<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โอกาส &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Jul 2026 05:11:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.6</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>โอกาส &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ม.หอการค้าไทย ผนึก หอการค้าไทย-กลุ่มเซ็นทรัล เปิดสนาม &#8216;UTCC Tutor 2026&#8217; ที่นครสวรรค์ เดินหน้าติวฟรี 39 จังหวัดทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/07/central-group-utcc-tutor-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 06:19:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[CENTRAL GROUP]]></category>
		<category><![CDATA[UTCC]]></category>
		<category><![CDATA[UTCC Tutor]]></category>
		<category><![CDATA[UTCC Tutor ติวทั่วไทย พิชิตมหาลัยในฝัน 2026]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาคน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[พิชัย จิราธิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สอบเข้ามหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[หอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เซ็นทรัล ทำ]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการติวเข้า​มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=42910</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำพันธกิจการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนโครงการ UTCC Tutor ติวทั่วไทย พิชิตมหาลัยในฝัน 2026 โดยเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือรวม 8 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมติวเข้มสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลในการร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของ &#8220;เซ็นทรัล ทำ&#8221; ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการส่งเสริม Inclusion หรือการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาส โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพื่อให้เยาวชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต โดยกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ได้สนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมภายในศูนย์การค้าทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล เวสต์เกต, เซ็นทรัล นครสวรรค์, เซ็นทรัล อุดร, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้เข้าถึงการติวคุณภาพโดยไม่ต้องเดินทางไกล ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “หอการค้าไทยเชื่อมั่นว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/central-group-utcc-tutor-2026/">ม.หอการค้าไทย ผนึก หอการค้าไทย-กลุ่มเซ็นทรัล เปิดสนาม &#8216;UTCC Tutor 2026&#8217; ที่นครสวรรค์ เดินหน้าติวฟรี 39 จังหวัดทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มเซ็นทรัล ตอกย้ำพันธกิจการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนโครงการ <strong>UTCC Tutor </strong><strong>ติวทั่วไทย พิชิตมหาลัยในฝัน </strong><strong>2026</strong></p>
<p><span id="more-42910"></span></p>
<p>โดยเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือรวม 8 แห่งทั่วประเทศ ให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมติวเข้มสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย สะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่มเซ็นทรัลในการร่วมลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และส่งเสริมการเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42914 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/08.โครงการ-UTCC-Tutor-ติวทั่วไทย-พิชิตมหาลัยในฝัน-202.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ของ <strong>&#8220;เซ็นทรัล ทำ&#8221;</strong> ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการส่งเสริม <strong>Inclusion</strong> หรือการ<strong>ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคในการเข้าถึงโอกาส</strong> โดยเฉพาะด้านการศึกษา เพื่อให้เยาวชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต</p>
<p>โดยกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ ได้สนับสนุนพื้นที่จัดกิจกรรมภายในศูนย์การค้าทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ <strong>เซ็นทรัล เวสต์เกต</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล นครสวรรค์</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล อุดร</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล ขอนแก่น</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล โคราช</strong><strong>, </strong><strong>เซ็นทรัล อยุธยา และเซ็นทรัล หาดใหญ่</strong> เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนในภูมิภาคต่าง ๆ ได้เข้าถึงการติวคุณภาพโดยไม่ต้องเดินทางไกล ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42912 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/06.โครงการ-UTCC-Tutor-ติวทั่วไทย-พิชิตมหาลัยในฝัน-202.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “หอการค้าไทยเชื่อมั่นว่า การพัฒนาประเทศต้องเริ่มจากการพัฒนาคน และการศึกษาคือการลงทุนระยะยาวที่ สำคัญที่สุด การที่ภาคธุรกิจร่วมสนับสนุนโครงการนี่ต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 สะท้อนว่าเรามองเห็นคุณค่าที่แท้จริง เพราะเมื่อเด็กคนหนึ่งได้รับโอกาสที่เหมาะสม ผลลัพธ์จะไม่ได้เปลี่ยนแค่ชีวิตของเขา แต่ส่งผลต่อครอบครัว ชุมชน และอนาคตของประเทศ”</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-42915 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/tutor1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณพิชัย  จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล</strong> กล่าวว่า &#8220;กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและประเทศ การร่วมสนับสนุน<strong>โครงการ </strong><strong>UTCC Tutor </strong><strong>ติวทั่วไทย พิชิตมหาลัยในฝัน </strong><strong>2026</strong> ในครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของเราที่ต้องการเปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ผ่านศูนย์การค้าซึ่งเป็นพื้นที่ของทุกคนในชุมชน เพื่อให้น้อง ๆ ได้เข้าถึงองค์ความรู้และการเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยอย่างมีคุณภาพ เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และร่วมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต&#8221;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42916 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/05.โครงการ-UTCC-Tutor-ติวทั่วไทย-พิชิตมหาลัยในฝัน-202.jpg" alt="" width="467" height="700" /></p>
<p>โครงการ <strong>UTCC Tutor </strong><strong>ติวทั่วไทย พิชิตมหาลัยในฝัน </strong><strong>2026</strong> เป็นความร่วมมือระหว่างหอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทั่วประเทศได้รับการติวเข้มจากทีมวิทยากรคุณภาพ พร้อมแนะแนวการศึกษาต่อและการเตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัย โดยกลุ่มเซ็นทรัลพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการศึกษา และเดินหน้าสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้สำหรับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด &#8220;เซ็นทรัล ทำ&#8221; ที่มุ่งสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และประเทศอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-42913 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/07/07.โครงการ-UTCC-Tutor-ติวทั่วไทย-พิชิตมหาลัยในฝัน-202.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/07/central-group-utcc-tutor-2026/">ม.หอการค้าไทย ผนึก หอการค้าไทย-กลุ่มเซ็นทรัล เปิดสนาม &#8216;UTCC Tutor 2026&#8217; ที่นครสวรรค์ เดินหน้าติวฟรี 39 จังหวัดทั่วประเทศ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;เพราะการมองเห็น คือจุดเริ่มต้นของโอกาส​&#8217;​ กลยุทธ์ &#8216;อีซี่มันนี่&#8217; เปิดโครงการ​ &#8216;แว่นบุญ&#8217; ตรวจวัดสายตาและมอบแว่นฟรีทั่วประเทศ ย้ำวิสัยทัศน์​แบรนด์​ผ่านโครงการเพื่อสังคม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/easy-money-launch-sharity-glasses-csr-project/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:31:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Asset Backed Financing]]></category>
		<category><![CDATA[CSR]]></category>
		<category><![CDATA[Easy Money]]></category>
		<category><![CDATA[การมองเห็น]]></category>
		<category><![CDATA[กู้ตัวเองไม่พึ่งใคร]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[สุธี พนาวร]]></category>
		<category><![CDATA[อีซี่มันนี่]]></category>
		<category><![CDATA[อีซี่มันนี่ กรุ๊ป]]></category>
		<category><![CDATA[แว่นบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงรับจำนำ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ให้ทุกโอกาสเป็นไปได้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41782</guid>

					<description><![CDATA[<p>อีซี่มันนี่ ผู้นำธุรกิจโรงรับจำนำของภาคเอกชน ด้วยจำนวนสาขา 98 แห่ง ทั่วประเทศ ตอกย้ำจุดยืนที่แข็งแรงของแบรนด์ในฐานะแบรนด์แห่งโอกาส ตามวิสัยทัศน์ &#8216;ให้ทุกโอกาสเป็นไปได้&#8217;  ยกระดับการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของแบรนด์มากขึ้นผ่านการเปิดตัวโครงการ &#8216;แว่นบุญ&#8217;  สำหรับโครงการ &#8216;แว่นบุญ&#8217; ในปีแรกนี้ อีซี่มันนี้ ได้ร่วมกับพันธมิตรอย่างแว่นท็อปเจริญ ในการเข้ามาให้บริการตรวจวัดสายตา และประกอบแว่นฟรี ให้แก่ชุมชนโดยรอบสาขา นำร่องที่สาขา &#8216;เคหะร่มเกล้า&#8216; โดยให้บริการตรวจวัดสายตาและมอบแว่นให้เด็กและผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น 300 อัน โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสามารถให้บริการผู้คนในชุมชนรอบสาขาโดยรวมได้กว่า 1,500 -2,000 คน ผ่านการจัดกิจกรรม​ภายในปีนี้อีกราว 3-4 แห่ง กระจายไปในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มเติม วางยุทธศาสตร์ &#8216;เพื่อสังคม&#8217; ตอกย้ำวิสัยทัศน์​แบรนด์​  คุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมมาอยางต่อเนื่องมากกว่า 21 ผ่านการทำกิจกรรม​หลากหลาย​มิติ  ตามความเหมาะสมและสอดคล้อง​กับความต้องการในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพ การดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม และศาสนา สะท้อนการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมโดยรอบมาอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอีซี่มันนี่ และผู้คนในชุมชนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น  [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/easy-money-launch-sharity-glasses-csr-project/">&#8216;เพราะการมองเห็น คือจุดเริ่มต้นของโอกาส​&#8217;​ กลยุทธ์ &#8216;อีซี่มันนี่&#8217; เปิดโครงการ​ &#8216;แว่นบุญ&#8217; ตรวจวัดสายตาและมอบแว่นฟรีทั่วประเทศ ย้ำวิสัยทัศน์​แบรนด์​ผ่านโครงการเพื่อสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อีซี่มันนี่ </strong>ผู้นำธุรกิจโรงรับจำนำของภาคเอกชน ด้วยจำนวนสาขา 98 แห่ง ทั่วประเทศ ตอกย้ำจุดยืนที่แข็งแรงของแบรนด์ในฐานะแบรนด์แห่งโอกาส ตามวิสัยทัศน์ &#8216;<strong>ให้ทุกโอกาสเป็นไปได้&#8217; </strong> ยกระดับการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของแบรนด์มากขึ้นผ่านการเปิดตัวโครงการ<strong> &#8216;แว่นบุญ&#8217; </strong></p>
<p><span id="more-41782"></span></p>
<p>สำหรับโครงการ<strong> &#8216;แว่นบุญ&#8217;</strong> ในปีแรกนี้ อีซี่มันนี้ ได้ร่วมกับพันธมิตรอย่างแว่นท็อปเจริญ ในการเข้ามาให้บริการตรวจวัดสายตา และประกอบแว่นฟรี ให้แก่ชุมชนโดยรอบสาขา นำร่องที่สาขา &#8216;<strong>เคหะร่มเกล้า</strong>&#8216; โดยให้บริการตรวจวัดสายตาและมอบแว่นให้เด็กและผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น 300 อัน โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสามารถให้บริการผู้คนในชุมชนรอบสาขาโดยรวมได้กว่า 1,500 -2,000 คน ผ่านการจัดกิจกรรม​ภายในปีนี้อีกราว 3-4 แห่ง กระจายไปในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41796 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/คณะผู้บริหารจาก-อีซี่มันนี่-กรุ๊ป-และ-แว่นท็อปเจริญ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b><strong>วางยุทธศาสตร์ &#8216;เพื่อสังคม&#8217; ตอกย้ำวิสัยทัศน์​แบรนด์​ </strong></b></p>
