<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Refill &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/refill/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Sat, 18 Apr 2026 13:54:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.5</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Refill &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 18 Apr 2026 13:54:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[B2B]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[decarbonization]]></category>
		<category><![CDATA[Environmental]]></category>
		<category><![CDATA[Mineral Preserved Water]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Rynn]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainovation]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำดื่ม]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแร่]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นาโนว่า จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บุญญเดช มิตรอุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบกรองน้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบผลิตน้ำแร่ On-site]]></category>
		<category><![CDATA[ริน]]></category>
		<category><![CDATA[อนุสร โลหะพันธกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41255</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำมากว่า 20 ปี รวมทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&#38;B) กว่า 10 ปี บริษัท นาโนว่า จำกัด  จึงได้ต่อยอดทั้งความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ สร้างโอกาสจากช่องว่าง และ Painpoint ที่มองเห็นในธุรกิจ F&#38;B สู่การพัฒนา &#8216;น้ำแร่ริน&#8217; (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่แบบ​ On-site รายแรกในประเทศไทย ซึ่งสามารถผลิตได้ทั้งน้ำเแร่เย็นและน้ำแร่อุณหภูมิห้อง รวมถึงน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง เพื่อนำร่องทำตลาดกลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยใน 3 ปีแรกของธุรกิจ สามารถเจาะตลาดทั้งร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล ได้รวมกว่า 300 ราย พร้อมเดินหน้าขยายลูกค้าใหม่เพิ่มเติมในปีนี้​รวม 200 ราย คุณอนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ผู้ให้บริการระบบและทำตลาดน้ำแร่ &#8216;ริน&#8217; (Rynn) ซึ่งเป็นระบบผลิตน้ำแร่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/">ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากประสบการณ์ทั้งในอุตสาหกรรมการบำบัดน้ำมากว่า 20 ปี รวมทั้งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&amp;B) กว่า 10 ปี บริษัท นาโนว่า จำกัด  จึงได้ต่อยอดทั้งความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจที่มีอยู่ สร้างโอกาสจากช่องว่าง และ Painpoint ที่มองเห็นในธุรกิจ F&amp;B</p>
<p><span id="more-41255"></span></p>
<p>สู่การพัฒนา &#8216;<strong>น้ำแร่ริน&#8217; (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่แบบ​ On-site รายแรกในประเทศไทย</strong> ซึ่งสามารถผลิตได้ทั้งน้ำเแร่เย็นและน้ำแร่อุณหภูมิห้อง รวมถึงน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง เพื่อนำร่องทำตลาดกลุ่มธุรกิจ (B2B) โดยใน 3 ปีแรกของธุรกิจ สามารถเจาะตลาดทั้งร้านอาหาร โรงแรม และโรงพยาบาล ได้รวมกว่า 300 ราย พร้อมเดินหน้าขยายลูกค้าใหม่เพิ่มเติมในปีนี้​รวม 200 ราย</p>
<figure id="attachment_41261" aria-describedby="caption-attachment-41261" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="wp-image-41261 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/1.jpg" alt="" width="1200" height="798" /><figcaption id="caption-attachment-41261" class="wp-caption-text">คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง (ซ้าย) และ คุณอนุสร โลหะพันธกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ขวา) บริษัท นาโนว่า จำกัด</figcaption></figure>
<p><strong>คุณอนุสร โลหะพันธกิจ</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ <strong>คุณบุญญเดช มิตรอุปถัมภ์</strong> ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท นาโนว่า จำกัด ผู้ให้บริการระบบและทำตลาดน้ำแร่ <strong>&#8216;ริน&#8217; (Rynn)</strong> ซึ่งเป็นระบบผลิตน้ำแร่ ณ จุดจำหน่าย (On-site) รายแรกของประเทศไทย เปิดเผยร่วมกันถึงแนวทาง​การทำตลาดของรินว่า ​มาจากความต้องการให้ธุรกิจที่พัฒนาขึ้นสามารถสร้างอิมแพ็ค​ใน 2 มิติสำคัญ ทั้ง​เรื่องสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพของผู้บริโภค ผ่านการเข้าไปมีส่วนช่วยบริหารจัดการระบบน้ำดื่มภายในธุรกิจต่างๆ</p>
<p>โดยมิติสิ่งแวดล้อม ​ด้วยการบุกเบิกโมเดล​ Refill ​ในตลาดน้ำแร่ B2B เพื่อมีส่วนช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกภายในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณขวดน้ำดื่มพลาสติกไม่ต่ำกว่า 6,000 ขวดต่อ​​เดือนภายในร้านอาหารหนึ่งแห่ง หรือในแต่ละปีจะมีปริมาณขยะขวดพลาสติกเกิดขึ้นภายใน​อุตสาหกรรม​เป็นปริมาณหลายตัน ขณะที่​ระบบ​บริหารจัดการขยะพลาสติกหลังการบริโภค เพื่อนำกลับสู่กระบวนการรีไซเคิลทั้งในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก​ยังดำเนินการได้ในสัดส่วนที่น้อยมาก ​การมีระบบที่ช่วย​ลดปริมาณขยะได้ตั้งแต่ต้นทางจึงสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า รวมทั้งยังมีผลกระทบจากปริมาณ​​คาร์บอนฟุตพรินท์ที่เกิดจากกระบวนการขนส่งน้ำจากโรงงานผลิตมาส่งให้ร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ปลายทาง ดังนั้น หากมีระบบที่สามารถผลิตน้ำจากแหล่งจำหน่ายได้จะสามารถช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งจากปริมาณขยะพลาสติก และการปล่อยคาร์บอนฟุตพรินท์ลงได้มากขึ้น</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41262 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/2-1.jpg" alt="" width="450" height="600" /></p>
<p>“<em>Rynn ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Don’t Recycle, Refill โดยมุ่งลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เปลี่ยนมาเป็นการผลิตน้ำดื่มแร่ On-site และใช้ขวดแก้วที่สามารถล้างและนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ผ่านความร่วมมือกับโอเชียนกลาสในการพัฒนาขวดที่ใช้เนื้อแก้วในกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด พร้อมออกแบบปากขวดให้กว้างขึ้นเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่าย และใช้พลังงานในการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะจากพลาสติก รวมถึงลดภาระในกระบวนการรีไซเคิลที่ยังมีข้อจำกัดในทางปฏิบัติ&#8221;</em></p>
