<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mega trend &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/mega-trend/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Dec 2024 12:09:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.11</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Mega trend &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทำความเข้าใจ &#8216;ALPHA &#8211; BETA&#8217; สองเจนเนอเรชั่นล่าสุดของโลก กับการขับเคลื่อนโลกแห่งเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความเท่าเทียม</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/12/generation-focus-world-trend-2025-by-tcdc/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Dec 2024 11:36:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Dialogue]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ALPHA]]></category>
		<category><![CDATA[BETA]]></category>
		<category><![CDATA[CEA]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Economy Agency (Public Organization)]]></category>
		<category><![CDATA[Gen Z]]></category>
		<category><![CDATA[Generation]]></category>
		<category><![CDATA[Insight]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[Next Generation]]></category>
		<category><![CDATA[TCDC]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[อัลฟา]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเนอเรชัน]]></category>
		<category><![CDATA[เจาะเทรนด์โลก โดย TCDC]]></category>
		<category><![CDATA[เบตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=31101</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปีหน้า หรือปี 2025 เป็นต้นไป จะเริ่มมีกลุ่มเจนเนอเรชันใหม่​ของโลกอย่าง &#8216;เบต้า&#8217; (BETA) ถือกำเนิดขึ้น​ โดย​เจนเนเรชั่นเบต้าคือกลุ่มประชากรใหม่ ที่จะเกิด​ขึ้นในช่วงปี 2025 &#8211; 2039 เป็น The Next Generation ต่อจากประชากร​เจนล่าสุดที่มีอยู่ในโลกใบนี้อย่าง &#8216;อัลฟา&#8217; (ALPHA) ที่เกิดระหว่างปี 2010 -2024 รายงาน เจาะเทรนด์โลก โดย TCDC ในหมวด Generation Focus ระบุว่า ปีนี้ประชากรกลุ่มอัลฟาจะมีจำนวน 2.2 พันล้านคน และ​เป็นเจนที่มีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ภายในปี 2030 เจนอัลฟารุ่นแรกจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือมีอายุ 20 ปี​ และก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยคาดการไว้ว่า 65% ของอัลฟาจะทำงานในตำแหน่งที่ไม่มีอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ​​จะมีเพียง 50% ที่​สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่อาจหันไปทำงานสายอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงในสายงานซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี เป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถผ่านโปรแกรมการฝึกงาน หรือโครงการวิจัยและพัฒนา เพื่อช่วยให้เจนอัลฟาได้สร้างทักษะใหม่ๆ สนับสนุนความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการทำงานได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/generation-focus-world-trend-2025-by-tcdc/">ทำความเข้าใจ &#8216;ALPHA &#8211; BETA&#8217; สองเจนเนอเรชั่นล่าสุดของโลก กับการขับเคลื่อนโลกแห่งเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความเท่าเทียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ตั้งแต่ปีหน้า หรือปี 2025 เป็นต้นไป จะเริ่มมีกลุ่มเจนเนอเรชันใหม่​ของโลกอย่าง <strong>&#8216;เบต้า&#8217; (BETA)</strong> ถือกำเนิดขึ้น​ โดย​เจนเนเรชั่นเบต้าคือกลุ่มประชากรใหม่ ที่จะเกิด​ขึ้นในช่วงปี 2025 &#8211; 2039 เป็น The Next Generation ต่อจากประชากร​เจนล่าสุดที่มีอยู่ในโลกใบนี้อย่าง <strong>&#8216;อัลฟา&#8217; (ALPHA)</strong> ที่เกิดระหว่างปี 2010 -2024</p>
<p><span id="more-31101"></span></p>
<p>รายงาน <strong>เจาะเทรนด์โลก โดย TCDC</strong> ในหมวด Generation Focus ระบุว่า ปีนี้ประชากรกลุ่มอัลฟาจะมีจำนวน 2.2 พันล้านคน และ​เป็นเจนที่มีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ภายในปี 2030 เจนอัลฟารุ่นแรกจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ หรือมีอายุ 20 ปี​ และก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยคาดการไว้ว่า 65% ของอัลฟาจะทำงานในตำแหน่งที่ไม่มีอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>นอกจากนี้ ​​จะมีเพียง 50% ที่​สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่อาจหันไปทำงานสายอาชีพเพื่อสร้างความมั่นคงในสายงานซึ่งไม่สามารถทดแทนได้ด้วยเทคโนโลยี เป็นโอกาสของแบรนด์ที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถผ่านโปรแกรมการฝึกงาน หรือโครงการวิจัยและพัฒนา เพื่อช่วยให้เจนอัลฟาได้สร้างทักษะใหม่ๆ สนับสนุนความมั่นใจ และเพิ่มโอกาสในการทำงานได้</p>
<p>ส่วนอาชีพที่คนวัยนี้ชื่นชอบอยู่ในกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เนื่องจากโตมากับสื่อดิจิทัลและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด สะท้อนผ่านผลสำรวจ​ในสหรัฐอเมริกา ที่พบว่าตัวเลือกอาชีพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเจนอัลฟา คือติ๊กต็อกเกอร์ ยูทูปเบอร์ หรือวล็อกเกอร์ ​คู่​กับการให้ความสำคัญเรื่องการดูแลโซเชียลมีเดีย เพื่อปกป้อง และพัฒนาพื้นที่ออนไลน์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับครีเอเตอร์รุ่นเล็ก</p>
