<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โซลูชัน &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sun, 17 Aug 2025 09:31:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โซลูชัน &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 17 Aug 2025 09:31:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[e-waste]]></category>
		<category><![CDATA[Grand View Research]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[waste]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Management]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35571</guid>

					<description><![CDATA[<p>Grand View Research บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ให้ข้อมูลว่า ปี 2024 ตลาดการจัดการขยะ (Waste Management) ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1.424 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งการรวบรวมขยะ (Collection) และการกำจัดขยะ (Disposal) และการขนส่งขยะ (Transportation) พร้อม​คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า  1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และจะสามารถเติบโต​ได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละ 5.9% ​(2025 -2033) โดยคาดว่าจนถึงปี 2033 หรือใน 8 ปีข้างหน้า ตลาดจะขยายตัวได้อีก​​ราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่าเพิ่มเป็นมากกว่า 2.365 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยสำคัญ​คือ การขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม รวมทั้งการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น เช่น ในภาคอุตสาหกรรมและเทศบาลที่เร่ง​ลงทุนเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ศึกษากระบวนการรีไซเคิลชั้นสูง หรือพัฒนาเทคโนโลยีระบบติดตามขยะ  รวมทั้งผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญต่อความมุ่งมั่นต่อนโยบาย ESG หรือการจัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบ ​ขององค์กรต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนาของกระบวนการและโซลูชั่นด้านการจัดการขยะที่ฉลาดและยั่งยืนเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  ​ ทั้งนี้ ​ข้อมูลในปี 2024 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/">คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Grand View Research</strong> บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลก ให้ข้อมูลว่า ปี 2024 ตลาดการจัดการขยะ (Waste Management) ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 1.424 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมทั้งการรวบรวมขยะ (Collection) และการกำจัดขยะ (Disposal) และการขนส่งขยะ (Transportation)</p>
<p><span id="more-35571"></span></p>
<p>พร้อม​คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า  1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และจะสามารถเติบโต​ได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยที่ปีละ 5.9% ​(2025 -2033) โดยคาดว่าจนถึงปี 2033 หรือใน 8 ปีข้างหน้า ตลาดจะขยายตัวได้อีก​​ราว 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีมูลค่าเพิ่มเป็นมากกว่า 2.365 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากปัจจัยสำคัญ​คือ การขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม รวมทั้งการที่ทั่วโลกให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น</p>
<p>เช่น ในภาคอุตสาหกรรมและเทศบาลที่เร่ง​ลงทุนเพื่อเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน ศึกษากระบวนการรีไซเคิลชั้นสูง หรือพัฒนาเทคโนโลยีระบบติดตามขยะ  รวมทั้งผู้บริโภคก็ให้ความสำคัญต่อความมุ่งมั่นต่อนโยบาย ESG หรือการจัดการขยะอย่างมีความรับผิดชอบ ​ขององค์กรต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนาของกระบวนการและโซลูชั่นด้านการจัดการขยะที่ฉลาดและยั่งยืนเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก  ​</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35573 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/Waste-MNG-2033.png" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p>ทั้งนี้ ​ข้อมูลในปี 2024  พบว่า ตลาด Waste Management ​ ใหญ่ที่สุดของโลก ​คือ ทวีปอเมริกาเหนือ ด้วยสัดส่วนที่ 33.3% จากโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง กฏระเบียบที่เข้มงวด และปริมาณขยะต่อหัวที่สูง โดยมีระบบที่ทันสมัยสำหรับการรีไซเคิลและการจัดการขยะอันตราย</p>
