<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EIC &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/eic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 03 Nov 2023 15:25:37 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>EIC &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 14:45:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Best Practice]]></category>
		<category><![CDATA[Economic Intelligence Center]]></category>
		<category><![CDATA[EIC]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[เกาหลีใต้]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องเคียงเกาหลี]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22167</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกาหลีใต้​เป็นตัวอย่างประเทศที่เผชิญปัญหาขยะอาหารค่อนข้างสูง แต่สามารถแก้ไขและจัดการปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีใต้ ที่จะประกอบด้วยจานเครื่องเคียงหลากหลาย จึงทำให้เกิดปริมาณขยะอาหารมากถึง 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และมีอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้​มีแนวทางในการวางแผนเพื่อบริหารจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการออกมาตรการอย่างจริงจังในหลายด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น 1. ระบบจ่ายเท่าที่ทิ้ง (Pay-As-You-Throw) ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องแยกขยะอาหารจากขยะอื่น ๆ และจ่ายค่าจัดการขยะอาหารตามปริมาณที่ทิ้งผ่านถังขยะอัตโนมัติ หรือ Smart bins ซึ่งจะทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ 2. ระบบจัดการขยะอาหารด้วยการรีไซเคิล โดยมีการตั้งศูนย์รีไซเคิลขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ปัจจุบันขยะอาหารของประเทศสามารถนำไปรีไซเคิลมากกว่า 90% เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3% ก่อนการออกมาตรการของภาครัฐ 3. การขับเคลื่อนผ่านความตระหนักของภาคประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาขยะอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อลดขยะอาหารและลดค่าใช้จ่าย โดยการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะอาหารของภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขที่บันทึกไว้​ในปี 2021 ​อยู่ที่ 71 กิโลกรัมต่อคนต่อปี  ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่ง​อยู่ที่ 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ข้อมูล : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/">3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เกาหลีใต้​เป็นตัวอย่างประเทศที่เผชิญปัญหาขยะอาหารค่อนข้างสูง แต่สามารถแก้ไขและจัดการปัญหาขยะได้เป็นอย่างดี เนื่องจาก วัฒนธรรมการกินอาหารของเกาหลีใต้ ที่จะประกอบด้วยจานเครื่องเคียงหลากหลาย จึงทำให้เกิดปริมาณขยะอาหารมากถึง 130 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และมีอัตราที่สูงกว่าหลายประเทศทั่วโลก</p>
<p><span id="more-22167"></span></p>
<p>ทั้งนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้​มีแนวทางในการวางแผนเพื่อบริหารจัดการขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการออกมาตรการอย่างจริงจังในหลายด้าน เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น</p>
<p><strong>1. ระบบจ่ายเท่าที่ทิ้ง (Pay-As-You-Throw)</strong> ซึ่งกำหนดให้ประชาชนต้องแยกขยะอาหารจากขยะอื่น ๆ และจ่ายค่าจัดการขยะอาหารตามปริมาณที่ทิ้งผ่านถังขยะอัตโนมัติ หรือ Smart bins ซึ่งจะทำหน้าที่ชั่งน้ำหนักพร้อมคำนวณค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ</p>
<p><strong>2. ระบบจัดการขยะอาหารด้วยการรีไซเคิล</strong> โดยมีการตั้งศูนย์รีไซเคิลขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ปัจจุบันขยะอาหารของประเทศสามารถนำไปรีไซเคิลมากกว่า 90% เพิ่มขึ้นจากไม่ถึง 3% ก่อนการออกมาตรการของภาครัฐ</p>
