SD Thailand
  • Trending
  • Dialogue
  • Experience
  • Innovative
  • Creative
  • SD-ers
  • PR News
SD Thailand
SD Thailand
  • Trending
  • Dialogue
  • Experience
  • Innovative
  • Creative
  • SD-ers
  • PR News
Find Us on Socials
SD Thailand > Dialogue > ‘World Bank Group-สภาพัฒน์-มูลนิธิกสิกรไทย’ ประกาศความร่วมมือพัฒนาระบบ ‘การทำบัญชีทุนธรรมชาติ’ สร้างโมเดลเศรษฐกิจยั่งยืนพร้อมฟื้นฟูธรรมชาติ บนเวที EARTH JUMP 2026 โดยธนาคารกสิกรไทย
DialogueFinance & InvestTop Stories

‘World Bank Group-สภาพัฒน์-มูลนิธิกสิกรไทย’ ประกาศความร่วมมือพัฒนาระบบ ‘การทำบัญชีทุนธรรมชาติ’ สร้างโมเดลเศรษฐกิจยั่งยืนพร้อมฟื้นฟูธรรมชาติ บนเวที EARTH JUMP 2026 โดยธนาคารกสิกรไทย

เวที Natural Capital: ทุนธรรมชาติ รากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย’ จากงาน ‘EARTH JUMP 2026: A Bridge to Empowered Actions’ โดยธนาคารกสิกรไทย เปิดประเด็นสำคัญว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจยุคใหม่ไม่อาจแยกจากคุณค่าของธรรมชาติได้อีกต่อไป โดย World Bank Group สภาพัฒน์ และมูลนิธิกสิกรไทย ร่วมผลักดันการจัดทำการทำบัญชีทุนธรรมชาติ (Natural Capital Accounting: NCA) และ มูลนิธิกสิกรไทยใช้ จ.น่าน เป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อเปลี่ยนคุณค่าของธรรมชาติให้เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย การลงทุน และการฟื้นฟูระบบนิเวศได้อย่างเป็นรูปธรรม

SKY11 August 2026

ทุนธรรมชาติ  (Natural Capital) คือฐานทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจและสังคมไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่ป่าไม้ แหล่งน้ำ ระบบนิเวศ ไปจนถึงความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่มีระบบบัญชีทุนธรรมชาติที่เป็นมาตรฐานและเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบเพียงพอ จึงยังสำหรับใช้ประเมินได้ไม่ชัดว่า การพัฒนาแต่ละโครงการพึ่งพาและส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร รวมถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคุ้มค่าและสมดุลกับต้นทุนทางธรรมชาติที่ต้องแลกมาหรือไม่

เป็น​ที่มาของเวทีสัมมนา​ ‘Natural Capital : ทุนธรรมชาติ รากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย’ จากงาน ‘EARTH JUMP 2026 : A Bridge to Empowered Actions’ โดยตัวแทนจาก 3 ภาคี ประกอบด้วย Ms. Melinda Good Division Director for Thailand and Myanmar, World Bank, คุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ คุณพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย

เพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักในการเห็นความสำคัญของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมทั้งเป็นจุดเริ่มต้น​​ความร่วมมือเพื่อพัฒนาการจัดทำระบบ NCA ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีฐานข้อมูลในการชี้วัด ประเมินมูลค่า และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถสร้างสมดุลในการใช้ทุนธรรมชาติสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตได้

‘ทุนธรรมชาติ’ รากฐานการเติบโตที่ยั่งยืน

Ms. Melinda Good ให้ข้อมูลเริ่มต้นด้วยการนิยาม ‘ทุนธรรมชาติ’ ว่าเป็นทั้งรากฐานสำคัญของการเติบโตที่ยั่งยืน เป็นต้นทุนที่สร้างความมั่นคงให้ระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการปรับตัว ​การเพิ่มศักยภาพ และความสามารถทางการแข่งขันในบริบทเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นขับเคลื่อนสู่คาร์บอนต่ำ ขณะที่บทบาทสำคัญของธรรมชาติไม่ได้เชื่อมโยงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อม  แต่มีตัวเลขระดับโลกเป็นบทพิสูจน์ว่าธรรมชาติเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของ GDP โลกที่มากกว่าครึ่งหนึ่ง (ราว 58 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) มาจากการ​พึ่งพาธรรมชาติ  หรือผลศึกษาว่า หากระบบนิเวศล่มสลายลงเพียงบางส่วน ก็จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าเศรษฐกิจโลกให้ลดลงได้ถึง 2.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2030 ไปจนถึงตัวเลขสินเชื่อ 75% ในเขตยูโรโซนที่ถูกปล่อยให้ธุรกิจที่ต้องมีการพึ่งพาระบบนิเวศ รวมทั้งการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางธรรมชาติทั่วโลก (Global Natural Assets) ในปี 2005 หรือในราว 20 ปีที่ผ่านมา และพบว่ามีมูลค่าสูงถึง 44 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