<p>เจนเนเรชันนี้ยังให้ความสำคัญต่อความท้าทายด้านสภาพอากาศมากขึ้น เนื่องจากเติบโตขึ้นมาท่ามกลางภาวะฉุกเฉินด้านสภาพอากาศ และพบเจอ​เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจนกลายเป็นเรื่องปกติ ทำให้กลุ่มอัลฟา​ตระหนักถึงปัญหาวิกฤตสภาพอากาศมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ จึงควรส่งเสริมการให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ทั้งทรัพยากร ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับช่วงวัย รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพและธรรมชาติ เช่น การร่วมมือกับองค์กรการกุศลด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสนับสนุนการศึกษาด้วยตนเอง และจัดกิจกรรมสะท้อนความคิดที่ส่งเสริมให้เจนอัลฟาพัฒนาความเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-31104 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/RE-Alpha2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>นอกจากนี้ เจนอัลฟายังเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรม​ด้านสุขภาพ โดยเลือกประกอบอาชีพที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี จากการที่​เติบโตมากับการตระหนักถึงผลเสียของโลกแห่งความรีบเร่ง​และสภาพแวดล้อมที่เคร่งเครียด ​ธุรกิจต่างๆ ​จึงจำเป็นต้องเริ่มจ้างงานและตำแหน่งที่เน้นเรื่องความเป็นอยู่และความสุขของพนักงานเป็นสำคัญ</p>
<p>​อีกมุมหนึ่ง เจนอัลฟายังถูกนิยามว่า เป็นเจนเนเรชันแห่งการถดถอย (The Regression Generation) จากอัตราการอ่านออกเขียนได้ที่ลดลง โดย​ในปี 2023 พบว่า มีเพียง 28% ของเด็กอายุ 8-18 ปีเท่านั้น ที่อ่านหนังสือทุกวัน แบรนด์และครอบครัวจึงจำเป็นที่ต้องร่วมสร้างแหล่งข้อมูลการอ่านเพื่อช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>Gen Beta เจนแห่งความเท่าเทียมไม่แบ่งแยก</strong></p>
<p class="p3">ด้านเจนเนอเรชั่นเบต้า คือกลุ่มประชากรใหม่ ในช่วงระหว่างปี 2025 &#8211; 2039  ที่จะรับช่วงต่อโลกในยุคที่​​เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้คนกลุ่มนี้จะมีความแตกต่างไปจากคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการโต้ตอบกับเทคโนโลยี การจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม และมุมมองที่ไม่แบ่งแยกอย่างชัดเจน</p>
<p class="p3">เบต้าจัดเป็นกลุ่ม ​AI First ให้ความสำคัญกับ AI  เป็นหลัก ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่กำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตการเรียนรู้ การเล่น และการทำงานและเต็มไปด้วย​พลัง​แห่งการเปลี่ยนแปลง เพราะเกิดมาพร้อม​เครื่องมือและแนวทาง​การจัดการกับความซับซ้อนของโลกที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว</p>
<p class="p3">คุณลักษณะเฉพาะของเจนนี้ จะเข้ามากำหนดมาตรฐานใหม่ในการใช้เทคโนโลยี ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ทัศนคติที่ไม่แบ่งแยก การศึกษารูปแบบใหม่ รวมถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี​และยืนยาวมากขึ้น โดยจะเป็นกลุ่มที่มี Digital Literacy มากขึ้น ​ตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดจากการเข้าถึงโลกออนไลน์ เนื่องจากผู้ปกครองเข้าใจ​​ความเสี่ยงของ Digital Footprint เป็นอย่างดี​ จึงปกป้องลูกในเจนเบตาอย่างเต็มที่ เมื่อการรับรู้นี้เป็นที่เข้าใจในวงกว้างมากขึ้นแพลตฟอร์มต่างๆก็จะจะยิ่งมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้ที่สำคัญ</p>
<p class="p3">ทั้งนี้ ภายในปี 2050 เมื่อเจนเบต้ารุ่นแรกกำลังเข้าสู่วัย 25 ปี มีการคาดว่า​​​​ 68% ของผู้คนทั่วไปจะอาศัยอยู่ในเขตเมือง ดังนั้น เมืองต่างๆจะต้องได้รับการออกแบบใหม่และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเท่าเทียมและการไม่แบ่งแยกความแตกต่าง ทั้งภูมิหลังหรือ​ข้อจำกัด​ด้านร่างกาย​ผู้อยู่อาศัย เนื่องจากปี 2050 จะมีผู้พิการจำนวน 91.4 ล้านคน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-31103 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/12/RE-Alpha1.jpg" alt="" width="1200" height="734" /></p>
<p class="p4">เจนเบต้ามีแนวโน้มที่จะรับช่วงต่อโลกที่มีความหลากหลายและเชื่อมโยงถึงกันมากกว่าที่เคย ​และยังเป็นกลุ่มที่น่าจะคิดถึงคนทุกกลุ่มได้มากที่สุด ทำให้ความหลากหลายไม่ใช่แค่เรื่องที่ได้รับการยอมรับเท่านั้น แต่กลับได้รับการยกย่องอีกด้วย มีการ​เคารพในความเสมอภาคและความยุติธรรม สะท้อนถึงการเจริญเติบโตของบรรทัดฐานทางสังคม ที่ให้ความสำคัญเรื่องความเห็นอกเห็นใจและความเคารพซึ่งกันและกัน</p>
<p class="p4">นอกจากนี้  จากการที่เจนรุ่นพ่อแม่ในกลุ่มเจน Z ​​ที่มักหลบหลีก​จากโลกดิจิทัล โหยหาชีวิตที่ไม่ต้องเชื่อมต่อเข้ากับโลกออนไลน์มากเกินไปและมองว่าชีวิตก่อนยุคดิจิทัล​นั้นมีความสวยงาม ​ส่งผลให้เจนเบตา​มีสไตล์ในการแสวงหาการเชื่อมต่อระหว่างการชีวิตจริง และประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงทางกายภาพมากกว่าอีกด้วย</p>