<p>3. การขับเคลื่อนผ่านความตระหนักของภาคประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาขยะอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร เพื่อลดขยะอาหารและลดค่าใช้จ่าย</p>
<p>โดยการขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ดังกล่าวเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ปริมาณขยะอาหารของภาคครัวเรือนในเกาหลีใต้ลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขที่บันทึกไว้​ในปี 2021 ​อยู่ที่ 71 กิโลกรัมต่อคนต่อปี  ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ซึ่ง​อยู่ที่ 74 กิโลกรัมต่อคนต่อปี</p>
<p>ข้อมูล : ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/best-practice-south-korea-manage-food-waste-from-cutural/">3 แนวทางจัดการ Food Waste ของเกาหลีใต้ จากประเทศที่ท่วมด้วยขยะอาหารจากวัฒนธรรมการกิน จนเหลือทิ้งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก่อนแก้ขยะอาหารต้องแก้อะไรก่อน? SCB EIC แนะแนวแก้ปัญหา Food Waste​ พร้อมชี้โอกาสธุรกิจจากขยะอาหารของไทย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/11/scb-eic-point-food-waste-management-and-opportunity/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Nov 2023 23:56:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[EIC]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Food waste : วิกฤตปัญหาหรือโอกาสทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste Index Report]]></category>
		<category><![CDATA[SCB]]></category>
		<category><![CDATA[SCB EIC]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานดัชนีขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยพาณิชย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=22149</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงานดัชนีขยะอาหาร  (Food waste index report) ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) พบว่า ในปี 2019 ปริมาณขยะอาหาร (Food waste) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 931 ล้านตัน หรือคิดเป็น 17% ของอาหารที่ผลิตทั่วโลก โดยเกิดขึ้นจากภาคครัวเรือนเป็นหลักราว 61% ถัดมาเป็นธุรกิจบริการอาหาร (Food service) 26% และธุรกิจค้าปลีกอาหาร (Food retails) 13% UNEP ประเมินว่า ปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี จากต้นทุนการผลิตอาหารที่สูญเสียไปกับอาหารที่ถูกทิ้งเป็นขยะ และต้นทุนจากการจัดการขยะอาหารที่เกิดขึ้นอีกด้วย ขยะอาหารยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดทั่วโลก ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบจากก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาหากฝังกลบเศษอาหารไม่ถูกวิธี ซึ่งก๊าซมีเทนส่งผลเสียต่อภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า ประเทศไทยเองก็ เผชิญกับปัญหาขยะอาหารที่ต้องเร่งจัดการเช่นกัน โดยกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในปี 2021 ภาคครัวเรือนไทยมีปริมาณขยะอาหารถึง 5.47 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/scb-eic-point-food-waste-management-and-opportunity/">ก่อนแก้ขยะอาหารต้องแก้อะไรก่อน? SCB EIC แนะแนวแก้ปัญหา Food Waste​ พร้อมชี้โอกาสธุรกิจจากขยะอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รายงานดัชนีขยะอาหาร </strong> (Food waste index report) ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) พบว่า <strong>ในปี 2019 ปริมาณขยะอาหาร (Food waste) ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 931 ล้านตัน หรือคิดเป็น 17% ของอาหารที่ผลิตทั่วโลก</strong></p>
<p><span id="more-22149"></span></p>
<p>โดยเกิดขึ้นจากภาคครัวเรือนเป็นหลักราว 61% ถัดมาเป็นธุรกิจบริการอาหาร (Food service) 26% และธุรกิจค้าปลีกอาหาร (Food retails) 13%</p>