<p>มากไปกว่านั้น จากข้อมูลกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2563) ระบุว่าน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 600 มิลลิลิตร 1 ขวด มีการปล่อยคาร์บอนประมาณ 80-150 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แม้ปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยจะไม่สูง แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณการบริโภคในระดับธุรกิจ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสามารถสะสมจนกลายเป็น Carbon Footprint ในระดับที่ไม่อาจมองข้าม โดยระบบของ Rynn เข้ามาช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งน้ำดื่มบรรจุขวด จากโรงงานมายังจุดใช้งาน สอดคล้องกับแนวทาง <strong>Zero Transportation, Zero Waste และ Zero Virus &amp; Zero Bacteria</strong> ที่บริษัทใช้เป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-41264 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/4-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ส่วนมิติสุขภาพ น้ำดื่มที่ได้จากระบบการผลิตของรินจะเป็นนำ้แร่ ​จะดีต่อสุขภาพผู้บริโภคมากกว่า เนื่องจากการใช้ระบบกรองน้ำด้วยนาโนเทคโนโลยี ซึ่งไม่ได้กรองแร่ธาตุจากน้ำต้นทางออก ต่างจากระบบกรองทั่วไปที่ใช้ระบบ RO ทำให้​แร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่อยู่ภายในน้ำต้นทางถูกกรองออกไปทั้งหมด โดยน้ำรินถือเป็นรายเดียวที่ใช้ระบบการกรองแบบนาโนฟิลเตอร์ ที่สามารถรักษาแร่ธาตุสำคัญภายในน้ำไว้ได้ รวมทั้งการให้บริการที่ครบทั้งอีโคซิสเต็ม ตั้งแต่​การติดตั้ง การเช็คคุณภาพน้ำและ​การบริการบำรุงรักษาแบบรายเดือน  พร้อมทั้งการเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด เพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำดื่มให้เป็นไป​ตามมาตรฐาน​อยู่เสมอ​</p>
<p>การผลิตน้ำแร่ของริน​ ผลิตด้วยระบบ<strong> Mineral Preserved Water</strong> จึงยังคงคุณค่าของแร่ธาตุที่มีตามธรรมชาติ ​ควบคู่​กับการควบคุมมาตรฐาน ด้านความสะอาดและความปลอดภัย โดยสามารถกรองเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และสารอินทรีย์ที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดย​คงแร่ธาตุธรรมชาติไว้ได้ประมาณ 80% รวมทั้งมีการออกแบบให้รองรับความแตกต่างของระบบน้ำประปาในบางพื้นที่ เช่น ปัญหาคลอรีนตกค้างจากถังพักน้ำ หรือสถานการณ์น้ำเค็มหนุนในบางช่วงเวลา เพื่อเพิ่มความมั่นใจในมาตรฐานน้ำดื่ม ลดความเสี่ยงจากคุณภาพของน้ำที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้​ได้น้ำแร่ที่​คุณภาพสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในธุรกิจบริการ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำดื่ม รวมทั้งยังมีระบบผลิตน้ำสปาร์คกลิ้ง รองรับการใช้งานในร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายของเมนูเครื่องดื่มได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41266 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/5.jpg" alt="" width="403" height="600" /></p>
<p>สำหรับ​โมเดลการให้บริการของรินนั้น ประกอบด้วย 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบบผลิตน้ำได้ 120 ลิตรต่อชั่วโมง​ ในอัตราค่าบริการเดือนละ 15,000 บาท ระบบผลิต 60 ลิตรต่อชั่วโมง ราคาเดือนละ 10,000 บาท และระบบผลิต 30 ลิตรต่อชั่วโมงราคา 8,000 บาท ซึ่งทุกโมเดลจะสามารถผลิตได้ทั้งน้ำแร่อุณหภูมิห้อง น้ำเย็น รวมทั้งน้ำแร่อัดก๊าซ หรือสปาร์คกลิ้ง​ รวมทั้งยังมีขวดแก้วสำหรับบรรจุน้ำเพื่อเสิร์ฟให้ลูกค้ารวม 60 ขวด ซึ่งธุรกิจที่ต้องการขวดเพิ่ม​ก็สามารถสั่งซื้อขวดเพิ่มเติมได้</p>
<p>โดยปัจจุบันลูกค้าราว 60-70% เลือกใช้โมเดล 120 ลิตร ​จากจำนวน​ลูกค้าปัจจุบันที่มีรวม 300 ราย ทั้งใน กทม. เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนใหญ่ราว 80% เป็นกลุ่มร้านอาหาร ตามมาด้วยกลุ่มโรงแรม 15% และกลุ่มโรงพยาบาล 5% ​โดยในปีนี้ ตั้งเป้าขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ตลาดองค์กร หรือบริษัทที่มีน้ำดื่มไว้บริการพนักงาน​ภายในองค์กร โดยตั้งเป้ามีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 200 ราย รวมเป็น 500 ราย พร้อมทั้งยังมีแผนขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่กลุ่มบ้านอยู่อาศัย เพื่อเข้าไปทดแทน​ระบบเครื่องกรองน้ำภายในบ้านแบบเดิมๆ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มทำตลาดได้ภายในปีหน้า</p>
<p><em>&#8220;นอกจากอิมแพ็คสำคัญทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพแล้ว รินยังตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายในเชิงความคุ้มค่าทางธุรกิจ เพราะหากเทียบค่าบริการในแต่ละเดือนจะมีความคุ้มค่ามากกว่า​การซื้อน้ำดื่มแบบขวดเพื่อให้บริการลูกค้า โดยเฉพาะร้านอาหารทั่วไปที่จำหน่ายน้ำดื่มแบบขวดที่ราว 100 ขวดต่อวัน ซึ่งต้นทุนอยู่ที่ราว 4-5 บาทต่อขวด ขณะที่น้ำรินที่เสิร์ฟให้ลูกค้าเป็นน้ำแร่ หรือเป็นสปาร์คกลิ้ง ซึ่งเมื่อต้นทุนต่อขวดต่ำกว่าทางร้านก็สามารถจำหน่ายน้ำแร่ หรือสปาร์คกลิ้งให้ลูกค้าในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น เพิ่มความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังลดภาระเรื่องพื้นที่สำหรับจัดเก็บสต๊อกน้ำดื่ม หรือพื้นที่ในตู้เย็นเพื่อนำไปแช่สินค้าประเภทอื่นได้เพิ่มขึ้น รวมไปถึงพื้นที่สำหรับจัดการขยะ​ขวดพลาสติกที่ช่วยให้ทางร้านสามารถลดภาระในเรื่องเหล่านี้​ออกไปได้ทั้งหมด&#8221;   </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41263 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/3-1.jpg" alt="" width="1200" height="799" /></p>
<p>นอกจากนี้  เพื่อตอกย้ำแนวคิด Sustainovation น้ำแร่ริน ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ เพื่อให้ลูกค้าสามารถคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพรินท์ที่ลดลงภายในธุรกิจ จากการเปลี่ยนมาใช้ระบบผลิตน้ำของริน โดยจะทำการติดตั้งมิเตอร์ภายในเครื่องผลิตน้ำแร่ เพื่อทราบปริมาณน้ำที่นำมาใช้ผลิตได้แบบ Real time และสามารถนำข้อมูลที่เก็บได้มาคำนวณกลับเป็นปริมาณ​คาร์บอนที่ลดลงภายใน​ธุรกิจ เมื่อเทียบกับการใช้น้ำบรรจุขวดแบบเดิมลงได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>โครงการนี้ ทางรินได้​รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในการพัฒนาโครงการ Carbon Credit เพื่อสร้างระบบการวัดผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเทียบจากปริมาณน้ำดื่มบรรจุขวดขนาด 500 มล.​ เพื่อเป็นเกณฑ์​สำหรับการคำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงได้  โดย 1 ขวด (ปริมาณน้ำ  500 มล.) จะสามารถลดคาร์บอนประมาณ 0.1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือหากลดได้ 10,000 ขวด (ปริมาณน้ำ 5,000,000 มล.) จะเทียบเท่า 1 ตันคาร์บอนได้ออกไซด์เทียบเท่า</p>
