<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CCUS &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/ccus/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Mar 2026 04:57:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>CCUS &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>TCMA เชื่อมโลกสู่ไทย เปิดเกม Carbon Capture ขับเคลื่อน Net Zero 2050   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/03/tcma-carbon-capture-to-net-zero/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2026 04:57:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[CCS]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[CETRI]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA to Net Zero2 050]]></category>
		<category><![CDATA[TCMA x SK]]></category>
		<category><![CDATA[Thai Cement Climate Action]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Canada]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[รัฐมนตรีเคน เช้เวลเดย์ออฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์เจฟฟ์ เคเชน]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สระบุรีแซนด์บ็อกซ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=40399</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เดินหน้ากระชับความร่วมมือกับรัฐบาลรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา และมหาวิทยาลัยรีไจนา รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อผลักดันเทคโนโลยี CCUS (Carbon Capture, Utilization and Storage) สู่การปฏิบัติจริงในประเทศไทย เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมสีเขียวจากต่างประเทศ เข้าสู่ภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ TCMA เปิดเผยภายหลังการนำคณะผู้บริหาร TCMA หารือกับ คณะผู้แทนระดับสูงจากรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา นำโดย ฯพณฯ เคน เช้เวลเดย์ออฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา และศาสตราจารย์เจฟฟ์ เคเชน อธิการบดีและและรองนายกสภามหาวิทยาลัยรีไจนา ว่า ทั้งสองฝ่ายมีความยินดีต่อพัฒนาการของความร่วมมือที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนกันยายน 2568 นับป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรระดับนานาชาติ และมุ่งยกระดับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การดำเนินงานในพื้นที่จริง “ตามโรดแมปของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ กว่า 45% ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่สามารถลดได้ด้วยมาตรการทั่วไปเพียงอย่างเดียว จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี CCUS เข้ามาเป็นเป็นคำตอบสำคัญ” ดร.ชนะ กล่าว ความร่วมมือระยะนี้จะเริ่มจากการพัฒนาและทดสอบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tcma-carbon-capture-to-net-zero/">TCMA เชื่อมโลกสู่ไทย เปิดเกม Carbon Capture ขับเคลื่อน Net Zero 2050   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (</strong><strong>TCMA) </strong><strong>เดินหน้ากระชับความร่วมมือกับรัฐบาลรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา และมหาวิทยาลัยรีไจนา รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก เพื่อผลักดันเทคโนโลยี</strong><strong> CCUS </strong><strong>(Carbon Capture, Utilization and Storage) </strong><strong>สู่การปฏิบัติจริงในประเทศไทย เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมสีเขียวจากต่างประเทศ เข้าสู่ภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพการแข่งขัน ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน </strong></p>
<p><span id="more-40399"></span></p>
<p><strong>ดร.ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ </strong><strong>TCMA</strong> เปิดเผยภายหลังการนำคณะผู้บริหาร TCMA หารือกับ คณะผู้แทนระดับสูงจากรัฐซัสแคตเชวัน ประเทศแคนาดา นำโดย <strong>ฯพณฯ เคน เช้เวลเดย์ออฟ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา และ<strong>ศาสตราจารย์เจฟฟ์ เคเชน</strong> อธิการบดีและและรองนายกสภามหาวิทยาลัยรีไจนา ว่า ทั้งสองฝ่ายมีความยินดีต่อพัฒนาการของความร่วมมือที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนกันยายน 2568 นับป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาคอุตสาหกรรมไทยและพันธมิตรระดับนานาชาติ และมุ่งยกระดับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่การดำเนินงานในพื้นที่จริง</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-40402 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68747522.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ตามโรดแมปของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ กว่า 45% ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่สามารถลดได้ด้วยมาตรการทั่วไปเพียงอย่างเดียว จึงต้องอาศัยเทคโนโลยี CCUS เข้ามาเป็นเป็นคำตอบสำคัญ” ดร.ชนะ กล่าว</p>
<p>ความร่วมมือระยะนี้จะเริ่มจากการพัฒนาและทดสอบ Carbon Capture เพื่อเสริมความพร้อมด้านเทคนิคของอุตสาหกรรม ก่อนต่อยอดสู่ CCU (Carbon Capture and Utilization) เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนที่ดักจับได้ให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ อาทิ การพัฒนาเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ และในบางส่วนสามารถพัฒนาไปสู่ CCS (Carbon Capture and Storage) เพื่อการกักเก็บอย่างปลอดภัยในระยะยาว ครอบคลุมทั้งมิติเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ</p>
<p>หมุดหมายสำคัญ คือ การนำร่องติดตั้ง Mobile Carbon Capture Unit ในโรงงานปูนซีเมนต์ของสมาชิก TCMA ในพื้นที่ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” ภายในกลางปี 2569 โดยได้รับความร่วมมือจาก Environment and Climate Change Canada (ECCC), UNIDO, GCCA, TCMA, รัฐซัสแคตเชวัน และมหาวิทยาลัยรีไจนาผ่านสถาบัน Clean Energy Technologies Research Institute (CETRI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี CCUS มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40403 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68747519.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>รัฐมนตรีเคน เช้เวลเดย์ออฟ</strong> กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและแคนาดา โดยเฉพาะรัฐซัสแคตเชวันที่ได้ผสานบทบาทของภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีความยินดีที่จะได้เห็นการติดตั้งหน่วยดักจับคาร์บอนเคลื่อนที่ในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างสองประเทศ จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้สู่การปฏิบัติจริง และเป็นรากฐานในการต่อยอดความร่วมมือด้านอื่นๆ อีกต่อไป”</p>
<p>ด้าน <strong>ศาสตราจารย์เจฟฟ์ เคเชน</strong> กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยรีไจนาภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในความร่วมมือด้านนวัตกรรมครั้งนี้ ซึ่งมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้าน CCUS ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านสถาบันวิจัย Clean Energy Technologies Research Institute (CETRI) ที่ผสานความเป็นเลิศทางวิชาการเข้ากับการประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือกับ TCMA ไม่เพียงครอบคลุมงานวิจัยและโครงการนำร่อง หากยังรวมถึงการพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการเสริมสร้างศักยภาพ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน”</p>
<p>จังหวัดสระบุรี ในฐานะศูนย์กลางการผลิตปูนซีเมนต์ของประเทศ ได้รับการพัฒนาเป็นพื้นที่ต้นแบบ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ผ่านแนวทางการดำเนินงานเชิงพื้นที่ (Area-based Implementation) ที่บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ที่ภาคอุตสาหกรรมจะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา (be part of the solution) ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-40401 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/03/S__68747518.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ TCMA ในฐานะแกนกลางของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” องค์ความรู้ เทคโนโลยีขั้นสูง และนวัตกรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากแคนาดา สู่การประยุกต์ใช้จริงในประเทศไทย ผ่านความร่วมมือเชิงปฏิบัติ (action-oriented partnership) ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคอุตสาหกรรม โดยมีเครือข่ายระดับโลก อาทิ ECCC, GCCA, UNIDO, รัฐซัสแคตเชวัน และมหาวิทยาลัยรีไจนา ร่วมสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกลไกการขยายผลอย่างเข้มแข็ง ความร่วมมือนี้จึงเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยวางรากฐานเชิงระบบให้อุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างมั่นใจและเป็นรูปธรรม พร้อมเสริมสร้างบทบาทของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยในฐานะพลังบวกและ “ส่วนหนึ่งของคำตอบ” ในการร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/03/tcma-carbon-capture-to-net-zero/">TCMA เชื่อมโลกสู่ไทย เปิดเกม Carbon Capture ขับเคลื่อน Net Zero 2050   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 17 Jan 2026 04:46:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[5P]]></category>
		<category><![CDATA[C3 : Decarbonization Pathway]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCS]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Direct PPA]]></category>
		<category><![CDATA[GHG Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Green Finance]]></category>
		<category><![CDATA[LOW CARBON CITY]]></category>
		<category><![CDATA[NET ZERO 2050]]></category>
		<category><![CDATA[PTT]]></category>
		<category><![CDATA[PTT Group]]></category>
		<category><![CDATA[Sparking the Future]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Spark by PTT Group 2026]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่ม ปตท.]]></category>
		<category><![CDATA[การเงินสีเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร. คงกระพัน อินทรแจ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=39489</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่ม ปตท. จัดงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217; ผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ &#8216;Thailand’s New Horizon : ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ&#8217;  กล่าวถึงการขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น จำเป็น​ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดย​ปัจจุบันภาครัฐได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2050 ​รวมทั้ง​มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่จำเป็นต้องรอ​การขับเคลื่อนเพื่อให้นโยบายสามารถประกาศเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลชุดใหม่ ทั้งนี้ การ​จะขับเคลื่อนกฎระเบียบต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกลไ​กราคาภาคบังคับมาช่วย เพื่อช่วยในการ​เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม​​ เช่น การมี Carbon Tax หรือ ETS [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/">เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่ม ปตท.</strong> จัดงาน <strong>&#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217;</strong> ผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ</p>
<p><span id="more-39489"></span></p>
<p><strong>ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</strong> รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ <strong>&#8216;Thailand’s New Horizon : ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ&#8217;  </strong>กล่าวถึงการขับเคลื่อนอนาคตเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น จำเป็น​ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดย​ปัจจุบันภาครัฐได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2050 ​รวมทั้ง​มีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่จำเป็นต้องรอ​การขับเคลื่อนเพื่อให้นโยบายสามารถประกาศเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลชุดใหม่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39513 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338136.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ การ​จะขับเคลื่อนกฎระเบียบต่างๆ ​อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกลไ​กราคาภาคบังคับมาช่วย เพื่อช่วยในการ​เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม​​ เช่น การมี <strong>Carbon Tax </strong>หรือ<strong> ETS</strong> (Emission Trading System) ซึ่งมีการวิจัยและเห็นตัวอย่าง​จากทั่วโลกว่า ประเทศที่นำกลไกราคาภาคบังคับมาใช้ จะสามารถลดคาร์บอนได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่นในยุโรป ที่มีกลไกราคา มีการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Caredit Market) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ​ และระดับราคาที่เป็นไปตามกลไกตลาดที่แท้จริง ซึ่งมักจะมีระดับราคาที่สูงกว่าในตลาดที่ยังเป็นภาคสมัครใจ และรายได้จากการดำเนินการเหล่านี้ สามารถนำไปจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อช่วยสนับสนุนประชาชนในการปรับเปลียนพฤติกรรมทั้งในการผลิต เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม ท้ังธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียวได้ รวมทั้งการสนับสนุน​ <strong>นโยบายการเงินสีเขียว </strong>​ทั้ง​การออก Green Bond , Sustainability-link Bond ​เพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งประเทศไทยได้เริ่มมีการขับเคลื่อนแล้ว ผ่านการขับเคลื่อนนโยบาย Reinvent Thailand</p>