<p>UNEP ประเมินว่า<strong> ปัญหาขยะอาหารที่เกิดขึ้นทั่วโลกนี้ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี</strong> จากต้นทุนการผลิตอาหารที่สูญเสียไปกับอาหารที่ถูกทิ้งเป็นขยะ และต้นทุนจากการจัดการขยะอาหารที่เกิดขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong>ขยะอาหารยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกราว 10% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดทั่วโลก</strong> ทั้งนี้ยังไม่รวมผลกระทบจากก๊าซมีเทนที่ปล่อยออกมาหากฝังกลบเศษอาหารไม่ถูกวิธี ซึ่งก๊าซมีเทนส่งผลเสียต่อภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า</p>
<p>ประเทศไทยเองก็ เผชิญกับปัญหาขยะอาหารที่ต้องเร่งจัดการเช่นกัน โดยกรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า <strong>ในปี 2021 ภาคครัวเรือนไทยมีปริมาณขยะอาหารถึง 5.47 ล้านตัน หรือ 79 กิโลกรัมต่อคนต่อปี</strong> ซึ่ง​เป็น​ขยะอาหารในภาคครัวเรือนถึง 22% ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-22153 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/shutterstock_2203815095.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ทิศทางการแก้ปัญหาขยะอาหารในไทย </strong></p>
<p>ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ <strong>(SCB EIC)</strong> จัดทำรายงานเรื่อง  <strong>Food waste : วิกฤตปัญหาหรือโอกาสทางธุรกิจ </strong>ระบุว่า ปัญหาขยะอาหารแม้จะเป็นวิกฤตที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไข แต่ยังมีโอกาสสำหรับภาคธุรกิจที่สามารถนำมาพัฒนาและต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจได้ โดยความท้าทายหลักที่จะส่งผลต่อการแก้ปัญหาขยะอาหาร คือ</p>
<p><strong>1. การปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน</strong> เนื่องจาก ในปริมาณขยะ​อาหารทั้งหมด ​ยังมีส่วนของอาหารส่วนเกิน (Food surplus) ที่ไม่ใช่ขยะที่ไม่สามารถบริโภคได้ แต่เป็นการผลิตหรือซื้อมาเกินกว่าความต้องการ ซึ่งส่วนนี้สามารถนำไปบริโภคต่อได้แต่กลับถูกทิ้งรวมเป็นขยะด้วย นอกจากนี้ ยังมีขยะอาหารบางประเภท ที่สามารถแปลงเป็นทรัพยากรหมุนเวียนใช้ประโยชน์ได้ หากมีการจัดเก็บและคัดแยกอย่างถูกวิธี</p>
<p><strong>2.</strong> <strong>การกำหนดแนวทางการจัดการขยะ</strong> เนื่องจากขยะอาหารส่วนใหญ่มักจะถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไป ทำให้ขั้นตอนการคัดแยกและกำจัดขยะทำได้ยากลำบากขึ้น จึงจำเป็นต้องวางแนวทาง​แก้ปัญหาขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมในหลายมิติ เช่น</p>
<p><strong>&#8211; ตั้งเป้าหมายและวางแผนจัดการขยะอาหารแบบองค์รวม</strong> ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคครัวเรือน โดยภาครัฐจะเป็นกำลังหลักในการกำหนดนโยบายและวางแผน​​ตั้งแต่การลดขยะ จนถึงการแยกและจัดการขยะ พร้อมวางระบบการแยกเก็บขยะ​แต่ละประเภท ​รวมถึงลงทุนเพิ่มขึ้นในหลายด้าน เช่น รถจัดเก็บขยะแบบแยกประเภท การจัดรอบเก็บขยะ พื้นที่ของโรงเก็บขยะในแต่ละประเภท รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และการประชาสัมพันธ์แนวทางการจัดการขยะ</p>
<p>ขณะที่ภาคเอกชนและภาคครัวเรือน ซึ่งถือเป็นต้นน้ำ ต้องให้ความร่วมมือ​ในการลดและแยกขยะ พร้อม​ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บขยะของภาครัฐ และการตั้งศูนย์รีไซเคิลแปลงสภาพขยะอาหารที่ผ่านการคัดแยกแล้วมาใช้ประโยชน์</p>
<p><strong> &#8211; กำหนดแนวทางการจัดการขยะอาหารที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ </strong>โดยอาศัยฐานข้อมูลขยะของภาคเอกชน เนื่องจากขยะอาหาร​แต่ละพื้นที่มีปริมาณและลักษณะไม่เหมือนกัน โดยข้อมูลขยะอาหารจากภาคเอกชนจะช่วยให้การวางแผนจัดการขยะอาหารและอาหารส่วนเกินมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยภาครัฐในการ​ออกมาตรการแก้ไขปัญหาขยะที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ได้​ด้วย</p>