<p>ส่วนภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของตลาดมากที่สุดคือ เอเชียแปซิฟิก คาดจะเติบโตเฉลี่ย 6.5% (2025 &#8211; 2033) จากการขยายตัวของเมืองและการเติบโตอย่างรวดเร็วของประชากร เช่น จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งการ​เริ่มส่งเสริมมาตรการจัดการขยะมูลฝอยและการรีไซเคิล ควบคู่กับการขยายตัวทางอุตสาหกรรมและการบริโภคนิยม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-35572 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/08/By-Waste-Type.png" alt="" width="1200" height="677" /></p>
<p>ขณะที่ประเภทของขยะที่จะเติบโตมากที่สุด คือ กลุ่มขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Waste ที่จะเติบโตเติบโต​ในแง่ของรายได้ เฉลี่ยราว 8% ต่อปี (2025 &#8211; 2033) เนื่องจาก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่สั้นลง</p>
<p>ประกอบกับการบริโภคอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่ปริมาณการกำจัดที่สูงมากขึ้น รวมทั้งความตระหนักรู้ถึงอันตราย และกฎระเบียบที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับส่วนประกอบที่เป็นพิษในขยะอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้เกิดการส่งเสริมให้มีการรีไซเคิลขยะในกลุ่มนี้อย่างเหมาะสม ซึ่งแนวโน้มนี้เด่นชัดทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว​</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/08/waste-management-market-by-2033/">คาดตลาด Waste Management ทั่วโลกปี 2025 มูลค่าแตะ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมโอกาสขยายตัวอีกกว่า 1 ล้านล้านเหรียญฯ ภายใน​ 8 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 28 Apr 2024 05:18:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Accelerated Program]]></category>
		<category><![CDATA[AI]]></category>
		<category><![CDATA[AI for Climate and Nature Grand Challenge]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon.com]]></category>
		<category><![CDATA[Andrew Steer]]></category>
		<category><![CDATA[Bezos Earth Fund]]></category>
		<category><![CDATA[Biodiversity]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[Jeff Bezos]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Loss]]></category>
		<category><![CDATA[power grid optimization]]></category>
		<category><![CDATA[StartUp]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Protein]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. แอนดรูว์ สเตียร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สตาร์ทอัพ]]></category>
		<category><![CDATA[เจฟฟ์ เบโซส์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25395</guid>

					<description><![CDATA[<p>Bezos Earth Fund โดย มร.เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ AI for Climate and Nature Grand Challenge ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss) นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้ &#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Bezos Earth Fund</strong> โดย <strong>มร.เจฟฟ์ เบโซส์</strong> (Jeff Bezos) ประธานกรรมการบริหารกองทุน Bezos Earth Fund และผู้ก่อตั้ง Amazon.com ประกาศงบสนับสนุนการพัฒนาโครงการ <strong>AI for Climate and Nature Grand Challenge</strong> ด้วยเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อแก้ปัญหาจากความท้าทายของ​สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) และการสูญเสีย​ทางธรรมชาติ (Nature Loss)</p>
<p><span id="more-25395"></span></p>
<p>นอกจากนี้ ​​ ยังช่วย​จุดประกายการทำงานร่วมกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ระหว่างกลุ่มผู้นำที่ทำงานด้านการดูแลและปกป้องสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อให้ได้มาซึ่งโซลูชั่นหรือแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ เพื่อการแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างยกระดับมากขึ้น <strong>โดยเตรียมเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ในเดือนพฤษภาคมนี้</strong></p>
