<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand’s Food Bank &#8211; SD Thailand</title>
	<atom:link href="https://www.sdthailand.com/tag/thailands-food-bank/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<description>Sustainability - Sharing - Success</description>
	<lastBuildDate>Fri, 14 Aug 2026 13:45:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.8</generator>

<image>
	<url>https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2022/09/cropped-sd.png</url>
	<title>Thailand’s Food Bank &#8211; SD Thailand</title>
	<link>https://www.sdthailand.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 14 Aug 2026 13:45:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Innovative]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[ACI]]></category>
		<category><![CDATA[Asia Carbon Institute]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Net Zero]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[T-VER]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[TIIS]]></category>
		<category><![CDATA[TIIS เอ็มเทค สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[จันทิมา สำเนียงงาม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาคอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=43735</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank มากว่า 2 ปี จนปัจจุบันสามารถกระจายเครือข่ายทั่วประเทศได้แล้วใน​ 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเป้าหมายเพิ่มเครือข่ายให้ครอบคุลม 30 จังหวัด ภายในปี พ.ศ.​ 2571 นอกจากความสำเร็จด้านการขยายพื้นที่ เพื่อขยายความสามารถในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ให้กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว  ล่าสุด สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พัฒนาแนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้กลายเป็น &#8216;คาร์บอนเครดิต&#8217; ตามมาตรฐาน T-VER (​T-VER-S-METH-09-09​) ซึ่งทาง อบก. ได้รับการรับรองระเบียบวิธีในการคำนวณตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก หรือราวเดือนมีนาคมของปีนี้ ทั้งนี้ สวทช. โดยโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank และ TIIS (สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) เอ็มเทค สวทช. เตรียมเดินหน้าโครงการนำร่องทดลองโปรเจ็กต์ &#8216;The Food Surplus Credit&#8217; ในปีงบประมาณ 2570 [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/">สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังขับเคลื่อนโครงการ <strong>Thailand&#8217;s Food Bank </strong>มากว่า 2 ปี จนปัจจุบันสามารถกระจายเครือข่ายทั่วประเทศได้แล้วใน​ 10 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมเป้าหมายเพิ่มเครือข่ายให้ครอบคุลม 30 จังหวัด ภายในปี พ.ศ.​ 2571</p>
<p><span id="more-43735"></span></p>
<p>นอกจากความสำเร็จด้านการขยายพื้นที่ เพื่อขยายความสามารถในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ให้กลุ่มเปราะบางได้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว  ล่าสุด <strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) </strong>ได้พัฒนาแนวทาง​ขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนอาหารส่วนเกินให้กลายเป็น <strong>&#8216;คาร์บอนเครดิต&#8217;</strong> ตามมาตรฐาน T-VER (​<strong>T-VER-S-METH-09-09​) </strong>ซึ่งทาง อบก. ได้รับการรับรองระเบียบวิธีในการคำนวณตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรก หรือราวเดือนมีนาคมของปีนี้</p>
<p>ทั้งนี้ สวทช. โดยโครงการ<strong> Thailand&#8217;s Food Bank</strong> และ <strong>TIIS (สถาบันเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน) </strong><strong>เอ็มเทค สวทช. </strong>เตรียมเดินหน้าโครงการนำร่องทดลองโปรเจ็กต์ &#8216;<strong>The Food Surplus Credit&#8217; </strong>ในปีงบประมาณ 2570 ร่วมกับกลุ่มที่ทำงานด้านการกอบกู้อาหารส่วนเกิน และพันธมิตร เบื้องต้น 3-5 ราย อาทิ มูลนิธิ SOS Thailand , มูลนิธิ VV Share (วีวี แชร์) และผู้ประกอบการธุรกิจอาหารชั้นนำในประเทศ ​ร่วม​นำร่องทดลอง​​ <strong>T-VER-S-METH-09-09​ </strong>​ เพื่อศึกษาผลลัพธ์ ผลกระทบ รวมทั้ง​ข้อจำกัดต่างๆ เมื่อนำไปใช้งานจริง ก่อนจะขยายผลเป็นวงกว้างต่อไปในอนาคต</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43738 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์ </strong>หัวหน้าโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank และนักวิจัยนโยบายอาวุโส สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตขึ้นทั่วโลก​ต้องกลายไปเป็นขยะอาหาร  ขณะที่ประชากรโลกกว่า 258 ล้านคน ที่ต้องเผชิญปัญหาควมมั่นคงด้านอาหาร ส่วนประเทศไทยมีปริมาณขยะอาหารกว่า 10 ล้านตันต่อปี และในจำนวนนี้มีอาหารส่วนเกินที่ยังรับประทานได้ถึงกว่า 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่มีกลุ่มเปราะบางในประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารอยู่กว่า 10 ล้านคน</p>
<p>ทั้งนี้ ในจำนวนอาหารส่วนเกินที่มีกว่า 4 ล้านตัน สามารถทำการกอบกู้มาเพื่อส่งต่อและสร้างประโยชน์ใหม่ได้ที่ราว 2,000 กว่าตันเท่านั้น ยังคงอาหารอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่สามารถกอบกู้มาได้ และต้องกลายเป็นขยะอาหารในที่สุดทั้งจากการขาดตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกฎระเบียบเงื่อนไขทางข้อกฎหมาย และระบบภาษี ​ที่ยังคงเป็นกำแพงสำคัญในการทำให้ผู้บริจาคอาหารเลือกที่จะทำลายอาหารมากกว่าการบริจาคเพื่อส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง หรือการเลือกบริจาคอาหารเฉพาะในกลุ่ม Non-VAT ซึ่งถือเป็นสัดส่วนจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณอาหารส่วนเกินประเภทอื่นๆ ที่สุดท้ายแล้วต้องกลายเป็นขยะอาหารและจบลงที่หลุมฝังกลบในที่สุด</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43743 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/08-แนวคิด-Food-Surplus-Credit.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><em>&#8220;อาหารส่วนเกิน (Food Surplus) ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงกับความมั่นคงทางอาหารเท่านั้น หากอาหารส่วนเกินที่ยังบริโภคได้ไม่ได้รับการกอบกู้หรือนำไปใช้ประโยชน์ อาจกลายเป็นขยะอาหารและถูกนำไปกำจัด ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank มุ่งสร้างกลไกการจัดการอาหารส่วนเกินที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Food Surplus Credit หรือการประเมินคาร์บอนเครดิตเข้ามาเป็นตัวเร่ง ให้ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเห็นประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียต้องร่วมกันขับเคลื่อนอย่างจริงจัง&#8221;​</em><strong>  </strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณจันทิมา สำเนียงงาม</strong> หัวหน้าโครงการการพัฒนาแนวทางและประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของอาหารส่วนเกิน และผู้ช่วยวิจัยอาวุโส TIIS เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า การขับเคลื่อนการบริจาคอาหารส่วนเกินให้เชื่อมโยงกับกลไกคาร์บอนเครดิตจำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูลที่มีคุณภาพและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  โดยทาง TIIS เอ็มเทค สวทช. ในฐานะหน่วยงานที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและระเบียบวิธีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ได้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกอบกู้และบริจาคอาหารส่วนเกินอย่างเป็นระบบ ข้อมูลมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ รองรับทั้งการพัฒนาคาร์บอนเครดิตและการรายงานด้านความยั่งยืน (ESG) ของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและระดับสากลได้อย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-43740 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER2.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>สำหรับ <strong>&#8216;ระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสำหรับการจัดการอาหารส่วนเกินและนำไปบริจาคเพื่อบริโภค​ ตามมาตรฐาน T-VER </strong>(<strong>T-VER-S-METH-09-09)</strong> ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถือเป็นคร้ังแรกของประเทศไทยในการมีคาร์บอนเครดิตจากโครงการอาหารส่วนเกิน และจะกลายเป็นอีกหนึ่ง <strong>​กลไกสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนและมูลนิธิที่ทำภารกิจด้านการกอบกู้อาหารส่วนเกิน มีรายได้เพิ่มเติมจากคาร์บอนเครดิต ภายใต้การ</strong><strong>ได้มาอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้</strong></p>