<p><strong>คุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ </strong>ประธานกรรมการบริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมมาอยางต่อเนื่องมากกว่า 21 ผ่านการทำกิจกรรม​หลากหลาย​มิติ  ตามความเหมาะสมและสอดคล้อง​กับความต้องการในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพ การดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม และศาสนา สะท้อนการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมโดยรอบมาอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอีซี่มันนี่ และผู้คนในชุมชนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น  รวมทั้งการตอกย้ำภาพลักษณ์​การเป็นแบรนด์แห่งโอกาส ผ่าน​การอยู่เคียงข้างและเป็นหนึ่งทางเลือกในการช่วยเหลือผู้ที่มองเห็นโอกาสให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ผ่านธุรกิจโรงรับจำนำที่ดำเนินการอยู่ นำมาสู่การยกระดับโครงการเพื่อสังคม (CSR) ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดย​นำร่องโครงการเแว่นบุญ ครั้งที่ 1 ​ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เนื่องจาก เป็นชุมชนที่ทางอีซี่มันนี่มีสาขาให้บริการอยู่ รวมทั้งเป็นชุมชนที่มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41797 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โครงการแว่นบุญ-ครั้งที่1-เคหะร่มเกล้า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;อีซี่มันนี่ เชื่อว่า ปัญหาสายตาเป็นหนึ่งในปัญหาของคนทุกวัย​และกระทบต่อคุณภาพ​การใช้ชีวิต​ประจำวัน ทำให้บางครั้งอาจพลาดโอกาสสำคัญ หรือกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงแว่นสายตา เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูง หรือมีภาระค่าครองชีพสูง​ทำให้เลือกที่จะไม่ตัดแว่นสายตา ​ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นที่ดี ทั้งการเรียน การทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำโครงการ<strong> &#8216;แว่นบุญ&#8217;</strong> จึงเป็นหนึ่งโครงการที่สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหารวมทั้งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงคุณภาพ​ชีวิตที่ดีให้ผู้คนในชุมชนได้มากขึ้น​ ซึ่งทางอีซี่มันนี่ตั้งใจจะขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมทั้งในปีต่อๆ ไป เพื่อสามารถเข้าถึงคนที่มีความต้องการแว่นสายตาได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p><strong>เพราะ &#8216;การมองเห็น&#8217; คือจุดเริ่มต้นของ &#8216;โอกาส&#8217;</strong></p>
<p><strong>คุณสุธี พนาวร </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป กล่าวว่า การเลือกเข้ามาเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับปัญหาสายตาของอีซี่มันนี่ เพื่อตอกย้ำความเป็น &#8216;<strong>แพลตฟอร์มแห่งโอกาส</strong>&#8216; ไม่เพียงการเป็นตัวช่วยและทางเลือกทางด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเพิ่มโอกาสด้าน​คุณภาพชีวิตของลูกค้าและคนในชุมชนโดยรอบด้วย โดยเฉพาะคุณภาพสายตาและการมองเห็นซึ่งถือเป็นหนึ่งในคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่คนไทยทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน</p>
<p>สำหรับ​กลุ่มเป้าหมายของโครงการ จะเน้น 2 กลุ่มหลัก คือผู้สูงอายุ และเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายตามากที่สุด โดยเยาวชนเป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนสังคมและมีกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย ขณะที่ผู้สูงอายุจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น ​​ทำให้การขับเคลื่อนโครงการสามารถจับต้องผลกระทบหรือ​ Impact เชิงบวก​ที่จะเกิดตามมา​ได้อย่างชัดเจนมากที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41799 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โครงการแว่นบุญ-ครั้งที่1-เคหะร่มเกล้า-Re.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ดีมากขึ้น ​ จากที่ผ่านมา แม้จะทำกิจกรรมจำนวนมาก แต่มีความหลากหลาย ​ทำให้การเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์ไม่แข็งแรงมากนัก ขณะที่โครงการแว่นบุญ ยังเป็นการ​ตอกย้ำคำว่า &#8216;<strong>การให้โอกาส&#8217; </strong> ​ซึ่งสอดคล้องกับ​แก่นสำคัญที่อีซี่มันนี่ใช้ในการขับเคลื่อนแบรนด์มาโดยตลอด รวมทั้งผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ไม่ใช่เพียงการทำแล้วจบไป แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้รับได้ในระยะยาว รวมทั้งเป็นการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต จึงเป็นการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างตรงจุดและ​ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่โครงการ CSR​ ทั่วไป ยังคงขับเคลื่อนควบคู่ไป แต่จะให้น้ำหนักและความสำคัญการขับเคลื่อนโครงการแว่นบุญอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอไปตลอดทั้งปี รวมทั้งในปีต่อๆ ไปด้วย&#8221;</em></p>
<p>ทั้งนี้ อีซี่มันนี่ มองการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม มากกว่าแค่การออกรูปแบบของการให้ แต่มองเป็นการขับเคลื่อน<strong> &#8216;พันธกิจระยะยาว&#8217;</strong> ของแบรนด์ ที่ต้องการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนโครงการให้ผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจการเงิน ในรูปแบบการให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-backed Financing) สำหรับ​ช่วยเหลือคนไทยหรือผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสในการต่อยอด ก็สามารถนำทรัพย์ทุกประเภทที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนเพื่อนำไปใช้จ่าย หรือใช้ต่อยอดภายในธุรกิจ ภายใต้การดูแลทรัพย์อย่างปลอดภัย  ตอกย้ำ​การอาสาเข้ามาเป็นหนึ่งโซลูชั่นทางเลือกทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้ อย่างโปร่งใส ยุติธรรม และทันสมัย เพื่อช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างมั่นใจ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41800 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/โครงการ-แว่นบุญ-ครั้งที่1-เคหะร่มเกล้า.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/easy-money-launch-sharity-glasses-csr-project/">&#8216;เพราะการมองเห็น คือจุดเริ่มต้นของโอกาส​&#8217;​ กลยุทธ์ &#8216;อีซี่มันนี่&#8217; เปิดโครงการ​ &#8216;แว่นบุญ&#8217; ตรวจวัดสายตาและมอบแว่นฟรีทั่วประเทศ ย้ำวิสัยทัศน์​แบรนด์​ผ่านโครงการเพื่อสังคม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin A]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Feb 2026 14:09:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[SD-ers]]></category>
		<category><![CDATA[Circularity]]></category>
		<category><![CDATA[Commitment]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Green Construction]]></category>
		<category><![CDATA[Green Mobility]]></category>
		<category><![CDATA[Green กินได้]]></category>
		<category><![CDATA[Mobilix]]></category>
		<category><![CDATA[Nature]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable energy]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[SustainableGrowth]]></category>
		<category><![CDATA[Waste Reduction 3R]]></category>
		<category><![CDATA[Water Conservation Program]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจคาร์บอนต่ำ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[เติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39311</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ ความยั่งยืน ไม่ใช่การเพิ่ม ต้นทุน แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ ผลตอบแทน กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง กำไร ให้ได้มุมมองของ คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ WHA Groupพร้อมฉายภาพให้เห็น &#8216;ผลตอบแทน&#8217;​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน CarbonNeutrality ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก Green จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้โดยหลังจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะเชื่อว่าการขับเคลื่อนเรื่องของ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ความยั่งยืน</span> ไม่ใช่การเพิ่ม <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ต้นทุน</span> แต่ถือเป็นการลงทุนของธุรกิจ ซึ่งธรรมชาติของการลงทุน จะต้องให้ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">ผลตอบแทน</span> กลับมา ในระยะยาว โดยผลตอบแทนอาจจะอยู่ในรูปของต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงในภาพรวม หรือโอกาสในการสร้างรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จากการมีโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Operation</p>
<p><span id="more-39311"></span></p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว การทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีความสามารถในการสร้าง <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">กำไร</span> ให้ได้<br class="html-br" /><br class="html-br" />มุมมองของ <strong>คุณจูน -จรีพร จารุกรสกุล</strong> ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)​ <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">WHA Group</span></strong><br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมฉายภาพให้เห็น <em>&#8216;ผลตอบแทน&#8217;</em>​ จากกความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนของ​ WHA Group ในรูปแบบของการ​สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่แตะหลักพันล้านบาทได้แล้ว จากผลกำไรทั้งกรุ๊ปรวมกว่า 4,500 ล้านบาท นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการลดต้นทุน และการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่สามารถบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CarbonNeutrality</span> ได้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2021<br class="html-br" /><br class="html-br" />พร้อมทั้งโอกาสเติบโตที่ยังอยู่ในระดับสูงทั้งจากดีมานด์ และศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชั่นที่รองรับการขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายสู่ Net Zero ของภาคธุรกิจ ทำให้เชื่อว่ารายได้ที่มาจากกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในฟาก <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Green</span> จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท​ ภายในสิ้นปี 2025 นี้<br class="html-br" /><br class="html-br" />โดยหลังจาก <strong>WHA Group</strong> ประกาศ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mission</span> เพื่อบรรลุเป้าหมาย <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Net zero</span> ในปี 2050 พร้อมวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนเพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการทำ Digital Transformation เพื่อเพิ่มศักยภาพและความพร้อมให้องค์กร พร้อมประกาศ Commitment องค์กร เพื่อเติบโตควบคู่ไปกับการสร้าง Positive Impact และวางเป้าหมายไว้ทั้งระยะสั้นในปี 2030 ที่ต้องการลด Emission 42% จากปีฐาน 2021 , ส่งเสริม Green Procurement 50% รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่​ให้ได้ 70%<br class="html-br" /><br class="html-br" />รวมทั้งเป้าหมายระยะยาวในปี 2050 ทั้งการบรรลุ Net zero ทั้ง 3 สโคป การสร้าง Circularity Ecosystem ภายในธุรกิจ รวมทั้งการนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งลดการใช้น้ำจากแหล่งน้ำ​ธรรมชาติให้ได้ทั้ง 100%<br class="html-br" /><br class="html-br" />หลังวางเป้าหมาย​ชัดเจน ก็นำมาสู่การจัดกระบวนทัพและวางกลยุทธ์ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย ผ่านการขับเคลื่อน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ กลุ่มนิคมอุตสากรรม กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค รวมทั้งธุรกิจใหม่อย่าง Mobilix เพื่อรองรับ Green Logistics รวมทั้งกลุ่มพัมนาดิจิทัลโซลูชั่นส์ ​ซึ่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตที่​ยั่งยืน มีการเติบโตที่แข็งแรงและสามารถสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการลด Carbon Emission จากการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ<br class="html-br" /><br class="html-br" />ไม่ว่าจะเป็น <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Mobilix</span></strong> ที่ปี 2024 ที่ผ่านมา มีจำนวนรถ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">EV</span> ให้บริการในแพลตฟอร์มแล้ว 330 คัน สร้างรายได้แล้ว 132 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มรถเป็นกว่า 2 หมื่นคันในปี 2029 ซึ่งคาดว่าจะสามารถลด Emisison ลงได้ถึง 2,800 ตันคาร์บอนเทียบเท่า<br class="html-br" /><br class="html-br" />ส่วนกลุ่ม <strong><span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">Renewable Energy</span></strong> สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว 437 เมกะวัตต์​ สร้างรายได้ 493 ล้านบาท และคาดจะเพิ่มเป็น 1,200 เมกะวัตต์ ซึ่งช่วยลด Emission ได้มากกว่า 6.1 หมื่นตันคาร์บอน ขณะที่สามารถบำบัดและบริหารจัดการน้ำในปีที่ผ่านมาได้กว่า 7.64 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างรายได้ 303 ล้านบาท และคาดว่าจะทำได้เพิ่มเป็น 24.25 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเทียบเป็นปริมาณที่ให้คนนำไปใช้ได้มากกว่า 2.15 แสนคน<br class="html-br" /><br class="html-br" />นอกจากนี้ ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างศึกษา หรือรอโอกาสเติบโตและเป็น New Engine ใหม่ให้องค์กรได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากคาร์บอนเครดิต การต่อยอดจากการบริหารจัดการแบตเตอรี่เก่า จากฟลีทรถขนส่ง EV รวมทั้งพลังงานสะอาดที่จะเดินหน้าต่อเนื่อง พร้อมทั้งศึกษาเรื่องของพลังงานิวเคลียร์ <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">SMR</span> และการจัดเก็บคาร์บอน <span class="html-span xdj266r x14z9mp xat24cr x1lziwak xexx8yu xyri2b x18d9i69 x1c1uobl x1hl2dhg x16tdsg8 x1vvkbs">CCUS</span> ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตร หรือรอให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีปรับตัวลดลงเพื่อเข้าไปลงทุน เพิ่ม​โอกาสเติบโตได้มากขึ้นในอนาคต<br class="html-br" /><br class="html-br" />สำหรับ​แนวทางที่ <strong>WHA</strong> จะใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน จะโฟกัสผ่าน 5 ด้าน คือ Green Mobility, Water Conservation Program , Waste Reduction By 3R , Green Construction และ Decarbonization เพื่อสามารถต่อยอดและสร้างรากฐานทีแข็งแกร่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/02/wha-green-business/">WHA คาดรายได้จากฝั่ง Green Business ขยับแตะ 1,500 ล้านบาท ในสิ้นปี 2025 นี้</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กัลฟ์ สานต่อโครงการ &#8216;GULF Sparks, Life Starts&#8217; ติดตั้งโซลาร์บนแพครั้งแรก ให้ชุมชนบ้านปากนาย จ.น่าน มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตและต่อยอดประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/12/gulf-sparks-install-solarcell-for-fishing-village/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2025 13:19:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[GULF]]></category>
		<category><![CDATA[Gulf Development]]></category>
		<category><![CDATA[GULF Sparks]]></category>
		<category><![CDATA[GULF Sparks Life Starts]]></category>
		<category><![CDATA[Life Starts]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[solar cell]]></category>
		<category><![CDATA[Solar Rooftop]]></category>
		<category><![CDATA[กัลฟ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[จารุณี  ซ้อนสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[ญาณิศา วัฒนคำนวณ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[หมู่บ้านชาวประมง]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=38963</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดินหน้าภารกิจส่งมอบ &#8216;พลังงานสะอาด&#8217; ให้พื้นที่ห่างไกลและยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี สำหรับโครงการ &#8216;GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต&#8217;  ของ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ด้วยความเชื่อว่าการเข้าถึง &#8216;พลังงานไฟฟ้า&#8217; คือจุดเริ่มต้นการเข้าถึงโอกาสและเป็นพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทย ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าได้เช่นกัน ปัจจุบันโครงการ  &#8216;GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต&#8217; ได้เดินหน้ามอบแสงสว่างให้ชุมชนต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรวมแล้วใน 15 พื้นที่ และจากการต่อยอดโครงการในปีล่าสุด ที่เปิดกว้างโอกาสให้ประชาชนเข้ามา​มีส่วนร่วม เพื่อ​เสนอพื้นที่ที่มีความต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาด  เพื่อให้ทางกัลฟ์เข้าไปดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี ทั้งนี้ จาก​การส่งข้อมูลเพื่อเสนอพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เข้ามา​​กว่า 100 พื้นที่ ทางกัลฟ์ได้ทำการสำรวจเพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด และได้เลือก ชุมชนบ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน ซึ่งเป็นชุมชนบนแพกลางน้ำอยู่บริเวณปลายสายส่ง และมักประสบปัญหาไฟฟ้าไม่เสถียร โดยล่าสุด กัลฟ์ได้ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบการติดตั้งพลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ให้ทางชุมชน พร้อมด้วยวิศวกรจากทางกัลฟ์เข้าไป​ให้ความรู้ และสาธิตวิธีการดูแลรักษาแผงโซลาร์เซลล์อย่างถูกต้อง เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืน สำหรับชุมชนบ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gulf-sparks-install-solarcell-for-fishing-village/">กัลฟ์ สานต่อโครงการ &#8216;GULF Sparks, Life Starts&#8217; ติดตั้งโซลาร์บนแพครั้งแรก ให้ชุมชนบ้านปากนาย จ.น่าน มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตและต่อยอดประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดินหน้าภารกิจส่งมอบ &#8216;<strong>พลังงานสะอาด&#8217;</strong> ให้พื้นที่ห่างไกลและยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงอย่างต่อเนื่องมากว่า 3 ปี สำหรับโครงการ <strong>&#8216;</strong><strong>GULF Sparks, Life Starts </strong><strong>เติมพลังไฟให้ชีวิต&#8217;</strong>  ของ <strong>บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)</strong> หรือ <strong>GULF </strong>ด้วยความเชื่อว่าการเข้าถึง <strong>&#8216;พลังงานไฟฟ้า&#8217; </strong>คือจุดเริ่มต้นการเข้าถึงโอกาสและเป็นพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทย ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าได้เช่นกัน</p>
<p><span id="more-38963"></span></p>
<p>ปัจจุบันโครงการ  <strong>&#8216;</strong><strong>GULF Sparks, Life Starts </strong><strong>เติมพลังไฟให้ชีวิต&#8217;</strong> ได้เดินหน้ามอบแสงสว่างให้ชุมชนต่างๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรวมแล้วใน 15 พื้นที่ และจากการต่อยอดโครงการในปีล่าสุด ที่เปิดกว้างโอกาสให้ประชาชนเข้ามา​มีส่วนร่วม เพื่อ​เสนอพื้นที่ที่มีความต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาด  เพื่อให้ทางกัลฟ์เข้าไปดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__232521786.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ จาก​การส่งข้อมูลเพื่อเสนอพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เข้ามา​​กว่า 100 พื้นที่ ทางกัลฟ์ได้ทำการสำรวจเพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุด และได้เลือก<strong> ชุมชนบ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน</strong> ซึ่งเป็นชุมชนบนแพกลางน้ำอยู่บริเวณปลายสายส่ง และมักประสบปัญหาไฟฟ้าไม่เสถียร โดยล่าสุด กัลฟ์ได้ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบการติดตั้งพลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ให้ทางชุมชน พร้อมด้วยวิศวกรจากทางกัลฟ์เข้าไป​ให้ความรู้ และสาธิตวิธีการดูแลรักษาแผงโซลาร์เซลล์อย่างถูกต้อง เพื่อให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
<p>สำหรับชุมชนบ้านปากนาย อ.นาหมื่น จ.น่าน เป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน มีประชากรราว 200 ครัวเรือน ประชากรอาศัยรวมกันอยู่ในแพ โดย​มีแพหลักที่เป็นศูนย์กลางของคนในชุมชนสำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ และเป็นศูนย์รวมการฝึกอาชีพของชุมชนอีกด้วย ​ซึ่งการเข้ามาติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดที่แพชุมชน​ จะสร้างประโยชน์ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชน รวมทั้งการมีพื้นที่ส่วนกลางทั้งในการต่อยอดด้านอาชีพหรือการทำกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนในเวลากลางคืนได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังถือเป็น<em><strong>ครั้งแรกที่กัลฟ์ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนแพ  </strong></em>อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38964 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__232521791-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1707" /></p>
<p><strong>คุณญาณิศา วัฒนคำนวณ </strong><strong>ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม</strong><strong> GULF</strong> กล่าวว่า โครงการ<strong> GULF Sparks, Life Starts</strong> เป็นความตั้งใจของกัลฟ์ ที่จะนำพลังงานสะอาดไปสู่พื้นที่ที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง โดยกัลฟ์ได้ดำเนินโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้พื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี โดยได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบนดอยสูง พื้นที่บนเกาะ และบริเวณชายแดน เพื่อมุ่งมั่นส่งมอบพลังงานสะอาดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><em>&#8220;การเปิดโอกาสให้ประชาชนเสนอพื้นที่เข้ามา ทำให้เราสามารถช่วยเหลือชุมชนที่ขาดแคลนได้อย่างตรงจุด รวมทั้งพื้นที่ชุมชนบ้านปากนายถือเป็นความท้าทายใหม่​​ เพราะเป็นชุมชนบนแพ ซึ่งการติดตั้งต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความทนทานเป็นพิเศษ เราเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าที่เราส่งมอบให้ จะเป็นการจุดประกายชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนบ้านปากนาย และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวอีกด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38967 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__232521801.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>น.ส.จารุณี  ซ้อนสมบัติ </strong><strong>ผู้ใหญ่บ้านปากนาย และผู้เสนอพื้นที่ให้โครงการ</strong> ได้บอกเล่าเรื่องราวของหมู่บ้านไปยังกัลฟ์ ​สะท้อนภาพชุมชนบนแพที่ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าโดยเฉพาะช่วงเวลาน้ำลด เพราะอยู่บริเวณปลายสายส่ง ซึ่ง​หลังจากส่งเรื่องไปแล้ว และ​ได้รับคัดเลือก ทำให้ทุกคนในหมู่บ้าน​​ดีใจมาก</p>
<p>&#8220;ขอบคุณบริษัทกัลฟ์​ ที่ช่วยเข้ามา​ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนแพส่วนกลางเคลื่อนที่ เพราะถือเป็นพื้นที่สำคัญของหมู่บ้าน​ เป็นพื้นที่ให้ทุกคนในชุมชนสามารถมาใช้ร่วมกัน​ โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่ทำประมง แปรรูปปลา ซึ่งใช้ไฟฟ้าค่อนข้างเยอะ การมีไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์จะช่วยให้ทุกกิจกรรมของหมู่บ้านดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ให้กับชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น การทำปลาอบแห้ง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่า ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และทำให้การประกอบอาชีพของเรามั่นคงยิ่งขึ้น”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-38966 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/12/S__232521796.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>กัลฟ์เชื่อมั่นว่า พลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการต่อยอดอาชีพ เสริมสร้างความเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อสังคมควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับสังคมไทยต่อไป</p>
<p>ติดตามข่าวสารของกัลฟ์ ได้ที่ FB: Gulf Development <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=61575041024180" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/profile.php?id=61575041024180</a>  และ GULF Spark <a href="https://www.facebook.com/GulfSPARK.TH" target="_blank" rel="noopener">https://www.facebook.com/GulfSPARK.TH</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/12/gulf-sparks-install-solarcell-for-fishing-village/">กัลฟ์ สานต่อโครงการ &#8216;GULF Sparks, Life Starts&#8217; ติดตั้งโซลาร์บนแพครั้งแรก ให้ชุมชนบ้านปากนาย จ.น่าน มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตและต่อยอดประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่นี้ เคเอฟซี จับมือ กสศ.​ เดินหน้าโครงการ KFC Bucket Search เปิดโรงเรียนนอกกรอบเคเอฟซี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/06/kfc-bucket-search/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Jun 2025 10:48:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[DJOP Music Contest]]></category>
