชนรู้ว่าจะต้องต่อยอดอย่างไร อย่างในลุ่มน้ำทามีสินค้าเป็นจำนวนมาก เพียงแค่ไม่ได้เชื่อมโยงกัน เพราะต่างคนต่างทำ แม้ว่าคนรุ่นใหม่จะกลับมาอยู่บ้านเป็นจำนวนมาก แต่ก็แอบทำของใครของมัน”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>จากประสบการณ์ สู่การเชื่อมโยงคนในชุมชน</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนั้น <strong>“ต้นกล้าหญิง”</strong> มองว่า ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์ และเครือข่ายคนรุ่นใหม่เกิดการเชื่อมโยงกัน จึงออกไปเยี่ยมเพื่อนๆ พี่ๆ ที่กลับมาอยู่บ้าน ว่าทำอะไรกันอยู่ จนวันหนึ่งจะมีโรงไฟฟ้าขยะเข้ามาตั้งในพื้นที่ชุมชน ทุกคนทุกฝ่ายเริ่มมีความกังวลเกิดขึ้น จึงทำให้เกิดการรวมตัวกันของเครือข่าย ที่มีทั้งคนรุ่นใหม่ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ในการร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ ด้วยการเอาข้อมูลที่มีอยู่มาเชื่อมโยงกัน อธิบายสร้างความเข้าใจผ่านกิจกรรมและเวทีต่างๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่การขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้ ชาวบ้านกลับไม่มีส่วนร่วมเท่าที่ควร ฉะนั้นสิ่งที่คิดกันขึ้นมาในตอนนั้นคือ การแห่ช้างเผือกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเหตุผลที่เราทำเรื่องนี้คือ เอาเย็นดับร้อน อย่างเมื่อมีเรื่องร้อน เช่นการที่จะมีโรงไฟฟ้าขยะเข้ามาในพื้นที่ แต่ทุกคนไม่มีส่วนร่วม ดังนั้นเราต้องทำงานเย็นควบคู่กันไป ผ่านกระบวนการสร้างมีส่วนร่วมในชุมชน ทำให้ทุกคนรู้สึกความเป็นเจ้าของร่วมกัน และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นต้องร่วมกันแก้ไข”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“การทำงานแบบเอาเย็นดับร้อน หรือร้อนก็ทำ เย็นก็ทำ ถือเป็นการทำให้คนในชุมชนเห็นปัญหา และร่วมกันหาทางออก ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดี ในขณะเดียวกันยังเชื่อมโยงบริบทชุมชน พื้นที่ ที่ร่วมกันสะท้อนความต้องการ ตระหนักถึงปัญหา และร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้อยู่ดี กินดี พึ่งตัวเองได้ ถือเป็นเป้าหมายและยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญที่ทำให้คนในพื้นที่ลุกขึ้นร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองอย่างมีส่วนร่วม”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>จากการทำงานชุมชุมเล็กๆ สู่การเป็นต้นกล้าชุมชน มูลนิธิเอสซีจี</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าถามว่ารู้จักโครงการต้นกล้าชุมชน มูลนิธิเอสซีจีได้อย่างไรนั้น<strong> “ต้นกล้าหญิง”</strong>บอกว่า รู้จักผ่านพี่ๆ เครือข่ายที่ทำงานด้านอาสามัคร เพราะพี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานร่วมกันจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันอยู่ตลอดเวลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“สิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจที่สมัครโครงการต้นกล้าชุมชน เพราะแนวคิดตรงกัน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนเบี้ยยังชีพให้แก่คนทำงาน ทำให้ตัวเขาเองรู้ว่าในการทำงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชนมีความมั่นคงตลอดระยะเวลา 3 ปี”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" class=" wp-image-4931 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-2.jpg" alt="" width="672" height="325" /></p>
<figure id="attachment_4932" aria-describedby="caption-attachment-4932" style="width: 676px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-4932" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-3.jpg" alt="" width="676" height="338" /><figcaption id="caption-attachment-4932" class="wp-caption-text">ต้นกล้า หญิงให้องค์ความรู้พันธุกรรมท้องถิ่น ผ่านเมนูอาหารกับเด็กในพื้นที่</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“ต้นกล้าหญิง”</strong> ส่ง <strong>“โครงการสืบสานและอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่น ผ่านเมนูอาหารในลุ่มน้ำแม่ทา จ.ลำพูน”</strong> ที่มุ่งเน้นการสืบสานและอนุรักษ์พันธุกรรมท้องถิ่นผ่านเมนูอาหาร ผ่านการรวบรวมข้อมูลเป็นองค์ความรู้ และขยายผลต่อไปถึงการให้ชุมชนพึ่งตนเองด้านอาหาร มีอาหารที่ปลอดภัยบริโภค เช่น รวบรวมเมนูพื้นบ้านและเมนูอาหารที่เหมาะสมกับฤดูกาล ถ่ายทอดสู่เด็กๆ และสื่อสารต่อผู้บริโภค ซึ่งมี <strong>“วิเศษ สุจินพรัหม”</strong> ผู้ประสานองค์กร โครงการปฏิรูปการเกษตรและพัฒนาชนบทเป็นพี่เลี้ยง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4934" aria-describedby="caption-attachment-4934" style="width: 602px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4934" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-4.jpg" alt="" width="602" height="427" /><figcaption id="caption-attachment-4934" class="wp-caption-text">พี่วิเศษ พี่เลี้ยงต้นล้าหญิง</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“ภายใต้โครงการต้นกล้าชุมชนทำให้หญิงได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย ทั้งมิติธุรกิจ มิติทางด้านสังคม โดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ใส่ใจหรือให้ความสำคัญกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่หญิงสนใจตั้งแต่แรกแล้ว รวมถึงเรื่องของการตลาด การสร้างแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญยังทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเฉพาะเครือข่ายนักพัฒนาด้วยกัน”</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4935 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-5.jpg" alt="" width="645" height="363" /></p>