<p>การพัฒนาฟังก์ชันดังกล่าว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจที่มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนสู่ Net Zero ซึ่งสามารถนำปริมาณน้ำที่ใช้ผ่านระบบไปคำนวณ Positive Impact ในรายงานความยั่งยืน ทั้งปริมาณพลาสติกที่ลดลง การลดคาร์บอนฟุตพรินท์ขององค์กร หรือเทียบเป็นปริมาณการดูดซับคาร์บอนของต้นไม้ได้  ซึ่งทางรินได้นำร่องพัฒนาแดชบอร์ดส่วนกลางเพื่อรองรับข้อมูลรายงานปริมาณการใช้น้ำของบริษัทไว้แล้ว และจะเริ่มทยอยติดตั้งมิเตอร์เพื่อวัดปริมาณน้ำให้ลูกค้าแต่ละราย ภายในปีนี้  เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าที่ต้องการข้อมูล เพื่อ​นำ​ไปต่อยอด​สำหรับการจัดทำรายงานความยั่งยืน หรือประเมินผลกระทบเชิงบวกที่แต่ละบริษัทสามารถขับเคลื่อนได้ต่อไป</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41260 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/04/RYN-Lifestyle-.jpg" alt="" width="1200" height="871" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/04/rynn-sustainovation-mineral-preserved-water/">ริน (Rynn) ระบบผลิตน้ำแร่ On-site รายแรกของไทย ชู Sustainovation รุกโมเดลรีฟิลน้ำดื่ม B2B เพิ่มอิมแพ็คธุรกิจ ​ดีทั้งสิ่งแวดล้อมพร้อมดูแลสุขภาพ</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นีโอ คอร์ปอเรท ลด Virgin Plastic 22% เร็วกว่าเป้าหมาย เดินหน้าขยายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อเนื่อง ​ผ่านแนวคิด &#8216;4 Re + 1 Up&#8217;</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2025/07/neo-corporate-achieve-virgin-plastic-reduction/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Jul 2025 10:16:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[4 Re + 1 Up]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Neutral]]></category>
		<category><![CDATA[ESG]]></category>
		<category><![CDATA[FMCG]]></category>
		<category><![CDATA[Innovation from Core to Care]]></category>
		<category><![CDATA[NEO]]></category>
		<category><![CDATA[NEO Care]]></category>
		<category><![CDATA[NEO CARE COMMUNITY]]></category>
		<category><![CDATA[Neo Corporate]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Reduce]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[SustainNEOvation]]></category>
		<category><![CDATA[Upcycle]]></category>
		<category><![CDATA[กัสมา ธรฤทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[นีโอคอร์ปอเรท]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นกลางทางคาร์บอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=35032</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการลดปริมาณการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Plastic) ได้ถึง 22% จากเป้าหมายที่วางไว้ 20% ภายในปี 2568 เร็วกว่ากำหนด ถึง 6 เดือน เทียบเท่าลดขยะขวดน้ำพลาสติกเกือบ 85 ล้านขวด สะท้อน​ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่​​กับการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน และเดินหน้าก้าวสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2593 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้า FMCG ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง คุณกัสมา ธรฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​NEO ประสบความสำเร็จในการลดใช้ปริมาณ Virgin Plastic ลงได้แล้ว 22% (ยอดสะสม​ปี 2563 &#8211; 2568) ซึ่งถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 20% ภายในปี 2568 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/neo-corporate-achieve-virgin-plastic-reduction/">นีโอ คอร์ปอเรท ลด Virgin Plastic 22% เร็วกว่าเป้าหมาย เดินหน้าขยายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อเนื่อง ​ผ่านแนวคิด &#8216;4 Re + 1 Up&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ </strong><strong>NEO</strong> ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการลดปริมาณการใช้พลาสติกบริสุทธิ์ (Virgin Plastic) ได้ถึง 22% จากเป้าหมายที่วางไว้ 20% ภายในปี 2568 เร็วกว่ากำหนด ถึง 6 เดือน เทียบเท่าลดขยะขวดน้ำพลาสติกเกือบ 85 ล้านขวด</p>
<p><span id="more-35032"></span></p>
<p>สะท้อน​ความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่​​กับการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน และเดินหน้าก้าวสู่เป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2593 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้า FMCG ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง</p>
<p><strong>คุณกัสมา ธรฤทธิ์</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาบรรจุภัณฑ์และพัฒนาองค์กรเพื่อความยั่งยืน บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ​NEO ประสบความสำเร็จในการลดใช้ปริมาณ Virgin Plastic ลงได้แล้ว 22% (ยอดสะสม​ปี 2563 &#8211; 2568) ซึ่งถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 20% ภายในปี 2568 โดยทำได้เร็วกว่าเป้าหมาย 6 เดือน นับเป็นความสำเร็จจากความทุ่มเทของทุกฝ่ายในองค์กร ที่ร่วมกันผลักดันสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35033 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/1-Khun-Kasma-Torrarit-TH.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>ทั้งนี้ ปัจจัย​สำคัญที่ช่วยลดการใช้ Virgin Plastic ได้เร็วกว่ากำหนด คือการเปลี่ยนมาใช้พลาสติกรีไซเคิลประเภท <strong>rHDPE (Recycled High-Density Polyethylene)</strong>  ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับพลาสติกบริสุทธิ์ ทั้งในด้านความทนทานและประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดปริมาณขยะพลาสติก และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ ​จากกระบวนการผลิตของ rHDPE ที่ใช้พลังงานน้อยกว่าพลาสติกใหม่</p>