		<category><![CDATA[KFC]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Bucket Search]]></category>
		<category><![CDATA[Work & Study]]></category>
		<category><![CDATA[กฤษณะภัส เรืองฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ขยายโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะอาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี]]></category>
		<category><![CDATA[เคเอฟซี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนอกกรอบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=34079</guid>

					<description><![CDATA[<p>เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ เคเอฟซี เดินหน้าโครงการ KFC Bucket Search ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 2 ช่วยน้องๆ อีก 300 คน และตั้งเป้าภายในปีนี้อีก 1,000 คนเพื่อช่วยน้องให้กลับคืนสู่สังคม ได้กลับมาเรียน ฝึกฝนทักษะ และวิชาชีพ ให้สามารถกลับไปตามความฝันอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง” โดยเดินหน้าขยายความช่วยเหลือเยาวชนทั่วประเทศ จากเยาวชนกลุ่มสถานพินิจ สู่เยาวชนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มฅนวัยใส จุดประกายความหวังด้านการศึกษา และเปิดประตูสู่อาชีพที่ดีในอนาคต เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ มีเด็กไทยจำนวนมากที่ไม่ได้กลับไปเรียนหนังสือต่อ โดยจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นั้นพบว่า ในปี 2568 มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3-24 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษา จำนวนถึง 880,463 คน[1] ซึ่งปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษานั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนของระบบการศึกษาไทยที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยหากประเทศไทยยุติปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจนทำให้จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ได้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เนื่องจากรายได้ตลอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นของเด็กที่มีการศึกษาสูงขึ้น ที่ผ่านมา โครงการ KFC Bucket Search ภายใต้ความร่วมมือกับ กสศ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/kfc-bucket-search/">เปิดเทอมใหม่นี้ เคเอฟซี จับมือ กสศ.​ เดินหน้าโครงการ KFC Bucket Search เปิดโรงเรียนนอกกรอบเคเอฟซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ เคเอฟซี เดินหน้าโครงการ <strong>KFC Bucket Search</strong> ต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 2 ช่วยน้องๆ อีก 300 คน และตั้งเป้าภายในปีนี้อีก 1,000 คนเพื่อช่วยน้องให้กลับคืนสู่สังคม ได้กลับมาเรียน ฝึกฝนทักษะ และวิชาชีพ ให้สามารถกลับไปตามความฝันอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดที่ว่า “<strong>ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง</strong>”</p>
<p><span id="more-34079"></span></p>
<p>โดยเดินหน้าขยายความช่วยเหลือเยาวชนทั่วประเทศ จากเยาวชนกลุ่มสถานพินิจ สู่เยาวชนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มฅนวัยใส จุดประกายความหวังด้านการศึกษา และเปิดประตูสู่อาชีพที่ดีในอนาคต</p>
<p>เปิดเทอมภาคการศึกษาใหม่นี้ มีเด็กไทยจำนวนมากที่ไม่ได้กลับไปเรียนหนังสือต่อ โดยจากข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นั้นพบว่า ในปี 2568 มีเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 3-24 ปี ที่อยู่นอกระบบการศึกษา จำนวนถึง 880,463 คน<a href="#_ftn1" name="_ftnref1">[1]</a> ซึ่งปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษานั้นถือเป็นหนึ่งในปัญหาเร่งด่วนของระบบการศึกษาไทยที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยหากประเทศไทยยุติปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจนทำให้จำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษากลายเป็นศูนย์ได้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 1.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เนื่องจากรายได้ตลอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นของเด็กที่มีการศึกษาสูงขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34081 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/KFC_Photo1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ที่ผ่านมา โครงการ KFC Bucket Search ภายใต้ความร่วมมือกับ กสศ. มุ่งยกระดับชีวิตของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ผ่านการออกแบบหลักสูตรการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต โดยเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทางเลือกที่เรียกว่า <strong>work &amp; study </strong>ที่ช่วยในการจัดสรรเวลาและรายได้ ผ่านการเรียนและทำงานกับเคเอฟซี หรือรับ<strong>การสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อวิชาชีพ</strong> โดยโครงการจะมอบทั้งองค์ความรู้และเงินทุนตั้งต้น สำหรับการเรียนจะเน้นการสร้างระบบนิเวศของการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เยาวชนกลุ่มนี้สามารถเรียนรู้ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และกลไกการเป็นผู้ประกอบการ ผ่านประสบการณ์ทำงานจริง และประสบการณ์เหล่านี้จะถูกแปลงเป็น &#8216;หน่วยกิต&#8217; การศึกษา เพื่อสะสมเป็นวุฒิการศึกษานำไปต่อยอดการทำงานในอนาคตได้</p>
<p>“โครงการ KFC Bucket Search เริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ และไม่มีใครควรถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะขาดโอกาส เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กทุกคนกลับมามองเห็นคุณค่าในตนเอง ปลดล็อกศักยภาพ และเดินหน้าสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้พันแซนเดอร์ส ผู้ซึ่งเชื่อในการมอบโอกาสครั้งที่สองและการช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โครงการ Bucket Search จึงไม่ใช่แค่กิจกรรม CSR แต่เป็นภาพสะท้อนของความเชื่อและความตั้งใจที่เรายึดมั่นมาตลอดกว่า 40 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม และสนับสนุนให้ทุกคนได้รับโอกาสที่เท่าเทียม” <strong>นาย</strong><strong>ซูเฮล ลิมบาดะ</strong><strong>  <em>Market Lead &amp; Chief Marketing Officer</em></strong><em><strong> เคเอฟซี ประเทศไทย </strong></em><em>กล่าว</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34082 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/KFC_Photo6.jpg" alt="" width="1200" height="738" /></p>
<p>“เปิดเทอมใหม่นี้ เคเอฟซีอยากพาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับมาเรียนอีกครั้ง ผ่านโรงเรียนนอกกรอบของเคเอฟซี กับหลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ ที่สามารถนำประสบการณ์ทำงานจริงมาเป็นหน่วยกิตเรียนจบ ม.6 ได้ โรงเรียนนอกกรอบเคเอฟซีไม่ใช่แค่ห้องเรียน แต่เป็นพื้นที่ที่เราตั้งใจเปิดให้น้องๆ ได้กลับมาค้นพบศักยภาพของตนเอง โดยผสานการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตและประสบการณ์การทำงานจริงกับเคเอฟซี เพื่อให้น้องๆ สามารถต่อยอดชีวิตและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมั่นใจและมีคุณค่า” <strong>นางสาวภัทรา ภัทรสุวรรณ </strong><strong>หัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ เคเอฟซี ประเทศไทย </strong>กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34084 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/KFC_Photo.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2566 โครงการ KFC Bucket Search ได้ส่งมอบโอกาสให้เด็กและเยาวชนจำนวนทั้งสิ้น 430 คน โดยในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสถานพินิจ นอกเหนือจากการสนับสนุนในด้านการเรียนและทักษะการประกอบอาชีพแล้ว ทางเคเอฟซียังได้นำวิทยากรจากหลากหลายสาขาอาชีพ อาทิ อินฟลูเอ็นเซอร์ ช่างตัดผม นักดนตรี และบาร์เทนเดอร์ เข้ามาแบ่งปันความรู้ประสบการณ์ เพื่อเปิดกว้างเกี่ยวกับโลกการทำงานและเส้นทางอาชีพที่หลากหลายอีกด้วย</p>
<p>“ผมได้มีโอกาสมาเล่นดนตรีในงานเปิดตัวโครงการ<strong> Bucket Search</strong> เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว หลังวงชนะการประกวดวงดนตรีของ DJOP Music Contest ของทางกรมพินิจฯ และได้รับโอกาสจากเคเอฟซีไปออกงาน ได้ร้องเพลงเล่นดนตรี ผมรู้สึกมีความสุขเวลาคนเห็นเราร้องเพลง เลยอยากทำมันให้ดี เป็นอาชีพได้ ผมเลือกทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ ผมไม่ได้กังวลกับการใช้ชีวิตข้างนอกเพราะได้รับโอกาสจากหลายๆ คนที่ทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ ไม่ว่า<br />
จะเป็นโอกาสทางการศึกษาหรือการได้ทำในสิ่งที่ชอบ” <strong>น้องเอิร์ท กฤษณะภัส เรืองฤทธิ์ </strong><strong>เยาวชน</strong><strong>จากโครงการ KFC Bucket Search รุ่นแรก กล่าว</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34080 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/KFC_Photo7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ โครงการ Bucket Search มุ่งสนับสนุนเยาวชนในโครงการให้ค้นหาศักยภาพของตนเองในสาขาวิชาชีพต่างๆ โดยไม่จำกัดโอกาสการทำงานเฉพาะกับทางเคเอฟซีเท่านั้น ปัจจุบัน น้องๆ รุ่นแรกจำนวน 130 คนนั้น เกือบครึ่งหนึ่งเลือกเรียนและทำงาน (work &amp; study)​ ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อในสายอาชีวศึกษา สายสามัญ หรือในระดับปริญญาตรี ส่วนน้องๆ กลุ่มที่เหลือเลือกประกอบอาชีพตามความถนัดและความสนใจของตนเอง เช่น การทำธุรกิจส่วนตัว งานช่าง งานบริการ ไปจนถึงงานในสายดนตรี อย่างไรก็ดี เคเอฟซีไม่เพียงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้าน hard skills เช่น การเป็นผู้ประกอบการ ภาษาอังกฤษ หรือการตลาด ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกการทำงานยุคใหม่เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้าง soft skills อย่างทักษะการสื่อสาร การปรับตัวและอยู่ร่วมกับผู้อื่น การวางแผนชีวิต (life plan) การตระหนักรู้ในตนเอง และการเข้าใจผู้อื่น โดยเป้าหมายสูงสุดคือการให้เด็กนอกระบบสามารถกลับคืนสู่สังคม และนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมจากโครงการไปต่อยอดศักยภาพ สร้างรายได้เลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจุดประกายแรงบันดาลใจให้ภาคธุรกิจอื่นๆ ลุกขึ้นมาทำสิ่งเดียวกัน เนื่องจากความร่วมมือของพันธมิตรในภาคเอกชน จะช่วยมอบทางเลือกด้านการเรียนและการทำงานที่หลากหลาย ตรงกับความถนัดและความสนใจของน้องๆ มากยิ่งขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-34085 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/06/KFC_Photo4.jpg" alt="" width="1200" height="768" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ เคเอฟซีได้เปิดตัวภาพยนตร์สั้น 3 ตอน ซึ่งบอกเล่าหลักสูตร work &amp; study ของโรงเรียนนอกกรอบเคเอฟซี หลักสูตรที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้แบบบูรณาการจากการทำงานที่ร้านเคเอฟซี และนำประสบการณ์มาแลกเป็นหน่วยกิต เพื่อช่วยให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนต่อ และกล้าที่จะฝันอีกครั้ง</p>
<p>สามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณาทั้งสามตอน และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของโครงการ KFC Bucket Search ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=61566335165556" target="_blank" rel="noopener">KFC Foundation TH</a></p>
<p><a href="#_ftnref1" name="_ftn1">[1]</a> ข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2568</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/06/kfc-bucket-search/">เปิดเทอมใหม่นี้ เคเอฟซี จับมือ กสศ.​ เดินหน้าโครงการ KFC Bucket Search เปิดโรงเรียนนอกกรอบเคเอฟซี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปีใหม่..เริ่มต้นใหม่ กับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเองได้ สองเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของคนขับแกร็บที่ “ความมุ่งมั่น” นำพาสู่ “ชีวิตที่ดีกว่า”</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/grab-give-opportunity-to-partners/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 27 Dec 2024 09:52:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Driver]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[GrabCar]]></category>
		<category><![CDATA[GrabCar Luxe]]></category>
		<category><![CDATA[GrabDriveYourCar]]></category>
		<category><![CDATA[GrabFood]]></category>
		<category><![CDATA[Story]]></category>
		<category><![CDATA[กันตา อกนิษฐ์อปราชัย]]></category>