<p>เจนเนอเรชันใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะเข้ามาเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลง เพราะเกิดมาพร้อมเครื่องมือและแนวทางในการจัดการกับความซับซ้อนของโลกได้เป็นอย่างดี​ แม้วันนี้เราอาจจะยังไม่รู้จักคนกลุ่ม​นี้ได้ดีมากพอ แต่สามารถ​คาดการณ์ถึงโลกในอนาคต​ที่​พวกเขาต้องการจะ​สร้างและส่งต่อ ​ดังนั้น การที่แบรนด์หรือธุรกิจ​เข้าใจปัจจัยของคนกลุ่มใหม่ๆ ​จะทำให้มี​ต้นทุนและความพร้อมสำหรับรับมือกั​บผู้บริโภคในอนาคตได้ดีมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>Photo Credit : </strong> รูปภาพ/วิดีโอจาก Number 24 x Shutterstock Thailand พาร์ทเนอร์ชัตเตอร์สต็อกอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย <span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="0" role="link" href="http://www.number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">www.number24.co.th</a></span> (<span role="gridcell"><a class="x1i10hfl xjbqb8w x1ejq31n xd10rxx x1sy0etr x17r0tee x972fbf xcfux6l x1qhh985 xm0m39n x9f619 x1ypdohk xt0psk2 xe8uvvx xdj266r x11i5rnm xat24cr x1mh8g0r xexx8yu x4uap5 x18d9i69 xkhd6sd x16tdsg8 xggy1nq x1a2a7pz x1s688f x1heor9g x1bvjpef xujl8zx" tabindex="-1" role="link" href="https://number24.co.th/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://number24.co.th/</a></span>)</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/12/generation-focus-world-trend-2025-by-tcdc/">ทำความเข้าใจ &#8216;ALPHA &#8211; BETA&#8217; สองเจนเนอเรชั่นล่าสุดของโลก กับการขับเคลื่อนโลกแห่งเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และความเท่าเทียม</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Oct 2023 06:28:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Fest]]></category>
		<category><![CDATA[Fest by SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Food Service]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[Processed Food]]></category>
		<category><![CDATA[SCGP]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainable Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติชัย ทัศนวิญญู]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดบรรจุภัณฑ์​]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เฟสท์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=21653</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ Fest by SCGP หรือ เฟสท์ ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ Fest by SCGP กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ดีมานด์ในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนขยายตัวมากขึ้นตาม 3 เมกะเทรนด์โลก ทั้งการที่แบรนด์อาหารรายใหญ่ๆ เริ่มมีการตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ในมิติของผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น รวมไปถึงการมองหาความสะดวก และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน</p>
<p><span id="more-21653"></span></p>
<p>เทรนด์เหล่านี้ส่งผลให้ตลาดอาหารในกลุ่มพร้อมปรุง และพร้อมทานต่างๆ รวมทั้งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นำมาสู่โอกาสสำคัญของ<strong> Fest by SCGP </strong>หรือ <strong>เฟสท์</strong> ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายโอกาสไปสู่ตลาดใหม่ๆ ในกลุ่ม Processed Food เพื่อตอกย้ำภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวลด้อมมากขึ้น ในมิติของการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์กระบวนการผลิตในกลุ่มผู้ประกอบการอาหารแต่ละกลุ่ม จากที่ก่อนหน้ามีความแข็งแรงในตลาด Food Service หรือการผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับรองรับการบรรจุอาหารในกลุ่มร้านอาหารทั้งรายเล็ก รายใหญ่ และตลาด Food Delivery อยู่แล้ว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-21655 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09212.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>คุณกิตติชัย ทัศนวิญญู</strong> Food Service Packaging Solution Manager บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้แบรนด์ <strong>Fest by SCGP</strong> กล่าวว่า เฟสท์ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนมาสู่กลุ่มธุรกิจผลิตอาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกระดับความเชี่ยวชาญจากความสามารถในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่รองรับความต้องการใช้งานได้หลากหลายประเภท​ ​มาสู่การมีนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์กระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม หรือกลุ่มโรงงานต่างๆ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ต้องมีความแข็งแรงมากขึ้น ทนความต่างของอุณหภูมิทั้งร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ ทนต่อความชื้น รวมทั้งต้องมีมาตรฐานการผลิตที่สามารถควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้ในระดับสูง</p>