<p>หลักการคำนวณจะคิดจาก <strong>&#8216;ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้&#8217;</strong> จากการไม่ต้องเอาขยะอาหารไปฝังกลบ แล้วนำมาหักลบด้วย <strong>&#8216;คาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างทาง&#8217;</strong> ไม่ว่าจะเป็นพลังงานที่ใช้ในการแช่เย็นและแช่แข็งเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร น้ำมันจากการขนส่งเพื่อส่งต่ออาหารตามระยะทาง หรือกระบวนการในการนำอาหารที่ได้รับมาปรุงประกอบอาหารใหม่ หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการส่งต่ออาหารส่วนเกิน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นกลุ่มใช้ครั้งเดียว (Single-use) เพื่อ<strong>ช่วยให้ภาคธุรกิจนำไปรายงานผล </strong><strong>ESG </strong><strong>ได้อย่างโปร่งใส </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43742 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/09-ระเบียบวิธี-T-VER.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>โดย​อาหารส่วนเกินที่สามารถนำมาคิดคาร์บอนเครดิตได้นั้น ต้องเป็นอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ส่งต่อให้ฟรี ๆ ตามแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยอาหารสำหรับการบริจาคอาหาร  </strong></p>
<p>อย่างไรก็ดี ระเบียบวิธีฉบับปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเครื่องดื่ม โดยกลไกนี้ทำให้ทุกองค์กรนำตัวเลขไปรายงานด้านความยั่งยืนได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งได้ทั้งช่วยเหลือสังคม ลดโลกร้อน และช่วยผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน</p>
<p><em>“ตัวเลขคาร์บอนที่ซ่อนอยู่ในอาหารส่วนเกินคือโอกาสใหม่ของประเทศ <strong>ส่วนระดับราคาของคาร์บอนเครดิตในกลุ่ม Food Surplus Credit อยู่ระหว่างการศึกษาและคำนวณอัตราที่เหมาะสม โดยประเมินว่าจะไม่ต่ำกว่าห​ลักร้อยบาทต่อตัน  CO2e  ซึ่งคาดว่าหลังจากการนำร่องขับเคลื่อน จะมีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น</strong><strong>ประกอบกับในอนาคตมีแผนยกระดับการทำงานด้าน​​​คาร์บอนเครดิตจากอาหารส่วนเกินไปสู่ความร่วมมือในระดับภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากประเทศไทยถือเป็นป</strong><strong>ระเทศแรกที่มีการสร้างมาตรฐาน​ในเรื่องนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ระดับราคาเพิ่มสูงขึ้นได้อีก</strong> โดยทาง TIIS เอ็มเทค สวทช.  และ ACI (Asia Carbon Institute) อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันในการต่อยอด​ระเบียบวิธีของประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบการพัฒนาของ ACI และรองรับการประยุกต์ใช้ในระดับภูมิภาคเอเชีย ​​เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการลดขยะอาหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับภูมิภาคต่อไป </em><em>เนื่องจาก ​เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีปริมาณอาหารส่วนเกินสูงมาก หากสามารถเปลี่ยนการบริจาคอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิตได้  ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและแรงจูงใจใหม่ให้กับภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในการลดขยะอาหารเพิ่มมากขึ้น​” </em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43741 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/10-ต่อยอดสู่ระดับเอเชียกับ-Asia-Carbon-Institute-ACI.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p><strong>เร่งประสาน ก.คลัง ลดกำแพงบริจาคอาหาร  </strong></p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญของ  Thailand&#8217;s Food Bank คือ การเข้าไปเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินระดับประเทศ ทั้งการขยายเครือข่ายการเป็นตัวกลางในการส่งต่ออาหารจากผู้ผลิตไปสู่กลุ่มเปราะบางต่างๆ ผ่านการทำงานร่วมกับมูลนิธิด้านการกอบกู้อาหาร เช่น SOS Thailand , VV Share รวมทั้งอาสาสมัครในแต่ละจังหวัด โดยปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุม 10 จังหวัด จำนวนอาสาสมัครรวมกว่า 600 คน และมีแผนขยายได้กว่า 30 จังหวัดในปี 2571 ขณะที่เพิ่มความสามารถในการกอบกู้อาหารส่วนเกินได้มากขึ้น 10 เท่า จาก 2,000 ตันต่อปี เพิ่มเป็น 20,000 ตันต่อปี</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันส่วนต่างของอาหารที่กอบกู้ได้ราว 2,000 ตันต่อปี กับปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีกว่า 4 ล้านตันต่อปีนั้น มีช่องว่างที่ต่างกันอย่างมาก เนื่องจาก ประเทศไทยยังมีกำแพงสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถเพิ่มปริมาณการบริจาคอาหารให้เติบโตได้มากนัก โดยเฉพาะกำแพงสำคัญเรื่องการแบกรับค่าใช้จ่ายของผู้บริจาคอาหาร เนื่องจาก กฎหมายประเทศไทย ยังตีความการบริจาคอาหารโดยเฉพาะในกลุ่มที่มี VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นการจำหน่าย ทำให้ผู้บริจาคต้องเสีย VAT สำหรับอาหารที่นำมาบริจาคเพิ่มเติม ​หรือกำหนดเพดานการบริจาคไว้ได้ที่ราว 2% ของกำไรสุทธิ ทำให้ปริมาณของที่บริจาคมีจำกัด และส่วนใหญ่กว่า 90% ของอาหารที่นำมาบริจาคจะเป็นกลุ่ม Non-VAT  เช่น อาหารสด หรือสินค้าการเกษตรต่างๆ ขณะที่ปริมาณอาหารรูปแบบอื่นๆ ทีมี่จำนวนมากกว่า แต่ไม่ได้อยู่ในข้อยกเว้น ทำให้สุดท้ายผู้ประกอบการเลือกที่จะทำลายทิ้ง และต้องกลายเป็นขยะอาหารในหลุมฝังกลบในที่สุด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-43739 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/08/Food-TVER1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;เพื่อลดกำแพงเหล่านี้ ทาง สวทช. ได้เร่งผลักดัน​โดยทำหนังสือ ผ่านทางปลัดกระทรวง อว. เพื่อนำส่งมอบให้ทางปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณามาตรการผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการที่บริจาคอาหารให้มูลนิธิฯ หรือองค์กรที่ได้รับการยอมรับได้รับสิทธิการยกเว้น VAT หรือสิทธิประโยชน์ในการดำเนินการเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกัน เพื่อประเมินความรัดกุม และความโปร่งใสในการดำเนินการ  ซึ่งคาดว่าหากสามารถหาแนวทางการดำเนินการร่วมกันได้ น่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ หรืออาจจะเริ่มนำร่องในอาหารบางกลุ่ม เช่น กลุ่มอาหารสด เพื่อ​ศึกษาข้อมูลและแนวทางดำเนินการเพื่อเป็นต้นแบบก่อนจะสามารถขยายผลไปยังกลุ่มอาหารอื่นๆ เพิมเติมในอนาคต ประกอบกับการมีเครื่องมือที่ทาง สวทช. พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในโครงการ  Thailand&#8217;s Food Bank ที่สามารถบันทึกและตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางของอาหารส่วนเกินต่างๆ  ได้ ก็สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสได้อีกทางหนึ่งเช่นกัน&#8221;​ ดร.ปัทมาพร กล่าวทิ้งท้าย</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/08/tiis-mtec-nstda-food-surplus-credit/">สวทช. เตรียมแซนด์บ็อก &#8216;Food Surplus Credit&#8217; เปลี่ยนอาหารส่วนเกินเป็นคาร์บอนเครดิต พร้อมผนึกความร่วมมือระดับภูมิภาค ต่อยอดจาก T-VER สู่ ACI ขับเคลื่อนวาระความยั่งยืนระดับเอเชีย</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 03 May 2026 14:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[Trending]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[CIT]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Hero]]></category>