		<category><![CDATA[จุมพล กฤษณวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานแกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[แรงบันดาล]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31091</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปีใหม่มักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มวางแผนและตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น บางคนเลือกพัฒนาทักษะด้านใหม่ๆ ขณะที่บางคนอาจจะอยากจะฟิตร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือวางแผนที่จะเติบโตในอาชีพการงาน ไม่ต่างจากสองคนขับแกร็บที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนร่วมอาชีพ โดยสามารถพลิกชีวิตที่เคยลำบาก จนมีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่กันได้อย่างสุขสบาย อย่าง จุมพล กฤษณวรรณ คนขับ GrabFood ที่เก็บเงินจากการขับรถส่งอาหารกว่า 3 ปีจนสามารถซื้อรถยนต์และเปลี่ยนมาขับ GrabCar เพิ่มรายได้เลี้ยงครอบครัว และ กันตา อกนิษฐ์อปราชัย อดีตแม่บ้านเต็มตัวที่ต้องพึ่งพาสามีสู่เจ้าของรถหรูให้บริการ GrabCar Luxe ที่มีรายได้หลักแสนต่อเดือน จากคนขับ GrabFood ที่เลื่อนขั้นสู่ GrabCar แค่ใจมุ่งมั่นไม่มีอะไรเกินเอื้อม  การเดินทางสู่ความสำเร็จของ &#8220;จุมพล กฤษณวรรณ&#8221;  วัย 47 ปี เริ่มต้นจากการเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคนขับแกร็บเต็มตัว ด้วยภารกิจในการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีก 4 ชีวิต คือ พ่อ แม่ ภรรยา และลูกสาว “ตอนแรกผมทำงานเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร แต่พอเจอสถานการณ์โควิด-19 บริษัทลดเงินเดือน ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ผมจึงต้องหาช่องทางใหม่เพื่อสร้างรายได้เสริม เลยลองไปสมัครเป็นคนขับ GrabFood ตอนแรกผมก็ทำงานส่งอาหารควบคู่กับงานเดิม ก่อนจะตัดสินใจขับแกร็บอย่างเต็มตัว เพราะมีรายได้จากแกร็บค่อนข้างดี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/grab-give-opportunity-to-partners/">ปีใหม่..เริ่มต้นใหม่ กับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเองได้ สองเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของคนขับแกร็บที่ “ความมุ่งมั่น” นำพาสู่ “ชีวิตที่ดีกว่า”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปีใหม่มักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มวางแผนและตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น บางคนเลือกพัฒนาทักษะด้านใหม่ๆ ขณะที่บางคนอาจจะอยากจะฟิตร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือวางแผนที่จะเติบโตในอาชีพการงาน ไม่ต่างจากสองคนขับแกร็บที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนร่วมอาชีพ โดยสามารถพลิกชีวิตที่เคยลำบาก จนมีรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่กันได้อย่างสุขสบาย</p>
<p><span id="more-31091"></span></p>
<p>อย่าง <strong>จุมพล กฤษณวรรณ</strong> คนขับ GrabFood ที่เก็บเงินจากการขับรถส่งอาหารกว่า 3 ปีจนสามารถซื้อรถยนต์และเปลี่ยนมาขับ GrabCar เพิ่มรายได้เลี้ยงครอบครัว และ <strong>กันตา อกนิษฐ์อปราชัย </strong>อดีตแม่บ้านเต็มตัวที่ต้องพึ่งพาสามีสู่เจ้าของรถหรูให้บริการ<strong> GrabCar Luxe</strong> ที่มีรายได้หลักแสนต่อเดือน</p>
<p><strong>จากคนขับ </strong><strong>GrabFood </strong><strong>ที่เลื่อนขั้นสู่ </strong><strong>GrabCar </strong><strong>แค่ใจมุ่งมั่นไม่มีอะไรเกินเอื้อม</strong><strong> </strong></p>
<p>การเดินทางสู่ความสำเร็จของ <strong>&#8220;จุมพล กฤษณวรรณ&#8221;</strong>  วัย 47 ปี เริ่มต้นจากการเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคนขับแกร็บเต็มตัว ด้วยภารกิจในการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีก 4 ชีวิต คือ พ่อ แม่ ภรรยา และลูกสาว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31095 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Grab-Ny4.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p><em>“ตอนแรกผมทำงานเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร แต่พอเจอสถานการณ์โควิด-19 บริษัทลดเงินเดือน ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ผมจึงต้องหาช่องทางใหม่เพื่อสร้างรายได้เสริม เลยลองไปสมัครเป็นคนขับ </em><em>GrabFood </em><em>ตอนแรกผมก็ทำงานส่งอาหารควบคู่กับงานเดิม ก่อนจะตัดสินใจขับแกร็บอย่างเต็มตัว เพราะมีรายได้จากแกร็บค่อนข้างดี ในช่วงนั้นและสามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้”</em>  จุมพลเล่า</p>
<p>จุมพลใช้เวลากว่า 3 ปี 7 เดือนในการสะสมรายได้จากการขับ GrabFood จนสามารถซื้อรถยนต์คันแรกของตัวเองได้สำเร็จ <em>“เงินที่ใช้ออกรถคันนี้ เป็นเงินที่สะสมจากการขับมอเตอร์ไซค์ส่งอาหาร”</em> จุมพลกล่าวอย่างภาคภูมิใจ หลังจากนั้น เขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางสู่การขับ GrabCar อย่างเต็มตัว โดยให้บริการส่งผู้โดยสารแทนการส่งอาหาร</p>
<p><em>&#8220;การขับ </em><em>GrabCar </em><em>ทำให้ผมอุ่นใจกว่า มีรายได้ดีกว่า และยังได้เรียนรู้การให้บริการลูกค้าที่หลากหลาย ทำให้ผมได้พัฒนาตัวเองทั้งในด้านการบริการและบุคลิกภาพ เพื่อให้พร้อมเป็นผู้ให้บริการที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น&#8221;</em> จุมพลกล่าว</p>
<p>นอกจากการขับรถ จุมพลยังมักเข้าร่วมกิจกรรมของแกร็บอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรมชาเลนจ์ต่างๆ เพื่อชิงรางวัล การสะสมแต้มเพื่อเพิ่มรายได้ และยังเคยได้รับทุนการศึกษา Grab The Future ที่มอบให้กับลูกสาวของเขาอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้จุมพลรู้สึกซาบซึ้งและภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31094 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Grab-Ny3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;</em><em>การให้บริการผ่านแกร็บไม่เพียงช่วยให้ผมมีรายได้ แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาตนเองและสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต&#8221;</em> จุมพลทิ้งท้ายพร้อมฝากข้อคิดถึงเพื่อนคนขับร่วมอาชีพว่า <em>&#8220;จงเชื่อมั่นว่าทุกคนทำได้ ผมทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน เพราะแกร็บเปิดโอกาสให้กับทุกคน&#8221;</em></p>
<p>แม้จะสามารถพิชิตเป้าหมายในการมีรถเป็นของตัวเองได้แล้ว แต่จุมพลก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองต่อไป โดยเฉพาะในด้านการบริการ ภาษา และบุคลิกภาพ พร้อมตั้งเป้าหมายในปีใหม่ว่า จะซื้อบ้าน และรถยนต์คันใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว</p>
<p><strong>จากแม่บ้านเต็มเวลา..สู่เจ้าแม่รถหรูหัวหน้าครอบครัว</strong></p>
<p><strong> </strong>อีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจของคนขับแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจแกร่ง <strong>&#8220;กันตา อกนิษฐ์อปราชัย&#8221;</strong> หรือ เปิ้ล วัย 51 ปี อดีตพนักงานต้อนรับภาคพื้นดินของสายการบิน ที่ผันตัวมาเป็นแม่บ้านเต็มเวลาเพื่อดูแลลูกสาวสองคน จนเมื่อปี 2015 ธุรกิจของสามีเธอประสบปัญหา นำมาสู่ความเครียดที่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว จนทำให้เธอต้องยืนหยัดเพียงลำพังเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนด้วยตนเอง</p>
<p><em>&#8220;</em><em>วันแรกที่มาขับ </em><em>GrabCar </em><em>เปิ้ลมีเงินอยู่ในกระเป๋าแค่ </em><em>200 </em><em>บาท จำได้ว่าวันแรกได้เงินกลับหลักพัน รู้สึกดีใจมาก และจุดไฟแห่งความหวังให้กับเรา จนขับมาได้ประมาณ </em><em>4 </em><em>ปี เปิ้ลก็สามารถผ่อนรถจนหมด มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญคือสามารถจัดสรรเวลาทำงานได้ด้วยตัวเอง ทำให้ดูแลลูกๆ ได้อย่างเต็มที่&#8221;</em> ด้วยความที่มีใจรักในงานบริการและมีความสามารถด้านภาษา เปิ้ลจึงมีความมั่นใจที่จะให้บริการผ่านแกร็บอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31099 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Grab-NY6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแกร็บเปิดให้บริการ GrabCar Luxe เปิ้ลจึงได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ด้วยการขายรถคันเดิม พร้อมนำเงินรางวัลจากการเข้าร่วมกิจกรรม GrabStar รายการเรียลลิตีโชว์หาสุดยอดนักขับของแกร็บ รวมกับเงินออมทั้งหมด ทุ่มหมดหน้าตัก ออกรถเบนซ์ป้ายแดง โดยใช้เอกสาร 50 ทวิที่แกร็บออกให้ทุกปีเป็นหลักฐานแสดงรายได้ในการขออนุมัติสินเชื่อ</p>
<p><em>&#8220;</em><em>ในใจคิดว่าลองยื่นดู ไม่ผ่านก็ค่อยคิดหาหนทางใหม่ แต่ผลปรากฏว่าผ่านการอนุมัติ ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการขับ </em><em>GrabCar Luxe&#8221;</em> เปิ้ลยังวางแผนสำรองด้วยการสมัครให้บริการ <strong>GrabDriveYourCar</strong> และผ่านการสอบข้อเขียน สัมภาษณ์ และปฏิบัติ นอกจากนี้ปัจจุบันเธอยังได้รับคัดเลือกให้เป็นคนขับ GrabExecutive ซึ่งเป็นบริการระดับพรีเมียมที่เพิ่งทดลองเปิดให้บริการเมื่อเร็วๆ นี้อีกด้วย</p>
<p>เปิ้ลเผยแนวคิดในการให้บริการว่า <em>&#8220;การทำงานด้วยความตั้งใจและใส่ใจในคุณภาพจะสร้างคุณค่าที่แท้จริง ซึ่งสำคัญกว่าการทำงานเพื่อหวังเพียงผลตอบแทน&#8221;</em> เป้าหมายของเธอคือการได้เห็นรอยยิ้มของลูกค้าและเป็นส่วนเล็กๆ ที่ช่วยให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31092 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Grab-NY1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เธอยังได้ฝากข้อคิดถึงเพื่อนๆ คนขับว่า &#8220;<strong>ความพยายาม&#8221;</strong> และ &#8220;<strong>ปัญญา&#8221;</strong> คือกุญแจสู่ความยั่งยืน ไม่ใช่การบ่นว่า &#8220;ต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน&#8221; เพราะเธอผ่านมาแล้วในวันที่มีเงินติดตัวเพียง 200 บาทเพื่อเติมน้ำมัน จนวันนี้เธอมีรายได้หลักแสนต่อเดือน ซึ่งนี่คือน้ำพักน้ำแรงและความอดทนที่เธอใช้เวลาเกือบสิบปีกว่าจะประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้ได้</p>
<p>เรื่องราวของจุมพลและเปิ้ล สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นและการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ทั้งสองคือแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่กำลังมองหาโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในวันปีใหม่ที่จะมาถึง แม้จะเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่หากมีความเชื่อมั่น อดทน และตั้งใจ คุณเองก็สามารถสร้างเส้นทางแห่งความสำเร็จของตนเองได้เช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/grab-give-opportunity-to-partners/">ปีใหม่..เริ่มต้นใหม่ กับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเองได้ สองเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของคนขับแกร็บที่ “ความมุ่งมั่น” นำพาสู่ “ชีวิตที่ดีกว่า”</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jun 2024 12:03:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Report 2023]]></category>
		<category><![CDATA[GRAB]]></category>
		<category><![CDATA[GrabForGood]]></category>
		<category><![CDATA[TerraCycle Thai Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[คุณภาพชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[วรฉัตร ลักขณาโรจน์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26690</guid>

					<description><![CDATA[<p>แกร็บ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจ “GrabForGood หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 (ESG Report 2023) ที่รวบรวมผลการดำเนินงานของแกร็บที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น โดยในปีที่ผ่านมา (2566) แพลตฟอร์มแกร็บช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในภูมิภาคมากกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อกับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ารวมกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า 71,000 ตัน และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า 7,365 ตัน นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันแพลตฟอร์มของแกร็บกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้บริการที่มีมากกว่า 35.5 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาค แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ากว่า 13 ล้านรายที่อาศัยแพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางในการหารายได้ เราตระหนักดีว่าแกร็บไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันที่ช่วยตอบสนองความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่เรายังสามารถมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้พยายามพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมใน 3 มิติหลัก [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แกร็บ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพันธกิจ</strong><strong> “GrabForGood </strong><strong>หรือ แกร็บ…เพื่อชีวิตที่ดีกว่า</strong><strong>” </strong><strong>ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ผ่าน</strong><a href="https://assets.grab.com/wp-content/uploads/media/si/reports/2023/Grab-ESG-Report-2023.pdf" target="_blank" rel="noopener"><strong>รายงานความยั่งยืนประจำปี </strong><strong>2566 (ESG Report 2023)</strong></a> <strong>ที่รวบรวมผลการดำเนินงานของแกร็บที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</strong></p>