<p><em>“เบื้องต้นเฟสท์จะนำร่องใน 3 ตลาด ทั้งการพัฒนาถาดกระดาษสำหรับเนื้อสดแช่เย็น (Fest Fresh Pak) ถาดกระดาษสำหรับอาหารพร้อมทานแช่เย็น (Fest Redi Pak) และแก้วกระดาษสำหรับตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ (Fest Vending Pak)โดยยังเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้กระดาษจากป่าปลูก และการใช้วัสดุหมุนเวียนเป็นองค์ประกอบสำคัญกว่า 80-90% รวมทั้งยังสามารถช่วยยืดอายุของอาหารที่บรรจุ รวมทั้งทนอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็น โดยปัจจุบันมีลูกค้าเช่น  Reo’s Deli (รีโอส์ เดลิ) ผู้ผลิตอาหารพร้อมทานที่จำหน่ายผ่าน 7-Eleven ซึ่งสามารถนำบรรจุภัณฑ์เข้าไมโครเวฟได้ทั้งชิ้นโดยไม่ต้องถอดปลอก และยังร้อนเร็ว ช่วยลดพลังงานในการอุ่นเมื่อลูกค้าซื้อ รวมทั้งเต่าบิน ในกลุ่มแก้วกระดาษในเครื่องอุตโนมัติ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้รองรับการใช้งานในตู้อัตโนมัติ รวมทั้งยังมีบริการโซลูชันการพิมพ์ เพื่อช่วยสร้างแบรนด์ รวมทั้งการจัดแคมเปญ หรืออกแบบลายลิมิเต็มในช่วงเทศกาลต่างๆ ให้ลูกค้าได้ด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21656 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09085.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>หวังดันยอดขายเติบโตได้ 18 เท่า</strong></p>
<p>หลังเริ่มทำตลาดในกลุ่ม Processed Food ปัจจุบัน Fest สามารถมีส่วนแบ่งในตลาดที่ราว 1% จากมูลค่าตลาดกว่า 2,700 ล้านบาท ขณะที่ตลาดมีการเติบโตต่อปีราว 5-8% ตามการขยายตัวของตลาด Ready to eat รวมทั้งกลุ่มอาหารแช่เย็นและแช่แข็งต่างๆ โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า เฟสท์ตั้งเป้าจะเติบโตได้ถึง 18% โดยเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดให้ได้ 10% ​เพิ่มรายได้เป็น​ 330 ล้านบาท หรือสร้างยอดขายได้มากกว่า 200 ล้านชิ้นต่อปี โดยสัดส่วนหลักจะมาจากบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหารพร้อมทาน ตามมาด้วยตู้กดเครื่องดื่ม และบรรจุภัณฑ์สำหรับเนื้อสัตว์แช่เย็นต่างๆ</p>
<p>ขณะที่รายได้จากตลาดหลักในกลุ่ม Food Service  ยังตั้งเป้าเติบโตได้มากกว่าเท่าตัว โดยตั้งเป้ารายได้มากกว่า 1,180 ล้านบาท หรือขายได้มากกว่า 700 ล้านชิ้นต่อปี จากมูลค่าตลาดปัจจุบันกว่า 22,300 ล้านบาท และเติบโตเฉลี่ย 3-5% ต่อปี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21657 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/DSC09169-copy.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาพรวมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนของไทยยังมีสัดส่วนในตลาดไม่มากนักในตลาดรวมบรรจุภัณฑ์โดยรวม โดยเฉพาะในตลาด  Food Service ยังมีขนาดที่ราว 10-15% เทียบกับในหลายประเทศที่มีการขับเคลื่อนมานานจะมีสัดส่วนราว 35-40% แต่เชื่อว่าตลาดในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกทั้งเทรนด์เรื่องความยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีความตระหนักในเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะที่ความท้าทายในการเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภคยังเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะในอาหารหรือเครื่องดื่มบางประเภทที่ลูกค้ายังให้ความสำคัญในเรื่องของ Feeling หรือ Emotional ในการบริโภค ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ผลิตอย่าง Fest ที่ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ที่ทั้งดีต่อโลก และในขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคไปได้พร้อมๆ กันด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-21661 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2023/10/PAK-.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/10/fest-by-scgp-expand-sistainable-packaging-in-processed-food-market/">เฟสท์​ (Fest)​ โดย SCGP ขยายตลาดบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนสู่กลุ่ม​ Process Food รับดีมานด์ในอุตสาหกรรมพุ่ง คาด 5 ปี ดันยอดขายโต 18 เท่า</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YourNextU by SEAC กับการปรุงรสธุรกิจการศึกษาไทยให้อร่อยและเข้าถึงผู้เรียน เสิร์ฟ 5 Soft Skill ตอบโจทย์ Edu trend </title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/08/yournextu-by-seac-school-of-life/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 Aug 2022 08:51:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Education]]></category>
		<category><![CDATA[Edutainment]]></category>
		<category><![CDATA[Human]]></category>
		<category><![CDATA[Life long learning]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[resource]]></category>
		<category><![CDATA[School of life]]></category>
		<category><![CDATA[SEAC]]></category>
		<category><![CDATA[Soft Skill]]></category>
		<category><![CDATA[YourNextU]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพยากรคน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนุพงษ์ อัศวโภคิน]]></category>
		<category><![CDATA[อริญญา เถลิงศรี]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนนิ่ง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=13406</guid>