<p>&#8220;เราเชื่อมั่นเสมอว่าการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนคือหัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวองค์กร แต่เพื่อผู้บริโภคและโลกของเรา ​<em>โดยเราใช้เวลา​กว่า 5 ปี ในการศึกษาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์โครงสร้างบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อการใช้วัสดุได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และ​เหมาะสมกับสายการผลิต ต้นทุน ​รวมทั้งทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด ความสามารถในการปรับตัวของทีมงาน รวมถึงการเกาะติดแนวโน้มตลาดและเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นสิ่งที่ทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้เร็วกว่าที่คาดไว้”​</em> คุณกัสมา กล่าวเสริม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35034 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/6-กระบวนการลดการใช้-virgin-plastic.jpg" alt="" width="1200" height="848" /></p>
<p>นับตั้งแต่ปี 2563 ถึงไตรมาส 2 ปี 2568 NEO ลดการใช้ Virgin Plastic ได้รวมทั้งสิ้น 1,698 ตัน เทียบเท่าการนำขวดน้ำพลาสติกขนาด 600 มิลลิลิตร ออกจากระบบได้มากถึง <strong>84.</strong><strong>9 </strong><strong>ล้านขวด</strong> คิดเป็นระยะทางยาว​ 16,980 กิโลเมตร ช่วยสร้าง​ผลกระทบเชิงบวก​ต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมา NEO ได้เริ่มต้นความสำเร็จด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล 100% กับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์<strong> BeNice</strong> หลายรายการ และมีแผนขยายไปยังแบรนด์<strong> D-nee </strong>และ<strong> Vivite</strong> ต่อไป</p>
<p>โดยในระยะยาว NEO มุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า แข็งแรง ลดของเสียในกระบวนการผลิตและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงนำเทคโนโลยี <strong>Bi-injection</strong> มาใช้กับฝาบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดการใช้สีและเพิ่มประสิทธิภาพการรีไซเคิลให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังเดินหน้าเพื่อบรรลุ​เป้าหมายยกเลิกการใช้ PVC ในบรรจุภัณฑ์ภายในปี 2568 โดยขณะนี้สามารถยกเลิกใช้ PVC ในฝาขวด สเปรย์ และปั๊มได้แล้วถึง 86% ฉลากสินค้า 57% และบรรจุภัณฑ์รวมหน่วย 11% ตามลำดับ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35035 size-large" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/5-NEO-care-on-Packaging-1024x724.jpg" alt="" width="1024" height="724" /></p>
<p>นอกจากนี้ NEO ยังตอกย้ำจุดยืนด้านความยั่งยืนผ่านฉลาก <strong>NEO Care </strong>บนบรรจุภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด &#8216;<strong>Innovation from Core to Care – </strong><strong>คิดดีเพื่อโลก นวัตกรรมดีเพื่อคุณ&#8217;​</strong> ควบคู่กับการปรับมุมมองการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยหลักคิด &#8216;<strong>4 Re + 1 Up&#8217;</strong> ซึ่งเน้นการใช้ผลิตภัณฑ์แบบเติม (Refill), การลดการใช้ทรัพยากร (Reduce), การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse), การรีไซเคิล (Recycle) และการเพิ่มมูลค่าให้วัสดุเหลือใช้ (Upcycle) พร้อมยังส่งต่อพลังแห่งความ Care  สู่สังคม ผ่านโครงการ &#8216;<strong>NEO CARE COMMUNITY พื้นที่เพื่อชุมชนยั่งยืน</strong>&#8216;  มุ่งเสริมศักยภาพและสร้างรายได้ให้คนในชุมชน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในทุกมิติ</p>
<p><em>“ทุกความสำเร็จในวันนี้ คือบทพิสูจน์ว่า </em><em>NEO </em><em>มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ทั้งต่ออุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค ด้วยพลังแห่งนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจแห่งความยั่งยืน ภายใต้วิถี </em><strong><em>sustainNEOvation </em></strong><em>และเป้าหมายใหญ่สู่ </em><em>Carbon Neutral </em><em>ปี </em><em>2593</em>” นางกัสมา กล่าวทิ้งท้าย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-35036" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2025/07/8-NEO-Green-Goal-logo.jpg" alt="" width="560" height="700" /></p>
<p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ <a href="https://www.neo-corporate.com/" target="_blank" rel="noopener">https://www.neo-corporate.com/</a> หรือเฟซบุ๊ก NEOCorporate</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2025/07/neo-corporate-achieve-virgin-plastic-reduction/">นีโอ คอร์ปอเรท ลด Virgin Plastic 22% เร็วกว่าเป้าหมาย เดินหน้าขยายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกต่อเนื่อง ​ผ่านแนวคิด &#8216;4 Re + 1 Up&#8217;</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Mar 2023 06:57:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Koko Krunch]]></category>
		<category><![CDATA[Milo]]></category>
		<category><![CDATA[Nestlé]]></category>
		<category><![CDATA[packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Qyos by Algramo]]></category>
		<category><![CDATA[Recycle]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Single Use]]></category>
		<category><![CDATA[Supply Chain]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะบรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ซัพพลายเชน]]></category>
		<category><![CDATA[พลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[ห่วงโซ่คุณค่า]]></category>
		<category><![CDATA[เนสท์เล่]]></category>
		<category><![CDATA[โกโก้ครันช์]]></category>
		<category><![CDATA[ใช้แล้วทิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ไมโล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=17725</guid>

					<description><![CDATA[<p>เนสท์เล่ ร่วมมือกับ Qyos by Algramo สตาร์ทอัพ​ในอินโดนีเซีย ได้นำร่องติดต้ังเครื่องจำหน่ายไมโลและโกโก้ครั้นช์แบบรีฟิล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งให้ลดลง ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งของเนสท์เล่และทางการอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถนำภาชนะมาเองหรือซื้อภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถ​เติมผลิตภัณฑ์ไมโลได้ครั้งละ 100 ก. – 1 กก. ส่วนโกโก้ครั้นช์เติมได้ครั้งละ 50 ก. – 350 ก. พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อทราบถึงส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์​ ​ซึ่งระบบรีฟิลได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของอินโดนีเซีย โดยยังคงความปลอดภัยและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ไว้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพเพื่อการบริโภค ​ สำหรับเครื่องดังกล่าวจะนำไปทดลองติดตั้งไว้ในร้านค้าปลีก 2 แห่ง ในอินโดนีเซีย ได้แก่ Naga Swalyan Simatupang ทางใต้ของจาการ์ตา และที่ตลาดเกษตรกร Summarecon Mall Serpong ใน Tangerang  เป็นระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ไปพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบรีฟิล เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลอง​ใช้ระบบรียูสและรีฟิลมากกว่า 20 ระบบใน 12 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/">เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เนสท์เล่</strong> ร่วมมือกับ <strong>Qyos by Algramo</strong> สตาร์ทอัพ​ในอินโดนีเซีย ได้นำร่องติดต้ังเครื่องจำหน่ายไมโลและโกโก้ครั้นช์แบบรีฟิล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งให้ลดลง ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งของเนสท์เล่และทางการอินโดนีเซีย</p>