<p><span id="more-26690"></span></p>
<p><strong>ซึ่งครอบคลุม </strong><strong>3 </strong><strong>ประเด็นหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยื่น โดยในปีที่ผ่านมา (</strong><strong>2566) </strong><strong>แพลตฟอร์มแกร็บช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในภูมิภาคมากกว่า </strong><strong>1.1 </strong><strong>หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดยให้สินเชื่อกับพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ารวมกว่า </strong><strong>1.5 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนมากกว่า </strong><strong>71,000 </strong><strong>ตัน และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมากกว่า </strong><strong>7,365 </strong><strong>ตัน</strong></p>
<p><strong>นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า “ปัจจุบันแพลตฟอร์มของแกร็บกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ไม่เฉพาะแต่ผู้ใช้บริการที่มีมากกว่า 35.5 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาค แต่ยังรวมถึงพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้ากว่า 13 ล้านรายที่อาศัยแพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางในการหารายได้ เราตระหนักดีว่าแกร็บไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชันที่ช่วยตอบสนองความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่เรายังสามารถมีส่วนในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น ที่ผ่านมาเราจึงได้พยายามพัฒนาแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับประเด็นด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม (Social Impact) ซึ่งโฟกัสไปที่การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถสร้างอาชีพและรายได้จากแพลตฟอร์มของเรา การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม (Environment) โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และการใช้ธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลกิจการเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน (Governance) โดยทั้งหมดนี้สอดคล้องไปกับพันธกิจ GrabForGood ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่แกร็บในทุกประเทศยึดถือมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจ”</p>
<p>สำหรับรายงานความยั่งยืนของแกร็บประจำปี 2566 ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานที่แกร็บทั่วทั้งภูมิภาได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในปีที่ผ่านมา โดยมีไฮไลท์์สำคัญ ดังนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26704 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACT3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม:</strong></p>
<p><strong>&#8211; พาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มแกร็บได้รวมกันมากกกว่า </strong><strong>1.1 </strong><strong>หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>4.07 </strong><strong>แสนล้านบาท) </strong>ขณะที่รายได้ต่อชั่วโมงของพาร์ทเนอร์คนขับเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า</p>
<p>&#8211; ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินโดย<strong>ให้สินเชื่อพาร์ทเนอร์คนขับและร้านค้าเป็นมูลค่ารวมกว่า </strong><strong>1.5 </strong><strong>พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ </strong><strong>5.55 </strong><strong>หมื่นล้านบาท) </strong>เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 57% โดย 1 ใน 3 ของพาร์ทเนอร์คนขับทั้งแพลตฟอร์มได้รับสินเชื่อจากแกร็บ</p>
<p>&#8211; พัฒนาทักษะและศักยภาพของพาร์ทเนอร์เพื่อเพิ่มโอกาสในการหารายได้ ด้วยการจับมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ อาทิ หลักสูตรการเงิน การตลาดดิจิทัล การอบรมภาษาอังกฤษ และภาษาจีน รวมถึงการเรียนรู้เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า <strong>โดยในปี </strong><strong>2566 </strong><strong>มีพาร์ทเนอร์คนขับเข้ารับการอบรมออนไลน์ผ่านโครงการ </strong><strong>GrabAcademy </strong><strong>มากถึง </strong><strong>1.2 </strong><strong>ล้านคน</strong></p>
<p>&#8211; รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัย โดย <strong>99.99% </strong><strong>ของเที่ยวเดินทางในการรับส่งผู้โดยสารและบริการเดลิเวอรีปลอดภัยจากอุบัติเหตุ</strong> ขณะที่จำนวนเที่ยวการเดินทางจากให้บริการทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้นถึง 11% ในปีที่ผ่านมา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26703 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACT2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>การส่งเสริมและดูแลสิ่งแวดล้อม:</strong></p>
<p><strong>&#8211; ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง </strong><strong>71,000 </strong><strong>ตัน</strong> จากการสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำหรือเป็นศูนย์ ในการให้บริการ</p>
<p><strong>&#8211; สนับสนุนการปลูกต้นไม้กว่า </strong><strong>280,000 </strong><strong>ต้น </strong>จากการบริจาคเงินของผู้ใช้บริการผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนทุกครั้งที่ใช้บริการเรียกรถและเดลิเวอรี</p>
<p><strong>&#8211; ลดการใช้ช้อนส้อมพลาสติกไปเป็นจำนวนรวมกว่า </strong><strong>817 </strong><strong>ล้านชุด และลดปริมาณขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวได้มากถึง </strong><strong>7,365 </strong><strong>ตัน </strong>จากฟีเจอร์งดรับช้อนส้อมพลาสติกและการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีไซเคิลได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26705 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/IMPACt4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“สำหรับในประเทศไทย แกร็บยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจ GrabForGood อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปีที่ผ่านมา นอกจากการพัฒนาและปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังโควิด โดยยังคงเปิดโอกาสให้คนไทยใช้แพลตฟอร์มของเราในการสร้างรายได้แล้ว เรายังได้ส่งเสริมให้พาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้าที่มีข้อจำกัดสามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน ด้วยการให้สินเชื่อแก่พาร์ทเนอร์กว่า 100,000 ราย ในด้านสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งผลักดันโครงการ Grab EV โดยผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจเพื่อสนับสนุนให้พาร์ทเนอร์คนขับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันเราก็ยังเดินหน้าโครงการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) โดยส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคผ่านฟีเจอร์ชดเชยคาร์บอนเมื่อใช้บริการต่างๆ ของแกร็บ ซึ่งเฉพาะในปีที่ผ่านมา เราได้นำเงินบริจาคไปซื้อคาร์บอนเครดิต และปลูกต้นไม้เพื่อชดเชยคาร์บอนได้มากกว่า 150,000 ต้นในจังหวัดกระบี่” นายวรฉัตร กล่าวเสริม</p>
<p>นอกจากนี้ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรม GrabForGood เพื่อปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน โดยร่วมกับมูลนิธิเทอร์ราไซเคิล ไทย (TerraCycle Thai Foundation) ชวนพนักงานจิตอาสาไปร่วมเก็บขยะในคลองลาดพร้าว พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการและการคัดแยกขยะที่ถูกวิธี โดยสามารถเก็บขยะได้เป็นจำนวนกว่า 1.3 ตัน เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลต่อไป</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/grab-esg-report-2023/">แกร็บ เผยรายงานความยั่งยืนประจำปี 2566 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jul 2023 10:49:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Bio-plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Biodegradable]]></category>
		<category><![CDATA[PLA]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Bag]]></category>
		<category><![CDATA[research]]></category>
		<category><![CDATA[Zhongyan Puhua]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[จีน]]></category>
		<category><![CDATA[ถุงพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติกชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อินไซต์]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=20032</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกาสของอุตสาหกรรม​ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและมีแนวโน้ม​เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน โดยคาดว่าในไม่กี่ปีจากนี้ จะสามารถเพิ่มสัดส่วนในตลาดอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ข้อมูลจาก &#8216;รายงานการวิจัยแนวโน้มการพัฒนา​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ ระหว่างปี 2023-2028 &#8216; โดย Zhongyan Puhua ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ระบุว่า ความต้องการพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในปี 2566 จากตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะสูงถึง 9.45 ล้านตัน​ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 33% ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้ามาทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ขณะที่ในจีน ปัจจุบันมีการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันสูงถึงกว่า 3 พันล้านใบต่อวัน​​​ โดย 1 พันล้านใบ จะใช้สำหรับบรรจุพืชผัก ขณะที่อีกกว่า 2 พันล้านใบ จะใช้สำหรับสินค้ากลุ่มอื่นๆ เท่ากับแต่ละวันคนจีนจะใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อยวันละ 2 ใบ โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต และเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณการใช้ที่ค่อนข้างมาก ความยากลำบากในการนำกลับมารีไซเคิล รวมทั้งความตระหนักของผู้คนในประเทศต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่มากนัก ทำให้มีปัญหาการทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ ทั้งถนนในเมือง แหล่งน้ำ แหล่งท่องเที่ยว ​ นำมาสู่การผลักดันเพื่อให้มีการใช้พลาสติกที่ Eco-friendly อย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้นภายในประเทศ  เช่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/">จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โอกาสของอุตสาหกรรม​ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและมีแนวโน้ม​เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศจีน โดยคาดว่าในไม่กี่ปีจากนี้ จะสามารถเพิ่มสัดส่วนในตลาดอย่างรวดเร็ว และกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สามารถทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า</p>
<p><span id="more-20032"></span></p>
<p>ข้อมูลจาก<strong> &#8216;รายงานการวิจัยแนวโน้มการพัฒนา​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในประเทศ ระหว่างปี 2023-2028 &#8216;</strong> โดย <strong>Zhongyan Puhua</strong> ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อุตสาหกรรมถุงพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ระบุว่า <strong>ความต้องการพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในปี 2566 จากตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะสูงถึง 9.45 ล้านตัน​ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 33%</strong> ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้ามาทดแทนพลาสติกแบบเดิมได้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า</p>