					<description><![CDATA[<p>มุมมองที่มีต่อการศึกษาไทยยังมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ แถมเรียนจบมาแล้วไม่สามารถเอาไปใช้งานได้จริง โดยเฉพาะสิ่งที่ภาคธุรกิจทั่วประเทศกำลังเผชิญ​คือ ระบบการศึกษาของประเทศ ไม่สามารถผลิตบุคลากรให้มีทักษะตอบโจทย์กับสิ่งที่องค์กรต้องการได้ ทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ และศักยภาพสอดคล้องไปกับลักษณะธุรกิจของแต่ละองค์กร ขณะที่ Mega Trend ในกลุ่ม Education ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Life long learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่นอกเหนือจากการเรียนตามเนื้อหาหลักสูตร เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา หรือใบปริญญาต่างๆ มารับรอง รวมทั้งการมี Soft Skill หรือทักษะต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีการสอนในห้องเรียนมาก่อน กลายมาเป็นบทบาทการขับเคลื่อนของ SEAC (ซีแอค) ผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาคนในภาคธุรกิจให้มีมากกว่าแค่ Hard Skill เพื่อรองรับบริบทของโลกการทำงานยุคใหม่ ที่ Soft Skill จะเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการของทุกอาชีพถึงกว่า 2 ใน 3 ภายในปี 2030  ​ คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC กล่าวว่า แม้การขับเคลื่อนของ SEAC จะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมทักษะการทำงาน สร้างความเป็นผู้นำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/yournextu-by-seac-school-of-life/">YourNextU by SEAC กับการปรุงรสธุรกิจการศึกษาไทยให้อร่อยและเข้าถึงผู้เรียน เสิร์ฟ 5 Soft Skill ตอบโจทย์ Edu trend </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มุมมองที่มีต่อการศึกษาไทยยังมองว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ แถมเรียนจบมาแล้วไม่สามารถเอาไปใช้งานได้จริง โดยเฉพาะสิ่งที่ภาคธุรกิจทั่วประเทศกำลังเผชิญ​คือ ระบบการศึกษาของประเทศ ไม่สามารถผลิตบุคลากรให้มีทักษะตอบโจทย์กับสิ่งที่องค์กรต้องการได้ ทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรของตัวเองให้มีประสิทธิภาพ และศักยภาพสอดคล้องไปกับลักษณะธุรกิจของแต่ละองค์กร</p>
<p><span id="more-13406"></span></p>
<p>ขณะที่ Mega Trend ในกลุ่ม Education ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Life long learning หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่นอกเหนือจากการเรียนตามเนื้อหาหลักสูตร เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา หรือใบปริญญาต่างๆ มารับรอง รวมทั้งการมี Soft Skill หรือทักษะต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีการสอนในห้องเรียนมาก่อน</p>
<p>กลายมาเป็นบทบาทการขับเคลื่อนของ SEAC (ซีแอค) ผู้นำด้านการพัฒนาศักยภาพคนและองค์กรเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืน และการพัฒนาคนในภาคธุรกิจให้มีมากกว่าแค่ Hard Skill เพื่อรองรับบริบทของโลกการทำงานยุคใหม่ ที่ Soft Skill จะเข้ามามีบทบาทและเป็นที่ต้องการของทุกอาชีพถึงกว่า 2 ใน 3 ภายในปี 2030  ​</p>
<p><strong>คุณอริญญา เถลิงศรี</strong> กรรมการผู้จัดการ SEAC กล่าวว่า แม้การขับเคลื่อนของ SEAC จะประสบความสำเร็จในการส่งเสริมทักษะการทำงาน สร้างความเป็นผู้นำ และส่งเสริมความคิดเชิงกลยุทธ์ให้แก่ผู้บริหาร ผู้นำองค์กร รวมทั้งบุคลากรมากว่า  1.5 ล้านคน ในกว่า 1,000 องค์กรทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และภาครัฐ​ แต่ยังเป็นการเข้าถึงกลุ่มคนที่เป็นส่วนยอดของปิรามิดเท่านั้น แต่หากต้องการยกระดับศักยภาพของคนไทยโดยรวมต้องสามารถขยายทักษะและวิธีคิดต่างๆ เหล่านี้มาสู่ส่วนที่อยู่ฐานของปิรามิดให้มากที่สุด เนื่องจาก คนไทยไม่ได้มีแค่เฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มองค์กรชั้นนำที่มีงบประมาณสำหรับการพัฒนาบุคลากรเท่านั้น แต่ยังมีส่วนฐานของปิรามิดอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มของ SEAC ได้ เป็นที่มาของการสร้างแพลตฟอร์ม YourNextU by SEAC เพิ่มรูปแบบมาสู่ธุรกิจ B2C เพื่อให้สามารถเข้าถึงคนไทยในวงกว้างได้ แม้จะไม่ได้อยู่ในองค์กรชั้นนำ แต่คนทั่วไปที่สนใจก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ในราคาที่จับต้องได้</p>
<figure id="attachment_13407" aria-describedby="caption-attachment-13407" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13407 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/UNU3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-13407" class="wp-caption-text">คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC</figcaption></figure>
<p>“ความท้าทายสำคัญของธุรกิจการศึกษาคือ แม้เราจะมีของที่ดีและมีประโยชน์อย่างไร แต่ต้องหาวิธีทำให้คนอยากเข้ามาเรียน อยากใช้เวลาเพื่อการเรียนรู้ เหมือนเรามีอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าอาหารไม่อร่อยคนก็ไม่อยากกิน การมี YourNextU เหมือนกับการปรุงรสการศึกษาเพื่อให้คนรู้สึกว่าการเรียนเป็นเรื่องสนุก และช่วยดึงดูดให้คนรู้สึกอยากเรียนมากขึ้น สามารถตอบโจทย์ Painpoint สำคัญของธุรกิจการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใคร หรือแม้แต่ผู้พัฒนา Edu Tech รายใดสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ”</p>
<p><strong>กลยุทธ์ 3 4 5 ปรุงรสการศึกษาให้อร่อยขึ้น </strong></p>