<p><em>&#8220;การมีกลไกด้านราคามาบังคับใช้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และต้องสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง (High GHG Emission) เช่น ในกลุ่มพลังงานและขนส่งที่มีสัดส่วน GHG Emission สูงถึง 65% พร้อมทั้ง</em><em>​เร่งพัฒนาเทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก และเห็นถึงความมุ่งมั่นของ กลุ่ม ปตท. ในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐ และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้ง Public Private People และPartnership for Planet (5P) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในประเทศไทย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39509 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338142.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>รวมทั้งในส่วนภาคขนส่ง ​ที่ต้องสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้รถไฟฟ้า ซึ่งมีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจนทำให้อุตสาหกรรมรถไฟฟ้าเริ่มมีศักยภาพในการผลิตเพื่อส่งออกแล้ว ​รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านของประเทศจากการใช้รถสันดาป ไปสู่รถยนต์ไฮบริดหรือรถไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ซึ่งเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านได้ชัดเจนมากขึ้น</p>
<p>สำหรับภาคพลังงาน ต้องเปิดโอกาสให้เอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดให้ได้ เพราะโลกในอนาคตเป็นโลกที่ทุกคนเห็นความสำค้ญของไฟฟ้าพลังงานสะอาด  ขณะที่ในอดีตประเทศไทยเคยเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของภูมิภาค  จากการมีไฟที่ดี น้ำที่ดี ท่าเรือ สนามบินที่ดี แต่วันนี้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญคือ การมีพลังงานสะอาด  พลังงานสีเขียว ซึ่งประเทศไทยยังมีไม่พอ ดังนั้น ​จึงต้องผลักดันเรื่อง <strong>Direct PPA</strong> ​ให้​ขับเคลื่อนได้จริง</p>
<p><em>&#8220;ภาครัฐคนเดียวไม่สามารถผลิตพลังงานสะอาดได้เพียงพอ เพราะภาครัฐยังต้องลงทุนในเรื่องสายส่ง ประกอบกับยังมีหนี้สาธารณะในระดับสูง ทำให้ไม่มีกำลังมากพอเพื่อนำไปลงทุนสายส่ง จึงต้องมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน<strong> Infrastrcture Fund</strong> เพื่อนำมาส่งเสริมการลงทุนสายส่งและนโยบายพลังงานสะอาด ซึ่งเชื่อว่ามีคนสนใจเข้ามาลงทุนมาก  รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่สีเขียว เพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์  ซึ่งที่ผ่านมา​กระทรวงการคลังได้ร่วมผลักดันโครงการ <strong>Low Carbon ​​City</strong> ​ร่วมกับ กทม. เพื่อติดโซลาร์ ที่โรงเรียน โรงพยาบาล ​ร่วมกับเอ็กซิมแบงก์ และการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) เพื่อสร้าง​ต้นแบบ​การทำงานร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น เพื่อขยายพลังงานสีเขียวให้ลงไปได้ถึงในระดับชุมชน และมีแผน​ขยายความร่วมมือกับภาคท้องถิ่นไปในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศในอนาคต&#8221;​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39508 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338138.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายในการผนึกความร่วมมือด้านความยั่งยืนระดับประเทศ ที่รวบรวมผู้นำนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ และภาคธุรกิจจากทั่วโลก ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และนวัตกรรมเพื่อการออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมจุดประกายพลังความร่วมมือเพื่อขยายผลจากแนวคิดสู่การลงมือทำ พร้อมสะท้อนความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ในการเป็นแรงขับเคลื่อนที่ผนึกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน การศึกษา และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน</p>
<p><em>&#8220;การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. จะสอดคล้องไปกับพันธกิจสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีไปพร้อมกัน เพื่อสร้าง<strong> &#8216;ความ​ยั่งยืนอย่างสมดุล&#8217; </strong>ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านกลยุทธ์  <strong>&#8216;C3 : Decarbonization Pathway&#8217; </strong>ได้แก่ <strong>Climate-Resilience Business</strong> เพื่อปรับพอร์ตธุรกิจให้มีคาร์บอนต่ำลงราว 20% , <strong>Carbon Conscious Asset</strong> การปรับปรุงประสิทธิการในกระบวนการผลิตในโรงงานต่างๆ ทั้งโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต โรงงานปิโตรเคมี โรงแยกก๊าซ และโรงกลั่น รวมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น โดยเชื่อว่าจะช่วยลดคาร์บอนลงได้ราว 20-30% และ <strong>Co-Creation, and Collective Efforts for All</strong> เพื่อผนึกพันธมิตรในการลดคาร์บอนอีกราว 50% ท้ังการใช้กระบวนการทางธรรมชาติ ผ่านโครงการปลูกป่าที่มีเป้าหมาย 2 ล้านไร่ รวมทั้งการเร่งพัฒนาเทคโนโลยี CCUS ที่มีการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการอาทิตย์แซนด์บ็อกซ์ เพื่อนำร่องในการเก็บและต่อยอดคาร์บอนไปใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมาย 1 ล้านตันต่อปี รวมทั้งโครงการหลักที่ดำเนินการอยู่ในอีสเทิร์นอย่าง CCS Hub ซึ่งเป็นโครงการที่มีศักบภาพสูงในการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ถึงราว 10 ล้านตัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39514 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338137.jpg" alt="" width="1200" height="664" /></p>
<p>สำหรับงาน &#8216;<strong>Sustainability Spark by PTT Group 2026 : Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217; </strong>จัดขึ้นระหว่างวันที่​ 16 – 17 มกราคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน โดยมี​ไฮไลท์ภายในงานประกอบด้วย</p>
<p><strong>1) เวทีสัมมนา</strong> ตลอด 2 วัน ที่ผนึกพลังจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขากว่า 40 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อาทิ การยกกรณีศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้กลไกเชิงนโยบายขับเคลื่อนให้การเดินหน้าสู่ Net Zero กลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่, การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม คมนาคม และเกษตรกรรม ภายหลังการบรรลุข้อตกลงต่างๆ จากการประชุม COP30 โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก S&amp;P Global, Bloomberg และ McKinsey &amp; Company</p>
<p>รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาแนวทางร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงและขยายผลสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><strong>2) บูธนิทรรศการ</strong> ถ่ายทอดการดำเนินงานจริงของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล ผ่านการลงทุนในพลังงานและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ การขับเคลื่อนโครงการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยกิจกรรมร่วมสนุกของกลุ่ม ปตท. อาทิ Harumiki Immersive Zone บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของสตรอว์เบอร์รี Harumiki และไม้เมืองหนาวจากพลังความเย็นจาก LNG รวมไปถึง Plastic Funtastic by GC เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมามีคุณค่าอย่างสร้างสรรค์</p>
<p><strong>3) Spark Lab</strong> เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืนระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และเรียนรู้ธรรมชาติผ่านเวิร์กช็อปจัดสวนขวดแก้ว</p>
<p><strong>4) Spark Hack</strong> เวทีเฟ้นหาไอเดียของคนรุ่นใหม่ ในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-39510 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/01/338146.jpg" alt="" width="1200" height="634" /></p>
<p><strong>5) Spark Market</strong> ชิม ชม ช็อป อาหารและสินค้าโดนใจสายรักษ์โลกจากกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน โครงการชุมชนยิ้มได้ และไทยเด็ด</p>
<p><strong>6) Business Matching</strong> โอกาสครั้งสำคัญในการผนึกพลังสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อน Thailand&#8217;s Sustainability Ecosystem พบกับผู้ประกอบการกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจด้านความยั่งยืน 4 กลุ่มศักยภาพ ประกอบก้วย Low Carbon Solutions, Circular &amp; Clean Tech, Social Innovation และ Green Investment &amp; ESG Funding</p>
<p>กลุ่ม ปตท. ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจุดประกายอนาคตที่ยั่งยืน ในงาน<strong> &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026: Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต&#8217;</strong> ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 และ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน สามารถลงทะเบียนร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ https://www.sustainabilityspark.com</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/01/sustainability-spark-by-ptt-group-2026/">เอกนิติ ​แนะใช้ ‘กลไกราคาภาคบังคับ’ เพิ่มแรงจูงใจขับเคลื่อน​ Decarbonization พร้อมเปิดทางภาคเอกชน ชุมชน ร่วมขับเคลื่อน Net zero2050 ในงาน &#8216;Sustainability Spark by PTT Group 2026&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บ้านปู ​เร่งลงทุน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ​เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตั้งเป้าลดพอร์ตถ่านหินต่ำกว่า 50% ภายในปี 2030</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-drive-energy-symphonics-in-action/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Mar 2025 11:35:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[​BKV]]></category>
		<category><![CDATA[BKV Corporation]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symphonics]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Symphonics in Action]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[green energy]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Next-Gen Mining]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถ่านหิน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจเหมือง]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[แผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=32226</guid>

					<description><![CDATA[<p>บ้านปู เล็งลงทุนเพิ่มในปี 2568 ที่ราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐ จากงบลงทุน​ทั้งหมดของแผน 5 ปี ที่ตั้งไว้กว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ​ เพื่อผลักดันกำไรจากพอร์ตธุรกิจพลังงานที่หลากหลายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่า พร้อมเพิ่มสัดส่วนกลุ่มธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และลดสัดส่วน​จากธุรกิจถ่านหินให้เหลือต่ำกว่า 50% คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการเติบโตของบ้านปูในอนาคต ตามกลยุทธ์  ‘Energy Symphonics in Action’  เพื่อมุ่งเน้นสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้ธุรกิจ โดยเฉพาะการลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตในธุรกิจพลังงาน  รวมทั้งสามารถช่วยสร้างกระแสเงินสดเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้อย่าง​ยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานสะอาด เพื่อรองรับนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามเทรนด์โลก รวมทั้งช่วยบรรลุแผนด้านการลดคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจ ได้  20% ภายในปี 2030  พร้อมบรรลุ Net Zero ในปี 2050 &#8220;บ้านปูวาง 4 แนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจ​​ ตามกลยุทธ์ Energy Symphonics ประกอบด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-drive-energy-symphonics-in-action/">บ้านปู ​เร่งลงทุน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ​เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตั้งเป้าลดพอร์ตถ่านหินต่ำกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บ้านปู เล็งลงทุนเพิ่มในปี 2568 ที่ราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐ จากงบลงทุน​ทั้งหมดของแผน 5 ปี ที่ตั้งไว้กว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ​ เพื่อผลักดันกำไรจากพอร์ตธุรกิจพลังงานที่หลากหลายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่า พร้อมเพิ่มสัดส่วนกลุ่มธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต และลดสัดส่วน​จากธุรกิจถ่านหินให้เหลือต่ำกว่า 50%</p>
<p><span id="more-32226"></span></p>