<p>ขณะที่ในจีน ปัจจุบันมีการใช้ถุงพลาสติกในชีวิตประจำวันสูงถึงกว่า 3 พันล้านใบต่อวัน​​​ โดย 1 พันล้านใบ จะใช้สำหรับบรรจุพืชผัก ขณะที่อีกกว่า 2 พันล้านใบ จะใช้สำหรับสินค้ากลุ่มอื่นๆ เท่ากับแต่ละวันคนจีนจะใช้ถุงพลาสติกอย่างน้อยวันละ 2 ใบ โดยเฉพาะการใช้ถุงพลาสติกของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ต และเป็นหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณการใช้ที่ค่อนข้างมาก ความยากลำบากในการนำกลับมารีไซเคิล รวมทั้งความตระหนักของผู้คนในประเทศต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่มากนัก ทำให้มีปัญหาการทิ้งขยะตามสถานที่ต่างๆ ทั้งถนนในเมือง แหล่งน้ำ แหล่งท่องเที่ยว ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20057 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/shutterstock_offset_2141606813.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นำมาสู่การผลักดันเพื่อให้มีการใช้พลาสติกที่ Eco-friendly อย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างมากขึ้นภายในประเทศ  เช่น ในมณฑลจี๋หลิน ได้มีการนำถุงพลาสติกชีวภาพ PLA (Polylactic Acid) มาใช้ทั่วทั้งมณฑล ทดแทนถุงพลาสติกแบบเดิม รวมทั้งส่งเสริมการใช้ในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในหลายๆ เมือง​ พร้อมทั้งการกำหนดห้ามใช้ถุงช้อปปิ้งพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งในตลาดสด ​​ในปี 2566 นี้</p>
<p>ขณะที่ทางการจีนเร่งส่งเสริมให้มีการใช้งานถุงพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า แต่ปัจจุบันยังมีการใช้งานในสัดส่วนที่น้อยอยู่<strong> หากเทียบปริมาณถุงพลาติก 3 พันล้านใบที่ใช้ในแต่ละวัน จะมีสัดส่วนการใช้​ถุงที่สามารถย่อยสลายได้น้อยกว่า 0.1%</strong> หรือจากดีมานด์ในตลาด ที่ตัวเลขในปี 2563 พบว่า มีความต้องการพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ถึง 7.3 แสนตัน แต่ผลิตป้อนตลาดได้อยู่ราว 4.8 แสนตัน ยังมีช่องว่างที่เป็นโอกาส​อยู่อีกถึง 2.5 แสนตัน และคาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีก 2-3 ปี จึงจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอกับดีมานด์ในตลาดได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-20056 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/07/shutterstock_1994582558.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ประกอบกับปัจจัยบวกที่มาทั้งจากการสนับสนุนของรัฐบาล การรับรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับถุงพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจเริ่มพัฒนามาสู่การใช้ถุงพลาสติกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ​โดยมีการคาดการณ์ว่า ตลาดถุงพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในจีนจะสูงขึ้นจนถึงเกือบ 1 แสนล้านใบ ภายในช่วง​ 10 ปีนี้</p>
<p>ส่วนการเติบโตในเชิงมูลค่าประเมินว่าจะเติบโตถึง 6 หมื่นล้านหยวน หรือกว่า 3 แสนล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จากทิศทางการเติบโตช่วงที่ผ่านมา โดยปี​ 2559 ​อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไบโอมีมูลค่า 21,320 ล้านหยวน และขยับเพิ่มเกือบเท่าตัวมาอยู่ที่ 38,670 ล้านหยวน ในปี 2565 จากการส่งเสริม​และสนับสนุนของภาครัฐบาล รวมทั้งการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นของภาคประชาชน ขณะที่ภาคธุรกิจในหลายสาขาก็มองเห็นโอกาสและได้เข้ามามีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตให้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/07/growth-and-opportunity-of-bio-plastic-in-china/">จีนใช้งานถุงพลาสติกวันละ 3 พันล้านใบ แต่ย่อยสลายได้พียง 0.1%​ เร่งรณรงค์ใช้พลาสติกชีวภาพแทน คาด 10 ปี ​ตลาดขยาย​ 1 แสนล้านใบ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูนิโคล่ ประเทศไทย ขึ้นเงินเดือนพนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่ 5-25% ​พร้อมหนุนนโยบายส่งเสริมพนักงานเติบโตได้ในระยะยาว</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/04/uniqlo-thailand-salary-increase-for-employees-and-support-to-growth/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Apr 2023 07:48:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Benefit]]></category>
		<category><![CDATA[Employee]]></category>
		<category><![CDATA[Human Resource]]></category>
		<category><![CDATA[People]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo]]></category>
		<category><![CDATA[Uniqlo Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโต]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิโคล่ (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[สวัสดิการพนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=18328</guid>

					<description><![CDATA[<p>ยูนิโคล่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคล ปรับเงินเดือนขึ้น 5 – 25% พร้อมมอบความก้าวหน้าและเป้าหมายการเติบโตระยะยาวของพนักงาน ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก ส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในประเทศไทย เพื่อความก้าวหน้าและเป้าหมายการเติบโตของพนักงานในระยะยาว พร้อมพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ทรัพยากรบุคคลเปรียบเสมือนกำลังสำคัญขององค์กรเพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล จึงเป็นสิ่งที่ทางยูนิโคล่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อศักยภาพการทำงานที่มีประสิทธิภาพแบบมืออาชีพ ยูนิโคล่ ประเทศไทย เสริมแรงจูงใจในการทำงานด้วยสิทธิประโยชน์ของพนักงานยูนิโคล่ ประเทศไทย ประจำปี 2566 ดังต่อไปนี้ Salary Increment – ปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน พนักงานทั้งหน้าร้าน และสำนักงานใหญ่ จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละท่าน โดยยึดหลักปรัชญาการทำงานของบริษัทเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติงาน รวมถึงความมุ่งมั่นและการทุ่มเทเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า Career Growth – ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ มอบความเชื่อมั่นและโอกาสเพื่อจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานแบบมืออาชีพในองค์กรระดับโลก เพื่อผลักดันคุณสู่ Global Leader ในอนาคต เน้นการสร้างความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่ 360° Evaluation &#8211; การประเมินครบวงจร ประเมินการทำงานตามผลงานอย่างแท้จริง (ประวัติ, การศึกษา, อายุ, เพศ, อายุการทำงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/uniqlo-thailand-salary-increase-for-employees-and-support-to-growth/">ยูนิโคล่ ประเทศไทย ขึ้นเงินเดือนพนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่ 5-25% ​พร้อมหนุนนโยบายส่งเสริมพนักงานเติบโตได้ในระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ยูนิโคล่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรบุคคล ปรับเงินเดือนขึ้น </strong><strong>5 – 25% </strong><strong>พร้อมมอบความก้าวหน้าและเป้าหมายการเติบโตระยะยาวของพนักงาน</strong></p>
<p><span id="more-18328"></span></p>
<p><strong>ยูนิโคล่ แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก </strong>ส่งเสริมศักยภาพของพนักงานในประเทศไทย เพื่อความก้าวหน้าและเป้าหมายการเติบโตของพนักงานในระยะยาว พร้อมพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน</p>
<p>ทรัพยากรบุคคลเปรียบเสมือนกำลังสำคัญขององค์กรเพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล จึงเป็นสิ่งที่ทางยูนิโคล่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพื่อศักยภาพการทำงานที่มีประสิทธิภาพแบบมืออาชีพ ยูนิโคล่ ประเทศไทย เสริมแรงจูงใจในการทำงานด้วยสิทธิประโยชน์ของพนักงานยูนิโคล่ ประเทศไทย ประจำปี 2566 ดังต่อไปนี้</p>
<p><strong><u>Salary Increment – </u></strong><strong><u>ปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน</u></strong></p>
<ul>
<li>พนักงานทั้งหน้าร้าน และสำนักงานใหญ่ จะได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น 5-25% ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละท่าน โดยยึดหลักปรัชญาการทำงานของบริษัทเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติงาน รวมถึงความมุ่งมั่นและการทุ่มเทเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า</li>
</ul>
<p><strong><u>Career Growth – </u></strong><strong><u>ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ</u></strong></p>
<ul>
<li>มอบความเชื่อมั่นและโอกาสเพื่อจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ พร้อมสภาพแวดล้อมการทำงานแบบมืออาชีพในองค์กรระดับโลก เพื่อผลักดันคุณสู่ Global Leader ในอนาคต</li>
<li>เน้นการสร้างความสามารถให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อบ่มเพาะผู้นำและผู้บริหารรุ่นใหม่</li>
</ul>
<p><strong><u>360° Evaluation &#8211; </u></strong><strong><u>การประเมินครบวงจร</u></strong></p>
<ul>
<li>ประเมินการทำงานตามผลงานอย่างแท้จริง (ประวัติ, การศึกษา, อายุ, เพศ, อายุการทำงาน และอื่นๆ ไม่มีผลต่อการประเมิน)</li>
<li>ประเมินสายงานทุกๆ 3 เดือน (สำหรับพนักงานที่ร้านสาขา) และ 6 เดือน (สำหรับพนักงานที่สำนักงานใหญ่ และ ผู้จัดการ)</li>
<li>พัฒนาสายอาชีพรายบุคคล (ขึ้นอยู่กับความถนัด และความสนใจในสายงาน)</li>
</ul>
<p><strong><u>Women Empowerment &#8211; </u></strong><strong><u>ส่งเสริมพลังของสตรี </u></strong></p>
<ul>
<li>พนักงานหญิงสามารถลาคลอดได้สูงสุด 365 วัน (พร้อมจ่ายเงินเดือน 90 วัน)</li>
<li>โดยมีพนักงานหญิงกว่า 75% อยู่ในระดับผู้จัดการ</li>
<li>ผลักดันด้านความเท่าเทียมทางเพศในองค์กร</li>
</ul>
<p><strong><u>Diversity and Inclusion – </u></strong><strong><u>สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไดนามิค</u></strong></p>
<ul>
<li>สนับสนุนความหลากหลายของหารทำงาน พร้อมนโยบายการบริหารความหลากหลาย และยอมรับความแตกต่างผ่านการทำงานเป็นทีม</li>
</ul>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/04/uniqlo-thailand-salary-increase-for-employees-and-support-to-growth/">ยูนิโคล่ ประเทศไทย ขึ้นเงินเดือนพนักงานทั้งหน้าร้านและสำนักงานใหญ่ 5-25% ​พร้อมหนุนนโยบายส่งเสริมพนักงานเติบโตได้ในระยะยาว</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Aug 2022 12:07:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Drug Addict]]></category>
		<category><![CDATA[dtac]]></category>
		<category><![CDATA[Future Food]]></category>
		<category><![CDATA[Insect]]></category>
		<category><![CDATA[Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Super Food]]></category>
		<category><![CDATA[ขายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทค]]></category>
		<category><![CDATA[ดีแทคเน็ตทำกิน]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกจิ้งหรีด]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ต้องขัง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟาร์มจิ้งหรีด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิบ้านพระพร]]></category>
		<category><![CDATA[ยาบ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ยาเสพติด]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เอนก แก้วผา]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งโปรตีนแห่งอนาคต]]></category>
		<category><![CDATA[โลกออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13558</guid>

					<description><![CDATA[<p>“บ้าน” สำหรับใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เอาไว้คลุมหัวยามฝนตก ลมพัด แต่คำว่า “บ้าน” นี้อีกเช่นเดียวกัน สำหรับอีกหลายๆ คน กลับไม่เคยได้สัมผัสกับความหมายของบ้านที่แท้จริง ความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว จนกระทั่งเติบใหญ่มากว่าครึ่งชีวิต เช่นเดียวกับ เอนก แก้วผา หรือ เป็ด อายุ 42 ปี เจ้าของน้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน เล่าว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่ชุมชนบางพลัดในกับครอบครัว เขารู้จักกับคำว่ายาเสพติดตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ โดยทำหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนกับคนขับรถที่ทำหน้าที่ขนทรายจากท่าบางพลัดไปยังบ่อพักทรายย่านบางบัวทองแลกกับเงินเที่ยวละ 2 บาท ซึ่งระหว่างนั้น เขามักเห็นคนขับรถกิน “ยาขยัน” ซึ่งเอนกในวัยเด็กไม่ได้คิดว่านั่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย เอนกเริ่มเข้าใกล้ยาเสพติดอีกครั้งในฐานะ “ผู้เสพ” เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ด้วยวัยคึกคะนอง เกิดการปรามาสและกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเพื่อนกันเอง ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน เริ่มหันมาดมกาว ลักเล็กขโมยน้อย จนพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เขาพบกับสิ่งที่เรียกว่า “ยาบ้า” วังวนยาเสพติด เมื่อเข้าสู่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอนกเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพเป็น “ผู้จำหน่าย” โดยขายเล็กๆ น้อยๆ ให้คนในชุมชนแล้วนำส่วนต่างมาซื้อเพื่อเสพต่อ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน เอนกหันไปทำงานกับพ่อค้ายา โดยทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” จนพัฒนาไปสู่ “เด็กเขี่ยยา” (ทำหน้าที่นำยาจากแท่นผลิตไปตากแห้ง) และท้ายที่สุด กลายเป็นพ่อค้ายาเต็มตัวในวัยเพียง 14 ปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/">&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span lang="th">“บ้าน” สำหรับใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงที่อยู่อาศัย เอาไว้คลุมหัวยามฝนตก ลมพัด แต่คำว่า “บ้าน” นี้อีกเช่นเดียวกัน สำหรับอีกหลายๆ คน กลับไม่เคยได้สัมผัสกับความหมายของบ้านที่แท้จริง ความอบอุ่น ความเป็นครอบครัว จนกระทั่งเติบใหญ่มากว่าครึ่งชีวิต</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <span id="more-13558"></span><u></u></p>