<p><strong>&#8211;  สร้างแรงจูงใจให้เกิดการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง</strong> โดยบางพื้นที่แม้จะมีการจัดทำถังขยะแยกประเภทแต่เมื่อถึงขั้นตอนการจัดเก็บ ขยะส่วนใหญ่จะถูกนำไปรวมกัน จึงทำให้การกำจัดขยะมีประสิทธิภาพลดลงและขยะบางประเภทก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้</p>
<p>นอกจากการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาขยะอาหารแล้ว การป้องกันไม่ให้เกิดขยะอาหารเกินความจำเป็นตลอด Supply chain ก็เป็น​วิธี​ช่วยลดวิกฤตปัญหาขยะอาหารได้ด้วย เช่น ธุรกิจอาหารควรมีระบบสั่งซื้อวัตถุดิบที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า หรือภาคครัวเรือนควรซื้ออาหารในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภค เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-22152 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/shutterstock_2135265289.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>โ​อกาสทางธุรกิจ​จากขยะอาหาร</strong></p>
<p>ปัจจุบันผู้ประกอบการหลายกลุ่มเห็นโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจจากขยะอาหารมากขึ้น ทั้งในส่วนของขยะอาหารที่ไม่สามารถบริโภคต่อได้ และอาหารส่วนเกินที่ยังสามารถบริโภคได้</p>
<p><strong>โอกาสจากขยะอาหาร</strong> การเพิ่มมูลค่าจากขยะอาหารถูกนำไปเป็นไอเดียในการต่อยอดทางธุรกิจ เช่น บริษัทสตาร์ตอัปในสิงคโปร์นำกากธัญพืชมาทำบรรจุภัณฑ์อาหาร จากที่ก่อนหน้ากากธัญพืชเหล่านี้มัก​ถูกนำไป​ทำอาหารสัตว์ ปุ๋ย หรือกำจัดทิ้ง ทำให้นอกจากช่วยลดขยะอาหารแล้วยังช่วยขยะพลาสติกจากการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้งอีกด้วย</p>
<p><strong>โอกาสจากอาหารส่วนเกิน</strong> ​การต่อยอดสู่​​แพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมโยงผู้มีอาหารส่วนเกินกับผู้ที่ต้องการอาหาร​ให้มาเจอกัน เช่น</p>
<p><strong>1. แพลตฟอร์มการบริจาคอาหารส่วนเกินให้แก่ผู้ยากไร้</strong> เช่น แพลตฟอร์ม คลาวด์ ฟู้ด แบงก์ หรือธนาคารอาหารออนไลน์ที่ร่วมมือกับมูลนิธิสโกลารส์ ออฟซัสทีแนนซ์ หรือ <strong>SOS Thailand</strong> รับบริจาคอาหารส่วนเกินจากโรงแรม ภัตตาคาร หรือจากร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งต่อไปยังชุมชนขาดแคลน ผู้ด้อยโอกาส และองค์กรสาธารณะให้สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้ แต่ยังพบจุดอ่อนของโมเดลกที่อาจยัง​ไม่สามารถสร้างแจงจูงใจมากพอให้ภาคเอกชน​ เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่มีมาตรการทางภาษีมาช่วย เช่นในสหรัฐฯ ที่มีการลดหย่อนภาษีให้​ผู้ประกอบการที่บริจาคอาหารให้​องค์กรสาธารณกุศลไม่เกิน 15% ของเงินได้สุทธิ หรือแคนาดาที่ให้เครดิตภาษีเงินได้แก่บุคคลหรือผู้ประกอบการไม่เกิน 25% ของมูลค่าที่บริจาค เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-22151 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/11/shutterstock_1504011923.jpg" alt="" width="1200" height="798" /></p>
<p><strong>2. แอปพลิเคชันจำหน่ายอาหารส่วนเกินจากโรงแรมและร้านอาหาร</strong> ที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าด้วยการลดราคาอาหารลงจากราคาปกติเกินครึ่ง โดยในไทยมีแอปพลิเคชันยินดี (Yindii) และแอปพลิเคชัน OHO! ที่เป็น Partner กับทั้งร้านอาหาร โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ในการจำหน่ายอาหารส่วนเกินให้กับลูกค้า หรือในต่างประเทศมี Platform e-commerce ชื่อว่า Misfits Market ที่พัฒนามาช่วยผู้ผลิตที่ไม่สามารถขายผลผลิตที่มีรูปลักษณ์หรือคุณภาพด้อยกว่าแต่ยังสามารถบริโภคได้ให้กับลูกค้าที่ไม่เน้นรูปลักษณ์ของผลผลิตในราคาพิเศษ</p>