“ทุนธรรมชาติ เปรียบเสมือน ‘งบดุลที่มองไม่เห็น’ ของระบบเศรษฐกิจ การจัดทำ NCA จึงเป็นการบันทึกคุณค่าของสิ่งที่มองไม่เห็นให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แหล่งน้ำ ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางทางชีวภาพ  และบริการจากระบบนิเวศ  เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายและการลงทุนจากเดิมที่การเติบโตมักถูกวัดด้วย GDP ระบบ NCA จะช่วยเพิ่มมิติของEcosystems, Natural Assets และ Ecosystem Services เข้าไปในการประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านผลิตภาพ ความยืดหยุ่น อาชีพ ความเป็นอยู่ และการฟื้นฟูสินทรัพย์ทางธรรมชาติในระยะยาว”

 ผนึกความร่วมมือ นำร่องพัฒนา​ ‘บัญชีทุนธรรมชาติ’ (NCA)

เมื่อเห็นทั้งความสำคัญของ ‘บัญชีการทำทุนธรรมชาติ’ ในฐานะเครื่องมือที่จะช่วยสะท้อนคุณค่าของทุนธรรมชาติซึ่งเป็นรากแก้วแห่งเศรษฐกิจและสังคมไทย รวมทั้งพบข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทยที่ยังไม่มีระบบในการจัดทำ ‘การทำบัญชีทุนธรรมชาติ’  รวมทั้งยังเป็นรากฐานในการสร้างรายได้ต่ออุตสาหกรรมหลักและการดำรงชีวิตของผู้คนในประเทศ

ประกอบกับช่วงเวลาปัจจุบัน อยู่ระหว่างการ​เตรียมเพื่อจัดทำ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 สำหรับประกาศใช้ในปี 2571 – 2575จึงเป็นโอกาสที่ดีในการนำมิติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของทุนธรรมชาติ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาชาติฉบับใหม่ที่เตรียมจะประกาศใช้นี้ด้วย

นำมาสู่ความร่วมมือครั้งสำคัญในการลงนาม MOU ของ 3 ภาคีเครือข่ายพันธมิตร ประกอบด้วย World Bank Group, สภาพัฒน์ มูลนิธิกสิกรไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการจัดทำบัญชีทุนธรรมชาติร่วมกัน โดยใช้พื้นที่ จ.น่าน เป็นพื้นที่นำร่อง เพื่อหาโมเดลต้นแบบทั้งวิธีการวัด การวิเคราะห์ การจัดสรรงบประมาณ ไปจนถึงระเบียบหรือกติกาต่างๆ เพื่อให้สามารถวัดมูลค่าและสะท้อนคุณค่าของสินทรัพย์ทางธรรมชาติ สนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ที่สามารถสร้างการเติบโต ควบคู่ไปกับการเพิ่มความสามารถในการปรับตัว หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง

คุณดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดหลักของ NCA เปรียบเสมือนการทำบัญชีทุนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีฐานข้อมูลที่สามารถชี้วัด ประเมินมูลค่า และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยการจัดทำ NCA จะครอบคลุมการประเมินองค์ประกอบสำคัญของทุนธรรมชาติ เช่น ทรัพยากรชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ บริการจากระบบนิเวศ และมิติทางวัฒนธรรมหรือสังคมที่เชื่อมโยงกับฐานทรัพยากรในพื้นที่

ด้านสภาพัฒน์ ที่ปัจจุบันมีประสบการณ์การในพื้นที่บ้านน้ำรีในจังหวัดน่าน  ผ่านโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อเนื่องตามโครงการตามพระราชดำริ โดยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ยกตัวอย่างโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริในพื้นที่บ้านน้ำรีพัฒนาในจังหวัดน่านมาร่วมหารือ เนื่องจากมีความท้าทายด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่า การปลูกพืชเชิงเดี่ยว และข้อจำกัดด้านสิทธิหรือความมั่นคงในที่ดินทำกินของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยแนวทาง ‘คนอยู่ร่วมกับป่า’ และการทำงานร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งการจัดสรรพื้นที่ทำกินในเขตป่าสงวน การส่งเสริมพืชทางเลือกที่หลากหลายเพื่อเพิ่มรายได้ทั้งระยะสั้น กลาง และยาว ควบคู่กับการนำกลไกคาร์บอนเครดิตมาใช้เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจเสริมในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้แก่ชุมชน จนพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัว และช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

“ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะช่วยสนับสนุนการวางแผนและตัดสินใจเชิงนโยบายบนหลักฐานข้อมูลจริง(Evidence-based decision making) เนื่องจากมีชุดข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนรองรับ ตลอดจนสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากร ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญภายใต้แผนพัฒนาประเทศ ประกอบกับข้อมูล NCA ยังสามารถเป็นข้อมูลประกอบสำคัญในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดทำข้อมูล ESG ของภาคเอกชน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในการพิจารณาโครงการด้านการเงินสีเขียวทั้งนี้ การขับเคลื่อนยังเต็มไปด้วยข้อจำกัด โดยเฉพาะฐานข้อมูลในประเทศไทยที่ยังกระจัดกระจายและไม่เป็นระบบ จึงต้องจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่จำเป็น ประกอบกับกระบวนการจัดเก็บและการประมวลผลที่มีความซับซ้อนสูง จึงต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือและองค์ความรู้จากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญในระดับสากล เช่น World Bank Group ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยจัดเก็บข้อมูล”

‘น่าน แซนด์บ็อกซ์’ พื้นที่ต้นแบบ สู่บทเรียนการฟื้นฟูทุนธรรมชาติ

คุณพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมถึงผลกระทบจากการไม่มีระบบบัญชีทุนธรรมชาติว่า  การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่ผ่านมาอาจยังสะท้อนต้นทุนต่อธรรมชาติได้ไม่ครบถ้วน โดยตัวเลขระดับโลกชี้ให้เห็นว่า มูลค่ากิจกรรมที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติมีขนาดสูงกว่าการลงทุนในแนวทางการดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติ (Nature-based Solutions) อย่างมีนัยสำคัญ จึงยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของการมีข้อมูลและกลไกที่ช่วยจัดสรรเงินลงทุนไปสู่กิจกรรมที่ลดผลกระทบและฟื้นฟูธรรมชาติได้มากขึ้น

ดังนั้น หากประเทศไทยมีระบบการจัดทำ NCA ก็จะสามารถจัดสรรเม็ดเงินในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับตัวจากการสนับสนุนธุรกิจ Extractive Capitalism หรือระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มข้น มาสู่การสนับสนุนธุรกิจในรูปแบบ Regenerative Capitalism หรือระบบการขับเคลื่อนธุรกิจที่ฟื้นฟูธรรมชาติและการสร้างคุณค่าระยะยาวควบคู่กัน

“พื้นที่ จ.น่าน เหมาะสมที่จะเป็นพื้นที่ต้นแบบนำร่องจัดทำ NCA ทั้งการเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดน้ำกว่า 40% ที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายหลักของประเทศ ประกอบกับพื้นที่บางส่วนยังเผชิญปัญหาป่าเสื่อมโทรมจากแรงกดดันด้านการใช้ที่ดินและรูปแบบการผลิตเชิงเดี่ยว ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยมองปัญหาที่เกิดขึ้นมากกว่าแค่มุมนักการเงิน แต่ใส่ทั้งเลนส์ในมิติทางสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งระบบนิเวศ จึงลงพื้นที่เข้าไปทำงานใน จ.น่าน อย่างใกล้ชิด ทำให้เข้าใจอินไซต์ของปัญหาว่ามีความเชื่อมโยงกับข้อจำกัดด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ และทางเลือกในการดำรงชีพของคนในพื้นที่ จึงได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาอย่างบูรณาการทั้งการดูแลผู้คน เศรษฐกิจ และธรรมชาติ เพื่อสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ ‘น่านแซนด์บ็อกซ์’ ที่มุ่งพัฒนาผ่านแนวทาง 3Re คือ Regovernance, Restoration และ Regeneration พร้อมเข้าไปช่วยจัดการปัญหาในพื้นที่ โดยไม่แยกปัญหาแต่ละส่วนออกจากกัน แต่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้การแก้ปัญหาในสมการทางเศรษฐกิจนี้มีความยั่งยืนและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น”