<figure id="attachment_4936" aria-describedby="caption-attachment-4936" style="width: 646px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4936" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Y-6.jpg" alt="" width="646" height="469" /><figcaption id="caption-attachment-4936" class="wp-caption-text">ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชุมชน จากการออกบูธ ใสถานที่ต่างๆ เป็นรายได้ของวิสาหกิจชุมชน “รักพูน พูน SE</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ไม่เพียงเท่านี้ยังทำให้เราเห็นว่าเรื่องการพัฒนาและงานด้านธุรกิจเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันได้ และต้องมีการส่งต่อองค์ความรู้ที่มีคืนกลับไปสู่ชุมชน เครือข่ายต่างๆ หรืออย่างการไปดูงานที่ญี่ปุ่นทำให้เรารู้ว่าที่มาที่ไปว่า กว่าเขาจะสำเร็จได้นั้น เกิดจากความร่วมมือ ซึ่งเขาเริ่มต้นจากปัญหา ที่ร่วมกันลงมือแก้ไขด้วยตัวเองก่อน และค่อยๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างการมีส่วนร่วม สร้างเครือข่าย ขยายความร่วมมือ จนประสบความสำเร็จมาอย่างทุกวันนี้”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การที่จะเป็นต้นกล้าชุมชนได้นั้น<strong> “ต้นกล้าหญิง”</strong> บอกว่า สิ่งที่สำคัญคือ</p>
<p><strong>1.“ความตั้งใจ”</strong> ตั้งใจที่จะกลับมาอยู่บ้าน ต้องมาเรียนรู้วิถีชีวิต บริบทชุมชน<br />
<strong>2.“ต้องเห็นปัญหาในชุมชน”</strong> ที่อยากมีส่วนร่วม อยากขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น หรืออาจจะเรียกว่า “การเอาธุระกับสังคม”<br />
<strong>3.“การอุทิศที่จะทำ”</strong> ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย โดยต้องทำให้เป็นเป้าหมายชีวิต และเป้าหมายที่จะทำให้กลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างชัดเจน<br />
<strong>4.“พร้อมที่จะเรียนรู้”</strong> และเปิดรับกับสิ่งต่างๆ ในสังคม<br />
<strong>5.“มององค์ประกอบในการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน” </strong>โดยเฉพาะกลุ่มอื่นๆ เครือข่ายอื่นๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>ปัจจุบันเครือข่ายนิเวศน์ลุ่มน้ำแม่ทา ได้มีการต่อยอดและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน “วิสาหกิจแม่ทา SE” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานตลอดทั้งห่วงโซ่ ทั้งกลุ่มผู้ส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ โดยมีศูนย์ประสานงานเครือข่ายนิเวศน์ลุ่มน้ำแม่ทาเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนกระบวนการ เพื่อให้องค์ประกอบต่างๆ เกิดการเชื่อมโยงร้อยเรียง ทั้งการรวบรวมองค์ความรู้ และการขับเคลื่อนงานต่างๆ ให้เกิดขึ้น พร้อมกับการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน โดยในตอนนี้ได้ริเริ่มทำร้านแม่ทา SE เพื่อรวบรวมและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ อาหารต่างๆ จากสมาชิกในเครือข่าย ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>ขณะเดียวกันได้มีการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ของเครือข่าย เพื่อให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น มีฉลากระบุคุณลักษณะของสินค้าให้มีมาตรฐานขึ้น ทั้งยังขยายกลุ่มสมาชิกเครือข่ายผู้ผลิต ไปยังอาสาสมัครในชุมชนกลุ่มเป้าหมาย เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้มีความแข็งแรง</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>อย่างไรก็ตาม ในการทำงานของศูนย์ประสานงานเครือข่ายนิเวศน์ลุ่มน้ำแม่ทา และวิสาหกิจแม่ทา SE จะดำเนินงานควบคู่กันไป โดยมุ่งเน้นความเกื้อกูลกัน ด้วยการแบ่งกำไรที่ได้จากการดำเนินธุรกิจไปขับเคลื่อนงานกระบวนการในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดธุรกิจเพื่อสังคม อันเป็นเป้าหมายของ “ต้นกล้าหญิง” ในการขับเคลื่อนชุมชน ท้องถิ่น ให้มีความเข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไป</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>มูลนิธิเอสซีจี ร่วมสร้างนักพัฒนา ก้าวที่กล้าเพื่อชุมชน&#8230;</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scgfoundation/">“ต้นกล้าหญิง” พฤติพร จินา ผู้ขับเคลื่อนงานสังคม ควบคู่กับการทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Dec 2018 02:00:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[มโนราห์]]></category>