		<category><![CDATA[Food Industry]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Rescue]]></category>
		<category><![CDATA[food safety]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[NSTDA]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance]]></category>
		<category><![CDATA[Scholars of Sustenance Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[Social Impact]]></category>
		<category><![CDATA[SOS THAILAND]]></category>
		<category><![CDATA[Surplus Food]]></category>
		<category><![CDATA[TGO]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[VAT]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีมูลค่าเพิ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[ภาษีเงินได้นิติบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=41550</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี) รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ดังนั้น หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้   ทั้งนี้ ประเทศไทยมี RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันประเทศไทยมีอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านตันต่อปี ขณะที่คนไทยราว 12 ล้านคน ไม่สามารถเข้าถึงอาหารและตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อความไม่มั่นคงทางอาหาร (จากข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือกลุ่มรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี)</p>
<p><span id="more-41550"></span></p>
<p>รวมทั้งปริมาณขยะอาหาร​ของประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่กว่า 10 ล้านตัน (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)) ซึ่งสุดท้ายแล้วขยะอาหารเหล่านี้ต้องนำไปสู่หลุมฝังกลบ และเป็นหนึ่งสาเหตุการปล่อยก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญไปสู่ชั้นบรรยากาศ ต้นตอปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง</p>
<p>ดังนั้น <em><strong>หากมีตัวกลางในการเข้าไปช่วยกอบกู้อาหาร (Food Rescue) เพื่อนำอาหารกว่า 4 ล้านตันออกมาใช้ประโยชน์ หรือส่งต่อให้ผู้มีความต้องการ จะสามารถช่วยลดปริมาณขยะอาหารลงได้เกือบ 40% ประกอบกับช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหาร และลดปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารในภาพรวมลงได้  </strong></em></p>
<p>ทั้งนี้ ประเทศไทยมี<strong> RoadMap ​การจัดการขยะอาหาร</strong> (พ.ศ.2566 -2573) โดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุให้ลดปริมาณขยะอาหารจากปริมาณขยะมูลฝอยทั่วไปจาก​​ 38-39% ให้เหลือ 28% ภายในปี 2573 พร้อมทั้งการวางแนวปฏิบัติ​เพื่อสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกินจากตลาดหรือร้านอาหารกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ทั้งการคัดแยกอาหารส่วนเกินที่ยังใช้ประโยชน์ได้สำหรับการส่งต่อ รวมทั้งการนำไปบริจาคผ่านธนาคารอาหาร ​​ซึ่งปัจจุบันสัดส่วน Food Rescue โดยเฉลี่ยของประเทศไทยอยู่ที่ราว 1% หรือประมาณ 2,000 ตันต่อปีเท่านั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41557 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA3.jpg" alt="" width="1200" height="673" /></p>
<p><strong>สวทช. เสนอมาตรการทางภาษีเพิ่มแนวร่วมบริจาคอาหาร </strong></p>
<p>นำมาสู่การศึกษาเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย <em><strong>&#8216;การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน&#8217;</strong>  </em>ของ <strong>สวทช.</strong>  เพื่อสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแม็พการจัดการขยะอาหาร โดยเฉพาะการเพิ่มแนวร่วมจากภาคธุรกิจ ในการนำสินค้ากลุ่มอาหารที่ไม่ได้จำหน่ายแต่ยังสามารถรับประทานได้ เข้าสู่ระบบการบริจาคเพื่อลดปริมาณขยะอาหาร และสามารถกอบกู้อาหารส่วนเกิน เพื่อลดขยะอาหารได้ตั้งแต่ต้นทางมากขึ้น <em><strong>โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการกอบกู้อาหารในประเทศไทยให้มากขึ้น 10 เท่า หรือจาก 2,000 ตันต่อปี เป็น 20,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 3,040 ล้านบาทต่อปี</strong></em></p>
<p>ข้อมูลจากการศึกษาของ สวทช. พบว่า <em><strong>ความสามารถในการกอบกู้อาหารประเทศไทยส่วนเกินของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ 1%  หรือราว 2,000 ตันต่อปี</strong> </em>จากปริมาณอาหารส่วนเกินที่มีมากกว่า 4 ล้านตัน โดย<strong>อาหารที่กอบกู้มาได้ นำไปช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนอาหารให้ประชากรในประเทศไทย 8.4 ล้านมื้อ หรือคิดเป็นผลกระทบ​ทางเศรษฐกิจมูลค่า 294 ล้านบาทต่อปี</strong> (อาหาร 1 กิโลกรัม สามารถแจกจ่ายได้ประมาณ 4.2 มื้อ และอ้างอิงราคาอาหารจากร้านธงฟ้าที่ 35 บาทต่อมื้อ) <strong>พร้อมทั้งลดภาระในการบริหารจัดการขยะของประเทศลงได้ 4.95 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 5,060 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e)ต่อปี ซึ่งสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ถึงกว่า 5.39 ล้านบาทต่อปี</strong> (อ้างอิงราคาตลาด T-VER กลุ่มป่า ระดับโครงการ P-REDD+ ณ เดือน ต.ค. 2568)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41555 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA-1.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p><em><strong>และหากสามารถเพิ่มการกอบกู้อาหารได้มากขึ้น 10 เท่า เป็น 20,000 ตันต่อปี จะทำให้ช่วยลดความหิวโหยของประชากรได้ถึง 84 ล้านมื้อ เทียบเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 2,940 ล้านบาทต่อปี ลดภาระในการจัดการขยะ 49.5 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้กว่า 50,600 ตัน CO2e ต่อปี ซึ่งเทียบเท่าการปลูกต้นพะยูง 2.34 -3.72 ล้านต้น และสามารถประเมินเป็นมูลค่าคาร์บอนเครดิตได้ราว 54 ล้านบาทต่อปี </strong></em></p>
<p>อย่างไรก็ตาม <strong>อุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนที่แม้มีสินค้ากลุ่มอาหารที่ต้องการร่วมบริจาคเพื่อลดปริมาณ Food Waste แต่สุดท้าย​​ตัดสินใจเลือกที่จะไม่บริจาคอาหาร คือ</strong> <strong>&#8216;การติดเงื่อนไขทางภาษี&#8217;</strong> เนื่องจาก <em><strong>ข้อกฎหมายประเทศไทยในปัจจุบัน กำหนดให้การบริจาคอาหาร ยังจำเป็นต้องชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับการขายสินค้า รวมทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มสินค้ารายจ่ายต้องห้าม ที่กำหนดเพดานไว้ 2% ของกำไรสุทธิ เพื่อนำไปหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ​​ทำให้ไม่จูงใจภาคธุรกิจ และหลายบริษัทเลือกที่จะใช้วิธีการทำลายอาหารแทน</strong></em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41556 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA2.jpg" alt="" width="1200" height="676" /></p>
<p>เนื่องจาก ไม่มีทั้งภาระ​​ภาษีมูลค่า (VAT) พร้อมทั้งสามารถหักภาษีซื้อได้เต็มจำนวน ประกอบกับยังสามารถหักรายจ่ายจากกระบวนการในการทำลายสินค้า เช่น ต้นทุนการจัดซื้ออุปกรณ์ทำลายสินค้า หรือค่าจ้างบุคลากรในการนำไปทำลาย ซึ่งช่วยลด​ภาระด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ให้แก่ภาคธุรกิจได้</p>
<p>ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าอาหารราว 90% ​​ที่ภาคเอกชนนำมาบริจาคให้องค์กรต่างๆ มักจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่เสีย VAT  เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวสาร เบเกอรี่ หรือกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอายุการบริโภค (Shelf-life) ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่สินค้าอาหารส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าระบบในการส่งต่อผ่านการบริจาคอาหาร ซึ่งสูญเสียทั้งโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งยังกระทบต่อปัญหาความหิวโหย ความมั่นคงทางอาหาร และปริมาณขยะอาหารที่เพิ่มจำนวนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41565 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/NSTDA4.jpg" alt="" width="1200" height="672" /></p>
