<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โอกาสประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 13:24:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โอกาสประเทศไทย &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 13:24:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-based Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Bioeconomy]]></category>
		<category><![CDATA[Bioplastics]]></category>
		<category><![CDATA[Global Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Hormuz]]></category>
		<category><![CDATA[Non-fossil]]></category>
		<category><![CDATA[plastic waste]]></category>
		<category><![CDATA[r-HDPE]]></category>
		<category><![CDATA[r-PET]]></category>
		<category><![CDATA[Recycled Plastics]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Shock]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องแคบฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานฟอสซิล]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกรีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[รีไซเคิล]]></category>
		<category><![CDATA[วิกฤตฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่ธุรกิจโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอร์มุซ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอพลาสติก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41418</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จากการโจมตีอิหร่าน นำมาสู่การปิด &#8216;ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (Hormuz) สร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการเป็นแหล่ง​ผลิตพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญใน​ปัจจุบัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงสงครามภายในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคู่กรณีเท่านั้น แต่ยังกระทบ Global Supply Chain หรือ ห่วงโซ่ธุรกิจโลก เนื่องจากปริมาณซัพพลายน้ำมันฟอสซิลกว่า 20-25% ได้รับ​ผลกระทบ​จากความขัดแย้งนี้ และ​หายออกไปจากระบบ จึงกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบที่ต้องนำไปใช้ในกระบวนการผลิต​ผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นหลายธุรกิจออกมาประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมันฟอสซิล ทั้ง​จากราคาที่​ปรับ​สูงขึ้น รวมถึงอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบ และยังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่​​สู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ภาค​การเกษตรซึ่งเป็นต้นทางของธุรกิจอาหาร​ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างบรรจุภัณฑ์​ ที่ผู้ผลิตบางรายต้องใช้ แนฟทา (Naptha) เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการผลิตเม็ดพลาสติก และ​​เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในห่วงโซ่ของน้ำมันฟอสซิลด้วยเช่นกัน โอกาสของตลาด Non-Fossil แม้โลกจะยังอยู่ท่ามกลางวิกฤต  และเต็มไปด้วยความกังวลต่อ Hormuz Effect ที่ยังต้องเฝ้าระวังและประเมินฉากทัศน์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ว่าจะขยายวงกว้างและลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความตระหนักรู้ต่อความเสี่ยงสำคัญของโลกในการพึ่งพา​พลังงานฟอสซิล (Fossil-based) เพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมวัตถุดิบ​ทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันฟอสซิลได้ โดยเฉพาะใน &#8216;อุตสาหกรรมพลาสติก&#8217; [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/">วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง จากการโจมตีอิหร่าน นำมาสู่การปิด &#8216;<strong>ช่องแคบฮอร์มุซ&#8217; (Hormuz)</strong> สร้างผลกระทบต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจาก บริเวณดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบเศรษฐกิจโลก</p>
<p><span id="more-41418"></span></p>
<p>โดยเฉพาะการเป็นแหล่ง​ผลิตพลังงานฟอสซิล ซึ่งถือเป็นวัตถุดิบต้นน้ำของหลากหลายอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญใน​ปัจจุบัน</p>
<p>ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงสงครามภายในพื้นที่ หรือเป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างคู่กรณีเท่านั้น แต่ยังกระทบ <strong>Global Supply Chain</strong> หรือ <strong>ห่วงโซ่ธุรกิจโลก</strong> เนื่องจากปริมาณซัพพลายน้ำมันฟอสซิลกว่า 20-25% ได้รับ​ผลกระทบ​จากความขัดแย้งนี้ และ​หายออกไปจากระบบ จึงกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบที่ต้องนำไปใช้ในกระบวนการผลิต​ผลิตภัณฑ์หลากหลายกลุ่มตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>เราจึงเห็นหลายธุรกิจออกมาประเมินผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากวิกฤตน้ำมันฟอสซิล ทั้ง​จากราคาที่​ปรับ​สูงขึ้น รวมถึงอุปสรรคในการนำเข้าวัตถุดิบ และยังสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่​​สู่อุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งภาคขนส่ง ภาคพลังงาน ภาค​การเกษตรซึ่งเป็นต้นทางของธุรกิจอาหาร​ รวมไปถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างบรรจุภัณฑ์​ ที่ผู้ผลิตบางรายต้องใช้ <strong>แนฟทา (Naptha)</strong> เป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของการผลิตเม็ดพลาสติก และ​​เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในห่วงโซ่ของน้ำมันฟอสซิลด้วยเช่นกัน</p>