		<category><![CDATA[วัฒนธรรมท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เหมือนฝัน คงช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการต้นกล้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4889</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง และจากการทำงานร่วมกันกับภาคประชาสังคมได้พบว่า ในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มโนราห์เป็นประเด็นสำคัญที่จะสามารถเชื่อมคนเข้าด้วยกัน โดยการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ เพื่อจะรักษา เรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง &#160; เหมือนฝัน คงช่วย ต้นกล้าชุมชนรุ่น 3 มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าทำงานรักษาศิลปะวัฒนท้องถิ่นมโนราห์ พร้อมเชื่อมต่อให้ถึงเด็กๆ และเยาวชนในพื้นที่ ที่จะร่วมรักษาต่อไป &#160; เลือกเส้นทางเอง ก้าวสู่งานชุมชนในวัยเรียน “จุดเปลี่ยนชีวิต” ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย จากเด็กเรียนเก่งแทบจะได้ที่ 1 ทุกครั้งตั้งแต่ป.1-ป.6 และเป็นคนจะไม่สุงสิงกับใครเพราะให้ความสำคัญการเรียน และการแข่งขันทางการเรียนมากกว่าเรื่องอื่นๆ แต่แล้ววันหนึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเอง &#160; “เมื่อสอบเข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรียนทำไม ? แข่งกันไปเพื่ออะไร ซึ่งเป็นจังหวะที่เจอกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยครูอู๊ด นิวัตร โฮ้เต้กิ้ม ทำกิจกรรมในโรงเรียน เลยเกิดความคิดว่า ชีวิตไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน  แต่มีกิจกรรมข้างนอกที่เราไปเรียนรู้ได้ก็ไปกับครูอู๊ด   และเมื่อไปเจอบรรยากาศข้างนอกและได้ช่วยกิจกรรมกับกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ เอก็ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำแล้วมีความสุข แล้วเรายิ้มได้เมื่อเราทำงานชาวบ้านตั้งแต่ม.1” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/">ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง และจากการทำงานร่วมกันกับภาคประชาสังคมได้พบว่า ในพื้นที่สุราษฎร์ธานี มโนราห์เป็นประเด็นสำคัญที่จะสามารถเชื่อมคนเข้าด้วยกัน โดยการเคลื่อนไหวของกลุ่มเด็กและเยาวชน ในพื้นที่ เพื่อจะรักษา เรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง</span></h4>
<p><span id="more-4889"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เหมือนฝัน คงช่วย</strong> ต้นกล้าชุมชนรุ่น 3 มูลนิธิเอสซีจี ยังคงเดินหน้าทำงานรักษาศิลปะวัฒนท้องถิ่นมโนราห์ พร้อมเชื่อมต่อให้ถึงเด็กๆ และเยาวชนในพื้นที่ ที่จะร่วมรักษาต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>เลือกเส้นทางเอง ก้าวสู่งานชุมชนในวัยเรียน</strong> </span></p>
<p><strong>“จุดเปลี่ยนชีวิต”</strong> ของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ที่ไม่เหมือนกัน <strong>ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย</strong> จากเด็กเรียนเก่งแทบจะได้ที่ 1 ทุกครั้ง<strong>ตั้งแต่ป.1-ป.6 และเป็นคนจะไม่สุงสิงกับใครเพราะให้ความสำคัญการเรียน และการแข่งขันทางการเรียนมากกว่าเรื่องอื่นๆ</strong> แต่แล้ววันหนึ่งก็ตั้งคำถามกับตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“เมื่อสอบเข้าเรียนม.1ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรียนทำไม ? แข่งกันไปเพื่ออะไร <strong>ซึ่งเป็นจังหวะที่เจอกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำโดยครูอู๊ด นิวัตร โฮ้เต้กิ้ม ทำกิจกรรมในโรงเรียน เลยเกิดความคิดว่า ชีวิตไม่ได้มีอยู่ในเฉพาะโรงเรียน  แต่มีกิจกรรมข้างนอกที่เราไปเรียนรู้ได้ก็ไปกับครูอู๊ด   และเมื่อไปเจอบรรยากาศข้างนอกและได้ช่วยกิจกรรมกับกลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ เอก็ได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำแล้วมีความสุข แล้วเรายิ้มได้เมื่อเราทำงานชาวบ้านตั้งแต่ม.1”</strong></em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่โรงเรียนบ้านนาใหญ่ จังหวัดสุราฎร์ธานี ในวันที่เออายุประมาณ 10-11ปี วิถีส่วนตัวก็เปลี่ยนไป ทุกอย่างเริ่มใหม่จากที่นี่ โดยเฉพาะเมื่อได้ทำงานแยกขยะตอนเรียนม.1 จากนั้นก็เริ่มเดินหน้าโครงการต่างๆ ด้วยตัวเองในฐานะ “สมาชิก” กลุ่มโดยมี “ภัสรา รู้พันธ์” หรือ “พี่เอี้ยง” เป็น “พี่เลี้ยง” ที่แนะนำกระบวนการทำงานวิจัยต่างๆ ว่าจะต้องประกอบด้วย การเรียงขั้นตอน การจดบันทึก การนำเสนอ จนกระทั่งขึ้นเป็น<strong> “แกนนำ”</strong> กลุ่มเพื่อนๆ เมื่อเรียน ม.2 เอได้ชักชวนเพื่อนๆ ชักชวนน้องๆ ชักคนอื่นๆ ทำกิจกรรมเพื่อสังคม จนกระทั่งเรียนจบม.3 การเรียนในระบบของเอเป็นอันยุติ !</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“การยุติการเรียนในระบบเมื่อเรียนจบม.3 เป็นการตอบคำถามตัวเองว่า ชีวิตเราจะไม่เป็นแบบคนอื่น เราจะสร้างเส้นทางชีวิตของเราเอง ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม เราต้องรับผิดชอบกับมันให้ได้ ซึ่งในเรื่องนี้แม่เคารพการตัดสินใจของเอ โดยจะเล่าทุกเรื่องในการทำกิจกรรมให้แม่ฟังตลอด เวลาเจอใคร มีปัญหาอะไร ดีใจ เสียใจอะไรก็ตามจะเล่าให้แม่ฟังทั้งหมด และให้แม่รู้จักกลุ่มที่เราทำงานว่าเป็นใคร และกำลังทำอะไรกัน ซึ่งรายได้มาจากค่าอาสาสมัคร จากเงิน 500 บาทที่เป็นค่ากิจกรรม ก็เป็นเงินเดือนเดือนละ 2,000 บาท เอก็เอาให้แม่ เพราะเวลาทำงานพี่เลี้ยงก็ช่วยดูแล”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4890" aria-describedby="caption-attachment-4890" style="width: 709px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4890" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-1-4.jpg" alt="" width="709" height="264" /><figcaption id="caption-attachment-4890" class="wp-caption-text">การมีพื้นฐานทำงานอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง ช่วยทำให้เอมีประสบการณ์การทำงานชุมชน)</figcaption></figure>