<p><strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงทิศทางการเติบโตของบ้านปูในอนาคต ตามกลยุทธ์  ‘<strong>Energy Symphonics in Action</strong>’  เพื่อมุ่งเน้นสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้ธุรกิจ โดยเฉพาะการลดต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสเติบโตในธุรกิจพลังงาน  รวมทั้งสามารถช่วยสร้างกระแสเงินสดเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจได้อย่าง​ยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานสะอาด เพื่อรองรับนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานตามเทรนด์โลก รวมทั้งช่วยบรรลุแผนด้านการลดคาร์บอนในการดำเนินธุรกิจ ได้  20% ภายในปี 2030  พร้อมบรรลุ Net Zero ในปี 2050</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32230 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__114663608.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บ้านปูวาง 4 แนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจ​​ ตามกลยุทธ์ <strong>Energy Symphonics</strong> ประกอบด้วย<strong> 1.</strong> <strong>Operation &amp; Cost Excellence</strong> : การดำเนินงานและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและมูลค่าของธุรกิจ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI และการลดต้นทุนในธุรกิจเหมือง<strong> 2. Rebalance Capital Struction: </strong> การบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาระดับหนี้และทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับการเติบโตและผลประกอบการที่ดี <strong>3. Portfolio Optimization :</strong> การบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่จะมาสร้างคุณค่าให้บริษัทฯ ในระยะยาว เช่น การสร้างการเติบโตของธุรกิจที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าของก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และ <strong>4. Focused Capital Allocation :</strong> การบริหารจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯ และผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น&#8221;​ </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32233 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Energy-Generation_โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ_Temple-I-_-II-ในสหรัฐ.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>ทั้งนี้ บ้านปู วางเป้าหมายเติบโตจากโอกาสที่เกิดขึ้น​ของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่าน​พลังงานสะอาด ทั้งในกลุ่มธุรกิจแก๊ส พลังงาน และเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCUS), กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน รวมทั้งแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS)  ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่รองรับในซัพพลายเชนของกลุ่มพลังงานหมุนเวียน , กลุ่มธุรกิจเหมือง ที่เป็น Next-Gen Mining โดยเฉพาะในกลุ่มแร่สำคัญ เพื่อมาทดแทนเหมืองถ่านหินที่จะไม่มีการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต เช่น นิกเกิล ซึ่งเป็นแร่โลหะสำคัญต่อธุรกิจ EV ในอนาคต รวมทั้งโอกาส​จากการขับเคลื่อนสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ที่เป็นนโยบายสำคัญของธุรกิจในอนาคตนับจากนี้ ที่ต้องมีแผนลดคาร์บอน หรือ Decarbonization รวมทั้งการวางเป้าหมายสู่การเป็น Net Zero ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32232 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Energy-Resources_โครงการ-Barnett-Zero-บาร์เนตต์-ซีโร่.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณสินนท์</strong> กล่าวต่อว่า<strong> บ้านปูวางแผนลงทุนสำหรับการเติบโตตามเป้าหมายในช่วง 5-6 ปี จากนี้ ภายใต้งบ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ​โดยเป็นงบสำหรับปี 2568 ราว 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อการลงทุนใน 3 กลุ่มธุรกิจแฟลกชิพ แบ่งเป็น 60% สำหรับ กลุ่มธุรกิจแก๊ส โรงไฟฟ้า และ CCUS , 20% ในกลุ่มพลังงานหมุนเวียน และแบตเตอรี่ รวมทั้งอีก 20% ในกลุ่มธุรกิจเหมือง ที่เป็น Next-Gen Mining </strong> <strong>โดยจากนี้จะไม่มีการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มธุรกิจถ่านหินอีกต่อไป </strong></p>
<p>ขณะเดียวกัน จะหาโอกาสเพิ่มเติมสำหรับการควบรวมธุรกิจกับพาร์ทเนอร์ในอนาคต ควบคู่​กับการบริหารความเสี่ยง และการบริหารจัดการต้นทุน พร้อมทั้งลดต้นทุนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อปรับฐานธุรกิจให้แข็งแรงเพิ่มมากขึ้น เพื่อศักยภาพในการทำกำไร และผลประกอบการที่เติบโตเพิ่มมากขึ้นได้ตามเป้าหมายที่วางไว้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32229 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/S__114663606.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>ผลประกอบการของบ้านปู ในปี 2567 ที่ผ่านมา  มีรายได้จากการขายรวม 5,148 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.8 แสนล้านบาท  โดยเป็นกำไรเบื้องต้น (EBITDA)  ก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคารวม 1,330 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า  4.6 หมื่นล้านบาท </strong> ขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานรวม 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ​หรือเกือบ 3 พันล้านบาท แต่จากผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินบาท รวมทั้งการด้อยค่าเงินลงทุนจากการขายสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้านาโกโซ ในประเทศญี่ปุ่น ​ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 23.67 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 680 ล้านบาท</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32231 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Energy-Resources_Mining-Business_การทำเหมืองอัจฉริยะ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้  ยังมีไฮไลท์สำคัญภายในกลุ่มธุรกิจบ้านปูทั่วโลก ในปี 2567 ที่ผ่านมา อาทิ  การเสนอขายหุ้น IPO ของ BKV Corporation (BKV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปูในสหรัฐฯ ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) การขายสัดส่วนการลงทุนโรงไฟฟ้านาโกโซ ในประเทศญี่ปุ่น การได้รับเงินสนับสนุน (Subsidy) จากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ในการพัฒนาโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มแห่งใหม่ 2 โครงการ ในญี่ปุ่น ได้แก่ โครงการ Aizu (ไอสึ) และโครงการ Tsuno (ซึโนะ) กำลังการผลิตรวม 208 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 2/2571 และการพัฒนาโครงการ CCUS ของ BKV ที่ชื่อว่าโครงการ Eagle Ford (อีเกิ้ล ฟอร์ด) ซึ่งคาดว่าจะสามารถกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 90,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์ในไตรมาส 1/2569</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-32228 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/03/Energy-Resources_BKV-IPO.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;บ้านปู ยังคง Commited นโนบายขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทาง Decarbonization ​เนื่องจาก ธุรกิจพลังงานถือเป็นกลุ่มต้นน้ำของอุตสาหกรรมอื่นๆ  โดยยังรักษาเป้าหมายเป็น Net Zero ภายในปี 2050 รวมทั้งการลงทุนเพื่อเติบโตในฟากพลังงาน​แห่งอนาคต เพื่อ<strong> เพิ่มกำไรให้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 1.5 เท่าตัว หรือเพิ่มมากกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยกำไรที่เกิดขึ้นในอนาคตจะมาจากการเปลี่ยนผ่านในพอร์ตพลังงานให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก ทำให้คาดว่าภายในปี 2030 กำไรในธุรกิจของบ้านปู จะมาจากกลุ่มธุรกิจถ่านหินไม่ถึง 50%</strong>&#8220;</em> คุณสินนท์ กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/03/banpu-drive-energy-symphonics-in-action/">บ้านปู ​เร่งลงทุน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ​เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตั้งเป้าลดพอร์ตถ่านหินต่ำกว่า 50% ภายในปี 2030</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี ชู Green Infrastructure ร่วมสร้างความแข็งแรงยั่งยืนสู่โลก ในงาน SETA 2024</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-in-sustainable-energy-technology-asia-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 29 Sep 2024 05:27:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutrality]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[Green Infrastructure]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[SETA]]></category>
		<category><![CDATA[SETA 2024]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Energy Technology Asia 2024]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชนะ ภูมี]]></category>
		<category><![CDATA[ดักจับก๊าซคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=29278</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.ชนะ  ภูมี  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ &#8211; การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี ร่วมเป็น Keynote Speaker เรื่อง Green Infrastructure ในงาน SETA 2024 มุ่งนำเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS)  และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Infrastructure)  มาใช้กับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งเข้าถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เอสซีจีในฐานะองค์กรผู้นำด้าน ESG ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้เกิดกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับ “เทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน” (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)ในอนาคต   และ “โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-in-sustainable-energy-technology-asia-2024/">เอสซีจี ชู Green Infrastructure ร่วมสร้างความแข็งแรงยั่งยืนสู่โลก ในงาน SETA 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดร.ชนะ  ภูมี</strong>  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ &#8211; การบริหารความยั่งยืน เอสซีจี ร่วมเป็น Keynote Speaker เรื่อง <strong>Green Infrastructure</strong> ในงาน <strong>SETA 2024</strong> มุ่งนำเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS)  และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Infrastructure)  มาใช้กับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งเข้าถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)</p>
<p><span id="more-29278"></span></p>
<p>เอสซีจีในฐานะองค์กรผู้นำด้าน ESG ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้เกิดกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เกี่ยวกับ “<strong>เทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้ประโยชน์และการกักเก็บคาร์บอน</strong>” (Carbon Capture Utilization and Storage : CCUS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)ในอนาคต   และ “<strong>โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</strong>” (Green Infrastructure) เช่น ข้อมูลสายส่ง สำหรับพลังงานสะอาด มาใช้กับกระบวนการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น ทั้งรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และเข้าถึงคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)</p>
<p>ทั้งนี้ การร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อรับมือกับปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพภูมิอากาศ และพลังงานผันผวน เป็นหนึ่งในการระดมสมองเพื่อหาวิธีการสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของเรา</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-29281 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/09/SETA2.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย</strong> (Sustainable Energy Technology Asia 2024)   หรือ SETA 2024  จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก Low Carbon &amp; Sustainable ASEAN Economy ประกอบด้วย งานแสดงเทคโนโลยีแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน (Solar+Storage Asia 2024) งานยานยนต์อนาคตของเอเชีย (Sustainable Mobility Asia 2024) งานแสดงสินค้าทางด้านอุตสาหกรรม  เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม (FTI Energy Expo 2024) งานฟอรั่มในระดับรัฐมนตรีและระดับผู้นำในภาคตะวันออกและอาเซียน The Fourth Asia CCUS Network Forum และงานประชุมวิชาการเรื่องเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ครั้งที่ 1 (The Thai Photovoltaic Science and Engineering Conference)  ตั้งแต่ปี 2016 SETA มีเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานของอาเซียนและเอเชีย และมุ่งสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ซึ่งประสบความสำเร็จ ได้รับความร่วมมืออย่างดีตลอด 8 ปีที่ผ่านมา</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/09/scg-in-sustainable-energy-technology-asia-2024/">เอสซีจี ชู Green Infrastructure ร่วมสร้างความแข็งแรงยั่งยืนสู่โลก ในงาน SETA 2024</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>SustainAsia Week 2024 ชู Asia CCUS Network Forum ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมเปิดเวที Empowering Communities หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainasia-week-2024-asia-ccus-network-forum/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jun 2024 05:51:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Asia CCUS Network Forum]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Empowering Communities]]></category>
		<category><![CDATA[LEAVE YOUR CARBON BEHIND]]></category>
		<category><![CDATA[Low Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[NOT PEOPLE]]></category>