เป้าหมายการขับเคลื่อน NCA ไม่ได้มองแค่ที่ จ.น่าน แต่ในอนาคตสามารถนำบทเรียนจากพื้นที่นำร่องไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้ หากสามารถพัฒนาระบบ NCA สำหรับการวัดและประเมินมูลค่าทุนธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งสร้างกลไกที่ช่วยให้มูลค่าทุนธรรมชาติถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านนโยบาย การลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลได้มากขึ้น คล้ายกับพัฒนาการของระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็น แนวคิดที่ช่วยเชื่อมระบบเศรษฐกิจแบบเดิมที่เน้น GDP Based ไปสู่ GDP Plus ด้วยการนำมิติของทุนธรรมชาติมาเพิ่มในการประเมินคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับภาคธุรกิจ ข้อมูลจาก NCA สามารถช่วยยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้สะท้อนผลกระทบต่อธรรมชาติได้ชัดขึ้น และอาจต่อยอดไปสู่การพัฒนากลไกทางการเงินหรือสินทรัพย์ใหม่ๆ เช่น Nature Credit ภายใต้กติกาที่มีมาตรฐานและตรวจสอบได้ คล้ายกับพัฒนาการของคาร์บอนเครดิต เป้าหมายสำคัญคือทำให้มิติของธรรมชาติถูกนับรวมอยู่ในระบบเศรษฐกิจและการตัดสินใจลงทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด ผ่านบริการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการรายเล็ก และ SME รวมทั้งบทบาท Beyond Banking ในการพัฒนาโซลูชันเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และช่วยให้ภาคธุรกิจเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ความร่วมมือด้าน NCA ครั้งนี้สะท้อนบทบาทของมูลนิธิกสิกรไทยในการสนับสนุนการฟื้นฟูธรรมชาติและการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบควบคู่กัน

บทบาทของธนาคารกสิกรไทยยังต่อยอดผ่าน K-Climate Solutions ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจเปลี่ยนจาก ‘ความตั้งใจ’ สู่ ‘การลงมือทำ’ ได้จริง ครอบคลุมตั้งแต่ ESG Readiness Check เครื่องมือประเมินความพร้อมธุรกิจด้าน ESG, KCLIMATE 1.5 แพลตฟอร์มคํานวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เก็บข้อมูลเพื่อนําไปใช้วางแผนการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก, K-Climate ESG Advisory บริการให้คําปรึกษาเรื่องความยั่งยืนโดยผู้เชี่ยวชาญ Net Zero CEO & Net Zero Leader หลักสูตรสำหรับผู้บริหารเพื่อก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นําด้านความยั่งยืนของไทย และโซลูชันทางการเงินเช่น ‘สินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้’ (Sustainability-Linked Loan for SME) มอบส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเมื่อทําได้ตามเป้าหมาย เช่น ลดการใช้พลังงานหรือได้ใบรับรองธุรกิจสีเขียว รวมถึง K-Climate Shield Loan สินเชื่อธุรกิจเพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำท่วม ช่วยให้องค์กรสามารถลงทุนเชิงป้องกันล่วงหน้า

ทั้งหมดนี้ทำให้ NCA ไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่จะช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นต้นทุน คุณค่า และโอกาสจากธรรมชาติได้ชัดขึ้น และออกแบบการเติบโตที่ไม่ทิ้งทั้งเศรษฐกิจ ผู้คน และระบบนิเวศไว้ข้างหลัง

Tags:A Bridge To Empowered ActionsBiodiversityEARTH JUMPEARTH JUMP 2026EcosystemKasikornthai FoundationKCLIMATE 1.5Melinda GoodNatural AssetsNatural CapitalNatural Capital AccountNature-based SolutionsNCANESDCRegenerative CapitalismWorld Bankความหลากหลายทางชีวภาพดนุชา พิชยนันท์ทุนธรรมชาติธนาคารกสิกรไทยธนาคารโลกธรรมชาติบัญชีทุนธรรมชาติพิพิธ เอนกนิธิมูลนิธิกสิกรไทยระบบนิเวศสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสศชสินเชื่อ SME ยิ่งกรีน ยิ่งได้
Share on FacebookShare on XShare on LinkedInMore
previous article

อีซี่มันนี่ ผนึกภาครัฐและเครือข่ายพันธมิตร เดินหน้าโครงการ “แว่นบุญ” ครั้งที่ 2 มอบแว่นสายตาแก่ประชาชน 600 คน ขยายโอกาสการมองเห็นสู่ชุมชนไทย

next article

กัลฟ์ ผนึกภาครัฐ ร่วมยกระดับความร่วมมือ ลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามแดน    