<p><span id="more-17725"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถนำภาชนะมาเองหรือซื้อภาชนะที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถ​เติมผลิตภัณฑ์ไมโลได้ครั้งละ 100 ก. – 1 กก. ส่วนโกโก้ครั้นช์เติมได้ครั้งละ 50 ก. – 350 ก.</p>
<p>พร้อมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ผ่านคิวอาร์โค้ด เพื่อทราบถึงส่วนผสม คุณค่าทางโภชนาการ และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์​ ​ซึ่งระบบรีฟิลได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสมกับสภาพอากาศร้อนชื้นของอินโดนีเซีย โดยยังคงความปลอดภัยและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ไว้ เพื่อความมั่นใจในคุณภาพเพื่อการบริโภค ​</p>
<p>สำหรับเครื่องดังกล่าวจะนำไปทดลองติดตั้งไว้ในร้านค้าปลีก 2 แห่ง ในอินโดนีเซีย ได้แก่ Naga Swalyan Simatupang ทางใต้ของจาการ์ตา และที่ตลาดเกษตรกร Summarecon Mall Serpong ใน Tangerang  เป็นระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน เพื่อนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้ไปพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบรีฟิล เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้งได้ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน</p>
<p>โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลอง​ใช้ระบบรียูสและรีฟิลมากกว่า 20 ระบบใน 12 ประเทศจนถึงปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการปัญหาด้านขยะบรรจุภัณฑ์จากทั่วโลก โดยเฉพาะการร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อศึกษาวิจัยและหาโซลูชันใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><a href="https://changemakr.asia/nestle-partners-with-qyos-to-initiate-refill-vending-machine-study-to-achieve-packaging-sustainability-development-targets/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p><a href="https://www.packaging-gateway.com/news/nestle-indonesia-refillable-trial/" target="_blank" rel="noopener">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2023/03/nestle-and-qyos-study-refill-vending-machine-in-indonesia/">เนสท์เล่ จับมือ Qyos by Algramo นำร่องตู้รีฟิล &#8216;ไมโล -โกโก้ครันช์&#8217; ​ในอินโดนีเซีย เร่งพัฒนาการจัดการระบบพร้อมเพิ่มโซลูชันแก้ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้านค้าปลีกแบบรีฟิล โมเดลธุรกิจที่อาจจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ &#8216;เทรนด์&#8217; อีกต่อไป</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/06/refill-grocers-are-going-mainstream/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jun 2022 06:35:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[ASDA]]></category>
		<category><![CDATA[Bring Your Own Bag]]></category>
		<category><![CDATA[Bring Your Own Bottle]]></category>
		<category><![CDATA[BYOB]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[environment]]></category>
		<category><![CDATA[P&G]]></category>
		<category><![CDATA[plastic free]]></category>
		<category><![CDATA[Plastic Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Recycling]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Refill stores]]></category>
		<category><![CDATA[Retail]]></category>
		<category><![CDATA[single-use plastic]]></category>
		<category><![CDATA[Susan Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability Store]]></category>
		<category><![CDATA[Unilever]]></category>
		<category><![CDATA[Zero Waste]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจค้าปลีก]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจุภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าปลอดขยะ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=12480</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราอาจเคยได้ยินโมเดลร้านค้าปลีกแบบรีฟิล (Refill stores) มาบ้างแล้ว ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาในร้านต้องพกภาชนะมาเองเพื่อซื้อสินค้าเข้าบ้านไม่ว่าจะเป็นของกิน แชมพู สบู่ เป็นต้น เมื่อก่อนร้านค้าลักษณะนี้อาจถูกมองว่าเป็นเทรนด์ร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มลูกค้าหัวใจสีเขียวที่ต้องการลดการสร้างขยะเท่านั้น  แต่ในปัจจุบันร้านค้าลักษณะดังกล่าวคงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นเพียงแค่เทรนด์อีกต่อไป เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษอย่าง ASDA เริ่มเอาจริงเอาจังในการเปิดตัวและขยายสินค้าในเชนร้านค้าปลีกแบบรีฟิล เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้ารีฟิลได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ซีเรียลของ Kellog’s ไปจนถึงสบู่และแชมพู จากหลากหลายยี่ห้อ เช่น Unilever และ P&#38;G เป็นต้น Susan Thomas ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนด้านการพาณิชย์ของ ASDA กล่าวว่า “เราหวังว่าสินค้ากว่า 100 แบรนด์ รวมถึงสินค้าแบรนด์ของเราเอง จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและวิธีการง่ายๆ ​เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าหันมาลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการนำไปใช้ซ้ำ หรือการเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากที่บ้าน”  ร้านค้าปลอดขยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ การลดปริมาณการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับโลกใบนี้ ในขณะที่หลายคนยังคงพยายามรีไซเคิลพลาสติกเหล่านั้น แต่จากรายงานของ Greenpeace พบว่ารัฐบาลของสหราชอาณาจักรอ้างว่า ได้นำพลาสติกที่เกิดจากครัวเรือนประมาณ 50% เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่ขยะพลาสติกกว่าครึ่งกลับถูกส่งไปยังประเทศอื่น