		<category><![CDATA[SETA2024]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable ASEAN Economy]]></category>
		<category><![CDATA[SustainAsia Week 2024]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=26961</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยพร้อมเปิดบ้านรับนานาชาติ โชว์ศักยภาพการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน SustainAsia Week 2024 ภายใต้แนวคิด “Low Carbon &#38;Sustainable ASEAN Economy” ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 จัดเต็มการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก โดยหนึ่งในไฮไลท์ คือ การจัดประชุม “Asia CCUS Network Forum” ครั้งที่ 4 เพื่อผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที “โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด” หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ปัจจุบัน รัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน โดยมุ่งมั่นผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดตามข้อตกลงของการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2065 ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainasia-week-2024-asia-ccus-network-forum/">SustainAsia Week 2024 ชู Asia CCUS Network Forum ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมเปิดเวที Empowering Communities หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไทยพร้อมเปิดบ้านรับนานาชาติ โชว์ศักยภาพการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน </strong><strong>SustainAsia Week 2024</strong><strong> ภายใต้แนวคิด </strong><strong>“Low Carbon &amp;Sustainable ASEAN Economy”</strong><strong> ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567</strong></p>
<p><span id="more-26961"></span></p>
<p><strong> จัดเต็มการแสดงนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก โดยหนึ่งในไฮไลท์ คือ การจัดประชุม “</strong><strong>Asia CCUS Network Forum</strong><strong>” ครั้งที่ </strong><strong>4 </strong><strong>เพื่อผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที “โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด” หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ</strong></p>
<p>ปัจจุบัน รัฐบาลไทยนำโดยนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงและยั่งยืนทางพลังงาน โดยมุ่งมั่นผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดตามข้อตกลงของการประชุมระดับผู้นำของรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP28) เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ.2065</p>
<p><strong>ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ประธานการจัดงาน </strong><strong>SustainAsia Week </strong><strong>2024</strong> และ Sustainable Energy Technology Asia 2024 หรือ <strong>SETA</strong><strong>2024</strong> กล่าวว่า การจัดงาน SustainAsia Week 2024 เป็นโอกาสที่ไทยและนานาชาติจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดและไฟฟ้าสีเขียว เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดมลพิษ และสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและเศรษฐกิจ โดยมีบริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดเตรียมงานมหกรรมด้านพลังงานครั้งยิ่งใหญ่นี้</p>
<p>SustainAsia Week 2024 เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคที่อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งนี้ หลังปี ค.ศ. 2040 เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCS) และเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอน การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCUS) จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมายดังกล่าว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26963 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1_2.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ข้อมูลจากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA) ระบุว่าชาติสมาชิกอาเซียนมีการใช้เทคโนโลยี CCS ใน 85% โรงงานไฟฟ้าถ่านหิน และ 91% ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ไปจนถึงปีค.ศ.2050 ดังนั้น การใช้เทคโนโลยี CCS จึงจำเป็นสำหรับประเทศที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน ปัจจุบัน มีการดำเนินโครงการ CCS หลายโครงการในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย ทั้งนี้ โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS ที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคเอเชียเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่า โครงการสาธิตเทคโนโลยี CCS จะค่อยๆ เปลี่ยนผ่านสู่โครงการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปี ค.ศ. 2025 &#8211; 2030</p>
<p>ทั้งนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างด้วยตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยี CCUS จึงได้จัดงาน <strong>Asia CCUS Network Forum </strong><strong>ครั้งที่ </strong><strong>4 (ACNF</strong><strong>4)</strong> ขึ้นภายใต้ SustainAsia Week 2024 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia : ERIA) สถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงาน ประเทศญี่ปุ่น IEEJ (Institute of Energy Economics, Japan) และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น (Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) โดยภายในงานจะมีการหารือในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การกำหนดกรอบการทำงานด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ CCS) และ CCUS มุมมองเชิงเศรษฐกิจและนโยบายด้านการรีไซเคิลคาร์บอน และความร่วมมือกับหน่วยงาน Carbon Management Challenge เพื่อส่งเสริมให้นานาประเทศเพิ่มการใช้เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน นอกจากนี้ ในงานดังกล่าวจะมีการลงนาม MOU/MOC ระหว่างหน่วยงานของญี่ปุ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากชาติสมาชิกอาเซียนด้วย</p>
<p>อีกหนึ่งเวทีที่น่าสนใจ คือ <strong>โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด  (</strong><strong>Empowering Communities: Engaging Citizens in Local Sustainability Initiatives) </strong>ที่จะจัดภายใต้งาน SustainAsia Week 2024 เช่นกัน โดยผู้จัดงานเล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของผู้นำในระดับท้องถิ่น จึงได้จัดทำโปรแกรมให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการ ตระหนัก เรียนรู้ และการสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้จริง ในการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อพลังงานสะอาด เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-26965 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/06/1_3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนั้น ยังมีงานสำคัญด้านพลังงานที่จะจัดควบคู่กันในมหกรรม <strong>SustainAsia Week 2024 และ SETA2024</strong> ได้แก่ งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน หรือ SSA2024 (SOLAR+STORAGE ASIA 2024) งานขนส่งและยานยนต์อนาคตแห่งเอเชีย หรือ SMA2024 (Sustainable Mobility Asia 2024) และ งาน Zero Carbon Expo 2024 โดยมีพื้นที่แสดงนิทรรศการและเวทีการประชุมสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อที่อยู่ในความสนใจหลากหลายประเด็น อาทิ การประชุม Leadership Asian Energy Summit และศาลานิทรรศการ SCG Pavilion ที่จะมีบริษัทในเครือ SCG มาตั้งบูธแสดงและมีผู้บริหารของกลุ่มมากล่าวถึงแนวคิด Green Infrastructure เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ยังชวนทุกคนก้าวไปพร้อมกันทั้งเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านพื้นที่กิจกรรมภายใต้ชื่อ <strong>“LEAVE YOUR CARBON BEHIND, NOT PEOPLE”</strong> ที่รวบรวมกิจกรรมเพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ทำความเข้าใจ จนไปสู่การลงมือทำ อาทิ พาทุกท่านไปสำรวจปริมาณการปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในชีวิตประจำวัน เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนในแง่มุมของธุรกิจกับความยั่งยืน หรือการร่วมทำเวิร์คช้อปกับชุมชน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจก็ตาม กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยหรือมีความเปราะบางทางสังคมจะได้รับผลกระทบก่อนเป็นกลุ่มแรกเสมอ พื้นที่กิจกรรมนี้จึงตอกย้ำความตั้งใจที่ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถก้าวไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม และผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืนโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน SustainAsia Week 2024 ระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมกว่า 15,000 คน จาก 55 ประเทศทั่วโลก เปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในตลาดพลังงานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก</p>
<p>ติดตามความเคลื่อนไหว และไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจและความร่วมมือกับผู้นำด้านพลังงานและความยั่งยืน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และดูรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.setaasia.com" target="_blank" rel="noopener">www.setaasia.com</a> <a href="http://www.SolarStorageAsia.com" target="_blank" rel="noopener">www.SolarStorageAsia.com</a> และ <a href="http://www.sustainasiaweek.com" target="_blank" rel="noopener">www.sustainasiaweek.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/06/sustainasia-week-2024-asia-ccus-network-forum/">SustainAsia Week 2024 ชู Asia CCUS Network Forum ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน พร้อมเปิดเวที Empowering Communities หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 04:11:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[Battery & Energy Storage System Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[BESS]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[CCGT]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT]]></category>
		<category><![CDATA[Powering Society with Quality Megawatts]]></category>
		<category><![CDATA[Temple l]]></category>
		<category><![CDATA[Temple ll]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25773</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมจำนวน 6,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,822 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 1,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกาผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่    เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/">BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong>ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล </strong>รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้รวมจำนวน 6,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,822 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 81 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) รวม 1,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><span id="more-25773"></span></p>
<p>โดยเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐอเมริกาผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Heat and Power: CHP) และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (SLG) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำที่    เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงต้นทุนที่ลดลงจากการบริหารต้นทุนที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>นายอิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong> กล่าวว่า </strong><strong>“</strong>BPP ให้ความสำคัญต่อเสถียรภาพการผลิตของโรงไฟฟ้าทุกแห่งพร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุน อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ สำหรับไตรมาส 1/2567 BPP มีผลการดำเนินงานที่ดี ส่วนสำคัญเกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีน โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple l และ Temple ll ในสหรัฐฯ มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจำนวน 587.82 กิกะวัตต์ชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รับรู้รายได้จำนวน 4,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,811 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในจีนรับรู้รายได้จำนวน 2,243 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาทจากช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจาก           ความต้องการใช้ไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เราคำนึงถึงการสร้างการเติบโตไปพร้อมกับรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของธุรกิจพลังงาน ควบคู่ไปกับการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพและความยั่งยืนเพื่ออนาคต”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25774 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/BPP1.jpg" alt="" width="1200" height="881" /></p>
<p>ด้านธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานซึ่งบริษัทฯ ลงทุนผ่านบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS) โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บ้านปู เน็กซ์ และ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์และส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 20,000 ชุด โดยมีเป้าหมายการผลิตรวม 60,000 ชุดต่อปี</p>