<p>ส่วนผู้มาทำหน้าที่ขับเคลื่อนทัพใหม่อย่าง YourNextU By SEAC คือ <strong>คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์</strong> ในฐานะกรรมการผู้จัดการ YourNextU By SEAC ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในการปั้นแบรนด์ Bar B Q Plaza รวมทั้งมาสคอตขวัญใจคนไทยอย่างบาร์บีก้อนมาก่อนหน้านี้ กับภารกิจครั้งใหม่ ในการเข้ามาเพิ่มอรรถรสธุรกิจการศึกษาให้อร่อยขึ้น และสามารถเข้าถึงคนได้กว้างมากขึ้น</p>
<p>“ที่ผ่านมาการเรียนตามตำราไม่สามารถทำให้เราเก่งในชีวิตจริงได้ คนไทยส่วนใหญ่เรียนไปโดยไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อาจจะเรียนตามเพื่อนหรือเรียนตามกระแสสังคม แต่ YourNextU จะทำให้เรารู้จักตัวเอง และสามารถเลือกในสิ่งที่เหมาะกับตัวเองได้  ที่สำคัญเราต้องหาวิธีทำให้คนอยาก Engage กับการศึกษา เราต้องทำให้คนเชื่อว่าเรียนในสิ่งที่มีประโยชน์และนำไปใช้ได้จริง รวมทั้งทำให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย และสนุก เพื่อลบทัศนคติเดิมๆ ว่า การศึกษาน่าเบื่อ และไม่ปิดกั้นองค์ความรู้ต่างๆ ไว้แค่กลุ่มคนในองค์กรเพียงอย่างเดียว แต่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้”</p>
<p>ทั้งนี้ เป้าหมายของ​ YourNextU คือ การเป็นศูนย์รวมวิชาชีวิตให้กับผู้คน เป็นพื้นที่ในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในสังคมไทย โดยเชื่อมโยงเนื้อหาตามหลักสูตรระดับโลกกับการใช้ชีวิตตริงนอกห้องเรียน โดยใช้กลยุทธ์  3  4 5 ในการขับเคลื่อน ประกอบไปด้วย</p>
<figure id="attachment_13408" aria-describedby="caption-attachment-13408" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-13408 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/UNU4.jpg" alt="" width="1200" height="800" /><figcaption id="caption-attachment-13408" class="wp-caption-text">คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ YourNextU By SEAC</figcaption></figure>
<p><strong>3 Key Persons Driving :</strong> เทียบได้กับการทำงานผสมผสานกันของอวัยวะต่างๆ เพื่อให้สามารถมีชีวิตต่อไปได้ ประกอบด้วย คุณอริญญา เถลิงศรี  (Head) คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน (Blood) และคุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์</p>
<p><strong>4 Expansions</strong>  : หรือการขับเคลื่อนการเติบโตจาก 4 องค์ประกอบหลัก คือ <strong>Content</strong> จากคุณภาพของหลักสูตรทีได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของทักษะการใช้ชีวิต <strong> </strong><strong>Channel</strong>  ช่องทางในการเข้าถึงผู้คน และทาร์เก็ต <strong>Format</strong> รูปแบบการเรียนรู้ที่สามารถเสริมความรู้ ความเข้าใจ และนำไปใช้งานจริงได้ ทั้งการเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจริง การเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองเพิ่มเติม การเรียนรู้จากเพื่อน จากการเรียนรู้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมกิจกรรมระหว่างกัน เพื่อสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความเชื่อในแบบเดียวกัน และรูปแบบการเรียนรู้จากการลงมือทำ และสุดท้ายคือ การมี <strong>Partner</strong> ที่มีเป้าหมายและแพสชั่นในเรื่องเดียวกันมาร่วมมือกัน</p>
<p><strong>5 Changes</strong> : เคล็ดลับในการเปลี่ยนทัศนคติที่มองว่าการศึกษาน่าเบื่อเพื่อให้คนอยากเรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น มีแนวทางปรับเปลี่ยน​ต่างๆ ประกอบด้วย การเปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย (<strong>Change Hard to Easy</strong>) การเปลี่ยนเรื่องน่าเบื่อให้เป็นเรื่องสนุก (<strong>Change Boring to Fun</strong>) การเปลี่ยนจากเนื้อหาสาระอย่างเดียว มาเป็นสาระบันเทิง (<strong>Change Education to Edutainment</strong>) เปลี่ยนการเข้าถึงแบบเฉพาะกลุ่ม มาเป็นการเปิดกว้างให้โอกาสสำหรับทุกคน (<strong>Change Exclusive to Inclusive</strong>)  และการเปลี่ยนจากเรื่องของทฤษฎี มาเป็นความเชื่อมั่นในแบบเดียวกันว่าจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ (<strong>Change Theory to Tribe</strong>)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13409 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/UNU2.jpg" alt="" width="1200" height="611" /></p>
<p>“สำหรับหลักสูตรเบื้องต้นที่มีอยู่ในคอร์สเป็นการเติม Soft Skill เพื่อให้ชีวิตประสบความสำเร็จทุกด้าน จำนวน 5 หลักสูตร ได้แก่ <strong>Growth Mindset</strong> ที่เน้นการฝึกคิดนอกกรอบ มองปัญหาเป็นโอกาส <strong>Outward Mindset</strong> การเปิดใจรับฟังและเข้าใจคนรอบข้างมากขึ้น <strong>The Four Houses of DISC</strong> เพื่อเข้าใจพื้นฐานคนแต่ละประเภท และสามารถอยู่ร่วมกันได้ <strong>Emotional Intelligence</strong> วิธีการจัดการทางด้านอารมณ์ เพื่อพัฒนาทักษะในการเข้าสังคม และ <strong>Self-Leadership </strong>การปลุกภาวะผู้นำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าจะสามารถเติบโตได้แบบ 10X ผ่านการขยายฐานผู้เรียนรายใหม่จากปัจจุบันทีมีกว่า 5 หมื่นคน เป็น 5 แสนคนภายในปี 2025 โดยในช่วงแนะนำได้มอบโปรโมชั่นคอร์สราคาพิเศษ เพียงวิชาละ 999 บาท สามารถเลือกเรียนได้ทั้งออนไลน์ หรือเข้ามาเรียนแบบ On-site ซึ่งสามารถรับข้อเสนอได้ตั้งแต่ 10-31 ส.ค.2565 นี้ ”</p>