<p><em>&#8220;การพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อหาแนวทาง​รับมือ​ปัญหาสภาพอากาศและช่วยป้องกันการ​สูญเสียทางธรรมชาติ โดยในรอบแรกของโครงการ​จะมุ่งพัฒนาโซลูชั่นใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ โปรตีนที่ยั่งยืน (Sustainable proteins) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity conservation) และการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายไฟฟ้า (Power grid optimization) นอกจากนี้ยัง​รวมไปถึงกลุ่ม &#8220;Wild Card&#8221; สำหรับไอเดียที่น่าสนใจและทรงพลังนอกเหนือจาก 3 กลุ่มนี้อีกด้วย โดยในโครงการจะมีโอกาสระดมทุนได้ 2 ครั้ง ซึ่งเฟสแรก​จะ​สนับสนุนให้กับ  30 เมล็ดพันธุ์สำหรับแนวคิดของ AI ที่มุ่งในประเด็นที่โฟกัส ซึ่งผู้ได้รับรางวัลจะได้รับการประกาศในงาน Bezos Earth Fund-TED ในช่วง Climate Week NYC ​ช่วงปลายเดือนกันยายน ส่วนเฟส​ที่สอง ผู้ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้จะมีสิทธิ์สมัครขอรับทุนสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาแนวคิดของตนให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมรับคำปรึกษา การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน​และชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการขยายผลต่อไป&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ Bezos Earth Fund เริ่มเชิญชวนเหล่าผู้ขับเคลื่อน นักวิจัย นักสร้างวรรค์นวัตกรรมต่างๆ ทั้งจากมหาวิทยาลัย องค์กรเอกชน (NGOs) บริษัทเอกชน และองค์กรระดับประเทศ ที่มีสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาสภาพอากาศและธรรมชาติ จากการพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน AI เพื่อนำศักยภาพที่มีมาช่วยในการแก้ปัญหาผ่านการขับเคลื่อนร่วมกัน</p>
<p>ด้าน <strong>ดร. แอนดรูว์ สเตียร์ </strong>(Andrew Steer) ประธานและซีอีโอของ Bezos Earth Fund กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงในอนาคตเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะการเกิดจุดเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งอาจะนำไปสู่ทั้งมิติที่ดี หรือไม่ดี แต่การพัฒนาโซลูชั่น AI ที่มีศักยภาพ จากโครงการนี้ จะมีส่วนเข้ามาช่วยคลี่คลายจากปัญหาที่ยากและท้าทายให้กับโลกได้ร่วมกัน</p>
<p>พร้อมเปิดกว้างให้ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือสมัครเข้าร่วมโครงการได้จาก​ <a href="https://www.bezosearthfund.org/ai-climate-nature" target="_blank" rel="noopener">Bezos Earth Fund</a></p>
<p><iframe title="AI for Climate and Nature: The Bezos Earth Fund Announces $100M Grand Challenge" width="1170" height="658" src="https://www.youtube.com/embed/nyP3yU5Qu9Y?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/04/bezos-earth-fund-ai-for-climate-and-nature-grand-challenge/">Bezos Earth Fund ตั้งงบ 100 ล้านUSD ​หนุนพัฒนา AI หาโซลูชั่น​รับมือปัญหาสภาพอากาศและความสูญเสียของธรรมชาติ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคมบริดจ์ สร้าง &#8216;Game Change&#8217; ​ใช้เทคโนโลยีแสงอาทิตย์ เปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกเป็นเชื้อเพลิงและเครื่องสำอางที่ยั่งยืนได้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/01/transform-plastic-waste-into-sustainable-fuels-and-cosmetics/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Jan 2023 06:53:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Circular Economy]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Erwin Reisner]]></category>
		<category><![CDATA[European Research Council]]></category>
		<category><![CDATA[Greenhouse Gas]]></category>
		<category><![CDATA[Nature Synthesis]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[solar power]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Power Reactor]]></category>
		<category><![CDATA[Technology]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซเรือนกระกจก]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[เคมบริดจ์]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องปฏิกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16736</guid>