<p><span lang="th">เช่นเดียวกับ<b> เอนก แก้วผา หรือ เป็ด </b>อายุ </span>42 <span lang="th">ปี<b> </b>เจ้าของน้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน เล่าว่าเขาเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่ชุมชนบางพลัดในกับครอบครัว เขารู้จักกับคำว่ายาเสพติดตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ โดยทำหน้าที่นั่งเป็นเพื่อนกับคนขับรถที่ทำหน้าที่ขนทรายจากท่าบางพลัดไปยังบ่อพักทรายย่านบางบัวทองแลกกับเงินเที่ยวละ 2 บาท ซึ่งระหว่างนั้น เขามักเห็นคนขับรถกิน </span>“<span lang="th">ยาขยัน</span>” <span lang="th">ซึ่งเอนกในวัยเด็กไม่ได้คิดว่านั่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย</span></p>
<p><span lang="th">เอนกเริ่มเข้าใกล้ยาเสพติดอีกครั้งในฐานะ </span>“<span lang="th">ผู้เสพ</span>” <span lang="th">เมื่อเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ด้วยวัยคึกคะนอง เกิดการปรามาสและกลั่นแกล้งรังแกในกลุ่มเพื่อนกันเอง ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนละคน เริ่มหันมาดมกาว ลักเล็กขโมยน้อย จนพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ทำให้เขาพบกับสิ่งที่เรียกว่า </span>“<span lang="th">ยาบ้า</span>”<u></u><u></u></p>
<p><b><span lang="th">วังวนยาเสพติด</span></b></p>
<p><b><u></u><u></u></b><span lang="th">เมื่อเข้าสู่ช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอนกเปลี่ยนบทบาทจากผู้เสพเป็น </span>“<span lang="th">ผู้จำหน่าย</span>” <span lang="th">โดยขายเล็กๆ น้อยๆ ให้คนในชุมชนแล้วนำส่วนต่างมาซื้อเพื่อเสพต่อ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปิดภาคเรียน เอนกหันไปทำงานกับพ่อค้ายา โดยทำหน้าที่เป็น </span>“<span lang="th">ด่านหน้า</span>” <span lang="th">จนพัฒนาไปสู่ </span>“<span lang="th">เด็กเขี่ยยา</span>” (<span lang="th">ทำหน้าที่นำยาจากแท่นผลิตไปตากแห้ง) และท้ายที่สุด กลายเป็นพ่อค้ายาเต็มตัวในวัยเพียง 14 ปี และวนเวียนอยู่ในวังวนความรุนแรง</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">ชีวิตของเอนกเข้าๆ ออกๆ อยู่ในวังวนยาเสพติดตลอดช่วงชีวิตวัยรุ่น จนล่วงเลยมาถึงปี 2540 ช่วงนั้นยาบ้ามีราคาเพียงเม็ดละ 25 บาท ทำให้เขาหันมาเสพยาชนิดที่เรียกว่างอมแงม คุมตัวเองไม่ได้ และนั่นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของเอนก โดยถูกศาลจำคุกที่เรือนจำพิเศษธนบุรีเป็นเวลาทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน</span><u></u><u></u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13563 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/DTAC5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u> <u></u>“<span lang="th">ความรู้สึกในการเข้าเรือนจำครั้งแรกคือ กลัว ร้องไห้ กินข้าวไม่ลง</span>” <span lang="th">เขาเล่า</span></p>
<p><u></u><span lang="th">เมื่อครบกำหนด เอนกออกมาตั้งต้นชีวิตใหม่ ขายกุยช่าย ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นแคะ แต่ด้วยกิตติศัพท์อันเลื่องชื่อของเขา ทำให้เป็นที่สนใจของคนในวงการนักเลง จนได้รับชักชวนให้เข้าวงการนักเลงอีกครั้งภายใต้คราบ </span>“<span lang="th">นายท่ารถตู้</span>” <span lang="th">หรือคนคุมวินนั่นเอง ช่วงนั้นคนขับรถมีการใช้ยาขยันโดยทั่วไป และนั่นทำให้เขาหวนกลับสู่วังวนยาเสพติดอีกครั้ง</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <u></u><b><span lang="th">เข้าออกเรือนจำ 6 ครั้ง</span></b><u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">ในช่วงนั้น เขาได้รับการยอมรับในสังคม (นักเลง) อย่างสูง ด้วยวีรกรรมอันเลื่องชื่อทั้งขายยาและตีรันฟันแทง ความเท่ยิ่งทำให้เขาเสพหนักมากขึ้น จนร่างกายซูบผอม เป็นที่หมายตาของตำรวจ ภายในระยะเวลา 45 วัน เข้าต้องเข้าคุกเข้าตารางถึง 3 รอบ จนทำให้เขาถูกพิพากษาเข้าเรือนจำเป็นครั้งที่สอง</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">ตั้งแต่เข้าเรือนจำครั้งที่ </span>2<span lang="th"> ผมก็เข้าๆ ออกๆ ถึง </span>5<span lang="th"> ครั้ง ยังไม่รวมถึงการโดนจับประปรายนับไม่ถ้วน ออกจากเรือนจำได้ </span>1<span lang="th"> เดือน ออกมาทำผิดใหม่ เข้าไป </span>2<span lang="th"> ปี ไม่เข็ดแต่เรียกได้ว่าชิน จนได้รับการขนานนามว่า </span>‘<span lang="th">ลูกราชทัณฑ์</span>’ <span lang="th">ของแท้ ไม่มีความเกรงกลัวแล้ว</span>” <span lang="th">เขากล่าว</span><u></u><u></u></p>
<p><u></u> <u></u><span lang="th">ทว่าการเข้าเรือนจำครั้งนี้ของเขาต่างจากครั้งอื่นโดยเฉพาะ 9 เดือนสุดท้ายก่อนครบกำหนดโทษ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">ช่วงนั้นผมสิ้นหวังมาก ไม่อยากออกจากเรือนจำเลย เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน อย่างน้อยที่เรือนจำยังมีที่กิน มีที่อยู่ที่นอน แต่ออกไปผมไม่เหลืออะไรแล้ว เงิน ทอง ครอบครัว</span>” <span lang="th">จนมูลนิธิบ้านพระพร องค์กรไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือผู้พ้นโทษ ได้เข้าไปอบรมและให้ที่อยู่ติดต่อ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันกับทุกครั้งที่เขาออกจากเรือนจำ โดดเดี่ยว ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีบ้าน จนอเนกเลือกที่จะโทรหาบ้านพระพร</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">กินข้าวหรือยัง</span>” <span lang="th">นั่นคือประโยคแรกที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิบ้านพระพรถามเอนก คำถามง่ายๆ แต่กินใจเขามาก เพราะตลอดระยะเวลาที่เข้าออกเรือนจำ เขาไม่เคยได้ยินคำถามนี้จากใครเลย ในทางกลับกัน คนในชุมชนกลับถามว่า </span>“<span lang="th">จะอยู่ที่นี่นานไหม เมื่อไหร่จะเข้าไปอีก</span>” <span lang="th">นั่นทำให้ทุกครั้งที่ออกมา เอนกเลือกที่จะกลับไปหาพ่อค้ายา</span><u></u><u></u></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13559 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u> <u></u><b><span lang="th">มองอนาคตด้วยการแหงนหน้าขึ้น</span></b><u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">ในวันนั้นมูลนิธิบ้านพระพรส่งรถมารับเอนกถึงหน้าเรือนจำ แม้ที่มูลนิธิฯ จะไม่ได้ให้เงิน แต่ที่นี่ก็อยู่ได้อย่างสบายใจ มีข้าวกิน มีที่อยู่ มีข้าวของเครื่องใช้จำเป็น มีพี่ๆ น้องๆ เข้ามาทักทาย มีผู้ใหญ่ที่ให้กำลังใจและคำแนะนำ ที่สำคัญคือ </span>“<span lang="th">โอกาส</span>” <span lang="th">ที่มูลนิธิมอบให้กับพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พ้นโทษต้องการ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">ระหว่างที่เขาใช้ชีวิตตั้งหลักที่มูลนิธิฯ วันหนึ่ง </span>“<span lang="th">ลูกพี่</span>” <span lang="th">คนเดิมของเอนกตามมาหาเขาถึงที่มูลนิธิฯ พร้อมโน้มน้าวให้เขากลับไป </span>“<span lang="th">ถ้าถามว่าผมลังเลไหม ผมลังเลนะ เพราะผมไม่เคยปฏิเสธผู้ชายคนนี้ ตรงนั้นมีเพียงรางประตูคั่นไว้ แค่เดินก้าวออกไปผมก็ไปได้เลย แต่พอผมนึกถึงสภาพที่ต้องกลับไปที่เรือนจำอีกครั้ง สภาพที่การแข่งขันรุนแรงเพื่อชิงความเป็นใหญ่ สภาพที่อนาคตของผมต้องมองแหงนไปข้างบนเพื่อให้เห็นท้องฟ้า ไม่ใช่มองไปข้างหน้าเหมือนคนที่มีอิสระเสรี ผมไม่อยากกลับไปสภาพเช่นนั้นอีกแล้ว</span>” <span lang="th">อเนกกล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้า</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ เห็นท่าไม่ดีจึงได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ หลังจากเขามาอยู่ที่มูลนิธิฯ ได้รับการอบรมบุคลิกภาพ การปฏิเสธสิ่งยั่วยุ ได้รู้จักการใช้อิสรภาพอย่างคุ้มค่า ซึ่งไม่ใช่เพียงอิสรภาพทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอิสรภาพทางความคิด อิสรภาพที่เลือกใช้ชีวิตเองได้</span><u></u><u></u><u></u> <u></u></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13562 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><b><span lang="th">โลกออนไลน์ </span></b><b>= <span lang="th">โอกาสใหม่</span><u></u><u></u></b></p>
<p><span lang="th">นับจากวันแรกที่เข้ามาสู่มูลนิธิฯ จนถึงวันนี้นับเป็นเวลากว่า 3 ปีที่อเนกใช้ชีวิตที่ที่เขาเรียกว่า “บ้าน” โดยทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการทำโรงเพาะจิ้งหรีด ซึ่งทางมูลนิธิเป็นคนริเริ่ม จากเดิมเป็นเพิงธรรมดา เอาไปขายคนงานก่อสร้างได้เพียง 30 บาท สู่การขายแมลงทอด จนปัจจุบัน เขาทำโรงเพาะจิ้งหรีดที่ได้รับมาตรฐาน </span>GAP <span lang="th">และแบรนด์น้ำพริกที่ชื่อว่า </span>‘<span lang="th">น้ำพริกบ้านฉัน</span>’<u></u><u></u></p>
<p><span lang="th">อเนก เล่าเสริมว่า กว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จิ้งหรีดกำลังเป็นเทรนด์อาหารทางเลือกและเป็นแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต แต่การขายจิ้งหรีดในลักษณะวัตถุดิบอาหารอาจไม่ตอบโจทย์ทางธุรกิจ จึงต้องมีการแปรรูป ซึ่งน้ำพริกตอบโจทย์ที่สุด ทุกครัวเรือนต้องมีติดบ้าน ยิ่งน้ำพริกจิ้งหรีดถือเป็นสินค้าใหม่ การแข่งขันยังไม่สูงมาก แต่ทำการโปรโมทมากหน่อย</span></p>
<p><u></u><u></u><span lang="th">แต่ด้วยข้อจำกัดด้านทุนทรัพย์ การเช่าแผงขายในรูปแบบเดิมๆ จึงเป็นเรื่องยาก ทางมูลนิธิฯ จึงแนะนำเขาว่าควรโกออนไลน์ด้วยการเปิดเพจ แต่ในระยะแรกก็ยังขายได้กับคนกันเอง จนไปเจอทีมดีแทคเน็ตทำกินที่งาน </span>10 <span lang="th">ปีข้อกำหนดกรุงเทพฯ </span>“<span lang="th">แรกๆ ก็ขายไม่ได้หรอก แต่พอมาเจอกับดีแทคเน็ตทำกิน น้องๆ โค้ชช่วยสอนเทคนิคการขายออนไลน์ต่างๆ เช่น การปักหมุด การถ่ายภาพให้น่าสนใจ การไลฟ์สด การดึงดูดลูกค้า หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนภายนอกเข้ามาสั่งซื้อทางออนไลน์</span>”</p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายเขาไปพร้อมๆ กัน นั่นคือ โครงการก่อสร้างอาคารเพาะจิ้งหรีด โดยอเนกต้องทำหน้าที่หาแหล่งทุนโดยทำแผนโน้มน้าวให้ผู้บริจาคเชื่อมั่นในความเป็นไปได้ของโครงการ “ทำไมจิ้งหรีดถึงส่งเสียงร้อง” ผู้ลงทุนถามเอนก จากคำถามนี้ เขาใช้เวลาทุ่มเทศึกษาการเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างจริงจังเป็นเวลา </span>3 <span lang="th">เดือนเต็ม จนท้ายที่สุด เขาก็สามารถคว้าเงินทุนมาได้ และก่อสร้างเป็นอาคารเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดสำเร็จ</span></p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">วันนี้ น้ำพริกบ้านฉันแม้จะไม่ได้มียอดขายหวือหวา แต่ก็ไปได้เรื่อยๆ โดยทำยอดขายได้ 100-200 กระปุกต่อเดือน บ้างก็มีคนมาสั่งไปขายต่อ และวันนี้ยอดขายหลักของน้ำพริกบ้านฉันคือช่องทางออนไลน์ที่ได้ ดีแทคเน็ตทำกินมาทำหน้าที่โค้ชช่วยสอน ถามว่าเขาภูมิใจไหมกับเอนกในวันนี้ </span>“<span lang="th">โคตรภูมิใจ</span>” <span lang="th">เสียงสะอื้น พร้อมกล่าวเสริมว่า </span>“<span lang="th">ผมภูมิใจเสมอที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบ้านหลังนี้ ภูมิใจในงานที่ผมทำ</span>”</p>
<p><u></u><u></u><u></u><span lang="th">จากการปฏิเสธลูกพี่ในวันนั้น จนถึงวันนี้ ทุกก้าวเดินมีแรงกดดัน ทั้งการพัฒนาศักยภาพตัวเอง ระบบธุรกิจ มูลนิธิส่งเอนกไปเรียนตามที่ต่างๆ ให้เรียนรู้สร้างแผนธุรกิจ ปัจจุบัน เขามีแผนเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อส่งโรงงาน และเตรียมเพาะจิ้งหรีดเพื่อส่งออกภายใน 3-5 ปีข้างหน้า รวมทั้งรับบทบาทครูสอนอาชีพให้กับคนที่มาเรียนรู้การเพาะจิ้งหรีด</span></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13560 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/Dtac2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><u></u><u></u><u></u>“<span lang="th">คำว่าโอกาส ได้ทำให้ผมเข้าใจความหมายของคำว่าชีวิตและคุณค่าความเป็นมนุษย์ แนวทางการใช้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปสิ้นเชิง จากอยากได้ต้องได้ จากชีวิตที่รู้สึกไร้ค่า วันนี้คนในชุมชนชวนมากินข้าวกัน เพื่อนฝูงชวนมาเจอกัน นี่คือการยอมรับและการมีตัวตนในสังคมใหม่ของผม</span>” <span lang="th">เอนกกล่าวอย่างภาคภูมิ</span></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/cricket-farm-and-chilli-paste-former-drug-addict/">&#8216;น้ำพริกจิ้งหรีดบ้านฉัน&#8217; คำสารภาพจากผู้ก้าวพลาดกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยน้ำพริกออนไลน์สู่โรงเพาะจิ้งหรีดเตรียมส่งออก   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