<p>แม้ว่าจะออกมาทำงานอาสาสมัครเต็มตัว แต่เอก็ยังเลือกการเรียนในรูปแบบ การศึกษาทางเลือก ซึ่งเป็นการศึกษาบนฐานชุมชน ใช้ชุมชนเป็นหลักในการเรียน เรียนรู้วิชาสามัญ เรียนรู้การประกอบอาชีพ เรียนรู้การสื่อสาร โดยเอจะเป็นคนเลือกเรียนเองว่าจะเลือกเรียนอะไร จะทำอะไร เมื่อมีปัญหาก็จะไปหาพี่เลี้ยงทันที เพื่อจะได้รู้ว่า จะหาใครมาแนะนำได้หรือไม่ ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันกับชุมชน จนกระทั่งมาถึงการเรียนรู้เรื่องมโนราห์ที่เวียงสระ รวมถึงคีรีรัฐและไทยดำ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เอได้เริ่มรู้จักมูลนิธิเอสซีจี และมีความใกล้ชิดมากขึ้นจาการพูดคุยกับพี่เอี้ยง รวมถึงเมื่อเพื่อนๆ ผู้นำชุมชนที่ทำงานด้วยกัน ได้รับเลือกเป็นต้นกล้าชุมชนรุ่น 1 เอจึงมีความตั้งใจที่จะสมัครเป็นต้นกล้าชุมชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“เอสมัครโครงการต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 1 ของมูลนิธิเอสซีจี ยังไม่ได้รับเลือกแต่ก็ไม่ละความพยายาม จนกระทั่งมาถึงรุ่นที่ 3 ตอนสัมภาษณ์เรามั่นใจสิ่งที่ทำและเราเรียนรู้มโนราห์ ทำงานกับชุมชน ซึ่งดีใจมากที่ได้โอกาสผ่านเข้ามาในโครงการ”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993300;"><strong>มโนราห์ ร้อยวิถี วัฒนธรรมเดิมและใหม่อย่างมีคุณค่า</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“การที่ได้รับเลือกเป็นต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิเอสซีจี ช่วยในการสร้างคุณค่าวัฒนธรรมท้องถิ่นมโนราห์มาส่งต่อยังคนรุ่นใหม่ โดยมีการรักษาวัฒนธรรม เช่นเรื่องเครื่องแต่งกายที่มีรายละเอียดเสมือนงานศิลปะมากมายที่เอมองว่า จะนำไปใช้กับสินค้าเครื่องประดับให้คนซื้อนำไปใช้ได้จริง เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับผู้เกี่ยวข้องกับการแสดงมโนราห์ เพราะปกติจะมีรายได้ในช่วงการแสดงเพียง 6 เดือน หลังจากไม่มีการแสดงก็จะไม่มีรายได้”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4891" aria-describedby="caption-attachment-4891" style="width: 607px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4891" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-2-4.jpg" alt="" width="607" height="455" /><figcaption id="caption-attachment-4891" class="wp-caption-text">มโนราห์ คืองานเป้าหมายที่เอนำชุมชนในท้องถิ่นรักษาไว้</figcaption></figure>
<p>ศิลปะต่างๆ บนเครื่องแต่งกายของมโนราห์นั้น ได้เห็นในยุคหลัง เพราะยุคแรกๆ หากเป็นชายรำจะไม่ใส่เสื้อ จะมีเฉพาะหน้าผ้า หางหงส์ ส่วนลูกปัดต่างๆ ที่มาพร้อมลวดลาย มาเริ่มต้นในยุครัชกาลที่ 6 ที่ผู้หญิงเริ่มรำมากขึ้น อีกทั้งเสมือนการแข่งขันลวดลายว่าผ้าใครลายสวยกว่า ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการประกวดของคณะมโนราห์ทั้งศาสตร์ และศิลป์ การร้องรำ ว่าบทกลอน เครื่องแต่งกาย ส่งผลให้แต่ละคณะพัฒนาเครื่องแต่งกาย เปลี่ยนสีสัน เปลี่ยนสไตล์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4892 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-3-5.jpg" alt="" width="624" height="448" /></p>
<figure id="attachment_4893" aria-describedby="caption-attachment-4893" style="width: 767px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4893" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/Untitled-2.jpg" alt="" width="767" height="416" /><figcaption id="caption-attachment-4893" class="wp-caption-text">เอกลักษณ์งานศิลปะบนเครื่องแต่งกายมโนราห์ ถูกนำมาประยุกต์ ดีไซน์ให้ร่วมสมัย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>เพราะฉะนั้น สิ่งที่เอตั้งใจสืบสาน ต่อยอด สร้างคุณค่าให้คนยุคปัจจบันนำจุดเด่นต่างๆ ของวัฒนธรรมมโนราห์นำไปใช้ได้จริง ล้วนเป็นความท้าทายในการเป็นต้นกล้าชุมชนของเอมาก</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การที่มูลนิธิฯมีนโยบายให้เบี้ยเลี้ยงยังชีพกับต้นกล้า และสนับสนุนงบประมาณในการทำกิจกรรม ทำให้เอทำงานได้ง่ายขึ้น มีอิสะในการทำงาน ไม่ต้องพะวงในการหารายได้ เพื่อที่จะมาทำงานแบบก่อนหน้าที่จะมาเป็นต้นกล้าชุมชน ดังนั้นเมื่อเรามีทุนทางความคิด ความตั้งใจในการทำงานชุมชน มาบวกกับเงินทุนที่เป็นเบี้ยเลี้ยง และทุนกิจกรรม ทำให้เราทำอะไรได้เต็มที่ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวก”</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4894" aria-describedby="caption-attachment-4894" style="width: 680px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4894" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-4-2.jpg" alt="" width="680" height="244" /><figcaption id="caption-attachment-4894" class="wp-caption-text">ศิลปะ วัฒนธรรมมโนราห์ เป็นแกนหลักเชื่อมเด็กๆ เยาวชน ในท้องถิ่น ในการรักษาไม่ให้สูญหาย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอในวัย 25 ปี ย้ำว่า สิ่งที่ได้รับจากมูลนิธิเอสซีจี คือการช่วยตอบโจทย์ว่า ต้นกล้าชุมชน ทำงานกับชุมชนจริงๆ โดยได้เรียนรู้เรื่องของ<strong> “แบรนด์”</strong> รวมถึงการสร้างความแตกต่างผลิตภัณฑ์ดังเช่น <strong>Mr. Tadashi Uchida</strong> และทีมที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการขับเคลื่อนพัฒนา และยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน OVOP (One Village One Product) จากเมืองโออิตะ ประเทศญี่ปุ่นได้ให้แนวทางกับเอว่า จะต้องพยายามสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ เพราะกรณีศึกษาที่นำเรื่องวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างรายได้นั้น ตลาดทั่วไปมีเรื่องแบบนี้มาก เอต้องคิดให้ได้ว่าทำอย่างไร ? ที่จะให้นักท่องเที่ยวมาชุมชนเพื่อเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยงโยงกับวัฒนธรรมมโนราห์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class=" wp-image-4895 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-5.jpg" alt="" width="600" height="434" /></p>
<figure id="attachment_4896" aria-describedby="caption-attachment-4896" style="width: 699px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4896" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/12/P-6-1.jpg" alt="" width="699" height="333" /><figcaption id="caption-attachment-4896" class="wp-caption-text">ประสบการณ์จาก OVOP ประเทศญี่ปุ่น ถูกนำมาดีไซน์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบัน</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การได้เป็นต้นกล้าชุมชนของมูลนิธิฯ ตั้งปีที่แล้ว เป็นสิ่งที่เอมั่นใจว่า เราเป็นผู้นำพัฒนาชุมชนได้ เพราะมีผู้สนับสนุนอยู่ มีชุมชนต้องดูแล เพราะถ้าหากไม่มีสิ่งเหล่านี้เออาจจะยุติบทบาทเรื่องนี้ เพราะเป็นช่วงที่เราก็เคว้งไม่มีใครปรึกษา เนื่องจากแม่ของเอเสียชีวิตไปเมื่อปีที่ได้เลือกให้เป็นต้นกล้าชุมชน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอกล่าวเสริมว่า จากประสบการณ์ส่วนตัว การจะเป็นต้นกล้าชุมชน ควรจะจะต้องมีองค์ประกอบคือ</p>
<p><strong>1.มีความตั้งใจจริงต่อความต้องการในการทำงานกับชุมชนนั้นๆ</strong><br />
<strong>2.มีทักษะการทำงานชุมชน และการเข้ากับคน</strong><br />
<strong>3.มีการเรียนรู้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุด</strong><br />
<strong>4.มีการเชื่อมโยงตัวเอง ระหว่างยุคสมัยใหม่กับความเป็นชุมชนเก่า</strong><br />
<strong>5.มีการกำหนดเป้าหมายงานสายพัฒนาชุมชนชัดเจน</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“คงไม่ไปทำอาชีพอื่น ไปทำงานยิ่งไม่ได้ เพราะรู้ว่าเส้นทางสายนักพัฒนาคืออาชีพของเอ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เอต้องไปหาคำตอบ และคำถามอีกมากมาย ซึ่งศักยภาพเราแค่นี้ไม่พอ ต้องเพิ่มและพัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อนำสิ่งที่เรียนรู้ไปพัฒนาคนอื่น ขณะเดียวกันตัวเองก็เปลี่ยนแปลง เอเชื่อว่า เมื่อคนอื่นเห็นเราเปลี่ยนแปลง เขาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน” <strong>เหมือนฝัน คงช่วย</strong> หรือ<strong> เอ</strong> กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/12/scg-foundation-manora/">ต้นกล้าเอ เหมือนฝัน คงช่วย เดินหน้ารักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น “มโนราห์” ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้นกล้าเขียว สุริยา ดวงศรี  :ผู้สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนหนองอียอ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2018/11/scg-foundation-tonkla/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Panee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Nov 2018 12:17:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[SDThailand]]></category>
		<category><![CDATA[Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Success]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดสุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นกล้าเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[สุริยา ดวงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[หนอวอียอ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการต้นกล้าชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=4724</guid>

					<description><![CDATA[<p>มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมทำงาน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับภาคประชาสังคมร่วมกับผู้นำชุมชนมาโดยตลอด และที่ผ่านมาพบว่า การพัฒนาชุมชนขับเคลื่อนไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้เอง มูลนิธิเอสซีจีจึงได้เริ่ม “โครงการต้นกล้าชุมชน” ขึ้นในปี 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต และหยั่งรากลึกบนผืนดินท้องถิ่นของตนเอง โดยมีพี่เลี้ยงนักพัฒนาที่มากประสบการณ์ในพื้นที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทางการทำงานชุมชนอย่างใกล้ชิดทั้งภาคสนามและภาคทฤษฎี &#160; สิ่งที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนนั้น อาจจะมีหลากหลายแนวทางเป็นองค์ประกอบ และหนึ่งในนั้น คือ “การศึกษา” เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคน ทั้งทางด้านความคิด และจิตใจให้มีความพร้อมสมบูรณ์เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงาน และการดำรงชีวิตในอนาคต เป็นสิ่งที่ “ต้นกล้าเขียว-สุริยา ดวงศรี” ต้นกล้าชุมชนรุ่นที่ 2 ของมูลนิธิเอสซีจี ได้ตระหนักดีในเรื่องเหล่านี้ดีตั้งแต่ในวัยเด็ก หรือแม้กระทั่งเขากลับมาอยู่บ้าน ก็ได้ทำงานพัฒนาชุมชนด้วยการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาร่วมกับเด็กๆ และคนในท้องถิ่น &#160; **จากครอบครัวยากจน สู่การดิ้นรนเพื่อเรียนต่อ** เพราะในช่วงชีวิตที่ผ่านมาในวัยเด็กของเขาต่างต้องดิ้นรน ทำงานหาเงิน เพื่อส่งตัวเองเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือจนกระทั่งเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพ เขาก็ยังทำงานซ่อมจักรเย็บผ้ากับพี่ชาย ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง โดย “ต้นกล้าเขียว” เล่าให้ฟังว่า เป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เมื่ออายุได้ 4 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/11/scg-foundation-tonkla/">ต้นกล้าเขียว สุริยา ดวงศรี  :ผู้สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนหนองอียอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4><span style="color: #993366;">มูลนิธิเอสซีจี ขับเคลื่อนการทำงานโดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คน” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมทำงาน แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับภาคประชาสังคมร่วมกับผู้นำชุมชนมาโดยตลอด และที่ผ่านมาพบว่า การพัฒนาชุมชนขับเคลื่อนไปด้วยความลำบาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้เอง มูลนิธิเอสซีจีจึงได้เริ่ม “โครงการต้นกล้าชุมชน” ขึ้นในปี 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโต และหยั่งรากลึกบนผืนดินท้องถิ่นของตนเอง โดยมีพี่เลี้ยงนักพัฒนาที่มากประสบการณ์ในพื้นที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทางการทำงานชุมชนอย่างใกล้ชิดทั้งภาคสนามและภาคทฤษฎี</span></h4>
<p><span id="more-4724"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนนั้น อาจจะมีหลากหลายแนวทางเป็นองค์ประกอบ และหนึ่งในนั้น คือ<strong> “การศึกษา”</strong> เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคน ทั้งทางด้านความคิด และจิตใจให้มีความพร้อมสมบูรณ์เพื่อนำไปต่อยอดในการทำงาน และการดำรงชีวิตในอนาคต เป็นสิ่งที่<strong> “ต้นกล้าเขียว-สุริยา ดวงศรี”</strong> ต้นกล้าชุมชนรุ่นที่ 2 ของมูลนิธิเอสซีจี ได้ตระหนักดีในเรื่องเหล่านี้ดีตั้งแต่ในวัยเด็ก หรือแม้กระทั่งเขากลับมาอยู่บ้าน ก็ได้ทำงานพัฒนาชุมชนด้วยการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาร่วมกับเด็กๆ และคนในท้องถิ่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>**จากครอบครัวยากจน สู่การดิ้นรนเพื่อเรียนต่อ**</strong></span></p>
<p>เพราะในช่วงชีวิตที่ผ่านมาในวัยเด็กของเขาต่างต้องดิ้นรน ทำงานหาเงิน เพื่อส่งตัวเองเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือจนกระทั่งเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่กรุงเทพ เขาก็ยังทำงานซ่อมจักรเย็บผ้ากับพี่ชาย ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง โดย <strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> เล่าให้ฟังว่า เป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เมื่ออายุได้ 4 เดือนพ่อก็มาเสียชีวิต ทำให้ชีวิตในวัยเด็กตั้งแต่จำความได้ ต้องช่วยเหลือแม่ ด้วยการเก็บผักขาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยฐานะของครอบครัวจึงไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อได้ แต่ด้วยความใฝ่รู้ ใฝ่เรียน อยากเรียนต่อในระดับสูง พี่เขยเห็นถึงความตั้งใจจึงส่งผมเรียนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3และด้วยความที่ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เริ่มมีกำลังในการทำงานมากขึ้น เลยคิดว่าจะส่งตัวเรียน โดยการรับจ้างดำนา ทำการเกษตร ซึ่งตอนนั้นถือว่าได้เงินเยอะมาก จนในที่สุดก็จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และช่วงนั้นถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อชีวิตที่สำคัญ”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความที่ <strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> ต้องการเรียนต่อในระดับสูงขึ้นอีก จึงตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในสาขาวิทยาการคอมพิเวเตอร์ เพราะมองเห็นว่า ด้วยพื้นฐานตัวเองมีความชื่นชอบ มีความสนใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ทั้งยังชอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง จึงสมัครเข้าเรียนในสาขานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong><em>“เมื่อเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ผมเข้ามาอยู่กับพี่ที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเขาเปิดร้านซ่อมจักรเย็บผ้า โดยระหว่างเรียนนั้นผมก็ทำงานซ่อมจักรเย็บผ้าเป็นรายได้เสริมควบคู่กันไประหว่างเรียน แต่ด้วยสิ่งเร้าต่างๆ มากมาย ทั้งความอยากรู้ อยากลอง และด้วยเงินที่ได้จากการทำงานที่มากโข จึงถูกนำไปใช้เที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง จนนำมาสู่วิกฤตในชีวิต ทั้งเรื่องเพื่อน ปัญหาครอบครัว ตลอดจนเรื่องการเรียนของตัวเอง ที่มีปัญหาเรียนที่ไม่ได้เรื่องอยู่แล้ว ทำให้ในที่สุดเรียนไม่จบปริญญาตรี”</em></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ในตอนนั้นปัญหาเข้ามาหนักมาก และเมื่อผมไม่มีที่พึ่ง คิดไม่ออกแล้ว สิ่งที่หนึ่งที่ฉุกคิดได้ตอนนั้นคือ<strong> “แม่”</strong> และ <strong>“ครอบครัว”</strong> ผมจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้าน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>**หันหลังกลับบ้าน หันหน้าสู่งานพัฒนาชุมชน**</strong></span></p>