					<description><![CDATA[<p>​นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  ​ ค้นพบวิธีในการจัดการขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกให้กลายมาเป็นพลังงานที่ยั่งยืน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์  ซึ่งอาจกลายเป็น &#8220;ตัวเปลี่ยนเกม&#8221; ให้กับการพัฒนา Circular Economy  จากนี้ไป ตามรายงานของ UNEP  (UN Environment Programme)​ ระบุว่า มีขยะพลาสติกถูกผลิตขึ้นในแต่ละปีราว 300 ล้านตัน แต่มีเพียง 9% ที่ถูกนำไปใช้รีไซเคิล ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปฝังกลบ และไหลลงสู่ทะเล พร้อมทั้งสร้างให้เกิดผลกระทบจากไมโครพลาสติกตามมา ขณะที่ทีม Reisner กลุ่มนักวิจัยจากเคมบริดจ์ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นแก๊สสังเคราะห์ และกรดไกลโคลิก (syngas and glycolic) ได้ในเวลาเดียวกัน​ ด้วยเครื่อ​งปฏิกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ​ที่เปลี่ยน CO2 ​เป็นแก๊สสังเคราะห์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเชื้อเพลิงเหลวที่ยั่งยืน ขณะที่ขวดพลาสติกถูกเปลี่ยนเป็นกรดไกลโคลิก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ​ การค้นพบนี้เป็นวิธีการเปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็น 2 ปัญหาใหญ่ในการแก้วิกฤตสภาพอากาศ ให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทั้งได้รับรองผลรายงานไว้ใน​วารสาร Nature Synthesis ซึ่งก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลง CO2 ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก แต่ด้วยระบบพื้นฐานของเครื่องปฏิกรณ์นี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/transform-plastic-waste-into-sustainable-fuels-and-cosmetics/">เคมบริดจ์ สร้าง &#8216;Game Change&#8217; ​ใช้เทคโนโลยีแสงอาทิตย์ เปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกเป็นเชื้อเพลิงและเครื่องสำอางที่ยั่งยืนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>​นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์  ​ ค้นพบวิธีในการจัดการขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกให้กลายมาเป็นพลังงานที่ยั่งยืน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์  ซึ่งอาจกลายเป็น &#8220;ตัวเปลี่ยนเกม&#8221; ให้กับการพัฒนา Circular Economy  จากนี้ไป</p>
<p><span id="more-16736"></span></p>
<p>ตามรายงานของ <strong>UNEP  (UN Environment Programme)​</strong> ระบุว่า มีขยะพลาสติกถูกผลิตขึ้นในแต่ละปีราว 300 ล้านตัน แต่มีเพียง 9% ที่ถูกนำไปใช้รีไซเคิล ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปฝังกลบ และไหลลงสู่ทะเล พร้อมทั้งสร้างให้เกิดผลกระทบจากไมโครพลาสติกตามมา</p>
<p>ขณะที่ทีม Reisner กลุ่มนักวิจัยจากเคมบริดจ์ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นแก๊สสังเคราะห์ และกรดไกลโคลิก (syngas and glycolic) ได้ในเวลาเดียวกัน​ ด้วยเครื่อ​งปฏิกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ ​ที่เปลี่ยน CO2 ​เป็นแก๊สสังเคราะห์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเชื้อเพลิงเหลวที่ยั่งยืน ขณะที่ขวดพลาสติกถูกเปลี่ยนเป็นกรดไกลโคลิก ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ​</p>
<p>การค้นพบนี้เป็นวิธีการเปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจก ซึ่งถือเป็น 2 ปัญหาใหญ่ในการแก้วิกฤตสภาพอากาศ ให้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ พร้อมทั้งได้รับรองผลรายงานไว้ใน​วารสาร Nature Synthesis</p>
<p>ซึ่งก่อนหน้านี้ การเปลี่ยนแปลง CO2 ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก แต่ด้วยระบบพื้นฐานของเครื่องปฏิกรณ์นี้ ทำให้เพียงแค่ฉายแสงไปที่วัตถุก็สามารถเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายให้กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และยั่งยืนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถมีใครทำได้มาก่อน</p>
<p>ศาสตราจารย์ Erwin Reisner จาก Yusuf Hamied Department of Chemistry  หัวหน้าทีมคณะวิจัย มองว่า ความสำเร็จในคร้ังนี้อาจกลายเป็น Game Changer ในแวดวง Circular Economy  ขณะที่การแปลงของเสียให้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์จะเป็นเป้าหมายหลักในการวิจัยของทีม</p>