<figure id="attachment_41419" aria-describedby="caption-attachment-41419" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-41419 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Hormuz3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-41419" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p><strong>โอกาสของตลาด </strong><strong>Non-Fossil </strong></p>
<p>แม้โลกจะยังอยู่ท่ามกลางวิกฤต  และเต็มไปด้วยความกังวลต่อ<strong> Hormuz Effect</strong> ที่ยังต้องเฝ้าระวังและประเมินฉากทัศน์เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ว่าจะขยายวงกว้างและลากยาวไปถึงเมื่อไหร่ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความตระหนักรู้ต่อความเสี่ยงสำคัญของโลกในการพึ่งพา​พลังงานฟอสซิล (Fossil-based) เพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการส่งเสริมวัตถุดิบ​ทางเลือกอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันฟอสซิลได้</p>
<p>โดยเฉพาะใน<strong> &#8216;อุตสาหกรรมพลาสติก&#8217;</strong> ที่​ปริมาณความต้องการใช้ทั่วโลกอยู่ในระดับสูง และถือเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญที่เข้าไปมีบทบาทในหลายอุตสาหกรรมสำคัญไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ เสื้อผ้าและเส้นใย รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องให้​ความสำคัญในการ​บริหารความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นภายในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งในปัจจุบันรวมทั้งในอนาคตข้างหน้า</p>
<p>วิกฤตที่เกิดขึ้น จึงเป็นหนึ่งภาพสะท้อนและตัวเร่งให้เห็นความจำเป็นในการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์พลาสติกทางเลือกอย่าง <strong>&#8216;ไบโอพลาสติก&#8217;</strong> <strong>(Bio-based Plastics)</strong> ​รวมท้ัง <strong>&#8216;พลาสติกรีไซเคิล&#8217; (Recycled Plastics) </strong>เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบัน​มีความพร้อมทั้ง​ด้านเทคโนโลยี รวมทั้งปริมาณซัพพลายของวัตถุดิบที่สามารถผลิตได้จากกลุ่มพืชพลังงาน ไปจนถึงการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้แล้ว โดยลดการพึ่งพากลุ่มพลังงานฟอสซิล​ และยังสอดคล้องกับเมกะเทรนด์สำคัญของโลกเรื่อง <strong>Sustainability</strong> ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการมุ่งสู่เป้าหมาย<strong> Net Zero</strong> ภายในปี 2050 อีกด้วย</p>
<p><strong><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41479 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/PLA-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></strong></p>
<p><strong>ความพร้อม &#8216;ประเทศไทย&#8217; สู่ศูนย์กลางผลิต &#8216;พลาสติกทางเลือก&#8217;</strong></p>
<p>การขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมทั้งการผลิตและการใช้งานพลาสติกทางเลือกอย่าง ไบโอพลาสติก​ และพลาสติกรีไซเคิล นับเป็นอีกหนึ่งแนวทางจัดการเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโลกในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวน และความท้าทายรอบด้าน</p>
<p><em><strong>ที่สำคัญยังเป็นการสร้างโอกาสสำคัญให้ประเทศไทย ในฐานะ &#8216;ศูนย์กลางการผลิต&#8217; ทั้งไบโอพลาสติก​ และพลาสติกรีไซเคิล</strong></em> เนื่องจากความพร้อมทั้งการมีซัพพลายวัตถุดิบอย่างเพียงพอสำหรับการผลิต<strong> ไบโอพลาสติก​ (Bio-based Plastics)</strong> จากผลผลิตทางการเกษตร ในกลุ่มพืชพลังงาน โดยเฉพาะ <strong>&#8216;อ้อย&#8217; </strong> ​ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกหลักๆ ของโลก จึงมีปริมาณเพียงพอสำหรับการป้อนสู่กระบวนการผลิตไบโอพลาสติก</p>
<p>ทั้งนี้ ภาคเอกชนของไทยถือว่ามีความพร้อมในการพัฒนาไบโอพลาสติก​อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ รองรับการ​แปรรูปเป็นวัสดุไบโอพลาสติก​ที่สามารถใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41432 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Sugarcrane.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้การผลิตไบโอพลาสติกจากอ้อยไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นแล้ว และสามารถตอบโจทย์การใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งบรรจุภัณฑ์ เส้นใยสิ่งทอ ไปจนถึงสินค้าอุปโภคบริโภค</p>
<p>ที่สำคัญ การพัฒนาในลักษณะนี้ยังช่วยต่อยอดมูลค่าให้กับภาคเกษตรของไทย เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ และสร้างระบบการผลิตที่ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิล พร้อมรองรับความต้องการวัสดุคาร์บอนต่ำที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก</p>
<p>สำหรับ <strong>กลุ่มพลาสติกรีไซเคิล (Recycled Plastics)</strong> เป็นการสร้างโอกาสตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อ​บริหารจัดการบรรจุภัณฑ์พลาสติกหลังการบริโภค (PCR Plastic) ให้สามารถนำกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ได้อีกครั้ง (Waste to Value) ​และเริ่มเห็นทั้ง​การตื่นตัวและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการณรงค์การแยกขยะ รวมทั้งการนำผลิตภัณฑ์พลาสติก PCR กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อนำไปผลิตเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ทั้งกลุ่ม r-PET รวมทั้ง r-HDPE เพื่อผลิตเป็นพลาสติกรีไซเคิลได้ใหม่อีกครั้ง</p>