<p><strong>3. การพัฒนาเทคโนโลยี AI มาช่วยประเมินความต้องการวัตถุดิบ​จาก​ Big data ที่มีอยู่</strong> ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจได้ เช่น กลุ่มบริการอาหารและธุรกิจค้าปลีกอาหาร ​รวมทั้งยังสามารถรักษาคุณภาพอาหารให้​ลูกค้าได้ เช่น ร้าน Sushiro ของญี่ปุ่นได้นำข้อมูลจาก Tag IC ใต้จานซูชิมาวิเคราะห์ว่าควรทำซูชิชนิดใดด้วยปริมาณเท่าไร ซึ่งจะส่งผลให้ซูชิบนสายพานมีความสดใหม่อยู่เสมอ และสามารถลดขยะอาหารของร้านซูชิได้จาก 10% เหลือ 4% อีกด้วย</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/11/scb-eic-point-food-waste-management-and-opportunity/">ก่อนแก้ขยะอาหารต้องแก้อะไรก่อน? SCB EIC แนะแนวแก้ปัญหา Food Waste​ พร้อมชี้โอกาสธุรกิจจากขยะอาหารของไทย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Aug 2022 06:06:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Climate Change]]></category>
		<category><![CDATA[EIC]]></category>
		<category><![CDATA[EV Battery]]></category>
		<category><![CDATA[Gigafactory]]></category>
		<category><![CDATA[Greenflation]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[S Curve]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารไทยพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจแบตเตอรี่]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงานสะอาด]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเธียม]]></category>
		<category><![CDATA[ลิเธียมไฮดรอกไซด์]]></category>
		<category><![CDATA[ส่งเสริมการลงุทน]]></category>
		<category><![CDATA[แบตเตอรี่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13348</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองของ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ที่มีแนวโน้มการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหา “Greenflation” ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero ทั้งนี้ Bloomberg คาดการณ์ว่าความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 26% ต่อปี (ระหว่างปี 2022-2030) ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระดับ Gigafactory แห่งแรกในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งนอกจากจะเสริมศักยภาพการเติบโตของรถ EV แล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนความยั่งยืน EIC มองว่าปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ในประเทศ ได้แก่ 1) การเติบโตของยอดขายรถ EV ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV เช่น การอุดหนุนราคา การลดภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% อีกทั้ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/">&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองของ EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ ต่อธุรกิจแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ที่มีแนวโน้มการขยายตัวตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรม S-Curve ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหา<strong> “Greenflation”</strong> ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero</p>
<p><span id="more-13348"></span></p>
<p>ทั้งนี้ Bloomberg คาดการณ์ว่าความต้องการแบตเตอรี่สำหรับรถ EV ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 26% ต่อปี (ระหว่างปี 2022-2030) ขณะที่ในประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระดับ Gigafactory แห่งแรกในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งนอกจากจะเสริมศักยภาพการเติบโตของรถ EV แล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อนและสนับสนุนความยั่งยืน</p>
<p>EIC มองว่าปัจจัยหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแบตเตอรี่ในประเทศ ได้แก่</p>
<p><strong>1) การเติบโตของยอดขายรถ EV</strong> ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐได้ออกนโยบายส่งเสริมการใช้รถ EV เช่น การอุดหนุนราคา การลดภาษีนำเข้า และลดภาษีสรรพสามิตจาก 8% เหลือ 2% อีกทั้ง สถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน จะเป็นแรงจูงใจให้คนหันมาซื้อรถ EV มากขึ้น โดย EIC คาดว่ายอดขายรถ EV ของไทยจะขยายตัวปีละ 17.6% (ระหว่างปี 2022-2030)</p>