<figure id="attachment_16737" aria-describedby="caption-attachment-16737" style="width: 900px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-16737 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/01/Solar1.jpg" alt="" width="900" height="439" /><figcaption id="caption-attachment-16737" class="wp-caption-text"><em>ทีมวิจัย ประกอบด้วย Erwin Reisner, Subhajit Bhattacharjee, Motiar Rahaman </em></figcaption></figure>
<p>ข้อดีอย่างหนึ่งของเครื่องปฏิกรณ์ ที่นักวิจัยกลุ่มนี้ได้ออกแบบไว้  คือ สามารถเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยาที่แตกต่างกันได้ ซึ่งสารตั้งต้นที่แตกต่างกันสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายที่แตกต่างกันได้  ทำให้ในอนาคตจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้นได้ เพียงแค่การเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อให้เข้าไปทำปฏิกิริยาร่วมกับตัวดูดซับแสงภายในเครื่องปฏิกรณ์</p>
<p>งานวิจัยนี้ ได้รับการสนับสนุนทุนก้อนใหม่จาก<strong> European Research Council</strong> เพื่อให้นักวิจัยใช้ปรับแต่งเครื่องปฏิกรณ์​ให้สามารถผลิตโมเลกุลที่ซับซ้อนมากขึ้นได้ ซึ่งงานวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากขยะพลาสติกและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นปัญหาสองประการที่ต้องให้ความสนใจอย่างเร่งด่วน​</p>
<p>กลุ่มผู้วิจัยหวังว่าสักวันหนึ่งระบบจะถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาโรงงานรีไซเคิลที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมด  เพื่อเป็นการพัฒนาโซลูชั่นด้านพลังงานสะอาดและความยั่งยืน</p>
<p><a href="https://www.ch.cam.ac.uk/news/solar-powered-reactor-turns-plastic-and-greenhouse-gases-sustainable-fuels" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.euronews.com/green/2023/01/11/new-solar-powered-technology-can-transform-plastic-waste-into-sustainable-fuels-and-cosmet" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/01/transform-plastic-waste-into-sustainable-fuels-and-cosmetics/">เคมบริดจ์ สร้าง &#8216;Game Change&#8217; ​ใช้เทคโนโลยีแสงอาทิตย์ เปลี่ยนขยะพลาสติกและก๊าซเรือนกระจกเป็นเชื้อเพลิงและเครื่องสำอางที่ยั่งยืนได้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Dec 2022 10:38:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Biocoal]]></category>
		<category><![CDATA[Biomass]]></category>
		<category><![CDATA[EV Solution Platform]]></category>
		<category><![CDATA[Green Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Health and Medical Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[Smart Living Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[The Next Chapter]]></category>
		<category><![CDATA[ความต้องการผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดิจิทัลโลจิสติกส์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานชีวมวลคุณภาพสูง]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส]]></category>
		<category><![CDATA[ลดก๊าซเรือนกระจก]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลูชัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=16048</guid>

					<description><![CDATA[<p>SCG ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจสู่ The Next Chapter ​รับมือโลกใบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีความกังวลรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ​ต้นทุนพลังงาน ​การแข่งขันที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง​ บริบทใหม่ๆ ของโลกที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงนำมาสู่การปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกใหม่นี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี อธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของ​ &#8216;SCG : The Next Chapter&#8216; คือ ความมุ่งมั่น หรือ Passion ของ SCG ในการเป็นผู้ส่งมอบโซลูชันให้ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ทั้งกับลูกค้า สังคม รวมทั้งผู้คนทั่วไปในสังคมให้ดีขึ้นได้ และอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป​ อาทิ การพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด สุขภาพและการแพทย์ ดิจิทัลโลจิสติกส์ นวัตกรรมกรีน สมาร์ทลีฟวิ่ง และหุ่นยนต์อัจฉริยะ เป็นต้น โดยมี 3 แกนหลัก​สำคัญที่ต้องคำนึงถึงในทุกๆ การขับเคลื่อน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาสินค้า บริการ หรือโซลูชันต่างๆ ออกมาในอนาคต​ ได้แก่ 1. Customer [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/">เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>SCG</strong> ประกาศขับเคลื่อนธุรกิจสู่<strong> The Next Chapter </strong>​รับมือโลกใบใหม่ที่ต่างไปจากเดิม ทั้งเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและมีความกังวลรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ​ต้นทุนพลังงาน ​การแข่งขันที่สูงขึ้นของภาคธุรกิจ ขณะที่ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง​ บริบทใหม่ๆ ของโลกที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงนำมาสู่การปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในโลกใหม่นี้ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย</p>
<p><span id="more-16048"></span></p>
<p><strong>คุณรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส</strong> กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี อธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของ​ &#8216;<strong>SCG : The Next Chapter</strong>&#8216; คือ ความมุ่งมั่น หรือ Passion ของ SCG ในการเป็นผู้ส่งมอบโซลูชันให้ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมทั้งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ทั้งกับลูกค้า สังคม รวมทั้งผู้คนทั่วไปในสังคมให้ดีขึ้นได้ และอย่างสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคและบริบทของโลกที่เปลี่ยนไป​ อาทิ การพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาด สุขภาพและการแพทย์ ดิจิทัลโลจิสติกส์ นวัตกรรมกรีน สมาร์ทลีฟวิ่ง และหุ่นยนต์อัจฉริยะ เป็นต้น</p>
<p>โดยมี 3 แกนหลัก​สำคัญที่ต้องคำนึงถึงในทุกๆ การขับเคลื่อน เพื่อนำมาสู่การพัฒนาสินค้า บริการ หรือโซลูชันต่างๆ ออกมาในอนาคต​ ได้แก่</p>
<p><strong>1. Customer</strong> โดยเอสซีจีจะขยับเข้ามาสร้างความใกล้ชิดลูกค้าในกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปหรือกลุ่ม B2C มากขึ้น รวมทั้งยังคงรักษาลูกค้าในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่ง​เป็นกลุ่มในฟาก B2B ซึ่ง​เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงก่อนหน้านี้ไว้ด้วยเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>2. Technology</strong> การพัฒนาเทคโนโลยีมีความสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนในอนาคตของเอสซีจี เพื่อสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งความสะดวก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และช่วยลดต้นทุนทั้งในการอยู่อาศัย หรือการดำเนินธุรกิจได้</p>
<p><strong>3. Sustainability</strong> กรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นอีกหนึ่งบริบทสำคัญที่ผู้ทำธุรกิจไม่สามารถละเลยได้ เมื่อทุกภาคส่วนมีเป้าหมายขับเคลื่อนโลกไปสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ และจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีจากนี้ไปที่ต้องตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16051 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGA07736.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SCG ได้วางงบประมาณในช่วง 5 ปีแรกของการเปลี่ยนผ่าน ไว้ที่ 1 แสนล้านบาท เพื่อสามารถบรรลุเป้าหมายในเข็มไมล์แรก ที่วางไว้ภายในปี 2030 ​กับความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ลดลง 20% รวมทั้งการก้าวสู่การเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงที่สามารถตอบสนองตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลกในอนาคต</p>