ซึ่งทำให้เราไม่สามารถรับรู้ว่าตัวเลขจริงๆ ของพลาสติกที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลนั้นมีปริมาณเท่าไหร่กันแน่ ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ปล่อยให้ขยะพลาสติกไปจบลงที่หลุมฝังกลบหรือในท้องทะเลได้นั้นก็คือ การไม่ใช้พลาสติกตั้งแต่แรกนั่นเอง ซึ่งเหตุผลข้อนี้จะเป็นจุดที่ร้านค้าปลีกแบบรีฟิลสามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/refill-grocers-are-going-mainstream/">ร้านค้าปลีกแบบรีฟิล โมเดลธุรกิจที่อาจจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ &#8216;เทรนด์&#8217; อีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เราอาจเคยได้ยินโมเดลร้านค้าปลีกแบบรีฟิล (Refill stores) มาบ้างแล้ว ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาในร้านต้องพกภาชนะมาเองเพื่อซื้อสินค้าเข้าบ้านไม่ว่าจะเป็นของกิน แชมพู สบู่ เป็นต้น เมื่อก่อนร้านค้าลักษณะนี้อาจถูกมองว่าเป็นเทรนด์ร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มลูกค้าหัวใจสีเขียวที่ต้องการลดการสร้างขยะเท่านั้น </span></p>
<p><span id="more-12480"></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ในปัจจุบันร้านค้าลักษณะดังกล่าวคงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นเพียงแค่เทรนด์อีกต่อไป เพราะซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษอย่าง ASDA เริ่มเอาจริงเอาจังในการเปิดตัวและขยายสินค้าในเชนร้านค้าปลีกแบบรีฟิล เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้ารีฟิลได้หลากหลายประเภท ตั้งแต่ซีเรียลของ Kellog’s ไปจนถึงสบู่และแชมพู จากหลากหลายยี่ห้อ เช่น Unilever และ P&amp;G เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>Susan Thomas</strong> ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนด้านการพาณิชย์ของ ASDA กล่าวว่า “เราหวังว่าสินค้ากว่า 100 แบรนด์ รวมถึงสินค้าแบรนด์ของเราเอง จะตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกและวิธีการง่ายๆ ​</span><span style="font-weight: 400;">เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้าหันมาลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสในการนำไปใช้ซ้ำ หรือการเก็บเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากที่บ้าน” </span></p>
<p><b>ร้านค้าปลอดขยะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การลดปริมาณการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง นับเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับโลกใบนี้ ในขณะที่หลายคนยังคงพยายามรีไซเคิลพลาสติกเหล่านั้น แต่จากรายงานของ Greenpeace พบว่ารัฐบาลของสหราชอาณาจักรอ้างว่า ได้นำพลาสติกที่เกิดจากครัวเรือนประมาณ 50% เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล แต่ขยะพลาสติกกว่าครึ่งกลับถูกส่งไปยังประเทศอื่น ซึ่งทำให้เราไม่สามารถรับรู้ว่าตัวเลขจริงๆ ของพลาสติกที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลนั้นมีปริมาณเท่าไหร่กันแน่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น หนทางที่ดีที่สุดที่จะไม่ปล่อยให้ขยะพลาสติกไปจบลงที่หลุมฝังกลบหรือในท้องทะเลได้นั้นก็คือ การ</span><b>ไม่ใช้</b><span style="font-weight: 400;">พลาสติกตั้งแต่แรกนั่นเอง ซึ่งเหตุผลข้อนี้จะเป็นจุดที่ร้านค้าปลีกแบบรีฟิลสามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหา เพื่อลดการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกจากในครัวเรือน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายร้านมีการสต๊อกสินค้าจากแบรนด์ต่างๆ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ยั่งยืนรวมถึงสินค้าพื้นเมืองต่างๆ ซึ่งช่วยลดการก่อคาร์บอนฟุ้ตพริ้นท์ได้ นอกจากนี้ การเลือกซื้อสินค้าอาหารในปริมาณที่ต้องการจริงๆก็ยังช่วยลดขยะอาหารและต้นทุนเชิงสิ่งแวดล้อมในการผลิตอาหารอีกด้วย </span></p>
<figure id="attachment_12481" aria-describedby="caption-attachment-12481" style="width: 1200px" class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-12481 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/06/refill-shop.jpg" alt="" width="1200" height="798" /><figcaption id="caption-attachment-12481" class="wp-caption-text">Credit : ASDA</figcaption></figure>
<p><b>ต้องเตรียมอะไรไปบ้างเมื่อเข้าร้านค้าปลีกแบบรีฟิล</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับการเข้าร้านค้าปลีกแบบรีฟิล ซึ่งเป็นร้านในรูปแบบ BYOB (Bring Your Own Bag/ Bring Your Own Bottle) เพราะว่าร้านไม่มีบรรจุภัณฑ์ให้ลูกค้า และนั่นก็เป็นหน้าที่ของลูกค้าที่ต้องเตรียมภาชนะสำหรับใส่สินค้าและถุงใส่สินค้ามาเองจากบ้าน โดยวิธีการซื้อสินค้าก็ง่ายๆ เพียงคุณชั่งน้ำหนักภาชนะก่อนใส่สินค้าลงไปแล้วติดฉลากน้ำหนักภาชนะ และนำไปชั่งอีกครั้งเมื่อพร้อมจะชำระเงิน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ร้านค้าปลีกแบบรีฟิลบางร้านอาจมีภาชนะขายให้ลูกค้า แต่นั่นก็อาจไม่ค่อยตรงกับจุดประสงค์ที่อยากให้ลูกค้านำภาชนะที่มีอยู่ที่บ้านมาใช้ซ้ำสักเท่าไหร่ ดังนั้น การนำภาชนะมาเองจากบ้านจึงเป็นวิธีปฏิบัติที่จะช่วยลดมลพิษจากพลาสติกได้เป็นอย่างดีนั่นเอง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับประเทศไทย เราอาจจะเห็นร้านค้าปลีกที่ใช้โมเดลดังกล่าวบ้างแล้ว ทั้งในกรุงเทพฯและบางจังหวัด แต่อาจยังไม่แพร่หลายเท่าในยุโรปและอเมริกา </span></p>
<p><a href="https://www.goodnet.org/articles/refill-grocers-are-going-mainstream" target="_blank" rel="noopener noreferrer">source</a></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/06/refill-grocers-are-going-mainstream/">ร้านค้าปลีกแบบรีฟิล โมเดลธุรกิจที่อาจจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ &#8216;เทรนด์&#8217; อีกต่อไป</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เต่าเหยียบโลก รักษ์โลกด้วย เปิดตัว &#8220;เต่ารีฟิล&#8221;​ ปรับแพกเกจ​ตอบโจทย์ใช้ซ้ำ ลดใช้พลาสติกลง​ 80%</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2022/05/taoyeablok-goal-eco-friendly-launched-refill-packaging/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 May 2022 03:34:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Eco Packaging]]></category>
		<category><![CDATA[Eco-Friendly]]></category>
		<category><![CDATA[Refill]]></category>
		<category><![CDATA[Reuse]]></category>
		<category><![CDATA[Sustainability]]></category>
		<category><![CDATA[Taoyeablok]]></category>