<p>สวทช. จึงได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากร เพื่อให้พิจารณาปรับปรุงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน ให้กับหน่วยรับบริจาคอาหารภายใต้โครงการธนาคารอาหาร (Food Bank) หรือที่ได้รับการรับรอง ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประเภทต่างๆ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ภายใต้การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินการ เพื่อลดภาระให้​​ภาคธุรกิจที่ต้องการ​บริจาคอาหารสามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเทียบเท่ากับการทำลายอาหาร เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการบริจาคอาหาร จากกลุ่มธุรกิจ​และประเภทของอาหารที่หลากหลายมากขึ้น พร้อมทั้งมีปริมาณอาหารส่วนเกินเข้ามาในระบบ เพื่อนำไปส่งต่อประโยชน์แก่ผู้ที่มีความต้องการได้มากขึ้น รวมทั้งลดปัญหาทางทั้งสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในภาพรวมให้ลดลงได้</p>
<p>นอกจากเรื่องของมาตรการทางภาษีแล้ว การเพิ่มแรงจูงใจด้วยการขึ้นทะเบียนรับรองคาร์บอนเครดิต​ เนื่องจาก สามารถ​คำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากปริมาณการบริจาคอาหาร และนำไปขอขึ้นทะเบียนจากทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก  เพื่อขอรับรองโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการทำให้ภาคธุรกิจหันมาบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้นในอนาคตเช่นกัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41554 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-6.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>SOS Thailand เดินหน้าภารกิจกอบกู้อาหาร ตั้งเป้า 15 ล้านกิโลกรัม</strong></p>
<p><strong>มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) </strong>อีกหนึ่งแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทยมากว่า 10 ปี โดยมีฐานปฏิบัติงานอยู่ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพ ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ โดยในปัจจุบันมีการดำเนินงานอยู่ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย</p>
<p><strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการประจำประเทศไทย SOS Thailand เปิดเผยว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SOS Thailand สามารถช่วยกอบกู้อาหารได้มากกว่า 18 ล้านกิโลกรัม เพื่อนำไปส่งต่อเป็นมื้ออาหารได้รวมกว่า 76 ล้านมื้อ เข้าถึงชุมชนทั่วประเทศได้มากกว่า 6,623 แห่ง โดยช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท​ ขณะที่อิมแพ็คที่สร้างได้จากการกอบกู้อาหาร ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอนลงได้กว่า 46,000 ตัน CO2e เทียบเท่าการปลูกต้นไม่เพื่อดูดซับคาร์บอนมากกว่า 7.63 แสนต้น ขณะที่การคำนวณผลตอบแทนทางสังคม (SROI) อยู่ที่ 23 เท่า (เมื่อเทียบการลงทุน1 บาท สร้างผลตอบแทนเทียบเท่า​​ 23 บาท)</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41558 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/Tawee.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>สำหรับการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมในการขับเคลื่อนการกอบกู้อาหารในประเทศไทย  SOS Thailand สามารถขยายพื้นที่ดำเนินงานได้รวม 19 จังหวัด ​แต่หากรวมเครือข่ายการขับเคลื่อนร่วมกับพันธมิตร ผ่านโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank เท่ากับทำงานได้ครอบคลุมกว่า 50 จังหวัด หรือเข้าถึงพื้นที่ได้กว่า 65% ของประเทศ  ขณะที่จำนวนพันธมิตรในปัจจุบันมีอยู่ 5 กลุ่มสำคัญ ประกอบด้วย กลุ่มร้านอาหาร กลุ่มโรงแรม กลุ่มเกษตรกร กลุ่มตลาด และกลุ่มโรงงานผลิตอาหารต่างๆ  รวมกว่า 316 แบรนด์ จำนวนจุดเข้ารับอาหารเกือบ 2,300 จุด</p>
<p><em>&#8220;แนวทางการขยายจำนวนพันธมิตรเพื่อเพิ่มแนวร่วมการกอบกู้อาหารในปีนี้ มีทั้งการเพิ่มปริมาณอาหารจากจุดรับอาหารที่ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งการเพิ่มจุดรับอาหารใหม่ๆ จากแบรนด์เดิม รวมทั้งการหาพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อให้เข้าร่วมโครงการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคสำคัญของภาคเอกชนในการเข้าร่วมโครงการมีหลากหลาย ทั้งในแง่ของข้อกฏหมายทางภาษีซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้ภาคเอกชนตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ แม้จะทราบถึงประโยชน์ และต้องการมีส่วนร่วมในการลดขยะอาหาร ​ซึ่งทาง สวทช. ได้ดำเนินการยื่นเรื่องไปทางกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริจาคอาหารเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ ในด้านการบริหารจัดการ ซึ่งทาง SOS Thailand พยายามเข้าไปรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา เพื่อสามารถขยายความร่วมมือกับพันธมิตรได้เพิ่มมากขึ้น และสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าไปกอบกู้อาหารส่วนเกินในปีนี้ได้ไม่ต่ำกว่า 15 ล้านกิโลกรัม พร้อมระดมทุนสนับสนุนการดำเนินงานได้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41551 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/sos-1.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ทั้งนี้ SOS Thailand มีบทบาทในการกอบกู้อาหาร ผ่าน 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่</p>
<p><strong>&#8211; Food Rescue Program : ​</strong>การเข้าไปกอบกู้อาหารจากพันธมิตรด้วยรถตู้เย็น ที่ปัจจุบันมีรวม 15 คัน สำหรับปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด​หลัก  ผ่าน Food Rescue Ambassador รวม 18 คน พร้อมทั้งขยายการดำเนินงานผ่านเครือข่ายไปได้แล้ว 19 จังหวัด โดยภารกิจหลักในการเข้าไปรับอาหารส่วนเกินจากผู้บริจาค เพื่อนำไปส่งต่อ รวมทั้งการจัดทำรายงานสรุปให้ผู้บริจาคทราบถึงผลกระทบเชิงบวกที่สามารถสร้างได้</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41552 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-3.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211; Rescue Kitchen Program :</strong> กิจกรรมครัวรักษ์อาหาร ร่วมกับภาคเอกชน ในการทำกิจกรรมอาหารแจกจ่ายให้ชุมชนที่มีความต้องการ โดยใช้วัตถุดิบหลักมาจากอาหารที่กอบกู้ได้ และเป็นอีกหนึ่งโซลูชันการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับทางชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 101 ครั้ง</p>
<p><strong>&#8211; Healthy School Meal Program :</strong> เป็นการนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ทางโรงเรียนใน กทม. เพื่อดูแลโภชนการให้เด็กนักเรียน ได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยชน์สำหรับการเรียนรู้และการเติบโต โดยได้ดำเนินการรวมแล้วใน 32 โรงเรียน และค่า BMI ของนักเรียนในโรงเรียนที่เข้าร่วมดีขึ้นได้มากกว่า 82%</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41560 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-7.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><strong>&#8211;  Rescue Farm Program :</strong> การเข้าไปช่วยกลุ่มเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต จากฟาร์มที่มีผลผลิตจำนวนมาก และไม่ได้เก็บเกี่ยวหรือนำไปจำหน่าย ทาง SOS จะนำอาหารส่วนเกินไปมอบให้ พร้อมมีทีมอาสาเข้าไปเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตมาส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ขณะที่เกษตรกรก็จะไม่ต้องเสียค่าจ้างเก็บเกี่ยว หรือปล่อยให้ผลผลิตเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบันดำเนินการในหัวหิน และเชียงใหม่ และได้เข้าไปช่วยเก็บเกี่ยวแล้วมากกว่า 80 แห่ง</p>
