อีซี่มันนี่ ผู้นำธุรกิจโรงรับจำนำของภาคเอกชน ด้วยจำนวนสาขา 98 แห่ง ทั่วประเทศ ตอกย้ำจุดยืนที่แข็งแรงของแบรนด์ในฐานะแบรนด์แห่งโอกาส ตามวิสัยทัศน์ ‘ให้ทุกโอกาสเป็นไปได้’ ยกระดับการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและความมุ่งมั่นของแบรนด์มากขึ้นผ่านการเปิดตัวโครงการ ‘แว่นบุญ’
สำหรับโครงการ ‘แว่นบุญ’ ในปีแรกนี้ อีซี่มันนี้ ได้ร่วมกับพันธมิตรอย่างแว่นท็อปเจริญ ในการเข้ามาให้บริการตรวจวัดสายตา และประกอบแว่นฟรี ให้แก่ชุมชนโดยรอบสาขา นำร่องที่สาขา ‘เคหะร่มเกล้า‘ โดยให้บริการตรวจวัดสายตาและมอบแว่นให้เด็กและผู้สูงอายุรวมทั้งสิ้น 300 อัน โดยตั้งเป้าขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสามารถให้บริการผู้คนในชุมชนรอบสาขาโดยรวมได้กว่า 1,500 -2,000 คน ผ่านการจัดกิจกรรมภายในปีนี้อีกราว 3-4 แห่ง กระจายไปในภูมิภาคต่างๆ เพิ่มเติม

วางยุทธศาสตร์ ‘เพื่อสังคม’ ตอกย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์
คุณสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคมมาอยางต่อเนื่องมากกว่า 21 ผ่านการทำกิจกรรมหลากหลายมิติ ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นมิติด้านสุขภาพ การดูแลชุมชน สิ่งแวดล้อม และศาสนา สะท้อนการให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมโดยรอบมาอย่างสม่ำเสมอ
และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอีซี่มันนี่ และผู้คนในชุมชนให้แน่นแฟ้นมากขึ้น รวมทั้งการตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์แห่งโอกาส ผ่านการอยู่เคียงข้างและเป็นหนึ่งทางเลือกในการช่วยเหลือผู้ที่มองเห็นโอกาสให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ผ่านธุรกิจโรงรับจำนำที่ดำเนินการอยู่ นำมาสู่การยกระดับโครงการเพื่อสังคม (CSR) ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น โดยนำร่องโครงการเแว่นบุญ ครั้งที่ 1 ที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เนื่องจาก เป็นชุมชนที่ทางอีซี่มันนี่มีสาขาให้บริการอยู่ รวมทั้งเป็นชุมชนที่มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น

“อีซี่มันนี่ เชื่อว่า ปัญหาสายตาเป็นหนึ่งในปัญหาของคนทุกวัยและกระทบต่อคุณภาพการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้บางครั้งอาจพลาดโอกาสสำคัญ หรือกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงแว่นสายตา เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูง หรือมีภาระค่าครองชีพสูงทำให้เลือกที่จะไม่ตัดแว่นสายตา ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นที่ดี ทั้งการเรียน การทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำโครงการ ‘แว่นบุญ’ จึงเป็นหนึ่งโครงการที่สามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหารวมทั้งเพิ่มโอกาสการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้คนในชุมชนได้มากขึ้น ซึ่งทางอีซี่มันนี่ตั้งใจจะขับเคลื่อนโครงการต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมทั้งในปีต่อๆ ไป เพื่อสามารถเข้าถึงคนที่มีความต้องการแว่นสายตาได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อสร้างการรับรู้และสร้างความใกล้ชิดระหว่างแบรนด์และผู้บริโภคได้เพิ่มมากขึ้น”
เพราะ ‘การมองเห็น’ คือจุดเริ่มต้นของ ‘โอกาส’
คุณสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป กล่าวว่า การเลือกเข้ามาเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับปัญหาสายตาของอีซี่มันนี่ เพื่อตอกย้ำความเป็น ‘แพลตฟอร์มแห่งโอกาส‘ ไม่เพียงการเป็นตัวช่วยและทางเลือกทางด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเพิ่มโอกาสด้านคุณภาพชีวิตของลูกค้าและคนในชุมชนโดยรอบด้วย โดยเฉพาะคุณภาพสายตาและการมองเห็นซึ่งถือเป็นหนึ่งในคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานที่คนไทยทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของโครงการ จะเน้น 2 กลุ่มหลัก คือผู้สูงอายุ และเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสายตามากที่สุด โดยเยาวชนเป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนสังคมและมีกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย ขณะที่ผู้สูงอายุจะช่วยเพิ่มความสามารถในการดูแลความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น ทำให้การขับเคลื่อนโครงการสามารถจับต้องผลกระทบหรือ Impact เชิงบวกที่จะเกิดตามมาได้อย่างชัดเจนมากที่สุด

“การขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ดีมากขึ้น จากที่ผ่านมา แม้จะทำกิจกรรมจำนวนมาก แต่มีความหลากหลาย ทำให้การเชื่อมโยงมาสู่แบรนด์ไม่แข็งแรงมากนัก ขณะที่โครงการแว่นบุญ ยังเป็นการตอกย้ำคำว่า ‘การให้โอกาส’ ซึ่งสอดคลเองกับแก่นสำคัญที่อีซี่มันนี่ใช้ในการขับเคลื่อนแบรนด์มาโดยตลอด รวมทั้งผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนกิจกรรมที่ไม่ใช่เพียงการทำแล้วจบไป แต่สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้รับได้ในระยะยาว รวมทั้งเป็นการพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต จึงเป็นการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น ขณะที่โครงการ CSR ทั่วไป ยังคงขับเคลื่อนควบคู่ไป แต่จะให้น้ำหนักและความสำคัญการขับเคลื่อนโครงการแว่นบุญอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอไปตลอดทั้งปี รวมทั้งในปีต่อๆ ไปด้วย”
ทั้งนี้ อีซี่มันนี่ มองการขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม มากกว่าแค่การออกรูปแบบของการให้ แต่มองเป็นการขับเคลื่อน ‘พันธกิจระยะยาว’ ของแบรนด์ ที่ต้องการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกจากการขับเคลื่อนโครงการให้ผู้คนและสังคมได้อย่างยั่งยืน เช่นเดียวกับการดำเนินธุรกิจการเงิน ในรูปแบบการให้บริการสินเชื่อที่มีหลักประกัน (Asset-backed Financing) สำหรับช่วยเหลือคนไทยหรือผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสในการต่อยอด ก็สามารถนำทรัพย์ทุกประเภทที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนเพื่อนำไปใช้จ่าย หรือใช้ต่อยอดภายในธุรกิจ ภายใต้การดูแลทรัพย์อย่างปลอดภัย ตอกย้ำการอาสาเข้ามาเป็นหนึ่งโซลูชั่นทางเลือกทางการเงินที่ชาญฉลาดและเข้าถึงได้ อย่างโปร่งใส ยุติธรรม และทันสมัย เพื่อช่วยให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสทางการเงินได้อย่างมั่นใจ