<p>เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ด้วยว่าบริบทของชุมชน และครอบครัวที่ทำอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรม แต่ในตอนนั้น ผมยอมรับตรงๆ เลยว่าไม่รู่ว่าจะทำอะไรต่อ คิดอะไรไม่ออกเลย จนวันหนึ่งด้วยความที่บ้านใกล้วัด จึงเดินเข้าไปคุยกับหลวงพี่ในวัด ซึ่งท่านได้พูดคุยกับผม สั่งสอนอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ผมคิดว่าต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว จะกลับมาอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ในช่วงนั้น ทาง อบต. (องค์การบริหารส่วนตำบลหนองอียอ จ.สุรินทร์) มีแนวคิดที่จะทำโครงการเกี่ยวกับเยาวชน โดยมีพี่ <strong>“สมเกียรติ สาระ”</strong> หัวหน้าสำนักปลัดซึ่งต่อมาได้เป็นพี่เลี้ยงต้นกล้าชุมชนของผม ได้มาชักชวนไปร่วมทำกิจกรรม และตอนนั้นผมยอมรับเลยว่าการที่เข้ามาทำงานเกี่ยวกับเยาวชนผมไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่อยากรู้ว่าเขาต้องการอะไรจากพวกเรา และพวกเราก็คงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงที่พวกเขาอยากได้ แต่ความคิดผมต้องเปลี่ยนไปมาก หลังจากที่ไปเข้าค่ายอบรม เพราะกระบวนการในกิจกรรมต่างๆ ทำให้ผมได้คิดในหลายๆ เรื่อง และมองชุมชนในมิติอื่นๆ ว่าชุมชนของเรามีอะไรดี และเราจะเข้าไปส่วนช่วยในการขับเคลื่อนและยกระดับได้อย่างไร”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากกลับจากค่ายในครั้งนั้น เขียวคิด และตัดสินใจว่า เมื่อจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว เลยคิดว่าจะลองร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับเยาวชนกับทาง อบต.จึงเข้าไปคุยกับพี่สมเกียรติอีกครั้ง ถึงแนวทาง และเป้าหมายการทำงาน จนได้แนวคิดว่า จะร่วมกันสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่เด็กเยาวชน จนในที่สุดเขียวกลายมาเป็นแกนนำในการทำงานเกี่ยวกับเยาวชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4725" aria-describedby="caption-attachment-4725" style="width: 649px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4725" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/11/เขียว-2.jpg" alt="" width="649" height="487" /><figcaption id="caption-attachment-4725" class="wp-caption-text">กิจกรรมบางส่วนกับเยาวชนในพื้นที่</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ในตอนนั้นเราเริ่มวางแผนการทำงาน โดยอันดับแรกคือ ต้องรวมกลุ่ม สร้างกลุ่มเยาวชนให้เกิดขึ้น เพื่อให้มีโครงสร้างการทำงานชัดเจน จึงได้เชิญชวนเยาวชนจากหมู่บ้านต่างๆ มาพูดคุยกันที่ อบต. แต่กลับมีเด็กเยาวชนเพียง 5-6 คนที่มาร่วมพูดคุย ทำให้ไม่สามารถพูดคุยกำหนดทิศทางการทำงาน การรวมกลุ่มอะไรได้เลย แต่ก็เดินหน้าต่ออย่างมีเป้าหมาย”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>**เรียนรู้ต่อยอด พัฒนาสู่โรงเรียนครอบครัว**</strong></span></p>
<p>จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้มีการปรับแผนแนวทางการทำงานใหม่ โดยลงพื้นที่เข้าไปในหมู่บ้านทั้ง 11 หมู่บ้าน ผ่านการประสานงานกับผู้นำชุมชน อบต.ให้เป็นตัวเชื่อมในพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่แต่ละครั้ง มีทั้งเด็กเยาวชนและผู้ใหญ่มาร่วมกันพูดคุยเป็นจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากลงพื้นที่พูดคุยร่วมกัน ทำให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน คือ <strong>“การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้”</strong> โดยมุ่งเน้นเรื่องของอาชีพเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ แต่เมื่อทำไปได้ระยะหนึ่ง เริ่มรู้สึกว่าเป้าหมายเริ่มลดน้อยถอยลง ไม่มีความยั่งยืน เพราะเงินที่ได้จากการขายผลผลิตถูกนำไปใช้ และหมดไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ตรงนี้ เราจึงมาร่วมกันพูดคุย เพื่อหาแนวทางใหม่ๆ และในตอนนั้นได้มีการเชิญชวนเครือข่ายต่างๆ ที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชนมาช่วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้คำแนะนำ จนในที่สุดตกผลึกความคิดร่วมกันจนออกมาเป็น “โรงเรียนครอบครัว” ที่รวบรวมเอากิจกรรมที่เราได้ทำมาในอดีตมาขับเคลื่อนด้วยกัน โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4726" aria-describedby="caption-attachment-4726" style="width: 642px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4726" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/11/3-5.jpg" alt="" width="642" height="428" /><figcaption id="caption-attachment-4726" class="wp-caption-text">อีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำงานร่วมกับเครือข่าย</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับกิจกรรมในโรงเรียนครอบครัว จะประกอบด้วย วิชาชีพ วิชาชีวิต วิชาชุมชน และวิชาการ โดยอ้างอิงกับบริบทชุมชน