You Might Also Like

Top StoriesTrending

ซีเมนส์เผยผลสำรวจ Digitalization คือกุญแจยกระดับการผลิต F&B สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อม 3 แนวทางบรรลุเป้าหมาย Net Zero

23 September 2026
Dialogue

‘อาหารส่วนเกิน ≠ ขยะอาหาร’ ยังกินได้ บริหารจัดการ​ดีช่วยลดขยะอาหาร ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

23 September 2026
ExperienceTop StoriesTrending

SCGC ผนึกภาคีเครือข่ายสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันน้ำ’ ระดับชุมชน ต่อยอดโมเดล ‘2 สร้าง 2 เก็บ’ ขยายผลต้นแบบการจัดการน้ำยั่งยืนทั่วประเทศ

22 September 2026
Top StoriesTrending

CKPower เดินหน้าครึ่งปีหลังขยายเชิงพาณิชย์ ‘โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์’ เพิ่ม 5 MW พร้อมปัจจัยหนุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ‘ไซยะบุรี- น้ำงึม2’

21 September 2026
Finance & InvestTop Stories

ทีทีบี เดินหน้า ‘รุ่นพี่การเงิน’ ร่วมติดกระดุมเม็ดแรก เสริมภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชน​ก่อนก่อหนี้ ​รับโลกการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น

20 September 2026
Top StoriesTrending

ITD เดินหน้า ‘SEA Forum 2026’ พร้อม​สรุป Bangkok Policy Brief สร้าง Action Plan ขับเคลื่อน​เศรษฐกิจภูมิภาคเติบโตอันดับ 4 ของโลกตามเป้าหมาย ASEAN Vision 2045

19 September 2026
load more

Follow Us on Facebook

SD Update

Dialogue

‘อาหารส่วนเกิน ≠ ขยะอาหาร’ ยังกินได้ บริหารจัดการ​ดีช่วยลดขยะอาหาร ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Admin A23 September 2026

SCGC ผนึกภาคีเครือข่ายสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันน้ำ’ ระดับชุมชน ต่อยอดโมเดล ‘2 สร้าง 2 เก็บ’ ขยายผลต้นแบบการจัดการน้ำยั่งยืนทั่วประเทศ

22 September 2026

 CP เปิด Stakeholder Forum 2026 รับฟังเสียง ‘ผู้มีส่วนได้เสีย’ ต่อยอดสู่การลงมือทำ ร่วมขับเคลื่อนเป้าหมาย 2030

9 September 2026

‘จากแล็บสู่ชุมชน’ กปภ.x สวทช. เปิดตัว รถผลิตน้ำดื่ม AquaNano นวัตกรรมเพิ่มความมั่นคงน้ำ ในพื้นที่ ‘ภัยแล้ง-อุทกภัย’

22 August 2026

สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก ‘Food Surplus Credit’ เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย

14 August 2026

PR News

The 1 ตอกย้ำความสำเร็จ “The 1 Level” ผนึกพลังกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร จัดเต็ม “The 1 Level UP” ทวีคูณสิทธิประโยชน์และประสบการณ์สุดพิเศษในทุก Level

23 September 2026

AIS ผนึก สภาคณบดีวิทยาการจัดการ ราชภัฏทั่วประเทศ ยกระดับทักษะดิจิทัล–AI ปูทางกำลังคนและนักศึกษาสู่โลกอนาคต ผ่าน “อุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy”

23 September 2026

เปิดความสำเร็จ ‘โซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร’ บ้านโคกล่าม-บ้านแสงอร่าม จ.อุดรธานี เมื่อพลังงานสะอาดสร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่บ้านเกิดอย่างยั่งยืน

23 September 2026

PIM เผย 6 สกิล พัฒนาคนยุค AI ก้าวข้ามเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์   

23 September 2026

ธนาคารกรุงเทพ รับรางวัลต้นแบบการจัดการขยะครบวงจร ระดับ 50 เขต กรุงเทพฯ ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย “Zero Waste to Landfill Next” พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

22 September 2026
SD Thailand
Sustainability • Sharing • Success

© 2017 - 2025 www.sdthailand.com - All Rights Reserved.

  • Trending
  • Dialogue
  • Experience
  • Innovative
  • Creative
  • SD-ers
  • PR News