<p>อีกทั้งโรงงานประกอบแบตเตอรี่ดีพี เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ยังได้ผลิตและส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกให้กับเชิดชัยมอเตอร์เซลส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถบัสรายใหญ่ที่สุดในไทย และล่าสุดบ้านปู เน็กซ์ได้ยังได้นำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนด้วยการเปิดตัวโครงการ <strong>‘Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT’</strong> เฟสที่สอง ณ อาคารจามจุรี สแควร์ ในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่มีระบบโซลาร์รูฟท๊อปผลิตไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าในตัว ด้านโครงการบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 4 ปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25776 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/BPP3.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>“BPP ในฐานะผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากล ที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน ด้วยจุดยืนในการส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม (Powering Society with Quality Megawatts) ยังคงมุ่งสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งไปพร้อมกับการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น จากการดำเนินงานที่ผ่านมา BPP จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เราจึงมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างมั่นคงต่อไป รวมทั้งมุ่งขยายห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ BPP ได้ประเมินการลงทุนในธุรกิจที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงผ่านกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจใน 4 ด้าน ได้แก่ 1. ขยายการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ที่เน้นตลาดในสหรัฐอเมริกา 2. รักษาสมดุลของพอร์ตธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและตลาดไฟฟ้าเสรี 3. ขยายการลงทุนในโครงการ CCUS เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ และ 4. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่จะช่วยเสริมความมั่นคงในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบนิเวศการใช้พลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน” <strong>นายอิศรากล่าวปิดท้าย</strong></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/bpp-q1-performance-report/">BPP เผยผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2567 โรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ และจีนเดินเครื่องดีหนุนรายได้มั่นคง   </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 May 2024 07:49:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Barnett Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Cotton Cove]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Energy Transition]]></category>
		<category><![CDATA[กักเก็บพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารจัดการและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานหมุนเวียน]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย)]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เชิงพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25742</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,810 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,924 ล้านบาท) และกำไรสุทธิ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,552 ล้านบาท) ในช่วงที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero เต็มพิกัด โดยมีโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกาที่เตรียมดำเนินการในปีนี้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยแล้ว คุณ​สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/">รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ</strong> เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2567 มีรายได้จากการขายรวม 1,088 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,810 ล้านบาท) กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 8,924 ล้านบาท) และกำไรสุทธิ 43.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1,552 ล้านบาท)</p>
<p><span id="more-25742"></span></p>
<p>ในช่วงที่ผ่านมาแม้ต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการธุรกิจและต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero เต็มพิกัด โดยมีโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกาที่เตรียมดำเนินการในปีนี้ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทยได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยแล้ว</p>
<p><strong>คุณ​สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ในไตรมาส 1   ปี 2567 บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ยกระดับการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจใน 9 ประเทศ และเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงานและผลิตพลังงาน มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนเพื่อตอบสนองต่อภาวะราคาพลังงานที่ผันผวน สำหรับกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน  มีความคืบหน้าของโรงงานประกอบแบตเตอรี่ในประเทศไทยที่ได้เริ่มส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกแล้ว นอกจากนั้นเรายังมุ่งบริหารพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องไปกับแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการจัดสรรงบประมาณการลงทุนอย่างเหมาะสมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25744 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-คุณสินนท์-ว่องกุศลกิจ-ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-บ้านปู-2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับผลการดำเนินงานของ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ในไตรมาส 1 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน </strong>ด้าน<strong>ธุรกิจเหมือง</strong> บริษัทฯ เร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งการควบคุมต้นทุนการผลิต การเสริมประสิทธิภาพในการผลิตและการขนส่ง ที่ช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรและลดสิ่งเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ได้คุณภาพของสินค้าตรงตามความต้องการของลูกค้า ทำให้ยังคงสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ </strong>บริษัทฯ ยังคงใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาก๊าซธรรมชาติที่มีความผันผวน ในส่วนโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกา เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ใน Scope 1 และ 2 ในปี 2568 โครงการแรก “<strong>Barnett Zero</strong>” ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการที่สอง “<strong>Cotton Cove</strong>” ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการภายในปี 2567 นี้ โดยแต่ละโครงการมีอัตราการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 210,000 และ 45,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปีตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25754 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน</strong> สำหรับ <strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน</strong> มีผลการดำเนินงานตามเป้าและคงประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ดีต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของความต้องการการใช้ไฟฟ้าในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่มีเสถียรภาพและสร้างความมั่นคงในระบบการจ่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการในช่วงที่สภาพภูมิอากาศมีความผันผวน อีกทั้งยังมีความเติบโตของการใช้ AI และ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศต่าง ๆ ส่วน <strong>ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong>ในประเทศจีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และออสเตรเลีย ยังคงรายงานผลการดำเนินงานที่ดี สร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ แม้ในไตรมาสนี้จะเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล</p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน </strong>มีการเติบโตแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยการมุ่งขยายฐานลูกค้าและการลงทุนร่วมกับพันธมิตรใหม่ ๆ ใน<strong>ธุรกิจ</strong><strong>แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน</strong> <strong>(</strong><strong>Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS</strong><strong>)</strong> โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บ้านปู เน็กซ์ และ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และส่งมอบแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าในประเทศไทยมากกว่า 20,000 ชุด โดยมีเป้าหมายการผลิตรวม 60,000 ชุดต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25746 " src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงงาน-SVOLT-Thailand_1.jpg" alt="" width="517" height="694" /></p>
<p>พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดตั้งโรงงานและพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการกักเก็บพลังงาน เซลล์แบตเตอรี่ และการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ​ขณะที่โรงงานประกอบแบตเตอรี่ดีพี เน็กซ์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของบ้านปู เน็กซ์ และดูราเพาเวอร์ สามารถ​​ส่งมอบแบตเตอรี่ชุดแรกให้กับเชิดชัยมอเตอร์เซลส์เพื่อนำไปใช้กับรถบัสไฟฟ้าแล้วเช่นกัน โดยมีเป้ากำลังการผลิตรวมที่ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p>นอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ยังมีการเปิดตัวโครงการ ‘<strong>Infinite Cafe Powered by Banpu NEXT</strong>’ เฟสที่สอง ที่จามจุรีสแควร์ ในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่มีระบบโซลาร์รูฟท๊อปผลิตไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าในตัว ซึ่งเป็นการนำเสนอโซลูชันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้คน เพื่อขยายสู่กลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการต่าง ๆ ในส่วนโครงการบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 4 ปีนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-Infinite-Cafe-Powered-by-Banpu-NEXT_Phase-2_with-Visitors.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>จากความโดดเด่นในการบริหารจัดการและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านปูได้รับ 3 รางวัลจากงาน Employee Experience Awards 2024 ซึ่งจัดโดย Human Resources Online ประเทศสิงคโปร์ ในประเภท Best Management Training Programme (ระดับ Silver) ประเภท Best Holistic Leadership Development Strategy (ระดับ Silver) และประเภท Best Executive Coaching Programme (ระดับ Bronze) สะท้อนความมุ่งมั่นของบ้านปูในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning Organization)  และการตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรบุคคลที่เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของบริษัทฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25747 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/RE-โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-Temple-I-II.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“บ้านปูยังคงสร้างการเติบโตของพอร์ตโฟลิโอพลังงาน โดยมุ่งสานต่อโร้ดแม็พภารกิจการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่ยั่งยืน (Sustainable Energy Transition) สิ่งที่ผมให้ความสำคัญคือการสร้างกระแสเงินสดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ​จากการดำเนินงานที่เต็มประสิทธิภาพของสินทรัพย์ต่าง ๆ ในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาสนับสนุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมการต่อยอดโอกาสเพิ่มรายได้จากการเลือกลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนสูง โดยผสานความแข็งแกร่งทั้งในธุรกิจที่มีอยู่เดิมและธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตไม่ว่าจะภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็เร่งผลักดันการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการดำเนินธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ ผมเชื่อว่าการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในทุกมิติของบ้านปู ควบคู่ไปกับการมุ่งบรรลุเป้าด้านความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการในทุกกระบวนการทางธุรกิจ จะสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างแท้จริง” <strong>คุณสินนท์</strong> กล่าวปิดท้าย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/banpu-performance-q1-2024-report/">รายได้ &#8216;บ้านปู&#8217; ไตรมาสแรกทะลุ 3.88 หมื่นล้านบาท ​เร่ง​​ CCUS ในอเมริกา เพิ่มศักยภาพดักจับคาร์บอน 2.55 แสนตันCO2e /ปี พร้อมวางโร้ดแม็พเติบโตอย่างยั่งยืน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Mar 2024 07:55:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[PR News]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[BANPU Power]]></category>