วิถีชีวิตชุมชนให้มากที่สุด เพราะกลุ่มของเรามีทั้งบ้าน วัด โรงเรียนที่เข้ามาเชื่อมร้อยกันเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“เมื่อผมได้ทำงาน ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนและชุมชน ทำให้เห็นคุณค่าของตัวเอง และมีความสุขในการทำงาน เพราะผมได้กลับมาอยู่บ้าน ได้อยู่กับครอบครัว และมีความหวังว่าจะอยู่กับชุมชนได้อย่างไร ซึ่งก่อนหน้าผมอาจจะคิดอีกแบบแต่ตอนนี้ถือว่าผมมีเป้าหมายชัดเจน ชอบเรื่องเกษตรกรรมซึ่งเป็นอาชีหลักของครอบครัว ทั้งยังเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนที่สำคัญมีความรักในชุมชน บ้านเกิดเมืองนอน”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #993366;"><strong>**ต้นกล้าชุมชน มูลนิธิเอสซีจีเสริมการทำงานชุมชน**</strong></span></p>
<p><strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> บอกว่า ตัวเองมีโอกาสได้รู้จักโครงการต้นกล้าชุมชน ของมูลเอสซีจีผ่านการหาข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเหลือ สนับสนุนงบประมาณขององค์กรต่างๆ เพื่อมาใช้ทำงานในชุมชน ซึ่งแนวทางของโครงการต้นกล้าชุมชนเน้นการสร้างเยาวชนให้เติบโตในชุมชนของตัวเอง ถือว่าตรงกับแนวทางของเขียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><em>“ตอนนั้นผมลองส่งใบสมัครดู โดยส่ง <strong>“โครงการครอบครัวหนองอียอ จ.สุรินทร์”</strong> เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้แก่เด็กเยาวชนมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนในจัดทำหลักสูตรการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน 4 ด้าน คือ วิชาชีวิต วิชาชีพ วิชาชุมชน วิชาการ ซึ่งตอนนั้นผมไม่คิดว่าจะได้รับคัดเลือก เพราะเป็นโครงการระดับประเทศ จนถึงวันประกาศชื่อออกมา ผมผ่านการคัดเลือก ซึ่งโครงการนี้ถือว่าช่วยสนับสนุนการทำงานของผมเป็นอย่างมาก ทั้งการทำงานกับชุมชนและการดำรงชีวิต ซึ่งแตกต่างกับหลายหน่วยงานที่สนับสนุนมุ่งให้เกิดงาน แต่ไม่ได้สนับสนุนปัจจัยให้กับคนทำงานอย่างมูลนิธิเอสซีจี”</em></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นต้นกล้าชุมชน ทำให้การทำงานต่างๆ ในพื้นที่มีความยากขึ้น หรือทำตามมีตามเกิด มีความลื่นไหลมากกว่าเดิม เพราะทางมูลนิธิเอสซีจีได้สนับสนุนงบประมาณในการทำงาน ทั้งยังมีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยเฉพาะการมีเครื่องมือในการทำงานเชิงพื้นที่มีความชัดเจน และยังมีกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4728 aligncenter" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/11/เขียว-5.jpg" alt="" width="628" height="353" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<figure id="attachment_4727" aria-describedby="caption-attachment-4727" style="width: 642px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-4727" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2018/11/เขียว-4.jpeg" alt="" width="642" height="361" /><figcaption id="caption-attachment-4727" class="wp-caption-text">ร่วมกับเยาวชนในถิ่นกำเนิด ส่งเสริมสุขภาพ และร่วมพัฒนาพื้นที่</figcaption></figure>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่สำคัญโครงการต้นกล้าชุมชนได้สอนให้ผมรู้จักคำว่า <strong>“ผลิตภัณฑ์”</strong> และการย้อนมองหรือค้นหาต้นทุน ศักยภาพของชุมชนที่มีอยู่ ที่จะสามารถพัฒนาออกมาป็นสินค้าหรือบริการต่างๆ ตลอดจน<strong>“การสร้างแบรนด์”</strong> ที่สื่อถึงสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ ไม่ใช่ที่เป็นเพียงแค่โลโก้เท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> สะท้อนให้ฟังว่า การที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนได้นั้นควรจะมีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ</p>
<p>1.<strong>“ใจ”</strong> ต้องมั่นคงว่าคิดอะไร จะทำอะไร<br />
2.<strong>“กระบวนการเรียนรู้”</strong>รู้บริบทชุมชนในทุกมิติ<br />
3.<strong>“การหาเครื่องมือ”</strong> โดยเฉพาะองค์ความรู้ภายนอก เพื่อนำมาปรับใช้ในชุมชน<br />
4.<strong>“การรู้จักเครือข่าย”</strong> ในการทำงานต้องมีองค์กร ภาคีร่วมเพื่อให้งานที่จะทำเดินได้จริง<br />
5.<strong>“กำลังใจ”</strong> เป็นสิ่งที่ต้องมี<br />
6.<strong>“ที่ปรึกษา”</strong>ที่คอยให้คำแนะนำ เพราะการทำงานกับชุมชนมีความท้าทายต่างๆ ที่รอให้เราได้เรียนรู้อยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช่นเดียวกับเส้นทางการศึกษา การเรียนรู้ของ <strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> ที่แม้ว่าจะมีอุปสรรคความท้าทายเพียงใด แต่เขายังมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่แค่ตัวเขาเอง แต่เขายังมองไปสู่ชุมชนที่อยู่รอบข้าง ปัจจุบันนี้ <strong>“ต้นกล้าเขียว”</strong> กำลังศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาผู้ประกอบการสังคม สถาบันอาศรมศิลป์อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>มูลนิธิเอสซีจี ร่วมสร้างนักพัฒนา ก้าวที่กล้าเพื่อชุมชน&#8230;</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2018/11/scg-foundation-tonkla/">ต้นกล้าเขียว สุริยา ดวงศรี  :ผู้สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนหนองอียอ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