<p><strong>2) กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อม</strong> ซึ่งรถ EV สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตั้งแต่กระบวนการผลิตรถยนต์ไปจนถึงขั้นตอนการขับขี่ ทั้งนี้จากข้อมูลของสถาบันยานยนต์ การใช้รถ EV ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 64% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน</p>
<p><strong>3) การสนับสนุนธุรกิจแบตเตอรี่</strong> เช่น BOI ได้ขยายนโยบายลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่ จาก 2 ปี เป็น 5 ปี และยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ซึ่งหากตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% เพิ่มอีก 5 ปี ทำให้บริษัทที่อยู่ในธุรกิจแบตเตอรี่มีความต้องการขยายกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13352 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/BAT-EV-1.jpg" alt="" width="1200" height="791" /></p>
<p><strong> “Greenflation” ความท้าทายต่อการเติบโต</strong></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตามองของธุรกิจแบตเตอรี่ในระยะสั้น คือ ปัญหา<strong> “Greenflation”</strong> ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และแร่ธาตุต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคม Net Zero ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่สูงขึ้น เช่น ราคาลิเธียมไฮดรอกไซด์ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ ณ สิ้นปี 2021 ขยายตัวสูงถึง 311% YOY มาอยู่ที่ 32,650 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน เทียบกับราคาเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง (ปี 2016-2020) อยู่ที่ราว 15,130 ดอลลาร์สหรัฐ/เมตริกตัน เท่านั้น</p>
<p>ทั้งนี้ สาเหตุมาจากความต้องการใช้แบตเตอรี่เพิ่มสูงขึ้นตามการเติบโตของยอดขายรถยนต์ EV ในขณะที่อุปทานมีปัญหาขาดแคลนแร่ลิเธียม จากการขาดการลงทุนในเหมืองลิเธียมทำให้การผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ รวมไปถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เหมืองลิเธียมบางแห่งในยูเครนต้องหยุดการผลิต ส่วนรัสเซียไม่สามารถส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์จากการคว่ำบาตรจึงเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาพลังงาน และแร่ธาตุต่าง ๆ ทะยานสูงขึ้น</p>
<p>สอดคล้องกับ Bloomberg ที่ประเมินว่าในปี 2022 อุปสงค์และอุปทานของลิเธียมไฮดรอกไซด์ทั่วโลกจะอยู่ที่ 771,365 และ 437,558 เมตริกตัน ตามลำดับ ส่งผลให้ตลาดขาดแคลนลิเธียมไฮดรอกไซด์ราว 333,807 เมตริกตัน ซึ่งในปัจจุบันมีการวิจัยเพื่อหาวัตถุดิบอื่น ๆ มาแทน ลิเธียมไอออน เช่น โซเดียมไอออน</p>
<p>ปัญหาดังกล่าวในประเทศไทยถือเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากยังต้องนำเข้าวัตถุดิบสำคัญ เช่น แร่ลิเธียม นิกเกิล ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ทั้งนี้ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ในไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตขั้วตั้งต้น ผลิตส่วนประกอบ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ใน value chain กลางน้ำ หากผู้ประกอบการแบตเตอรี่สามารถทำ Backward integration โดยเข้าร่วมลงทุนหรือเป็นพันธมิตรกับบริษัทผลิตแร่ หรือทำ R&amp;D ขั้วแคโทด/ขั้วแอโนด/สารละลายอิเล็กโทรไลต์ เพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น รวมถึงลดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตแบตเตอรี่ที่จะมีความต้องการสูงในอนาคต</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/greenflation-key-challenge-of-growth-for-ev-battery-industry/">&#8216;Greenflation&#8217; เอฟเฟ็กต์จากกระแสรักษ์โลก กระทบการเติบโตของตลาด EV Battery</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