		<category><![CDATA[BPP]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Energy]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Committee]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Powering Society with Quality Megawatts]]></category>
		<category><![CDATA[Renewable]]></category>
		<category><![CDATA[กิรณ ลิมปพยอม]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เพาเวอร์]]></category>
		<category><![CDATA[อิศรา นิโรภาส]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24340</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากลที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน แจงผลประกอบการปี 2566 เติบโตขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญสามารถรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง และรุดหน้าการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ชูทิศทางปี 2567 โดยเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &#38; Smarter เพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม (Powering Society with Quality Megawatts) นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผล 2 เมษายนนี้ ผลการดำเนินงานปี 2566 BPP มีรายได้รวม 30,443 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 12,262 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีกำไรสุทธิ 5,319 ล้านบาท ทั้งนี้ถ้าไม่รวมกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนใหม่และขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงิน BPP มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรจากการจำหน่าย  เงินลงทุนและกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงินในปี 2565 นอกจากนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/">BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>BPP </strong><strong>ผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพระดับสากลที่ยึดมั่นในการส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืน </strong>แจงผลประกอบการปี 2566 เติบโตขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญสามารถรักษาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าทุกแห่ง และรุดหน้าการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน</p>
<p><span id="more-24340"></span></p>
<p>ชูทิศทางปี 2567 โดยเดินหน้าธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter เพื่อ<strong>ส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม </strong><strong>(Powering Society with Quality Megawatts</strong><strong>)</strong> นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีผล 2 เมษายนนี้</p>
<p>ผลการดำเนินงานปี 2566 BPP มีรายได้รวม 30,443 ล้านบาท โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) รวม 12,262 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีกำไรสุทธิ 5,319 ล้านบาท ทั้งนี้ถ้าไม่รวมกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนใหม่และขาดทุนสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงิน BPP มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ไม่รวมกำไรจากการจำหน่าย  เงินลงทุนและกำไรสุทธิที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของอนุพันธ์ทางการเงินในปี 2565 นอกจากนี้ BPP ยังคงให้ความสำคัญกับการสร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน โดยยังคงมุ่งมั่นในการรักษาประสิทธิภาพ และความพร้อมของระบบการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุก ๆ แห่งให้สามารถจำหน่ายกระแสไฟฟ้าไปยังชุมชนและสังคมได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง อีกทั้งยังผลักดันการดำเนินงานในทุกกระบวนการให้สอดคล้องกับหลักความยั่งยืนหรือ ESG อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG Committee) ซึ่งทำหน้าที่ในการพิจารณาทิศทางและนโยบาย ESG ของ   บริษัทฯ และทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24351 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/SLG-power-plant-in-China.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>ในปี 2566 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple II ในรัฐเท็กซัส ซึ่งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I ที่บริษัทฯ ได้เข้าไปลงทุนเมื่อปี 2564 และผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีอยู่ครบวงจรทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ไปจนถึงการขายไฟฟ้าในตลาดค้าส่ง (Wholesale) และตลาดค้าปลีก (Retail) รวมถึงร่วมลงทุนในโครงการ Cotton Cove ในแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ (Barnett) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นในการก้าวสู่ธุรกิจดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถนำประสบการณ์ไปพัฒนาต่อยอดกับธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ในอนาคต ในขณะที่โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (CHPs) ในจีนทั้ง 3 แห่ง มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากการปรับตัวลดลงของราคาเชื้อเพลิงและรายได้จากการขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Emission Allowances &#8211; CEA)</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานผ่านการลงทุนในบ้านปู เน็กซ์ โดยในปีที่ผ่านมา มีการลงทุนในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (SVOLT Thailand) ธุรกิจกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ครบวงจรเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การลงทุนในโอยิกะ (Oyika) สตาร์ทอัพสิงคโปร์ ผู้ให้บริการโซลูชันสลับแบตเตอรี่สำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (Battery Swap Solutions) รวมถึงเดินหน้าโครงการแบตเตอรี่ฟาร์มขนาดใหญ่ที่เมืองโตโนะ (Tono) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ในญี่ปุ่น เพื่อการต่อยอดในธุรกิจซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) ในอนาคต</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24355 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Banpu-NEXT_Oyika-Battery-Swap.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า </strong>“ในปีที่ผ่านมา BPP สามารถบริหารจัดการการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจผลิตไฟฟ้าได้ตามกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple II ในสหรัฐอเมริกาถือเป็นผลสำเร็จที่ชัดเจน ทั้งหมดนี้ส่งผลให้บริษัทฯ สร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง  สำหรับในปี 2567 นี้ BPP ยังคงพัฒนาและขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม หรือ Powering Society with Quality Megawatts ผ่าน 3 จุดแข็งในการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ 1) ดำเนินงานด้วยคุณภาพระดับสากลจากความเชี่ยวชาญของทีมงานของ BPP เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจและปรับตัวกับความท้าทายต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ 2) ผสานพลังร่วมในระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งใน 8 ประเทศยุทธศาสตร์ของ BPP และผนึกกำลังร่วมภายในกลุ่มบ้านปูผ่านการแบ่งปันองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสและมูลค่าทางธุรกิจ และ 3) สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่สังคมทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการเป็นองค์กรพลเมืองที่ดี ผ่านการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24354 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/BPP-Annual-Press-Conference_K.Kirana.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ BPP ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรภายในผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กร และการดำเนินตามแนวทางการวางแผนและพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession planning and high potential management) ของกลุ่มบ้านปู โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้นายอิศรา นิโรภาส ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567  โดยนายกิรณ ลิมปพยอม จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operation Officer: COO) ของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการบริหารจัดการการดำเนินงาน (Operation) ของธุรกิจแหล่งพลังงานและธุรกิจผลิตพลังงานในทุกประเทศ</p>
<p><strong>นายอิศรา นิโรภาส ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สายงานปฏิบัติการธุรกิจไฟฟ้า บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวถึงการได้รับแต่งตั้งเป็นผู้นำในการบริหาร BPP ว่า “ผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมการบริษัทในความไว้วางใจให้ผมรับหน้าที่สำคัญนี้ต่อจากคุณกิรณ</p>
<p>จากประสบการณ์การทำงานในสายปฏิบัติการในกลุ่มบ้านปูมาตั้งแต่ปี 2537 และการมีส่วนร่วมในการออกแบบทางวิศวกรรม การพัฒนาธุรกิจ และการจัดการงานด้านปฏิบัติการในโครงการสำคัญต่าง ๆ ผมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสานต่อภารกิจของ BPP ในการเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าคุณภาพที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และบริหารธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าใน 8 ประเทศ โดยยึดหลัก ESG ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24353 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/BPP-Annual-Press-Conference_K.Issara2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>“ปัจจุบัน BPP มีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 3,642 เมกะวัตต์ มุ่งสร้างการเติบโตด้วยสมดุลของพอร์ตธุรกิจทั้งจากพลังงานความร้อนและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานที่ลงทุนผ่านบ้านปู เน็กซ์       บริษัทฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและทีมงานมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของ BPP โดยมีหลัก ESG เป็นแนวทางในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม” <strong>นายกิรณ</strong>กล่าวปิดท้าย</p>
<p>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจ BPP ได้ที่ <a href="http://www.banpupower.com" target="_blank" rel="noopener">www.banpupower.com</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/banpu-power-direction-2024/">BPP เดินหน้าส่งมอบพลังงานไฟฟ้าคุณภาพสู่สังคม เผยกำไรในปี 2566 แข็งแกร่ง พร้อมแต่งตั้ง CEO ใหม่ตามแผนสืบทอดตำแหน่ง</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Mar 2024 14:02:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[banpu]]></category>
		<category><![CDATA[Banpu Ecosystem]]></category>
		<category><![CDATA[Business Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Decarbonization Company]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Resources]]></category>
		<category><![CDATA[Energy Technology]]></category>
		<category><![CDATA[ESG Company]]></category>
		<category><![CDATA[Greener & Smarter]]></category>
		<category><![CDATA[Leadership Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Sinon Vongkusolkit]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซธรรมชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจผลิตพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแหล่งพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านปู เน็กซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[สมฤดี ชัยมงคล]]></category>
		<category><![CDATA[สินนท์ ว่องกุศลกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีพลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เหมือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=24176</guid>

					<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ​มีมติแต่งตั้ง คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แทน คุณสมฤดี ชัยมงคล เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา  โดยการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบ้านปู เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี ​สะท้อนถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร (Leadership Transformation) คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดแนวทางและวางแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession Planning and High Performance Management) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Business Transformation) มาอย่างต่อเนื่อง คุณสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ร่วมงานกับ​บ้านปูมามากกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/">&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คณะกรรมการ <strong>บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) </strong> ​มีมติแต่งตั้ง <strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ</strong> ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แทน <strong>คุณสมฤดี ชัยมงคล</strong> เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจะมีผลในวันที่ 2 เมษายน 2567 เป็นต้นไป ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและสรรหา <span id="more-24176"></span></p>