<p><strong>&#8211; Thailand&#8217;s Food Bank Program :</strong> การขับเคลื่อน<strong> &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> โดยความร่วมมือกับทาง สวทช. ในการพัฒนาโมเดลการกอบกู้อาหารให้สามารถกระจายการทำงานไปได้ท่ัวทั้งประเทศ ผ่านการมีเครือข่ายจิตอาสากระจายไปได้ทั่วประเทศ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐอย่าง สวทช. ทั้งการเข้ามาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับเป็นข้อมูลกลางด้าน​การกอบกู้อาหารในระดับประเทศ รวมทั้งการทำงานร่วมกับนักวิจัยในหลากหลายสาขา เพื่อสร้าง Food Safety Guideline ในการเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการบริจาค เพื่อการอบรมทั้งกลุ่มอาสาที่จะเข้ามาเป็น Food Hero (ผู้เข้ารับอาหารส่วนเกินเพื่อนำไปบริจาค) ​รวมทั้งกลุ่มผู้รับบริจาค ซึ่งโครงการนี้ มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มตัวกลางในการขับเคลื่อนโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันมีอาสาร่วมโครงการแล้วกว่า 556 คน ขยายพื้นที่โครงการเพิ่มเติมได้อีกกว่า 16 จังหวัด</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-41559 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2026/05/SOS-8.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>&#8220;จากการดำเนินงานมากว่า 10 ปี ของ SOS Thailand ทำให้ทราบว่า <strong>ปริมาณอาหารในประเทศไทย รวมทั้งทั่วโลก ไม่ได้ขาดแคลน ​แต่ละวันมีการผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการบริโภคของผู้คนได้ทุกคน เพียงแต่ยังขาดตัวกลางในการนำอาหารจากผู้ผลิตไปส่งต่อให้ผู้ที่มีความต้องการ ซึ่ง SOS Thailand พยายามเพิ่มเครือข่ายและรูปแบบในการทำงานกับทุกภาคส่วน  เพื่อเซ็ตอัพโมเดลการขับเคลื่อนที่แข็งแรง เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการได้อย่างแพร่หลาย ทำให้เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงอาหารให้กับทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง</strong> พร้อมทั้งช่วยลดปริมาณขยะอาหารที่เหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งทุกคนสามารถ​มีส่วนร่วมการขับเคลื่อนภารกิจนี้ได้เช่นกัน เพราะ <strong>นอกจาการขับเคลื่อนของภาคธุรกิจในรูปแบบ BtoB แล้ว ยังสามารถ​รณรงค์การขับเคลื่อนแบบรายบุคคล หรือ CtoC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ได้มากยิ่งขึ้น เนื่อง​จากประเทศไทย มีวัฒนธรรมในการแชร์อาหารให้แก่กันมาช้านานแล้ว</strong>&#8220;</em></p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2026/05/food-rescue-coalition-in-thailand/">เร่งลดกำแพง &#8216;บริจาคอาหาร&#8217; สวทช. ชง &#8216;มาตราการภาษี&#8217; เพิ่มแนวร่วมภาคเอกชน ตั้งเป้า &#8216;กอบกู้อาหารส่วนเกิน&#8217; เพิ่ม 10 เท่า พร้อมดันประเทศไทย​บรรลุโรดแม็พลดขยะอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช. ผนึก ​SOS เปิดเวทีสาธารณะจัดการอาหารส่วนเกิน ปักหมุดไทยจัดตั้ง Food Bank เร่งชงให้คาร์บอนเครดิตจากการลด Food Waste พร้อมมีมาตรการส่งเสริมการขับเคลื่อน</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/07/public-hearing-for-drive-thailands-food-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 Jul 2024 01:33:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BOI]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Credit]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>
		<category><![CDATA[Cloud Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Surplus]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Mexico Model]]></category>
		<category><![CDATA[Public Hearing]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนฟุตพริ้นท์]]></category>
		<category><![CDATA[คาร์บอนเครดิต]]></category>
		<category><![CDATA[งธนาคารอาหารของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วรรณพ วิเศษสงวน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวก.]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิประโยชน์ทางภาษี]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[เนคเทค]]></category>
		<category><![CDATA[เอ็มเทค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=27236</guid>

					<description><![CDATA[<p>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) จัดเวทีประชุมรับฟังความเห็นจากสาธารณะ (Public Hearing) ต่อแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus ของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งธนาคารอาหารแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนผู้บริจาคอาหาร ภาคการศึกษา และชุมชนหรือผู้แทนชุมชนผู้รับบริจาคอาหาร​ เข้าร่วมมากถึง 12 ชุมชนจากทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์จิตอาสาเพื่อมวลชน จ.นครสวรรค์ เครือข่ายผู้นำชุมชนเขตลาดพร้าว รวมกว่า 60 คน เพื่อร่วมระดมความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ จัดทำเป็นนโยบายภาพรวม พร้อมชูมาตรการส่งเสริมทางภาษี และการส่งเสริมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน Carbon Footprint / Carbon Credit จากขยะอาหาร เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้ง Thailand’s Food Bank ให้เกิดขึ้นได้จริง ยั่งยืน และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กร สวทช. [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/public-hearing-for-drive-thailands-food-bank/">สวทช. ผนึก ​SOS เปิดเวทีสาธารณะจัดการอาหารส่วนเกิน ปักหมุดไทยจัดตั้ง Food Bank เร่งชงให้คาร์บอนเครดิตจากการลด Food Waste พร้อมมีมาตรการส่งเสริมการขับเคลื่อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS)</strong> <strong>จัดเวทีประชุมรับฟังความเห็นจากสาธารณะ (Public Hearing) ต่อแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus ของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งธนาคารอาหารแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank)</strong></p>
<p><span id="more-27236"></span></p>
<p>โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนผู้บริจาคอาหาร ภาคการศึกษา และชุมชนหรือผู้แทนชุมชนผู้รับบริจาคอาหาร​ เข้าร่วมมากถึง 12 ชุมชนจากทั่วประเทศ อาทิ ศูนย์จิตอาสาเพื่อมวลชน จ.นครสวรรค์ เครือข่ายผู้นำชุมชนเขตลาดพร้าว รวมกว่า 60 คน เพื่อร่วมระดมความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ จัดทำเป็นนโยบายภาพรวม พร้อมชูมาตรการส่งเสริมทางภาษี และการส่งเสริมเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน Carbon Footprint / Carbon Credit จากขยะอาหาร เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้ง Thailand’s Food Bank ให้เกิดขึ้นได้จริง ยั่งยืน และเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย</p>
<p><strong>ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กร สวทช. กล่าวว่า เวทีเปิดรับฟังความเห็น (Public Hearing) ต่อแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus ของประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งธนาคารอาหารแห่งชาติของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank) ภายใต้โครงการ “การศึกษาแนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกินหรือ Food surplus (กรณีศึกษาพื้นที่นำร่อง กทม. และ ต่างจังหวัด)” เพื่อช่วยแก้ไขในเรื่องปัญหาการสูญเสียอาหารหรือขยะอาหาร ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารของประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเหมาะสม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27239 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/01-ดร.นวลวรรณ-สงวนศักดิ์-ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์องค์กร-สวทช_.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>​โดยการรับฟังความเห็นครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกับ SOS เข้าระดมความคิดเห็นกว่า 60 คน เพื่อนำไปจัดทำเป็นแนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของประเทศไทย สู่การจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศต่อไป</p>