<p><em>&#8220;เอสซีจีได้จัดสรรงบประมาณ​ในสัดส่วนราว 60% สำหรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพของกลุ่มธุรกิจเดิม ให้สามารถลดต้นทุนและประหยัดพลังงานรวมทั้งทรัพยากรต่างๆ ลงได้มากขึ้น  ขณะที่อีก 40% จะใช้ในการพัฒนาโอกาส และสร้างโซลูชันใหม่ๆ ให้ธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานสะอาด หรือ SCG Cleanergy เช่น นวัตกรรมอากาศสะอาด ที่สามารถผลิตอากาศที่ดีให้กับผู้บริโภคไปพร้อมๆ กับมีความสามารถในการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะมีทั้งโซลูชั่นส์สำหรับองค์กรธุรกิจต่างๆ รวมทั้งสำหรับผู้บริโภคทั่วไปซึ่งมีพฤติกรรมในการทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้บ้านเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่มีบทบาททั้งในการทำงานและรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสที่มากขึ้นของเอสซีจีด้วยเช่นกัน  รวมไปถึงการพัฒนาสินค้ากรีนโพลีเมอร์ในกลุ่มนวัตกรรมสีเขียว ที่สามารถพัฒนาพลาสติกที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งสามารถย่อยสลายได้ง่าย​ เป็นต้น โดยคาดว่าในอนาคต กลุ่มธุรกิจใหม่จะมีสัดส่วนได้ราว 20-25% ภายในปี 2030&#8243;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16052 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGA07559.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับนวัตกรรมและโซลูชันส์ต่างๆ ที่อยู่ในไปป์ไลน์ ของเอสซีจี ประกอบด้วย</p>
<p><strong>1. โซลูชันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด​ (Energy Transition Solutions)</strong></p>
<p><strong>&#8211; พลังงานแสงอาทิตย์ </strong><strong>(Solar Energy) </strong>สำหรับกลุ่มที่อยู่อาศัย SCG Solar Roof Solutions สำหรับโรงงาน และนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มอาคารขนาดใหญ่ โรงพยาบาล ​โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ด้วยโซลูชันพลังงานสะอาดครบวงจร ในรูปแบบ Smart Grid Smart Platform ปัจจุบันมีกำลังการผลิตกว่า 195 เมกะวัตต์ พร้อมตั้งเป้า 3,000 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี</p>
<p><strong>&#8211; นวัตกรรมแบตเตอรี่กักเก็บความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ประสิทธิภาพสูง (</strong><strong>Heat Battery</strong><strong>) </strong>พัฒนานวัตกรรม Heat Battery หรือ Thermal Energy Storage ประสิทธิภาพสูง สามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าที่ได้จาก solar เป็นพลังงานความร้อน กักเก็บความร้อนไว้ใช้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดด เพื่อให้โรงงานมีพลังงานไว้ใช้ ป้องกันปัญหาพลังงานขาดแคลน</p>
<p><strong>&#8211; มุ่งพัฒนาพลังงานชีวมวลคุณภาพสูง (</strong><strong>Biomass </strong><strong>และ </strong><strong>Biocoal)</strong> จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และเชื้อเพลิงจากขยะ (Refused Derived Fuel : RDF) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในโรงงานซีเมนต์ มุ่งสู่ Net Zero นอกจากนี้ ยังพัฒนาเม็ดพลังงานชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) เพื่อสร้างโอกาสให้ไทยเป็นผู้ส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดภายในปี 2027</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16058 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/A1_00027.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้า </strong><strong>(</strong><strong>EV Solution Platform</strong><strong>)</strong> ได้แก่<strong> อะเซทิลีนแบล็ค (Acelylene Black)</strong> ใช้เป็นส่วนประกอบในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน และเป็นวัสดุผลิตสายส่งไฟฟ้าแรงสูง  <strong>EV Fleet Solution</strong> ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การจัดหายานยนต์ไฟฟ้า ประกันภัย ซ่อมบำรุง สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการเช่า ขนส่งสินค้าและรับ-ส่งพนักงาน  โดยตั้งเป้าส่งมอบรถ EV ในปีนี้​ 492 คัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 6,400 ตัน และในปี 2023 ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่ม​เป็น 9,600 ตันต่อปี</p>
<p><strong>2. โซลูชันสุขภาพและการแพทย์ (Health and Medical Solutions) </strong></p>
<p>โดยมีแผนเข้าสู่​ตลาด<strong>วัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์</strong> (Medical Supplies and Labware) กว่า 15,000 รายการ โดย SCGP เข้าถือหุ้น Deltalab ประเทศสเปน อาทิ Deltaswab ที่เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากร่างกาย และ Cryoinstant หลอดน้ำยาสำหรับเก็บรักษาตัวอย่างเชื้อด้วยความเย็น รวมทั้งการผลิต <strong>เม็ดพลาสติกเพื่อการแพทย์ </strong>โดย SCGC™ PP และ PVC  อาทิ กระบอกเข็มฉีดยา สายและถุงน้ำเกลือ ถุงเลือด​ และโ<strong>ซลูชันที่เพิ่มคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วย</strong> อาทิ รถเข็นจ่ายยาอัจฉริยะ ถังทิ้งเข็มฉีดยา รถเข็นผู้ป่วย แคปซูลขนส่งผู้ป่วยทางอากาศ และหน้ากากอนามัยภายใต้แบรนด์ VAROGARD</p>