		<category><![CDATA[ความยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[รักษ์โลก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดขยะพลาสติก]]></category>
		<category><![CDATA[วิศรุต จันทิพย์วงษ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สมชาย จันทิพย์วงษ์​]]></category>
		<category><![CDATA[เต่ารีฟิล]]></category>
		<category><![CDATA[เต่าเหยียบโลก]]></category>
		<category><![CDATA[เต่าเหยียบโลกแพกเกจใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[แบรนด์รักษ์โลก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://sdthailand.com/?p=11471</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถือเป็น Big Move คร้ังใหม่ ในรอบเกือบ 10 ปี สำหรับแบรนด์คนไทยอย่าง “เต่าเหยียบโลก” กับการปรับแพกเกจใหม่ ให้มีความทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น รวมทั้งยังได้ใจผู้บริโภคกลุ่ม Eco-friendly ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะตอนนี้เต่าเหยียบโลกได้เพิ่มแพกเกจแบบรีฟิลออกมาจำหน่ายแล้ว ซึ่งลดปริมาณการใช้พลาสติกในการผลิตลงได้ถึง 80% พร้อมทั้งเปลี่ยนแพกเกจแบบขวดมาเป็นขวดแบบปั๊มลายนูน​ ที่​สามารถเติมแป้งได้ เหมาะสำหรับการนำแพกเกจกลับไปใช้ซ้ำแทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะ แพกเกจใหม่ ตอบโจทย์ &#8220;ใช้ซ้ำ&#8221;​ คุณวิศรุต จันทิพย์วงษ์​ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนและพัฒนากลยุทธ์ บริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “เต่าเหยียบโลก” ให้ข้อมูลว่า ​บริษัทได้ผลิตขวดบรรจุแป้งผงระงับกลิ่นกายเต่าเหยียบโลกในเวอร์ชันใหม่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติมผงแป้งใหม่เองได้ ช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์​ใหม่ให้น้อยลง ประกอบกับได้ออกแพกเกจบรรจุแบบรีฟิล สำหรับนำไปเติมลงในขวดเดิมที่หมดแล้ว ซึ่งหากเปรียบเทียบปริมาณพลาสติกที่ใช้ในการผลิตแล้ว บรรจุภัณฑ์แบบซองรีฟิลใช้ปริมาณพลาสติกน้อย​ลงกว่าเดิมถึง  80% เลยทีเดียว โดยการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ของเต่าเหยียบโลกในครั้งนี้ ​เพื่อให้มีความทันสมัยมาก​ขึ้น ทั้งโลโก้ ฉลาก และตัวบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความสดใสและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์​ที่ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตัวขวดบรรจุแป้งที่เปลี่ยนมาใช้ขวดแบบปั๊มลายนูน และใช้สีตามสูตรที่บรรจุ ประกอบด้วยสีเหลือง สำหรับสูตรออริจินัล กลิ่นเมนทอล [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/taoyeablok-goal-eco-friendly-launched-refill-packaging/">เต่าเหยียบโลก รักษ์โลกด้วย เปิดตัว &#8220;เต่ารีฟิล&#8221;​ ปรับแพกเกจ​ตอบโจทย์ใช้ซ้ำ ลดใช้พลาสติกลง​ 80%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ถือเป็น Big Move คร้ังใหม่ ในรอบเกือบ 10 ปี สำหรับแบรนด์คนไทยอย่าง <strong>“เต่าเหยียบโลก”</strong> กับการปรับแพกเกจใหม่ ให้มีความทันสมัย และตอบโจทย์พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น รวมทั้งยังได้ใจผู้บริโภคกลุ่ม Eco-friendly ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพราะตอนนี้เต่าเหยียบโลกได้เพิ่มแพกเกจแบบรีฟิลออกมาจำหน่ายแล้ว ซึ่งลดปริมาณการใช้พลาสติกในการผลิตลงได้ถึง 80% พร้อมทั้งเปลี่ยนแพกเกจแบบขวดมาเป็นขวดแบบปั๊มลายนูน​ ที่​สามารถเติมแป้งได้ เหมาะสำหรับการนำแพกเกจกลับไปใช้ซ้ำแทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะ</p>
<p><span id="more-11471"></span></p>
<p><strong>แพกเกจใหม่ ตอบโจทย์ &#8220;ใช้ซ้ำ&#8221;​</strong></p>
<p><strong>คุณวิศรุต จันทิพย์วงษ์​</strong> ผู้จัดการฝ่ายวางแผนและพัฒนากลยุทธ์ บริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ <strong>“เต่าเหยียบโลก” </strong>ให้ข้อมูลว่า ​บริษัทได้ผลิตขวดบรรจุแป้งผงระงับกลิ่นกายเต่าเหยียบโลกในเวอร์ชันใหม่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเติมผงแป้งใหม่เองได้ ช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกในการผลิตบรรจุภัณฑ์​ใหม่ให้น้อยลง ประกอบกับได้ออกแพกเกจบรรจุแบบรีฟิล สำหรับนำไปเติมลงในขวดเดิมที่หมดแล้ว ซึ่งหากเปรียบเทียบปริมาณพลาสติกที่ใช้ในการผลิตแล้ว บรรจุภัณฑ์แบบซองรีฟิลใช้ปริมาณพลาสติกน้อย​ลงกว่าเดิมถึง  80% เลยทีเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11489 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Refill3.jpg" alt="" width="1000" height="732" /></p>
<p>โดยการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ของเต่าเหยียบโลกในครั้งนี้ ​เพื่อให้มีความทันสมัยมาก​ขึ้น ทั้งโลโก้ ฉลาก และตัวบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความสดใสและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์​ที่ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะตัวขวดบรรจุแป้งที่เปลี่ยนมาใช้ขวดแบบปั๊มลายนูน และใช้สีตามสูตรที่บรรจุ ประกอบด้วยสีเหลือง สำหรับสูตรออริจินัล กลิ่นเมนทอล สีชมพู สำหรับสูตรไวท์เทนนิ่ง กลิ่นซากุระ  และสีม่วง สำหรับสูตรนูริชชิ่ง กลิ่นลาเวนเดอร์​ จากเดิมที่จะใช้ขวดสีขาวขุ่นเหมือนกันและแยกแต่ละสูตรด้วยฉลากที่แตกต่างกันไป</p>
<p>นอกจากนี้ ยังได้มีการออกแบบฝาปิดเป็นแบบใหม่ ให้เป็นฝาแบบเปิด- ปิดได้ และติดเป็นชิ้นเดียวกับตัวขวด แทนแบบเดิมที่เป็นฝาแบบหมุนและแยกเป็นคนละชิ้นกับขวด นอกจากช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้นแล้ว ยังลดโอกาสที่ผู้ใช้งานอาจจะทำฝาหาย​ เพราะแพกเกจแบบเดิมอาจจะมีบางครั้งที่ผู้ใช้งานใช้แล้วไม่ได้ปิดฝากลับเข้าไปเหมือนเดิม ​จนทำให้มีการร่วงหล่นสูญหาย แล้วกลายเป็นการสร้างเศษขยะพลาสติกจากฝาไปสู่สิ่งแวดล้อมได้ เป็นหนึ่งในต้นเหตุของการเกิดปัญหาเรื่องโลกร้อนที่ทั่วทั้งโลกกำลังให้ความสำคัญ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11502 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/New-Package.jpg" alt="" width="1000" height="677" /></p>