<p><strong>ดร.ปัทมาพร ประชุมรัตน์</strong> นักวิจัยนโยบาย สวทช. หัวหน้าโครงการการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย กล่าวว่า โครงการการศึกษาแนวทางบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน หรือ Food surplus ได้ทำการศึกษาและทบทวนกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือกลไกสนับสนุน รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อการขยายผลและแก้ไขปัญหา Food Waste Food Loss ในประเทศไทย หลังพบว่า 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตขึ้นมา จะถูกทิ้ง ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต รวมถึงยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27237 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/04-นักวิจัยนำเสนอผลการศึกษา.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p><em>“ที่ผ่านมาโครงการฯ ​พยายามพัฒนาแนวทางการบริจาคอาหารส่วนเกินออกมาให้เหมือนกับประเทศอื่น ๆ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดมาตรการต่างๆ เช่น มาตรการลดหย่อนภาษี มาตรการด้านคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการบริจาคอาหารส่วนเกินให้กับ Food Bank </em><em>เหมือนหลาย ๆ ประเทศ  โดยอยากเห็นภาพ ประเทศไทย​มีมาตรการด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และคาร์บอนเครดิตสำหรับการบริจาคอาหารส่วนเกิน<strong> ​</strong>​เหมือนกับที่เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศเม็กซิโก ซี่งจะช่วยพลิกโฉมการดำเนินงาน Food Bank </em><em>จากเดิมในรูปแบบการกุศล เป็นการขายคาร์บอนเครดิตที่ทำให้มีโอกาสเลี้ยงดูตัวเองได้”</em></p>
<p><strong>อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในส่วนนี้ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ (audit) </strong><strong>ที่จะเกิดขึ้นด้วย โดยข้อเสนอแนะมาตรการ 2</strong><strong> ด้านที่จะสนับสนุนคือ มาตรการภาษี และคาร์บอนเครดิต นับเป็นแนวทางเพื่อให้การจัดตั้ง Food Bank </strong><strong>เกิดขึ้นได้จริงและไปต่อได้อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น</strong></p>
<p><em>“</em><em>สวทช. มีเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินในหลายส่วน อย่างแพลตฟอร์มดิจิทัลแนะนำการจับคู่ความต้องการและอาหารบริจาคแบบอัตโนมัติ ของเนคเทค </em><em>ที่นำไปเชื่อมต่อกับระบบ Cloud Food Bank </em><em>ของมูลนิธิ SOS </em><em>เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการรับบริจาคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น กรมอนามัยฝากเรื่องโภชนาการกับการบริจาคอาหารให้เด็ก ต่อไปทุกอย่างจะบรรจุในแพลตฟอร์มนี้ เป็นต้น ขณะที่ในเรื่องมาตรการด้านคาร์บอน สวทช. มีเอ็มเทค </em><em>ดูแลเรื่องฐานข้อมูลการปล่อยคาร์บอน เรากำลังจะทำโครงการคาร์บอนฟุตพริ้นท์อาหารส่วนเกินที่ได้กอบกู้มา ซึ่งจะมีประโยชน์และแรงจูงใจต่อผู้บริจาคในการไปบอกกับสังคมได้ว่า การบริจาคครั้งนี้ลดการปล่อยคาร์บอนไปเท่าไร และในอนาคตอาจจะใช้จุดนี้ทำเงินบางส่วนได้ด้วย”</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27240 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/03-ดร.วรรณพ-วิเศษสงวน-ที่ปรึกษาโครงการวิจัย-และนักวิชาการอิสระ.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>ด้าน <strong>ดร.วรรณพ วิเศษสงวน</strong> ที่ปรึกษาโครงการวิจัย และนักวิชาการอิสระ กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการบริจาคอาหารส่วนเกินคือ การสร้างเครือข่าย โดยเป็นเครือข่ายความร่วมมือกับผู้บริจาคกลุ่มต่างๆ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนพันธมิตรผู้บริจาคมากกว่า 1,200 แบรนด์ (ปี 2567) ซึ่งเป็นเรื่องลำดับแรก ๆ ที่ต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริจาคอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงยังควรให้ความสำคัญกับอาหารที่ไปถึงมือผู้รับ นอกเหนือจากปริมาณที่เพียงพอแล้ว ยังต้องมีโภชนาการอาหารที่ครบ 5 หมู่ด้วย จุดนี้ต้องหาแนวทางร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ ยังมองว่าด้วยพื้นฐานคนไทยมีจิตใจชอบบริจาคและให้ทานกันเป็นทุนเดิม แต่อาจจะยังขาดในเรื่องช่องทางที่ให้บริจาค จึงควรมีการสื่อสารและแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้ที่อยากบริจาคมากยิ่งขึ้น</p>
<p>ขณะที่ข้อเสนอแนะต่อแนวทางในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินในบริบทของประเทศไทยจากเวทีสาธารณะ ได้มีผู้แทนจากหลายภาคส่วน​ให้ข้อคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เช่น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27238 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/05-SOS-นำเสนอผการดำเนินงาน.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>&#8211;  เร่​งสร้างความตระหนักรู้ถึงคำว่าอาหารส่วนเกิน ที่ไม่ใช่อาหารเหลือ แต่เป็นเพียงอาหารที่จำหน่ายไม่หมด ซึ่งยังมีคุณภาพที่ทานได้</p>
<p>&#8211; การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และบบการจัดการการส่งอาหาร โดยจัดให้มีจุดพักอาหาร หรือมีห้องเย็นที่เก็บอาหารไว้ได้</p>
<p>&#8211;  ตัวแทนมูลนิธิ SOS ได้เสนอว่า อยากให้หน่วยงานของภาครัฐร่วมแชร์ข้อมูลพื้นที่ตั้งของกลุ่มเปราะบางว่าอยู่ที่ใดบ้าง เพราะการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมกันจะทำให้ SOS สามารถนำอาหารไปส่งได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และลดค่าใช้จ่ายในด้านค่าน้ำมันขนส่งได้ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27242 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/15-ลงพื้นที่บริจาคอาหารแก่กลุ่มผู้เปราะบาง-Re.jpg" alt="" width="1200" height="675" /></p>
<p>&#8211; การเพิ่มแนวทางหรือมาตรการจูงใจให้บริษัทหรือหน่วยงานด้านโลจิสติกส์เข้าร่วมโครงการมากขึ้น เช่น ไปรษณีย์ หรือบริษัทขนส่ง​ ผ่านการลดหย่อนภาษี เพื่อให้ผู้รับอาหารสามารถรับได้ใกล้และสะดวกที่สุดได้</p>
<p>&#8211; เชื่อมโยงเรื่องของ  Food surplus  เข้ากับกลไกการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนของ BOI ที่มีอยู่ เพื่อนำมาตรา​การด้านภาษีเพื่อ​เป็นแรงจูงใจสำหรับเอกชน เช่น ภาคเอกชนที่​บริจาครถสำหรับขนส่ง ​สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-27243 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/07/08-ประชุมรับฟังความเห็น-Public-Hearing-เรื่องจัดการ-Food-surplus.jpg" alt="" width="1200" height="800" /></p>
<p>เหล่านี้นับเป็นเพียงบางส่วนของการสะท้อนมุมมองข้อคิดเห็นต่อการบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทยให้เกิดขึ้นได้ พร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างแน่วแน่ ขณะที่ทีมทำงานจะเร่งขยายพื้นที่ไปใน​เขตภาคอีสาน และจะมีการขยายผลต่อไปในทุกภาคส่วนกิจกรรม รวมถึงขยายเครือข่ายความร่วมมือเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยมีธนาคารอาหารแห่งชาติและเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/07/public-hearing-for-drive-thailands-food-bank/">สวทช. ผนึก ​SOS เปิดเวทีสาธารณะจัดการอาหารส่วนเกิน ปักหมุดไทยจัดตั้ง Food Bank เร่งชงให้คาร์บอนเครดิตจากการลด Food Waste พร้อมมีมาตรการส่งเสริมการขับเคลื่อน</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สวทช.​จับมือ SOS ​จัดตั้ง &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217; ร่วมขับเคลื่อน Food Security Ecosystem เล็งศึกษาแนวทางเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้บริจาคอาหาร</title>
		<link>https://www.sdthailand.com/2024/05/nstda-jion-sos-foundation-driving-thailands-food-bank/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[SKY]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 May 2024 10:16:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Experience]]></category>
		<category><![CDATA[Top Stories]]></category>
		<category><![CDATA[BCG Economy]]></category>
		<category><![CDATA[BKK Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Emission]]></category>
		<category><![CDATA[Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[Food Loss]]></category>
		<category><![CDATA[Food Security]]></category>