<p>โดยการสรรหาและแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทบ้านปู เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการที่ดี ​สะท้อนถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ในการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กร (Leadership Transformation) คณะกรรมการฯ ยังได้กำหนดแนวทางและวางแผนพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งสำคัญ (Succession Planning and High Performance Management) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรในช่วงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ (Business Transformation) มาอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>คุณสมฤดี ชัยมงคล </strong>ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ ร่วมงานกับ​บ้านปูมามากกว่า 10 ปี โดยได้รับผิดชอบดูแลด้านการพัฒนาแผนกลยุทธ์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านธุรกิจตามกลยุทธ์<strong> Greener &amp; Smarter</strong> และเป็นผู้บุกเบิกในการนำบ้านปู เพาเวอร์ เข้า IPO ในปี 2016 รวมทั้งการเข้ามา​มีบทบาทสำคัณในการขับเคลื่อนกลุ่มธุรกิจ Energy Technology มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมการดำรงตำแหน่ง CEO ของบ้านปู เน็กซ์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มธุรกิจสำคัญของบ้านปูในการเปลี่ยนผ่าน​สู่กลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ด้านพลังงานที่สำคัญระดับโลก</p>
<p><em>&#8220;คุณสินนท์ เป็นคนหนุ่มไฟแรง ที่มี Passion แรงกล้าในการขับเคลื่อนบ้านปู ไปสู่การเป็น<strong> Decarbonization Company</strong> รวมทั้งการขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมความท้าทายใหม่ๆ ของโลก เช่น Digitalization, Gen AI พร้อมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Corporate Venture Capital (CVC) อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่ช่วย​สร้างโอกาสและการเติบโตใหม่ๆ ให้ท้ังบ้านปู เน็กซ์ รวมทั้ง​​บ้านปู กรุ๊ป โดยปัจจุบันคุณสินนท์ ได้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง Senior Vice President ในบ้านปู เพื่อเตรียมพร้อมการเปลี่ยนผ่านงานเพื่อ​ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งซีอีโอ ในวันที่ 2 เมษายน 2567 ตามมติคณะกรรมการบริษัท โดยเชื่อมั่นว่า คุณสินนท์จะสามารถเป็นแม่ทัพคนใหม่ ที่มีความสามารถในการนำบ้านปูไปสู่ Greener &amp; Smarter และ ESG Company ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24179 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/คุณสมฤดี-ชัยมงคล-ซ้าย-คุณสินนท์-ว่องกุศลกิจ-ขวา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>มุ่งขับเคลื่อน Decarbonization Company </strong></p>
<p><strong>คุณสินนท์ ว่องกุศลกิจ </strong> ว่าที่ CEO คนใหม่ บ้านปู กล่าวว่า ทิศทางการขับเคลื่อนบ้านปูจากนี้ไป จะมุ่งเน้นเรื่องของ Decarbonization และ Digitalization โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในทุกธุรกิจที่มีอยู่ทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น Energy Resources, Energy Generation และ Energy Technology ขณะที่ทิศทางในการลงทุน จะเน้นในกลุ่มที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในการสร้างกระแสเงินสด หรือ Cash Flow ให้กับธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มเหมือง และโรงไฟฟ้า ขณะเดียวกันในกลุ่มเทคโนโลยี​ จะเน้นการ​เติมเต็มศักยภาพในฐานะ Net Zero Solutions Provider ของบ้านปู เน็กซ์ รวมทั้งการลงทุนในกลุ่ม Climate Tech ของ CVC เพื่อยกระดับสู่ Greener &amp; Smarter ได้ตลอดทั้งห่วงโซ่ของธุรกิจพลังงาน​ โดยเตรียมเม็ดเงินลงทุนตลอดทั้งปีไว้ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับปีที่ผ่านมา</p>
<p><em>&#8220;เป้าหมายการขับเคลื่อนธุรกิจของบ้านปูจากนี้ จะมุ่งเน้น​การเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มความสามารถในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ​ ทั้งในกลุ่มธุรกิจเหมือง ไฟฟ้า และ Renewable ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทางบ้านปูมีฐานธุรกิจอยู่​ ไม่ว่าจะเป็น​อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐอเมริกา ซึ่งล้วนแต่มีโอกาสในการเติบโตได้ในระดับสูง  และสามารถซินเนอร์จี้ทรัพยากร หรือเทคโนโลยีต่างๆ ระหว่างกัน รวมทั้งสานต่อกลยุทธ์ Greener &amp; Smarter ในฐานะ Key Player ของอุตสาหกรรมในการทรานสฟอร์มไปสู่พลังงานที่ยั่งยืนมากขึ้น&#8221; ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24181 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/ทีมผู้บริหาร-บริษัท-บ้านปู-จำกัด-มหาชน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​สำหรับ​ผลประกอบการในปี 2566 กลุ่มบริษัทบ้านปูรายงานผลกำไรสุทธิจำนวน 160 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,343 ล้านบาท) โดยมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,562 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 54,361 ล้านบาท)​ ขณะที่ความคืบหน้าสำคัญของธุรกิจแต่ละกลุ่ม มีดังต่อไปนี้</p>
<p>​<strong>กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน (Energy Resources) </strong></p>
<p>&#8211; <strong>ธุรกิจเหมือง</strong> คงความสามารถในการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างแข็งแกร่ง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ </strong>แม้ว่าราคาก๊าซจะไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทฯ สามารถปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานและการผลิตให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และบริหารจัดการต้นทุน เพื่อคงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้าในโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture, Utilization and Storage: CCUS) ในสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มดำเนินการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เรียบร้อยแล้ว โดยบ้านปูถือเป็นผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ในเท็กซัส และเป็นรายแรกในเทคโนโลยี CCUS ซึ่งในอนาคตมีแผนจะพัฒนา​ Net Zero Gas เพื่อทำตลาดในกลุ่มพรีเมียม เพิ่ม Advantage ให้ธุรกิจได้มากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24186 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/03_โครงการ-CCUS.jpg" alt="" width="1200" height="624" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน (Energy Generation)</strong></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน </strong>มีผลการดำเนินงานที่ดีจากการรักษาประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมั่นคง โดยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ Temple II ในสหรัฐฯ รายงานผลการดำเนินงานที่ดีจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้อานิสงส์จากราคารับซื้อไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤตคลื่นความร้อนในรัฐเท็กซัส ในขณะที่โรงไฟฟ้าเอชพีซี (HPC) ในประเทศลาว โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี (BLCP) ในประเทศไทย และโรงไฟฟ้าซานซีลู่กวง (Shanxi Lu Guang: SLG) ในประเทศจีน สามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีค่าความพร้อมจ่าย (Equivalent Availability Factor: EAF) ในระดับสูง</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน</strong> มีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 870 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในทุกประเทศต่างมีผลการดำเนินงานที่ดีจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและค่าความเข้มของแสงที่สูง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24183 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/01_โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ-Temple-II-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Technology) </strong></p>
<p>&#8211;  <strong>ธุรกิจ</strong><strong>แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน</strong> <strong>(</strong><strong>Battery &amp; Energy Storage System Solutions: BESS</strong><strong>)</strong> จะลงทุนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจแบตเตอรี่ ตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการรีไซเคิลแบตเตอรี่ ​อาทิ การลงทุนในโครงการฟาร์มแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ กำลังกักเก็บพลังงานไฟฟ้า 58 เมกะวัตต์ ที่เมืองโตโนะ (Tono) จังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ในประเทศญี่ปุ่น และการลงทุนในบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมกันพัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยานยนต์ 2 ล้อ และ 3 ล้อ รวมไปถึงระบบกักเก็บพลังงาน การรีไซเคิลแบตเตอรี่ และบริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในจังหวัดชลบุรี กำลังผลิตราว 2 กิกะวัตต์ชั่วโมง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24185 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/02_ธุรกิจแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน-Battery-Energy-Storage-System-Solutions-BESS_Banpu-NEXT_s-Investment-SVOLT-thailand01-1.jpg" alt="" width="1200" height="696" /></p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจพัฒนาเมืองอัจฉริยะและจัดการพลังงาน </strong><strong>(</strong><strong>Smart Cities &amp; Energy Management)</strong> มีความคืบหน้าสำคัญ โดยบริษัท บีเอ็นเอสพี สมาร์ท เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บ้านปู เน็กซ์  กับเอสพี กรุ๊ป ผู้ให้บริการระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงานแห่งชาติในสิงคโปร์และเอเชีย-แปซิฟิก ได้รับคัดเลือกให้ดำเนินการออกแบบ พัฒนา และบริหารจัดการระบบผลิตความเย็นจากส่วนกลาง (District Cooling System) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซนซี</p>
<p><strong>&#8211; ธุรกิจอี</strong><strong>&#8211;</strong><strong>โมบิลิตี้ (</strong><strong>E-Mobility</strong><strong>)</strong> ยังขยายการให้บริการระบบสัญจรทางเลือกแบบครบวงจรในรูปแบบ Mobility as a Service (MaaS) และการบริหารการเดินทางและขนส่งด้วยยานพาหนะไฟฟ้า(EV Fleet Management) เพื่อส่งเสริมการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีจุดบริการไรด์ แชร์ริ่ง 2,500 จุด, คาร์แชร์ริ่งกว่า 1,500 จุด, สถานีชาร์จกว่า 300 สถานีและจุดบริการหลังการขายรถยนต์ไฟฟ้า 20 แห่ง</p>
<p><em>“ทิศทางธุรกิจในปี 2567  ยังมุ่ง​เสริมสร้างความแข็งแกร่งของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ต่อยอดประโยชน์สูงสุดจาก Banpu Ecosystem เพื่อทำให้บ้านปูเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานที่สามารถส่งมอบพลังงานที่ยั่งยืนและตอบโจทย์ความต้องการด้านพลังงานของโลกในอนาคต ภายใต้การนำทัพของผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความสามารถและความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม พร้อมการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากคณะผู้บริหารของกลุ่มบ้านปูทั้งหน่วยธุรกิจและหน่วยสนับสนุน จะสามารถนำบ้านปูไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” </em> <strong>คุณสมฤดี  </strong>กล่าวปิดท้าย</p>
<p>​<img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-24180 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/03/Banpu_quote_Khun-Somruedee_TH.jpg" alt="" width="1200" height="750" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/03/sinon-vongkusolkit-new-ceo-banpu-group/">&#8216;สินนท์ ว่องกุศลกิจ&#8217; นั่ง CEO &#8216;บ้านปู&#8217; สานต่อ​ Greener &#038; Smarter มุ่งทศวรรษที่ 5 ต่อยอดอนาคตพลังงานที่ยั่งยืน สู่ Decarbonization Company</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Feb 2024 11:15:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Capture]]></category>
		<category><![CDATA[CCUS]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[Mission to the Sun]]></category>
		<category><![CDATA[Tech Company]]></category>
		<category><![CDATA[Technology Company]]></category>
		<category><![CDATA[Utilization and Storage]]></category>
		<category><![CDATA[WHA]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Group]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Industrail Development]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Logistics]]></category>
		<category><![CDATA[WHA Utilities & Power]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[จรีพร จารุกรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ดับบลิวเอชเอ]]></category>
		<category><![CDATA[นิคมอุตสาหกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานทดแทน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี]]></category>
		<category><![CDATA[โซลาร์รูฟท็อป]]></category>