<p><em>&#8220;สำหรับขวดแบบใหม่จะมีสีสันที่สดใสขึ้น พร้อมทั้งปั๊มลวดลายนูนลงบนขวด ทำให้ขวดยังมีความสวยงามน่าใช้อยู่เสมอ แม้ว่าฉลากจะหลุดลอกออกไปแล้วก็ตาม ตอบโจทย์การนำกลับไปใช้ซ้ำได้ เพราะสามารถหมุนส่วนบนของขวดออกเพื่อเติมแป้งเข้าไปใหม่ได้หลังจากใช้หมดแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีต่อโลกอย่างมาก </em><em>เ<strong>นื่องจากลูกค้าเต่าเหยียบโลกส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ และมีการใช้สินค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถหันมาซื้อสินค้าแบบรีฟิลได้แทนการซื้อแบบขวดเพียงอย่างเดียวเหมือนก่อนหน้านี้ ก็จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้เป็นจำนวนมาก ​รวมทั้งยังประหยัดขึ้นด้วย</strong> </em><em>ซึ่งคาดว่าลูกค้าจะให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ในรูปแบบรีฟิลเป็นอย่างดีเช่นกัน โดยเบื้องต้นได้ผลิตซองรีฟิลออกมาทำตลาด  2 สูตร คือ สูตรออริจินัล และไวท์เทนนิ่ง ขนาดบรรจุ 18 กรัม ราคา 30 บาท ขณะที่แบบขวดมีปริมาณ 22 กรัม จำหน่ายราคา 40 บาท พร้อมนำร่องการขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ประกอบด้วย ช่องทางออฟฟิเชียลแฟนเพจ และออฟฟิเชียลสโตร์ของเต่าเหยียบโลกบนแพลตฟอร์มช้อปปี้  ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้าถือว่าเป็นที่น่าพึงพอใจ&#8221;  ​ </em></p>
<p><strong>ย้ำภาพ </strong><strong>Eco Friendly </strong><strong> พร้อมปรับพอร์ตโฟลิโอใหม่ </strong></p>
<p>คุณวิศรุต ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีนี้เต่าเหยียบโลกมีแผนที่จะกลับมาสื่อสารการทำตลาดอีกครั้ง​​ เพื่อตอกย้ำตัวตนของแบรนด์ให้แข็งแรงและสร้างการรับรู้ไปสู่วงกว้างได้ดีขึ้น พร้อมทั้งออกโฆษณาตัวใหม่เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นแบรนด์ที่มาจากธรรมชาติ ผ่านแนวคิด <em><strong>“นวัตกรรมจากธรรมชาติเพื่อทุกคน”</strong></em>​ โดยเฉพาะการปรับแพกเกจให้มีความรักษ์โลก หรือ <strong>Eco-friendly</strong> มากขึ้น ​ก็เป็นอีกหนึ่งมิติที่สะท้อนถึงการให้ความใส่ใจกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งยังมีความเข้าใจอินไซต์ผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับการดูแลและใส่ใจเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม​​ โดยไม่ลืมย้ำ Key Message ถึงความโดดเด่นในเชิงฟังก์ชันนัล เรื่องของการระงับกลิ่นกายที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งและจุดขายของแบรนด์มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11492 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/AD.jpg" alt="" width="1000" height="551" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังเตรียม<strong> ปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่มีอยู่ในเครือทั้งหมด ให้มาอยู่ภายใต้แบรนด์​ “เต่าเหยียบโลก”​</strong> <strong>เพื่อสร้างความชัดเจนและความเป็นหนึ่งเดียวกัน</strong> หลังจากการปรับตัวและรีแบรนด์ครั้งใหญ่เมื่อปี 2557 โดยได้มีการขยายไลน์อัพสินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นด้วยการเพิ่มแบรนด์  “เต่าเหยียบโลก นิวเจน” ออกมาทำตลาด ซึ่งได้รับความสนใจจากตลาดและผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกันก็อาจจะยังมีลูกค้าบางกลุ่มที่มีความสับสนว่าใช่สินค้าแบรนด์เดียวกันหรือไม่</p>
<p>ทำให้หลังจากนี้ สินค้าภายในเครือทั้งหมดจะทำตลาดภายใต้แบรนด์​ “เต่าเหยียบโลก”​​ ทั้งสินค้าเดิมของเต่าเหยียบโลกที่ทำตลาดมาก่อนหน้านี้ ได้แก่ แป้งผงระงับกลิ่นกาย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมของเต่าเหยียบโลก ปัจจุบันมี 3 สูตร ผงแป้งระงับกลิ่นเท้า ปัจจุบันมี 2 สูตร และสินค้าเต่าเหยียบโลก นิวเจน ประกอบด้วย สเปรย์สารส้ม โรลออน และครีมบำรุงรักแร้  ที่จะรีแบรนด์มาเป็นเต่าเหยียบโลกเช่นเดียวกัน รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกมาทำตลาดเพิ่มเติมในอนาคตนับจากนี้  โดยในปีนี้ บริษัทออกผลิตภัณฑ์มาทำตลาดเพิ่มเติมคือ สบู่ก้อนเต่าเหยียบโลก 3 สูตรใหม่ มะนาว เมนทอล และน้ำผึ้งดินสอพอง รวมท้ังการออกผลิตภัณฑ์แป้งผงระงับกลิ่นกาย ในรูปแบบซองรีฟิล  ซึ่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้เริ่มนำร่องชายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัทเป็นหลักก่อนในเบื้องต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11487 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Portfolio.jpg" alt="" width="1000" height="694" /></p>
<p>การขยับตัวของเต่าเหยียบโลกในครั้งนี้ ต้องถือ​เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญของแบรนด์ นับจากผู้ก่อตั้งอย่าง <strong>คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์​</strong>  เริ่มส่งไม้ต่อให้รุ่นลูกเข้ามามีบทบาทในการบริหารและวางกลยุทธ์​ โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสารทางการตลาดมากขึ้น มีการออกไลน์อัพสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ​​รวมทั้งอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสามารถเจาะช่องทางขายระดับแม่เหล็ก ด้วยการนำสินค้าวางขายผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นได้สำเร็จ ทำให้สินค้าแบรนด์เต่าเหยียบโลกเริ่มเข้าถึงตลาดกลุ่มแมสได้มากขึ้น​ในปี 2557 หลังจากรุ่นลูกๆ เข้ามาช่วยบริหารได้ราวหนึ่งปี</p>
<p>ขณะที่จุดเริ่มต้นของแบรนด์นั้น ทำตลาดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 25 ปี นับจากผู้ก่อตั้งเริ่มบุกเบิกตลาดด้วยการนำสูตรผงแป้งจากสารส้มผสมสมุนไพรเพื่อใช้ระงับกลิ่นกาย มาเริ่มวางขายผ่านช่องทางร้านเสริมสวยต่างๆ ในราคาที่ทุกคนสามารถซื้อได้ ​พร้อมจุดขายแบบท้าพิสูจน์ว่าสามารถเห็นผลได้ภายใน  1 วัน เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามีความรู้สึกอยากทดลอง และเมื่อเห็นผลจริงก็ริ่มมีการพูดกันปากต่อปาก ​ทำให้สินค้าได้รับการตอบรับมากขึ้น ​โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่มีผู้สนใจนำไปรีวิวจนกลายเป็นไวรัล ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการและมีคนอยากทดลองใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งรุ่นลูกเข้ามารับช่วงบริหารต่อ  และเน้นความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการทำตลาดและสื่อสารแบรนด์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความภักดีต่อแบรนด์  โดยเฉพาะ​​การให้ความสำคัญกับการเพิ่มช่องทางขายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ​ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้สามารถนำสินค้าเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุม ​โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางขายที่มีความสำคัญในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าในยุค Post COVID อีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-11500 size-full" src="https://sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/05/Cover-2.jpg" alt="" width="1000" height="545" /></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2022/05/taoyeablok-goal-eco-friendly-launched-refill-packaging/">เต่าเหยียบโลก รักษ์โลกด้วย เปิดตัว &#8220;เต่ารีฟิล&#8221;​ ปรับแพกเกจ​ตอบโจทย์ใช้ซ้ำ ลดใช้พลาสติกลง​ 80%</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