		<category><![CDATA[Food Waste]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[SOS]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand’s Food Bank]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงเกษตรและสหกรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ขยะอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ทวี อิ่มพูลทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ปัทมาพร ประทุมรัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ผลิตอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ SOS]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์​]]></category>
		<category><![CDATA[สวก.]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อว.]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารส่วนเกิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.sdthailand.com/?p=25943</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความมั่นคงทางอาหาร หรือ Food security เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกสนใจ และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ SDGs Goal ของ​สหประชาชาติ เพื่อ​ขจั​ดความหิวโหย และมุ่งสู่​ Zero hunger จากรายงานพบว่า ประชากรทั่วโลกราว 1 ใน 4  หรือกว่า 258 ล้านคน ใน 58 ประเทศ หรือ 22.7% คิดเป็น​ 1 ใน 4  ของประชากรโลก กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหาร ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร จะมีปัญหาสูญเสียอาหาร​ระหว่างกระบวนการผลิตและปัญหาขยะอาหาร (Food loss และ Food waste)  โดยอาหารที่ผลิตขึ้นมา 1 ใน 3 จะถูกทิ้งกลายเป็นขยะอาหาร​ หรือมี​ปริมาณกว่า 2.5 พันล้านตันต่อปี ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากส่งผลต่อปริมาณอาหารที่หายไปจากระบบแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขยะอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้​เกิดการปลดปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ​ เป็นที่มาของการจัดตั้ง  &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217; (Thailand’s [&#8230;]</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/nstda-jion-sos-foundation-driving-thailands-food-bank/">สวทช.​จับมือ SOS ​จัดตั้ง &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217; ร่วมขับเคลื่อน Food Security Ecosystem เล็งศึกษาแนวทางเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้บริจาคอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความมั่นคงทางอาหาร</strong> หรือ<strong> Food security </strong>เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกสนใจ และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ SDGs Goal ของ​สหประชาชาติ เพื่อ​ขจั​ดความหิวโหย และมุ่งสู่​ Zero hunger</p>
<p><span id="more-25943"></span></p>
<p>จากรายงานพบว่า ประชากรทั่วโลกราว 1 ใน 4  หรือกว่า 258 ล้านคน ใน 58 ประเทศ หรือ 22.7% คิดเป็น​ 1 ใน 4  ของประชากรโลก กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหาร ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร จะมีปัญหาสูญเสียอาหาร​ระหว่างกระบวนการผลิตและปัญหาขยะอาหาร (Food loss และ Food waste)  โดยอาหารที่ผลิตขึ้นมา 1 ใน 3 จะถูกทิ้งกลายเป็นขยะอาหาร​ หรือมี​ปริมาณกว่า 2.5 พันล้านตันต่อปี</p>
<p>ปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากส่งผลต่อปริมาณอาหารที่หายไปจากระบบแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขยะอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้​เกิดการปลดปล่อย​ก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ ​</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25950 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4568.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p>เป็นที่มาของการจัดตั้ง  &#8216;<strong>ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217; (Thailand’s Food Bank) </strong>เพื่อสร้างโมเดลการ​บริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Surplus Food) ช่วยลดปริมาณขยะอาหารและ Carbon Emission สาเหตุของปัญหาสภาพอากาศและโลกร้อน และยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย <strong>BCG Economy</strong> ของรัฐบาลอีกด้วย ภายใต้ความร่วมมือของทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน และภาคประชาชนหลายส่วน ทั้ง​สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มูลนิธิ SOS​  ภายใต้​การสนับสนุนงบประมาณนำร่องเพื่อเริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25947 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4695.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p><strong>สร้าง Food Security Ecosystem</strong></p>
<p><strong>ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ </strong>รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีอาหารส่วนเกินมากถึงเกือบ 4 ล้านตันต่อปี ​ขณะที่​มี​ประชากรกลุ่มเปราะบางซึ่งมีแนวโน้มประสบปัญหา​การเข้าถึงอาหารอยู่ราว 3.8 ล้านคน ซึ่งทาง สวทช. ในฐานะผู้ดูแลการขับเคลื่อนนโยบาย BCG ในกลุ่มอาหาร จึงเข้ามาจับมือกับทุกภาคส่วนใน Ecosystem เพื่อร่วมสร้างต้นแบบ​บริหารจัดการอาหารส่วนเกิน (Food surplus) ของประเทศไทย ผ่านการต้ัง​ <strong>&#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217;</strong> เพื่อสร้างโมเดลในการขยายผลการบริหารจัดการได้ทั่วประเทศในอนาคต ​รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารส่วนเกิน การกอบกู้อาหาร และการส่งต่ออาหารส่วนเกิน เพื่อช่วยลดปริมาณขยะอาหาร เพื่อขับเคลื่อนทั้งการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่ไปกับการลดการปลดปล่อยพ๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหาสภาพอากาศของประเทศไปพร้อมกัน</p>
<p>ด้าน<strong> คุณปัทมาพร ประทุมรัตน์</strong> นักวิจัยนโยบาย และหัวหน้าโครงการ Thailand&#8217;s Food Bank ​สวทช. ​กล่าวว่า ทาง สวทช. จะเข้ามาสนับสนุนการทำงานของ SOS เพื่อขับเคลื่อนโมเดลด้าน Operation ให้กระจายไปพื้นที่ต่างๆ ของประเทศได้มากขึ้น ซึ่งเบื้องต้น จะขยายเพิ่มเติมจากเครือข่าย SOS ที่มีฐานปฏิบัติงานใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่ โดยตั้งเป้าเพิ่มพืนที่อีก 10 จังหวัด ภายในปี 2569 โดยนำร่องในจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านการทำงานร่วมกับ Local Food Rescue และขยายโมเดลการจัดการไปสู่พื้นที่ภาคอีสานที่จังหวัดขอนแก่น  ขณะเดียวกันจะสนับสนุนการวางแนวปฏิบัติด้านอาหารปลอดภัยสำหรับอาหารบริจาค (Food Safety Guideline) เพื่อรักษามาตรฐานของอาหารให้มีความปลอดภัยจนถึงมือผู้รับบริจาค รวมไปถึงการพัฒนาชุดตรวจเพื่อทดสอบความปลอดภัยของอาหารที่ต้องนำไปบริจาค รวมถึงการสนับสนุนให้มีผู้เข้ามาสนับสนุนโครงการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชนที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารหรือเครื่องดื่ม<strong> ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อศึกษาเงื่อนไขและแนวทางในการขอสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีให้ผู้บริจาคอาหารส่วนเกินเช่นเดียวกับการบริจาคทางสาธารณกุศลต่างๆ ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อน​​</strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25946 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4672.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p><em>&#8220;<strong>สิ่งที่ต้อง Educated เพิ่มเติมคือ การทำความเข้าใจกับคำว่า Food Surplus ให้ถูกต้องว่ายังคงเป็นอาหารที่มีคุณภาพ และสามารถส่งต่อได้ แทนการนำอาหารที่ถูกผลิตขึ้นมาแล้วไปทิ้งหรือทำลายอย่างสูญเปล่า</strong> หรือบางครั้งอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการ ขณะเดียวกัน ยังช่วลดปัญหาสภาพอากาศ ซึ่งการจัดตั้ง Thailand&#8217;s Food Bank เป็นหนึ่งในโซลูชั่นส์ที่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้อย่างลงตัว และความร่วมมือของทุกฝ่ายในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้ Ecosystem แข็งแกร่งและมีความยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานในกาวางระบบการจัดการข้อมูล รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารที่จะนำไปบริจาค ​ตั้งแต่ขั้นตอนการรับอาหาร การเก็บรักษาอาหาร การขนส่ง การแจกจ่ายอาหาร หลักปฏิบัติสำหรับผู้สัมผัสอาหาร เช่น การแช่แข็งอาหารส่วนเกินและติดฉลากใหม่ การระบุวันที่และระยะเวลาที่แนะนำ ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายและการควบคุมอันตราย เช่น สารเคมี สารก่อภูมิแพ้ หลักปฏิบัติในการเตรียมอาหาร เช่น การทำละลายอาหารแช่แข็ง การทำให้สุก การทำให้เย็น การอุ่นร้อน การรักษาความปลอดภัยอาหารระหว่างขนส่ง  ตลดจนจะต่อยอดด้านการบริหารข้อมูลด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม Matching เพื่อพัฒนาระบบกลางเพื่อจัดการระหว่างผู้ที่ต้องการอาหาร และปริมาณอาหารที่มีอยู่ในระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25954 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4579.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p><strong>SOS เร่งเสริมแกร่ง Food , Funding , Volunteers​</strong></p>