		<category><![CDATA[โลจิสติกส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=23685</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลัง​เติบโตแบบ All-time High ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ได้ ในปี 2566 ​ &#8216;ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป&#8217; (WHA Group) จึงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อมุ่งสู่​สถิติเติบโตสูงสุดครั้งใหม่ได้อีกครั้งในสิ้นปีนี้ ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท ผ่านการ​ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น Tech Company ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อนำ​ Digital มาเป็น Backbone ในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ ผสมกับแนวคิดขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้างการเติบโต​อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก​ ทั้งนี้ WHA Group ตั้งเป้าใช้เม็ดเงินลงทุนตลอด 5 ปีจากนี้ (ปี 2567-2571) ที่ 78,700 ล้านบาท เพื่อเติบโตสู่ธุรกิจที่ทั้ง Smart และ Green พร้อมเป้าหมายผลักดันรายได้รวมให้เติบโตสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท จากการขยายตลาดต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเดินหน้าเป็นพันธมิตรกับ Global Brand ภายใต้กลยุทธ์​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/">WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลัง​เติบโตแบบ All-time High ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ได้ ในปี 2566 ​ <strong>&#8216;ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป&#8217; (WHA Group)</strong> จึงเดินหน้า​เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อมุ่งสู่​สถิติเติบโตสูงสุดครั้งใหม่ได้อีกครั้งในสิ้นปีนี้ ​โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเป้าหมายสำคัญเพื่อเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างพื้นฐานของบริษัท ผ่านการ​ทรานส์ฟอร์มสู่การเป็น <strong>Tech Company</strong> ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อนำ​ Digital มาเป็น Backbone ในการขับเคลื่อนการเติบโตให้กับทุกกลุ่มธุรกิจ ผสมกับแนวคิดขับเคลื่อน​เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy เพื่อสร้างการเติบโต​อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก​ <span id="more-23685"></span></p>
<p>ทั้งนี้ WHA Group ตั้งเป้าใช้เม็ดเงินลงทุนตลอด 5 ปีจากนี้ (ปี 2567-2571) ที่ 78,700 ล้านบาท เพื่อเติบโตสู่ธุรกิจที่ทั้ง Smart และ Green พร้อมเป้าหมายผลักดันรายได้รวมให้เติบโตสู่ระดับ 1 แสนล้านบาท จากการขยายตลาดต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการเดินหน้าเป็นพันธมิตรกับ Global Brand ภายใต้กลยุทธ์​ WE SHAPE THE FUTURE เพื่อมีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ควบคู่ไปกับการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ​​</p>
<p><strong>4 กลยุทธ์ ขับเคลื่อน 4 ธุรกิจหลัก </strong></p>
<p><strong>คุณจรีพร จารุกรสกุล </strong>ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา WHA Group สามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดครั้งใหม่ หรือ All-time High ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 17,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น​ 11% และสามารถรักษาระดับอัตรากำไร EBITDA ที่มากกว่า 40%</p>
<p>ส่วนในปีนี้ ได้วางเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตต่อ​เนื่อง​ได้ไม่น้อยกว่า 2 หลัก เพื่อสามารถสร้าง Triple All-time High ได้ ผ่าน​แผนลงทุนในปี 2567 นี้ เพื่อมุ่งเน้น​​พัฒนาโซลูชันทางธุรกิจและอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใหม่ จาก 4 กลยุทธ์​สำคัญ ได้แก่</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23688 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Exec4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Extend Leadership </strong>เร่งขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดภูมิภาค</p>
<p><strong>&#8211; Embrace Innovation and Technology </strong>นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เป็น New S-curve ให้กับองค์กร</p>
<p><strong>&#8211; Enhance the Prominence on Green and Sustainability</strong> เพื่อบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2593 (Net-Zero 2050)</p>
<p><strong>&#8211; Build High</strong><strong>&#8211;</strong><strong>Performance Organization</strong> ด้วยการพัฒนายกระดับด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง</p>
<p>สำหรับแผนขับเคลื่อนธุรกิจในปีนี้  จะมุ่งยกระดับศักยภาพให้เพิ่มขึ้นทุกด้าน เพื่อรองรับการเติบโตของทั้ง 4  กลุ่มธุรกิจหลัก เพื่อ​สร้างความพร้อมทั้งการ​รับมือกับ​ความท้าทาย และโอกาสจากดีมานด์ของลูกค้าและเมกะเทรนด์ของโลก โดยมีแผนพัฒนาตลอด 5 ปี ภายใต้งบรวมกว่า 7.87 หมื่นล้านบาท สำหรับการพัฒนามิติต่างๆ จากทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ ดังต่อไปนี้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23692 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Green-LG.jpg" alt="" width="1200" height="618" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจโลจิสติกส์</strong> ​</span> มุ่ง​ขยายธุรกิจ​การพัฒนาโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้า ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ การเสริมศักยภาพด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี และการส่งเสริมแนวปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน พร้อมเร่งโครงการ <strong>Green Logistics</strong> เพื่อรองรับดีมานด์จากลูกค้าที่ต้องการลดคาร์บอนภายในซัพพลายเชนของธุรกิจ โดยเปลี่ยนมา​ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคขนส่งของประเทศ ทั้งการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า สถานีชาร์จ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการยานยนต์ไฟฟ้ารวมถึงแบตเตอรี่ ​โดยนปี 2566 ที่ผ่านมา มีลูกค้าเซ็นสัญญาเช่าซื้อยานยนต์ไฟฟ้าแล้วจำนวน 25 คัน และตั้งเป้าหมายที่จะเซ็นสัญญาเพิ่มอีก 1,000 คัน ในปี 2567</p>
<p>ขณะที่เป้าหมายให้บริการขนส่งลูกค้าเพิ่มเติมในปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายส่งมอบโครงการและสัญญาใหม่เพิ่มขึ้น 200,000 ตร.ม. แบ่งเป็นประเทศไทย 165,000 ตร.ม.และเวียดนาม 35,000 ตร.ม. โดยคาดว่าสินทรัพย์รวมภายใต้กรรมสิทธิ์และการบริหารจะเพิ่มถึงระดับ 3,145,000 ตร.ม. จากในปีที่ผ่านมา สามารถเพิ่มพื้นที่ได้กว่า 242,000 ตร.ม ซึ่งถือเป็น All-time High และทำให้มีพื้นที่รวมในปีที่ผ่านมา 2,945,000 ตร.ม.</p>
<p>รวมทั้งมีแผนการขายสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR รวมทั้งสิ้น  213,000 ตร.ม. ​​มูลค่าประมาณ 5,290 ล้านบาท เพิ่มเติมจากสิทธิการเช่าทรัพย์สิน​กองทรัสต์ WHART จำนวน 142,900 ตร.ม. ​มูลค่า​​ 3,566 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา</p>
<p><em>&#8220;​การเข้าซื้อหุ้นของบริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชันส์ จำกัด (GCL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ในสัดส่วน 50% มูลค่า 2,640 ล้านบาท ถือเป็นอีกความสำเร็จหนึ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยการลงทุนดังกล่าว เป็นการผสานความเชี่ยวชาญ และความเป็นผู้นำในตลาดของทั้งสองบริษัทเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนยกระดับการให้บริการกับลูกค้า&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23693 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Industry.jpg" alt="" width="1200" height="613" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม</strong></span>  ปีนี้มีแผนพัฒนานิคมแห่งใหม่ และขยายนิคมเพิ่มเติม ในประเทศไทย 7 โครงการ บนพื้นที่รวมกว่า 1 หมื่นไร่ ในช่วง 4 ปีข้างหน้านี้ ส่งผลให้บริษัทจะมีพื้นที่นิคมรวมกว่า 5.2 หมื่นไร่ ในปี 2570  จากปัจจุบันบริษัทมีนิคม 13 แห่ง ในประเทศไทย 12 แห่ง และเวียดนาม 1 แห่ง โดยปีที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ทำ All-time High ได้เช่นกัน  โดยมียอดขายที่ดินรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,767 ไร่ ซึ่ง​มากกว่าเป้าหมายถึง 58% จากเป้าหมายเดิมช่วงต้นปีที่วางไว้ 1,750 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในประเทศไทย 1,986 ไร่ และเวียดนาม 781 ไร่</p>
<p>ไฮไลต์สำคัญในปีที่ผ่านมา คือการลงนาม​สัญญาซื้อขายที่ดินกับฉางอาน ออโต้ เซ้าท์อีส เอเชีย หนึ่งในกลุ่มยานยนต์ชั้นนำ 4 กลุ่มของจีน จำนวน 250 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 และการลงนามในสัญญาเช่าที่ดินในเวียดนามกับฟู่ วิง อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี (เหงะอาน) ในเครือฟ็อกซ์คอนน์ อินเตอร์คอนเนค เทคโนโลยี ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก จำนวน 300 ไร่</p>
<p>ทั้งนี้ ​บริษัทจะมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์อัจฉริยะ (Smart ECO Industrial Estate) อย่างต่อเนื่อง โดยขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุม 6 องค์ประกอบสำคัญคือ Smart Services, Smart Mobility, Smart Communication, Smart Power, Smart Water และ Smart Security ภายใต้ UOC หรือ การบริหารจัดการโดยศูนย์ควบคุมกลาง (Unified Operation Center) เพื่อต่อยอดเป็น Total Solutions Partner ให้ลูกค้า ผ่าน​บริการ​เกี่ยวเนื่อง เช่น บริการด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โทรคมนาคม ในประเทศเวียดนาม ​</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายเฟสใหม่ในเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน หลังเฟส 1 ได้รับการตอบรับอย่างดีทำยอดขายได้แล้ว 77% และอยู่ระหว่างพัฒนาเฟส 2 รวมทั้งการขยายเขตอุตสาหกรรมอีก 3 โครงการ บนที่ดินรวมกว่า 22,813 ไร่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23690 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ธุรกิจสาธารณูปโภค</span> </strong>โดย <strong>กลุ่มธุรกิจ​น้ำ</strong> ตั้งเป้าเพิ่มยอดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำ​เพิ่มขึ้น 178 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แบ่งเป็น ในประเทศ 142 ล้าน ลบ.ม. ​และในเวียดนาม 36 ล้าน ลบ.ม. โดย​เติบโตกว่า 14% จากการขยายการให้บริการทั้งภายในนิคมฯ และนอกนิคมฯ ซึ่งมองเห็นการขยายตัวของดีมานด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมขยายสู่ธุรกิจสร้างมูลค่าเพิ่มให้น้ำ โดยมีเป้าหมาย 10 ล้าน ลบ.ม. พร้อมพัฒนา Smart Water Platform รวมทั้งมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ อาทิ โซลูชันสิ่งแวดล้อม และสาธารณูปโภคสำหรับอุตสาหกรรมอื่นๆ</p>
<p>ส่วนการ​เติบโตในปีที่ผ่านมา มี​ยอดขายน้ำและบำบัดน้ำเสียในประเทศไทย​​ 121 ล้าน ลบ.ม. เติบโต 4% แบ่งเป็น​ยอดขายน้ำดิบ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร และปริมาณจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม 6 ล้าน ลบ.ม.​ ขณะที่ปริมาณยอดขายและบริหารน้ำในเวียดนาม อยู่ที่ 34 ล้าน ลบ.ม. เติบโตจากปีก่อนหน้า 18%</p>
<p>ด้าน <strong>กลุ่มธุรกิจไฟฟ้า</strong> ​ปีนี้จะมุ่งพัฒนานวัตกรรมและโซลูชั่นพลังงานทดแทน เช่น สถานี​ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า  แพลตฟอร์ม​ซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (Peer-to-Peer Energy Trading) และการซื้อขายใบรับรองเครดิต​​การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (I-REC) ​พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจ New S-Curve เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) และเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization and Storage : CCUS) พร้อมเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะสมที่ลงนามแล้วรวม 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่ง 453 เมกะวัตต์ จะมา​จากพลังงานหมุนเวียน โดยเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) 283 เมกะวัตต์</p>
<p>ส่วน​ปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เซ็นสัญญาเพิ่มอีก 50 เมกะวัตต์​ จากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มอีก 42 สัญญา และการคัดเลือกจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้สิทธิ์เป็นผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) เฟส 1 จำนวน 5 โครงการ โดยมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 125.4 เมกะวัตต์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23691 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Exec5.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ธุรกิจดิจิทัล</strong></span> เร่งขับเคลื่อนการทำ Digital Transformation ​ก้าวสู่การเป็น  <strong>Technology Company</strong> ภายในสิ้นปี 2567 นี้  เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนาส่วนต่างๆ ภายใน Ecosystem ของ WHA Group ให้แข็งแรงและครบวงจรมากขึ้น ผ่านภารกิจ “Mission To The Sun” รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสร้างมูลค่าเพิ่มที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของโลก ​เพื่อเป็น Backbone ให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น ​Green Logistics ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาแอปพลิเคชันที่รวมบริการต่าง ๆ (Super Driver App) สำหรับลูกค้ายานยนต์ไฟฟ้าภาคธุรกิจ เช่น การบริหารยานพาหนะ (Fleet Management) การวางแผนเส้นทาง (Route Optimization) และการเชื่อมโยงโครงข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Roaming) เป็นต้น</p>
<p>นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 (100% Circularity by 2050) ผ่านการดำเนินงานภายใต้ 3 หลักการ ได้แก่ Design &amp; Resource, Green Products และ Operation Excellence โดย​ปี 2566 กลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ได้มีการนำเสนอโครงการ Circular Economy  ไม่น้อยกว่า 40 โครงการ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-23689 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/02/Digital-Sun.jpg" alt="" width="1200" height="628" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/02/wha-group-mission-transform-to-tech-comapny/">WHA Group เปิดภารกิจ &#8216;Mission to the Sun&#8217; ทรานส์ฟอร์มสู่ Tech Company ยกระดับทั้งระบบนิเวศ​ธุรกิจให้ Smart + Green พร้อมทะยานสู่บริษัทแสนล้านใน 5 ปี</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