<figure id="attachment_41421" aria-describedby="caption-attachment-41421" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/R-plastic.jpg" alt="" width="1200" height="675" /><figcaption id="caption-attachment-41421" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>โดยเฉพาะในกลุ่ม <strong>r-PET</strong> ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทย ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยจาก อย. ทำให้มาตรฐาน r-PET ที่ผลิตได้เทียบเท่าเม็ดพลาสติกใหม่ และมีความปลอดภัยในระดับ Food Grade ทำให้สามารถขับเคลื่อนการรีไซเคิลในระบบปิด (Closed Loop)  เพื่อรีไซเคิลแบบ​ <strong>Bottle  to Bottle </strong>ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรต้นทางอย่างฟอสซิลเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดีย</p>
<p>ขณะที่กลุ่ม <strong> r-HDPE</strong> ก็สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้าต่างๆ วัสดุอุปกรณ์ใช้งานในครัวเรือน หรือในระดับอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น</p>
<p>เห็นได้ว่า แม้จะอยู่ท่ามกลางวิกฤต แต่ประเทศไทย ยังมีพื้นที่สำหรับการสร้างโอกาสใหม่ได้เสมอ และหากอยากจะขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนา​อย่างรวดเร็วและจับต้องได้ ทั้งการมีมาตรการและส่งเสริมจากภาครัฐ ​เพื่อให้เกิดการต่อยอดจากจุดแข็งและแต้มต่อของประเทศในฐานะครัวของโลก รวมทั้งยัง​มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกพืชพลังงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนและช่วยขับเคลื่อนความพร้อมให้ภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี หรือการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น</p>
<figure id="attachment_41422" aria-describedby="caption-attachment-41422" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-41422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/Re-thai-Bio.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-41422" class="wp-caption-text">Photo Credit: Number 24 x Shutterstock Thailand</figcaption></figure>
<p>รวมทั้งภาคประชาชน ที่สามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนผ่านพฤติกรรมในชีวิตประจำนวัน ไม่ว่าจะเป็นการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อมีส่วนช่วยเพิ่มปริมาณวัตถุดิบต้นทางไปต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ หรือสนับสนุนแบรนด์ที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและรีไซเคิล ซึ่งไม่ใช่เพียงการตอบโจทย์ในมิติสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงในห่วงโซ่การผลิต สร้างความมีเอกภาพและความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเชนภายในประเทศ ซึ่งเริ่มต้นได้ง่ายๆ และทุกคนในประเทศสามารถเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/hormuz-crisis-to-thailand-bioeconomy-opportunity/">วิกฤตฮอร์มุซ สะเทือน Supply Shock สู่โอกาสตลาด Non-fossil พร้อมเปิดประตู &#8216;ประเทศไทย&#8217; สร้างฐานเศรษฐกิจชีวภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 05 May 2023 09:58:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio Based Beauty]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Millennial]]></category>
		<category><![CDATA[SHE]]></category>
		<category><![CDATA[กระแสความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงไทยคอมพาส]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดเครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องสำอาง]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18395</guid>

					<description><![CDATA[<p>การที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ​ ESG ทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางต้องปรับตัว และผู้ประกอบการ​เครื่องสำอางบางส่วนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ​ หรือ Bio Based Beauty เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ Bio Based Beauty คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เพื่อทดแทนวัตถุดิบดั้งเดิมที่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม  ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารมลพิษอื่นๆ ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ท้ังยังเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารเคมีสังเคราะห์ได้ด้วย Krungthai COMPASS ประเมินว่า มูลค่าตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ราว 2.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ​ และคาดว่าจะเติบโตไปอยู่ที่ราว 3.64 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือ​เติบโตเฉลี่ยต่อปี​ 4.2% ขณะที่โอกาสการเติบโตของตลาด Bio Based Beauty  ของไทย ในปี 2573 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 21,664 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13.0%  หรือคิดเป็น 6.7% [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/">โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ​ ESG ทำให้ธุรกิจเครื่องสำอางต้องปรับตัว และผู้ประกอบการ​เครื่องสำอางบางส่วนได้พัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัตถุดิบที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ​ หรือ <strong>Bio Based Beauty</strong> เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์</p>
<p><span id="more-18395"></span></p>