<p>การเพิ่ม YourNextU by SEAC เข้ามาเหมือนกับการขยายตลาดไปหากลุ่มเป้าหมายใหม่เพิ่มเติม ​หากเปรียบกับธุรกิจอาหาร ​ฟากของ SEAC จะเน้นการเสิร์ฟอาหารแบบอะลาคาร์ทสำหรับกลุ่มตลาดพรีเมียม เสิร์ฟโดย Chef&#8217;s Table ที่จะเป็นผู้คัดสรรหลักสูตรแบบ Customize ให้เหมาะกับแต่ละเฉพาะองค์กรนั้นๆ ขณะที่ฟากของ YourNextU  จะเป็นเหมือนกับการมีเมนูอาหารยอดนิยมที่ปรุงสำเร็จไว้บนเชลฟ์พร้อมเสิร์ฟ สำหรับให้ลูกค้ามาเลือกกินในสิ่งที่ตัวเองสนใจหรือชื่นชอบ ทำให้แนวทางของ SEAC ในครั้งนี้ สามารถ​ขยายกลุ่มเป้าหมายให้สามารถเข้าถึงคนไทยได้แบบวงกว้าง โดยมีเป้าหมายที่กลุ่มคนทำงาน และคนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไป รวมไปถึงการขยายไปสู่กลุ่มเด็กๆ หรือคนทุกช่วงวัยที่อยากเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ เพิ่มเติมได้จากพื้นที่แห่งนี้ ​เป็นการทำลายกรอบของรูปแบบการศึกษาเดิมๆ  และเชื่อว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยากพัฒนาตัวเองสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียมกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-13410 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/08/UNU5.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/08/yournextu-by-seac-school-of-life/">YourNextU by SEAC กับการปรุงรสธุรกิจการศึกษาไทยให้อร่อยและเข้าถึงผู้เรียน เสิร์ฟ 5 Soft Skill ตอบโจทย์ Edu trend </a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถึงเวลาสินค้าเกษตรต้อง &#8216;น้อยแต่มาก&#8217; กรุงไทยหนุนรุกตลาด Biochemical เพิ่มมูลค่าได้ 18-188 เท่า​</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/07/biochemical-the-most-value-added-for-agriculture/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Jul 2022 08:45:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Biochemical]]></category>
		<category><![CDATA[Krungthai COMPASS]]></category>
		<category><![CDATA[Mega trend]]></category>
		<category><![CDATA[Value Added]]></category>
		<category><![CDATA[กฤชนนท์ จินดาวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้าเกษตร]]></category>
		<category><![CDATA[อภินันทร์ สู่ประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เทรนด์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12796</guid>

					<description><![CDATA[<p>ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบด้านแหล่งวัตถุดิบสินค้าเกษตร ในฐานะผู้ผลิตปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง อันดับที่  3  5 และ 7 ของโลก ตามลำดับ แต่กลับต่อยอดสินค้าให้มีมูลค่าสูงได้ ไม่หลากหลาย​ เข้าข่าย &#8216;ทำมากได้น้อย&#8217; ส่งผลให้ทั้งประเทศและเกษตรกรไทยจึงมีรายได้น้อยมาเป็นเวลานาน ขณะที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพใน กลุ่ม Biochemical มีแนวโน้มเติบโต และจะกลายเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มในระดับสูงให้แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ BCG Economy ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตลาด Biochemical ของโลก คาดว่าจะมีมูลค่า 78,830 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2028  เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.1% ส่วนมูลค่าตลาด Biochemical ในไทย คาดว่าจะมีมูลค่า 3,769 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 120,000 ล้านบาท ในปี 2028 คิดเป็นอัตราเติบโตที่ปีละ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/biochemical-the-most-value-added-for-agriculture/">ถึงเวลาสินค้าเกษตรต้อง &#8216;น้อยแต่มาก&#8217; กรุงไทยหนุนรุกตลาด Biochemical เพิ่มมูลค่าได้ 18-188 เท่า​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบด้านแหล่งวัตถุดิบสินค้าเกษตร ในฐานะผู้ผลิตปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง อันดับที่  3  5 และ 7 ของโลก ตามลำดับ แต่กลับต่อยอดสินค้าให้มีมูลค่าสูงได้ ไม่หลากหลาย​ เข้าข่าย &#8216;ทำมากได้น้อย&#8217; ส่งผลให้ทั้งประเทศและเกษตรกรไทยจึงมีรายได้น้อยมาเป็นเวลานาน</p>
<p><span id="more-12796"></span></p>
<p>ขณะที่ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ ที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ทำให้เทรนด์การใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพใน กลุ่ม Biochemical มีแนวโน้มเติบโต และจะกลายเป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มในระดับสูงให้แก่ผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ BCG Economy</p>
<p><strong>ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ</strong> ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตลาด Biochemical ของโลก คาดว่าจะมีมูลค่า 78,830 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2028  เติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 9.1% ส่วนมูลค่าตลาด Biochemical ในไทย คาดว่าจะมีมูลค่า 3,769 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 120,000 ล้านบาท ในปี 2028 คิดเป็นอัตราเติบโตที่ปีละ 14.2% ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตมากกว่าตลาดโลก ​โดยมีปัจจัยหนุนการเติบโตจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคสินค้าที่ใส่ใจต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ Biochemical Technology คือ การพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร ในการผลิตสารเคมีและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง โดยนำวัตถุดิบทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มาพัฒนาให้เป็นสารเคมี และผลิตภัณฑ์เคมี ที่สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม อาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องสำอาง เป็นต้น</p>