<p>ด้าน <strong>คุณทวี อิ่มพูลทรัพย์</strong> ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) ประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิ SOS มุ่งมั่นที่จะลดปัญหาขยะอาหารและส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการกอบกู้อาหารส่วนเกินจากผู้ผลิตอาหารในเครือข่ายของหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร้านสะดวกซื้อ โรงแรม และร้านอาหาร ซึ่งเป็นผู้บริจาคอาหาร และนำอาหารเหล่านี้ส่งต่อให้กับเครือข่ายผู้รับบริจาคอาหาร ทั้งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ซึ่งกระบวนการกู้ภัยอาหารและการส่งต่ออาหาร ได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้แทนเอกชนผู้ผลิตอาหารในการร่วมกันดำเนินงานกู้ภัยอาหารจากบริจาคอาหาร ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการรับบริจาคอาหารที่ร่วมกับผู้นำชุมชน <em><strong>ปัจจุบันมูลนิธิได้ส่งต่ออาหารส่วนเกินไปแล้วกว่า 8.3 ล้านกิโลกรัมหรือคิดเป็น 35 ล้านมื้อ ให้แก่ชุมชนต่าง ๆ มากกว่า 3,600 แห่ง ซึ่งเท่ากับว่าเราได้ลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการนำอาหารไปฝังกลบถึง 21,166 ตัน</strong> </em></p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานที่ผ่านมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้วกับโครงการ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งได้มีการนำแพลตฟอร์มแนะนำการจับคู่ความต้องการและอาหารบริจาคแบบอัตโนมัติของ สวทช. มาใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม Cloud Food Bank (CFB) แพลตฟอร์มองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25952 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4678.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p><em>&#8220;ความร่วมมือกันเพื่อจัดตั้ง Thailand&#8217;s Food Bank ครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยผลักดันทัศนคติที่ดีมากขึ้นต่อการบริจาคอาหารในประเทศไทย ทั้งจากกลุ่มผู้รับ และกลุ่มผู้ให้ ขณะที่ปริมาณอาหารส่วนเกินจะถูกจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งการขยายแนวร่วมไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จากการผส</em><em>านจุดแข็งของแต่ละฝ่ายที่เข้ามาร่วมมือกัน เพื่อขยายผลและสื่อสารสู่สังคมในวงกว้าง ให้เกิดความรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารส่วนเกินและกระบวนการบริจาคอาหาร ส่งเสริมให้มีการดำเนินงานเพื่อลดการเกิดขยะอาหารและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไปด้วยกัน&#8221;</em></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25948 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/SOS-VDO1.jpg" alt="" width="1200" height="655" /></p>
<p>ทั้งนี้ทาง SOS ​ยังต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนใน  3 รูปแบบสำคัญ ประกอบด้วย</p>
<p>1<strong>.  การสนับสนุนอาหาร (Food)</strong> เพื่อเพิ่มปริมาณอาหารสำหรับแจกจ่ายให้กลุ่มเปราะบางได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันยังมีกลุ่มผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือผู้ผลิตอาหารที่ยังมีอาหารส่วนเกินในระบบ ที่สามารถเข้ามาร่วมมือกับทางโครงการได้อีกจำนวนมาก</p>
<p><strong>2. การสนับสนุนด้านงบประมาณ (Funding)</strong> เนื่องจากในการกระจายอาหารสู่ผู้รับบริจาคมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและเพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณความต้องการความช่วยเหลือที่มีเพิ่มเข้ามามากขึ้น ขณะที่รถห้องเย็นในการนำไปบริจาค ยังมีจำกัด รวมทั้งมีแผนสร้างแวร์เฮ้าส์เพื่อเป็นจุดกระจายสินค้า ซึ่งต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25951 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/DSC_4649.jpg" alt="" width="2048" height="1367" /></p>
<p><strong>3. กลุ่มเครือข่ายอาสาสมัครหรือจิตอาสา (Voluteers)</strong> เพื่อมาเป็นตัวกลางในการช่วยงานด้าน Operation ในการจัดการ Surplus Food ไปสู่ผู้ที่ต้องการ​ โดยปัจจุบันทางมูลนิธิมีทีมงานใน กทม. 20 คน และทั่วประเทศรวม 30 คน ซึ่งยังถือว่าขาดแคลน แต่ยังมีความช่วยเหลือจากทางชุมชนบางแห่งที่เคยได้รับการสนับสนุนที่มีรถและทีมงานมาช่วยด้านโอเปเรชั่น รวมทั้งบริษัทเอกชนบางรายที่นำอาหารที่ต้องการบริจาคมาให้กับทางมูลนิธิเอง ทำให้ช่วยลดต้นทุนและกำลังคนในการจัดการลงได้จำนวนหนึ่ง</p>
<p>สำหรับโครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นโอกาส​ดีที่จะประชาสัมพันธ์การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการอาหารส่วนเกิน ให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารส่วนเกิน และเชิญชวนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมสร้างสังคมไร้ขยะอาหาร โดยนำร่องที่ชุมชนย่านลาดพร้าว เพื่อให้เห็นต้นแบบระบบการบริหารจัดการอาหาร เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินไปยังกลุ่มเปราะบางของสังคมไทย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-25945 size-full" src="https://www.sdthailand.com/wp-content/uploads/2024/05/1-6.jpg" alt="" width="1200" height="900" /></p>
<p>ภายในงาน ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินในลักษณะธนาคารอาหาร ทั้งในมุมประสบการณ์กอบกู้อาหารส่วนเกินและการส่งต่ออาหาร โดยมูลนิธิ SOS มุมประสบการณ์บริจาคอาหารและแรงบันดาลใจในการเป็นผู้บริจาคอาหารส่วนเกิน โดยผู้แทนผู้บริจาคอาหาร ได้แก่ คุณวลัยรัตน์ อภินัยนาถ GM of Corporate Planning บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด (Maxvalu Supermarket)  เชฟอรรถพล ถังทอง (Chef X) Executive Chef จากโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse  คุณแจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager มูลนิธิเคเอฟซี  และคุณทวิช ทัฬหะกาญจนากุล ผู้อำนวยการโลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPFGS ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของซีพีเอฟ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ในกระบวนการรับบริจาคอาหาร โดยตัวแทนผู้นำชุมชน นำโดยคุณวิกานดา สังวรราชทรัพย์ ประธานเครือข่ายผู้นำชุมชนเขตลาดพร้าว และคุณวิไล แซ่โอ๊ว ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และแนวทางดำเนินงาน BKK Food Bank ของ กทม. โดยคุณณัฎฐ์วิฉัตรา หวิงปัด สำนักงานการพัฒนาชุมชน สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร</p>
<p>The post <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com/2024/05/nstda-jion-sos-foundation-driving-thailands-food-bank/">สวทช.​จับมือ SOS ​จัดตั้ง &#8216;ธนาคารอาหารของประเทศไทย&#8217; ร่วมขับเคลื่อน Food Security Ecosystem เล็งศึกษาแนวทางเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้บริจาคอาหาร</a> appeared first on <a rel="nofollow" href="https://www.sdthailand.com">SD Thailand</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