<p>ทั้งนี้ <strong>Bio Based Beauty</strong> คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบธรรมชาติ เช่น พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เพื่อทดแทนวัตถุดิบดั้งเดิมที่ได้มาจากผลิตภัณฑ์ ปิโตรเลียม  ทำให้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารมลพิษอื่นๆ ในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม ท้ังยังเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคที่มีอาการแพ้หรือระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสารเคมีสังเคราะห์ได้ด้วย</p>
<p><strong>Krungthai COMPASS </strong>ประเมินว่า มูลค่าตลาดเครื่องสำอางทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ราว 2.62 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ​ และคาดว่าจะเติบโตไปอยู่ที่ราว 3.64 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2573 หรือ​เติบโตเฉลี่ยต่อปี​ 4.2% ขณะที่โอกาสการเติบโตของตลาด Bio Based Beauty  ของไทย ในปี 2573 จะมีมูลค่าอยู่ที่ราว 21,664 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 13.0%  หรือคิดเป็น 6.7% ของมูลค่าตลาดเครื่องสำอางโดยรวมในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3.23 แสนล้านบาท  โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโต ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18420 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/thai-market.jpg" alt="" width="1200" height="442" /></p>
<p><strong>1.  กำลังซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มข้ึนของผู้บริโภคผู้หญิง โดยเฉพาะในกลุ่ม Millennial ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าวัยอื่นๆ</strong> โดยกลุ่ม Millennial  ของผู้หญิงไทย มีจำนวนราว 11.4 ล้านคน หรือ​ 30.6% ของประชากรผู้หญิงทั้งประเทศ  พร้อมทั้งมีการประเมินค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตความงาม​ Bio Based Beauty ในปี 2573 จะอยู่ที่ 26,394 บาทต่อปี สูงกว่าผลิตภัณฑ์ความงามทั่วไปซึ่งอยู่ที่ราว 21,995 บาทต่อปี ถึง 20%  (จากการศึกษาของ The Economist Intelligence Unit)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18421 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Millenial-Female.jpg" alt="" width="1200" height="718" /></p>
<p><strong>2. พฤติกรรมการบริโภคสินค้าของผู้หญิงที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</strong> โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม สะท้อนจาก ผลสำรวจของ PowerReviews (2021) ​เกี่ยวกับทัศนคติและพฤติกรรมการซื้อที่มีต่อสินค้าความงามของหญิงชาวอเมริกัน ชี้ให้เห็นว่า กว่า 3 ใน 4 ของผู้หญิงต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และ 69% ของผู้หญิงสนใจจะซื้อผลิตภัณฑ์ความงามที่มาจาก ธรรมชาติเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2020 สอดคล้องกับงานศึกษาของ Grand View Research ที่พบว่า ส่วนแบ่งตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่มีส่วนผสม ทั้งหมดจากธรรมชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 6.1% ในปี 2565 เป็น 7.2% ในปี 2573</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-18422 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/05/Behavior-SHE.jpg" alt="" width="1000" height="863" /></p>
<p><strong>3. เทคโนโลยีในการผลิตที่ ก้าวหน้ามากยิ่งข้ึน</strong> ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น เทคโนโลยีสกัดแบบเข้มข้น (Supercritical Fluid Extraction), ระบบกักเก็บสารสำคัญด้วยเทคโนโลยีห่อหุ้มระดับนาโน (NanoEncapsulation)  หรือ สารจากการหมักเพื่อความงาม (Fermented Beauty) โดยการใช้ เทคโนโลยีการหมักสารสกัดจากพืชหรือสารสกัดจากธรรมชาติ เป็นต้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม Krungthai COMPASS ยังประเมินว่า การผลิต Bio Based Beauty ในไทย จะ สามารถเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้กับภาคธุรกิจได้ โดยช่วยให้ผู้ผลิตมีอัตรากำไรเฉลี่ย​ 15% สูงกว่าอตัรากำไรสุทธิเฉลี่ยของการผลิตเครื่องสำอางทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 5%  แม้ว่า​ต้นทุนราคาวัตถุดิบ Bio Based Beauty อาจจะสูงกว่าต้นทุน​วัตถุดิบเครื่องสำอางทั่วไป 12%  ขณะที่ผู้ประกอบการผลิต Bio Based Beauty สามารถปรับราคาขายได้สูงกว่าราคาเครื่องสำอาง​ทั่วไปราว 20%</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความพร้อมในการยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไปสู่ตลาด Bio Based Beauty ได้ เนื่องจาก ไทยเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งภาครัฐให้การสนับสนุน เนื่องจากเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ผ่านการให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรปรับตัวรับโอกาส ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน รวมทั้งศึกษามาตรฐานการรับรองของฉลากและสัญลักษณ์บนเครื่องสำอางต่างๆ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ ไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์ (Cruelty-Free) การค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) และการประเมินรอยเท้าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Footprint) เป็นต้น</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/05/thailand-opportunity-from-bio-based-beauty/">โอกาสของประเทศไทย จากเทรนด์ Bio Based Beauty ​ในตลาดเครื่องสำอาง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