<p><em>&#8220;กลุ่ม Biochemical เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรมากที่สุด แทนการขายเป็นสินค้าเกษตรทั่วไป (Commodity) แต่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม และยังมีราคาผันผวน เมื่อเทียบกับปริมาณซัพพลายที่ต้องบริโภค​ แม้หลายปีที่ผ่านมาเริ่มมีการนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ​ หรือบรรจุภัณฑ์ชีวภาพมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีพลังงานทางเลือกอื่นมากขึ้นเช่นกัน​​ ส่วนของบรรจุภัณฑ์ชีวภาพก็สามารถใช้วัตถุดิบอื่นที่มีราคาต่ำกว่าได้ อาทิ ขยะอินทรีย์ หรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร​​​ ดังนั้น การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นสินค้า Biochemical น่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และเมื่อเทียบกับปริมาณวัตถุดิบที่ใช้กับมูลค่าเพิ่มที่ได้ ถือว่าเป็นการใช้ปริมาณน้อยกว่าแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าได้อย่างสูงสุด โดยประเมินว่าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทยได้ราว 18-188 เท่า มากกว่าการนำไปแปรรูปแบบเดิมๆ อย่างที่ผ่านมา&#8221;   ​</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12798 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/Compass-Biochem1.jpg" alt="" width="1200" height="678" /></p>
<p>ส่วนความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหารในอนาคต จะส่งผลต่อ Supply ในการนำวัตถุดิบทางการเกษตรไปรองรับกลุ่ม Biochemical หรือมไม่นั้น หากประเมินจากมูลค่าตลาด Biochemical ในปี 2028 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 125,523 ล้านบาท แต่ใช้วัตถุดิบสินค้าเกษตรในสัดส่วนไม่เกิน 5% ของผลผลิตรวมของสินค้าแต่ละชนิด ดังนั้น จึงไม่น่ากังวลว่าวัตถุดิบจะไม่เพียงพอต่อการผลิต ​ประกอบกับผู้ประกอบการด้าน Biochemical ยังน้อยอยู่มาก โดยที่ผ่านมามีผู้ประกอบการเพียง 1.7% ของผู้ประกอบการในกลุ่มโรงงาน​น้ำตาล มันสำปะหลัง​ และโรงงานน้ามันปาล์ม หรือเท่ากับมีผู้ประกอบการเฉลี่ยอยู่ราวอุตสาหกรรมละ 1 รายเท่านั้น</p>
<p><strong>นายอภินันทร์ สู่ประเสริฐ</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS  กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ Biochemical ที่คาดว่าจะเติบโตดี ได้แก่ สารที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น สารให้ความหวาน สารที่เพิ่มโภชนาการในอาหารหรือสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย รวมถึงสารที่ใช้เป็นส่วนประกอบของยาและเครื่องสำอาง รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์  โดยหากไทยมีการลงทุนต่อยอดไปในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้มากขึ้น นอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทยแล้ว ยังช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ไทยต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้สูงกว่า 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือกว่า 47,000 ล้านบาท</p>
<p>“ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรที่น่าจะมองหาโอกาสในการเข้าสู่ตลาดนี้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถต่อยอดได้จากธุรกิจเดิม โดยมีประสบการณ์และวัตถุดิบรองรับอยู่แล้ว การต่อยอดไปสู่ตลาด Biochemical จึงไม่ใช่เรื่องยาก จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับเอสเอ็มอีไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-12799 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/07/BioChem2.jpg" alt="" width="1200" height="680" /></p>
<p><strong>นายกฤชนนท์ จินดาวงศ์</strong> นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS แนะนำว่า จากการที่ผลิตภัณฑ์ Biochemical ส่วนใหญ่ยังเป็นการผลิตที่ต้องมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเข้มข้น ดังนั้น ปัจจัยที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต Biochemical ได้ คือภาครัฐจะต้องมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุน อีกทั้งการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตสินค้าเกษตรอยู่แล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญเรื่องแหล่งวัตถุดิบที่เพียงพอ เพราะต้นทุนหลักของธุรกิจนี้มาจากวัตถุดิบเป็นหลัก รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกันทั้ง Ecosystem ไม่ว่าจะด้านหน่วยงานวิจัยและให้คำปรึกษาของภาครัฐหรือสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพถูกนำไปใช้ให้หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/07/biochemical-the-most-value-added-for-agriculture/">ถึงเวลาสินค้าเกษตรต้อง &#8216;น้อยแต่มาก&#8217; กรุงไทยหนุนรุกตลาด Biochemical เพิ่มมูลค่าได้ 18-188 เท่า​</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