<p><strong>3. ดิจิทัลโลจิสติกส์ครบวงจร </strong><strong>(Digital logistics)</strong></p>
<p>ด้วยบริการขนส่งและซัพพลายเชนครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดย SCGJWD ให้บริการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ขนส่งหลากหลายทั้งทางบก เรือ ราง อากาศ รองรับสินค้าที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อาทิ วัคซีน ยา งานศิลปะมูลค่าสูง รถยนต์ อาหารแช่แข็ง สินค้าอันตราย พร้อมเครือข่ายครอบคลุมทั่วอาเซียนและจีน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/1Y1A5604.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>4. นวัตกรรมกรีน </strong><strong>(</strong><strong>Green Solutions</strong><strong>)</strong></p>
<p>เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้ฉลาก SCG Green Choice จำนวน 232 รายการ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 67 ภายในปี 2573 จากนวัตกรรมต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีก่อสร้างครบวงจรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม CPAC Green Solution​ , นวัตกรรมพลาสติกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCGC GREEN POLYMER, EcoBioPlas นวัตกรรมเร่งการย่อยสลายของพอลิโพรพิลีนเพื่อแก้ปัญหาพลาสติกหลุดรอดไปสู่ธรรมชาติ และนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น</p>
<p><strong>5. โซลูชันสมาร์ทลิฟวิ่ง (Smart Living Solutions) </strong></p>
<p>โซลูชันเพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวก สบาย สุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ <strong>โซลูชันอากาศสะอาดและประหยัดพลังงาน </strong>สำหรับกลุ่มอาคาร (Smart Building) ได้แก่ <strong>SCG Bi</strong><strong>&#8211;</strong><strong>ion </strong><strong>และ</strong><strong>SCG HVAC Air</strong><strong>Scrubber</strong>,<strong> ระบบดูแลสุขภาพและความปลอดภัยด้วย </strong><strong>DoCare </strong>เทคโนโลยีที่เชื่อมต่อบ้านกับโรงพยาบาล หรือ<strong>โซลูชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย​ </strong>เช่น COTTO X ONE ก๊อกน้ำอัจฉริยะพูดได้ มีระบบสั่งการเปิด-ปิดด้วยเสียง ที่ช่วยประหยัดน้ำ และลดการสัมผัสที่เสี่ยงต่อเชื้อ และ BCI (brain-computer interface) สำหรับผู้ป่วยอัมพาต เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/A1_00078.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>6. หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Artificial Intelligence Solutions) </strong></p>
<p>โซลูชันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต เช่น <strong>สมาร์มฟาร์มมิ่งครบวงจร</strong> โดยสยามคูโบต้า เพื่อส่งเสริมเกษตรกร เพิ่มผลผลิต เพาะปลูกแม่นยำ ประหยัดต้นทุน ด้วยเทคโนโลยี IoT อาทิ รถปลูกผักอัตโนมัติ แทรกเตอร์ไร้คนขับ ทั้งนี้ ยังมีแทรกเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานสะอาด ชาร์จไฟได้รวดเร็ว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ <strong>เครื่องจักรกล-ออโตเมชั่น </strong>ให้บริการออกแบบ ผลิตเครื่องจักรกลให้โรงงานต่างๆ ที่มีความต้องการที่หลากหลาย โดยใช้​ AI​ และ Machine Learning ตั้งแต่กระบวนการผลิต ประกอบ บรรจุ ลำเลียงและระบบคลังสินค้า อาทิ เครื่องจักรกลช่วยไลน์ประกอบรถยนต์  หุ่นยนต์ช่วยจัดเรียงสินค้า และเครื่องคัดแยกกุ้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-16055 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/12/PGB03070.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/12/scg-the-next-chapter-with-solutions-for-transition/">เอสซีจี ทุ่ม 1 แสนล้าน ขับเคลื่อนช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โชว์โซลูชันเพื่ออนาคต ผ่าน 3 แกนหลัก &#8216;ลูกค้า เทคโนโลยี ความยั่งยืน&#8217; คาดปี 2030 มีสัดส่วนพอร์ตใหม่ 20-25%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
